จากหลักฐานที่ค้นพบ แต่ยังไม่สรุปแน่ชัด บอกเราว่าศาสตร์การทำผ้าลูกไม้มีมานานกว่า 500 ปีแล้ว

จะว่าไป น่าจะเป็นงานฝีมือที่เก่าแก่ที่สุดของโลกงานหนึ่ง

เพราะกลัวว่าใครจะแอบตัดสินในใจว่าลูกไม้เป็นสิ่งเชย เป็นสัญลักษณ์ของรองแก้ว หรือผ้าคลุมตู้เย็นของคุณทวด เราอยากชวนให้คุณคิดถึงลูกไม้บนชุดหรูของ Marie Antoinette ลูกไม้ในผ้าซับในชุดกระโปรงตัวเก่ง และลูกไม้บนผ้าตัดชุดแต่งงาน

มีอะไรซ่อนอยู่ภายใต้ลูกไม้ ผ้าฉลุ ลวดลายอ่อนช้อยเหล่านี้กัน เราคิดขณะมองทะลุผ้าม่านลูกไม้ออกไปที่นอกหน้าต่าง นึกไปถึงงานลูกไม้เท่ๆ ของชายคนหนึ่งที่เราอยากแนะนำให้คุณรู้จัก

ปาร์ค-ปัญจพล อัศวลาภนิรันดร เป็นช่างทำลูกไม้ทำมือ และเจ้าของแบรนด์ถุงเท้าและหมวกไหมพรมถักทำมือ Peaulon อดีตอาจารย์สอนแฟชั่นที่ผันตัวมารับทำงานลูกไม้จริงจัง

อะไรทำให้คนหนุ่มคนนี้ทุ่มพลังและใช้เวลากับการศึกษางานลูกไม้และเทคนิคทำมืออย่างยุโรปกว่า 10 ปี

ก่อนจะหันไปเห็นท่าทีของปาร์คระหว่างถักลูกไม้รอเรา

ช่างเงียบสงบ ตรงข้ามกับจังหวะมัด ดึง และผูก จนเส้นด้ายเกิดปมซับซ้อนแต่สวยงามอย่างใจราวกับจะบอกว่า ปมยุ่งยากใดๆ ที่เคยเป็นสิ่งกวนใจ แม้จะไม่ใช่หรือใกล้เคียงกับงานลูกไม้หรูหราเลอค่า แต่มันก็ไม่แย่เท่าไหร่

ปัญจพล อัศวลาภนิรันดร

ชายช่างถักลูกไม้

สิ่งที่น่าสนใจไม่น้อยกว่าไปกว่าการที่ปาร์คเป็นช่างทำลูกไม้เพียงไม่กี่คนในประเทศที่รับทำงานแขนงนี้อย่างจริงจัง เราสนใจที่เขาเป็นผู้ชาย ขัดกับภาพจำในหนังฝรั่งเศส ที่งานลูกไม้เป็นงานอดิเรกของหญิงสาวกระโปรงสุ่มที่เกิดและเติบโตสังคมชนชั้นสูง

น้อยคนจะรู้ว่าช่างฝีมือส่วนใหญ่เป็นผู้ชาย ช่างเย็บ ช่างตัด ช่างทำแพตเทิร์น เป็นงานใช้แรง บางงานนั่งทำไม่ได้ต้องยืนทำ เช่นเดียวกับปาร์คที่ลายนิ้วมือของเขาแทบจะหายไปหมดจากแรงที่ใช้มัดและดึงด้ายให้กลายเป็นลวดลาย

ปาร์คเล่าว่า สิ่งที่แตกต่างชัดเจนระหว่างผู้ชายและผู้หญิงที่ทำงานลูกไม้ ก็คือเรื่องการออกแบบลาย

“ผู้หญิงจะออกแบบลายเพื่อตัวเอง เหมือนแฟชั่นดีไซเนอร์ผู้หญิงที่จะออกแบบเสื้อผ้าอย่างที่พวกเธออยากใส่ เป็นดอกไม้ เป็นอะไรที่ใส่ได้ทุกวัน ขณะที่ผู้ชายจะออกแบบให้ผู้หญิงในอุดมคติใส่ จะเห็นว่าแฟชั่นแปลกๆ ใส่ยากๆ จะเป็นงานของดีไซเนอร์ผู้ชาย” ได้ยินแล้วก็ไม่แปลกใจที่งานของปาร์คจะมีลักษณะเป็นกราฟิกมากกว่าลวดลายดอกไม้ที่คุ้นเคย

Peaulon
Peaulon
ลูกไม้

เรียนผูก-เรียนแก้

ความสนใจในเรื่องลูกไม้ของปาร์คมีที่มาจากความหลงใหลในงานผูก งานปม ในนิตติ้งซึ่งเป็นงานอดิเรกของเขาตั้งแต่อายุ 11 ปี ก่อนจะเริ่มต้นสนใจลูกไม้ขึ้นจริงจังในช่วงที่เป็นนักเรียนแฟชั่นปีสุดท้าย จากข้อจำกัดที่นักเรียนแฟชั่นเจอเหมือนๆ กัน คือหาผ้าดีๆ สำหรับใช้ทำงานจบไม่ค่อยได้

น้อยคนนักจะรู้ว่าการสร้างสรรค์งานออกแบบเสื้อผ้านั้นไม่ใช่ผ้าอะไรก็ได้ แต่เป็นกระบวนการที่ถูกคิดมาตั้งแต่แรกก่อนร่างแบบลงกระดาษ เช่นถ้าเราอยากได้งานที่ออกมาพลิ้วไหวก็ต้องใช้ผ้าที่พลิ้วพอเหมาะกับภาพในหัว หรือถ้าอยากได้ผ้ายืดจะใช้ผ้าฝ้ายแทนกันก็คงไม่ได้

“กลายเป็นว่าผมก็เลยคิดทำผ้าเองเลย เริ่มจากศึกษาวิธีทำผ้าจากการถักนิตติ้งก่อนเพราะใช้เวลาไม่นาน ก่อนจะศึกษาเทคนิคเรื่อยมาจนเจอ ลูกไม้นิตติ้ง และเสาะหาวิธีการและเทคนิคที่ยากขึ้น เจอวิธีการทำลูกไม้แบบอื่นๆ”

การเรียนงานฝีมือในยุคนั้นไม่ง่ายเหมือนการค้นหาวิดีโอสอนงานฝีมือออนไลน์

“ผมเริ่มจากไปลงเรียนถักไหมพรมในโซนอุปกรณ์งานฝีมือที่ขายตามห้างสรรพสินค้า พอเริ่มเข้าใจก็เริ่มศึกษาต่อด้วยตัวเองจากหนังสือเรื่อยมา”

หลายคนจะคิดว่าการทำงานลูกไม้ต้องใช้สายตาหรือนั่งอยู่นิ่งๆ แต่จริงๆ ถ้าอดทนผ่านช่วงแรกของงานได้จะแทบไม่ใช้สายตาเลย แต่ใช้น้ำหนักมือและความรู้สึก เป็นการกระตุกเส้นด้ายแบบรู้จังหวะไปเรื่อยๆ แทบไม่ได้ใช้สายตาเลยจนกระทั่งจบงาน

Peaulon
ลูกไม้

ลูกไม้ 101

เอกลักษณ์ของลูกไม้คือ ความโปร่ง

ในที่นี้เราจึงขอนิยามผ้าที่ทออย่างโปร่งๆ แต่ละเอียดว่า ลูกไม้

เทคนิคที่ต่างกันไปทำให้ลูกไม้มีชื่อเล่นแตกต่างตาม การทำลูกไม้แบบดั้งเดิมคือการใช้เข็มผูกไปเรื่อยๆ ขณะที่การทอด้วยกระสวยด้ายเส้นเล็กๆ จะออกมาเป็น Bobbin Lace หรือถ้าใช้เข็มถักจะมีชื่อเรียก Needle Lace และถ้าใช้เทคนิคนิตติ้งก็จะเรียก Knitting Lace

“งานลูกไม้ที่ได้ก็ไม่เหมือนกัน ถ้าใช้เข็มและด้ายเส้นเดียวลักษณะงานที่ออกมาจะ Freeform เป็นอะไรก็ได้เหมือนเราถักบนอากาศ แต่ถ้าเป็นการทอผ้าก็จะมีหลักเกณฑ์เส้นยืนเส้นพุ่ง ดังนั้น การบังคับให้เกิดลวดลายจะทำได้ยากกว่าเล็กน้อย งานที่ได้จะอีกแบบ แต่มีข้อดีคือทำได้เร็วกว่าเทคนิคอื่น ในขณะที่นิตติ้งจะเหมือนกัน คือมีเส้นยืนเส้นพุ่ง แต่จะยืดหยุ่นสร้างลายได้ฟรีฟอร์มกว่าเล็กน้อย” อดีตอาจารย์หนุ่มจากภาควิชาแฟชั่นแนะนำลูกไม้แบบต่างๆ ให้เรารู้จัก

Peaulon
ปัญจพล อัศวลาภนิรันดร

ปมปริศนา

เสน่ห์ที่ทำให้ช่างทำลูกไม้หนุ่มติดใจงานฝีมือชิ้นนี้ เป็นเพราะเทคนิคที่ใช้ทำเข้ากับบุคลิกส่วนตัวบางอย่างของเขา รวมไปถึงลวดลายที่เคยเป็นข้อจำกัดเมื่อต้องทำงานออกแบบ การสนใจในความซับซ้อนของมันยิ่งทำให้ปาร์คอยากค้นหา อยากเข้าไปดูว่ามันทำยังไง จนเริ่มคิดลายของตัวเอง ค้นหาเทคนิคใหม่ๆ ถือเป็นการฟื้นฟูศาสตร์ลูกไม้ทำมือนี้ไปในเวลาเดียวกัน

“โจทย์งานลูกไม้มาจากสิ่งที่เราเห็นอาจจะเป็นอะไรที่ไม่เกี่ยวกับลูกไม้ก็ได้ เห็นเทคนิคในรูปวาด หรือคิดหาวิธีการให้ลูกไม้มีอะไรใหม่กว่าที่เป็นอยู่ ก่อนหน้านี้จะเป็นงานที่ใช้เทคนิคการทอหรือสานเข้าไปอยู่ในงานลูกไม้ ช่วงหลังผมกลับมาทำงานที่เบสิคให้สวยขึ้น สิ่งที่แตกต่างจากงานของคนอื่น คือผมจะดึงงานค่อนข้างแน่น และงานผมจะค่อนข้างเท่ากัน ถ้าเราดึงเส้นด้ายหนึ่งเส้นหลวม มันจะมีหลวมมาก หลวมน้อย ทำให้งานออกมาไม่เท่ากัน พยายามทำให้มันเรียบง่าย แต่ใช้เทคนิค ผมชอบใช้ด้ายสีๆ แต่เวลาออกงานก็จะแสดงงานที่เป็นสีขาวคลาสสิก

“สมมตินำงานไปแสดงหรือออกร้าน คนที่สนใจก็จะถามราคา ซึ่งพอรู้ราคาเขาก็จะไม่ถามต่อแล้ว แต่ก็ยังมีคนที่เข้าใจ ทำให้ยังผลิตชิ้นงานและขายได้เรื่อยๆ อยู่เหมือนกัน แต่ถามว่านำไปต่อยอดเป็นอะไรก็ขึ้นอยู่ว่านำไปใช้ทำอะไร ถ้าเป็นงานแฟชั่น จะออกมาเป็นแพตเทิร์นงานชิ้น ใช้เป็นส่วนหนึ่งของเสื้อผ้า เช่น ปก ชิ้นหน้า หรือแขน เป็นต้น”

ปาร์คเล่าว่า ลูกค้าที่มาอุดหนุนงานฝีมือประเภทนี้ส่วนมากเป็นผู้ใหญ่ เป็นคนที่เคยเรียนทำลูกไม้และรู้ว่าทำไม่ง่าย หรือเคยเห็นคนรุ่นก่อนทำ เป็นความทรงจำที่ดีสมัยเด็กๆ

“สมัยก่อนประเทศไทยเราเคยมีศาสตร์แขนงนี้สอนในวิชางานฝีมือโรงเรียนมัธยม แต่ยกเลิกไปสี่สิบถึงห้าสิบปีแล้ว ข้อแรก นักเรียนบ่นว่ายาก หลักสูตรจึงหันไปสอนสิ่งที่ทำงานง่ายขึ้นเรื่อยไป จนหายไปในที่สุด ข้อสอง เป็นยุคที่เริ่มมีอุตสาหกรรมเข้ามาทดแทน อย่างที่เคยบอกว่าคนที่ทำลูกไม้เก่งๆ เขาจะค่อยๆ ท้าทายตัวเองด้วยงานที่ยากขึ้น เหตุผลหนึ่งก็เพราะหนีเทคนิคที่เครื่องทำได้”

ลูกไม้
Peaulon

จะมาไม้ไหน

ไม่จำเป็นว่างานลูกไม้จะต้องเกิดจากการเย็บปักถักเส้นด้ายจนเกิดลวดลาย แต่ใช้เทคนิคหรือวิธีการใดๆ ก็ได้จนผ้าเกิดลวดลายโปร่ง ก็ได้ชื่อว่าเป็นงานลูกไม้แล้ว

ความแตกต่างของงานลูกไม้ที่ดีและไม่ดี ก็เหมือนอาหารที่เห็นแล้วรู้เลย ลูกไม้ก็เช่นกัน มีแบบที่ทำง่ายหน่อย ยากหน่อย แบบที่ใช้เทคโนโลยีหรือใช้เคมีเข้ามาช่วยให้ออกมาดูคล้ายผ้าลูกไม้ คล้ายการเขียนลายด้วยเทียน แล้วใช้น้ำยาเคมีกัดผ้าจนเกิดลวดลาย กลายเป็นลูกไม้โปร่งได้เช่นกัน ทั้งหมดนี้ใช้เวลา 10 นาที แต่เมื่อเทียบกับงานลูกไม้ทำมือจริงๆ ที่ใช้เวลามากกว่าหลายเท่า

ในงานฝีมือทุกแขนง ล้วนอาศัยความละเอียดและความชำนาญ ศาสตร์ของการทอลูกไม้ก็เช่นกัน

ปาร์คเล่าว่า เสน่ห์ที่ทำให้ช่างถักลูกไม้ทั่วโลกหลงใหลงานฝีมือประเภทนี้คือ การท้าทายตัวเอง ยิ่งเป็นงานที่เล็กและละเอียดอย่างลูกไม้แล้วยิ่งต้องการความชำนาญค่อนข้างสูง

Peaulon
ลูกไม้
Peaulon

ดินแดนแสนลูกไม้

กว่า 500 ปีที่ศาสตร์ของลูกไม้เบ่งบานทั่วภูมิภาคยุโรป เขาเล่าว่าการทำลูกไม้ทำในที่ต่างๆ นั้นมีเทคนิคและหลักการเหมือนกัน แต่แตกต่างที่สไตล์

“ถ้ายากมากๆ อย่าง Needlepoint หรือ Needle Lace ก็จะไม่แพร่หลายมากนัก เพราะใช้เวลาพอสมควรและคนทำก็น้อยลงไปเรื่อยๆ ขณะที่ Bobbin Lace จะเป็นที่แพร่หลายในยุโรป ต่างกันที่สไตล์ของแต่ละเมือง เช่นฝรั่งเศสมี 200 เมือง ก็จะมีผ้าลูกไม้แตกต่างกัน 200 แบบ ไม่เหมือนกัน เช่นเมืองนี้ชอบใช้เทคนิคบังคับเส้นยืนเขาก็จะเน้นทำสิ่งนั้น อีกฝั่งเมืองเน้นการทำลายดอกไม้เขาก็จะเน้นไป บางเมืองอาจมีลักษณะเป็นอุตสาหกรรมหน่อย ชอบทำออกมาผืนใหญ่ๆ ใช้ความเร็ว ใช้ตาข่าย ก็จะมีกระบวนการทำแตกต่างกันไป” ต่างจากภูมิภาคเอเชียตะวันออกและสยามประเทศ ที่แม้จะเริ่มแพร่หลายในยุคสมัยรัชกาลที่ 4 แต่เพราะวัตถุดิบและองค์ความรู้ในศาสตร์นี้จำกัด ลูกไม้จึงเป็นสินค้านำเข้ามากกว่าลงมือถักใช้เอง

“วัตถุดิบที่ใช้ทำลูกไม้จะบอกประสบการณ์ของช่างว่าทำลูกไม้มานานแค่ไหน” ปาร์คเล่า

เพราะต้นทุนที่ต่างกัน มีตั้งแต่เส้นด้ายโพลีเอสเตอร์ราคา 20 – 30 บาท ไปจนถึงเส้นด้ายจากลินินราคา 2,000 บาท แต่กระนั้นด้ายที่ราคาแพงก็ใช่ว่าจะถักง่ายกว่า ด้วยคุณสมบัติ เช่น เส้นด้ายโพลีฯ ทำมาจากน้ำมันจึงมีความแข็งแรง แต่เส้นด้ายลินินเปราะ ไม่ใช่แค่ขาด แต่จะสลายหายไปกับมือ จึงต้องยิ่งอาศัยฝีมือและความชำนาญ

Peaulon
ลูกไม้

ลูกไม้หลากสี

“คุณคิดยังไงกับสิ่งที่คนทั่วไปเข้าใจว่าลูกไม้เท่ากับเชย” เราถาม

“แสดงว่าเขาไปเจอลูกไม้ไม่ดี ลูกไม้ดีๆ จริงๆ แล้วทันสมัยมาก” ปาร์ค ตอบ

ปาร์คเล่าว่า เขาเชื่อว่ายังมีคนสร้างสรรค์งานลูกไม้และอยู่ร่วมกับเทคโนโลยี นำมันมาใช้ทำพัฒนาและผลิตเส้นด้ายที่แข็งแรงขึ้น ทำให้เกิดเส้นด้ายที่หลากหลายมากยิ่งขึ้น

“ถามว่าแล้วมันน่าตื่นเต้นยังไง มันน่าตื่นเต้นตรงที่เราจะได้เห็นความเป็นไปได้ใหม่ๆ แก้ข้อจำกัดที่เคยมีในอดีต เช่นเมื่อก่อนอยากได้งานชุดลูกไม้ที่มีทรง แต่ทำไม่ได้เพราะเส้นด้ายไม่มี ซึ่งทุกวันนี้ทำได้แล้ว งานแฟชั่นที่เกิดขึ้นก็ค่อยๆ เปลี่ยนไป”

ปาร์ค ปัญจพล

Name: ปัญจพล อัศวลาภนิรันดร

Age: 33 ปี

Occupation: ช่างทำลูกไม้

Place of Birth: กรุงเทพฯ

In Detail: ที่จะยากคือจังหวะที่ทิ้งให้ห่างกันว่าจะประมาณไหน เพราะว่าลูกไม้เป็นงานโปร่ง ก็ต้องดูจังหวะและระยะ คนเริ่มต้นถักใหม่ๆ ที่ยังไม่รู้น้ำหนักมือตัวเองลูกไม้ที่ออกมาจะมีระยะไม่เท่ากัน

Stuff: กระสวย จริงๆ เป็นแค่เศษไม้สองชิ้นประกอบติดกันก็เป็นกระสวยได้แล้ว เป็นอุปกรณ์ที่ทำให้ทำงานลูกไม้สะดวกขึ้น วิธีใช้คือ กรอด้ายเข้าไป เพื่อใช้ถักลูกไม้

My Favorite Part of the Job: กระบวนการออกแบบลายเป็นงานที่สเกตช์ไม่ได้จึงต้องลองทำหลายชิ้นกว่าจะลงตัว บางทีเราอยากได้ลายแบบหนึ่งแต่ลองแล้วไม่ได้ เพราะยังหานิสัยของด้ายไม่เจอ นิสัยของด้ายคือเมื่อจับเขาผูกปมแบบนี้แล้วจะหันเลี้ยวไปทางไหน  เป็นส่วนที่สนุกและท้าทายมากว่าจะทำให้เกิดลายอย่างที่อยากได้ยังไง

Writer

Avatar

นภษร ศรีวิลาศ

อดีตนักเรียนเศรษฐศาสตร์ผู้วิ่งเล่นในแวดวงตลาดทุน หน่วยงานสนับสนุนกิจการเพื่อสังคม และงานสายแบรนดิ้งเพื่อความยั่งยืน หลงรักการลองเสื้อคอลเลกชันใหม่ของ COS MUJI Marimekko BEAMS และมีเพจชื่อ น้องนอนในห้องลองเสื้อ

Photographer

Avatar

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

The Master

เรื่องราวเบื้องหลังความเชี่ยวชาญของคนทำงานระดับมืออาชีพ

1 กุมภาพันธ์ 2566
2 K

ภาษาจีนวันละคำวันนี้ ขอเสนอคำว่า หลงจู้ (廊主) แปลว่า ผู้จัดการ

ถึงแม้คนไทยจะเรียกเพี้ยนวรรณยุกต์เป็น ‘หลงจู๊’ แต่การใช้งานยังคงเดิม คือไว้เรียกผู้จัดการดูแลธุรกิจหรือโรงงานของชาวจีน

และเป็นคำที่ชาวบ้านร้านถิ่นในละแวกบางโพใช้เรียกแทนชื่อจริงของ อ่าง-ชาญสิทธิ์ มีอุดมศักดิ์ ชายสูงวัยเชื้อสายจีนไหหลำที่อยู่เบื้องหลังงานเลื่อยไม้สักของ ห้างหุ้นส่วนจำกัด โรงเลื่อยจักร์ไท้เชียง มานานหลายสิบปี จนเป็นสัญลักษณ์ประจำโรงเลื่อยไม้เก่าแก่แห่งนี้ก็ว่าได้

หลงจู๊อ่าง ผู้ควบคุมการเลื่อยไม้สักมานานกว่า 5 ทศวรรษในโรงเลื่อยแห่งท้าย ๆ ของบางโพ อ่าง-ชาญสิทธิ์ มีอุดมศักดิ์

“เขาทำมาตั้งแต่เรียนจบ อายุมากกว่าผม ด้วยความที่เป็นญาติกัน เขาก็มาเรียนรู้จากเถ้าแก่รุ่นแรก เป็นคนตีหน้าไม้เอง เลื่อยไม้เอง” เก่ง-ดุสิต เสนาภู่พิทักษ์ เจ้าของโรงเลื่อยจักร์ไท้เชียงคนปัจจุบันกล่าวถึงญาติผู้พี่ของตนด้วยความเคารพ ก่อนพาเราไปทัศนาจรในอาณาจักรไม้ซุงของเขา

บางโพเป็นชื่อย่านหนึ่งในเขตบางซื่อ พิกัดที่แน่ชัดคือบริเวณจุดตัดระหว่างถนนประชาราษฎร์สาย 1 กับประชาราษฎร์สาย 2 อันเป็นที่รู้จักในชื่อ ‘สี่แยกบางโพ’ โดยถนนสายแรกนี้ตัดขนานไปกับแนวแม่น้ำเจ้าพระยาที่ไหลลงมาจากภาคเหนือ เป็นเส้นทางลำเลียงไม้ซุงจากหัวเมืองเหนือลงมากรุงเทพฯ ช้านาน

ห้างหุ้นส่วนจำกัด โรงเลื่อยจักร์ไท้เชียง หลงจู๊อ่าง ผู้ควบคุมการเลื่อยไม้สักมานานกว่า 5 ทศวรรษในโรงเลื่อยแห่งท้าย ๆ ของบางโพ

ว่ากันว่าชาวจีนไหหลำมีความชำนาญในการประกอบอาชีพอยู่ 3 – 4 อย่าง ถ้าไม่ขายอาหารหรือทำการโรงแรม ก็จะทำโรงไม้และโรงเลื่อย ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาตั้งแต่ปากน้ำโพ นครสวรรค์ อุทัยธานี ปทุมธานี นนทบุรี จนเข้าเขตกรุงเทพมหานครที่บางโพ ไปถึงสามเสน บางรัก จึงถูกจับจองโดยกลุ่มชาวจีนไหหลำผู้สันทัดช่ำชองด้านการค้าไม้และแปรรูปผลิตภัณฑ์ไม้

ห้างหุ้นส่วนจำกัด โรงเลื่อยจักร์ไท้เชียง หลงจู๊อ่าง ผู้ควบคุมการเลื่อยไม้สักมานานกว่า 5 ทศวรรษในโรงเลื่อยแห่งท้าย ๆ ของบางโพ

ทว่าโรงเลื่อยไม้ส่วนใหญ่ในย่านบางโพไม่ได้ถือกำเนิดขึ้นที่นี่เป็นครั้งแรก หากย้ายมาจากแถววัดสระเกศราชวรวิหาร ละแวกคลองมหานาค คลองรอบกรุง และคลองผดุงกรุงเกษม ที่เป็นถิ่นการค้าไม้ของชาวจีนมาตั้งแต่ยุครัชกาลที่ 3 ถึงรัชกาลที่ 4 สาเหตุหลักที่ต้องย้ายออกมาก็เพราะเขตเมืองชั้นในเริ่มคับแคบ เต็มไปด้วยมลภาวะ ผู้ประกอบการโรงเลื่อยจึงต้องแสวงหาย่านใหม่ในการดำเนินกิจการของตน บางโพซึ่งจัดว่าอยู่ชานเมืองจึงเป็นคำตอบที่ดีที่สุด

โรงเลื่อยจักร์ไท้เชียงก็เป็นหนึ่งในนั้น

ห้างหุ้นส่วนจำกัด โรงเลื่อยจักร์ไท้เชียง หลงจู๊อ่าง ผู้ควบคุมการเลื่อยไม้สักมานานกว่า 5 ทศวรรษในโรงเลื่อยแห่งท้าย ๆ ของบางโพ

“เริ่มแรกเราไม่ได้อยู่ตรงนี้ อยู่แถววัดคอกหมู (วัดสิตาราม) ช่วงแถวซอยตรงข้ามวัดสระเกศ ด้วยเมืองพัฒนาและเติบโตขึ้น หลวงไม่อนุญาตให้ขนไม้ซุงผ่านคลองมหานาค ทำให้การขนส่งวัตถุดิบยากลำบาก ก็เปลี่ยนมาใช้รถจอหนังขนไม้ซุงเข้าไป แล้วสักระยะหนึ่งก็ไม่ให้รถผ่านเข้าไปในเขตเมือง ต้องออกมานอกเมือง เล็งเห็นว่าทำเลตรงนี้สะดวกในการขนวัตถุดิบ โรงเลื่อยไม้ส่วนมากเลยย้ายมาบางโพ”

ด้านหลังไม้สักแปรรูปที่ตั้งสุมกันเป็นภูเขาเลากา เสียงคมเลื่อยเสียดสีเนื้อไม้ดังขึ้นทุกขณะจิต เราหยีตาป้องกันฝุ่นไม้ที่ฟุ้งตลบ เท้าก้าวไปตามพื้นโรงงานที่ปกคลุมด้วยเศษไม้หนาเตอะราวผืนทรายบนชายหาด พลันสายตาก็สะดุดเข้ากับชายร่างเล็กที่กำลังสั่งงานลูกน้องอย่างแข็งขันบนท่อนซุง

ห้างหุ้นส่วนจำกัด โรงเลื่อยจักร์ไท้เชียง หลงจู๊อ่าง ผู้ควบคุมการเลื่อยไม้สักมานานกว่า 5 ทศวรรษในโรงเลื่อยแห่งท้าย ๆ ของบางโพ

หลงจู๊อ่างรับไหว้ผู้มาใหม่ แล้วโดดลงจากซุงที่ยืนอยู่ด้วยท่าทางที่คล่องแคล่วเกินคนวัยเดียวกัน

“ชื่อ ชาญสิทธิ์ มีอุดมศักดิ์ นี่เปลี่ยนเอง ตั้งเอง” ถ้อยคำแนะนำตัวภาษาไทยที่ติดสำเนียงไหหลำหน่อย ๆ ฟ้องว่าชื่อเกิดของเขาต้องเป็นภาษาจีนเป็นแน่ 

“ตอนนี้อายุ 69 ย่าง 70 ปี กุมภาพันธ์ 2566 นี่ก็จะครบ 70 แล้ว”

ไท้เชียง ก่อตั้งขึ้นมาด้วยน้ำพักน้ำแรงของ ไต้ถ่ง แซ่ผู่ ชาวจีนโพ้นทะเลผู้ทิ้งบ้านเกิดบนเกาะไหหลำมาแสวงโชคที่เมืองไทย นอกจากท่านผู้นี้จะเป็นคนบุกเบิกกิจการโรงเลื่อยของครอบครัวแล้ว นายไต้ถ่งยังส่งต่อวิชาการเลื่อยไม้สู่หลงจู๊อ่าง หลานลุงผู้เอาการเอางานด้วย

“นายไต้ถ่งเป็นพี่ชายของแม่ผม ผมเรียก ‘เบ๊เด’ แปลว่า ลุงฝั่งแม่” หลงจู๊ลำดับศักดิ์ให้เราฟัง 

“ตัวผมเกิดที่ศาลาแดง ตอนอายุ 15 เรียนชั้น มศ. 3 ที่เทคโนโลยีสหะพาณิชย์ เขตบางรัก เมื่อก่อนผมไม่ค่อยอยู่บ้าน แม่เลยเอามาอยู่กับเบ๊เด วันธรรมดาเรียนหนังสือ พอวันพฤหัสได้หยุด ผมก็มาช่วยงานเบ๊เด สมัยก่อนจะมีไม้ส่งออก ตีหน้าไม้โปรดักส์เข้าประเทศไทย ผมก็มาช่วยทำส่งออก”

ห้างหุ้นส่วนจำกัด โรงเลื่อยจักร์ไท้เชียง หลงจู๊อ่าง ผู้ควบคุมการเลื่อยไม้สักมานานกว่า 5 ทศวรรษในโรงเลื่อยแห่งท้าย ๆ ของบางโพ
ห้างหุ้นส่วนจำกัด โรงเลื่อยจักร์ไท้เชียง หลงจู๊อ่าง ผู้ควบคุมการเลื่อยไม้สักมานานกว่า 5 ทศวรรษในโรงเลื่อยแห่งท้าย ๆ ของบางโพ

สินค้าหลักของโรงเลื่อยแห่งนี้คือไม้กระดาน คนงานที่นี่ต้องเลื่อยซุงไม้สักท่อนใหญ่ ๆ แปรรูปเป็นไม้กระดาน เพื่อขายให้กับร้านค้าไม้แปรรูปและผู้ผลิตเฟอร์นิเจอร์ไม้ทั้งหลาย ไปจนถึงคิ้วบัว

ช่วงที่เป็นวัยรุ่น ถึงจะเป็นหลานเถ้าแก่คนแรก แต่เด็กใหม่อย่างอ่างไม่มีสิทธิ์เลือกงานที่อยากทำ เขาต้องทำทุกอย่างตามที่ผู้เป็นลุงหรือคนอื่นสั่ง ใครเรียกใช้งานอะไรก็ต้องทำ

“แต่ก่อนก็ต้องตีหน้าไม้ส่งออก มันจะมีแผ่น แล้วคอยวัดไม้ เช็กไม้ดูว่าสวยหรือไม่สวย แล้วก็ต้องจำ พอคนไหนขาดลูกน้อง เราก็จะไปช่วยทำทุกอย่าง ต้องได้ทุกหน้าที่ครับ”

ในช่วงการฝึกงานของเขา อ่างจำได้ดีทีเดียวว่าสิ่งที่ยากที่สุดคือการตีหน้าไม้

“การตีหน้าไม้ คือการแปรรูปจากซุงขึ้นมา เราต้องรู้ว่าซุงต้นนี้สวยไม่สวย แล้วต้องใช้ความจำ จำว่าเมื่อไหร่จะถึงรูถึงตา ใกล้ไส้เราต้องรู้ ต้องเนี้ยบพอดี เพราะไม้สักมันเลื่อยยาก ไม่เหมือนไม้เบญจพรรณ ไม้เบญจพรรณไม่ค่อยมีรูมีตา เขาเลื่อยยังไงก็ได้ แต่ไม้สักต้องเป๊ะ แล้วต้องดูสภาพป่าด้วย

“ในโรงเลื่อยต้องทำหน้าที่หลายอย่าง อย่างผมต้องแปรรูปไม้ ยกซุงขึ้นมาแล้วตัด นั่งดูว่าลูกค้าต้องการขนาดไหน เราก็ตัดขนาดนั้นแล้วเลื่อยเอา ถ้าไม้มันงอก็ต้องตัดให้มันพอดี”

ห้างหุ้นส่วนจำกัด โรงเลื่อยจักร์ไท้เชียง หลงจู๊อ่าง ผู้ควบคุมการเลื่อยไม้สักมานานกว่า 5 ทศวรรษในโรงเลื่อยแห่งท้าย ๆ ของบางโพ

ขั้นตอนการเลื่อยซุงสมัยก่อนกับปัจจุบันแตกต่างกันมาก ผู้มากประสบการณ์เล่าด้วยสีหน้าที่บอกว่ายังไม่ลืมความเสียวไส้ เมื่อนึกถึงอุบัติเหตุที่เคยเกิดขึ้นกับเพื่อนร่วมงานของเขา

“สมัยก่อนลำบากนะ เวลาจะเลื่อยไม้ เราต้องใช้เลื่อยวงเดือน เป็นเลื่อยกลม ๆ มันอันตรายนะ ถ้าบางคนทำไม่เป็น มันตีไส้แตกเลย แต่เลื่อยวงเดือนนี่ไม่เท่าไหร่ เคยโดนเหมือนกัน สมัยนี้ปลอดภัยกว่าสมัยก่อนเยอะ สมัยก่อนถ้าไม่ป้องกันแย่เลย เคยมีลูกน้องนิ้วขาด”

แม้จะต้องทำงานท่ามกลางเสียงดังแสบแก้วหูของเลื่อยจักร ความเหน็ดเหนื่อยที่ต้องปีนขึ้นปีนลงทั้งวัน ตลอดจนความอันตรายที่อาจได้รับจากใบเลื่อย แต่อ่างก็ยังรักงานนี้ยิ่งชีวิต

“ไม่เคยกังวลเลย สนุกดี ยิ่งวัดไม้ส่งออกยิ่งสนุก วันหนึ่งเหงื่อออกน่าดูเลย เล่นขนกันเป็นคันรถ วันหนึ่ง ๆ ทำทั้งวัน วัดไม้ส่งออกไปเมืองนอกดีมาก สมัยก่อนทำงานสนุก ไม่เครียด ได้ออกแรง เมื่อก่อนนี้ขายดี เมืองนอกใช้เยอะ เขาเอาไม้สักเราไปทำเรือยอชต์ เพราะไม้สักมันทน โดนน้ำเกลือไม่เป็นไร”

ห้างหุ้นส่วนจำกัด โรงเลื่อยจักร์ไท้เชียง หลงจู๊อ่าง ผู้ควบคุมการเลื่อยไม้สักมานานกว่า 5 ทศวรรษในโรงเลื่อยแห่งท้าย ๆ ของบางโพ
ห้างหุ้นส่วนจำกัด โรงเลื่อยจักร์ไท้เชียง หลงจู๊อ่าง ผู้ควบคุมการเลื่อยไม้สักมานานกว่า 5 ทศวรรษในโรงเลื่อยแห่งท้าย ๆ ของบางโพ

เพราะความสนุกนี่กระมังที่ทำให้อ่างไม่เคยคิดจากโรงเลื่อยของเบ๊เดไปไหน แม้ตัวเขาจะจบ มศ. 3 ไปต่อช่างกลมาแล้ว ก็ยังเลือกที่จะทำงานและเก็บเกี่ยวประสบการณ์กับโรงเลื่อยต่อไป จนกระทั่งเขามีอายุได้ 30 ปีเศษ หลงจู๊คนเก่าอำลาโรง เขาจึงได้รับการแต่งตั้งให้เป็นหลงจู๊คนใหม่

แล้วเมื่อ ไต้ถ่ง แซ่ผู่ หมดอายุขัย งานเลื่อยของที่นี่จึงตกอยู่ในการดูแลของหลงจู๊อ่าง

“สิ่งสำคัญที่สุดในการทำงานโรงเลื่อยคือความจำ ต้องมีคนสอน ไม่มีคนสอนก็ทำไม่ได้ คนจะเป็นหลงจู๊นี่สำคัญที่สุดคือเราต้องรู้ไม้ ไม้ต้นนี้สวยหรือไม่สวย เมื่อไหร่จะถึงไส้ถึงรู ลูกค้าต้องการขนาดไหน ต้องเลือก” ผู้จัดการกล่าวและอวดเนื้อไม้ซุงท่อนล่าสุดที่กำลังเลื่อยด้วยความเสียดาย “เห็นต้นนี้ไหมครับ ไม้มันโพรงมากเพราะหนอนไช แบบนี้ลงทุนมาเป็นแสนก็ขาดทุนหมด”

หลงจู๊อ่าง อดีตเด็กหนุ่มที่ถูกลุงเรียกมาช่วยงานในโรงเลื่อยไม้ สู่ผู้จัดการโรงเลื่อยวัยชราที่ยังสนุกกับการทำงานทุกวัน

ในขั้นตอนการเลื่อยซุงทุกต้น หลงจู๊สำทับว่า สมาธิเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่จำเป็นต้องมี

“เราเลื่อยมาเราต้องรู้ด้วยว่าเราเลื่อยตรงไม่ตรง เราต้องใช้ความคิดเราเอง เราทำทุกอย่าง ใช้สมองเกิดจากสมาธิ ใช้สมาธิช่วยได้เยอะ เพราะผมสวดมนต์ การสวดมนต์ทำให้จิตใจเราดี ทำให้งานเราไม่เครียด มีประโยชน์มาก เพราะสมัยเราอายุน้อย ๆ เราต้องใช้ การสวดมนต์ช่วยได้ทุกอย่าง”

หลงจู๊อ่าง อดีตเด็กหนุ่มที่ถูกลุงเรียกมาช่วยงานในโรงเลื่อยไม้ สู่ผู้จัดการโรงเลื่อยวัยชราที่ยังสนุกกับการทำงานทุกวัน

การทำงานของหลงจู๊และทุกคนในที่นี้กินเวลาถึง 6 วันต่อสัปดาห์ เริ่ม 8.00 นาฬิกา และเลิก 17.00 นาฬิกา ลูกน้องคนอื่นอาจมีทั้งที่พักอยู่ในรั้วโรงเลื่อยนี้ และมีบ้านพักอยู่ด้านนอก แต่หลงจู๊กินนอนอยู่ที่นี่ ยึดโรงเลื่อยเป็นบ้านของตนเอง

“พักอยู่ที่เลย โรงงานเป็นเหมือนบ้าน เฝ้าโรงงานให้เขา”

ทุกวัน หลงจู๊อ่างจะนุ่งกางเกงขาสั้นเหนือเข่าเพื่อง่ายต่อการปีนป่ายขึ้นบนกองซุงและเครื่องจักร นำสำลีมาอุดรูหูเพื่อป้องกันเสียงดังระหว่างเลื่อย รวมทั้งสวมหน้ากากอนามัยเพื่อกรองฝุ่นและเศษไม้

“บางทีใช้เสียงก็ไม่ได้ เพราะเสียงมันดัง ต้องตะโกนแข่งกับเลื่อยสายพาน” เขาว่า แล้วชูนิ้วมือส่งสัญญาณให้คนงานแผนกคุมเครื่องจักรทำตามข้อตกลงร่วมกัน “ต้องใช้มือแบบนี้ ดูง่ายกว่า”

ในขณะที่ลูกจ้างคนงานในโรงเลื่อยแห่งอื่นอาจมีแรงงานต่างด้าว ชาวประเทศเพื่อนบ้านเข้ามาใช้แรงงานบ้าง แต่คนงานที่ไท้เชียงทุกคนเป็นคนไทย โดยมากมาจากต่างจังหวัด ทุกคนที่เป็นลูกมือในการแปรรูปไม้กระดานอยู่ในตอนนี้ล้วนผ่านการถ่ายทอดวิชาจากหลงจู๊อ่างมาแล้วทั้งสิ้น

หลงจู๊อ่าง อดีตเด็กหนุ่มที่ถูกลุงเรียกมาช่วยงานในโรงเลื่อยไม้ สู่ผู้จัดการโรงเลื่อยวัยชราที่ยังสนุกกับการทำงานทุกวัน
หลงจู๊อ่าง อดีตเด็กหนุ่มที่ถูกลุงเรียกมาช่วยงานในโรงเลื่อยไม้ สู่ผู้จัดการโรงเลื่อยวัยชราที่ยังสนุกกับการทำงานทุกวัน

“เราต้องสอนเขา เขาต้องหัดมาจากตัดไม้บ้าง ซอยไม้บ้าง”

แต่เมื่อถูกถามว่าจะมีใครที่หน่วยก้านดี มีแววขึ้นมาสืบต่องานหลงจู๊ได้บ้าง หลงจู๊คนปัจจุบันก็ส่ายหน้าแล้วตอบอย่างไม่ต้องคิดว่า

“หายาก ไม่มีคนทำ เพราะปัญหาคือหลงจู๊โรงเลื่อยต้องชำนาญเรื่องไม้ ต้องหัดตั้งแต่เด็ก ๆ ว่าไม้มันสวยไหม หมดยุคผมก็คงหมดแล้ว ไม่มีใครสืบ นอกจากตามต่างจังหวัดที่เขาผ่าเหมือนกัน พวกไม้สวนป่า ไม้เล็ก ๆ มันเลื่อยง่าย ไม่แข็งไม่ทนแบบไม้สัก”

หลงจู๊อ่าง อดีตเด็กหนุ่มที่ถูกลุงเรียกมาช่วยงานในโรงเลื่อยไม้ สู่ผู้จัดการโรงเลื่อยวัยชราที่ยังสนุกกับการทำงานทุกวัน

จากข้อมูลของ ‘โกเก่ง’ ญาติผู้น้องของหลงจู๊อ่าง โรงเลื่อยที่ยังเหลืออยู่เพียง 4 – 5 แห่งในย่านบางโพต้องประสบปัญหาคล้ายคลึงกัน ได้แก่ การขาดแคลนวัตถุดิบและตลาดที่ต้องการสินค้า เพราะหลังจากการปิดป่า ห้ามตัดไม้ในภาคเหนือเมื่อ พ.ศ. 2532 เจ้าของโรงเลื่อยต้องหันไปซื้อไม้ซุงจากต่างประเทศเข้ามาเลื่อยแทน อย่างที่ไท้เชียงก็ได้จากการประมูลสัมปทานไม้สักในเมียนมา ขณะที่คนรุ่นใหม่มองว่าไม้สักเป็นของโบราณล้าสมัย หันไปใช้วัสดุชนิดอื่น ๆ ในการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ก่อสร้างแทน

งานที่โรงเลื่อยจึงลดฮวบฮาบจากสมัยที่หลงจู๊อ่างเพิ่งขึ้นรับตำแหน่งหลงจู๊ใหม่ ๆ มาก จากเคยมีงานเลื่อยทุกวัน บางวันต้องเลื่อยไม้กันจนดึกดื่น ได้ส่งออกไม้แปรรูปไปยังต่างประเทศ กลายเป็นเลื่อยเฉพาะเมื่อมีออร์เดอร์จากลูกค้า บางวันก็ไม่ต้องเลื่อยซุง แต่แปรรูปทำเครื่องเรือนหรือพื้นบ้านแทน

แต่นั่นไม่เป็นปัญหาสำหรับคนที่เลื่อยไม้มาตั้งแต่วัยฉกรรจ์ยันวัยชรา เพราะเขาพร้อมทำงานทุกชิ้นด้วยพละกำลังที่ยังเหลือแหล่ แม้ไม่รู้ว่าจะทำต่อไปอีกนานเท่าไรก็ตาม

หลงจู๊อ่าง อดีตเด็กหนุ่มที่ถูกลุงเรียกมาช่วยงานในโรงเลื่อยไม้ สู่ผู้จัดการโรงเลื่อยวัยชราที่ยังสนุกกับการทำงานทุกวัน

“สนุกและท้าทายดี ยังมีความสุข งานหลงจู๊ไม่มีใครทำ หายาก เราจะสอนคนก็สอนไม่ได้ ไม่มีใครหัด เคยสอนลูกน้อง ลูกน้องมันใช้ไม่ได้ มันไม่เก่ง เพราะเขาไม่เข้าใจหลักการ สอนแล้วก็ไม่จำ แต่สอนแล้วไม่ไหว คนงานต้องเชิญออก เหลือแต่เราอย่างเดียว” หลงจู๊อ่างหัวเราะอย่างอารมณ์ดี

ถึงจะไม่มีคนมาสืบสานงานของเขา แต่เขาก็ยินดีที่จะถ่ายทอดข้อมูลความรู้ที่ตนเองมีให้กับเด็กรุ่นใหม่ โดยเฉพาะเหล่านักศึกษาที่มักจะแวะเวียนมาขอความรู้ที่โรงเลื่อยจักร์ไท้เชียงอยู่เนือง ๆ

“ทำจนกว่าจะไม่ไหวนั่นแหละ ตำแหน่งนี้ไม่ได้ก็มาทำตำแหน่งเบา ๆ ทำกันไปจนตาย ถ้าเราแข็งแรงก็ทำได้ตลอด เราอาศัยสวดมนต์ ไม่ดื่มเหล้า ไม่สูบบุหรี่ เพราะเรารู้หมดทุกอย่าง ร่างกายแข็งแรง เดี๋ยวนี้ต้องทำเองหมด เราออกกำลังจะได้แข็งแรง แต่อย่าเครียดเท่านั้น เครียดทุกอย่างก็เสร็จหมด”

หลงจู๊อ่าง อดีตเด็กหนุ่มที่ถูกลุงเรียกมาช่วยงานในโรงเลื่อยไม้ สู่ผู้จัดการโรงเลื่อยวัยชราที่ยังสนุกกับการทำงานทุกวัน
หลงจู๊อ่าง อดีตเด็กหนุ่มที่ถูกลุงเรียกมาช่วยงานในโรงเลื่อยไม้ สู่ผู้จัดการโรงเลื่อยวัยชราที่ยังสนุกกับการทำงานทุกวัน

วันที่ 4 – 15 กุมภาพันธ์ 2566 ในช่วงสัปดาห์ Bangkok Design Week 2023 โรงเลื่อยจักร์ไท้เชียงเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรม The Tour of Wood ทริปที่จะพาผู้เข้าร่วมไปรู้จักไม้ตั้งแต่ต้นน้ำสู่ปลายน้ำ ไปพบกับ หลงจู๊อ่าง-ชาญสิทธิ์ มีอุดมศักดิ์ ตัวจริงเสียงจริงได้ในทัวร์นี้ ติดตามความเคลื่อนไหวได้ที่เฟซบุ๊ก Bangphowoodstreet หรือเว็บไซต์ Bangphowoodstreet.com

Writer

พัทธดนย์ กิจชัยนุกูล

พัทธดนย์ กิจชัยนุกูล

ชอบอ่านเขียนตั้งแต่จำความได้ สนใจวิชาสังคมศึกษาตั้งแต่จบอนุบาล ใฝ่รู้ประวัติศาสตร์ตั้งแต่อยู่ประถม หัดแต่งนวนิยายตั้งแต่เรียนมัธยม เขียนงานสารพัดด้วยนามปากกา “แพทริก เหล่า” ตั้งแต่เข้ามหา’ลัย

Photographer

Avatar

ปฏิพล รัชตอาภา

ช่างภาพอิสระที่สนใจอาหาร วัฒนธรรมและศิลปะร่วมสมัย มีความฝันว่าอยากทำงานศิลปะเล็กๆ ไปเรื่อยๆ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load