18 กุมภาพันธ์ 2562
17.65 K

mt ย่อมาจาก Masking Tape เป็นเทปกาวกระดาษญี่ปุ่นเนื้อบางทนทาน เหนียวแต่ไม่หนึบ ลอกออกได้ไม่ทิ้งคราบ ลวดลายสีสันมีให้เลือกนับร้อยแบบ

สาวกงานประดิดประดอยน่าจะเป็นเจ้าของน้องเทปกาวสัญชาติญี่ปุุ่นนี้คนละหลายม้วนอยู่ เพราะน้องมีหลายไซส์ หลากสีสันร้อยพันลวดลาย แถมขยันออกดีไซน์ใหม่ๆ มากวักมือเรียกเงินในกระเป๋ารับทุกเทศกาลงานรื่นเริง เชื่อเถอะว่า แม้เราพยายามจะใช้สติ แต่อดไม่ได้ที่จะเสียสตางค์

mt mt

จุดเด่นของ mt ไม่ได้มีแค่ความน่ารักน่าสะสม คุณสมบัติของตัวเทปก็เลิศ เนื้อกาวไม่เหนียวเหนอะหนะ แปะแล้วลอกออกได้โดยไม่ทำให้ผิวกระดาษเสียหาย ฉีกง่ายด้วยมือเปล่า เราจึงพบเห็นน้องได้ในหลายพื้นที่ เช่น แพลนเนอร์ คอมพิวเตอร์ การ์ด กล่องของขวัญ โคมไฟ ฯลฯ แล้วแต่ใจผู้ใช้จะเห็นชอบ

mt ในปัจจุบันเติบโตจากวันที่เริ่มต้นไปไกล ทั้งในแง่ของตลาดและกายภาพ จากเทปหน้ากว้าง 1.5 ซม. สู่สินค้าหมวดใหม่อย่าง mt CASA หรือ mt wrap ที่มีไซส์บิ๊กเบิ้ม เช่น 15.5, 23 และ 46 ซม. ซึ่งเหมาะกับงานอินทีเรีย จากที่เคยเป็นการตกแต่งหน้ากระดาษ น้องจึงเลเวลอัพสู่การออกแบบบรรยากาศและไลฟ์สไตล์ไปแล้ว

mt mt

แปะไปแปะมา เทปม้วนจิ๋วสร้างความสดใสให้กับชีวิตประจำวันพวกเรามาครบ 10 ปีพอดี จะบอกว่า mt คือผู้บุกเบิกและสร้างตลาดให้เทปกระดาษเพื่องานสร้างสรรค์ก็คงไม่ผิดนัก จะมีเทปกาวแบรนด์ไหนอีกที่ตัวตนชัดเจน แฟนคลับเพียบจนจัดงาน Expo ของตัวเองได้ และมีคนนับหมื่นสมัครขอเข้าร่วม Factory Tour จนต้องจับสลากตัดสินทุกปี

ชิค เก๋ นำเทรนด์ขนาดนี้ ใครจะไปเดาออกว่า mt มีต้นกำเนิดมาจากเทปดักแมลง

Taniguchi San และ Takatsuka San ออริจินอลเมมเบอร์แห่งทีมมาร์เก็ตติ้งผู้ปลูกปั้น mt มาตั้งแต่เริ่ม ใจดีสละเวลามาพูดคุยกับ The Cloud ถึงเรื่องราวแนวคิดและการสร้างแบรนด์ของเทปมหัศจรรย์ ที่กาวไม่ได้ติดแค่วัตถุ แต่แปะความรู้สึกของผู้ใช้ลงไปอย่างเหนียวแน่นหนึบ และทิ้งเพียงคราบแห่งความประทับใจเอาไว้ให้อมยิ้ม

บอกเลยว่าอ่านแล้วจะเข้าใจ ลองใช้แล้วจะติดใจ

mt

 

01

จากชีวิตในโรงงานสู่การเดินสายตามแกลเลอรี่ชิค

Kamoi Kakoshi บริษัทแม่ผู้ให้กำเนิด mt อยู่ในวงการผลิตเทปที่ใช้ในงานอุตสาหกรรมมานาน จึงมีองค์ความรู้ในการผลิตเทปกระดาษคุณภาพสูง ต่อมาวันหนึ่งในปี 2006 สามสาวศิลปินในโตเกียวซึ่งแอบนิยมชมชอบเทปของที่นี่ โดยมักนำไปใช้แปะรูปติดผนังและในงานศิลปะของตนเอง ติดต่อมาขอชมโรงงาน จึงเป็นจุดเริ่มต้นของการพูดคุยและพัฒนา mt ตามคอมเมนต์ของศิลปินสาวที่อยากให้เทปแบบนี้มีสีสันหลากหลายเหมือนดินสอสี

ความเซอร์คือ ไม่ได้มีการทำวิจัยตลาดใดๆ แต่อาศัยการจัดนิทรรศการที่แสดงผลงานที่ทำจาก mt ของสามสาวในการเก็บฟีดแบ็กจากแกลเลอรี่ประมาณ 7 แห่งทั่วประเทศ โดยให้คนที่มาดูงานหรือซื้อเทปติดมือกลับไปตอบแบบสอบถามเกี่ยวกับเรื่องราคา อายุ เพศ สีที่ชอบ ฯลฯ เก็บข้อมูลอยู่ 1 ปีจึงเริ่มขายจริง

 

02

แม้ไม่มั่นใจ แต่แจ้งเกิดได้ทันที

จากที่เคยผลิตของจำนวนมากเพื่อใช้ในงานอุตสาหกรรม ต้องมาผลิตของหลายแบบในจำนวนที่น้อยลง แน่นอนว่าสร้างความไม่สบายใจให้หลายฝ่าย แต่ mt ได้รับความสนใจตั้งแต่เริ่มวางขาย ลูกค้าบอกต่อกันเยอะจนเป็นกระแสในอินเทอร์เน็ต และคว้ารางวัลดังอย่าง Good Design Award มาได้ด้วย สองผู้เชี่ยวชาญวิเคราะห์ว่า กระแสเครื่องเขียนที่เริ่มเบ่งบานในช่วง 10 ปีนี้ก็น่าจะมีส่วนช่วย เพราะในยุคนั้นคนชอบเขียนแพลนเนอร์และ Travel Note เมื่อมี mt เข้ามาสร้างสีสัน การบันทึกจึงสนุกขึ้น

mt mt

 

03

ความลับของความรัก

ทานิงุจิบอกว่า สิ่งที่ทำให้ mt ได้รับการต้อนรับและความเอ็นดูอย่างต่อเนื่องน่าจะเป็นเพราะ mt รวมความสวยงามกับคุณภาพไว้ด้วยกัน แม้ mt จะโดดเด่นที่ความสดใส ดีไซน์สวย แต่จุดแข็งตั้งแต่แรกเริ่มคือ คุณภาพของเทป

สมัยก่อนตอนพัฒนาเทปเพื่อใช้ในงานอุตสาหกรรม โจทย์คือต้องเหนียวติดแน่นแต่ลอกออกได้ และทนทานทุกสภาพอากาศไม่ว่าจะเป็นฮอกไกโดหรือโอกินาว่า เมื่อผสมเทคโนโลยีเข้ากับกระดาษญี่ปุ่น ซึ่งคุณสมบัติต่างจากกระดาษทั่วไปตรงที่เส้นใยยาว ทำให้ได้เทปที่บางและแข็งแรงทนทานในเวลาเดียวกัน

mt

 

04

แปะแล้วลอกได้ แบรนด์อื่นลอกไม่ได้

คนทำตามเยอะก็จริง แต่ส่วนมากไม่ได้ใช้เทคนิคแบบเดียวกับการผลิตเทปเพื่ออุตสาหกรรม จึงไม่มีความเชี่ยวชาญ หรือเทคนิคแบบ mt เมื่อติดเทปไปแล้วลอกไม่ได้เนียนแบบนี้ ที่สำคัญ ส่วนมากแค่ออกแบบลวดลายแล้วไปจ้างที่อื่นผลิต ไม่ได้ผลิตเอง ยิ่งของที่ทำในประเทศจีนคุณภาพค่อนข้างต่างกันมาก ติดแล้วลอกไม่ได้ ไม่ก็ทำให้กระดาษขาด mt จึงยังโดดเด่นในวงการอย่างต่อเนื่อง

mt

 

05

แปะ-ลอก-แปะ-ลอก เพราะเขาบอกว่า Making is fun

Making is fun การขยับไม้ขยับมือสร้างสรรค์ชิ้นงานนั้นแสนสนุกคือ Motto ของ mt

พวกเขามองว่า mt ไม่ใช่ของแพง ไม่ได้เป็นสินค้าแบรนด์หรูหราไฮโซ (โอเค ถ้าเทียบกับค่าครองชีพไทยอาจจะแพงนิดหน่อย) เป็นของราคามิตรภาพที่เอามาแสดงความเป็นตัวของตัวเองได้ เช่น เอามาแปะที่ชาร์จไฟโทรศัพท์ก็รู้แล้วว่าอันนี้ของเรา ใช้ mt ตกแต่งของใช้ต่างๆ แบบที่ชอบได้

ยิ่งตอนนี้โลกโซเชียล โลกแห่งการแสดงออก มีบทบาทในชีวิตผู้คน การใช้ mt แปะสิ่งของหรือการ์ดก่อนมอบให้ผู้รับ สามารถช่วยส่งต่อความรู้สึกและความตั้งใจของผู้ให้ รวมไปถึงแสดงความเป็นตัวของตัวเองและความในใจ

“ถ้า mt ไปถึงจุดที่กลายเป็นเครื่องมือถ่ายทอดความรู้สึกที่มีต่อกันได้ พวกเราจะดีใจมาก” ตัวแทนจาก mt รีบบอกเรา

 

06

ส่งเสริมความสนุกมา 10 ปี ตอนนี้ mt มีมากกว่า 800 แบบแล้ว

mt รุ่นแรกเป็นสีพื้นเรียบๆ 20 สี มีทั้งโทนหม่นและสดใส ก่อนจะพัฒนามาเป็นลวดลายต่างๆ แบบที่เห็นในปัจจุบัน ดีไซเนอร์ในยุคแรกเป็นผลงานของกราฟิกดีไซเนอร์ซึ่งเป็น 1 ใน 3 สาวศิลปินที่เป็นคนจุดประกาย mt ก่อนจะส่งไม้ต่อให้เพื่อนดีไซเนอร์ที่ไว้วางใจอีกคนมารับช่วงต่อแทน ซึ่งเขารับหน้าที่เป็นอาร์ตไดเรกเตอร์ยาวมาจนถึงปัจจุบัน

ตอนนี้ใน 1 ปี มีสินค้าออกใหม่ประมาณ 3 รอบ คือฤดูใบไม้ผลิ ฤดูร้อน และฤดูใบไม่ร่วง / ฤดูหนาว โดยแต่ละรอบจะมี 15 – 20 แบบ (แต่ก็มียกเลิกบางลายด้วยเช่นกัน) รวมทั้งหมดมีประมาณ 800 แบบ รวมพวกลายเดียวกันต่างไซส์ด้วย ความหลากหลายก็เป็นจุดเด่นอีกอย่างของ mt เมื่อมีแบบให้สะสม คนก็อยากได้เพิ่มอีก

mt mt

 

07

จากชีวิตบนแผ่นกระดาษสู่ชีวิตในครัวเรือน

mt เริ่มต้นจากการเป็นเทปเล็กๆ ติดของกระจุกกระจิก เช่น สมุด ดินสอ แต่ตอนนี้มีสินค้าหลายรูปแบบ เช่น mt CASA ที่เน้นแปะตกแต่งบ้านและเฟอร์นิเจอร์ นอกจากลายมุ้งมิ้ง มีลายไม้ลายกระเบื้องเก๋ไก๋, mt seal สติกเกอร์ชิ้นเล็ก, mt wrap สำหรับห่อของขวัญ, mt foto สำหรับงานในวงการภาพและวิดีโอ และอุปกรณ์สำหรับใช้กับ mt ต่างๆ เช่น ที่ตัดเทป

จริงๆ แล้ว mt ขนาดใหญ่พิเศษถูกทำขึ้นมาเพื่อใช้ในงานดิสเพลย์ตอนจัดนิทรรศการในโตเกียวในปี 2009 เท่านั้น แต่อาร์ตไดเรกเตอร์มองว่าผลิตภัณฑ์นี้สามารถนำมาใช้กับงานอินทีเรียได้ ยิ่งใช้ประโยชน์จากการติดลอกใหม่ น่าจะทำให้การตกแต่งบ้านสนุกขึ้น ตอนนี้พื้นที่สำหรับ mt จึงขยับจากหน้ากระดาษสู่พื้นผิวหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น ผนัง เพดาน โต๊ะ เก้าอี้ โคมไฟ ฯลฯ

mt mt

 

08

คำขวัญประจำแบรนด์ ‘วิธีใช้ที่ไร้ขีดจำกัด’

จริงๆ แล้วในเว็บไซต์ mt มีวิธีใช้เทปแนะนำไว้นิดหน่อย แต่ถ้าอยากดูอะไรสนุกๆ ต้องเข้าไปส่องในโซเชียลมีเดีย มีการดัดแปลงสนุกๆ มากมายซึ่งตรงกับคำขวัญของ mt ที่ว่า ‘วิธีใช้ที่ไร้ขีดจำกัด’ mt ทำหน้าที่มอบวัสดุให้ลูกค้า ซึ่งพวกเขาอาจจะค้นพบวิธีใช้ใหม่ๆ เองก็ได้

mt

 

09

แปะความปังให้แบรนด์ดังด้วยการจัดงาน Expo

ใน 1 ปี mt จัดงานอีเวนต์เยอะมาก ถ้ารวมงานที่ต่างประเทศด้วยน่าจะราวๆ 20 – 30 งาน ซึ่งมีทั้งงานสเกลเล็กใหญ่ปะปนกันไป ทั้งจัดในห้าง จัดเองตามแกลเลอรี่หรือโกดัง วัตถุประสงค์ในการจัดมีทั้งเพื่อสร้างแบรนด์ ทดลองความเป็นไปได้ใหม่ๆ ของ mt เพราะเวลาจัดงานแบบนี้จะได้คุยกับลูกค้าและแฟนๆ โดยตรง ได้ฟังความเห็นทั้งบวกลบและความต้องการจากผู้ใช้ไปทำงานต่อ

mt

งานที่อิมแพคเยอะที่สุดน่าจะเป็น mt EXPO 2015 ที่โกเบ ซึ่งใช้ mt 80,000 อันจัดแสดงในโรงงานเก่า มีคนมาร่วมงานถึง 20,000 คนและได้รับรางวัลด้วย งานลักษณะนี้ช่วยสร้างแบรนด์ได้ดีมาก เพราะมีคนมาดูเยอะ ได้สื่อสารกับคนจำนวนมากทั้งที่เป็นแฟนคลับและไม่ได้เป็น แถมยังเป็นแบรนด์เดียวที่จัดงานแบบนี้อีกต่างหาก

สิ่งสำคัญที่สุดในการจัดงานคือ ‘ต้องทำให้ผู้ชมตกใจ’

เริ่มจากการเลือกสถานที่แปลกๆ ไม่ใช่ห้างสรรพสินค้าทั่วไป เช่น โกดังเก่าๆ โรงเรียน สถานที่ที่มีความหมาย มีอิทธิพลหรือสตอรี่ จากนั้นใช้ mt ไปปรับบรรยากาศ สื่อสารตัวตนของแบรนด์

mt mt

 

10

แปะเพื่อสังคม

นอกจากงานเชิงธุรกิจ mt เริ่มส่งเสริมกิจกรรมทางสังคมอย่างจริงจังตอนเกิดภัยพิบัติครั้งใหญ่ที่แถบโทโฮคุในปี 2011 โดยผลิต mt พิเศษรุ่น mt for tohoku มอบรายได้ทั้งหมดโดยไม่หักค่าใช้จ่ายให้ใช้ในการฟื้นฟูท้องถิ่น หลังจากนั้น 1 ปี เมื่อพื้นที่เริ่มเข้าที่เข้าทางจึงไปจัดอีเวนต์ที่นั่น เพื่อบอกให้คนรู้ว่าเมืองดีขึ้นแล้วนะ กลับมาเที่ยวได้แล้ว เพราะจริงๆ แล้วการฟื้นฟูต้องใช้เวลา แต่คนมักจะลืมหลังเหตุการณ์ผ่านไปสักพัก

 

11

10 ปีที่ผ่านมา mt มีแต่สีและลวดลายเท่านั้นที่เปลี่ยนไป

Taniguchi และ Takatsuka บอกว่า 10 ปีผ่านไป สิ่งที่เปลี่ยนแปลงคือ สีและลวดลายของ mt เท่านั้น

mt

 

12

เบื้องหลังงาน Collaboration ที่ยั่วเงินในกระเป๋า

แนวคิดและทิศทางของบริษัทยังเหมือนเดิมทุกอย่าง งาน Collaboration กับศิลปินหรือแบรนด์ต่างๆ ถือเป็นอีกความสนุกของ mt ที่ยั่วเงินในกระเป๋าลูกค้าไม่น้อย แต่ไม่ใช่ว่าจะทำกับใครก็ได้ สองผู้เชี่ยวชาญบอกว่าเกณฑ์การทำงานที่สำคัญคือ ‘การเลือกคนที่เข้ากับโลกของ mt’ กล่าวคือ คนที่ชอบ mt น่าจะชอบ บางทีก็เสียดายที่ต้องปฏิเสธคนหรือแบรนด์ดังไปหลายเจ้า เพราะความรู้สึกและอะไรต่างๆ ยังไม่เข้ากัน

mt mt

 

13

แฟนคลับตั้งแต่เด็กประถมศึกษาจนถึงคุณป้า (ไม่มหาประลัย)

ส่วนลูกค้า เรียกว่าโตขึ้นพร้อมๆ กับ mt ก็ได้ บางคนซื้อใช้ตั้งแต่ตอนสาวๆ พอแต่งงานมีลูก ได้ใช้ต่อด้วยกันทั้งแม่ลูกก็มี อายุลูกค้าโดยรวมถือว่าหลากหลายขึ้น สมัยก่อนอาจจะเป็นแค่สาวๆ ที่ชอบจดบันทึก แต่ตอนนี้มีแฟนคลับตั้งแต่เด็กประถมยันคุณป้า

สำหรับคนที่ใช้ไม่หมดสักที ไม่ต้องกลุ้มใจ เขาบอกว่า เก็บไว้ได้หลายปีขึ้นอยู่กับการเก็บรักษา เทปรุ่นแรกที่ทำเมื่อ 10 ปีก่อนบางอันยังใช้ได้อยู่เลย

mt mt

 

14

mt ในอนาคตยังคงพยายามใช้จุดแข็งเรื่องกาวในการพัฒนาต่อไป โดยไม่ไหลตามเทรนด์มากนัก

 

15

เทปกาวกระดาษที่ก้าวข้ามความเป็นเครื่องใช้สู่การขายวัฒนธรรม

mt เป็นเทปกาวพิเศษที่ยากจะจำกัดความ เพราะน้องโผล่ไปในทุกที่ทั้งร้านเครื่องเขียน ร้านหนังสือ ร้านดีไอวาย ร้านขายของฝากและพิพิธภัณฑ์

สองผู้เชี่ยวชาญที่ฟูมฟัก mt มาหนึ่งทศวรรษมองว่า mt เป็นความรู้สึกมากกว่าสิ่งของ เป็นความยินดีที่ได้มอบให้และได้รับ “ผมว่าเราคงขายวัฒนธรรมผ่านเทป นั่นคือ ตัวสินค้าที่ขายยังคงเป็นเทป แต่ตัวเทปนำไปสู่อะไรมากกว่านั้น พวกเราดีใจนะ เมื่อเทปอันเล็กๆ สามารถมอบความสุขใหญ่ๆ ให้ผู้ใช้ได้”

mt

Big Brand

เรื่องราวน่ารู้เบื้องหลังแบรนด์ดังที่รัก

ยาอมแก้ไอสมุนไพรลูกกลม เม็ดเล็ก รสชาติแรกลองเฝื่อนหน่อย ๆ อมไปแล้วหวานนิด ๆ ชื่อนี้ไม่มีใครไม่รู้จักเมื่อเห็นตะขาบเลื้อยอยู่บนซอง

ตราตะขาบ 5 ตัวอยู่คู่คนไทยมาตั้งแต่ก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 ทุกวันนี้มียอดขายหลายร้อยล้านบาท ส่งออกไปยังอาเซียนและหลากหลายประเทศ โดยยังคงโลโก้ตะขาบขนาบข้างในซองดังเดิม มีสรรพคุณแก้ไอได้ชะงักงัน เป็นดั่งฮีโร่ยาสมุนไพรไทยคู่บ้านที่สืบทอดรุ่นต่อรุ่นมาตลอด ความท้าทายใหม่ของแบรนด์ในยุคนี้ คือทำอย่างไรให้คนรุ่นใหม่สนใจแบรนด์สินค้าจากสมุนไพรไทย ไม่มองว่าเชย ตกยุค แต่เก๋าจนอยากรู้จัก จำสรรพคุณของตะขาบ 5 ตัวได้แบบไม่กลัวความขม

ถ้าเคยตัดสินยาอมแก้ไอจากรูปลักษณ์ วันนี้ขอชวนมาทำความรู้จักตะขาบ 5 ตัวให้ลึกลงอีกสักหน่อย จากวันแรกที่ผู้ก่อตั้งรุ่นหนึ่งแบกกระเป๋าเดินขายยาอมแก้ไอซิมเทียนฮ้อ จนถึงวันนี้ที่คลิปหนังโฆษณาเกิดไวรัล คนดูหลายล้านวิว ฮีโร่คนเดิมคนนี้เข้าไปนั่งในใจคนรุ่นใหม่ได้อย่างไร

The Cloud ชวนมาพูดคุยกับ คุณอรมณส์ แก่นศักดิ์ศิริ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด และ คุณไพบูลย์ สิมะวรา ผู้อำนวยการฝ่ายต่างประเทศ ของบริษัท ห้าตะขาบ (ซิมเทียนฮ้อ) จำกัด เผยให้เห็นเรื่องราวกว่าจะมาเป็นผลิตภัณฑ์ยาแก้ไอตราตะขาบ 5 ตัวในทุกวันนี้

1. ชายลึกลับบนซองตะขาบ 5 ตัว คือ จุ้ยไซ แซ่ซิ้ม ผู้ปรุงยาสมุนไพรเป็นงานพาร์ตไทม์จนได้ดี

ย้อนกลับไปในยุคก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 นายจุ้ยไซ แซ่ซิ้ม ผู้เคยเป็นเด็กช่วยปรุงยาในร้านหมอจีน ได้ย้ายถิ่นฐานจากเมืองจีนมาตั้งรกรากที่อำเภอบางคล้า จังหวัดฉะเชิงเทรา ทำสวน เลี้ยงเป็ดไก่ไปเพื่อยังชีพ พอเริ่มมีเงินทุนจึงนำไปเปิดร้านขายของชำในตลาด

ราว พ.ศ. 2478 จึงย้ายมาอยู่ที่กรุงเทพฯ ย่านตลาดเก่า เยาวราช เขายังคงรับจ้างแบกหามในตอนกลางวันและปรุงยาตอนกลางคืน แต่ด้วยความรู้ติดตัวด้านยาสมุนไพร เป็นอย่างดี พอมีเวลาว่างจากงานจึงริเริ่มคิดสูตรยาสมุนไพรและทดลองปรุงยาอื่น ๆ อีกหลากหลายชนิดตามแบบฉบับของตนเอง เพื่อใช้กันเองในหมู่ญาติและคนใกล้ชิด ยาแก้ไอเป็นยาที่คนละแวกนั้นเริ่มชอบมากสุด จึงเริ่มนำไปฝากขายตามร้านยาภายใต้ชื่อ ‘ยาอมแก้ไอซิมเทียนฮ้อ’

หากเป็นสมัยนี้คงเรียกงานปรุงยาของนายจุ้ยไซว่างานพาร์ตไทม์ ใช้วิธีทำเป็นงานเสริมปั้นแบรนด์ไปเรื่อย ๆ สลับกับงานประจำเพื่อหาเลี้ยงชีพ

2. หิ้วกระเป๋าขายยาตามร้านกว่า 20 ปี จนเกิด Word of Mouth ชื่อแบรนด์ตะขาบ 5 ตัวติดหูลูกค้า

ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 นายจุ้ยไซพาครอบครัวอพยพหนีสงครามไปอยู่ที่อำเภอพระประแดงชั่วคราว ครั้งนั้นเจอน้ำท่วมใหญ่ สังเกตเห็นตะขาบหนีน้ำมาเกาะตามฝาบ้าน เห็นสัตว์มีพิษแล้วนึกถึงความเชื่อของศาสตร์การรักษาอาการป่วยแบบจีนสมัยโบราณที่เชื่อว่าพิษล้างพิษ ตะขาบถือเป็นสัญลักษณ์ของสัตว์มีพิษจึงมีสรรพคุณช่วยล้างพิษได้

นายจุ้ยไซจึงเกิดไอเดียนำตะขาบมาทำเป็นเครื่องหมายการค้า ส่วนเลข 5 คือเลขมงคลของชาวจีน หากสังเกตชื่อแบรนด์สินค้าที่คุ้นหูในอดีต จะพบว่าหลายแบรนด์นิยมนำเลข 5 มาตั้งชื่อ ไม่ว่าจะเป็น 5 เจดีย์ หรือ 5 มังกร รวมทั้งครอบครัวของนายจุ้ยไซยังมีลูกถึง 10 คน แบ่งเป็นผู้ชาย 5 คน ผู้หญิง 5 คน เลข 5 จึงเป็นเลขที่ทั้งมีความมงคลและผูกพัน เกิดเป็นชื่อแบรนด์ตะขาบ 5 ตัว พร้อมซองยาที่มีสัญลักษณ์เป็นรูปตะขาบขนาบทั้งสองข้างและรูปนายจุ้ยไซอยู่ตรงกลาง

ด้วยความมุ่งมั่นไม่ย่อท้อและเชื่อมั่นในสรรพคุณยาของตนเอง เขายังคงหิ้วกระเป๋าเดินทางไปฝากขายตามร้านขายยาต่าง ๆ เป็นเวลา 20 กว่าปีจนสินค้าเริ่มติดหู ลูกค้าจดจำได้ ลูกค้าบอกปากต่อปากจนสามารถขยายกิจการ เช่าตึกแถวเปิดร้านขายยาซิมเทียนฮ้อที่ศาลเจ้าแซ่ซิ้ม ตากสิน ซ.8 ฝั่งธนบุรี ใน พ.ศ. 2496 ทั้งขายยาสำเร็จรูป จัดยาสมุนไพร และตรวจผู้ป่วย

3. ตะขาบ 5 ตัวไม่ได้ขายแค่ยาแก้ไอ แต่นำเข้าสินค้าจากต่างประเทศด้วยเพื่อความหลากหลาย

จากร้านขายยาเติบโตเป็นบริษัทผลิตยาอย่างเดียวแบบเต็มตัว ในยุคของทายาทรุ่นสองภายใต้ชื่อ บริษัท ห้าตะขาบ (ซิมเทียนฮ้อ) จำกัด ในเวลาต่อมา โดยสร้างโรงงานใหม่ที่เขตบางขุนเทียนนี้ สามารถพัฒนากระบวนการผลิตยาให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยมีการนำเครื่องจักรที่ทันสมัยมาใช้ร่วมกับแรงงานคน และเพิ่มบุคลากรที่มีความสามารถเฉพาะทาง เพื่อร่วมทำการวิจัยกระบวนการผลิตให้ได้มาตรฐานและทันสมัยเรื่อยมา

น้อยคนจะรู้ว่านอกจากยาอมแก้ไอตราตะขาบ 5 ตัวแล้ว บริษัท ห้าตะขาบ (ซิมเทียนฮ้อ) จำกัด ยังมีบริษัทในเครือคือ บริษัท ห้าตะขาบ เทรดดิ้ง (ประเทศไทย) จำกัด นำเข้าสินค้ายาจากต่างประเทศหลากหลายชนิด อย่างแผ่นแปะพริก ปอราส แคพซิคัม พลาสเตอร์ แผ่นแปะบรรเทาอาการปวดกล้ามเนื้อ ยาน้ำมันสมุนไพร ยู่ยี่ออยล์ที่มีประวัติกว่า 150 ปีในมาเลเซียและสิงคโปร์ โดยคัดเลือกยาที่เป็นที่ยอมรับในท้องถิ่น มีประวัติขึ้นชื่ออย่างยาวนานในประเทศนั้น ๆ เหมือนยาแก้ไอตะขาบ 5 ตัว เพื่อขยายกลุ่มลูกค้าและเพิ่มความหลากหลายของสินค้า รวบรวมของดีให้คนไทยได้ใช้ โดยไม่ทอดทิ้งเอกลักษณ์ดั้งเดิมของตราตะขาบ ปัจจุบันอยู่ในช่วงข้อต่อเพื่อที่จะมารับช่วงของทายาทรุ่นสองและรุ่นสามของตระกูลที่ทำงานร่วมกันเพื่อขยับขยายกิจการ

7 เรื่อง ‘ตราตะขาบ 5 ตัว’ ยาแก้ไอสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 สู่แบรนด์คนรุ่นใหม่ระดับโลก
7 เรื่อง ‘ตราตะขาบ 5 ตัว’ ยาแก้ไอสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 สู่แบรนด์คนรุ่นใหม่ระดับโลก

4. ยาสมุนไพรไทยลุคบ้าน ๆ ที่พร้อมคิดค้นสูตรใหม่ให้อมง่าย และปรับแพ็กเกจให้เข้ากับยุคสมัย

คนรุ่นพ่อรุ่นแม่จดจำตะขาบ 5 ตัวเป็นยาอมแก้ไอสมุนไพรที่แก้เจ็บคอได้อย่างชะงักงัน ด้านรสชาตินั้นว่ากันว่า แรก ๆ มันขม แต่อมไปมันจะหวาน โดยความหวานมาจากสมุนไพรล้วน ไม่ใส่น้ำตาล เด็ดขาดแต่ละมุนละม่อม ทำให้ชุ่มคอ เมื่อดื่มน้ำหรือชาร้อนตาม ความชุ่มคอนั้นจะยิ่งทวีคูณ

สิ่งที่ตะขาบ 5 ตัวอยากบอกคือ อย่าตัดสินกันที่รูปลักษณ์ภายนอก เพราะแม้จะเป็นแบรนด์เก่าแก่ เป็นยาสมุนไพรไทย แต่อมแล้วหายได้จริง พิสูจน์แล้วทั้งจากการบอกต่อกันปากต่อปากมาเป็นเวลากว่า 80 ปี และผลวิจัยทางวิทยาศาสตร์จาก สวทช. พบว่าสามารถยับยั้งเชื้อแบคทีเรียได้มากกว่า 99.99 เปอร์เซ็นต์ภายใน 5 นาที ข้อดีของสมุนไพรไทย คือ ไม่ดื้อยา อมได้บ่อยตามต้องการ ต่างจากยาสมัยใหม่ที่อาจมีผลข้างเคียงต่อร่างกาย

นอกจากรสสมุนไพรแบบดั้งเดิมแล้ว แบรนด์ยังพัฒนาสูตรยาอมให้หลากหลาย เคลือบรสมิ้นท์ บ๊วย ตะไคร้ เพื่อตอบโจทย์คนที่กลัวความขม และยังพัฒนาจากบรรจุภัณฑ์แบบซองดั้งเดิม เพิ่มแบบตลับและสเปรย์แก้ไอเข้ามาเพื่อแก้ปัญหาของลูกค้า สำหรับคนที่ชอบภาพลักษณ์ทันสมัย การพกตลับยาอมแก้ไอจะสะดวกกว่า ส่วนคนที่ไม่อยากอมยานาน ไม่อยากอมสมุนไพรแล้วลิ้นดำ แบบสเปรย์ก็เข้ามาตอบโจทย์เป็นทางเลือกใหม่ที่ละลายเสมหะ ทำให้ชุ่มคอได้เหมือนกัน

เรื่องราวของยาแก้ไอตราตะขาบ 5 ตัว แบรนด์คู่คนไทยกว่าศตวรรษ ที่พร้อมปรับตัวให้เก๋า โดนใจคนรุ่นใหม่

5. บทสนทนาระหว่าง 2 เจเนอเรชันที่อยากให้คนรุ่นใหม่เปิดใจให้ตะขาบในหนังโฆษณาฝีมือ ต่อ ธนญชัย

ด้วยเป็นยาอมสมุนไพรแผนโบราณที่โด่งดังมานานร่วมศตวรรษ ความท้าทายของตราตะขาบ 5 ตัว คือ ทำอย่างไรให้คนรุ่นใหม่อยากเปิดใจลอง เพราะแบรนด์มั่นใจว่าถ้ารู้จักแล้วจะรัก ลองแล้วชอบในประสิทธิภาพแน่นอน

ความตั้งใจของแบรนด์ คือสื่อสารภาพลักษณ์ให้มีความคลาสสิกแต่เท่ เป็นแบรนด์จากภูมิปัญญาไทยที่ถูกใจคนรุ่นใหม่แต่ก็ไม่ทิ้งลูกค้าเก่า หนังโฆษณาล่าสุดของตะขาบโดย ต่อ-ธนญชัย ศรศรีวิชัย แห่งฟีโนมีนา เล่าเรื่องการคุยกันของพ่อกับลูก เปรียบสมุนไพรไทยเป็นญาติผู้ใหญ่ที่อบอุ่น เป็นมิตร แก้ปัญหาเก่ง สอดแทรกมุกโดนใจวัยรุ่น ให้ปรับภาพลักษณ์สมุนไพรไทยที่ดูล้าสมัยให้เป็นสิ่งที่เข้าถึงง่าย เล่าเรื่องความแตกต่างระหว่างเจเนอเรชันผ่านการสอดแทรกภูมิปัญญาของคนรุ่นเก่าและการตั้งคำถามของคนรุ่นใหม่ที่แม้แตกต่างกัน แต่ด้วยความรักก็ทำให้เข้าใจกันได้

หากแบรนด์ตะขาบ 5 ตัวที่อายุกว่า 80 ปีเป็นคน คงเป็นแด๊ดดี้สายวินเทจที่ไม่เคยเชยตามกาลเวลา ยังแต่งตัวด้วยชุดเดิมแต่พร้อมเล่นโซเชียลมีเดียอย่าง Facebook และ TikTok เป็นตะขาบที่พร้อมปรับตัวตามโลกที่เปลี่ยนไปเร็ว ใช้ทั้งสื่อออนไลน์และออฟไลน์ ปรับตามไลฟ์สไตล์ลูกค้าเสมอ พร้อมก้าวเข้าหาคนรุ่นใหม่ โดยยังคงความเป็นตัวเองไปด้วย

เรื่องราวของยาแก้ไอตราตะขาบ 5 ตัว แบรนด์คู่คนไทยกว่าศตวรรษ ที่พร้อมปรับตัวให้เก๋า โดนใจคนรุ่นใหม่

6. ตะขาบไม่ทิ้งลาย Takabb x Greyhound x SAPPE เพิ่มสินค้าที่เข้าไปอยู่ในไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ 

ความเป็นผู้ใหญ่ที่ทันยุคสมัยของตะขาบ 5 ตัว คือการพร้อมสร้างสรรค์สิ่งใหม่กับแบรนด์รุ่นใหม่อยู่เสมอโดยไม่ละทิ้งความเป็นตัวเอง ตราตะขาบเคยคิดอยากทำแบรนด์ให้โมเดิร์นขึ้น มินิมอลขึ้นตามกระแส แต่พบว่าหากขาดภาพตะขาบและอากงไป ก็จะขาดตัวตนของแบรนด์ที่เป็นภาพจำของยาสมุนไพรคู่คนไทยไป จึงยังคงโลโก้เดิม แล้วหาทางทำให้ภาพลักษณ์ของตะขาบเป็นแบรนด์ที่วัยรุ่นอยากรู้จักและอยู่ในไลฟ์สไตล์ให้ได้

เพราะเป็นแด๊ดดี้ก็เก๋าได้ ‘ตะขาบ’ ร่วมกับแบรนด์แฟชั่นสัญชาติไทยอายุ 40 ปีอย่าง Greyhound ที่มีประสบการณ์ในการทำสินค้าไลฟ์สไตล์มากมาย และมีจุดเด่นในการคิดนอกกรอบและทดลองสิ่งใหม่ ๆ สร้างสรรค์ลายวินเทจอย่างตะขาบ 5 ตัวให้เป็นลายคลาสสิกสุดเท่บนสินค้าของที่ระลึกอย่างเสื้อผ้าและกระเป๋า สร้างความผูกพันและติดตากับลายตะขาบในชีวิตประจำวัน

กลางปีที่ผ่านมา Takabb ยังร่วมกับ SAPPE แบรนด์เครื่องดื่มทางเลือกสุขภาพของคนรุ่นใหม่ เช่น บิวตี้ดริงก์ที่เน้นฟังก์ชันสุขภาพหลากหลาย ปรับตามเทรนด์ไลฟ์สไตลรักสุขภาพของคนรุ่นใหม่ ออกสินค้าเครื่องดื่มสมุนไพรไทย Functional Herbal Drink แบบช็อต สำหรับเสริมความมั่นใจในการใช้เสียง ดึงจุดเด่นของสมุนไพรไทยให้เด่นขึ้น เพิ่มทางเลือกให้คนเจเนอเรชั่น Y และ Z ที่พร้อมอยากลองของใหม่

เรื่องราวของยาแก้ไอตราตะขาบ 5 ตัว แบรนด์คู่คนไทยกว่าศตวรรษ ที่พร้อมปรับตัวให้เก๋า โดนใจคนรุ่นใหม่

7. แบรนด์ตะขาบไทยอยากเติบโตไปไกลทั่วโลก มีวิสัยทัศน์กว้างไกลและไม่หยุดพัฒนา

ความตั้งใจของตะขาบ 5 ตัว ไปอยากเติบโตเป็นแบรนด์ระดับโลก อยากนำตราตะขาบสินค้าภูมิปัญญาไทยให้คนต่างชาติได้รู้จัก

ตราตะขาบเริ่มส่งออกไปยังหลากหลายประเทศ เริ่มจากฮ่องกงเป็นที่แรกใน พ.ศ. 2548 ตั้งแต่สมัยที่ไม่มียาแผนโบราณออกจำหน่ายมากนัก เมื่อเริ่มขยายไปยังประเทศที่มีอิทธิพลอย่างสิงคโปร์ได้แล้ว ก็ขยายต่อไปยังอินโดนีเซีย มาเลเซีย จนขยายครอบคลุมในแถบอาเซียน ทั้งบรูไน กัมพูชา ลาว พม่า พร้อมมีแผนขยายไปยังประเทศอื่น ๆ ทั้งรัสเซียและแถบอินเดียอีกในอนาคต

สมัยก่อนภาพลักษณ์ยาสมุนไพรไทยที่ Made in Thailand ยังคล้ายสินค้าจากจีนอยู่ เมื่อสะสมการสร้างชื่อมาอย่างยาวนาน พิสูจน์สรรพคุณได้จริงทำให้เป็นที่ยอมรับมากขึ้นในต่างประเทศ โดยทุกครั้งที่แบรนด์ตีตลาดใหม่ จะต้องศึกษาวัฒนธรรมของประเทศนั้น ๆ เช่น คนรัสเซียไม่ชอบความหวาน ประเทศมุสลิมมีข้อกำหนดด้านฮาลาล เป็นต้น

ความท้าทายของการเติบโตอย่างยั่งยืน จึงเป็นการไม่หยุดพัฒนาสินค้าและระบบการทำงาน คงตำราสมุนไพรดั้งเดิมแต่ก็ไม่ Out พร้อมสร้างความแปลกใหม่ให้เข้าถึงง่ายอยู่เสมอ

Writer

รตา มนตรีวัต

อดีตสาวอักษรผู้โตมาในร้านขายหวายอายุ 100 กว่าปีย่านเมืองเก่า เป็นคนสดใสเหมือนดอกทานตะวัน สะสมแรงบันดาลใจไว้ในบล็อคชื่อ My Sunflower Thought ขับรถสีแดงชื่อ Cherry Tomato ระหว่างวันทำงานในโลกธุรกิจ เวลาว่างซาบซึ้งในศิลปะ

Photographer

เธียรสิน สุวรรณรังสิกุล

ปัจจุบันกำลังหัดนอนก่อนเที่ยงคืน

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load