3 มิถุนายน 2563
4 K

The Cloud x สารคดีสัญชาติไทย

สวนรถไฟวันนี้ร้อนอบอ้าว ถึงจะไม่มีแดด แต่ความชื้นในอากาศของฤดูฝนก็ทำให้ไม่สบายตัวเท่าไหร่ แต่ถึงจะร้อนอบอ้าว ฝนที่ตกลงมาถี่ๆ ก่อนหน้านี้ทำให้ต้นไม้แตกพุ่มดูหนาฟูไปทุกจุด บรรยากาศของวันนี้แตกต่างจากครั้งแรกที่เรามาอย่างสิ้นเชิง

  ช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ อากาศตอนเช้ายังมีความเย็นของหน้าหนาวอ้อยอิ่งอยู่ เรานัดกับดุ่ยตั้งแต่ 6 โมงครึ่ง เพื่อจะมาดูนกในสวนด้วยกัน ดุ่ยเป็นแอดมินเพจดูนกเพจหนึ่ง และเป็นนักดูนกจริงจัง ถึงแม้อาชีพหลักของเขาจะไม่ได้เกี่ยวข้องกับนกหรือการดูนกเลยก็ตาม

  ดุ่ยพาเราเดินผ่านโซนสนามหญ้าเขียวไปด้วยความเร็ว และเริ่มชะลอฝีเท้าลงเมื่อถึงจุดที่มีไม้พุ่มกระจายตัวรกอยู่ด้านล่าง บางพื้นที่ของสวนสาธารณะ 3 สวนที่เชื่อมต่อกันนี้เหมาะกับการอยู่อาศัยของนก เพราะความที่มีทั้งต้นไม้สูงชูขึ้นด้านบนเป็นจุดให้นกเกาะ บวกกับไม้พุ่มที่ดูจะรกๆ ด้านล่างเป็นที่ซ่อนของเหยื่อที่เป็นอาหาร นกจึงไม่ต้องออกไปหาอาหารแบบเปิดเผยตัวมาก ความลงตัวของพื้นที่แบบนี้ไม่ได้มีให้เห็นกันทุกแห่ง

เข้าสวนรถไฟ ทำความรู้จักสัตว์ในธรรมชาติด้วยการส่องนานานกประจำถิ่น, ส่องนก
นกยางเดินอ้อยอิ่งอยู่กลางสนามหญ้า
เข้า สวนรถไฟ ทำความรู้จักสัตว์ในธรรมชาติด้วยการส่องนานานกประจำถิ่น, ส่องนก
กระรอกหลากสีพบเห็นได้บ่อยทั่วทั้งสวน
ภาพ : พลพิชญ์ คมสัน

สวนสาธารณะในเมืองแบบที่เป็นสนามหญ้าสั้นๆ ตัดแต่งพุ่มไม้สะอาดสบายตา กลับไม่เป็นที่นิยมสำหรับนกเท่าไหร่นัก ความเหมาะสมสำหรับมนุษย์ไม่สามารถเหมาว่าเป็นความเหมาะสมสำหรับทุกชีวิต

  นกกวักผลุบๆ โผล่ๆ อยู่ริมตลิ่งคูน้ำ นกกาเหว่าตัวลายพร้อยบินทะลุเข้าไปเกาะในพุ่มไม้แน่น นกกิ้งโครงและนกเอี้ยงด่างเดินคุ้ยหาหนอนตามพื้นหญ้าแฉะ นกตีทองตัวจิ๋วเกาะอยู่บนยอดไม้สูงลิบ เสียงนกดังระงมล้อมรอบตัวเมื่อเราหยุดยืนฟัง

เข้า สวนรถไฟ ทำความรู้จักสัตว์ในธรรมชาติด้วยการส่องนานานกประจำถิ่น, ส่องนก
นกกวักมีนิ้วเท้ายาวสำหรับการเดินย่ำพื้นโคลนนิ่มริมตลิ่งน้ำ
เข้า สวนรถไฟ ทำความรู้จักสัตว์ในธรรมชาติด้วยการส่องนานานกประจำถิ่น, ส่องนก
นกกิ้งโครงไล่เก็บกิ่งไม้จากพื้นเพื่อนำไปทำรัง

  เราเดินกันไปถึงโซนที่มีต้นจามจุรีใหญ่และต้นนนทรีหลายต้นเพื่อตามหานกเค้าจุด ต้นจามจุรีมีลำต้นและกิ่งที่เปราะหักง่าย จึงทำให้เกิดโพรงได้ง่าย โพรงเหล่านี้กลายเป็นพื้นที่ที่ดีในเวลาทำรัง

  คุณพ่อตะโกนบอกลูกสาวที่กำลังปั่นจักรยานให้ระวังความเร็วเมื่อเข้ามาใกล้เรา มนุษย์ที่ยืนนิ่งแหงนหน้ามองกิ่งไม้ดูแปลกประหลาดในสายตาของลูกสาว

  หลังจากมองหาอยู่สักพัก เราก็เจอนกเค้าจุดตัวกลมฟูน่าฟัด 2 ตัวเกาะเบียดกันอยู่บนกิ่งสูงด้านบน ข่าวจากนักดูนกเล่าว่า กิ่งที่เป็นโพรงประจำของมันเพิ่งหักลงมา ลูกนกที่ยังอ่อนที่ติดอยู่ในรังก็ไม่น่าจะรอดชีวิตไปได้ แต่ยังโชคดีที่ยังพอมีเวลา นกเค้าจุดคู่นี้อาจจะทำรังใหม่และออกไข่ชุดใหม่ได้ทันก่อนจะเข้าหน้าฝน

เข้า สวนรถไฟ ทำความรู้จักสัตว์ในธรรมชาติด้วยการส่องนานานกประจำถิ่น, ส่องนก
นกเค้าจุด 2 ตัวเกาะเบียดกันอยู่ด้านบนกิ่งต้นนนทรี
เข้า สวนรถไฟ ทำความรู้จักสัตว์ในธรรมชาติด้วยการส่องนานานกประจำถิ่น, ส่องนก
ในเวลากลางวัน เป็นเวลาพักผ่อนของนกเค้าจุด พวกมันไม่ยอมที่จะเปิดตา

หลังจากเพลินกับการเฝ้าดูนกเค้าจุดเปิดตาบ้าง ปิดตาบ้าง ไซ้ขนบ้าง จนเมื่อยคอแล้ว เราก็เดินต่อไปเพื่อหาตัวนกเค้าอีกประเภทที่อีกจุดหนึ่ง

  ระหว่างเดินตัดสนามหญ้าใหญ่ตรงกลาง ก้อนสีฟ้าสดก็พุ่งตัวออกจากต้นไม้ใหญ่ข้างหน้าหนีห่างเราออกไป กลุ่มต้นไม้ที่เป็นเกาะกลางสนามหญ้านี้ เป็นที่อยู่ของนกตะขาบทุ่งหลายตัว นกชนิดนี้ชื่ออังกฤษของมันคือ Indian Roller ซึ่งมาจากพฤติกรรมการบินฉวัดเฉวียนม้วนไปมาเพื่ออวดสาวของพวกมัน

เข้า สวนรถไฟ ทำความรู้จักสัตว์ในธรรมชาติด้วยการส่องนานานกประจำถิ่น, ส่องนก
นกตะขาบทุ่งสีฟ้าสดเกาะนิ่งอย่างระวังตัว พร้อมจะพุ่งตัวหนีถ้าหากเราเข้าใกล้เกินไป

  เราเดินผ่านบ่อน้ำเล็กๆ ไป เกือบจะไม่ทันเห็นนกกระเต็นหัวดำที่เกาะนิ่งอยู่บนกิ่งไม้ข้างบ่อ พวกมันรอจังหวะเพื่อจะจับปลาอย่างจดจ่อ สิ่งมีชีวิตต่างๆ ทำกิจกรรมของพวกมันไปตามธรรมชาติโดยไม่ได้สนใจอะไรเรา เหมือนกับเส้นที่วิ่งคู่ขนานกันไป บางครั้งสิ่งเหล่านี้ก็อยู่ใกล้ตัวเรามาก อยู่ที่ว่าเราจะหันไปสังเกตและมองเห็นพวกมันบ้างรึเปล่า

  แผงต้นไม้ร่มข้างหน้ามีเสียงวี้ดแว่วมาก่อนที่เราจะเห็นตัว ก้อนสีแดงสดพุ่งผ่านตาไปด้วยความรวดเร็ว จากกิ่งนั้นไปกิ่งนี้ ท่าทางการบินหยุดนิ่งกลางอากาศก่อนเข้าไปเกาะที่กิ่งไม้ สะกิดให้เราสนใจ เราค่อยๆ เดินเข้าไปหาช้าๆ เพื่อดูตัวให้ชัด ค่อยๆ ขยับใกล้ขึ้นเรื่อยๆ ทันใดนั้นมันก็บินทิ้งระยะห่างจากเราไปอีกรอบ

  เราพยายามถ่ายรูปนกที่เห็นทุกตัวให้ได้ เพื่อจะได้กลับไปเปิดรูปเทียบดูกับหนังสือว่าพวกมันคือนกอะไร รูปนกที่ได้มาส่วนใหญ่เป็นรูปเบลอๆ บ้าง กิ่งไม้บังบ้าง ภาพเหล่านี้ส่งประกวดหรือตีพิมพ์ที่ไหนไม่ได้ แต่มันทำให้เราทำความรู้จักกับนกเหล่านั้นได้ดีขึ้น เหมือนกับประโยคที่ช่างภาพสายอนุรักษ์ชอบพูดกัน 

“ถ้าไม่รู้จัก แล้วเราจะอนุรักษ์พวกมันได้อย่างไร”

เข้า สวนรถไฟ ทำความรู้จักสัตว์ในธรรมชาติด้วยการส่องนานานกประจำถิ่น, ส่องนก
นกพญาไฟเล็กตัวผู้ แวะพักจากการพุ่งตัวเลาะไปตามกิ่งไม้อย่างปราดเปรียว

เมื่อเราเดินมาถึงอีกจุดหมาย นกเค้าแมวขนาดตัวสูสีกับนกเค้าจุดก็เกาะต้นไม้รอเราอยู่แล้ว เรียกได้ว่าโชคดีที่เดินมาแล้วเห็นตัวมันเด่นชัด พี่เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่ประจำอยู่ใกล้ๆ เล่าว่า ปกติแล้วมันจะชอบไปนอนอยู่ตรงต้นตะขบด้านในที่พุ่มไม้มืดทึบกว่า

เข้า สวนรถไฟ ทำความรู้จักสัตว์ในธรรมชาติด้วยการส่องนานานกประจำถิ่น, ส่องนก
ช่วงพลบค่ำ ก่อนพระอาทิตย์จะตกไม่นาน นกเค้าแมวจะเริ่มตื่นตัว ผิดกับตอนกลางวันที่มักเกาะหลับตาอยู่นิ่งๆ

  เจ้าหน้าที่ดูแลสวนหลายคนคุ้นเคยกับนกประจำถิ่นในพื้นที่ทำงานของตัวเอง พี่แม่บ้านอีกคนหนึ่งก็ช่วยชี้จุดให้เรามองหานกเค้าอีกตัวที่ชอบมานอนที่ต้นไม้หลังห้องน้ำ แต่น่าเสียดายที่วันนั้นมันไม่อยู่ตรงที่ประจำของมัน

  วันนั้นพวกเราเดินๆ หยุดๆ ไล่ดูนกตามต้นนั้นต้นนี้ แหงนมองไล่ดูตามยอดไม้ เวลา 4 ชั่วโมงผ่านไปโดยไม่รู้ตัว แดดแรงขึ้นเรื่อยๆ เตือนเราว่าเวลาหมดแล้ว

  ก่อนจากกันไปวันนั้น ดุ่ยพูดทิ้งท้ายไว้ว่า นอกจากนกในเมืองเจ้าประจำที่เจอกันได้บ่อยๆ แล้ว บางช่วงเวลาก็จะเจอนกอพยพได้ที่นี่ เส้นทางการบินของนกอพยพยาวไกลหลายหมื่นกิโลเมตร ต้องมีจุดแวะพักก่อนที่จะไปต่อ การมาเดินสวนนี้ถูกที่ถูกเวลา อาจจะได้พบเจอตัวพวกมันบ้างก็เป็นได้

  เราแวะไปสวนรถไฟอีกหลายครั้ง แต่ละครั้งก็จะเดินวนไปตามจุดเดิมๆ เพื่อทักทายและดูว่าแต่ละตัวยังอยู่ดีหรือไม่ บางครั้งก็ไปช่วงเช้า บางครั้งก็ไปช่วงเย็น ทุกครั้งก็ลุ้นว่าจะได้เจอพฤติกรรมใหม่ๆ บ้างไหม หรือจะมีนกตัวไหนที่เริ่มไว้ใจให้เราเข้าใกล้มากขึ้นไหม

เข้า สวนรถไฟ ทำความรู้จักสัตว์ในธรรมชาติด้วยการส่องนานานกประจำถิ่น, ส่องนก
รังผึ้งขนาดใหญ่ในสวน
ภาพ : พลพิชญ์ คมสัน

  หลังจากสวนปิดเพราะสถานการณ์ COVID-19 เราไม่ได้ไปเยี่ยมเหล่านกในสวนเกือบ 2 เดือนเต็ม การกลับมาเดินสวนในวันนี้เหมือนได้กลับไปพบหน้าทักทายเพื่อนเก่า

  นกเค้าจุด 2 ตัวยังอยู่ที่จามจุรีต้นเดิม นกตะขาบทุ่งก็ยังอยู่ที่กลุ่มต้นไม้เกาะกลางสนามหญ้าเหมือนเคย แต่วันนี้นกประจำที่เคยคุ้นหน้ากันอยู่ไม่ครบชุด ไม่รู้ว่าเป็นเพราะฤดูกาลที่เปลี่ยนไป หรือเพราะแค่เรามองหาตัวพวกมันไม่เจอ การเดินดูสัตว์ในธรรมชาติก็เป็นแบบนี้ เพราะที่นี่ไม่ใช่สวนสัตว์ที่พวกมันถูกกักขังไว้ พวกมันมีอิสระที่จะไปเกาะต้นไม้ต้นไหนก็ได้

เข้า สวนรถไฟ ทำความรู้จักสัตว์ในธรรมชาติด้วยการส่องนานานกประจำถิ่น, ส่องนก
ตัวเงินตัวทองในสวนหลบความร้อนด้วยการลงเล่นน้ำ

  ถึงแม้ว่าอิสระจะถูกจำกัดในพื้นที่ผืนเล็กที่ถูกล้อมด้วยเมืองใหญ่ แต่พื้นที่เท่านี้ก็อาจจะเพียงพอแล้ว ขอเพียงแค่ไม่เล็กลงไปกว่านี้ ไม่ถูกเปลี่ยนไปจนอยู่อาศัยไม่ได้ และไม่ถูกรบกวนจนเกินไป

  สวนสาธารณะของเมืองเป็นพื้นที่ที่เปิดกว้างให้เราเข้าถึงได้ทุกวัน เป็นพื้นที่ที่ง่ายที่สุดในการเริ่มทำความรู้จักกับธรรมชาติ ไม่ใช่เฉพาะนก แต่รวมไปถึงทุกชีวิตที่อยู่ในสวน

  ถ้าเราเคารพการมีอยู่ของชีวิตอื่นๆ ในธรรมชาติแล้ว คำว่า ‘สาธารณะ’ ก็จะหมายถึง ‘เพื่อส่วนรวม’ โดยแท้จริง

เข้า สวนรถไฟ ทำความรู้จักสัตว์ในธรรมชาติด้วยการส่องนานานกประจำถิ่น, ส่องนก
บันทึกการพบเจอนกในสวนรถไฟ
วาดโดย : ชุตินันท์ โมรา
สารคดีสัญชาติไทย

Writer & Photographer

ชุตินันท์ โมรา

ช่างภาพ/วิดีโอใต้น้ำมือรางวัลระดับเอเชีย ที่เห็นความเปลี่ยนแปลงของโลกใต้น้ำทั้งในและนอกประเทศมากว่า 17 ปี ทำหนังสือดำน้ำระดับนานาชาติหลายเล่ม เป็นทีมวิดีโอใต้น้ำและคนเบื้องหลังสารคดีและโฆษณาหลายตัว นอกจากนี้ยังเป็นแอดมินเพจ digitalay และเป็นหนึ่งในทีม #สารคดีสัญชาติไทย

Life on Earth

เรื่องราวสรรพชีวิตที่อยู่บนโลกใบเดียวกับเรา

15 มิถุนายน 2564
746

‘ไอ้’ ในที่นี้ผมหมายถึง ไอ้ด้วน ซึ่งเป็นช้างตัวผู้โตเต็มวัย ค่อนไปทางอาวุโสแล้วตัวหนึ่ง

มันเป็นช้างที่มีชื่อเสียง คนทำงานในป่าด้านตะวันตกรู้จักดี แม้ว่าจะไม่เคยพบตัว แต่ก็จะรู้ถึงกิตติศัพท์เสียงเล่าลือ 

ชื่อเสียงของมันได้มาเพราะเคยทำร้ายคนกระทั่งเสียชีวิตมาแล้ว 3 ราย อีกทั้งเข้าจู่โจมคนที่พบกับมันอีกนับครั้งไม่ถ้วน

ผู้เสียชีวิตคนหนึ่งเป็นเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า เขาขี่รถมอเตอร์ไซค์เข้ามาทำงาน ระหว่างทางพบกับไอ้ด้วนอย่างกะทันหันตรงทางโค้ง หยุดรถไม่ทัน ชนมัน รถล้ม เขาลุกขึ้นวิ่ง แต่ไม่พ้น ไอ้ด้วนเข้าถึงตัว

อีกรายเป็นเจ้าหน้าที่สถานีวิจัยสัตว์ป่า ค่ำวันนั้นเขาขี่มอเตอร์ไซด์จากบ้านกลับสถานี อีก 3 กิโลเมตรจะถึงสถานี ตรงนั้นเป็นทางขึ้นเนินชัน ไอ้ด้วนอยู่บนทาง เขาทิ้งรถ พยายามปีนขึ้นไหล่ทาง ไอ้ด้วนใช้งวงลากตัวเขา เตะที่ลำตัว ก่อน เดินหลบไป ซี่โครงและอวัยวะภายในเสียหายรุนแรง เขามาเสียชีวิตที่โรงพยาบาล ระหว่างทางเขาพูดเพียงว่าหายใจไม่ออก

ไอ้ด้วน ช้างป่าที่ใครๆ ก็ว่าดุร้าย กับการสอนวิชาเติบโตภายในจิตใจให้มนุษย์
 ในโป่งแหล่งอาหารเสริมในระหว่างสมาชิกในฝูงกำลังกิน ช้างตัวหนึ่งจะเดินดูบริเวณรอบๆ

คนหลายคนเข้ามาหาเห็ดบริเวณแนวเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า เผชิญหน้ากับไอ้ด้วน พวกเขาส่งเสียงเอะอะ โยนประทัดไล่ ไอ้ด้วนไม่หนี ตรงเข้าต่อกรกับชายคนหนึ่งที่ถือมีดในมือ

คนเสียชีวิต ไอ้ด้วนกลายเป็นช้างมีชื่อเสียงขจรไกลที่ไม่มีใครอยากพบ

ฉายาไอ้ด้วนได้มา เพราะบริเวณปลายหางของมันไม่มีพู่อย่างตัวอื่น ปลายหางถูกตัดไป 

พื้นที่มันอยู่แถวๆ สำนักงานเขตและแนวเขต ในฤดูเห็ด จะมีคนมากมายเข้ามาเก็บเห็ดโคนซึ่งมีมูลค่าสูง เสียงปะทัด เสียงเอะอะ เล่ากันว่าไอ้ด้วนปะทะกับคน ถูกตัดปลายหางขาด อีกหลายครั้ง มันบาดเจ็บเพราะกระสุนปืน นั่นเป็นจุดเริ่มต้นอันทำให้มันจู่โจมทันทีที่พบคน บาดแผลไม่ฉกรรจ์ จนถึงตาย

ไม่ตาย แต่มันจำ

ช้างที่อยู่ในถิ่นเดียวกับไอ้ด้วนและคนพบกับมันบ่อย คนเรียกมันว่า ‘ไอ้เตี้ย’ เพราะรูปร่างอ้วนใหญ่ ไม่สูงนัก ดูจะเตี้ยๆ

ไอ้เตี้ยไม่ขี้หงุดหงิด คล้ายเป็นช้างใจเย็นอารมณ์ดี พบเจอคนก็ไม่สนใจ หากินตามปกติ ถ้าพบเจอบนเส้นทาง จะหลบให้รถผ่านไปก่อน

นิสัยดีๆ ของไอ้เตี้ยดูเหมือนทำให้ไอ้ด้วนดูน่าเกรงขามมากขึ้น

ไอ้ด้วน ช้างป่าที่ใครๆ ก็ว่าดุร้าย กับการสอนวิชาเติบโตภายในจิตใจให้มนุษย์
ช้างเด็กจะถูกประกบด้วยแม่หรือช้างพี่เลี้ยงเสมอ

พายุฝนต้นเดือนพฤษภาคม ทำให้ทั้งผืนป่าชุ่มฉ่ำ ใบไม้เขียวทึบ เส้นทางในป่าหลายช่วงเป็นหล่มโคลน ร่องลึก เนินลื่นไถลทั้งๆ ที่เดือนที่ผ่านมาได้รับการเกรดกระทั่งราบเรียบ

18.00 น. ผมขับรถกลับจากซื้อเสบียงในเมือง มุ่งหน้ากลับเข้าป่า

ผ่านหน่วยพิทักษ์ป่าที่อยู่ระหว่างทาง แวะส่งเสบียง ยาเส้น และเหล้าขาว ที่คนในหน่วยฝากซื้อ คุยกับพวกเขาสักพักก็เดินทางต่อ 

มาได้ราว 4 กิโลเมตรก่อนไต่ขึ้นทางชันๆ พ้นสะพาน ซึ่งเป็นไม้ท่อนวางพอดีล้อข้างละท่อน เส้นทางโค้งไปทางซ้าย สองข้างทางเป็นป่าไผ่ใบเขียวทึบ

พ้นจากโค้งมีร่างทะมึนขวางผมชะลอรถ หันไปหยิบกล้อง

เสียง “แปร๋น” ดังสนั่น  ผมหันกลับมามองร่างทะมึนนั้นอีกครั้ง หัวใหญ่โต ใบหูโบกสบัด มันคือไอ้ด้วน

ผมใส่เกียร์และถอยรถอย่างเร็ว ไอ้ด้วนวิ่งตรงเข้าหา

ชะลอรถเมื่อเห็น ไอ้ด้วนหยุดวิ่ง เดินช้าๆ เข้ามาหยุดห่างผม ราว 3 เมตร ส่ายหัวไป-มามอง สายตาของเราพบกัน

มันหันหน้า เดินหลบเข้าข้างทาง ผมขยับรถผ่านมา

วันนี้ไอ้ด้วนคงอารมณ์ดี

ไอ้ด้วน ช้างป่าที่ใครๆ ก็ว่าดุร้าย กับการสอนวิชาเติบโตภายในจิตใจให้มนุษย์
หลังไฟไหม้ทุ่งหญ้าระบัดเขียวๆ หญ้าอ่อนๆ เริ่มขึ้น เป็นอาหารที่ดีของช้าง

ในป่าคือโรงเรียน เราต่างรู้ดี และรู้กันดีด้วยว่า ในโรงเรียนนี้มีสาขาวิชาให้เลือกเรียนมากมาย

สิ่งมีชีวิตต่างๆ ทั้งพืชและสัตว์เป็น ‘ครู’ ผู้สอน

‘สอน’ ให้ผู้สนใจเลือกเรียนได้ทั้งเรื่องกายภายนอก และเรื่องการเติบโตภายใน 

ผมเลือกเรียนวิชาเติบโตภายใน ใช้เวลาเรียนอยู่ในโรงเรียนนี้มานานพอสมควร ผมพบกับครูที่ใจดี ครูหงุดหงิด  ครูที่พบกับปัญหา 

ไอ้ด้วน ช้างป่าที่ใครๆ ก็ว่าดุร้าย กับการสอนวิชาเติบโตภายในจิตใจให้มนุษย์
การชูงวงสูดกลิ่น คือสิ่งที่ทำเมื่อได้กลิ่นสัตว์ผู้ล่าบริเวณนั้น

‘โลก’ ระหว่างผมกับครูไม่สวยงามนักหรอก การอยู่ร่วมกันไม่ใช่เรื่องง่าย

ว่าตามจริง มีการสั่งสอนเกิดขึ้นเสมอ มีหลายครั้ง ผมจ่ายค่าบทเรียนด้วยเลือดและบาดแผล

ป่าเป็นสังคมที่ชีวิตอยู่อย่างพึ่งพาอาศัยกัน ผมเป็นสิ่งแปลกปลอม เหล่าครูๆ ไม่วางใจผมหรอก จากสายตาของครูจำนวนไม่น้อย เชื่อว่าผมคือสัตว์อันตราย

แต่นี่ไม่ใช่เหตุผลอันจะทำให้ผมเลิกเคารพนับถือครู

ที่บ้านพักคืนนั้น

เทียนบนโต๊ะไม้เก่าๆ วับแวม เหล้าขาวดองม้ากระทืบโรงหมดไปครึ่งขวด 

เสียงหัวเราะเฮฮา ผมเล่านาทีการพบเจอไอ้ด้วนให้เพื่อนๆ ฟัง

เรื่องตื่นเต้น คับขัน กลายเป็นเรื่องสนุกทุกครั้งเมื่อผ่านพ้นไปแล้ว

ไอ้ด้วน ช้างป่าที่ใครๆ ก็ว่าดุร้าย กับการสอนวิชาเติบโตภายในจิตใจให้มนุษย์
พลบค่ำ คือช่วงเวลาที่ช้างจะมาที่แหล่งน้ำ

ฝนไม่มาเยี่ยมแล้ว 2 วัน คืนแรม 15 ค่ำ ท้องฟ้ามืด ดาวส่องประกายระยิบ อากาศยามดึกเย็นยะเยือก 

ผมนั่งบนบันไดขั้นที่ 3 ที่ตรงนี้ หลายครั้งเสือดาวมาใช้เป็นที่นั่งสังเกตการณ์ บ้านพักถูกห้อมล้อมด้วยป่า ผม มองรอบๆ กวางส่งเสียง 

ผมนึกถึงไอ้ด้วน ไม่รู้ว่าเราจะพบกันอีกกี่ครั้ง มันจะทำร้ายใครอีกหรือไม่

ที่เห็นในระยะใกล้คือช้างตัวโตขี้หงุดหงิดตัวหนึ่ง

ไอ้ด้วน ช้างป่าที่ใครๆ ก็ว่าดุร้าย กับการสอนวิชาเติบโตภายในจิตใจให้มนุษย์

ผมนำหน้าชื่อด้วนว่า ‘ไอ้’ ด้วยความคุ้นเคย

ระหว่างผมกับไอ้ด้วนสถานะของเราเหมือนกัน คือยังเป็นนักเรียนที่ทำผิดพลาดอยู่เสมอๆ เราคงต้องใช้เวลาเรียนรู้อีกนาน

ไอ้ด้วนนั้น ผมไม่นับถือมันในฐานะที่เป็นครูหรอก

แต่นับถือมันในฐานะเพื่อน 

เพื่อนที่ใช้วิธีตอบโต้ความรุนแรงด้วยความรุนแรง

‘ไอ้’ ที่ไม่ได้หมายถึงสัตว์อันตรายและต้องเกลียดชัง 

สารคดีสัญชาติไทย

Writer & Photographer

ปริญญากร วรวรรณ

ถ่ายทอดเรื่องราวของสัตว์ป่าและดงลึกทั่วประเทศไทยผ่านเลนส์และปลายปากกามากว่า 30 ปี มล. ปริญญากร ถือเป็นแบบอย่างสำคัญของการใช้ชีวิตอย่างเคารพธรรมชาติให้คนกิจกรรมกลางแจ้งและช่างภาพธรรมชาติรุ่นปัจจุบัน

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load