30 มกราคม 2562
12.23 K

ก่อนอื่น ขอความร่วมมือปิดเครื่องมือสื่อสารและงดใช้เสียงระหว่างรับชม

เดิมทีเราตั้งใจจะเล่นใหญ่ เปิดบทความด้วยการแห่กลองยาวให้สมความดีใจที่ Netflix ชวน The Cloud ไปเยี่ยมชมกองถ่ายละครชุดเรื่องล่าสุด ซึ่งเป็น Original Netflix เรื่องแรกของเกาหลี

พล็อตเรื่องซอมบี้ของเกาหลีอาจจะไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่ซอมบี้เกาหลีในยุคโชซอนใส่ฮันบกนี่สิน่าสนใจ

นอกจากเยี่ยมชมกองถ่าย ปะทะไหล่กินข้าวกองกับผู้กำกับ นักเขียน และทีมงานแล้ว ยังถือโอกาสนี้พูดคุยกับทีมงานและนักแสดง ถึงวิธีคิดและทำงานเบื้องหลังละครฟอร์มยักษ์แห่งปี

เบื้องหลัง Kingdom, Netflix

จากบางส่วนของบันทึกแห่งราชวงศ์โชซอน ในรัชสมัยของพระเจ้าซุนโจ (พ.ศ. 2343 – 2377) เมื่อ 500 ปีก่อน ความว่า

In the fall, a mysterious disease began to spread from the west, and 10 days, tens of thousands of people died in Hanyang” 

ในฤดูใบไม้ร่วง, โรคระบาดที่ไม่อาจทราบสาเหตุ ซึ่งแพร่มาจากภาคตะวันตกของเมือง คร่าชีวิตผู้คนในเมืองฮันยาง (ชื่อเดิมของเกาหลี) ร่วมหมื่นคนในเวลา 10 วัน 

จุดประกายให้ คิมอึนฮี นักเขียนบทคนดังของเกาหลีจากเรื่อง Signal (2016) และ Three Days (2014) ต่อยอดเป็นเว็บตูนเรื่อง Land of the Gods (2011) ก่อนดัดแปลงเป็นบทละครชุดฟอร์มยักษ์แห่งปีเรื่อง Kingdom ซึ่งเป็น Original Netflix เรื่องแรกของเกาหลี ใช้ทุนในการสร้างตอนละ 1.5 ล้านเหรียญสหรัฐฯ สูงที่สุดในประวัติศาสตร์ละครและภาพยนตร์ ผลงานการกำกับของ คิมซองฮุน ผู้กำกับภาพยนตร์สายภาพสวยโหดจากเรื่อง The Tunnel (2016) และ A Hard Day (2014)

โดยละครชุดจำนวน 6 ตอนจบนี้ออกอากาศครั้งแรกเมื่อวันที่ 25 มกราคมพร้อมกันทั่วโลก เรื่องราวเล่าถึงซอมบี้ในยุคโชซอน (ค.ศ. 1319 – 1910) และการสืบหาความจริงเกี่ยวกับโรคระบาดและเชื้อร้ายที่กัดกินร่างคนตาย ขององค์ชายรัชทายาทผู้ถูกกล่าวหาว่าเป็นกบฏจากปริศนาการสิ้นพระชนม์ของพระราชา เพื่อช่วยเหลือประชาชนและอาณาจักรจากเหตุการณ์ประหลาดนี้ เรื่องราวทั้งหมดจึงเกิดขึ้น

เบื้องหลัง Kingdom, Netflix
เบื้องหลัง Kingdom, Netflix
เบื้องหลัง Kingdom, Netflix

สิ่งที่น่าสนใจภายใต้เรื่องย่อขนาด 3 บรรทัดนี้คือ เรื่องของซอมบี้ที่ร่วมสมัยกับละครย้อนยุคเกี่ยวข้องกันได้อย่างไร

“ในอดีตเรามักจะได้ยินเรื่องโรคระบาดที่คร่าชีวิตผู้คนมากมายโดยไม่ทราบสาเหตุ เราก็คิดต่อ เชื่อมโยงกับจินตนาการและหาเหตุผลที่น่าจะเป็นไปได้ เช่น หากซอมบี้คือสาเหตุของการตายโดยไม่ทราบสาเหตุนั้นเรื่องราวจะเป็นอย่างไร” คุณคิมอึนฮีเล่าถึงที่มาของพล็อตเรื่องซึ่งเธอตั้งใจสื่อสารความเศร้าของบ้านเมืองที่เกิดจากระบบอันไม่มีประสิทธิภาพ ก่อให้เกิดความลำบากและยากแค้น ความหิวโหยและอดสู โดยใช้แรงบันดาลใจจากหนังสือ ภาพยนตร์ ละคร ที่ดูมาทั้งชีวิต

ในฐานะผู้กำกับศิลป์ที่รับหน้าที่สร้างสรรค์องค์ประกอบฉากและสิ่งแวดล้อมให้ออกมาเหมือนจริงมากที่สุด ลีกุกฮยอน เล่าวิธีการทำงานให้ฟังว่า เขาเริ่มจากศึกษาบทพร้อมคิดหาเหตุและผลของตัวละครและเรื่องราว ตั้งสมมติฐานจากจินตนาการผสมสารคดีเรื่องประวัติศาสตร์เพื่อศึกษาลักษณะทางกายภาพของคนในอดีต ซึ่งนอกจากการย้อนดูละครย้อนยุคของเกาหลีกว่าร้อยเรื่อง ลีกุกฮยอนเล่าว่า เขาใช้ข้อมูลอ้างอิงจากหนังสือในห้องสมุดและเลือกที่จะใช้เวลาส่วนใหญ่เดินชมพิพิธภัณฑ์เพื่อทำงานนี้ให้ดีที่สุด เช่นเดียวกับการยืนยันว่าจะใช้สถานที่จริงในการถ่ายทำเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งต่างจากละครทั่วไปที่ถ่ายทำในโรงถ่าย

เบื้องหลัง Kingdom, Netflix
เบื้องหลัง Kingdom, Netflix
เบื้องหลัง Kingdom, Netflix

สำหรับการทำงานของฝ่ายเสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย ควอนเฮจิน หัวหน้าทีมออกแบบ เล่าให้ฟังว่า เธอไม่ได้สนใจหรือยึดติดรูปลักษณ์ภายนอกของซอมบี้มากไปกว่าการศึกษาและทำความเข้าใจตัวละคร ก่อนที่เขาหรือเธอผู้ที่ครั้งหนึ่งเป็นมนุษย์มีจิตใจ มีชีวิตชีวา และร่างกายแข็งแรง จะค่อยๆ กลายร่าง เพราะซอมบี้จะไม่เปลี่ยนเสื้อผ้า ก่อนตาย ใส่ชุดไหนก็จะใส่ชุดนั้นทั้งเรื่อง

นอกจากนี้ เรามักจะเห็นสีชุดฮันบกองค์ชายรัชทายาทเมื่อออกมาเที่ยวเล่นเยี่ยงสามัญชนแตกต่างจากตอนเข้าเฝ้าพระมเหสี ทีมออกแบบเล่าเหตุและผลของการใช้สีบนเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายให้ฟังว่าเป็นผลมาจากชนชั้นที่แตกต่างกันในสังคม นั่นคือสามัญชนคนทั่วไปจะใช้เพียงสีน้ำตาลหรือสีขาว ขณะที่พระราชาเมื่ออยู่ในพระราชวังจะใช้เครื่องแต่งกายสีแดงและทอง รวมถึงวัสดุที่แตกต่างกันอย่างผ้าไหมและผ้าฝ้าย

เบื้องหลัง Kingdom, Netflix
เบื้องหลัง Kingdom, Netflix

จากนั้น มาฟังการทำงานของทีมนักแสดง ซึ่งนำทีมโดยองค์ชายรัชทายาท รับบทโดย จูจีฮุน จาก Along with the Gods, Dark Figure of Crime และ Princess Hours แบดูนา นักแสดงสาวชาวเกาหลีที่ร่วมงานกับฮอลลีวูดมามากมาย เช่น Sense8 และ Cloud Atlas ในบทโซบี รยูซึงรยอน จาก Miracle at Cell No. 7  คิมซางโฮ จาก The Beauty Inside และ The Happy Life ฮโยจุนโฮ จาก Jumong และ จยอนซอกโอ จาก The Good Wife ซึ่งทุกคนตัดสินใจเข้าร่วมโปรเจกต์นี้เพราะชอบพล็อตเรื่องและต่างเป็นแฟนคลับของนักเขียนและผู้กำกับ

เบื้องหลัง Kingdom, Netflix

เมื่อถามถึงสิ่งที่ยากและการเตรียมตัวสำหรับละครเรื่องนี้ แบดูนาเป็นตัวแทนเล่าว่า นอกจากทำความเข้าใจตัวละคร เธอและทีมนักแสดงต้องเตรียมร่างกายให้พร้อม เพราะอากาศที่หนาวเย็นจากการถ่ายทำนอกสถานที่ รวมถึงการใช้สำเนียงโบราณในเรื่อง ซึ่งต่างจากการทำงานในละครเรื่องก่อนหน้าที่เธอต้องเรียนศิลปะการต่อสู้กว่า 7 เดือน

Cut! ระหว่างรอผู้กำกับและนักแสดงเช็กความเรียบร้อยผ่านจอมอนิเตอร์ และพักเตรียมพร้อมรอเข้าฉากต่อไป พวกเราใช้เวลาสั้นๆ นี้หลบกล้องแฝงตัวในสถานที่ถ่ายทำ ซึ่งเป็นบ้านหลังจริงของเสนาบดีในยุคนั้น

เบื้องหลัง Kingdom, Netflix
เบื้องหลัง Kingdom, Netflix
เบื้องหลัง Kingdom, Netflix

“ก่อนเดินเข้ามา เราเห็นกล้องเลนส์ยาวๆ ตั้งอยู่บนภูเขาเพื่อเก็บภาพกว้างด้วย” แพรวา-ณิชาภัทร ฉัตรชัยพลรัตน์ ชี้ชวนพวกเราให้หันมองตาม เช่นเดียวกับ หน่อง-ธนา และ ภัทร ฉัตรบริรักษ์ สองนักแสดงหนุ่มผู้ร่วมทริปที่หันมาบอกเราด้วยสีน้ำเสียงตื่นเต้นว่าคิวนักแสดงประกอบเขาเยอะมากแค่ไหน

จากนั้น ไปดูจอมอนิเตอร์แบบเรียลทามที่จัดแยกออกมาอยู่ด้านนอกกองถ่าย ซึ่งไม่เพียงมุมมองจากกล้องถ่ายภาพยนตร์ที่แสดงผลผ่านจอจะชวนเราให้ตื่นเต้นตาม การแบ่งปันประสบการณ์จากมุมมองโปรดิวเซอร์ ผู้กำกับ และนักเขียนบทละครชุด ของ ปิง-เกรียงไกร วชิรธรรมพร ยังช่วยให้เรามองการทำงานเบื้องหลังกองถ่ายละครเปลี่ยนไป

เบื้องหลัง Kingdom, Netflix

“วิธีคิดในการทำงานของ Kingdom มีความคราฟต์ไม่ต่างจากงานภาพยนตร์ นั่นคือ ขณะที่ละครไทยถ่ายทำวันละยี่สิบซีน การถ่ายทำภาพยนตร์จะใช้เวลาถ่ายเพียงสองถึงสี่ซีนต่อวันเท่านั้น” ปิงเล่าเปรียบเทียบการทำงานของ 2 ประเทศ

ระหว่างที่เห็น Break Down ของกองถ่าย ปิงและนักแสดงผู้ร่วมทริปของเราก็ยิงคำถามถึงสตอรี่บอร์ดและขั้นตอนการทำงานที่ละเอียดยิบแบบนี้ โดยเบรกดาวน์สุดแสนจะละเอียดนี้เหมือนกันกับที่ใช้ในงานภาพยนตร์โฆษณา ซึ่งไม่ใช่วิธีทำงานปกติของละครเกาหลี หรือแม้แต่เป็นเพราะชื่อเสียงเรื่องคุณภาพของ Netflix แพลตฟอร์มสตรีมมิ่งเจ้าใหญ่ของโลก แต่เป็นเพราะทีมงานส่วนใหญ่มีประสบการณ์ในการทำงานภาพยนตร์ และทุกคนมีเป้าหมายร่วมกันที่จะสร้างสรรค์สิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในละครเกาหลี รวมถึงการลงทุนมหาศาลของ Netflix ในขั้นกระบวนการผลิต

แม้ Kingdom จะเป็นละครย้อนยุคที่พล็อตเรื่องแปลกไปจากที่คุ้นเคย แต่เชื่อว่าคนไทยอย่างเราก็อินตามไปด้วยได้ เพราะเต็มไปด้วยองค์ประกอบที่คนไทยน่าจะชอบ ทั้งเรื่องสืบสวนสอบสวน ปมชิงบัลลังก์กันในราชสำนัก ความหรูหราสวยงามของพระราชวัง ความเป็นมนุษย์ ความเหลื่อมล้ำในสังคม ยิ่งรวมกับเรื่องซอมบี้ที่ร่วมสมัยสุดๆ ก็ทำให้อดใจรอไม่ไหว

เบื้องหลัง Kingdom, Netflix
เบื้องหลัง Kingdom, Netflix
เบื้องหลัง Kingdom, Netflix

Writer

นภษร ศรีวิลาศ

อดีตนักเรียนเศรษฐศาสตร์ผู้วิ่งเล่นในแวดวงตลาดทุน หน่วยงานสนับสนุนกิจการเพื่อสังคม และงานสายแบรนดิ้งเพื่อความยั่งยืน หลงรักการลองเสื้อคอลเลกชันใหม่ของ COS MUJI Marimekko BEAMS และมีเพจชื่อ น้องนอนในห้องลองเสื้อ

Scoop

ความเคลื่อนไหวสร้างสรรค์และน่าจับตาจากหลากวงการที่เราอยากให้คุณรู้

27 กรกฎาคม 2560
2.28 K

ถึงรักกรุงเทพฯ มากแค่ไหน ฉันก็อดไม่ได้ที่จะอิจฉาสิงคโปร์ ฮ่องกง ญี่ปุ่น หรือประเทศอื่น ที่มีระบบคมนาคมสาธารณะสะดวกสบาย รถประจำทางทันสมัยและรถไฟพรั่งพร้อมยกระดับชีวิตดีๆ ในเมืองให้ลงตัวขึ้นอย่างเห็นได้ชัด คิดแล้วก็ฝันหวานว่ารถเมล์ไทยทุกคันทันสมัย สะอาด สะดวก ปลอดภัย และพร้อมส่งเราถึงจุดหมายอย่างนิ่มนวล

วันนี้รถเมล์แบบนั้นออกวิ่งแล้วในเมืองไทย แต่ไม่ใช่ในกรุงเทพฯ ขนส่งมวลชนใหม่เอี่ยมแล่นอยู่ในใจกลางอีสาน ‘ขอนแก่นซิตี้บัส’ ติดแอร์เย็นฉ่ำ ยืนราคา 15 บาททั้งสาย วิ่งตลอด 24 ชั่วโมง คนขับใส่สูทผูกไท ในรถติดกล้อง CCTV และมี Wi-Fi ให้เล่นฟรี มีบัตรเติมเงินไดโน่บัส (RFID) ให้ตี๊ดจ่ายค่าโดยสาร แถมยังมีแอพพลิเคชันในมือถือบอกข้อมูลและตำแหน่งรถพร้อมสรรพอีกต่างหาก

ขอนแก่นซิตี้บัส

ขอนแก่นซิตี้บัส ขอนแก่นซิตี้บัส

“นี่แค่จุดเริ่มต้นเท่านั้น”

กังวาน เหล่าวิโรจนกุล หนึ่งในผู้ก่อตั้งบริษัทขอนแก่นพัฒนาเมือง หรือ Khon Kaen Think Tank (KKTT) กล่าว ฉันนั่งอึ้งเมื่อรับรู้ว่ารถประจำทางยอดเยี่ยมที่วิ่งอยู่ในตัวเมืองและรถบัสฟรีในมหาวิทยาลัยเป็นเพียงยอดภูเขาน้ำแข็ง ใต้ระบบขนส่งมวลชนพื้นฐาน คือแผนการสร้างขอนแก่นเป็น Smart City โดยไม่รอความช่วยเหลือจากรัฐ แต่คนในบ้านจะร่วมผลักดันขึ้นมาเอง

ขอนแก่นสามัคคี

“ขอนแก่นเป็นเมืองที่ไม่มีความพิเศษ ไม่มีเจ้าพ่อ ไม่มีมาเฟีย ไม่มีนักการเมืองที่สามารถดึงโครงการใหญ่ๆ พันล้านมาตั้งได้ตั้งแต่อดีตยันปัจจุบัน สถานที่ท่องเที่ยวก็ไม่มี แต่เผอิญโชคดีที่มีสภาพภูมิศาสตร์ดี อยู่ใจกลางภูมิภาคอีสาน เป็นจุดเชื่อมต่อระหว่างภาคเหนือ พม่า ลาว จีน ฉะนั้นจึงเติบโตได้ตามสภาพ พอเดินไหว แต่ไม่โดดเด่น

“ความไม่มีทำให้มีความร่วมมือ สิ่งที่ทำให้เราแตกต่างจากที่อื่น คือเรารู้ว่าถ้าจับมือกันขอนแก่นจะพัฒนาไปได้ ไม่ว่าจะเป็นภาคเอกชน ภาคประชาสังคม ภาคการศึกษาคือมหาวิทยาลัยขอนแก่น ภาคราชการคือจังหวัด หรือว่าองค์กรปกครองท้องถิ่น เทศบาลนคร เราจับมือเติบโตด้วยกันมาตลอด”

ขอนแก่นซิตี้บัส ขอนแก่นซิตี้บัส

ผู้บริหาร KKTT เผยเคล็ดลับความก้าวหน้าของเมืองตั้งแต่เริ่มต้น กังวานเล่าว่า ใครต่อใครมักถามว่าจุดเด่นของขอนแก่นที่ทำให้ประสบความสำเร็จคืออะไร เขายืนยันซ้ำๆ เสมอว่าไม่มี หากจะมีก็มีเพียงอย่างเดียว คือพลังความร่วมมือที่แข็งแรง

เมื่อตัวแทนภาคเอกชนกลุ่มหนึ่งอยากพัฒนาระบบขนส่งมวลชนในเมืองให้มีคุณภาพ พวกเขารู้ดีว่างบประมาณของภาครัฐมีจำกัด (และส่วนใหญ่ตกอยู่กับกรุงเทพฯ) งบของขอนแก่นเพียงพอจะศึกษาหาวิธีเดินทางสาธารณะที่ดีขึ้น แต่การปรับปรุงการคมนาคมบนพื้นที่จริงต้องใช้เงินทุนมหาศาล ดังนั้นกว่ายี่สิบบริษัทที่เห็นพ้องต้องกันในจังหวัดจึงตั้งบริษัทขอนแก่นพัฒนาเมืองขึ้นมา ระดมทุนกันเองสำหรับพัฒนาบ้านเกิดอย่างเป็นรูปธรรม ผลงานแรกที่ประจักษ์ให้เราได้ยลโฉมและใช้งานเต็มที่คือ รถโดยสารประจำทาง

ขอนแก่นซิตี้บัส ขอนแก่นซิตี้บัส ขอนแก่นซิตี้บัส

วันนี้สะดวก

ขอนแก่นซิตี้บัส (Khon Kaen City Bus) 10 คัน และรถบัสประจำมหาวิทยาลัยขอนแก่น 20 คัน เป็นดอกผลงดงามของการร่วมมือระหว่างภาคเอกชน ภาคการศึกษา และภาครัฐท้องถิ่น จุดเริ่มต้นมาจากการย้ายสถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดขอนแก่น แห่งที่ 3 (บขส. 3) ไปอยู่นอกเมือง การเดินทางเข้าเมืองด้วยรถสาธารณะจำเป็นต้องใช้รถสองแถวที่วิ่งตามเส้นทางมากมาย แต่ซับซ้อน ใช้ยากพอสมควรสำหรับผู้มาใหม่ และไม่มีตารางเวลาวิ่งที่แน่นอน ส่วนแท็กซี่ก็ราคาแพงและมักต้องโดยสารในราคาเหมา บริษัทรถประจำทางใหม่เอี่ยมจึงเจรจาตกลงเส้นทางกับรถสองแถวเดิม โดยรับ-ส่งผู้โดยสารจาก บขส. สู่จุดหลักๆ ในตัวเมืองตลอด 24 ชั่วโมงด้วยราคาถูก ต่อจากรถทัวร์ก็เกิดเส้นทางไป-กลับสนามบิน ชาวขอนแก่นและแขกผู้มาเยือนจึงได้ตัวเลือกการเดินทางที่สะดวกมากขึ้น

“แกนของเมืองคือระบบขนส่งมวลชนที่มีคุณภาพ คือสองแถวที่ขึ้นอยู่ไม่ใช่ว่าไม่ดี แต่มันมีที่ดีกว่า ปลอดภัย ไม่ต้องกลัวฝนตก และได้ลองจ่ายเงินด้วยบัตร พอวันนึงที่รถไฟเสร็จมันก็จะเชื่อมต่อกันและใช้บัตรใบเดียว ลงรถไฟมามีจุดเชื่อมต่อ city bus เข้าไปในถนนเส้นหลัก ไปตามห้าง โรงเรียนต่างๆ คุณเดินทางแล้วกะเวลาได้ ต่อให้ใช้รถส่วนตัว ก็ไม่ต้องขับออกมาวนหาที่จอดกินข้าวระหว่างวัน ใช้ยามจำเป็นก็พอ”

ทีมงานเบื้องหลังขอนแก่นซิตี้บัสล้วนเป็นคนขอนแก่น ตั้งแต่ฝ่ายรถบัสยันฝ่ายพัฒนาแอพพลิเคชัน เนื่องจากสมาชิก KKTT หลายคนมีพื้นฐานด้านธุรกิจยานยนต์อยู่แล้วเป็นทุนเดิม การบุกเบิกสร้างระบบขนส่งที่ดีกว่าจึงเกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็ว และกลายเป็นโมเดลหลักที่หลายจังหวัดต้องตามมาศึกษาดูงาน ไม่เว้นกระทั่งกรุงเทพฯ

พรุ่งนี้สบาย

อย่างที่เกริ่นไปว่ารถบัสเป็นแค่ออเดิร์ฟเริ่มต้น ภารกิจจานหลักของชาวขอนแก่นคือรถไฟฟ้า light rail หรือรถไฟฟ้ารางเบาที่ขนาดย่อมกว่า BTS แต่ทรงประสิทธิภาพ วิ่งผ่านถนนมิตรภาพด้วยระยะมากกว่า 20 กิโลเมตร

การทำสิ่งที่ไม่เคยทีใครทำมาก่อนในประเทศไม่ใช่เรื่องง่าย KKTT จำเป็นต้องใช้ผลการศึกษาโครงการและสิทธิการเดินรถไฟ กลุ่มนักธุรกิจขอนแก่นจึงจับมือกับมหาวิทยาลัยขอนแก่นและภาคราชการท้องถิ่นเพื่อปูรางแห่งอนาคตไปด้วยกัน เป็นครั้งแรกในเมืองไทยที่เทศบาลท้องถิ่น 5 เทศบาลจดทะเบียนเป็นบริษัทวิสาหกิจ Khon Kaen Transit System (KKTS) เพื่อรองรับการดำเนินงานเส้นทางรถไฟฟ้าที่จะวิ่งผ่านเนื้อที่ของตน และขยายเมืองแบบก้าวกระโดด

“เราไม่ได้มองแค่อยากมีรถไฟฟ้าเท่ๆ แต่เรามองการเปลี่ยนแปลงระยะยาวด้านการลงทุน ธุรกิจ และการพัฒนาบ้านเมืองด้วย เพราะถ้าจะทำมันต้องเกิดประโยชน์กว่าแก้ปัญหารถติด การจราจรเป็นเรื่องเบื้องต้น จริงๆ แล้วมันคือการรองรับการเคลื่อนธุรกิจ การเดินทางของคนในเมือง”

กังวานยืนยันว่าต่อจากนี้ วิสาหกิจ KKTS คือผู้ดำเนินการเรื่องรถไฟฟ้ารางเบา โดยโครงการจะได้เริ่มต้นบริหารจัดจ้างภายในปลายปีนี้ ส่วน KKTT กำลังมุ่งหน้าไปสู่เป้าหมายถัดไป คือการมองหาความเป็นไปได้ทุกทางที่จะเปลี่ยนขอนแก่นให้เป็น Smart City
ขอนแก่นซิตี้บัส ขอนแก่นซิตี้บัส

ต่อเติมบ้านใหม่

“เราต้องทำให้ขอนแก่นเป็นเมือง Smart City มากกว่าเมืองลงทุน”

ผู้บริหารชาวขอนแก่นเฉลยอนาคตบทต่อไปของเมืองอีสาน รถบัสทันสมัย รถไฟฟ้ารางเบา ศูนย์ประชุมขนาดใหญ่ หรือสิ่งก่อสร้างต่างๆ คือตัวต่อที่พวกเขาผลักดันให้เกิดขึ้นทีละชิ้น เมื่อนำมาจัดเรียงกัน ภาพรวมแท้จริงของเมืองใหญ่นี้จึงปรากฏ

“Smart City ไม่ใช่เมือง IT มี Wi-Fi สะดวกสบาย มันเป็นองค์ประกอบหนึ่ง แต่จริงๆ คือเมืองที่คนอยู่จ่ายน้อยได้มาก คนที่อยู่ขอนแก่นแม้เงินเดือนเท่าเดิม แต่คุณภาพชีวิตสูงขึ้น มีเวลาใช้ชีวิตกับครอบครัวมากขึ้น ไม่ต้องรถติด 2 ชั่วโมงตอนเช้า 2 ชั่วโมงตอนเย็น ยกตัวอย่างง่ายๆ เหมือน กทม. คนที่อยากมีบ้านต้องไปอยู่ชานเมืองมากขึ้นเรื่อยๆ ส่วนงานอยู่กลางเมือง สิ่งที่ต้องทำคือเดินทางวิ่งเข้าไปแล้ววิ่งออกมา กลายเป็นปัญหาจราจร ขอนแก่นเลยทำล่วงหน้าก่อนปัญหาจะเกิด เราอยากให้เมืองเป็นเมืองกระชับ คนที่อยู่ในเมืองจะคงอยู่ในเมืองได้ เดินทางในเมืองโดยขนส่งมวลชนได้สะดวกกว่ารถยนต์ ค่าครองชีพในการเดินทาง ค่าที่อยู่อาศัยก็ต้องไม่สูง ใครมาอยู่ที่นี่ก็มีความสุขโดยปกติ”

“รถสมาร์ทบัส รถไฟรางเบา เป็นพื้นฐาน พอเสร็จเราก็มองเรื่อง IT ถ้าเรามีระบบขนส่งมวลชนที่มีคุณภาพ พวกไวไฟเซนเซอร์ครอบคลุมทั่วเมือง สิ่งที่ตามมาคือ smart economic, smart citizen, smart environment, smart governance ด้านบนรัฐบาลสนับสนุนอยู่แล้ว แต่สิ่งที่พวกเราขอนแก่นทำ เราทำจากด้านล่าง เรื่องพวกนี้จะเกิดขึ้นแน่นอนตามสถานการณ์ ตามยุค ตามภาวะ แต่พอเราทำระบบขนส่งมวลชนที่ดี ระบบเซนเซอร์หรือ infrastructure ให้ดี มันจะเป็นฐานข้อมูลให้เรา สิ่งที่จะเชื่อมระหว่างด้านบนกับด้านล่างคือศูนย์ข้อมูลเก็บ Big Data ถ้าขอนแก่นทำได้ คนที่มาลงทุนก็สะดวก เราไม่ได้บอกว่าเราจะไปชนะเด่นเกินใครนะครับ เราแค่ทำให้เมืองเราอยู่ได้ และคนก็อยากมาอยู่”

กังวานอธิบายเสริมว่าขอนแก่นถูกจัดเป็น MICE City หรือเมืองที่ใช้จัดสัมนาประชุมระดับนานาชาติ เช่นเดียวกับกรุงเทพฯ พัทยา ภูเก็ต และเชียงใหม่ แต่เสียเปรียบที่ไม่ใช่เมืองท่องเที่ยวอย่างจังหวัดอื่นๆ เมื่อเปลี่ยนอดีตที่เมืองมีไม่ได้ สิ่งที่พวกเขาทำได้คือลงมือเตรียมความพร้อมในปัจจุบัน เพื่อสร้างอนาคตใหม่ของบ้านร่วมกัน

กำไรทุกคน

เราถูกถามบ่อยๆ ว่าทำทั้งหมดนี้เพื่ออะไร?”

สมาชิก KKTT ผู้สวมหมวกเลขาธิการหอการค้าจังหวัดขอนแก่นอีกใบเอ่ยขึ้นในช่วงท้ายของการสนทนา

“บางคนเชื่อมั่นว่า mindset ของนักธุรกิจคือทำแล้วต้องได้กำไรอย่างเดียว คุณต้องคาดหวังกำไรสูงๆ เราตอบได้ว่าคงไม่มีคำว่าไม่กำไร เพราะไม่ได้กำไรคือเจ๊ง แล้วคงไม่ได้ทำต่อ แต่การลงทุนแบบนี้ไม่ได้กำไรหอมหวานเลยนะ ฉะนั้นคนที่มองเรื่องของผลประโยชน์ก่อนจะไม่ทำ ไม่งั้นโครงการแบบนี้คงเกิดขึ้นไปนานแล้ว วันนี้ทุกจังหวัดสามารถทำได้ ไม่ได้มีกฎห้ามขออนุญาติรัฐบาลทำระบบขนส่งมวลชนของคุณให้มีคุณภาพ ถูกไหมครับ ปัญหาคือการลงทุนต่างหาก ต้องเข้าใจว่าขนส่งมวลชนมีข้อจำกัดรายได้เรื่องค่าตั๋ว เราไม่สามารถเก็บเงินค่ารถเมล์ 30 – 40 บาทได้ ต้องเก็บแค่ 15 บาท และเรียนรู้ว่าจะปรับเข้ากับพฤติกรรมคนในเมืองอย่างไร มันต้องมีความเข้าใจ ความร่วมมือจริงๆ และความอดทน เมืองไหนมีครบก็น่าจะทำได้

“เรามองว่ากำไรคือทำแล้วเมืองพัฒนา คนมีความสุข ถ้ามองว่ากำไรคือเงินอย่างเดียวคงทำไม่ไหว  หลายๆ คนที่มารวมกันเป็นเจ้าของโรงงาน มีพนักงานที่นี่หลายพันหลายหมื่น เราก็อยากให้ประโยชน์ตกอยู่กับเมืองของเรา เป้าหมายคือเพิ่มดัชนีความสุข เพิ่มรายได้มวลรวมของจังหวัด อาจทำให้รายได้คุณสูงใกล้เคียงหรือเท่ากับ กทม. แต่รายจ่ายน้อยกว่า ในระยะยาวก็ยังใช้ชีวิตอยู่ในเมืองได้ ไม่ต้องกลายเป็นผู้อาศัยในบ้านตัวเอง

“ถ้ามีจังหวัดอื่นพร้อมจะทำ เราก็พร้อมให้ข้อมูลต่างๆ นะครับ เราไม่ได้มองว่าเราจะเป็นเมืองหลวงแบบกรุงเทพฯ แต่อยากเป็นพื้นที่ๆ พัฒนาแล้ว ถ้ามีสัก 10 เมือง สิ่งที่เกิดขึ้นตามมาคือประเทศเราจะได้ประโยชน์มหาศาลเลย ผมไปเที่ยวจังหวัดอื่นก็อยากนั่งรถสมาร์ทบัส รถแทรม หรือรถไฟเข้าเมือง คนก็จะอยากมาประเทศเรามากขึ้น และความสุขของพวกเราไม่ลดลง”

กังวานตบท้าย เราออกไปดูขอนแก่นซิตี้บัสคันใหญ่ ฉันมองรถเมล์ปรับอากาศที่วิ่งล่วงหน้าออกไปด้วยความหวัง สิ่งที่บรรจุอยู่ในรถประจำทางไม่ใช่แค่ผู้โดยสาร แต่เป็นความฝันอันเรืองรองของประชากรขอนแก่น

ขอนแก่นซิตี้บัส

Writer

ภัทรียา พัวพงศกร

บรรณาธิการและนักจัดทริปแห่ง The Cloud ที่สนใจตึกเก่า งานคราฟต์ กลิ่น และละครเวทีพอๆ กับการเดินทาง

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load