‘ถ้าอ่านข้อความนี้จบ แสดงว่ามึงจ้องกูนานไปละ’

ข้อความนี้เป็นสกรีนตัวอักษรใหญ่ชัดเจน ด้านหน้าของเสื้อยืดวัยรุ่นสีขาวตัวหนึ่ง แขวนขายอยู่บนหุ่นนางแบบในร้านขายเสื้อยืดแห่งหนึ่ง 

ผู้เขียนอ่านจบแล้วอดยิ้มไม่ได้ พลางกวาดสายตาไปดูเสื้อยืดหลากหลายตัวอักษรในร้าน เห็นข้อความน่าสนใจมากมาย สะท้อนมิติต่างๆ ของผู้คนในสังคม

นอกจากเสื้อยืดที่วางขายตามร้านค้าแล้ว ทุกครั้งที่มีการจัดงานเทศกาลต่างๆ ตั้งแต่ระดับงานกีฬาสีของโรงเรียน งานคอนเสิร์ต งานอีเวนต์ งานเปิดตัวสินค้า ไปจนถึงการประท้วงการชุมนุมทางการเมืองทุกครั้ง สินค้าขายดีตลอดกาลอย่างหนึ่งของงานเหล่านี้คือเสื้อยืดคอกลมหรือเสื้อ T-shirt 

 T-shirt มีความหมายถึงเสื้อไม่มีกระดุม ปกเสื้อ และกระเป๋า โดยมีลักษณะคอกลมและแขนสั้น แขนเสื้อจะไม่เลยข้อศอก รูปร่างของเสื้อจึงคล้ายกับตัว T กลายเป็นที่มาของคำว่า T-shirt

ผมรู้จักเสื้อยืดสมัยเป็นนักเรียน ในวิชาพละศึกษา นักเรียนทุกคนจะเปลี่ยนเสื้อเชิ้ตมาสวมเสื้อยืดขาวตราห่านคู่เนื้อผ้าทอจากฝ้าย สวมรองเท้าผ้าใบ เพื่อมาออกกำลังกาย หรือพอย่างเข้าหน้าหนาว กลับมาบ้านก็เห็นเสื้อยืดของคุณพ่อชอบใส่อยู่บ้าน จำได้ว่าเนื้อผ้าไม่ใช่ฝ้ายร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่เป็นใยสังเคราะห์ทำให้เบาสบาย ยี่ห้อมงตากูของฝรั่งเศส ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นต้นกำเนิดของเสื้อยืดที่นำมาเป็นเสื้อชั้นในของสุภาพบุรุษ เช่นเดียวกับสหรัฐอเมริกา 

ทั้งสองประเทศพยายามอ้างมาตลอดว่า ต้นกำเนิดของเสื้อยืดมาจากประเทศของตัวเอง

เสื้อยืดสกรีน Quote การสื่อสารราคาถูกที่แสดงพลังในทุกคอนเสิร์ตหรือชุมนุมประท้วง, ประวัติ เสื้อยืด
เสื้อมงตากู (Montagut) ของฝรั่งเศส
ภาพ : montagut.com

อันที่จริงเสื้อยืดมีประวัติมายาวนานมาก กล่าวกันว่าเสื้อยืดในปัจจุบันมีพัฒนาการมาจากเสื้อชั้นในที่ทอจากฝ้ายตั้งแต่สมัยอียิปต์หลายพันปีทีเดียว แต่เอาเข้าจริงเสื้อยืดเริ่มเป็นที่รู้จักของโลกสมัยใหม่ไม่ถึงร้อยปี เป็นที่รู้จักในโลกตะวันตกปลายศตวรรษที่ 19 เมื่อเสื้อคอกลมไม่มีปก ไม่มีกระดุมเส้นใยถักทอจากเนื้อฝ้าย เป็นที่นิยมของบรรดาคนงานขุดเหมืองและกรรมกรแบกสินค้าตามท่าเรือ เนื่องมาจากทำงานท่ามกลางอากาศร้อน เสื้อยืดเบาสบายกว่า

ต่อมาเสื้อยืดคอกลมเริ่มเป็นที่แพร่หลายมากขึ้นหลังสงครามสเปน-สหรัฐอเมริกา ในช่วงต้นศตวรรษที่ 1900 เสื้อยืดคอกลมสีขาวกลายเป็นเสื้อชั้นในของทหารเรืออย่างเป็นทางการ และหากต้องออกปฏิบัติงานในภูมิอากาศร้อน บรรดาทหารเรือก็จะถอดชุดเครื่องแบบออก และใช้เสื้อยืดสีขาวเป็นชุดทำงานเลย โดยเฉพาะในเรือดำน้ำที่มีอากาศอบอ้าวเป็นพิเศษ

ขณะที่คนทั่วไปในสหรัฐอเมริกาโดยเฉพาะบรรดาชนชั้นแรงงานก็นิยมใส่เสื้อยืดเพื่อทำงานในปศุสัตว์ ในไร่ ในโรงงานอุตสาหกรรม เพราะเป็นเสื้อสวมใส่ง่าย สบาย ราคาไม่แพง และทำความสะอาดง่าย และเมื่อเกิดการตกต่ำทางเศรษฐกิจครั้งใหญ่ใน ค.ศ. 1930 เสื้อยืดได้รับความนิยมมากขึ้นจากราคาถูก พอเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 ภาพที่เห็นทหารใส่เครื่องแบบครึ่งท่อน คือเสื้อคอกลมและกางเกงทหารกลายเป็นภาพชินตาของคนรุ่นนั้น ขนาดนิตยสาร LIFE ในเวลานั้นเอารูปทหารใส่เสื้อยืดขึ้นปกและคำว่า เสื้อ T-shirt ก็เป็นชื่อที่คนเรียกติดปากมากขึ้น จากเสื้อที่มีลัษณะเป็นตัว T และกองทัพอเมริกาเรียกเสื้อชนิดนี้ว่า Training Shirt

แต่เสื้อยืดโด่งดังกลายเป็นแฟชั่นระบาดไปทั่วโลก น่าจะเกิดจากภาพยนตร์ฮอลลีวูดชื่อดัง รถรางคันนั้นชื่อปรารถนา (A Streetcar Named Desire) ใน ค.ศ. 1951 นำแสดงโดยมาร์ลอน แบรนโด (Marlon Brando) สร้างยอดขายเสื้อยืดในปีนั้นได้มากถึง 180 ล้านเหรียญดอลลาร์ฯ

เสื้อยืดสกรีน Quote การสื่อสารราคาถูกที่แสดงพลังในทุกคอนเสิร์ตหรือชุมนุมประท้วง, ประวัติ เสื้อยืด
ภาพ : lh5.googleusercontent.com

ตามมาด้วยภาพยนตร์เรื่อง Rebel Without a Cause นำแสดงโดยเจมส์ ดีน (James Dean) ใน ค.ศ. 1955 พระเอกรูปหล่อ กล้ามใหญ่ สวมเสื้อยืดคับอกกับกางเกงยีนส์แสนเท่ กลายเป็นแฟชั่นวัฒนธรรมส่งออกของอเมริการะบาดไปสู่วัยรุ่นทั่วโลกยุคนั้น

เสื้อยืดสกรีน Quote การสื่อสารราคาถูกที่แสดงพลังในทุกคอนเสิร์ตหรือชุมนุมประท้วง, ประวัติ เสื้อยืด
ภาพ : assets.st-note.com

ช่วงเวลานั้น แฟชั่นเสื้อยืดคอกลมที่ระบาดไปทั่วโลก ยังไม่ได้เปล่งพลังของเสื้อยืดออกมาอย่างชัดแจ้ง จนกระทั่งใน ค.ศ. 1960 เสื้อยืดกลายเป็นสัญลักษณ์ของกบฏหรือคนที่คิดต่างจากรัฐบาล โดยเฉพาะการต่อต้านสงครามเวียดนาม ก่อนจะพัฒนากลายเป็นเสื้อโฆษณาอย่างแพร่หลาย

ในสังคมตอนนั้น แม้เสื้อยืดจะได้รับความนิยมมาก แต่เสื้อยืดก็ยังมีภาพลักษณ์ของความไม่เรียบร้อย ความมักง่าย ซึ่งตรงกับจริตของกลุ่มคนหนุ่มสาว บรรดาบุปผาชนหรือฮิปปี้ผู้ต่อต้านสงคราม ไม่ต้องการให้รัฐบาลอเมริกันเกณฑ์ทหารไปสู้รบในสงครามเวียดนาม

เสื้อยืดได้ถูกออกแบบให้มีการสกรีนสิ่งที่ตัวเองเชื่อ ไม่ว่าจะเป็นคำพูด คำโฆษณา ภาพวาดบนเสื้อยืด เพื่อบอกคนอื่นว่า คนที่กำลังใส่เสื้อยืดตัวนั้นคิดหรือเชื่ออะไรอยู่ โดยเฉพาะการต่อต้านรัฐบาล สงคราม และสันติภาพ

บางคนบอกว่าเสื้อยืดก็เปรียบเสมือนเฟรมผ้าใบสีขาว ที่ผู้คนจะแต่งแต้ม ระบาย หรือเขียนข้อความอะไรลงไปเพื่อบอกเรื่องราวต่างๆ ของตัวเอง หรือสิ่งที่ตัวเองสนใจในช่วงเวลานั้น

ไม่น่าแปลกใจที่เสื้อยืดสกรีนรูปเช เกบารา นักปฏิวัติฝ่ายซ้าย ซึ่งเป็นเสื้อที่บรรดาผู้ประท้วงสงครามนิยมสวมใส่เพื่อสะท้อนความคิดขบถต่อสังคม กลายเป็นเสื้อยืดขายดีถล่มทลายติดอันดับจนถึงทุกวันนี้ รวมไปถึงเสื้อยืดสกรีน คำว่า PEACE หรือสัญลักษณ์สันติภาพ 

เสื้อยืดสกรีน Quote การสื่อสารราคาถูกที่แสดงพลังในทุกคอนเสิร์ตหรือชุมนุมประท้วง, ประวัติ เสื้อยืด
ภาพ : encrypted-tbn0.gstatic.com

 และอีกด้านหนึ่ง แฟนเพลงที่ชื่นชอบวงดนตรีชั้นนำ โดยเฉพาะในช่วงที่เพลงร็อกได้รับความนิยมสูงสุด ในช่วงยุค 70 – 80 จากเสื้อของวงดนตรีร็อก นักดนตรีต่างพากันใส่เสื้อยืดสกรีนรูปวงดนตรีของตัวเอง อาทิ The Rolling Stone, Bob Marley, Jimi Hendrix, Pink Floyd ฯลฯ จนแฟนเพลงพากันซื้อใส่ ได้รับความนิยมถล่มทลาย แทบจะเรียกได้ว่า ยอดจำหน่ายเสื้อยืดรูปศิลปินเหล่านี้อาจจะมีปริมาณมากกว่าอัลบั้มที่ขายออกมาเสียอีก

และตั้งแต่ ค.ศ. 1970 บรรดาบริษัทชื่อดังอย่าง Coca-Cola หรือ Mickey Mouse ก็เริ่มทำการตลาดและโฆษณาด้วยการสกรีนตราสินค้าลงบนหน้าอกเสื้อยืด บริษัทเสื้อผ้าชื่อดังหลายยี่ห้อก็เริ่มลงมาเล่นตลาดเสื้อยืด โดยสกรีนโลโก้เสื้อของตัวเองกลางหน้าอก เพื่อเป็นการย้ำแบรนด์ของตัวเอง เสื้อผ้าวัยรุ่น Calvin Klein เป็นยี่ห้อแรกที่ลงมาเล่นกับตลาดเสื้อยืดอย่างจริงจัง ตามมาด้วยอีกหลายแบรนด์ อาทิ Ralph Lauren, The Gap จนประสบความสำเร็จ ทำให้เสื้อผ้ายี่ห้อดังเกือบทุกยี่ห้อต้องลงมาเล่นตลาดเสื้อยืด เพื่อสร้างมูลค่าแบรนด์สินค้าของตัวเอง เช่นเดียวกับเสื้อยืดที่สกรีนหน้าอกว่า I ♥ N Y โดยนักออกแบบชื่อดัง มิลตัน กลาเซอร์ (Milton Glaser) ได้กลายเป็นต้นแบบของเสื้อยืดสไตล์นี้แทบทุกเมืองใหญ่ในโลก

ช่วงหนึ่งของชีวิตผู้เขียน มีโอกาสหาเงินด้วยการช่วยเพื่อนทำเสื้อยืดขายอย่างเป็นล่ำเป็นสัน มีร้านขายที่ตลาดนัดสวนจตุจักร กิจการขายดี ขยายสาขาเพิ่มขึ้น โดยจับกลุ่มลูกค้านักศึกษาและคนรุ่นใหม่ งานของผมคือการคิดแบบเสื้อ ด้วยคำพูดที่แสดงตัวตนของคนสวมใส่ เสื้อที่ขายดี จะสกรีนเรื่องราวเกี่ยวกับธรรมชาติ สันติภาพ และคำพูดเท่ๆ ของคนดัง ดารา นักร้อง

จำได้ว่าเสื้อยืดแบบหนึ่งเป็นรูปจอห์น เลนนอน (John Lennon) และสกรีนคำพูดตอนหนึ่งในบทเพลง Imagine อันโด่งดัง

“You may say I’m a dreamer

But I’m not the only one

I hope someday you will join us

And the world will be as one”

ปรากฏว่าเสื้อยืดรุ่นนี้ขายดีเป็นประวัติการณ์ คนรอซื้อจำนวนมากจนผลิตไม่ทันขาย เพราะเสื้อออกแบบได้สวยงามแล้วยังสามารถแสดงตัวตนของคนสวมใส่ ว่าเขาและเธอคิดอย่างไรในช่วงเวลานั้น แน่นอนว่า นอกจากจะหลงรัก จอห์น เลนนอน แล้ว เนื้อหาเพลงนี้ประกาศตัวตนความเชื่อของคนสวมใส่ด้วย

ทุกวันนี้เสื้อยืดจึงเป็นเสื้อที่คนทั่วโลกนิยมใส่ นอกจากเพื่อการสวมใส่แล้ว ยังเป็นการสื่อสารราคาถูก สามารถเรียกร้องความสนใจจากผู้ที่พบเห็นได้ผ่านสีของเสื้อ โลโก้หรือข้อความที่สกรีนบนเสื้อยืด เพื่อประกาศตัวตน ความเชื่อของผู้สวมใส่ โดยเฉพาะเมื่อมีเหตุการณ์ชุมนุมทางการเมือง ดูเหมือนว่าเสื้อยืดจะกลายเป็นสินค้าขายดีในบรรดาสินค้าที่ระลึกทั้งหลาย 

เพื่อแสดงความเชื่อทางการเมืองของตน

ตอนมีการชุมนุมทางการเมืองของกลุ่มเสื้อแดงที่ราชประสงค์ใน พ.ศ. 2553 มีเสื้อยืดขายดีจะสกรีนคำว่า ‘ไพร่’ เด่นชัดเพื่อประกาศตัวตนของผู้สวมใส่ในช่วงนั้น

พอมีการชุมนุมของกลุ่ม กปปส. ใน พ.ศ. 2556 เสื้อยืดขายดีจะสกรีนคำว่า ‘กบฏ’ เพื่อประกาศตัวตนของผู้สวมใส่อย่างชัดเจน

แม้คำที่ใช้จะต่างกัน แต่คนใส่เสื้อทั้งสองตัวคงจะภูมิใจและอยากแสดงออกด้วยตัวอักษรเชิงสัญลักษณ์นี้

ส่วนปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองระหว่างคนรุ่นใหม่กับรัฐบาลใน พ.ศ. 2563 เสื้อยืดขายดี นอกจากรูปหมุดคณะราษฎรแล้ว ก็คือสกรีนตัวอักษรว่า ‘พึงรู้เถิดว่าประเทศเรานี้เป็นของราษฎร’

หลายคนจึงยืดอกใส่เสื้อยืด เพื่อบอกตัวตน ความเชื่อของเราตั้งแต่อดีตมาจนถึงปัจจุบันอย่างเต็มภาคภูมิ

Writer

Avatar

วันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์

นามปากกา วันชัย ตัน นักเขียนสารคดี นักวิจารณ์สังคม การเมือง และสิ่งแวดล้อม ผู้ร่วมก่อตั้งและบรรณาธิการบริหารนิตยสารสารคดี อดีตรองผู้อำนวยการองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพแห่งประเทศไทย (THAIPBS) อดีตผู้อำนวยการฝ่ายข่าว สถานีโทรทัศน์ PPTVHD36 มีผลงานเขียนตีพิมพ์เป็นหนังสือ 28 เล่ม เป็นนักเดินทางตัวยง จากความเชื่อที่ว่า การใช้ชีวิตให้มีความสุขควรประกอบด้วยสามสิ่ง คือ ทำงานที่ใจรัก ช่วยเหลือคนรอบข้าง และเดินทางท่องเที่ยว

Small is Beautiful

เรื่องราวเล็กๆ ที่เกิดขึ้นในสังคมแต่ทว่าสวยงามและมีพลังโดย ‘วันชัย ตัน’

“บัดนี้ ทั่วโลกต่างตระหนักว่า ภาวะโลกร้อนกำลังเป็นหายนะภัยที่คุกคามการดำรงอยู่ของทุกชีวิตบนโลกใบนี้ ถ้าหากไม่มีการแก้ไขให้เข้าสู่ภาวะสมดุล มนุษยชาติอาจถึงกาลอวสาน นั่นคือสูญพันธุ์ไปจากโลกนี้ เช่นเดียวกับสิ่งมีชีวิตอื่น ๆ ที่ได้สูญพันธุ์ไปก่อนหน้านี้ ดังนั้น โดยหน้าที่และจิตสำนึกของพวกเรา ผมจึงขอประกาศให้พวกเราทุกคนรับทราบว่า บริษัทจะทำโครงการ Zero Emission ยุติการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และโครงการ Net Zero ปลดปล่อยสุทธิเป็นศูนย์ ตั้งแต่ปี 2022 เป็นต้นไปจนถึงวันบรรลุเป้าหมาย ภายในปี 2050”

ชเล วุทธานันท์ ประธานกรรมการ บริษัท เท็กซ์ไทล์แกลเลอรี่ จำกัด ผู้ผลิตแบรนด์สิ่งทอ PASAYA กล่าวในงานเปิดตัวภารกิจขององค์กรครั้งสำคัญที่สุดต่อสาธารณชนในรอบหลายปีที่ผ่านมา ภาคธุรกิจหลายแห่งได้เริ่มสนใจปัญหาการปล่อยก๊าซเรือนกระจก แต่มีไม่กี่บริษัทที่กล้าประกาศและตั้งเป้าหมายอย่างชัดเจนเหมือนกับองค์กรแห่งนี้

PASAYA เป็นแบรนด์ผ้าม่าน พรม เครื่องนอน และผ้าคลุมเตียงระดับพรีเมียม โดดเด่นด้วยการออกแบบ การใช้เทคโนโลยีอันทันสมัยและใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อม ทุกวันนี้เป็นแบรนด์ไทยที่มีชื่อเสียงระดับโลกมายาวนาน

PASAYA โรงงานกลางป่าร้อยไร่ และอาคารกลางน้ำที่ลดการปล่อยคาร์บอนได้แล้ว 3,000 ตัน

“ภารกิจที่เราทำ ไม่มีใครบังคับ แต่เป็นดีเอ็นเอขององค์กรที่ทำมาตั้งแต่ก่อตั้งแล้ว ในการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม” รติยา จันทรเทียร หรือ พี่โต้ง กรรมการผู้จัดการ พาผู้เขียนเดินเข้าไปในบริเวณของโรงงานบนเนื้อที่ร่วมร้อยไร่ในจังหวัดราชบุรี แปลกใจตรงที่ไม่มีรั้วรอบขอบชิด กำแพงกั้นอาณาเขตเหมือนโรงงานทั่วไป

“เราอยากทำให้ที่นี่เป็นโรงงานของชุมชน พนักงาน 400 คนกว่าคนส่วนใหญ่คือคนแถวนี้ทั้งนั้น” พี่โต้งเอ่ยปากขึ้น

ในอดีตเวลาเรานึกถึงโรงงานทอผ้า โดยเฉพาะแหล่งผลิตสำคัญในจังหวัดสมุทรปราการ สิ่งที่เห็นคือ โรงงานเก่าแก่ เครื่องจักรคร่ำครึ ผู้คนแออัด อากาศอุดอู้ กลิ่นเหม็น น้ำเน่า ขยะสกปรกรอบโรงงาน

“เราเคยมีโรงงานอยู่แถวพระประแดง แต่ได้ตัดสินใจย้ายโรงงานมาอยู่ที่นี่ในปี 1995 สิ่งที่เราทำก่อนคือปลูกต้นไม้และสร้างโรงบำบัดน้ำเสีย เพื่อวางรากฐานของการสร้างสิ่งแวดล้อมที่ดีก่อนไม่ให้กระทบคนในชุมชนรอบ ๆ ไม่มีการใช้สารเคมีที่เป็นพิษและกำจัดไม่ได้ มีการบำบัดน้ำเสียครบวงจรเพื่อไม่ให้เกิดการสะสมสารเคมีในชั้นใต้ดิน รีไซเคิลน้ำได้ทั้งหมด และนำน้ำกลับใช้ได้ในขบวนการผลิตถึง 30 เปอร์เซ็นต์”

คุณรติยา จันทรเทียร เป็นลูกสาวของ อาจารย์รตยา จันทรเทียร อดีตประธานมูลนิธิสืบนาคะเสถียร จึงได้ซึมซับสนใจเรื่องสิ่งแวดล้อมมาตั้งแต่เด็ก ๆ

อาคารแต่ละหลังล้อมรอบไปด้วยน้ำ จนดูเหมือนอาคารกลางพื้นที่ชุ่มน้ำหรือ Wetland น้ำเหล่านี้เป็นน้ำที่ได้รับการบำบัดมาก่อน และหมุนเวียนไปตามท่อระบายน้ำที่เชื่อมต่อกัน ก่อนจะนำกลับมาใช้ใหม่ สถาปัตยกรรมอาคารโดดเด่นในความเรียบง่ายแต่มีเสน่ห์ จนดูไม่ออกว่าภายในคือโรงงานอุตสาหกรรม แต่สะอาด เย็นสบายจากน้ำที่ล้อมรอบและระบบระบายอากาศที่ไหลเวียนตลอด

PASAYA โรงงานกลางป่าร้อยไร่ และอาคารกลางน้ำที่ลดการปล่อยคาร์บอนได้แล้ว 3,000 ตัน

อาคารย้อมผ้า ซึ่งมีอุณหภูมิร้อนกว่าปกติ จึงได้รับการออกแบบให้ทั้งอาคารเปิดโล่ง ไม่มีกำแพงหรือผนังจริง ช่วยทำให้พนักงานรู้สึกได้ว่า อากาศถ่ายเทเย็นสบาย ขณะที่อาคารทอผ้า มีระบบดักจับฝุ่นในอากาศ เพื่อป้องกันการสูดดมเศษเส้นด้าย เพื่อสุขภาพปอดของพนักงาน

“ผลิตภัณฑ์สิ่งทอของเราปราศจากสารพิษฟอร์มาลดีไฮด์ อันเป็นสารก่อมะเร็งที่พบในในกระบวนการผลิตสิ่งทอ ซึ่งเราใส่ใจเป็นพิเศษ จนได้รับการรับรองผลิตภัณฑ์ฉลากสีเขียวมาสิบกว่าปีแล้ว”

โรงเย็บผ้าหรืออาคาร ZigZag เป็นอาคารโดดเด่นด้วยรูปทรงที่เป็นกล่องสี่เหลี่ยม แต่พื้นที่ตรงกลางปลูกเป็นต้นไม้ราวป่าเขียวขจี ตัดกับกองผ้าที่รายล้อมอยู่โดยรอบอย่างน่าสนใจ

“ช่างตัดเย็บผ้าเป็นพนักงานที่ต้องใช้สายตา ใช้สมาธิเยอะ เพราะเป็นงานละเอียด การที่พวกเขาได้เงยหน้า พักสายตาขึ้นมาเห็นต้นไม้สีเขียว จะช่วยลดความเมื่อยล้าได้เป็นอย่างดี”

PASAYA โรงงานกลางป่าร้อยไร่ และอาคารกลางน้ำที่ลดการปล่อยคาร์บอนได้แล้ว 3,000 ตัน

เหตุผลง่าย ๆ เพื่อให้พนักงานได้มีคุณภาพชีวิตที่ดี ทำให้อาคารแห่งนี้มีชีวิตชีวาและสดใสขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด

เราสังเกตเห็นสถาปัตยกรรมรูปทรงคล้ายปลาหมึกหรือแมงมุม หรือ Octospider ตั้งอยู่อย่างโดดเด่นกลางบึงบัว จนน่าจะเป็นแลนด์มาร์กสำหรับโรงงานแห่งนี้ที่มีความสำคัญยิ่ง แต่พอสอบถามแล้วเป็นโรงอาหาร

“เราตั้งใจจะสร้างห้องอาหารกลางน้ำเป็นสวัสดิการให้กับพนักงาน จึงให้เพื่อนสถาปนิกชาวอิตาลีออกแบบให้พนักงานได้รับประทานอาหารอย่างสบายตา มีความสุขกลางน้ำที่ผ่านการบำบัด เห็นบึงบัว ปลาและนกหลายชนิดที่มาหากินในบึงน้ำ” พี่โต้งเล่าสาเหตุเล็ก ๆ มาจากสวัสดิการของพนักงาน และการใช้พื้นที่กลางน้ำให้เกิดประโยชน์สูงสุด

“เราตั้งเป้าหมายว่า จะทำพื้นที่ตรงนี้ให้เป็นโรงงานในป่าสีเขียว เราปลูกต้นไม้มาตั้งแต่เริ่มตั้งโรงงาน ทุกวันนี้ก็ปลูกต้นไม้ทุกวัน แต่จะจริงจังมากขึ้นร่วมกับชุมชน โดยตั้งเป้าหมาย ปลูกต้นไม้พื้นถิ่น อาทิไม้ยางนา ตะเคียนทอง มะค่าโมง สัก จามจุรี ให้ครบร้อยไร่ ภายใน 3 ปี เพื่อดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ ประมาณ 300 ตันต่อปี” พี่ชเล ประธานบริษัทเข้ามาร่วมวงสนทนา

PASAYA โรงงานกลางป่าร้อยไร่ และอาคารกลางน้ำที่ลดการปล่อยคาร์บอนได้แล้ว 3,000 ตัน

บนอาคารกลางริมน้ำแห่งนี้ เขาได้เล่าถึงภารกิจในอนาคตอันท้าทายว่า

“จากการทำคาร์บอนฟุตพรินต์เมื่อปีที่แล้ว โรงงานของเราปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ปีละประมาณ 13,000 ตัน ปล่อยเองจากการผลิตประมาณ 6,500 ตัน จากการใช้ไฟฟ้า 3,500 ตัน ที่เหลือ 3,000 ตัน มาจากการผลิตวัตถุดิบที่เราซื้อมา ดังนั้น เราได้วางแผนลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกด้วยการติดตั้งพลังงานโซลาร์เซลล์ขนาด 2 เมกะวัตต์ ซึ่งติดตั้งเสร็จเมื่อต้นปีนี้ และเปลี่ยนระบบเตาไอน้ำจากเชื้อเพลิงถ่านหินเป็นก๊าซแอลพีจีที่ให้ความร้อนสูงกว่าสำหรับงานฟอกย้อม สองส่วนนี้เราจะลดการปล่อยก๊าซไปได้ประมาณ 3,000 ตันในสิ้นปีนี้

“เช่นเดียวกันในอนาคต ก๊าซเรือนกระจกจากผู้ผลิตวัตถุดิบภายนอกที่เราสั่งเข้ามา ก็ต้องปรับเปลี่ยนวิธีการผลิตด้วย หรือไม่เราจะเลือกซื้อวัตถุดิบจากแหล่งอื่นที่ค่อย ๆ ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก” พี่โต้งเสริมต่อว่า

“เราจะทำระบบแลกเปลี่ยนความร้อนกับน้ำทิ้งหลังฟอกย้อมผ้า เพื่อนำความร้อนกลับมาใช้ใหม่ ซึ่งจะช่วยลดการใช้ก๊าซลงอีกราว 25-30 เปอร์เซ็นต์ และสร้างระบบประหยัดพลังงานให้แก่สายการผลิต เช่น อาคารสามารถจำกัดบริเวณการทำความเย็น เฉพาะบริเวณที่ต้องมีคนดูแล หรือสร้างผนังกันความร้อน เพื่อลดพลังงานในการทำความเย็น และปรับปรุงระบบรีไซเคิลต่าง ๆ ให้ทันสมัยและมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น”

เยี่ยมโรงงาน PASAYA ดูโรงงานกลางป่า อาคารกลางน้ำ ระบบรีไซเคิลน้ำ และเป้าหมายการปล่อยคาร์บอนเป็นศูนย์

ภายในปี 2050 หรืออีก 28 ปีข้างหน้า พวกเขามั่นใจว่า โรงงานจะลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ทั้งหมดหรือเป็นศูนย์ Net Zero ตามที่ได้ประกาศไว้

“ผมเป็นคนคิดนอกกรอบเสมอ ตอนตั้งชื่อ PASAYA ก็สร้างความแปลกใจให้กับคนทั่วไป เพราะผมคิดมาจากคำว่า แพศยา ซึ่งเป็นคำที่แรงมาก แต่เชื่อไหม คนที่จะถูกเรียกว่าเป็นหญิงแพศยาได้มีไม่กี่คนหรอก เพราะต้องเป็นคนที่โดดเด่นมาก คือทั้งสวย มีเสน่ห์ ฉลาด และวางแผนเป็น พอตั้งชื่อนี้ได้ไม่นาน คนก็จดจำแบรนด์นี้ได้อย่างรวดเร็ว… เช่นเดียวกันการประกาศเรื่องนี้ก็เป็นการคิดนอกกรอบล่าสุดของเรา”

ก่อนกลับ เราแวะไปดูนิทรรศการ การสูญพันธุ์ครั้งใหญ่ หรือ The Six Extinction ภายในโรงงาน เพื่อให้การศึกษาแก่พนักงานว่า สิ่งมีชีวิตบนโลกหลายร้อยล้านปีที่ผ่านมา เคยสูญพันธุ์ครั้งใหญ่ไป 5 ครั้งแล้วจากภัยธรรมชาติ อาทิ แผ่นดินไหว ดาวหางชนโลก แต่ครั้งที่ 6 จะเกิดขึ้นอีกไม่นาน หากเราไม่ทำอะไร ด้วยน้ำมือของมนุษย์ จากปัญหาโลกร้อนที่มนุษย์เป็นคนก่อขึ้น

เยี่ยมโรงงาน PASAYA ดูโรงงานกลางป่า อาคารกลางน้ำ ระบบรีไซเคิลน้ำ และเป้าหมายการปล่อยคาร์บอนเป็นศูนย์

“คนรุ่นผมเป็นส่วนหนึ่งที่ก่อปัญหานี้ หากเราไม่ทำอย่างจริงจัง คนรุ่นต่อไปก็หมดหวังกับโลกใบนี้แน่ มนุษย์กับสิ่งมีชีวิตอื่นสูญพันธุ์แน่ จะไม่มีอะไรเหลืออยู่ เมื่อเราตั้งความฝันไว้ เราจะต้องมุ่งมั่นไปให้สำเร็จ”

พี่ชเล หัวเรือใหญ่แห่ง PASAYA กับภารกิจครั้งสำคัญในชีวิตกล่าวทิ้งท้าย

Writer & Photographer

Avatar

วันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์

นามปากกา วันชัย ตัน นักเขียนสารคดี นักวิจารณ์สังคม การเมือง และสิ่งแวดล้อม ผู้ร่วมก่อตั้งและบรรณาธิการบริหารนิตยสารสารคดี อดีตรองผู้อำนวยการองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพแห่งประเทศไทย (THAIPBS) อดีตผู้อำนวยการฝ่ายข่าว สถานีโทรทัศน์ PPTVHD36 มีผลงานเขียนตีพิมพ์เป็นหนังสือ 28 เล่ม เป็นนักเดินทางตัวยง จากความเชื่อที่ว่า การใช้ชีวิตให้มีความสุขควรประกอบด้วยสามสิ่ง คือ ทำงานที่ใจรัก ช่วยเหลือคนรอบข้าง และเดินทางท่องเที่ยว

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load