18 Feb 2019
6 PAGES
12 K

mt ย่อมาจาก Masking Tape เป็นเทปกาวกระดาษญี่ปุ่นเนื้อบางทนทาน เหนียวแต่ไม่หนึบ ลอกออกได้ไม่ทิ้งคราบ ลวดลายสีสันมีให้เลือกนับร้อยแบบ

สาวกงานประดิดประดอยน่าจะเป็นเจ้าของน้องเทปกาวสัญชาติญี่ปุุ่นนี้คนละหลายม้วนอยู่ เพราะน้องมีหลายไซส์ หลากสีสันร้อยพันลวดลาย แถมขยันออกดีไซน์ใหม่ๆ มากวักมือเรียกเงินในกระเป๋ารับทุกเทศกาลงานรื่นเริง เชื่อเถอะว่า แม้เราพยายามจะใช้สติ แต่อดไม่ได้ที่จะเสียสตางค์

mt mt

จุดเด่นของ mt ไม่ได้มีแค่ความน่ารักน่าสะสม คุณสมบัติของตัวเทปก็เลิศ เนื้อกาวไม่เหนียวเหนอะหนะ แปะแล้วลอกออกได้โดยไม่ทำให้ผิวกระดาษเสียหาย ฉีกง่ายด้วยมือเปล่า เราจึงพบเห็นน้องได้ในหลายพื้นที่ เช่น แพลนเนอร์ คอมพิวเตอร์ การ์ด กล่องของขวัญ โคมไฟ ฯลฯ แล้วแต่ใจผู้ใช้จะเห็นชอบ

mt ในปัจจุบันเติบโตจากวันที่เริ่มต้นไปไกล ทั้งในแง่ของตลาดและกายภาพ จากเทปหน้ากว้าง 1.5 ซม. สู่สินค้าหมวดใหม่อย่าง mt CASA หรือ mt wrap ที่มีไซส์บิ๊กเบิ้ม เช่น 15.5, 23 และ 46 ซม. ซึ่งเหมาะกับงานอินทีเรีย จากที่เคยเป็นการตกแต่งหน้ากระดาษ น้องจึงเลเวลอัพสู่การออกแบบบรรยากาศและไลฟ์สไตล์ไปแล้ว

mt mt

แปะไปแปะมา เทปม้วนจิ๋วสร้างความสดใสให้กับชีวิตประจำวันพวกเรามาครบ 10 ปีพอดี จะบอกว่า mt คือผู้บุกเบิกและสร้างตลาดให้เทปกระดาษเพื่องานสร้างสรรค์ก็คงไม่ผิดนัก จะมีเทปกาวแบรนด์ไหนอีกที่ตัวตนชัดเจน แฟนคลับเพียบจนจัดงาน Expo ของตัวเองได้ และมีคนนับหมื่นสมัครขอเข้าร่วม Factory Tour จนต้องจับสลากตัดสินทุกปี

ชิค เก๋ นำเทรนด์ขนาดนี้ ใครจะไปเดาออกว่า mt มีต้นกำเนิดมาจากเทปดักแมลง

Taniguchi San และ Takatsuka San ออริจินอลเมมเบอร์แห่งทีมมาร์เก็ตติ้งผู้ปลูกปั้น mt มาตั้งแต่เริ่ม ใจดีสละเวลามาพูดคุยกับ The Cloud ถึงเรื่องราวแนวคิดและการสร้างแบรนด์ของเทปมหัศจรรย์ ที่กาวไม่ได้ติดแค่วัตถุ แต่แปะความรู้สึกของผู้ใช้ลงไปอย่างเหนียวแน่นหนึบ และทิ้งเพียงคราบแห่งความประทับใจเอาไว้ให้อมยิ้ม

บอกเลยว่าอ่านแล้วจะเข้าใจ ลองใช้แล้วจะติดใจ

mt

 

01

จากชีวิตในโรงงานสู่การเดินสายตามแกลเลอรี่ชิค

Kamoi Kakoshi บริษัทแม่ผู้ให้กำเนิด mt อยู่ในวงการผลิตเทปที่ใช้ในงานอุตสาหกรรมมานาน จึงมีองค์ความรู้ในการผลิตเทปกระดาษคุณภาพสูง ต่อมาวันหนึ่งในปี 2006 สามสาวศิลปินในโตเกียวซึ่งแอบนิยมชมชอบเทปของที่นี่ โดยมักนำไปใช้แปะรูปติดผนังและในงานศิลปะของตนเอง ติดต่อมาขอชมโรงงาน จึงเป็นจุดเริ่มต้นของการพูดคุยและพัฒนา mt ตามคอมเมนต์ของศิลปินสาวที่อยากให้เทปแบบนี้มีสีสันหลากหลายเหมือนดินสอสี

ความเซอร์คือ ไม่ได้มีการทำวิจัยตลาดใดๆ แต่อาศัยการจัดนิทรรศการที่แสดงผลงานที่ทำจาก mt ของสามสาวในการเก็บฟีดแบ็กจากแกลเลอรี่ประมาณ 7 แห่งทั่วประเทศ โดยให้คนที่มาดูงานหรือซื้อเทปติดมือกลับไปตอบแบบสอบถามเกี่ยวกับเรื่องราคา อายุ เพศ สีที่ชอบ ฯลฯ เก็บข้อมูลอยู่ 1 ปีจึงเริ่มขายจริง

 

02

แม้ไม่มั่นใจ แต่แจ้งเกิดได้ทันที

จากที่เคยผลิตของจำนวนมากเพื่อใช้ในงานอุตสาหกรรม ต้องมาผลิตของหลายแบบในจำนวนที่น้อยลง แน่นอนว่าสร้างความไม่สบายใจให้หลายฝ่าย แต่ mt ได้รับความสนใจตั้งแต่เริ่มวางขาย ลูกค้าบอกต่อกันเยอะจนเป็นกระแสในอินเทอร์เน็ต และคว้ารางวัลดังอย่าง Good Design Award มาได้ด้วย สองผู้เชี่ยวชาญวิเคราะห์ว่า กระแสเครื่องเขียนที่เริ่มเบ่งบานในช่วง 10 ปีนี้ก็น่าจะมีส่วนช่วย เพราะในยุคนั้นคนชอบเขียนแพลนเนอร์และ Travel Note เมื่อมี mt เข้ามาสร้างสีสัน การบันทึกจึงสนุกขึ้น

mt mt

 

03

ความลับของความรัก

ทานิงุจิบอกว่า สิ่งที่ทำให้ mt ได้รับการต้อนรับและความเอ็นดูอย่างต่อเนื่องน่าจะเป็นเพราะ mt รวมความสวยงามกับคุณภาพไว้ด้วยกัน แม้ mt จะโดดเด่นที่ความสดใส ดีไซน์สวย แต่จุดแข็งตั้งแต่แรกเริ่มคือ คุณภาพของเทป

สมัยก่อนตอนพัฒนาเทปเพื่อใช้ในงานอุตสาหกรรม โจทย์คือต้องเหนียวติดแน่นแต่ลอกออกได้ และทนทานทุกสภาพอากาศไม่ว่าจะเป็นฮอกไกโดหรือโอกินาว่า เมื่อผสมเทคโนโลยีเข้ากับกระดาษญี่ปุ่น ซึ่งคุณสมบัติต่างจากกระดาษทั่วไปตรงที่เส้นใยยาว ทำให้ได้เทปที่บางและแข็งแรงทนทานในเวลาเดียวกัน

mt

 

04

แปะแล้วลอกได้ แบรนด์อื่นลอกไม่ได้

คนทำตามเยอะก็จริง แต่ส่วนมากไม่ได้ใช้เทคนิคแบบเดียวกับการผลิตเทปเพื่ออุตสาหกรรม จึงไม่มีความเชี่ยวชาญ หรือเทคนิคแบบ mt เมื่อติดเทปไปแล้วลอกไม่ได้เนียนแบบนี้ ที่สำคัญ ส่วนมากแค่ออกแบบลวดลายแล้วไปจ้างที่อื่นผลิต ไม่ได้ผลิตเอง ยิ่งของที่ทำในประเทศจีนคุณภาพค่อนข้างต่างกันมาก ติดแล้วลอกไม่ได้ ไม่ก็ทำให้กระดาษขาด mt จึงยังโดดเด่นในวงการอย่างต่อเนื่อง

mt

 

05

แปะ-ลอก-แปะ-ลอก เพราะเขาบอกว่า Making is fun

Making is fun การขยับไม้ขยับมือสร้างสรรค์ชิ้นงานนั้นแสนสนุกคือ Motto ของ mt

พวกเขามองว่า mt ไม่ใช่ของแพง ไม่ได้เป็นสินค้าแบรนด์หรูหราไฮโซ (โอเค ถ้าเทียบกับค่าครองชีพไทยอาจจะแพงนิดหน่อย) เป็นของราคามิตรภาพที่เอามาแสดงความเป็นตัวของตัวเองได้ เช่น เอามาแปะที่ชาร์จไฟโทรศัพท์ก็รู้แล้วว่าอันนี้ของเรา ใช้ mt ตกแต่งของใช้ต่างๆ แบบที่ชอบได้

ยิ่งตอนนี้โลกโซเชียล โลกแห่งการแสดงออก มีบทบาทในชีวิตผู้คน การใช้ mt แปะสิ่งของหรือการ์ดก่อนมอบให้ผู้รับ สามารถช่วยส่งต่อความรู้สึกและความตั้งใจของผู้ให้ รวมไปถึงแสดงความเป็นตัวของตัวเองและความในใจ

“ถ้า mt ไปถึงจุดที่กลายเป็นเครื่องมือถ่ายทอดความรู้สึกที่มีต่อกันได้ พวกเราจะดีใจมาก” ตัวแทนจาก mt รีบบอกเรา

 

06

ส่งเสริมความสนุกมา 10 ปี ตอนนี้ mt มีมากกว่า 800 แบบแล้ว

mt รุ่นแรกเป็นสีพื้นเรียบๆ 20 สี มีทั้งโทนหม่นและสดใส ก่อนจะพัฒนามาเป็นลวดลายต่างๆ แบบที่เห็นในปัจจุบัน ดีไซเนอร์ในยุคแรกเป็นผลงานของกราฟิกดีไซเนอร์ซึ่งเป็น 1 ใน 3 สาวศิลปินที่เป็นคนจุดประกาย mt ก่อนจะส่งไม้ต่อให้เพื่อนดีไซเนอร์ที่ไว้วางใจอีกคนมารับช่วงต่อแทน ซึ่งเขารับหน้าที่เป็นอาร์ตไดเรกเตอร์ยาวมาจนถึงปัจจุบัน

ตอนนี้ใน 1 ปี มีสินค้าออกใหม่ประมาณ 3 รอบ คือฤดูใบไม้ผลิ ฤดูร้อน และฤดูใบไม่ร่วง / ฤดูหนาว โดยแต่ละรอบจะมี 15 – 20 แบบ (แต่ก็มียกเลิกบางลายด้วยเช่นกัน) รวมทั้งหมดมีประมาณ 800 แบบ รวมพวกลายเดียวกันต่างไซส์ด้วย ความหลากหลายก็เป็นจุดเด่นอีกอย่างของ mt เมื่อมีแบบให้สะสม คนก็อยากได้เพิ่มอีก

mt mt

 

07

จากชีวิตบนแผ่นกระดาษสู่ชีวิตในครัวเรือน

mt เริ่มต้นจากการเป็นเทปเล็กๆ ติดของกระจุกกระจิก เช่น สมุด ดินสอ แต่ตอนนี้มีสินค้าหลายรูปแบบ เช่น mt CASA ที่เน้นแปะตกแต่งบ้านและเฟอร์นิเจอร์ นอกจากลายมุ้งมิ้ง มีลายไม้ลายกระเบื้องเก๋ไก๋, mt seal สติกเกอร์ชิ้นเล็ก, mt wrap สำหรับห่อของขวัญ, mt foto สำหรับงานในวงการภาพและวิดีโอ และอุปกรณ์สำหรับใช้กับ mt ต่างๆ เช่น ที่ตัดเทป

จริงๆ แล้ว mt ขนาดใหญ่พิเศษถูกทำขึ้นมาเพื่อใช้ในงานดิสเพลย์ตอนจัดนิทรรศการในโตเกียวในปี 2009 เท่านั้น แต่อาร์ตไดเรกเตอร์มองว่าผลิตภัณฑ์นี้สามารถนำมาใช้กับงานอินทีเรียได้ ยิ่งใช้ประโยชน์จากการติดลอกใหม่ น่าจะทำให้การตกแต่งบ้านสนุกขึ้น ตอนนี้พื้นที่สำหรับ mt จึงขยับจากหน้ากระดาษสู่พื้นผิวหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น ผนัง เพดาน โต๊ะ เก้าอี้ โคมไฟ ฯลฯ

mt mt

 

08

คำขวัญประจำแบรนด์ ‘วิธีใช้ที่ไร้ขีดจำกัด’

จริงๆ แล้วในเว็บไซต์ mt มีวิธีใช้เทปแนะนำไว้นิดหน่อย แต่ถ้าอยากดูอะไรสนุกๆ ต้องเข้าไปส่องในโซเชียลมีเดีย มีการดัดแปลงสนุกๆ มากมายซึ่งตรงกับคำขวัญของ mt ที่ว่า ‘วิธีใช้ที่ไร้ขีดจำกัด’ mt ทำหน้าที่มอบวัสดุให้ลูกค้า ซึ่งพวกเขาอาจจะค้นพบวิธีใช้ใหม่ๆ เองก็ได้

mt

 

09

แปะความปังให้แบรนด์ดังด้วยการจัดงาน Expo

ใน 1 ปี mt จัดงานอีเวนต์เยอะมาก ถ้ารวมงานที่ต่างประเทศด้วยน่าจะราวๆ 20 – 30 งาน ซึ่งมีทั้งงานสเกลเล็กใหญ่ปะปนกันไป ทั้งจัดในห้าง จัดเองตามแกลเลอรี่หรือโกดัง วัตถุประสงค์ในการจัดมีทั้งเพื่อสร้างแบรนด์ ทดลองความเป็นไปได้ใหม่ๆ ของ mt เพราะเวลาจัดงานแบบนี้จะได้คุยกับลูกค้าและแฟนๆ โดยตรง ได้ฟังความเห็นทั้งบวกลบและความต้องการจากผู้ใช้ไปทำงานต่อ

mt

งานที่อิมแพคเยอะที่สุดน่าจะเป็น mt EXPO 2015 ที่โกเบ ซึ่งใช้ mt 80,000 อันจัดแสดงในโรงงานเก่า มีคนมาร่วมงานถึง 20,000 คนและได้รับรางวัลด้วย งานลักษณะนี้ช่วยสร้างแบรนด์ได้ดีมาก เพราะมีคนมาดูเยอะ ได้สื่อสารกับคนจำนวนมากทั้งที่เป็นแฟนคลับและไม่ได้เป็น แถมยังเป็นแบรนด์เดียวที่จัดงานแบบนี้อีกต่างหาก

สิ่งสำคัญที่สุดในการจัดงานคือ ‘ต้องทำให้ผู้ชมตกใจ’

เริ่มจากการเลือกสถานที่แปลกๆ ไม่ใช่ห้างสรรพสินค้าทั่วไป เช่น โกดังเก่าๆ โรงเรียน สถานที่ที่มีความหมาย มีอิทธิพลหรือสตอรี่ จากนั้นใช้ mt ไปปรับบรรยากาศ สื่อสารตัวตนของแบรนด์

mt mt

 

10

แปะเพื่อสังคม

นอกจากงานเชิงธุรกิจ mt เริ่มส่งเสริมกิจกรรมทางสังคมอย่างจริงจังตอนเกิดภัยพิบัติครั้งใหญ่ที่แถบโทโฮคุในปี 2011 โดยผลิต mt พิเศษรุ่น mt for tohoku มอบรายได้ทั้งหมดโดยไม่หักค่าใช้จ่ายให้ใช้ในการฟื้นฟูท้องถิ่น หลังจากนั้น 1 ปี เมื่อพื้นที่เริ่มเข้าที่เข้าทางจึงไปจัดอีเวนต์ที่นั่น เพื่อบอกให้คนรู้ว่าเมืองดีขึ้นแล้วนะ กลับมาเที่ยวได้แล้ว เพราะจริงๆ แล้วการฟื้นฟูต้องใช้เวลา แต่คนมักจะลืมหลังเหตุการณ์ผ่านไปสักพัก

 

11

10 ปีที่ผ่านมา mt มีแต่สีและลวดลายเท่านั้นที่เปลี่ยนไป

Taniguchi และ Takatsuka บอกว่า 10 ปีผ่านไป สิ่งที่เปลี่ยนแปลงคือ สีและลวดลายของ mt เท่านั้น

mt

 

12

เบื้องหลังงาน Collaboration ที่ยั่วเงินในกระเป๋า

แนวคิดและทิศทางของบริษัทยังเหมือนเดิมทุกอย่าง งาน Collaboration กับศิลปินหรือแบรนด์ต่างๆ ถือเป็นอีกความสนุกของ mt ที่ยั่วเงินในกระเป๋าลูกค้าไม่น้อย แต่ไม่ใช่ว่าจะทำกับใครก็ได้ สองผู้เชี่ยวชาญบอกว่าเกณฑ์การทำงานที่สำคัญคือ ‘การเลือกคนที่เข้ากับโลกของ mt’ กล่าวคือ คนที่ชอบ mt น่าจะชอบ บางทีก็เสียดายที่ต้องปฏิเสธคนหรือแบรนด์ดังไปหลายเจ้า เพราะความรู้สึกและอะไรต่างๆ ยังไม่เข้ากัน

mt mt

 

13

แฟนคลับตั้งแต่เด็กประถมศึกษาจนถึงคุณป้า (ไม่มหาประลัย)

ส่วนลูกค้า เรียกว่าโตขึ้นพร้อมๆ กับ mt ก็ได้ บางคนซื้อใช้ตั้งแต่ตอนสาวๆ พอแต่งงานมีลูก ได้ใช้ต่อด้วยกันทั้งแม่ลูกก็มี อายุลูกค้าโดยรวมถือว่าหลากหลายขึ้น สมัยก่อนอาจจะเป็นแค่สาวๆ ที่ชอบจดบันทึก แต่ตอนนี้มีแฟนคลับตั้งแต่เด็กประถมยันคุณป้า

สำหรับคนที่ใช้ไม่หมดสักที ไม่ต้องกลุ้มใจ เขาบอกว่า เก็บไว้ได้หลายปีขึ้นอยู่กับการเก็บรักษา เทปรุ่นแรกที่ทำเมื่อ 10 ปีก่อนบางอันยังใช้ได้อยู่เลย

mt mt

 

14

mt ในอนาคตยังคงพยายามใช้จุดแข็งเรื่องกาวในการพัฒนาต่อไป โดยไม่ไหลตามเทรนด์มากนัก

 

15

เทปกาวกระดาษที่ก้าวข้ามความเป็นเครื่องใช้สู่การขายวัฒนธรรม

mt เป็นเทปกาวพิเศษที่ยากจะจำกัดความ เพราะน้องโผล่ไปในทุกที่ทั้งร้านเครื่องเขียน ร้านหนังสือ ร้านดีไอวาย ร้านขายของฝากและพิพิธภัณฑ์

สองผู้เชี่ยวชาญที่ฟูมฟัก mt มาหนึ่งทศวรรษมองว่า mt เป็นความรู้สึกมากกว่าสิ่งของ เป็นความยินดีที่ได้มอบให้และได้รับ “ผมว่าเราคงขายวัฒนธรรมผ่านเทป นั่นคือ ตัวสินค้าที่ขายยังคงเป็นเทป แต่ตัวเทปนำไปสู่อะไรมากกว่านั้น พวกเราดีใจนะ เมื่อเทปอันเล็กๆ สามารถมอบความสุขใหญ่ๆ ให้ผู้ใช้ได้”

mt

CONTRIBUTOR

ณิชมน หิรัญพฤกษ์

นักศึกษาเอกภาษาญี่ปุ่นที่คิดเลขไม่ได้ อ่านแผนที่ไม่ออก แต่รักการเดินทาง / ผู้ประสานงานใน a day และ HUMAN RIDE ฉบับญี่ปุ่น / เจ้าของคอลัมน์ made in japan และหนังสือ 'ซะกะ กัมบัตเตะ!' ปัจจุบันใช้เวลาว่างจากการหาร้านคาเฟ่กรุบกริบไปนั่งเรียนปริญญาโทที่โตเกียว และโดนยัดเยียดความเป็นไกด์เถื่อนให้อยู่เป็นระยะ