ไม่มีใครไม่รู้จัก UNIQLO แบรนด์เสื้อผ้าชื่อดังจากญี่ปุ่น อย่างน้อยในตู้เสื้อผ้าของทุกคนจะมีสินค้าของยูนิโคล่ 1 ชิ้น 

สำหรับใครที่มีมากกว่านั้น เราคือเพื่อนกัน

ไม่ว่ายูนิโคล่จะออกคอลเลกชันใหม่เป็นอะไร Collaborate กับแบรนด์ไหน หรือเสื้อสีใหม่มาเมื่อไหร่ เราไม่เคยพลาด ยิ่งช่วงหลังที่กระแสแฟชั่นวินเทจ 70 – 80 กลับมา ไม่ใช่กางเกงยีนส์เอวสูงเท่านั้นที่ต้องมี เสื้อยืดลายการ์ตูนสมัยเด็กหรือกราฟิกเท่ๆ ก็เป็นไอเทมที่ต้องมีติดตู้เสื้อผ้า และกลายเป็นว่าเข้าร้านยูนิโคล่เมื่อไหร่ ต้องแวะไปที่ชั้นและราววางของ UT หรือเสื้อยืดพิมพ์ลายของยูนิโคล่ก่อนทุกที

ระหว่างที่ลังเลเลือกหยิบ UT คอลเลกชัน Keith Haring Party of Life ของ Keith Haring กับเสื้อลาย ‘Break The Mold’ ในคอลเลกชัน Rise Again By Verdy ของ Verdy ใส่ตะกร้า ก็อยากรู้วิธีคิดเบื้องหลังของ UT และที่มาของเสื้อยืดกว่า 1,000 แบบ

“คล้ายกับการเลือกแผ่นเสียงที่ร้านนะ ต่างกันก็แค่เปลี่ยนจากแผ่นเสียงเป็นเสื้อยืด” ใครสักคนตอบ เมื่อเราถามถึงความรู้สึกที่มีต่อ UT

เราเห็นด้วย รู้สึกสนุกทุกครั้งที่ค่อยๆ รูดราวแขวนเสื้อเพื่อค้นหาลายใหม่ๆ

ว่าแล้วก็เลิกลังเลใจ หยิบ UT 2 ชิ้นใส่ตระกร้าเดินตรงไปที่จุดชำระเงิน

Art of Life

ยูนิโคล่เป็นแบรนด์ที่เชื่อว่าเสื้อผ้าไม่ใช่แค่เสื้อผ้า แต่ต้องช่วยแก้ปัญหาหรือทำให้ชีวิตของผู้สวมใส่ดีขึ้น เป็น LifeWear ที่คิดถึงคุณภาพ สวยทันสมัย ทุกคนเอื้อมถึงได้ และใส่สบายในทุกวัน

สินค้าของยูนิโคล่ทุกชิ้นถูกคิดเพื่อตอบโจทย์เหล่านั้น

จากปรัชญาของยูนิโคล่ที่อยากนำเสนอคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นแก่ลูกค้า พวกเขาพบว่าศิลปะทำให้คนมีชีวิตที่รื่นรมย์ขึ้น แต่สิ่งที่ท้าทายคือ วิถีชีวิตของชาวญี่ปุ่นที่นับวันยิ่งห่างเหินจากศิลปะมากขึ้นทุกที

จะทำอย่างไรให้ศิลปะเข้ามาสู่ชีวิตผู้คน ไม่ใช่แค่ชื่นชม แต่ต้องทำให้รู้สึกสนุกกับงานศิลปะ

คำถามคือ เสื้อผ้าชิ้นไหนคือชิ้นที่ทุกคนมีในตู้เสื้อผ้า

คำตอบก็คือ เสื้อยืด ซึ่งแสดงตัวตนและทัศนคติของผู้สวมใส่ชัดเจนกว่าเสื้อผ้าชิ้นอื่นๆ

UT เสื้อยืดพิมพ์ลายของยูนิโคล่ จากชื่อเดิม UNIQLO T-Project จึงรับบทผืนผ้าใบแสดงงานศิลปะสำหรับทุกคนตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา เป็นเสื้อยืดที่มากกว่าเสื้อยืด เพราะวิธีคิดเบื้องหลัง UT ฉลาดและสนุกมาก โดยเสื้อ UT รุ่นแรกเป็นเสื้อยืดลายการ์ตูนญี่ปุ่น เพื่อถ่ายทอดวัฒนธรรมญี่ปุ่นสู่สายตาชาวโลก

ก่อนตามมาด้วยเสื้อยืดกว่า 1,000 แบบ ทำให้ตัวละคร ภาพยนตร์ งานของศิลปินรุ่นใหม่ชาวญี่ปุ่น หรือแม้แต่แบรนด์เก่าแก่ กลายเป็นที่รู้จักในโลก UT ในปัจจุบันนอกจากเสื้อยืดแล้ว ยังมีเสื้อแขนยาว กางเกง ชุดกระโปรง ชุดใส่อยู่บ้าน รองเท้าในบ้าน ไปจนถึงตุ๊กตา

Wear Your World

เมื่อ UT ตั้งใจจะเป็นเสื้อยืดที่สะท้อนตัวตนและคุณค่าของผู้สวมใส่ บอกว่าคุณเป็นใคร มาจากไหน และความเชื่อของคุณคืออะไร ทำให้ UT จำเป็นต้องมีคอนเทนต์หรือเรื่องราวที่หลากหลายมากพอครอบคลุมตัวตนที่แตกต่างของคนทุกเพศทุกวัย โดยแบ่งเนื้อหาเป็น 9 ประเภท ได้แก่ From Japan, Art, Character, The Brands, Magic For All, Women’s Wardrobe, Musician & Celebrity, Sweat และ Goods

UT กับที่มาของเสื้อยืดพิมพ์ลายกว่า 1,000 แบบของ UNIQLO

From Japan เช่น Game, Manga and Anime คอลเลกชันที่นำสุนทรียะของศิลปะวัฒนธรรมญี่ปุ่นมานำเสนอในรูปแบบใหม่ที่มีความร่วมสมัย เช่น คอลเลกชัน Hokusai Blue ที่เน้นสีน้ำเงินอันเป็นเอกลักษณ์ของโฮคุไซ หรือ Katsushika Hokusai ศิลปินภาพพิมพ์ผู้ให้กำเนิดศิลปะแนวอิมเพรสชันนิสม์และแรงบันดาลสำคัญของ Van Gogh

รวมถึงคอลเลกชันคาแรกเตอร์และโลโก้จากการ์ตูนและเกมโปรด ซึ่งเป็นวัฒนธรรมและความบันเทิงที่คนญี่ปุ่นภูมิใจ ทั้งยังพาเรากลับหาความสนุกแบบเด็กๆ เช่น งานของ Makoto Shinkai ผู้กำกับแอนิเมชันเรื่องดังอย่าง Your Name ซึ่งภายใต้เรื่องราวโรแมนติกแฟนตาซีมีรายละเอียดเรื่องประเพณีญี่ปุ่นซ่อนอยู่ ล่าสุดชินไคกำลังจะมีผลงานเรื่องใหม่เข้าฉายเร็วๆ นี้ ชื่อเรื่อง Weathering With You

Art คอลเลกชันที่ผสมผสานผลงานจากศิลปินชื่อดัง ไม่ว่าจะเป็นจากวงการศิลปะ ภาพยนตร์ และวงการออกแบบภายใน เช่น Sprz NY Andy Warhol หรือ เซอร์ไพรส์นิวยอร์ก คอลเลกชันของศิลปินป๊อปอาร์ตแนวหน้า KAWS:Summer งานของศิลปินสตรีทอาร์ตระดับไอคอนที่คนไปรอซื้อตั้งแต่ร้านเปิด หรืองานของ Miranda July ศิลปิน นักเขียน และผู้กำกับภาพยนตร์อิสระ ที่สร้างสรรค์ลายเสื้อจากวลีและประโยคสนุกๆ

Character คอลเลกชันจากแอนิเมชันและคาแรกเตอร์ที่ทุกคนชื่นชอบ นำเสนอในรูปแบบของ LifeWear ให้เก็บสะสมได้ เช่น Sanrio คอลเลกชันพิเศษ Hello Kitty ครบรอบ 45 ปี Peanuts เรื่องราวการผจญภัยของ Charlie Brown กับ Snoopy สุนัขคู่ใจ ที่สอดแทรกบทเรียนชีวิตลึกซึ้งจนคนทั้งโลกหลงรัก

The Brands คอลเลกชันจากการทำงานร่วมกันระหว่างยูนิโคล่และแบรนด์ที่มีปรัชญาความเชื่อคล้ายกัน ซึ่งเต็มไปด้วยแบรนด์ไลฟ์สไตล์ที่คุณชื่นชอบ เช่น The Brand Okashi หรือขนมหวาน ซึ่งกลายเป็นเสื้อ UT ที่ขายดีมากในไทยอย่างคาดไม่ถึง โดยเฉพาะลายกราฟิกขนม Milky

Magic For All คอลเลกชันที่จับมือกันระหว่างยูนิโคล่และ Walt Disney เพื่อเฉลิมฉลองความเป็นเด็กของเราทุกคนผ่านคาแรกเตอร์ที่คุ้นเคย เช่น Mickey Art คอลเลกชันที่ชวนนักวาดภาพประกอบ 5 คน 5 สไตล์ตีความมิกกี้เมาส์ผ่านลายเส้นของตัวเอง หรือ Marvel X Jason Polan คอลเลกชันฮีโร่มาร์เวลในลายเส้นของ Jason Polan ศิลปินจากนิวยอร์กที่ใครเห็นเป็นต้องใจเต้นตาม

Women’s Wardrobe หรือเหล่าคอลเลกชันที่ยูนิโคล่ร่วมทำงานกับแบรนด์ออกแบบลายผ้าชื่อดัง เช่น Marimekko แบรนด์เสื้อผ้าและไลฟ์สไตล์จากฟินแลนด์ หรือคอลเลกชันที่ทำงานร่วมกับ Sanderson แบรนด์วอลเปเปอร์อายุ 159 ปีจากอังกฤษ เปลี่ยนเสื้อยืดลายดอกไม้ให้หรูหราขึ้นถนัดตา

Musician & Celebrity รวมคอลเลกชันที่ชวนศิลปินและบุคคลที่มีชื่อเสียงมาออกแบบลายเสื้อ เช่น คอลเลกชัน Save Japan! เมื่อปี 2011 ที่ชวน Lady Gaga, Karl Lagerfeld, Gwyneth Paltrow, Nicole Kidman, Blake Lively, Victoria Beckham และ Orlando Bloom ออกแบบลายเสื้อเพื่อระดมทุนช่วยผู้ประสบภัยสึนามิ

นอกจากเสื้อยืดแล้ว UT ยังมี Sweat คอลเลกชันเสื้อแขนยาว และ สินค้าอื่นๆ เช่น ตุ๊กตาและกระเป๋าออกแบบพิเศษด้วย

การคัดสรรเนื้อหาจากทั่วโลก ตั้งแต่งานศิลปะร่วมสมัยของศิลปินร่วมรุ่นใหม่ที่น่าจับตา ตัวละครจากการ์ตูนที่ทุกคนชอบ ไปจนถึงแบรนด์ดังที่ทุกคนรัก เพื่อเล่าวัฒนธรรมที่หลากหลายผ่านเสื้อยืด ยูนิโคล่จะเลือกทำงานกับพาร์ตเนอร์ที่เชื่อในเรื่องเดียวกัน เช่น แบรนด์ที่มีปรัชญาคล้ายกัน หรือเรื่องราวของตัวละครที่มีวิธีคิดไม่ต่างกับยูนิโคล่

More Than T-Shirt

เรามาเพื่อบอกว่า UT ไม่ใช่เสื้อยืดลายการ์ตูนน่ารักๆ อย่างที่หลายคนเข้าใจ

นอกจากแนวคิดเบื้องหลัง คุณค่าที่บ่งบอกตัวตนผู้สวมใส่ และการสะท้อนวัฒนธรรม สิ่งที่ทำให้ UT เป็นเสื้อยืดที่ไม่ธรรมดา ได้แก่

หนึ่ง คุณภาพตามปรัชญาของแบรนด์ซึ่งคิดถึงคนใส่ในทุกขั้นตอน ทั้งการพิมพ์ลายที่ไม่ทำให้เสียดสีระคายเคืองขณะสวมใส่ และตำแหน่งป้ายแท็กที่อยู่ตรงชายเสื้อด้านล่างแทนหลังคอเสื้อ

สอง เนื้อหาบนเสื้อที่ไม่ซ้ำใคร และหาซื้อไม่ได้จากร้านทั่วไป เพราะสร้างสรรค์ขึ้นมาพิเศษเฉพาะ UT เช่น คอลเลกชัน Pixar ปีนี้ เล่าเหตุการณ์พักร้อนที่แคลิฟอร์เนียของเหล่าตัวละครจากค่ายพิกซาร์ หรือการทำงานร่วมกันซ้อนในการทำงานร่วมกันอีกทอดหนึ่ง เช่น UNIQLO x KAWS x Sesame Street และ UNIQLO x MARVEL x Jason Polan โดยเนื้อหาที่นำเสนอต้องไม่ส่งผลกระทบต่อใคร ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเชื้อชาติ ศาสนา วัฒนธรรม และเพศ

สาม ที่สำคัญ UT ทำให้เราเข้าถึงงานของศิลปินหรือแบรนด์ดังในราคาที่เอื้อมถึง จากงานออกแบบราคาหลักพันหลักหมื่น UT ทำให้เราเป็นเจ้าของเสื้อลาย KAWS และ Marimekko ในราคาเพียง 390 หรือ 590 บาท 

UT Weekly

สิ่งที่น่าสนใจคือ วิธีคาดการณ์ความชอบของตลาดของทีมยูนิโคล่ ที่ไม่ว่าจะออก UT คอลเลกชันไหนก็ได้รับการตอบรับที่ดีเสมอ

UT ไม่จำกัดจำนวนคอนเทนต์ในแต่ละปี แต่เฉลี่ยให้งานของศิลปิน คาแรกเตอร์ และแบรนด์ มีจำนวนคอลเลกชันใหม่ใกล้เคียงกัน โดยติดตามกระแสไปพร้อมๆ กับมองหาผลงานศิลปะร่วมสมัย แล้วใช้สถิติเพื่อวิเคราะห์ความต้องการของตลาดและบริหารจัดการคลังสินค้า

ก่อนส่งไม้ต่อให้ทีมสื่อสารและการตลาดแต่ละประเทศเลือกหยิบเรื่องราวของแต่ละลายมาสื่อสารซึ่งไม่ซ้ำกัน โดยหนึ่งในกลยุทธ์คือ การสื่อสารให้สอดคล้องกับเทศกาลและวันสำคัญต่างๆ เช่น มีเสื้อลายมิกกี้เมาส์สีทองต้อนรับวันตรุษจีน หรือมีเสื้อลาย SPRZ MoMA วางขายในวันเปิด The Museum of Modern Art หรือ MoMA และหากเป็นช่วงหน้าร้อนผ้าของเสื้อยืดจะใส่สบายกว่า รวมถึงสินค้าที่เป็นเสื้อแขนยาวและผ้าห่มสำหรับฤดูหนาวด้วย นั่นทำให้แต่ละปี UT ออกคอลเลกชันใหม่จำนวนไม่เท่ากัน โดยเฉลี่ยแล้ว UT มีคอนเทนท์ใหม่ให้แฟนยูนิโคล่ติดตามทุกสัปดาห์

ไม่แปลกใจว่าเดินเข้าร้านยูนิโคล่ทีไร ทำไมได้เสื้อติดมือกลับบ้านทุกสัปดาห์ การมีอยู่ของ UT ทำให้แฟนคลับยูนิโคล่หลายคนเดินเข้าร้านเพื่ออัพเดตเสื้อลายใหม่โดยเฉพาะ

คล้ายการเลือกแผ่นเสียงในร้านแผ่นเสียง การรูดราวเสื้อยืด UT เพื่อดูลายใหม่ๆ ให้ความรู้สึกไม่ต่างกัน

ของไทยใน UT

ไม่เพียงลายเสื้อของคาแรกเตอร์เจ้าประจำ และงานของศิลปินชื่อดังซึ่งมีแฟนคลับอยู่ทั่วโลก UT ยังเปิดโอกาสให้ศิลปินหน้าใหม่ที่มีแฟนคลับเฉพาะกลุ่ม ไม่ได้เป็นที่รู้จักในวงกว้างแต่ทำงานเจ๋งๆ มากมาย เช่น Miranda July ศิลปิน นักเขียน และผู้กำกับภาพยนตร์อินดี้ รวมถึงศิลปินท้องถิ่น เช่น คอลเลกชัน Feel the SEA UT ที่ทำงานร่วมกับศิลปินจากประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งมีงานของ รักกิจ ควรหาเวช ศิลปินสตรีทอาร์ต และ มินชญา ชโยสัมฤทธิ์ กราฟิกดีไซเนอร์และศิลปินภาพพิมพ์เจ้าของสตูดิโอ The Archivist จากประเทศไทยรวมอยู่ด้วย

ที่น่าตื่นเต้นที่สุด คือ UT Grand Pix หรือ UTGP ที่เปิดโอกาสให้แฟนคลับ UT ทุกคน ส่งแบบประกวดการออกแบบลายเสื้อตามโจทย์ที่กำหนด เป็นโอกาสครั้งสำคัญที่จะเป็นศิลปินที่มีงานวางขายในร้าน UNIQLO ทุกสาขาทั่วโลก โดยปีที่ผ่านมามีผลงานของนักออกแบบชาวไทยได้รางวัล UTGP Nintendo 2017 และ UTGP Marvel 2018 ด้วย สำหรับ UTGP ปีนี้เป็นคิวของ UTGP Pokemon 2019

ผลงานของ Viva นักออกแบบชาวไทย ได้รับรางวัลที่สอง UTGP Marvel 2018

หรือหากใครอยากออกแบบลายเสื้อไว้ใส่เองคนเดียว เป็นเสื้อ UT คู่ หรือเสื้อกลุ่ม ก็ออกแบบได้เลยที่แอปพลิเคชัน UTme และนำลายที่ออกแบบไปพิมพ์ได้ที่ร้านยูนิโคล่สาขาเซนทรัลเวิลด์

LifeWear

ไม่ใช่แค่เสื้อยืดลายกราฟิกของยูนิโคล่ แต่ UT เป็นตัวแปรที่สำคัญมากของยูนิโคล่

แม้จะออกคอลเลกชันใหม่บ่อยมาก แต่ UT ก็ไม่ใช่แฟชั่นจานด่วนที่เดี๋ยวมาเดี๋ยวไป

UT นำพาศิลปะเข้ามาในชีวิตผู้คน จากเดิมที่งานของศิลปินหรือแบรนด์ที่ชอบมีราคาค่อนข้างสูงเกินเอื้อม เราจึงได้แต่ชื่นชมอยู่ห่างๆ แต่ UT ทำให้ทุกคนมีโอกาสตามซื้องานที่ชอบมาเก็บสะสมในราคาที่เข้าถึงได้

UT ทำให้งานศิลปะระดับตำนานกลับมาเป็นที่พูดถึงอีกครั้ง ทำให้งานของศิลปินญี่ปุ่นเป็นที่รู้จัก ทำให้งานศิลปะร่วมสมัยของศิลปินหน้าใหม่มีพื้นที่แสดงงานพิสูจน์ความสามารถ

เป็นภัณฑารักษ์อันดับหนึ่งของพิพิธภัณฑ์เสื้อผ้ามีชีวิต

UT ทำให้เจอเสื้อยืดที่เราอยากใส่ เป็นตัวแทนโลกทั้งใบของเรา ทำให้กล้าประกาศตัวตนและความชอบของตัวเองออกมาตรงๆ

UT มีบางอย่างที่เชื่อมโยงกับความทรงจำของผู้คน มีคนบอกว่าเห็นเสื้อลายมิกกี้แล้วนึกถึงตุ๊กตาตัวแรกที่แม่ซื้อให้ นึกถึงเกมและการ์ตูนที่อ่านเล่นกับเพื่อน เป็นต้น

UT ทำให้แบรนด์ยูนิโคล่เข้าไปนั่งอยู่ในใจกลุ่มคนที่กว้างขึ้น จากเดิมที่ลูกค้าประจำยูนิโคล่ ได้แก่ วัยทำงาน ไปจนถึงวัยกลางคนชนชั้นกลางที่ต้องการเสื้อผ้าคุณภาพดีสำหรับวันทำงานและวันสบายๆ แต่เพราะของดีมีคุณภาพ ราคาถูก ได้เลือกเสื้อลายที่ถูกใจ ทำให้ UT ขยายกลุ่มลูกค้าไปยังแฟนคลับของแบรนด์หรือศิลปินที่ยูนิโคล่ทำงานด้วย ยิ่งสร้างสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน และจากจำนวนคอลเลกชัน UT ในแต่ละปี แต่ละฤดูกาล ทำให้การออกคอลเลกชันใหม่ของ UT โดยเฉลี่ยคือทุกสัปดาห์ เพิ่มโอกาสและแรงจูงใจให้คนอยากแวะเวียนมาที่หน้าร้านมากขึ้นติดตาม UT คอลเลกชันใหม่ที่จะปล่อยช่วงครึ่งปีหลังนี้ได้ที่ Uniqlo Thailand

Writer

นภษร ศรีวิลาศ

อดีตนักเรียนเศรษฐศาสตร์ผู้วิ่งเล่นในแวดวงตลาดทุน หน่วยงานสนับสนุนกิจการเพื่อสังคม และงานสายแบรนดิ้งเพื่อความยั่งยืน หลงรักการลองเสื้อคอลเลกชันใหม่ของ COS MUJI Marimekko BEAMS และมีเพจชื่อ น้องนอนในห้องลองเสื้อ

สูตรคูณ

เบื้องหลังงานสร้างสรรค์ครั้งพิเศษจากการ...

การร่วมมือระหว่างแบรนด์ดูเป็นเรื่องธรรมดาไปแล้วทุกวันนี้ ทุกครั้งที่อัปเดตเทรนด์แฟชั่น เราจะพบกับการร่วมมือกันระหว่างแบรนด์พร้อมกับประกาศเปิดตัวสินค้าตัวใหม่ที่น่าติดตาม ซึ่งก็ได้รวมเอาเอกลักษณ์ของทั้งสองแบรนด์เข้าไว้ด้วยกัน และคงกระตุ้นต่อมความอยากเป็นเจ้าของให้กับแฟน ๆ แต่ละแบรนด์ไม่น้อย ยิ่งถ้าเกิดเป็นแฟนของทั้งสองแบรนด์อยู่ด้วยแล้ว คงจะรีบกดจองโดยแทบไม่ต้องคิดได้เลยทีเดียว

แต่ถ้าเป็นแบรนด์ที่เรานึกไม่ออกว่าจะเขาจะร่วมมือกันได้ล่ะ ?

PLY x ขายหัวเราะ โดย F.HERO แฟนคลับผู้พา ‘บ.ก.วิติ๊ด’ ออกมาโลดแล่นบนท้องถนน

นั่นเป็นคำถามแรกในหัวหลังจากที่เรารู้ว่า F.HERO จะทำงานร่วมกับขายหัวเราะเพื่อผลิตรองเท้า ใช่แล้ว คุณอ่านไม่ผิดหรอก แรปเปอร์อันดับต้น ๆ ของเมืองไทยร่วมมือกับบริษัททำหนังสือการ์ตูนที่สร้างเสียงหัวเราะให้คนไทยมาอย่างยาวนาน เพื่อผลิตสนีกเกอร์ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ พร้อมทั้งสร้างความสุขทุกครั้งที่หยิบมาสวมใส่

และนี่คือที่มาของเรื่องราวทั้งหมด

PLY (พลาย) แบรนด์รองเท้าสนีกเกอร์สัญชาติไทย ที่เกิดจากการวมตัวกันของเหล่าผู้คว่ำหวอดในวงการ ทั้งบริษัท CPL ผู้เชี่ยวชาญการผลิตรองเท้าเพื่อความปลอดภัย แบรนด์ 31Thanwa ซึ่งเป็นแบรนด์กระเป๋าสุดหรูที่สืบทอดมาจากโรงงานผลิตเครื่องหนังและรองเท้าหนังเป็นรุ่นที่ 3 และ กอล์ฟ F.HERO แรปเปอร์ที่ขึ้นชื่อเรื่องความเป็นผู้รอบรู้ด้าน Streetwear และเป็นหนึ่งในนักสะสมสนีกเกอร์ตัวยงที่ขึ้นชื่อในวงการ

PLY x ขายหัวเราะ โดย F.HERO แฟนคลับผู้พา ‘บ.ก.วิติ๊ด’ ออกมาโลดแล่นบนท้องถนน

แต่สิ่งที่ทำให้การร่วมมือกันครั้งนี้ นั่นเป็นเพราะ F.HERO เป็นมากกว่านั้น

กอล์ฟเล่าให้ฟังว่าเขาเป็นแฟนตัวยงหนังสือของสำนักพิมพ์บรรลือสาส์น ไม่ว่าจะเป็น ขายหัวเราะ มหาสนุก หรือ สวนเด็ก นั่นทำให้ต้องคอยติดตามข่าวสารของสำนักพิมพ์อยู่ตลอด และมองว่าการปรับตัวมาสร้างแพลตฟอร์มสำหรับรองรับงานใหม่ ๆ ในรูปแบบที่หลากหลายขึ้นของสำนักพิมพ์ ที่ตอนนี้กลายเป็นบันลือกรุ๊ป แถมยังได้รับความนิยมไม่สร่างซา ไม่ว่าจะเป็นแพลตฟอร์มไหน ก็เป็นการนำเอาแนวคิดการต่อยอดมาทำให้ใช้ได้จริงที่ยิ่งน่าติดตาม เนื่องจากตัวกอล์ฟเองก็กำลังทำค่ายเพลง โดยหวังให้ T-Pop มีที่ยืนในวงการดนตรีของโลก และมองว่าการต่อยอดจากต้นทุนที่มีอยู่ เป็นวิสัยทัศน์ที่จะทำให้ไปถึงเป้าหมาย

เมื่อสำนักพิมพ์ที่เป็นตัวเองแฟนคลับแสดงให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ที่คล้ายกัน กอล์ฟจึงไม่รอช้า รีบติดต่อกับ พิมพ์พิชา อุตสาหจิต หรือ นิว ผู้บริหารรุ่นที่ 3 ที่แฟน ๆ หนังสือหลายคนจะคุ้นเธอจากตัวการ์ตูนเจ้าหนูที่มีผม 3 เส้น แต่นิวในตอนนี้คือผู้บริหารที่กำหนดทิศทางของบันลือกรุ๊ป เมื่อเธอได้พูดคุยกับกอล์ฟ และเห็นด้วยว่าการนำเอาความคลาสสิกที่มีของ ขายหัวเราะ มาต่อยอดในรูปแบบที่ต่างออกไป เป็นอีกพรมแดนหนึ่งที่น่าสนใจ พวกเขาจึงเริ่มงานทันที

PLY x ขายหัวเราะ โดย F.HERO แฟนคลับผู้พา ‘บ.ก.วิติ๊ด’ ออกมาโลดแล่นบนท้องถนน
PLY x ขายหัวเราะ โดย F.HERO แฟนคลับผู้พา ‘บ.ก.วิติ๊ด’ ออกมาโลดแล่นบนท้องถนน

ขายหัวเราะ มีนโยบายอยากทำงานกับผลิตภัณฑ์ทุกรูปแบบ เพื่อดูว่าพวกเขาจะต่อยอดเอาตัวละครที่ทุกคนคุ้นเคย ไปปรากฏตัวในพื้นที่ใหม่ ๆ ได้ไกลแค่ไหน นอกจากนี้เมื่อได้ร่วมงานกัน พวกเขาพบว่าต่างก็เป็นแฟนคลับของกันและกัน ไม่ใช่แค่กอล์ฟที่หลงใหลในตัวการ์ตูนของ ขายหัวเราะ เท่านั้น แต่ผู้บริหารของบันลือกรุ๊ปก็ชื่นชมสไตล์การแรป และทักษะการเขียนเนื้อเพลงที่เป็นเอกลักษณ์ของกอล์ฟด้วยเช่นกัน ดังนั้นจะพูดว่านี่เป็นการแลกเปลี่ยนความชื่นชมกันและกันระหว่างแฟนคลับก็คงไม่ผิดนัก และทำให้สามารถทำงานได้อย่างราบรื่น

แต่ถึงแม้จะมีความชื่นชอบเป็นต้นทุน การนำเอาตัวการ์ตูนมาอยู่บนรองเท้าก็ไม่ใช่เรื่องง่ายอยู่แล้ว พวกเขากำลังมองหารองเท้าที่สวย แต่ก็ต้องใช้งานได้จริง เหมาะกับการใช้ในชีวิตประจำวันของคนรุ่นใหม่ กอล์ฟและทีม PLY ต้องนำจุดเด่นของรองเท้าออกมาให้ชัดเจนที่สุด โดยยึดแนวคิด ‘Safety Streetwear Sneaker’ เป็นสำคัญ

ในขณะเดียวกัน ทางบันลือกรุ๊ปก็ต้องระดมทุกทรัพยากรที่มี เพื่อให้แน่ใจว่าตัวละครที่จะปรากฏขึ้นเป็นลวดลายบนรองเท้า จะไม่ใช่แค่การนำเอาภาพไปแปะเท่านั้น แต่ต้องมีชีวิตชีวาและนำพาความทรงจำแสนสุขมาให้คนที่ได้ลองใส่ เนื่องจากตัวการ์ตูนทุกตัวมีลักษณะท่าทางที่เป็นเอกลักษณ์ ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่าทุกตัวละครที่เคยปรากฏบนหนังสือในเครือบันลือกรุ๊ป มีท่าทางเฉพาะตัว ไก่วัลลภจะทำท่าบางชนิดเท่านั้น โจรมุมตึกจะยืนด้วยท่าทางแบบที่คุ้นเคยเท่านั้น หากดัดแปลงเกินไปจนคนไม่เชื่อพวกมันจะออกท่าทางแบบนี้จริง ๆ จะทำให้ขัดกับภาพลักษณ์ที่เคยมี ตัวละครทุกตัวมีรายละเอียด ซึ่งทั้งกอล์ฟและนิวก็ยังย้ำว่าต้องลงลึกขนาดนี้ ก็เพื่อให้เสน่ห์ที่คอยมอบรอยยิ้มให้กับทุกคน ไม่ว่าจะอยู่บนกระดาษหนังสือการ์ตูน หรืออยู่บนสินค้าใด ก็ยังคงอยู่เสมอ

PLY x ขายหัวเราะ โดย F.HERO แฟนคลับผู้พา ‘บ.ก.วิติ๊ด’ ออกมาโลดแล่นบนท้องถนน
PLY x ขายหัวเราะ โดย F.HERO แฟนคลับผู้พา ‘บ.ก.วิติ๊ด’ ออกมาโลดแล่นบนท้องถนน

การทำงานร่วมกันจึงเป็นการหารือร่วมกันระหว่างทีม PLY และบันลือกรุ๊ป พร้อมทั้งวิเคราะห์จุดเด่นจุดด้อยของแทบทุกตัวละครเพื่อหาตัวที่เหมาะสม ซึ่งกอล์ฟบอกว่าทุกครั้งที่ได้เข้ามาที่ออฟฟิศบันลือกรุ๊ป เป็นเหมือนการเติมเต็มความฝันวัยเด็กของตัวเอง เขายังบอกอีกว่าจังหวะการ์ตูน 3 ช่องเป็นอีกแนวทางที่เขาใช้เวลาเขียนเพลง มีช่องเปิด ช่องปู และช่องตบ นี่อาจจะเป็นอีกเคล็ดลับที่ทำให้เขาปล่อยเพลงฮิตออกมา นอกจากนี้ เขายังเชื่อว่าขายหัวเราะในยุคต่าง ๆ ยังเป็นจดหมายเหตุประเทศไทยที่ย่อยเอาเหตุการณ์สำคัญ ๆ ออกมาในรูปแบบเบาสมอง แต่ก็ยังชวนให้ฉุกคิด ซึ่งถือเป็นคุณูปการที่สำคัญต่อวงการสื่อเมืองไทยเลยทีเดียว

นอกจากเติมเต็มความฝันวัยเด็กแล้ว การเข้ามาทำงานร่วมกันยังทำให้กอล์ฟได้เรียนรู้แนวคิดการต่อยอดที่เกิดขึ้นจากวิสัยทัศน์ของ วิธิต อุตสาหจิต หรือ ‘บ.ก.วิติ๊ด’ ที่เราคุ้นเคยกัน ซึ่งมองว่าตัวการ์ตูนที่เขามี ถือเป็น Soft Power ที่สำคัญ เนื่องจากพวกมันได้สร้างความผูกพันมานานหลายสิบปี เป็นต้นทุนที่ประเมินค่าไม่ได้ ความพยายามที่จะเอาพวกมันไปปรากฏในสื่ออื่น ๆ ในรูปแบบที่หลากหลายและแตกต่างออกไป ถือเป็นต้นแบบการทำธุรกิจที่กอล์ฟบอกว่าเขาจะนำไปปรับใช้อย่างแน่นอน นอกจากนี้ การทำงานผ่านการทำเป็นแบบอย่างและมีคำแนะนำอย่างอบอุ่นอยู่เสมอภายในครอบครัว แต่ก็ยังให้อำนาจตัดสินใจกับคนรุ่นใหม่แบบมืออาชีพ เป็นอีกเรื่องที่กอล์ฟถือว่าเป็นประสบการณ์ที่มีค่ากับการใช้ชีวิตของเขา

เบื้องหลัง PLY x ขายหัวเราะ เมื่อ F.HERO จับมือกับตัวการ์ตูนคลาสสิก เพื่อปลุกความหลงใหลวัยเด็กให้มีชีวิตอีกครั้ง

ทางด้าน บ.ก. วิธิต ก็มองว่านี่เป็นก้าวแรกที่สำคัญ โดยเฉพาะในยุคการเปลี่ยนแปลงจากกระดาษมาเป็นออนไลน์ ซึ่งก็ได้ทำให้บันลือกรุ๊ปต้องปรับตัวและพยายามทดลองสิ่งใหม่ ๆ อยู่เสมอ การได้ศิลปินที่มีเอกลักษณ์ของตัวเองสูง มีวินัยการทำงานที่ดี เป็นคนรุ่นใหม่ที่น่าชื่นชม มาร่วมงานด้วยถือเป็นเกียรติอย่างมากของบันลือกรุ๊ป บ.ก. ยังพูดถึงผลงานต่าง ๆ ของกอล์ฟ ซึ่งไม่ได้มีแค่เพลงที่ดังในเมืองไทยเท่านั้น แต่เขายังพูดถึงผลงานระหว่าง F.HERO และ Babymetal วงเกิร์ลกรุ๊ปเมทัลของญี่ปุ่น ซึ่งแสดงให้เห็นว่าทั้งสองฝ่ายต่างเป็นแฟนคลับของกันและกันอย่างแท้จริง

ถึงตรงนี้เราคงไม่ต้องบอกว่ากอล์ฟเขินขนาดไหน

เมื่อนี่เป็นก้าวแรก เราคงไม่ต้องบอกว่ายังมีโครงการอื่น ๆ รออยู่ในอนาคตอย่างแน่นอน โดยนิววางเป้าหมายเอาไว้ว่าภายในปีนี้ บันลือกรุ๊ปจะมีผลงาน Original Content ใหม่ ๆ ออกมาให้ติดตาม รวมถึงการนำเอาผลงานเก่าที่แฟน ๆ ชื่นชอบและทรัพยากรที่มีอยู่มาปัดฝุ่นและนำเสนอในรูปแบบใหม่ รวมไปถึงการร่วมงานกับกอล์ฟและศิลปินคนอื่น ๆ ซึ่งถึงแม้เราจะพยายามถามสักเท่าไหร่ พวกเขาก็ไม่ยอมบอกว่าเป็นอะไร

แต่ไม่ว่าจะเป็นอะไร เราก็เชื่อว่ามันจะออกมาน่าตื่นตาตื่นใจเหมือนกับ PLY x Kraihuaror แน่นอนเพราะเห็นได้ชัดว่าเมื่อการทำงานเริ่มต้นจากความชื่นชมและให้เกียรติระหว่างกันและกัน เราก็คาดหวังได้เลย

ผลงานที่เกิดจากความหลงใหลย่อมเป็นงานคลาสสิกเสมอ

Writer

นรินทร์ จีนเชื่อม

จบรัฐศาสตร์ ชอบอ่านวรรณกรรมคลาสสิค หลงใหลการโต้เถียงแบบมีอารยะ กินกาแฟดำเหมือนนักเขียนรุ่นใหญ่ แต่ใจจริงชอบแฟรบปูชิโน่คาราเมลเพิ่มไซรัป

Photographer

เธียรสิน สุวรรณรังสิกุล

ปัจจุบันกำลังหัดนอนก่อนเที่ยงคืน

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load