จะเกิดอะไรขึ้นถ้า PlanToys ลุกขึ้นมาปลูกป่าของเล่น

ในฐานะผู้ผลิตของเล่นไม้รายใหญ่ ผู้สั่งสมประสบการณ์มากว่า 38 ปี พวกเขาคือผู้เชี่ยวชาญในการแปลงร่างไม้ยางต้นยักษ์ ให้กลายเป็นของเล่นไม้ขนาดเหมาะมือเจ้าตัวเล็ก 

Forest of Play จึงเป็นโจทย์ใหม่อันท้าทายของ แปลนทอยส์ งานนี้พวกเขาจะต้องเนรมิตวัสดุเหลือใช้ในโรงงาน ให้กลายเป็นป่าแห่งการเล่นของเด็กน้อยจำนวนมาก และนี่คือการออกแบบของเล่นสเกลใหญ่ครั้งแรกของ แปลนทอยส์ 

Forest of Play ป่าของเล่นใจกลางเมืองที่ PLAN TOYS ชวนเด็กมาเล่น ชวนพ่อแม่มาเรียน

“ปกติแปลนทอยส์เราทำของเล่นชิ้นเล็กๆ สำหรับครอบครัว แต่เราเห็นว่าโอกาสที่เด็กจะได้มาเล่นเป็นกลุ่มนั้นยังไม่ค่อยมี ในฐานะคนที่ทำมานาน เราก็มีความรู้ในการผลิตของเล่นอยู่แล้ว จึงคิดว่าเราน่าจะทำอะไรที่เหมาะสำหรับเล่นเป็นหมู่คณะ เพื่อให้เกิดการปฏิสัมพันธ์ เกิดสังคมการเล่น” วิฑูรย์ วิระพรสวรรค์ ผู้ก่อตั้งบริษัท แปลนทอยส์ เล่าถึงไอเดียตั้งต้นในการออกแบบงานนิทรรศการครั้งนี้ หลังจากที่ได้รับคำชวนจากสำนักศิลปวัฒนธรรม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 

ก่อนที่จะเข้าไปชมงาน เราขอชวนคุณย่อตัวให้เล็ก กระโดดตั้งเตสีรุ้งที่หน้าประตูสักตา แล้วกระโจนเข้าป่าไปเล่นสนุกให้เหมือนกลับไปเป็นเด็กอีกครั้ง

นี่คือนิทรรศการที่ออกแบบเพื่อให้เด็กได้มาเล่น และพ่อแม่ได้มาเรียน คุณวิฑูรย์บอกกับเราแบบนั้น

“ความตั้งใจแรก เราอยากสร้างโอกาสให้เด็กได้เล่น ได้ปลดปล่อยพลังงาน พร้อมเรียนรู้เรื่องต่างๆ ซึ่งแฝงพัฒนาการหลายๆ ด้าน นอกจากนี้เราอยากให้พ่อแม่ผู้ปกครองได้เข้าใจว่าเวลาที่เด็กเขาได้เล่นแบบ free play มันดีนะ ไม่ใช่ว่าทุกอย่างมันจะต้องถูกจัดการไปซะหมด เราอยากให้พ่อแม่เห็นศักยภาพของเด็ก และเข้าใจว่าการเล่นนั้นสำคัญ” คุณวิฑูรย์อธิบายถึงเป้าหมายสำคัญของการเนรมิตป่าของเล่นครั้งนี้

Forest of Play ป่าของเล่นใจกลางเมืองที่ PLAN TOYS ชวนเด็กมาเล่น ชวนพ่อแม่มาเรียน

“free play คืออะไร” เราถามต่อ

“คือเวลาที่เราปล่อยเด็กไว้ แล้วลองดูว่าเด็กเขาอยากจะเล่นอะไรและแบบไหน โดยไม่มีกฎเกณฑ์ หรือมีการแนะนำบ้าง ในบางเรื่องที่ต้องการกติกา มีความสลับซับซ้อนหรืออันตราย เช่น การปีนป่ายในที่สูงๆ”  เรากวาดตาตาม มองบรรยากาศรอบๆ ภาพที่เห็นคือบรรดาผู้ปกครองที่ทำหน้าที่มองอยู่ห่างๆ และปล่อยให้เด็กๆ ลองผิดลองถูกกับของเล่นตรงหน้าเองเหมือนกับที่คุณวิฑูรย์ว่าไว้ไม่มีผิด

นิทรรศการ Forest of Play

หัวใจสำคัญของการออกแบบของเล่นขนาดยักษ์เหล่านี้คือ พัฒนาการของเด็ก ซึ่งโดยทั่วไปจะถูกแบ่งออกเป็น 4 ด้าน ดังนี้

  1. พัฒนาการทางร่างกาย : กล้ามเนื้อมัดเล็ก กล้ามเนื้อมัดใหญ่ และการประสานสัมพันธ์มือและตา 
  2. พัฒนาการทางสติปัญญา : ประสาทสัมผัส ความคิดสร้างสรรค์ จินตนาการ การแก้ปัญหา ทักษะวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ รวมถึงการใช้ภาษา
  3. พัฒนาการทางอารมณ์ : ความฉลาดทางอารมณ์ (EQ) ความรู้สึกเห็นอกเห็นใจผู้อื่น ความมั่นใจในตนเอง สมาธิ และการระบายความไม่พอใจ
  4. พัฒนาการทางสังคม : การอยู่ร่วมกับผู้อื่น การเคารพกฎกติกา การแก้ไขความขัดแย้ง
Forest of Play ป่าของเล่นใจกลางเมืองที่ PLAN TOYS ชวนเด็กมาเล่น ชวนพ่อแม่มาเรียน

เหล่านี้คือพัฒนาการตามธรรมชาติของมนุษย์ ซึ่งพ่อแม่ควรเข้าใจและให้ความสำคัญ

“พัฒนาการอย่างสมวัยคือเรื่องสำคัญ เราต้องอย่าลืม บ่อยครั้งที่เราเห็นเด็กอายุ 2-3 ขวบ ที่พ่อแม่ก็จะให้หัดเขียนหนังสือ หรือให้ไปเรียนดนตรี ไปเต้นบัลเลต์ มันไม่ใช่เรื่องไม่ดี แต่มันก็อาจจะเร็วเกินไปหรือเปล่า เพราะเด็กจริงๆ ถ้าเตรียมความพร้อมดีๆ เรื่องเหล่านี้จะมาเอง” คุณวิฑูรย์ตั้งข้อสังเกตในฐานะผู้ผลิตของเล่นเด็ก อันเป็นเครื่องมือสำคัญในการพัฒนาทักษะ และเตรียมความพร้อมของเด็กในด้านต่างๆ มาหลายสิบปี

การสร้างเสริมพัฒนาการของเด็กทั้ง 4 ด้านนั้น อาศัยองค์ประกอบอีกนับไม่ถ้วน ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านของเล่นเด็ก แปลนทอยส์ เลือกถอดรหัสจากผลิตภัณฑ์ของเล่นไม้ที่มีอยู่แล้ว มาปรับโฉมใหม่และขยายขนาดเพื่อรองรับการเล่นเป็นกลุ่มในนิทรรศการครั้งนี้ โดยแบ่งเป็นโซนหลักทั้ง 8 ตามทักษะสำคัญ

01

Fine Motor Play

โซนที่ออกแบบเพื่อพัฒนากล้ามเนื้อมัดเล็กอย่างนิ้วมือ หนึ่งในไฮไลต์ของมุมนี้ก็คือเครื่องเล่นรังผึ้ง ซึ่งเป็นการนำ Beehives หนึ่งในผลิตภัณฑ์สุดป๊อปของ แปลนทอยส์ มาขยายขนาดและเพิ่มฟังก์ชัน เพื่อให้เด็กๆ ได้ฝึกหัดการใช้มือคีบและพาผึ้งน้อยกลับรัง 

“การคีบนี่ไม่ง่ายนะ เพราะเด็กอ่อนเขาจะคีบด้วยอุ้งมือ แต่มันไม่ได้ สุดท้ายเขาต้องหัดใช้นิ้ว แล้วเดี๋ยวถ้าเราสังเกตดูเวลาเด็กเขาเล่น เขาจะบอกว่า ผึ้งน้อยกลับรังนะ มืดแล้ว กลับรัง พอเช้าก็พาไปเที่ยว ไปหาเพื่อน

Forest of Play ป่าของเล่นใจกลางเมืองที่ PLAN TOYS ชวนเด็กมาเล่น ชวนพ่อแม่มาเรียน
Forest of Play ป่าของเล่นใจกลางเมืองที่ PLAN TOYS ชวนเด็กมาเล่น ชวนพ่อแม่มาเรียน

“ส่วน Beehives นี่จริงๆ เราทำมายี่สิบกว่าปีแล้ว แต่มันเพิ่งมาดังเมื่อสักสองปีที่แล้ว เพราะมีคนเอาไปลงในโซเชียลมีเดียของต่างประเทศ ขายดีถล่มทลายเลย เพราะมันเล่นได้หลายอย่าง เขาสามารถจับคู่สีได้ด้วย ผึ้งสีม่วงใช่ไหม อยู่บ้านสีม่วงนะ เขาก็จะเริ่มจำแนกแยกแยะเป็น และได้เรียนรู้เรื่องความแตกต่าง แล้วมันก็ยังทำ construction เป็นรูปร่างต่างๆ ได้ด้วย เด็กก็จะได้ออกแบบเอง” คุณวิฑูรย์อธิบายกลไกของของเล่นรังผึ้งทั้งสอง

02

Early Math Play

คณิตศาสตร์อาจจะเป็นยาขมสำหรับผู้ใหญ่หลายคน แต่ในป่าการเล่นแห่งนี้ มันคือขนมหวานอันแสนสนุกของเด็กๆ ทุกคนที่จะได้เรียนรู้ทั้งเรื่องการนับจำนวน เรขาคณิต สัดส่วน ไปจนถึงกลศาสตร์มัธยมปลาย ที่ถูกย่อยให้เป็นเรื่องง่ายในรูปของลิงเกาะต้นมะพร้าว

“ลิงนี่มันเหมือนโจทย์ปัญหาที่เกี่ยวกับเรื่องแรง ลองดูสิ สนุก! คือจริงๆ แล้วมันไม่ใช่แค่จำนวน แต่เนื่องจากว่ามันมีแขนและระยะทางด้วย อย่างที่อะคิมิดิสบอกว่า จะงัดดวงจันทร์เราก็งัดได้ ถ้าเรามีจุดหมุน อันนี้ก็เหมือนกัน ลิงสามตัว ระยะแขนจากจุดหมุนเราก็มีสามช่วง 

นิทรรศการ Forest of Play
Forest of Play ป่าของเล่นใจกลางเมืองที่ PLAN TOYS ชวนเด็กมาเล่น ชวนพ่อแม่มาเรียน

“นี่เป็นความรู้มัธยมปลายเลยนะ นี่มันคือกลศาสตร์ แต่เราไม่ได้สอนเขาตรงๆ เขาอาจจะแค่ลองผิดลองถูกไปเรื่อยๆ ไม่ได้คิดเป็นทฤษฎี แต่วันหนึ่งเขาก็จะค้นพบเองว่าของที่มันอยู่ไกลจุดหมุน มันจะมีน้ำหนักมากกว่า” คุณวิฑูรย์สรุปบทเรียนของของเล่นชิ้นนี้ พร้อมกับให้โจทย์เราในการขยับลิงเพื่อสร้างสมดุล ซึ่งสำหรับคนไม่มีหัวทางวิทยาศาสตร์อย่างเรา นี่กลายเป็นบทเรียนกลศาสตร์ที่ทั้งสนุกและง่ายอย่างไม่น่าเชื่อ

03

Imaginative Play & Social Play

ทั้งคุณวิฑูรย์และพ่อแม่ทุกคนต่างก็ลงความเห็นตรงกันว่า นี่คือโซนที่ป๊อปปูลาร์ที่สุดในป่าแห่งนี้ เพราะเป็นโซนที่รวมเอาบ่อบอลไม้ขวัญใจเด็กๆ มาไว้กับบ้านตุ๊กตาหลังโต ที่เปิดให้ทุกคนได้เข้ามาสวมบทบาทสมมติในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็น ทำกับข้าว ตากผ้า ปลูกผัก 

ที่สำคัญคือโซนห้องครัว ที่ได้มีการแทรกเอาของเล่นผักผลไม้หั่นได้อันขึ้นชื่อของ แปลนทอยส์ มาไว้ในกะละมังเพื่อให้เด็กๆ ได้เล่นประกอบอาหารกันอย่างสมจริง ซึ่งในบรรดาผลไม้หลากสีนั้น เราบังเอิญเห็นแตงกวาหน้าตาบิดเบี้ยวปะปนอยู่ด้วย จึงหยิบขึ้นมาถามดู

“ชิ้นนี้ดังมากนะ เมื่อปีที่แล้วเราร่วมกับ Social Enterprise ของเนเธอร์แลนด์ ที่เขาตั้งคำถามว่าเราทิ้งพวกผักที่มันบิดเบี้ยวหรือไม่สวยทำไม ทั้งที่เป็นของดีแท้ๆ แต่ไม่มีใครซื้อ ซึ่งเราไปดูแล้วก็เห็นโอกาสว่า เราน่าจะช่วยสอนเรื่องนี้ให้กับเด็กๆ ได้โดยการทำของเล่นออกมา เพื่อให้เด็กเห็นว่า อุ้ย แตงกว่างอ แต่มันก็น่ารักนะ และยังอร่อยเหมือนเดิม ทีนี้เด็กๆ เขาก็จะเกิดความเข้าใจในความแตกต่างภายนอก 

“ของเล่นแปลนทอยส์ทั้งหมดมันมีคอนเซปต์อยู่นะ อย่างชิ้นนี้เด็กจะได้รู้เรื่องการเข้าใจความแตกต่าง มันไม่มีอะไรดีหรือไม่ดี ดำกับขาว แต่มันขึ้นอยู่กับว่าคุณจะเอาไปทำอะไร” ฟังแล้วก็ได้แต่ทึ่งในคอนเซ็ปต์อันลึกซึ้ง ที่ซ่อนอยู่ในของเล่นไม้ชิ้นเล็กๆ ในมือ แค่คิดว่าเด็กๆ ที่ได้มาเล่นสิ่งเหล่านี้จะได้อะไรดีๆ ติดตัวกลับบ้านไป ก็ชื่นใจแล้ว

04

Kaleidoscope Workshop

หนึ่งในของเล่นที่สะดุดตาเราที่สุดตั้งแต่ก้าวเข้าป่าแห่งนี้มาก็คือ โดมลายจุดที่ตั้งอยู่ตรงกลางทั้งสองอัน ซึ่งคุณวิฑูรย์เล่าว่าเด็กๆ ที่มุดเข้าไปเล่นในนี้จะได้เรียนรู้เกี่ยวกับเรื่องแสง การผสมสี และภาพสะท้อน ยังไม่ทันที่เราจะได้ซักถามต่อ คุณวิฑูรย์ก็ยุให้เราคลานเข้าไปลองเล่นด้วยตัวเอง 

“เราคิดว่าเด็กเขาชอบมุดอยู่แล้ว เลยทำฐานนี้ให้ดูเหมือนถ้ำ และทำให้มืดหน่อยเพื่อที่จะให้แสงสว่างจากข้างนอกมันชัด พอเอาแผ่นสีไปส่องกับช่องแสงก็จะเกิดการผสม ถ้าสีเหลืองไปทาบกับน้ำเงิน เด็กก็จะเห็นว่ามันเป็นสีเขียวถูกไหม แต่ถ้าแดงส่องกับน้ำเงินมันก็จะกลายเป็นม่วง

Forest of Play ป่าของเล่นใจกลางเมืองที่ PLAN TOYS ชวนเด็กมาเล่น ชวนพ่อแม่มาเรียน
นิทรรศการ Forest of Play

“ส่วนอีกวงมันคือ Kaleidoscope ที่มีให้หมุนดูเรื่องการสะท้อน แล้วก็มี Periscope ด้วย เป็นกล้องเรือดำน้ำ ส่องจากข้างในเห็นข้างนอก” คุณวิฑูรย์เล่าให้ฟังด้วยความกระตือรือร้น 

แอบกระซิบว่าครอบครัวไหนที่จองกันมาเป็นหมู่คณะ หรือโรงเรียนที่ลงทะเบียนมา จะมีกิจกรรมให้เด็กๆ ได้ประดิษฐ์ Kaleidoscope แบบพกพาด้วยตัวเอง โดยใช้วัสดุเหลือใช้จากโรงงานของ แปลนทอยส์ พอทำเสร็จแล้วก็เอากลับบ้านเป็นที่ระลึกได้อีกด้วย

นิทรรศการ Forest of Play
นิทรรศการ Forest of Play

เมื่อเราเดินวนจนครบรอบ เราอดไม่ได้ที่จะตั้งข้อสังเกตว่า นิทรรศการ Forest of Play แห่งนี้ นอกจากจะสร้างความสนุกให้กับเด็กๆ และสร้างความรู้ความเข้าใจให้กับผู้ปกครอง อย่างที่คุณวิฑูรย์บอกไว้ตั้งแต่ต้นแล้ว ป่าแห่งนี้ยังทำหน้าที่บอกเล่าความตั้งใจของแปลนทอยส์ออกมา ผ่านทุกตารางนิ้วภายในห้องจัดนิทรรศการ

“ถ้าจะให้เล่าเป็นเรื่อง บรรทัดสุดท้ายของเราก็คือ better kids, better world” คุณวิฑูรย์สรุปสั้นๆ

“ในวันที่ทุกคนบอกว่าโลกมันแย่ สังคมมันแย่ พวกเราต้องบ่มเพาะคนรุ่นใหม่ๆ เพราะเราเองอาจจะแก่เกินไปแล้วนะ ไม้แก่มันดัดยาก เราต้องมาบ่มเพาะเด็กตั้งแต่เล็กๆ ให้เขามีความพร้อม ทั้งทางด้านร่างกาย สติปัญญา ทางอารมณ์ ทางสังคม ถ้ามันเป็นอย่างนี้มันก็จะทำให้โลกเราไม่เลวร้ายลง แค่นี้ก็สุดยอดแล้ว”

Forest of Play ป่าของเล่นใจกลางเมืองที่ PLAN TOYS ชวนเด็กมาเล่น ชวนพ่อแม่มาเรียน

11 กรกฎาคม – 25 กันยายน 2562 

เวลา 09.00 – 17.00 น.

ณ นิทรรศสถาน อาคารศิลปวัฒนธรรม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

Facebook : PlanNeramit

Writer

สาริศา เลิศวัฒนากิจกุล

เด็กนิเทศ เอกวารสารฯ กำลังอยู่ในช่วงหัดเขียนอย่างจริงจัง แต่บางครั้งก็ชอบหนีไปวาดรูปเล่น มีไอศครีมเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจในยามอ่อนล้า

Photographer

ปวรุตม์ งามเอกอุดมพงศ์

นักศึกษาถ่ายภาพที่กำลังตามหาแนวทางของตัวเอง ผ่านมุมมอง ผ่านการคิด และ ดู

Share Location

รวมสถานที่สวยและดีที่อยากชวนคุณแวะเวียนไปช่วงวันหยุด

“ถ้าคนมาแล้วแฮปปี้ ก็ดีแล้วล่ะ”

คำพูดพร้อมเสียงหัวเราะของ ป้าตู๋-ธันยา จันทร์วิทัน ผู้บอกประวัติสั้น ๆ ของตัวเองว่า เป็นคนเชียงใหม่ เกิดที่นี่ โตที่นี่ เรียนหนังสือที่นี่ อีกทั้งยังเป็นเจ้าของแปลงที่ดินอันเป็นที่ตั้งของ ‘กาดต๋องตึง’ หนึ่งในตลาดขนาดเล็กค่อนไปทางปานกลางของจังหวัดเชียงใหม่ เต็มไปด้วยชีวิตชีวาจากธรรมชาติที่เจ้าของต้องการมอบความรื่นรมย์ให้กับผู้คน รวมถึงสร้างโอกาสให้แก่เหล่าพ่อค้าแม่ค้าไปพร้อม ๆ กัน

กาดต๋องตึง เชียงใหม่ ตลาดฟรีค่าเช่า 3 เดือน ศาลาถอดได้ และอยากเป็นแรงบันดาลใจให้ทุกคน

เอาเข้าจริง แรกเริ่มเดิมทีการกำเนิดเกิดมาของกาดแห่งนี้มีที่มาจากคำยุยงเชิญชวนของผู้อื่นเสียมากกว่า ป้าตู๋บอกว่า ที่ดินแปลงนี้เป็นหนึ่งในที่ดินของครอบครัว ค่อนข้างรกร้าง เนืองแน่นด้วยต้นไม้ใหญ่เก่าแก่ และแหล่งอาศัยของเหล่าสัตว์เลื้อยคลาน จนเพื่อนคนหนึ่งเอ่ยปากด้วยความเสียดาย

“ทำไมปล่อยให้มันร้าง ทำไมไม่ลองคิดหรือทำอะไรดูสักอย่างหนึ่ง” 

ป้าตู๋ริเริ่มบุกเบิกสถานที่ด้วยการนำผักออร์แกนิคของตนเข้ามาขายเป็นการกรุยทาง พร้อมกับขอให้บริษัท Bangkok Tokyo Architecture ของลูกสาว ช่วยสร้างศาลากลางแจ้งขึ้นมาให้

โดยคอนเซ็ปต์ของที่นี่ คือ ยกให้ธรรมชาติเป็นพระเอก แกล้มด้วยสถาปัตยกรรม วิถีท้องถิ่น และ ความคิดสร้างสรรค์ เพื่อหวังเป็นพื้นที่เล็ก ๆ ของเชียงใหม่ สร้างแรงบันดาลใจให้ผู้คนที่มาเยือน

กาดต๋องตึง เชียงใหม่ ตลาดฟรีค่าเช่า 3 เดือน ศาลาถอดได้ และอยากเป็นแรงบันดาลใจให้ทุกคน

ความเป็นตัวของตัวเอง

“ไป ๆ มา ๆ กลายเป็นว่ามีคนสนใจอยากจะมาของขายของที่นี่ด้วย ก็เลยเปลี่ยนมาเป็น Weekend Market หรือตลาดเสาร์อาทิตย์ที่คนมาเดิน มากิน มาเที่ยว มาเสพ หรือมานั่งใต้ต้นไม้เงียบ ๆ แล้วก็ดูผู้คนเขาทำอะไรกัน จะมานั่งทำงาน จะมาทำอะไรก็ได้” 

ป้าตู๋บอกเล่าถึงความไป ๆ มา ๆ จนเกิดเป็นตลาดแห่งนี้ขึ้นมาอย่างไม่ได้ตั้งใจ แม้กระทั่งเจ้าของพื้นที่อย่างเธอเองก็ยังไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่า ผู้คนที่มาใช้บริการทางสุนทรียภาพของสถานที่แห่งนี้จะเอ็นจอยไปกับตลาดได้ขนาดนี้

ขณะเดียวกัน ป้าตู๋ยังพยายามยึดโยงความเป็นพื้นที่สีเขียวเอาไว้ให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ โดยเอาธรรมชาติเป็นหลักสำหรับการตั้งฐาน แล้วจึงให้ตัวเองค่อย ๆ กลืนไปกับธรรมชาติเหล่านั้น เพราะฉะนั้น ต้นไม้เก่าแก่ทุกต้นภายในตลาดจึงไม่มีต้นไหนถูกตัด ล้ม โค่น แม้เพียงต้นเดียว มีแค่การเล็มตัดแต่งเพื่อให้เกิดการแตกกิ่ง จนกลายเป็นร่มเงาทางธรรมชาติให้แก่ผู้คนที่มาใช้บริการตลาดแห่งนี้

กาดต๋องตึง เชียงใหม่ ตลาดฟรีค่าเช่า 3 เดือน ศาลาถอดได้ และอยากเป็นแรงบันดาลใจให้ทุกคน
กาดต๋องตึง เชียงใหม่ ตลาดฟรีค่าเช่า 3 เดือน ศาลาถอดได้ และอยากเป็นแรงบันดาลใจให้ทุกคน

กาดต๋องตึงเปิดทำการตั้งแต่ 8 โมงเช้า ถึง 4 โมงเย็น ในทุก ๆ วันเสาร์และอาทิตย์ ความน่าขบขันที่ป้าตู๋เล่าให้ฟังเห็นจะเป็นการที่เธอมักถูกตั้งคำถามมากมาย และคำบอกเล่าจากคนรอบตัวที่ประดังประดาถาโถมใส่อย่างเอาแต่ใจ เช่น ทำไมถึงเปิด 8 โมง ทำไมไม่เปิด 7 โมงหรือ 9 โมง ไม่ก็บอกว่า เปิดถึงบ่าย 2 ก็พอแล้ว ซึ่งทั้งหมดทั้งมวลล้วนไม่ได้มาจากคนขายในตลาดสักคนเดียว 

“มันขึ้นอยู่กับว่าเราต้องการให้เวลาทำงานของเราคือเวลาไหน บางคนบอก ทำไมไม่เปิดถึงตอนเย็น เปิดเป็นบาร์เบียร์ ลานเบียร์ เราก็บอกว่า ไม่เอาค่ะ” 

ปักธงเลยว่าไม่จำหน่ายแอลกอฮอล์ ป้าตู๋เชื่อว่าการทำอะไรสักอย่างไม่จำเป็นต้องเหมือนกับคนอื่นไปเสียหมด ความแตกต่างอย่างตั้งใจเพื่อให้เกิดความรื่นรมย์ สบายกายและสบายใจ คือสิ่งที่เธอต้องการ 

กาดต๋องตึง เชียงใหม่ ตลาดฟรีค่าเช่า 3 เดือน ศาลาถอดได้ และอยากเป็นแรงบันดาลใจให้ทุกคน

ป้าตู๋ยกตัวอย่างให้เห็นภาพชัดเจนผ่านร้านเบเกอรี่แห่งหนึ่งบริเวณคูเมือง ประตูเชียงใหม่ ซึ่งเป็นร้านที่ไม่เสิร์ฟกาแฟแม้แต่แก้วเดียว ทางร้านขายเพียงแค่ชา ชาทุกชนิด 

“เขาบอก Sorry นะ We don’t serve coffee here.” เพราะว่าการเป็นร้านเบเกอรี่ไม่จำเป็นต้องเคียงคู่ด้วยกาแฟเสมอไป ป้าตู๋เองก็พอใจที่สถานที่ของเธอออกมาในรูปแบบที่เป็นอยู่นี้มากกว่า

ความเป็นนักธุรกิจ

ในแง่ธุรกิจ ป้าตู๋ยอมรับว่าการทำสถานที่แห่งนี้ย่อมมีเรื่องเงิน ๆ ทอง ๆ เข้ามาเกี่ยวข้องอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ใจความสำคัญของเธอไม่ใช่การคืนทุน และความตั้งใจที่ตามมาหลังจากทำสิ่งนี้ไปสักพัก ก็ไม่ใช่การสร้างความรื่นรมย์ให้แก่ผู้คนเพียงอย่างเดียว แต่ยังสร้างอาชีพให้เหล่าพ่อค้าแม่ค้าด้วย 

เนื่องจากสถานการณ์เศรษฐกิจในปัจจุบันที่อยู่ในสภาวะย่ำแย่ ข้าวยากหมากแพง แม้แต่บัตรคอนเสิร์ตยังราคาแรง สวนทางกับค่าแรงและเงินเดือนที่เท่าเดิม อย่างเหตุการณ์เกือบล่าสุดที่กาดสวนแก้วปิดตัวลง มีร้านค้าไม่น้อยที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์นั้น และไม่อาจปฏิเสธได้ว่า การเกิดขึ้นของกาดต๋องตึงช่วยเหลือและสร้างโอกาสให้พ่อค้าแม่ค้ามากมายในระยะเวลาเพียง 4 เดือนเท่านั้น

กาดต๋องตึง เชียงใหม่ ตลาดฟรีค่าเช่า 3 เดือน ศาลาถอดได้ และอยากเป็นแรงบันดาลใจให้ทุกคน

“พ่อค้าแม่ค้าที่ขายที่นี่ส่วนหนึ่งเป็นคนแถวนี้ เขาตัดสินใจมาขายของได้อย่างรวดเร็ว เพราะมันใกล้บ้านเขาดีจังเลย หรือบางคนได้รับผลกระทบจากการปิดตัวของกาดสวนแก้ว ทางนั้นเขายังเก็บของไม่เสร็จ ก็มาขอขายที่นี่ เขาบอกมันใกล้บ้านเขา ซึ่งมันเป็นการโยกย้ายที่ทำมาหากินของเขา ตลาดของเราทำให้คนในบริเวณมีโอกาสทำมาหากินมากขึ้น คนในหมู่บ้านก็เอาของในหมู่บ้านมาขายได้ด้วย”

สำหรับป้าตู๋ สิ่งตอบแทนที่เธอต้องการ คือความหวังว่าสถานที่นี้จะอยู่ต่อไปได้ 

ที่นี่ไม่เก็บค่าเช่าใน 3 เดือนแรก ป้าตู๋บอกว่า สิ่งนี้ถือเป็นกลยุทธ์ทางการตลาดอย่างหนึ่ง เป็นการให้เหล่าคนค้าขายมาทดลองก่อนว่าเขาจะอยู่ได้ไหม นอกจากนี้ป้าตู๋ยังเสริมว่า

“ไม่ได้เก็บค่าเช่าก็จริง แต่เราเก็บค่าสาธารณูปโภค 30 บาท เป็นค่าน้ำ ค่าไฟ”

เมื่อมีการทำธุรกิจเกิดขึ้น การเติบโตและหวังผลตอบแทนจึงกลายเป็นสิ่งที่ตามมา แต่เธอรู้ตัวว่าจะไม่คืนทุนใน 1 หรือ 2 ปีแน่นอน แต่อย่างน้อย สถานที่ของเธอก็กระตุ้นเศรษฐกิจได้ แม้จะเพียงแค่เขยิบเดียวหรือเพียง 1 ก้าว ก็ถือว่ามีการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจในท้องถิ่นมากขึ้นแล้ว 

กาดต๋องตึง เชียงใหม่ ตลาดฟรีค่าเช่า 3 เดือน ศาลาถอดได้ และอยากเป็นแรงบันดาลใจให้ทุกคน

ต๋องตึง ชื่อนี้มีที่มา

สาเหตุของการตั้งชื่อว่า ‘กาดต๋องตึง’ ไม่ได้ไกลจากที่คาดคิดไว้สำหรับคนที่รู้ และอาจไม่ได้ยิ่งใหญ่อะไรนักสำหรับคนที่ไม่รู้ เนื่องจากที่มาของชื่อนั้นมาจากใบตองตึง ซึ่งถูกนำมาใช้เป็นวัสดุสำหรับมุงหลังคาศาลาประจำกาด ป้าตู๋เล่าให้ฟังอย่างครบถ้วนว่า แรกเริ่มเดิมทีนั้นมีพื้นฐานมาจากภูมิปัญญาของคนโบราณที่นำใบตองตึงแห้งแล้วมาเย็บสานกันเป็นแพเพื่อนำไปมุงหลังคา 

ในปัจจุบันสังเกตเห็นได้ตามทุ่งนา เพราะมันคือวัสดุที่นำไปใช้สร้างกระต๊อบ 

กาดต๋องตึง เชียงใหม่ ตลาดฟรีค่าเช่า 3 เดือน ศาลาถอดได้ และอยากเป็นแรงบันดาลใจให้ทุกคน

เพื่อให้ล้อไปกับความเป็นธรรมชาติ สถาปนิกชาวญี่ปุ่นของบริษัท บริษัท Bangkok Tokyo Architecture เล็งเห็นถึงความน่าอัศจรรย์ของการนำวัสดุทางธรรมชาติมาปรับใช้กับงานสถาปัตยกรรม ป้าตู๋เองก็ต้องการรักษาความเป็นธรรมชาติของพื้นที่เอาไว้อย่างครบถ้วน การจะใช้แผ่นเหล็ก (Metal Sheet) กระเบื้อง หรือสังกะสี ก็ดูจะหลุดจากความตั้งใจของตัวเองไปสักหน่อย แถมใบตองตึงยังระบายอากาศได้ดีกว่า เมื่อถูกน้ำฝน ยิ่งแนบแน่นทนทานขึ้นกว่าเก่า การใช้ใบตองตึงจึงมากับแนวคิดที่ว่า เปรียบเสมือนการนั่งอยู่ภายใต้กองใบไม้ เพื่อให้เกิดความใกล้ชิดกับธรรมชาติมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ 

ตัวศาลาเองก็มีการออกแบบที่แปลกไปกว่าศาลาสำหรับตลาดทั่วไป เนื่องจากหลังคาทรง Slope หันด้านปิดมาทางข้างหน้า และหันด้านเปิดไปทางข้างหลัง เพราะการออกแบบในครั้งนี้ยืนอยู่บนแนวคิดที่ว่า ต้องการให้เกิดความแตกต่างไปจากภาพจำเดิม ๆ ของตลาดที่ผู้คนเคยเห็นมา รวมถึงการนำด้านต่ำมาอยู่ข้างหน้า เพื่อให้ผู้คนได้เห็นการทำงานของใบตองตึงที่นำมาใช้ และความรู้สึกแง้ม ๆ ของด้านต่ำ ยิ่งเชิญชวนให้เกิดความรู้สึกสงสัยใคร่รู้ อยากมุดเข้าไปภายใน ก่อนจะเปิดกว้างออกไปในด้านหลัง

“แต่ไม่ทราบว่าคนอื่นเขาจะเข้าใจหรือเปล่านะ” ป้าตู๋เปรยติดตลก

กาดต๋องตึง เชียงใหม่ ตลาดฟรีค่าเช่า 3 เดือน ศาลาถอดได้ และอยากเป็นแรงบันดาลใจให้ทุกคน
กาดต๋องตึง เชียงใหม่ ตลาดฟรีค่าเช่า 3 เดือน ศาลาถอดได้ และอยากเป็นแรงบันดาลใจให้ทุกคน

ขณะเดียวกัน การใช้ใบตองตึงมาเป็นวัสดุก็ยังเสริมด้วยความแยบคายของการแทรกเสริมความคิดเกี่ยวกับการใช้ชีวิตที่แล้วแต่คนจะตีความกันไป การย่อตัวก้มหัวเพื่อเข้าไปยังภายในศาลา อาจหมายถึงการรู้จักยอมก้มหัวให้กับผู้อื่นบ้างเพื่อลดทิฐิของตน โดยมีธรรมชาติเป็นผู้สอนสั่ง หรืออีกแง่หนึ่ง การที่ใบตองตึงมีอายุการใช้งาน 2 – 3 ปี อย่างมากที่สุดคือ 4 ปี ก็มีความจำเป็นต้องเปลี่ยนทั้งผืน สำหรับป้าตู๋แล้ว สิ่งนี้ถือเป็นการเรียนรู้ว่า ไม่มีอะไรที่อยู่ยงคงกระพัน เมื่อถึงเวลาของมัน มันก็ต้องไป

“สิ่งที่สถาปนิกออกแบบมันแตกต่างจากอาคารอื่น ๆ ตรงที่ตราบใดที่เราเลิกทำ ข้อต่อทุกข้อถอดออกจากกันได้หมด อาคารนี้แพงมาก” ป้าตู๋หัวเราะ “แพงเท่ากับตึก แพงเท่ากับห้องแถว 1 ห้อง แต่ละอันแต่ละชิ้นที่ผูกอยู่ข้างบน ใช้ช่างคนเดียวผูก เขาเป็นช่างเฟอร์นิเจอร์ ไม่ใช่ใครก็ได้ที่จะขึ้นมาผูก เขาค่อย ๆ ผูกทีละอัน ๆๆ ใช้เวลา 3 เดือน ข้อต่อแต่ละข้อก็มีการคำนวณและออกแบบมาอย่างดี ศาลาแห่งนี้เลยไม่จำเป็นต้องทิ้งให้เป็นอนุสาวรีย์ไว้กับที่นี่” เจ้าของตลาดเล่าพร้อมรอยยิ้ม

(ห้องสมุด) มนุษย์ (ห้อง) สละ (ห้อง) สลวย

‘ห้องสละ’ เป็นร้านรับบริจาคของใช้แล้วสภาพดี หากใครต้องการของชิ้นไหนก็หยิบได้ตามใจอยาก เพียงแต่ว่าต้องใส่เงินเข้าไปในโถที่เตรียมไว้ให้ ใส่เท่าไหร่ก็ได้ตามจิตศรัทธา โดยเงินจะนำไปสนับสนุนกิจกรรมของกลุ่มรักดี เป็นกลุ่มจิตอาสากลุ่มที่ดูแลเรื่องไฟไหม้ป่า ถางป่า การทำแนวกันไฟ ปลูกต้นไม้ ปลูกป่า เก็บขยะบนดอยสุเทพ ถือเป็นการสนับสนุนค่าอาหารกลางวัน เครื่องดื่ม ที่มาจากการสละสิ่งของเหล่านั้น เพื่อให้พวกเขามีแรงสำหรับออกไปสละแรงกายแรงใจทำจิตอาสาต่อไป

กาดต๋องตึง จ.เชียงใหม่ ตลาดเช้าเดินสบาย ๆ ที่ธรรมชาติมาบรรจบกับสถาปัตยกรรม วิถีท้องถิ่น และความคิดสร้างสรรค์
Tong Tung Market จ.เชียงใหม่ ตลาดเช้าเดินสบาย ๆ ที่ธรรมชาติมาบรรจบกับสถาปัตยกรรม วิถีท้องถิ่น และความคิดสร้างสรรค์

ส่วน ‘ห้องสลวย’ เป็น Workshop Space ที่ตั้งใจให้เป็นพื้นที่แลกเปลี่ยนความรู้ด้านต่าง ๆ ในคราวที่แล้วมีคลาสสอน ‘การใช้โทรศัพท์ถ่ายรูปยังไงให้ออกมาสวย’ โดยเพื่อนพ้องที่รู้จักกัน

“เพราะเรามองเห็นความสามารถพิเศษของเพื่อนคนใดคนหนึ่ง งั้นมาเวิร์กชอปกันมั้ย เช่น คนนี้พับดอกไม้เป็นดอกกุหลาบเก่งมาก ก็มาสอนได้นะ ส่วนใหญ่เป็นคนรู้จักกันที่เราเชิญมาให้ความรู้”

Tong Tung Market จ.เชียงใหม่ ตลาดเช้าเดินสบาย ๆ ที่ธรรมชาติมาบรรจบกับสถาปัตยกรรม วิถีท้องถิ่น และความคิดสร้างสรรค์

Human Library หรือ ‘ห้องสมุดมนุษย์’ เป็นไอเดียที่เกิดจากความเชื่อว่า มนุษย์แต่ละคนเปรียบเสมือนหนังสือ 1 เล่ม ทุกการเติบโตไม่ต่างอะไรจากบทต่าง ๆ ที่ถูกบันทึกเอาไวในหนังสือแห่งชีวิต เมื่อถึงเวลาอันสมควรก็เอาประสบการณ์มาแบ่งปันกันได้ เลยเกิดเป็นมุมเล็ก ๆ ที่คนมานั่งคุยกัน 

กลายเป็นการเรียนรู้อะไรใหม่ ๆ เหมือนกำลังอ่านหนังสือ ป้าตู๋ยกตัวอย่างให้ฟังว่า

 “สมมติเราสนใจเรื่องดาราศาสตร์ ถ้ามีใครสักคนมานั่งคุยเรื่องดาราศาสตร์กับเรา มันก็เหมือนเรากำลังเปิดหนังสือ แต่เป็นหนังสือที่เล่าโดยประสบการณ์ และได้สนทนากับคนที่รู้จริงด้านนั้น ๆ”

ประโยชน์ของสถานที่ ความสุขของผู้คน

“มันคงไม่โตไปกว่านี้แล้ว” ประโยคนี้ของป้าตู๋ไม่ใช่การแสดงความเศร้าโศกแต่อย่างใด

แต่ด้วยขนาดที่ดินของตลาดแห่งนี้ โตไปมากกว่านี้แล้วไม่ได้จริง ๆ สิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคตต่อไปเห็นจะเป็นเรื่องอันไกลตัวสำหรับตลาดที่เพิ่งมีอายุเพียง 4 เดือน ทว่าความน่าสนใจอย่างหนึ่งที่ป้าตู๋บอกกับเรา คือ ถ้าหากพื้นที่ตรงนี้เลิกทำหน้าที่เป็นตลาด และศาลาที่ถอดประกอบได้ถึงเวลาปลดประจำการ ป้าตู๋ก็มีความคิดจะทำให้ที่ดินผืนนี้กลายเป็นสวนสาธารณะแห่งหนึ่งไปโดยปริยาย 

Tong Tung Market จ.เชียงใหม่ ตลาดเช้าเดินสบาย ๆ ที่ธรรมชาติมาบรรจบกับสถาปัตยกรรม วิถีท้องถิ่น และความคิดสร้างสรรค์
Tong Tung Market จ.เชียงใหม่ ตลาดเช้าเดินสบาย ๆ ที่ธรรมชาติมาบรรจบกับสถาปัตยกรรม วิถีท้องถิ่น และความคิดสร้างสรรค์

การเปลี่ยนแปลงข้างต้นที่อาจเกิดขึ้นและไม่เกิดขึ้น ถือว่ายังคงแนวคิดเดิมของสถานที่แห่งนี้เอาไว้ได้อย่างครบถ้วน ทั้งเป็นสถานที่ใกล้บ้านอันแสนดี เพื่อให้ผู้คนได้ออกมาใช้ชีวิต ใกล้ชิดธรรมชาติ และการเป็นพื้นที่สาธารณะในละแวกใกล้บ้านสำหรับทุกคน, กาดต๋องตึง ไม่ว่าจะในตอนนี้หรือภายภาคหน้า ก็จะยังคงเป็นสถานที่สำหรับหย่อนกาย คลายใจ ดื่มน้ำสักแก้ว นั่งดูดนตรีสด พร้อมบรรยากาศธรรมชาติ

ป้าตู๋กล่าวทิ้งท้ายว่า เธออาจไม่ใช่นักการเมืองหรืออินฟลูเอนเซอร์ ที่สร้างสถานที่แห่งนี้ขึ้นมาเพื่อขับเคลื่อนสังคมให้เกิดแรงกระเพื่อมระดับจังหวัด สถานที่นี้เป็นเพียงหนึ่งในสิ่งที่สะท้อนตัวตนของเธอ สถานที่ซึ่งมองเห็นความสำคัญของธรรมชาติที่มีต่อการใช้ชีวิตของผู้คน และหวังอย่างยิ่งว่า ที่แห่งนี้จะทำให้ทุกคนมีความสุข หากใครจะทำเลียนแบบก็เรียนเชิญตามสบายใจ (ป้าตู๋ยินดีจ๊าดหนัก) 

Tong Tung Market จ.เชียงใหม่ ตลาดเช้าเดินสบาย ๆ ที่ธรรมชาติมาบรรจบกับสถาปัตยกรรม วิถีท้องถิ่น และความคิดสร้างสรรค์

กาดต๋องตึง

ที่อยู่ : 309 ซอยหมู่บ้านริมน้ำ ตำบลหนองจ๊อม อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่

เปิดให้บริการวันเสาร์ – อาทิตย์ เวลา 08.00 – 16.00 น.

Facebook : กาดต๋องตึง บ้านริมน้ำ Tong Tung Market

Writer

พัทธนันท์ สวนมะลิ

เด็กกรุงเทพฯ ผู้เป็น Sneakerhead และ Cinephile ที่หอบเสื่อผืนหมอนใบมาเรียนเชียงใหม่ แล้วสุดท้ายก็กลับไปตายรังที่กรุงเทพฯ

Photographer

กรินทร์ มงคลพันธ์

ช่างภาพอิสระชาวเชียงใหม่ผู้รักจักรยานไม่น้อยไปกว่าลูก ซึ่งความรักที่มีต่อทั้งสองมากกว่าการถ่ายรูปด้วยซ้ำ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load