‘ถ้าอ่านข้อความนี้จบ แสดงว่ามึงจ้องกูนานไปละ’

ข้อความนี้เป็นสกรีนตัวอักษรใหญ่ชัดเจน ด้านหน้าของเสื้อยืดวัยรุ่นสีขาวตัวหนึ่ง แขวนขายอยู่บนหุ่นนางแบบในร้านขายเสื้อยืดแห่งหนึ่ง 

ผู้เขียนอ่านจบแล้วอดยิ้มไม่ได้ พลางกวาดสายตาไปดูเสื้อยืดหลากหลายตัวอักษรในร้าน เห็นข้อความน่าสนใจมากมาย สะท้อนมิติต่างๆ ของผู้คนในสังคม

นอกจากเสื้อยืดที่วางขายตามร้านค้าแล้ว ทุกครั้งที่มีการจัดงานเทศกาลต่างๆ ตั้งแต่ระดับงานกีฬาสีของโรงเรียน งานคอนเสิร์ต งานอีเวนต์ งานเปิดตัวสินค้า ไปจนถึงการประท้วงการชุมนุมทางการเมืองทุกครั้ง สินค้าขายดีตลอดกาลอย่างหนึ่งของงานเหล่านี้คือเสื้อยืดคอกลมหรือเสื้อ T-shirt 

 T-shirt มีความหมายถึงเสื้อไม่มีกระดุม ปกเสื้อ และกระเป๋า โดยมีลักษณะคอกลมและแขนสั้น แขนเสื้อจะไม่เลยข้อศอก รูปร่างของเสื้อจึงคล้ายกับตัว T กลายเป็นที่มาของคำว่า T-shirt

ผมรู้จักเสื้อยืดสมัยเป็นนักเรียน ในวิชาพละศึกษา นักเรียนทุกคนจะเปลี่ยนเสื้อเชิ้ตมาสวมเสื้อยืดขาวตราห่านคู่เนื้อผ้าทอจากฝ้าย สวมรองเท้าผ้าใบ เพื่อมาออกกำลังกาย หรือพอย่างเข้าหน้าหนาว กลับมาบ้านก็เห็นเสื้อยืดของคุณพ่อชอบใส่อยู่บ้าน จำได้ว่าเนื้อผ้าไม่ใช่ฝ้ายร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่เป็นใยสังเคราะห์ทำให้เบาสบาย ยี่ห้อมงตากูของฝรั่งเศส ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นต้นกำเนิดของเสื้อยืดที่นำมาเป็นเสื้อชั้นในของสุภาพบุรุษ เช่นเดียวกับสหรัฐอเมริกา 

ทั้งสองประเทศพยายามอ้างมาตลอดว่า ต้นกำเนิดของเสื้อยืดมาจากประเทศของตัวเอง

เสื้อยืดสกรีน Quote การสื่อสารราคาถูกที่แสดงพลังในทุกคอนเสิร์ตหรือชุมนุมประท้วง, ประวัติ เสื้อยืด
เสื้อมงตากู (Montagut) ของฝรั่งเศส
ภาพ : montagut.com

อันที่จริงเสื้อยืดมีประวัติมายาวนานมาก กล่าวกันว่าเสื้อยืดในปัจจุบันมีพัฒนาการมาจากเสื้อชั้นในที่ทอจากฝ้ายตั้งแต่สมัยอียิปต์หลายพันปีทีเดียว แต่เอาเข้าจริงเสื้อยืดเริ่มเป็นที่รู้จักของโลกสมัยใหม่ไม่ถึงร้อยปี เป็นที่รู้จักในโลกตะวันตกปลายศตวรรษที่ 19 เมื่อเสื้อคอกลมไม่มีปก ไม่มีกระดุมเส้นใยถักทอจากเนื้อฝ้าย เป็นที่นิยมของบรรดาคนงานขุดเหมืองและกรรมกรแบกสินค้าตามท่าเรือ เนื่องมาจากทำงานท่ามกลางอากาศร้อน เสื้อยืดเบาสบายกว่า

ต่อมาเสื้อยืดคอกลมเริ่มเป็นที่แพร่หลายมากขึ้นหลังสงครามสเปน-สหรัฐอเมริกา ในช่วงต้นศตวรรษที่ 1900 เสื้อยืดคอกลมสีขาวกลายเป็นเสื้อชั้นในของทหารเรืออย่างเป็นทางการ และหากต้องออกปฏิบัติงานในภูมิอากาศร้อน บรรดาทหารเรือก็จะถอดชุดเครื่องแบบออก และใช้เสื้อยืดสีขาวเป็นชุดทำงานเลย โดยเฉพาะในเรือดำน้ำที่มีอากาศอบอ้าวเป็นพิเศษ

ขณะที่คนทั่วไปในสหรัฐอเมริกาโดยเฉพาะบรรดาชนชั้นแรงงานก็นิยมใส่เสื้อยืดเพื่อทำงานในปศุสัตว์ ในไร่ ในโรงงานอุตสาหกรรม เพราะเป็นเสื้อสวมใส่ง่าย สบาย ราคาไม่แพง และทำความสะอาดง่าย และเมื่อเกิดการตกต่ำทางเศรษฐกิจครั้งใหญ่ใน ค.ศ. 1930 เสื้อยืดได้รับความนิยมมากขึ้นจากราคาถูก พอเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 ภาพที่เห็นทหารใส่เครื่องแบบครึ่งท่อน คือเสื้อคอกลมและกางเกงทหารกลายเป็นภาพชินตาของคนรุ่นนั้น ขนาดนิตยสาร LIFE ในเวลานั้นเอารูปทหารใส่เสื้อยืดขึ้นปกและคำว่า เสื้อ T-shirt ก็เป็นชื่อที่คนเรียกติดปากมากขึ้น จากเสื้อที่มีลัษณะเป็นตัว T และกองทัพอเมริกาเรียกเสื้อชนิดนี้ว่า Training Shirt

แต่เสื้อยืดโด่งดังกลายเป็นแฟชั่นระบาดไปทั่วโลก น่าจะเกิดจากภาพยนตร์ฮอลลีวูดชื่อดัง รถรางคันนั้นชื่อปรารถนา (A Streetcar Named Desire) ใน ค.ศ. 1951 นำแสดงโดยมาร์ลอน แบรนโด (Marlon Brando) สร้างยอดขายเสื้อยืดในปีนั้นได้มากถึง 180 ล้านเหรียญดอลลาร์ฯ

เสื้อยืดสกรีน Quote การสื่อสารราคาถูกที่แสดงพลังในทุกคอนเสิร์ตหรือชุมนุมประท้วง, ประวัติ เสื้อยืด
ภาพ : lh5.googleusercontent.com

ตามมาด้วยภาพยนตร์เรื่อง Rebel Without a Cause นำแสดงโดยเจมส์ ดีน (James Dean) ใน ค.ศ. 1955 พระเอกรูปหล่อ กล้ามใหญ่ สวมเสื้อยืดคับอกกับกางเกงยีนส์แสนเท่ กลายเป็นแฟชั่นวัฒนธรรมส่งออกของอเมริการะบาดไปสู่วัยรุ่นทั่วโลกยุคนั้น

เสื้อยืดสกรีน Quote การสื่อสารราคาถูกที่แสดงพลังในทุกคอนเสิร์ตหรือชุมนุมประท้วง, ประวัติ เสื้อยืด
ภาพ : assets.st-note.com

ช่วงเวลานั้น แฟชั่นเสื้อยืดคอกลมที่ระบาดไปทั่วโลก ยังไม่ได้เปล่งพลังของเสื้อยืดออกมาอย่างชัดแจ้ง จนกระทั่งใน ค.ศ. 1960 เสื้อยืดกลายเป็นสัญลักษณ์ของกบฏหรือคนที่คิดต่างจากรัฐบาล โดยเฉพาะการต่อต้านสงครามเวียดนาม ก่อนจะพัฒนากลายเป็นเสื้อโฆษณาอย่างแพร่หลาย

ในสังคมตอนนั้น แม้เสื้อยืดจะได้รับความนิยมมาก แต่เสื้อยืดก็ยังมีภาพลักษณ์ของความไม่เรียบร้อย ความมักง่าย ซึ่งตรงกับจริตของกลุ่มคนหนุ่มสาว บรรดาบุปผาชนหรือฮิปปี้ผู้ต่อต้านสงคราม ไม่ต้องการให้รัฐบาลอเมริกันเกณฑ์ทหารไปสู้รบในสงครามเวียดนาม

เสื้อยืดได้ถูกออกแบบให้มีการสกรีนสิ่งที่ตัวเองเชื่อ ไม่ว่าจะเป็นคำพูด คำโฆษณา ภาพวาดบนเสื้อยืด เพื่อบอกคนอื่นว่า คนที่กำลังใส่เสื้อยืดตัวนั้นคิดหรือเชื่ออะไรอยู่ โดยเฉพาะการต่อต้านรัฐบาล สงคราม และสันติภาพ

บางคนบอกว่าเสื้อยืดก็เปรียบเสมือนเฟรมผ้าใบสีขาว ที่ผู้คนจะแต่งแต้ม ระบาย หรือเขียนข้อความอะไรลงไปเพื่อบอกเรื่องราวต่างๆ ของตัวเอง หรือสิ่งที่ตัวเองสนใจในช่วงเวลานั้น

ไม่น่าแปลกใจที่เสื้อยืดสกรีนรูปเช เกบารา นักปฏิวัติฝ่ายซ้าย ซึ่งเป็นเสื้อที่บรรดาผู้ประท้วงสงครามนิยมสวมใส่เพื่อสะท้อนความคิดขบถต่อสังคม กลายเป็นเสื้อยืดขายดีถล่มทลายติดอันดับจนถึงทุกวันนี้ รวมไปถึงเสื้อยืดสกรีน คำว่า PEACE หรือสัญลักษณ์สันติภาพ 

เสื้อยืดสกรีน Quote การสื่อสารราคาถูกที่แสดงพลังในทุกคอนเสิร์ตหรือชุมนุมประท้วง, ประวัติ เสื้อยืด
ภาพ : encrypted-tbn0.gstatic.com

 และอีกด้านหนึ่ง แฟนเพลงที่ชื่นชอบวงดนตรีชั้นนำ โดยเฉพาะในช่วงที่เพลงร็อกได้รับความนิยมสูงสุด ในช่วงยุค 70 – 80 จากเสื้อของวงดนตรีร็อก นักดนตรีต่างพากันใส่เสื้อยืดสกรีนรูปวงดนตรีของตัวเอง อาทิ The Rolling Stone, Bob Marley, Jimi Hendrix, Pink Floyd ฯลฯ จนแฟนเพลงพากันซื้อใส่ ได้รับความนิยมถล่มทลาย แทบจะเรียกได้ว่า ยอดจำหน่ายเสื้อยืดรูปศิลปินเหล่านี้อาจจะมีปริมาณมากกว่าอัลบั้มที่ขายออกมาเสียอีก

และตั้งแต่ ค.ศ. 1970 บรรดาบริษัทชื่อดังอย่าง Coca-Cola หรือ Mickey Mouse ก็เริ่มทำการตลาดและโฆษณาด้วยการสกรีนตราสินค้าลงบนหน้าอกเสื้อยืด บริษัทเสื้อผ้าชื่อดังหลายยี่ห้อก็เริ่มลงมาเล่นตลาดเสื้อยืด โดยสกรีนโลโก้เสื้อของตัวเองกลางหน้าอก เพื่อเป็นการย้ำแบรนด์ของตัวเอง เสื้อผ้าวัยรุ่น Calvin Klein เป็นยี่ห้อแรกที่ลงมาเล่นกับตลาดเสื้อยืดอย่างจริงจัง ตามมาด้วยอีกหลายแบรนด์ อาทิ Ralph Lauren, The Gap จนประสบความสำเร็จ ทำให้เสื้อผ้ายี่ห้อดังเกือบทุกยี่ห้อต้องลงมาเล่นตลาดเสื้อยืด เพื่อสร้างมูลค่าแบรนด์สินค้าของตัวเอง เช่นเดียวกับเสื้อยืดที่สกรีนหน้าอกว่า I ♥ N Y โดยนักออกแบบชื่อดัง มิลตัน กลาเซอร์ (Milton Glaser) ได้กลายเป็นต้นแบบของเสื้อยืดสไตล์นี้แทบทุกเมืองใหญ่ในโลก

ช่วงหนึ่งของชีวิตผู้เขียน มีโอกาสหาเงินด้วยการช่วยเพื่อนทำเสื้อยืดขายอย่างเป็นล่ำเป็นสัน มีร้านขายที่ตลาดนัดสวนจตุจักร กิจการขายดี ขยายสาขาเพิ่มขึ้น โดยจับกลุ่มลูกค้านักศึกษาและคนรุ่นใหม่ งานของผมคือการคิดแบบเสื้อ ด้วยคำพูดที่แสดงตัวตนของคนสวมใส่ เสื้อที่ขายดี จะสกรีนเรื่องราวเกี่ยวกับธรรมชาติ สันติภาพ และคำพูดเท่ๆ ของคนดัง ดารา นักร้อง

จำได้ว่าเสื้อยืดแบบหนึ่งเป็นรูปจอห์น เลนนอน (John Lennon) และสกรีนคำพูดตอนหนึ่งในบทเพลง Imagine อันโด่งดัง

“You may say I’m a dreamer

But I’m not the only one

I hope someday you will join us

And the world will be as one”

ปรากฏว่าเสื้อยืดรุ่นนี้ขายดีเป็นประวัติการณ์ คนรอซื้อจำนวนมากจนผลิตไม่ทันขาย เพราะเสื้อออกแบบได้สวยงามแล้วยังสามารถแสดงตัวตนของคนสวมใส่ ว่าเขาและเธอคิดอย่างไรในช่วงเวลานั้น แน่นอนว่า นอกจากจะหลงรัก จอห์น เลนนอน แล้ว เนื้อหาเพลงนี้ประกาศตัวตนความเชื่อของคนสวมใส่ด้วย

ทุกวันนี้เสื้อยืดจึงเป็นเสื้อที่คนทั่วโลกนิยมใส่ นอกจากเพื่อการสวมใส่แล้ว ยังเป็นการสื่อสารราคาถูก สามารถเรียกร้องความสนใจจากผู้ที่พบเห็นได้ผ่านสีของเสื้อ โลโก้หรือข้อความที่สกรีนบนเสื้อยืด เพื่อประกาศตัวตน ความเชื่อของผู้สวมใส่ โดยเฉพาะเมื่อมีเหตุการณ์ชุมนุมทางการเมือง ดูเหมือนว่าเสื้อยืดจะกลายเป็นสินค้าขายดีในบรรดาสินค้าที่ระลึกทั้งหลาย 

เพื่อแสดงความเชื่อทางการเมืองของตน

ตอนมีการชุมนุมทางการเมืองของกลุ่มเสื้อแดงที่ราชประสงค์ใน พ.ศ. 2553 มีเสื้อยืดขายดีจะสกรีนคำว่า ‘ไพร่’ เด่นชัดเพื่อประกาศตัวตนของผู้สวมใส่ในช่วงนั้น

พอมีการชุมนุมของกลุ่ม กปปส. ใน พ.ศ. 2556 เสื้อยืดขายดีจะสกรีนคำว่า ‘กบฏ’ เพื่อประกาศตัวตนของผู้สวมใส่อย่างชัดเจน

แม้คำที่ใช้จะต่างกัน แต่คนใส่เสื้อทั้งสองตัวคงจะภูมิใจและอยากแสดงออกด้วยตัวอักษรเชิงสัญลักษณ์นี้

ส่วนปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองระหว่างคนรุ่นใหม่กับรัฐบาลใน พ.ศ. 2563 เสื้อยืดขายดี นอกจากรูปหมุดคณะราษฎรแล้ว ก็คือสกรีนตัวอักษรว่า ‘พึงรู้เถิดว่าประเทศเรานี้เป็นของราษฎร’

หลายคนจึงยืดอกใส่เสื้อยืด เพื่อบอกตัวตน ความเชื่อของเราตั้งแต่อดีตมาจนถึงปัจจุบันอย่างเต็มภาคภูมิ

Writer

วันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์

นามปากกา วันชัย ตัน นักเขียนสารคดี นักวิจารณ์สังคม การเมือง และสิ่งแวดล้อม ผู้ร่วมก่อตั้งและบรรณาธิการบริหารนิตยสารสารคดี อดีตรองผู้อำนวยการองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพแห่งประเทศไทย (THAIPBS) อดีตผู้อำนวยการฝ่ายข่าว สถานีโทรทัศน์ PPTVHD36 มีผลงานเขียนตีพิมพ์เป็นหนังสือ 28 เล่ม เป็นนักเดินทางตัวยง จากความเชื่อที่ว่า การใช้ชีวิตให้มีความสุขควรประกอบด้วยสามสิ่ง คือ ทำงานที่ใจรัก ช่วยเหลือคนรอบข้าง และเดินทางท่องเที่ยว

Small is Beautiful

เรื่องราวเล็กๆ ที่เกิดขึ้นในสังคมแต่ทว่าสวยงามและมีพลังโดย ‘วันชัย ตัน’

“มาเที่ยวญี่ปุ่นมีป่าให้เดินด้วยหรือ”

หลายคนแปลกใจหลังจากผู้เขียนกลับจากเดินป่ามาร่วม 10 วัน พร้อมรูปถ่ายเป็นพยาน อันที่จริงหากเปรียบเทียบพื้นที่ป่าแล้ว ประเทศญี่ปุ่นมีป่ามากกว่าประเทศไทยเสียอีก คือมีป่าประมาณร้อยละ 67 ของพื้นที่ประเทศ ขณะที่ประเทศไทยมีประมาณร้อยละ 29 ของพื้นที่ประเทศ แม้ว่าป่าในประเทศญี่ปุ่นส่วนใหญ่จะเป็นป่ารุ่น 2 ที่ปลูกขึ้นมาใหม่ทดแทนป่าดั้งเดิมที่ถูกตัดไปเมื่อร่วม 100 กว่าปีก่อน

เวลาเดินทาง ทุกคนจะรู้สึกอย่างเดียวกันว่า หากสนใจจะไปเจออะไร ส่วนใหญ่ก็จะโฟกัสหรือจดจ้องไปที่นั้นอย่างเดียว หากเดินทางมาเที่ยวญี่ปุ่นแล้วตั้งใจจะมาเที่ยวเมือง อารมณ์ความรู้สึกตอนนั้นก็คิดจะเดินเที่ยวเมืองเป็นหลัก หากเดินทางมาเที่ยวญี่ปุ่นเพื่อมาเดินดูวัดและปราสาทสำคัญ ก็คิดจะเดินเที่ยวในเมืองเป็นหลัก

เช่นเดียวกัน ทริปนี้ผู้เขียนสนใจจะมาเดินป่าที่ญี่ปุ่น พอลงเครื่องบิน เมืองรายทางแทบจะเป็นทางผ่าน ใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ตามป่าเขามากกว่า เครื่องบินจากเมืองไทยมาจอดที่จังหวัดฟุกุโอกะบนเกาะคิวชูทางตอนใต้ของญี่ปุ่น จุดหมายสำคัญของนักท่องเที่ยวไทย แต่เราไม่ได้เข้าเมือง นั่งรถไฟความเร็วสูงชินคันเซ็นลงใต้ไปจังหวัดคุมาโมโตะ

ชินคันเซ็น แปลว่า สายทางไกลสายใหม่ เป็นชื่อเรียกเครือข่ายรถไฟความเร็วสูงในประเทศญี่ปุ่น โดยรัฐบาลเป็นเจ้าของ เปิดใช้งานครั้งแรกใน พ.ศ. 2507 ต้อนรับการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกที่กรุงโตเกียว  และขยายโครงข่ายไปทั่วประเทศ แต่เป็นกิจการที่ใช้เงินลงทุนมหาศาล จนการรถไฟญี่ปุ่นเป็นหนี้จนแทบล้มละลาย ในที่สุดก็ต้องแปรรูปให้บริษัทเอกชน 4 แห่งรับมาดำเนินการต่อเมื่อยี่สิบกว่าปีก่อน

ปัจจุบันเส้นทางรถไฟความเร็วสูงมีระยะทางประมาณ 2,800 กิโลเมตร วิ่งด้วยความเร็ว 240 – 320 กิโลเมตร / ชั่วโมง และเคยทำลายสถิติโลกจากการวิ่งด้วยความเร็ว 603 กิโลเมตร / ชั่วโมง ซึ่งรถไฟความเร็วสูงที่ได้รับการยอมรับในประสิทธิภาพจากทั่วโลกมี 3 ประเทศคือ เยอรมนี ฝรั่งเศส และญี่ปุ่น

เคยสงสัยไหมว่าทำไมหัวขบวนรถไฟหัวกระสุนจึงมีสภาพคล้ายปากนกยื่นออกมา คำตอบคือ รถไฟความเร็วสูงยุคแรกๆ เมื่อแล่นผ่านอุโมงค์จะเกิดคลื่นความดันของอากาศจากความเร็วของรถไฟ เมื่อพุ่งผ่านอากาศจะเกิดเสียงโซนิกบูมดังมาก เป็นมลพิษทางอากาศของประชาชนแถวนั้น ซึ่งวิศวกรก็แก้ไขไม่ได้สักที

จนกระทั่ง อิไอจิ นาคัตสุ วิศวกรนักดูนก สังเกตเห็น ‘นกกระเต็น’ เอาหัวพุ่งจากอากาศที่มีความต้านทานต่ำลงสู่ผิวน้ำที่มีความต้านทานสูงเพื่อจับปลา โดยมีน้ำกระเซ็นเพียงเล็กน้อย จึงเกิดความคิดที่จะออกแบบหัวรถไฟตามแบบปากของนกกระเต็น ซึ่งหัวรถไฟที่มีปากยาวยื่นออกมาแบบปากของนกกระเต็น เมื่อแล่นออกจากอุโมงค์ จะสามารถลดเสียงดังได้จริงและประหยัดพลังงานอีกด้วย

เราแวะค้างคืนที่จังหวัดคุมาโมโตะ จังหวัดที่มีเจ้าหมีดำคุมะมง มาสคอตประจำจังหวัด ซึ่งนักท่องเที่ยวไทยรู้จักดี รุ่งเช้าเรานั่งรถไฟมุ่งหน้าลงใต้ที่จังหวัดคาโกชิมะ เพื่อมาขึ้นเรือเฟอร์รี่มุ่งหน้าไปเกาะยากุชิมะ เกาะรูปทรงกลมที่ตั้งอยู่ในจังหวัดคาโกชิม่า ห่างจากเกาะคิวชูไปทางตะวันตกเฉียงใต้ประมาณ 60 กิโลเมตร ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกเมื่อ พ.ศ. 2536 พื้นที่ทั้งหมดประมาณ 300,000 ไร่ และมีพื้นที่ที่ได้รับการประกาศให้เป็นมรดกโลกประมาณ 67,000 ไร่  โดยเฉพาะบริเวณเทือกเขาชิราคาวะ อันเป็นป่ากึ่งเขตร้อนชื้นที่หาไม่ง่ายในประเทศทางเหนือ มียอดเขามิยาโนอูระสูง 1,936 เมตร ซึ่งเป็นยอดเขาสูงสุดที่ยากจะพิชิตได้

ป่ายากุชิมะ

ป่าแห่งนี้ไม่ใช่ป่าปลูกใหม่ แต่เป็นป่าดั้งเดิมอายุนับพันปีที่เคยเป็นที่ทำสัมปทานทำไม้ในอดีต แต่ได้รับการอนุรักษ์ในเวลาต่อมา จนกลายเป็นอุทยานป่ากึ่งเขตร้อนที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งในญี่ปุ่น จะเรียกว่าเป็นป่าดึกดำบรรพ์ยากุชิมะก็คงไม่ผิดอะไร

เราเริ่มต้นเดินไปตามเส้นทางศึกษาธรรมชาติที่มีหลายสาย ตั้งแต่ใช้เวลาไม่กี่นาที ครึ่งชั่วโมง 3 ชั่วโมง ไปจนถึง 10 ชั่วโมง ต้องเอาเต็นท์ไปค้างแรมบนภูเขา อากาศหนาวเย็น ยิ่งเดินลึกเข้าไป ยิ่งสังเกตได้ว่า ป่าแห่งนี้มีความอุดมสมบูรณ์ทางระบบนิเวศที่สลับซับซ้อนมาก มีพืชพันธุ์ไม้เฉพาะถิ่นที่เกิดขึ้นบริเวณนี้หลายพันชนิด มีกวางและลิงจำนวนมากอาศัยอยู่ และเห็นได้เป็นระยะเมื่อเดินลึกเข้าไป พึงระลึกเสมอว่า เดินป่าในญี่ปุ่นมีกฎ 3 ข้อสำคัญคือ

  1. อย่าออกนอกเส้นทาง
  2. นำอะไรเข้าไป เอาออกมาให้หมด ขยะทั้งหลายและก้นบุหรี่
  3. อยากสูบบุหรี่เมื่อใด สูบได้ แต่อย่าเดินไปสูบไป

ตลอดระยะทางเดินป่าญี่ปุ่นจะสอดส่องหาเศษขยะยากกว่าหาดอกไม้จริงๆ เพราะคนที่นี่มีวินัยสูงมาก และเคารพสิทธิ์ซึ่งกันและกัน การทิ้งขยะถือเป็นการไม่เคารพสิทธิ์คนอื่น

เดินไปสักพักน้ำตกขนาดใหญ่ก็ปรากฏขึ้น เกาะแห่งนี้มีน้ำตกหลายแห่งจนมีชื่อเรียกว่า Water Island จากความสมบูรณ์ของป่าต้นน้ำที่มีน้ำไหลตลอด และมีฝนตกชุกตลอดทั้งปีมากกว่าฝนตกทั่วญี่ปุ่นถึง 5 เท่าจากผืนป่าดิบ

เราไต่ระดับความสูงขึ้นเรื่อยๆ อากาศเย็นขึ้น สภาพป่าเปลี่ยนไป ตามพื้นดินระหว่างทางปกคลุมไปด้วยป่ามอสและดอกไม้เล็กกระจิริด หากไม่สังเกตก็อาจมองข้ามไป เพราะเห็นแต่ต้นไม้ใหญ่ เช่นเดียวกัน บางครั้งเรื่องราวของคนเล็กๆ อาจมีคุณค่ามากกว่าคนใหญ่ๆ เราเห็นรากไม้ขนาดยักษ์อยู่คู่กับดงมอสเล็กๆ ได้อย่างน่าอัศจรรย์

ความประทับใจของดงมอสและป่าดึกดำบรรพ์แห่งนี้เป็นแรงบันดาลใจให้กลายเป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์แอนิเมชันของค่าย Studio Ghibli เรื่อง เจ้าหญิงจิตวิญญาณแห่งพงไพร (Mononoke-Hime) อันโด่งดัง ที่ออกฉายเมื่อ ค.ศ. 1997 เป็นการ์ตูนที่สะท้อนให้คนหันมาอนุรักษ์ธรรมชาติที่กำลังจะหมดไป

ลึกเข้าไปอีก เห็นร่องรอยของตอไม้ที่หลงเหลือจากการตัดไม้สัมปทานในอดีต ไม่ไกลมีต้นไม้ดึกดำบรรพ์อายุนับพันปี เราเห็นคุณทวดต้นยาคุสึงิ หรือสนญี่ปุ่นพันธุ์ดั้งเดิมที่มีอายุหลายพันปี เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของเกาะแห่งนี้อีกด้วย เรายืนต่อหน้าคุณทวดเหล่านี้ ความสูงร่วม 30 เมตร มีเส้นรอบวง 15 เมตร บางต้นมีอายุถึง 3,000 ปี เราโอบกอดและสัมผัสได้ถึงความรัก ความเมตตา การผ่านร้อนผ่านหนาวของคุณทวดเหล่านี้ คุณทวดเห็นชีวิตมาเยอะมาก ตั้งแต่การทำลายล้าง สงคราม การสร้างบ้านแปงเมืองของผู้คน คุณทวดมองดูปรากฏการณ์เหล่านี้ด้วยความสงบนิ่ง ต้นไม้ใหญ่ค้ำจุนโลกนี้เกินกว่าที่มนุษย์ตัวกระจิริดอย่างเราจะหยั่งรู้ได้

ป่ายากุชิมะ

คืนต่อมา เราไปดูเต่าขึ้นมาวางไข่อีกฟากฝั่งหนึ่งของเกาะ ตรงบริเวณหาดนากาตะ เกาะแห่งนี้เป็นเขตอนุรักษ์เต่าตนุที่สำคัญ จัดการโดยชาวบ้านและเจ้าหน้าที่ เราไปเองไม่ได้ ต้องมีคนนำทาง แต่ก่อนไปต้องเข้ารับฟังการบรรยายและแจ้งข้อห้ามต่างๆ ระหว่างการเดินลงชายหาด เช่น ห้ามส่งเสียงดัง ห้ามถ่ายรูป ห้ามฉายไฟฉาย ห้ามจับโดนตัวเต่า ห้ามเก็บไข่ เป็นต้น เขาค่อนข้างเข้มงวด หากใครทำผิดระเบียบอาจถูกเชิญออกไป

เวลา 2 ทุ่ม ชาวบ้านพาเราเดินลงหาดท่ามกลางความมืดมิด เพราะห้ามใช้ไฟฉาย เกรงว่าจะเป็นการรบกวนไม่ให้เต่าขึ้นมาวางไข่ เขาให้พวกเรารออยู่ด้านบนของหาด  มีเจ้าหน้าที่ไปสังเกตดูว่าเต่าขึ้นมาวางไข่หรือยัง

เรารออยู่ร่วม 2 ชั่วโมง สักพักเต่าเริ่มขึ้นมาจากทะเล มาขุดหลุมบนเนินทรายเพื่อวางไข่ เจ้าหน้าที่พาเราไปดูเต่าขณะวางไข่ มีเพียงไฟฉายสีแดงจางๆ ไม่รบกวนเต่า ส่องไปที่บริเวณก้นของเต่า แม่เต่าขนาดความยาวเกือบเมตรเบ่งไข่ลงมาทีละลูกสองลูก บางช่วงเบ่งแรงออกมา 4 – 5 ลูก ไข่เต่ามีลักษณะกลมๆ คล้ายลูกปิงปอง มีเมือกใสๆ เหนียวๆ ติดอยู่ที่เปลือก แม่เต่าเบ่งไข่ออกมาประมาณ 100 กว่าฟอง แล้วนางก็เอาขาหลังปัดทราย กลบไข่ที่นางวางไว้เป็นอันเสร็จพิธี เจ้าหน้าที่เอาแท็กมาติดที่ขาของแม่เต่า ทำบันทึกไว้เป็นข้อมูล สักพักแม่เต่าก็คลานลงทะเล เสร็จภารกิจในการสืบพันธุ์

ธรรมชาติในประเทศนี้มีเรื่องราวให้เรียนรู้อีกมากมาย อาจมากกว่าเรื่องราวในเมืองที่พวกเราคุ้นเคยกันดี

Writer & Photographer

วันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์

นามปากกา วันชัย ตัน นักเขียนสารคดี นักวิจารณ์สังคม การเมือง และสิ่งแวดล้อม ผู้ร่วมก่อตั้งและบรรณาธิการบริหารนิตยสารสารคดี อดีตรองผู้อำนวยการองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพแห่งประเทศไทย (THAIPBS) อดีตผู้อำนวยการฝ่ายข่าว สถานีโทรทัศน์ PPTVHD36 มีผลงานเขียนตีพิมพ์เป็นหนังสือ 28 เล่ม เป็นนักเดินทางตัวยง จากความเชื่อที่ว่า การใช้ชีวิตให้มีความสุขควรประกอบด้วยสามสิ่ง คือ ทำงานที่ใจรัก ช่วยเหลือคนรอบข้าง และเดินทางท่องเที่ยว

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load