12 กุมภาพันธ์ 2562
4 PAGES
15 K

เราตกหลุมรักครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่กันนะ

ที่แห่งนี้ จะทำให้เราได้พบใครโดยบังเอิญ

ที่แห่งนี้ อาจทำให้เราตกหลุมรักแบบไม่ทันตั้งตัว

ที่แห่งนี้ เป็นสถานที่เดต…

และอาจทำให้เราจูงมือรักของเราออกไปด้วยกันได้

BUNKITSU (บุง-คิต-สึ) เป็นร้านหนังสือสร้างความรักและความสัมพันธ์เช่นนี้

 

ความรักสำเร็จรูปกับความทรงจำที่จางหายไป

เมื่อเดือนมิถุนายน ค.ศ. 2018 ร้านหนังสืออาโอยาม่าบุ๊คเซ็นเตอร์ สาขา Roppongi ปิดตัวลง

ปิดประวัติศาสตร์ 38 ปีของสาขา

ในวันที่ร้านเปิดวันสุดท้าย มีผู้สื่อข่าวจำนวนมากมาทำข่าว

มีลูกค้าเก่าแก่มาเข้าแถวซื้อหนังสือเป็นที่ระลึกครั้งสุดท้าย

หนังสือ อาจจะยังเป็นที่รัก

แต่ร้านหนังสือหลายแห่ง รวมถึงร้านอาโอยาม่าอยู่ไม่ได้ในโลกยุคนี้

ปัจจุบัน คนญี่ปุ่นเลือกซื้อหนังสือทางออนไลน์ได้อย่างรวดเร็ว เพียงแค่ค้นหาชื่อหนังสือ กดสั่งซื้อ หนังสือก็จะมาส่งถึงหน้าบ้านภายในเวลาไม่เกิน 2 วัน

ความฉลาดของร้านหนังสือทางออนไลน์ปัจจุบันคือเว็บวิเคราะห์ได้ว่าคนที่ชอบหนังสือประเภทนี้

น่าจะสนใจว่าหนังสือเล่มใดที่เป็นแนวเดียวกันบ้าง นั่นทำให้ลูกค้าออนไลน์มีความสุขในการได้เจอหนังสือในแนวที่ตัวเองชอบ ทั้งๆ ที่ยังไม่เคยลองอ่านหนังสือเล่มนั้นๆ

จะว่าไปก็คล้ายกับความรักสำเร็จรูป เราเจอหน้าหนังสือเพียงแวบเดียว

อ่านรีวิวที่คนอื่นเขียนถึงหนังสือเล่มนั้น ก็เพียงพอที่จะทำให้เราตัดสินใจเลือกซื้อหนังสือแล้ว

ทุกอย่างเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว

แต่ก็อาจ (อ่าน) จบลงอย่างรวดเร็วเช่นกัน

 

รักแรกพบและรักที่ตามหา

6 เดือนหลังจากร้านหนังสืออาโอยาม่าปิดตัวลง ณ สถานที่เดิม เกิดร้านหนังสือแห่งใหม่ ชื่อ BUNKITSU (文喫)

BUN แปลว่า วัฒนธรรม KITSU แปลว่า ดื่ม

BUNKITSU จึงแปลว่า ที่ที่ดื่ม (ด่ำ) วัฒนธรรม

แนวคิดของร้านคือ “ร้านหนังสือที่จะได้พบรักกับหนังสือ

อาจเป็นการบังเอิญตกหลุมรัก หรือความรักที่เราค่อยๆ ค้นหา พลิกหนังสือทีละเล่มๆ

จนกว่าจะเจอหนังสือที่ใช่

ร้านหนังสือ, BUNKITSU

ภาพ : www.fashion-headline.com

ธีมสีของร้านคือ ‘สีรักแรกพบ’ เป็นสีชมพูอ่อนๆ

ในร้านมีหนังสือกว่า 30,000 เล่ม แต่ไม่มีเล่มไหนซ้ำกันเลย หนังสือหนึ่งปก หนึ่งชื่อ หนึ่งเล่มนี้ จะมีเจ้าของเพียงคนเดียวเท่านั้นที่จะได้ครอบครอง

หนังสือแบ่งตามหมวดต่างๆ เช่น ประวัติศาสตร์ วรรณกรรม สังคมวิทยา ท่องเที่ยว แต่เพื่อให้ลูกค้าสนุกกับการตามหารักแท้ BUNKITSU จะวางหนังสือเป็นกองๆ ทำให้ลูกค้าต้องค้นคุ้ยพลิกปกหนังสือตามกองนั้นๆ

ร้านหนังสือ, BUNKITSU

ภาพ : www.haconiwa-mag.com

ร้านหนังสือ, BUNKITSU

ภาพ : www.fashion-headline.com

ชั้นวางหนังสือเองก็ไม่ได้เรียงหนังสือตามขนาด แต่คละกันไปหมด หนังสือปกอ่อนปนกับหนังสือปกแข็ง หนังสือภาษาญี่ปุ่นปนกับหนังสือต่างประเทศ หนังสือเล่มเล็กอาจถูกจับไปวางข้างหนังสือเล่มหนาๆ โตๆ ก็ได้

ร้านหนังสือ, BUNKITSU

ภาพ : http://himukazu0616.hatenablog.com

ร้านหนังสือ, BUNKITSU

มุมตาชั่ง …Left or Right?
ภาพ : http://himukazu0616.hatenablog.com

 

รักที่ใช่

ท่ามกลางการล้มหายตายจากของร้านหนังสือเล็กๆ BUNKITSU ตัดสินใจเก็บ ‘ค่าเข้าร้าน’ มูลค่า 1,500 เยน (ประมาณ 500 บาท) ด้วยความเชื่อที่ว่าช่วงเวลาในการบรรจงเลือกหนังสือนั้นเป็นช่วงเวลาที่มีคุณค่า

ใครจะใช้บริการต้องเสียค่าเข้าร้านนี้เพื่อเข้าไปซื้อหนังสือ อนึ่ง ค่าหนังสือไม่ได้ถูกหักจาก 1,500 เยนนี้แต่อย่างใด

สิ่งที่ลูกค้าจะได้ คือ

หนึ่ง สิทธิ์ในการเข้าไปเลือกหนังสือได้

สอง อยู่ในร้านนานเท่าใดก็ได้

สาม ดื่มชากาแฟกี่แก้วก็ได้

ร้าน BUNKITSU แบ่งเป็น 5 ส่วน คือ

หนึ่ง ห้องเลือกหนังสือมีหนังสือกว่า 30,000 เล่มให้เลือกสรร

ร้านหนังสือ, BUNKITSU

ภาพ : http://bunkitsu.jp

ร้านหนังสือ, BUNKITSU

ภาพ : www.cinra.net

สอง ห้องอ่านหนังสือ หลังพบหนังสือที่ ‘น่าจะ’ ใช่แล้ว เราพาหนังสือมาเดตที่มุมสงบๆ บริเวณห้องนี้ได้

ร้านหนังสือ, BUNKITSU

ภาพ : http://bunkitsu.jp

ร้านหนังสือ, BUNKITSU

ภาพ : /www.haconiwa-mag.com

สาม ห้องวิจัยเป็นบริเวณที่ใช้เสียงได้ พูดคุยกับเพื่อนหรือประชุมงานได้ บางคนจึงใช้บริการ BUNKITSU ในฐานะ Co-working Space เช่นกัน

ร้านหนังสือ, BUNKITSU

ภาพ : http://bunkitsu.jp

สี่คือ คาเฟ่ซึ่งให้บริการอาหาร เครื่องดื่มชนิดต่าง ๆ ทำให้ผู้อ่านสามารถอยู่ใน BUNKITSU ทั้งวันได้

ร้านหนังสือ, BUNKITSU

ภาพ : http://bunkitsu.jp

ร้านหนังสือ, BUNKITSU

ภาพ : http://bunkitsu.jp

โซนสุดท้ายคือ ห้องนิทรรศการ รวมนิตยสารกว่า 90 ปก โซนนี้เป็นเพียงโซนเดียวที่ไม่มีค่าใช้จ่าย อยู่บริเวณทางเข้าร้าน

ร้านหนังสือ, BUNKITSU

ภาพ : http://bunkitsu.jp

ร้านหนังสือ, BUNKITSU

ภาพ : www.haconiwa-mag.com

เมื่อได้เดตกับหนังสือที่ ‘น่าจะ’ ใช่ และพัฒนาความสัมพันธ์จนกลายเป็นหนังสือ ‘ที่ใช่’ แล้ว เราก็ควงหนังสือที่รักเดินลงบันไดที่เปรียบเสมือน Virgin Road (ทางเดินสำหรับเจ้าสาว) ไปชำระค่าหนังสือได้เลย

ในยุคดิจิทัลที่เต็มไปด้วยข้อมูลบนหน้าจอมือถือ การค่อยๆ หยิบหนังสือไปนั่งอ่าน ค่อยๆ เปิดพลิกหน้ากระดาษทีละหน้า สูดกลิ่นหนังสือแต่ละเล่ม อาจกลายเป็นช่วงเวลาที่พิเศษและล้ำค่าก็ได้

มาตกหลุมรักอีกสักครั้งกันค่ะ

ข้อมูลร้าน

ลงสถานี Roppongi ของรถไฟใต้ดินสาย Hibiya/Ooedo
เดิน 1 นาทีจากประตู 3・1A
แผนที่: http://bunkitsu.jp/#access

Writer

เกตุวดี Marumura

อดีตนักเรียนทุนรัฐบาลญี่ปุ่นผู้หลงใหลในการทำธุรกิจแบบยั่งยืนของคนญี่ปุ่น ปัจจุบัน เป็นอาจารย์สอนการตลาดที่คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย