ไปอิตาลีมาค่ะ

ถามว่าบ้ามั้ย ก็บ้าอยู่นะ ไปเที่ยวตอนโควิด-19 เพิ่งซา

แต่อเมริกาล็อกดาวน์มาปีครึ่ง อึดอัดใกล้บ้ากันเต็มทน ครอบครัวก็ไม่ได้เจอกัน พอได้ข่าวว่าเดือนกรกฎาฯ อิตาลีจะเปิดประเทศให้อเมริกันชนที่ฉีดวัคซีนแล้ว หรือบินเข้าประเทศด้วยเที่ยวบินที่ทุกคนต้องตรวจโควิด (Covid-Tested Flights) จากสนามบิน JFK ที่นิวยอร์กได้โดยไม่ต้องกักตัว 14 วัน อุ้มก็มือไม้สั่นรีบหาข้อมูล ซื้อตั๋ว จองไปตรวจโควิดที่นิวยอร์กให้ทั้งบ้าน แล้วก็เช็กกับเพื่อนที่อยู่มิลานแบบวันต่อวันว่าสถานการณ์โควิดมัน ‘เอาอยู่’ แล้วแน่นะ

นอนไม่หลับอยู่เป็นอาทิตย์ก่อนไปน่ะค่ะ พูดเลย

กลัวอิตาลียกเลิกให้เข้า กลัวตั๋วคืนไม่ได้ กลัวตรวจโควิดไม่ผ่าน กลัวไปติดเดลต้าที่นั่น บางวันก็คิดว่า… นี่ตูจะหาเรื่องให้ตัวเองทำไม (ฟะ)

แต่คิดถึงประสบการณ์ที่พวกเราจะได้รับ กับจะได้เจอพี่สาวและหลานๆ ที่ไม่ได้เจอกันมาตั้งหลายปี (ครอบครัวพี่สาวอุ้มอยู่สวิตเซอร์แลนด์ค่ะ นั่งรถไฟมาเจอกันที่มิลานได้) และได้เจอเพื่อนที่ไม่ได้เจอกันมานาน ก็กลืนก้อนความกลัว จับหัวมันกดกลับเข้าไปนอนหายใจลึกๆ ในจิตใต้สำนึก รอดมาได้เปลาะหนึ่ง

อุ้ม สิริยากร ลัดฟ้าจากพอร์ตแลนด์สู่แดนอิตาลี ชมความงามของเมืองเก่า และแบ่งปันสูตรอาหารกับเกร็ดแสนอร่อย

แล้ววันเดินทางก็มาถึง บ้านอุ้มต้องนั่งเครื่องบินจากพอร์ตแลนด์ไปอยู่นิวยอร์กก่อนสองสามคืน เพราะถึงจะมี Covid Rapid Testing Sites อยู่ทั่วเมืองไปหมด (ตรวจฟรีด้วยนะคะ เป็นคนไร้บ้านหรือไม่ได้เป็นคนนิวยอร์กก็ตรวจได้ ประเสริฐมาก) แต่ตรวจเสร็จต้องรอหนึ่งวันกว่าจะได้ผล คือจะตรวจแบบ 15 นาทีได้ผลก็มี แต่ต้องเสียคนละ 200 เหรียญฯ 4 คนรวมกันก็ 20,000 กว่าบาท เก็บเงินไว้กินพิซซ่าได้ไม่รู้กี่มื้อ เลยเผื่อเวลาแล้วไปตรวจฟรีดีกว่า

อุ้ม สิริยากร ลัดฟ้าจากพอร์ตแลนด์สู่แดนอิตาลี ชมความงามของเมืองเก่า และแบ่งปันสูตรอาหารกับเกร็ดแสนอร่อย

อุ้มกับสมคิดฉีดวัคซีนครบ 2 โดสแล้วตั้งแต่เดือนมีนาฯ แค่โชว์ Vaccination Card ก็ได้ แต่ลูกๆ นี่สิคะ อายุยังไม่ถึง 12 เขาก็ยังไม่ฉีดให้ เลยต้องไปตรวจด้วยกันหมด ที่บ้าสุดก็คือ ค่าเครื่องบินไปกลับพอร์ตแลนด์นิวยอร์ก แพงกว่านิวยอร์กไปกลับมิลานอี๊กกก! แล้วก็ไม่ได้มีกะจิตกะใจจะเที่ยว เพราะกังวลเรื่องผลโควิด และมีทริปอิตาลี 2 อาทิตย์รออยู่ข้างหน้า ไม่อยากจะหาเรื่องเหนื่อยก่อนเวลาอันควร ก็เลยได้แต่เดินๆ อยู่แถวโรงแรม คนก็เยอะมากอยู่นะนิวยอร์กเนี่ย จะสบายถอนหายใจได้ก็ตอนไปนั่งเล่นกันที่ The High Line นี่ล่ะ ใครไปนิวยอร์กแล้วอยากนั่งพักสบายๆ ลมเย็นๆ แนะนำให้ไปเลยค่ะ นั่งได้เป็นครึ่งค่อนวัน ไม่เสียสตางค์ด้วย

รอด้วยใจตุ๊มๆ ต่อมๆ อยู่เกือบวัน ผลโควิดก็มา เป็นลบทั้งบ้าน ผ่าน! พิมพ์ผลออกมาแล้วถือไปขึ้นเครื่องได้! อุ้มบินสายการบินเอมิเรตส์ คือโอเคเลยนะคะทั้งขาไปขากลับ เครื่องใหญ่ ปิดไฟแล้วมีดาววิบๆ วับๆ อาหารมังสวิรัติไม่แย่ พนักงานใส่ชุดสวยและใจดีกับเด็ก เรื่องเล็กๆ น้อยๆ แค่นี่ก็ทำให้รู้สึกอยากชมทั้งที่ไม่ได้ค่าโฆษณา แล้วการที่ทุกคนบนเครื่องต้องตรวจโควิดมาก่อน ก็ทำให้บินเที่ยวบินยาวๆ แบบนี้สบายใจขึ้นด้วย

8 ชั่วโมงผ่านไป ถึงมิลานจนได้ค่ะ!

อุ้มไปอิตาลีมาสามสี่รอบ แต่ครั้งล่าสุดคือสิบกว่าปีที่แล้ว ได้มาอีกครั้งแบบลุ้นทุกรายละเอียดแบบนี้ และมีครอบครัวมาด้วย ก็เลยตื่นเต้นไปอีกแบบ การมี Airbnb ก็เปลี่ยนวิธีการเที่ยวเราไปเยอะเหมือนกันด้วยนะคะ หลักๆ เลยคือทำให้รู้สึกผ่อนคลายเร็วขึ้น เพราะความรู้สึกของการได้อยู่บ้าน (ถึงจะไม่ใช่บ้านเราก็เถอะ) ย่อมต่างจากการอยู่โรงแรมห้องเล็กๆ แน่ๆ อยู่แล้ว ไม่ต้องเดินผ่านล็อบบี้ ไม่ต้องใช้ลิฟต์ร่วมกับใคร ได้อยู่ด้วยกันกับครอบครัวที่ไม่เจอมานาน ได้เดินไปซูเปอร์มาร์เก็ตซื้อของมาทำอาหารกินกันบ้างบางมื้อ แค่ 3 วันแรกในมิลาน อุ้มก็หายสงสัยว่าทำไมต้องตะเกียกตะกายมาถึงนี่

อุ้ม สิริยากร ลัดฟ้าจากพอร์ตแลนด์สู่แดนอิตาลี ชมความงามของเมืองเก่า และแบ่งปันสูตรอาหารกับเกร็ดแสนอร่อย

เล่าถึงมิลานกันบ้างดีกว่าค่ะ ทีแรกอุ้มนึกว่าคนจะไม่ค่อยเยอะเท่าไหร่ แต่ปะไรล่ะ หน้าดูโอโม่กับถนนช้อปปิ้ง Emmanuelle นี่เหมือนอยู่แถวหน้าสยามพารากอนเลยค่ะ คือมันเป็นใจกลางเมือง ใครมาก็ต้องมุ่งมาตรงนี้ แต่ถ้าขยันตื่นเช้าหน่อยหรือปะเหมาะเคราะห์ดี ก็ยังพอจะได้ถ่ายรูปครอบครัวแบบญาติน้อยๆ ได้อยู่นะคะ บ้านอุ้มเห็นถ่ายรูปลงไอจียิ้มแฉ่งเห็นฟันกันแบบนี้ จริงๆ เดินไปไหนมาไหนก็ใส่หน้ากากกันตลอดนะคะ คือรอดโควิดหนักๆ จากอเมริกามาได้ จะมาตายเพราะสายพันธุ์เดลต้าอยู่แถวนี้ก็มิบังควร

ทีนี้เวลาพูดถึงมิลาน คนจะนึกถึงช้อปปิ้ง แฟชั่นและดีไซน์ มีภาพจำคือดูโอโม่สีขาวตกแต่งวิจิตรอลังการ แต่สิ่งหนึ่งที่คนอาจจะไม่รู้หรือนึกภาพไม่ออก คือที่นี่เคยเป็นเมืองที่ขึ้นชื่อเรื่องการขนส่งทางน้ำ คือมีคลองอยู่ทั่วไปไม่แพ้เวนิสหรืออัมสเตอร์ดัมเชียวนะ!

ลองนึกว่าเมืองใหญ่ๆ สำคัญๆ ของโลกอย่างลอนดอน ปารีส เบอร์ลิน ไคโร เวียนนา เกียวโต หรือแม้แต่กรุงเทพมหานครของเรา ล้วนตั้งขึ้นริมแม่น้ำเพื่อเหตุผลทางยุทธศาสตร์และการขนส่งเดินทาง เพราะสมัยก่อนรถราอะไรก็ยังไม่พัฒนามาก จึงต้องพึ่งพาการสัญจรทางน้ำ แต่เมืองที่แสนจะมั่งคั่งและเปี่ยมอำนาจในยุคกลางอย่างมิลาน กลับไม่อยู่ติดแม่น้ำอะไรกับใครเขาเลย ในระหว่างศตวรรษที่ 12 – 17 ระบบคลองที่เรียกว่านาวิกลี (Navigli) จึงถูกสร้างขึ้นเพื่อเชื่อมมิลานกับแม่น้ำสองสายที่ใกล้ที่สุด คือแม่น้ำติชิโน ซึ่งอยู่ห่างออกไปทางตะวันตก 25 กิโลเมตร กับแม่น้ำแอดดาที่อยู่ห่างไปทางตะวันออก 35 กิโลเมตร ถือเป็นระบบคลองแรกๆ ของโลกนี้เลยก็ว่าได้ และของสำคัญที่สุดที่ขนมาตามเส้นทางขุดใหม่ความยาวเป็นร้อยกิโลเมตรนี้ ก็คือหินอ่อนสีชมพูที่ขนมาสร้างดูโอโม่นั่นเอง!

อุ้ม สิริยากร ลัดฟ้าจากพอร์ตแลนด์สู่แดนอิตาลี ชมความงามของเมืองเก่า และแบ่งปันสูตรอาหารกับเกร็ดแสนอร่อย
ภาพ : www.pivada.com/en/leonardo-da-vinci-maps
อุ้ม สิริยากร ลัดฟ้าจากพอร์ตแลนด์สู่แดนอิตาลี ชมความงามของเมืองเก่า และแบ่งปันสูตรอาหารกับเกร็ดแสนอร่อย
ภาพ : biblio.toscana.it/argomento

ทุกวันนี้ คลองส่วนใหญ่ในมิลานถูกถมทำเป็นถนน ไม่ต่างจากคลองในกรุงเทพฯ ของเรา แต่ยังมีส่วนที่เหลืออยู่ของ Naviglio Grande (แปลว่าคลองใหญ่) และถูกบูรณะให้กลับมาสะอาดสวยงามเมื่อตอนที่มี Milan Expo 2015

เดี๋ยวนี้ย่านนาวิกลิโอกรานเด กลายเป็นย่านที่เต็มไปด้วยบาร์และร้านอาหารนั่งสบาย แกลเลอรี่ ร้านขายของเก๋ๆ และมีตลาดนัดงานศิลปะและของฝากทุกวันอาทิตย์สุดท้ายของเดือน

อุ้ม สิริยากร ลัดฟ้าจากพอร์ตแลนด์สู่แดนอิตาลี ชมความงามของเมืองเก่า และแบ่งปันสูตรอาหารกับเกร็ดแสนอร่อย
ภาพ : it.wikipedia.org

และเป็นย่านที่อุ้มชอบที่สุดย่านหนึ่งในมิลานเลยค่ะ เดินเล่นทอดน่องเลียบคลองไปเรื่อยๆ มีเวิ้งเล็กเวิ้งน้อยให้มองเข้าไปดูอะไรสวยๆ งามๆ แถมขากลับมาแถวดูโอโม่ ถ้าเดินลัดเลาะมาตามถนนเงียบๆ ไม่มีนักท่องเที่ยว จะรู้สึกสบายใจบอกไม่ถูกเลยค่ะ ใครจะอยู่แถวคลองจนถึงกลางคืน ก็จะได้ดูแสงไฟจากตึกสีสดใสสะท้อนบนผิวน้ำ เป็นภาพที่สวยอย่าบอกใครเลย

อุ้ม สิริยากร ลัดฟ้าจากพอร์ตแลนด์สู่แดนอิตาลี ชมความงามของเมืองเก่า และแบ่งปันสูตรอาหารกับเกร็ดแสนอร่อย
อุ้ม สิริยากร ลัดฟ้าจากพอร์ตแลนด์สู่แดนอิตาลี ชมความงามของเมืองเก่า และแบ่งปันสูตรอาหารกับเกร็ดแสนอร่อย
ภาพ : www.dreamstime.com

ที่นี่เองที่อุ้มได้ลองกิน Risotto alla Milanese หรือริซอตโตแบบมิลานที่ใส่หญ้าฝรั่นจนเป็นสีเหลืองอร่าม เรื่องเล่ามีอยู่ว่า ที่มาของอาหารพิเศษจานนี้ มาจากช่างทำกระจกสีของดูโอโม่ ตั้งแต่ราว ค.ศ. 1574 โน่น ชื่อจริงของหมอนี่คืออะไรไม่รู้ล่ะ แต่ใครๆ ก็เรียกเขาว่า Zafferano เหตุเพราะชอบใช้ Saffron (แปลเป็นไทยว่าหญ้าฝรั่น) ย้อมสีกระจกให้เป็นสีเหลืองทอง 

วันหนึ่งหัวหน้าของเซฟเฟราโนแกล้งหยอกเขาว่า “เดี๋ยวอีกหน่อยก็ได้เอาใส่ในริซอตโตร้อก!” ต่อมาลูกสาวของหัวหน้าคนนั้นแต่งงาน พอพ่อครัวยกหม้อริซอตโตออกมาเท่านั้นล่ะ ทุกคนก็ช็อกไปเพราะมันเป็นสีเหลือง! ทีแรกไม่มีใครกล้ากิน แต่พอมีคนเริ่มลอง ก็กลับพบว่ามันอร่อยดีแฮะ เท่านั้นแหละ อาหารที่เกิดจากลูกน้องแกล้งเจ้านาย ก็กลายมาเป็นจานเอกลักษณ์ของมิลานตั้งแต่นั้น

ใครอยู่บ้านว่างๆ หรือไม่รู้ว่าจะไปหากินที่ไหน ลองทำเองเลยค่ะ อุ้มหาสูตรมาให้แล้ว

อุ้ม สิริยากร ลัดฟ้าจากพอร์ตแลนด์สู่แดนอิตาลี ชมความงามของเมืองเก่า และแบ่งปันสูตรอาหารกับเกร็ดแสนอร่อย
ภาพ : cookpad.com/mz/receitas

Risotto alla Milanese

ส่วนผสม

น้ำซุปผักหรือซุปไก่ 6 ถ้วย

หญ้าฝรั่น 1 ช้อนโต๊ะ

เนยจืด 3 ช้อนโต๊ะ

หอมใหญ่สับ 1 หัว

ข้าว Arborio* 2 ถ้วย

ไวน์ขาว 1 ถ้วย

ชีสพาร์เมซานขูด 1/2 ถ้วย

เกลือและพริกไทยดำ

วิธีทำ

  1. อุ่นน้ำซุปในหม้อ ไฟกลาง ใส่หญ้าฝรั่นลงไป เคี่ยวไปเรื่อยๆ เตรียมไว้เป็นน้ำซุป
  2. ละลายเนยในหม้ออีกใบ ไฟปานกลางถึงสูง ใส่หอมใหญ่ลงไปผัดจนนิ่ม ประมาณ 4 นาที
  3. ใส่ข้าวลงไป ผัดจนเกรียมนิดๆ ประมาณ 4 นาที
  4. ใส่ไวน์ขาว ผัดจนระเหย ประมาณ 2 นาที
  5. ใส่น้ำซุปทีละ 1/2 ถ้วย ตั้งไฟไปประมาณ 2 นาทีจนซึมเข้าไปในข้าว คนเล็กน้อย ค่อยๆ ใส่น้ำซุปทีละ 1/2 ถ้วยไปเรื่อยๆ จนกระทั่งข้าวนิ่มและเป็นครีม ทั้งหมดใช้เวลาประมาณ 16 นาที
  6. ใส่ชีสพาร์เมซานขูด ปรุงด้วยเกลือและพริกไทยตามชอบ ในสูตรต้นตำรับต้องใส่ไขกระดูก (Bone Marrow) ด้วย แต่อุ้มไม่ได้ใส่ เพราะเท่านี้ก็อร่อยแล้วค่ะ

*ข้าว Arborio เป็นข้าวเมล็ดสั้นที่ตั้งชื่อตามเมือง Arborio ในหุบเขาโพทางตอนเหนือของอิตาลี สุกแล้วมียางเยอะ ทำให้อาหารมีความนุ่มหนึบเหนียว ถ้าหาไม่ได้จริงๆ ใช้ข้าวญี่ปุ่นที่ใช้ทำซูชิก็พอแทนกันได้ (แต่อย่าไปบอกใครนะคะ ฮ่าๆ)

อุ้ม สิริยากร ลัดฟ้าจากพอร์ตแลนด์สู่แดนอิตาลี ชมความงามของเมืองเก่า และแบ่งปันสูตรอาหารกับเกร็ดแสนอร่อย
ภาพ : www.nit.pt

มีของคาวแล้วก็ต้องมีของหวาน ไปมิลานก็ไม่ควรพลาดเจลาโต้รูปดอกกุหลาบที่ทั้งสวยและอร่อย (มาก) ตรงหน้าดูโอโม่นะคะ ร้านชื่อ Amorino มารู้ทีหลังว่าเป็นแบรนด์ของฝรั่งเศส ก่อตั้งโดยสองหนุ่มอิตาเลียนที่เป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่เด็ก คือ Cristiano Sereni กับ Paolo Benassi ทั้งคู่ไปอยู่ปารีสแล้วพบว่าไม่มีไอศกรีมอร่อยแบบที่อิตาลี ก็เลยทำกินแล้วทำขายมันเสียเลย 

ค.ศ. 2002 ร้านแรกของ Amorino ถือกำเนิดขึ้น ด้วยความอร่อย เน้นวัตถุดิบจากธรรมชาติ และสวยเป็นเอกลักษณ์ (คือจะสั่งกี่รสก็ได้ สลับสีของกลีบกุหลาบได้ตามชอบใจ) แถมถ้ายังหวานไม่พอ มีมาการองแปะข้างบนให้ดูฝรั่งเศสขึ้นมาได้อีกต่างหาก ทำให้ร้านของสองหนุ่มอิตาเลียนโด่งดังขยายสาขาไปทั่วโลก ผ่านไป 20 ปี ตอนนี้มีสาขาตั้ง 200 เข้าไปแล้ว! ใครอยากชิมด้วยตา อ่านดูเล่นๆ ว่ามีรสอะไรให้เลือกบ้าง เข้าไปดูที่นี่เลยค่ะ อุ้มลองรสสับปะรดยูสุกับมะลิ (คือเลือกเอาสีเป็นหลักแท้ๆ เลย) อร่อยสดชื่นหอมหวานม้ากก

อุ้ม สิริยากร พาชมและชิมของเด็ดมิลาน ที่เริ่มฟื้นตัวจากวิกฤตโควิด-19 ในอิตาลี

พูดถึง Amorino แล้วก็แปล๊กแปลกค่ะ เพราะว่าต้นกำเนิดไอศกรีมแบบอิตาเลียนที่เรียกว่า Gelato ที่คนทั้งโลกรู้จัก ก็มาจากคาเฟ่แห่งหนึ่งในปารีส ที่เจ้าของเป็นคนอิตาเลียนเหมือนกันเลย!

อุ้ม สิริยากร พาชมและชิมของเด็ดมิลาน ที่เริ่มฟื้นตัวจากวิกฤตโควิด-19 ในอิตาลี
ภาพ : it.wikipedia.org/wiki/

เรื่องก็คือ ฟรานเชสโก โพรโคปิโอ คูโต (Francesco Procopio Cutò) เป็นหนุ่มน้อยหน้ามนจากเมืองซิซีลี แต่ย้ายถิ่นฐานไปเผชิญโชคชะตาที่ปารีส ด้วยพอจะมีวิชาทำครัวที่ติดตัวมาบ้าง เขาเลยไปขอเป็นลูกมือของชายอาร์เมเนียนชื่อปาสกาล ซึ่งมีเพิงขายน้ำมะนาวขายกาแฟอยู่ที่นั่น แต่กิจการไม่ประสบความสำเร็จเท่าไหร่ เขาเลยถอดใจ ทิ้งกิจการไว้ให้คูโตรับช่วงต่อ

คูโตมีหัวทางนี้ แล้วยังไปรู้วิธีทำน้ำมะนาวให้กลายเป็นน้ำแข็งเกล็ด ด้วยการใช้เกลือเพื่อลดอุณหภูมิของน้ำแข็ง จนได้ลิขสิทธิ์จากพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ให้เป็นคนเดียวที่ทำเครื่องดื่มน้ำแข็งและหวานเย็นปรุงรสต่างๆ แบบนี้ได้

อุ้ม สิริยากร พาชมและชิมของเด็ดมิลาน ที่เริ่มฟื้นตัวจากวิกฤตโควิด-19 ในอิตาลี
ภาพ : www.flickr.com

เขาเริ่มเสิร์ฟกาแฟและเจลาโต้ในถ้วยกระเบื้องเคลือบใบเล็กๆ ที่ร้าน Café Procope ของเขา คาเฟ่ของคูโตทำให้การดื่มกาแฟซึ่งแต่ก่อนนี้ถูกมองว่าเป็นเรื่องของชนชั้นแรงงาน กลายเป็นที่ยอมรับขึ้นมา และทำให้คนทั่วไปได้ลิ้มรสหวานเย็น ที่แต่ก่อนนี้สงวนไว้สำหรับเจ้านายชั้นสูงเท่านั้น

อุ้ม สิริยากร พาชมและชิมของเด็ดมิลาน ที่เริ่มฟื้นตัวจากวิกฤตโควิด-19 ในอิตาลี
ภาพ : commons.wikimedia.org

โชคยิ่งเข้าข้างคูโตมากขึ้นไปอีก เมื่อโรงละคร Comédie-Française มาเปิดที่ตรงข้ามร้านกาแฟของเขาพอดี นักแสดง นักคิด นักเขียน นักการเมือง และนักอะไรต่อมิอะไร ต่างพากันมานั่งดื่มกาแฟและกินหวานเย็นที่ร้านของคูโต ทำให้วัฒนธรรมการดื่มและนั่งร้านกาแฟกลายเป็นเรื่องแพร่หลายในฝรั่งเศส จนประวัติศาสตร์ต้องบันทึกไว้ว่า นี่คือคาเฟ่ที่เก่าแก่ที่สุดในโลก และเป็นร้านกาแฟที่มีบทบาทสำคัญที่สุดในประวัติศาสตร์ของฝรั่งเศสและคูโต (ภายหลังได้สัญชาติฝรั่งเศสและเปลี่ยนชื่อเป็น François Procope) คือบิดาของเจลาโต้ยุคใหม่ของโลก

แหมๆๆๆ นี่แค่มิลานยังหาอะไรมาเล่าได้เป็นตุเป็นตะ จริงๆ ยังไปต่ออีกทั้งเวนิส ฟลอเรนซ์ ลุคค่า เซียน่า เดี๋ยวไปขออนุญาตคุณบอกอทรงกลดให้อุ้มเขียนต่อก่อนนะคะ

A Presto! เจอกันใหม่เร็วๆ นี้ สวัสดีค่ะ!

Writer & Photographer

สิริยากร พุกกะเวส มาร์ควอร์ท

อดีตนักแสดงและพิธีกร จบการศึกษาจากคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ย้ายมาเป็นพลเมืองพอร์ตแลนด์ ออริกอน ตั้งแต่ปี 2012 ปัจจุบันเป็นคุณแม่ลูกสองของน้องเมตตาและน้องอนีคา เธอยังสนุกกับงานเขียนและแปลหนังสือ รวมทั้งเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ในเมืองนอกกระแสที่ชื่อพอร์ตแลนด์

คุณ-ภาพ-ชี-วิต

อุ้ม-สิริยากร พุกกะเวส มาร์ควอท ชวนคิดอย่างคนพอร์ตแลนด์

เมื่อวันก่อนเห็นคุณป้าอายุ 60 กว่า ๆ 4 คนตีกันอยู่ค่ะ

อุ้มไปยืนดูด้วยความตื่นเต้น เกิดมาไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้มาก่อน!

แบบตีกันผัวะ ๆ เลยค่ะ ไม่มีใครยอมใคร

อุ้มดูสักพักแอบอาย เลยเดินหนีมาดูห่าง ๆ แต่สุดท้ายอดใจไม่ไหว พอป้าทำท่าจะเลิก เลยไปขอร่วมวงตีกับคุณป้าแกด้วย!

คุณป้าคนหนึ่งดูเป็นหัวหน้าสุด บอกเอา ๆ มาเล้ย เคยตีมาก่อนหรือเปล่า พออุ้มส่ายหน้า ป้าเลยยื่นไม้มา บอกไม่ต้องคิดมาก ลองเลย ไม่ยาก ว่าแล้วป้าก็ยกพวกอีก 2 คนมาตีด้วย

อุ้มยังกล้า ๆ กลัว ๆ แต่ก็ถามไปว่า “เอ่อ คุณป้าเล่นอะไรกันอยู่คะ” ป้าบอกเนี่ยเหรอ มันเรียก ‘Pickleball’ อุ้มเลยอ๋อ ได้ยินชื่อมาตั้งนานแล้ว ของจริงเป็นแบบนี้นี่เอง!

อุ้ม สิริยากร ชวนเล่น Pickleball แบดมินตัน+ปิงปอง+เทนนิส กีฬาแปลกที่กำลังฮิตในอเมริกา
ภาพ : playnettie.com
อุ้ม สิริยากร ชวนเล่น Pickleball แบดมินตัน+ปิงปอง+เทนนิส กีฬาแปลกที่กำลังฮิตในอเมริกา
ภาพ : www.recesspickleball.com

อ้าวตายจริง ตกใจกันหมดเลยสิเนี่ย (หัวเราะ) ไม่ได้ไปดูคนยกพวกตีกันหรอกค่า แค่พาลูกไปสนามเด็กเล่น แล้วเห็นคุณป้า 4 คนเล่นกีฬาอะไรกันอยู่สักอย่าง หน้าตาก้ำ ๆ กึ่ง ๆ ระหว่างเทนนิส แบดมินตัน และปิงปอง ก็เลยเกิดความสงสัย (ปนเผือก) ขึ้นมา ว่านี่มันคือกีฬาอะไรกันนะ ไม่เคยเห็นมาก่อนเล้ย

ทีนี้อารามคนอยู่ไม่สุข ก็เลยต้องไปขอเล่นสิคะ เพราะทั้งปิงปองและแบดมินตันนี่คือกีฬาโปรดของอุ้มอยู่แล้วตั้งแต่อยู่เมืองไทย ส่วนเทนนิสเล่นไม่ค่อยได้เพราะปวดข้อศอก แต่กีฬาคุณป้า ๆ นี่ดูช้าและไม่รุนแรงต่อข้อแขน แล้วก็ดูเล่นง่ายดีนะ ลูกบอลก็เป็นพลาสติกมีรู ๆ ตกลงคอร์ตแล้วดังแป้ก ๆ แอบเพี้ยนดีด้วยอะ ชอบ!

อุ้ม สิริยากร ชวนเล่น Pickleball แบดมินตัน+ปิงปอง+เทนนิส กีฬาแปลกที่กำลังฮิตในอเมริกา
อุ้ม สิริยากร ชวนเล่น Pickleball แบดมินตัน+ปิงปอง+เทนนิส กีฬาแปลกที่กำลังฮิตในอเมริกา
ภาพ : www.recesspickleball.com

ลองเล่นไปแป๊บหนึ่ง มันสนุกดีล่ะค่ะ! คือพอมีพื้นเล่นแบดฯ เล่นปิงปองอยู่บ้างก็ช่วยได้มากเหมือนกัน เพราะคอร์ตมันขนาดเท่าคอร์ตแบดฯ แต่เน็ตเตี้ยเหมือนเทนนิส แล้วพอลูกบอลเป็นพลาสติก มันก็เลยไม่พุ่งเร็วเท่าไหร่ ไม่ต้องวิ่งพรวดพราด เล่นแล้วสวยสมวัย (ทอง) แต่ได้เหงื่อนิด ๆ

กำลังเริ่มสนุกอยู่ดี ๆ ป้าเก็บเน็ตกลับบ้านกันหมดค้า (เขาจะกลับอยู่แล้ว เราน่ะไปขอเล่น จำได้ไหม) ทางนี้ก็เลยต้องรีบกลับบ้านมาหาข้อมูล เพราะอยากรู้ว่าอุปกรณ์หาซื้อที่ไหน แล้วมีคอร์ตอยู่ตำบลอะไร จะได้ไปเล่นอีก

ก็เลยพบว่า มันเป็นกีฬาใหม่มาแรงและกำลังฮอต เติบโตเร็วที่สุดในอเมริกาเชียวนะ เน็ต ลูกบอลอะไรก็สั่งได้ทาง Amazon หรือเว็บอุปกรณ์กีฬาทั่ว ๆ ไป แต่ที่เด็ดสุดคือ มีไม้ 2 ยี่ห้อสวยมากจะเป็นลม! ยี่ห้อแรกชื่อว่า Recess ส่วนยี่ห้อที่ 2 ชื่อว่า Nettie มีความเรโทรบวกเอาศิลปินมาออกแบบ ทำไมทำกันแบบนี้! วิปัสสนามานานก็ช่วยไม่ได้ อยากได้หนอ แต่แพงหนอ สมคิดจะซื้อให้ไหมหนอ คิดวน ๆ ไปก่อนนะโยม

อุ้ม สิริยากร ชวนเล่น Pickleball แบดมินตัน+ปิงปอง+เทนนิส กีฬาแปลกที่กำลังฮิตในอเมริกา
ภาพ : www.recesspickleball.com
อุ้ม สิริยากร ชวนเล่น Pickleball แบดมินตัน+ปิงปอง+เทนนิส กีฬาแปลกที่กำลังฮิตในอเมริกา
อุ้ม สิริยากร ชวนเล่น Pickleball แบดมินตัน+ปิงปอง+เทนนิส กีฬาแปลกที่กำลังฮิตในอเมริกา
ภาพ : playnettie.com

แต่ว่าจะวกวนคลิกดูแต่ไม้ก็ใช่ที่ เพราะเกิดสงสัยขึ้นมาว่ากีฬานี้มันคืออะไร ใครเป็นคนคิด ทำไมอยู่ดี ๆ ถึงเพิ่งฮิต ข่าวว่ามันมีต้นกำเนิดแถว ๆ Pacific Northwest บ้านเฮานี่เองจริงหรือเปล่า

สรุปว่าจริงค่ะ นี่คือกีฬาที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อปี 1965 นี้เอง ที่เกาะ Bainbridge วอชิงตัน ห่างจากซีแอตเทิลแบบนั่งเรือเฟอร์รี่ไปสักครึ่งชั่วโมงนิด ๆ บ้านอุ้มยังเคยนั่งไปเลยค่ะ เป็นเกาะเงียบ ๆ น่ารักดี มีคนเก่าคนแก่และศิลปินนักเขียนจากซีแอตเทิลไปสร้างบ้านตากอากาศและบ้านอยู่อาศัยกันแยะ อารมณ์เหมือนหัวหินสมัยยังไม่พลุกพล่าน

อุ้ม สิริยากร ชวนเล่น Pickleball แบดมินตัน+ปิงปอง+เทนนิส กีฬาแปลกที่กำลังฮิตในอเมริกา
ภาพ : www.facebook.com/livingonbainbridge

ทีนี้มีสองสามครอบครัวที่วงการกีฬาต้องจารึกไว้ค่ะ บ้านหนึ่งของ Joe Pritchard อีกบ้านของ Bill Bell และอีกบ้านของ Barney McCallum ทั้งสามเป็นเพื่อนบ้านกันและรวมตัวสังสรรค์กันอยู่เสมอในช่วงวันหยุด อยู่มาวันหนึ่ง ลูกชายของโจ ชื่อ Frank ที่ตอนนั้นอายุ 13 ปี เกิดเบื่อขึ้นมาเพราะว่าฝนตก ไม่มีอะไรจะทำ บ่นหมุ ๆ หมิ ๆ เป็นหมีกินผึ้ง จนโจรำคาญ ก็เลยไปค้นห้องเก็บของจะหาอะไรให้ทำ เจอไม้ปิงปองกับลูกเบสบอลพลาสติก (ที่เรียกว่า Wiffle Ball) ก็เลยเอาออกมาชวนลูกชายออกไปเล่นกัน เพราะมีคอร์ตแบดมินตันเก่าอยู่หลังบ้านพอดี

อุ้ม สิริยากร ชวนเล่น Pickleball แบดมินตัน+ปิงปอง+เทนนิส กีฬาแปลกที่กำลังฮิตในอเมริกา
คอร์ต Pickleball แห่งแรกของโลก
ภาพ : usapickleball.org

ทีแรกมีแค่โจกับลูกชายและบิลจากอีกบ้านหนึ่ง ก็ไม่รู้จะเล่นกันยังไง เพราะอุปกรณ์ที่มีมันไม่เข้ากันสักอย่าง เลยต้องคิดกติกาขึ้นมาใหม่ เน็ตแบดฯ ตี ๆ ไปแล้วไม่ค่อยเวิร์กเพราะสูงไป ก็เลยต้องลดลงมาให้เตี้ยติดพื้น แล้วความสูงมาตรฐานที่ตอนนี้กำหนดอยู่ที่ 36 นิ้วก็ไม่ใช่เพราะอะไรที่ไหน แต่เป็นเพราะเน็ตมันหย่อนอยู่เรื่อย โจเลยใช้วิธีก่อนจะเล่น เอาตัวเองนี่แหละเดินไล่ไปให้เน็ตสูงเสมอเอว ซึ่งคือ 36 นิ้ว! (ขำเนอะ เหมือนไทยมีหน่วยวัดเป็นวา เป็นคืบ เป็นศอก แต่อันนี้เป็นเอว)

ทีนี้เล่น ๆ กันไปชักเริ่มสนุก กลายเป็นพวกพ่อ ๆ 3 บ้านนี่ล่ะเล่นกันใหญ่ แต่ไม้ปิงปองท่าจะเอาไม่อยู่เพราะเล็กไป ตีแล้วเดี๋ยวก็สึกพังหมด บาร์นีย์มีเวิร์กชอปทำงานไม้อยู่ เลยร่างแบบในกระดาษเป็นรูปไม้สำหรับตีพร้อมมือจับเป็นทรงง่าย ๆ แล้วก็ไปเลื่อยไม้อัดออกมาตามแบบเอาไปเล่นกัน หน้าตาบ้าน ๆ แต่เทียบกับไม้ปิงปองก็ถือว่าดีถม

อุ้ม สิริยากร ชวนเล่น Pickleball แบดมินตัน+ปิงปอง+เทนนิส กีฬาแปลกที่กำลังฮิตในอเมริกา
ไม้รุ่นแรก (ซ้ายสุด)
ภาพ : www.pickleballchannel.com

นัยว่ากติกากับอุปกรณ์ที่อิมโพรไวซ์กันขึ้นมาใช้ได้อยู่ไม่น้อย เกมหลังบ้านของโจเลยมีสมาชิกบ้านโน้นบ้านนี้มาเล่นกันอยู่ไม่ขาด จนถึงขนาดหมดฤดูร้อนต้องกลับมาอยู่ซีแอตเทิล สมาชิก Pickleball ก็ยังพากีฬาใหม่นี้ตามขึ้นฝั่งมาด้วย

เริ่มแรกเล่นกันที่ถนนหน้าบ้านของบาร์นีย์ เพราะความกว้างถนนราว 20 ฟุตเสมอด้วยคอร์ตแบดฯ (ภาพพี่ยิมกับน้องโด่งตีแบดอยู่หน้าบ้านลอยมาเลย) ทีนี้เพื่อนบ้านมาเห็นเข้าก็สนใจ จนถึงขนาดไปสร้างคอร์ตไว้หลังบ้านเพื่อตีกันจริงจัง

ความดังของ Pickleball มาขจรขจายเอาตอนที่โจไปลงสมัครรับเลือกเป็นสมาชิกสภาผู้แทนฯ ของรัฐวอชิงตันนี่แหละค่ะ เพราะเวลาไปหาเสียงที่ไหน โจก็จะเอา Pickleball ไปชวนคนเล่นด้วย แล้วหนึ่งในคนที่ได้เล่น ดั๊นเป็นเจ้าของและบรรณาธิการของหนังสือพิมพ์ยักษ์ใหญ่ The New York Times เอาละพ่อ จะดังไปใหญ่ไปโตกันก็คราวนี้เอง

อุ้ม สิริยากร แนะนำ Pickleball กีฬาใหม่ลูกผสมระหว่างแบดมินตัน ปิงปอง เทนนิส ที่กำลังดังในอเมริกามาจนถึงไทย
บทความเรื่อง Pickleball ในหนังสือพิมพ์ The New York Times
ภาพ : www.pickleballchannel.com

เขาส่งนักข่าวมาสัมภาษณ์บาร์นีย์ลงในหนังสือพิมพ์ คนอ่านแล้วก็อยากเล่น ถามกันเข้ามาว่าอุปกรณ์จะหาซื้อได้ที่ไหน บาร์นีย์ตอบไปว่าสั่งมาก็ได้ เดี๋ยวจัดเน็ต ไม้ 4 อัน กับลูกบอล 4 ลูก ส่งให้ในราคา 29.50 เหรียญฯ โอ้โห ยอดสั่งเข้ามาถล่มทลายเลยค่ะ จนบาร์นีย์ โจ และบิลต้องตั้งบริษัท Pickle-ball Inc. ขึ้นมาเพื่อสั่งวัตถุดิบและรับเงิน คือเล่นกันอยู่ดี ๆ หลังบ้าน กลายเป็นธุรกิจขึ้นมาซะงั้น พนักงานคนแรกของบริษัทก็ไม่ใช่ใครที่ไหน David ลูกชายของบาร์นีย์นั่นเอง ครัวเรือนมาก

อุ้ม สิริยากร แนะนำ Pickleball กีฬาใหม่ลูกผสมระหว่างแบดมินตัน ปิงปอง เทนนิส ที่กำลังดังในอเมริกามาจนถึงไทย
กล่องอุปกรณ์ Pickleball รุ่นแรก
ภาพ : www.nwfdailynews.com

ไหน ๆ ก็ไหน ๆ พวกเขาเลยออกแบบกล่องใส่ซะสวย แล้วก็เริ่มเดินสายโปรโมตการเล่น Pickleball ตามโรงเรียนในรัฐวอชิงตัน ออริกอน ไอดาโฮ เรื่อยไปจนถึงงานมหกรรมพละครั้งใหญ่ในมิสซูรี มีการปรับปรุงกติกาและเขียนเป็น Rule Book ออกมาจริงจัง คอร์ตก็กำหนดให้มีขนาดมาตรฐาน เริ่มมีการตั้งสมาคม USA Pickleball รวมทั้งมีการแข่งขันชิงแชมป์ใหญ่โตระดับประเทศหลายรายการ

อุ้ม สิริยากร แนะนำ Pickleball กีฬาใหม่ลูกผสมระหว่างแบดมินตัน ปิงปอง เทนนิส ที่กำลังดังในอเมริกามาจนถึงไทย
ภาพ : www.ppatour.com

ไม้ตี Pickleball เอง (เรียกว่า Paddle นะคะ ไม่ใช่ Racket) ถึงแม้หน้าตาจะยังเหมือนกับที่บาร์นีย์วาดใส่กระดาษเมื่อหลายสิบปีก่อน แต่ไม้ที่เป็น Composite และมี Nomex Honeycomb Core แบบที่คนใช้กันอยู่ทุกวันนี้ เพิ่งมาเกิดขึ้นเมื่อราว ๆ ปี 1984 นี่เองค่ะ เหตุเพราะคนเล่นคนหนึ่งที่ชื่อ Arlen Paranto บังเอิญเป็นวิศวกรของบริษัทเครื่องบินโบอิ้งด้วย (แหม คนเล่น Pickleball นี่จอมยุทธ์ทั้งนั้นเลยวุ้ย) เขาคิดว่าน่าจะมีไม้ที่เบากว่าเดิม ก็เลยไปซื้อวัสดุเหลือ ๆ จากทำภายในเครื่องบินโบอิ้งมาดัดแปลงทำเป็นไม้ขาย แล้วตั้งชื่อว่า PROLITE กลายเป็นมาตรฐานใหม่ของไม้ตีรุ่นต่อ ๆ มาทั้งหมด

อุ้ม สิริยากร แนะนำ Pickleball กีฬาใหม่ลูกผสมระหว่างแบดมินตัน ปิงปอง เทนนิส ที่กำลังดังในอเมริกามาจนถึงไทย
ไม้รุ่น PROLITE
ภาพ : pickleballhalloffame.blogspot.com

ก็ถึงว่า ตอนหยิบไม้ขึ้นมาทีแรกยังคิดอยู่เลยว่ามันเหมือนอะไรน้า อ้อ เหมือนผนังเครื่องบินนี่เอง (หัวเราะ)

อยากรู้แล้วใช่ไหมคะว่าตกลงไอ้เจ้ากีฬาแตงกวาดองนี่มันเล่นยังไง อุ้มดูไปหลายคลิป คิดว่าดูจากคลิปนี้อธิบายได้เข้าใจง่ายสุดค่ะ

คืออาจจะยังงง ๆ นิดหน่อยนะคะ แต่พอเล่นไปแล้วก็เข้าใจเอง ข่าวดีก็คือในเมืองไทยมีสนาม Pickleball แล้วนะคะ ตั้งหลายที่แน่ะ กรุงเทพฯ ก็มี เชียงใหม่ก็มี ได้ยินว่ามีแข่งที่หัวหินกับภูเก็ตด้วย มีสมาคมไทยพิคเคิลบอลอีกต่างหาก เข้าไปดูในเพจจะได้รู้ว่ามีสนามเปิดใหม่ มีแข่งที่ไหนให้ตามไปดูได้บ้าง รับรองค่ะว่าจากนี้จะได้ยินเรื่อง Pickleball มากขึ้นเยอะแน่ ๆ เพราะที่อเมริกาเอง ตอนนี้มาแรงมากจริง ๆ ค่ะ มีแต่คนพูดถึง ยังแอบคิดเลยว่าที่ไหนมีคอร์ตแบดฯ อยู่แล้ว ก็แค่ลดเน็ตลงมาก็เป็นสนาม Pickleball ได้แล้วเนี่ย

อุ้มไปอ่านประวัติศาสตร์ของกีฬาอย่างเทนนิส แบดมินตันหรือปิงปองมา พบว่าต้นกำเนิดมันก็คล้าย ๆ กันแบบนี้แหละค่ะ คือหาอะไรเล่นกันเองก่อน ตีด้วยมือก็ยังมี ใช้ลูกเป็นไม้ เป็นไม้คอร์กที่ปิดขวดไวน์บ้างอะไรบ้าง แล้วถึงค่อย ๆ พัฒนามาเป็นลูกสักหลาด ลูกพลาสติก มีกฎกติกาที่พัฒนาตบแต่งกันมาเรื่อย ๆ

แต่เรื่องคือ กีฬาพวกนั้นมันเกิดขึ้นมานานมากแล้วเป็นร้อยเป็นพันปี แต่ Pickleball เพิ่งเกิดขึ้นในช่วงอายุคนเดียวนี่เอง อุ้มเลยว่ามันน่าตื่นเต้นที่ได้เห็นเกมหลังบ้านกลายเป็นกีฬาระดับโลก ได้ฟังบาร์นีย์เล่าถึงไม้ที่เขาตัดเองหน้าตาสุดจะบ้าน ผ่านไปไม่กี่ปี มีไม้ยี่ห้อดัง ๆ อย่าง Wilson หรือ HEAD ที่ทำออกมาขาย ใช้เทคโนโลยีสุดจะล้ำ ถึงตอนนี้ทั้งโจและบาร์นีย์จะเสียชีวิตไปแล้ว แต่ทั้งสองคนก็ได้ทันเห็นความมาไกลของ Pickleball ที่พวกเขาคิดกันขึ้นมาเล่น ๆ น่าภูมิใจแทนจริง ๆ เลย

อ้อ เกือบลืมเล่าว่าทำไมกีฬานี้ถึงมีชื่อตลก ๆ ว่า Pickleball อันนี้ยืนยันจากปากคำของแฟรงก์ ลูกชายโจที่อยู่ในเหตุการณ์เลยค่ะ เขาบอกว่าแม่ของเขา (Joan Pritchard) เป็นแฟนเหนียวแน่นของกีฬาแข่งเรือพาย เพราะสมัยเรียนมหาวิทยาลัยที่โอไฮโอบ้านเกิด มีทีมแข่งเรือที่เก่งอันดับต้น ๆ ของประเทศ พอแต่งงานกับโจแล้วย้ายมาอยู่ซีแอตเทิล ก็พบว่ามหาวิทยาลัยวอชิงตันมีทีมแข่งเรือที่เก่งเหมือนกัน และมีการแข่งเรือทุกปี

โจแอนชอบไปดูการแข่งเรือประจำปีนี้มาก แต่ปกติเขาก็จะเลือกฝีพายตัวท็อป ๆ มาแข่งกัน ฝีพายมือรอง ๆ ที่ว่างอยู่ ก็เลยไปพายแข่งกันเองในอีกการแข่งขันหนึ่ง ซึ่งไม่ได้มีรางวี่รางวัลอะไร แค่แข่งกันเล่น ๆ ในหมู่คนที่เหลือ ๆ การแข่งนี้มีชื่อว่า Pickle Boat ค่ะ

อุ้ม สิริยากร แนะนำ Pickleball กีฬาใหม่ลูกผสมระหว่างแบดมินตัน ปิงปอง เทนนิส ที่กำลังดังในอเมริกามาจนถึงไทย
ภาพ : www.presstelegram.com

พอมีการถกเถียงกันระหว่างบ้าน Pritchard กับบ้าน Bell ว่าตกลงจะตั้งชื่อเกมที่เล่นกันอยู่นี้ว่าอะไรดี โจแอนเลยโพล่งออกมาว่า “Pickle Ball!” เพราะเอาอุปกรณ์และกติกาจากกีฬาโน้นนี้มารวม ๆ กัน มั่ว ๆ ขำ ๆ แต่สนุกดี อารมณ์มันเหมือน Pickle Boat เลย ชื่อนี้ถูกใจทุกคน ก็เลยเรียกกันมาแต่นั้น ภายหลังถึงมาเปลี่ยนเป็น Pickleball แบบเขียนติดกันไปเลย

ในอินเทอร์เน็ตมีอีกทฤษฎีเรื่องชื่อ ว่ามาจากหมาของครอบครัวชื่อ Pickles ที่ชอบมากระโดดไล่งับลูกบอล แต่ไล่ไปในความเป็นจริงแล้ว หมาพิคเคิลนี่เพิ่งมาถูกเก็บได้เมื่อปี 1968 ซึ่งเป็น 3 ปีหลังจากโจแอนตั้งชื่อเกมไว้แล้วเมื่อปี 1965 (คือจริง ๆ แล้วตั้งชื่อหมาตามกีฬาต่างหาก)

แต่เหตุที่ทุกวันนี้เสิร์ชเว็บไหนก็ยังเล่าว่าตั้งชื่อตามหมา เพราะโจเองนั่นแหละที่เป็นคนไปให้สัมภาษณ์กับนักข่าว ทีแรกเขาเล่าเรื่องจริงว่าโจแอนได้ชื่อมาจากไหน แต่จู่ ๆ ก็พูดเล่น ๆ ว่า เอ๊ะ หรือจะบอกว่าตั้งชื่อตามหมาดี ปรากฏว่านักข่าวชอบทฤษฎีหลังมากกว่า เพราะตลกและจำง่ายดี โจและบาร์นีย์ก็เลยตัดสินใจเล่าแบบนี้มาตั้งแต่นั้น

อุ้ม สิริยากร แนะนำ Pickleball กีฬาใหม่ลูกผสมระหว่างแบดมินตัน ปิงปอง เทนนิส ที่กำลังดังในอเมริกามาจนถึงไทย
ภาพ : www.thestar.com

เอาเป็นว่านี่คือกีฬาใหม่ล่าสุดที่โตเร็วที่สุดในอเมริกา อุ้มไปเล่นมาแล้วสนุกดี วันนี้เลยจะมาชวนให้คนหาไม้มาตีกัน เพราะตีแบบนี้มีประโยชน์กว่าไปตีกันในสภาฯ เนอะ (อ้าวทำไมจบงี้ล่ะตัว)

อุ้ม สิริยากร แนะนำ Pickleball กีฬาใหม่ลูกผสมระหว่างแบดมินตัน ปิงปอง เทนนิส ที่กำลังดังในอเมริกามาจนถึงไทย
ภาพ : www.recesspickleball.com

Writer

สิริยากร พุกกะเวส มาร์ควอร์ท

อดีตนักแสดงและพิธีกร จบการศึกษาจากคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ย้ายมาเป็นพลเมืองพอร์ตแลนด์ ออริกอน ตั้งแต่ปี 2012 ปัจจุบันเป็นคุณแม่ลูกสองของน้องเมตตาและน้องอนีคา เธอยังสนุกกับงานเขียนและแปลหนังสือ รวมทั้งเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ในเมืองนอกกระแสที่ชื่อพอร์ตแลนด์

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load