24 กรกฎาคม 2562
24 K

ลำปางเคยเป็นทำเลทองของกิจการป่าไม้ เมืองที่ครั้งหนึ่งมีนายห้างค้าไม้ชาวยุโรป คหบดีชาวพม่า และพ่อค้าชาวจีน เดินขวักไขว่ราวกับคนท้องถิ่นอยู่ริมแม่น้ำวัง เส้นทางคมนาคมสายหลักที่เรือกลไฟจะพากันผลัดเทียบท่าเพื่อขนส่งไม้สัก พร้อมถ่ายเทสินค้าพ่วงวัฒนธรรมศิวิไลซ์จากดินแดนตะวันตก แล้วไม่นานนักเมืองแห่งนี้ก็เจริญขึ้น ทั้งยังมีอาคารขนมปังขิงหลังโตโอ่อ่าตั้งอยู่ท่ามกลางย่านการค้าอันรุ่งเรือง ‘ตลาดจีน’ ซึ่งเจ้าบุญวาทย์วงษ์มานิต เหล่ากงสุล รวมถึงนายทหารชั้นผู้ใหญ่จากอังกฤษ เคยมาร่วมเจรจาหารือการค้ากันที่นี่ 

ต่อมาเมื่อยุคสัมปทานป่าผ่านพ้น ลำปางก็กลายเป็นเมืองเงียบสงบอย่างที่เห็น เว้นแต่ย่านเศรษฐกิจในอดีตที่ราวปี 2548 ได้รับการฟื้นฟูให้เป็นถนนคนเดินกาดกองต้า ชุมชนแถบนี้จึงถูกปลุกขึ้นมามีชีวิตชีวาอีกหน เช่นเดียวกับอาคารขนมปังขิงเก่าแก่ที่เปิดประตูต้อนรับนักท่องเที่ยวให้เข้ามานั่งจิบชาหย่อนอารมณ์ แกล้มบรรยากาศวันวานผ่านสถาปัตยกรรมโบราณเปี่ยมมนตร์เสน่ห์

เป็นช่วงเดือนที่ผมมีงานให้ต้องเดินทางเชียงใหม่-ลำปางเป็นว่าเล่น แต่ก็โชคดีเพราะงานนี้ทำให้มีโอกาสได้พบปะแลกเปลี่ยนกับบุคคลสำคัญในแวดวงการท่องเที่ยวของจังหวัดลำปางอยู่หลายท่าน หนึ่งในนั้นคือ คุณนพรัตน์ สุวรรณอัตถ์ ทายาทรุ่นที่ 4 ของอาคารหม่องโง่ยซิ่น หรือเจ้าของร้าน ‘หม่องโง่ยซิ่น’ คาเฟ่เรือนแถว 5 คูหาในย่านกาดกองต้า ซึ่งได้สละเวลาต้อนรับผมในวันหยุดร้านเพื่อแบ่งปันเรื่องราวเบื้องลึก ความหลัง พาสำรวจมุมพิเศษที่ซุกซ่อนเกร็ดประวัติศาสตร์น่าสนใจของเมืองลำปาง พร้อมแนวคิดในการต่อลมหายใจให้กับอาคารที่ได้รับยกย่องว่าเป็นอาคารขนมปังขิงริมถนนที่งดงามที่สุดในประเทศ แถมยังคว้ารางวัลสถาปัตยกรรมดีเด่น ประเภทอาคารอนุรักษ์สถาปัตยกรรมล้านนา จากกรรมาธิการสถาปนิกล้านนา สมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์ ประจำปี 2550

คุณนพรัตน์ สุวรรณอัตถ์

“เดิมทีอาคารหลังนี้เป็นบ้านและสำนักงานบริษัทของ ‘หม่องโง่ยซิ่น’ คุณทวดของผม ยุคนั้นพวกบริษัทสัมปทานป่าไม้ต่างๆ มักแวะเวียนเข้ามาใช้ห้องโถงใหญ่บนชั้น 3 พูดคุยเรื่องงาน รวมทั้งรับรองเจ้าผู้ครองนครลำปาง บรรดาแขกชั้นผู้ใหญ่และกงสุล โดยคุณทวดได้สืบทอดกิจการป่าไม้ต่อจาก ‘หม่องส่วยอัตถ์’ พ่อของเขา แต่ท่านก็ไม่ได้ทำแค่ป่าไม้อย่างเดียวนะ คนส่วนมากชอบเข้าใจผิดคิดว่าคนพม่าในลำปางร่ำรวยจากการค้าไม้ ความจริงคือไม่ใช่ เกินครึ่งที่เข้ามาทำธุรกิจนี้เป็นชาวมะละแหม่งที่ค่อนข้างมีฐานะดี และบ้างก็มีเชื้อสายเจ้าอยู่ก่อนแล้วทั้งนั้น”

หม่องโง่ยซิ่น อาคารขนมปังขิงริมถนนสวยที่สุดในไทยที่มีฉากหลังเป็นประวัติศาสตร์เมืองลำปาง

หม่องส่วยอัตถ์ก็เช่นกัน เขาเกิดในครอบครัวชนชั้นสูงและเคยเป็นถึงผู้ว่าการรัฐมะละแหม่ง ทว่ายุคที่พม่าตกอยู่ภายใต้อาณานิคมของอังกฤษและความต้องการไม้สักชั้นดีอันลือเลื่องจากเมืองไทยมีเพิ่มมากขึ้นในตลาดยุโรป จึงถูกส่งให้เข้ามาควบคุมกิจการป่าไม้ในตำแหน่งเฮดแมนคนแรกของบอมเบย์เบอร์ม่า (Bombay Burma Trading Corporation, Ltd.) บริษัทสัมปทานป่าไม้รายใหญ่ของอังกฤษ

หม่องส่วยอัตถ์ข้ามพรมแดนมาโดยได้รับพระบรมราชานุญาตจากรัชกาลที่ 5 ก่อนลงหลักปักฐานบริเวณชุมชนท่ามะโอ ศูนย์กลางการค้าไม้สักริมแม่น้ำวังที่มีชาวปะโอเป็นเรี่ยวแรงสำคัญ และหลังจากทุ่มเททำงานอย่างหนักกว่า 22 ปี หน้าที่นี้ก็ถูกส่งต่อให้กับหม่องโง่ยซิ่น บุตรชายคนโตของครอบครัว 

นอกจากกิจการป่าไม้ หม่องโง่ยซิ่นยังขยับขยายลู่ทางสู่ธุรกิจโครงสร้างพื้นฐาน อาทิ ร่วมหุ้นกับชาวเชียงใหม่เปิดโรงงานไฟฟ้าพลังดีเซล ซึ่งอดีตตั้งอยู่ใกล้กับสะพานแขวนท่าน้ำสิงห์ชัย (สะพานออเรนจ์) ลำปาง สัมปทานทำรางรถไฟสถานีหัวลำโพง ตลอดจนบริจาคสร้างอาคารเรียนหลังแรกให้กับโรงเรียนลำปางกัลยาณี โรงเรียนรัฐบาลหญิงแห่งแรกประจำจังหวัดลำปาง

หม่องโง่ยซิ่น อาคารขนมปังขิงริมถนนสวยที่สุดในไทยที่มีฉากหลังเป็นประวัติศาสตร์เมืองลำปาง

สำหรับอาคารหม่องโง่ยซิ่นนั้นสร้างขึ้นประมาณปี 2451 เป็นเรือนขนมปังขิงหลังคาทรงมะนิลา ลักษณะครึ่งปูนครึ่งไม้ ที่มีลวดลายฉลุไม้พลิ้วไหว สวยงาม ทั้งลายพันธุ์พฤกษา ลายก้านขด ลายประดิษฐ์ ลายสัตว์ รวมถึงลวดลายสัญลักษณ์สะดุดตา ‘MNZ’ อักษรย่อ ‘Moung Ngwe Zin’ และน่าสนใจยิ่งกว่าคือภายในตัวอาคารยังมีการออกแบบตกแต่งที่หาชมยาก สะท้อนทักษะฝีมือเชิงช่างและความคิดสร้างสรรค์ของสถาปนิกในศตวรรษก่อนที่ไม่ธรรมดา

หม่องโง่ยซิ่น อาคารขนมปังขิงริมถนนสวยที่สุดในไทยที่มีฉากหลังเป็นประวัติศาสตร์เมืองลำปาง

“รูปแบบสถาปัตยกรรมของอาคารหลังนี้ได้รับออกแบบและควบคุมการสร้างโดยช่างหลวงจากเมืองมัณฑะเลย์ ประเทศพม่า เพราะคุณทวดต้องการทำให้ที่นี่ดูยิ่งใหญ่โอ่อ่าสมฐานะ ด้วยเหตุนี้ฝ้าเพดานของอาคารจึงใช้ฝ้าดีบุกอัดลายที่นำเข้ามาจากประเทศออสเตรเลีย ซึ่งในสมัยนั้นถือเป็นรสนิยมหรูหรา บ่งบอกถึงความมีระดับ และปัจจุบันก็มีเพียงแห่งเดียวประเทศไทย ส่วนบริเวณชั้น 2 เป็นห้องโถงกว้างใช้สำหรับรับแขกบ้านแขกเมืองหรือจัดงานเลี้ยงสังสรรค์ และไม่ไกลกันก็จะมีตู้ไม้ที่ซ่อนบันไดลับขึ้นสู่ห้องพระชั้น 3 เรียก ‘ตู้ประจันฝา’ อาจารย์เผ่าทอง ทองเจือ บอกผมว่า เป็นตู้ที่สูงใหญ่ที่สุดเท่าที่ท่านเคยเห็นมา ซึ่งคนสมัยก่อนใช้เป็นเครื่องวัดระดับฐานะความร่ำรวย นอกจากนี้ยังมีหลุมหลบภัยลึก 3 เมตร ที่วิศวกรอังกฤษมาก่อสร้างไว้ให้เพื่อรักษาความปลอดภัยช่วงระหว่างเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 ด้วย

หม่องโง่ยซิ่น อาคารขนมปังขิงริมถนนสวยที่สุดในไทยที่มีฉากหลังเป็นประวัติศาสตร์เมืองลำปาง

อีกเรื่องหนึ่งที่คนส่วนใหญ่ไม่ค่อยทราบคือ ด้านหน้าของอาคารอยู่ทางฝั่งที่หันสู่แม่น้ำวัง เพราะเราอาศัยทำมาค้าขายผ่านเส้นทางคมนาคมทางน้ำเป็นหลัก ท่าเรือของบริษัทบอมเบย์เบอร์ม่าก็ตั้งอยู่ถัดกัน ดังนั้น ส่วนที่ทุกคนเข้าใจว่าเป็นด้านหน้าในปัจจุบันจริงๆ แล้วคือหลังอาคารที่หันประจันย่านการค้าชุมชนตลาดจีน”

หม่องโง่ยซิ่น อาคารขนมปังขิงริมถนนสวยที่สุดในไทยที่มีฉากหลังเป็นประวัติศาสตร์เมืองลำปาง

หลังแล้วเสร็จจากการสร้างอาคาร หม่องโง่ยซิ่นได้ขอช่างหลวงสร้างวัดไชยมงคล (จองคา) วัดประจำตระกูลแห่งที่ 2 ตามธรรมเนียมความเชื่อและความศรัทธาในพุทธศาสนาของชาวพม่า

โดยอดีตพระอารามแห่งนี้เคยเปิดสอนภาษาบาลีและภาษามคธแก่ภิกษุสามเณร อีกทั้งยังเป็นสถานที่สำคัญที่ได้รับการพระราชทาน ‘ตราพระครุฑพ่าห์’ ตราแผ่นดินไทยที่เริ่มใช้ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 6 ซึ่งในจังหวัดลำปางปรากฏเพียง 3 แห่งเท่านั้น ได้แก่ สะพานรัษฎาภิเศก อุโมงค์ขุนตาน และวัดไชยมงคล

กระทั่งในปี 2559 ด้วยคุณค่าทางสถาปัตยกรรมอันโดดเด่นและน่าชื่นชมก็ทำให้วัดไชยมงคลได้รับรางวัลอนุรักษ์ศิลปสถาปัตยกรรมดีเด่น ประเภทอาคารศาสนาสถาน

ส่วนวัดประจำตระกูลสุวรรณอัตถ์แห่งแรกนั้นคือวัดศาสนโชติการาม (ป่าฝาง) ที่สร้างโดยหม่องส่วยอัตถ์ ภายในบริเวณมีจุดน่าสนใจอย่างพระอุโบสถเครื่องไม้แบบพม่าประดับลวดลายเครือเถาปูนปั้นวิจิตรบรรจง รวมถึงอนุสรณ์สถานที่ทางรัฐบาลอังกฤษให้เกียรติจัดสร้างขึ้นเพื่อแสดงความระลึกถึงเฮดแมนคนสำคัญที่รับราชการด้วยความจงรักภักดี 

กิจการป่าไม้ได้รับความเสียหายอย่างหนักจากผลกระทบของสงครามโลกครั้งที่ 2 เมื่อยานพาหนะ เครื่องจักร และสัตว์ลากจูง ถูกนำไปใช้ในสงครามจนหมดสิ้น เศรษฐกิจตกต่ำ และการสัมปทานป่าไม้ของบริษัทต่างชาติไม่ได้รับการต่อสัญญา ช่วงนี้จึงเป็นช่วงเวลาที่อาคารหม่องโง่ยซิ่นลดบทบาทจากสำนักงาน บ้านพัก บาร์ฝรั่ง สู่โกดังเก็บวัสดุก่อสร้างภายใต้การดูแลรักษาของทายาทรุ่นที่ 4 

“จริงๆ แล้วจุดเปลี่ยนของอาคารมันค่อยๆ มีมาตั้งแต่อุโมงค์ขุนตานสร้างเสร็จ ทำให้ย่านเศรษฐกิจการค้าในลำปางย้ายจากชุมชนริมน้ำไปรวมอยู่ที่ชุมชนริมทางรถไฟ คุณพ่อของผมท่านเล่าให้ฟังว่าปลายยุคนั้นตระกูลเราหันมาหยิบจับทำธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานเกือบเต็มตัวและให้ฝรั่งเช่าอาคารชั้นล่างเปิดเป็นบาร์ที่โด่งดังมากในภาคเหนือ เพราะสมัยก่อนลำปางถือว่าเป็นเมืองที่เจริญมาก มีแบงก์สยามกัมมาจล กองบัญชาการตำรวจภูธร 3 และสถานีโทรทัศน์ช่อง 11 จนถึงขึ้นมีคำเปรียบเปรย ‘คนงามต้องลำพูน แม่บุญต้องเชียงใหม่ ทันสมัยต้องลำปาง’ 

“ผมเดินตามรอยคุณพ่อที่ขยับมาเล่นธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และรับช่วงดูแลอาคารต่อ ซึ่งตอนแรกก็ใช้จัดเก็บวัสดุอุปกรณ์ก่อสร้าง จนมาเกิดความคิดอยากฟื้นฟูอาคารเมื่อเห็นบรรดาบ้านเก่าในชุมชนกาดกองต้าทยอยรื้อและแปรสภาพเป็นร้านรวงและพื้นที่อำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยวแล้วรู้สึกเสียดาย และส่วนตัวเชื่อว่าคุณค่าของบ้านโบราณก็สามารถสร้างมูลค่าทางธุรกิจได้ เลยเริ่มหาเวลาว่างเข้ามาปรับปรุงซ่อมแซม

“การซ่อมแซมอาคารหลังนี้ผมให้ความสำคัญกับการเก็บรายละเอียดมากกว่าต่อเติม เพื่อรักษากลิ่นอายความทรงจำในอดีตและความงามของสถาปัตยกรรมอายุร้อยกว่าปีไว้ให้มากที่สุด จนราวปี 2553 ก็ตัดสินใจเปิดเป็นคาเฟ่ บริการอาหาร เครื่องดื่ม รวมถึงจัดสรรมุมนิทรรศการเล็กๆ ที่บอกเล่าความเป็นมาของตัวอาคาร เรื่องราวเกี่ยวกับบ้านโบราณและประวัติศาสตร์เมืองลำปางในยุครุ่งเรืองจากการค้าไม้” 

หม่องโง่ยซิ่น อาคารขนมปังขิงริมถนนสวยที่สุดในไทยที่มีฉากหลังเป็นประวัติศาสตร์เมืองลำปาง
หม่องโง่ยซิ่น อาคารขนมปังขิงริมถนนสวยที่สุดในไทยที่มีฉากหลังเป็นประวัติศาสตร์เมืองลำปาง

คุณนพรัตน์ยิ้มภาคภูมิใจก่อนส่งท้ายว่า วันนี้เขามีความสุขมากที่สามารถทำให้อาคารหม่องโง่ยซิ่นกลับมามีชีวิตชีวาอีกหน ทั้งในฐานะคาเฟ่ของนักท่องเที่ยว แหล่งทัศนศึกษาของเยาวชน สถานที่ศึกษาดูงานด้านการท่องเที่ยว ตลอดจนต้อนรับแขกผู้ใหญ่ เหนืออื่นใดคือการได้เป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยจุดประกายให้ชาวชุมชนตระหนักถึงคุณค่า ลุกขึ้นมาอนุรักษ์อาคารบ้านเรือนอันเป็นมรดกตกทอดของบรรพบุรุษและมนตร์เสน่ห์ของย่านการค้าริมน้ำ ที่กำลังกลับมาเบ่งบานพร้อมขับเคลื่อนเศรษฐกิจเมืองลำปางในยุคใหม่อีกครั้ง

คุณนพรัตน์ สุวรรณอัตถ์

หม่องโง่ยซิ่น 

คาเฟ่ในอาคารขนมปังขิงอายุ 111 ปี ตั้งอยู่บนถนนตลาดเก่า ตำบลสวนดอก อำเภอเมืองฯ จังหวัดลำปาง เปิดให้บริการเฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 09.00 – 21.00 น. กรณีอยากเข้ามาเยี่ยมชมหรือศึกษาดูงาน สามารถติดต่อล่วงหน้าได้ทาง โทร 086 728 6362

24 กรกฎาคม 2562
24 K

ลำปางเคยเป็นทำเลทองของกิจการป่าไม้ เมืองที่ครั้งหนึ่งมีนายห้างค้าไม้ชาวยุโรป คหบดีชาวพม่า และพ่อค้าชาวจีน เดินขวักไขว่ราวกับคนท้องถิ่นอยู่ริมแม่น้ำวัง เส้นทางคมนาคมสายหลักที่เรือกลไฟจะพากันผลัดเทียบท่าเพื่อขนส่งไม้สัก พร้อมถ่ายเทสินค้าพ่วงวัฒนธรรมศิวิไลซ์จากดินแดนตะวันตก แล้วไม่นานนักเมืองแห่งนี้ก็เจริญขึ้น ทั้งยังมีอาคารขนมปังขิงหลังโตโอ่อ่าตั้งอยู่ท่ามกลางย่านการค้าอันรุ่งเรือง ‘ตลาดจีน’ ซึ่งเจ้าบุญวาทย์วงษ์มานิต เหล่ากงสุล รวมถึงนายทหารชั้นผู้ใหญ่จากอังกฤษ เคยมาร่วมเจรจาหารือการค้ากันที่นี่ 

ต่อมาเมื่อยุคสัมปทานป่าผ่านพ้น ลำปางก็กลายเป็นเมืองเงียบสงบอย่างที่เห็น เว้นแต่ย่านเศรษฐกิจในอดีตที่ราวปี 2548 ได้รับการฟื้นฟูให้เป็นถนนคนเดินกาดกองต้า ชุมชนแถบนี้จึงถูกปลุกขึ้นมามีชีวิตชีวาอีกหน เช่นเดียวกับอาคารขนมปังขิงเก่าแก่ที่เปิดประตูต้อนรับนักท่องเที่ยวให้เข้ามานั่งจิบชาหย่อนอารมณ์ แกล้มบรรยากาศวันวานผ่านสถาปัตยกรรมโบราณเปี่ยมมนตร์เสน่ห์

เป็นช่วงเดือนที่ผมมีงานให้ต้องเดินทางเชียงใหม่-ลำปางเป็นว่าเล่น แต่ก็โชคดีเพราะงานนี้ทำให้มีโอกาสได้พบปะแลกเปลี่ยนกับบุคคลสำคัญในแวดวงการท่องเที่ยวของจังหวัดลำปางอยู่หลายท่าน หนึ่งในนั้นคือ คุณนพรัตน์ สุวรรณอัตถ์ ทายาทรุ่นที่ 4 ของอาคารหม่องโง่ยซิ่น หรือเจ้าของร้าน ‘หม่องโง่ยซิ่น’ คาเฟ่เรือนแถว 5 คูหาในย่านกาดกองต้า ซึ่งได้สละเวลาต้อนรับผมในวันหยุดร้านเพื่อแบ่งปันเรื่องราวเบื้องลึก ความหลัง พาสำรวจมุมพิเศษที่ซุกซ่อนเกร็ดประวัติศาสตร์น่าสนใจของเมืองลำปาง พร้อมแนวคิดในการต่อลมหายใจให้กับอาคารที่ได้รับยกย่องว่าเป็นอาคารขนมปังขิงริมถนนที่งดงามที่สุดในประเทศ แถมยังคว้ารางวัลสถาปัตยกรรมดีเด่น ประเภทอาคารอนุรักษ์สถาปัตยกรรมล้านนา จากกรรมาธิการสถาปนิกล้านนา สมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์ ประจำปี 2550

คุณนพรัตน์ สุวรรณอัตถ์

“เดิมทีอาคารหลังนี้เป็นบ้านและสำนักงานบริษัทของ ‘หม่องโง่ยซิ่น’ คุณทวดของผม ยุคนั้นพวกบริษัทสัมปทานป่าไม้ต่างๆ มักแวะเวียนเข้ามาใช้ห้องโถงใหญ่บนชั้น 3 พูดคุยเรื่องงาน รวมทั้งรับรองเจ้าผู้ครองนครลำปาง บรรดาแขกชั้นผู้ใหญ่และกงสุล โดยคุณทวดได้สืบทอดกิจการป่าไม้ต่อจาก ‘หม่องส่วยอัตถ์’ พ่อของเขา แต่ท่านก็ไม่ได้ทำแค่ป่าไม้อย่างเดียวนะ คนส่วนมากชอบเข้าใจผิดคิดว่าคนพม่าในลำปางร่ำรวยจากการค้าไม้ ความจริงคือไม่ใช่ เกินครึ่งที่เข้ามาทำธุรกิจนี้เป็นชาวมะละแหม่งที่ค่อนข้างมีฐานะดี และบ้างก็มีเชื้อสายเจ้าอยู่ก่อนแล้วทั้งนั้น”

หม่องโง่ยซิ่น อาคารขนมปังขิงริมถนนสวยที่สุดในไทยที่มีฉากหลังเป็นประวัติศาสตร์เมืองลำปาง

หม่องส่วยอัตถ์ก็เช่นกัน เขาเกิดในครอบครัวชนชั้นสูงและเคยเป็นถึงผู้ว่าการรัฐมะละแหม่ง ทว่ายุคที่พม่าตกอยู่ภายใต้อาณานิคมของอังกฤษและความต้องการไม้สักชั้นดีอันลือเลื่องจากเมืองไทยมีเพิ่มมากขึ้นในตลาดยุโรป จึงถูกส่งให้เข้ามาควบคุมกิจการป่าไม้ในตำแหน่งเฮดแมนคนแรกของบอมเบย์เบอร์ม่า (Bombay Burma Trading Corporation, Ltd.) บริษัทสัมปทานป่าไม้รายใหญ่ของอังกฤษ

หม่องส่วยอัตถ์ข้ามพรมแดนมาโดยได้รับพระบรมราชานุญาตจากรัชกาลที่ 5 ก่อนลงหลักปักฐานบริเวณชุมชนท่ามะโอ ศูนย์กลางการค้าไม้สักริมแม่น้ำวังที่มีชาวปะโอเป็นเรี่ยวแรงสำคัญ และหลังจากทุ่มเททำงานอย่างหนักกว่า 22 ปี หน้าที่นี้ก็ถูกส่งต่อให้กับหม่องโง่ยซิ่น บุตรชายคนโตของครอบครัว 

นอกจากกิจการป่าไม้ หม่องโง่ยซิ่นยังขยับขยายลู่ทางสู่ธุรกิจโครงสร้างพื้นฐาน อาทิ ร่วมหุ้นกับชาวเชียงใหม่เปิดโรงงานไฟฟ้าพลังดีเซล ซึ่งอดีตตั้งอยู่ใกล้กับสะพานแขวนท่าน้ำสิงห์ชัย (สะพานออเรนจ์) ลำปาง สัมปทานทำรางรถไฟสถานีหัวลำโพง ตลอดจนบริจาคสร้างอาคารเรียนหลังแรกให้กับโรงเรียนลำปางกัลยาณี โรงเรียนรัฐบาลหญิงแห่งแรกประจำจังหวัดลำปาง

หม่องโง่ยซิ่น อาคารขนมปังขิงริมถนนสวยที่สุดในไทยที่มีฉากหลังเป็นประวัติศาสตร์เมืองลำปาง

สำหรับอาคารหม่องโง่ยซิ่นนั้นสร้างขึ้นประมาณปี 2451 เป็นเรือนขนมปังขิงหลังคาทรงมะนิลา ลักษณะครึ่งปูนครึ่งไม้ ที่มีลวดลายฉลุไม้พลิ้วไหว สวยงาม ทั้งลายพันธุ์พฤกษา ลายก้านขด ลายประดิษฐ์ ลายสัตว์ รวมถึงลวดลายสัญลักษณ์สะดุดตา ‘MNZ’ อักษรย่อ ‘Moung Ngwe Zin’ และน่าสนใจยิ่งกว่าคือภายในตัวอาคารยังมีการออกแบบตกแต่งที่หาชมยาก สะท้อนทักษะฝีมือเชิงช่างและความคิดสร้างสรรค์ของสถาปนิกในศตวรรษก่อนที่ไม่ธรรมดา

หม่องโง่ยซิ่น อาคารขนมปังขิงริมถนนสวยที่สุดในไทยที่มีฉากหลังเป็นประวัติศาสตร์เมืองลำปาง

“รูปแบบสถาปัตยกรรมของอาคารหลังนี้ได้รับออกแบบและควบคุมการสร้างโดยช่างหลวงจากเมืองมัณฑะเลย์ ประเทศพม่า เพราะคุณทวดต้องการทำให้ที่นี่ดูยิ่งใหญ่โอ่อ่าสมฐานะ ด้วยเหตุนี้ฝ้าเพดานของอาคารจึงใช้ฝ้าดีบุกอัดลายที่นำเข้ามาจากประเทศออสเตรเลีย ซึ่งในสมัยนั้นถือเป็นรสนิยมหรูหรา บ่งบอกถึงความมีระดับ และปัจจุบันก็มีเพียงแห่งเดียวประเทศไทย ส่วนบริเวณชั้น 2 เป็นห้องโถงกว้างใช้สำหรับรับแขกบ้านแขกเมืองหรือจัดงานเลี้ยงสังสรรค์ และไม่ไกลกันก็จะมีตู้ไม้ที่ซ่อนบันไดลับขึ้นสู่ห้องพระชั้น 3 เรียก ‘ตู้ประจันฝา’ อาจารย์เผ่าทอง ทองเจือ บอกผมว่า เป็นตู้ที่สูงใหญ่ที่สุดเท่าที่ท่านเคยเห็นมา ซึ่งคนสมัยก่อนใช้เป็นเครื่องวัดระดับฐานะความร่ำรวย นอกจากนี้ยังมีหลุมหลบภัยลึก 3 เมตร ที่วิศวกรอังกฤษมาก่อสร้างไว้ให้เพื่อรักษาความปลอดภัยช่วงระหว่างเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 ด้วย

หม่องโง่ยซิ่น อาคารขนมปังขิงริมถนนสวยที่สุดในไทยที่มีฉากหลังเป็นประวัติศาสตร์เมืองลำปาง

อีกเรื่องหนึ่งที่คนส่วนใหญ่ไม่ค่อยทราบคือ ด้านหน้าของอาคารอยู่ทางฝั่งที่หันสู่แม่น้ำวัง เพราะเราอาศัยทำมาค้าขายผ่านเส้นทางคมนาคมทางน้ำเป็นหลัก ท่าเรือของบริษัทบอมเบย์เบอร์ม่าก็ตั้งอยู่ถัดกัน ดังนั้น ส่วนที่ทุกคนเข้าใจว่าเป็นด้านหน้าในปัจจุบันจริงๆ แล้วคือหลังอาคารที่หันประจันย่านการค้าชุมชนตลาดจีน”

หม่องโง่ยซิ่น อาคารขนมปังขิงริมถนนสวยที่สุดในไทยที่มีฉากหลังเป็นประวัติศาสตร์เมืองลำปาง

หลังแล้วเสร็จจากการสร้างอาคาร หม่องโง่ยซิ่นได้ขอช่างหลวงสร้างวัดไชยมงคล (จองคา) วัดประจำตระกูลแห่งที่ 2 ตามธรรมเนียมความเชื่อและความศรัทธาในพุทธศาสนาของชาวพม่า

โดยอดีตพระอารามแห่งนี้เคยเปิดสอนภาษาบาลีและภาษามคธแก่ภิกษุสามเณร อีกทั้งยังเป็นสถานที่สำคัญที่ได้รับการพระราชทาน ‘ตราพระครุฑพ่าห์’ ตราแผ่นดินไทยที่เริ่มใช้ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 6 ซึ่งในจังหวัดลำปางปรากฏเพียง 3 แห่งเท่านั้น ได้แก่ สะพานรัษฎาภิเศก อุโมงค์ขุนตาน และวัดไชยมงคล

กระทั่งในปี 2559 ด้วยคุณค่าทางสถาปัตยกรรมอันโดดเด่นและน่าชื่นชมก็ทำให้วัดไชยมงคลได้รับรางวัลอนุรักษ์ศิลปสถาปัตยกรรมดีเด่น ประเภทอาคารศาสนาสถาน

ส่วนวัดประจำตระกูลสุวรรณอัตถ์แห่งแรกนั้นคือวัดศาสนโชติการาม (ป่าฝาง) ที่สร้างโดยหม่องส่วยอัตถ์ ภายในบริเวณมีจุดน่าสนใจอย่างพระอุโบสถเครื่องไม้แบบพม่าประดับลวดลายเครือเถาปูนปั้นวิจิตรบรรจง รวมถึงอนุสรณ์สถานที่ทางรัฐบาลอังกฤษให้เกียรติจัดสร้างขึ้นเพื่อแสดงความระลึกถึงเฮดแมนคนสำคัญที่รับราชการด้วยความจงรักภักดี 

กิจการป่าไม้ได้รับความเสียหายอย่างหนักจากผลกระทบของสงครามโลกครั้งที่ 2 เมื่อยานพาหนะ เครื่องจักร และสัตว์ลากจูง ถูกนำไปใช้ในสงครามจนหมดสิ้น เศรษฐกิจตกต่ำ และการสัมปทานป่าไม้ของบริษัทต่างชาติไม่ได้รับการต่อสัญญา ช่วงนี้จึงเป็นช่วงเวลาที่อาคารหม่องโง่ยซิ่นลดบทบาทจากสำนักงาน บ้านพัก บาร์ฝรั่ง สู่โกดังเก็บวัสดุก่อสร้างภายใต้การดูแลรักษาของทายาทรุ่นที่ 4 

“จริงๆ แล้วจุดเปลี่ยนของอาคารมันค่อยๆ มีมาตั้งแต่อุโมงค์ขุนตานสร้างเสร็จ ทำให้ย่านเศรษฐกิจการค้าในลำปางย้ายจากชุมชนริมน้ำไปรวมอยู่ที่ชุมชนริมทางรถไฟ คุณพ่อของผมท่านเล่าให้ฟังว่าปลายยุคนั้นตระกูลเราหันมาหยิบจับทำธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานเกือบเต็มตัวและให้ฝรั่งเช่าอาคารชั้นล่างเปิดเป็นบาร์ที่โด่งดังมากในภาคเหนือ เพราะสมัยก่อนลำปางถือว่าเป็นเมืองที่เจริญมาก มีแบงก์สยามกัมมาจล กองบัญชาการตำรวจภูธร 3 และสถานีโทรทัศน์ช่อง 11 จนถึงขึ้นมีคำเปรียบเปรย ‘คนงามต้องลำพูน แม่บุญต้องเชียงใหม่ ทันสมัยต้องลำปาง’ 

“ผมเดินตามรอยคุณพ่อที่ขยับมาเล่นธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และรับช่วงดูแลอาคารต่อ ซึ่งตอนแรกก็ใช้จัดเก็บวัสดุอุปกรณ์ก่อสร้าง จนมาเกิดความคิดอยากฟื้นฟูอาคารเมื่อเห็นบรรดาบ้านเก่าในชุมชนกาดกองต้าทยอยรื้อและแปรสภาพเป็นร้านรวงและพื้นที่อำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยวแล้วรู้สึกเสียดาย และส่วนตัวเชื่อว่าคุณค่าของบ้านโบราณก็สามารถสร้างมูลค่าทางธุรกิจได้ เลยเริ่มหาเวลาว่างเข้ามาปรับปรุงซ่อมแซม

“การซ่อมแซมอาคารหลังนี้ผมให้ความสำคัญกับการเก็บรายละเอียดมากกว่าต่อเติม เพื่อรักษากลิ่นอายความทรงจำในอดีตและความงามของสถาปัตยกรรมอายุร้อยกว่าปีไว้ให้มากที่สุด จนราวปี 2553 ก็ตัดสินใจเปิดเป็นคาเฟ่ บริการอาหาร เครื่องดื่ม รวมถึงจัดสรรมุมนิทรรศการเล็กๆ ที่บอกเล่าความเป็นมาของตัวอาคาร เรื่องราวเกี่ยวกับบ้านโบราณและประวัติศาสตร์เมืองลำปางในยุครุ่งเรืองจากการค้าไม้” 

หม่องโง่ยซิ่น อาคารขนมปังขิงริมถนนสวยที่สุดในไทยที่มีฉากหลังเป็นประวัติศาสตร์เมืองลำปาง
หม่องโง่ยซิ่น อาคารขนมปังขิงริมถนนสวยที่สุดในไทยที่มีฉากหลังเป็นประวัติศาสตร์เมืองลำปาง

คุณนพรัตน์ยิ้มภาคภูมิใจก่อนส่งท้ายว่า วันนี้เขามีความสุขมากที่สามารถทำให้อาคารหม่องโง่ยซิ่นกลับมามีชีวิตชีวาอีกหน ทั้งในฐานะคาเฟ่ของนักท่องเที่ยว แหล่งทัศนศึกษาของเยาวชน สถานที่ศึกษาดูงานด้านการท่องเที่ยว ตลอดจนต้อนรับแขกผู้ใหญ่ เหนืออื่นใดคือการได้เป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยจุดประกายให้ชาวชุมชนตระหนักถึงคุณค่า ลุกขึ้นมาอนุรักษ์อาคารบ้านเรือนอันเป็นมรดกตกทอดของบรรพบุรุษและมนตร์เสน่ห์ของย่านการค้าริมน้ำ ที่กำลังกลับมาเบ่งบานพร้อมขับเคลื่อนเศรษฐกิจเมืองลำปางในยุคใหม่อีกครั้ง

คุณนพรัตน์ สุวรรณอัตถ์

หม่องโง่ยซิ่น 

คาเฟ่ในอาคารขนมปังขิงอายุ 111 ปี ตั้งอยู่บนถนนตลาดเก่า ตำบลสวนดอก อำเภอเมืองฯ จังหวัดลำปาง เปิดให้บริการเฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 09.00 – 21.00 น. กรณีอยากเข้ามาเยี่ยมชมหรือศึกษาดูงาน สามารถติดต่อล่วงหน้าได้ทาง โทร 086 728 6362

Writer

คุณากร

อายุ 28 ปี เชื้อชาติไทย สัญชาติไทย ศาสนาไม่ระบุ ตำแหน่งงานล่าสุดผู้ช่วยนักวิจัยในมหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งหนึ่งของจังหวัดเชียงใหม่

Photographer

ชัยวัฒน์ ทาสุรินทร์

โด้เป็นช่างภาพดาวรุ่งจากสาขาศิลปะการถ่ายภาพ คณะวิจิตรศิลป์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เป็นที่รักของเพื่อนๆ และสาวๆ ถึงกับมีคนก่อตั้งเพจแฟนคลับให้เขา ชื่อว่า 'ไอ้โด้ FC'

Scoop

ความเคลื่อนไหวสร้างสรรค์และน่าจับตาจากหลากวงการที่เราอยากให้คุณรู้

11 มิถุนายน 2564
1 K

สิงโตทองและยูนิคอร์นขาวโอบโล่ตระการ อุ้งเท้าเหยียบข้อความ Dieu et mon Droit อวดโฉมอยู่หน้าประตู ร้อยปีหลังจากเอกอัครราชทูตสหราชอาณาจักรย้ายที่ทำการจากเจริญกรุงไปอยู่เพลินจิต ตราแผ่นดินของสหราชอาณาจักรกลับมาอยู่บนถนนเจริญกรุงอีกครั้ง 

เปลี่ยนเศษไม้ใหญ่ในสถานทูตอังกฤษเดิม เป็นเฟอร์นิเจอร์ฝีมือนักออกแบบไทย

หลังจากสถานเอกอัครราชทูตสหราชอาณาจักรประจำประเทศไทยตัดสินใจขายอาคารและพื้นที่ทั้งหมด 23 ไร่ ในย่านเพลินจิต สร้างปรากฏการณ์ซื้อขายที่ดินที่สูงที่สุดในประวัติศาสตร์ไทยใน ค.ศ. 2018 สถานทูตและทำเนียบทูตอังกฤษย้ายไปอยู่ต่างพื้นที่กันเป็นครั้งแรก โดยปัจจุบันสถานทูตอยู่ที่ AIA Sathorn Tower และทำเนียบทูตอยู่ในอาคารสูงย่านเจริญกรุง ซึ่งมองเห็นทิวทัศน์ริมเจ้าพระยาได้ถนัดตา

“การย้ายทำเนียบทูตไม่ใช้สิ่งที่เกิดขึ้นบ่อยๆ ปกติทูตจะย้ายบ้านเมื่อย้ายไปประเทศใหม่ ทำเนียบใหม่นี้โมเดิร์นกว่าเดิมมาก”

ท่านทูตไบรอัน เดวิดสัน (Brian Davidson) เอกอัครราชทูตสหราชอาณาจักร​ประจำประเทศไทย ผู้กำลังจะย้ายไปเป็นกงสุลใหญ่ประจำฮ่องกงและมาเก๊า อธิบายเมื่อเปิดบ้านพักต้อนรับ 

“ที่นั่น (ทำเนียบทูตเดิม) มีความหมายกับเรามาก ตอนเรามาเมืองไทยเมื่อห้าปีก่อน เราไม่มีลูก แต่ตอนนี้เราเป็นครอบครัวที่มีลูกสามคน มีช่วงเวลาที่สวยงามและมีความสุขมากที่ตรงนั้น” สก็อตต์ ชาง (Scott Chang) สามีชาวอเมริกันเชื้อสายจีน ผู้อำนวยการศูนย์การเรียนรู้เพื่อชุมชนและสิ่งแวดล้อม FREC Bangkok กล่าวสมทบ

เปลี่ยนเศษไม้ใหญ่ในสถานทูตอังกฤษเดิม เป็นเฟอร์นิเจอร์ฝีมือนักออกแบบไทย
ภาพ : Numchok Sawangsri

ก่อนครอบครัวของคุณพ่อ 2 คนและเด็กๆ 3 คนจะย้ายออกจากประเทศไทย พวกเขาตัดสินใจร่วมมือกับกลุ่มช่างไม้รุ่นใหม่ชาวไทย เพื่อเก็บความทรงจำของสถานทูตย่านเพลินจิตในรูปแบบเฟอร์นิเจอร์และประติมากรรม ที่สร้างจากเศษไม้จามจุรีในสวน

The Cloud เคยเล่าประวัติและความพิเศษของสถานทูตอังกฤษเดิมไว้แล้ว ก่อนชิ้นส่วนเหล่านี้จะแยกย้ายไปอยู่ในที่ต่างๆ ทั้งในและต่างประเทศ เราจึงขอนำโปรเจกต์ที่ระลึกถึงพื้นที่เก่าแก่แสนสวยมาเล่าสู่กันฟัง 

เปลี่ยนเศษไม้ใหญ่ในสถานทูตอังกฤษเดิม เป็นเฟอร์นิเจอร์ฝีมือนักออกแบบไทย
เปลี่ยนเศษไม้ใหญ่ในสถานทูตอังกฤษเดิม เป็นเฟอร์นิเจอร์ฝีมือนักออกแบบไทย
ภาพ : ธีรพันธ์ ลีลาวรรณสุข

“เราต้องการเก็บชิ้นส่วนของทำเนียบเดิมไว้ เป็นที่ระลึกว่าอดีตจะอยู่ร่วมกับเราในอนาคต ไม้พวกนี้มีความหมายกับพวกเรามาก มันอยู่ในสวนที่ลูกๆ วิ่งเล่น แต่ละชิ้นจึงเป็นตัวแทนความทรงจำดีๆ แสนพิเศษ เราจะนำชิ้นงานบางส่วนไปกับเราเป็นที่ระลึกถึงบ้านในกรุงเทพฯ บางส่วนมอบเป็นของที่ระลึก และอีกส่วนหนึ่งจะมอบให้สถานทูตที่นี่” 

งานไม้ที่ท่านทูตเอ่ยถึง ได้แก่ ม้านั่ง ประติมากรรม โต๊ะทานข้าว โคมไฟ และแจกัน งานนี้เกิดขึ้น ค.ศ. 2020 เมื่อเกิดการย้ายต้นไม้ใหญ่ในสวนสถานทูตเดิม กิ่งก้านต้นจามจุรีร่วงหล่นเป็นเศษเหลือทิ้ง สก็อตต์เห็นท่อนไม้เหล่านั้นก็เกิดไอเดียให้สหายดีไซเนอร์งานไม้ เฉย-ภาคภูมิ ยุทธนานุกร หรือ นานุ ออกแบบผลงานที่ระลึก เฉยจึงชักชวนเพื่อนฝูงช่างไม้กลุ่ม Grains & Grams ที่เขาก่อตั้ง มาร่วมสนุกออกแบบด้วย

เปลี่ยนเศษไม้ใหญ่ในสถานทูตอังกฤษเดิม เป็นเฟอร์นิเจอร์ฝีมือนักออกแบบไทย

“สก็อตต์โทรมาหาผมบอกว่าเสียดายไม้ แต่ผมคิดว่าสิ่งที่เขาเสียดายมากกว่าคือความทรงจำทั้งหลาย สถานที่ตรงนั้นสวยจริงๆ เขาใช้เวลาอยู่กับมัน แล้วได้เห็นความเปลี่ยนแปลง เขาคงอยากจะเก็บอะไรไว้สักอย่างครับ ผมเลยขนไม้ไปโรงเลื่อย โรงอบ แล้วคิดว่าจะออกแบบของเครื่องใช้ในทำเนียบทูตใหม่ แต่สุดท้ายก็ทำให้เป็นงานศิลปะขึ้นหน่อย บ่งบอกถึงความทรงจำ ถึงความเปลี่ยนผ่านทางกาลเวลามากกว่า”

ดีไซเนอร์หลักโครงการนี้เล่าเสริมว่าทำเนียบนี้มีเครื่องใช้เพียบพร้อม ทั้งเฟอร์นิเจอร์โบราณจากทำเนียบเดิมที่ท่านทูตไบรอันเลือกมา เช่น โต๊ะกลมหินอ่อน ตู้ลายรดน้ำแบบไทย และตู้ไม้ฝังมุกจีน บวกกับเฟอร์นิเจอร์ร่วมสมัยมากมาย ซึ่งนักออกแบบตกแต่งภายในดูแลให้เสร็จสรรพ ข้าวของที่เฉยและพรรคพวกประดิษฐ์ใหม่จึงเป็นของใช้ส่วนตัวที่ครอบครัวปรารถนา

เยือนทำเนียบทูตอังกฤษ สนทนาเรื่องการชุบชีวิตเศษไม้จามจุรีในสถานทูตเก่า เป็นของใช้ที่ระลึกถึงวันวานในย่านเพลินจิต
เยือนทำเนียบทูตอังกฤษ สนทนาเรื่องการชุบชีวิตเศษไม้จามจุรีในสถานทูตเก่า เป็นของใช้ที่ระลึกถึงวันวานในย่านเพลินจิต

พิษณุ นำศิริโยธิน สร้างโต๊ะทานข้าวตัวใหญ่ ซึ่งเป็นของที่ครอบครัวท่านทูตชื่นชอบและอยากนำไปใช้จริง

พิชาญ สุจริตสาธิต ทำโคมไฟรูปเห็ด ที่ได้แรงบันดาลใจจากโคมพลาสติกและแจกัน 33 ใบ หน้าตาไม่ซ้ำกันสักใบ ดึงความงามออกมาจากความสามัญ แจกันเหล่านี้ไม่ต้องใส่น้ำ เพราะตั้งใจว่าดึงดอกไม้ข้างทางหรือดอกไม้แห้งๆ มาใส่ก็สร้างรูปทรงที่สวยงามออกมาได้

ชานนท์ นครสังข์ ออกแบบม้านั่งปลายเตียง ซึ่งเรียบง่ายแต่สวยจับตา คุณสก็อตต์ถูกใจเลยวางไว้ที่โถงทางเข้าซึ่งติดภาพวาดศิลปินไทยที่เล่าเรื่องการทำสมาธิและหายใจ เหมือนเป็นมุมแกลเลอรี่ให้ชมงานศิลป์ ผ่อนคลายก่อนเดินเข้าตัวบ้าน

เยือนทำเนียบทูตอังกฤษ สนทนาเรื่องการชุบชีวิตเศษไม้จามจุรีในสถานทูตเก่า เป็นของใช้ที่ระลึกถึงวันวานในย่านเพลินจิต
เยือนทำเนียบทูตอังกฤษ สนทนาเรื่องการชุบชีวิตเศษไม้จามจุรีในสถานทูตเก่า เป็นของใช้ที่ระลึกถึงวันวานในย่านเพลินจิต
เยือนทำเนียบทูตอังกฤษ สนทนาเรื่องการชุบชีวิตเศษไม้จามจุรีในสถานทูตเก่า เป็นของใช้ที่ระลึกถึงวันวานในย่านเพลินจิต
เยือนทำเนียบทูตอังกฤษ สนทนาเรื่องการชุบชีวิตเศษไม้จามจุรีในสถานทูตเก่า เป็นของใช้ที่ระลึกถึงวันวานในย่านเพลินจิต

ส่วนตัวหัวหน้าโปรเจกต์ เจ้าของสตูดิโอ Republic Nanu สร้างม้านั่งยาวและประติมากรรม 

“ไม้ก้ามปูก็มีลักษณะพิเศษ ลายมันสวยดีนะครับ ถึงแม้ว่าไม่ใช่ไม้เบอร์หนึ่งในการทำเฟอร์นิเจอร์ เพราะเนื้อหยาบกว่าไม้สักที่สัมผัสนุ่มนวล เนื้ออ่อนกว่าไม้แดงหรือไม้เต็งที่ทำโครงสร้างได้ดี แต่ด้วยสถานที่อยู่ มันเลยมีความหมาย ตอนเจอไม้กิ่งหนึ่งซึ่งมันโค้งๆ หน่อย ผมก็รู้แล้วแหละว่าอยากจะทำม้านั่ง ก็เลยผ่าครึ่ง ทำคานแขวน ยึดตรงกลางด้วยท่อนไม้สี่เหลี่ยมคางหมู ภาษาช่างเรียกว่าหางเหยี่ยว ให้แผ่นไม้ทั้งชิ้นแขวนอยู่ ถ้าเปรียบไม้นี้เป็นวิญญาณของสถานที่ มันก็ถูกแขวนเอาไว้เหมือนการแขวนนวม เลิกแล้วก็เหลือแต่ความทรงจำ” 

เยือนทำเนียบทูตอังกฤษ สนทนาเรื่องการชุบชีวิตเศษไม้จามจุรีในสถานทูตเก่า เป็นของใช้ที่ระลึกถึงวันวานในย่านเพลินจิต
เยือนทำเนียบทูตอังกฤษ สนทนาเรื่องการชุบชีวิตเศษไม้จามจุรีในสถานทูตเก่า เป็นของใช้ที่ระลึกถึงวันวานในย่านเพลินจิต

“ส่วนประติมากรรมนี้ชื่อว่า Entropy เป็นคำฟิสิกส์ ถ้าใช้กับชีวิตทั่วไปก็สื่อถึงการที่ทุกอย่างย่อยสลายไปตามกาลเวลา ผมคุยกับสก็อตต์เรื่องความเสียใจต่อสิ่งที่หายไป เลยนึกถึงพระเจ้าสามองค์ของฮินดู คือ พระพรหมผู้สร้าง พระศิวะผู้ทำลาย และพระวิษณุผู้ปกป้องรักษา ในโลกความเป็นจริง คนเราก็หมุนอยู่รอบเรื่องนี้ ทั้งการทำลายล้างและการอนุรักษ์ ถ้าทำงานที่สะท้อนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างกระจ่างน่าจะเป็นสิ่งดี มองสถานการณ์กว้างๆ คือทุกอย่างต้องย่อยสลายเมื่อถึงวาระ ตัวผมเองเป็นทั้งผู้ทำลายและรักษาผ่านภาษาไม้ คือเอาไม้มาเฉาะจริงๆ”

เฉยชี้ให้ดูรอยปริแตกของไม้ชิ้นใหญ่ที่โดนง้างให้ฉีกคาออกจากกัน

เยือนทำเนียบทูตอังกฤษ สนทนาเรื่องการชุบชีวิตเศษไม้จามจุรีในสถานทูตเก่า เป็นของใช้ที่ระลึกถึงวันวานในย่านเพลินจิต

“เฉาะให้มันแยกออก เหมือนเป็นการทำลาย แต่ก็มีตัวไม้ Butterfly รั้งเอาไว้ไม่ให้มันฉีกมากกว่านี้ เพราะฉะนั้น งานนี้เปรียบเสมือนโลกที่เกิดขึ้น ระหว่างความอยากอนุรักษ์ไว้กับการเปลี่ยนแปลง หรือพลังงานธรรมชาติที่มีทั้งการทำลายและรักษา ทั้งหมดอยู่ในนี้ครับ” 

ดีไซเนอร์เล่ารายละเอียด ขณะที่เด็กๆ ตัวจิ๋วกระจายตัวไปหยิบของเล่นรอบๆ ประติมากรรมที่ตั้งเด่นเป็นสง่า 

แล้วเด็กๆ มีส่วนร่วมมากแค่ไหนกับชิ้นงานเหล่านี้ เราชักสงสัย

“เอลเลียต รู้ไหมว่าม้านั่งนี้ทำจากอะไร” สก็อตต์หันไปถามลูกชาย “เอลเลียตโตที่สุด เขาจำบ้านเดิมได้มากที่สุด” 

“มาจากต้นไม้ที่บ้านเก่าของเรา!” เด็กชายตอบอย่างฉะฉานขณะปีนขึ้นโซฟา 

เด็กคนอื่นๆ นั้นอาจยังเล็กเกินกว่าจะเข้าใจ ถึงอย่างนั้นงานไม้เหล่านี้ก็จะเดินทางไปอยู่ในบ้านใหม่ อยู่ในเรื่องเล่าของพ่อสองคนยามเล่าถึงอดีตเมื่อลูกยังตัวเล็กๆ เมื่อเพลินจิตเคยเป็นบ้านแห่งความสุขสมชื่อ ความทรงจำที่บรรจุในงานไม้จะเป็นส่วนหนึ่งของพวกเขายามเติบโตขึ้น

เยือนทำเนียบทูตอังกฤษ สนทนาเรื่องการชุบชีวิตเศษไม้จามจุรีในสถานทูตเก่า เป็นของใช้ที่ระลึกถึงวันวานในย่านเพลินจิต
ภาพ : Numchok Sawangsri

“ประวัติศาสตร์สหราชอาณาจักรมีความงามและเรื่องราวมากมาย ทำเนียบทูตเป็นพื้นที่แสดงทิศทางในอนาคตของสหราชอาณาจักร ซึ่งเห็นได้ชัดว่ามีแง่มุมร่วมสมัยเพิ่มมากขึ้น แต่ละครอบครัวทูตคงมีแนวทางตกแต่งของตัวเอง อย่างบ้านเราก็มีงานศิลปินไทย ครึ่งหนึ่งเป็นศิลปินหญิงรุ่นใหม่ และงานศิลปะที่พูดถึงเรื่องสิ่งแวดล้อม ซึ่งมูลนิธิสติให้ยืมมาจัดแสดงชั่วคราวเพื่อขายให้ผู้สนใจ และรายได้ส่วนหนึ่งจะเข้ามูลนิธิ ต่อไปก็น่าจะมีงานศิลปะจากอังกฤษมาตกแต่งมากขึ้น” ผู้อำนวยการ FREC Bangkok กล่าวตบท้าย

นอกจากเครื่องใช้ไม้จามจุรีที่เก็บเรื่องราวลึกซึ้งในของใช้ประจำวัน ดูเหมือนว่าทำเนียบสหราชอาณาจักรโฉมใหม่ จะสลัดภาพเดิมอันเสมือนพิพิธภัณฑ์เก่าแก่โอ่อ่า เป็นแกลเลอรี่ที่เต็มไปด้วยงานศิลปะและข้าวของหลากหลายยุคสมัยและที่มา โดยถนอมคุณค่าของมรดกประวัติศาสตร์ในมิติอื่นๆ 

น่าจับตามองว่าเรื่องราวของทำเนียบใหม่บนถนนเส้นเดิมเลียบริมเจ้าพระยาจะเป็นอย่างไรต่อไป 

ดูผลงานของกลุ่มดีไซเนอร์ไม้เพิ่มเติมได้ที่ www.grainsandgrams.com

11 มิถุนายน 2564
1 K

สิงโตทองและยูนิคอร์นขาวโอบโล่ตระการ อุ้งเท้าเหยียบข้อความ Dieu et mon Droit อวดโฉมอยู่หน้าประตู ร้อยปีหลังจากเอกอัครราชทูตสหราชอาณาจักรย้ายที่ทำการจากเจริญกรุงไปอยู่เพลินจิต ตราแผ่นดินของสหราชอาณาจักรกลับมาอยู่บนถนนเจริญกรุงอีกครั้ง 

เปลี่ยนเศษไม้ใหญ่ในสถานทูตอังกฤษเดิม เป็นเฟอร์นิเจอร์ฝีมือนักออกแบบไทย

หลังจากสถานเอกอัครราชทูตสหราชอาณาจักรประจำประเทศไทยตัดสินใจขายอาคารและพื้นที่ทั้งหมด 23 ไร่ ในย่านเพลินจิต สร้างปรากฏการณ์ซื้อขายที่ดินที่สูงที่สุดในประวัติศาสตร์ไทยใน ค.ศ. 2018 สถานทูตและทำเนียบทูตอังกฤษย้ายไปอยู่ต่างพื้นที่กันเป็นครั้งแรก โดยปัจจุบันสถานทูตอยู่ที่ AIA Sathorn Tower และทำเนียบทูตอยู่ในอาคารสูงย่านเจริญกรุง ซึ่งมองเห็นทิวทัศน์ริมเจ้าพระยาได้ถนัดตา

“การย้ายทำเนียบทูตไม่ใช้สิ่งที่เกิดขึ้นบ่อยๆ ปกติทูตจะย้ายบ้านเมื่อย้ายไปประเทศใหม่ ทำเนียบใหม่นี้โมเดิร์นกว่าเดิมมาก”

ท่านทูตไบรอัน เดวิดสัน (Brian Davidson) เอกอัครราชทูตสหราชอาณาจักร​ประจำประเทศไทย ผู้กำลังจะย้ายไปเป็นกงสุลใหญ่ประจำฮ่องกงและมาเก๊า อธิบายเมื่อเปิดบ้านพักต้อนรับ 

“ที่นั่น (ทำเนียบทูตเดิม) มีความหมายกับเรามาก ตอนเรามาเมืองไทยเมื่อห้าปีก่อน เราไม่มีลูก แต่ตอนนี้เราเป็นครอบครัวที่มีลูกสามคน มีช่วงเวลาที่สวยงามและมีความสุขมากที่ตรงนั้น” สก็อตต์ ชาง (Scott Chang) สามีชาวอเมริกันเชื้อสายจีน ผู้อำนวยการศูนย์การเรียนรู้เพื่อชุมชนและสิ่งแวดล้อม FREC Bangkok กล่าวสมทบ

เปลี่ยนเศษไม้ใหญ่ในสถานทูตอังกฤษเดิม เป็นเฟอร์นิเจอร์ฝีมือนักออกแบบไทย
ภาพ : Numchok Sawangsri

ก่อนครอบครัวของคุณพ่อ 2 คนและเด็กๆ 3 คนจะย้ายออกจากประเทศไทย พวกเขาตัดสินใจร่วมมือกับกลุ่มช่างไม้รุ่นใหม่ชาวไทย เพื่อเก็บความทรงจำของสถานทูตย่านเพลินจิตในรูปแบบเฟอร์นิเจอร์และประติมากรรม ที่สร้างจากเศษไม้จามจุรีในสวน

The Cloud เคยเล่าประวัติและความพิเศษของสถานทูตอังกฤษเดิมไว้แล้ว ก่อนชิ้นส่วนเหล่านี้จะแยกย้ายไปอยู่ในที่ต่างๆ ทั้งในและต่างประเทศ เราจึงขอนำโปรเจกต์ที่ระลึกถึงพื้นที่เก่าแก่แสนสวยมาเล่าสู่กันฟัง 

เปลี่ยนเศษไม้ใหญ่ในสถานทูตอังกฤษเดิม เป็นเฟอร์นิเจอร์ฝีมือนักออกแบบไทย
เปลี่ยนเศษไม้ใหญ่ในสถานทูตอังกฤษเดิม เป็นเฟอร์นิเจอร์ฝีมือนักออกแบบไทย
ภาพ : ธีรพันธ์ ลีลาวรรณสุข

“เราต้องการเก็บชิ้นส่วนของทำเนียบเดิมไว้ เป็นที่ระลึกว่าอดีตจะอยู่ร่วมกับเราในอนาคต ไม้พวกนี้มีความหมายกับพวกเรามาก มันอยู่ในสวนที่ลูกๆ วิ่งเล่น แต่ละชิ้นจึงเป็นตัวแทนความทรงจำดีๆ แสนพิเศษ เราจะนำชิ้นงานบางส่วนไปกับเราเป็นที่ระลึกถึงบ้านในกรุงเทพฯ บางส่วนมอบเป็นของที่ระลึก และอีกส่วนหนึ่งจะมอบให้สถานทูตที่นี่” 

งานไม้ที่ท่านทูตเอ่ยถึง ได้แก่ ม้านั่ง ประติมากรรม โต๊ะทานข้าว โคมไฟ และแจกัน งานนี้เกิดขึ้น ค.ศ. 2020 เมื่อเกิดการย้ายต้นไม้ใหญ่ในสวนสถานทูตเดิม กิ่งก้านต้นจามจุรีร่วงหล่นเป็นเศษเหลือทิ้ง สก็อตต์เห็นท่อนไม้เหล่านั้นก็เกิดไอเดียให้สหายดีไซเนอร์งานไม้ เฉย-ภาคภูมิ ยุทธนานุกร หรือ นานุ ออกแบบผลงานที่ระลึก เฉยจึงชักชวนเพื่อนฝูงช่างไม้กลุ่ม Grains & Grams ที่เขาก่อตั้ง มาร่วมสนุกออกแบบด้วย

เปลี่ยนเศษไม้ใหญ่ในสถานทูตอังกฤษเดิม เป็นเฟอร์นิเจอร์ฝีมือนักออกแบบไทย

“สก็อตต์โทรมาหาผมบอกว่าเสียดายไม้ แต่ผมคิดว่าสิ่งที่เขาเสียดายมากกว่าคือความทรงจำทั้งหลาย สถานที่ตรงนั้นสวยจริงๆ เขาใช้เวลาอยู่กับมัน แล้วได้เห็นความเปลี่ยนแปลง เขาคงอยากจะเก็บอะไรไว้สักอย่างครับ ผมเลยขนไม้ไปโรงเลื่อย โรงอบ แล้วคิดว่าจะออกแบบของเครื่องใช้ในทำเนียบทูตใหม่ แต่สุดท้ายก็ทำให้เป็นงานศิลปะขึ้นหน่อย บ่งบอกถึงความทรงจำ ถึงความเปลี่ยนผ่านทางกาลเวลามากกว่า”

ดีไซเนอร์หลักโครงการนี้เล่าเสริมว่าทำเนียบนี้มีเครื่องใช้เพียบพร้อม ทั้งเฟอร์นิเจอร์โบราณจากทำเนียบเดิมที่ท่านทูตไบรอันเลือกมา เช่น โต๊ะกลมหินอ่อน ตู้ลายรดน้ำแบบไทย และตู้ไม้ฝังมุกจีน บวกกับเฟอร์นิเจอร์ร่วมสมัยมากมาย ซึ่งนักออกแบบตกแต่งภายในดูแลให้เสร็จสรรพ ข้าวของที่เฉยและพรรคพวกประดิษฐ์ใหม่จึงเป็นของใช้ส่วนตัวที่ครอบครัวปรารถนา

เยือนทำเนียบทูตอังกฤษ สนทนาเรื่องการชุบชีวิตเศษไม้จามจุรีในสถานทูตเก่า เป็นของใช้ที่ระลึกถึงวันวานในย่านเพลินจิต
เยือนทำเนียบทูตอังกฤษ สนทนาเรื่องการชุบชีวิตเศษไม้จามจุรีในสถานทูตเก่า เป็นของใช้ที่ระลึกถึงวันวานในย่านเพลินจิต

พิษณุ นำศิริโยธิน สร้างโต๊ะทานข้าวตัวใหญ่ ซึ่งเป็นของที่ครอบครัวท่านทูตชื่นชอบและอยากนำไปใช้จริง

พิชาญ สุจริตสาธิต ทำโคมไฟรูปเห็ด ที่ได้แรงบันดาลใจจากโคมพลาสติกและแจกัน 33 ใบ หน้าตาไม่ซ้ำกันสักใบ ดึงความงามออกมาจากความสามัญ แจกันเหล่านี้ไม่ต้องใส่น้ำ เพราะตั้งใจว่าดึงดอกไม้ข้างทางหรือดอกไม้แห้งๆ มาใส่ก็สร้างรูปทรงที่สวยงามออกมาได้

ชานนท์ นครสังข์ ออกแบบม้านั่งปลายเตียง ซึ่งเรียบง่ายแต่สวยจับตา คุณสก็อตต์ถูกใจเลยวางไว้ที่โถงทางเข้าซึ่งติดภาพวาดศิลปินไทยที่เล่าเรื่องการทำสมาธิและหายใจ เหมือนเป็นมุมแกลเลอรี่ให้ชมงานศิลป์ ผ่อนคลายก่อนเดินเข้าตัวบ้าน

เยือนทำเนียบทูตอังกฤษ สนทนาเรื่องการชุบชีวิตเศษไม้จามจุรีในสถานทูตเก่า เป็นของใช้ที่ระลึกถึงวันวานในย่านเพลินจิต
เยือนทำเนียบทูตอังกฤษ สนทนาเรื่องการชุบชีวิตเศษไม้จามจุรีในสถานทูตเก่า เป็นของใช้ที่ระลึกถึงวันวานในย่านเพลินจิต
เยือนทำเนียบทูตอังกฤษ สนทนาเรื่องการชุบชีวิตเศษไม้จามจุรีในสถานทูตเก่า เป็นของใช้ที่ระลึกถึงวันวานในย่านเพลินจิต
เยือนทำเนียบทูตอังกฤษ สนทนาเรื่องการชุบชีวิตเศษไม้จามจุรีในสถานทูตเก่า เป็นของใช้ที่ระลึกถึงวันวานในย่านเพลินจิต

ส่วนตัวหัวหน้าโปรเจกต์ เจ้าของสตูดิโอ Republic Nanu สร้างม้านั่งยาวและประติมากรรม 

“ไม้ก้ามปูก็มีลักษณะพิเศษ ลายมันสวยดีนะครับ ถึงแม้ว่าไม่ใช่ไม้เบอร์หนึ่งในการทำเฟอร์นิเจอร์ เพราะเนื้อหยาบกว่าไม้สักที่สัมผัสนุ่มนวล เนื้ออ่อนกว่าไม้แดงหรือไม้เต็งที่ทำโครงสร้างได้ดี แต่ด้วยสถานที่อยู่ มันเลยมีความหมาย ตอนเจอไม้กิ่งหนึ่งซึ่งมันโค้งๆ หน่อย ผมก็รู้แล้วแหละว่าอยากจะทำม้านั่ง ก็เลยผ่าครึ่ง ทำคานแขวน ยึดตรงกลางด้วยท่อนไม้สี่เหลี่ยมคางหมู ภาษาช่างเรียกว่าหางเหยี่ยว ให้แผ่นไม้ทั้งชิ้นแขวนอยู่ ถ้าเปรียบไม้นี้เป็นวิญญาณของสถานที่ มันก็ถูกแขวนเอาไว้เหมือนการแขวนนวม เลิกแล้วก็เหลือแต่ความทรงจำ” 

เยือนทำเนียบทูตอังกฤษ สนทนาเรื่องการชุบชีวิตเศษไม้จามจุรีในสถานทูตเก่า เป็นของใช้ที่ระลึกถึงวันวานในย่านเพลินจิต
เยือนทำเนียบทูตอังกฤษ สนทนาเรื่องการชุบชีวิตเศษไม้จามจุรีในสถานทูตเก่า เป็นของใช้ที่ระลึกถึงวันวานในย่านเพลินจิต

“ส่วนประติมากรรมนี้ชื่อว่า Entropy เป็นคำฟิสิกส์ ถ้าใช้กับชีวิตทั่วไปก็สื่อถึงการที่ทุกอย่างย่อยสลายไปตามกาลเวลา ผมคุยกับสก็อตต์เรื่องความเสียใจต่อสิ่งที่หายไป เลยนึกถึงพระเจ้าสามองค์ของฮินดู คือ พระพรหมผู้สร้าง พระศิวะผู้ทำลาย และพระวิษณุผู้ปกป้องรักษา ในโลกความเป็นจริง คนเราก็หมุนอยู่รอบเรื่องนี้ ทั้งการทำลายล้างและการอนุรักษ์ ถ้าทำงานที่สะท้อนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างกระจ่างน่าจะเป็นสิ่งดี มองสถานการณ์กว้างๆ คือทุกอย่างต้องย่อยสลายเมื่อถึงวาระ ตัวผมเองเป็นทั้งผู้ทำลายและรักษาผ่านภาษาไม้ คือเอาไม้มาเฉาะจริงๆ”

เฉยชี้ให้ดูรอยปริแตกของไม้ชิ้นใหญ่ที่โดนง้างให้ฉีกคาออกจากกัน

เยือนทำเนียบทูตอังกฤษ สนทนาเรื่องการชุบชีวิตเศษไม้จามจุรีในสถานทูตเก่า เป็นของใช้ที่ระลึกถึงวันวานในย่านเพลินจิต

“เฉาะให้มันแยกออก เหมือนเป็นการทำลาย แต่ก็มีตัวไม้ Butterfly รั้งเอาไว้ไม่ให้มันฉีกมากกว่านี้ เพราะฉะนั้น งานนี้เปรียบเสมือนโลกที่เกิดขึ้น ระหว่างความอยากอนุรักษ์ไว้กับการเปลี่ยนแปลง หรือพลังงานธรรมชาติที่มีทั้งการทำลายและรักษา ทั้งหมดอยู่ในนี้ครับ” 

ดีไซเนอร์เล่ารายละเอียด ขณะที่เด็กๆ ตัวจิ๋วกระจายตัวไปหยิบของเล่นรอบๆ ประติมากรรมที่ตั้งเด่นเป็นสง่า 

แล้วเด็กๆ มีส่วนร่วมมากแค่ไหนกับชิ้นงานเหล่านี้ เราชักสงสัย

“เอลเลียต รู้ไหมว่าม้านั่งนี้ทำจากอะไร” สก็อตต์หันไปถามลูกชาย “เอลเลียตโตที่สุด เขาจำบ้านเดิมได้มากที่สุด” 

“มาจากต้นไม้ที่บ้านเก่าของเรา!” เด็กชายตอบอย่างฉะฉานขณะปีนขึ้นโซฟา 

เด็กคนอื่นๆ นั้นอาจยังเล็กเกินกว่าจะเข้าใจ ถึงอย่างนั้นงานไม้เหล่านี้ก็จะเดินทางไปอยู่ในบ้านใหม่ อยู่ในเรื่องเล่าของพ่อสองคนยามเล่าถึงอดีตเมื่อลูกยังตัวเล็กๆ เมื่อเพลินจิตเคยเป็นบ้านแห่งความสุขสมชื่อ ความทรงจำที่บรรจุในงานไม้จะเป็นส่วนหนึ่งของพวกเขายามเติบโตขึ้น

เยือนทำเนียบทูตอังกฤษ สนทนาเรื่องการชุบชีวิตเศษไม้จามจุรีในสถานทูตเก่า เป็นของใช้ที่ระลึกถึงวันวานในย่านเพลินจิต
ภาพ : Numchok Sawangsri

“ประวัติศาสตร์สหราชอาณาจักรมีความงามและเรื่องราวมากมาย ทำเนียบทูตเป็นพื้นที่แสดงทิศทางในอนาคตของสหราชอาณาจักร ซึ่งเห็นได้ชัดว่ามีแง่มุมร่วมสมัยเพิ่มมากขึ้น แต่ละครอบครัวทูตคงมีแนวทางตกแต่งของตัวเอง อย่างบ้านเราก็มีงานศิลปินไทย ครึ่งหนึ่งเป็นศิลปินหญิงรุ่นใหม่ และงานศิลปะที่พูดถึงเรื่องสิ่งแวดล้อม ซึ่งมูลนิธิสติให้ยืมมาจัดแสดงชั่วคราวเพื่อขายให้ผู้สนใจ และรายได้ส่วนหนึ่งจะเข้ามูลนิธิ ต่อไปก็น่าจะมีงานศิลปะจากอังกฤษมาตกแต่งมากขึ้น” ผู้อำนวยการ FREC Bangkok กล่าวตบท้าย

นอกจากเครื่องใช้ไม้จามจุรีที่เก็บเรื่องราวลึกซึ้งในของใช้ประจำวัน ดูเหมือนว่าทำเนียบสหราชอาณาจักรโฉมใหม่ จะสลัดภาพเดิมอันเสมือนพิพิธภัณฑ์เก่าแก่โอ่อ่า เป็นแกลเลอรี่ที่เต็มไปด้วยงานศิลปะและข้าวของหลากหลายยุคสมัยและที่มา โดยถนอมคุณค่าของมรดกประวัติศาสตร์ในมิติอื่นๆ 

น่าจับตามองว่าเรื่องราวของทำเนียบใหม่บนถนนเส้นเดิมเลียบริมเจ้าพระยาจะเป็นอย่างไรต่อไป 

ดูผลงานของกลุ่มดีไซเนอร์ไม้เพิ่มเติมได้ที่ www.grainsandgrams.com

Writer

ภัทรียา พัวพงศกร

บรรณาธิการและนักจัดทริปแห่ง The Cloud ที่สนใจตึกเก่า งานคราฟต์ กลิ่น และละครเวทีพอๆ กับการเดินทาง

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load