ไปอิตาลีมาค่ะ

ถามว่าบ้ามั้ย ก็บ้าอยู่นะ ไปเที่ยวตอนโควิด-19 เพิ่งซา

แต่อเมริกาล็อกดาวน์มาปีครึ่ง อึดอัดใกล้บ้ากันเต็มทน ครอบครัวก็ไม่ได้เจอกัน พอได้ข่าวว่าเดือนกรกฎาฯ อิตาลีจะเปิดประเทศให้อเมริกันชนที่ฉีดวัคซีนแล้ว หรือบินเข้าประเทศด้วยเที่ยวบินที่ทุกคนต้องตรวจโควิด (Covid-Tested Flights) จากสนามบิน JFK ที่นิวยอร์กได้โดยไม่ต้องกักตัว 14 วัน อุ้มก็มือไม้สั่นรีบหาข้อมูล ซื้อตั๋ว จองไปตรวจโควิดที่นิวยอร์กให้ทั้งบ้าน แล้วก็เช็กกับเพื่อนที่อยู่มิลานแบบวันต่อวันว่าสถานการณ์โควิดมัน ‘เอาอยู่’ แล้วแน่นะ

นอนไม่หลับอยู่เป็นอาทิตย์ก่อนไปน่ะค่ะ พูดเลย

กลัวอิตาลียกเลิกให้เข้า กลัวตั๋วคืนไม่ได้ กลัวตรวจโควิดไม่ผ่าน กลัวไปติดเดลต้าที่นั่น บางวันก็คิดว่า… นี่ตูจะหาเรื่องให้ตัวเองทำไม (ฟะ)

แต่คิดถึงประสบการณ์ที่พวกเราจะได้รับ กับจะได้เจอพี่สาวและหลานๆ ที่ไม่ได้เจอกันมาตั้งหลายปี (ครอบครัวพี่สาวอุ้มอยู่สวิตเซอร์แลนด์ค่ะ นั่งรถไฟมาเจอกันที่มิลานได้) และได้เจอเพื่อนที่ไม่ได้เจอกันมานาน ก็กลืนก้อนความกลัว จับหัวมันกดกลับเข้าไปนอนหายใจลึกๆ ในจิตใต้สำนึก รอดมาได้เปลาะหนึ่ง

อุ้ม สิริยากร ลัดฟ้าจากพอร์ตแลนด์สู่แดนอิตาลี ชมความงามของเมืองเก่า และแบ่งปันสูตรอาหารกับเกร็ดแสนอร่อย

แล้ววันเดินทางก็มาถึง บ้านอุ้มต้องนั่งเครื่องบินจากพอร์ตแลนด์ไปอยู่นิวยอร์กก่อนสองสามคืน เพราะถึงจะมี Covid Rapid Testing Sites อยู่ทั่วเมืองไปหมด (ตรวจฟรีด้วยนะคะ เป็นคนไร้บ้านหรือไม่ได้เป็นคนนิวยอร์กก็ตรวจได้ ประเสริฐมาก) แต่ตรวจเสร็จต้องรอหนึ่งวันกว่าจะได้ผล คือจะตรวจแบบ 15 นาทีได้ผลก็มี แต่ต้องเสียคนละ 200 เหรียญฯ 4 คนรวมกันก็ 20,000 กว่าบาท เก็บเงินไว้กินพิซซ่าได้ไม่รู้กี่มื้อ เลยเผื่อเวลาแล้วไปตรวจฟรีดีกว่า

อุ้ม สิริยากร ลัดฟ้าจากพอร์ตแลนด์สู่แดนอิตาลี ชมความงามของเมืองเก่า และแบ่งปันสูตรอาหารกับเกร็ดแสนอร่อย

อุ้มกับสมคิดฉีดวัคซีนครบ 2 โดสแล้วตั้งแต่เดือนมีนาฯ แค่โชว์ Vaccination Card ก็ได้ แต่ลูกๆ นี่สิคะ อายุยังไม่ถึง 12 เขาก็ยังไม่ฉีดให้ เลยต้องไปตรวจด้วยกันหมด ที่บ้าสุดก็คือ ค่าเครื่องบินไปกลับพอร์ตแลนด์นิวยอร์ก แพงกว่านิวยอร์กไปกลับมิลานอี๊กกก! แล้วก็ไม่ได้มีกะจิตกะใจจะเที่ยว เพราะกังวลเรื่องผลโควิด และมีทริปอิตาลี 2 อาทิตย์รออยู่ข้างหน้า ไม่อยากจะหาเรื่องเหนื่อยก่อนเวลาอันควร ก็เลยได้แต่เดินๆ อยู่แถวโรงแรม คนก็เยอะมากอยู่นะนิวยอร์กเนี่ย จะสบายถอนหายใจได้ก็ตอนไปนั่งเล่นกันที่ The High Line นี่ล่ะ ใครไปนิวยอร์กแล้วอยากนั่งพักสบายๆ ลมเย็นๆ แนะนำให้ไปเลยค่ะ นั่งได้เป็นครึ่งค่อนวัน ไม่เสียสตางค์ด้วย

รอด้วยใจตุ๊มๆ ต่อมๆ อยู่เกือบวัน ผลโควิดก็มา เป็นลบทั้งบ้าน ผ่าน! พิมพ์ผลออกมาแล้วถือไปขึ้นเครื่องได้! อุ้มบินสายการบินเอมิเรตส์ คือโอเคเลยนะคะทั้งขาไปขากลับ เครื่องใหญ่ ปิดไฟแล้วมีดาววิบๆ วับๆ อาหารมังสวิรัติไม่แย่ พนักงานใส่ชุดสวยและใจดีกับเด็ก เรื่องเล็กๆ น้อยๆ แค่นี่ก็ทำให้รู้สึกอยากชมทั้งที่ไม่ได้ค่าโฆษณา แล้วการที่ทุกคนบนเครื่องต้องตรวจโควิดมาก่อน ก็ทำให้บินเที่ยวบินยาวๆ แบบนี้สบายใจขึ้นด้วย

8 ชั่วโมงผ่านไป ถึงมิลานจนได้ค่ะ!

อุ้มไปอิตาลีมาสามสี่รอบ แต่ครั้งล่าสุดคือสิบกว่าปีที่แล้ว ได้มาอีกครั้งแบบลุ้นทุกรายละเอียดแบบนี้ และมีครอบครัวมาด้วย ก็เลยตื่นเต้นไปอีกแบบ การมี Airbnb ก็เปลี่ยนวิธีการเที่ยวเราไปเยอะเหมือนกันด้วยนะคะ หลักๆ เลยคือทำให้รู้สึกผ่อนคลายเร็วขึ้น เพราะความรู้สึกของการได้อยู่บ้าน (ถึงจะไม่ใช่บ้านเราก็เถอะ) ย่อมต่างจากการอยู่โรงแรมห้องเล็กๆ แน่ๆ อยู่แล้ว ไม่ต้องเดินผ่านล็อบบี้ ไม่ต้องใช้ลิฟต์ร่วมกับใคร ได้อยู่ด้วยกันกับครอบครัวที่ไม่เจอมานาน ได้เดินไปซูเปอร์มาร์เก็ตซื้อของมาทำอาหารกินกันบ้างบางมื้อ แค่ 3 วันแรกในมิลาน อุ้มก็หายสงสัยว่าทำไมต้องตะเกียกตะกายมาถึงนี่

อุ้ม สิริยากร ลัดฟ้าจากพอร์ตแลนด์สู่แดนอิตาลี ชมความงามของเมืองเก่า และแบ่งปันสูตรอาหารกับเกร็ดแสนอร่อย

เล่าถึงมิลานกันบ้างดีกว่าค่ะ ทีแรกอุ้มนึกว่าคนจะไม่ค่อยเยอะเท่าไหร่ แต่ปะไรล่ะ หน้าดูโอโม่กับถนนช้อปปิ้ง Emmanuelle นี่เหมือนอยู่แถวหน้าสยามพารากอนเลยค่ะ คือมันเป็นใจกลางเมือง ใครมาก็ต้องมุ่งมาตรงนี้ แต่ถ้าขยันตื่นเช้าหน่อยหรือปะเหมาะเคราะห์ดี ก็ยังพอจะได้ถ่ายรูปครอบครัวแบบญาติน้อยๆ ได้อยู่นะคะ บ้านอุ้มเห็นถ่ายรูปลงไอจียิ้มแฉ่งเห็นฟันกันแบบนี้ จริงๆ เดินไปไหนมาไหนก็ใส่หน้ากากกันตลอดนะคะ คือรอดโควิดหนักๆ จากอเมริกามาได้ จะมาตายเพราะสายพันธุ์เดลต้าอยู่แถวนี้ก็มิบังควร

ทีนี้เวลาพูดถึงมิลาน คนจะนึกถึงช้อปปิ้ง แฟชั่นและดีไซน์ มีภาพจำคือดูโอโม่สีขาวตกแต่งวิจิตรอลังการ แต่สิ่งหนึ่งที่คนอาจจะไม่รู้หรือนึกภาพไม่ออก คือที่นี่เคยเป็นเมืองที่ขึ้นชื่อเรื่องการขนส่งทางน้ำ คือมีคลองอยู่ทั่วไปไม่แพ้เวนิสหรืออัมสเตอร์ดัมเชียวนะ!

ลองนึกว่าเมืองใหญ่ๆ สำคัญๆ ของโลกอย่างลอนดอน ปารีส เบอร์ลิน ไคโร เวียนนา เกียวโต หรือแม้แต่กรุงเทพมหานครของเรา ล้วนตั้งขึ้นริมแม่น้ำเพื่อเหตุผลทางยุทธศาสตร์และการขนส่งเดินทาง เพราะสมัยก่อนรถราอะไรก็ยังไม่พัฒนามาก จึงต้องพึ่งพาการสัญจรทางน้ำ แต่เมืองที่แสนจะมั่งคั่งและเปี่ยมอำนาจในยุคกลางอย่างมิลาน กลับไม่อยู่ติดแม่น้ำอะไรกับใครเขาเลย ในระหว่างศตวรรษที่ 12 – 17 ระบบคลองที่เรียกว่านาวิกลี (Navigli) จึงถูกสร้างขึ้นเพื่อเชื่อมมิลานกับแม่น้ำสองสายที่ใกล้ที่สุด คือแม่น้ำติชิโน ซึ่งอยู่ห่างออกไปทางตะวันตก 25 กิโลเมตร กับแม่น้ำแอดดาที่อยู่ห่างไปทางตะวันออก 35 กิโลเมตร ถือเป็นระบบคลองแรกๆ ของโลกนี้เลยก็ว่าได้ และของสำคัญที่สุดที่ขนมาตามเส้นทางขุดใหม่ความยาวเป็นร้อยกิโลเมตรนี้ ก็คือหินอ่อนสีชมพูที่ขนมาสร้างดูโอโม่นั่นเอง!

อุ้ม สิริยากร ลัดฟ้าจากพอร์ตแลนด์สู่แดนอิตาลี ชมความงามของเมืองเก่า และแบ่งปันสูตรอาหารกับเกร็ดแสนอร่อย
ภาพ : www.pivada.com/en/leonardo-da-vinci-maps
อุ้ม สิริยากร ลัดฟ้าจากพอร์ตแลนด์สู่แดนอิตาลี ชมความงามของเมืองเก่า และแบ่งปันสูตรอาหารกับเกร็ดแสนอร่อย
ภาพ : biblio.toscana.it/argomento

ทุกวันนี้ คลองส่วนใหญ่ในมิลานถูกถมทำเป็นถนน ไม่ต่างจากคลองในกรุงเทพฯ ของเรา แต่ยังมีส่วนที่เหลืออยู่ของ Naviglio Grande (แปลว่าคลองใหญ่) และถูกบูรณะให้กลับมาสะอาดสวยงามเมื่อตอนที่มี Milan Expo 2015

เดี๋ยวนี้ย่านนาวิกลิโอกรานเด กลายเป็นย่านที่เต็มไปด้วยบาร์และร้านอาหารนั่งสบาย แกลเลอรี่ ร้านขายของเก๋ๆ และมีตลาดนัดงานศิลปะและของฝากทุกวันอาทิตย์สุดท้ายของเดือน

อุ้ม สิริยากร ลัดฟ้าจากพอร์ตแลนด์สู่แดนอิตาลี ชมความงามของเมืองเก่า และแบ่งปันสูตรอาหารกับเกร็ดแสนอร่อย
ภาพ : it.wikipedia.org

และเป็นย่านที่อุ้มชอบที่สุดย่านหนึ่งในมิลานเลยค่ะ เดินเล่นทอดน่องเลียบคลองไปเรื่อยๆ มีเวิ้งเล็กเวิ้งน้อยให้มองเข้าไปดูอะไรสวยๆ งามๆ แถมขากลับมาแถวดูโอโม่ ถ้าเดินลัดเลาะมาตามถนนเงียบๆ ไม่มีนักท่องเที่ยว จะรู้สึกสบายใจบอกไม่ถูกเลยค่ะ ใครจะอยู่แถวคลองจนถึงกลางคืน ก็จะได้ดูแสงไฟจากตึกสีสดใสสะท้อนบนผิวน้ำ เป็นภาพที่สวยอย่าบอกใครเลย

อุ้ม สิริยากร ลัดฟ้าจากพอร์ตแลนด์สู่แดนอิตาลี ชมความงามของเมืองเก่า และแบ่งปันสูตรอาหารกับเกร็ดแสนอร่อย
อุ้ม สิริยากร ลัดฟ้าจากพอร์ตแลนด์สู่แดนอิตาลี ชมความงามของเมืองเก่า และแบ่งปันสูตรอาหารกับเกร็ดแสนอร่อย
ภาพ : www.dreamstime.com

ที่นี่เองที่อุ้มได้ลองกิน Risotto alla Milanese หรือริซอตโตแบบมิลานที่ใส่หญ้าฝรั่นจนเป็นสีเหลืองอร่าม เรื่องเล่ามีอยู่ว่า ที่มาของอาหารพิเศษจานนี้ มาจากช่างทำกระจกสีของดูโอโม่ ตั้งแต่ราว ค.ศ. 1574 โน่น ชื่อจริงของหมอนี่คืออะไรไม่รู้ล่ะ แต่ใครๆ ก็เรียกเขาว่า Zafferano เหตุเพราะชอบใช้ Saffron (แปลเป็นไทยว่าหญ้าฝรั่น) ย้อมสีกระจกให้เป็นสีเหลืองทอง 

วันหนึ่งหัวหน้าของเซฟเฟราโนแกล้งหยอกเขาว่า “เดี๋ยวอีกหน่อยก็ได้เอาใส่ในริซอตโตร้อก!” ต่อมาลูกสาวของหัวหน้าคนนั้นแต่งงาน พอพ่อครัวยกหม้อริซอตโตออกมาเท่านั้นล่ะ ทุกคนก็ช็อกไปเพราะมันเป็นสีเหลือง! ทีแรกไม่มีใครกล้ากิน แต่พอมีคนเริ่มลอง ก็กลับพบว่ามันอร่อยดีแฮะ เท่านั้นแหละ อาหารที่เกิดจากลูกน้องแกล้งเจ้านาย ก็กลายมาเป็นจานเอกลักษณ์ของมิลานตั้งแต่นั้น

ใครอยู่บ้านว่างๆ หรือไม่รู้ว่าจะไปหากินที่ไหน ลองทำเองเลยค่ะ อุ้มหาสูตรมาให้แล้ว

อุ้ม สิริยากร ลัดฟ้าจากพอร์ตแลนด์สู่แดนอิตาลี ชมความงามของเมืองเก่า และแบ่งปันสูตรอาหารกับเกร็ดแสนอร่อย
ภาพ : cookpad.com/mz/receitas

Risotto alla Milanese

ส่วนผสม

น้ำซุปผักหรือซุปไก่ 6 ถ้วย

หญ้าฝรั่น 1 ช้อนโต๊ะ

เนยจืด 3 ช้อนโต๊ะ

หอมใหญ่สับ 1 หัว

ข้าว Arborio* 2 ถ้วย

ไวน์ขาว 1 ถ้วย

ชีสพาร์เมซานขูด 1/2 ถ้วย

เกลือและพริกไทยดำ

วิธีทำ

  1. อุ่นน้ำซุปในหม้อ ไฟกลาง ใส่หญ้าฝรั่นลงไป เคี่ยวไปเรื่อยๆ เตรียมไว้เป็นน้ำซุป
  2. ละลายเนยในหม้ออีกใบ ไฟปานกลางถึงสูง ใส่หอมใหญ่ลงไปผัดจนนิ่ม ประมาณ 4 นาที
  3. ใส่ข้าวลงไป ผัดจนเกรียมนิดๆ ประมาณ 4 นาที
  4. ใส่ไวน์ขาว ผัดจนระเหย ประมาณ 2 นาที
  5. ใส่น้ำซุปทีละ 1/2 ถ้วย ตั้งไฟไปประมาณ 2 นาทีจนซึมเข้าไปในข้าว คนเล็กน้อย ค่อยๆ ใส่น้ำซุปทีละ 1/2 ถ้วยไปเรื่อยๆ จนกระทั่งข้าวนิ่มและเป็นครีม ทั้งหมดใช้เวลาประมาณ 16 นาที
  6. ใส่ชีสพาร์เมซานขูด ปรุงด้วยเกลือและพริกไทยตามชอบ ในสูตรต้นตำรับต้องใส่ไขกระดูก (Bone Marrow) ด้วย แต่อุ้มไม่ได้ใส่ เพราะเท่านี้ก็อร่อยแล้วค่ะ

*ข้าว Arborio เป็นข้าวเมล็ดสั้นที่ตั้งชื่อตามเมือง Arborio ในหุบเขาโพทางตอนเหนือของอิตาลี สุกแล้วมียางเยอะ ทำให้อาหารมีความนุ่มหนึบเหนียว ถ้าหาไม่ได้จริงๆ ใช้ข้าวญี่ปุ่นที่ใช้ทำซูชิก็พอแทนกันได้ (แต่อย่าไปบอกใครนะคะ ฮ่าๆ)

อุ้ม สิริยากร ลัดฟ้าจากพอร์ตแลนด์สู่แดนอิตาลี ชมความงามของเมืองเก่า และแบ่งปันสูตรอาหารกับเกร็ดแสนอร่อย
ภาพ : www.nit.pt

มีของคาวแล้วก็ต้องมีของหวาน ไปมิลานก็ไม่ควรพลาดเจลาโต้รูปดอกกุหลาบที่ทั้งสวยและอร่อย (มาก) ตรงหน้าดูโอโม่นะคะ ร้านชื่อ Amorino มารู้ทีหลังว่าเป็นแบรนด์ของฝรั่งเศส ก่อตั้งโดยสองหนุ่มอิตาเลียนที่เป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่เด็ก คือ Cristiano Sereni กับ Paolo Benassi ทั้งคู่ไปอยู่ปารีสแล้วพบว่าไม่มีไอศกรีมอร่อยแบบที่อิตาลี ก็เลยทำกินแล้วทำขายมันเสียเลย 

ค.ศ. 2002 ร้านแรกของ Amorino ถือกำเนิดขึ้น ด้วยความอร่อย เน้นวัตถุดิบจากธรรมชาติ และสวยเป็นเอกลักษณ์ (คือจะสั่งกี่รสก็ได้ สลับสีของกลีบกุหลาบได้ตามชอบใจ) แถมถ้ายังหวานไม่พอ มีมาการองแปะข้างบนให้ดูฝรั่งเศสขึ้นมาได้อีกต่างหาก ทำให้ร้านของสองหนุ่มอิตาเลียนโด่งดังขยายสาขาไปทั่วโลก ผ่านไป 20 ปี ตอนนี้มีสาขาตั้ง 200 เข้าไปแล้ว! ใครอยากชิมด้วยตา อ่านดูเล่นๆ ว่ามีรสอะไรให้เลือกบ้าง เข้าไปดูที่นี่เลยค่ะ อุ้มลองรสสับปะรดยูสุกับมะลิ (คือเลือกเอาสีเป็นหลักแท้ๆ เลย) อร่อยสดชื่นหอมหวานม้ากก

อุ้ม สิริยากร พาชมและชิมของเด็ดมิลาน ที่เริ่มฟื้นตัวจากวิกฤตโควิด-19 ในอิตาลี

พูดถึง Amorino แล้วก็แปล๊กแปลกค่ะ เพราะว่าต้นกำเนิดไอศกรีมแบบอิตาเลียนที่เรียกว่า Gelato ที่คนทั้งโลกรู้จัก ก็มาจากคาเฟ่แห่งหนึ่งในปารีส ที่เจ้าของเป็นคนอิตาเลียนเหมือนกันเลย!

อุ้ม สิริยากร พาชมและชิมของเด็ดมิลาน ที่เริ่มฟื้นตัวจากวิกฤตโควิด-19 ในอิตาลี
ภาพ : it.wikipedia.org/wiki/

เรื่องก็คือ ฟรานเชสโก โพรโคปิโอ คูโต (Francesco Procopio Cutò) เป็นหนุ่มน้อยหน้ามนจากเมืองซิซีลี แต่ย้ายถิ่นฐานไปเผชิญโชคชะตาที่ปารีส ด้วยพอจะมีวิชาทำครัวที่ติดตัวมาบ้าง เขาเลยไปขอเป็นลูกมือของชายอาร์เมเนียนชื่อปาสกาล ซึ่งมีเพิงขายน้ำมะนาวขายกาแฟอยู่ที่นั่น แต่กิจการไม่ประสบความสำเร็จเท่าไหร่ เขาเลยถอดใจ ทิ้งกิจการไว้ให้คูโตรับช่วงต่อ

คูโตมีหัวทางนี้ แล้วยังไปรู้วิธีทำน้ำมะนาวให้กลายเป็นน้ำแข็งเกล็ด ด้วยการใช้เกลือเพื่อลดอุณหภูมิของน้ำแข็ง จนได้ลิขสิทธิ์จากพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ให้เป็นคนเดียวที่ทำเครื่องดื่มน้ำแข็งและหวานเย็นปรุงรสต่างๆ แบบนี้ได้

อุ้ม สิริยากร พาชมและชิมของเด็ดมิลาน ที่เริ่มฟื้นตัวจากวิกฤตโควิด-19 ในอิตาลี
ภาพ : www.flickr.com

เขาเริ่มเสิร์ฟกาแฟและเจลาโต้ในถ้วยกระเบื้องเคลือบใบเล็กๆ ที่ร้าน Café Procope ของเขา คาเฟ่ของคูโตทำให้การดื่มกาแฟซึ่งแต่ก่อนนี้ถูกมองว่าเป็นเรื่องของชนชั้นแรงงาน กลายเป็นที่ยอมรับขึ้นมา และทำให้คนทั่วไปได้ลิ้มรสหวานเย็น ที่แต่ก่อนนี้สงวนไว้สำหรับเจ้านายชั้นสูงเท่านั้น

อุ้ม สิริยากร พาชมและชิมของเด็ดมิลาน ที่เริ่มฟื้นตัวจากวิกฤตโควิด-19 ในอิตาลี
ภาพ : commons.wikimedia.org

โชคยิ่งเข้าข้างคูโตมากขึ้นไปอีก เมื่อโรงละคร Comédie-Française มาเปิดที่ตรงข้ามร้านกาแฟของเขาพอดี นักแสดง นักคิด นักเขียน นักการเมือง และนักอะไรต่อมิอะไร ต่างพากันมานั่งดื่มกาแฟและกินหวานเย็นที่ร้านของคูโต ทำให้วัฒนธรรมการดื่มและนั่งร้านกาแฟกลายเป็นเรื่องแพร่หลายในฝรั่งเศส จนประวัติศาสตร์ต้องบันทึกไว้ว่า นี่คือคาเฟ่ที่เก่าแก่ที่สุดในโลก และเป็นร้านกาแฟที่มีบทบาทสำคัญที่สุดในประวัติศาสตร์ของฝรั่งเศสและคูโต (ภายหลังได้สัญชาติฝรั่งเศสและเปลี่ยนชื่อเป็น François Procope) คือบิดาของเจลาโต้ยุคใหม่ของโลก

แหมๆๆๆ นี่แค่มิลานยังหาอะไรมาเล่าได้เป็นตุเป็นตะ จริงๆ ยังไปต่ออีกทั้งเวนิส ฟลอเรนซ์ ลุคค่า เซียน่า เดี๋ยวไปขออนุญาตคุณบอกอทรงกลดให้อุ้มเขียนต่อก่อนนะคะ

A Presto! เจอกันใหม่เร็วๆ นี้ สวัสดีค่ะ!

Writer & Photographer

สิริยากร พุกกะเวส มาร์ควอร์ท

อดีตนักแสดงและพิธีกร จบการศึกษาจากคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ย้ายมาเป็นพลเมืองพอร์ตแลนด์ ออริกอน ตั้งแต่ปี 2012 ปัจจุบันเป็นคุณแม่ลูกสองของน้องเมตตาและน้องอนีคา เธอยังสนุกกับงานเขียนและแปลหนังสือ รวมทั้งเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ในเมืองนอกกระแสที่ชื่อพอร์ตแลนด์

คุณ-ภาพ-ชี-วิต

อุ้ม-สิริยากร พุกกะเวส มาร์ควอท ชวนคิดอย่างคนพอร์ตแลนด์

ผลข้างเคียงของโควิดคืออะไร

คือทำให้หมา แมว และต้นไม้ในบ้านขายดีมาก!

ที่พอร์ตแลนด์นี่หมาแมวถึงกับขาดตลาดน่ะค่ะ ใครอยาก Adopt ต้องรอคิวยาวเหยียด แต่ถึงอย่างนั้น ก็ยังเห็นคนเดินจูงหมาไปมากันขวักไขว่ เรียกว่า Covid Dogs (and Cats) นี่ กลายเป็นคำเรียกคุ้นหู อย่างกับยุค Baby Boomers เลยเชียว

คือติดแหง็กอยู่กับบ้าน เลยหันมาเลี้ยงหมาเลี้ยงแมวกันยกใหญ่

แต่ทีนี้ หมาแมวมันก็มีเรื่องต้องรับผิดชอบระดับน้องๆ มีลูกเลยใช่มั้ยคะ เพราะฉะนั้นบางคนก็เลยบอกว่า ฉันอยากได้สิ่งมีชีวิตมาอยู่เป็นเพื่อนในบ้าน แต่เอาแบบไม่ต้องดูแลมากขนาดนั้นได้ไหมเล่า

ต้นไม้ในบ้าน (Houseplants) ก็เลยขายดีระเบิดระเบ้อขึ้นมาสิคะ

ลำพังในพอร์ตแลนด์เอง ร้านต้นไม้ที่อยู่มาเก่าแก่ก็มีไม่น้อย ร้านเกิดใหม่หน้าตาอย่างกับคาเฟ่ก็แข็งแรงอยู่กันได้สบาย คุณ-ภาพ-ชี-วิต ตอนนี้ อุ้มเลยจะพาทัวร์ร้านต้นไม้ในบ้านของพอร์ตแลนด์ แบบคัดสรรมาแล้วว่าเก๋จริงอะไรจริง แบบเดินเข้าไปแล้วต้องสูดลมหายใจเฮือกใหญ่เพราะมันช่างน่ารัก ทำให้การหาข้อมูลมาเขียนตอนนี้มีการเสียทรัพย์ไปเยอะมาก มากกว่าค่าเรื่อง (กระซิกๆ) หวังว่าชาวเดอะคลาวด์จะได้แรงบันดาลใจไปเปิดร้านต้นไม้ของตัวเองกันให้สวยกิ๊งเลยนะคะ

01

Solabee

ร้านต้นไม้ยอดนิยมในพอร์ตแลนด์ และไม้ในบ้านขวัญใจอเมริกันชน 14 ชนิดที่ฮิตเหมือนบ้านเรา
ร้านต้นไม้ยอดนิยมในพอร์ตแลนด์ และไม้ในบ้านขวัญใจอเมริกันชน 14 ชนิดที่ฮิตเหมือนบ้านเรา

ร้านแรก เลือกมาเพราะว่าเขาดังจริง สวยจริง อยู่มาจนจะเป็นตำนาน ได้รางวัลเยอะแยะมากมาย เริ่มจากเป็นร้านดอกไม้ก่อน แล้วตอนหลังถึงมาเพิ่มต้นไม้ ก็เลยกลายเป็นมีฐานลูกค้าเหนียวแน่น ร้านอยู่ตรงหัวมุมในย่านอยู่อาศัย (นึกถึงประมาณซอยกลาง หรือรอยต่อระหว่างทองหล่อ-เอกมัย) ขับรถหรือเดินผ่านไปแล้วไม่อยากเข้านี่ให้เตะ การที่มีทั้งต้นไม้และดอกไม้ ก็ทำให้ร้านมีความหอมสดชื่น มีสีสันมากกว่าเขียวๆ ขาวๆ แล้วก็ดูมีกิจกรรม เพราะหลังร้านมีคลาสและมีช่างจัดดอกไม้ทำงานเกือบจะตลอดเวลา

ร้านต้นไม้ยอดนิยมในพอร์ตแลนด์ และไม้ในบ้านขวัญใจอเมริกันชน 14 ชนิดที่ฮิตเหมือนบ้านเรา
ร้านต้นไม้ยอดนิยมในพอร์ตแลนด์ และไม้ในบ้านขวัญใจอเมริกันชน 14 ชนิดที่ฮิตเหมือนบ้านเรา

จุดเด่นอีกอย่างของร้านนี้ คือมีบริการออกแบบ จัดส่ง และดูแลต้นไม้ให้ถึงบ้าน เลือกได้ด้วยว่าให้มารดน้ำเดือนละกี่หน เปลี่ยนกระถางใหม่เดือนไหน อ้อ แล้วถ้าใครจะจัดงานแต่งงานแต่ไม่อยากใช้ดอกไม้เพราะรู้สึกว่าสิ้นเปลือง เลือกเป็นต้นไม้ก็ได้ด้วย เสร็จงานแล้วเอาไปใช้เป็นของขวัญขึ้นบ้านใหม่ต่อได้เลย ดี๊ดีอะ

Website : www.solabeeflowers.com

Instagram : solabeeflowers

02

Dennis’ 7 Dees

ร้านต้นไม้ยอดนิยมในพอร์ตแลนด์ และไม้ในบ้านขวัญใจอเมริกันชน 14 ชนิดที่ฮิตเหมือนบ้านเรา
ร้านต้นไม้ยอดนิยมในพอร์ตแลนด์ และไม้ในบ้านขวัญใจอเมริกันชน 14 ชนิดที่ฮิตเหมือนบ้านเรา

ร้านนี้น่าสนใจตรงที่เริ่มจากธุรกิจครอบครัวทำเนอร์สเซอรี่ขายส่งต้นไม้มาตั้งแต่ ค.ศ. 1927 โน่น แต่ก่อนตอนมาอยู่พอร์ตแลนด์ใหม่ๆ พูดถึง Dennis’ 7 Dees ทีไร อุ้มจะนึกถึงร้านต้นไม้หน้าตาบ๊านบ้าน อารมณ์เหมือนไปจตุจักรฝั่งที่ขายกล้วยไม้น่ะค่ะ คือไม่ได้อยู่ในรายชื่อร้านเก๋ที่คุณต้องไปอะไรแบบนั้นเลย แต่อยู่มาวันหนึ่ง เขาก็รีแบรนดิ้งค่ะคุ๊ณณณ อุ้มไปซื้อโคมไฟที่ร้าน Rejuvenation ซึ่งเป็นร้านขายเฟอร์นิเจอร์และของแต่งบ้านเจ้าใหญ่เจ้าดังของพอร์ตแลนด์ แล้วอยู่ดีๆ ก็หลุดพลัวะเข้าไปในร้านใหม่ของ Dennis’ 7 Dees เฮ้ยยยยยย….ทำไมมันน่ารัก!

ร้านต้นไม้ยอดนิยมในพอร์ตแลนด์ และไม้ในบ้านขวัญใจอเมริกันชน 14 ชนิดที่ฮิตเหมือนบ้านเรา
ร้านต้นไม้ยอดนิยมในพอร์ตแลนด์ และไม้ในบ้านขวัญใจอเมริกันชน 14 ชนิดที่ฮิตเหมือนบ้านเรา

ข้อดีของที่นี่คือต้นไม้คุณภาพดีแน่ เพราะเขาเป็นชาวสวนตัวจริง มีไม้แปลกๆ ต้นใหญ่ๆ ให้เลือกเยอะ และมีกระถางสวยๆ ราคาไม่แพง ส่วนใหญ่เป็นแบบเรียบๆ สีสะอาดๆ ซึ่งร้อยทั้งร้อยก็ต้องถูกสอยกลับบ้านพร้อมต้นไม้ แล้วโลเคชั่นคือใช่มาก คนซื้อเฟอร์นิเจอร์ ซื้อของแต่งบ้านเสร็จ เดินเลยมาด้านหลังก็เข้าร้านต้นไม้มาเลยแบบเนียนๆ เกื้อกูลกันราวยีสต์และแบคทีเรียในสโคบี้หมักคอมบูฉะทีเดียวเชียว (เปรียบเทียบอะไรของคุณคะ)

Website : dennis7dees.com/rejuvenation-provisional-plant-shop/

Instagram : dennis7dees

03

Arium Botanicals

ร้านต้นไม้ยอดนิยมในพอร์ตแลนด์ และไม้ในบ้านขวัญใจอเมริกันชน 14 ชนิดที่ฮิตเหมือนบ้านเรา
ร้านต้นไม้ยอดนิยมในพอร์ตแลนด์ และไม้ในบ้านขวัญใจอเมริกันชน 14 ชนิดที่ฮิตเหมือนบ้านเรา

วาวววว…ได้แต่พูดว่า…วาวววว ตอนขับรถเข้าไปจอดหน้า Arium Botanicals

คือเขาเอาตึกเก่า (น่าจะเป็นอู่ซ่อมรถมาก่อน) มาปรับโฉมใหม่กลายเป็นร้านต้นไม้โคตรของโคตรเท่ คือเท่ทั้งข้างนอกข้างในด้วยเอ้า ข้อดีคือตึกโล่งกว้างหลังคาสูง ทำให้จัดต้นไม้แล้วดูน่าเดิน จัดเป็นหมวดหมู่ เลือกง่าย มองเห็นอะไรชัดเจน (บาดเจ็บกระเป๋าตังค์ไปเยอะ) ต้นไม้อยู่ทาง กระถางอยู่อีกทาง ยิ่งช่วงโควิดนี่สะดวกมากกับการวางลูกศรแล้วให้คนเดินไปทางเดียว

การมีที่จอดรถกว้างขวางเป็นของตัวเองนี่ก็แอบจำเป็นอยู่เหมือนกันนะคะ เพราะลองนึกภาพว่าซื้อต้นไม้ใหญ่ๆ (หรือต้นเล็กๆ หลายๆ ต้น บวกกระถางอีก) แบกออกมา เอาใส่รถได้เลย ย่อมทำให้อยากกลับไปซื้อ มากกว่าร้านที่จอดแล้วต้องเดินไกล หรือร้ายที่สุดคือไม่มีที่จอดรถนี่แล

ร้านต้นไม้ยอดนิยมในพอร์ตแลนด์ และไม้ในบ้านขวัญใจอเมริกันชน 14 ชนิดที่ฮิตเหมือนบ้านเรา
ร้านต้นไม้ยอดนิยมในพอร์ตแลนด์ และไม้ในบ้านขวัญใจอเมริกันชน 14 ชนิดที่ฮิตเหมือนบ้านเรา

ที่ชอบอีกอย่างของ Arium ก็คือเว็บไซต์ค่ะ ถ่ายรูปต้นไม้ได้ซิ่งมากอะ คือไม่ได้ทำอะไรมาก แต่ทำให้จำได้เลย แถมข้อมูลเกี่ยวกับต้นไม้ก็ละเอียดดีจัง ทำให้เลือกง่าย รู้ว่าต้นไหนเหมาะกับสภาพแสงและความสามารถของเรา ไม่ใช่จะเอาเพราะชอบสีชอบทรงของใบ แต่เอามาแล้วตาย เพราะไม่เหมาะกับบ้านเราไรงี้

ใครมีโกดังพร้อมที่จอดรถกว้างๆ ทำแบบนี้เลยค่ะ คือในร้านทั้งหมดที่เอามาแนะนำ อุ้มชอบเลย์เอาต์ของร้านนี้ที่สุด คือไปแล้วรู้สึกว่าง่ายดี เพราะอุ้มว่าจากนี้ไป การมีต้นไม้ในบ้านมันจะเป็นเรื่องเนี้ยบๆ คลีนๆ ไม่ใช่ยุคเหงื่อซึมมาสคาร่าละลาย เหมือนตอนไปตลาดต้นไม้แบบสมัยก่อนแล้ว

Website : ariumbotanicals.com

Instagram : ariumbotanicals

04 

Appetite

ร้านต้นไม้ยอดนิยมในพอร์ตแลนด์ และไม้ในบ้านขวัญใจอเมริกันชน 14 ชนิดที่ฮิตเหมือนบ้านเรา
ร้านต้นไม้ยอดนิยมในพอร์ตแลนด์ และไม้ในบ้านขวัญใจอเมริกันชน 14 ชนิดที่ฮิตเหมือนบ้านเรา

ร้านนี้ชอบตรงที่เข้าไปแล้วรู้สึก Cozy ปลอดภัย อุ่นๆ แน่นๆ เหมือนเดินเข้าไปในห้องนั่งเล่นของบ้านคนรู้จัก เจ้าของเป็นสองสาวพี่น้องที่สมัยเด็กโตมาที่รัฐ New Mexico แล้วแม่เป็นคนชอบประดิดประดอย เพราะฉะนั้นพอทั้งคู่ย้ายมาพอร์ตแลนด์แล้วอยากเปิดร้านต้นไม้ ก็เลยเย็บกระถางผ้าใบพิมพ์ลายเกี่ยวเนื่องกับทะเลทรายและอินเดียนแดง ซึ่งต่อมากลายเป็นเอกลักษณ์ที่สำคัญของ Appetite คือเห็นกระถางผ้าแบบนี้ทีไรก็รู้ได้ทันทีว่ามาจากร้านนี้

ที่อุ้มชอบมากคือ ถ้าซื้อต้นไม้กับกระถางพร้อมกัน เขาจะเอาต้นไม้ย้ายลงกระถางใหม่ให้ จริงๆ ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรเลยนะคะ แต่บอกแล้วว่าคนเลี้ยงต้นไม้สมัยนี้ ถ้ามือไม่เปื้อนได้ก็ขอไม่เปื้อนนะ (จริงป่ะ) คือจ่ายเงินเสร็จ ขอถือกระถางเอากลับไปวางที่บ้านได้เลย รดน้ำอย่างเดียว

เทรนด์ปลูกต้นไม้ในพอร์ตแลนด์บานสะพรั่งเหมือนเมืองไทย ร้านต้นไม้ที่คนชอบเป็นแบบไหน ต้นอะไรที่อเมริกันชนชอบปลูก
เทรนด์ปลูกต้นไม้ในพอร์ตแลนด์บานสะพรั่งเหมือนเมืองไทย ร้านต้นไม้ที่คนชอบเป็นแบบไหน ต้นอะไรที่อเมริกันชนชอบปลูก

อีกเรื่องที่น่ารักก็คือ มีบริการเจาะรูกระถางให้ด้วย! คือนึกออกไหมคะ กระถางที่สวยๆ บางทีก็ไม่มีรูระบายน้ำ เพราะเขาแค่อยากให้เอาต้นไม้ใส่กระถางพลาสติกเสียบลงไป แต่มีหลายทีมากที่อุ้มอยากปลูกลงกระถางเลยเพราะมันดูสวยกว่า ร้อนต้องเอาหินรองก้น รดน้ำทีก็ต้องกะไม่ให้เยอะเกิน หรือต้องคอยเทน้ำออกมาให้หมด ยุ่งยากมั้ยอะ พอได้ยินน้องคนขายบอกว่า ร้านนี้มีบริการเจาะรูระบายน้ำให้กระถางสวยแต่ก้นปิดของเราด้วย อุ้มแทบจะเข้าไปกอด คือเล็กๆ น้อยๆ ก็ช่วยคิดให้เนอะ เขาบอกใช้ดอกสว่านพิเศษที่เจาะดินเผาได้ ค่าเจาะก็แค่ 5 เหรียญอะไรงี้ โอยย รักเลย (กระถางที่นี่ใบเล็กๆ ก็ 20 – 30 เหรียญแล้วนะคะ ถ้าใบใหญ่ๆ มีเป็นร้อยเหรียญ เจาะเองแล้วแตกจะคุ้มมั้ย

Website : appetiteshop.com

Intagram : appetiteshop

05

Artemisia; Collage With Nature

เทรนด์ปลูกต้นไม้ในพอร์ตแลนด์บานสะพรั่งเหมือนเมืองไทย ร้านต้นไม้ที่คนชอบเป็นแบบไหน ต้นอะไรที่อเมริกันชนชอบปลูก
เทรนด์ปลูกต้นไม้ในพอร์ตแลนด์บานสะพรั่งเหมือนเมืองไทย ร้านต้นไม้ที่คนชอบเป็นแบบไหน ต้นอะไรที่อเมริกันชนชอบปลูก

ร้านอื่นอาจจะเด่นเรื่องต้นไม้ แต่ร้านนี้เขามีดีตรง Terrarium ค่ะ! หนังสือ Terrarium Craft ที่เขียนโดยเจ้าของร้าน Amy Bryant Aiello เป็นประกัน แต่ก่อนนี้อุ้มเคยอยู่แถวๆ ร้าน Artemisia เลยเข้าไปเดินเล่นดูโน่นดูนี่อยู่บ่อยๆ ยังเคยซื้อขวดโหลกับกรวดมาทำ Terrarium ของตัวเองเลย แล้วก็จำได้ว่าร้านนี้มีความ ‘แปลกๆ’ แบบ Mystic มีความแม่หมอนิดๆ พอไปดูประวัติของคุณเอมี่นี่ก็เลยเข้าใจ เพราะเขาโตมาในบ้านที่มีทั้งนักธรรมชาติวิทยา ศิลปิน นักธรณีวิทยา หรือแม้กระทั่งนักดาราศาสตร์ ความชอบของเขาก็เลยมีทั้งธรรมชาติและความเหนือจริงปนๆ กัน มีทั้งขายต้นไม้ ขายหินมีค่า และขายน้ำมันหอมด้วย

เทรนด์ปลูกต้นไม้ในพอร์ตแลนด์บานสะพรั่งเหมือนเมืองไทย ร้านต้นไม้ที่คนชอบเป็นแบบไหน ต้นอะไรที่อเมริกันชนชอบปลูก
เทรนด์ปลูกต้นไม้ในพอร์ตแลนด์บานสะพรั่งเหมือนเมืองไทย ร้านต้นไม้ที่คนชอบเป็นแบบไหน ต้นอะไรที่อเมริกันชนชอบปลูก

เรื่องน่ารักของร้านนี้ตอนนี้ก็คือ เขาไม่ได้เปิดให้คนเข้าไปเดินเล่นในร้านเพราะโควิด แต่มี 3D Barcode ให้สแกนสั่งของที่หน้าร้าน หรือสั่งจากเว็บไซต์แล้วไปรับที่ร้าน มีชุดต้นไม้สำหรับคนเพิ่งเริ่มเลี้ยง ที่เลือกจากสภาพแสงในบ้าน มี Terrarium Kit ให้เอาไปทำเอง มี Virtual Class หลายแบบ ที่ขายของด้วย ขายคลาสด้วย (อยากเรียนทำ Kokedama กับทำน้ำหอม) คือเรียกว่าปรับตัวปรับธุรกิจให้เข้ากับสภาพเศรษฐกิจและสังคมได้ดีมาก เหมือนกับต้นไม้ที่ปรับตัวได้กับสภาพสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนไป น่าชื่นชมเนอะ

Website : www.collagewithnature.com 

Instagram : artemisiacollagewithnature

06 

Pistils Nursery

เทรนด์ปลูกต้นไม้ในพอร์ตแลนด์บานสะพรั่งเหมือนเมืองไทย ร้านต้นไม้ที่คนชอบเป็นแบบไหน ต้นอะไรที่อเมริกันชนชอบปลูก
เทรนด์ปลูกต้นไม้ในพอร์ตแลนด์บานสะพรั่งเหมือนเมืองไทย ร้านต้นไม้ที่คนชอบเป็นแบบไหน ต้นอะไรที่อเมริกันชนชอบปลูก

ร้านสุดท้าย แต่อยู่ในพอร์ตแลนด์มานานที่สุด เรียกว่าเป็น Portland Institution สถาบันต้นไม้แห่งพอร์ตแลนด์เลยก็ว่าได้ เจ้าของคือคุณ Mégan Twilegar นี่เขาได้ลงหนังสือ The Earth in Her Hands; 75 Extraordinary Women Working In the World of Plants เชียวนะ เพราะว่าเป็นคนแรกๆ ที่เริ่มทำร้านสำหรับ Urban Homesteader มาตั้งแต่ 20 ปีที่แล้ว เป็นคนที่ทำให้ Backyard Chickens หรือการเลี้ยงไก่หลังบ้าน กลายมาเป็นเรื่องฮิตจนเป็นกระแสหลักในพอร์ตแลนด์ และเป็นคนแรกๆ ที่จริงจังเรื่องการขายต้นไม้ในบ้าน จนตอนนี้ใครก็รู้ว่า Pistils Nursery นี่คือตัวจริง เก๋าจริง วันที่อุ้มไปร้าน ทันทีที่ประตูเปิดตอน 11 โมง คนก็เริ่มเข้ามาเดินกันเต็มร้านแล้ว (คือคนเยอะที่สุดในร้านทั้งหมดที่ไปมา)

เทรนด์ปลูกต้นไม้ในพอร์ตแลนด์บานสะพรั่งเหมือนเมืองไทย ร้านต้นไม้ที่คนชอบเป็นแบบไหน ต้นอะไรที่อเมริกันชนชอบปลูก
เทรนด์ปลูกต้นไม้ในพอร์ตแลนด์บานสะพรั่งเหมือนเมืองไทย ร้านต้นไม้ที่คนชอบเป็นแบบไหน ต้นอะไรที่อเมริกันชนชอบปลูก

แต่อาจจะเพราะอยู่มานาน อุ้มเลยรู้สึก (ไปเองมั้ยไม่รู้) ว่าร้านมันมีพลังงานแก่ๆ เหนื่อยๆ นิดหน่อย ไม่คึกคักไฟแรงเหมือนร้านใหม่ๆ อย่าง Arium หรือ Dennis’ 7 Dees อันนี้ก็ถือว่าเป็นกำลังใจให้คนที่จะเริ่มทำใหม่ๆ จะได้ไม่ต้องกลัวคนที่อยู่มานานๆ เพราะบางทีความสด ความตั้งใจ อาจจะส่งผลต่อต้นไม้และบรรยากาศในร้านด้วยก็ได้นะคะ

Website : pistilsnursery.com

Instagram : pistilsnursery

พูดถึงร้านต้นไม้ จะไม่พูดถึงต้นไม้ก็กระไรอยู่ใช่ไหมคะ งั้นขอเอาตัวอย่างต้นไม้ที่ฮิตๆ ที่นี่ตอนนี้มาส่งท้ายแล้วกันค่ะ ทั้งหมดที่อุ้มเลือกมา มีคุณประโยชน์ช่วยกรองอากาศในบ้านด้วย นอกจากจะเขียวสวยเจริญตา คุณ-ภาพ-ชี-วิต และสุขภาพของเรายิ่งจะดีขึ้นด้วย

1. Snake Plant หรือ Mother-in-law’s Tongue (ชื่อทางพฤกษ์ศาสตร์คือ Sansevieria) คนไทยเรียกว่าต้นลิ้นมังกร เป็นต้นที่ควรมีไว้อย่างยิ่งในห้องนอน เพราะเขาคายออกซิเจนออกมาตอนกลางคืน นอกจากจะเลี้ยงง่ายแล้วยังดูก้ำๆ กึ่งๆ ระหว่างกระบองเพชรกับไม้ใบ สวยไปอีกแบบ ข้อควรระวังคือไม่ค่อยชอบน้ำ เพราะฉะนั้นอย่ารดน้ำมากเกินไป ไม่อย่างนั้นจะรากเน่าจ้ะ

เทรนด์ปลูกต้นไม้ในพอร์ตแลนด์บานสะพรั่งเหมือนเมืองไทย ร้านต้นไม้ที่คนชอบเป็นแบบไหน ต้นอะไรที่อเมริกันชนชอบปลูก

2. Spider Plant ไทยเรียกเศรษฐีเรือนใน (คือแถบสีเหลืองอ่อนอยู่ข้างใน แต่ถ้าแถบสีอ่อนอยู่ข้างนอกก็เรียกเศรษฐีเรือนนอก) เป็นไม้มงคลที่เลี้ยงง่ายยยยยยยมาก และช่วยดูดซับก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ได้ดี (นึกถึงว่าบ้านอยู่ใกล้ๆ ถนนนี่เหมาะเลย) ที่น่ารักอีกอย่างคือ พอเขาโตเต็มที่จะออกดอกเป็นช่อยาว แล้วปลายช่อจะมีต้นอ่อนที่เอาไปปลูกต่อได้ด้วย ใบไม่เป็นพิษ เพราะฉะนั้น ถ้ามีหมาแมวก็ไม่ต้องกลัวว่ามันมาเล็มกินแล้วจะเป็นอันตรายเหมือนต้นอื่นๆ

เทรนด์ปลูกต้นไม้ในพอร์ตแลนด์บานสะพรั่งเหมือนเมืองไทย ร้านต้นไม้ที่คนชอบเป็นแบบไหน ต้นอะไรที่อเมริกันชนชอบปลูก

3. Pothos หรือ Devil’s Ivy เห็นพลูพวกนี้แล้วขำนะคะ เพราะเราปลูกกันมาตั้งแต่อยู่ประถม เรียกว่าบ้านไหนบ้านนั้นต้องมีพลูด่างห้อยกันทั่ว ตอนนี้ที่นี่ก็ฮิ้ตฮิต ราคาไม่แพงด้วย เนื่องจากเขาชอบแสงและความชื้น ไว้ในห้องน้ำก็แอบเหมาะ หรือถ้าไว้ในห้องอื่น อย่าลืมคอยรดน้ำหรือใช้สเปรย์ฉีดให้มีความชื้นอยู่เสมอนะคะ

เทรนด์ปลูกต้นไม้ในพอร์ตแลนด์บานสะพรั่งเหมือนเมืองไทย ร้านต้นไม้ที่คนชอบเป็นแบบไหน ต้นอะไรที่อเมริกันชนชอบปลูก

4. Rubber Plant (Ficus Elastica) หรือยางอินเดีย นอกจากจะท้นทน ดูแลง่าย และสวยแปลกตาแล้ว ยังมีงานวิจัยที่ยืนยันโดย NASA ว่า ยางอินเดียเป็นต้นไม้ในบ้านที่กรองอากาศได้ดีที่สุด! ข้อควรระวังคือมันเป็นพิษต่อสัตว์เลี้ยง เพราะฉะนั้น ต้องคอยระวังอย่าให้น้องหมาน้องแมวมางับเล่น

เทรนด์ปลูกต้นไม้ในพอร์ตแลนด์บานสะพรั่งเหมือนเมืองไทย ร้านต้นไม้ที่คนชอบเป็นแบบไหน ต้นอะไรที่อเมริกันชนชอบปลูก

5. Peace Lily ภาษาไทยเรียกว่า เดหลี เป็นไม้มงคลที่ดูแลง่าย และช่วยกรองอากาศได้ดีมาก มีดีอีกอย่างตรงที่มีดอกสีขาวครีมตัดกับใบเขียว ดูสวยน่ามอง แต่ต้นนี้ก็เป็นอันตรายต่อสัตว์เลี้ยง ต้องคอยระวังกันให้ดีนะจ๊ะ แม้แต่คนเองก็ตาม ถ้าจับต้นแล้วควรจะไปล้างมือเพื่อความปลอดภัย

เทรนด์ปลูกต้นไม้ในพอร์ตแลนด์บานสะพรั่งเหมือนเมืองไทย ร้านต้นไม้ที่คนชอบเป็นแบบไหน ต้นอะไรที่อเมริกันชนชอบปลูก

6. Philodendron พวกตระกูลฟิโลนี่ยังไงก็ต้องมีไว้สักต้น ไม่ว่าจะใบมะละกอ หูช้าง ก้านส้ม ซานาดู หรืออีกไม่รู้กี่ชนิด ใบสวยๆ น่าสะสมทั้งนั้น นอกจากฟิโลจะเลี้ยงง่าย ยังช่วยฟอกอากาศให้สะอาด ปราศจากฟอร์มัลดีไฮด์ ซึ่งเป็นสารเคมีที่ระเหยออกมาจากวัสดุก่อสร้าง ใครเพิ่งแต่งคอนโดฯ เสร็จใหม่ๆ ย้ายเข้าบ้านพร้อมฟิโลสักสามสี่ต้นนี่ก็แจ๋วไปเลย

เทรนด์ปลูกต้นไม้ในพอร์ตแลนด์บานสะพรั่งเหมือนเมืองไทย ร้านต้นไม้ที่คนชอบเป็นแบบไหน ต้นอะไรที่อเมริกันชนชอบปลูก

7. Calathea Makoyana ชื่อไทยคือคล้าแววมยุรา ชอบน้ำและความชื้น เพราะมีถิ่นกำเนิดมาจากป่าดิบชื้นในบราซิล คนชอบเพราะใบมีลายและทรงสวย ส่วนต้นคล้าชอบดูดซับสารพิษในอากาศ จึงมีคุณงามความดีที่คู่ควรนำมาประดับบ้าน เหมือนแต่งงานกับคนลุคแนวๆ แล้วชอบทำอาหารชอบทำงานบ้านไรงี้นะ (มาอีกละเปรียบเทียบอะไรบ้าๆ บอๆ เนี่ย)

เทรนด์ปลูกต้นไม้ในพอร์ตแลนด์บานสะพรั่งเหมือนเมืองไทย ร้านต้นไม้ที่คนชอบเป็นแบบไหน ต้นอะไรที่อเมริกันชนชอบปลูก

8. Anthurium Clarinervium ไทยเรียกหัวใจเศรษฐีหรือหน้าวัวหัวใจลาย ช่วยกรองอากาศ เลี้ยงง่าย ชอบแดดรำไร ไม่ต้องรดน้ำเยอะ ใบนิ่มเหมือนกำมะหยี่และมีเส้นเปล่งปลั่งตรงกลาง ที่นี่ขายแพงมาก ต้นเล็กนิดเดียวเกือบ 200 เหรียญแน่ะ

เทรนด์ปลูกต้นไม้ในพอร์ตแลนด์บานสะพรั่งเหมือนเมืองไทย ร้านต้นไม้ที่คนชอบเป็นแบบไหน ต้นอะไรที่อเมริกันชนชอบปลูก

9. Zanzibar Gem หรือ Zizi Plant ไทยเรียกว่ากวักมรกต เป็นต้นไม้ที่ทนมากถึงมากที่สุด ใบหนาเขียวสดมันวาว แตกหน่อใหม่เรื่อยๆ ทำให้แยกไปปลูกในกระถางใหม่ได้ง่าย ช่วยกรองสารพิษในอากาศด้วย คนโบราณเชื่อว่าปลูกต้นกวักมรกตแล้วจะโชคดีมีสตางค์ (แต่ข่าวว่าเพิ่งไปเสียสตางค์ซื้อมานะ ฮ่าๆ)

เทรนด์ปลูกต้นไม้ในพอร์ตแลนด์บานสะพรั่งเหมือนเมืองไทย ร้านต้นไม้ที่คนชอบเป็นแบบไหน ต้นอะไรที่อเมริกันชนชอบปลูก

10. Chinese Money Plant (หรือ Pilea – ไพเลีย) บางคนเรียกว่าต้นแพนเค้กหรือต้นยูเอฟโอ เลี้ยงง่าย ใบสวยน่ารัก ถือว่าเป็นไม้มงคล ช่วยเรียกเงินทองโชคลาภหรือพลังบวกมาสู่บ้าน เป็นต้นไม้ที่ช่วยฟอกอากาศได้อย่างมีประสิทธิภาพสุดๆ ด้วย

11. Aglaonema หรือ Chinese Evergreen ชื่อไทยเพราะเชียวว่า แก้วกาญจนา หรือเขียวหมื่นปี หรือบางทีก็เรียกทับศัพท์ไปเลยว่าอโกลนีมา เด่นมากตรงที่ใบมีสีมีลายให้เลือกเยอะมาก และช่วยกำจัดสารพิษในบ้านได้ดีมากถึงมากที่สุด

เทรนด์ปลูกต้นไม้ในพอร์ตแลนด์บานสะพรั่งเหมือนเมืองไทย ร้านต้นไม้ที่คนชอบเป็นแบบไหน ต้นอะไรที่อเมริกันชนชอบปลูก

12. Parlor Palm หรือ ปาล์มใบไผ่ ฮิตมาตั้งแต่ยุควิกตอเรีย และยังคงฮิตต่อไปในยุคควีนมัม เป็นต้นไม้ที่ได้รับการพิสูจน์มาแล้วว่า ดูดซับสารพิษและกรองอากาศได้ดีมากกกกกก แถมยังช่วยคายความชื้นออกมาด้วย ใบและทรงต้นก็สวยดี เหมาะจะมีไว้ซักมุมนึงในบ้านหรือในออฟฟิศนะจ๊ะ

เทรนด์ปลูกต้นไม้ในพอร์ตแลนด์บานสะพรั่งเหมือนเมืองไทย ร้านต้นไม้ที่คนชอบเป็นแบบไหน ต้นอะไรที่อเมริกันชนชอบปลูก

13. Monstera Deliciosa ไทยเรียกพลูฉีก หรือพลูแฉก เป็นไม้เลื้อยเขตร้อน สีเขียวสด ใบไม่ค่อยร่วง ดูแลง่าย ปลูกได้ทั้งในร่มและกลางแจ้งแสงแดดรำไร (แต่แดดแรงเกินไปใบจะไหม้) ถ้ามีเสาหรือแผ่นไม้ให้เลื้อยจะโตเร็วกว่ามาก เป็นอีกต้นที่ช่วยกรองอากาศได้ดีมาก แล้วเวลาโตใบใหญ่ๆ นี่คือสวยล้ำหน้าต้นอื่นๆ อย่างแรง

14. Ficus หรือ Fiddle Leaf Fig ไทยเรียกว่าไทรใบสัก อันนี้เอามาไว้สุดท้ายเพราะเป็นต้นที่อุ้มชอบมากที่สุด ข่าวว่าที่เมืองไทยเคยฮิตจนเลิกฮิตไปแล้ว แต่อุ้มว่าความสวยของต้นนี้ยังไงก็ Timeless แถมเป็นต้นที่ฟอกอากาศได้เก่งมากอีก ยังไงก็ควรจะมีไว้สักต้น บางคนบอกว่าเลี้ยงยาก แต่เพื่อนอุ้มบอกว่าถ้าหาจุดในบ้านที่แสงกำลังดีแล้วเขาชอบ ก็อย่าย้ายไปไหน คอยเปิดเพลงหรือเล่นดนตรีเบาๆ ให้ฟัง พร้อมกับเขย่าต้นนิดๆ ให้เหมือนโดนลมพัด เขาจะชอบมาก ใบใหญ่สวยเชียว

เชื่อว่ายังมีต้นไม้ในบ้านสวยๆ น่าสะสมอีกเยอะเลย แต่เริ่มจากเท่านี้ก่อนก็แล้วกันนะคะ เอาให้พอเห็นภาพ เพราะต่อไปร้านต้นไม้ในบ้านสวยๆ น่าเดินในเมืองไทยจะเกิดขึ้นอีกเยอะมากแน่เลย ซึ่งก็จะเป็นเรื่องดีให้คนเมืองมีทางเลือกในการหาต้นไม้สวยๆ มาใส่บ้าน ใส่คอนโดฯ หรือใส่ออฟฟิศกันได้ง่ายขึ้นมาก

Happy (House)planting ค่าทุกคน!

เทรนด์ปลูกต้นไม้ในพอร์ตแลนด์บานสะพรั่งเหมือนเมืองไทย ร้านต้นไม้ที่คนชอบเป็นแบบไหน ต้นอะไรที่อเมริกันชนชอบปลูก

Writer

สิริยากร พุกกะเวส มาร์ควอร์ท

อดีตนักแสดงและพิธีกร จบการศึกษาจากคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ย้ายมาเป็นพลเมืองพอร์ตแลนด์ ออริกอน ตั้งแต่ปี 2012 ปัจจุบันเป็นคุณแม่ลูกสองของน้องเมตตาและน้องอนีคา เธอยังสนุกกับงานเขียนและแปลหนังสือ รวมทั้งเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ในเมืองนอกกระแสที่ชื่อพอร์ตแลนด์

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load