จมูกของเราไวต่อกลิ่นดิน กลิ่นฝน รองเท้าของเราเหยียบลงบนพื้นดินชุ่มฉ่ำ สายตาของเรามองตรงไปเห็นต้นไม้หน้าตาละม้ายคล้ายกันเป็นพุ่มสวยเขียวชอุ่มสุดสายตา เราขโมยอากาศบริสุทธิ์ของสวนมังคุดอินทรีย์เก็บไว้เต็มปอด ก่อน ปอ-ธนวัฒน์ มโนวชิรสรรค์ เจ้าของ ‘สวนบ้านแม่’ จะทักทายด้วยการยื่นมังคุดเนื้อขาวเนียนหุ้มด้วยเปลือกหนาสีแดงอมม่วงให้เราชิม บอกเลยว่ามังคุดของ ‘สวนบ้านแม่’ หวานอมเปรี้ยวจากธรรมชาติ ปลอดภัยไร้สารเคมี หรอยสมคำร่ำลือ

สวนมังคุด, สวนบ้านแม่ พังงา สวนมังคุด, สวนบ้านแม่ พังงา

ปอเป็นนักออกแบบ แต่ขอแอบบอกว่าเขาผันตัวมาเป็นเกษตรประจำสวนมังคุดของครอบครัวด้วยความตั้งใจ เขาอาสาเสริมความแกร่งของธุรกิจด้วยวิชาชีพที่เขาถนัด สร้างความเชื่อมโยงของวิถีชีวิตกับการเกษตรผ่านการออกแบบ เรียนรู้การเกษตรด้วยธรรมชาติ และภูมิปัญญาฉบับชาวพังงาขนานแท้ โดยเขาหวังจะสร้างสังคมระหว่างคนปลูกหน้ามนกับคนกินแสนน่ารักให้เหนียวแน่น และเกษตรกรดำรงชีพอยู่ได้อย่างยั่งยืน

บทสนทนารสหวานอมเปรี้ยวกำลังจะเริ่มต้น หลังจากปอยื่นมังคุดเนื้อเนียนมาให้ชิมเป็นลูกที่ 4 5 และ 6

สวนมังคุด, สวนบ้านแม่ พังงา

01

พาตัวและใจกลับไปหาสวน บ้าน และแม่

ก่อนจะเป็นหนุ่มสวนมังคุด ปอเป็นนักออกแบบเฟอร์นิเจอร์แบรนด์ไทยที่ดังระดับโลกแบรนด์หนึ่ง ซึ่งการกลับมาทำสวนมังคุดเกิดขึ้นจากความบังเอิญ บังเอิญว่าเขาอยากกลับบ้าน เป็นการตอบสนองด้านจิตใจและความรู้สึกของตัวเขาเอง จึงกลับมาสร้างสิ่งที่รักกับสิ่งที่ชอบในที่ที่เดียวกัน หลังจากที่โบกมือลาพังงาไปเรียนและทำงานในกรุงเทพฯ นานกว่า 10 ปี

เมื่อปอแน่วแน่ว่าจะกลับบ้านอย่างแน่นอน เขาสร้างเพจเฟซบุ๊กเช็กความชัวร์ โดยรวม 3 สิ่งที่เขารักและอยากกลับมาเติมเต็ม ‘สวนมังคุด’ อายุ 50 ปีของครอบครัว รวมกับ ‘บ้านไม้’ ชั้นเดียวสมัยอยู่กันเป็นครอบครัวใหญ่ ซึ่งปอชอบบ้านหลังนี้มาตั้งแต่เด็ก และ ‘แม่’ ผู้หญิงที่เขารักแต่ไม่แสดงออก ทั้งหมดผสมเข้าด้วยกันกลายเป็น ‘สวนบ้านแม่’

ช่วงที่ปอตัดสินใจกลับบ้านพอดีกับมังคุดออกผล เขาไม่รอช้าเก็บมังคุดไปขายหน้าสวน บางทีก็ขับรถเวสป้าคู่ใจไปขายในตลาด พ่อค้าคนกลางมารับไปขายต่อก็มี

จากนักออกแบบเฟอร์นิเจอร์ดาวรุ่ง ผันตัวมาเป็นเกษตรกรหน้าใส

สวนมังคุด, สวนบ้านแม่ พังงา

สวนมังคุด, สวนบ้านแม่ พังงา

เขาเริ่มสังเกตเห็นปัญหาที่เกิดขึ้นระหว่างเกษตรกรกับพ่อค้าคนกลาง จนเกษตรกรได้รับค่าตอบแทนที่ไม่สมเหตุสมผล ส่งผลให้คุณภาพมังคุดด้อยลง 

“เราเคยลองไปติดต่อแผงขายผลไม้ในตลาด เขาบอกว่าราคาดี เอามาได้เลย เราก็ดีใจ กลับบ้านรีบเก็บมังคุดไปส่งตอนเช้า พอไปส่งเขาบอกว่าไม่ได้ราคาเมื่อวานแล้วนะ เราเห็นว่าป้ายราคายังเขียนเท่าเดิม แต่ไม่ได้ราคาเดิมที่คุยกันไว้ เราคิดว่ามันแย่นะ ก็เลยยกเข่งพวกนั้นกลับบ้าน สุดท้ายมานั่งคิดว่าปัญหาไม่ได้เกิดเฉพาะเจ้าของสวน ปลายทางก็จะได้ของที่ไม่มีคุณภาพไปด้วย ถ้ามีคนทำราคาเอาเปรียบกัน ก็เป็นการสร้างสังคมที่เอาเปรียบกันต่อไปไม่สิ้นสุด” ปอเล่าปัญหาพร้อมบอกติดตลกว่า “ตอนนั้นคิดว่าเราจะรอดมั้ย”

แต่ปอยังเชื่อมั่นในผลผลิตของต้นมังคุดทั้ง 365 ต้น เขาเห็นใจคนร่วมอาชีพ และเห็นปัญหาของผลไม้หลากชนิดจากความตั้งใจจริงของเกษตรกรที่ไปไม่ถึงมือผู้รับ

02

พ่อค้ามังคุดออนไลน์ทำธุรกิจด้วยความเชื่อใจ

ปอรู้จักตัวเองชัดเจนก่อนกลับมาบ้าน เป็นผลให้เขารู้ว่าควรทำอะไรเป็นลำดับต่อไป

หลังจากเจอปัญหาช่องว่างระหว่างราคาของมังคุดกับพ่อค้าคนกลาง เขาหาช่องทางขายมังคุดของตัวเอง ด้วยการเริ่มจากส่งไปรษณีย์ให้คนรู้จักลองลิ้มชิมรสมังคุดอินทรีย์ส่งตรงจากสวน ก่อนจะเกิดการบอกต่อความอร่อยแบบลังต่อลัง จนต้องเปิดสั่งจองออนไลน์ตามรอบผลผลิตของต้นมังคุด พร้อมยังส่งสารผ่านเพจ ‘สวนบ้านแม่’ ให้คนรักมังคุดเข้าใจวิถีการเกษตรและการดูแลเกษตรมากขึ้น เมื่อผู้รับสารเข้าใจ ก็ทำให้มังคุดของ ‘สวนบ้านแม่’ ขายได้ราคากิโลกรัมละ 70 บาท ขณะที่พ่อค้าแม่ค้าในตลาดขายราคากิโลกรัมละ 5 – 10 บาท

สวนมังคุด, สวนบ้านแม่ พังงา

แผนธุรกิจของปอ ผู้เป็นทั้งนักออกแบบ เกษตรกร และพ่อค้ามังคุดออนไลน์คนนี้แสนเรียบง่าย

เขาใช้เครื่องมือที่ชื่อว่า ‘ความเชื่อใจ’ ความเชื่อใจระหว่างคนปลูกและคนกิน ปอเสริมว่า “ธุรกิจบางธุรกิจ เราอาจจะไม่ต้องคิดว่ามันจะเกิดอะไร เหมือนกับเราไกด์ไว้แล้วว่ามันขาดอะไร แต่ในระหว่างการทำธุรกิจ ลูกค้าจะเป็นคนบอกเราเองว่าเขาต้องการอะไร เราเอาความต้องการของเขามาต่อยอดในธุรกิจของเรา”

อย่างกรณีของมังคุด 1 กล่อง บรรจุ 10 กิโลกรัม ลูกค้าจะแอบกระซิบว่าทำขนาดเล็กลงสำหรับทานคนเดียวได้หรือเปล่า หรือทำมังคุดกวนห่อใหญ่ได้ไหม เพราะต้องการซื้อไปเป็นของฝาก คำแนะนำทั้งหมดปอบอกว่าเขา ‘ฟังหูไว้หู’ ถ้าทำแล้วเหมาะกับธุรกิจหรือตอบโจทย์ลูกค้าเขาถึงจะทำ

สวนมังคุด, สวนบ้านแม่ พังงา

03

ความรู้จากธรรมชาติและภูมิปัญญา สร้างธุรกิจให้แข็งขัน

ตอนทำงานออกแบบในเมือง เดดไลน์คือสิ่งสำคัญ แต่เมื่อลงหลักปักฐานเป็นเกษตรกร เดดไลน์จึงหมดความสำคัญ เพราะเขาต้องรอ รอ และรอ

จากนักออกแบบ หันมาเดินทางสายเกษตร จะต้องเรียนวิชาอะไรเพิ่มเติมบ้าง เราถาม

“เราเชื่อว่าถ้าอยู่กับสิ่งนั้นเยอะๆ เดี๋ยวมันจะสอนเราเอง สิ่งสำคัญคือเราต้องลงมือทำ แล้วความรู้ก็จะเกิด บางทีอาศัยทางลัดไปศึกษาจากคนที่ปลูกเหมือนกับเรา ไปดูว่าของเขาดีเพราะอะไร ไม่ดีเพราะอะไร แล้วเลือกปรับใช้กับสวนของเรา สิ่งสำคัญเราต้องคล้อยตามธรรมชาติ ซึ่งอาจจะต้องรอถึง 3 ปี เราไม่มีสูตรสำเร็จว่าใส่ปุ๋ยชนิดนั้นแล้วออกลูกเลย วิถีเกษตรกรเราจะไม่พูดว่า อาทิตย์หน้า สองอาทิตย์ แต่จะต้องพูดว่าปีหน้านะ ฤดูกาลหน้านะ แน่นอนระยะเวลาเพิ่มขึ้นมากกว่าสมัยที่ทำงานออกแบบ” ปออธิบายความต่างของสองอาชีพ

นอกจากปอจะอาศัยทางตรงจากธรรมชาติและทางลัดจากสวนบ้านเพื่อน เขายังหยิบยกภูมิปัญญาดั้งเดิมของคุณพ่อคุณแม่มาปรับใช้กับธุรกิจ อย่างคุณแม่เป็นกูรูด้านมังคุด ไม่ว่าจะเป็นการคัดเลือกมังคุดลงกล่อง การคำนวณความสุกของมังคุด ตลอดจนการแปรรูปเป็นมังคุดกวน คุณแม่เลือกใช้วิธีการดั้งเดิม โดยบรรจุมังคุดกวนในก้นถุงพลาสติกขนาดเล็ก จากนั้นพับพับ ม้วนม้วน สะดวกต่อการแกะและรับประทาน ส่วนปอช่วยออกแบบบรรจุภัณฑ์ภายนอกให้ทันสมัยมากขึ้น

สวนมังคุด, สวนบ้านแม่ พังงา สวนมังคุด, สวนบ้านแม่ พังงา

ภูมิปัญญาของคุณพ่อก็ไม่น้อยหน้า ดูแลสวนมังคุดให้ปลอดสารเคมี เน้นการเกษตรอินทรีย์ พ่อของปอไม่ได้สอนวิธีการว่าต้องทำอย่างไร แต่ฝากคำสอนไว้แทนว่า “เมื่อต้นไม้ให้เราได้มีกินแล้ว เราก็ต้องคืนกลับไปให้เขาด้วย” นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมปอจึงดูแลรักษาต้นมังคุดสามร้อยกว่าต้นให้อยู่กับสวนได้นานๆ

“เราว่าทั้งหมดนี้ไม่ได้เป็นข้อดีของคนกลับบ้าน แต่การกลับบ้านมีข้อดีรอเราอยู่ เหมือนเป็นชอร์ตคัตของชีวิต ถ้าคนสองรุ่นคิดพัฒนาในสิ่งเดียวกัน ก็จะทำให้ธุรกิจไปอีกขั้นหนึ่งได้ ตอนแรกเรานึกว่าจะกลับมาลุยคนเดียว แต่ภูมิปัญญาเหล่านี้ทำให้ธุรกิจแข็งแรง บางคนจะบอกว่ามีของเก่าอยู่แล้ว กลับมาก็ทำได้เลย ในความจริงไม่ใช่แบบนั้น การรักษาของเก่าและทำต่อยอดให้อยู่ได้ ไม่ง่ายเลย”

สวนมังคุด, สวนบ้านแม่ พังงา สวนมังคุด, สวนบ้านแม่ พังงา

04

ต่อยอดผลผลิต เป็นเกราะกันภัย

การพึ่งพาอาศัยกันเป็นภูมิคุ้มกัน การเกื้อกูลกันทำให้สวนบ้านแม่แข็งแกร่ง ถ้าจะให้แข็งแกร่งมากกว่าเดิมก็ต้องเพิ่มเกราะป้องกันเสริมความมั่นใจ ปอยกตัวอย่างฤดูกาลฝน 8 เดือน แดด 4 เดือน เป็นผลให้เขาต้องสร้างที่เก็บน้ำ หรือบางครั้งมังคุดออกลูกดก ผลผลิตเหลือ ก็แปรรูปเป็นมังคุดกวนด้วยมือคุณแม่ ถ้าขายดิบขายดีคุณแม่กวนคนเดียวไม่ไหว ก็ต้องขยับขยายเป็นเครื่องจักรกวน

“เราต้องต่อยอดไปเรื่อยๆ แต่การต่อยอดต้องจบในสวนให้ได้ก่อน ถ้าจ้างคนก็จะเกิดเป็นต้นทุน เราจะไม่ซื้ออุปกรณ์มาก่อนเพื่อจะรอทำอะไรบางอย่าง แต่เราจะทำก่อน ถ้าเติบโตได้ เราก็ค่อยขยับขยาย เราไปช้า แต่ชัวร์”

ในอนาคตปอจะเลี้ยงผึ้ง เพื่อต่อยอดธุรกิจ สร้างเกราะกันภัยให้สวนบ้านแม่

“เราคิดว่ามังคุดเป็นเพียงโบนัส เราอย่าไปคิดว่ามังคุดเป็นทุกอย่างของปี ถ้าอย่างนั้นก็จะไม่มีอะไรเพิ่มขึ้นมา แต่ความจริงเงินก็สำคัญนะ เป็นภูมิคุ้มกันให้เราอุ่นใจยามฉุกเฉิน” ปอพูดจบ แต่มือยังคงปอกมังคุดและหยิบยื่นให้เราอย่างไม่หยุดมือ

สวนมังคุด, สวนบ้านแม่ พังงา

สวนมังคุด, สวนบ้านแม่ พังงา สวนมังคุด, สวนบ้านแม่ พังงา

05

มังคุดจากใจจริงและจริงใจ

ปอบอกกับเราว่า ลูกค้าสวนบ้านแม่ต้องการความจริง เขามอบทั้งความจริงใจ และความจริงจากธรรมชาติ ความจริงใจในการส่งต่อมังคุดคุณภาพดี สดใหม่จากต้น ปอจะไม่บอกว่ามังคุดของเขาเกรดเอ เกรดส่งออก แต่มังคุดที่ถูกบรรจุลงกล่องจะเป็นมังคุดที่ดีที่สุด อาจจะมีลูกเล็กบ้าง ลูกใหญ่บ้าง หรือมีมังคุดเสียเท่าไรจากผลผลิตทั้งหมด ล้วนเป็นความจริงจากธรรมชาติที่ปอบอกลูกค้า

“ผลไม้มีเปลือก แน่นอนว่าไม่มีใครเห็นข้างใน เราต้องซื่อสัตย์ ถึงมังคุดจะร่วงหล่นใต้ต้นมากขนาดไหน เรายอมทิ้ง แต่ลูกที่เก็บมาใส่กล่องต้องเป็นลูกที่เด็ดจากบนต้นเท่านั้น”

หรือการจะบอกว่ามังคุดขายดีมาก คนมารอจองคิวจนเก็บผลผลิตมือเป็นระวิง เพิ่มราคาดีกว่า ปอไม่เลือกทำแบบนั้น เขาคิดว่าความตั้งใจของเขาเป็นผลให้คนได้กินมังคุดสดอร่อยจากสวน เป็นการเพิ่มความมั่นใจระหว่างคนต้นทางกับคนปลายทาง “เป็นหน้าที่ของเรา ต้องตั้งใจและพยายามทำให้ความสัมพันธ์เข้มแข็งเพราะคนเชื่อเรามีเยอะแล้ว”

เราถามปอว่ามังคุดของสวนบ้านแม่แตกต่างจากมังคุดตามท้องตลาดอย่างไร

“มังคุดของเราไม่ต่างจากที่อื่น แต่เราซื่อสัตย์” เขาตอบทันที

สวนมังคุด, สวนบ้านแม่ พังงา สวนมังคุด, สวนบ้านแม่ พังงา

06

ออกแบบวิถีชีวิตใส่กล่องมังคุด

หลังจากปอกลับมาอยู่บ้านได้ 3 ปี เขายังคงทำงานออกแบบควบคู่ไปกับการดูแลสวน เพราะปรับตัวและเข้าใจวิถีชีวิตมากกว่าเดิม โดยไม่ลืมนำวิชาออกแบบจากกรุงเทพฯ ติดตัวกลับบ้านมาด้วย  ปอออกแบบบรรจุภัณฑ์เพื่อพัฒนาให้แบรนด์แข็งแรงขึ้น ด้วยการลดทอนลายจักสานของชะลอมมาไว้บนกล่องลังกระดาษ ตราสินค้าเป็นมังคุด เรียบง่าย ตรงไปตรงมา และน่าจดจำ

“ชีวิตก่อนหน้านี้ การออกแบบเป็นทุกอย่างของเรา แม้จะเลือกมาทำสวนเราก็อยากสื่อสารสิ่งที่เรารู้สึก” นอกจากการปรับโฉมบรรจุภัณฑ์ ปอออกแบบวิธีการสื่อสารด้วยการถ่ายทอดชีวิตของเกษตรกร และชีวิตของมังคุด ตั้งแต่เป็นผลน้อยอยู่บนต้นจนกระทั่งเป็นผลใหญ่ใส่กล่องเตรียมจัดส่ง ผ่านการรายงานผล อัพโหลดภาพแบบเรียลไทม์ผ่านหน้าเพจสวนบ้านแม่ ทำให้คนรักมังคุดสัมผัสถึงคุณค่าและมีประสบการณ์ร่วมกัน

มากไปกว่านั้น การออกแบบของปอยังช่วยคลายความสงสัยให้นักทานมังคุด ผ่านการทำภาพโฆษณาอธิบายความสุกของมังคุด โดยการจำแนกตามสีและรสชาติ ข้อดีของมังคุดลูกจิ๋วแต่แจ๋ว หรือการเก็บรักษามังคุดหลังจากส่งตรงถึงประตูหน้าบ้าน

สวนมังคุด, สวนบ้านแม่ พังงา สวนมังคุด, สวนบ้านแม่ พังงา

07

สวนบ้านแม่ สุขที่สวนบ้านแม่

“เราไม่ได้ต้องการธุรกิจใหญ่โต เรามีสวน เรามีวิถีชีวิตเรียบง่าย เรามีแม่ ธุรกิจของเรามีความตรงไปตรงมา ง่าย ไม่ซับซ้อน ทำให้ดีแล้วขายอย่างซื่อสัตย์” ปอสรุปตัวตนของ ‘สวนบ้านแม่’ จบในประโยคเดียว

“ธุรกิจของเราแค่แม่มีความสุขก็เพียงพอแล้ว อย่างน้อยเราก็พิสูจน์ให้แม่เห็นว่าสิ่งที่เราคิด สิ่งที่เราทำค่อยๆ เติบโต เพิ่มความเชื่อมั่นให้แม่ว่าเราทำได้ ด้วยรายได้ที่เกิดขึ้น ด้วยภูมิคุ้มกันที่เรามีมากขึ้นกับทุกเรื่อง แต่เรายังต้องก้าวต่อไป” ปอเป็นตัวอย่างของความพอที่ไม่ได้แปลว่าหยุด แต่พอแล้วพัฒนาต่อ

“เราพอแล้วดีหลายอย่างนะ สุขภาพจิตดี คิดงานก็ดี การเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ ‘พอแล้วดี The Creator’ ทำให้เราเจอเพื่อนพี่น้องที่ดี เราไม่ได้คบกันด้วยธุรกิจ แต่พอแล้วดีพาเรามาเจอกัน ตอนเรียนเรามักจำความรู้สึก ทัศนคติของเพื่อนมากกว่าทฤษฎีแล้วนำมาพัฒนาต่อ

“ตอนนี้ภาพในหัวเราไม่ใช่แค่การกลับบ้าน แต่เราคิดต่อว่าเราจะส่งต่อสวนให้กับครอบครัว ให้กับชุมชน และสร้างประโยชน์กับเกษตรกรได้อย่างไร เราไม่ได้แข็งข้อ แต่เกษตรกรต้องได้รับเกียรติ เราจะต้องเปลี่ยนทัศนคติให้คนเข้าใจและเห็นคุณค่าของเกษตรกรมากกว่าเดิม” ปอตั้งเป้าหมายหลังจากเขาทุ่มเทและเห็นปัญหาของการเป็นเกษตรกรยุคใหม่

สวนมังคุด, สวนบ้านแม่ พังงา

สวนบ้านแม่

ประเภท: ผลผลิตทางการเกษตร
ที่ตั้ง: 13/1 ม.1 ถนนเพชรเกษม ตำบลบางม่วง อำเภอตะกั่วป่า จังหวัดพังงา
ผู้ก่อตั้ง: ธนวัฒน์ มโนวชิรสรรค์
Facebook : สวนบ้านแม่

 

พอแล้วดี The Creator

Facebook | พอแล้วดี The Creator
porlaewdeethecreator.com

Writer

สุทธิดา อุ่นจิต

กรุงเทพฯ - เชียงใหม่ สู่ ลาดพร้าว - สุขุมวิท , พูดภาษาพม่าได้นิดหน่อย เป็นนักสะสมกระเป๋าผ้า ชอบหวานน้อยแต่มักได้หวานมาก

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

พอแล้วดี

วิธีคิดและทำธุรกิจสร้างสรรค์อย่างพอแล้วดี

แกงหมูชะมวง มัสมั่นทุเรียน ถั่วฝักยาวผัดกะปิกุ้งแห้ง

ยำมังคุด สละลอยแก้ว และไอศกรีมส้มมะปี๊ด

ถ้าถามถึงของดีเมืองจันท์ ฉันจะมีคำตอบในใจอยู่ 2 อย่าง หนึ่งคือ ชุมชนริมน้ำจันทบูร ชุมชนซึ่งเต็มไปด้วยตึกแถวเก่าแก่ที่มีชีวิตเพราะยังมีคนอาศัยอยู่จริง ส่วนสองคือ ‘จันทรโภชนา’ ร้านอาหารในชุมชนแห่งนี้ ที่มัดใจฉันไว้ด้วยรสชาติแสนอร่อยไม่ซ้ำใคร เพียงกินแค่ครั้งเดียว ลิ้นก็จดจำความกลมกล่อมได้แม่น จนอยากกลับไปจันทบุรีทุกครั้งที่มีโอกาส

จันทรโภชนา

จันทรโภชนา

ร้านจันทรโภชนาถือกำเนิดจากฝีมือการทำอาหารระดับพระกาฬของ คุณแม่ละออง วงษ์ทองสาลี และ คุณน้าไพจิตต์ วนานันท์ ก่อนต่อยอดจนโดดเด่นได้ด้วยการวางแผนอย่างละเอียดอ่อนของ อุกฤษฏ์ วงษ์ทองสาลี ทายาทรุ่นสองผู้เป็นเจ้าของกิจการคนปัจจุบัน ซึ่งควบตำแหน่งอาจารย์ใหญ่ประจำโรงเรียน ‘พอแล้วดี the Creator’ ห้องเรียนหลักการบริหารธุรกิจด้วยปรัชญาแห่งเศรษฐกิจพอเพียงอย่างเป็นรูปธรรม และจันทรโภชนาก็เป็นหนึ่งในตัวอย่างเชิงปฏิบัติของธุรกิจร้านอาหาร

ความพอเพียงช่วยยกระดับจันทรโภชนาให้เป็นมากกว่าแค่ร้านอาหารที่อร่อย แต่มีคุณค่าส่งผลถึงชุมชนรอบด้าน เป็นส่วนหนึ่งในการทำให้ประวัติศาสตร์มีชีวิตเข้มแข็งขึ้น

ร้านอาหารดีๆ แบบนี้นำบทเรียนเรื่องความพอดีมาปรับใช้อย่างไรบ้าง ไปฟังกัน

จันทรโภชนา

01

ร้านอาหารที่เติบโตไปพร้อมชุมชน

จุดเริ่มต้นของทุกอย่างมาจากเมื่อเกือบ 9 ปีที่แล้ว อุกฤษฏ์ตัดสินใจลาออกจากงานในวงการโฆษณา แล้วกลับมาอยู่บ้านที่จังหวัดจันทบุรี

เขาพบกลิ่นอายของบ้านเกิดที่เคยหลงลืมไป และอยากนำองค์ความรู้ที่ตนเองสั่งสมจากการทำงานครีเอทีฟมาพัฒนาร้านอาหารของครอบครัวดูบ้าง ซึ่งเมื่อลองมองดูให้ดี เขาคิดว่าควรมองให้ไกลกว่าการทำธุรกิจเดียวโดดๆ แต่ครอบคลุมไปถึงชุมชนริมน้ำจันทบูรโดยรวมด้วย

เพราะการพัฒนาไปพร้อมกันน่าจะช่วยให้ทั้งชุมชนและร้านยั่งยืนกว่า แก่นของร้านจันทรโภชนาจึงวางไว้สอดคล้องอย่างพอดีกับแก่นของชุมชน ซึ่งได้แก่ความเป็นเมืองเก่าที่งดงามอย่างดั้งเดิม แต่ก็มีพื้นที่ว่างมากพอให้เกิดการต่อยอดเพื่อเติบโตได้ รวมถึงการเป็นแหล่งผลไม้ประจำชาติแสนอร่อย

สิ่งที่จันทรโภชนาสังเคราะห์ออกมาจากความเป็น ‘จันท์’ คือการเพิ่มคุณค่าความเป็นท้องถิ่นผ่านอาหาร อุกฤษฏ์อธิบายว่า “เราอยู่ในธุรกิจอาหาร เราก็อยากจับอาหารนี่แหละมาเป็นตัวชูโรงให้คนรู้จักจันทบุรีมากขึ้น โดยหวังว่าถ้าร้านเราเติบโต เหล่าเขียงหมูและร้านขายปลาที่แม่พี่เคยซื้อ เหล่าพ่อค้าแม่ค้าท้องถิ่นก็ต้องเติบโตไปกับเราด้วย”

เมื่อธุรกิจรู้จุดเด่นของตัวเอง มีเป้าหมายชัดเจนแล้ว ก็พร้อมออกเดินทาง

จันทรโภชนา จันทรโภชนา

02

การวางแผนที่ต่อเนื่องมาจากปณิธานตั้งต้น

การวางแผนธุรกิจที่ดี คือการเลือกถนนหนทางที่ใช่ โดยมีแนวคิดที่ตั้งไว้เป็นคล้ายเข็มทิศ ชี้ว่าควรทำสิ่งใด และตัดสินใจอย่างไร

ที่ร้านจันทรโภชนา อุกฤษฏ์ให้ความสำคัญกับเรื่องการเลือกวัตถุดิบมากที่สุด ซึ่งการเป็นร้านอาหารท้องถิ่นที่มีชื่อเสียงกว้างไกล ทำให้ผู้ผลิตรายใหญ่หลายรายเข้ามาติดต่อ แต่เขาเลือกที่จะปฏิเสธ และนำชื่อเสียงที่มีไปเล่าให้ผู้ผลิตรายเล็กในท้องถิ่นฟัง เป็นแรงกระตุ้นให้ผู้ผลิตรายเล็กหมั่นพัฒนาตัวเอง เช่น เขียงหมูต้องใช้หมูที่ได้มาตรฐานมากขึ้น ร้านขายปลาต้องมีเฉพาะปลาตามฤดูกาลเท่านั้น ร้านผักต้องหันมาปลูกผักอินทรีย์ ผลที่ออกมาจึงดีกับทั้งร้านและชุมชน เพราะธุรกิจก็มีความเฉพาะตัว ส่วนชุมชนก็ได้พัฒนา

อีกด้านหนึ่ง กลยุทธ์ในการเติบโตของร้านก็ต้องเป็นไปอย่างสมเหตุสมผลด้วย สะท้อนจุดยืนของร้านที่มาจากแก่นที่อุกฤษฏ์ตั้งไว้ “ธุรกิจไม่ได้เติบโตที่ขนาด แต่เติบโตที่การเพิ่มคุณค่าท้องถิ่นให้เปล่งปลั่งมากขึ้น จันทรโภชนาจะไม่เอาเสน่ห์ออกไปเดินทางไกล แต่อยากให้คนมาเจอเสน่ห์ของเมืองจันท์ที่ร้านมากกว่า”

จันทรโภชนา จันทรโภชนา

03

ใช้ความรู้ช่วยให้บรรลุเป้าหมาย

ในธุรกิจร้านอาหาร สิ่งที่สร้างการแข่งขันและชี้วัดความอยู่รอดที่สำคัญคือ ความรู้ด้านการทำอาหาร ซึ่งสำหรับจันทรโภชนาที่ใช้กลิ่นอายของท้องถิ่นเป็นแก่นของร้าน อุกฤษฏ์บอกว่ามากกว่ารสชาติอาหาร ความรู้ที่สำคัญคือความรู้จริงเกี่ยวกับวัตถุดิบท้องถิ่นและความคิดสร้างสรรค์พลิกแพลงวัตถุดิบท้องถิ่นที่ได้มา ประยุกต์อย่างไรให้ออกมาถูกปากจนทุกคนติดใจ บางวัตถุดิบอร่อยมากอยู่แล้ว อย่างชะมวงหรือทุเรียน ทำอย่างไรให้อร่อยยิ่งขึ้นไปอีก หรือแม้แต่ในวัตถุดิบที่ไม่ถูกปาก การรู้จักธรรมชาติจะช่วยรังสรรค์เมนูใหม่ๆ ออกมาได้มากมาย

“ตอนนี้เรากำลังจะเปิดร้านกาแฟด้วย แทนที่จะไปซื้อกาแฟดังๆ จากมาดากัสการ์ เราซื้อกาแฟอาราบิก้าจากเขาสอยดาว และโรบัสต้าในท้องถิ่นมา ถ้าชงดื่มไม่อร่อย เราก็ทำเป็นอย่างอื่น เช่น กรานิต้ากินกับไอศครีมกะทิ หรือเราอยากขายขนมปัง เราก็จะทำยีสต์จากผลไม้เมืองร้อนอบแห้ง เช่น มะละกอ สับปะรด ลำไย ที่ปลูกในเมืองจันท์นี่เอง” อุกฤษฏ์ยกตัวอย่างให้ฟัง

นอกจากจะทำให้เมนูของที่นี่มีความโดดเด่นไม่ซ้ำใคร ยังสร้างมาตรฐานความอร่อยให้กับเมนูหน้าตาสวยและมีเรื่องราวเล่านี้ ชวนให้เราอยากกลับมากินอีกครั้งแล้วครั้งเล่า

จันทรโภชนา จันทรโภชนา จันทรโภชนา

04

การให้เกียรติก่อให้เกิดภูมิคุ้มกัน

“ก๋งสอนแม่ไว้ว่า การมีเพื่อนบ้านที่ดี เหมือนมีกำแพงแก้วคุ้มครอง” อุกฤษฏ์ทวนสำนวนเก่าที่นำมาใช้ได้แม้กับโลกยุคใหม่ เขามองว่าการให้เกียรติชุมชนรอบด้านเป็นเรื่องจำเป็น เพราะหากธุรกิจช่วยเกื้อกูลชุมชนด้วยความถ่อมตัว เมื่อถึงวันที่ธุรกิจต้องเผชิญมรสุม ชุมชนก็จะยื่นมือเข้ามาช่วยประคับประคองเป็นการตอบแทน

ความเคารพที่อุกฤษฏ์มีต่อชุมชน สะท้อนผ่านการสื่อสารพูดคุยกับบ้านแต่ละหลังในชุมชนด้วยตัวเอง เขาเล่าขำๆ ว่าตัวเองแทบจะเป็นเหมือน สสส. ที่ไล่แวะทักทายคุณลุงคุณป้าไปตามบ้าน เพื่อพูดคุย รับฟัง และยื่นข้อเสนอเกี่ยวกับการพัฒนาชุมชน โดยที่ทำเช่นนี้ก็เพื่อให้ทุกคนมีความเห็นไปในทิศทางเดียวกัน และรับรู้ถึงความมุ่งมั่นแต่นอบน้อมของร้านจันทรโภชนา ไม่ใช่ในฐานะจุดเด่นชุมชนริมน้ำฯ แต่ในฐานะผู้นำของคนรักชุมชนริมน้ำฯ

นอกจากชุมชนแล้ว อุกฤษฏ์ยังให้ความสำคัญกับการให้เกียรติธรรมชาติร่วมด้วย

เพราะจันทรโภชนาเป็นธุรกิจร้านอาหารที่มีผักและผลไม้เป็นทรัพยากรสำคัญ ร้านจึงต้องบริหารทรัพยากรเหล่านี้ให้ดีเพื่อรักษาธุรกิจให้แข็งแรงมั่นคง ซึ่งเขาบอกว่าการบริหารให้ดีจำเป็นต้องให้ธรรมชาติช่วย นั่นคือ ต้องหมั่นสังเกตความเป็นไปในสิ่งแวดล้อม ว่าช่วงไหนที่ธรรมชาติจะออกพืชผลอร่อย แล้วเลือกใช้วัตถุดิบตามนั้น

“เมนูส้มตำทุเรียนและมัสมั่นทุเรียนของเรา เกิดมาจากช่วงที่ทุเรียนถูกมาก จนวันหนึ่งกลายเป็นเป็นเมนูจานดังของร้าน ที่คนมากินเยอะและก็อยากจะกินตลอดปี แต่เราทำไม่ได้ ผลผลิตที่อร่อยที่สุดต้องมาอย่างเป็นธรรมชาติ การใช้ผลผลิตนอกฤดู ทำอย่างไรความอร่อยก็ไม่เหมือนกัน ดังนั้น ช่วงนอกฤดูทุเรียน เราจะนำเสนอเมนูอื่นมาทดแทน ซึ่งแฟนประจำของร้านก็จะกินได้ไม่มีวันเบื่อ” อุกฤษฏ์เล่า

จันทรโภชนาทำให้เรานึกถึงธุรกิจที่ปรับตัวตามสภาพอากาศ หมายความว่าแม้ในวันที่ไม่มีวัตถุดิบหนึ่ง ก็จะยังอยู่ได้ เพราะมีวัตถุดิบอื่นแทน

จันทรโภชนา จันทรโภชนา

05

ในทุกขั้นตอนต้องมีความสมดุล

ตลอดช่วงเวลาที่พูดคุยกันอุกฤษฏ์มักจะพูดถึงความสมดุลอยู่เสมอ

“ความสมดุล ไม่ได้หมายความว่าขวาซ้ายจะต้องเท่ากัน ขวาอาจมากกว่า ซ้ายอาจมากกว่า ถ้าเรารู้จักที่จะเร่งตอนที่ควรเร่ง และหยุดตอนที่ควรหยุด ชีวิตก็จะไปถูกทาง” อาจารย์ใหญ่ของห้องเรียน ‘พอแล้วดี The Creator’ บอกเรา

ความสมดุลของจันทรโภชนาเห็นได้ชัดจากเมนูอาหาร ร้านไม่ได้ทำอาหารทุกประเภท แต่ทำเพียงอาหารบ้านๆ แบบที่ร้านถนัด เมื่อรู้สมดุลของร้านตัวเองแล้ว ก็จะรู้จุดที่ควรพอ และเหลือพื้นที่ให้ธุรกิจอื่นๆ ได้เติบโตด้วย หากอยากกินอาหารประเภทอื่น เช่น ก๋วยเตี๋ยวหรือส้มตำ ก็มีร้านในจันทบุรีอีกมากมายที่อุกฤษฏ์อยากแนะนำให้คนต่างถิ่นแวะไปลองชิมนอกเหนือจากการมาอุดหนุนที่ร้านจันทรโภชนา

“เรามักจะบอกพนักงานในร้านเสมอว่า ให้ทำตัวเป็นทูตสันถวไมตรี เพราะคนมาร้านเราเยอะกว่าไปศูนย์ท่องเที่ยวจังหวัดอีก ถ้าลูกค้าอยากรู้อะไรเราเลยต้องไปหาคำตอบมาให้ได้ ข้างโทรศัพท์ของร้านจะมีลิสท์ร้านอาหารกับโรงแรม พร้อมเบอร์โทรศัพท์ ถ้าใครโทรมาจองตอนร้านเราเต็ม จะแนะนำได้ทันทีว่าให้ไปร้านนี้ โรงแรมนั้นแทน” อุกฤษฏ์เล่าด้วยความภูมิใจ

จันทรโภชนา

06

ความพอเพียงเปลี่ยนชีวิต

เมื่อเราชวนให้อุกฤษฏ์จินตนาการถึงโลกที่จันทรโภชนาไม่ได้นำความพอแล้วดีมาใช้ เขาตอบว่า “ถ้าเราไม่ได้ใช้หลักการเศรษฐกิจพอเพียงกับร้าน เราก็คงเป็นแค่ร้านทั่วไปอีกร้านหนึ่ง เราอาจจะมีเมนูอะไรมากมายไปหมด และเผลอทำสิ่งที่ไม่ได้เป็นตัวเรา”

ตัดภาพมาที่ปัจจุบัน ชุมชนจันทบูรเป็นชุมชนอบอุ่นมีเอกลักษณ์ที่ใครๆ ก็พูดถึงและอยากแวะเวียนมา พร้อมกับร้านจันทรโภชนาที่อยู่ได้อย่างมั่นคง แต่ก็ยังมีความเป็นไปได้ให้แตกหน่อต่อยอดพัฒนาอีกมากมาย

เพราะความสุขที่เขาได้รับจากการใช้แนวคิดความพอเพียงกับร้านอาหารของครอบครัว ทำให้อุกฤษฏ์อยากเผยแพร่เรื่องราวความพอแล้วดี ไม่ว่าจะผ่านการบอกเล่า หรือผ่านการพามาเรียนรู้ เผื่อใครที่ผ่านไปผ่านมาจะได้นำบางส่วนของแนวคิดนี้ไปใช้ ทั้งกับธุรกิจ และกับชีวิตของตัวเองด้วย

ให้เกิดความสุขจากการพอเพียงกันโดยถ้วนหน้า

จันทรโภชนา

จันทรโภชนา

ประเภท: ธุรกิจร้านอาหาร
ที่ตั้ง: 86/20 ถนนมหาราช ตำบลตลาด อำเภอเมืองฯ จังหวัดจันทบุรี 22000
เจ้าของกิจการ: อุกฤษฏ์ วงษ์ทองสาลี
Facebook: Chanthornrestaurant
โทร: 039 327 179

พอแล้วดี The Creator

Facebook | พอแล้วดี The Creator
porlaewdeethecreator.com

Writer

อลิษา ลิ้มไพบูลย์

นักอยากเขียนผู้เรียนปรัชญาเพื่อเยียวยาอาการคิดมาก เวลาว่างใช้ไปกับการร้องคอรัสเล่นๆ แบบจริงจัง และดูหนังอย่างจริงจังไปเล่นๆ

Photographer

ณัฎฐาจิตรา ชินารมย์รัตน์

ช่างภาพที่ชอบการแต่งตัว อยู่กับเสียงเพลงและหลงรักในความทรงจำ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load