“ท่านผู้โดยสารโปรดทราบ ที่นี่สถานี….” 

ไดอะล็อกนี้คงเป็นความเคยชินของคนนั่งรถไฟที่เสียงประกาศดังจากลำโพงบอกว่ารถไฟของเราจอดอยู่ที่สถานีอะไร ซึ่งเวลารถไฟจอดแต่ละสถานีนั้น ก็มีคนไม่น้อยที่มองออกไปนอกหน้าต่างด้วยจุดประสงค์ต่างๆ ไม่ว่าจะดูสอดสายตาหาของกิน พักสายตามองวิว หรือแม้แต่มองว่าสถานีรถไฟนั้นหน้าตาเป็นยังไง

เสน่ห์ของสถานีรถไฟแต่ละจังหวัด ศูนย์กลางวิถีชีวิตของชุมชนทั่วไทย, สถานีรถไฟ
สถานีกระเบียด เส้นทางสายใต้

ว่ากันตรงๆ แล้ว สถานีรถไฟคือด่านหน้าที่คนนั่งรถไฟทุกคนต้องเจอก่อนที่จะได้เห็นตัวขบวนรถไฟด้วยซ้ำ ประเทศไทยมีสถานีรถไฟซึ่งไม่นับรวมที่หยุดรถทั้งหมด 446 สถานี ใน 46 จังหวัดและกรุงเทพมหานคร ซึ่งสถานีรถไฟแต่ละที่นั้นมีเสน่ห์แตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของวิถีชีวิต สภาพแวดล้อม ชุมชน คน อาหาร และสถาปัตยกรรม 

เสน่ห์ของสถานีรถไฟแต่ละจังหวัด ศูนย์กลางวิถีชีวิตของชุมชนทั่วไทย, สถานีรถไฟ
สถานีเด่นชัย จ.แพร่ เส้นทางสายเหนือ

สถานีรถไฟคือศูนย์กลางของชุมชน

นอกจากสถานีรถไฟจะทำหน้าที่เป็นพื้นที่สำหรับขึ้นลงรถไฟแล้ว ก็ยังคงเป็นพื้นที่รวมกลุ่มของคนในชุมชนให้ทำกิจกรรมต่างๆ ร่วมกัน หากสังเกตให้ลึกๆ ลงไปอีกแล้วนั้นจะพบว่าสถานีรถไฟมักตั้งอยู่บริเวณใจกลางชุมชน ใกล้ตลาด ใกล้สถานศึกษา ใกล้พื้นที่พาณิชย์ หรือแม้แต่พื้นที่ในการต่อรถเพื่อเดินทางไปยังจุดต่างๆ ที่รถไฟไปไม่ถึง 

เราจะพบเห็นกิจกรรมต่างๆ บริเวณรอบๆ สถานีรถไฟในช่วงเวลาที่รถไฟแต่ละขบวนเดินทางมาถึง การเอื้อเฟื้อกันระหว่างรถไฟกับชุมชนเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เริ่มมีรถไฟและดำรงอยู่จนถึงปัจจุบัน หรืออาจจะยาวไปถึงอนาคต

เสน่ห์ของสถานีรถไฟแต่ละจังหวัด ศูนย์กลางวิถีชีวิตของชุมชนทั่วไทย, สถานีรถไฟ
แม่ค้าขายข้าวแกงกระทง ที่สถานีเทพา จ.สงขลา

ตลาดเช้าที่สถานีรถไฟนครปฐมเป็นหนึ่งตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจนมาก ร้านรวงต่างๆ ที่นำอาหารและของใช้มาขายริมฝั่งถนนด้านหน้าสถานียาวไปจนถึงสะพานข้ามคูเมืองที่ฉากหลังเป็นองค์พระปฐมเจดีย์

ทุกเช้าเมื่อขบวนรถไฟนำเที่ยวเข้าเทียบสถานีนครปฐม ซึ่งตามโปรแกรมแล้วคือให้นักท่องเที่ยวลงไปนมัสการพระปฐมเจดีย์ 40 นาที แต่ส่วนใหญ่แล้ว บรรดาผู้ที่ลงจากขบวนรถไฟนำเที่ยวจะลงมากว้านซื้อของกินไปกินบนรถซะมากกว่า บุญหรือจะสู้ความหิว แผงลอยมากมายที่จะเชิญชวนให้เราเสียเงินแล้ว กลิ่นของอาหารที่ลอยฟุ้งอยู่ทั่วบริเวณหลังสถานีนั้นดึงดูดให้เราเสียเงินได้อย่างไม่ต้องคิดอะไรมากเลย 

เสน่ห์ของสถานีรถไฟแต่ละจังหวัด ศูนย์กลางวิถีชีวิตของชุมชนทั่วไทย, สถานีรถไฟ
ตลาดหน้าสถานีรถไฟนครปฐม ย่านอาหารอร่อยประจำจังหวัด
เสน่ห์ของสถานีรถไฟแต่ละจังหวัด ศูนย์กลางวิถีชีวิตของชุมชนทั่วไทย, สถานีรถไฟ
ร้านอาหารแผงลอยหน้าสถานีนครปฐม

นอกจากนครปฐมแล้วนั้นยังมีอีกหลายสถานีที่บรรดาตลาดโต้รุ่งตั้งอยู่ใกล้กับสถานีรถไฟ ทั้ง UD Town อุดรธานี  ตลาดโต้รุ่งหัวหิน ตลาดรถไฟลำปาง ตลาดรถไฟศรีสะเกษ และอีกหลายๆ ที่ที่ไม่ได้เอ่ยถึง นั่นอาจเป็นเพราะว่ายังไงคนที่เดินทางด้วยรถไฟต้องมาถึงสถานีก่อนอยู่แล้ว การรวมตัวของคนปริมาณมากก็คงไม่พ้นสถานีรถไฟที่อยู่ใจกลางเมืองหรือชุมชนนั้นๆ การฆ่าเวลาด้วยการกินหรือช้อปปิ้งซึ่งแฝงอยู่ใน DNA คนไทย (หรืออาจจะคนทั่วโลก) เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างแน่นอน กลไกลทางเศรษฐกิจจึงขับเคลื่อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เสน่ห์ของสถานีรถไฟแต่ละจังหวัด ศูนย์กลางวิถีชีวิตของชุมชนทั่วไทย, สถานีรถไฟ
ในช่วงเย็นของทุกวัน สถานีรถไฟมักเป็นอีกแห่งที่คนมารวมตัวกันเพื่อนั่งตากลมเย็นๆ หลังจากที่ประสบพบเจอกับอากาศร้อนระอุมาแล้วตลอดทั้งวัน 

เป็นเรื่องที่น่าชวนคิดว่า ชานชาลาสถานีรถไฟทุกแห่งในประเทศนั้นเหมือนจะออกแบบมาให้ใช้งานได้อย่างหลากหลาย และไม่ได้เป็นเพียงแค่จุดขึ้นลงรถ แต่ยังเป็นพื้นที่ในการนั่งพักผ่อนได้อีกด้วย ช่วงเย็นแดดร่มลมตกจึงเป็นช่วงเวลาดีที่เหล่าคนในชุมชนจะเคลื่อนย้ายตัวเองจากบ้านพาลูกหลานมานั่งดูรถไฟ หรือมานั่งคุยกันกับอีกหลายๆ คนที่เดินทางมาสถานีเพื่อจุดประสงค์เดียวกัน ผู้หลักผู้ใหญ่อาจจะนั่งทอดอารมณ์หรือคุยกันเรื่องข่าวสารบ้านเมืองต่างๆ ส่วนเด็กๆ ก็นั่งดูรถไฟช่วงเย็นที่วิ่งเข้าออกสถานี 

เสน่ห์ของสถานีรถไฟแต่ละจังหวัด ศูนย์กลางวิถีชีวิตของชุมชนทั่วไทย, สถานีรถไฟ
เวทีงานวันเด็กที่สถานีนครลำปาง

ในสถานีบางแห่งที่เป็นศูนย์กลางชุมชนจริงๆ ก็มักจะมีกิจกรรมต่างๆ จัดที่นั่นในวาระพิเศษด้วยอย่างเช่นงานวันเด็ก ซึ่งเราเองก็เคยได้ไปร่วมงานวันเด็กที่สถานีรถไฟหลายแห่ง ไม่ว่าจะทางใต้อย่างสถานีชุมทางทุ่งสง ทางเหนืออย่างสถานีนครลำปาง หรือในเขตกรุงเทพฯ อย่างสถานีธนบุรี ซึ่งสถานีที่มีการจัดงานวันเด็กนั้นจะเป็นพื้นที่ที่มีบ้านพักรถไฟหรือที่ทำการแขวงของการรถไฟตั้งอยู่ นั่นเป็นสิ่งที่เชื่อมโยงกันระหว่างรถไฟ สถานี พนักงาน ชุมชน บุคคล และการขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจได้เป็นอย่างดี

นี่น่าจะพอเห็นภาพความเป็นศูนย์กลางชุมชนของสถานีรถไฟได้ชัดเจนขึ้น เราไปดูคุณค่าต่อไปกันดีกว่า

สถานีรถไฟคือรอยพิมพ์ของประวัติศาสตร์

เสน่ห์ของสถานีรถไฟแต่ละจังหวัด ศูนย์กลางวิถีชีวิตของชุมชนทั่วไทย, สถานีรถไฟ
อาคารสถานีสูงเนิน จ.นครราชสีมา เป็นอาคารไม้รุ่นแรกๆ ของรถไฟไทย ปัจจุบันชุมชนได้มีส่วนในการขออนุรักษ์อาคารสถานีที่จะสร้างใหม่ทดแทน

ความสำคัญอีกหนึ่งสิ่งที่สถานีรถไฟของไทยและหลายๆ แห่งทั่วโลกสร้างแรงดึงดูดต่อผู้คนนั่นคือรูปแบบทางสถาปัตยกรรม ในยุโรปนั้นอาคารสถานีหลายแห่งถือว่ามีความน่าสนใจในการออกแบบทั้งการใช้สอยและความงดงามของสถาปัตยกรรมในยุคต่างๆ ซึ่งหลายที่ก็มีรูปแบบพิมพ์นิยม บางแห่งก็มีเอกลักษณ์นิดๆ หน่อยๆ ที่ทำให้สถานีนั้นๆ กลายเป็นเอกลักษณ์ขึ้นมา 

มาพูดถึงสถานีรถไฟในประเทศไทย อาคารสถานีรถไฟแต่ละแห่งมีลักษณะที่หลากหลายตามแต่ลักษณะการใช้สอยหรือที่ตั้ง รวมถึงขนาดของอาคาร วัสดุที่ใช้ก่อสร้าง หรือแม้แต่รูปแบบทางสถาปัตยกรรม 

เสน่ห์ของสถานีรถไฟแต่ละจังหวัด ศูนย์กลางวิถีชีวิตของชุมชนทั่วไทย, สถานีรถไฟ
สถานีวัฒนานคร จ.สระแก้ว อาคารไม้ชั้นเดียวรูปแบบทั่วไป
เสน่ห์ของสถานีรถไฟแต่ละจังหวัด ศูนย์กลางวิถีชีวิตของชุมชนทั่วไทย, สถานีรถไฟ
สถานีปางม่วง จ.ลำปาง อาคารไม้สองชั้น ชั้นบนเป็นบ้านพักนายสถานี
เสน่ห์ของสถานีรถไฟแต่ละจังหวัด ศูนย์กลางวิถีชีวิตของชุมชนทั่วไทย, สถานีรถไฟ
พลับพลาสถานีหัวหิน เดิมคืออาคารสถานีสนามจันทร์ที่ถูกย้ายมาตั้งไว้ที่สถานีหัวหิน
เสน่ห์ของสถานีรถไฟแต่ละจังหวัด ศูนย์กลางวิถีชีวิตของชุมชนทั่วไทย, สถานีรถไฟ
พลับพลาสถานีบางปะอิน เป็นที่ประทับของรัชกาลที่ 5 และเป็นอาคารไม้รุ่นสมัยเปิดเดินรถไฟครั้งแรกที่ยังคงหลงเหลือยู่ ปัจจุบันขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานแล้ว

มีสถานีไม่น้อยที่มีลักษณะสถาปัตยกรรมที่เป็นเอกลักษณ์ โดดเด่น มีแห่งเดียวบ้าง มีสถานีพี่น้องบ้าง ไม่ว่าจะเป็นสถานีที่มีลักษณะผสมผสานรูปแบบจากยุโรป ที่ได้รับการออกแบบจากชาวต่างชาติในรุ่นเริ่มแรกของรถไฟไทย ซึ่งผู้ออกแบบนั้นได้แฝงรูปแบบต่างๆ ตามลายเซ็นของตัวเอง เช่น สถานีกรุงเทพที่มีความเป็นอิตาเลียนเรเนสซองส์ สถานีอุตรดิตถ์ (เดิม) ที่เป็นรูปร่างแปลกตาไม่มีที่ไหนเหมือน สถานีบ้านปินที่สร้างแบบบาวาเรียนสไตล์ที่เดียวของประเทศไทย หรือแม้แต่สถานีที่สร้างด้วยไม้แต่มีความวิจิตรเป็นของตัวเอง เช่น สถานีหัวหิน พลับพลาสถานีหัวหิน (อาคารสถานีสนามจันทร์เดิม) สถานีกันตัง

เสน่ห์ของสถานีรถไฟแต่ละจังหวัด ศูนย์กลางวิถีชีวิตของชุมชนทั่วไทย, สถานีรถไฟ
สถานีพิจิตร เป็นอาคารคอนกรีตมีลวดลายสวยงาม เดิมมีอาคารลักษณะเดียวกันอีก 2 สถานีคือพิษณุโลกและแปดริ้ว ปัจจุบันเหลือที่พิจิตรเพียงแห่งเดียวในประเทศ
เสน่ห์ของสถานีรถไฟแต่ละจังหวัด ศูนย์กลางวิถีชีวิตของชุมชนทั่วไทย, สถานีรถไฟ
สถานีบ้านปิน จ.แพร่ เป็นอาคารสไตล์บาวาเรียนแห่งเดียวในประเทศไทย
เสน่ห์ของสถานีรถไฟแต่ละจังหวัด ศูนย์กลางวิถีชีวิตของชุมชนทั่วไทย, สถานีรถไฟ
สถานีหัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ อาคารผสมผสานระหว่างไทย-จีน เป็นหนึ่งในสถานีที่มีเอกลักษณ์ของไทย
เสน่ห์ของสถานีรถไฟแต่ละจังหวัด ศูนย์กลางวิถีชีวิตของชุมชนทั่วไทย, สถานีรถไฟ
สถานีนครลำปาง อาคารผสมผสานระหว่างตะวันตกและล้านนา มีลายฉลุตามอาคารที่สวยงามมาก
เสน่ห์ของสถานีรถไฟแต่ละจังหวัด ศูนย์กลางวิถีชีวิตของชุมชนทั่วไทย, สถานีรถไฟ
สถานีอุตรดิตถ์หลังเก่า ออกแบบโดยคาร์ล ดือห์ริ่ง ถูกระเบิดเสียหายทั้งหลังในสมัยสงครามโลก
ภาพ : การรถไฟแห่งประเทศไทย

ถ้าไม่ใช่สถานีลูกครึ่ง ก็จะเป็นสถานีไม้ไทยแท้ๆ ชั้นเดียวบ้าง สองชั้นบ้าง ตามแต่การใช้สอย อันนี้เห็นได้ทั่วๆ ไปเป็นรูปแบบสูตรสำเร็จของสถานีตามชนบท ซึ่งสร้างเป็นอาคารไม้ชั้นเดียว มีที่พักผู้โดยสารติดกับช่องขายตั๋วโดยสาร หลังคาเป็นกระเบื้องลอนหรือกระเบื้องว่าว มากกว่านั้นหน่อยก็จะเป็นอาคารไม้สองชั้นที่ด้านบนแบ่งเอาไว้เป็นที่พักของนายสถานีหากสถานีนั้นๆ ไม่ได้มีบ้านพักแยกออกมา 

เสน่ห์ของสถานีรถไฟแต่ละจังหวัด ศูนย์กลางวิถีชีวิตของชุมชนทั่วไทย, สถานีรถไฟ
สถานีช่องเขา จ.นครศรีธรรมราช อาคารไม้ชั่นเดียวรูปแบบทั่วไป
เสน่ห์ของสถานีรถไฟแต่ละจังหวัด ศูนย์กลางวิถีชีวิตของชุมชนทั่วไทย, สถานีรถไฟ
สถานีทับกฤช จ.นครสวรรค์ อาคารไม้สองชั้นรูปแบบมาตรฐานทั่วไป

ภายหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 มีอาคารสถานีรถไฟที่ถูกทำลายเสียหายเยอะมาก และได้รับการออกแบบเพื่อบูรณะสถานีโดยสถาปนิกชาวไทย โดยอาคารนั้นอาจเป็นคอนกรีตล้วน ไม้ผสมคอนกรีต ก่ออิฐฉาบปูน หรือมีการประดับด้วยส่วนรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ เช่น การใช้โค้ง (Arch) การประดับปูนปั้น ฉลุไม้ จั่ว ปั้นหยา และอื่นๆ อีกมากมายที่แฝงอยู่ และบอกเล่าได้ว่าอาคารสถานีนี้สร้างในช่วงไหน

ซึ่งการสร้างสถานีทดแทนนี่แหละที่ทำให้มีอาคารรูปแบบใหม่ๆ เกิดขึ้นมากมายมาทดแทนสถานีรถไฟรูปแบบดั้งเดิมที่เสียหายจากสงครามหรือสถานีที่มีอายุการใช้งานมานานจนทรุดโทรม

เสน่ห์ของสถานีรถไฟแต่ละจังหวัด ศูนย์กลางวิถีชีวิตของชุมชนทั่วไทย, สถานีรถไฟ
รูปแบบหน้าจั่วของสถานีทรงไทยประยุกต์
เสน่ห์ของสถานีรถไฟแต่ละจังหวัด ศูนย์กลางวิถีชีวิตของชุมชนทั่วไทย, สถานีรถไฟ
สถานีอุบลราชธานี เป็นอาคารทรงไทยประยุกต์
เสน่ห์ของสถานีรถไฟแต่ละจังหวัด ศูนย์กลางวิถีชีวิตของชุมชนทั่วไทย, สถานีรถไฟ
สถานีชุมทางหาดใหญ่ ที่มีฟังก์ชั่นการใช้งานที่ครอบคลุมทั้งที่ทำการ สถานีรถไฟ และโรงแรม
เสน่ห์ของสถานีรถไฟแต่ละจังหวัด ศูนย์กลางวิถีชีวิตของชุมชนทั่วไทย, สถานีรถไฟ
สถานีหนองคาย อาคารหลังปัจจุบัน ถูกสร้างขึ้นมาใหม่ห่างจากที่เดิมเนื่องจากมีการเบี่ยงเส้นทางเพื่อเชื่อมต่อประเทศลาว
เสน่ห์ของสถานีรถไฟแต่ละจังหวัด ศูนย์กลางวิถีชีวิตของชุมชนทั่วไทย, สถานีรถไฟ
สถานีเชียงราก รูปแบบไทยประยุกต์ สร้างใหม่สมัยที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพกีฬาเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 13 ปี 1998

อาคารทรงไทยประยุกต์ได้รับการออกแบบโดยสถาปนิกชาวไทยหลายท่าน เช่น หม่อมเจ้าโวฒยากร วรวรรณ, คุณประยูร ศรีสำรวญ และคุณถาวร บุญยเกตุ เป็นต้น ซึ่งรูปแบบที่เป็นเอกลักษณ์เลย คือการสร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก แสดงหลังคาทรงจั่ว ไม่เน้นตกแต่งให้วิจิตรสวยงาม จะดูทื่อๆ แต่ก็ไม่ใช่ว่าไม่สวยนะ มันสวย แต่สวยแบบเรียบๆ ดูคลาสสิก ไม่ล้าสมัย เช่น สถานีเชียงใหม่ นครปฐม ศิลาอาสน์ แก่งคอย อุบลราชธานี 

นอกจากอาคารทรงประยุกต์แล้ว ก็ยังมีสถานีรถไฟที่สร้างแบบสมัยใหม่ ซึ่งสมัยใหม่ที่ว่านี้ไม่ใช่โมเดิร์นจ๋านะครับ แต่เป็นการออกแบบแบบเรียบง่าย ใช้วัสดุธรรมดาๆ เช่น เหล็ก กระจก อิฐแก้ว คอนกรีตเสริมเหล็ก ออกแบบโดยสถาปนิกไทย เช่น หม่อมเจ้าโวฒยากร วรวรรณ, หลวงสุขวัฒนสุนทร, คุณประยูร ศรีสำรวล และคุณวรุตม์ กี่จนา สถานีในกลุ่มนี้ เช่น สถานีมักกะสัน บางซื่อ (ยกเลิกอาคารนี้แล้ว) เด่นชัย ตะพานหิน สุราษฎร์ธานี นครสวรรค์ ชุมแสง เป็นต้น

เสน่ห์ของสถานีรถไฟแต่ละจังหวัด ศูนย์กลางวิถีชีวิตของชุมชนทั่วไทย, สถานีรถไฟ
สถานีชุมแสง จ.นครสวรรค์ เป็นอาคารไม้ทรงประยุกต์ ซึ่งมีหลายสถานีที่ออกแบบให้รูปแบบเดียวกัน เช่น นาสาร ท่าฬ่อ บ้านโป่ง ฯลฯ
เสน่ห์ของสถานีรถไฟแต่ละจังหวัด ศูนย์กลางวิถีชีวิตของชุมชนทั่วไทย, สถานีรถไฟ
เสน่ห์ของสถานีรถไฟแต่ละจังหวัด ศูนย์กลางวิถีชีวิตของชุมชนทั่วไทย, สถานีรถไฟ
สถานีสุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส เป็นสถานีร่วมไทย-มาเลเซีย สร้างด้วยรูปแบบเอกลักษณ์

ลักษณะของสถาปัตยกรรมแต่ละสถานีนั้นสะท้อนภาพของความหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นผู้ออกแบบ วัสดุ ช่วงยุค รวมถึงการเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนซึ่งทำให้มีคุณค่าทางจิตใจกับแต่ละท้องที่แตกต่างกันไป จะว่าไปแล้วสถานีรถไฟเองก็ไม่ได้เป็นแค่จุดขึ้นลงรถไฟ แต่ก็ยังเป็นเหมือนจุดศูนย์กลางของชุมชนที่ชาวบ้านจะมีจุดร่วมกันได้ในเกือบทุกๆ มิติ

สถานีรถไฟเก่าคือคุณค่า

เราตามข่าวการอัปเกรดทางรถไฟจากทางเดี่ยวเป็นทางคู่ของการรถไฟแล้ว พบว่าหลายสถานีมีการสร้างใหม่ทดแทนอาคารเดิม เพื่อเพิ่มฟังก์ชันการใช้งานให้มีประสิทธิภาพมากกว่าเดิม และหลายๆ สถานีเป็นการรีโนเวตอาคารให้อยู่ในรูปแบบเดิม แต่เปลี่ยนวัสดุให้อยู่ได้นานขึ้น ซึ่งส่วนใหญ่แล้ว สถานีที่มีการสร้างใหม่จะเป็นสถานีขนาดใหญ่และขนาดกลางที่มีอาคารสถานีเป็นเอกลักษณ์ นั่นหมายความว่า อาคารเก่าก็จะต้องถูกรื้อถอนเพราะไม่ใช้งานแล้ว

เสน่ห์ของสถานีรถไฟแต่ละจังหวัด ศูนย์กลางวิถีชีวิตของชุมชนทั่วไทย, สถานีรถไฟ
สถานีขอนแก่นอาคารหลังใหม่ เป็นสถานียกระดับที่สร้างทดแทนสถานีเดิมตามโครงการรถไฟทางคู่
เสน่ห์ของสถานีรถไฟแต่ละจังหวัด ศูนย์กลางวิถีชีวิตของชุมชนทั่วไทย, สถานีรถไฟ
สถานีจันทึก จ.นครราชสีมา อาคารใหม่ทดแทนหลังเดิมตามโครงการรถไฟทางคู่

นั่นคือสิ่งที่ทำให้เราต้องคิดถึงการอนุรักษ์สถานีรถไฟเก่า เพื่อให้เป็นอนุสรณ์หรือพื้นที่ส่วนกลางของชุมชน ซึ่งแน่นอนว่าหากเก็บอาคารสถานีเอาไว้ก็ต้องมีค่าใช้จ่ายเกิดขึ้น จึงสมควรต้องมีเจ้าภาพในการร่วมอนุรักษ์สถานีหรืออาคารประกอบเหล่านั้นให้คงอยู่ และแปรสภาพจากแค่อาคารสวยงามให้กลายเป็นพื้นที่เชิงพาณิชย์หรือพื้นที่ส่วนกลางได้ โดยเกิดรายได้ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของชุมชนด้วย และก็มีหลายที่เลยที่กลุ่มชาวบ้านร่วมกันดูแลอาคารสถานีรถไฟเก่าเพื่อการอนุรักษ์ ไม่ว่าจะเป็นอดีตสถานีแม่พวก ที่จังหวัดแพร่ หรือแม้แต่สถานีสูงเนินที่แม้ว่ากำลังใช้งานอยู่ แต่อนาคตจะมีการสร้างอาคารสถานีใหม่มาทดแทน

เสน่ห์ของสถานีรถไฟแต่ละจังหวัด ศูนย์กลางวิถีชีวิตของชุมชนทั่วไทย, สถานีรถไฟ
ที่หยุดรถแม่พวก จ.แพร่ เดิมเคยเป็นสถานีและลดระดับเป็นที่หยุดรถ อาคารมีลักษณะโดดเด่น และชาวบ้านได้ร่วมมือกันอนุรักษ์อาคารสถานีไว้และกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยว

ซึ่งการลงมืออนุรักษ์สถานีรถไฟโดยชุมชนนั้นมันทรงพลังมาก มันคือการแสดงพลังของคนในชุมชนที่มีความผูกพันกับสถานีรถไฟนั้นๆ พร้อมสร้างอนาคตใหม่ของสถานีผู้สูงอายุให้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง 

เราอาจจะเห็นอาคารสถานีรถไฟเก่าเป็นพิพิธภัณฑ์ขนาดเล็ก หรือเป็น Co-working Space หรือจะเป็นร้านกาแฟ หรืออาจจะเป็นพื้นที่ส่วนกลางในการทำกิจกรรมของชุมชนอยู่คู่กับสถานีรถไฟใหม่ที่อัปเกรดให้มีศักยภาพมากขึ้น แม้ว่ารูปแบบทางสถาปัตยกรรมอาจจะเปลี่ยนไปจากเดิมตามยุคสมัย 

ทั้งชุมชนและการรถไฟเองอาจต้องร่วมมือกันสำรวจและอนุรักษ์สถานีที่มีคุณค่าเอาไว้ โดยเฉพาะสถานีรถไฟที่มีคุณค่าสูง รวมถึงการวิเคราะห์รูปแบบของการอนุรักษ์เพื่อให้สถานีเก่านั้นมีความเด่นชัดขึ้นในทุกมิติ รวมถึงการศึกษาความเป็นไปได้ในการปรับปรุงประโยชน์ใช้สอยต่างๆ เพื่อให้สถานีเก่ายังคงคุณค่าและมีชีวิตอยู่ตลอดเวลา เพื่อให้เหล่าคนแก่ที่หมดวาระยังคงอยู่ทั้งในความเป็นศูนย์กลางของชุมชน และผู้เล่าเรื่องราวของอดีตให้กับคนรุ่นใหม่ที่ไม่มีโอกาสได้สัมผัสพวกเขา

เสน่ห์ของสถานีรถไฟแต่ละจังหวัด ศูนย์กลางวิถีชีวิตของชุมชนทั่วไทย, สถานีรถไฟ
เสน่ห์ของสถานีรถไฟแต่ละจังหวัด ศูนย์กลางวิถีชีวิตของชุมชนทั่วไทย, สถานีรถไฟ
สถานีบันไดม้าอาคารไม้ดั้งเดิมที่ได้รับการรีโนเวทด้วยโครงสร้างเดิมแต่วัสดุใหม่ เป็นการอนุรักษ์อาคารสถานีให้ใช้งานได้ต่อไปโดยไม่จำเป็นต้องสร้างใหม่
เสน่ห์ของสถานีรถไฟแต่ละจังหวัด ศูนย์กลางวิถีชีวิตของชุมชนทั่วไทย, สถานีรถไฟ
สถานีเขาเต่า จ.ประจวบคีรีขันธ์ รีโนเวทอาคารสถานีใหม่

ขอเวลาสำรวจ แล้วเราจะพาคุณไปรู้จักกับสถานีรถไฟที่ทรงคุณค่าหลายๆ แห่งในประเทศนี้ หลายแห่งคุณอาจแค่เดินผ่านไปโดยแทบไม่ได้ทำความรู้จักกับมันเลย หรือบางแห่งอาจจะเห็นจนเคยชิน แต่ไม่ได้รู้สึกว่ามันมีคุณค่าแฝงอยู่ หรือบางแห่งคุณอาจจะเห็นค่าของมันในวันที่มันไม่อยู่แล้วก็ได้

เสน่ห์ของสถานีรถไฟแต่ละจังหวัด ศูนย์กลางวิถีชีวิตของชุมชนทั่วไทย, สถานีรถไฟ
สถานีชุมทางเขาชุมทอง จ.นครศรีธรรมราช อาคารไม้ดั้งเดิมที่ยังใช้งานอยู่ นับเป็นสถานีที่มีรูปแบบสถาปัตยกรรมอาคารและหลังคาชานชาลาที่มีเอกลักษณ์อีกแห่ง
เสน่ห์ของสถานีรถไฟแต่ละจังหวัด ศูนย์กลางวิถีชีวิตของชุมชนทั่วไทย, สถานีรถไฟ
โถงรอการโดยสารสถานีอยุธยา 

Writer & Photographer

Avatar

วันวิสข์ เนียมปาน

มนุษย์ผู้มีรถไฟไทยเป็นเพื่อนสนิท และอยากแนะนำเพื่อนให้ชาวบ้านสนิทด้วย รักการเดินทางและชอบเดินเป็นชีวิตจิตใจ

Along the Railroad

เรื่องราวและเรื่องเล่าเกี่ยวกับรถไฟจากชายผู้ใช้ชีวิตอยู่กับรถไฟมาตลอด 30 ปี

สถานการณ์โรคระบาดในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาทำให้การเดินทางและการท่องเที่ยวหยุดชะงักไปก็ไม่น้อย ความคิดถึงการเดินทางด้วยรถไฟมันก็คุกรุ่นอยู่ในใจ อยากคว้ารองเท้าผ้าใบออกมาสวม เอาเป้มาสะพาย เอากล้องออกไปส่องโลกบนสองรางเหล็กให้หายคิดถึง

จนเมื่อความคลี่คลายค่อย ๆ คืบคลานเข้ามา ล้อเหล็กที่เคยหยุดนิ่งกลับมาหมุนวนบนรางเหล็กอีกครั้ง รถไฟขบวนยาวเริ่มเดินทางต่อแม้สมาชิกจะไม่ครบทุกขบวนก็ตาม

และนี่คือภาพถ่ายในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา บนเส้นทางรถไฟประเทศไทย

#01

ขบวนสุดท้าย…ก่อนบายเธอ

สะพานมิตรภาพไทย-ลาว หนองคาย-ท่านาแล้ง

13 ภาพถ่ายเรื่องราวรถไฟทั่วไทยใน 2 ปีที่ผ่านมา ของแฟนพันธุ์แท้รถไฟไทย

ก่อนการระบาดใหญ่จนต้องปิดพรมแดนระหว่างประเทศ รถไฟขบวนน้อยน่ารักที่เชื่อมการเดินทางระหว่างไทย-ลาว วิ่งข้ามประเทศเป็นครั้งสุดท้าย โดยที่ไม่มีใครรู้เลยว่าการงดรถไฟระหว่างประเทศจะกินเวลายาวเป็นปี

ทางรถไฟจากไทยข้ามไปลาวใช้สะพานเดียวกับถนน รางเหล็กถูกฝังอยู่บนสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 1 ข้ามแม่น้ำโขงที่เป็นพรมแดนธรรมชาติ เมื่อขบวนรถไฟมาถึง ถนนจะถูกกั้นทั้งสองฝั่ง จนกว่ารถไฟขบวนน้อยจะวิ่งข้ามไปจนถึงอีกฝั่งการจราจรบนถนนจึงกลับมาเป็นปกติ

นี่เป็นขบวนสุดท้าย ก่อนบายเธอไป…เกือบ 2 ปี

#02

คนดูรถ

สถานีกรุงเทพ (หัวลำโพง) กรุงเทพมหานคร

13 ภาพถ่ายเรื่องราวรถไฟทั่วไทยใน 2 ปีที่ผ่านมา ของแฟนพันธุ์แท้รถไฟไทย

ในทุก ๆ วัน รถไฟทุกตู้จะต้องถูกเช็ดถูภายนอกและภายในรถ ภายนอกรถอาจจะเป็นส่วนที่สกปรกง่ายที่สุด เพราะต้องวิ่งฝ่าแดดลมฝนฝุ่นในแต่ละวัน มดงานเหล่านี้มีหน้าที่ชำระล้างก่อนรถไฟจะออกจากสถานี

ไม่ใช่เพียงแค่ข้างนอก แต่ข้างในเองก็เช่นกัน โดยเฉพาะช่วงที่โรคระบาดแพร่ใหม่ ๆ งานทำความสะอาดต้องเพิ่มขึ้นมาเป็นเท่าตัวเพื่อเช็ดเบาะที่นั่งทุก ๆ ที่ ให้เราได้นั่งรถไฟกันอย่างสบายใจ

#03

คนดูราง

สถานีบ้านด่าน จ.อุตรดิตถ์

13 ภาพถ่ายเรื่องราวรถไฟทั่วไทยใน 2 ปีที่ผ่านมา ของแฟนพันธุ์แท้รถไฟไทย

ในทุก ๆ วัน ที่รถไฟวิ่งบนรางเหล็กย่อมมีความชำรุดเกิดขึ้นจากการใช้งาน คนดูแลรางของฝ่ายโยธาจำเป็นต้องตรวจสภาพทางทุก ๆ วันด้วยรถยนต์รางหรือที่เรียกกันว่ารถต๊อก

รถเหล็กหน้าตาน่ารักสีเหลืองส่งเสียงดัง ต๊อก ๆๆๆๆๆ พร้อมธงสีแดงปักเอาไว้ เป็นสัญญาณให้เรารู้ว่า หน้าที่ของคนตรวจทางได้เริ่มขึ้นในช่วงเช้าของทุกวัน เพื่อสอดส่องสายตาหาความชำรุดเล็ก ๆ น้อย ๆ และจัดการซ่อมแซมให้การเดินทางด้วยรถไฟปลอดภัยต่อไป

#04

รอคอย

สถานีพิจิตร จ.พิจิตร

13 ภาพถ่ายเรื่องราวรถไฟทั่วไทยใน 2 ปีที่ผ่านมา ของแฟนพันธุ์แท้รถไฟไทย

แม้ในช่วงที่งดวิ่งรถไฟไปหลายขบวน ตามมาตรการของรัฐเพื่อลดการเดินทางระหว่างจังหวัดและเคอร์ฟิวในช่วงเวลากลางคืน จนรถไฟข้ามคืนต้องงดให้บริการทุกขบวน แต่กระนั้นแล้วชีวิตของคนที่ยังจำเป็นต้องเดินทางยังคงมีอยู่ จนการผ่อนคลายเกิดขึ้นในช่วงระยะหนึ่ง มีการเปิดขบวนรถสายยาวช่วงกลางวันขึ้นเป็นกรณีพิเศษ เพื่อให้คนที่ยังจำเป็นต้องเดินทางได้ไปมาหาสู่ทำธุระกันได้ เราเห็นผู้คนมากมายยืนรอคอยรถไฟบนชานชาลา และเมื่อรถไฟขบวนนั้นออกจากสถานีไป ความเงียบก็กลับมาปกคลุมสถานีรถไฟอีกครั้ง

#05

อรุณสวัสดิ์

ตลาดเก๊าจาว จ.ลำปาง

13 ภาพถ่ายเรื่องราวรถไฟทั่วไทยใน 2 ปีที่ผ่านมา ของแฟนพันธุ์แท้รถไฟไทย

ทางรถไฟตัดผ่านที่ไหน ชุมชนย่อมเกิดขึ้นที่นั่น เมื่อชุมชนเกิดขึ้นก็ต้องมีเส้นทางสัญจรข้ามไปมา และเมื่อพบกับทางรถไฟก็จะต้องตัดผ่านเพื่อข้ามไปอีกฟาก ในบางเมืองนั้นทางรถไฟกับถนนอยู่คนละระดับกัน ไม่ถนนก็ทางรถไฟต้องเป็นฝ่ายที่ต้องยกหนี

ตลาดเก๊าจาวอยู่ใกล้กับสะพานรถไฟข้ามแม่น้ำวัง เมืองลำปางในช่วงเช้านั้นคึกคักและวุ่นวายมาก ทั้งรถราและรถไฟจากกรุงเทพฯ ที่มาถึงในช่วงเช้าพอดี ถนนเส้นเล็กนี้ลอดใต้ทางรถไฟเพื่อเชื่อมชุมชนสองฝั่งให้ถึงกัน ถ้าช่วงไหนรถไฟผ่านมา เราก็จะได้เห็นพี่รถไฟไซส์จัมโบ้ข้ามสะพาน จนรถราบนถนนดูเล็กจ้อยทีเดียว

#06

เพื่อนเดินทาง

สถานีสุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส

13 ภาพถ่ายเรื่องราวรถไฟทั่วไทยใน 2 ปีที่ผ่านมา ของแฟนพันธุ์แท้รถไฟไทย

สถานีสุไหงโก-ลก คือสุดท้ายปลายทางของสายใต้ และเป็นสถานีใต้สุดของประเทศไทยที่ห่างจากกรุงเทพฯ ถึงพันกว่ากิโลเมตร ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ขบวนรถที่มาถึงปลายทางแห่งนี้มีเพียงรถเร็วขบวนเลขที่ 171 และ 172 เท่านั้น ทำให้การเดินทางมีเพียงแค่เที่ยวเดียวต่อวันจากกรุงเทพฯ ผู้โดยสารมากมายที่ใช้รถไฟเดินทางข้ามคืนมากับขบวนนี้

เวลาบนรถร่วม 20 ชั่วโมงสร้างความสัมพันธ์ของผู้เดินทางได้ไม่ยากจากการพูดคุย เมื่อเริ่มต้นเดินทางเราอาจจะยังไม่รู้จักใคร แต่เมื่อลงจากรถ เราอาจโบกมือลาเพื่อนเดินทางในตู้เดียวกันนั้นโดยไม่รู้ตัว

#07

เผชิญหน้า

สถานีปางต้นผึ้ง จ.อุตรดิตถ์

13 ภาพถ่ายเรื่องราวรถไฟทั่วไทยใน 2 ปีที่ผ่านมา ของแฟนพันธุ์แท้รถไฟไทย

ทางรถไฟส่วนใหญ่ของไทยยังคงเป็นทางเดี่ยว การสวนทางต้องเกิดขึ้น ณ จุดที่เป็นสถานีเท่านั้น การสวนทางกันในสถานีหรือที่เรียกว่า ‘รอหลีก’ มักเป็นช่วงที่คนบนรถไฟลงมายืดเส้นยืดสาย และถือโอกาสเยี่ยมชมสถานีนั้น ๆ ไปด้วย ซึ่งก็มีไม่น้อยที่บรรยากาศดี

ปางต้นผึ้งที่นี่ก็เช่นกัน นับว่าเป็นสถานีแรกเลยก็ว่าได้ที่เป็นจุดเริ่มต้นของทางรถไฟซึ่งไต่ไปตามขุนเขาของภาคเหนือ และในวันที่ประจวบเหมาะ รถด่วน 51 ปลายทางเชียงใหม่ และรถเร็ว 112 จากเด่นชัย ก็จะมาเจอกันที่นี่ โดยรถด่วน 51 จะจอดรถในทางประธาน และรถเร็ว 112 จะลงเขามาเพื่อเลี้ยวเข้าทางหลีกมารับคนหน้าสถานี ภาพที่เห็นข้างหน้าก็คือรถไฟ 2 ขบวนเผชิญหน้ากัน

#08

พี่เห็นหนูด้วยหรอคะ

อุทยานแห่งชาติดอยขุนตาล จ.ลำพูน

13 ภาพถ่ายเรื่องราวรถไฟทั่วไทยใน 2 ปีที่ผ่านมา ของแฟนพันธุ์แท้รถไฟไทย

เห็นสิ ทำไมจะไม่เห็น

บนลานกางเต็นท์ของอุทยานแห่งชาติดอยขุนตาล มีพื้นที่ชมวิวที่มองออกไปต้องสดชื่นเพราะความเขียวขจีของป่า เห็นหมู่บ้านเป็นเวิ้งเล็ก ๆ อยู่ไกล ๆ และถ้ามองลงต่ำลงมาอีกหน่อย จะเห็นเส้นสีขาว ๆ จาง ๆ ของทางรถไฟเลี้ยวลดไปตามไหล่เขา

เมื่อเสียงหวีดดังขึ้น เป็นสัญญาณว่ารถไฟกำลังออกจากสถานีขุนตาน ไม่กี่อึดใจเดียว เจ้ารถไฟขบวนยาวบ้างสั้นบ้างก็ค่อย ๆ เลื้อยออกมาจากเงาไม้ ละม้ายคล้ายงูเหล็กที่เลื้อยผ่านต้นไม้ต้นแล้วต้นเล่า ความสนุกสนานคือคนที่ลานกางเต็นท์จะชี้ชวนกันดูรถไฟ บ้างก็เห็น บ้างก็ไม่เห็น

แล้วพี่ล่ะ เห็นน้องไหมจากบนดอยนั้น

#09

รับน้อง

สะพานทาชมภู จ.ลำพูน

ภาพถ่าย เรื่องราว ความทรงจำ สองข้างทางรถไฟ ระหว่าง พ.ศ. 2564 - 2565 ที่น่าบันทึกเก็บไว้ ของแฟนพันธุ์แท้รถไฟไทย

เจ้าหัวรถจักร QSY สีแดง/เทา หน้าตาดูแปลกตาเพราะไม่หน้าเหลืองเหมือนรถจักรที่รถไฟไทยใช้อยู่ ถือได้ว่าเป็นน้องใหม่ที่รุ่นพี่จับตามอง เพราะความสดใส (ของสี) และใหม่สด ไม่ว่าจะเป็นแฟนรถไฟคนไหนก็อยากเห็นน้องตัวเป็น ๆ

แต่ก่อนที่น้องจะต้องออกทำงานทำการนั้น ต้องมีการทดสอบสมรรถนะเสียก่อน และโจทย์ใหญ่ที่สุดคือการทดสอบลากจูงบนเส้นทางภูเขา ซึ่งดอยขุนตาลเป็นเหมือนข้อสอบไฟนอลของน้องที่ถ้าทำข้อสอบไม่ผ่านก็ไม่ได้ไปต่อ

นี่น่าจะเป็นกิจกรรมดักถ่ายรูปรถไฟต่างจังหวัดแรก ๆ ของเราเลยก็ว่าได้ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา สะพานทาชมภูเป็นหมุดหมายหนึ่งที่ตั้งใจจะต้องเก็บภาพให้ได้ และโชคหล่นทับที่มีคาเฟ่ความสูง 3 ชั้นตั้งอยู่ตรงมุมทองของโค้งนี้พอดี จึงทำให้ได้ภาพที่สะสวยรูปนี้มา

พี่มารับน้องใหม่แล้วนะเออ

#10

มุมบังเอิญ

สถานีการเคหะ กรุงเทพมหานคร

ภาพถ่าย เรื่องราว ความทรงจำ สองข้างทางรถไฟ ระหว่าง พ.ศ. 2564 - 2565 ที่น่าบันทึกเก็บไว้ ของแฟนพันธุ์แท้รถไฟไทย

การถ่ายรูปรถจักรไอน้ำทุกครั้งที่วิ่งเป็นภารกิจสำคัญของคนรักรถไฟที่มักมาพร้อมหน้ากันโดยมิได้นัดหมายเหมือนวันมาฆบูชา แต่นับวันผ่านไปสถานที่ที่ถ่ายรูปเริ่มซ้ำ เริ่มคนเยอะขึ้นเรื่อย ๆ จึงต้องสรรหาสถานที่ใหม่ ๆ เพื่อให้รูปดูใหม่สดและมุมแปลกอยู่เสมอ จนกระทั่งวันหนึ่งได้เห็นชัยภูมิที่สวยงามจากการลากกระเป๋ามาขึ้นรถไฟฟ้า นั่นคือสถานีการเคหะ

วันจริง มีเพียงไม่กี่คนที่มาอยู่มุมนี้ (ใช่ เราคงคิดเหมือนกัน) มุมมองนี้มันสวยมาก โล่งมาก และเห็นรถจักรไอน้ำแบบเต็มขบวนโดยไม่ต้องกังวลว่าใครจะมาบังหน้ากล้อง แต่ที่บังเอิญไปยิ่งกว่าราวกับนัดแต่ไม่ได้นัด เมื่อรถจักรไอน้ำสีดำทะมึนกำลังวิ่งมาถึงจุดถ่ายรูปนั้น เจ้ารถไฟสายสีแดงตัวขาวก็เคลื่อนออกจากสถานีแบบพอดิบพอดี จนได้รูปของรุ่นทวดและรุ่นเหลนมาเจอกันโดยไม่ได้นัดหมายแบบบังเอิญ ๆ

#11

กลับบ้าน

สถานีกรุงเทพ (หัวลำโพง)

ภาพถ่าย เรื่องราว ความทรงจำ สองข้างทางรถไฟ ระหว่าง พ.ศ. 2564 - 2565 ที่น่าบันทึกเก็บไว้ ของแฟนพันธุ์แท้รถไฟไทย

วันนั้นฝนตกหนักมาก เป็นวันสิ้นสุดภารกิจของขบวนรถจักรไอน้ำนำเที่ยว ปกติแล้วคุณทวดจะโชว์ตัวอยู่ที่สถานีกรุงเทพระยะหนึ่งแล้วจึงเดินทางกลับ แต่เผอิญว่าพระพิรุณไม่รู้ไปโกรธใครมา ไม่พูดไม่จาก็ถล่มลงมาจนไปไหนไม่ได้

แต่รถจักรไอน้ำกลับได้

ความร้อนของไอน้ำและตัวถังรถ มาเจอกับความเย็นของฝนเม็ดใหญ่ที่ถล่มลงมาแบบไม่ลืมหูลืมตาจนเป็นฝ้าไปหมด ทำให้ไอน้ำสีขาวของคุณทวดไอน้ำยิ่งเด่นชัดขึ้นในสายฝนนั้น

ความดำทะมึนของตัวรถ ความขาวของไอน้ำ และแสงไฟสีแดงสองดวงเหมือนลูกตาเหมือนกับอสุรกายดุดันที่กำลังจ้องเราอยู่จากสายฝนที่โหมกระหน่ำ

แต่คุณทวดไม่ใช่อสุรกาย เขาคือคนแก่ใจดีที่ส่งเสียงฉึกฉักแข่งกับเสียงฝนเสียงฟ้า ก่อนจะค่อย ๆ ลับหายไปในม่านฝนเพื่อพักผ่อนรอออกมาเจอพวกเราใหม่ในรอบถัดไป

#12

แดงไหน

สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์

ภาพถ่าย เรื่องราว ความทรงจำ สองข้างทางรถไฟ ระหว่าง พ.ศ. 2564 - 2565 ที่น่าบันทึกเก็บไว้ ของแฟนพันธุ์แท้รถไฟไทย

เจ้าหนูลมกรดหน้าแป้นทะยานตัวด้วยความเร็วจากสถานีกลางกรุงเทพฯ หรือที่รู้จักกันว่าสถานีกลางบางซื่อไปทางรังสิตและตลิ่งชัน นี่คือรถไฟสายสีแดงทีเป็นน้องใหม่ไฟแรง (รถก็แรง) ของชาวกรุงเทพฯ และปทุมธานี

ในช่วงแรกที่สายสีแดงเปิดใช้งาน มีเหล่า Railfan มากมายไปนั่งเล่น (เพราะมันฟรี) จากคนน้อยในช่วงแรก ๆ เพราะคน Work from Home ก็ค่อย ๆ เพิ่มปริมาณคนเยอะขึ้นหลังจากสถานการณ์คลี่คลาย จนตอนนี้น้องแดงมีเพื่อนใหม่เป็นมนุษย์มากมายหลังจากเหงาหงอยมานาน

ทุกครั้งที่ขึ้นมาบนชานชาลา ก็จะต้องเซย์ไฮทักทายน้องก่อนจากมุมบันไดนี้ทุกครั้ง และถ้ามีน้องเข้ามา2 ขบวน ก็จะเห็นเจ้าหนูหน้าแป้นยืนต้อนรับเราอยู่ตรงชานชาลานั้นเอง

#13

ขึ้นทางด่วน

สถานีจตุจักร กรุงเทพมหานคร

ภาพถ่าย เรื่องราว ความทรงจำ สองข้างทางรถไฟ ระหว่าง พ.ศ. 2564 - 2565 ที่น่าบันทึกเก็บไว้ ของแฟนพันธุ์แท้รถไฟไทย

พ.ศ. 2566 เมื่อโลกเริ่มกลับเข้าสู่สภาวะปกติ การเดินทางกลับมาคึกคักขึ้น นักท่องเที่ยวเริ่มกลับมาเดินทาง และรถไฟไทยกำลังจะใช้สถานีกลางกรุงเทพฯ หรือที่เราเคยรู้จักกันว่าสถานีกลางบางซื่อเต็มรูปแบบ ซึ่งรถไฟปู๊น ๆ ส่วนใหญ่จะย้ายจากหัวลำโพงมาสถานีกลางด้วย จึงทำให้รถไฟที่ออกจากสถานีกลางต้องวิ่งบนทางยกระดับร่วมกับรถไฟสายสีแดง ซึ่งปีที่ผ่านมาก็ได้มีการซ้อมเดินรถร่วมกับสายสีแดงเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เพื่อทดสอบการเดินรถ รวมถึงฝึกอบรมคนขับให้เรียนรู้กับสภาพทางและเส้นทางใหม่

มันเลยดูเหมือนรถไฟปู๊น ๆ ไปวิ่งอยู่บนทางด่วน ไม่ใช่แค่รถที่ออกจากสถานีกลาง รถที่ออกหัวลำโพงก็จะต้องขึ้นมาวิ่งบนนี้เหมือนกัน คงน่าตื่นเต้นเหมือนกันที่จากเดิมเคยนั่งรถไฟวิ่งบนพื้นขนานกับถนนวิภาวดีรังสิตไปเรื่อย ๆ ส่วนของใหม่มาวิ่งด้านบนขนานระดับเดียวกับดอนเมืองโทลเวย์ด้วยความเร็วแบบเต็มพิกัด

วิวจากหน้าต่างจะเป็นยังไงกันเนี่ย

แค่คิดก็สนุกแล้ว

Writer & Photographer

Avatar

วันวิสข์ เนียมปาน

มนุษย์ผู้มีรถไฟไทยเป็นเพื่อนสนิท และอยากแนะนำเพื่อนให้ชาวบ้านสนิทด้วย รักการเดินทางและชอบเดินเป็นชีวิตจิตใจ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load