ไม่มีใครไม่รู้จัก UNIQLO แบรนด์เสื้อผ้าชื่อดังจากญี่ปุ่น อย่างน้อยในตู้เสื้อผ้าของทุกคนจะมีสินค้าของยูนิโคล่ 1 ชิ้น 

สำหรับใครที่มีมากกว่านั้น เราคือเพื่อนกัน

ไม่ว่ายูนิโคล่จะออกคอลเลกชันใหม่เป็นอะไร Collaborate กับแบรนด์ไหน หรือเสื้อสีใหม่มาเมื่อไหร่ เราไม่เคยพลาด ยิ่งช่วงหลังที่กระแสแฟชั่นวินเทจ 70 – 80 กลับมา ไม่ใช่กางเกงยีนส์เอวสูงเท่านั้นที่ต้องมี เสื้อยืดลายการ์ตูนสมัยเด็กหรือกราฟิกเท่ๆ ก็เป็นไอเทมที่ต้องมีติดตู้เสื้อผ้า และกลายเป็นว่าเข้าร้านยูนิโคล่เมื่อไหร่ ต้องแวะไปที่ชั้นและราววางของ UT หรือเสื้อยืดพิมพ์ลายของยูนิโคล่ก่อนทุกที

ระหว่างที่ลังเลเลือกหยิบ UT คอลเลกชัน Keith Haring Party of Life ของ Keith Haring กับเสื้อลาย ‘Break The Mold’ ในคอลเลกชัน Rise Again By Verdy ของ Verdy ใส่ตะกร้า ก็อยากรู้วิธีคิดเบื้องหลังของ UT และที่มาของเสื้อยืดกว่า 1,000 แบบ

“คล้ายกับการเลือกแผ่นเสียงที่ร้านนะ ต่างกันก็แค่เปลี่ยนจากแผ่นเสียงเป็นเสื้อยืด” ใครสักคนตอบ เมื่อเราถามถึงความรู้สึกที่มีต่อ UT

เราเห็นด้วย รู้สึกสนุกทุกครั้งที่ค่อยๆ รูดราวแขวนเสื้อเพื่อค้นหาลายใหม่ๆ

ว่าแล้วก็เลิกลังเลใจ หยิบ UT 2 ชิ้นใส่ตระกร้าเดินตรงไปที่จุดชำระเงิน

Art of Life

ยูนิโคล่เป็นแบรนด์ที่เชื่อว่าเสื้อผ้าไม่ใช่แค่เสื้อผ้า แต่ต้องช่วยแก้ปัญหาหรือทำให้ชีวิตของผู้สวมใส่ดีขึ้น เป็น LifeWear ที่คิดถึงคุณภาพ สวยทันสมัย ทุกคนเอื้อมถึงได้ และใส่สบายในทุกวัน

สินค้าของยูนิโคล่ทุกชิ้นถูกคิดเพื่อตอบโจทย์เหล่านั้น

จากปรัชญาของยูนิโคล่ที่อยากนำเสนอคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นแก่ลูกค้า พวกเขาพบว่าศิลปะทำให้คนมีชีวิตที่รื่นรมย์ขึ้น แต่สิ่งที่ท้าทายคือ วิถีชีวิตของชาวญี่ปุ่นที่นับวันยิ่งห่างเหินจากศิลปะมากขึ้นทุกที

จะทำอย่างไรให้ศิลปะเข้ามาสู่ชีวิตผู้คน ไม่ใช่แค่ชื่นชม แต่ต้องทำให้รู้สึกสนุกกับงานศิลปะ

คำถามคือ เสื้อผ้าชิ้นไหนคือชิ้นที่ทุกคนมีในตู้เสื้อผ้า

คำตอบก็คือ เสื้อยืด ซึ่งแสดงตัวตนและทัศนคติของผู้สวมใส่ชัดเจนกว่าเสื้อผ้าชิ้นอื่นๆ

UT เสื้อยืดพิมพ์ลายของยูนิโคล่ จากชื่อเดิม UNIQLO T-Project จึงรับบทผืนผ้าใบแสดงงานศิลปะสำหรับทุกคนตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา เป็นเสื้อยืดที่มากกว่าเสื้อยืด เพราะวิธีคิดเบื้องหลัง UT ฉลาดและสนุกมาก โดยเสื้อ UT รุ่นแรกเป็นเสื้อยืดลายการ์ตูนญี่ปุ่น เพื่อถ่ายทอดวัฒนธรรมญี่ปุ่นสู่สายตาชาวโลก

ก่อนตามมาด้วยเสื้อยืดกว่า 1,000 แบบ ทำให้ตัวละคร ภาพยนตร์ งานของศิลปินรุ่นใหม่ชาวญี่ปุ่น หรือแม้แต่แบรนด์เก่าแก่ กลายเป็นที่รู้จักในโลก UT ในปัจจุบันนอกจากเสื้อยืดแล้ว ยังมีเสื้อแขนยาว กางเกง ชุดกระโปรง ชุดใส่อยู่บ้าน รองเท้าในบ้าน ไปจนถึงตุ๊กตา

Wear Your World

เมื่อ UT ตั้งใจจะเป็นเสื้อยืดที่สะท้อนตัวตนและคุณค่าของผู้สวมใส่ บอกว่าคุณเป็นใคร มาจากไหน และความเชื่อของคุณคืออะไร ทำให้ UT จำเป็นต้องมีคอนเทนต์หรือเรื่องราวที่หลากหลายมากพอครอบคลุมตัวตนที่แตกต่างของคนทุกเพศทุกวัย โดยแบ่งเนื้อหาเป็น 9 ประเภท ได้แก่ From Japan, Art, Character, The Brands, Magic For All, Women’s Wardrobe, Musician & Celebrity, Sweat และ Goods

UT กับที่มาของเสื้อยืดพิมพ์ลายกว่า 1,000 แบบของ UNIQLO

From Japan เช่น Game, Manga and Anime คอลเลกชันที่นำสุนทรียะของศิลปะวัฒนธรรมญี่ปุ่นมานำเสนอในรูปแบบใหม่ที่มีความร่วมสมัย เช่น คอลเลกชัน Hokusai Blue ที่เน้นสีน้ำเงินอันเป็นเอกลักษณ์ของโฮคุไซ หรือ Katsushika Hokusai ศิลปินภาพพิมพ์ผู้ให้กำเนิดศิลปะแนวอิมเพรสชันนิสม์และแรงบันดาลสำคัญของ Van Gogh

รวมถึงคอลเลกชันคาแรกเตอร์และโลโก้จากการ์ตูนและเกมโปรด ซึ่งเป็นวัฒนธรรมและความบันเทิงที่คนญี่ปุ่นภูมิใจ ทั้งยังพาเรากลับหาความสนุกแบบเด็กๆ เช่น งานของ Makoto Shinkai ผู้กำกับแอนิเมชันเรื่องดังอย่าง Your Name ซึ่งภายใต้เรื่องราวโรแมนติกแฟนตาซีมีรายละเอียดเรื่องประเพณีญี่ปุ่นซ่อนอยู่ ล่าสุดชินไคกำลังจะมีผลงานเรื่องใหม่เข้าฉายเร็วๆ นี้ ชื่อเรื่อง Weathering With You

Art คอลเลกชันที่ผสมผสานผลงานจากศิลปินชื่อดัง ไม่ว่าจะเป็นจากวงการศิลปะ ภาพยนตร์ และวงการออกแบบภายใน เช่น Sprz NY Andy Warhol หรือ เซอร์ไพรส์นิวยอร์ก คอลเลกชันของศิลปินป๊อปอาร์ตแนวหน้า KAWS:Summer งานของศิลปินสตรีทอาร์ตระดับไอคอนที่คนไปรอซื้อตั้งแต่ร้านเปิด หรืองานของ Miranda July ศิลปิน นักเขียน และผู้กำกับภาพยนตร์อิสระ ที่สร้างสรรค์ลายเสื้อจากวลีและประโยคสนุกๆ

Character คอลเลกชันจากแอนิเมชันและคาแรกเตอร์ที่ทุกคนชื่นชอบ นำเสนอในรูปแบบของ LifeWear ให้เก็บสะสมได้ เช่น Sanrio คอลเลกชันพิเศษ Hello Kitty ครบรอบ 45 ปี Peanuts เรื่องราวการผจญภัยของ Charlie Brown กับ Snoopy สุนัขคู่ใจ ที่สอดแทรกบทเรียนชีวิตลึกซึ้งจนคนทั้งโลกหลงรัก

The Brands คอลเลกชันจากการทำงานร่วมกันระหว่างยูนิโคล่และแบรนด์ที่มีปรัชญาความเชื่อคล้ายกัน ซึ่งเต็มไปด้วยแบรนด์ไลฟ์สไตล์ที่คุณชื่นชอบ เช่น The Brand Okashi หรือขนมหวาน ซึ่งกลายเป็นเสื้อ UT ที่ขายดีมากในไทยอย่างคาดไม่ถึง โดยเฉพาะลายกราฟิกขนม Milky

Magic For All คอลเลกชันที่จับมือกันระหว่างยูนิโคล่และ Walt Disney เพื่อเฉลิมฉลองความเป็นเด็กของเราทุกคนผ่านคาแรกเตอร์ที่คุ้นเคย เช่น Mickey Art คอลเลกชันที่ชวนนักวาดภาพประกอบ 5 คน 5 สไตล์ตีความมิกกี้เมาส์ผ่านลายเส้นของตัวเอง หรือ Marvel X Jason Polan คอลเลกชันฮีโร่มาร์เวลในลายเส้นของ Jason Polan ศิลปินจากนิวยอร์กที่ใครเห็นเป็นต้องใจเต้นตาม

Women’s Wardrobe หรือเหล่าคอลเลกชันที่ยูนิโคล่ร่วมทำงานกับแบรนด์ออกแบบลายผ้าชื่อดัง เช่น Marimekko แบรนด์เสื้อผ้าและไลฟ์สไตล์จากฟินแลนด์ หรือคอลเลกชันที่ทำงานร่วมกับ Sanderson แบรนด์วอลเปเปอร์อายุ 159 ปีจากอังกฤษ เปลี่ยนเสื้อยืดลายดอกไม้ให้หรูหราขึ้นถนัดตา

Musician & Celebrity รวมคอลเลกชันที่ชวนศิลปินและบุคคลที่มีชื่อเสียงมาออกแบบลายเสื้อ เช่น คอลเลกชัน Save Japan! เมื่อปี 2011 ที่ชวน Lady Gaga, Karl Lagerfeld, Gwyneth Paltrow, Nicole Kidman, Blake Lively, Victoria Beckham และ Orlando Bloom ออกแบบลายเสื้อเพื่อระดมทุนช่วยผู้ประสบภัยสึนามิ

นอกจากเสื้อยืดแล้ว UT ยังมี Sweat คอลเลกชันเสื้อแขนยาว และ สินค้าอื่นๆ เช่น ตุ๊กตาและกระเป๋าออกแบบพิเศษด้วย

การคัดสรรเนื้อหาจากทั่วโลก ตั้งแต่งานศิลปะร่วมสมัยของศิลปินร่วมรุ่นใหม่ที่น่าจับตา ตัวละครจากการ์ตูนที่ทุกคนชอบ ไปจนถึงแบรนด์ดังที่ทุกคนรัก เพื่อเล่าวัฒนธรรมที่หลากหลายผ่านเสื้อยืด ยูนิโคล่จะเลือกทำงานกับพาร์ตเนอร์ที่เชื่อในเรื่องเดียวกัน เช่น แบรนด์ที่มีปรัชญาคล้ายกัน หรือเรื่องราวของตัวละครที่มีวิธีคิดไม่ต่างกับยูนิโคล่

More Than T-Shirt

เรามาเพื่อบอกว่า UT ไม่ใช่เสื้อยืดลายการ์ตูนน่ารักๆ อย่างที่หลายคนเข้าใจ

นอกจากแนวคิดเบื้องหลัง คุณค่าที่บ่งบอกตัวตนผู้สวมใส่ และการสะท้อนวัฒนธรรม สิ่งที่ทำให้ UT เป็นเสื้อยืดที่ไม่ธรรมดา ได้แก่

หนึ่ง คุณภาพตามปรัชญาของแบรนด์ซึ่งคิดถึงคนใส่ในทุกขั้นตอน ทั้งการพิมพ์ลายที่ไม่ทำให้เสียดสีระคายเคืองขณะสวมใส่ และตำแหน่งป้ายแท็กที่อยู่ตรงชายเสื้อด้านล่างแทนหลังคอเสื้อ

สอง เนื้อหาบนเสื้อที่ไม่ซ้ำใคร และหาซื้อไม่ได้จากร้านทั่วไป เพราะสร้างสรรค์ขึ้นมาพิเศษเฉพาะ UT เช่น คอลเลกชัน Pixar ปีนี้ เล่าเหตุการณ์พักร้อนที่แคลิฟอร์เนียของเหล่าตัวละครจากค่ายพิกซาร์ หรือการทำงานร่วมกันซ้อนในการทำงานร่วมกันอีกทอดหนึ่ง เช่น UNIQLO x KAWS x Sesame Street และ UNIQLO x MARVEL x Jason Polan โดยเนื้อหาที่นำเสนอต้องไม่ส่งผลกระทบต่อใคร ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเชื้อชาติ ศาสนา วัฒนธรรม และเพศ

สาม ที่สำคัญ UT ทำให้เราเข้าถึงงานของศิลปินหรือแบรนด์ดังในราคาที่เอื้อมถึง จากงานออกแบบราคาหลักพันหลักหมื่น UT ทำให้เราเป็นเจ้าของเสื้อลาย KAWS และ Marimekko ในราคาเพียง 390 หรือ 590 บาท 

UT Weekly

สิ่งที่น่าสนใจคือ วิธีคาดการณ์ความชอบของตลาดของทีมยูนิโคล่ ที่ไม่ว่าจะออก UT คอลเลกชันไหนก็ได้รับการตอบรับที่ดีเสมอ

UT ไม่จำกัดจำนวนคอนเทนต์ในแต่ละปี แต่เฉลี่ยให้งานของศิลปิน คาแรกเตอร์ และแบรนด์ มีจำนวนคอลเลกชันใหม่ใกล้เคียงกัน โดยติดตามกระแสไปพร้อมๆ กับมองหาผลงานศิลปะร่วมสมัย แล้วใช้สถิติเพื่อวิเคราะห์ความต้องการของตลาดและบริหารจัดการคลังสินค้า

ก่อนส่งไม้ต่อให้ทีมสื่อสารและการตลาดแต่ละประเทศเลือกหยิบเรื่องราวของแต่ละลายมาสื่อสารซึ่งไม่ซ้ำกัน โดยหนึ่งในกลยุทธ์คือ การสื่อสารให้สอดคล้องกับเทศกาลและวันสำคัญต่างๆ เช่น มีเสื้อลายมิกกี้เมาส์สีทองต้อนรับวันตรุษจีน หรือมีเสื้อลาย SPRZ MoMA วางขายในวันเปิด The Museum of Modern Art หรือ MoMA และหากเป็นช่วงหน้าร้อนผ้าของเสื้อยืดจะใส่สบายกว่า รวมถึงสินค้าที่เป็นเสื้อแขนยาวและผ้าห่มสำหรับฤดูหนาวด้วย นั่นทำให้แต่ละปี UT ออกคอลเลกชันใหม่จำนวนไม่เท่ากัน โดยเฉลี่ยแล้ว UT มีคอนเทนท์ใหม่ให้แฟนยูนิโคล่ติดตามทุกสัปดาห์

ไม่แปลกใจว่าเดินเข้าร้านยูนิโคล่ทีไร ทำไมได้เสื้อติดมือกลับบ้านทุกสัปดาห์ การมีอยู่ของ UT ทำให้แฟนคลับยูนิโคล่หลายคนเดินเข้าร้านเพื่ออัพเดตเสื้อลายใหม่โดยเฉพาะ

คล้ายการเลือกแผ่นเสียงในร้านแผ่นเสียง การรูดราวเสื้อยืด UT เพื่อดูลายใหม่ๆ ให้ความรู้สึกไม่ต่างกัน

ของไทยใน UT

ไม่เพียงลายเสื้อของคาแรกเตอร์เจ้าประจำ และงานของศิลปินชื่อดังซึ่งมีแฟนคลับอยู่ทั่วโลก UT ยังเปิดโอกาสให้ศิลปินหน้าใหม่ที่มีแฟนคลับเฉพาะกลุ่ม ไม่ได้เป็นที่รู้จักในวงกว้างแต่ทำงานเจ๋งๆ มากมาย เช่น Miranda July ศิลปิน นักเขียน และผู้กำกับภาพยนตร์อินดี้ รวมถึงศิลปินท้องถิ่น เช่น คอลเลกชัน Feel the SEA UT ที่ทำงานร่วมกับศิลปินจากประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งมีงานของ รักกิจ ควรหาเวช ศิลปินสตรีทอาร์ต และ มินชญา ชโยสัมฤทธิ์ กราฟิกดีไซเนอร์และศิลปินภาพพิมพ์เจ้าของสตูดิโอ The Archivist จากประเทศไทยรวมอยู่ด้วย

ที่น่าตื่นเต้นที่สุด คือ UT Grand Pix หรือ UTGP ที่เปิดโอกาสให้แฟนคลับ UT ทุกคน ส่งแบบประกวดการออกแบบลายเสื้อตามโจทย์ที่กำหนด เป็นโอกาสครั้งสำคัญที่จะเป็นศิลปินที่มีงานวางขายในร้าน UNIQLO ทุกสาขาทั่วโลก โดยปีที่ผ่านมามีผลงานของนักออกแบบชาวไทยได้รางวัล UTGP Nintendo 2017 และ UTGP Marvel 2018 ด้วย สำหรับ UTGP ปีนี้เป็นคิวของ UTGP Pokemon 2019

ผลงานของ Viva นักออกแบบชาวไทย ได้รับรางวัลที่สอง UTGP Marvel 2018

หรือหากใครอยากออกแบบลายเสื้อไว้ใส่เองคนเดียว เป็นเสื้อ UT คู่ หรือเสื้อกลุ่ม ก็ออกแบบได้เลยที่แอปพลิเคชัน UTme และนำลายที่ออกแบบไปพิมพ์ได้ที่ร้านยูนิโคล่สาขาเซนทรัลเวิลด์

LifeWear

ไม่ใช่แค่เสื้อยืดลายกราฟิกของยูนิโคล่ แต่ UT เป็นตัวแปรที่สำคัญมากของยูนิโคล่

แม้จะออกคอลเลกชันใหม่บ่อยมาก แต่ UT ก็ไม่ใช่แฟชั่นจานด่วนที่เดี๋ยวมาเดี๋ยวไป

UT นำพาศิลปะเข้ามาในชีวิตผู้คน จากเดิมที่งานของศิลปินหรือแบรนด์ที่ชอบมีราคาค่อนข้างสูงเกินเอื้อม เราจึงได้แต่ชื่นชมอยู่ห่างๆ แต่ UT ทำให้ทุกคนมีโอกาสตามซื้องานที่ชอบมาเก็บสะสมในราคาที่เข้าถึงได้

UT ทำให้งานศิลปะระดับตำนานกลับมาเป็นที่พูดถึงอีกครั้ง ทำให้งานของศิลปินญี่ปุ่นเป็นที่รู้จัก ทำให้งานศิลปะร่วมสมัยของศิลปินหน้าใหม่มีพื้นที่แสดงงานพิสูจน์ความสามารถ

เป็นภัณฑารักษ์อันดับหนึ่งของพิพิธภัณฑ์เสื้อผ้ามีชีวิต

UT ทำให้เจอเสื้อยืดที่เราอยากใส่ เป็นตัวแทนโลกทั้งใบของเรา ทำให้กล้าประกาศตัวตนและความชอบของตัวเองออกมาตรงๆ

UT มีบางอย่างที่เชื่อมโยงกับความทรงจำของผู้คน มีคนบอกว่าเห็นเสื้อลายมิกกี้แล้วนึกถึงตุ๊กตาตัวแรกที่แม่ซื้อให้ นึกถึงเกมและการ์ตูนที่อ่านเล่นกับเพื่อน เป็นต้น

UT ทำให้แบรนด์ยูนิโคล่เข้าไปนั่งอยู่ในใจกลุ่มคนที่กว้างขึ้น จากเดิมที่ลูกค้าประจำยูนิโคล่ ได้แก่ วัยทำงาน ไปจนถึงวัยกลางคนชนชั้นกลางที่ต้องการเสื้อผ้าคุณภาพดีสำหรับวันทำงานและวันสบายๆ แต่เพราะของดีมีคุณภาพ ราคาถูก ได้เลือกเสื้อลายที่ถูกใจ ทำให้ UT ขยายกลุ่มลูกค้าไปยังแฟนคลับของแบรนด์หรือศิลปินที่ยูนิโคล่ทำงานด้วย ยิ่งสร้างสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน และจากจำนวนคอลเลกชัน UT ในแต่ละปี แต่ละฤดูกาล ทำให้การออกคอลเลกชันใหม่ของ UT โดยเฉลี่ยคือทุกสัปดาห์ เพิ่มโอกาสและแรงจูงใจให้คนอยากแวะเวียนมาที่หน้าร้านมากขึ้นติดตาม UT คอลเลกชันใหม่ที่จะปล่อยช่วงครึ่งปีหลังนี้ได้ที่ Uniqlo Thailand

Writer

นภษร ศรีวิลาศ

อดีตนักเรียนเศรษฐศาสตร์ผู้วิ่งเล่นในแวดวงตลาดทุน หน่วยงานสนับสนุนกิจการเพื่อสังคม และงานสายแบรนดิ้งเพื่อความยั่งยืน หลงรักการลองเสื้อคอลเลกชันใหม่ของ COS MUJI Marimekko BEAMS และมีเพจชื่อ น้องนอนในห้องลองเสื้อ

สูตรคูณ

เบื้องหลังงานสร้างสรรค์ครั้งพิเศษจากการ...

‘ถ้าจะเท่ ยุคไหนก็ยังเท่’

เป็นความรู้สึกแรกเมื่อได้เห็นรองเท้าคอลเลกชันใหม่ล่าสุดจาก DoiTung x Onitsuka Tiger ที่อวดลวดลายของผ้าทอมือลงบนรองเท้า Onitsuka Tiger แบรนด์เก่าแก่ของญี่ปุ่นได้อย่างเท่ไม่หยอก เชื่อว่าใส่แล้วไม่เชย แม้ว่าจะเป็นการโคจรมาเจอกันของสองแบรนด์ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานก็ตาม

ดูเหมือนว่าการรวมตัวกันครั้งนี้จะทำให้รองเท้ารุ่น Mexico 66 จาก ค.ศ. 1966 จับมือกับผ้าทอไทย เดินไปกับยุคสมัยได้อย่างไม่ขัดเขิน

DoiTung x Onitsuka Tiger เมื่อผ้าทอมือไทยไปอยู่บนรองเท้าสัญชาติญี่ปุ่นอายุ 72 ปี

ชวนเพื่อนมาทำรองเท้า

เราได้รับแรงบันดาลใจจากโปรเจกต์ DoiTung & Friends ที่ประสบความสำเร็จ จึงทำให้เรากล้าเดินไปออกไปหาเพื่อนใหม่ในระดับอินเตอร์ อย่าง Onitsuka Tiger เพื่อจัดทำโปรเจกต์พิเศษในครั้งนี้

หม่อมหลวงดิศปนัดดา ดิศกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ อาสาพาเราไปทำความรู้จักและเล่าเรื่องเพื่อนใหม่คนนี้ให้เราฟัง

“ผมชอบรองเท้า Onitsuka Tiger มาก เพราะใส่สบายและเป็นรองเท้าที่ยูนีค เขามีโมเดลคงกระพัน และมีวิธีประยุกต์โมเดลด้วยการใช้สีสันต่างๆ จะเห็นได้ว่าคนไทยเดินเข้าช็อปแบรนด์นี้ที่ญี่ปุ่นเยอะมาก เราเลยคิดว่านี่เป็นแบรนด์ที่น่าร่วมงานด้วย ไม่มีอะไรต้องเสียอยู่แล้ว เลยพยายามติดต่อไป”

ทว่าเพื่อนคนนี้ไม่ใช่คนที่จะเจอตัวกันได้ง่ายๆ หลังจากที่เสาะหาทางเข้าไปทำความรู้จักอยู่นาน ฟ้าก็เริ่มเปิดทางให้ โดยมีกงสุลใหญ่ของเมืองโอซาก้าอาสาเป็นแม่สื่อแม่ชัก พาดอยตุงจากเหนือสุดแดนสยามมาเจอกับเสือโอนิซึกะจนได้ จากน้ำเสียงของเขา เราเชื่อว่าการพบกันครั้งแรกนั้นน่าประทับใจและเป็นไปได้ด้วยดี

“ผมถือกระเป๋าเดินเข้าไปในออฟฟิศคนเดียว นั่งรอในห้องประชุมสักพัก เขาก็เดินมานั่งคุยด้วย สิ่งหนึ่งที่ผมประทับใจมากๆ คือตอนที่เขาเดินเข้ามาหาผมพร้อมกับกระดาษแผ่นหนึ่ง เป็นภาพในหลวงรัชกาลที่ 9 พระองค์ฉลองรองเท้า Onitsuka Tiger พอเขารู้ว่าเราเป็นโครงการของสมเด็จย่า เขาเลยสนใจจะทำร่วมกับเรา นี่คือจุดเริ่มต้น” เขาเล่าให้เราฟัง

ใช้รองเท้ากีฬาเยียวยาหัวใจคนในชาติ

ค.ศ. 1949 หลังจากที่สงครามโลกครั้งที่ 2 สิ้นสุดลง ประชากรชาวญี่ปุ่นต่างก็บอบช้ำจากเหตุการณ์ครั้งนั้น Onitsuka Tiger เป็นแบรนด์รองเท้ากีฬาแบรนด์แรกของญี่ปุ่นที่ถือกำเนิดขึ้น ด้วยความตั้งใจของนายทหาร คิฮะชิโร โอนิซึกะ (Kihachiro Onitsuka) วัย 32 ปี ผู้อยากให้รองเท้าบาสเกตบอลที่เขาออกแบบมีส่วนช่วยให้กีฬาในประเทศกลับมาเฟื่องฟู Onitsuka Tiger จึงถือกำเนิดขึ้นด้วยความหวังที่อยากเยียวยาหัวใจคนญี่ปุ่น และผนึกคนในชาติให้เป็นปึกแผ่นอีกครั้ง

DoiTung x Onitsuka Tiger เมื่อผ้าทอมือไทยไปอยู่บนรองเท้าสัญชาติญี่ปุ่นอายุ 72 ปี

“เรามีความเชื่อในผู้คนเหมือนกัน Onitsuka Tiger ต้องการสร้างประเทศขึ้นมาใหม่ผ่านกีฬา DoiTung เองก็ทำเหมือนกัน เพียงแต่ไม่ได้ทำเรื่องกีฬาหรือออกแบบรองเท้า เราพัฒนาคนให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นกว่าเดิม สร้างความยั่งยืนให้กับคนในพื้นที่ด้วยการสร้างรายได้ที่มั่นคง เราเอากำไรที่ได้ไปเติมเต็มเรื่องการศึกษาของเด็กๆ ปรับปรุงการเรียนการสอน พอยิ่งศึกษาเข้าไปเรื่อยๆ เราก็ยิ่งเห็นจุดที่ทั้งสองแบรนด์ใกล้เคียงกัน” 

เมื่อทั้งคู่ต่างก็มีเป้าหมายเดียวกัน มีเรื่องราวเบื้องหลังคลายคลึงกัน โปรเจกต์สนุกๆ บนความเชื่อเดียวกันจึงถือกำเนิดขึ้น

มกราคม 2563 Onitsuka Tiger มาเยือน DoiTung ที่ประเทศไทยเป็นครั้งแรก และแลกเปลี่ยนเรื่องผ้ากันอย่างออกรส หลังจบบทสนทนาในวันนั้น แบรนด์ญี่ปุ่นเห็นว่าสิ่งพวกเขากำลังมองอยู่นั้นคือเป้าหมายเดียวกัน จากที่แรกเริ่มตั้งใจวางขายรองเท้าแค่ในไทย สุดท้ายก็ตัดสินใจพารองเท้าผ้าทอไปวางอยู่ในทุกสาขาทั่วโลก

DoiTung x Onitsuka Tiger เมื่อผ้าทอมือไทยไปอยู่บนรองเท้าสัญชาติญี่ปุ่นอายุ 72 ปี

รองเท้าผ้าทอคู่แรกของ Onitsuka Tiger 

รองเท้า 2 คู่ ถือเป็นรองเท้ารุ่นลิมิเต็ดเอดิชันที่วางจำหน่ายเฉพาะในไทยเท่านั้น คือ MEXICO 66™ ซึ่งเป็นรองเท้าที่คลาสสิกที่สุดของแบรนด์ ออกแบบใหม่ด้วยการปักลายเสือสีดำและโลโก้แบรนด์ลงไปแบบเรียบๆ ความพิเศษของสองคู่นี้คือใช้ผ้าทอจากเส้นใยพลาสติก PET รีไซเคิลทั้งหมด 

ส่วนอีก 3 คู่ ถูกอวดโฉมทั้งในไทยและเดินทางไปโชว์ในช็อปทั่วโลก คือ MEXICO 66™, MEXICO 66™ PARATY และ SERRANO ที่เหล่าดีไซเนอร์เปลี่ยนลายพาดสีน้ำเงินแดงสุดคลาสสิกให้กลายเป็นลายปักสีเดิม และใช้เส้นด้ายจากผ้าฝ้ายประหยัดน้ำ (Better Cotton)

จึงถือเป็นความพิเศษสุดที่ประเทศไทยมีรองเท้าคอลเลกชันพิเศษนี้ให้ได้ชมกันถึง 5 รุ่น ในขณะที่ทั่วโลกมี 3 รุ่น 

“ผมคิดว่า Onitsuka Tiger ไม่เคยทำผ้าทอมือบนรองเท้า ความยากมันอยู่ที่ว่า เราจะเอาผ้าของเราไปปักบนรองเท้าได้หรือเปล่า”

การทำรองเท้าจากผ้าทอมือเป็นความท้าทายสำหรับพวกเขา เพราะเบื้องหลังนั้นไม่ได้มีแค่เรื่องผ้า แต่ยังมีมิติของผู้คน ซึ่งเป็นแรงงานทอผ้าที่ต้องคำนึงถึงเรื่องค่าแรง ค่าล่วงเวลา และต้นทุนของคน อีกทั้งการนำเอาผ้าทอมือไปทำเป็นรองเท้ายังต้องอาศัยเทคนิคใหม่ที่ต่างฝ่ายต่างก็ต้องเรียนรู้ไปพร้อมๆ กัน

“มันเป็นกระบวนการที่ต้องเตรียมตัวค่อนข้างนาน ต้องหาคนที่จะเข้ามาทำสิ่งนี้ให้กับเรา เราต้องอธิบายให้ป้าๆ ของเราฟัง ความท้าทายคือ ทำอย่างไรถึงจะเอาผ้าไปทำเป็นรองเท้าได้และต้องทนทานด้วย เวลาเอาผ้าทอมือไปขึงทำรองเท้าแล้วมันตึง ก็มีโอกาสเบี้ยวได้ ยืดได้ ดีไซเนอร์เองก็ต้องเข้าใจว่าต้องดึงผ้ามาทำอย่างไร เพื่อให้ออกมาเป็นรองเท้าแล้วใส่ได้จริง ต้องหาวิธีการและเทคนิคในการทำ”

DoiTung x Onitsuka Tiger เมื่อผ้าทอมือไทยไปอยู่บนรองเท้าสัญชาติญี่ปุ่นอายุ 72 ปี
DoiTung x Onitsuka Tiger เมื่อผ้าทอมือไทยไปอยู่บนรองเท้าสัญชาติญี่ปุ่นอายุ 72 ปี

ตั้งโจทย์ไว้ว่าต้องยั่งยืน

DoiTung เปิดโอกาสให้นักทอผ้าอวดฝีมือลงบนรองเท้าทรงคลาสสิก ได้ออกมาเป็นลวดลายเอกลักษณ์ของผ้าทอไทย เบื้องหลังของความสวยงามคือโจทย์ที่ทั้งสองแบรนด์ตั้งไว้เหมือนกันเสมอมาคือ ‘ผลิตอย่างไรให้ยั่งยืน’ 

นี่ไม่ใช่รองเท้าที่เล่าเรื่องผ้าอย่างเดียว แต่ยังใช้วัสดุที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และบอกเล่าวิถีที่ยั่งยืนของทั้งสองแบรนด์ด้วย

“เราตระหนักเรื่องสิ่งแวดล้อม ปัจจุบันเราต้องเข้าใจว่าธุรกิจส่วนใหญ่กว่าจะผลิตสินค้าออกมาได้ชิ้นหนึ่ง มันต้องแลกด้วยทรัพยากรค่อนข้างมาก เราทุ่มเทมากในการลดคาร์บอนฟุตพรินต์ในกระบวนการการผลิต เพราะถ้าเราไม่ดูแล ทรัพยากรก็จะหมดไปเรื่อยๆ มีไม่พอให้ลูกหลานใช้กันในอนาคต 

“ความยั่งยืนจึงต้องเกิดจากการเปลี่ยนวิธีทำธุรกิจ เราเลยเลือกใช้ผ้า Better Cotton ซึ่งเป็นผ้าฝ้ายที่ปลูกแล้วใช้น้ำน้อย ผ้าปริมาณหนึ่งกิโลกรัมจะใช้น้ำน้อยกว่าปกติสามสิบเปอร์เซ็นต์ ส่วนที่เหลือก็เก็บเอาไว้ใช้ในอนาคตได้ เนื้อผ้าที่ทอออกมาก็เหมาะที่จะเอาไปทำรองเท้า

“อีกแบบคือเส้นใยรีไชเคิลจากพลาสติก PET ที่ปกติต้องใช้ทรัพยากรน้ำมันในการผลิตเส้นใยพลาสติก พอเราใช้เส้นใยที่ได้จากการรีไซเคิล เท่ากับว่าเราไม่จำเป็นต้องใช้น้ำมันในการผลิตเส้นใยนั้น นี่คือมิติความยั่งยืนในการใช้วัตถุดิบทำธุรกิจ วัสดุทั้งสองชนิดก็สอดคล้องกับมิติของ Onitsuka Tiger ที่สนใจเรื่องสิ่งแวดล้อมเหมือกัน

 “ส่วนความยั่งยืนในชุมชน โปรเจกต์นี้เป็นการสร้างงานให้กับคนในพื้นที่ได้ เช่น ถ้าเราทำตรงนี้แล้วมีออเดอร์ มีคนสนใจ คนในพื้นที่โครงการของเราก็จะมีงานทำ โดยเฉพาะช่วงเวลานี้ที่งานเป็นสิ่งที่ทุกคนต้องการ เราจะได้ไม่ต้องไปลดเงินเดือนพนักงาน ทำให้เขาสามารถวางแผนชีวิต ว่าจะเติบโตไปในอนาคตได้อย่างไร ไม่ว่าจะเป็นแผนในการลงทุน แผนจะส่งลูกเรียนต่อ นี่เป็นสร้างรากฐานของความยั่งยืนให้กับคนในชุมชนได้”

รองเท้าจากผ้าทอมือคอลเลกชันใหม่ เมื่อ ‘DoiTung’ ผู้คร่ำหวอดอยู่ในวงการผ้าทอ และ ‘Onitsuka Tiger’ รองเท้าแบรนด์แรกในญี่ปุ่น จับมือแปลงโฉมรองเท้ารุ่น Mexico 66 จาก ค.ศ. 1966

เดินไปพร้อมยุคสมัยอย่างไม่ขัดเขิน

เรื่องน่าตื่นเต้นสำหรับ DoiTung เพราะถือเป็นการร่วมทำงานกับแบรนด์ระดับโลกอีกครั้งหนึ่ง หลังจากที่ก่อนหน้านี้ เคยทำงานร่วมกับแบรนด์ใหญ่หลายแบรนด์ เช่น IKEA, MUJI, Converse และครั้งสุดท้ายที่พวกเขาทำ Collaboration กับแบรนด์รองเท้าก็มากกว่าสิบปีมาแล้ว

“คนรู้จัก DoiTung ในนามแบรนด์แฟชั่น ทำงานเสื้อ งานเซรามิก งานกระดาษสา จริงๆ งานเหล่านี้ที่เราเห็นมันเป็นงานแบบดั้งเดิมที่ได้เห็นทั่วๆ ไป เอากระดาษสามาทำเป็นสมุด เป็นพัด เซรามิกก็เป็นเครื่องใช้ภายในบ้าน งานหัตถกรรมก็ทำเป็นเสื้อ กางเกงม้ง ผ้าพันคอ ปลอกหมอน แต่พอเราขยับมาทำตรงนี้ คนก็จะเริ่มเห็นแล้วว่ามันมีอะไรแปลกใหม่ เรากำลังพยายามทำให้เกิดความโมเดิร์น

รองเท้าจากผ้าทอมือคอลเลกชันใหม่ เมื่อดอยตุงผู้คร่ำหวอดอยู่ในวงการผ้าทอ และ โอนิซึกะ ไทเกอร์ รองเท้าแบรนด์แรกในญี่ปุ่น จับมือแปลงโฉมรองเท้ารุ่น Mexico 66 จาก ค.ศ. 1966

“นี่คือการเปลี่ยนภาพของ DoiTung จากงานคราฟต์ เราก็ทำให้จับต้องได้มากขึ้น ตอนนี้เรายังทำงานผ้าเหมือนเดิม ทำงานเซรามิกเหมือนเดิม แต่อยากจะทำด้วยวิธีใหม่ๆ เราเลยหวังว่าการร่วมงานกันในครั้งนี้จะเป็นการแสดงให้เห็นว่าเรากำลังทำสิ่งใหม่ๆ

“การบริหารธุรกิจอะไรก็ตามมันยากตรงที่ทำสินค้าและบริการอย่างไรให้ตอบโจทย์ผู้บริโภค ทำเสร็จแล้วไม่มีใครซื้อก็ไปต่อไม่ได้ มันตายเลย พอเรารู้อย่างนี้ก็ต้องมานั่งคิดแล้วว่าเราจะเข้าไปหาคนเจนวาย เจนซีได้อย่างไร เราพยายามปรับเปลี่ยนธุรกิจให้ดูทันสมัยและน่าสนใจมากขึ้น การร่วมงานกับ Onitsuka Tiger ก็เป็นหนึ่งทางที่ทำให้เราปรับอิมเมจของตัวเองได้”

“Enjoy the journey”

‘Enjoy the journey’ หม่อมหลวงดิศปนัดดาเชื่อแบบนั้น

“ผม Enjoy the journey เพราะผมได้ทำกับพาร์ตเนอร์ที่ผมอยากทำ เราได้เดินไปหาเขา และเขาก็เปิดประตูรับเราเป็นอย่างดี แล้วเราก็มีความสัมพันธ์ในการทำงานที่ดีมากๆ ตั้งแต่การเดินทางครั้งแรกจนถึงตอนนี้

“ผมไม่อยากให้การทำงานกันจบลงที่ครั้งนี้ครังเดียว อยากจะร่วมงานกันต่อไปอีก สิ่งสำคัญที่สุดคือกระแสตอบรับ เราต้องมานั่งดูว่าวิธีการที่เราทำด้วยกัน แผนที่เราวางเอาไว้ มันตอบโจทย์ลูกค้าหรือเปล่า อาจต้องกลับมานั่งคุยกันอีกว่าปีหน้าจะทำอะไร 

“Onitsuka Tiger ไม่ได้ทำเฉพาะรองเท้า แต่ยังมีแฟชั่นอื่นๆ ด้วย นี่เป็นโอกาสทางธุรกิจที่จะทำให้เราเติบโตควบคู่กันไปได้ บนความเชื่อที่เหมือนกัน บนระบบการทำงานที่มีจังหวะที่ดี การทำงานกับบริษัทระดับโลกทำให้เราได้เรียนรู้วิธีและหลักการทำงาน ในมุมมองผม นี่คือการเตรียมตัวที่จะทำต่อไปเรื่อยๆ ทำอย่างไรให้แบรนด์ของเราไปสู่ตลาดระดับโลกให้ได้

“เรามีความคาดหวังต่อผลลัพธ์ที่จะออกมา มันต้องฮิต คนต้องซื้อ ต้องขายหมด แต่เราก็ควบคุมไม่ได้ สิ่งที่เราทำได้คือสนุกกับการเดินทางทั้งหมด ตั้งแต่ขั้นตอนที่เราออกแบบ ตั้งแต่เราไปคุยกับเขา จนคิดคอนเซปต์พีอาร์ มันคือสิ่งที่เราทำได้อย่างเต็มที่ และทำให้ดีที่สุดได้ ดีไซเนอร์ของเราทำดีที่สุด ป้าๆ ของเราทำดีที่สุด และเราก็ผสมผสานการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและการใช้ทรัพยากรอย่างดีที่สุด” 

ทั้งหมดนี้เพื่อให้ออกมาเป็นผลิตภัณฑ์ที่ดีที่สุดอย่างที่ทุกคนได้เห็น

รองเท้าจากผ้าทอมือคอลเลกชันใหม่ เมื่อดอยตุงผู้คร่ำหวอดอยู่ในวงการผ้าทอ และ โอนิซึกะ ไทเกอร์ รองเท้าแบรนด์แรกในญี่ปุ่น จับมือแปลงโฉมรองเท้ารุ่น Mexico 66 จาก ค.ศ. 1966

ภาพ : DoiTung

DoiTung x Onitsuka Tiger

ดูรายละเอียดและสั่งซื้อได้ที่ www.onitsukatiger.com/th

Line ID : @doitung_lifestyle

หรือ Onitsuka Tiger Global Flagship Store สยามสแควร์วัน

Writer

ซูริ คานาเอะ

ชอบฟังมากกว่าพูด บูชาของอร่อย เสพติดเรื่องตลก และเชื่อว่าชีวิตนี้สั้นเกินกว่าจะอ่านหนังสือดีๆ ให้ครบทุกเล่ม

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load