2 พฤษภาคม 2561
32.33 K

จากหลักฐานที่ค้นพบ แต่ยังไม่สรุปแน่ชัด บอกเราว่าศาสตร์การทำผ้าลูกไม้มีมานานกว่า 500 ปีแล้ว

จะว่าไป น่าจะเป็นงานฝีมือที่เก่าแก่ที่สุดของโลกงานหนึ่ง

เพราะกลัวว่าใครจะแอบตัดสินในใจว่าลูกไม้เป็นสิ่งเชย เป็นสัญลักษณ์ของรองแก้ว หรือผ้าคลุมตู้เย็นของคุณทวด เราอยากชวนให้คุณคิดถึงลูกไม้บนชุดหรูของ Marie Antoinette ลูกไม้ในผ้าซับในชุดกระโปรงตัวเก่ง และลูกไม้บนผ้าตัดชุดแต่งงาน

มีอะไรซ่อนอยู่ภายใต้ลูกไม้ ผ้าฉลุ ลวดลายอ่อนช้อยเหล่านี้กัน เราคิดขณะมองทะลุผ้าม่านลูกไม้ออกไปที่นอกหน้าต่าง นึกไปถึงงานลูกไม้เท่ๆ ของชายคนหนึ่งที่เราอยากแนะนำให้คุณรู้จัก

ปาร์ค-ปัญจพล อัศวลาภนิรันดร เป็นช่างทำลูกไม้ทำมือ และเจ้าของแบรนด์ถุงเท้าและหมวกไหมพรมถักทำมือ Peaulon อดีตอาจารย์สอนแฟชั่นที่ผันตัวมารับทำงานลูกไม้จริงจัง

อะไรทำให้คนหนุ่มคนนี้ทุ่มพลังและใช้เวลากับการศึกษางานลูกไม้และเทคนิคทำมืออย่างยุโรปกว่า 10 ปี

ก่อนจะหันไปเห็นท่าทีของปาร์คระหว่างถักลูกไม้รอเรา

ช่างเงียบสงบ ตรงข้ามกับจังหวะมัด ดึง และผูก จนเส้นด้ายเกิดปมซับซ้อนแต่สวยงามอย่างใจราวกับจะบอกว่า ปมยุ่งยากใดๆ ที่เคยเป็นสิ่งกวนใจ แม้จะไม่ใช่หรือใกล้เคียงกับงานลูกไม้หรูหราเลอค่า แต่มันก็ไม่แย่เท่าไหร่

ปัญจพล อัศวลาภนิรันดร

ชายช่างถักลูกไม้

สิ่งที่น่าสนใจไม่น้อยกว่าไปกว่าการที่ปาร์คเป็นช่างทำลูกไม้เพียงไม่กี่คนในประเทศที่รับทำงานแขนงนี้อย่างจริงจัง เราสนใจที่เขาเป็นผู้ชาย ขัดกับภาพจำในหนังฝรั่งเศส ที่งานลูกไม้เป็นงานอดิเรกของหญิงสาวกระโปรงสุ่มที่เกิดและเติบโตสังคมชนชั้นสูง

น้อยคนจะรู้ว่าช่างฝีมือส่วนใหญ่เป็นผู้ชาย ช่างเย็บ ช่างตัด ช่างทำแพตเทิร์น เป็นงานใช้แรง บางงานนั่งทำไม่ได้ต้องยืนทำ เช่นเดียวกับปาร์คที่ลายนิ้วมือของเขาแทบจะหายไปหมดจากแรงที่ใช้มัดและดึงด้ายให้กลายเป็นลวดลาย

ปาร์คเล่าว่า สิ่งที่แตกต่างชัดเจนระหว่างผู้ชายและผู้หญิงที่ทำงานลูกไม้ ก็คือเรื่องการออกแบบลาย

“ผู้หญิงจะออกแบบลายเพื่อตัวเอง เหมือนแฟชั่นดีไซเนอร์ผู้หญิงที่จะออกแบบเสื้อผ้าอย่างที่พวกเธออยากใส่ เป็นดอกไม้ เป็นอะไรที่ใส่ได้ทุกวัน ขณะที่ผู้ชายจะออกแบบให้ผู้หญิงในอุดมคติใส่ จะเห็นว่าแฟชั่นแปลกๆ ใส่ยากๆ จะเป็นงานของดีไซเนอร์ผู้ชาย” ได้ยินแล้วก็ไม่แปลกใจที่งานของปาร์คจะมีลักษณะเป็นกราฟิกมากกว่าลวดลายดอกไม้ที่คุ้นเคย

Peaulon Peaulon ลูกไม้

เรียนผูก-เรียนแก้

ความสนใจในเรื่องลูกไม้ของปาร์คมีที่มาจากความหลงใหลในงานผูก งานปม ในนิตติ้งซึ่งเป็นงานอดิเรกของเขาตั้งแต่อายุ 11 ปี ก่อนจะเริ่มต้นสนใจลูกไม้ขึ้นจริงจังในช่วงที่เป็นนักเรียนแฟชั่นปีสุดท้าย จากข้อจำกัดที่นักเรียนแฟชั่นเจอเหมือนๆ กัน คือหาผ้าดีๆ สำหรับใช้ทำงานจบไม่ค่อยได้

น้อยคนนักจะรู้ว่าการสร้างสรรค์งานออกแบบเสื้อผ้านั้นไม่ใช่ผ้าอะไรก็ได้ แต่เป็นกระบวนการที่ถูกคิดมาตั้งแต่แรกก่อนร่างแบบลงกระดาษ เช่นถ้าเราอยากได้งานที่ออกมาพลิ้วไหวก็ต้องใช้ผ้าที่พลิ้วพอเหมาะกับภาพในหัว หรือถ้าอยากได้ผ้ายืดจะใช้ผ้าฝ้ายแทนกันก็คงไม่ได้

“กลายเป็นว่าผมก็เลยคิดทำผ้าเองเลย เริ่มจากศึกษาวิธีทำผ้าจากการถักนิตติ้งก่อนเพราะใช้เวลาไม่นาน ก่อนจะศึกษาเทคนิคเรื่อยมาจนเจอ ลูกไม้นิตติ้ง และเสาะหาวิธีการและเทคนิคที่ยากขึ้น เจอวิธีการทำลูกไม้แบบอื่นๆ”

การเรียนงานฝีมือในยุคนั้นไม่ง่ายเหมือนการค้นหาวิดีโอสอนงานฝีมือออนไลน์

“ผมเริ่มจากไปลงเรียนถักไหมพรมในโซนอุปกรณ์งานฝีมือที่ขายตามห้างสรรพสินค้า พอเริ่มเข้าใจก็เริ่มศึกษาต่อด้วยตัวเองจากหนังสือเรื่อยมา”

หลายคนจะคิดว่าการทำงานลูกไม้ต้องใช้สายตาหรือนั่งอยู่นิ่งๆ แต่จริงๆ ถ้าอดทนผ่านช่วงแรกของงานได้จะแทบไม่ใช้สายตาเลย แต่ใช้น้ำหนักมือและความรู้สึก เป็นการกระตุกเส้นด้ายแบบรู้จังหวะไปเรื่อยๆ แทบไม่ได้ใช้สายตาเลยจนกระทั่งจบงาน

Peaulon

ลูกไม้

ลูกไม้ 101

เอกลักษณ์ของลูกไม้คือ ความโปร่ง

ในที่นี้เราจึงขอนิยามผ้าที่ทออย่างโปร่งๆ แต่ละเอียดว่า ลูกไม้

เทคนิคที่ต่างกันไปทำให้ลูกไม้มีชื่อเล่นแตกต่างตาม การทำลูกไม้แบบดั้งเดิมคือการใช้เข็มผูกไปเรื่อยๆ ขณะที่การทอด้วยกระสวยด้ายเส้นเล็กๆ จะออกมาเป็น Bobbin Lace หรือถ้าใช้เข็มถักจะมีชื่อเรียก Needle Lace และถ้าใช้เทคนิคนิตติ้งก็จะเรียก Knitting Lace

“งานลูกไม้ที่ได้ก็ไม่เหมือนกัน ถ้าใช้เข็มและด้ายเส้นเดียวลักษณะงานที่ออกมาจะ Freeform เป็นอะไรก็ได้เหมือนเราถักบนอากาศ แต่ถ้าเป็นการทอผ้าก็จะมีหลักเกณฑ์เส้นยืนเส้นพุ่ง ดังนั้น การบังคับให้เกิดลวดลายจะทำได้ยากกว่าเล็กน้อย งานที่ได้จะอีกแบบ แต่มีข้อดีคือทำได้เร็วกว่าเทคนิคอื่น ในขณะที่นิตติ้งจะเหมือนกัน คือมีเส้นยืนเส้นพุ่ง แต่จะยืดหยุ่นสร้างลายได้ฟรีฟอร์มกว่าเล็กน้อย” อดีตอาจารย์หนุ่มจากภาควิชาแฟชั่นแนะนำลูกไม้แบบต่างๆ ให้เรารู้จัก

Peaulon ปัญจพล อัศวลาภนิรันดร

ปมปริศนา

เสน่ห์ที่ทำให้ช่างทำลูกไม้หนุ่มติดใจงานฝีมือชิ้นนี้ เป็นเพราะเทคนิคที่ใช้ทำเข้ากับบุคลิกส่วนตัวบางอย่างของเขา รวมไปถึงลวดลายที่เคยเป็นข้อจำกัดเมื่อต้องทำงานออกแบบ การสนใจในความซับซ้อนของมันยิ่งทำให้ปาร์คอยากค้นหา อยากเข้าไปดูว่ามันทำยังไง จนเริ่มคิดลายของตัวเอง ค้นหาเทคนิคใหม่ๆ ถือเป็นการฟื้นฟูศาสตร์ลูกไม้ทำมือนี้ไปในเวลาเดียวกัน

“โจทย์งานลูกไม้มาจากสิ่งที่เราเห็นอาจจะเป็นอะไรที่ไม่เกี่ยวกับลูกไม้ก็ได้ เห็นเทคนิคในรูปวาด หรือคิดหาวิธีการให้ลูกไม้มีอะไรใหม่กว่าที่เป็นอยู่ ก่อนหน้านี้จะเป็นงานที่ใช้เทคนิคการทอหรือสานเข้าไปอยู่ในงานลูกไม้ ช่วงหลังผมกลับมาทำงานที่เบสิคให้สวยขึ้น สิ่งที่แตกต่างจากงานของคนอื่น คือผมจะดึงงานค่อนข้างแน่น และงานผมจะค่อนข้างเท่ากัน ถ้าเราดึงเส้นด้ายหนึ่งเส้นหลวม มันจะมีหลวมมาก หลวมน้อย ทำให้งานออกมาไม่เท่ากัน พยายามทำให้มันเรียบง่าย แต่ใช้เทคนิค ผมชอบใช้ด้ายสีๆ แต่เวลาออกงานก็จะแสดงงานที่เป็นสีขาวคลาสสิก

“สมมตินำงานไปแสดงหรือออกร้าน คนที่สนใจก็จะถามราคา ซึ่งพอรู้ราคาเขาก็จะไม่ถามต่อแล้ว แต่ก็ยังมีคนที่เข้าใจ ทำให้ยังผลิตชิ้นงานและขายได้เรื่อยๆ อยู่เหมือนกัน แต่ถามว่านำไปต่อยอดเป็นอะไรก็ขึ้นอยู่ว่านำไปใช้ทำอะไร ถ้าเป็นงานแฟชั่น จะออกมาเป็นแพตเทิร์นงานชิ้น ใช้เป็นส่วนหนึ่งของเสื้อผ้า เช่น ปก ชิ้นหน้า หรือแขน เป็นต้น”

ปาร์คเล่าว่า ลูกค้าที่มาอุดหนุนงานฝีมือประเภทนี้ส่วนมากเป็นผู้ใหญ่ เป็นคนที่เคยเรียนทำลูกไม้และรู้ว่าทำไม่ง่าย หรือเคยเห็นคนรุ่นก่อนทำ เป็นความทรงจำที่ดีสมัยเด็กๆ

“สมัยก่อนประเทศไทยเราเคยมีศาสตร์แขนงนี้สอนในวิชางานฝีมือโรงเรียนมัธยม แต่ยกเลิกไปสี่สิบถึงห้าสิบปีแล้ว ข้อแรก นักเรียนบ่นว่ายาก หลักสูตรจึงหันไปสอนสิ่งที่ทำงานง่ายขึ้นเรื่อยไป จนหายไปในที่สุด ข้อสอง เป็นยุคที่เริ่มมีอุตสาหกรรมเข้ามาทดแทน อย่างที่เคยบอกว่าคนที่ทำลูกไม้เก่งๆ เขาจะค่อยๆ ท้าทายตัวเองด้วยงานที่ยากขึ้น เหตุผลหนึ่งก็เพราะหนีเทคนิคที่เครื่องทำได้”

ลูกไม้ Peaulon

จะมาไม้ไหน

ไม่จำเป็นว่างานลูกไม้จะต้องเกิดจากการเย็บปักถักเส้นด้ายจนเกิดลวดลาย แต่ใช้เทคนิคหรือวิธีการใดๆ ก็ได้จนผ้าเกิดลวดลายโปร่ง ก็ได้ชื่อว่าเป็นงานลูกไม้แล้ว

ความแตกต่างของงานลูกไม้ที่ดีและไม่ดี ก็เหมือนอาหารที่เห็นแล้วรู้เลย ลูกไม้ก็เช่นกัน มีแบบที่ทำง่ายหน่อย ยากหน่อย แบบที่ใช้เทคโนโลยีหรือใช้เคมีเข้ามาช่วยให้ออกมาดูคล้ายผ้าลูกไม้ คล้ายการเขียนลายด้วยเทียน แล้วใช้น้ำยาเคมีกัดผ้าจนเกิดลวดลาย กลายเป็นลูกไม้โปร่งได้เช่นกัน ทั้งหมดนี้ใช้เวลา 10 นาที แต่เมื่อเทียบกับงานลูกไม้ทำมือจริงๆ ที่ใช้เวลามากกว่าหลายเท่า

ในงานฝีมือทุกแขนง ล้วนอาศัยความละเอียดและความชำนาญ ศาสตร์ของการทอลูกไม้ก็เช่นกัน

ปาร์คเล่าว่า เสน่ห์ที่ทำให้ช่างถักลูกไม้ทั่วโลกหลงใหลงานฝีมือประเภทนี้คือ การท้าทายตัวเอง ยิ่งเป็นงานที่เล็กและละเอียดอย่างลูกไม้แล้วยิ่งต้องการความชำนาญค่อนข้างสูง

Peaulon ลูกไม้ Peaulon

ดินแดนแสนลูกไม้

กว่า 500 ปีที่ศาสตร์ของลูกไม้เบ่งบานทั่วภูมิภาคยุโรป เขาเล่าว่าการทำลูกไม้ทำในที่ต่างๆ นั้นมีเทคนิคและหลักการเหมือนกัน แต่แตกต่างที่สไตล์

“ถ้ายากมากๆ อย่าง Needlepoint หรือ Needle Lace ก็จะไม่แพร่หลายมากนัก เพราะใช้เวลาพอสมควรและคนทำก็น้อยลงไปเรื่อยๆ ขณะที่ Bobbin Lace จะเป็นที่แพร่หลายในยุโรป ต่างกันที่สไตล์ของแต่ละเมือง เช่นฝรั่งเศสมี 200 เมือง ก็จะมีผ้าลูกไม้แตกต่างกัน 200 แบบ ไม่เหมือนกัน เช่นเมืองนี้ชอบใช้เทคนิคบังคับเส้นยืนเขาก็จะเน้นทำสิ่งนั้น อีกฝั่งเมืองเน้นการทำลายดอกไม้เขาก็จะเน้นไป บางเมืองอาจมีลักษณะเป็นอุตสาหกรรมหน่อย ชอบทำออกมาผืนใหญ่ๆ ใช้ความเร็ว ใช้ตาข่าย ก็จะมีกระบวนการทำแตกต่างกันไป” ต่างจากภูมิภาคเอเชียตะวันออกและสยามประเทศ ที่แม้จะเริ่มแพร่หลายในยุคสมัยรัชกาลที่ 4 แต่เพราะวัตถุดิบและองค์ความรู้ในศาสตร์นี้จำกัด ลูกไม้จึงเป็นสินค้านำเข้ามากกว่าลงมือถักใช้เอง

“วัตถุดิบที่ใช้ทำลูกไม้จะบอกประสบการณ์ของช่างว่าทำลูกไม้มานานแค่ไหน” ปาร์คเล่า

เพราะต้นทุนที่ต่างกัน มีตั้งแต่เส้นด้ายโพลีเอสเตอร์ราคา 20 – 30 บาท ไปจนถึงเส้นด้ายจากลินินราคา 2,000 บาท แต่กระนั้นด้ายที่ราคาแพงก็ใช่ว่าจะถักง่ายกว่า ด้วยคุณสมบัติ เช่น เส้นด้ายโพลีฯ ทำมาจากน้ำมันจึงมีความแข็งแรง แต่เส้นด้ายลินินเปราะ ไม่ใช่แค่ขาด แต่จะสลายหายไปกับมือ จึงต้องยิ่งอาศัยฝีมือและความชำนาญ

Peaulon ลูกไม้

ลูกไม้หลากสี

“คุณคิดยังไงกับสิ่งที่คนทั่วไปเข้าใจว่าลูกไม้เท่ากับเชย” เราถาม

“แสดงว่าเขาไปเจอลูกไม้ไม่ดี ลูกไม้ดีๆ จริงๆ แล้วทันสมัยมาก” ปาร์ค ตอบ

ปาร์คเล่าว่า เขาเชื่อว่ายังมีคนสร้างสรรค์งานลูกไม้และอยู่ร่วมกับเทคโนโลยี นำมันมาใช้ทำพัฒนาและผลิตเส้นด้ายที่แข็งแรงขึ้น ทำให้เกิดเส้นด้ายที่หลากหลายมากยิ่งขึ้น

“ถามว่าแล้วมันน่าตื่นเต้นยังไง มันน่าตื่นเต้นตรงที่เราจะได้เห็นความเป็นไปได้ใหม่ๆ แก้ข้อจำกัดที่เคยมีในอดีต เช่นเมื่อก่อนอยากได้งานชุดลูกไม้ที่มีทรง แต่ทำไม่ได้เพราะเส้นด้ายไม่มี ซึ่งทุกวันนี้ทำได้แล้ว งานแฟชั่นที่เกิดขึ้นก็ค่อยๆ เปลี่ยนไป”

ปาร์ค ปัญจพล

Name: ปัญจพล อัศวลาภนิรันดร
Age: 33 ปี
Occupation: ช่างทำลูกไม้
Place of Birth: กรุงเทพฯ
In Detail: ที่จะยากคือจังหวะที่ทิ้งให้ห่างกันว่าจะประมาณไหน เพราะว่าลูกไม้เป็นงานโปร่ง ก็ต้องดูจังหวะและระยะ คนเริ่มต้นถักใหม่ๆ ที่ยังไม่รู้น้ำหนักมือตัวเองลูกไม้ที่ออกมาจะมีระยะไม่เท่ากัน
Stuff: กระสวย จริงๆ เป็นแค่เศษไม้สองชิ้นประกอบติดกันก็เป็นกระสวยได้แล้ว เป็นอุปกรณ์ที่ทำให้ทำงานลูกไม้สะดวกขึ้น วิธีใช้คือ กรอด้ายเข้าไป เพื่อใช้ถักลูกไม้
My Favorite Part of the Job: กระบวนการออกแบบลายเป็นงานที่สเกตช์ไม่ได้จึงต้องลองทำหลายชิ้นกว่าจะลงตัว บางทีเราอยากได้ลายแบบหนึ่งแต่ลองแล้วไม่ได้ เพราะยังหานิสัยของด้ายไม่เจอ นิสัยของด้ายคือเมื่อจับเขาผูกปมแบบนี้แล้วจะหันเลี้ยวไปทางไหน  เป็นส่วนที่สนุกและท้าทายมากว่าจะทำให้เกิดลายอย่างที่อยากได้ยังไง

Writer

นภษร ศรีวิลาศ

อดีตนักเรียนเศรษฐศาสตร์ผู้วิ่งเล่นในแวดวงตลาดทุน หน่วยงานสนับสนุนกิจการเพื่อสังคม และงานสายแบรนดิ้งเพื่อความยั่งยืน หลงรักการลองเสื้อคอลเลกชันใหม่ของ COS MUJI Marimekko BEAMS และมีเพจชื่อ น้องนอนในห้องลองเสื้อ

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

The Master

เรื่องราวเบื้องหลังความเชี่ยวชาญของคนทำงานระดับมืออาชีพ

17 มิถุนายน 2565
3.49 K

The Cloud x สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa)

ตอนที่เราดูหนังแล้วรู้สึกว่า นักแสดงในเรื่องมีความน่าเชื่อถือทั้งบุคลิก หน้าตา และการแสดงในบทบาทต่าง ๆ หรือแม้แต่บางคนเห็นเพียงไม่กี่วินาที แต่กลับรู้สึกว่าเขาเป็นคนคนนั้นได้อย่างสมจริง นั่นคืองานของ Casting Director ที่ทำการคัดเลือก ทดสอบ ผ่านขั้นตอนตามระบบกองถ่าย จนเข้าสู่การแสดงในภาพยนตร์

ผมอยากชวนทำความรู้จักกับคนทำงานตำแหน่งนี้ ซึ่งผ่านการทำงานยาวนานเกือบ 40 ปี กับกองถ่ายภาพยนตร์ต่างประเทศที่มาถ่ายทำในประเทศไทยและย่านอาเซียน เขาคือ หนอน-ระวีพร ยุงไมเยอร์ ผู้เคยร่วมงานกับผู้กำกับต่างประเทศ อย่าง Danny Boyle, Luc Besson, Oliver Stone และในภาพยนตร์-ซีรีส์สารพัดเรื่อง อาทิ Only God Forgives, Heaven & Earth, The Beach, The Lady, Buoyancy, The Rocket, Bangkok Breaking ฯลฯ และเธอก็รวมกลุ่มกับเพื่อนพี่น้องคนทำงานสร้างสรรค์ จัดตั้ง กลุ่ม CUT สหภาพแรงงานสร้างสรรค์ ขึ้นมาด้วย

หนอน ยุงไมเยอร์ Casting Director วัย 58 ผู้เฟ้นหานักแสดงให้หนังต่างประเทศมานานกว่า 29 ปี
ถ่ายบนเรือที่เขมร ตอนถ่ายทำภาพยนตร์ Buoyancy

“สวัสดีครับ ผม โป๋ย ศักดิ์ชาย ทำงานเขียนบทและกำกับภาพยนตร์ เป็นหนังไทยแบบอินดี้หน่อยนะครับ ไม่ค่อยมีตำแหน่งCasting Directorแบบชัดเจนมาก พอดีทางเว็บเขาชวนมาทำสัมภาษณ์ ตอนนี้ผมเป็นผู้กำกับว่างงาน เลี้ยงวัวอยู่แถวบ้าน (สุรินทร์) เลยมาทำดูครับ เคยทำสัมภาษณ์ลงหนังสือเมื่อนานมาแล้ว เลยได้กลับมาลองดูอีกที”

ผมแนะนำตัวกับคุณหนอน ก่อนถามเธอต่อว่า “คุณหนอนอายุเท่าไหร่ครับ”

“58 เกือบจะ 59 แล้วค่ะ” เธอตอบ “ผม 52 แต่คุณดูเด็กกว่าผมอีกครับ” ผมตอบ

ระบบการทำงานของ Casting Director ในกองถ่ายภาพยนตร์ฝรั่งเป็นยังไงบ้างครับ

ในกองถ่ายทำหนังฝรั่ง ทางแคสติ้งจะปล่อยให้แผนกแคสติ้งทำ แบ่งเป็น Casting Director กับ Extra Casting ซึ่งคนทำCasting Directorต้องเก่งการจัดการ ต้องออดิชันเลือกคนที่เล่นเป็น ครีเอทีฟในการกระจายบท ตีความบท เลือกสคริปต์ เลือกว่าจะเอาซีนไหนให้เขาเล่น ส่วนแพลนการทำงานก็ชัดเจน เป็นระบบ

อาชีพนี้ เรามีหน้าที่หาความเป็นไปได้ของนักแสดงในแต่ละบทมาให้มากที่สุด โดยฟังจากความต้องการของผู้กำกับเป็นหลัก อาจแอบใส่สิ่งที่ตัวเองชอบหรือความคิดของตัวเองไปบ้างก็ได้ แต่อย่าให้เขาจับได้ (หัวเราะ) การมี Casting Director ช่วยให้ผู้กำกับทำงานสร้างสรรค์และต่อยอดไปได้อีก โดยที่ไม่ต้องเหนื่อยหานักแสดงเอง

(คุณหนอนถามกลับ) ใน ‘หนังไทย’ ผู้กำกับจะใช้ผู้ช่วยผู้กำกับเป็นแคสติ้งใช่ไหมคะพี่โป๋ย

บางบริษัทหรือหนังทุนเยอะ ๆ ก็อาจจะมีครับ แต่ในงบแบบที่ผมทำ นักแสดงหลัก ถ้าเป็นดาราก็ไม่ต้องมีแคสต์ แต่นักแสดงประกอบ พูด 2 – 3 ประโยค ก็อาจใช้ผู้ช่วยผู้กำกับทำหน้าที่แคสติ้ง บางทีเนื้อเรื่องหรือสถานที่ก็มีส่วนเหมือนกัน ถ้ากองถ่ายในกรุงเทพฯ ก็เอาคนมาได้เยอะ ถ้ากองถ่ายต่างจังหวัด มีทั้งค่าเดินทาง ค่าอื่น ๆ เลยต้องแคสต์คนท้องถิ่นมาเล่นทั้งหมด ผมเป็นบ่อยมาก ทุนไม่สูง ก็เอาทีมงานหรือทีมไฟมาเล่น เอาความใกล้เคียงกับคาแรกเตอร์ ซึ่งมันจะไม่เป็นระบบเหมือนหนังฝรั่งที่กองใหญ่ ๆ หรือทุนเยอะกว่า

Casting Director เป็นสายงานที่ผมไม่ค่อยรู้จักเท่าไหร่ ก็เลยอยากรู้ว่าหนังฝรั่ง เขาแคสต์บทเยอะขนาดไหน บทที่มีแค่ 2 – 3 ไดอะล็อกก็แคสต์ด้วยใช่ไหมครับ

ใช่ค่ะ ถ้าหนังฝรั่งมาถ่ายเมืองไทย เมื่อสมัยก่อนเขาเอาทีมงานฝรั่งมาเป็น Casting Director และมีผู้ช่วยเป็นคนไทย ส่วนใหญ่บทพูดเยอะ ๆ เขาหานักแสดงมาหมดแล้ว เหลือบทพูดเล็ก ๆ น้อย ๆ พวก Featured Extras จะหาที่เมืองไทย

Casting Assistant ที่เป็นคนไทยก็ไปหาตัวเลือกมาให้เพื่อมาออดิชัน พอหลัง ๆ เขาเห็นว่าเมืองไทยเริ่มมีนักแสดงพูดภาษาอังกฤษได้ พอจะเล่นบทพูดได้บ้าง ก็หาได้มากขึ้นเรื่อย ๆ เขาก็เริ่มจ้างเราเป็น Casting Director โดยไม่ต้องจ้างทีมงานฝรั่งมาเป็นเจ้านาย แล้วเราก็หาบทที่ใหญ่ขึ้นได้ด้วย

จริง ๆ ตัวเราก็ค่อนข้างอยากนำเสนอด้วยค่ะ (หัวเราะ) เวลามีบทมา สมมติเขาให้หานักแสดงเบอร์ 21, 22, 23, 26, 27 เราก็อาจจะสรรหาเบอร์ 14 มานำเสนอ เห้ย! ประเทศเราก็มี ไม่ต้องเอานักแสดงมาก็ได้ ลองดูประเทศเราไหม เราเริ่มจากตรงนั้น ค่อย ๆ เป็น Casting Director โดยที่เขาไม่ต้องส่งฝรั่งมา ประหยัดเงินเขา จ้างคนไทยแทน

หนอน ยุงไมเยอร์ Casting Director วัย 58 ผู้เฟ้นหานักแสดงให้หนังต่างประเทศมานานกว่า 29 ปี
ถ่ายตอนทำหนังเรื่อง The Beach หาตัวประกอบเป็นแบ็กแพกเกอร์จริง ๆ ที่ภูเก็ต กระบี่ เกาะพะงัน

การทำงาน Casting Director หมายถึง จัดบทมาแคสต์พระเอก นางเอก ตัวรอง ผู้ร้าย แล้วตำแหน่งนี้มีสิทธิ์ตีความบทขนาดไหน หรือผู้กำกับกำหนดมากน้อยแค่ไหนในกระบวนการทำงาน

แล้วแต่ผู้กำกับค่ะ  ผู้กำกับบางคนไม่กำหนดเลย บางคนอ่านบทแล้วให้เราหามาเลย หรือผู้กำกับบางคนก็บอกความต้องการมาเลย อายุเท่านี้ถึงเท่านี้ เป็นคนเชื้อชาตินี้ ต้องถูกต้องตามที่ผู้กำกับต้องการ

อาจจะเป็นความเข้าใจผิดของผมก็ได้ สมมติว่า หนังเตรียมงานเดือนกุมภาพันธ์ ถ่ายทำเดือนมีนาคม งานแคสติ้งไม่ได้จบตั้งแต่ตอนเตรียมงาน ตอนถ่ายก็ยังต้องไปทำงานอยู่ใช่ไหมครับ

สมมติถ่ายทำเดือนมีนาคม เราจะถูกจ้างตั้งแต่เดือนธันวาคมหรือเดือนมกราคม เพื่อให้ตำแหน่งที่เกี่ยวข้องเลือกนักแสดง เช่น โปรดิวเซอร์ ไดเรกเตอร์ และทำสัญญากับนักแสดงที่มีบทเยอะ ๆ เพราะบางครั้งต้องซ้อม ต้องฝึกความสามารถบางอย่าง เช่น ขี่ม้า พูดภาษาต่างประเทศ ฯลฯ หลังจากนั้น Extra Casting จะหาตัวประกอบทั้งหมดที่ไม่มีบทพูด ส่วน AD (Assistant Director หรือผู้ช่วยผู้กำกับ) ก็จะมี Breakdown มาให้วางแผนว่าจะไปจังหวัดนั้นในวันนี้ เพื่อหาตัวประกอบเตรียมไว้ ซึ่งแบ่งเป็น 2 แผนก ตามความถูกต้องจริง ๆ ของระบบหนังนะคะ ในตอนแรกที่เราทำให้หนังฝรั่ง เราทำเองหมดเลย ตั้งแต่ Casting Director จนถึง Extra Casting

สำหรับเรา การออดิชันสำคัญมาก การตัดต่อ การเลือกเทก บางครั้งตอนเราถ่าย เราบอกคนตัดต่อว่า เราชอบเทก 2 พอมานั่งดูจริง ๆ มาตัดต่อจริง ๆ เราจะพบอะไรบางอย่างที่รู้สึกว่า ขอนำเสนอเทก 3 ดีกว่า เลยเป็นเหตุผลที่เมื่อก่อนเราทำเองทุกอย่าง เราชอบตัดเอง เราทำงานหนัก เรายอมอดนอน เราไม่กลัว (หัวเราะ) เดี๋ยวนี้แก่แล้ว ก็มีผู้ช่วยที่รู้ใจช่วยตัดต่อให้บ้างในบางงานค่ะ

ยุคแรกของการทำงานได้รับค่าตอบแทนเท่าไหร่ครับ

ตอนนั้นได้ค่าตอบแทนเป็นสัปดาห์ค่ะ เพียงแต่ค่าตัวเราอาจจะถูกกว่าเขาหน่อย (หัวเราะ) 25,000 ต่อสัปดาห์นะ ไม่ใช่ต่อเดือน เป็นค่าตัวสมัยก่อน เขาจ้างเราทั้งเรื่องเลย สำหรับฝรั่ง ค่าตัวคนทำงานในเมืองไทยถูกมากนะ ซึ่งคนฝรั่งที่ทำอาชีพแคสติ้ง ค่าตัวต่อสัปดาห์แพงมาก 5,000 เหรียญฯ ได้ ขอลองคูณ 30 นะ 150,000 บาท

หน้าที่เราทำตั้งแต่หานักแสดงมีบทพูด จนถึงหาเอ็กซ์ตร้า ซึ่งการหาเอ็กซ์ตร้าเป็นงานที่เราชอบมาก ไปภูเก็ต พังงา ถือกล้อง 1 ตัว แล้วก็ไปเดินหาเอ็กซ์ตร้า บางทีหาบทพูดเล็ก ๆ ในท้องถิ่นหรือในโลเคชัน ซึ่งงานแบบนี้เขาเรียกว่า Street Casting ทำงานมาจนถึงตอนนี้ก็ได้ค่าตัวเพิ่มขึ้นตามเครดิตและประสบการณ์ค่ะ

ก่อนเริ่มต้นทำงาน Casting Director คุณหนอนค่อย ๆ สะสมประสบการณ์จากงานอื่นมาก่อน

เราเรียนสาขาวิชาการออกแบบนิเทศศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร เรียนเกี่ยวกับ Visual Communication พอจบออกมาก็ทำงานเอเจนซี ตำแหน่งครีเอทีฟ จนเป็นอาร์ตไดเรกเตอร์ พอมีโอกาสออกกองหนังโฆษณาในฐานะครีเอทีฟในตอนนั้น ก็รู้สึกว่าชอบทำงานโปรดักชันมากกว่า เลยลาออกจากเอเจนซีไปสมัครงานโปรดักชันที่สยามสตูดิโอ

เริ่มทำตั้งแต่แผนกอาร์ตจนได้เป็นผู้ช่วยผู้กำกับ ได้เป็นเป็นผู้ช่วยผู้กำกับโฆษณาที่นี่อยู่ 3 ปี พอดีช่วงนั้นมีหนังฝรั่งเข้ามาถ่ายเมืองไทยเยอะ ที่โปรดักชันเฮาส์เขาก็ส่งพวกแผนกกล้อง แผนกไฟไปออกกองหนังฝรั่ง ให้เช่าเครื่องมือเล็ก ๆ น้อย ๆ เราก็อยากไปดูว่ากองฝรั่งเขาทำงานกันยังไง ก็ไปขอเจ้านาย เจ้านายไม่ให้ไป ก็เลยลาออก มาเป็นผู้ช่วยผู้กำกับฟรีแลนซ์ แล้วไปสมัครงานกองหนังฝรั่ง

หนอน ยุงไมเยอร์ Casting Director วัย 58 ผู้เฟ้นหานักแสดงให้หนังต่างประเทศมานานกว่า 29 ปี
ภาพตอนหาตัวประกอบที่พังงา ตอนนั้นทำหนังฝรั่งเรื่องแรก ชื่อ Heaven & Earth ของ Oliver Stone

ในงานแต่ละงาน คุณมีสังกัดที่รู้จักแล้วชวนกันต่อ หรือว่าชื่อของคุณถูกรีเควสต์ครับ

ระบบโปรดักชันจากเมืองนอก เวลายกกองมาประเทศไทย มี 2 แบบ เรียกว่า Service Company เช่น Living Film, Indochina, Santa International กรณีนี้เขาจะมีคนที่ใช้งานกันประจำอยู่แล้ว แต่ถ้ากองถ่ายมาแบบอินดี้ ไม่รู้จักใคร ไม่มีตังค์ หรือไม่ใช่บริษัทใหญ่ ๆ จะมีสิ่งที่เรียกว่า Internet Movie Database (IMDb) เป็นแหล่งข้อมูลของคนทำหนังจากทั่วโลก เขาจะรู้เลยว่าประเทศไทยมีใครเคยทำตำแหน่งอะไรบ้าง เขาก็อาจจะติดต่อหาเราโดยตรง ซึ่งคนที่ทำงานกับหนังฝรั่งในเมืองไทย ส่วนใหญ่เป็นฟรีแลนซ์กันหมดค่ะ

มีกองถ่ายหนังเรื่องไหนที่ทำงานด้วยแล้วประทับใจไหมครับ

เรื่อง Only God Forgives ค่ะ เป็นหนังอินดี้นิด ๆ ผู้กำกับไม่ใช่ผู้กำกับฮอลลีวูด แต่พอดีเขาได้รางวัลผู้กำกับยอดเยี่ยมจากเรื่อง Drive จากคานส์ แล้วค่อยมาทำ Only God Forgives เราประทับใจตรงที่ผู้กำกับค่อนข้างเป็นอาร์ติสต์ เขาบอกเราว่าไม่ต้องไปทำเทสต์เยอะแยะ เลือกคนมาสัมภาษณ์ก่อน ถ้าไอชอบชีวิตเขา ไอจะเลือก ช่วยไปหาคนจริง ๆ นะ อย่างตำรวจเนี่ย ก็ไปหาตำรวจจริง ๆ ถ้าเป็นมือปืน หนอนไปหาคนเป็นมือปืนมาเลย ไออยากรู้ว่ามันมีท่าทียังไง

เรารู้สึกว่ามันเป็นงานแคสติ้งที่ได้โจทย์เหมือนเขาเอาเงินมาให้เราเล่น ได้เงิน ได้ทำงาน แล้วก็ได้หาคนประหลาด ๆ มาด้วย ซึ่งฝรั่งที่เล่นเป็นตัวประกอบที่โดนทรมานในหนัง ดังไปเลยนะ หลังจากนั้นมีงานที่อังกฤษเพียบเลย

แล้วอย่างหนังเรื่อง The Lady ล่ะครับ

เรื่องนี้เป็นของผู้กำกับ Luc Besson เขาเป็นผู้กำกับเบอร์หนึ่งของฝรั่งเศสค่ะ ซึ่งเราเป็นแฟนเขาจากเรื่อง Nikita, Léon, The Fifth Element ซึ่งหนังเรื่อง The Lady เราแคสต์นักแสดงทุกคนที่ไม่ใช่ Michelle Yeoh แฟน Michelle Yeoh และครอบครัวในเรื่อง นั่นเขาแคสต์มาจากฝรั่งเศสกับอังกฤษแล้ว ที่เหลือแคสต์ในเมืองไทยค่ะ

ด้วยความที่หนังเรื่องนี้เป็นหนังเกี่ยวกับพม่า เราก็อยากหาคนที่พูดภาษาพม่าได้จริง ๆ ในประเทศไทย เพราะยกกองไปถ่ายที่พม่าไม่ได้ ก็พยายามเจาะทุกทาง เจาะเข้าไปหาคนในชุมชนพม่า แต่เขาไม่ไว้ใจใครง่าย ๆ เราใช้เวลาอยู่นานมาก จากคนไม่รู้จักกลายเป็นคนรู้จัก เราใช้เวลาประมาณ 4 – 5 สัปดาห์ กว่าจะเจาะได้ 1 คน พอเจาะได้ 1 คน เขาไว้ใจเราแล้ว เขาก็จะบอกต่อ สนุกมาก แล้วคนพม่าเป็น Non-actor ที่เล่นหนังเก่งทุกคน ให้ร้องไห้ก็ร้อง

มีหนึ่งฉากที่น่าสนใจ คือตอนที่ Michelle Yeoh เล่นเป็น อองซานซูจี แล้วขึ้นไปกล่าวปราศรัย ตอนนั้นเธอไม่มีเวลาพอที่จะฝึกภาษาพม่าจริง ๆ แต่ฝึกพูดจากการศึกษาเทปของอองซานซูจีตอนกล่าวปราศรัย เธอฝึกพูดจนเหมือนมาก พอต้องเข้าฉากขึ้นปราศรัย นักแสดงตัวประกอบพม่าร้องไห้เลย โอ้ ประทับใจมาก เก่งมาก

หนอน ยุงไมเยอร์ Casting Director วัย 58 ผู้เฟ้นหานักแสดงให้หนังต่างประเทศมานานกว่า 29 ปี
ทีมแคสติ้งไทยถ่ายภาพกับ Luc Besson เป็นที่ระลึกในวันถ่ายวันสุดท้ายของภาพยนตร์ The Lady

นอกจากงานในประเทศ คุณยังขยายการทำงานของอาชีพ Casting Director ในอาเซียนด้วย

มีไปประเทศกัมพูชา ลาว แต่เรื่องที่กัมพูชา เขาขอถ่ายเมืองไทยไม่ได้ เลยต้องไปที่นู่น (กัมพูชา) เป็นเรื่องเกี่ยวกับแรงงานประมง สมัยหนึ่งที่ The Guardian ออกข่าวว่า ประเทศไทยใช้แรงงานทาสในเรือประมง คนที่มาคุยกับเราเป็นคนออสเตรเลีย แล้วเราต้องไปหาตัวเอกเป็นเด็กเขมรที่ถูกหลอกมาขายเป็นทาสบนเรือ มีไต้ก๋งเป็นคนไทย

เราไปหานักแสดงเด็กตัวเอกในพนมเปญ ไปหาในวิทยาลัยการแสดงก็ได้ตัวเลือกมาส่วนหนึ่ง แล้วเราก็ไปเสียมเรียบไปถึงก็ไปเจอ NGO Organization ที่ดูแลรับเลี้ยงเด็กข้างถนนที่เสียมเรียบ มีเด็กคนหนึ่งน่ารักมากเลย อายุ 15 เราเทสต์เด็กในนั้นทุกคน แล้วคนนี้โดดเด่นมากที่สุด เลยได้เป็นพระเอกในหนังเรื่อง Buoyancy แล้วก็มีไปถ่ายในประเทศพม่าบ้าง เป็นพวกหนังโฆษณาค่ะ

คุณหนอนมีวิธีหาคนมาแคสต์จากไหนบ้างครับ

เราทำอาชีพนี้ สะสมคนไว้เยอะค่ะ เวลาไปเจอใคร เพื่อน เพื่อนของเพื่อน เพื่อนของพี่ เพื่อนของพี่คนนั้นคนนี้ เขารู้ว่าเราเป็นแคสติ้งก็จะแนะนำมาอยู่แล้ว จากนั้นเราก็จะเก็บไว้ใน Database พอมีเฟซบุ๊กเราก็ไปติดตามเขา แล้วก็ติดตามเพื่อนของเขา (ในเฟซบุ๊ก) เพราะเพื่อนกันจะมีไทป์หรือความสนใจที่คล้ายกัน จนเรารู้สึกว่า Mark Zuckerberg แม่งต้องมีญาติทำแคสติ้ง เพราะว่าตั้งแต่มีเฟซบุ๊ก ชีวิตแผนกแคสติ้งก็ดีขึ้นนะคะ

เมื่อก่อนกว่าคุณจะหาเบอร์นักแสดงสักคน หาไม่ได้หรอก คุณต้องค่อย ๆ หา ค่อย ๆ ถามคนนู้นคนนี้ ต่อไปเรื่อย ๆ เดี๋ยวนี้เปิดอินสตาแกรมทีเดียว คุณได้เบอร์ทุกคนเลย จบ สมมติอยากเช็กว่าเขาเป็นแบบไหน เคยทำอะไรมาบ้าง ก็เช็กได้จากยูทูบ กูเกิล เหมือนกัน เราก็ไปเช็กมาว่าพี่โป๋ยทำหนังอะไรมาบ้าง (หัวเราะ)

นอกจาก Casting Director เคยเปลี่ยนไปทำตำแหน่งอื่นไหมครับ

จากที่ทำมาหลายเรื่อง มีช่วงหนึ่งที่หนังฝรั่งเข้ามา แต่ไม่มีบทที่น่าสนใจเลย เป็นหนังบู๊เสียส่วนใหญ่ เขาก็จะให้เราหาตัวประกอบ หาคนกล้ามใหญ่ ๆ เราว่ามันน่าเบื่อ พอดีมีหนัง Rambo 4 เข้ามา เราเลยบอกโปรดิวเซอร์ว่า ไม่อยากทำแล้วนะ เบื่อ ไม่อยากคุยกับฝรั่งกล้ามใหญ่ ให้ทำผู้ช่วยผู้กำกับได้ไหม

เขาบอกว่าไม่มีตำแหน่งว่าง มาเป็น UPM (Unit Production Manager) ของกอง 2 ให้ได้ไหม ซึ่ง UPM คือผู้จัดการกองถ่าย ถ้าเทียบกับหนังไทย คือ ธุรกิจการจัดการในกองถ่าย เราก็ถามกลับว่า “หนอนจะทำได้เหรอ ไม่เคยทำ” เขาบอกว่า “กองเล็กนิดเดียว เธอเคยเป็น AD มาแล้ว ทำได้อยู่แล้ว ถ่ายแค่ 2 สัปดาห์เอง” เราก็เลยรับทำ

สนทนากับ หนอน-ระวีพร ยุงไมเยอร์ ผู้เฟ้นหานักแสดงทั่วราชอาณาจักร ถึงเส้นทางเกือบ 40 ปีของอาชีพ Casting Director
ถ่ายกับนักแสดงอังกฤษที่แคสต์มาเล่นภาพยนตร์เรื่อง Mechanic: Resurrection

พอตกลงทำ UPM แล้วเป็นยังไงบ้างครับ

พอทำไปทำมา กอง 1 ดันขี้เกียจ ซึ่งกอง 1 ผู้กำกับคือ Sylvester Stallone เขากำกับเอง เล่นเอง ถ่ายตัวเอง แสดงไปนิดเดียวแล้วก็เลิก ที่เหลือทิ้งให้กอง 2 มันเป็นแบบนี้ทุกวัน กอง 2 ก็เลยยาวและใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ จาก 2 สัปดาห์ ก็เป็น 3 สัปดาห์ 4 สัปดาห์ 5 สัปดาห์ 6 สัปดาห์ กลายเป็นถ่ายอยู่ 2 – 3 เดือน (หัวเราะ)

ด้วยทุนสร้างที่เยอะ กองถ่ายหนังฝรั่งเลยมีความพร้อมในการทำงานมากกว่า

กอง Rambo 4 ส่วนที่สำคัญที่สุด คือสตั๊นท์ สตั๊นท์ในหนังฝรั่งเป็นเรื่องทางเทคนิคมาก มันมีสิ่งที่เรียกว่า Stunt Adjustment บางครั้งบางฉากที่เสี่ยงอันตรายมาก ๆ เขาจะคิดราคาเป็นเทก พอคิดเป็นเทก ก็จะต้องผ่านการอนุมัติจากคนหลายคน ดังนั้น การที่เราจะจ่ายเงินคนคนนี้เท่าไหร่ เลยกลายเป็นเรื่องใหญ่มากในกองใหญ่

กองถ่ายหนังที่มีทุน มีเงินเยอะ เขาจ้างคนเยอะ กองก็ใหญ่ กลายเป็นอุปสรรคตรงกันข้ามกับหนังที่มีเงินน้อย คนมีเงินน้อยก็จะกองเล็ก ๆ เคลื่อนย้ายง่าย ไม่ต้องผ่านขั้นตอนเยอะ ไม่ต้องรอคำตอบนาน พอกองใหญ่ เจ้านายเยอะ กว่าจะอนุมัติต้องผ่านหลายขั้นตอน เคลื่อนย้ายไปไหนก็เป็นเรื่องใหญ่ เช่น เดินทาง ขนคน เตรียมพื้นที่ จัดที่ให้นั่งพัก ฯลฯ นี่เป็นเรื่องใหญ่มากในกองใหญ่ หนอนชอบทำกองเล็ก ๆ มากกว่า ชีวิตมีความสุข มีเจ้านายคนเดียว

ถ้าอยากทำอาชีพ Casting Director ต้องเริ่มต้นจากอะไรครับ

เริ่มได้หลายทาง อย่างตัวเราเริ่มจากเป็นผู้ช่วยผู้กำกับ ซึ่งปัจจุบันทุกคนเรียนได้เท่ากันจากอินเทอร์เน็ต ดังนั้น มาเป็นผู้ช่วยแคสติ้งสักเรื่องหนึ่งก็พอแล้ว ถ้าชอบจริง ๆ ทำได้จริง ๆ เป็น Casting Director เลยก็ได้ เพียงแต่งานนี้ไม่ได้ประกอบไปด้วยงานครีเอทีฟอย่างเดียว ต้องรู้จักการจัดการ เข้าใจเทคนิคการตัดต่อ การอัปโหลด ดาวน์โหลด ซึ่งประกอบด้วย 2 อย่าง ทั้งทางครีเอทีฟ ทั้งทางบริหารเงิน บริหารเวลา บริหารการนำเสนอ เสร็จแล้วก็มาบริหารการทำสัญญา เพราะมีสัญญาแบบต่าง ๆ จากสตูดิโอ เราก็ต้องเป็นหูเป็นตาให้นักแสดง ในฐานะที่นักแสดงเราอาจไม่เก่งภาษา เราเองก็ไม่มีประสบการณ์เรื่องการทำสัญญาอะไรสักเท่าไหร่หรอก แต่ก็มาช่วยเขาดูว่ามันยุติธรรมไหม ก็คือต้องทำหน้าที่เป็น Lawyer นิด ๆ ด้วย

สนทนากับ หนอน-ระวีพร ยุงไมเยอร์ ผู้เฟ้นหานักแสดงทั่วราชอาณาจักร ถึงเส้นทางเกือบ 40 ปีของอาชีพ Casting Director
ถ่ายกับสตั๊นท์ไทยที่เล่นเป็นทหารพม่าในเรื่อง The Lady รอยสักบนหน้าคือของปลอม ช่างแต่งหน้าวาดให้

ต้องมีคุณสมบัติอื่นอีกไหมครับ

ต้องชอบหนัง อย่างเราชอบดูหนังมาก ๆ ชอบอ่านหนังสือ เพราะคนที่อ่านหนังสือไม่เก่ง จะอ่านบทไม่เข้าใจ บางทีเข้าใจแค่ผิวเผินก็ไม่ได้ เพราะคนเขียนบทเก่ง ๆ จะซ่อนอะไรบางอย่างไว้ เขาไม่บอกตรง ๆ แต่จะมี Between the Lines เช่น ซีนที่ 16 มีบทพูดแบบนี้ แต่เขาไม่ได้พูดขึ้นมาเฉย ๆ นะ เขาพูดเพราะมีที่มา ถ้ามีทักษะเรื่องการอ่านก็ช่วยได้เยอะ ที่สำคัญต้องขยัน

ถ้าเราทำงานในแบบที่เราชอบ เราจะขยันโดยอัตโนมัติ เพราะมันสนุก พอสนุก เราจะไม่รู้สึกว่ากำลังทำงาน เราจะรู้สึกว่าเรากำลังเล่น มันสนุกดี I Love My Job! (พูดทันที)

ทำไมคุณหนอนถึงกล้าพูดเสียงดังเลยว่า I Love My Job!

สำหรับเรา มันเป็นอาชีพที่ชอบ ได้ทำหนังดี ๆ กับผู้กำกับดี ๆ หรือเวลาได้โจทย์ที่ท้าทาย เรารู้สึกว่ามันคุ้มค่าเวลาชีวิตที่จะทุ่มเทและขยันทำงาน ซึ่งการทำ Casting Director ก็เหมือนผู้กำกับในกองเล็ก ๆ ของเราเอง โดยเรามีอำนาจทุกอย่าง ไม่มีใครเป็นเจ้านายเรานอกจากผู้กำกับ เราได้เจอผู้กำกับในดวงใจหลายคน เจอ Danny Boyle ใน The Beach เจอ Luc Besson ใน The Lady เจอ Oliver Stone ใน Heaven & Earth ผู้กำกับแต่ละคน ใครบ้างจะไม่อยากเจอตัวจริง เราก็อยากเจอตัวจริง (หัวเราะ) และอาชีพนี้มันเป็นส่วนประกอบของทุกอย่างในตัวเรา เราได้ใช้ความคิดสร้างสรรค์ในการออดิชัน การหาคน แล้วก็ใช้ความเป็นนักอ่าน ได้อ่านบท ได้อ่านสคริปต์แปลก ๆ

อีกอย่างเราเป็นคนแรกที่เปลี่ยนบทในกระดาษแผ่นนั้นให้ออกมาเป็นภาพเคลื่อนไหว

เกือบ 40 ปีของการทำงาน คุณหนอนเรียนรู้อะไรบ้างในตำแหน่ง Casting Director

เราเรียนรู้สิ่งที่สำคัญที่สุด คือ มนุษย์ไม่ได้รู้จักตัวเองมากเหมือนกับที่คิด เมื่อคนอื่นมองเรา เขาจะเข้าใจตัวเรามากกว่าที่เราเข้าใจตัวเอง เราสังเกตจากการทำงาน บางทีผู้กำกับบอกว่าเขาเป็นคนแบบนี้ แต่จริง ๆ เขาไม่ได้เป็น การทำแคสติ้งทำให้เราเจอคนเยอะ ทำให้เราได้ออกค้นหามนุษย์ตั้งแต่บนสุดของห่วงโซ่อาหาร ลงมาถึงล่างสุดของห่วงโซ่อาหาร จนถึงคนที่แม่งไม่ได้อยู่ในห่วงโซ่อาหารเลย แต่นั่นแหละ มันทำให้งานเราสนุกมาก

ยิ่งเป็นคนที่สนใจในเรื่องมนุษย์ด้วยนะ รับรองถูกใจ

สนทนากับ หนอน-ระวีพร ยุงไมเยอร์ ผู้เฟ้นหานักแสดงทั่วราชอาณาจักร ถึงเส้นทางเกือบ 40 ปีของอาชีพ Casting Director
ถ่ายกับ Gaffer ไทยที่ไปถ่ายโฆษณาด้วยกันที่พม่า

คุณค่าของงานที่ทำมามากกว่าค่อนชีวิตสำหรับคุณหนอนคืออะไร

Casting Director พาเราไปสู่ข้อสรุปที่ว่า การพูดความจริงเป็นสิ่งที่ดีที่สุด แม้ว่าจะก่อให้เกิดความขัดแย้งหรือ การตบตีกันก็ตาม แต่การพูดความจริงต่อกันเป็นสิ่งที่ดีที่สุดที่มนุษย์กระทำต่อกันได้

คุณหนอน ยุงไมเยอร์ มองอนาคตในอีก 5 ปี 10 ปี ไว้แบบไหนครับ

ไม่ได้มองไกลขนาดนั้น เพราะแก่แล้วค่ะ (หัวเราะ)

เรามองปีหน้า ปีมะรืน ถ้ายังสนุกอยู่ ถ้ายังมีงานให้ทำอยู่ ก็จะหางานทำไปเรื่อย ๆ ถ้าเรารู้สึกเหนื่อย ก็จะหยุด เราไม่คิดว่าตัวเลขมีผลกับเรา แต่เราจะดูเอเนอจี้ตัวเองเป็นหลัก ตอนนี้ก็อยู่ที่แม่ฮ่องสอนเป็นหลัก ที่นี่เป็นเมืองเล็ก ๆ พอหน้าร้อนก็ร้อนมาก แต่ไม่เป็นไร เพราะหน้าหนาวมันคุ้มมาก ในวันที่ไม่ต้องทำงาน เราก็ขี่จักรยาน ดูหนัง เดินขึ้นเขา ทำสวน เล่นกับหมาคนอื่น เพราะเราไม่เลี้ยงหมา ไปทำหนังทีหลายเดือน เดี๋ยวหมาตาย จะเลี้ยงของตัวเองไม่ได้จนกว่าเราจะเกษียณ ก็เลยไปเล่นกับหมาข้างบ้านแทน แต่หมาข้างบ้านมันทำตัวเหมือนเป็นหมาเราเลยนะ (หัวเราะ)

ทุกวันนี้นอกจากทำแคสติ้งเป็น Casting Director ก็ขยับตัวเองไปเป็นครีเอเตอร์ของ Original Content และสิ่งที่อยากทำตอนนี้ คือ Thai Original Content บนแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งที่มาเปิดในเมืองไทย ตอนนี้เขาเริ่มจ้างคนไทยเป็น Creative Head ทำให้เรามีความหวังว่า สตรีมมิ่งเซอร์วิสที่มาลงทุนจะช่วยให้วงการหนังไทยพัฒนา เราเชื่อแบบนั้นนะ

และท้ายนี้ เราอยากใช้โอกาสนี้ขอบคุณทุกผู้กำกับที่สอนงานและให้งานเรามาทั้ง คุณคธา พี่ไมค์ พี่พล พี่ตุ้ม ฯลฯ และที่สำคัญที่สุดคือ ไม่มีงานไหนเลยที่ทำได้คนเดียว ผู้ช่วยของเราเป็นกำลังสำคัญที่ทำให้งานมันสำเร็จลงได้ ตั้งแต่โบว์ใหญ่ จมปู้ ปุ้มปุ้ม โบเล็ก ร่มไทร พี่กรองทอง พี่แมวป่า น้องเอ๋ปาป้า พี่อ้วนที่ตอนนี้ไม่อ้วนแล้ว พี่แดง นังปีเตอร์ แซมแซมที่เขมร น้องมิ้นท์ น้องอาร์ นุ๊กกี้ จนมาถึงผู้ช่วยคนสุดท้องตอนนี้ คือน้องโบโบ้ Couldn’t have done it without YOU!

ภาพ : ระวีพร ยุงไมเยอร์ 

The Cloud Golden Week คือแคมเปญสนุก ๆ ที่ทีมงานก้อนเมฆขอประกาศลาพักร้อน 1 สัปดาห์ เนื่องในโอกาสฉลอง The Cloud ครบ 5 ปี เราเลยเปิดรับวัยอิสระ อายุ 50 ปีขึ้นไป ทั้งนักเขียน ช่างภาพ และผู้ดำเนินรายการพอดแคสต์ เข้ามาประจำการแทนใน The Cloud Golden Week ขอเรียกว่าเป็นการรวมพลังวัยอิสระมา ‘เล่าเรื่อง’ ในฉบับของตนเองผ่านสื่อดิจิทัลบนก้อนเมฆ เพราะเราเชื่อว่า ‘ประสบการณ์’ ของวัยอิสระคือเรื่องราวอันมีค่า เราเชื่อในศักยภาพของมนุษย์ อายุที่เพิ่มขึ้นเป็นเพียงตัวเลข ไม่ใช่ข้อจำกัดของการเรียนรู้

แคมเปญนี้เราร่วมกับ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) เพื่อส่งต่อแรงบันดาลใจให้วัยอิสระกล้ากระโจนเข้าหาประสบการณ์ใหม่ ๆ ออกมาพูดคุยกับเพื่อนวัยเดียวกัน พร้อมแบ่งปันเรื่องราวอันเปี่ยมด้วยคุณค่า เพื่อเติมฟืนไฟให้กาย-ใจสดใสร่าเริง

นี่เป็นครั้งแรกที่ทีมงาน The Cloud มีสมาชิกอายุรวมกันมากกว่า 1,300 ปี!

Writer

ศักดิ์ชาย ดีนาน

นักเขียนบท ผู้กำกับภาพยนตร์ ซึ่งค้นพบว่ามาเลี้ยงวัวที่สุรินทร์ (บ้านเกิด) ก็ทำหนังได้ แถมมีเวลาดื่มมากกว่าอยู่กรุงเทพฯ อีก

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load