17 พฤศจิกายน 2563
10.52 K

ถ้าคุณเสิร์ชชื่อ Montbell บนเฟซบุ๊ก คุณจะเจอกับเพจของประเทศไทยที่เขียนคำนิยามแบรนด์ไว้ว่าเป็น “แบรนด์สินค้าสไตล์ Outdoor for Everyday จากญี่ปุ่น”

และหากคุณมีโอกาสได้ไปประเทศญี่ปุ่น คุณจะเห็นคนญี่ปุ่นใช้สินค้าของแบรนด์นี้ไม่ว่าจะเป็นที่ไหน ทั้งตึกออฟฟิศใจกลางโตเกียว ขบวนรถไฟฟ้าที่เต็มไปด้วยเด็กนักเรียน ม.ปลาย ร้านอาหารในย่านหรู ชินคันเซ็นปลายทางชนบท เทศกาลดนตรีกลางแจ้ง เส้นทาง Trekking บนเนินเขาใดเนินเขาหนึ่ง หรืออาจไปไกลถึงเอเวอเรสต์เบสแคมป์ในประเทศเนปาล

Montbell เริ่มมาจากความตั้งใจของ อิซามุ ทาสึโนะ (Isamu Tatsuno) นักปีนเขามืออาชีพผู้อยากสร้างแบรนด์ Outdoor ที่เหมาะกับคนเอเชีย และเป็นอย่างที่คำนิยามว่าไว้ 

เป็นแบรนด์ที่ตั้งใจออกแบบผลิตภัณฑ์ที่ตัวเองอยากใช้และทีมพัฒนาผลิตภัณฑ์คือผู้ใช้งานจริง

เป็นแบรนด์ที่เชื่อว่าใครๆ ก็มีไลฟ์สไตล์ Outdoor ได้ โดยไม่จำเป็นต้องชอบแคมปิ้งหรือเดินป่า

เป็นแบรนด์ที่คนญี่ปุ่นรักมาก และพวกเขาก็รักคนญี่ปุ่นมากเช่นกัน นั่นเป็นเหตุผลที่ Montbell ทำงานร่วมกับอุทยานแห่งชาติ และมีนโยบายช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากภัยพิบัติทางธรรมชาติที่เกิดขึ้นในประเทศ

13 เรื่องของ Montbell แบรนด์ Outdoor หนึ่งในใจคนญี่ปุ่นที่กางเต็นท์ให้ผู้ประสบภัยทุกครั้งที่เกิดภัยพิบัติ

ร้าน Montbell ตรงกับคุณสมบัติของร้านที่เหมาะสำหรับทุกเพศ ทุกวัย แบบที่ใครได้ไปก็สนุก ด้วยสินค้าหลากหลายตั้งแต่เรือคายัคจนถึงปลอกคอสุนัข หลายร้านมีแม้กระทั่งหน้าผาจำลองและบ่อน้ำสำหรับล่องเรือให้ลูกค้าได้ทดลองใช้งานสินค้าจริง เพราะแบรนด์เชื่อว่า Function is Beauty. สินค้าต้องไม่มีดีแค่สวย แต่ต้องมีประสิทธิภาพ ในทางกลับกัน สินค้าที่มีประสิทธิภาพก็ต้องดูสวยงามด้วยเหมือนกัน

The Cloud มีโอกาสได้คุยกับ หยก-วิสิทธิ์ กวินวงศ์โกวิท หนึ่งในทีมผู้นำเข้า Montbell Thailand ที่ ฺBrand Shop แห่งแรกในห้างสรรพสินค้า Emquartier ผู้รู้จักแบรนด์จากทริปเดินป่าในญี่ปุ่นเมื่อ 6 ปีก่อน เขาเล่าถึงประวัติความเป็นมาของแบรนด์ การไปเยี่ยมบ้านทาสึโนะที่เมืองนาระแล้วกลับมาด้วยความอิน และความตั้งใจอยากนำแบรนด์เข้ามาให้คนไทยรู้จักยิ่งกว่าเดิม

“สมมติถ้าเราต้องขาย Trekking Pole เราจะไม่แค่บอกว่าคืออะไร แต่ต้องบอกได้ว่ามันใช้งานยังไง วัสดุชิ้นนี้ทำมาจากอะไร และดีกว่าวัสดุชิ้นอื่นยังไง มันช่วยให้การเดินของคุณง่ายขึ้นยังไง” สิ้นประโยคของ Distributor ผู้พยายามสืบทอดความเชื่อและวิสัยทัศน์ของ Montbell ให้โดยไม่ขาดตกบกพร่อง เราเกือบหยิบ Trekking Pole ที่ว่าไปจ่ายเงินหน้าเคาน์เตอร์ และไม่แน่ว่าถ้าคุณอ่าน 13 เรื่องราวของ Montbell จบ คุณอาจพบว่าตัวเองกำลังเดินทางไปซื้อ Trekking Pole หรือไม่ก็สินค้าอื่นๆ ที่ร้านเขาอยู่เช่นกัน

13 เรื่องของ Montbell แบรนด์ Outdoor หนึ่งในใจคนญี่ปุ่นที่กางเต็นท์ให้ผู้ประสบภัยทุกครั้งที่เกิดภัยพิบัติ

1. Montbell ก่อตั้งโดยคนเอเชียคนที่สองที่พิชิตเทือกเขาไอเกอร์

อิซามุ ทาสึโนะ คือผู้ก่อตั้ง Montbell เขาหลงใหลในกิจกรรม Outdoor ความฝันของเขาในตอนนั้นมี 2 อย่างคือ หนึ่ง เป็นคนญี่ปุ่นคนแรกๆ ที่พิชิตเทือกเขาไอเกอร์ (The North of the Eiger) ในประเทศสวิสเซอร์แลนด์ และสอง เปิดบริษัทที่เกี่ยวกับอุตสาหกรรมอุปกรณ์ปีนเขา

เขาตามความฝันแรกตอนอายุ 21 ปี ส่วนความฝันที่สองต่อยอดมาจากประสบการณ์นั้น แรกเริ่มเขาใช้อุปกรณ์ Outdoor จากแบรนด์ที่มีอยู่ในตลาดเหมือนคนอื่นๆ แต่ด้วยความที่คุณทาสึโนะเป็นคนญี่ปุ่นและ Perfectionist ของทุกชิ้นจึงต้องมีประสิทธิภาพการใช้งานที่ดีที่สุดและเหมาะกับตัวเองมากที่สุด เลยเป็นที่มาของแบรนด์ Montbell หรือความฝันที่สอง ที่เป็นความสำเร็จในวัย 28 ของเขา

อุตสาหกรรมอุปกรณ์ Outdoor ในยุคนั้นถือว่าไม่ใหญ่มาก มีแค่ 3 แบรนด์ใหญ่หลักๆ ได้แก่ Columbia, The North Face และ Patagonia ซึ่งเป็นแบรนด์สัญชาติอเมริกันทั้งหมด และยังไม่มีแบรนด์ไหนที่ทำขึ้นมาเพื่อรองรับรูปร่างคนเอเชียโดยเฉพาะ สินค้าส่วนใหญ่ของ Montbell จึงออกแบบเพื่อการนี้ และถ้ารุ่นไหนมีไซส์สำหรับคนตะวันตกจะเขียนกำกับไว้

13 เรื่องของ Montbell แบรนด์ Outdoor หนึ่งในใจคนญี่ปุ่นที่กางเต็นท์ให้ผู้ประสบภัยทุกครั้งที่เกิดภัยพิบัติ

2. สินค้าที่ใช้ดีต้องสวย สินค้าที่สวยต้องใช้ดี

Montbell เชื่อในสอง 2 คอนเซปต์ คือ หนึ่ง Light & Fast อุปกรณ์ของแบรนด์ต้องมีน้ำหนักเบาและเคลื่อนย้ายง่ายเพื่ออำนวยความสะดวกเวลาใช้งาน และสอง Function is Beauty ยกตัวอย่างเช่น ถ้า Montbell ออกแบบเสื้อข้างบนเป็นสีเข้ม ข้างล่างเป็นสีอ่อน ถามว่าทำไมถึงเป็นอย่างนั้น คำตอบจะไม่ใช่เพียงแต่ว่าเพราะความสวยงาม แต่ต้องตอบให้ได้ว่าที่เป็นแบบนั้นเพราะช่วงบนต้องการความอบอุ่นมากกว่า และสีเข้มดูดแสงได้มากกว่า ส่วนช่วงล่างต้องการความสบายและผ้าที่ระบายอากาศ จึงใช้สีที่อ่อนกว่า ทุกรายละเอียดจะย้อนกลับไปที่คอนเซปต์ Function is Beauty ซึ่งเป็นคอนเซปต์เดียวกับใน ค.ศ. 1975 ตอนที่ก่อตั้งแบรนด์ครั้งแรกเมื่อ 45 ปีก่อน ถ้าลองดูโลโก้ของแบรนด์จะพบว่าทุกเวอร์ชันจะมี Tagline นี้อยู่ด้านล่าง

13 เรื่องของ Montbell แบรนด์ Outdoor หนึ่งในใจคนญี่ปุ่นที่กางเต็นท์ให้ผู้ประสบภัยทุกครั้งที่เกิดภัยพิบัติ

3. สินค้าชิ้นแรก คือ ถุงนอน

ถุงนอนที่ดีต้องพอดีตัวและนอนสบาย ทุกครั้งที่คุณทาสึโนะออกเดินทาง เขาไม่ได้ไปแค่ 2 – 3 วัน แต่ไปเป็นเดือน เขาต้องใช้พลังงานมหาศาลทำให้การนอนเป็นสิ่งที่สำคัญมากที่สุด ถุงนอนจึงเป็นสินค้าชิ้นแรกของ Montbell ที่พัฒนาต่อมาเรื่อยๆ หลายเจนเนอเรชันตลอด 45 ปี และเกือบทุกเจนเนอเรชันจะได้รับรางวัลเสมอ

4. พนักงาน Montbell ทุกคนชื่นชอบการออกไปทำกิจกรรม Outdoor

โดยปกติเวลาแบรนด์จ้างพนักงานมาดูแลผลิตภัณฑ์หนึ่งอย่าง จะเริ่มจากการให้คนคนนั้นไปหาข้อมูลและศึกษาเกี่ยวกับเรื่องนั้นๆ เพื่อพัฒนาสินค้าให้ดีขึ้น แต่ที่ Montbell ใช้วิธีกลับกัน พนักงานทุกคนในทีมพัฒนาผลิตภัณฑ์ต้องชอบการทำกิจกรรม Outdoor และทุกคนจะมีกิจกรรมที่ชอบเป็นพิเศษอย่างน้อยหนึ่งอย่าง เช่น พนักงานคนหนึ่งชอบปั่นจักรยาน Downhill มาก ไลน์สินค้าที่เขาดูแลจึงเกี่ยวข้องกับอุปกรณ์สำหรับผู้ขี่จักรยานทั้งหมด และเป็นตัวพนักงานเองที่จะนำข้อมูลอินไซต์ของผู้บริโภคมาใช้ในการสร้างผลิตภัณฑ์ การออกไปทำกิจกรรมของเขาจึงเปรียบเหมือนการนำโปรดักต์ไปทดลอง สินค้าทุกชิ้นของ Montbell จึงเกิดจากความเข้าใจของคนที่ใช้งานจริงๆ

13 เรื่องของ Montbell แบรนด์ Outdoor หนึ่งในใจคนญี่ปุ่นที่กางเต็นท์ให้ผู้ประสบภัยทุกครั้งที่เกิดภัยพิบัติ

5. สินค้ารางวัลของแบรนด์มาจากไอเดียเล็กๆ ของพนักงานคนหนึ่ง

หนึ่งในนโยบายของ Montbell คือการอนุญาตให้พนักงานเสนอแนะเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ไปยังแผนกวิจัยและพัฒนา ในแต่ละปีบริษัทจะได้รับคอมเมนต์ราวๆ 4,000 คอมเมนต์ รวมถึงจากลูกค้าและผู้เชี่ยวชาญจากสาขาต่างๆ อย่างถุงนอนรางวัล Down Hugger 900 series ก็มาจากไอเดียของพนักงานคนหนึ่งที่เสนอว่า หากเครื่องแต่งกายซีรีส์ EX Light Down series ที่ทั้งอุ่นและมีน้ำหนักเบาประสบความสำเร็จอย่างมาก ทำไมไม่ใช้คอนเซปต์เดียวกันกับถุงนอนล่ะ

6. ขายทุกอย่างตั้งแต่เต็นท์ไปจนถึงสายจูงน้องหมา

ร้าน Montbell สาขาที่ใหญ่ที่สุดอยู่ที่ Tateyama หลายสาขามีหน้าผาจำลองให้ลองใช้อุปกรณ์ข้างใน บางสาขามีบ่อน้ำให้พายเรือคายัคด้านนอก เรียกได้ว่าใช้เวลาครึ่งวันอาจจะไม่พอกับการเดินดูสินค้าทั้งหมด เพราะมีตั้งแต่เต็นท์ เก้าอี้แคมปิ้ง อุปกรณ์ทำอาหาร ไฟฉาย เสื้อผ้า รองเท้า กระเป๋า ของกระจุกกระจิกอย่างพวงกุญแจ ไปจนถึงปลอกคอและสายจูงสุนัข แบบที่ทุกคนในครอบครัวไปใช้เวลาร่วมกันได้ เพราะหัวใจสำคัญที่แบรนด์อยากให้ลูกค้ารู้สึก คือความสนุก สนุกที่ได้เจอของใหม่ๆ สนุกที่ได้เลือกของหลากหลาย 

คุณทาสึโนะให้ความสำคัญกับประสบการณ์ในร้านของลูกค้ามากกว่าตัวเลข เขาเคยบอกกับดีลเลอร์ต่างประเทศในที่ประชุมว่า “คุณไม่ต้องคำนึงถึงยอดสั่งหรอก คุณไม่จำเป็นต้องสั่งเสื้อกันหนาวเยอะเพื่อลดต้นทุน เรื่องเงินคุยกันได้ แต่ผมอยากให้ร้าน Montbell ของคุณในแต่ละประเทศมีของ Montbell ครบทุกอย่าง สติกเกอร์หรือพวงกุญแจก็สั่งติดร้านไว้เถอะ ราคามันอาจจะไม่ได้มากมาย แต่มันจะทำให้ลูกค้าที่เข้ามาในร้านรู้สึกถึงความเป็น Montbell จริงๆ”

13 เรื่องของ Montbell แบรนด์ Outdoor หนึ่งในใจคนญี่ปุ่นที่กางเต็นท์ให้ผู้ประสบภัยทุกครั้งที่เกิดภัยพิบัติ
13 เรื่องของ Montbell แบรนด์ Outdoor หนึ่งในใจคนญี่ปุ่นที่กางเต็นท์ให้ผู้ประสบภัยทุกครั้งที่เกิดภัยพิบัติ

7. Montbell ประเทศไทยถือกำเนิดขึ้นจากการไปเดินป่าที่ญี่ปุ่น

เมื่อ 6 – 7 ปีก่อน หยกและกลุ่มเพื่อนหุ้นส่วนไปเดินป่าในประเทศญี่ปุ่น พวกเขาเห็นเสื้อผ้าที่คนญี่ปุ่นใส่ดูแล้วพอดีตัวไม่เหมือนของตัวเอง พอสังเกตอีกนิดก็พบว่า แบรนด์ที่เขาใช้กันส่วนใหญ่มีชื่อว่า Montbell จึงไปเดินหาซื้อ ลองใส่ ซื้อกลับมาทดลองใช้ด้วยตัวเองตอนเดินขึ้นภูเขาไฟฟูจิในวันที่อากาศหนาวมากๆ ความพอดีตัวของเสื้อจะจำเป็นก็ตอนนี้ ยกตัวอย่างเช่น ถ้าชายเสื้อหรือแขนเสื้อยาวไปจะทำให้อากาศเข้ามาได้ แล้วก็เกิดความคิดอยากเอาแบรนด์ นี้กลับมาขายในไทยให้คนไทยได้ลองบ้างตั้งแต่วันนั้นเลย

8. เจ้าของ Montbell ทำให้ Distributor ต่างประเทศเข้าใจแบรนด์มากขึ้นโดยการเชิญไปบ้าน

ไม่ว่าใครก็ตามที่อยากนำเข้าแบรนด์นี้ เงื่อนไขสำคัญของคุณทาสึโนะคือ เขาคนนั้นต้องเข้าใจในปรัชญาของแบรนด์จริงๆ ครั้งหนึ่งเขาเคยชวนตัวแทนจำหน่ายจากประเทศไทยไปเที่ยวบ้านที่นารา เป็นบ้านญี่ปุ่นโบราณลักษณะเรียบง่าย มีห้องห้องหนึ่งที่ทั้งผนังเป็นอุปกรณ์ Outdoor ทั้งหมด แยกประเภทตามกิจกรรม เขาพาไปเดิน Trekking ระยะสั้นๆ เป่าขลุ่ยริมแม่น้ำให้ฟังเพื่อซึมซับบรรยากาศ เพื่อแสดงให้เห็นว่าตัวเองใช้ชีวิตอยู่ยังไง 

ครั้งหนึ่งเขาจัดกิจกรรมให้ Distributor จากประเทศต่างๆ ตั้งแต่ไทย เกาหลีใต้ จีน สวิสเซอร์แลนด์ และสหรัฐอเมริกา มาทำร่วมตัวกัน กิจกรรมมีชื่อว่า SEA TO SUMMIT (จากทะเลสู่ยอดเขา) เริ่มจากพายคายัค ปั่นจักรยาน และเดิน Trekking ขึ้นสู่ยอดเขา เพื่อให้ทุกคนรู้สึกอินไปกับสิ่งนี้ เขาต้องการให้ทุกคนรู้ว่า Montbell หมายถึงอะไร เพื่อนำเรื่องราวของแบรนด์ไปถ่ายทอดให้ลูกค้าในแต่ละประเทศ ว่านี่ไม่ใช่แค่แบรนด์ที่ผลิตสินค้าและเทคโนโลยีให้คนนำไปใช้ แต่เป็นแบรนด์ Outdoor ที่ทำโดยคนที่ทำกิจกรรม Outdoor เพื่อคนที่ทำกิจกรรม Outdoor จริงๆ 

13 เรื่องของ Montbell แบรนด์ Outdoor หนึ่งในใจคนญี่ปุ่นที่กางเต็นท์ให้ผู้ประสบภัยทุกครั้งที่เกิดภัยพิบัติ
13 เรื่องของ Montbell แบรนด์ Outdoor หนึ่งในใจคนญี่ปุ่นที่กางเต็นท์ให้ผู้ประสบภัยทุกครั้งที่เกิดภัยพิบัติ

9. ไลฟ์สไตล์แบบ Outdoor ไม่ใช่แค่คนที่ชอบเดินป่าเสมอไป

Montbell Thailand นำคอนเซปต์ Function is Beauty มาปรับใช้กับการตลาด Outdoor ในประเทศ ซึ่งแตกต่างจากในญี่ปุ่นโดยสิ้นเชิง คนญี่ปุ่นนั่งรถไฟเพื่อไปแคมปิ้งก่อนจะนั่งรถไฟกลับบ้าน ขณะที่คนไทยนิยม Car Camp การใช้งานของสินค้าแนว Light & Fast จึงอาจเป็นรองคอนเซปต์ Function is Beauty จึงตอบโจทย์การใช้งานในบ้านเรามากกว่า แต่ถึงอย่างไรอุปกรณ์ทุกชิ้นก็ยังจำเป็นต้องน้ำหนักเบาและสะดวกต่อการใช้งานด้วย

Montbell มองว่าคนที่ไปแคมปิ้งในป่าคือคนคนเดียวกับคนที่ไปเดินห้างวันเสาร์อาทิตย์ และถ้าอยากได้ความสนุกแบบที่ได้จากกิจกรรม Outdoor ก็ไม่จำเป็นต้องขับรถเข้าไปในป่าเสมอไป แบรนด์อยากเห็นคนใส่รองเท้าแตะของ Montbell ไปซูเปอร์มาร์เก็ต สะพายเป้ Montbell ขึ้นรถไฟฟ้าไปทำงาน ไลฟ์สไตล์ Outdoor ในแบบของ Montbell จึงหมายถึงความสนุกของการได้ออกจากบ้านไปใช้ชีวิตในทุกๆ วัน

10. Montbell เชื่อว่าก่อนออกแบบสินค้าให้คนไปใช้ชีวิตกับธรรมชาติ ต้องช่วยกันรักษาธรรมชาติก่อน

Montbell เป็นหนึ่งในองค์กรภาคธุรกิจที่ช่วยอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติของประเทศญี่ปุ่น ทำงานร่วมกับอุทยานแห่งชาติเพื่อทำแผนฟื้นฟูธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งประเทศไทยก็นำวิสัยทัศน์เดียวกันมาปรับใช้ อย่างคราวที่เจ้าหน้าที่ป่าไม้ของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรขาดแคลนอุปกรณ์ แบรนด์จึงนำอุปกรณ์บางส่วนให้สนับสนุนการทำงานของเจ้าหน้าที่เพื่อรักษาผืนป่าต่อไป

13 เรื่องของ Montbell แบรนด์ Outdoor หนึ่งในใจคนญี่ปุ่นที่กางเต็นท์ให้ผู้ประสบภัยทุกครั้งที่เกิดภัยพิบัติ
13 เรื่องของ Montbell แบรนด์ Outdoor หนึ่งในใจคนญี่ปุ่นที่กางเต็นท์ให้ผู้ประสบภัยทุกครั้งที่เกิดภัยพิบัติ

11. กระบวนการผลิตที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม

นอกจากจะช่วยรักษาธรรมชาติภายนอก ภายในบริษัทของ Montbell ก็ยังออกแบบกระบวนการผลิตให้เอื้อประโยชน์ต่อสิ่งแวดล้อมมากที่สุด อาทิ เป้ขนาดใหญ่ที่ทำจากผ้าเพียงชิ้นเดียว เพื่อลดวัตถุดิบและเวลาในการผลิต ทั้งยังช่วยให้กระเป๋าแข็งแรงขึ้น หรือเสื้อกันหนาวขนห่านที่แบรนด์ออกแบบแพตเทิร์นให้ใช้ขนห่านน้อยที่สุด โดยใช้ลวดลายซิกแซกเข้ามาช่วย

13 เรื่องของ Montbell แบรนด์ Outdoor หนึ่งในใจคนญี่ปุ่นที่กางเต็นท์ให้ผู้ประสบภัยทุกครั้งที่เกิดภัยพิบัติ

12. การช่วยเหลือสังคมคือนโยบายของบริษัท

ทุกครั้งที่มีภัยทางธรรมชาติอย่างแผ่นดินไหวหรือพายุเกิดขึ้นในประเทศญี่ปุ่น ร้าน Montbell ที่อยู่ใกล้พื้นที่นั้นมากที่สุดต้องเอาเต็นท์ออกมากางในลานกว้าง ผู้ประสบภัยที่ไม่มีที่พักสามารถมาพักที่เต็นท์เหล่านี้ในระหว่างซ่อมแซมบ้านหรือฟื้นฟูเมือง หรืออีกแคมเปญหนึ่งมีชื่อว่า Friend Market คือการเชิญชวนให้คนท้องถิ่นนำผลผลิตที่เก็บเกี่ยวได้มาขายที่ร้าน Montbell ในชุมชน ทำให้รายได้ก็กลับคืนสู่ท้องถิ่นและชุมชนรอบๆ หลงรักแบรนด์นี้เข้าอย่างจัง

ส่วน Montbell ประเทศไทยเองก็เคยส่งอุปกรณ์ดำน้ำไปให้ทีมปฏิบัติการค้นหาและกู้ภัยถ้ำหลวง (เหตุการณ์นักฟุตบอลเยาวชนทีมฟุตบอลหมูป่าอะคาเดมีแม่สายติดในถ้ำหลวง วนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน) เพื่อสืบทอดเจตนารมณ์แบบนี้เช่นกัน

13. ตุ๊กตาหมี Monta Bear ที่ไม่ใช่แค่มาสคอตที่มีทุกร้าน แต่ทำหน้าที่ต้อนรับลูกค้ามาตั้งแต่ ค.ศ. 2002

Monta Bear คือตุ๊กตาหมีประจำร้าน Montbell บางร้านอยู่หน้าร้าน บางร้านอยู่ด้านใน ค.ศ. 2013 Monta ของร้านสาขารัฐโคโลราโดถูกขโมยไป หลังจากแจ้งความและค้นหาพักใหญ่ ก็มีคนเอามาคืนโดยให้เหตุผลว่าวันนั้นเมาแล้วอุ้มไป ส่วนใน ค.ศ. 2016 เส้ื้อกั๊กของเจ้าหมีของสาขาพอร์ตแลนด์หายไป ก่อนจะมีคนเจอผู้ชายคนหนึ่งใส่เสื้อตัวเดียวกันอีกหนึ่งสัปดาห์ให้หลัง

13 เรื่องของ Montbell แบรนด์ Outdoor หนึ่งในใจคนญี่ปุ่นที่กางเต็นท์ให้ผู้ประสบภัยทุกครั้งที่เกิดภัยพิบัติ
13 เรื่องของ Montbell แบรนด์ Outdoor หนึ่งในใจคนญี่ปุ่นที่กางเต็นท์ให้ผู้ประสบภัยทุกครั้งที่เกิดภัยพิบัติ

14. สินค้าที่ขายดีที่สุดในประเทศไทยคือ รองเท้ารุ่น Lock-on Sandals สีดำ

รองเท้ารุ่น Lock-on Sandals กลายเป็นไอเท็มสุดฮิตของคนยุคนี้ เพราะดีไซน์เรียบง่ายที่เข้ากับเสื้อผ้าหลากหลายแบบ และใส่ได้ทุกเพศทุกวัย ทั้งยังเป็นสินค้าที่ขายดีที่สุดของ Montbell ประเทศไทย โดยเฉพาะสีดำ ไม่ว่าจะนำเข้ามากี่ครั้งก็หมดเกลี้ยงสต็อกทุกครั้ง แม้กระทั่งในวันนี้ก็ยังมีลูกค้าตามหาอยู่เรื่อยๆ ซึ่งทางแบรนด์บอกว่าอาจจะต้องรอกันอีกสักพักใหญ่ เพราะที่ญี่ปุ่นเป็นหน้าหนาว เขาเลยไม่ผลิตรองเท้าแตะเพิ่ม ส่วนสีอื่นๆ ที่ขายอยู่ตอนนี้ได้มาเพราะขอร้องให้ทางญี่ปุ่นรวบรวมจากสาขาต่างๆ มาให้

13 เรื่องของ Montbell แบรนด์ Outdoor หนึ่งในใจคนญี่ปุ่นที่กางเต็นท์ให้ผู้ประสบภัยทุกครั้งที่เกิดภัยพิบัติ

Writer

พิมพ์อร นทกุล

บัญชีบัณฑิตที่พบว่าตัวเองรักหมามากกว่าคน

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

Big Brand

เรื่องราวน่ารู้เบื้องหลังแบรนด์ดังที่รัก

17 พฤศจิกายน 2564
2.04 K

ไม่มีใครไม่รู้จัก ‘โฟร์โมสต์’ แบรนด์นมที่คนไทยคุ้นเคยมากว่า 65 ปี และเป็นส่วนหนึ่งของ ฟรีสแลนด์คัมพิน่า  องค์กรระดับโลกที่มีแบรนด์ผลิตภัณฑ์โคนมหลากหลายแบรนด์ทั่วโลก โดยมีจุดเริ่มต้นมาจากสหกรณ์โคนมเล็กๆ ที่ก่อตั้งโดยเกษตรกรเมื่อ 150 ปีก่อน

ธุรกิจส่วนใหญ่มักเริ่มสร้างแบรนด์จากโจทย์การตลาด แต่โฟร์โมสต์ตั้งใจส่งต่อคุณค่าทางสารอาหาร ด้วยการตั้งต้นคิดค้นสินค้าจากดีเอ็นเอขององค์กรอย่างแท้จริง ไม่ได้เริ่มคิดแค่การผลิตนม แต่ดูแลตั้งแต่ยอดหญ้า เกษตรกร สิ่งแวดล้อม เพื่อให้ได้น้ำนมโคคุณภาพ ใส่ใจทุกสิ่งรอบตัวด้วยการใส่ใจปัญหาสังคม อย่างการขาดแคลนโภชนาการ และส่งต่อน้ำใจให้เด็กรุ่นใหม่ ผ่านสารอาหารที่คัดสรรมาอย่างดีในนมทุกกล่อง

The Cloud ชวนมาจิบนมรสชาติคุ้นเคย คุยกับ คุณวิภาส ปวโรจน์กิจ กรรมการผู้จัดการ คุณโอฬาร โชว์วิวัฒนา ผู้อำนวยการฝ่ายองค์กรสัมพันธ์ และ คุณราชเทพ นฤหล้า ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดของบริษัท ฟรีสแลนด์คัมพิน่า (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) คลี่กล่องนม เผยให้เห็นเรื่องราวกว่าจะมาเป็นผลิตภัณฑ์นมโคคุณภาพทุกกล่องในทุกวันนี้

9 เรื่องของโฟร์โมสต์แบรนด์ที่เชื่อมั่นในน้ำใจคนไทย พร้อมส่งผ่านความตั้งจากเกษตรกรโคนมและรักษ์ทุกสิ่งรอบตัวตามแนวทางบริษัทในเนเธอร์แลนด์

1. บริหารงานโดยฟรีสแลนด์คัมพิน่า บริษัทระดับโลกที่เกิดจากการรวมตัวของเกษตรกรโคนม  

ใน ค.ศ.1871 เหล่าเกษตรกรโคนมในเนเธอแลนด์ รวมตัวกันก่อตั้งสมาคมเพื่อการพัฒนาเกษตรในฮอลแลนด์ทางตอนเหนือ หรือสหกรณ์โคนมฟรีสแลนด์คัมพิน่า ยู.เอ. 

ด้วยจุดเริ่มต้นจากถังบ่มชีส 2 ถัง ตาชั่ง และอาคารสำนักงาน เกษตรกรโคนมจากทั้งในหมู่บ้าน Wieringerwaard และ Warga ต่างก่อตั้งบริษัทขึ้นในเวลาต่อมา เติบโตจากรากฐานการเป็นธุรกิจครอบครัว ส่งต่อความรู้ผลิตภัณฑ์โคนมจากรุ่นสู่รุ่น ร่วมมือกันจนขยายกิจการไปยังเมืองต่างๆ และชายแดนประเทศใกล้เคียง 

ในช่วงแรกบริษัทใช้ชื่อว่าฟรีสแลนด์ฟู้ด เน้นขายตลาดในเอเชียและตะวันออกกลาง ได้มาลงทุนและซื้อกิจการ โฟร์โมสต์อาหารนม ประเทศไทย ก่อนบริษัทแม่ฯ ฟรีสแลนด์ฟู้ด จะควบรวมกับบริษัทคัมพิน่า บริษัทรูปแบบเดียวกันแต่ถนัดตลาดยุโรป ในปี ค.ศ. 2007

และเติบโตเป็นบริษัทระดับโลกชื่อ ฟรีสแลนด์คัมพิน่า หนึ่งในสหกรณ์ผลิตสินค้าจากโคนมที่ผลิตได้เยอะที่สุดในโลก มีสมาชิกเกษตรกรกว่า 17,000 ราย และมีพนักงานมากกว่า 23,000 คนทั่วโลก ที่ได้เข้าถือหุ้นโฟร์โมสต์ เป็นโมเดลบริษัทที่พิสูจน์ว่า สหกรณ์สามารถเติบใหญ่ได้อย่างยั่งยืน จนตอนนี้มีอายุยาวนานถึง 150 ปี   

2. เคยชื่อพระนครมิลค์อินดัสทรีย์ และใช้ชื่อศาลาโฟร์โมสต์ขายไอศกรีม 

บริษัทโฟร์โมสต์อาหารนมก่อตั้งขึ้นในประเทศไทยเมื่อ พ.ศ. 2499 โดยนักธุรกิจชาวไทยและอเมริกันซึ่งอิมพอร์ตแบรนด์เข้ามา ก่อนจะถูกเปลี่ยนมือและกลายเป็นฟรีสแลนด์คัมพิน่าในทุกวันนี้ โฟร์โมสต์เคยอยู่ภายใต้บริษัทที่ใช้ชื่อสุดคลาสสิกอย่าง บริษัท พระนครมิลค์อินดัสทรีย์ และ บริษัท อุตสาหกรรมนมพระนคร นอกจากผลิตนมในไทยแล้ว ยังเริ่มผลิตส่งออกไปยังสิงคโปร์ ฮ่องกง ไต้หวัน สปป.ลาว ศรีลังกา ปากีสถาน ตั้งแต่ พ.ศ. 2521 อีกด้วย

ในยุคก่อนมีธุรกิจขายไอศกรีมที่คนจดจำกันได้มากในชื่อ ศาลาโฟร์โมสต์ ไอศกรีมในถ้วยชามสีส้มสะดุดตา เปิดสาขาอยู่กับโรงภาพยนตร์อย่างศาลาเฉลิมไทย โรงภาพยนตร์สยาม ภายหลังยุติไป และหันมาเน้นธุรกิจผลิตภัณฑ์จากนมเป็นหลัก 

9 เรื่องของโฟร์โมสต์แบรนด์ที่เชื่อมั่นในน้ำใจคนไทย พร้อมส่งผ่านความตั้งจากเกษตรกรโคนมและรักษ์ทุกสิ่งรอบตัวตามแนวทางบริษัทในเนเธอร์แลนด์
9 เรื่องของโฟร์โมสต์แบรนด์ที่เชื่อมั่นในน้ำใจคนไทย พร้อมส่งผ่านความตั้งจากเกษตรกรโคนมและรักษ์ทุกสิ่งรอบตัวตามแนวทางบริษัทในเนเธอร์แลนด์

3. From Grass to Glass ส่งต่อคุณค่าจากยอดหญ้าสู่น้ำนมโคคุณภาพทุกกล่อง

เมื่อพูดถึงความยั่งยืน หลายคนมักนึกถึงแพ็กเกจรักษ์โลกเท่านั้น แต่หนึ่งประเด็นสำคัญในหมวดความยั่งยืนด้านอาหารที่มักมองข้ามไป คือ สารอาหาร

ความตั้งใจของโฟร์โมสต์ตามแนวทางบริษัทแม่ คือ Nourishing by Nature ส่งต่อสารอาหารที่ดีจากธรรมชาติที่ดี จากยอดหญ้าสู่น้ำนมโคคุณภาพ หญ้าที่อุดมสมบูรณ์เป็นอาหารที่ดีให้วัวพันธ์ุดี เมื่อโคนมทานหญ้าดี ทำให้เกิดน้ำนมดีเปี่ยมคุณค่าทางอาหาร ส่งต่อเป็นสารอาหารที่ดีมาถึงผู้บริโภคอีกต่อหนึ่ง 

การมุ่งมั่นส่งต่อคุณค่าเหล่านี้ ทำให้โฟร์โมสต์ดูแลโคนมอย่างพิถีพิถัน ใส่ใจว่าทาน

อาหารอะไร อยู่ในสิ่งแวดล้อมแบบไหน เพื่อให้นมมีแบคทีเรียต่ำตามมาตรฐาน มีโปรตีน ไขมัน และสารอาหารตามที่อยากได้ ที่ฮอลแลนด์ยกระดับความยั่งยืนในการดูแลโคนมไปอีกขั้นหนึ่ง ถึงขนาดมีมาตรฐานว่า วัวควรได้อยู่กลางแจ้งกี่ชั่วโมงต่อปี ควรมีความหลากหลายของชนิดสัตว์ในฟาร์มอย่างไรบ้าง พร้อมคัดมาตรฐานวัตถุดิบอย่างตั้งใจ ทั้งคุณภาพน้ำมันปาล์มจากป่าที่ปลูกเอง และยังมีตัวชี้วัดคุณภาพน้ำตาลในนมอย่างละเอียด

จากการดูแลตั้งแต่ยอดหญ้าสู่สัญญาที่ให้ไว้กับผู้บริโภคเป็นมั่นเหมาะบนฉลากนม ที่โฟร์โมสต์ภูมิใจว่าสามารถส่งต่อสารอาหารตามฉลากทุกกล่องอย่างไม่มีผิดเพี้ยน 

ด้วยความตั้งใจที่อยากส่งมอบสารอาหารให้เข้าถึงทั่วโลก ราคาของนมโฟร์โมสต์ยังเข้าถึงง่าย  และสามารถหาซื้อได้ทั่วไป แถมยังใช้กล่องกระดาษจากป่าอนุรักษ์ ตั้งใจลดการใช้อะลูมิเนียมเลเยอร์ในกล่องกระดาษ เพื่อให้เป็นกล่องนมรักษ์โลกอย่างเต็มตัวมากขึ้นในอนาคต

ฟรีสแลนด์คัมพิน่าได้รับการจัดอันดับเป็นบริษัทอันดับ 3 ของโลกใน Global Access to Nutrition Index 2021 เป็นสิ่งพิสูจน์ว่า สิ่งที่ตั้งใจทำส่งผ่านจากยอดหญ้าสู่กล่องนมได้จริง

9 เรื่องของโฟร์โมสต์แบรนด์ที่เชื่อมั่นในน้ำใจคนไทย พร้อมส่งผ่านความตั้งจากเกษตรกรโคนมและรักษ์ทุกสิ่งรอบตัวตามแนวทางบริษัทในเนเธอร์แลนด์
9 เรื่องของโฟร์โมสต์แบรนด์ที่เชื่อมั่นในน้ำใจคนไทย พร้อมส่งผ่านความตั้งจากเกษตรกรโคนมและรักษ์ทุกสิ่งรอบตัวตามแนวทางบริษัทในเนเธอร์แลนด์
9 เรื่องของโฟร์โมสต์แบรนด์ที่เชื่อมั่นในน้ำใจคนไทย พร้อมส่งผ่านความตั้งจากเกษตรกรโคนมและรักษ์ทุกสิ่งรอบตัวตามแนวทางบริษัทในเนเธอร์แลนด์

4. Farmers to Farmers สนับสนุนการส่งต่อความรู้โคนมจากเกษตรกรรุ่นพี่สู่รุ่นน้อง

เพราะเป็นแบรนด์ที่อยู่ภายใต้องค์กรที่มีจุดเริ่มต้นจากสหกรณ์โคนม โฟร์โมสต์มีความตั้งใจดีที่จะอยากสร้าง Good Living For Our Farmers สนับสนุนการส่งต่อความรู้และพัฒนาฟาร์มของเกษตรกร

มีโครงการ Farmers to Farmers ถ่ายทอดความรู้จากเกษตรกรเนเธอร์แลนด์สู่ฟาร์มเกษตรกร 4,000 กว่าครอบครัวในไทย รวมทั้งส่งเสริมพัฒนาอาชีพให้เกษตรกรมากว่าสิบปี ทั้งเริ่มพัฒนาฟาร์มการเลี้ยงโคนมในไทย ร่วมมือกับองค์การส่งเสริมโคนมในไทย สนับสนุนให้ผลิตนมคุณภาพระดับโลกอย่างสำเร็จ

หัวใจของการสร้างแบรนด์โฟร์โมสต์คือการเติบโตอย่างยั่งยืน ได้สนับสนุน Next Generations เหมือนที่สหกรณ์เกษตรโคนมรุ่นแล้วรุ่นเล่า ส่งต่อความรู้กันมายาวนานกว่าร้อยปี และสมาชิกในครอบครัวรุ่นแล้วรุ่นแล้วเติบโตจากการดื่มนมอย่างแข็งแรง

5. โฟร์โมสต์ มีแบรนด์พี่น้อง เพื่อตอบทุกโจทย์ของความต้องการที่แตกต่างของคนทุกกลุ่ม

ฟรีสแลนด์คัมพิน่าประกอบด้วยหลากหลายแบรนด์ รวมทั่วโลกมีแบรนด์ย่อยมากมายที่จำชื่อได้ไม่หมด โดยมีจุดร่วมของทุกแบรนด์คือ การส่งต่อคุณค่าสารอาหารจากนม ในไทยมีลูกค้า 2 กลุ่มหลัก

หนึ่ง คือ แม่และเด็กที่มองหาสารอาหารจากนม โฟร์โมสต์ก็เป็นแบรนด์ที่มีผลิตภัณฑ์นมโคให้เลือกหลากหลายตามความต้องการเฉพาะของคนทุกกลุ่มและทุกวัย จึงแตกต่างจากแบรนด์อื่น

สอง กลุ่มผู้ประกอบการร้านชากาแฟ ร้านเบเกอรี่ ร้านอาหาร และโรงแรมต่างๆ ที่ต้องการผลิตภัณฑ์ซึ่งเป็นส่วนประกอบในการปรุงเครื่องดื่มและอาหาร ให้รสชาติที่ดี เสถียร และตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคที่ปรับเปลี่ยนไปตามเทรนด์ นกเหยี่ยวฟอลคอน ก็มาตอบโจทย์นี้ โดยการมีผลิตภัณฑ์ ในกลุ่มนมข้นหวาน นมข้นจืด นมตีฟอง ที่หลากหลาย ขณะที่เชฟขนมหวาน (Pastry Chef) ที่มองหาวิปปิ้งครีม เนื้อแน่น ก็มี เดบิค แบรนด์น้องใหม่สำหรับสายพรีเมียมรองรับ ซึ่งแม้จะเพิ่งเข้าไทยในปีนี้ แต่เป็นแบรนด์ชั้นนำเก่าแก่ร้อยปีในยุโรป นำเสนอนวัตกรรมครีมที่สำหรับกลุ่มผู้เชี่ยวชาญอาหารอย่างเชฟและบาริสต้าโดยเฉพาะ 

9 เรื่องของโฟร์โมสต์แบรนด์ที่เชื่อมั่นในน้ำใจคนไทย พร้อมส่งผ่านความตั้งจากเกษตรกรโคนมและรักษ์ทุกสิ่งรอบตัวตามแนวทางบริษัทในเนเธอร์แลนด์

6. เป็นผู้นำตลาดนม UHT ที่เชื่อว่า นมที่มีประโยชน์ไม่ได้แปลว่าต้องไม่อร่อย

นมโฟร์โมสต์เป็นแบรนด์ที่มีครัวเรือนไทยนิยมดื่มมากที่สุด หลายคนมักจดจำโฟร์โมสต์ในฐานะแบรนด์นมแบรนด์แรกที่ดื่มสมัยเด็ก และดื่มประจำจนคุ้นเคยรสชาติ เบื้องหลังความคุ้นเคยของผู้บริโภคนี้ คือคุณภาพที่มั่นใจได้ สร้างความรู้สึกไว้วางใจว่าปลอดภัยและมีประโยชน์ เน้นส่งมอบคุณค่าสารอาหารทั้งสำหรับเด็กวัยเล็ก วัยกำลังเติบโต วัยรุ่น และบุคคลทั่วไปในวัยผู้ใหญ่ ด้วยความเชื่อว่าการมอบสารอาหารที่ดี ไม่จำเป็นต้องมาพร้อมรสชาติที่ไม่โอเค จึงมีการพัฒนารสชาติที่หลากหลาย เพราะอยากให้ทุกคนดื่มนมได้อย่างอร่อย เพื่อให้สามารถรับคุณค่าสารอาหารที่จำเป็นได้ทุกวัน

7. คัดสรรสารอาหาร เพื่อสร้างนมที่สนับสนุนการพัฒนา IQ และ EQ เพราะเข้าใจความต้องการของพ่อแม่ยุคใหม่ที่อยากให้ลูกฉลาดและมีน้ำใจ 

การสร้างแบรนด์โฟร์โมสต์เริ่มจากทำความเข้าใจอย่างลึกซึ้งถึงความต้องการของผู้บริโภค ตั้งแต่สารอาหารและสิ่งแวดล้อมที่ครอบครัวอยากมอบให้ลูก 

เนื่องจากสังคมยุคนี้มีการแข่งขันสูง ครอบครัวจึงอยากให้ลูกเติบโตอย่างแข็งแรง ฉลาด มีไหวพริบ พร้อมทั้งเป็นเด็กมีน้ำใจที่คนรอบข้างรักและมีเพื่อนฝูงเยอะ เพื่อเติบโตและประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน

เมื่อเข้าใจความต้องการเหล่านี้ จึงคิดต่อไปว่าสารอาหารอะไรบ้างที่สามารถพัฒนา IQ และ EQ ของเด็กได้ดี ส่งเสริมให้เด็กฉลาดและมีน้ำใจอย่างที่พ่อแม่ต้องการ 

นมของโฟร์โมสต์จึงเน้นสารอาหารเป็นหลัก ตัวอย่างเช่น ไลน์ผลิตภัณฑ์โฟร์โมสต์ โอเมก้า 3, 6, 9 ที่มี DHA ซึ่งมีบทบาทต่อการพัฒนา IQ และ EQ ส่งเสริมการพัฒนาสมอง รวมถึงความมั่นคงทางอารมณ์ นมโฟร์โมสต์มี DHA สูง ในราคาที่ไม่สูงเกินไป ทำให้ผู้บริโภคทั่วไปสามารถเข้าถึงสารอาหารสำคัญได้ไม่ยาก ไม่ว่าจะเป็นโอเมก้า 3, 6 และ 9 วิตามิน B12 ไปจนถึงแคลเซียมและโปรตีนที่ส่งเสริมความแข็งแรงของกระดูกและฟัน รวมถึงการเจริญเติบโตของร่างกายโดยรวม

แบรนด์เชื่อว่าการชนะความท้าทายคือห้ามหยุดอยู่กับที่ ต้องปรับเปลี่ยนและนำเสนอสิ่งใหม่ๆ ตลอดเวลา สินค้าล่าสุดของโฟร์โมสต์เกิดจากความเข้าใจในแม่และเด็กรุ่นใหม่ ทุกเช้าคือมื้อสำคัญที่แม่อยากให้ลูกได้สารอาหารครบหมู่มากที่สุด มีพลังพร้อมสำหรับการเรียนรู้ไปตลอดทั้งวัน แต่ในความเป็นจริง มื้อเช้ากลับเป็นช่วงเวลาที่มักรีบเร่งที่สุด จึงนำมาสู่การพัฒนา โฟร์โมสต์ มัลติเกรน รสช็อกโกแลต ที่ทานง่าย พร้อมสารอาหารจากธัญพืชรวม 3 ชนิดจากข้าวกล้อง ข้าวโอ๊ต ข้าวไรซ์เบอร์รี่ ทั้งอิ่มง่ายและอุดมด้วยสารอาหาร

9 เรื่องของโฟร์โมสต์แบรนด์ที่เชื่อมั่นในน้ำใจคนไทย พร้อมส่งผ่านความตั้งจากเกษตรกรโคนมและรักษ์ทุกสิ่งรอบตัวตามแนวทางบริษัทในเนเธอร์แลนด์
9 เรื่องที่ทำให้ 'โฟร์โมสต์' เป็นแบรนด์ที่อยู่คู่คนไทยมาทุกยุค

8. ก่อตั้ง SEANUTS วิจัยภาวะโภชนาการในเด็กอย่างจริงจังนานนับสิบปี

จากการศึกษาข้อมูลทางโภชนาการของประเทศ พบว่าไทยมีปัญหาด้านโภชนาการเด็ก 2 ด้าน คือ หนึ่ง การขาดสารอาหารที่จำเป็น (ภาวะทุพโภชนาการ) และ สอง การได้สารอาหารที่ไม่ดีต่อสุขภาพมากเกินไป (โรคอ้วน) เป็นสองเรื่องที่ตรงข้ามกัน แต่มีพื้นฐานมาจากปัญหาการไม่สามารถเข้าถึงสารอาหารที่ดี มีคุณภาพได้เหมือนกัน

เพราะเชื่อว่าหากจะแก้ปัญหาได้ตรงจุด ควรรู้ถึงสาเหตุที่แท้จริงก่อน ฟรีสแลนด์คัมพิน่าจึงก่อตั้งสถาบันวิจัย SEANUTS (South East Asian Nutrition Surveys) ซึ่งทำงานร่วมกับมหาวิทยาลัยชั้นนำที่มีความเชี่ยวชาญด้านโภชนาการอย่างจริงจัง เพื่อมุ่งเก็บข้อมูลเรื่องภาวะโภชนาการเด็กในประเทศแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทำมาอย่างยาวนานและวิจัยอย่างเข้มข้น โดยวิจัยหนึ่งครั้งยาวนาน 8 – 10 ปี ให้ได้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ แม่นยำ และสามารถนำมาพัฒนาต่อยอดได้

ใช้โอกาสที่อยู่ในอุตสาหกรรมนม สนับสนุนโภชนาการในไทยให้ดีขึ้น แก้ปัญหาการบริโภคนมของคนไทยที่ต่ำเมื่อเทียบกับประเทศพัฒนาแล้ว โดยการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีรสชาติที่หลากหลาย ขณะที่ยังคงสารอาหารที่จำเป็นไว้ ส่งเสริมให้เยาวชนไทยรุ่นใหม่เติบโต แข็งแรง

9 เรื่องที่ทำให้ 'โฟร์โมสต์' เป็นแบรนด์ที่อยู่คู่คนไทยมาทุกยุค

9. ส่งต่อรอยยิ้มด้วยการแบ่งปันน้ำใจ มอบนมเสริมความแข็งแรงและพัฒนาการให้แก่เด็กไทย

ตลอด 65 ปีของโฟร์โมสต์ในประเทศไทยที่อยู่มายาวนาน มีสิ่งที่แบรนด์เชื่อมั่นและยึดถือมาโดยตลอดคือความมีน้ำใจ ซึ่งเป็นคุณค่าที่สังคมไทยก็ให้ความสำคัญ ด้วยเป็นคุณค่าที่สามารถส่งต่อประโยชน์และสร้างสรรค์สิ่งที่ดีได้

ในปีนี้ผลกระทบจากการระบาดของโรคโควิด-19 เป็นภาวะจำเป็นเร่งด่วนสำหรับแม่และเด็ก หลายครอบครัวที่มีเด็กเล็กประสบปัญหาด้านรายได้ กระทบการดำเนินชีวิตและโภชนาการของเด็กที่อาจส่งผลพัฒนาการในระยะยาว โครงการโฟร์โมสต์ส่งต่อรอยยิ้มให้เด็กไทยสู้ภัยโควิด-19 จึงชวนคนมาแบ่งปันน้ำใจ ซื้อนมบริโภคในช่วงเวลาจัดกิจกรรมของโครงการฯ ในแต่ละปี เพื่อแสดงเจตจำนงในการร่วมบริจาคนมให้กับผู้ที่ได้รับผลกระทบ บรรเทาปัญหาการขาดแคลนสารอาหารและโภชนาการที่เหมาะสมในสภาวะวิกฤต

นมของโฟร์โมสต์เป็นทั้งอาหารอิ่มท้อง เป็นเครื่องดื่มที่ส่งต่อโภชนาการที่ดี ทำให้ร่างกายแข็งแรง ขณะเดียวกันก็สร้างความรู้สึกที่ดีของการได้ร่วมส่งต่อ ให้โลกหมุนไปข้างหน้าด้วยน้ำนมโคคุณภาพและความคิดคำนึงถึงสังคมและชุมชน

9 เรื่องที่ทำให้ 'โฟร์โมสต์' เป็นแบรนด์ที่อยู่คู่คนไทยมาทุกยุค

ภาพ : ฟรีสแลนด์คัมพิน่า (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)

Writer

รตา มนตรีวัต

อดีตสาวอักษรผู้โตมาในร้านขายหวายอายุ 100 กว่าปีย่านเมืองเก่า เป็นคนสดใสเหมือนดอกทานตะวัน สะสมแรงบันดาลใจไว้ในบล็อคชื่อ My Sunflower Thought ขับรถสีแดงชื่อ Cherry Tomato ระหว่างวันทำงานในโลกธุรกิจ เวลาว่างซาบซึ้งในศิลปะ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load