3 มิถุนายน 2563
7 K

สวนรถไฟวันนี้ร้อนอบอ้าว ถึงจะไม่มีแดด แต่ความชื้นในอากาศของฤดูฝนก็ทำให้ไม่สบายตัวเท่าไหร่ แต่ถึงจะร้อนอบอ้าว ฝนที่ตกลงมาถี่ๆ ก่อนหน้านี้ทำให้ต้นไม้แตกพุ่มดูหนาฟูไปทุกจุด บรรยากาศของวันนี้แตกต่างจากครั้งแรกที่เรามาอย่างสิ้นเชิง

  ช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ อากาศตอนเช้ายังมีความเย็นของหน้าหนาวอ้อยอิ่งอยู่ เรานัดกับดุ่ยตั้งแต่ 6 โมงครึ่ง เพื่อจะมาดูนกในสวนด้วยกัน ดุ่ยเป็นแอดมินเพจดูนกเพจหนึ่ง และเป็นนักดูนกจริงจัง ถึงแม้อาชีพหลักของเขาจะไม่ได้เกี่ยวข้องกับนกหรือการดูนกเลยก็ตาม

  ดุ่ยพาเราเดินผ่านโซนสนามหญ้าเขียวไปด้วยความเร็ว และเริ่มชะลอฝีเท้าลงเมื่อถึงจุดที่มีไม้พุ่มกระจายตัวรกอยู่ด้านล่าง บางพื้นที่ของสวนสาธารณะ 3 สวนที่เชื่อมต่อกันนี้เหมาะกับการอยู่อาศัยของนก เพราะความที่มีทั้งต้นไม้สูงชูขึ้นด้านบนเป็นจุดให้นกเกาะ บวกกับไม้พุ่มที่ดูจะรกๆ ด้านล่างเป็นที่ซ่อนของเหยื่อที่เป็นอาหาร นกจึงไม่ต้องออกไปหาอาหารแบบเปิดเผยตัวมาก ความลงตัวของพื้นที่แบบนี้ไม่ได้มีให้เห็นกันทุกแห่ง

เข้าสวนรถไฟ ทำความรู้จักสัตว์ในธรรมชาติด้วยการส่องนานานกประจำถิ่น, ส่องนก
นกยางเดินอ้อยอิ่งอยู่กลางสนามหญ้า
เข้า สวนรถไฟ ทำความรู้จักสัตว์ในธรรมชาติด้วยการส่องนานานกประจำถิ่น, ส่องนก
กระรอกหลากสีพบเห็นได้บ่อยทั่วทั้งสวน
ภาพ : พลพิชญ์ คมสัน

สวนสาธารณะในเมืองแบบที่เป็นสนามหญ้าสั้นๆ ตัดแต่งพุ่มไม้สะอาดสบายตา กลับไม่เป็นที่นิยมสำหรับนกเท่าไหร่นัก ความเหมาะสมสำหรับมนุษย์ไม่สามารถเหมาว่าเป็นความเหมาะสมสำหรับทุกชีวิต

  นกกวักผลุบๆ โผล่ๆ อยู่ริมตลิ่งคูน้ำ นกกาเหว่าตัวลายพร้อยบินทะลุเข้าไปเกาะในพุ่มไม้แน่น นกกิ้งโครงและนกเอี้ยงด่างเดินคุ้ยหาหนอนตามพื้นหญ้าแฉะ นกตีทองตัวจิ๋วเกาะอยู่บนยอดไม้สูงลิบ เสียงนกดังระงมล้อมรอบตัวเมื่อเราหยุดยืนฟัง

เข้า สวนรถไฟ ทำความรู้จักสัตว์ในธรรมชาติด้วยการส่องนานานกประจำถิ่น, ส่องนก
นกกวักมีนิ้วเท้ายาวสำหรับการเดินย่ำพื้นโคลนนิ่มริมตลิ่งน้ำ
เข้า สวนรถไฟ ทำความรู้จักสัตว์ในธรรมชาติด้วยการส่องนานานกประจำถิ่น, ส่องนก
นกกิ้งโครงไล่เก็บกิ่งไม้จากพื้นเพื่อนำไปทำรัง

  เราเดินกันไปถึงโซนที่มีต้นจามจุรีใหญ่และต้นนนทรีหลายต้นเพื่อตามหานกเค้าจุด ต้นจามจุรีมีลำต้นและกิ่งที่เปราะหักง่าย จึงทำให้เกิดโพรงได้ง่าย โพรงเหล่านี้กลายเป็นพื้นที่ที่ดีในเวลาทำรัง

  คุณพ่อตะโกนบอกลูกสาวที่กำลังปั่นจักรยานให้ระวังความเร็วเมื่อเข้ามาใกล้เรา มนุษย์ที่ยืนนิ่งแหงนหน้ามองกิ่งไม้ดูแปลกประหลาดในสายตาของลูกสาว

  หลังจากมองหาอยู่สักพัก เราก็เจอนกเค้าจุดตัวกลมฟูน่าฟัด 2 ตัวเกาะเบียดกันอยู่บนกิ่งสูงด้านบน ข่าวจากนักดูนกเล่าว่า กิ่งที่เป็นโพรงประจำของมันเพิ่งหักลงมา ลูกนกที่ยังอ่อนที่ติดอยู่ในรังก็ไม่น่าจะรอดชีวิตไปได้ แต่ยังโชคดีที่ยังพอมีเวลา นกเค้าจุดคู่นี้อาจจะทำรังใหม่และออกไข่ชุดใหม่ได้ทันก่อนจะเข้าหน้าฝน

เข้า สวนรถไฟ ทำความรู้จักสัตว์ในธรรมชาติด้วยการส่องนานานกประจำถิ่น, ส่องนก
นกเค้าจุด 2 ตัวเกาะเบียดกันอยู่ด้านบนกิ่งต้นนนทรี
เข้า สวนรถไฟ ทำความรู้จักสัตว์ในธรรมชาติด้วยการส่องนานานกประจำถิ่น, ส่องนก
ในเวลากลางวัน เป็นเวลาพักผ่อนของนกเค้าจุด พวกมันไม่ยอมที่จะเปิดตา

หลังจากเพลินกับการเฝ้าดูนกเค้าจุดเปิดตาบ้าง ปิดตาบ้าง ไซ้ขนบ้าง จนเมื่อยคอแล้ว เราก็เดินต่อไปเพื่อหาตัวนกเค้าอีกประเภทที่อีกจุดหนึ่ง

  ระหว่างเดินตัดสนามหญ้าใหญ่ตรงกลาง ก้อนสีฟ้าสดก็พุ่งตัวออกจากต้นไม้ใหญ่ข้างหน้าหนีห่างเราออกไป กลุ่มต้นไม้ที่เป็นเกาะกลางสนามหญ้านี้ เป็นที่อยู่ของนกตะขาบทุ่งหลายตัว นกชนิดนี้ชื่ออังกฤษของมันคือ Indian Roller ซึ่งมาจากพฤติกรรมการบินฉวัดเฉวียนม้วนไปมาเพื่ออวดสาวของพวกมัน

เข้า สวนรถไฟ ทำความรู้จักสัตว์ในธรรมชาติด้วยการส่องนานานกประจำถิ่น, ส่องนก
นกตะขาบทุ่งสีฟ้าสดเกาะนิ่งอย่างระวังตัว พร้อมจะพุ่งตัวหนีถ้าหากเราเข้าใกล้เกินไป

  เราเดินผ่านบ่อน้ำเล็กๆ ไป เกือบจะไม่ทันเห็นนกกระเต็นหัวดำที่เกาะนิ่งอยู่บนกิ่งไม้ข้างบ่อ พวกมันรอจังหวะเพื่อจะจับปลาอย่างจดจ่อ สิ่งมีชีวิตต่างๆ ทำกิจกรรมของพวกมันไปตามธรรมชาติโดยไม่ได้สนใจอะไรเรา เหมือนกับเส้นที่วิ่งคู่ขนานกันไป บางครั้งสิ่งเหล่านี้ก็อยู่ใกล้ตัวเรามาก อยู่ที่ว่าเราจะหันไปสังเกตและมองเห็นพวกมันบ้างรึเปล่า

  แผงต้นไม้ร่มข้างหน้ามีเสียงวี้ดแว่วมาก่อนที่เราจะเห็นตัว ก้อนสีแดงสดพุ่งผ่านตาไปด้วยความรวดเร็ว จากกิ่งนั้นไปกิ่งนี้ ท่าทางการบินหยุดนิ่งกลางอากาศก่อนเข้าไปเกาะที่กิ่งไม้ สะกิดให้เราสนใจ เราค่อยๆ เดินเข้าไปหาช้าๆ เพื่อดูตัวให้ชัด ค่อยๆ ขยับใกล้ขึ้นเรื่อยๆ ทันใดนั้นมันก็บินทิ้งระยะห่างจากเราไปอีกรอบ

  เราพยายามถ่ายรูปนกที่เห็นทุกตัวให้ได้ เพื่อจะได้กลับไปเปิดรูปเทียบดูกับหนังสือว่าพวกมันคือนกอะไร รูปนกที่ได้มาส่วนใหญ่เป็นรูปเบลอๆ บ้าง กิ่งไม้บังบ้าง ภาพเหล่านี้ส่งประกวดหรือตีพิมพ์ที่ไหนไม่ได้ แต่มันทำให้เราทำความรู้จักกับนกเหล่านั้นได้ดีขึ้น เหมือนกับประโยคที่ช่างภาพสายอนุรักษ์ชอบพูดกัน 

“ถ้าไม่รู้จัก แล้วเราจะอนุรักษ์พวกมันได้อย่างไร”

เข้า สวนรถไฟ ทำความรู้จักสัตว์ในธรรมชาติด้วยการส่องนานานกประจำถิ่น, ส่องนก
นกพญาไฟเล็กตัวผู้ แวะพักจากการพุ่งตัวเลาะไปตามกิ่งไม้อย่างปราดเปรียว

เมื่อเราเดินมาถึงอีกจุดหมาย นกเค้าแมวขนาดตัวสูสีกับนกเค้าจุดก็เกาะต้นไม้รอเราอยู่แล้ว เรียกได้ว่าโชคดีที่เดินมาแล้วเห็นตัวมันเด่นชัด พี่เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่ประจำอยู่ใกล้ๆ เล่าว่า ปกติแล้วมันจะชอบไปนอนอยู่ตรงต้นตะขบด้านในที่พุ่มไม้มืดทึบกว่า

เข้า สวนรถไฟ ทำความรู้จักสัตว์ในธรรมชาติด้วยการส่องนานานกประจำถิ่น, ส่องนก
ช่วงพลบค่ำ ก่อนพระอาทิตย์จะตกไม่นาน นกเค้าแมวจะเริ่มตื่นตัว ผิดกับตอนกลางวันที่มักเกาะหลับตาอยู่นิ่งๆ

  เจ้าหน้าที่ดูแลสวนหลายคนคุ้นเคยกับนกประจำถิ่นในพื้นที่ทำงานของตัวเอง พี่แม่บ้านอีกคนหนึ่งก็ช่วยชี้จุดให้เรามองหานกเค้าอีกตัวที่ชอบมานอนที่ต้นไม้หลังห้องน้ำ แต่น่าเสียดายที่วันนั้นมันไม่อยู่ตรงที่ประจำของมัน

  วันนั้นพวกเราเดินๆ หยุดๆ ไล่ดูนกตามต้นนั้นต้นนี้ แหงนมองไล่ดูตามยอดไม้ เวลา 4 ชั่วโมงผ่านไปโดยไม่รู้ตัว แดดแรงขึ้นเรื่อยๆ เตือนเราว่าเวลาหมดแล้ว

  ก่อนจากกันไปวันนั้น ดุ่ยพูดทิ้งท้ายไว้ว่า นอกจากนกในเมืองเจ้าประจำที่เจอกันได้บ่อยๆ แล้ว บางช่วงเวลาก็จะเจอนกอพยพได้ที่นี่ เส้นทางการบินของนกอพยพยาวไกลหลายหมื่นกิโลเมตร ต้องมีจุดแวะพักก่อนที่จะไปต่อ การมาเดินสวนนี้ถูกที่ถูกเวลา อาจจะได้พบเจอตัวพวกมันบ้างก็เป็นได้

  เราแวะไปสวนรถไฟอีกหลายครั้ง แต่ละครั้งก็จะเดินวนไปตามจุดเดิมๆ เพื่อทักทายและดูว่าแต่ละตัวยังอยู่ดีหรือไม่ บางครั้งก็ไปช่วงเช้า บางครั้งก็ไปช่วงเย็น ทุกครั้งก็ลุ้นว่าจะได้เจอพฤติกรรมใหม่ๆ บ้างไหม หรือจะมีนกตัวไหนที่เริ่มไว้ใจให้เราเข้าใกล้มากขึ้นไหม

เข้า สวนรถไฟ ทำความรู้จักสัตว์ในธรรมชาติด้วยการส่องนานานกประจำถิ่น, ส่องนก
รังผึ้งขนาดใหญ่ในสวน
ภาพ : พลพิชญ์ คมสัน

  หลังจากสวนปิดเพราะสถานการณ์ COVID-19 เราไม่ได้ไปเยี่ยมเหล่านกในสวนเกือบ 2 เดือนเต็ม การกลับมาเดินสวนในวันนี้เหมือนได้กลับไปพบหน้าทักทายเพื่อนเก่า

  นกเค้าจุด 2 ตัวยังอยู่ที่จามจุรีต้นเดิม นกตะขาบทุ่งก็ยังอยู่ที่กลุ่มต้นไม้เกาะกลางสนามหญ้าเหมือนเคย แต่วันนี้นกประจำที่เคยคุ้นหน้ากันอยู่ไม่ครบชุด ไม่รู้ว่าเป็นเพราะฤดูกาลที่เปลี่ยนไป หรือเพราะแค่เรามองหาตัวพวกมันไม่เจอ การเดินดูสัตว์ในธรรมชาติก็เป็นแบบนี้ เพราะที่นี่ไม่ใช่สวนสัตว์ที่พวกมันถูกกักขังไว้ พวกมันมีอิสระที่จะไปเกาะต้นไม้ต้นไหนก็ได้

เข้า สวนรถไฟ ทำความรู้จักสัตว์ในธรรมชาติด้วยการส่องนานานกประจำถิ่น, ส่องนก
ตัวเงินตัวทองในสวนหลบความร้อนด้วยการลงเล่นน้ำ

  ถึงแม้ว่าอิสระจะถูกจำกัดในพื้นที่ผืนเล็กที่ถูกล้อมด้วยเมืองใหญ่ แต่พื้นที่เท่านี้ก็อาจจะเพียงพอแล้ว ขอเพียงแค่ไม่เล็กลงไปกว่านี้ ไม่ถูกเปลี่ยนไปจนอยู่อาศัยไม่ได้ และไม่ถูกรบกวนจนเกินไป

  สวนสาธารณะของเมืองเป็นพื้นที่ที่เปิดกว้างให้เราเข้าถึงได้ทุกวัน เป็นพื้นที่ที่ง่ายที่สุดในการเริ่มทำความรู้จักกับธรรมชาติ ไม่ใช่เฉพาะนก แต่รวมไปถึงทุกชีวิตที่อยู่ในสวน

  ถ้าเราเคารพการมีอยู่ของชีวิตอื่นๆ ในธรรมชาติแล้ว คำว่า ‘สาธารณะ’ ก็จะหมายถึง ‘เพื่อส่วนรวม’ โดยแท้จริง

เข้า สวนรถไฟ ทำความรู้จักสัตว์ในธรรมชาติด้วยการส่องนานานกประจำถิ่น, ส่องนก
บันทึกการพบเจอนกในสวนรถไฟ
วาดโดย : ชุตินันท์ โมรา

Writer & Photographer

Avatar

ชุตินันท์ โมรา

ช่างภาพ/วิดีโอใต้น้ำมือรางวัลระดับเอเชีย ที่เห็นความเปลี่ยนแปลงของโลกใต้น้ำทั้งในและนอกประเทศมากว่า 17 ปี ทำหนังสือดำน้ำระดับนานาชาติหลายเล่ม เป็นทีมวิดีโอใต้น้ำและคนเบื้องหลังสารคดีและโฆษณาหลายตัว นอกจากนี้ยังเป็นแอดมินเพจ digitalay

Life on Earth

เรื่องราวสรรพชีวิตที่อยู่บนโลกใบเดียวกับเรา

อ่าวไร่เลย์ จังหวัดกระบี่

บางคราวบนผาสูงก็ราวกับมีเราเพียงลำพังที่กำลังคืบขยับขึ้นไปทีละน้อย

หินนูนและร่องหลืบแข็งกระด้างกลายเป็นจุดหมายที่อบอุ่นทุกครั้งที่เหยียดจับและขยับยืน

ยิ่งสูงยิ่งหนาวใจ

ทว่าหากไม่หลงลืมจนเกินไป เราจะเห็นว่ามีเชือกเส้นหนึ่งที่ร้อยอยู่กับห่วงเอวฮาร์เนสส์อันเป็นหนึ่งในอุปกรณ์สำคัญของการปีนผา โยงไปยังใครคนหนึ่งซึ่งยืนอยู่เบื้องล่าง

เชือกเส้นยาวสีสันสดใสสะดุดตาในเวลานี้ไม่ได้เป็นเพียงเชือกเส้นหนึ่ง ทว่ามันคือสายใยที่ผูกพันคนบนพื้นทรายและคนบนผาสูงไว้ด้วยกัน

ปีนหน้าผา, กระบี่, อ่าวไร่เลย์

ปีนหน้าผา, กระบี่, อ่าวไร่เลย์

“Climbing”

“On belay”

คือคำกล่าวและขานรับระหว่างคนปีนหน้าผากับผู้ควบคุมเชือก (Belayer) ซึ่งยืนอยู่บนพื้น เป็นสัญญาณว่าคนหนึ่งพร้อมจะปีนขึ้นไป ส่วนอีกคนหนึ่งก็พร้อมจะผ่อนและดึงเชือกที่เกี่ยวผ่านห่วง ณ ปลายทางบนผาสูง เป็นการเดินทางแนวตั้งที่คล้ายไต่ตามความสูงไปเพียงลำพัง ทว่าแท้จริงแล้ว ยังมีอีกคนหนึ่งคอยดูแลคนปีนอยู่ไกลๆ

ความไว้วางใจและความใส่ใจเป็นเรื่องสำคัญสำหรับนักปีนทุกคน

รูปแบบการปีนหน้าผานั้นมีหลายประเภท เช่น ปีนแบบไม่ตอกหมุดหรือวัสดุใดๆ ลงบนหน้าผาเลย แต่ใช้อุปกรณ์สอดเข้าไปในร่องหลืบแล้วล็อกไว้ จากนั้นจึงนำกลับมาเมื่อปีนผ่านช่วงนั้นๆ ไปแล้ว เรียกว่า Traditional Climbing ถ้าเป็นการปีนในระยะความสูงไม่มากนัก แต่เน้นความยาก มีเบาะรองกันกระแทกหากตกลงมา เรียกว่า Bouldering Climbing แต่สำหรับการปีนเพื่อความเพลิดเพลินหรือเพื่อออกกำลังกายแบบไม่ยากนัก นักปีนนิยมปีนหน้าผาแบบ Sport Climbing ซึ่งหมายถึงการปีนไปบนเส้นทางที่มีการตอกหมุดให้คลิกอุปกรณ์สำหรับคล้องเชือกขึ้นไปเรื่อยๆ

แต่ไม่ว่าจะเลือกปีนแบบใด ก็นับว่าการปีนหน้าผาเป็นกิจกรรมสัมผัสธรรมชาติที่ท้าทายจิตใจ จุดหมายเหมือนไม่ไกล แต่ก็อาจกลายเป็นแสนไกลหากเราอ่านเส้นทางไม่ขาด

เสน่ห์ของการปีนหน้าผาอยู่ตรงนี้

การเดินทางในแนวตั้งด้วยการใช้แรงกายพาตัวเองขึ้นไป บางคนเปรียบเปรยว่าคล้ายดั่งการทำสมาธิ เพราะตาและใจจะจดจ่ออยู่กับก้อนหิน สมองคิดว่าจะจับหินก้อนไหนและจับอย่างไรเพื่อให้ไปถึงยังจุดหมายด้านบน การปีนป่ายไปตามหน้าผาสูงชันมีเทคนิคง่ายๆ คือวางเท้าให้มั่นคง แล้วสองแขนก็จะทำหน้าที่เบาลง ไม่ต้องออกแรงรับน้ำหนักตัวเองมากจนแขนล้า รางวัลที่ได้รับเมื่อไปถึงปลายทาง นอกจากความภูมิใจแล้ว ก็คือวิวกระจ่างตาของท้องทะเลสีมรกตระยิบระยับเปลวแดด และสายลมเย็นที่พัดอาบเนื้อตัวอย่างอ่อนโยน

ปีนหน้าผา, กระบี่, อ่าวไร่เลย์

ปีนหน้าผา, กระบี่, อ่าวไร่เลย์

แม้จะปีนสูงขึ้นมา แต่จุดหมายต่อไปก็อยู่สูงกว่า และนั่นก็ทำให้เรามองเห็นลักษณะหินไม่ถนัดตาเท่ากับมองตรงๆ ในระดับสายตา

เมื่อยืนอยู่บนพื้น มองนักปีนเคลื่อนขยับ บางทีก็ลังเลกับการไปต่อ เราจะรู้สึกว่าไม่น่ายากอะไร ร่องหินขนาดใหญ่อยู่ตรงนั้น ปุ่มหินขนาดเหมาะสำหรับวางเท้าก็อยู่ไม่ไกล ฯลฯ ทั้งหมดคือความคิดที่เกิดจากการมอง ทว่าเมื่อลงมือมาปีนเอง เท่านั้นล่ะ…จึงรับรู้ชัดเจนว่า ตราบใดที่ยังไม่ลงมือทำ อะไรๆ ก็ดูง่ายไปหมด

ระดับความยากง่ายของเส้นทางปีนที่ใช้ในเมืองไทย คือเริ่มต้นจากระดับ 5 ซึ่งเป็นทางปีนที่ง่ายสุด มีหินก้อนโตๆ ให้จับ ให้ยืน มีร่องหลืบขนาดใหญ่เห็นชัดและหน้าผาตั้งฉากกับพื้น ไม่ต้องอาศัยเทคนิคการถ่ายเทน้ำหนักของร่างกาย ไม่ต้องใช้กำลังแขนต่อสู้กับแรงโน้มถ่วงเช่นการปีนหน้าผาที่เป็นชะง่อนยื่นล้ำออกไปในอากาศ ไล่เลยไปที่ระดับ 6 จนถึง 8C ซึ่งอาจเป็นผาตั้งชัน ผิวหินเรียบกริบ แทบไม่มีปุ่มปมหรือร่องหลืบให้จับให้ยืน หรือไม่ก็เป็นขอบโค้งปากถ้ำที่ต้องใช้พลังแขน การวางขาที่สมดุล และการถ่ายเทน้ำหนักตัวที่ต้องใช้เทคนิคและประสบการณ์อย่างยิ่งยวด

ปีนหน้าผา, กระบี่, อ่าวไร่เลย์ ปีนหน้าผา, กระบี่, อ่าวไร่เลย์

การปีนหน้าผาคือการเดินทางประเภทหนึ่ง ปลายทางมักอยู่บนผาสูง โดยมีสิ่งแวดล้อมเป็นความรื่นรมย์

แหล่งปีนหน้าผาโดดเด่นในเมืองไทย ที่รวมไว้ทั้งเส้นทางปีนหลากหลายกว่า 500 เส้นทาง แวดล้อมด้วยความสวยงามของธรรมชาติ อีกทั้งยังมากมีความสะดวกสบายและความบันเทิงเริงใจ คืออ่าวไร่เลย์ ซึ่งตั้งอยู่ตรงปลายแหลมในเขตอำเภอเมืองกระบี่ เพราะมีขุนเขาสูงกั้นขวางจนไม่อาจตัดถนนหนทางมาถึงได้ ต้องอาศัยเรือแล่นผ่านผืนทะเลมาถึงที่นี่ ทำให้หลายคนเข้าใจว่าไร่เลย์คือเกาะใกล้เมือง

น้ำทะเลที่โอบไว้เกือบรอบอ่าวนี้สวยใส เหมาะกับการลงไปแช่ตัว ทว่าสำหรับนักปีนบางคน มาถึงทะเล กลับไม่แตะทะเล เพราะใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่บนหน้าผา ซึ่งมีให้เลือกทั้งแบบคึกคักด้วยผู้คน ได้บรรยากาศของการปีนท่ามกลางเสียงเชียร์ เสียงตะโกนบอกเส้นทาง และเส้นทางปีนเงียบสงบที่ต้องเดินลึกเข้าไปสักหน่อย อาจรู้สึกถึงความร้างไร้ผู้คน แต่แท้จริงแล้ว ไร่เลไม่เคยปราศจากนักเดินทาง และนักปีนผาก็ไม่เคยอ้างว้างแม้บนหน้าผาจะมีเพียงเขาหรือเธอไต่ตามทางชันขึ้นไปเพียงลำพัง เพราะบนผืนดิน ผืนทรายเบื้องล่างนั้น ยังมีอีกคนหนึ่งที่ผูกพันกันด้วยเชือกเส้นหนึ่ง และสำคัญกว่านั้นคือความใส่ใจในกันและกันตลอดการปีน

วิถีเช่นนี้เป็นอีกหนทางหนึ่งที่นำไปสู่การสัมผัสและโอบกอดธรรมชาติด้วยรักษ์และรัก ในโลกตั้งฉากกับพื้น…ที่ไม่ยากเกินเดินทางไปถึง

ปีนหน้าผา, กระบี่, อ่าวไร่เลย์

Writer

Avatar

ปิยะฤทัย ปิโยพีระพงศ์

นักเขียนอิสระผู้รักการเดินทางท่ามกลางธรรมชาติ และสนุกกับกิจกรรมผจญภัยหลากหลาย ทั้งปีนหน้าผา พายเรือคายัก เดินป่า ขี่ม้า วิ่งเทรล ฯลฯ ทั้งชีวิตคลุกคลีกับงานนิตยสารท่องเที่ยวมาโดยตลอด คือทำงานในกองบรรณาธิการ อนุสาร อ.ส.ท. และนิตยสาร Nature Explorer การเดินทางจึงเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต และส่วนหนึ่งของการเดินทางก็คือกิจกรรมผจญภัย-ผจญไพรที่น่าจดจำ

Photographer

Avatar

ธีระพงษ์ พลรักษ์

ช่างภาพมาดติสท์ ประจำกองบรรณาธิการอนุสาร อ.ส.ท. รักการเดินทางผจญภัยพอๆ กับการถ่ายภาพ มีทักษะทางการใช้ร่างกายยอดเยี่ยม จึงได้รับมอบหมายงานแนวผจญภัย เช่น ปีนหน้าผา โรยตัว มุดถ้ำ ขี่จักรยาน ฯลฯ อยู่บ่อยครั้ง ไม่เพียงกดชัตเตอร์ แต่เขายังพาตัวเองไปมีส่วนร่วมในกิจกรรมอย่างเข้าถึงทุกครั้งอีกด้วย

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load