สะพานด้วนจะไม่ด้วนอีกต่อไป!

คำว่า ‘สะพานด้วน’ เป็นชื่อเล่นของสะพานที่อยู่ตรงกลางระหว่างสะพานพระปกเกล้า แต่เดิมเป็นโครงการก่อสร้างทางรถไฟฟ้าลาวาลินตั้งแต่ปี 2524 ด้วยเหตุผลบางประการ ทำให้โครงการหยุดชะงักและเงียบหายไป กลายเป็นสะพานที่ไม่มีทางขึ้นและทางลง มีแต่ตัวสะพานลอยอยู่เฉยๆ กลางน้ำ

ในช่วง 3 – 4 ปีที่แล้ว สำนักผังเมือง กรุงเทพฯ กรมทางหลวงชนบท และศูนย์ออกแบบและพัฒนาเมือง (UddC) จับมือกันร่วมแปลงโฉมสะพานด้วนให้เป็นสะพานเดินเท้าข้ามแม่น้ำ เชื่อมระหว่างเกาะรัตนโกสินทร์ฝั่งพระนครและชุมชนกะดีจีน-คลองสานฝั่งธนบุรี รวมถึงเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจเหนือแม่น้ำ

หากสะพานนี้เสร็จ จะเปิดให้เกิดโอกาสดีๆ มากมาย ทั้งการสัญจรที่สะดวกขึ้น การเพิ่มพื้นที่สาธารณะสีเขียวให้เมือง การเป็นแลนด์มาร์กแห่งใหม่ รวมถึงในแง่การเป็นต้นแบบในการพัฒนาเมืองของไทยเองอีกด้วย

ตอนนี้การก่อสร้างสวนลอยฟ้าแห่งนี้ใกล้แล้วเสร็จ เราก็เลยชวน ผศ. ดร.นิรมล เสรีสกุล หัวเรือของ UddC เพื่อชวนคุยถึงเบื้องหลังโครงการ โดยมี ปิยา ลิ้มปิติ ผู้ช่วยผู้อำนวยการศูนย์ออกแบบและพัฒนาเมือง ผู้เป็นสถาปนิกผังเมืองประจำโครงการกรุงเทพฯ 250 มาช่วยเล่า

และนี่คือเรื่องราวการทอดสะพานที่เราได้ฟังจากพวกเขา

 
01

รีไซเคิลสะพาน

หากมองไปรอบๆ จะพบว่าเมืองใหญ่แบบกรุงเทพฯ มีสิ่งก่อสร้างที่ไม่ได้ใช้งานอยู่เพียบ

อ.นิรมล เรียกสิ่งนี้ว่า Leftover Asset หรือสิ่งก่อสร้างเดิมที่ไม่ได้ใช้งานแล้ว ซึ่งเป็นของปกติในพื้นที่เมืองซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา แต่เมื่อก่อสร้างขึ้นมาแล้ว จะให้ทุบทิ้งเลยก็เสียดาย

อย่างสะพานด้วนของโครงการลาวาลิน ที่เดิมตั้งใจให้รองรับรถไฟฟ้า ทำให้มีความแข็งแรงสูง และตั้งตระหง่านทานทนมากว่าเกือบ 40 ปี หากนำมาต่อหัวท้ายให้เป็นบันไดเดินขึ้นลงที่ไม่ต้องการระยะพื้นดินมากเท่าสะพานรถ แล้วสร้างทางเดินสาธารณะทับลงไปอีกชั้นหนึ่ง ก็น่าจะพอมีความเป็นไปได้

ถ้างานนี้สำเร็จ ลองนึกถึงสิ่งก่อสร้างเหลือใช้อีกมากมายทั่วกรุงเทพฯ สิ

จะสร้างใหม่ทำไม ในเมื่อรีไซเคิลได้

02

ฟังเสียงจากชุมชน

ที่จริง แนวคิดว่าจะใช้สะพานนี้มาจากในชุมชน

เมื่อมีโจทย์ว่าจะพัฒนาพื้นที่บริเวณริมฝั่งแม่น้ำตามโครงการกรุงเทพฯ 250 ทีมจาก UddC ก็ลงไปพูดคุยและทำเวิร์กช็อปกับชุมชนบริเวณกะดีจีน-คลองสานอยู่หลายครั้ง จนวันหนึ่ง ลุงประดิษฐ์ ห้วยหงส์ทอง ประธานชุมชนบุปผาราม ก็ถามขึ้นมาว่า “สะพานนี้มันด้วนอยู่ ทำไมเราไม่ใช้งานมัน?”

นั่นคือเสียงที่ทำให้เกิดโครงการในวันนี้

หลังจากวันนั้น ทีมก็หยิบแนวคิดของลุงประดิษฐ์มาคิดต่อ และให้ชุมชนช่วยกันเสนอว่าหากจะปรับปรุงสะพานแห่งนี้จะทำอะไรได้บ้าง ผู้ที่มาร่วมกันคิดมีทุกเพศทุกวัย โดยเฉพาะเด็กๆ ในโรงเรียนแถวนั้นที่ออกไอเดียกันอย่างสนุกสนาน

ไอเดียที่ได้มามีหลากหลาย ทั้งการเป็นทางเดินสัญจรข้ามแม่น้ำ ทางจักรยาน และจุดชมวิว ในขณะเดียวกันก็มีไอเดียที่ต้องตัดทิ้ง เช่น ลานสเก็ต หรือลานกีฬา ที่จะนำไปใส่ในสวนบริเวณตีนสะพานแทน

สวนลอยฟ้าของชุมชนจึงก่อตัวขึ้นอย่างช้าๆ

UddC, พระปกเกล้าฯ สกายปาร์ค, สะพานด้วน
03

ทางเดินตรงที่ไม่ตรง

เมื่อได้โจทย์คร่าวๆ แล้ว ก็มาถึงขั้นตอนการออกแบบ

ปิยาเริ่มจากการเล่าเรื่อง Viaduc des Arts ที่ปารีสให้ฟัง พื้นที่สาธารณะแห่งนี้เกิดก่อนใครเพื่อน เพราะสร้างตั้งแต่ปี 1988 โดยนำทางรถไฟเก่ามาทำทางเดินยาว 3 กิโลเมตร เชื่อมต่อจัตุรัสกลางเมืองกับวงแหวนรอบนอกทางทิศตะวันออก และใต้ทางเดินก็เป็นพื้นที่ให้ศิลปินเช่าอยู่ ทำให้ย่านนั้นไม่เหงาหงอย เป็นการช่วยฟื้นฟูเมืองไปด้วยในตัว

แม้ว่าโครงการสะพานด้วนที่ยาวแค่ 280 เมตรจะสั้นกว่ามาก แต่ก็ใช้แนวคิดการเชื่อมต่อเมืองได้เหมือนกัน เพราะสะพานนี้จะช่วยเชื่อมพื้นที่สองฝั่งแม่น้ำที่สั้นนิดเดียว แต่ข้ามยากเหลือเกิน แถมทั้งสองฝั่งแม่น้ำยังมีโรงเรียนอยู่เยอะมาก และมีเด็กที่ต้องข้ามฝั่งน้ำไปเรียนทุกวัน หากไม่ต้องรอเรือข้ามฟากอีกต่อไป ก็จะมีโอกาสเกิดเส้นท่องเที่ยวและเส้นคมนาคมใหม่ๆ อีกมากมาย

ในทางกลับกัน ความกว้างของสะพานที่ปารีสกับที่กรุงเทพฯ ใกล้กันมาก คือประมาณ 9 – 12 เมตร ทำให้เผชิญปัญหาคล้ายคลึงกันว่าจะทำยังไงให้การเดินไม่น่าเบื่อ Viaduc Des Arts รับน้ำหนักได้มาก จึงใช้วิธีตกแต่งด้วยต้นไม้ให้เกิดความหลากหลาย แต่สะพานด้วนเป็นสะพานลอยเหนือน้ำ ใช้ต้นไม้ได้จำกัด จึงต้องหาทางอื่นแทน

จักรดาว นาวาเจริญ สถาปนิกจาก N7A ใช้วิธีทำทางเดินคนและทางเดินจักรยานให้เป็นตัวเอสไขว้กันไปมา โดยมีหลักการว่า เมื่อทางเดินมี Blind Spot ไม่ได้เห็นไกลสุดทาง จะดูเหมือนกว้างขึ้นมาถนัดตา

นี่จะเป็นทางเดินตัดตรงข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา ที่ชวนให้คนเดินข้ามอย่างไม่ตรงไปตรงมา

04

ปลูกต้นไม้เหนือน้ำ

แม้ปลูกต้นไม้ยาก แต่ก็ต้องหาทางปลูกให้ได้

ในส่วนนี้ ทีมศึกษาตัวอย่างจาก The High Line โครงการสุดโด่งดังกลางนิวยอร์ก เมื่อกลุ่มพลเมืองคิดว่าทางรถไฟเก่ามีคุณค่าเกินกว่าจะทุบทิ้ง และผลักดันให้ปรับปรุงเป็นสวนสาธารณะลอยฟ้า พื้นที่แห่งนี้โดดเด่นด้านการเลือกใช้พืชพรรณให้เหมาะกับสภาพอากาศและสถานที่ และทำให้แทบไม่มีปัญหาด้านการดูแลรักษาเลย

สำหรับโครงการสะพานด้วน กชกร วรอาคม ภูมิสถาปนิกจาก LANDPROCESS พบว่าบนสะพานมีทั้งปัญหาลมแรง และปัญหาการรดน้ำ เนื่องจากน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาเค็มเกินกว่าที่จะนำมาใช้ได้ ทีมจึงต้องสรรหาต้นไม้ที่มีความทนแดดทนฝนทนแล้ง และจัดการกับระบบรดน้ำโดยปรับเอาระบบเดิมที่ทำไว้คู่กับสะพานมาใช้งาน

ทีนี้ก็ได้ภาพของสะพานและต้นไม้บนสะพานแล้ว

06

คิดให้เข้ากับสิ่งแวดล้อม

คิดถึงโครงสร้างเดิมกับการปลูกต้นไม้แล้วยังไม่พอ ต้องคิดถึงทัศนียภาพรอบด้านด้วย

เป้าหมายของการทำสะพานนี้ นอกจากให้ข้ามแล้ว ยังอยากให้คนได้ใช้เวลาอยู่บนแม่น้ำนานๆ เพื่อดื่มด่ำกับสุนทรียะแห่งเมือง แต่อย่างที่ทุกคนรู้ดี กรุงเทพฯ ช่างร้อนเสียเหลือเกิน ให้ยืนกลางแดดนานๆ ก็คงไม่ไหว ทางสถาปนิกเลยออกแบบผนังกึ่งหลังคาที่ใช้ประโยชน์ได้หลายอย่าง คือมีลักษณะโค้งๆ ทั้งใช้กันแดดกันฝน เป็นที่นั่งพักผ่อน แล้วก็เดินขึ้นไปชมวิวได้ด้วย

ไม่เพียงเท่านั้น ตัวสะพานเองก็ต้องสวยงามเข้ากับบริบทของกรุงเทพฯ ด้วย ทีมจึงทำโครงสร้างให้เป็น 3 เนิน ล้อกับโครงเหล็กของสะพานพระพุทธยอดฟ้าที่อยู่ข้างกัน เวลามองจากที่ไกลๆ ก็จะเห็นเป็นคลื่นที่สอดประสานกันพอดี

การเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจก็ทำให้ต้องคำนึงถึงเรื่องรถที่วิ่งขนาบข้างสองฝั่งด้วย ไม่แปลกหากกรมทางหลวงชนบทจะกังวล ในเมื่ออาจเกิดกรณีคนขับรถอยู่แล้วหันไปมองคนเดิน หรือมีคนโยนของลงไปบนถนน ทีมจึงออกแบบให้ทางเดินคนหลบเข้าไปห่างจากทางเดินรถ พร้อมมีรั้วกันคนโยนของและคอยบล็อกสายตาคนขับรถเป็นช่วงๆ รวมถึงมีป้ายกำกับตลอดทาง

สะพานด้วนในฝันของทุกคนเริ่มเป็นรูปเป็นร่างแล้ว

07

ทำให้กลายเป็นจริง

เมื่อได้แบบที่ภูมิใจออกมา ก็ถึงขั้นตอนที่ยากที่สุด คือการเจรจาอนุมัติ

ในโครงการแบบนี้มีผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลายส่วนมาก ทั้งกรมทางหลวงชนบท หน่วยงานผู้ดูแลสะพานพระปกเกล้า การทางพิเศษ ผู้ลงทุนในโครงสร้างสะพานด้วนเดิม สำนักผังเมือง กทม. ผู้ดูแลการพัฒนาเมือง เขตทั้งสองเขตที่ตีนสะพานตั้งอยู่ และกรมเจ้าท่าผู้ดูแลผืนน้ำเจ้าพระยา แต่ละฝ่ายมีสิ่งที่คาดหวังและความกังวลของตัวเองแตกต่างกันไปตามหน้าที่

อ.นิรมล อธิบายว่าขั้นตอนนี้ละเอียดอ่อนเสมอในทุกโครงการพัฒนาเมือง ขนาดที่ว่าในสาขาวิชาผังเมืองมักจะสอนวิชาการต่อรอง (Negotiation) โดยหัวใจของวิชาคือ ทำให้ทุกฝ่ายเข้าใจว่าประโยชน์มากกว่าข้อเสียยังไง

“สิ่งหนึ่งที่ได้จากกระบวนการร่วมวางแผน นอกจากข้อสรุปที่เป็นรูปธรรมแล้ว คือความไว้เนื้อเชื่อใจกัน และความเข้าใจกัน พอมานั่งคุยโต๊ะเดียวกัน ก็เหมือนกันนี่ มีข้อจำกัดเหมือนกัน อยากได้อะไรคล้ายๆ กัน และจะทำให้เกิดความรู้สึกของการร่วมกันเป็นเจ้าของ” อ.นิรมล บอก

งานใหญ่ขนาดนี้ หากไม่ได้รับการร่วมมือจากทุกฝ่ายอย่างเต็มกำลัง ก็คงไม่มีทางเกิดขึ้นได้

ขอขอบคุณ : UddC

Writer

อลิษา ลิ้มไพบูลย์

นักอยากเขียนผู้เรียนปรัชญาเพื่อเยียวยาอาการคิดมาก เวลาว่างใช้ไปกับการร้องคอรัสเล่นๆ แบบจริงจัง และดูหนังอย่างจริงจังไปเล่นๆ

Photographer

ธีรพันธ์ ลีลาวรรณสุข

ช่างภาพ นักออกแบบกราฟิก นัก(หัด)เขียน โปรดิวเซอร์และผู้ดำเนินรายการพอดแคสต์ และอื่นๆอีกมากมายแล้วแต่ว่าไปเจออะไรน่าทำ IG : cteerapan

Public Space

ตัวอย่างพื้นที่สาธารณะที่น่าเรียนรู้

งานวิจัยจำนวนมากชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของพื้นที่สีเขียวในเมืองต่อผู้คน ตั้งแต่ทำให้มีสุขภาพดีและมีอายุยืนยาวขึ้นได้ จากการมีพื้นที่ไว้ขยับขยายยืดเส้นร่างกาย หมู่มวลต้นไม้ในเมืองช่วยพยุงสุขภาพจิตของผู้คน ไปจนถึงความจริงปวดใจที่ว่า คนรุ่นใหม่โสดมากขึ้น เพราะพวกเขาไม่มีพื้นที่ส่วนกลางเอาไว้พบปะหรือสร้างสัมพันธ์กับใคร ซึ่งนักวิจัยก็ชี้ให้เห็นแล้วว่า สวนสาธารณะอาจช่วยแก้ไขปัญหานี้ได้ด้วยเช่นกัน

การได้มารับฟังแนวคิดการออกแบบพัฒนาสวนลุมพินีในวาระครบรอบ 100 ปี ใน ค.ศ. 2025 จึงเป็นโอกาสที่มีความหมายเหลือเกินสำหรับฉัน ไม่ใช่แค่เพราะฉันโสดหรอก… (ดักคอไว้ก่อน) แต่เป็นเพราะฉันตระหนักแล้วว่า สวนสาธารณะมีความสำคัญมากแค่ไหนต่อชีวิตของคนกรุงเทพฯ 

สวนลุมพินีโฉมใหม่ แนวคิดใหม่ ที่เราจะเห็นในวาระฉลองครบ 100 ปี ในปี 2025
สวนลุมพินีโฉมใหม่ แนวคิดใหม่ ที่เราจะเห็นในวาระฉลองครบ 100 ปี ในปี 2025

ว่าแล้วก็ขอเชิญทุกท่านนั่งลงรอบเก้าอี้ม้าหิน ไม่ไกลจากประตูทางเข้าลานพระบรมราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ 6 ในเวลาใกล้พระอาทิตย์ตกเกือบ 6 โมงเย็น แล้วเงี่ยหูฟังจาก คุณเอิร์ธ-พงศกร ขวัญเมือง โฆษกกรุงเทพมหานคร และ อาจารย์กช-กชกร วรอาคม ภูมิสถาปนิกที่รับผิดชอบการออกแบบสวนลุมฯ ใหม่ให้กรุงเทพมหานครในคราวนี้ เจ้าของผลงานภูมิสถาปัตย์ อุทยาน 100 ปี จุฬาฯ สวนกลางเมืองซึ่งทำหน้าที่เก็บน้ำฝนป้องกันน้ำท่วม อุทยานเรียนรู้ป๋วย 100 ปี สวนสาธารณะของประชาชนทุกคน และ เจ้าพระยาสกายปาร์ค การเปลี่ยนสะพานด้วนให้กลายเป็นสวนสาธารณะบนสะพาน

สวนลุมพินีโฉมใหม่ แนวคิดใหม่ ที่เราจะเห็นในวาระฉลองครบ 100 ปี ในปี 2025

ณ ทางเข้าสวน

กรุงเทพมหานครมีโครงการ Green Bangkok 2030 ตั้งเป้าเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้ได้ตามมาตรฐานสากล สำนักสิ่งแวดล้อม กรุงเทพมหานคร จึงเดินหน้าปรับปรุงสวนสาธารณะ 11 แห่งรอบกรุงเทพฯ ตั้งแต่ต้น ค.ศ. 2020 คุณเอิร์ธบอกว่า โครงการพัฒนาสวนลุมฯ คือการต่อยอดวิสัยทัศน์นั้น ซึ่งเต็มไปด้วยความท้าทายในหลายมิติ

“เวลาเราไปนิวยอร์ก เรานึกถึง Central Park ไปลอนดอน ก็นึกถึง Hyde Park ถ้าพูดถึงกรุงเทพฯ ก็ต้องนึกถึงสวนลุมฯ” คุณเอิร์ธเปิดฉากเล่า “การปรับปรุงสวนลุมฯ ในวาระครบรอบร้อยปี ไม่ใช่แค่การซ่อมบำรุง เพราะบางปัญหาแค่ซ่อมคงไม่พอ เราต้องมองให้ยาวออกไป โดยยึดเอาพระราชปณิธานของในหลวงรัชกาลที่ 6 ที่ทรงมีพระราชดำริไว้เมื่อครั้งกำเนิดสวนสาธารณะแห่งนี้ใหม่ๆ คือ 

‘เพื่อพระราชทานความศุขสำราญแก่ประชาชน แลเปนเครื่องประดับพระมหานคร’ (สจช. ร.7 ม.16/1) 

“นี่คือโจทย์หลักของกรุงเทพมหานคร นำโดยสำนักสิ่งแวดล้อมและผู้ออกแบบของเรา ว่าจะทำอย่างไรให้สวนลุมฯ ทำหน้าที่นั้นได้ดีกว่าเดิม ด้วยมุมมองของคนในยุคศตวรรษที่ 21 พร้อมกับมองไปอีกร้อยปีข้างหน้าด้วย”

โอกาสแบบนี้ร้อยปีมีครั้ง ผู้ว่าฯ จึงอยากทำให้ดีที่สุด โดยมีกระบวนการที่ภาคประชาชน ภาคเอกชน และภาครัฐ ทุกภาคส่วนมาร่วมมือกัน สมกับที่สวนลุมพินีเป็นสวนสาธารณะประจำเมือง

สวนลุมพินีโฉมใหม่ แนวคิดใหม่ ที่เราจะเห็นในวาระฉลองครบ 100 ปี ในปี 2025

กรุงเทพมหานครและสำนักสิ่งแวดล้อม เจ้าของโครงการ จึงเชิญทีมนักออกแบบที่มีความสามารถหลากหลายทีมมาประกวดแบบ ผู้ชนะคือบริษัท Landprocess ของอาจารย์กช ซึ่งอัดแน่นไปด้วยทีมที่ปรึกษามากประสบการณ์จากหลายสาขาอาชีพ ไม่ว่าจะเป็น รศ.นิลุบล คล่องเวสสะ และ รศ.ดร.รุจิโรจน์ อนามบุตร สองปรมาจารย์ด้านสวนสาธารณะ ศ.กิตติคุณ เดชา บุญค้ำ ผู้บุกเบิกวงการภูมิสถาปัตย์ไทยที่เคยออกแบบปรับปรุงสวนลุมพินีเมื่อเกือบ 50 ปีที่แล้ว อ.รณฤทธิ์ ธนโกเศศ และ อ.ดร.วิภากร ธรรมวิมล ที่ปรึกษาด้านประวัติศาสตร์-ภูมิทัศน์วัฒนธรรม คุณหัทยา สิริพัฒนากุล เลขาธิการ Icomos Thai ผศ.ภาวิณี อินชมภู และ ครูต้อ-ธราดล ทันด่วน รุกขกรรุ่นแรกของเมืองไทย ดร.สรณรัชฎ์ กาญจนะวณิชย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านนิเวศวิทยา อ.ดร.ดนัย ทายตะคุ ผู้เชี่ยวชาญด้านนิเวศภูมิทัศน์ ผศ.ดร.ชัยพร ภู่ประเสริฐ วิศวกรด้านน้ำ ทีม G49 ซึ่งเชี่ยวชาญด้านป้ายสัญลักษณ์ในพื้นที่สาธารณะ (Signage) ร่วมด้วยเครือข่ายนักนิเวศแนวหน้าของประเทศอีกมากมาย สมกับเป็นพื้นที่สาธารณะของทุกคน

ความท้าทายของสวนประจำเมือง

“สวนลุมฯ มีชีวิตอยู่แล้ว มีคนใช้งานทุกวัน แต่ก็มีปัญหาเรื้อรังเยอะมาก ความท้าทายของงานนี้คือ ทำยังไงให้วาระนี้เป็นการพัฒนาสิ่งแวดล้อมของเมือง ไม่ใช่แค่การจัดสวนสวย” อาจารย์กชเริ่มเล่าวิธีตีโจทย์

“พอดูแผนที่อุณหภูมิย้อนหลังหลายๆ ปี พบว่าพื้นที่ที่ว่าเขียวนั้นร้อนขึ้นเรื่อยๆ ต้นไม้ดูเหมือนอุดมสมบูรณ์ แต่ทรุดโทรมไปเยอะ ชนิดพันธุ์ไม่หลากหลาย แล้วมีปัญหาน้ำเน่าเสีย ส่วนกรุงเทพฯ ก็ยังมีความท้าทายเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ น้ำท่วม PM 2.5 น้ำแล้ง เราเป็นภูมิสถาปนิกที่มีแนวทางชัดเจนในการแก้ปัญหาพวกนี้ อยากพัฒนาสุขภาพเมืองผ่านการพัฒนาสุขภาพของสวนลุมฯ”

สวนลุมพินีโฉมใหม่ แนวคิดใหม่ ที่เราจะเห็นในวาระฉลองครบ 100 ปี ในปี 2025
ร่างแรกของสวนลุมพินีโฉมใหม่

“การพัฒนาสวนลุมฯ ไม่ง่ายเหมือนสร้างสวนใหม่จากศูนย์ เพราะต้นไม้ที่มีอยู่มีปัญหา มีสิ่งที่ต้องแก้อยู่แล้ว แล้วก็เป็นสวนสาธารณะที่มีความทรงจำ มีประวัติยาวนาน ทั้งที่จับต้องได้และจับต้องไม่ได้ ที่นี่เป็นผืนดินที่รัชกาลที่ 6 พระราชทานให้ประชาชน จึงเป็นศักดิ์เป็นศรีและมีเรื่องราวอยู่ในความทรงจำของผู้คนมากมาย เราจะเก็บสิ่งเหล่านี้ให้ยังคงอยู่อย่างไร และสัดส่วนของสิ่งใหม่ที่จะเพิ่มเข้าไปคืออะไร ต้องไม่ใช่แค่งานออกแบบสวยๆ แต่เราจะเก็บความทรงจำเก่าและใส่ความใหม่ให้อยู่คู่กับคนไปอีกร้อยปีได้อย่างไร” ภูมิสถาปนิกสาวอธิบาย

แม้ว่าจะไม่มีใครรู้คำตอบที่ถูกต้อง แต่ทีมนักออกแบบก็พยายามคิดถึงกลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกับสวนแห่งนี้ให้ครอบคลุมที่สุด

5 แนวคิดใหม่ของสวนลุมพินี

แนวความคิดที่อาจารย์กชเสนอกับกรุงเทพมหานคร ไม่ได้เป็นไอเดียใหญ่ไอเดียเดียว แต่เป็น 5 แนวคิดที่จะกลายเป็นหัวใจของสวนลุมพินี

สวนลุมพินีโฉมใหม่ แนวคิดใหม่ ที่เราจะเห็นในวาระฉลองครบ 100 ปี ในปี 2025
ภาพฝันของการเปิดพื้นที่รองรับกิจกรรมหลากหลายในอนาคต

หนึ่ง ประวัติศาสตร์

อาจารย์กชเลือกใช้แนวแกนเดิมแล้วสร้างเรื่องราวเพิ่มขึ้น เช่น เพิ่มชื่อถนนสวนลุม 100 ปี

สอง พื้นที่ผสานความหลากหลายทางวัฒนธรรม

“สวนสาธารณะในต่างประเทศมีอะไรสนุกๆ หรือเป็นแหล่งเรียนรู้ สวนลุมฯ ก็เป็นแบบนั้นได้ เราเรียนรู้เรื่องอะไรก็ได้จากในสวน ถ้าเราเป็นเด็ก เราคงอยากรู้เรื่องสิ่งแวดล้อมที่ตอนนี้แทบไม่มีอยู่แล้วในเมือง สวนอาจกลายเป็นศูนย์เรียนรู้เรื่องต้นไม้ นก นิเวศวิทยาเมือง แล้วก็มีมิติเรื่องศิลปวัฒนธรรมด้วย เราจะทำเรื่องนี้ในโซนตึกที่ไม่ได้ใช้งาน เช่น ห้องสมุด ซึ่งตอนนี้เหมือนไม่ได้มาอ่านหนังสือในสวน เราต้องทลายกำแพงของสถาปัตยกรรมกับพื้นที่โดยรอบให้กลายเป็นเนื้อเดียวกัน”

สาม Modern Recreation

คนอาจจะคุ้นเคยกับการมาสวนลุมฯ เพื่อรำไทเก๊กหรือวิ่งออกกำลังกาย แต่คนรุ่นใหม่มีรูปแบบการออกกำลังกายหลากหลายกว่านั้นมาก สวนจึงต้องปรับตัวตาม

ภารกิจรีดีไซน์ 'สวนลุมพินี' สวนสาธารณะแห่งแรกของไทยครบรอบ 100 ปี กับการปรับปรุงปอดสีเขียว 360 ไร่ให้กลายเป็นพื้นที่สำหรับชาวกรุงเทพฯ ทุกคน
ภาพไอเดียลานกิจกรรมที่สอดรับกับคนทุกวัย

อาจารย์พรพรรณ ฟูตระกูล เป็นอาจารย์ด้านภูมิสถาปัตยกรรมรุ่นใหญ่ ชี้ประเด็นว่า สวนลุมฯ มีทั้งพื้นที่ที่ถูกใช้งานมากเกินไปจนเบียดเสียด เช่น รำไทเก๊กหรือวิ่ง และพื้นที่ที่ไม่ได้ถูกใช้งานอย่างเต็มที่อีกมาก น่าจะเพิ่มพื้นที่สำหรับกิจกรรมใหม่ๆ สนุกๆ ได้อีก แต่ก็ต้องดูแลอากงอาม่าที่ใช้งานอยู่ด้วย” อาจารย์กชเล่าความคิดอันบรรเจิดต่อว่า

“เราอยากเพิ่มพื้นที่ของ Paddle Board คายัค และเซิร์ฟสเก็ต ส่วนปัญหาเรื่องจักรยานกับคนวิ่งที่ต้องสลับเวลากันใช้ก็ต้องออกแบบเส้นทางใหม่ คนจะได้มาออกกำลังกายกันมากๆ จะได้มีสุขภาพที่ดีขึ้น”

ภารกิจรีดีไซน์ 'สวนลุมพินี' สวนสาธารณะแห่งแรกของไทยครบรอบ 100 ปี กับการปรับปรุงปอดสีเขียว 360 ไร่ให้กลายเป็นพื้นที่สำหรับชาวกรุงเทพฯ ทุกคน
อนาคตที่สวนลุมพินีเป็นศูนย์กลางของวัฒนธรรม

สี่ การออกแบบสำหรับผู้ใช้ทุกคน 

“การออกแบบของเราจำคำนึงถึงคนแก่ คนพิการ รวมถึงคนไร้บ้านด้วย ซึ่งมีจำนวนสามร้อยถึงสี่ร้อยคน ยุคหนึ่งเราถูกสอนให้ออกแบบเพื่อให้คนกลุ่มนี้ใช้งานไม่สะดวก อย่างเช่น ม้านั่งที่เป็นคอนกรีตและมีแกนกลางกั้น ป้องกันไม่ให้เขาเข้ามานอน

“ถึงวันนี้ กระบวนทัศน์ของโลกเปลี่ยนไปแล้ว พื้นที่สาธารณะควรรองรับการใช้งานของทุกคน เมื่อการออกแบบไม่เอื้อ เขาก็ไปใช้ห้องน้ำคนพิการเพื่อต่อคิวกันอาบน้ำ หรือกลุ่ม LGBTQ ที่อาจจะไม่สะดวกเข้าห้องน้ำผู้ชายหรือห้องน้ำผู้หญิง” อาจารย์กชสรุปว่านี่คือสิ่งที่ทีมของเธอต้องแก้ปัญหา

และยังย้ำอีกว่า นี่คือแนวคิดเบื้องต้นที่เสนอเพื่อประกวดแบบเท่านั้น งานออกแบบจริงต้องผ่านกระบวนการการมีส่วนร่วมของประชาชนก่อน ถึงจะได้แบบที่นำไปสร้างจริง

กระบะทรายเพื่อรองรับความไม่แน่นอนในอนาคต

ห้า Climate Action Park

อาจารย์กชเก็บไฮไลต์ในการออกแบบไว้เล่าเป็นเรื่องสุดท้าย “เราอยากทำให้สวนลุมฯ แสดงถึง ความพยายามของกรุงเทพฯ ในการรับมือกับปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เรื่องน้ำ ฝุ่น PM 2.5 และพื้นที่สีเขียวในเมืองที่ไม่เพียงพอ” 

ภารกิจรีดีไซน์ 'สวนลุมพินี' สวนสาธารณะแห่งแรกของไทยครบรอบ 100 ปี กับการปรับปรุงปอดสีเขียว 360 ไร่ให้กลายเป็นพื้นที่สำหรับชาวกรุงเทพฯ ทุกคน
มนุษย์กับธรรมชาติอยู่ด้วยกันอย่างกลมกลืน

“สวนลุมฯ มีพื้นที่สามร้อยหกสิบกว่าไร่ ซึ่งใหญ่มาก เป็นที่ใจกลางเมืองแปลงสุดท้ายผืนใหญ่และมีต้นไม้เยอะขนาดนี้ ที่นี่จึงมีบทบาทในการช่วยเมืองลดฝุ่น ช่วยรับน้ำฝน หรือแม้แต่ทำความสะอาดแหล่งน้ำที่อยู่ในสวนไม่ให้เน่า โดยใช้แนวคิดของธรรมชาติมาช่วย ปัญหาของเมืองคือ ธรรมชาติกลับมาฟื้นคืนชีพไม่ได้เร็วพอ เราจึงอยากสร้างสภาวะที่อำนวยให้ธรรมชาติกลับมาฟื้นตัวด้วยตัวเองได้ (Regenerative City) สวนลุมฯ ก็จะอุดมสมบูรณ์มากกว่านี้ 

“หลายเมืองในต่างประเทศ มีสวนสาธารณะที่แก้ปัญหาของเมืองนั้นๆ ถ้าเราจะสร้างที่นี่ให้เป็นผู้นำเรื่องการแก้ปัญหาเมือง ก็ต้องตอบโจทย์ความท้าทาย ความไม่แน่นอนที่จะเกิดขึ้นกับเมืองในอนาคตให้ได้ เช่น ในสภาวะแห้งแล้งสุดๆ จะใช้น้ำจากที่ไหนในการรดน้ำต้นไม้สามร้อยกว่าไร่ เรามีการคิดเรื่องระบบเก็บน้ำฝนที่พอเพียงหรือเปล่า เป็นต้น”

หากเข้าใจไม่ผิด นี่คือการเปิดโอกาสให้ธรรมชาติในสวนได้แสดงศักยภาพออกมามากกว่าที่เคย และอาจช่วยย้ำเตือนให้มนุษย์เห็นความสำคัญของธรรมชาติได้อีกครั้ง 

“เรามองเรื่องอาหารด้วยนะ ไม่ใช่แค่อาหารของคนอย่างเดียว แต่หมายถึงอาหารของแมลงอย่างผึ้งด้วย” อาจารย์กชเสริมอีกเมื่อเห็นว่าฉันสนใจประเด็นความท้าทายแห่งอนาคตเป็นพิเศษ “มีพื้นที่ให้คนมาเช่าที่ทำแปลงปลูกของตัวเอง ลองคิดดูว่าทุกวันนี้เราใช้น้ำไปเท่าไหร่กับการรดน้ำหญ้า และไม่เกิดประโยชน์อะไรนอกจากแค่มอง ถ้าเปลี่ยนมาใช้น้ำเหล่านั้นรดพืชผักหรือไม้ยืนต้นกินได้ ไม่ใช่แค่ไม้ดอก แต่เป็นไม้ดอกที่มีน้ำหวาน เป็นอาหารของผึ้ง ผีเสื้อ แมลงผสมเกสรที่ช่วยขยายพันธุ์ต่อชีวิตต้นไม้ ดอกไม้ ซึ่งเราตั้งใจเลือกให้เป็นพรรณไม้พื้นถิ่น ฟันเฟืองธรรมชาตินี้จะเพิ่มประสิทธิภาพให้กับสวนมากขนาดไหน

“เราพยายามเสนอเรื่อง Urban Farming มาตลอด ในทุกโอกาสที่ทำได้ เพราะคิดว่ามันดีกับผู้คนในปัจจุบันที่ต่างโหยหาอาหารที่ดี ขาดการพึ่งพาตัวเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลาที่วิกฤตโรคระบาดสร้างข้อจำกัดให้การขนส่งพืชผักผลไม้ คนกรุงเทพฯ กำลังเผชิญหน้ากับการขาดความมั่นคงทางอาหาร มิติเหล่านี้เราใส่ไว้ใน Proposal แต่จะเกิดจริงหรือเปล่า ก็ขึ้นอยู่กับประชาชนว่าซื้อไอเดียนี้ไหม”

ฉันได้แต่ตอบติดตลกกับคู่สนทนาไปว่า ‘รับชำระด้วย QR Code ไหมคะ’ เพราะมนุษย์กรุงเทพฯ อย่างฉันซื้อไอเดียนี้ตั้งแต่ยังไม่ขายแล้ว!

สวนลุมพินี ที่มีคำกริยาเพิ่มมากขึ้น

สุดท้ายแล้วสวนลุมพินีในวันที่อายุครบ 100 ปีจะมีหน้าตาเปลี่ยนไปมากมายขนาดไหน แค่คิดตามก็อดตื่นเต้นไม่ได้ 

“สวนลุมพินีจะครบร้อยปี ใน ค.ศ. 2025 แต่ว่าเราต้องเริ่มทำแล้ว ต้องขอบคุณท่านผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครและผู้อำนวยการสำนักสิ่งแวดล้อม ที่เป็นผู้ริเริ่มและเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ ผลักดันให้โครงการนี้เป็นรูปเป็นร่างขึ้นมา มันไม่ใช่ง่ายๆ เลย” นักออกแบบสวนอธิบายถึงกระบวนการปรับปรุงครั้งใหญ่ต่อ

“เราจะไม่ปิดสวน แต่จะทำงานไปทีละโซน เป็นงานประณีตที่เราค่อยๆ ทำไปทีละจุด ทำให้เห็นด้านต่างๆ ของสวนชัดเจนขึ้น ซึ่งต้องการความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพราะนี่คือสวนของทุกคนค่ะ”

ภารกิจรีดีไซน์ 'สวนลุมพินี' สวนสาธารณะแห่งแรกของไทยครบรอบ 100 ปี กับการปรับปรุงปอดสีเขียว 360 ไร่ให้กลายเป็นพื้นที่สำหรับชาวกรุงเทพฯ ทุกคน

“เดี๋ยวเราจะมีแคมเปญต่างๆ ที่เปิดให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม ทั้งแชร์ความทรงจำ ประสบการณ์ แนวคิดการพัฒนาสวนลุมฯ เปิดประเด็นให้ทุกคนช่วยกันแสดงความเห็นอย่างสร้างสรรค์ว่าสวนนี้จะเป็นอะไรได้อีก หรือแม้แต่ปัญหาที่ต้องแก้ 

“โครงการนี้เราเป็นผู้ออกแบบ แต่เราอยากทำตัวเป็นผู้สนับสนุนให้เกิดการออกแบบ (Design Facilitator) ถ้าเล่นบทเป็นผู้ออกแบบอย่างเดียวคงแก้ปัญหาได้ไม่รอบ เราต้องเรียนรู้ใหม่เกือบทั้งหมด เรียนจากผู้เชี่ยวชาญ ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ผู้ใช้งานจริง ผ่านกระบวนการพูดคุยหลายสิบเวที ทั้งออนไลน์ และออฟไลน์ อะไรที่ต้องคำนึงถึงในการออกแบบสวนสาธารณะที่ดีบ้าง มากไปกว่ากายภาพของแบบ เราอยากให้กระบวนการออกแบบสวนลุมพินี เป็นโมเดลให้การออกแบบพื้นที่สาธารณะอีกนับร้อยทั่วกรุงเทพฯ” ตัวแทนกลุ่มนักออกแบบกล่าวอย่างจริงจัง

“เมื่อปรับปรุงเสร็จแล้ว ที่นี่จะเป็นมากกว่าแค่สวนสาธารณะ” สถาปนิกสาวให้คำมั่น “เราอยากให้มีคำกริยาในสวนลุมฯ เยอะกว่านี้ ไม่ใช่แค่มาวิ่ง แต่มารดน้ำผัก พาหมามาวิ่งในบางพื้นที่ที่เป็น Dog Park ได้ไหม อาจารย์พานักศึกษามาเรียนในสวน มีสนามเด็กเล่นที่ใช้ธรรมชาติออกแบบ เพื่อให้เด็กได้มีพื้นที่ของเขา สัญญาว่าจะไม่สเปกแบบที่เอาของสำเร็จรูปมาใช้ แต่จะเป็นหินจริง น้ำจริง เราอยากก้าวไปอีกขั้นให้คนได้ใกล้ชิดธรรมชาติมากขึ้น ไม่ใช่แค่มองอย่างหรือวิ่งผ่าน แต่ได้มีปฏิสัมพันธ์กับป่าในเมือง หรืออย่างน้อยที่สุด แค่มีมุมร้านกาแฟดีๆ จะดีแค่ไหน” อาจารย์กชเล่าด้วยตาเป็นประกาย

ภารกิจรีดีไซน์ 'สวนลุมพินี' สวนสาธารณะแห่งแรกของไทยครบรอบ 100 ปี กับการปรับปรุงปอดสีเขียว 360 ไร่ให้กลายเป็นพื้นที่สำหรับชาวกรุงเทพฯ ทุกคน

อาจารย์ไก่ (รณฤทธิ์ ธนโกเศศ) ผู้เชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์ในทีมของเรา เคยพูดสิ่งนี้แล้วทำให้เราใจฟู น้ำตารื้น มีแรงฮึดลูกใหญ่ เขาบอกว่า 

“ผมหวังว่าในอีกสามปีข้างหน้า หลังความหม่นหมอง ซบเซาของโรคระบาด เราจะได้มีความชื่นมื่น เฉกเช่นงานใหญ่ที่เคยถูกยกเลิกไปเมื่อร้อยปีที่แล้ว (สยามรัฐพิพิธภัณฑ์) ซึ่งเป็นต้นกำเนิดสวนลุมพินีของเราในวันนี้ จะได้มีโอกาสกลับมาสร้างชีวิตชีวาให้สวนลุมฯ ในรูปแบบใหม่ และทำให้ประชาชนมีความสุขสำราญอีกครั้ง” 

ก่อนพระอาทิตย์จะลับ คุณเอิร์ธทิ้งท้ายว่า “โครงการนี้ เราอยากฟังเสียงของทุกคนในฐานะคนกรุงเทพฯ มาช่วยกันเขียนประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของสวนลุมฯ ไปด้วยกัน ทุกคนติดตามความเคลื่อนไหวและสาระดีๆ เกี่ยวกับการปรับปรุงครั้งนี้ได้ที่ได้ที่เพจเฟซบุ๊ก สวนลุม 100 ปี ทีมงานสัญญาว่าจะนำทุกความคิดเห็นไปทบทวน เพื่อพัฒนาสวนสาธารณะที่ดีที่สุดสำหรับทุกๆ คนต่อไปครับ”

แทบไม่ต้องเดาว่างานนี้เป็นงานที่ทีมงานต้องแบกความกดดันอยู่ไม่ใช่น้อย เพราะเป็นโปรเจกต์ใหญ่ที่มีผู้มีส่วนได้ส่วนเสียมหาศาล แต่อาจารย์กชก็บอกว่าเธอไม่ได้กำลังสู้กับสิ่งนี้อยู่คนเดียว แต่มีแรงสนับสนุนจากหลายฝ่าย และพร้อมจะให้สาธารณชนเป็นคนช่วยหาคำตอบที่ถูกต้องให้กับเธอว่า สวนลุมพินีควรมีหน้าตาเช่นไรในท้ายที่สุด

ในฐานะมนุษย์กรุงเทพฯ คนหนึ่งก็ขอเอาใจช่วย 

และลุ้นไปด้วยว่าเราจะได้เห็นโฉมหน้าใหม่ที่เอื้อเฟื้อต่อผู้ใช้งานอย่างเรามากขึ้นขนาดไหน ในวันที่สวนลุมฯ อายุครบ 100 ปี

ภาพ : Landprocess

ข้อมูลอ้างอิง

www.jrf.org.uk

www.newscientist.com

Writer

เกวลิน ศักดิ์สยามกุล

นักออกแบบ-สื่อสารเพื่อความยั่งยืน ที่อยากเล่าเรื่องสิ่งแวดล้อมผ่านชีวิต บทสนทนา และแบรนด์ยาสีฟันเม็ดเล็กๆ ของตัวเอง

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load