จะเกิดอะไรขึ้นถ้า PlanToys ลุกขึ้นมาปลูกป่าของเล่น

ในฐานะผู้ผลิตของเล่นไม้รายใหญ่ ผู้สั่งสมประสบการณ์มากว่า 38 ปี พวกเขาคือผู้เชี่ยวชาญในการแปลงร่างไม้ยางต้นยักษ์ ให้กลายเป็นของเล่นไม้ขนาดเหมาะมือเจ้าตัวเล็ก 

Forest of Play จึงเป็นโจทย์ใหม่อันท้าทายของ แปลนทอยส์ งานนี้พวกเขาจะต้องเนรมิตวัสดุเหลือใช้ในโรงงาน ให้กลายเป็นป่าแห่งการเล่นของเด็กน้อยจำนวนมาก และนี่คือการออกแบบของเล่นสเกลใหญ่ครั้งแรกของ แปลนทอยส์ 

Forest of Play ป่าของเล่นใจกลางเมืองที่ PLAN TOYS ชวนเด็กมาเล่น ชวนพ่อแม่มาเรียน

“ปกติแปลนทอยส์เราทำของเล่นชิ้นเล็กๆ สำหรับครอบครัว แต่เราเห็นว่าโอกาสที่เด็กจะได้มาเล่นเป็นกลุ่มนั้นยังไม่ค่อยมี ในฐานะคนที่ทำมานาน เราก็มีความรู้ในการผลิตของเล่นอยู่แล้ว จึงคิดว่าเราน่าจะทำอะไรที่เหมาะสำหรับเล่นเป็นหมู่คณะ เพื่อให้เกิดการปฏิสัมพันธ์ เกิดสังคมการเล่น” วิฑูรย์ วิระพรสวรรค์ ผู้ก่อตั้งบริษัท แปลนทอยส์ เล่าถึงไอเดียตั้งต้นในการออกแบบงานนิทรรศการครั้งนี้ หลังจากที่ได้รับคำชวนจากสำนักศิลปวัฒนธรรม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 

ก่อนที่จะเข้าไปชมงาน เราขอชวนคุณย่อตัวให้เล็ก กระโดดตั้งเตสีรุ้งที่หน้าประตูสักตา แล้วกระโจนเข้าป่าไปเล่นสนุกให้เหมือนกลับไปเป็นเด็กอีกครั้ง

นี่คือนิทรรศการที่ออกแบบเพื่อให้เด็กได้มาเล่น และพ่อแม่ได้มาเรียน คุณวิฑูรย์บอกกับเราแบบนั้น

“ความตั้งใจแรก เราอยากสร้างโอกาสให้เด็กได้เล่น ได้ปลดปล่อยพลังงาน พร้อมเรียนรู้เรื่องต่างๆ ซึ่งแฝงพัฒนาการหลายๆ ด้าน นอกจากนี้เราอยากให้พ่อแม่ผู้ปกครองได้เข้าใจว่าเวลาที่เด็กเขาได้เล่นแบบ free play มันดีนะ ไม่ใช่ว่าทุกอย่างมันจะต้องถูกจัดการไปซะหมด เราอยากให้พ่อแม่เห็นศักยภาพของเด็ก และเข้าใจว่าการเล่นนั้นสำคัญ” คุณวิฑูรย์อธิบายถึงเป้าหมายสำคัญของการเนรมิตป่าของเล่นครั้งนี้

Forest of Play ป่าของเล่นใจกลางเมืองที่ PLAN TOYS ชวนเด็กมาเล่น ชวนพ่อแม่มาเรียน

“free play คืออะไร” เราถามต่อ

“คือเวลาที่เราปล่อยเด็กไว้ แล้วลองดูว่าเด็กเขาอยากจะเล่นอะไรและแบบไหน โดยไม่มีกฎเกณฑ์ หรือมีการแนะนำบ้าง ในบางเรื่องที่ต้องการกติกา มีความสลับซับซ้อนหรืออันตราย เช่น การปีนป่ายในที่สูงๆ”  เรากวาดตาตาม มองบรรยากาศรอบๆ ภาพที่เห็นคือบรรดาผู้ปกครองที่ทำหน้าที่มองอยู่ห่างๆ และปล่อยให้เด็กๆ ลองผิดลองถูกกับของเล่นตรงหน้าเองเหมือนกับที่คุณวิฑูรย์ว่าไว้ไม่มีผิด

นิทรรศการ Forest of Play

หัวใจสำคัญของการออกแบบของเล่นขนาดยักษ์เหล่านี้คือ พัฒนาการของเด็ก ซึ่งโดยทั่วไปจะถูกแบ่งออกเป็น 4 ด้าน ดังนี้

  1. พัฒนาการทางร่างกาย : กล้ามเนื้อมัดเล็ก กล้ามเนื้อมัดใหญ่ และการประสานสัมพันธ์มือและตา 
  2. พัฒนาการทางสติปัญญา : ประสาทสัมผัส ความคิดสร้างสรรค์ จินตนาการ การแก้ปัญหา ทักษะวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ รวมถึงการใช้ภาษา
  3. พัฒนาการทางอารมณ์ : ความฉลาดทางอารมณ์ (EQ) ความรู้สึกเห็นอกเห็นใจผู้อื่น ความมั่นใจในตนเอง สมาธิ และการระบายความไม่พอใจ
  4. พัฒนาการทางสังคม : การอยู่ร่วมกับผู้อื่น การเคารพกฎกติกา การแก้ไขความขัดแย้ง
Forest of Play ป่าของเล่นใจกลางเมืองที่ PLAN TOYS ชวนเด็กมาเล่น ชวนพ่อแม่มาเรียน

เหล่านี้คือพัฒนาการตามธรรมชาติของมนุษย์ ซึ่งพ่อแม่ควรเข้าใจและให้ความสำคัญ

“พัฒนาการอย่างสมวัยคือเรื่องสำคัญ เราต้องอย่าลืม บ่อยครั้งที่เราเห็นเด็กอายุ 2-3 ขวบ ที่พ่อแม่ก็จะให้หัดเขียนหนังสือ หรือให้ไปเรียนดนตรี ไปเต้นบัลเลต์ มันไม่ใช่เรื่องไม่ดี แต่มันก็อาจจะเร็วเกินไปหรือเปล่า เพราะเด็กจริงๆ ถ้าเตรียมความพร้อมดีๆ เรื่องเหล่านี้จะมาเอง” คุณวิฑูรย์ตั้งข้อสังเกตในฐานะผู้ผลิตของเล่นเด็ก อันเป็นเครื่องมือสำคัญในการพัฒนาทักษะ และเตรียมความพร้อมของเด็กในด้านต่างๆ มาหลายสิบปี

การสร้างเสริมพัฒนาการของเด็กทั้ง 4 ด้านนั้น อาศัยองค์ประกอบอีกนับไม่ถ้วน ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านของเล่นเด็ก แปลนทอยส์ เลือกถอดรหัสจากผลิตภัณฑ์ของเล่นไม้ที่มีอยู่แล้ว มาปรับโฉมใหม่และขยายขนาดเพื่อรองรับการเล่นเป็นกลุ่มในนิทรรศการครั้งนี้ โดยแบ่งเป็นโซนหลักทั้ง 8 ตามทักษะสำคัญ

01

Fine Motor Play

โซนที่ออกแบบเพื่อพัฒนากล้ามเนื้อมัดเล็กอย่างนิ้วมือ หนึ่งในไฮไลต์ของมุมนี้ก็คือเครื่องเล่นรังผึ้ง ซึ่งเป็นการนำ Beehives หนึ่งในผลิตภัณฑ์สุดป๊อปของ แปลนทอยส์ มาขยายขนาดและเพิ่มฟังก์ชัน เพื่อให้เด็กๆ ได้ฝึกหัดการใช้มือคีบและพาผึ้งน้อยกลับรัง 

“การคีบนี่ไม่ง่ายนะ เพราะเด็กอ่อนเขาจะคีบด้วยอุ้งมือ แต่มันไม่ได้ สุดท้ายเขาต้องหัดใช้นิ้ว แล้วเดี๋ยวถ้าเราสังเกตดูเวลาเด็กเขาเล่น เขาจะบอกว่า ผึ้งน้อยกลับรังนะ มืดแล้ว กลับรัง พอเช้าก็พาไปเที่ยว ไปหาเพื่อน

Forest of Play ป่าของเล่นใจกลางเมืองที่ PLAN TOYS ชวนเด็กมาเล่น ชวนพ่อแม่มาเรียน
Forest of Play ป่าของเล่นใจกลางเมืองที่ PLAN TOYS ชวนเด็กมาเล่น ชวนพ่อแม่มาเรียน

“ส่วน Beehives นี่จริงๆ เราทำมายี่สิบกว่าปีแล้ว แต่มันเพิ่งมาดังเมื่อสักสองปีที่แล้ว เพราะมีคนเอาไปลงในโซเชียลมีเดียของต่างประเทศ ขายดีถล่มทลายเลย เพราะมันเล่นได้หลายอย่าง เขาสามารถจับคู่สีได้ด้วย ผึ้งสีม่วงใช่ไหม อยู่บ้านสีม่วงนะ เขาก็จะเริ่มจำแนกแยกแยะเป็น และได้เรียนรู้เรื่องความแตกต่าง แล้วมันก็ยังทำ construction เป็นรูปร่างต่างๆ ได้ด้วย เด็กก็จะได้ออกแบบเอง” คุณวิฑูรย์อธิบายกลไกของของเล่นรังผึ้งทั้งสอง

02

Early Math Play

คณิตศาสตร์อาจจะเป็นยาขมสำหรับผู้ใหญ่หลายคน แต่ในป่าการเล่นแห่งนี้ มันคือขนมหวานอันแสนสนุกของเด็กๆ ทุกคนที่จะได้เรียนรู้ทั้งเรื่องการนับจำนวน เรขาคณิต สัดส่วน ไปจนถึงกลศาสตร์มัธยมปลาย ที่ถูกย่อยให้เป็นเรื่องง่ายในรูปของลิงเกาะต้นมะพร้าว

“ลิงนี่มันเหมือนโจทย์ปัญหาที่เกี่ยวกับเรื่องแรง ลองดูสิ สนุก! คือจริงๆ แล้วมันไม่ใช่แค่จำนวน แต่เนื่องจากว่ามันมีแขนและระยะทางด้วย อย่างที่อะคิมิดิสบอกว่า จะงัดดวงจันทร์เราก็งัดได้ ถ้าเรามีจุดหมุน อันนี้ก็เหมือนกัน ลิงสามตัว ระยะแขนจากจุดหมุนเราก็มีสามช่วง 

นิทรรศการ Forest of Play
Forest of Play ป่าของเล่นใจกลางเมืองที่ PLAN TOYS ชวนเด็กมาเล่น ชวนพ่อแม่มาเรียน

“นี่เป็นความรู้มัธยมปลายเลยนะ นี่มันคือกลศาสตร์ แต่เราไม่ได้สอนเขาตรงๆ เขาอาจจะแค่ลองผิดลองถูกไปเรื่อยๆ ไม่ได้คิดเป็นทฤษฎี แต่วันหนึ่งเขาก็จะค้นพบเองว่าของที่มันอยู่ไกลจุดหมุน มันจะมีน้ำหนักมากกว่า” คุณวิฑูรย์สรุปบทเรียนของของเล่นชิ้นนี้ พร้อมกับให้โจทย์เราในการขยับลิงเพื่อสร้างสมดุล ซึ่งสำหรับคนไม่มีหัวทางวิทยาศาสตร์อย่างเรา นี่กลายเป็นบทเรียนกลศาสตร์ที่ทั้งสนุกและง่ายอย่างไม่น่าเชื่อ

03

Imaginative Play & Social Play

ทั้งคุณวิฑูรย์และพ่อแม่ทุกคนต่างก็ลงความเห็นตรงกันว่า นี่คือโซนที่ป๊อปปูลาร์ที่สุดในป่าแห่งนี้ เพราะเป็นโซนที่รวมเอาบ่อบอลไม้ขวัญใจเด็กๆ มาไว้กับบ้านตุ๊กตาหลังโต ที่เปิดให้ทุกคนได้เข้ามาสวมบทบาทสมมติในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็น ทำกับข้าว ตากผ้า ปลูกผัก 

ที่สำคัญคือโซนห้องครัว ที่ได้มีการแทรกเอาของเล่นผักผลไม้หั่นได้อันขึ้นชื่อของ แปลนทอยส์ มาไว้ในกะละมังเพื่อให้เด็กๆ ได้เล่นประกอบอาหารกันอย่างสมจริง ซึ่งในบรรดาผลไม้หลากสีนั้น เราบังเอิญเห็นแตงกวาหน้าตาบิดเบี้ยวปะปนอยู่ด้วย จึงหยิบขึ้นมาถามดู

“ชิ้นนี้ดังมากนะ เมื่อปีที่แล้วเราร่วมกับ Social Enterprise ของเนเธอร์แลนด์ ที่เขาตั้งคำถามว่าเราทิ้งพวกผักที่มันบิดเบี้ยวหรือไม่สวยทำไม ทั้งที่เป็นของดีแท้ๆ แต่ไม่มีใครซื้อ ซึ่งเราไปดูแล้วก็เห็นโอกาสว่า เราน่าจะช่วยสอนเรื่องนี้ให้กับเด็กๆ ได้โดยการทำของเล่นออกมา เพื่อให้เด็กเห็นว่า อุ้ย แตงกว่างอ แต่มันก็น่ารักนะ และยังอร่อยเหมือนเดิม ทีนี้เด็กๆ เขาก็จะเกิดความเข้าใจในความแตกต่างภายนอก 

“ของเล่นแปลนทอยส์ทั้งหมดมันมีคอนเซปต์อยู่นะ อย่างชิ้นนี้เด็กจะได้รู้เรื่องการเข้าใจความแตกต่าง มันไม่มีอะไรดีหรือไม่ดี ดำกับขาว แต่มันขึ้นอยู่กับว่าคุณจะเอาไปทำอะไร” ฟังแล้วก็ได้แต่ทึ่งในคอนเซ็ปต์อันลึกซึ้ง ที่ซ่อนอยู่ในของเล่นไม้ชิ้นเล็กๆ ในมือ แค่คิดว่าเด็กๆ ที่ได้มาเล่นสิ่งเหล่านี้จะได้อะไรดีๆ ติดตัวกลับบ้านไป ก็ชื่นใจแล้ว

04

Kaleidoscope Workshop

หนึ่งในของเล่นที่สะดุดตาเราที่สุดตั้งแต่ก้าวเข้าป่าแห่งนี้มาก็คือ โดมลายจุดที่ตั้งอยู่ตรงกลางทั้งสองอัน ซึ่งคุณวิฑูรย์เล่าว่าเด็กๆ ที่มุดเข้าไปเล่นในนี้จะได้เรียนรู้เกี่ยวกับเรื่องแสง การผสมสี และภาพสะท้อน ยังไม่ทันที่เราจะได้ซักถามต่อ คุณวิฑูรย์ก็ยุให้เราคลานเข้าไปลองเล่นด้วยตัวเอง 

“เราคิดว่าเด็กเขาชอบมุดอยู่แล้ว เลยทำฐานนี้ให้ดูเหมือนถ้ำ และทำให้มืดหน่อยเพื่อที่จะให้แสงสว่างจากข้างนอกมันชัด พอเอาแผ่นสีไปส่องกับช่องแสงก็จะเกิดการผสม ถ้าสีเหลืองไปทาบกับน้ำเงิน เด็กก็จะเห็นว่ามันเป็นสีเขียวถูกไหม แต่ถ้าแดงส่องกับน้ำเงินมันก็จะกลายเป็นม่วง

Forest of Play ป่าของเล่นใจกลางเมืองที่ PLAN TOYS ชวนเด็กมาเล่น ชวนพ่อแม่มาเรียน
นิทรรศการ Forest of Play

“ส่วนอีกวงมันคือ Kaleidoscope ที่มีให้หมุนดูเรื่องการสะท้อน แล้วก็มี Periscope ด้วย เป็นกล้องเรือดำน้ำ ส่องจากข้างในเห็นข้างนอก” คุณวิฑูรย์เล่าให้ฟังด้วยความกระตือรือร้น 

แอบกระซิบว่าครอบครัวไหนที่จองกันมาเป็นหมู่คณะ หรือโรงเรียนที่ลงทะเบียนมา จะมีกิจกรรมให้เด็กๆ ได้ประดิษฐ์ Kaleidoscope แบบพกพาด้วยตัวเอง โดยใช้วัสดุเหลือใช้จากโรงงานของ แปลนทอยส์ พอทำเสร็จแล้วก็เอากลับบ้านเป็นที่ระลึกได้อีกด้วย

นิทรรศการ Forest of Play
นิทรรศการ Forest of Play

เมื่อเราเดินวนจนครบรอบ เราอดไม่ได้ที่จะตั้งข้อสังเกตว่า นิทรรศการ Forest of Play แห่งนี้ นอกจากจะสร้างความสนุกให้กับเด็กๆ และสร้างความรู้ความเข้าใจให้กับผู้ปกครอง อย่างที่คุณวิฑูรย์บอกไว้ตั้งแต่ต้นแล้ว ป่าแห่งนี้ยังทำหน้าที่บอกเล่าความตั้งใจของแปลนทอยส์ออกมา ผ่านทุกตารางนิ้วภายในห้องจัดนิทรรศการ

“ถ้าจะให้เล่าเป็นเรื่อง บรรทัดสุดท้ายของเราก็คือ better kids, better world” คุณวิฑูรย์สรุปสั้นๆ

“ในวันที่ทุกคนบอกว่าโลกมันแย่ สังคมมันแย่ พวกเราต้องบ่มเพาะคนรุ่นใหม่ๆ เพราะเราเองอาจจะแก่เกินไปแล้วนะ ไม้แก่มันดัดยาก เราต้องมาบ่มเพาะเด็กตั้งแต่เล็กๆ ให้เขามีความพร้อม ทั้งทางด้านร่างกาย สติปัญญา ทางอารมณ์ ทางสังคม ถ้ามันเป็นอย่างนี้มันก็จะทำให้โลกเราไม่เลวร้ายลง แค่นี้ก็สุดยอดแล้ว”

Forest of Play ป่าของเล่นใจกลางเมืองที่ PLAN TOYS ชวนเด็กมาเล่น ชวนพ่อแม่มาเรียน

11 กรกฎาคม – 25 กันยายน 2562 

เวลา 09.00 – 17.00 น.

ณ นิทรรศสถาน อาคารศิลปวัฒนธรรม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

Facebook : PlanNeramit

Writer

Avatar

สาริศา เลิศวัฒนากิจกุล

เด็กนิเทศ เอกวารสารฯ กำลังอยู่ในช่วงหัดเขียนอย่างจริงจัง แต่บางครั้งก็ชอบหนีไปวาดรูปเล่น มีไอศครีมเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจในยามอ่อนล้า

Photographer

Avatar

ปวรุตม์ งามเอกอุดมพงศ์

นักศึกษาถ่ายภาพที่กำลังตามหาแนวทางของตัวเอง ผ่านมุมมอง ผ่านการคิด และ ดู

Share Location

รวมสถานที่สวยและดีที่อยากชวนคุณแวะเวียนไปช่วงวันหยุด

เมื่อพูดถึงเวิ้งในจังหวัดเชียงใหม่ หลายคนคงนึกออกไม่มากก็น้อยตามแต่ที่เคยไป หรือนักศึกษารั้วม่วงอย่างผมคงหนีไม่พ้นเวิ้งคุณนลี อย่างไรก็ตาม ในช่วง 2 เดือนมานี้มี Community Space แห่งใหม่สำหรับคนเชียงใหม่เกิดขึ้นในทำเลใกล้กับสถานีรถไฟ

เฮงสเตชั่น (Heng Station) เชียงใหม่ เวิ้งพบปะที่ปลุกโกดังของอากงปี 1960 ให้มีชีวิต

สถานที่แห่งนี้มีชื่อว่าHeng Station (เฮงสเตชั่น)’ เวิ้งอยู่ตรงข้ามกับสถานีรถไฟชนิดที่ระหว่างกำลังดื่มกาแฟอาจยกมือถือขึ้นมาถ่ายรูปรถไฟเป็นฉากหลังได้ หรือถ้ามาทานอาหารมื้อหนักก็มีร้านรองรับ พร้อมด้วยของหวานตบท้าย จบด้วยร้านเครื่องหอมไว้เป็นของติดไม้ติดมือกลับบ้าน

เฮงสเตชั่น (Heng Station) เชียงใหม่ เวิ้งพบปะที่ปลุกโกดังของอากงปี 1960 ให้มีชีวิต

วันนี้ คิม-วโรดม สหชัยเสรี เขาคือชายหนุ่มผู้เกิด เติบโต และศึกษาเล่าเรียนที่เชียงใหม่ ก่อนต้องโยกย้ายตัวเองไปทำงานที่จังหวัดชลบุรี พร้อมกับเดินทางไปญี่ปุ่นทุกปี จนซึมซับวัฒนธรรมเหล่านั้นมาสั่งสมเอาไว้ แล้วจึงนำกลับมาประยุกต์ใช้เพื่อสานต่อธุรกิจที่บ้าน พร้อมกับเล่าเรื่องราวการรื้อฟื้นสถานที่ซึ่งมีความเป็นมายาวนานตั้งแต่ปี 1960 ให้มีชีวิตอีกครั้งหนึ่งในปี 2023 

เปิดประตูเวิ้งใหม่เอี่ยมมาเยี่ยมเยียนสถานที่เก่าแก่ 62 ปีพร้อมกันเลย

เสี่ยมเฮงพืชผล

สถานที่นี้มีเรื่องราวเริ่มต้นน่าสนใจ และต้อนย้อนกลับไปตั้งแต่สมัยรุ่นอากงของคิม เพราะแรกเริ่มเดิมทีตามคำบอกเล่าของเขา อากงข้ามน้ำข้ามทะเลหนีสงครามมาจากประเทศจีน ระหกระเหินมายังกรุงเทพฯ จากนั้นเดินเท้าตามรางรถไฟมาเรื่อย ๆ จนถึงจังหวัดเชียงใหม่ และลงหลักปักฐานด้วยการสมัครเข้าทำงานกับบริษัทเชลแล็กสยามในช่วงปี 1960

เฮงสเตชั่น (Heng Station) เชียงใหม่ เวิ้งพบปะที่ปลุกโกดังของอากงปี 1960 ให้มีชีวิต

แล้วเรื่องราวก็กระโดดข้ามมายังช่วงเวลาประมาณปี 1977 (พ.ศ. 2520) บริษัทเชลแล็กสยามปิดตัวลง โดยไม่แน่ใจว่าย้ายมายังสถานที่ ณ ปัจจุบันนี้อยู่ก่อนแล้วหรือเปล่า

เฮงสเตชั่น (Heng Station) เชียงใหม่ เวิ้งพบปะที่ปลุกโกดังของอากงปี 1960 ให้มีชีวิต

ถึงอย่างนั้นอากงของคิมก็ซื้อที่ดินแปลงนี้แล้วเปิดกิจการของตัวเองในชื่อ ‘เสี่ยมเฮงพืชผล’ นับตั้งแต่ปี 1971-1992 (เสี่ยม มีความหมายว่า สยาม และเป็นที่มาของชื่อ เฮง สเตชั่น ในปัจจุบัน) โดยเปลี่ยนมาค้ากระเทียมเป็นหลัก แต่ก็ยังมีเชลแล็กและพืชผลทางเกษตรกรรมอื่น ๆ ซึ่งรับมาจากชาวสวนในภาคเหนือ และส่งขึ้นรถไฟไปกรุงเทพฯ สถานที่ตรงนี้ที่ติดกับสถานีรถไฟ จึงเป็นทำเลอันเหมาะสมอย่างไร้ข้อโต้แย้ง

เฮงสเตชั่น (Heng Station) เชียงใหม่ เวิ้งพบปะที่ปลุกโกดังของอากงปี 1960 ให้มีชีวิต

ช่วงปี 1991 อากงเสีย เหลือเพียงอาม่า ซึ่งแบกรับธุรกิจนี้ด้วยตัวคนเดียวไม่ไหว ส่วนคุณพ่อของคิมอยู่ในเส้นทางสายอาจารย์ และไม่มีความสนใจสานต่อสถานที่แห่งนี้ เสี่ยมเฮงจึงปิดตัวลงในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ ปี 1992 ซึ่งเป็นปีเกิดของคิมพอดี และถูกทิ้งเป็นโกดังร้างนับแต่นั้นมา

เฮงสเตชั่น

เวลาล่วงเลยมาจนกระทั่งคิมเรียนอยู่มหาวิทยาลัยปีที่ 3 เขาค่อย ๆ รื้อฟื้นสถานที่แห่งนี้อีกครั้งด้วยการเปิดห้องแถวเชิงพาณิชย์เล็ก ๆ อยู่ด้านหน้าติดกับถนน อีกทั้งยังได้เรียนรู้และซึมซับการลงทุนจากคุณลุง และเมื่อถึงวัยทำงาน เขาจึงเริ่มฉุกคิดได้ว่า น่าจะเอาสถานที่ตรงนี้มาใช้ประโยชน์แทนที่จะไม่ปล่อยให้ทิ้งร้าง

คิมคิดแล้วคิดอีกว่าจะใช้ที่ดินตรงนี้ทำอะไรดี แต่ทุกครั้งก็มีคำถามพ่วงท้ายเสมอว่า พื้นที่นี้เป็นทางลึก หน้าแคบ และคุณพ่อตั้งเงื่อนไขเอาไว้ 1 ข้อ คือ ทุกอย่างต้องคงรูปร่างเดิมให้มากที่สุด การทุบเพื่อประกอบร่างใหม่หลายครั้งอาจนำมาซึ่งปัญหากับคุณพ่อได้ จุดนี้เองที่คิมต้องนำความรู้ด้านวิศวกรรมที่เขาร่ำเรียนมาใช้อย่างเต็มที่ ในการรีโนเวตโกดังแห่งนี้ไม่ให้เป็นแค่ห้องแถวต่อ ๆ กัน

“ผมเริ่มก่อสร้างจริง ๆ คือมีนาคม ปี 2022 ใช้เวลารีเสิร์ชนานมาก ออกแบบ วางแปลน สลับแปลน จะมีสวนตรงไหนเพื่อให้ดูไม่อึดอัด พร้อมกับดูบริบทพื้นที่โดยรอบ”

สเตชั่น Community Space ในสวนหลังบ้าน จ.เชียงใหม่ ที่ปลุกโกดังปี 1960 ของอากงให้มีชีวิต
สเตชั่น Community Space ในสวนหลังบ้าน จ.เชียงใหม่ ที่ปลุกโกดังปี 1960 ของอากงให้มีชีวิต

คิมสร้างตึกหลังหนึ่งข้างในโกดังอีกที เทคานส่วนที่เป็นกำแพง วางตอม่อเสาใหม่ และก่อกำแพงขึ้นมาด้านใน แต่ด้านนอกยังคงทุกอย่างไว้เหมือนเดิม จากเดิมที่เป็นหลังคาเต็ม เขารื้อหลังคาออกครึ่งหนึ่ง และปรับพื้นที่ตรงนั้นออกเป็นสวน เพื่อเพิ่มความน่าสนใจและดึงดูดให้คนเดินเข้าไปด้านใน

“ผมเพิ่มพื้นที่ด้วยการขยายเข้ามาในพื้นที่ของเราเอง สร้างคอมมูนิตี้ให้คนมาใช้เวลาวันหยุดกับเพื่อน” ประโยคนี้เห็นจะเป็นชิ้นส่วนสุดท้ายที่ทำให้การก่อสร้างเสร็จสมบูรณ์

Community Space

“ผมว่าการใช้คำว่า คอมมูนิตี้ ดูเป็นสถานที่ที่ให้คนมาพบปะกันมากกว่าเป็นพื้นที่ขายของ ผมอยากให้คนมานั่งเล่น มาคุยกัน ใช้เวลานั่งเม้ากับเพื่อนในช่วงวันหยุด ก็เลยใช้คำนี้”

ในตอนนี้ เฮงสเตชั่น เปิดทำการตั้งแต่ 8 โมงเช้าถึง 5 โมงเย็น

คิมไม่ได้ต้องการให้ที่นี่กลายเป็นผับหรือบาร์ สาเหตุมาจากส่วนหนึ่งของพื้นที่เป็นที่อยู่อาศัยของครอบครัว เขาขอแค่ให้คนที่มาได้นั่งเล่น พูดคุย พบปะ ไม่จำเป็นต้องรับประสบการณ์ คิดเสียว่าที่นี่คือ ‘สวนหลังบ้าน’ ซึ่งทุกคนเข้ามาเดินเล่นได้อย่างผ่อนคลาย อีกทั้งยังมี 1 ร้านข้าว 1 ร้านกาแฟ 1 ร้านเครื่องหอม และ 2 ร้านเบเกอรี่ คอยรองรับความต้องการของเหล่าผู้คนที่เข้ามาเยือน

แล้วคิมก็พาเราทัวร์ตามร้านต่าง ๆ อย่างเป็นมิตร และให้พวกเขาอธิบายถึงจุดเด่นที่อยากนำเสนอ เราเริ่มต้นกันที่…

School Coffee

ร้านกาแฟที่ตั้งอยู่หน้าสุดของโครงการ เปรียบเสมือนพื้นที่รับแขกให้ผู้คนเข้ามาซื้อกาแฟหรือเครื่องดื่มก่อนเดินสำรวจ ร้านกาแฟแห่งนี้มีคอนเซปต์ว่า สร้างความสุขให้ทุกภาคส่วน เริ่มต้นจากธรรมชาติ แหล่งปลูกกาแฟ ต้นกาแฟสายพันธ์ุต่าง ๆ การแปรรูปกาแฟที่เป็นผลไม้ให้กลายเป็นสารกาแฟ ส่วนถัดมาเป็นบาริสต้า และจบลงที่ลูกค้าทุก ๆ ท่านได้รับผลิตภัณฑ์ดี ๆ จากทางร้าน

สเตชั่น Community Space ในสวนหลังบ้าน จ.เชียงใหม่ ที่ปลุกโกดังปี 1960 ของอากงให้มีชีวิต
สเตชั่น Community Space ในสวนหลังบ้าน จ.เชียงใหม่ ที่ปลุกโกดังปี 1960 ของอากงให้มีชีวิต

เมื่อไหร่ก็ตามที่ทุกคนในทุกภาคส่วนมีความสุข วงล้อแห่งการพัฒนาก็จะเริ่มเป็นไปตามแนวทางที่ทางร้านตั้งใจ และขับเคลื่อนได้ด้วยตัวของมันเอง แต่ก็ใส่พลังเข้าไปได้ในบางจังหวะ (ตามที่ทางร้านได้บอกกับเรา) เมื่อมาถึงร้าน School Coffee ลูกค้าเลือกกาแฟที่อยากจิบได้ตามต้องการ ตั้งแต่เมล็ด ระดับการคั่ว และกระบวนการชงกาแฟ ซึ่งเมนูซิกเนเจอร์ที่พวกเขาไม่เคยทอดทิ้งและยังคงมีตลอดไป นั่นคือ ยาคูลท์ปีโป้ปั่นและโอริโอ้ปั่น เพื่อเป็นเกียรติให้แก่บาริสต้าคนแรกผู้คิดค้น 2 เมนูนี้ที่อยู่คู่กับร้านมาตั้งแต่ยังเปิดอยู่ที่กรุงเทพฯ อ้อ ขอกระซิบดัง ๆ ว่าร้านนี้เจ้าของเดียวกับ ร้านสุขพอดี นะ

KLĀY concept

ร้านเครื่องหอมที่เน้นเล่าเรื่องราวผ่านงานเซรามิก

เทียนหอมในถ้วยเทียนเซรามิกมาจากเทศบาลเมืองแม่โจ้ เนื่องจากทางร้านพยายามสนับสนุนผู้ประการรายย่อยให้ได้มากที่สุด สินค้านิยมคือเจ้าก้อนสี่เหลี่ยม วิธีใช้ง่าย ๆ ไม่มีอะไรซับซ้อน หยดน้ำมันหอมระเหยลงบนก้อนเซรามิก แล้วรอให้ดูดซึมน้ำหอม ซึ่งทางร้านดีไซน์ให้มีความกลมอยู่ภายใน จึงเกิดการถ่ายเทเข้า-ออกของอากาศผ่านเนื้อเซรามิก เป็นการกระจายกลิ่นหอมเบา ๆ

เวิ้งเฮงสเตชั่น (Heng Station) จ.เชียงใหม่ เปลี่ยนโกดังร้างรุ่นอากงเป็น Community Space สำหรับนั่งเล่น-พบปะในบรรยากาศสวนหลังบ้าน
เวิ้งเฮงสเตชั่น (Heng Station) จ.เชียงใหม่ เปลี่ยนโกดังร้างรุ่นอากงเป็น Community Space สำหรับนั่งเล่น-พบปะในบรรยากาศสวนหลังบ้าน

ขณะเดียวกัน ทางร้านยังมีการจัดเวิร์กช็อปให้แก่ผู้ที่สนใจ เป็นการผสมกลิ่มน้ำหอม ทำเทียนหอม และทำเครื่องหอม เน้นเรื่องของการพยายามให้ผ่อนคลายทุกประสาทสัมผัสผ่าน Therapy

เวิร์กช็อปเป็นกลุ่มได้ไม่เกิน 6 คน หากใครสนใจสอบถามหน้าร้านได้เลย 

The Dorm Bakery

หนึ่งในร้านเบเกอรี่ประจำ เฮงสเตชั่น ที่เปิดหน้าร้านเป็นของตัวเองครั้งแรกพร้อมกับโครงการ โดยภายในร้านประกอบด้วยเมนูเบเกอรี่ปกติและเมนูวีแกน (ทางร้านเรียกว่า สูตรเจ) ในราคาไม่แพง 

ทุกเมนูต่างประกอบด้วยความโฮมและแฮนด์เมด เมนูที่ทางร้านแนะนำว่าต้องลองลิ้มให้ได้ ได้แก่ เค้กแคร์รอต พายแอปเปิล และกราโนล่าบาร์ (ปราศจากกลูเต็น อัดแน่นด้วยคุณประโยชน์)

เวิ้งเฮงสเตชั่น (Heng Station) จ.เชียงใหม่ เปลี่ยนโกดังร้างรุ่นอากงเป็น Community Space สำหรับนั่งเล่น-พบปะในบรรยากาศสวนหลังบ้าน

Circle.Pound

ร้านเค้กวันเกิดที่ขายเค้กแบ่งชิ้นสำหรับลูกค้าที่ไม่อยากทานเยอะมาก เมนูแนะนำ ได้แก่ โยเกิร์ตชีสเค้ก ซึ่งเป็นเมนูที่มีทุกวัน ส่วนเมนูพิเศษ ทางร้านขอแนะนำ เครมบรูเล่ ชีสเค้กท็อปด้วยน้ำตาลเผา เวลากินต้องใช้ช้อนเคาะด้านบน ลูกค้าสนุกด้วย อร่อยด้วย

เวิ้งเฮงสเตชั่น (Heng Station) จ.เชียงใหม่ เปลี่ยนโกดังร้างรุ่นอากงเป็น Community Space สำหรับนั่งเล่น-พบปะในบรรยากาศสวนหลังบ้าน

POHSOP local-rice eatery

ร้านอาหารจานข้าวที่ให้ความสำคัญกับการใช้ข้าวอย่างแท้จริง เพราะร้านโพสพเลือกคัดสรรข้าวแต่ละชนิดตามแต่ฤดูกาล เพื่อยกระดับและเชิดชูข้าวให้กลายเป็นพระเอกของร้าน โดยทางร้านบอกว่าทุกเมนูปลอดเนื้อสัตว์ เพราะอยากให้ลูกค้าได้พักท้องจากการย่อยอาหารมื้อหนัก ๆ ที่มีเนื้อสัตว์เป็นส่วนประกอบ และหวังว่าอาหารของทางร้านจะเป็น Comfort Food สำหรับใครหลายคน

เวิ้งเฮงสเตชั่น (Heng Station) จ.เชียงใหม่ เปลี่ยนโกดังร้างรุ่นอากงเป็น Community Space สำหรับนั่งเล่น-พบปะในบรรยากาศสวนหลังบ้าน

นอกจากนี้ทางร้านยังไม่ได้เจาะจงสัญชาติหรือประเภทอาหารของตน เพราะด้วยความต้องการที่จะก้าวข้ามการถูกจำกัดความ อาหารของร้านโพสพจึงมีอาหารหลายสัญชาติ และผสมผสานจนเกิดเป็นอาหารหน้าใหม่ได้อย่างลงตัว เช่น พิซซ่าดอย ใช้ผักดองเป็นหน้าพิซซ่า และแป้งทำจากข้าวปุกงา หรือ ข้าวแต๋นทาปาส เป็นการผสมผสานอาหารทานเล่นของสเปนกับไทย

เวิ้งเฮงสเตชั่น (Heng Station) จ.เชียงใหม่ เปลี่ยนโกดังร้างรุ่นอากงเป็น Community Space สำหรับนั่งเล่น-พบปะในบรรยากาศสวนหลังบ้าน

ตามที่บอกไว้ตอนต้น คิมซึมซับเอาวัฒนธรรมญี่ปุ่นมาไม่มากก็น้อยจากการเดินทางไปแดนอาทิตย์อุทัยหลายต่อหลายครั้ง แนวคิดในการสร้างสถานที่แห่งนี้จึงพยายามให้กลายเป็นสวนญี่ปุ่นที่ผู้คนมาเดินเล่น นั่งคุย หย่อนใจ รวมไปถึงพักเหนื่อยจากการเดินห้างสรรพสินค้าหรือท่องเที่ยวในช่วงที่นักท่องเที่ยวหนาแน่นระดับไหล่นชนไหล่ ศอกชนศอก 

แม้เฮงสเตชั่น จะเปิดมาเพียง 2 เดือน แต่ก็มีคนแวะเวียนมาสร้างสีสันให้พื้นที่คึกคักไม่ขาดสาย และคิมเองก็อยากขยับขยายพื้นที่ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ รวมถึงวางแผนจะรีโนเวตโกดังอีกหลังที่อยู่ติดกัน เพื่อเพิ่มจำนวนร้านค้า ขยายพื้นที่สีเขียว ลดจำนวนพื้นปูน และใกล้ความเป็นสวนที่สุด 

เวิ้งเฮงสเตชั่น (Heng Station) จ.เชียงใหม่ เปลี่ยนโกดังร้างรุ่นอากงเป็น Community Space สำหรับนั่งเล่น-พบปะในบรรยากาศสวนหลังบ้าน
Heng Station
  • 142 ซอยรถไฟ ตำบลวัดเกต อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ (แผนที่)
  • เปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น.
  • 08 3765 0940
  • Heng Station

Writer

Avatar

พัทธนันท์ สวนมะลิ

เด็กกรุงเทพฯ ผู้เป็น Sneakerhead และ Cinephile ที่หอบเสื่อผืนหมอนใบมาเรียนเชียงใหม่ แล้วสุดท้ายก็กลับไปตายรังที่กรุงเทพฯ

Photographer

Avatar

กรินทร์ มงคลพันธ์

ช่างภาพอิสระชาวเชียงใหม่ ร่ำเรียนมาทางศิลปะจากคณะที่ได้ชื่อว่ามีวงดนตรีลูกทุ่งแสนบันเทิงของเมืองเหนือ มีความสุขกับการกดชัตเตอร์ในแสงเงาธรรมชาติ ชอบแมว หมา และบ้าจักรยานไม่แพ้กิจกรรมกลางแจ้งอื่น ๆ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load