‘ถ้าอ่านข้อความนี้จบ แสดงว่ามึงจ้องกูนานไปละ’

ข้อความนี้เป็นสกรีนตัวอักษรใหญ่ชัดเจน ด้านหน้าของเสื้อยืดวัยรุ่นสีขาวตัวหนึ่ง แขวนขายอยู่บนหุ่นนางแบบในร้านขายเสื้อยืดแห่งหนึ่ง 

ผู้เขียนอ่านจบแล้วอดยิ้มไม่ได้ พลางกวาดสายตาไปดูเสื้อยืดหลากหลายตัวอักษรในร้าน เห็นข้อความน่าสนใจมากมาย สะท้อนมิติต่างๆ ของผู้คนในสังคม

นอกจากเสื้อยืดที่วางขายตามร้านค้าแล้ว ทุกครั้งที่มีการจัดงานเทศกาลต่างๆ ตั้งแต่ระดับงานกีฬาสีของโรงเรียน งานคอนเสิร์ต งานอีเวนต์ งานเปิดตัวสินค้า ไปจนถึงการประท้วงการชุมนุมทางการเมืองทุกครั้ง สินค้าขายดีตลอดกาลอย่างหนึ่งของงานเหล่านี้คือเสื้อยืดคอกลมหรือเสื้อ T-shirt 

 T-shirt มีความหมายถึงเสื้อไม่มีกระดุม ปกเสื้อ และกระเป๋า โดยมีลักษณะคอกลมและแขนสั้น แขนเสื้อจะไม่เลยข้อศอก รูปร่างของเสื้อจึงคล้ายกับตัว T กลายเป็นที่มาของคำว่า T-shirt

ผมรู้จักเสื้อยืดสมัยเป็นนักเรียน ในวิชาพละศึกษา นักเรียนทุกคนจะเปลี่ยนเสื้อเชิ้ตมาสวมเสื้อยืดขาวตราห่านคู่เนื้อผ้าทอจากฝ้าย สวมรองเท้าผ้าใบ เพื่อมาออกกำลังกาย หรือพอย่างเข้าหน้าหนาว กลับมาบ้านก็เห็นเสื้อยืดของคุณพ่อชอบใส่อยู่บ้าน จำได้ว่าเนื้อผ้าไม่ใช่ฝ้ายร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่เป็นใยสังเคราะห์ทำให้เบาสบาย ยี่ห้อมงตากูของฝรั่งเศส ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นต้นกำเนิดของเสื้อยืดที่นำมาเป็นเสื้อชั้นในของสุภาพบุรุษ เช่นเดียวกับสหรัฐอเมริกา 

ทั้งสองประเทศพยายามอ้างมาตลอดว่า ต้นกำเนิดของเสื้อยืดมาจากประเทศของตัวเอง

เสื้อยืดสกรีน Quote การสื่อสารราคาถูกที่แสดงพลังในทุกคอนเสิร์ตหรือชุมนุมประท้วง, ประวัติ เสื้อยืด
เสื้อมงตากู (Montagut) ของฝรั่งเศส
ภาพ : montagut.com

อันที่จริงเสื้อยืดมีประวัติมายาวนานมาก กล่าวกันว่าเสื้อยืดในปัจจุบันมีพัฒนาการมาจากเสื้อชั้นในที่ทอจากฝ้ายตั้งแต่สมัยอียิปต์หลายพันปีทีเดียว แต่เอาเข้าจริงเสื้อยืดเริ่มเป็นที่รู้จักของโลกสมัยใหม่ไม่ถึงร้อยปี เป็นที่รู้จักในโลกตะวันตกปลายศตวรรษที่ 19 เมื่อเสื้อคอกลมไม่มีปก ไม่มีกระดุมเส้นใยถักทอจากเนื้อฝ้าย เป็นที่นิยมของบรรดาคนงานขุดเหมืองและกรรมกรแบกสินค้าตามท่าเรือ เนื่องมาจากทำงานท่ามกลางอากาศร้อน เสื้อยืดเบาสบายกว่า

ต่อมาเสื้อยืดคอกลมเริ่มเป็นที่แพร่หลายมากขึ้นหลังสงครามสเปน-สหรัฐอเมริกา ในช่วงต้นศตวรรษที่ 1900 เสื้อยืดคอกลมสีขาวกลายเป็นเสื้อชั้นในของทหารเรืออย่างเป็นทางการ และหากต้องออกปฏิบัติงานในภูมิอากาศร้อน บรรดาทหารเรือก็จะถอดชุดเครื่องแบบออก และใช้เสื้อยืดสีขาวเป็นชุดทำงานเลย โดยเฉพาะในเรือดำน้ำที่มีอากาศอบอ้าวเป็นพิเศษ

ขณะที่คนทั่วไปในสหรัฐอเมริกาโดยเฉพาะบรรดาชนชั้นแรงงานก็นิยมใส่เสื้อยืดเพื่อทำงานในปศุสัตว์ ในไร่ ในโรงงานอุตสาหกรรม เพราะเป็นเสื้อสวมใส่ง่าย สบาย ราคาไม่แพง และทำความสะอาดง่าย และเมื่อเกิดการตกต่ำทางเศรษฐกิจครั้งใหญ่ใน ค.ศ. 1930 เสื้อยืดได้รับความนิยมมากขึ้นจากราคาถูก พอเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 ภาพที่เห็นทหารใส่เครื่องแบบครึ่งท่อน คือเสื้อคอกลมและกางเกงทหารกลายเป็นภาพชินตาของคนรุ่นนั้น ขนาดนิตยสาร LIFE ในเวลานั้นเอารูปทหารใส่เสื้อยืดขึ้นปกและคำว่า เสื้อ T-shirt ก็เป็นชื่อที่คนเรียกติดปากมากขึ้น จากเสื้อที่มีลัษณะเป็นตัว T และกองทัพอเมริกาเรียกเสื้อชนิดนี้ว่า Training Shirt

แต่เสื้อยืดโด่งดังกลายเป็นแฟชั่นระบาดไปทั่วโลก น่าจะเกิดจากภาพยนตร์ฮอลลีวูดชื่อดัง รถรางคันนั้นชื่อปรารถนา (A Streetcar Named Desire) ใน ค.ศ. 1951 นำแสดงโดยมาร์ลอน แบรนโด (Marlon Brando) สร้างยอดขายเสื้อยืดในปีนั้นได้มากถึง 180 ล้านเหรียญดอลลาร์ฯ

เสื้อยืดสกรีน Quote การสื่อสารราคาถูกที่แสดงพลังในทุกคอนเสิร์ตหรือชุมนุมประท้วง, ประวัติ เสื้อยืด
ภาพ : lh5.googleusercontent.com

ตามมาด้วยภาพยนตร์เรื่อง Rebel Without a Cause นำแสดงโดยเจมส์ ดีน (James Dean) ใน ค.ศ. 1955 พระเอกรูปหล่อ กล้ามใหญ่ สวมเสื้อยืดคับอกกับกางเกงยีนส์แสนเท่ กลายเป็นแฟชั่นวัฒนธรรมส่งออกของอเมริการะบาดไปสู่วัยรุ่นทั่วโลกยุคนั้น

เสื้อยืดสกรีน Quote การสื่อสารราคาถูกที่แสดงพลังในทุกคอนเสิร์ตหรือชุมนุมประท้วง, ประวัติ เสื้อยืด
ภาพ : assets.st-note.com

ช่วงเวลานั้น แฟชั่นเสื้อยืดคอกลมที่ระบาดไปทั่วโลก ยังไม่ได้เปล่งพลังของเสื้อยืดออกมาอย่างชัดแจ้ง จนกระทั่งใน ค.ศ. 1960 เสื้อยืดกลายเป็นสัญลักษณ์ของกบฏหรือคนที่คิดต่างจากรัฐบาล โดยเฉพาะการต่อต้านสงครามเวียดนาม ก่อนจะพัฒนากลายเป็นเสื้อโฆษณาอย่างแพร่หลาย

ในสังคมตอนนั้น แม้เสื้อยืดจะได้รับความนิยมมาก แต่เสื้อยืดก็ยังมีภาพลักษณ์ของความไม่เรียบร้อย ความมักง่าย ซึ่งตรงกับจริตของกลุ่มคนหนุ่มสาว บรรดาบุปผาชนหรือฮิปปี้ผู้ต่อต้านสงคราม ไม่ต้องการให้รัฐบาลอเมริกันเกณฑ์ทหารไปสู้รบในสงครามเวียดนาม

เสื้อยืดได้ถูกออกแบบให้มีการสกรีนสิ่งที่ตัวเองเชื่อ ไม่ว่าจะเป็นคำพูด คำโฆษณา ภาพวาดบนเสื้อยืด เพื่อบอกคนอื่นว่า คนที่กำลังใส่เสื้อยืดตัวนั้นคิดหรือเชื่ออะไรอยู่ โดยเฉพาะการต่อต้านรัฐบาล สงคราม และสันติภาพ

บางคนบอกว่าเสื้อยืดก็เปรียบเสมือนเฟรมผ้าใบสีขาว ที่ผู้คนจะแต่งแต้ม ระบาย หรือเขียนข้อความอะไรลงไปเพื่อบอกเรื่องราวต่างๆ ของตัวเอง หรือสิ่งที่ตัวเองสนใจในช่วงเวลานั้น

ไม่น่าแปลกใจที่เสื้อยืดสกรีนรูปเช เกบารา นักปฏิวัติฝ่ายซ้าย ซึ่งเป็นเสื้อที่บรรดาผู้ประท้วงสงครามนิยมสวมใส่เพื่อสะท้อนความคิดขบถต่อสังคม กลายเป็นเสื้อยืดขายดีถล่มทลายติดอันดับจนถึงทุกวันนี้ รวมไปถึงเสื้อยืดสกรีน คำว่า PEACE หรือสัญลักษณ์สันติภาพ 

เสื้อยืดสกรีน Quote การสื่อสารราคาถูกที่แสดงพลังในทุกคอนเสิร์ตหรือชุมนุมประท้วง, ประวัติ เสื้อยืด
ภาพ : encrypted-tbn0.gstatic.com

 และอีกด้านหนึ่ง แฟนเพลงที่ชื่นชอบวงดนตรีชั้นนำ โดยเฉพาะในช่วงที่เพลงร็อกได้รับความนิยมสูงสุด ในช่วงยุค 70 – 80 จากเสื้อของวงดนตรีร็อก นักดนตรีต่างพากันใส่เสื้อยืดสกรีนรูปวงดนตรีของตัวเอง อาทิ The Rolling Stone, Bob Marley, Jimi Hendrix, Pink Floyd ฯลฯ จนแฟนเพลงพากันซื้อใส่ ได้รับความนิยมถล่มทลาย แทบจะเรียกได้ว่า ยอดจำหน่ายเสื้อยืดรูปศิลปินเหล่านี้อาจจะมีปริมาณมากกว่าอัลบั้มที่ขายออกมาเสียอีก

และตั้งแต่ ค.ศ. 1970 บรรดาบริษัทชื่อดังอย่าง Coca-Cola หรือ Mickey Mouse ก็เริ่มทำการตลาดและโฆษณาด้วยการสกรีนตราสินค้าลงบนหน้าอกเสื้อยืด บริษัทเสื้อผ้าชื่อดังหลายยี่ห้อก็เริ่มลงมาเล่นตลาดเสื้อยืด โดยสกรีนโลโก้เสื้อของตัวเองกลางหน้าอก เพื่อเป็นการย้ำแบรนด์ของตัวเอง เสื้อผ้าวัยรุ่น Calvin Klein เป็นยี่ห้อแรกที่ลงมาเล่นกับตลาดเสื้อยืดอย่างจริงจัง ตามมาด้วยอีกหลายแบรนด์ อาทิ Ralph Lauren, The Gap จนประสบความสำเร็จ ทำให้เสื้อผ้ายี่ห้อดังเกือบทุกยี่ห้อต้องลงมาเล่นตลาดเสื้อยืด เพื่อสร้างมูลค่าแบรนด์สินค้าของตัวเอง เช่นเดียวกับเสื้อยืดที่สกรีนหน้าอกว่า I ♥ N Y โดยนักออกแบบชื่อดัง มิลตัน กลาเซอร์ (Milton Glaser) ได้กลายเป็นต้นแบบของเสื้อยืดสไตล์นี้แทบทุกเมืองใหญ่ในโลก

ช่วงหนึ่งของชีวิตผู้เขียน มีโอกาสหาเงินด้วยการช่วยเพื่อนทำเสื้อยืดขายอย่างเป็นล่ำเป็นสัน มีร้านขายที่ตลาดนัดสวนจตุจักร กิจการขายดี ขยายสาขาเพิ่มขึ้น โดยจับกลุ่มลูกค้านักศึกษาและคนรุ่นใหม่ งานของผมคือการคิดแบบเสื้อ ด้วยคำพูดที่แสดงตัวตนของคนสวมใส่ เสื้อที่ขายดี จะสกรีนเรื่องราวเกี่ยวกับธรรมชาติ สันติภาพ และคำพูดเท่ๆ ของคนดัง ดารา นักร้อง

จำได้ว่าเสื้อยืดแบบหนึ่งเป็นรูปจอห์น เลนนอน (John Lennon) และสกรีนคำพูดตอนหนึ่งในบทเพลง Imagine อันโด่งดัง

“You may say I’m a dreamer

But I’m not the only one

I hope someday you will join us

And the world will be as one”

ปรากฏว่าเสื้อยืดรุ่นนี้ขายดีเป็นประวัติการณ์ คนรอซื้อจำนวนมากจนผลิตไม่ทันขาย เพราะเสื้อออกแบบได้สวยงามแล้วยังสามารถแสดงตัวตนของคนสวมใส่ ว่าเขาและเธอคิดอย่างไรในช่วงเวลานั้น แน่นอนว่า นอกจากจะหลงรัก จอห์น เลนนอน แล้ว เนื้อหาเพลงนี้ประกาศตัวตนความเชื่อของคนสวมใส่ด้วย

ทุกวันนี้เสื้อยืดจึงเป็นเสื้อที่คนทั่วโลกนิยมใส่ นอกจากเพื่อการสวมใส่แล้ว ยังเป็นการสื่อสารราคาถูก สามารถเรียกร้องความสนใจจากผู้ที่พบเห็นได้ผ่านสีของเสื้อ โลโก้หรือข้อความที่สกรีนบนเสื้อยืด เพื่อประกาศตัวตน ความเชื่อของผู้สวมใส่ โดยเฉพาะเมื่อมีเหตุการณ์ชุมนุมทางการเมือง ดูเหมือนว่าเสื้อยืดจะกลายเป็นสินค้าขายดีในบรรดาสินค้าที่ระลึกทั้งหลาย 

เพื่อแสดงความเชื่อทางการเมืองของตน

ตอนมีการชุมนุมทางการเมืองของกลุ่มเสื้อแดงที่ราชประสงค์ใน พ.ศ. 2553 มีเสื้อยืดขายดีจะสกรีนคำว่า ‘ไพร่’ เด่นชัดเพื่อประกาศตัวตนของผู้สวมใส่ในช่วงนั้น

พอมีการชุมนุมของกลุ่ม กปปส. ใน พ.ศ. 2556 เสื้อยืดขายดีจะสกรีนคำว่า ‘กบฏ’ เพื่อประกาศตัวตนของผู้สวมใส่อย่างชัดเจน

แม้คำที่ใช้จะต่างกัน แต่คนใส่เสื้อทั้งสองตัวคงจะภูมิใจและอยากแสดงออกด้วยตัวอักษรเชิงสัญลักษณ์นี้

ส่วนปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองระหว่างคนรุ่นใหม่กับรัฐบาลใน พ.ศ. 2563 เสื้อยืดขายดี นอกจากรูปหมุดคณะราษฎรแล้ว ก็คือสกรีนตัวอักษรว่า ‘พึงรู้เถิดว่าประเทศเรานี้เป็นของราษฎร’

หลายคนจึงยืดอกใส่เสื้อยืด เพื่อบอกตัวตน ความเชื่อของเราตั้งแต่อดีตมาจนถึงปัจจุบันอย่างเต็มภาคภูมิ

Writer

วันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์

นามปากกา วันชัย ตัน นักเขียนสารคดี นักวิจารณ์สังคม การเมือง และสิ่งแวดล้อม ผู้ร่วมก่อตั้งและบรรณาธิการบริหารนิตยสารสารคดี อดีตรองผู้อำนวยการองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพแห่งประเทศไทย (THAIPBS) อดีตผู้อำนวยการฝ่ายข่าว สถานีโทรทัศน์ PPTVHD36 มีผลงานเขียนตีพิมพ์เป็นหนังสือ 28 เล่ม เป็นนักเดินทางตัวยง จากความเชื่อที่ว่า การใช้ชีวิตให้มีความสุขควรประกอบด้วยสามสิ่ง คือ ทำงานที่ใจรัก ช่วยเหลือคนรอบข้าง และเดินทางท่องเที่ยว

Small is Beautiful

เรื่องราวเล็กๆ ที่เกิดขึ้นในสังคมแต่ทว่าสวยงามและมีพลังโดย ‘วันชัย ตัน’

สำหรับนักท่องเที่ยวขาลุยที่ชอบท่องเที่ยวธรรมชาติมากกว่าการเที่ยวในมหานครใหญ่แล้ว ไอซ์แลนด์กำลังเป็นประเทศจุดหมายปลายทาง ตัวเลือกที่น่าสนใจและกำลังมาแรง แม้ค่าครองชีพ ค่าเดินทาง จะค่อนข้างสูง

ไอซ์แลนด์เป็นเกาะขนาดใหญ่อันดับ 2 ในยุโรปรองจากเกาะอังกฤษ ในมหาสมุทรแอตแลนติกเหนือ ตั้งอยู่ระหว่างอังกฤษ นอร์เวย์ และเกาะกรีนแลนด์ มีเมืองหลวงชื่อภาษาพื้นเมืองว่า Reykjavík

ในทางภูมิศาสตร์ ไอซ์แลนด์เป็นเกาะเกิดใหม่จากการเคลื่อนตัวของเปลือกโลก ดันหินหลอมเหลวใต้เปลือกโลกขึ้นมาตามรอยแยกเมื่อ 70 ล้านปีก่อน เกาะตั้งอยู่บนสันเขากลางมหาสมุทรแอตแลนติก (Mid-Atlantic Ridge) ซึ่งเป็นแนวแผ่นเปลือกโลกแยกตัวระหว่างแผ่นทวีปอเมริกาเหนือและแผ่นทวีปยูเรเชีย

แผ่นทวีปยูเรเซียคือแผ่นเปลือกโลกรองรับทั้งทวีปและมหาสมุทรขนาด ประมาณ 67,800,000 ตารางกิโลเมตร รวมทวีปยุโรปและทวีปเอเชียส่วนใหญ่เข้าด้วยกัน ยกเว้นอินเดีย ตะวันออกกลาง และพื้นที่ทางทิศตะวันออกของเทือกเขา Chersky ของไซบีเรีย และประชากรร้อยละ 75 บนโลกอาศัยอยู่บนแผ่นทวีปนี้

เดินข้ามสะพาน Leif the Lucky จากทวีปยุโรปไปทวีปอเมริกาเหนือที่ Reykjanes ไอซ์แลนด์

ส่วนแผ่นทวีปอเมริกาเหนือ คือแผ่นเปลือกโลกรองรับทั้งทวีปและมหาสมุทร ขนาดประมาณ 75,900,000 ตารางกิโลเมตร รองรับทวีปอเมริกาเหนือ กรีนแลนด์ คิวบา บาฮามาส และเอเชียตะวันออกเฉียงเหนือ

คำว่าสันเขากลางมหาสมุทร (Mid-Oceanic Ridge) เป็นศัพท์ทางธรณีวิทยาที่เกิดขึ้นได้ไม่นาน เพราะเพิ่งมีการค้นพบเทือกเขากลางสมุทรจมอยู่ใต้ทะเลลึกเมื่อราว 70 กว่าปีก่อน จากการสำรวจพื้นท้องมหาสมุทรโดยเรือสำรวจ และพบแนวสันเขากลางมหาสมุทรแอตแลนติก และส่วนหนึ่งพาดผ่านเกาะไอซ์แลนด์

ไม่แปลกใจเลยที่ไอซ์แลนด์ได้รับฉายาว่า ดินแดนแห่งภูเขาไฟ มีภูเขาไฟมากกว่าร้อยแห่ง น้ำพุร้อน แหล่งพลังงานความร้อนใต้โลก ภูเขาไฟหลายแห่งยังคงคุกรุ่นอยู่ เช่น ภูเขาไฟเฮกลา (Hekla) ซึ่งปะทุครั้งล่าสุดใน พ.ศ. 2543

ตลอดสิบกว่าวันที่เราขับรถตระเวนไปทั่วเกาะที่มีขนาดเล็กกว่าประเทศไทยประมาณ 5 เท่า เห็นภูมิประเทศรูปทรงแปลก ๆ งดงามไม่ซ้ำ อันเนื่องจากมีอายุทางธรณีวิทยาไม่นาน แผ่นดินมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาจากแผ่นดินไหวและภูเขาไฟระเบิด

เดินข้ามสะพาน Leif the Lucky จากทวีปยุโรปไปทวีปอเมริกาเหนือที่ Reykjanes ไอซ์แลนด์
เดินข้ามสะพาน Leif the Lucky จากทวีปยุโรปไปทวีปอเมริกาเหนือที่ Reykjanes ไอซ์แลนด์

เมื่อปีที่แล้วในเดือนมีนาคม พ.ศ. 2564 แค่ 3 สัปดาห์ได้ เกิดแผ่นดินไหวมากกว่า 50,000 ครั้ง บนคาบสมุทร Reykjanes ในประเทศไอซ์แลนด์ อันเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความไม่นิ่งของแผ่นดินที่กำลังเกิดใหม่บนเกาะไอซ์แลนด์

แต่ไอซ์แลนด์น่าจะเป็นประเทศไม่กี่แห่งในโลก ที่เราขับรถไปไม่กี่สิบกิโลเมตร จะเห็นภูมิประเทศไม่ซ้ำเดิม มีความหลากหลายจากความแตกต่างของชั้นหิน การสึกกร่อนของแผ่นดิน การกัดเซาะของน้ำ ได้ภาพน้ำตกอันตระการตา จนถึงเดินย่ำไปบนธารน้ำแข็งขนาดใหญ่ที่สุดในยุโรป และมุดเข้าไปในถ้ำน้ำแข็งแบบที่ไม่เคยเห็นมาก่อน

วันแรกเมื่อเราเดินทางมาถึงเกาะน้ำแข็งแห่งนี้ ก่อนจะไปผจญภัยตามที่ต่าง ๆ สถานที่แห่งแรกที่เพื่อนสนิทดั้นด้นไปเป็นแห่งแรก และไม่ค่อยอยู่ในโปรแกรมเที่ยวของทัวร์ส่วนใหญ่ คือบริเวณอุทยานธรณี คาบสมุทร Reykjanes อยู่ห่างจากเมืองหลวงประมาณ 50 กิโลเมตร

เพื่อนสนิทบอกว่า “หากมาไอซ์แลนด์ ตรงนี้พลาดไม่ได้เด็ดขาด เป็นที่เดียวในโลกที่จะมีโอกาสได้เห็นทวีปอเมริกาเหนือกับทวีปยุโรปเกือบแนบชิดติดกัน ตรงบริเวณ Reykjanes”

เรายังสงสัยอยู่ตั้งนานว่าคืออะไร

เดินข้ามสะพาน Leif the Lucky จากทวีปยุโรปไปทวีปอเมริกาเหนือที่ Reykjanes ไอซ์แลนด์

พอรถขับไปตามกูเกิล ดั้นด้นมาถึงเนินเขาแห่งหนึ่ง พอปีนขึ้นไปเล็กน้อย ภาพที่เห็นคือร่องหินสองฟากลึกไม่กี่เมตร มีสะพานเล็ก ๆ ให้เดินข้าม

ฝั่งหนึ่งคือทวีปอเมริกาเหนือ อีกฝั่งคือทวีปยุโรป เราเดินข้ามทวีปได้โดยผ่านสะพานสีขาวที่ทอดข้ามรอยแยกระหว่างแผ่นเปลือกโลกยูเรเซียและอเมริกาเหนือ ในคาบสมุทร Reykjanes

บริเวณนี้เป็นสถานที่เดียวในโลกที่พื้นที่ส่วนเล็ก ๆ ของสันเขากลางมหาสมุทรแอตแลนติกโผล่ขึ้นมา ไม่อยู่ใต้ระดับน้ำทะเล โดยสันเขานี้เป็นที่ที่แผ่นเปลือกโลก 2 แผ่น คือ ยูเรเซียและอเมริกาเหนือ มาบรรจบกันแต่ไม่ติดกัน หรืออีกนัยหนึ่งคือ สันเขากลางสมุทรเป็นแนวขอบเขตรอยต่อระหว่างแผ่นเปลือกโลก 2 แผ่น เราจึงเดินข้ามไปมาระหว่างแผ่นเปลือกโลกทั้งสองบนสะพานได้

2 ทวีปที่มีมหาสมุทรแอตแลนติกคั่นกลาง ระยะทางนับพันกิโลเมตร แต่เราเดินข้ามทวีปได้ไม่ถึงนาที

พวกเราพากันเดินข้ามสะพานข้ามทวีป มีชื่อเรียกว่า ‘Leif the Lucky’ ตั้งขึ้นเป็นเกียรติแก่นาย เลฟ เอริกสัน (Leif Erikson) นักสำรวจชาวไอซ์แลนด์ และเป็นชาวยุโรปคนแรกที่พิชิตทวีปอเมริกาเหนือสำเร็จเมื่อพันปีก่อน ตามตำนานของชาวไอซ์แลนด์

เดินข้ามสะพาน Leif the Lucky จากทวีปยุโรปไปทวีปอเมริกาเหนือที่ Reykjanes ไอซ์แลนด์

ก่อน คริสโตเฟอร์ โคลัมบัส (Christopher Columbus) จะค้นพบทวีปนี้ ชื่อนี้จึงเปรียบเสมือนการเชื่อม 2 ทวีปเข้าด้วยกัน

พอเราเดินถึงกลางสะพาน มีแผ่นโลหะจารึกว่า ‘Midlina In the footsteps of the gods’ เป็นเส้นแบ่งเขตระหว่างแผ่นทวีปยูเรเซียกับแผ่นทวีปอเมริกาเหนือ ทั้งสองฟากจะมีป้าย ‘Welcome to America’ and ‘Welcome to Europe’

พอเดินข้ามสะพานผ่าน 2 ทวีป และพากันเดินลงมาใต้สะพาน เพื่อสัมผัสสันเขากลางมหาสมุทรแอตแลนติกที่ทอดยาวจากอาร์กติกถึงแอนตาร์กติกา เดินสำรวจลักษณะหิน ส่วนใหญ่เป็นหินบะซอลต์ อันเป็นหินอัคนีที่เกิดจากการเย็นตัวของหินหนืดหรือลาวาอย่างรวดเร็วบนพื้นผิวโลก ที่เห็นส่วนใหญ่มีสีเทาถึงสีดำ มีเนื้อละเอียด เป็นการยืนยันว่าเกาะแห่งนี้เกิดจากหืนหนืดหรือลาวาค่อย ๆ ทับถมจนกลายเป็นเกาะ

ไม่น่าเชื่อว่าสันเขาที่นอนสงบนิ่งอยู่ใต้ท้องทะเลลึก จะโผล่ขึ้นมาให้มนุษย์ได้เห็นเพียงที่เดียวในโลก

เดินไปสักพักบริเวณแห่งนี้มีแผ่นป้ายอธิบายเรื่องราวไว้ว่า

เดินข้ามสะพาน Leif the Lucky จากทวีปยุโรปไปทวีปอเมริกาเหนือที่ Reykjanes ไอซ์แลนด์
Reykjanes ในไอซ์แลนด์ ที่เดียวในโลกที่เห็นทวีปอเมริกาเหนือกับยุโรปเกือบติดกัน เดินข้ามได้ด้วยสะพาน Leif the Lucky

“ลองจินตนาการว่าคุณกำลังยืนอยู่บนแผ่นเพลตยูเรเซียน แผ่นเปลือกโลกแผ่นใหญ่ที่สุดในโลก แผ่นเพลตนี้ประกอบด้วยก้อนหินเก่าแก่ที่สุดในโลก ขณะที่แผ่นเพลตอเมริกาเหนือจะเคลื่อนตัวห่างออกไปทางตะวันตกของเพลตยูเรเซียน ทำให้เปลือกโลก 2 แห่งค่อย ๆ แยกตัวออกจากกัน…”

“สะพานแห่งนี้มีความยาว 18 เมตร ข้ามหุบผาที่มีความลึกประมาณ 6 เมตร เป็นสัญลักษณ์เพื่อบอกว่า เปลือกโลกทั้งสองกำลังเคลื่อนตัวแยกห่างจากกัน 2 เซนติเมตรต่อปี หรือ 2 เมตรทุกร้อยปี”

ร่องรอยจากลาวาของแนวสันเขากลางมหาสมุทรแอตแลนติก อธิบายว่าแผ่นเปลือกโลกยูเรเซียและอเมริกาเหนือเคลื่อนตัวออกจากกันอย่างต่อเนื่อง ด้วยพลังอันยิ่งใหญ่ภายใต้รอยแยกที่แตกออก ซึ่งทำให้มหาสมุทรแอตแลนติกกว้างขึ้นทีละน้อย

ที่น่าสนใจคือ สันเขากลางมหาสมุทรไม่ได้มีเฉพาะมหาสมุทรแอตแลนติก แต่มีอยู่ทุกมหาสมุทรทั่วโลก และมีการเชื่อมต่อกันเป็นแนวเทือกเขากลางมหาสมุทรยาวที่สุดของโลก ถึง 80,000 กิโลเมตร ซึ่งนักวิทยาศาสตร์กำลังค่อย ๆ ไขปริศนาของพื้นธรณีบริเวณนี้ที่ยังเป็นโลกใต้ทะเลอันลึกลับ ยากต่อการสำรวจ เพราะต้องใช้เครื่องมือเทคโนโลยีชั้นสูงในการเก็บข้อมูลต่อไป

สำหรับผู้หลงใหลธรณีวิทยา คาบสมุทร Reykjanes แห่งนี้จึงเปรียบเสมือนแดนสวรรค์ที่จะย้อนเวลาให้ได้เข้าใจการกำเนิดโลก เรื่องราวเกี่ยวกับภูเขาไฟ ทุ่งลาวา แผ่นดินไหว รอยแยก ชั้นหินต่าง ๆ น้ำพุร้อน และระบบความร้อนใต้พิภพได้เป็นอย่างดี

“จดจำภูมิประเทศแถวนี้ไว้ให้ดี หากอนาคตไม่กี่ปีคุณมาอีก ภูมิประเทศแถวนี้อาจไม่เหมือนเดิม” เพื่อนชาวไอซ์แลนด์คนหนึ่งบอกเรา ถึงการเปลี่ยนแปลงอันเป็นนิรันดร์บนภูมิภาคแห่งนี้

Reykjanes ในไอซ์แลนด์ ที่เดียวในโลกที่เห็นทวีปอเมริกาเหนือกับยุโรปเกือบติดกัน เดินข้ามได้ด้วยสะพาน Leif the Lucky
Reykjanes ในไอซ์แลนด์ ที่เดียวในโลกที่เห็นทวีปอเมริกาเหนือกับยุโรปเกือบติดกัน เดินข้ามได้ด้วยสะพาน Leif the Lucky

Writer & Photographer

วันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์

นามปากกา วันชัย ตัน นักเขียนสารคดี นักวิจารณ์สังคม การเมือง และสิ่งแวดล้อม ผู้ร่วมก่อตั้งและบรรณาธิการบริหารนิตยสารสารคดี อดีตรองผู้อำนวยการองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพแห่งประเทศไทย (THAIPBS) อดีตผู้อำนวยการฝ่ายข่าว สถานีโทรทัศน์ PPTVHD36 มีผลงานเขียนตีพิมพ์เป็นหนังสือ 28 เล่ม เป็นนักเดินทางตัวยง จากความเชื่อที่ว่า การใช้ชีวิตให้มีความสุขควรประกอบด้วยสามสิ่ง คือ ทำงานที่ใจรัก ช่วยเหลือคนรอบข้าง และเดินทางท่องเที่ยว

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load