นิวซีแลนด์ ประเทศที่ล้อมรอบด้วยมหาสมุทร 

ดินแดนที่เป็นเหมือนสวรรค์บนดินและมีของขวัญจากธรรมชาติ ทั้งอาหารจากทะเลและภูเขา ผลไม้คุณภาพดีอย่างแอปเปิ้ล บลูเบอร์รี่ กีวีหวานฉ่ำ ช็อกโกแลตไร้น้ำมันปาล์ม ซีเรียลจากธัญพืชเกรดพรีเมียม คุกกี้ที่ใช้สูตรดั้งเดิมของธุรกิจครอบครัว Happy Farms จากฝูงสัตว์ในฟาร์มที่เลี้ยงให้เดินเล่นอย่างอิสระตามหุบเขา ยังไม่นับสินค้าสูตรอ่อนโยนจากธรรมชาติ ทั้งเครื่องสำอางจากน้ำผึ้ง Manuka ดอกไม้ และโคลนภูเขาไฟ น้ำยาซักผ้าสูตรอ่อนโยนที่ย่อยสลายได้และไม่ทำให้น้ำเสีย 

10 แบรนด์จาก นิวซีแลนด์ ที่ปกป้องธรรมชาติตามปรัชญาชีวิตชาวเมารี และมีหัวใจเป็นความยั่งยืน

คนนิวซีแลนด์ดูแลของขวัญจากธรรมชาติอย่างดี ทำให้แบรนด์ในประเทศได้รับความน่าเชื่อถือจนเป็นผู้ส่งออกรายใหญ่มากกว่า 120 ประเทศทั่วโลก และเป็นผู้นำด้านความยั่งยืน

หากเคยรู้จักนิวซีแลนด์แค่นกกีวี ครีมรกแกะ เขากวาง หรือวิวทิวทัศน์อันสวยงาม วันนี้ The Cloud อยากพาบินลัดฟ้ามาทำความรู้จักนิวซีแลนด์ในแง่มุมที่ลึกซึ้งขึ้นกับ ไรอัน เฟรียร์ ท่านทูตพาณิชย์ และ เจน-ชัดเจน ตันตาคม หัวหน้าฝ่ายพัฒนาธุรกิจ จากสำนักงานพาณิชย์ของสถานเอกอัครราชทูตนิวซีแลนด์ประจำประเทศไทย

 A Philosophy of Care from Māori

Kaitiakitanga อ่านว่า ไคติอากิทังก้า คือความเชื่อเรื่องการพิทักษ์ปกป้องธรรมชาติ มาจากปรัชญาของชาวเมารี ชนพื้นเมืองในนิวซีแลนด์ ที่บอกว่าทุกคนมีหน้าที่ดูแลพื้นดิน ผืนน้ำ และอากาศ เพื่อปกป้องทรัพยากรธรรมชาติในประเทศ ซึ่งชาวนิวซีแลนด์ทุกคนคือ Kaitiaki พวกเขาภูมิใจที่ได้ดูแลสิ่งที่ธรรมชาติมอบให้เป็นอย่างดี และส่งต่อให้กับคนรุ่นลูกหลานต่อไป

สิ่งที่น่าสนใจคือ ธุรกิจส่วนใหญ่ในนิวซีแลนด์มีขนาดเล็กเป็นรูปแบบธุรกิจครอบครัว ส่วนตลาดภายในประเทศนั้นมีขนาดจำกัด เพื่อให้ธุรกิจเติบโตอย่างยั่งยืน แบรนด์ที่เกิดขึ้นจากนิวซีแลนด์จึงเริ่มต้นด้วยโจทย์ สินค้าจากธรรมชาติคุณภาพสูงเพื่อส่งออกสู่ตลาดโลก

และเพราะผลจากการดำเนินชีวิตตามปรัชญา Kaitiakitanga ที่ชาวนิวซีแลนด์ช่วยกันดูแลธรรมชาติ ทำให้ดิน น้ำ และอากาศดี ได้ผลผลิตคุณภาพพรีเมียม ส่งผลให้แบรนด์และธุรกิจส่งออกจากนิวซีแลนด์นั้นเป็นที่ไว้ใจและเติบโตในตลาดโลกอย่างรวดเร็ว

แม้เป็นประเทศพัฒนาแล้วที่เทคโนโลยีรุดหน้าและมีมูลค่าการส่งออกที่ใหญ่และเติบโตเร็วลำดับต้นๆ ของโลก แต่นิวซีแลนด์ยังเคารพความเชื่อและวัฒนธรรมดั้งเดิมของคนพื้นเมืองไม่เสื่อมคลาย พวกเขายกย่องคนเมารีให้มีสิทธิ์มีเสียงในสภา เพราะถือว่าพวกเขาเป็นเจ้าของที่ดินทำกิน เด็กๆ ในโรงเรียนได้เรียนทั้งภาษาเมารีและภาษาอังกฤษ การประชุมในสถานทูตใช้ภาษาเมารีเปิดประชุมกับบุคคลสำคัญ และมักร้องเพลงภาษาเมารีปิดท้ายหลังทำกิจกรรมเสร็จเสมอ 

10 แบรนด์ ของฝาก จาก นิวซีแลนด์ ที่ปกป้องธรรมชาติตามปรัชญาชีวิตชาวเมารี และมีหัวใจเป็นความยั่งยืน

Open-hearted Country Who Really Cares 

หลักการใช้ชีวิตที่ใส่ใจธรรมชาติของคนเมารีถูกสืบทอดส่งต่อให้เกิดนโยบายระดับประเทศที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม 

“ประเทศเราเป็นเกาะขนาดเล็กที่แยกออกมาในมหาสมุทรแปซิฟิก ไม่มีเขตแดนติดกับประเทศอื่นเลย เราต้องพึ่งพาทรัพยากรธรรมชาติของตัวเองเป็นหลัก จึงต้องรักษามันให้ดี” ท่านทูตพาณิชย์เล่าสภาพภูมิศาสตร์ของนิวซีแลนด์ที่แม้จะดูเหมือนเป็นข้อเสียแต่กลับกลายเป็นข้อดี 

ภูมิอากาศเย็นของนิวซีแลนด์นั้นส่งผลให้แมลงมีน้อย ทำให้การงดใช้สารเคมี ปลูกผลไม้ตามธรรมชาติ และเลี้ยงสัตว์ในฟาร์มตามทุ่งหญ้าเปิดเป็นเรื่องง่าย 

10 แบรนด์ ของฝาก จาก นิวซีแลนด์ ที่ปกป้องธรรมชาติตามปรัชญาชีวิตชาวเมารี และมีหัวใจเป็นความยั่งยืน
10 แบรนด์ ของฝาก จาก นิวซีแลนด์ ที่ปกป้องธรรมชาติตามปรัชญาชีวิตชาวเมารี และมีหัวใจเป็นความยั่งยืน

ประกอบกับนโยบายควบคุมมาตรฐานความปลอดภัยที่เคร่งครัด เช่น การแบนฮอร์โมนเร่งโตและอาหารดัดแปลงพันธุกรรม อาหารจากนิวซีแลนด์จึงมีคุณภาพน่าเชื่อถือและปลอดภัยสูง

ระบบความปลอดภัยทางชีวภาพเป็นอีกมาตรการหนึ่งที่ช่วยป้องกันโรคแพร่ระบาดในฟาร์มได้ 

“เราใช้เทคโนโลยีที่รุดหน้าผสมผสานกับวัฒนธรรมความใส่ใจธรรมชาติ ทำให้การดูแลสิ่งแวดล้อมของเรามีความโปร่งใสและจริงจัง” ท่านทูตพาณิชย์เล่าแก่นสำคัญที่ทำให้นิวซีแลนด์รักษามาตรฐานความใส่ใจสิ่งแวดล้อมมาได้อย่างยาวนาน

“เหนือสิ่งอื่นใด การทำให้คนเห็นความสำคัญเรื่องความยั่งยืน คือการให้ความรู้ การเทรนนิ่งเป็นเรื่องสำคัญที่เราใส่ใจ”

10 แบรนด์ ของฝาก จาก นิวซีแลนด์ ที่ปกป้องธรรมชาติตามปรัชญาชีวิตชาวเมารี และมีหัวใจเป็นความยั่งยืน
10 แบรนด์ ของฝาก จาก นิวซีแลนด์ ที่ปกป้องธรรมชาติตามปรัชญาชีวิตชาวเมารี และมีหัวใจเป็นความยั่งยืน

Integrity : The Art of Doing Business With Care 

ไม่เพียงนโยบายระดับประเทศเท่านั้นที่โอบรับความเชื่อของชาวเมารี คนนิวซีแลนด์ทั่วไปทั้งผู้ประกอบการและเกษตรกรต่างก็ยึดหลักการทำธุรกิจแบบ Integrity ใส่ใจและซื่อสัตย์ต่อธรรมชาติเช่นเดียวกัน 

หลายแบรนด์ที่โด่งดังในนิวซีแลนด์ แม้เป็นธุรกิจครอบครัวที่เริ่มต้นจากการทำในสเกลขนาดเล็ก แต่มีคุณภาพระดับโลก พร้อมส่งออกไปยังหลายประเทศได้ และยังคงยึดหลักทำธุรกิจแบบพอเพียงอยู่ ไม่เน้นขยายการผลิตในปริมาณมากเกินไปจนทำลายธรรมชาติ

เมื่อจับปลา ก็จับไม่หมดทะเล

เมื่อใช้ป่า ก็ปลูกทดแทน

สินค้าของนิวซีแลนด์จึงไม่เน้นแข่งด้วยปริมาณ แต่แข่งด้วยคุณภาพ เพราะหากขยายสเกลเพื่อขายสินค้าในปริมาณมาก จะทำให้การดูแลควบคุมคุณภาพและความปลอดภัยทำได้ยากขึ้น

แม้ดูเหมือนสินค้ารักษ์โลกจับตลาดที่เล็กกว่ามาก แต่เพราะชาวนิวซีแลนด์ล้วนรักโลกเหมือนกัน หลายแบรนด์ท้องถิ่นในนิวซีแลนด์จึงขึ้นมาเป็นผู้นำตลาด และชนะแบรนด์ใหญ่ในประเทศได้อย่างไม่น่าเชื่อ

10 แบรนด์ ของฝาก จาก นิวซีแลนด์ ที่ปกป้องธรรมชาติตามปรัชญาชีวิตชาวเมารี และมีหัวใจเป็นความยั่งยืน
10 แบรนด์ ของฝาก จาก นิวซีแลนด์ ที่ปกป้องธรรมชาติตามปรัชญาชีวิตชาวเมารี และมีหัวใจเป็นความยั่งยืน

10 Gifts of Nature

อ่านมาถึงตรงนี้ หลายคนน่าจะอยากแกะห่อของขวัญจากธรรมชาติกันแล้วว่า เรื่องราวเบื้องหลังธุรกิจของนิวซีแลนด์เหล่านี้ที่ไม่เพียงครองใจผู้บริโภค แต่ยังคงเป็นแบรนด์ที่รักสิ่งแวดล้อมและเน้นความยั่งยืนของธรรมชาติได้อย่างไร

พร้อมแล้วหยิบตะกร้าตามมาช้อปปิ้งทีละหมวดกันเลย 

Selective Fruit

ผลไม้พันธุ์พิเศษจากวิธีดูแลที่พิเศษ

Golden Bay Fruit

10 แบรนด์ ของฝาก จาก นิวซีแลนด์ ที่ปกป้องธรรมชาติตามปรัชญาชีวิตชาวเมารี และมีหัวใจเป็นความยั่งยืน

ไม่ใช่แค่คุณภาพของผลแอปเปิ้ลเท่านั้น แต่ Golden Bay Fruit ยังให้ความสำคัญกับทุกๆ สิ่งที่ทำ เพราะถือเป็นความรับผิดชอบต่อสังคมที่เขาอยู่ ด้วยหัวใจของการปกป้องธรรมชาติ การคิดถึงชุมชนที่ดีขึ้น และการพัฒนาของเศรษฐกิจและเทคโนโลยีส่งผลให้ Golden Bay Fruit  เป็นธุรกิจที่ยั่งยืนต่อโลกใบนี้

“ความหมายของความยั่งยืนนั้นแสนจะเรียบง่าย ทั้งหมดเกี่ยวข้องกับลูกหลานของพวกเรา และโลกที่เราเหลือไว้ให้พวกเขาอยู่ต่อ” Health Wilkins CEO และผู้ร่วมก่อตั้ง Golden Bay Fruit บอกเรา

เดาได้ไหมว่าทำไมบริษัท Golden Bay Fruit ที่เน้นขายผลไม้อย่างแอปเปิ้ลถึงต้องลงทุนดูแลผึ้งด้วย 

เหตุผลที่เรียบง่าย คือ ผึ้งจะช่วยในการผสมเกสร ทำให้ผลแอปเปิ้ลเติบโตงอกงาม ถือเป็นการเลือกใช้ตัวช่วยจากธรรมชาติมาช่วยดูแลแอปเปิ้ลนั่นเอง 

Golden Bay Fruit

การใส่ใจระบบนิเวศทั้งหมดทำให้ได้แอปเปิ้ลที่อร่อยแบบพอดี อากาศที่เหมาะสมทำให้ได้ผลแอปเปิ้ลสีสวย แสงแดดและน้ำที่เพียงพอ รวมถึงการทำให้ต้นไม้ไม่เครียด มีความสุขใต้แสงอาทิตย์ ทำให้ได้รสชาติที่ฝรั่งเรียกว่า Crispy, Juicy และ Sweet ออกมาเป็นแอปเปิ้ลพันธ์ุพรีเมียมอย่างเช่น Cherish™️ และ Ruby Star™

สำหรับแอปเปิ้ลผลที่เน่าเสีย ทางฟาร์มนำมาทำเป็นเชื้อเพลิงชีวภาพสำหรับรถแทรกเตอร์ในฟาร์มต่อไป กลายเป็นฟาร์มที่ใช้แอปเปิ้ลอย่างครบวงจร 

BerryCo.

BerryCo
ภาพ : www.berryco.co/

ผลไม้ลูกใหญ่มักเกิดจากการฉีดสารเคมีเร่งให้โต แต่บลูเบอร์รี่สายพันธ์ุ Eureka เป็นบลูเบอร์รี่นิวซีแลนด์คุณภาพพรีเมียมที่ขึ้นชื่อเรื่องผลเบอร์รี่ลูกใหญ่ รสชุ่มฉ่ำ และไม่ได้ผ่านการดัดแปลงทางพันธุกรรมเลย 

บลูเบอร์รี่ลูกใหญ่พิเศษนี้เกิดจากการทดลองปลูกจนเกิดสายพันธ์ุผสม ทำให้โดดเด่นเรื่องรสชาติและความสดใหม่

BerryCo. จึงนิยามตัวเองว่าเป็นบริษัทที่เป็น Growing Innovation นอกจากคิดค้นสายพันธ์ุบลูเบอร์รี่ที่อร่อยพิเศษเป็นลิขสิทธิ์ของประเทศตัวเองแล้ว ยังให้ความสำคัญกับนวัตกรรมที่ทำให้ส่งออกไปยังประเทศต่างๆ ได้ตลอดทั้งปีอีกด้วย 

T&G

10 แบรนด์ ของฝาก จาก นิวซีแลนด์ ที่ปกป้องธรรมชาติตามปรัชญาชีวิตชาวเมารี และมีหัวใจเป็นความยั่งยืน

T&G เริ่มก่อตั้งในนิวซีแลนด์เมื่อ 120 ปีก่อน ปัจจุบันกลายเป็นผู้คัดสรรและส่งออกผักและผลไม้รายใหญ่ของโลกจากหลายทวีป เช่น แอปเปิ้ลพันธ์ุ Jazz™️, Envy™️, Pacific Rose™️ มะเขือเทศ Beekist™️ มันฝรั่ง Lotatoes™️ ที่มีคาร์โบไฮเตรตต่ำ และผลไม้หลากสี เช่น องุ่น บลูเบอร์รี่ แอปริคอต และลูกพลัม ภายใต้แบรนด์ Orchard Road

สิ่งที่ T&G ยึดถือ คือการดูแลธรรมชาติอย่างอ่อนโยน เมื่อปลูกผักผลไม้กิน ก็ต้องช่วยดูแลรักษาผืนดินกลับคืน ฟื้นฟูดินให้มีสุขภาพดี 

10 แบรนด์ ของฝาก จาก นิวซีแลนด์ ที่ปกป้องธรรมชาติตามปรัชญาชีวิตชาวเมารี และมีหัวใจเป็นความยั่งยืน

จึงมีการก่อตั้งโครงการฟื้นฟูทางน้ำและชายฝั่งทะเล รวมทั้งร่วมมือกับองค์กร Garden to Table ที่ปลูกฝังให้เด็กฝึกปลูกพืช รู้จักรักและดูแลธรรมชาติตั้งแต่เล็ก

Happy Farm

เนื้อรสชาติเด็ดจากสัตว์ในฟาร์มที่มีความสุข 

Pure South

เนื้อสัตว์ ทั้งเนื้อวัว แกะ และกวาง เป็นอีกหนึ่งหมวดที่ขึ้นชื่ออย่างมากในนิวซีแลนด์ 

Pure South เป็นแบรนด์ที่ครอบครัวเกษตรกรเป็นเจ้าของฟาร์ม 100 เปอร์เซ็นต์ ใช้ระบบสหกรณ์บริหารและทำฟาร์มอย่างยั่งยืน

ด้วยสภาพอากาศของนิวซีแลนด์ที่ไม่ร้อนและหนาวจนเกินไป ทุ่งหญ้ากว้างขวาง ทำให้เกษตรกรสามารถเลี้ยงวัวตามธรรมชาติ เพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและปกป้องสวัสดิภาพสัตว์ไปพร้อมๆ กันได้ วัวต้องไม่ถูกขังในกรง ไม่ถูกบังคับให้ทานอาหารเร่งเนื้อนุ่มหรือฉีดฮอร์โมนเร่งโต แต่เดินเล่นได้อย่างอิสระและกินหญ้าได้ตามใจชอบ

เนื้อสัตว์เหล่านี้เรียกว่า Grass-fed Meat ซึ่งมีรสชาติต่างออกไปจากเนื้อปกติ เป็นรสชาติเนื้อแบบ Taste an escape to nature ที่ถูกใจคนนิวซีแลนด์ 

การทำฟาร์มแบบเปิด ปล่อยให้เดินเล่นได้อย่างอิสระนั้น ทำให้สัตว์มีสุขภาพดีและมีรสชาติอร่อยต่างจากสัตว์ที่ถูกขังในกรง แถมยังมีคุณค่าทางอาหารสูงทั้ง โอเมก้า 3 และแร่ธาตุต่างๆ

มีการวิจัยพบว่า แกะที่เลี้ยงในหุบเขา มีโอเมก้า 3 สูง รวมทั้งมีสัดส่วนไขมันและสารอาหารที่ต่างออกไปจากแกะอื่นๆ 

Alliance นิวซีแลนด์

สำหรับแกะในนิวซีแลนด์นั้น มีการทดลองเลี้ยงหลายสายพันธ์ุ ศึกษาความเป็นอยู่ สุขภาพของมัน จนคัดเลือกพันธ์ุที่ดีที่สุดและค้นพบช่วงเวลาตอนเป็นลูกแกะที่เนื้ออร่อยที่สุด ทำให้ได้เนื้อแกะที่ไม่เหม็น นุ่ม ไม่เหมือนแกะจากที่อื่น

Regal King Salmon

10 แบรนด์ ของฝาก จาก นิวซีแลนด์ ที่ปกป้องธรรมชาติตามปรัชญาชีวิตชาวเมารี และมีหัวใจเป็นความยั่งยืน
ภาพ : https://www.facebook.com/
RegalSalmonNZ/photos/a.
437860039408/
10158639879714409/?type=3&theater

นิวซีแลนด์ยังเป็นหนึ่งในแหล่งแซลมอนที่ดีที่สุดในโลก แน่นอนว่าฟาร์มเลี้ยงปลาของนิวซีแลนด์ไม่ใช่บ่อปลา แต่เป็นพื้นที่ทะเลจริงๆ

วิธีการเลี้ยง คือให้ปลาอาศัยในธรรมชาติตั้งแต่เกิด เมื่อถึงเวลาอันสมควรถึงย้ายไปในฟาร์มทะเลน้ำลึกและเย็นใน Marlborough Sounds ซึ่งสภาพน้ำเหมาะสมกับการเจริญพันธ์ุของแซลมอน

รสชาติปลาที่ดีและมีคุณค่าทางอาหารของปลามาจากคุณภาพน้ำและอุณหภูมิน้ำที่เหมาะสม ทำให้คนเลี้ยงปลาต้องดูแลแม่น้ำและทะเลให้ดีตามไปด้วย 

การเลี้ยงปลาของนิวซีแลนด์ด้วยวิธีนี้ได้รับการรับรองจาก Marine Steward Council ว่าเป็นวิธีที่ยั่งยืนในการทำฟาร์มปลา 

นอกจากนี้ Regal New Zealand King Salmon ยังตั้งเป้าธุรกิจไว้ว่า ในปี 2025 พวกเขาจะใช้บรรจุภัณฑ์ที่ย่อยสลายเองและรีไซเคิลได้ 100% ดังนั้นเราจึงมั่นใจได้เลยว่า แชลมอนที่ดีที่สุดในโลกแบรนด์นี้ ที่ไม่เพียงแค่รสชาติอร่อย และมีคุณภาพดีแต่ยังใส่ใจสิ่งแวดล้อมอีกด้วย

Love Forest 

ช็อกโกแลต บิสกิต และซีเรียลที่รักป่า

Whittaker’s

Whittaker’s ได้รับการโหวตให้เป็นแบรนด์ช็อคโกแลตที่ชาวนิวซีแลนด์รักและไว้วางใจที่สุด ถึง 8 ปีซ้อน

ความพิเศษคือ ช็อคโกแลตแบบ Bean to Bar นั่นคือกรรมวิธีการผลิตที่คราฟต์มากๆ เกิดจากการ Batch Roast หรือการคั่วโกโก้ทีละน้อยๆ และวิธีปรุงช็อคโกแลตโฮมเมดวิธีเดียวกับที่ใช้ในร้านเล็กๆ ทั้งๆ ที่เป็นแบรนด์เจ้าใหญ่ในตลาดซึ่งน่าจะต้องการการผลิตในจำนวนมากๆ เพื่อรักษาความเป็นคราฟต์ช็อคโกแลต

Whittaker’s ยังเป็นแบรนด์ที่เชื่อว่า ช็อคโกแลตที่ดีนั้นมาจากส่วนผสมที่ดี จึงเสาะหาเมล็ดโกโก้ที่ดีที่สุดมาทำช็อคโกแลต โดยไม่ใช้น้ำมันปาล์มเป็นส่วนผสมเลยเพราะความรักป่า ซึ่งการปลูกปาล์มจำนวนมากหมายถึงการต้องไปตัดไม้ทำลายป่าและบุกรุกชีวิตสัตว์ป่า แบรนด์จึงเลือกใช้เนยโกโก้แทน 

นอกจากนี้ นักทำช็อคโกแลตของ Whittaker’s ยังเดินทางเพื่อเสาะหาวัตถุจากแหล่งต่างๆ ทั่วโลก โดยทำธุรกิจกับเกษตรกรอย่างเป็นธรรม และยังใช้ผลไม้ตามฤดูกาลเพราะอยากรบกวนธรรมชาติให้น้อยที่สุด

Nice & Natural

สมกับเป็นแบรนด์ที่ยึดหลัก Let our ingredients do the talking เพราะส่วนผสมของมูสลีย์บาร์และนัทบาร์ของ Nice & Natural นั้น Nice ทั้งหมดสมชื่อแบรนด์ อร่อยถูกใจทุกคนด้วยรสชาติ Superfruits, Chocolate, Nut Butter และอีกมากมาย โดยที่ทั้งหมดไม่มีการเติมแต่ง รส กลิ่น สี ใดๆ แต่เป็นรสชาติที่ได้แรงบันดาลใจจากธรรมชาติและใช้วัตถุดิบจากธรรมชาติล้วนๆ

อุดมด้วยสารอาหารที่ช่วยกระตุ้นการทำงานของร่างกาย จากการค้นหาวัตถุดิบธรรมชาติจากทั่วโลก โดยเฉพาะวัตถุดิบจากในประเทศนิวซีแลนด์ และบอกเล่าเรื่องราวของวัตถุดิบที่ทำให้ผู้บริโภครู้ที่มาที่ไปและติดตามแหล่งปลูกและคัดสรรวัตถุดิบชั้นดีเหล่านี้

สิ่งที่ทำให้แบรนด์ Nice & Natural แตกต่างจากทั่วไป คือ ความตั้งใจและมุ่งมั่นค้นหาวิธีใหม่ๆ ที่ทำให้วัตถุดิบเหล่านี้อร่อย เพราะอยากทุกคนรู้สึกดี แข็งแรง พร้อมสร้างพลังบวกให้กับชีวิต

Sanitarium 

Sanitarium เป็นบริษัท Health Food Company ที่ใส่ใจอยากให้คนนิวซีแลนด์ได้ทาน โฮลเกรนที่มีคุณค่าทางสารอาหาร เป็นแบรนด์แรกๆ ที่นำเสนออาหาร Plant-Based ก่อนที่จะเป็นกระแสได้รับความนิยมในทุกวันนี้

ธัญพืชทุกเมล็ดและส่วนผสมทุกอย่างของแบรนด์มีความพิเศษ คัดเลือกเมล็ดพันธ์ุที่ดีที่สุดจากฟาร์มท้องถิ่น ใส่ใจทุกรายละเอียดทั้ง สี ขนาด และกลิ่นของรวงธัญพืชแต่ละชนิด เช่น ข้าวโอ๊ตที่กลิ่นหอมพิเศษจะแสดงถึงความสด

สิ่งที่ Sanitarium ให้ความสำคัญ คือการใส่ใจเลือกฟาร์มคู่ค้าที่รักสิ่งแวดล้อมและอยากทำธุรกิจแบบยั่งยืนเหมือนกัน

แบรนด์จึงมีความน่าเชื่อถือเพราะขายโฮลเกรนที่มี ‘Whole-of-chain’ แคร์โลกในทุกกระบวนการผลิตได้

Gentle Care

ดูแลตัวเองและโลกด้วยสูตรอ่อนโยนจากธรรมชาติ 

Wild Ferns

ด้วยสภาพภูมิประเทศที่พิเศษของนิวซีแลนด์ ทำให้คนเมารีดูแลตัวเองด้วยพลังจากธรรมชาติมาตั้งแต่โบราณ รู้จักการใช้ของขวัญจากธรรมชาติให้เป็นประโยชน์ เช่น

การนำทั้งส่วนที่หวานและเป็นพิษของผึ้งมาบำรุงผิว ตั้งแต่น้ำผึ้ง Manuka ที่ช่วยลบเลือนริ้วรอย ทำให้หน้าเนียนนุ่ม เหมาะกับผิวท่ีแพ้ง่าย ไปจนถึงพิษผึ้งซึ่งช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ชะลอความแก่ของผิวและกระตุ้นการไหลเวียนเลือด

แน่นอนว่าครีมของ Wild Ferns ไม่มีส่วนผสมของสารเคมี นอกจากน้ำผึ้งแล้ว ยังมีครีมที่มีส่วนผสมของธรรมชาติหลากหลายทั้ง โคลน Rotorua น้ำผึ้ง Manuka วิตามินจากกีวี และดอกไม้ป่า ทำให้ผิวหน้าได้รับพลังธรรมชาติไปเต็มๆ ไม่มีการทดลองเครื่องสำอางกับสัตว์ แถมแพ็คเกจที่ใช้ล้วนเป็นมิตรกับธรรมชาติ นำไปรีไซเคิลได้อีกด้วย 

Ecostore

10 แบรนด์ ของฝาก จาก นิวซีแลนด์ ที่ปกป้องธรรมชาติตามปรัชญาชีวิตชาวเมารี และมีหัวใจเป็นความยั่งยืน

แบรนด์ Eco ของนิวซีแลนด์แบรนด์นี้ตั้งใจอยากสร้างโลกที่ปลอดภัย ใส่ใจคนในครอบครัวและใส่ใจสิ่งแวดล้อม
จึงเป็นแบรนด์แรกๆ ที่ชักชวนให้คนทั่วไปใช้ผลิตภัณฑ์ในบ้านที่ดีต่อตัวเองและดีต่อโลกในชีวิตประจำวัน      

ไม่ว่าจะดูแลผิว ดูแลผม หรือดูแลบ้าน ผลิตภัณฑ์อย่าง สบู่ แชมพู ครีมทาตัว น้ำยาบ้วนปาก ผลิตภัณฑ์สำหรับเด็กน้ำยาซักผ้า น้ำยาล้างจาน ล้วนปราศจากการทดลองกับสัตว์ เน้นส่วนผสมจากธรรมชาติที่เป็น Biodegradable หรือย่อยสลายได้ มีสูตรอ่อนโยน เหมาะกับคนผิวแพ้ง่ายและทารก ใช้สารเคมีน้อยที่สุดเพราะปลอดภัยและยั่งยืนกว่า

Ecostore

กระบวนการผลิตของแบรนด์ยังเน้นให้เกิดน้ำเสียน้อยที่สุด รวมถึงคิดค้นการผลิตแพ็กเกจพลาสติกที่ทำจากอ้อย หากใช้น้ำยาหมดเมื่อไหร่ ก็มาเติมใหม่ได้โดยใช้ขวดเดิมด้วยโมเดลร้านแบบ Refill Station ที่กำลังขยายสาขา 

Take Care of What You Take Advantage of

และนี่เป็นเรื่องราวของนิวซีแลนด์ ประเทศที่ได้รับการจัดอันดับจากองค์กรระดับโลกหลายแห่ง ทั้ง World bank, The World economic forum, The Economist ให้ได้เป็นอันดับต้นๆ ในฐานะประเทศที่มีความน่าเชื่อถือในเรื่องความโปร่งใสและคุณภาพความปลอดภัยของสินค้าโดยเฉพาะอาหารมากที่สุดประเทศหนึ่ง  

ปัญหาสิ่งแวดล้อมอย่างการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เป็นประเด็นที่ประเทศรักษ์โลกอย่างนิวซีแลนด์ให้ความสนใจมาก ด้วยภูมิศาสตร์ซึ่งตั้งอยู่ที่แถบโอโซน อากาศที่เปลี่ยนไปเพียงนิดเดียว ส่งผลอย่างมากต่ออาหารและระบบนิเวศทั้งหมด 

แอปเปิ้ลจะลูกเล็กลงถ้าไม่มีน้ำเพียงพอ ปลาไม่เจริญเติบโตถ้าอุณหภูมิน้ำเปลี่ยนไป

หากต้องการใช้ประโยชน์จากสิ่งใดอย่างยั่งยืน เราควรใส่ใจดูแลสิ่งนั้น แล้วเราจะได้รับของขวัญกลับไป

นี่คือสิ่งที่เราควรเรียนรู้จากนิวซีแลนด์

Writer

รตา มนตรีวัต

อดีตสาวอักษรผู้โตมาในร้านขายหวายอายุ 100 กว่าปีย่านเมืองเก่า เป็นคนสดใสเหมือนดอกทานตะวัน สะสมแรงบันดาลใจไว้ในบล็อคชื่อ My Sunflower Thought ขับรถสีแดงชื่อ Cherry Tomato ระหว่างวันทำงานในโลกธุรกิจ เวลาว่างซาบซึ้งในศิลปะ

Photographer

ปฏิพล รัชตอาภา

ช่างภาพอิสระที่สนใจอาหาร วัฒนธรรมและศิลปะร่วมสมัย มีความฝันว่าอยากทำงานศิลปะเล็กๆ ไปเรื่อยๆ

Scoop

ความเคลื่อนไหวสร้างสรรค์และน่าจับตาจากหลากวงการที่เราอยากให้คุณรู้

“มีไหน ๆ…

มีเจียงแสนหลวง”

ภาษาเหนือที่แปลได้ว่า “อยู่ที่ไหน… อยู่เชียงแสนหลวง” ถ้าถามว่าไปเที่ยว ‘เชียงแสนหลวง’ กันไหม อาจจะได้คำตอบเป็นความเงียบ แต่ถ้าถามถึง ‘เชียงแสน’ และทะเลสาบเชียงแสน คงมีคนรู้จักมากกว่า แต่ก่อนแขวงเชียงแสนหลวงเป็นชื่อเดิมของพื้นที่ที่มีภูเขาล้อมรอบ เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงการปกครองจึงแยกแขวงเชียงแสนหลวงเป็น 3 อำเภอของจังหวัดเชียงรายใน พ.ศ. 2452 คือ อำเภอแม่จัน แม่สาย อำเภอเชียงแสน 

ส่วนตัวเมืองเชียงแสน คนในพื้นที่ยังคงเรียกว่าเวียงเก่า ด้วยความที่เป็นเมืองโบราณรุ่นแรก ๆ ก่อนเกิดล้านนา จึงมีตำนานเกิดขึ้นมากมาย เดินทางไหน หันไปทางใด ก็ต้องเจอสักเรื่อง นอกจากนี้เชียงแสนหลวงยังมีแม่น้ำจัน แม่น้ำคำ แม่น้ำสาย และแม่น้ำโขง หล่อเลี้ยงพื้นที่ ภายในพื้นที่แอ่งเชียงแสนจึงมีพื้นที่ชุ่มน้ำซึ่งมีความสำคัญระดับชาติ เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศที่โด่งดัง ทั้งทะเลสาบเชียงแสนและเวียงหนองหล่ม ความอุดมสมบูรณ์ของพื้นที่ทำให้มีการปลูกข้าวหลากหลายสายพันธุ์ เฉพาะที่อำเภอเชียงแสน มีการสำรวจชื่อพันธุ์ข้าวทั้งข้าวเหนียวและข้าวจ้าวถึง 78 สายพันธุ์ ที่ยังคงพบและปลูกอยู่มีเพียง 36 สายพันธุ์ และสูญหายไปถึง 42 สายพันธุ์ หนึ่งในนั้นคือ ‘ข้าวเหนียวเขี้ยวงู’ ราชาแห่งข้าวเหนียวที่หายไปจากสารบบการปลูกข้าวของเกษตรกรในพื้นที่ เนื่องจากนโยบายเอาข้าวพันธุ์เก่ามาแลกข้าว กข.6 ใน พ.ศ. 2520 เน้นการผลิตแบบอุตสาหกรรมเพื่อขาย เพราะข้าว กข.6 ให้น้ำหนักและผลผลิตมากกว่า

การเดินทางในครั้งนี้ เราจึงอยากชวนคุณมากินข้าวเหนียว พร้อมท่องตำนานของเชียงแสนหลวงไปด้วยกัน

ตำนานและของดี 'แขวงเชียงแสนหลวง' อาณาเขตโบราณที่ไม่ใช่แค่ อ.เชียงแสน ในปัจจุบัน

เมื่อราชาข้าวเหนียวกลับบ้าน

เมื่อหลายปีก่อน ข้าวเหนียวเขี้ยวงูได้กลับมายังบ้านเกิดอีกครั้ง โดยศูนย์วิจัยข้าวเชียงรายนำข้าวเหนียวเขี้ยวงูพันธุ์ 8974 กลับมาปลูก ความเป็นพันธุ์ท้องถิ่นทำให้ข้าวเหนียวเขี้ยวงูมีความต้านทานโรค ดูแลง่าย ใช้สารเคมีน้อย เข้าระบบเกษตรอินทรีย์ได้ง่าย ด้วยต้นทุนทางเคมีที่ต่ำลง ทำให้ข้าวเหนียวเขี้ยวงูกลับมาทวงพื้นที่ปลูกอีกครั้ง และกลับมาครองบัลลังก์ข้าวอันดับหนึ่งที่โดดเด่นในจานของหวานอย่างเต็มภาคภูมิ จนกระทั่งในเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2562 กรมทรัพย์สินทางปัญญาประกาศให้ข้าวเหนียวเขี้ยวงูเชียงรายเป็นสิ่งบ่งชี้ทางภูมิสาสตร์หรือ GI ความอร่อยเหนียวนุ่มของข้าวชนิดนี้ ทำให้ใน พ.ศ. 2564 มียอดจองผลผลิตข้าวเหนียวเขี้ยวงูที่ออกมาในปีนั้นเกือบทั้งหมด กลายเป็น ‘A Must’ ของการทำข้าวเหนียวมูน

อร่อยจนเกิดปรากฏการณ์ ‘แสร้งว่าข้าวเหนียวเขี้ยวงู’

เราเดินทางมาที่แม่จันเพื่อตามหาข้าวเหนียวเขี้ยวงู เพราะสืบค้นมาได้ว่า มีการนำข้าวเหนียวเขี้ยวงูพันธุ์แท้มาปลูกที่นี่เป็นพื้นที่แรก กลุ่มเกษตรกรกลุ่มแรก ๆ ที่เริ่มปลูกคือกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเกษตรกรแปรรูปข้าวปลอดภัยแบบยั่งยืน แม่จัน

ภายใต้แบรนด์อู่ข้าวแม่จัน เราไปเยี่ยมนาของ ประดิษฐ์ ราวิชัย เวลานั้นเป็นช่วงดำนาพอดี คนสำคัญผู้ขับเคลื่อนกลุ่มเล่าให้ฟังว่า

“บ้านเรามีแม่น้ำจันหล่อเลี้ยงพื้นที่ แม่น้ำคำที่มาจากเทือกเขาดอยตุงเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำ ทำให้ได้ผลผลิตข้าวหอมนุ่มเพราะไม่ขาดน้ำ มีคนพูดว่า ข้าวที่ดีที่สุดในการมูนข้าวเหนียวคือข้าวเหนียวเขี้ยวงู ซึ่งคุณสมบัติที่โดดเด่นของข้าวชนิดนี้ คือ อุ่นได้หลายครั้งโดยที่ข้าวไม่เสียรูปและไม่อืดแฉะติดมือ เมื่อเอาไปทำข้าวเหนียวมูน ข้าวจึงยังคงชักเงาเรียงเมล็ดสวย แม้นำเข้าตู้เย็นแล้วกลับเอามาอุ่นไมโครเวฟอีกครั้ง นอกจากนี้ยังกินได้เรื่อย ๆ จนอิ่ม โดยไม่รู้สึกแน่นหรืออึดอัด เมื่อเทียบกับข้าว กข. 6 ข้าวเหนียวเขี้ยวงูจะค่อย ๆ ย่อย ค่อย ๆ ให้พลังงานไป น่าจะดีต่อสุขภาพของคนที่ต้องการคุมอาหาร ย่อยเป็นน้ำตาลช้า ดีต่อคนที่รักษาสุขภาพ โดยเฉพาะคนเป็นเบาหวาน”

นั่งคุยกันสักพัก พี่ประดิษฐ์ก็ทอดข้าวแต๋นเพื่อให้ลองกินเปรียบเทียบข้าวสองชนิด คือ ข้าว กข.6 ซึ่งปัจจุบันโรงสีบางแห่งนำไปขัดสีให้เมล็ดเล็กเรียวเหมือนข้าวเหนียวเขี้ยวงู และข้าวเหนียวเขี้ยวงูของแท้ ดูจากหน้าตาแล้ว เมล็ดข้าว กข.6 จะอ้วนกว่าเล็กน้อย แต่ในเรื่องความแน่นของเมล็ด ข้าว กข.6 พรุนกว่า ร่วนกว่า ในขณะที่ข้าวเหนียวเขี้ยวงูแม้จะทอดแล้ว แต่เนื้อก็ยังอัดแน่นด้วยรสชาติและหอมมันกว่า 

  เมื่อความต้องการของข้าวเหนียวเขี้ยวงูเพิ่มขึ้น ปรากฏการณ์ ‘แสร้งว่าข้าวเหนียวเขี้ยวงู’ จึงเกิดขึ้นมากมาย ดังนั้น การที่จะได้รับรอง GI ว่าเป็นของแท้นั้นจึงต้องมีกฎกติกา คือ ต้องเป็นข้าวเหนียวพันธุ์ 8974 สายพันธุ์บริสุทธิ์ที่ปลูกในพื้นที่ 4 อำเภอของจังหวัดเชียงรายเท่านั้น ได้แก่ อำเภอเชียงแสน อำเภอแม่สาย อำเภอแม่จัน อำเภอพาน และยังมีข้อจำกัดอื่น ๆ ในการปลูก โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์กษิดิศ ใจผาวัง จากมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย เล่าให้เราฟังว่า

“กระบวนการปลูกข้าวเหนียวเขี้ยวงูใช้เวลา 150 วัน ในขณะที่ข้าวสายพันธุ์อื่นเก็บเกี่ยวได้ใน 90 วันขึ้นไป นอกจากนี้ ข้าวเหนียวเขี้ยวงูพันธุ์ 8974 ได้รับการรับรองเป็นสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2561 ทำให้มีการระบุเรื่องขั้นตอนการปลูก คือ ต้องปลูกด้วยวิธีการดำนาเท่านั้น ไม่ว่าจะเป็นการใช้รถดำนาหรือใช้คนก็ได้ ด้วยเหตุนี้ เกษตรกรผู้ปลูกจึงต้องใช้เวลารอคอยผลผลิตยาวนานกว่า

“ปัญหาอีกข้อคือปริมาณผลผลิตต่อไร่ของข้าวเหนียวเขี้ยวงูค่อนข้างต่ำ ประมาณ 60 ถังต่อไร่ เพราะเป็นข้าวเมล็ดเล็ก ในขณะที่ข้าวสายพันธุ์อื่นเน้นทำน้ำหนัก ขายตามน้ำหนักได้ ด้วยข้อจำกัดดังกล่าวจึงเป็นโจทย์ให้คณะวิจัยว่า จะทำอย่างไรให้เกษตรกรหันมานิยมปลูกข้าวเหนียวเขี้ยวงูเพิ่มขึ้น เราก็เลยเอาแนวคิดการผลิตข้าวเหนียวเขี้ยวงูแบบภูมิปัญญาท้องถิ่น ผสมผสานกับการปลูกแบบ Eco Rice เข้ามาใช้”

ซึ่งในเวลานี้ก็มีแหล่งปลูกข้าวเหนียวเขี้ยวงูแบบอินทรีย์ที่ได้ GI แล้วที่อำเภอพาน อำเภอแม่จัน ข้าวชนิดนี้จึงกลายเป็นสินค้าสำคัญของเชียงรายในที่สุด 

ตำนานและของดี 'แขวงเชียงแสนหลวง' อาณาเขตโบราณที่ไม่ใช่แค่ อ.เชียงแสน ในปัจจุบัน
ตำนานและของดี 'แขวงเชียงแสนหลวง' อาณาเขตโบราณที่ไม่ใช่แค่ อ.เชียงแสน ในปัจจุบัน

‘ควาย’ แรงงานในนาข้าว ฮีโร่แห่งเวียงหนองหล่ม

เวียงหนองหล่มมีพื้นที่ราว 10,000 ไร่ ครอบคลุมพื้นที่อำเภอแม่จันและอำเภอเชียงแสน มีตำนานเล่าว่า เดิมที่นี่เป็นเมืองที่เจริญรุ่งเรือง แต่วันหนึ่งมีชาวบ้านฆ่าปลาไหลเผือกแล้วนำมาแบ่งกันกินทั้งเมือง จึงเกิดอาเพศ เมืองล่มหายลงไปใต้สายน้ำ เหลือเพียงบ้านของแม่หม้ายที่รอดเพราะไม่ได้รับส่วนแบ่งปลาไหล บริเวณนั้นจึงเรียกว่าดอนแม่หม้าย ปัจจุบันเป็นที่ตั้งของวัดป่าหมากหน่อ ซึ่งเราสามารถไปตามหาเรื่องราวของแม่หม้ายผู้รอดพ้นจากน้ำท่วมได้ในตำนานโยนกนคร 

ตำนานและของดี 'แขวงเชียงแสนหลวง' อาณาเขตโบราณที่ไม่ใช่แค่ อ.เชียงแสน ในปัจจุบัน

เวียงหนองหล่มนอกจากเป็นพื้นที่ในตำนานแล้ว ยังเป็นพื้นที่เลี้ยงควายตามธรรมชาติขนาดใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศ มีปางควายอยู่หลายแห่ง เช่นที่บ้านป่าสักหลวง บ้านป่าถ่อน บ้านต้นยาง บ้านห้วยน้ำราก ปางควายทำหน้าที่เหมือนธนาคารควาย ชาวบ้านจะเอาควายมาฝากเลี้ยง เมื่อถึงฤดูกาลปลูกข้าวก็มาเอาไปทำนา 

ในช่วงเดือนสิงหาคม หลังจากทำนาก็มีการทำขวัญควาย เป็นการขอขมาที่ทุบตีหรือดุด่าระหว่างการปลูกข้าว ดังนั้น หากต้องการเห็นพิธีการทำขวัญควาย ก็มาเข้าร่วมได้ในช่วงเดือนสิงหาคมของทุกปี เนื่องจากควายเหล่านี้ไม่ได้สนตะพาย พวกมันไม่คุ้นเคยกับผู้คน จึงควรมีคนในพื้นที่ให้ข้อมูลและนำเที่ยว

ควายเป็นแรงงานสำคัญในการทำนาเพื่อหล่อเลี้ยงชีวิตของเกษตรกร จึงมีความสำคัญต่อเกษตรกรในพื้นที่ ที่นี่จึงไม่มีการกินลาบควาย หรือทำอาหารที่มาจากเนื้อควาย แต่ชาวบ้านก็ใช้ประโยชน์จากควายอีกทางหนึ่งคือ การทำกาแฟขี้ควาย โดยเอาผลเบอร์รี่ของกาแฟให้ควายกิน กาแฟจะย่อยอยู่ในท้องควาย 2 วันและถ่ายลงบนพื้นในคอก เหลือเพียงเมล็ดและสารกาแฟ จากนั้นจึงนำมาล้าง ตาก และคั่วกระทะแบบบ้าน ๆ นำมาบดแล้วชงด้วยไซฟอน เพราะในพื้นที่ยังไม่มีไฟฟ้า จึงไม่มีเครื่องชงกาแฟไฟฟ้า รสชาติไม่เลวเลย มีกลิ่นควันฟืน ต่างจากเมล็ดที่คั่วตามร้าน จิบกาแฟไป คนดูแลปางควายก็บอกว่า

“ความสำคัญของการเลี้ยงควายที่ปางควาย ก็คือถ้ามีควาย ก็มีนา ถ้าคนยังเลี้ยงควาย พื้นที่ชุ่มน้ำปางควายก็จะคงอยู่ได้ ป้องกันคนบุกรุกเพื่อใช้เป็นที่อยู่อาศัย” นั่นหมายถึงทั้งคน นา และควาย ต่างพึ่งพาอาศัยกัน ทำให้พื้นที่ชุ่มน้ำของเชียงแสนยังคงสมบูรณ์อยู่

ตำนานและของดี 'แขวงเชียงแสนหลวง' อาณาเขตโบราณที่ไม่ใช่แค่ อ.เชียงแสน ในปัจจุบัน
ตำนานและของดี 'แขวงเชียงแสนหลวง' อาณาเขตโบราณที่ไม่ใช่แค่ อ.เชียงแสน ในปัจจุบัน

ตำนานสะพานทองคำ กับความอุดมสมบูรณ์ของแม่จัน

จากนาของพี่ประดิษฐ์ จะมองเห็น ผาม้า ผาขนาดใหญ่ตระหง่าน และที่อยู่ไม่ไกลคือผาคอกวัว ซึ่งมีตำนานเล่าถึงสะพานทองคำที่เชื่อมสองผานี้เข้าด้วยกัน วันหนึ่งมีแม่หม้าย (แม่หม้ายอีกแล้ว น่าจะคนละคนกับดอนแม่หม้าย) มาเลื่อยสะพานจะเอาทองคำไปใช้ สะพานก็เลยหดตัวกลับ เศษทองที่เลื่อยไปก็ตกลงในน้ำกลายเป็นที่ร่อนทองคำ เป็นที่มาของชื่อแม่น้ำคำ 

เชื่อว่าจุดที่สะพานหายไป ก็คือจุดที่ชาวบ้านทำฝายผาม้าเพื่อทดน้ำเข้าเหมืองหลวง แจกจ่ายน้ำให้กับพื้นที่ทางการเกษตร เส้นทางระหว่างการไปผาม้าในช่วงเย็นสวยงาม ยิ่งถ้ามาในช่วงฤดูที่ข้าวเขียว จะยิ่งเปลืองเมมโมรี่กล้องถ่ายรูปเข้าไปอีก จากผาม้าเราอยากชวนไปดูจิตรกรรมลายคำ ภายในวิหารวัดพระธาตุนางคอย ผลงานของ อาจารย์ทรงเดช ทิพย์ทอง ลวดลายอ่อนช้อยที่สร้างจากแรงศรัทธาในพุทธศาสนา

ช้างงู ต้อนรับคุณสู่เวียงเชียงแสน

เชียงแสนหรือที่คนเก่าคนแก่เรียกว่า เวียงเก่า เป็นเมืองที่มากด้วยตำนาน เริ่มตั้งแต่ก่อนเข้าเชียงแสนจะเจอกับวงเวียนสัตว์ในจินตนาการ มีตัวเป็นงู หัวเป็นช้าง ตามตำนานสิงหนวัติเล่าว่า พญาพรหม ราชบุตรองค์ที่ 2 ของพระเจ้าพังคราชแห่งเวียงพางคำ เป็นผู้กอบกู้เมืองครั้งที่ขอมครองเมือง โดยมีช้างศึกที่ชื่อช้างพางคำ ได้มาจากเห็นงูในแม่น้ำโขงแล้วจับมาได้กลายเป็นช้างมาช่วยรบ พอรบเสร็จก็กลายร่างกลับไปเป็นงูเลื้อยหายไปที่ดอยสะโง้ ดังนั้น เวลาไปวัดในเชียงแสน ก็จะเห็นช้างงูนี้อยู่ตามที่ต่าง ๆ ในวัด

ตำนานและของดี 'แขวงเชียงแสนหลวง' อาณาเขตโบราณที่ไม่ใช่แค่ อ.เชียงแสน ในปัจจุบัน
ตำนานและของดี 'แขวงเชียงแสนหลวง' อาณาเขตโบราณที่ไม่ใช่แค่ อ.เชียงแสน ในปัจจุบัน

การท่องเที่ยวเชียงแสนจะสนุกครบสมบูรณ์ ถ้าคุณได้เจอกับคุณน้ำหวานที่บ้านฮอมพญ๋าล้านนาเชียงแสน เธอจะชวนคุณไป ‘นุ่งซิ่น กินปิ่นโต เที่ยวเวียงเก่า’ ที่น่าสนใจยิ่งไปกว่านั้น สายมูไม่ควรพลาดทริปนี้ เพราะนอกจากเขาจะพาคุณไปเที่ยวเมืองเก่าเชียงแสนแล้ว ยังจบที่การเสริมดวงชะตาเป็นสิริมงคลให้กับชีวิตอีกด้วย 

เมืองเชียงแสนสร้างมาตั้งแต่สมัยพญาแสนภู ประกอบด้วยกำแพงสองชั้นคั่นด้วยคูน้ำ มี 12 ประตู 7 ป้อม เส้นทางนุ่งซิ่นกินปิ่นโต จะเล่าเรื่องเริ่มจากแผนที่เชียงแสน สู่เส้นทางท่องเที่ยว 9 วัด 8 ทิศ ตามทักษาโหราโบราณ ทีมของเรานั้นเริ่มจากการฟังเรื่องทักษาเมือง แล้วจึงพากันทำหมากเบ็งหมากพุ่ม ดูดวงว่าควรจะไปเอาหมากเบ็งหมากพุ่มที่ทำเสร็จไปไหว้ที่วัดไหน เพื่อเสริมดวงชะตาเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต แล้วก็หิ้วปิ่นโตไปกินข้าวใต้ร่มไม้ที่วัดป่าสัก กลับมาทำผ้าพิมพ์ลายใบสัก ถือว่าเป็นทริป 1 วันที่ครบวงจรมาก ๆ ทำให้เรารู้จักวัดเก่าในเมืองเชียงแสน รู้ประวัติเมือง และเที่ยวอย่างเข้าใจเมืองเชียงแสนไปในคราวเดียวกัน

วัดพันปีบนดอยเชี่ยงเมี่ยง

ถ้าอยากเห็นวิวของสามเหลี่ยมทองคำสวย ๆ จะต้องขึ้นไปที่วัดนี้ ตั้งอยู่บนดอยเล็ก ๆ เรียกว่าดอยเชี่ยงเมี่ยงริมน้ำรวก ที่นี่มีตำนานของพระธาตุปูเข้า เล่าเรื่องราวของกษัตริย์องค์ที่ 2 ของเวียงหิรัญเงินยางผู้ปราบปูยักษ์ มีพระนามว่าพระยาลาวแก้วเก้าเมืองมา ได้รับภารกิจจากพระบิดาคือพระเจ้าลวจังกราช มาปราบปูที่ทำลายนาของชาวบ้าน จับปูยักษ์ได้ตัวหนึ่ง แต่อีกตัวนั้นหนีไปได้ พอพระองค์ขึ้นครองราชย์ ก็เลยสร้างพระธาตุปิดทางไม่ให้ปูเข้าเสียเลย เห็นหลักฐานของปูได้ที่ฐานบันไดนาค ด้านบนเดินจากจุดชมวิวขึ้นไปอีกจะพบวิหารเก่าแก่และร่องรอยพระธาตุปรักหักพัง ภายในวิหารนั้นเย็นสบาย แม้ด้านนอกร้อนระอุมอดไหม้ นั่งแล้วจิตใจสงบมาก

ด้านข้างของวัดเป็นพิพิธภัณฑ์บ้านฝิ่น เล่าเรื่องราวความหลากหลายของชาติพันธุ์ในเชียงราย การปลูกฝิ่น และที่น่าสนใจที่สุดน่าจะเป็นที่เก็บของสะสมสิงห์รมควัน ตั้วแต่กล้องสูบฝิ่น กล้องสูบยาดินเผา หรือมูยาอายุ 200 – 300 ปี

รู้จักแขวงเชียงแสนหลวงผ่านตำนานและของดีประจำแขวง ที่มีตั้งแต่ข้าวเหนียวเขี้ยวงู จนถึงกาแฟขี้ควาย
รู้จักแขวงเชียงแสนหลวงผ่านตำนานและของดีประจำแขวง ที่มีตั้งแต่ข้าวเหนียวเขี้ยวงู จนถึงกาแฟขี้ควาย

ตำนานเวียงเปิกสา ที่เชียงแสนน้อย

ในเชียงแสนหลวง ยังมีเชียงแสนน้อย หรืออีกชื่อหนึ่งคือเวียงเปิกษา ตามตำนานเชียงแสนน้อยเป็นเมืองที่สร้างขึ้นหลังจากที่เมืองโยนกนาคพันธุ์หรือเวียงหนองหล่มล่มลง คนที่เหลือ (นอกจากแม่หม้ายคนนั้นที่ยังอยู่ที่เดิม) นำทีมโดยขุนลัง ก็พากันมาตั้งเมืองใหม่ทางด้านทิศตะวันออกของเมืองเดิม ให้ชื่อว่าเวียงเปิกสา คือถ้าใครอยากเป็นเจ้าเมืองก็ให้มาเปิกสากันก่อน 

แต่ทว่าในพงศาวดารบันทึกว่า เชียงแสนน้อยนั้นเรียกง่าย ๆ ว่าเป็นเมืองชั่วคราว เป็นแคมป์ไซต์ของพญาแสนภูที่อยู่ตอนสร้างเมืองเชียงแสน ปัจจุบันถ้าเราอยากเห็นเมืองเชียงแสนน้อย ก็ให้ขึ้นไปที่พระธาตุผาเงา ที่จุดชมวิวถ้ามองลงไปจะเห็นชุมชนบ้านเรือน เขาว่านั่นคือเมืองเชียงแสนน้อย

รู้จักแขวงเชียงแสนหลวงผ่านตำนานและของดีประจำแขวง ที่มีตั้งแต่ข้าวเหนียวเขี้ยวงู จนถึงกาแฟขี้ควาย

การเดินทางไปเชียงแสนหลวงมีเรื่องราวมากมาย จากตำนานหลากหลายที่มาที่คนพื้นที่ผลัดกันเล่า ตั้งแต่ตำนานเมื่องล่ม ช้างงู ปูยักษ์ ไปจนถึงการล่มสลายของเมือง (มีแม่หม้ายหลายคน) ถ้าตั้งตัวไม่ดีฟังไม่ถ้วนถี่ อาจจะเกิดอาการเมาตำนานได้ 

เชียงแสนเป็นเมืองร้างมาหลายครั้ง คนพื้นที่ของเชียงแสนเดิมก็ถูกย้ายไปอยู่หลายที่ ทั้งที่บ้านฮ่อม เชียงใหม่ สระบุรี และกระจายอยู่ทั่วไปในประเทศไทย คนพื้นที่ปัจจุบันมีทั้งชาวยอง ชาวอีสาน และอีกหลากหลายชาติพันธุ์ที่กลืนกลายเป็นคนเมืองพูดคำเมือง ข้าวที่ปลูกปัจจุบันมีทั้งข้าวเหนียวเขี้ยวงู ข้าวเจ้าหอมมะลิ และข้าวจากหลากหลายชาติพันธุ์ที่ปลูกในพื้นที่เชียงแสน

ในความหลากหลายนี้ มีสิ่งหนึ่งที่ทุกคนมีเหมือนกัน คือ ความรักเชียงแสน รักประวัติศาสตร์และตำนานของเชียงแสน พร้อมที่จะบอกเล่าเรื่องราวของเชียงแสนหลวงให้กับคนรุ่นใหม่ และทุกคนที่มาเยือนอย่างจริงใจ

ข้อมูลติดต่อ

ปางควาย และ กาแฟขี้ควาย : ติดต่อคุณอนันต์ เทศบาลตำบลจันจว้า 08 7177 6769

กลุ่มวิสาหกิจชุมชนเกษตรกรแปรรูปข้าวปลอดภัยแบบยั่งยืน อำเภอแม่จัน : คุณประดิษฐ์ 08 7657 1650

กลุ่มวิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวเพื่อสังคมเชียงแสน : คุณมัชฌิมา ยกยิ่ง (น้ำหวาน) 06 2809 5831

Writer

นฤมล ชมดอก

นักผจญอาหาร ชอบเล่าเรื่องการเดินทาง ตั้งใจจะเปิดเพจรีวิวให้เพื่อนเพราะขี้เกียจตอบคำถาม งานงอกลุกลามกลายเป็นเว็บไซต์ go2askanne.co และแฟนเพจ go2askanne ที่มีมิตรรักนักกินเข้าร่วมมากมาย

Photographer

ฉัตรชัย ยิ้มแย้ม

ช่างภาพสายงานแต่งที่ผันตัวเองมาถ่ายงานสายสารคดีและอาหาร ด้วยใจรักในการผจญภัยจึงเก็บสะสมเรื่องราวการเดินทางมาเป็นเพจพายเรือไปแคมป์ สำหรับนักเดินทางที่รักการแคมป์ปิ้ง

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load