18 มิถุนายน 2565
10.87 K

The Cloud x สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa)

ความเป็นติ่งของ เคน-ธีรเดช วงศ์พัวพันธ์ และ รถไฟฟ้า..มาหานะเธอ ทำให้เราต้องดั้นด้นไปตามหาทันทีที่รู้ว่า ‘บ้านของพี่เคน’ (ในภาพยนตร์) ได้กลายเป็นโรงแรมริมน้ำเล็ก ๆ แถวถนนทรงวาดชื่อ ‘ลอยละล่อง

ต่อมา เมื่อได้รู้จักและเลิกกรี๊ดความเป็นบ้านพี่เคนแล้ว เราก็ยังเทียวไปเทียวมาที่นี่อยู่ตลอด ด้วยความรู้สึกผูกพันส่วนตัว และยังพาคนอื่นไปสัมผัสเสน่ห์ที่ไม่เคยล้าสมัย แม้ล่วงเข้าปีที่ 11 แล้ว

สิ่งที่ไม่เคยเปลี่ยน (และทำให้อึ้งไปหลายวินาทีเมื่อแรกรู้จัก) คือเรายังต้องเดินผ่านลานจอดรถของวัดปทุมคงคาไปจนสุดทางที่มีกุฏิพระเรียงรายอยู่ ทางเข้าที่เป็นซอกระหว่างกุฏิ ยังเป็นที่จอดมอเตอร์ไซค์และรถเข็นขายของที่มีสารพัดสิ่งวางสุมอยู่ ส่วนมาสคอตของโรงแรมก็ยังเป็นคุณป้าข้างบ้านคนเดิมที่ชอบเปิดประตูนั่งรับลม และคอยต้อนรับแขกผู้มาเยือนด้วยการชี้ทางเข้าให้กับใบหน้างง ๆ ของคนที่เพิ่งมาเยือนสถานที่แห่งนี้เป็นครั้งแรก

นอกจากคุณป้าจะเป็นมาสคอตของที่นี่แล้ว คุณป้ายังเป็นตรายางที่รับรองว่า ลอยละล่องเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนได้อย่างลงตัว และเคารพคนในชุมชนในฐานะผู้มาขออาศัย โดยไม่เขินอายที่จะปกปิด หรือพยายามเปลี่ยนสภาพด้านนอกให้ดูดีขึ้น เมื่อยอมรับความไม่เข้ากันที่เข้ากันได้ ซี-สราวุธ ศาสนนันทน์ และภรรยา จึงตัดสินใจทิ้งงานอันมั่นคงในวงการโฆษณา มาลงมือสร้างโรงแรมเล็ก ๆ ริมน้ำเมื่อ พ.ศ. 2554 ทันที

การเดินทาง 11 ปี ของ ‘ลอยละล่อง’ โรงแรมริมน้ำเจ้าพระยาที่ชาร์จพลังให้นักเดินทางทั่วโลก

“ตอนแรกผมก็คิดว่าการลาออกมันยาก แต่เอาเข้าจริง พอถึงเวลา ใจผมเรียกร้องมาก ไม่ได้คิดหน้าคิดหลัง คิดแต่ว่า ไม่เอาแล้วเว้ย! หลังจากนั้นผมบอกแม่ว่ามีข่าวดี ผมเป็นอิสระแล้ว แม่ด่าเปิงเลย” ซีหัวเราะ

“การลาออกมีเหตุให้ผมกลัวเยอะมาก ไม่มีใครเห็นด้วยเลย พอเจอตัวบ้านและสภาพแวดล้อมของที่นี่ (ที่ตั้งของลอยละล่อง) แฟนถามว่า พี่ไหวเหรอ ผมก็ถามกลับว่า มันมียิ่งกว่านี้อีกนะ อยู่ที่ว่าเราจะทำหรือเปล่า แล้วปัญหาที่มากกว่านั้นก็คือ น้ำ หลังจากนั้น 6 เดือน น้ำท่วมอยู่ 1 เดือน พระเจ้ารับน้องชุดใหญ่มาก แต่ทุกอย่างที่ดูจะเป็นปัญหา กลับไม่ใช่ปัญหาของเรา แต่เป็นปัญหาของคนที่มาพัก ถ้าเขายอมรับบริบทตรงนี้ได้” เขาเล่าติดตลก

เราก็เป็นหนึ่งในคนมาพักที่เห็นว่า การขึ้นลงของน้ำคือประสบการณ์น่าสนุก ตื่นเต้น และท้าทายจริง ๆ แต่ไม่ใช่แขกทุกคนที่จะรับความขลุกขลักแบบนี้ได้ ซีบอกว่าทั้งสองฝ่ายมีสิทธิ์ที่จะเลือก (ทั้งแขกและเจ้าของที่พัก) เพราะเขาเชื่อว่าการไปเที่ยวหรือไปพักที่ไหน ตัวเราต้องอยู่ในที่ที่ชอบก่อน ทริปนั้นถึงจะแฮปปี้ ลอยละล่องเลยไม่มีปัญหา ถ้าแขกจะปฏิเสธการเข้าพัก แต่กลับมีปัญหาในการปฏิเสธแขกมากกว่า เพราะบางทีไม่เข้ากันจริง ๆ ก็จะทำตัวไม่ถูก

การเดินทาง 11 ปี ของ ‘ลอยละล่อง’ ที่พักริมน้ำเจ้าพระยาที่ชาร์จพลังให้นักเดินทางทั่วโลก

“เคยมีฝรั่งชาวเยอรมันคู่หนึ่งมาพักที่นี่ ภรรยาเขาหน้าบึ้งมาก เหมือนกับว่าที่พักเราไม่ใช่แบบที่เขาคิดไว้ ซึ่งเขาจองมา 3 คืน ผมบอก ถ้าอย่างนั้น คืนนี้ยูนอนเลย ถ้าพรุ่งนี้ยูไม่ชอบ ไอคืนเงินให้ทั้งหมด เพราะตอนนั้นค่ำมากแล้ว จะไปหาที่พักใหม่ก็ลำบาก ปรากฏว่าตอนเช้าเขาชอบมาก และขอบคุณที่ให้โอกาสเขา มันกลายเป็นมิตรภาพที่ดีมากครับ แล้วเขาก็กลับมาบ่อย ทุกครั้งที่เขามาก็จะมีของมาฝากผม แล้วเอาของผมกลับไปด้วย เช่น ต้นไม้ ใบหญ้า”

ซีจึงปล่อยการตลาดของลอยละล่องให้เป็นไปตามธรรมชาติ เขาทิ้งตำราโฆษณาที่ตัวเองเชี่ยวชาญ และพบว่าวิธีนี้ดีที่สุด เพราะคนที่ถูกใจก็จะแนะนำคนที่ใกล้เคียงกับเขา และใกล้เคียงกับโรงแรมมาพัก ทำให้แฮปปี้ด้วยกันทั้งสองฝ่าย ประกอบกับโรงแรมมีห้องพักแค่ 6 ห้อง ไม่ต้องการแขกมากมาย การเป็นโรงแรมเล็ก ๆ นี้ เจ้าของคือคาแรกเตอร์ของโรงแรมทั้งหมด ข้อดีคือตั้งราคาได้ ลดราคาได้ถ้าอยากจะลด และเป็นอิสระมากกว่า

การเดินทาง 11 ปี ของ ‘ลอยละล่อง’ ที่พักริมน้ำเจ้าพระยาที่ชาร์จพลังให้นักเดินทางทั่วโลก

การกลับไปเยี่ยมเยียนโรงแรมที่เพิ่งผ่านการรีโนเวตครั้งที่ 3 เมื่อเดือนพฤษภาคม สิ่งที่เห็นได้ชัดคือ ที่นี่ได้เพิ่มลูกเล่นและสีสันให้กับบ้านไม้สีธรรมชาติอันคุ้นตาไปอีกระดับ ซึ่งการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้มาจากการตกผลึกทางความคิด และประสบการณ์ที่ลองผิดลองถูกมาตลอดของเจ้าของนั่นเอง

ซีเริ่มทำที่พักแห่งนี้ด้วยความดุ่ย ๆ หลายเรื่องที่ควรจะกลัวก็ไม่กลัว แถมยังขบถเล็ก ๆ ต่อศาสตร์การทำโรงแรมทั่วไป การรีโนเวตในแต่ละรอบ นอกจากเรื่องปรับปรุงความทรุดโทรมแล้ว ก็ถือเป็นการรีเฟรชตัวโรงแรมและตัวของซีด้วย ปีนี้จึงมีการเปลี่ยนรูปลักษณ์มากขึ้น หลังจากเริ่มคิดว่าอะไรเป็น Best Stay และ Luxury สำหรับแขกผู้มาพัก

ในเมื่อตัวอย่างความหรูหราของซี คือการละเลียดกาแฟตอนเช้าสัก 2 ชั่วโมง ในบรรยากาศสงบที่แทบหาไม่ได้ในกรุงเทพฯ ทำให้เขาใส่รายละเอียดในแต่ละห้องมากขึ้น เพิ่มเครื่องทำกาแฟ ต่อเติมระเบียง เสริมด้วยต้นไม้และดอกไม้ที่จะเบ่งบานรับแขกที่ตื่นมาชงกาแฟเอง และตั้งใจให้พวกเขาออกไปนั่งที่ระเบียงในชุดนอน เพื่อดื่มด่ำบรรยากาศแม่น้ำได้นานเท่าที่ต้องการ สิ่งเหล่านี้เป็นความหรูหราในนิยามที่ลอยละล่องอยากมอบให้แขกผู้มาพักทุกคน

แขกต่างชาติส่วนใหญ่ของที่นี่ เป็นคนที่มาเมืองไทยหลายครั้งจนแทบไม่ออกไปไหน แต่เอ็นจอยกับการใช้เวลาอยู่ในที่พักเล็ก ๆ เหมือนโอเอซิส หลังจากผ่านความวุ่นวายของเยาวราชบ้าง โดนแท็กซี่หลอกบ้าง เขาเหล่านี้จึงไม่ได้ต้องการอะไรมากกว่าการเห็นเรือทุกชนิดแล่นผ่านไปมา หรือเห็นขยะทุกประเภทลอยผ่านหน้า แค่นั้นเอง

มิตรภาพและความไว้วางใจที่เกิดขึ้นในบ้านน้อยหลังนี้ มาในคำชมหลายรูปแบบที่ไม่ต้องเอ่ยวาจา เช่น แขกบางคนเดินถอดเสื้อโดยไม่ปิดประตูห้อง บางคนทิ้งกระเป๋าเงินและกล้องไว้ขณะที่ออกไปเที่ยวครึ่งค่อนวัน บางคนเอาของมาทิ้งไว้ให้ บางคนส่งลูกมาพักและให้ช่วยดูแล หรือบางคนฝากของให้เพื่อนที่จะมาพักในอีก 8 เดือน (ข้างหน้า) แบบนี้ก็มี!

การเดินทาง 11 ปี ของ ‘ลอยละล่อง’ ที่พักริมน้ำเจ้าพระยาที่ชาร์จพลังให้นักเดินทางทั่วโลก

ในรอบ 10 ปี เราเยือนลอยละล่องในฐานะแขกประจำ แต่ที่เห็นว่าไม่ประจำคือหน้าของพนักงาน ถือเป็นเรื่องน่าปวดหัวสำหรับเจ้าของกิจการไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่ แต่ใน 2 – 3 ปีที่ผ่านมา ที่นี่ได้ทีมสาว ๆ ไฟแรงแสนน่ารักมาช่วยดูแลบ้านน้อยหลังนี้ ตรงตามเจตนารมณ์ของโรงแรมและแขกผู้มาพัก ที่สำคัญ สาว ๆ มีฝีมือในการทำอาหารไม่แพ้เชฟมีชื่อ จึงช่วยประคองตัวผ่านวิกฤตช่วงปิดประเทศไปได้ การเปิดร้านอาหารและบาร์เล็ก ๆ เปลี่ยนโรงแรมเป็นพื้นที่ Work from River เพื่อรองรับแขกคนไทย ทำให้มีคนเข้ามาเยือนตลอดโดยไม่จำเป็นต้องค้าง

การได้ทีมที่เข้มแข็งเป็นความโชคดีในความโชคร้ายระหว่างปิดประเทศอย่างมาก หลัง ๆ โรงแรมได้คอมเมนต์นอกเหนือจากการชื่นชมแม่น้ำตามสูตร เป็นการพูดถึงพนักงาน เรื่องนี้ซีขอขอบคุณคำสอนจากพี่คนหนึ่งที่เป็นเจ้าของที่พักกลางเกาะหลีเป๊ะ เขาต้องไปส่งแขกที่ท่าเรือด้วยตัวเองแทบทุกครั้ง ด้วยความคิดว่า

“เวลาแขกเช็กเอาต์ ก็เหมือนตายจากกัน เขาอาจไม่กลับมาแล้ว ต้องบริการเขาให้ดีที่สุด ต่อให้เขาแย่ที่สุด ก็ต้องจบกันในภพเล็ก ๆ นี้” คำพูดนี้ทำให้ซีตอบตัวเองได้ว่า เขาต้องดูแลแขกแบบไหน และพร่ำสอนพนักงานให้คิดแบบนั้น ซีเชื่อว่า “คนไทยคือ Soft Power ที่ต้องเก็บไว้ เป็นเรื่องดีของคนไทยมาก ๆ ที่เรามีน้ำใจโดยอัตโนมัติ”

เมื่อไทยเริ่มเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยว ลอยละล่องจึงยิ่งกว่าพร้อมที่จะต้อนรับแขกจากต่างแดน โดยพกความมั่นใจในมิตรภาพข้ามโลกที่แฝงความโรแมนติกว่า คนที่ไม่ควรจะได้เจอกัน แต่ก็ได้เจอกัน เป็นเพื่อนกัน ทำให้มีโอกาสดูแลกัน และมอบความสุขกลับไป ถือเป็นรางวัลที่มีค่ามากของโรงแรม

การเดินทาง 11 ปี ของ ‘ลอยละล่อง’ ที่พักริมน้ำเจ้าพระยาที่ชาร์จพลังให้นักเดินทางทั่วโลก

ไม่ว่าจะเป็นแขกประจำหรือแขกที่เพิ่งมาครั้งแรก การเดินผ่านประตูไม้ทึบเข้ามาตามทางเดินแคบ ๆ ก่อให้เกิดความรู้สึกตื่นเต้นและคาดหวังทุกครั้ง เราเริ่มรับรู้ถึงความเย็นสงบไปพร้อม ๆ กับได้ยินเสียงคลื่นน้ำเป็นระยะ ๆ เมื่อผ่านครัวเล็ก ๆ ทางซ้ายที่ดูจะวุ่นวายที่สุด เพราะเป็นที่ประจำการของทีมสาว ๆ ก่อนจะเข้าสู่ห้องนั่งเล่นที่ปูลาดด้วยเบาะสีสดใส ข้างหน้าคือวิวพาโนราม่าของเจ้าพระยาที่ดึงดูดให้ถลาไปชื่นชมก่อนแทบทุกคน

นอกจากตั้งชื่อโรงแรมว่า ‘ลอยละล่อง’ จากการสะท้อนโลเคชันตามสูตรแล้ว ชื่อนี้ยังเหมือนกับการประกาศอิสรภาพว่า (ออกจากงาน) ไปแล้วนะ และเมื่อเริ่มเข้าไปทำจริง ๆ ซีพบว่า แต่ละห้องไม่เหมือนกันเลย ความสนุกและความท้าทายจึงเหมือนกับการทำห้อง 6 ห้อง เป็น 6 สถานที่ในแต่ละรายละเอียด การตั้งชื่อห้องเป็นสีก็เพื่อให้สื่อสารง่าย และยังง่ายต่อการตกแต่งจาก Scheme Colour (โทนสี) ด้วย

เราแอบถามซีจนพบว่า บ้านหลังนี้จริง ๆ มีทั้งหมด 7 ห้อง แต่เนื่องจากห้องหนึ่งไม่เอื้อกับคุณภาพในการนอน ที่นี่จึงเปิดห้องพักแค่ 6 ห้อง 6 สี โดยอยู่ข้างล่าง 3 ห้อง ข้างบนอีก 3 ห้อง

ห้องสีฟ้า ซีบอกว่า ทัศนคติของการลาออกจากงานในครั้งนั้น ได้นำไปบรรจุในห้องสีฟ้าหมดแล้ว จึงดูเป็นห้องที่น่าค้นหาความหมายที่สุดและยอดนิยมที่สุด ถึงแม้จะไม่รู้ที่มาที่ไปก็ตาม

การเดินทาง 11 ปี ของ ‘ลอยละล่อง’ ที่พักริมน้ำเจ้าพระยาที่ชาร์จพลังให้นักเดินทางทั่วโลก
ความสุขปริ่มน้ำที่ 'ลอยละล่อง' สิ่งที่นักเดินทางโอบรับและโหยหา หลังโดนซ้อมจนเหนื่อยล้าจากความวุ่นวายในกรุงเทพฯ

ห้องสีเขียว จุดเด่นคือ อ่างอาบน้ำสีทองแดงที่ต้องไปจ้างทำ เนื่องจากสู้ราคาอ่างจริงไม่ได้ ให้อารมณ์เหมือนอาบน้ำริมธาร ล้อไปกับรูปวาดบนผนังสีเขียวแบบในหนัง Great Expectations

ความสุขปริ่มน้ำที่ 'ลอยละล่อง' สิ่งที่นักเดินทางโอบรับและโหยหา หลังโดนซ้อมจนเหนื่อยล้าจากความวุ่นวายในกรุงเทพฯ
ความสุขปริ่มน้ำที่ 'ลอยละล่อง' สิ่งที่นักเดินทางโอบรับและโหยหา หลังโดนซ้อมจนเหนื่อยล้าจากความวุ่นวายในกรุงเทพฯ

ห้องสีดำ ที่เจ้าของชอบที่สุด แต่ถูกคนรอบตัวว่ามากที่สุด เพราะหาว่าเป็นสีอัปมงคล!

สำหรับแขกประจำแบบเรา บอกได้เลยว่าห้องนี้มีการปรับปรุงมากที่สุด ด้วยการเพิ่มขนาดของห้องและเปลี่ยนตำแหน่งของห้องน้ำให้สะดวกมากขึ้น และมีระเบียงให้ออกไปจิบกาแฟยามเช้า

ห้องสีส้ม เป็นห้องขนาดเล็กที่สุดสำหรับ Solo Traveler และถือว่าน่ารักน่านอนด้วยนะ อาจจะเพราะโรงแรมค้นพบว่า คนที่เที่ยวคนเดียวไม่ใช่ผู้ชาย แต่เป็นผู้หญิงนี่เอง

ความสุขปริ่มน้ำที่ 'ลอยละล่อง' สิ่งที่นักเดินทางโอบรับและโหยหา หลังโดนซ้อมจนเหนื่อยล้าจากความวุ่นวายในกรุงเทพฯ

ห้องสีขาว มีทางเข้าได้ทั้งชั้นบนและชั้นล่าง ถือกำเนิดจากการเป็นห้องแบบ Dormitory แต่สุดท้ายก็ทำเป็นห้องสำหรับ Family แทน สำหรับครอบครัวที่มีเด็ก ห้องนี้สนุกที่สุด (มีประตูลับด้วย)

ห้องสีแดง มีกลิ่นอายแบบจีน ๆ และมีส่วนหนึ่งอยู่ใต้หลังคา จึงจัดเป็นที่นอนเสริมสำหรับครอบครัวที่มีลูกเล็ก ๆ นอนรวมกันได้ถึง 3 คน

ความสุขปริ่มน้ำที่ 'ลอยละล่อง' สิ่งที่นักเดินทางโอบรับและโหยหา หลังโดนซ้อมจนเหนื่อยล้าจากความวุ่นวายในกรุงเทพฯ

แต่ละชั้นมีห้องนั่งเล่นตรงกลาง และมีชานสำหรับชมวิวแม่น้ำ โรงแรมให้ความสำคัญกับพื้นที่ส่วนกลางมาก เพราะเป็นส่วนที่สร้างมิตรภาพให้เกิดขึ้น ระหว่างผู้เข้าพักที่มาจากคนละซีกโลก และมิตรภาพระหว่างแขกกับโรงแรม

“ผมทำลอยละล่องมา 10 ปี สมัยก่อนผมอาจจะอยากได้เพื่อน แต่ ณ วันนี้ ผมรู้สึกว่าแขกมาถึงที่พักผมก็ไม่ง่าย ทั้งคนไทยและต่างชาติที่บินมาจากไหนก็ไม่รู้ เขามาให้โอกาสผม ผมเลยอยากดูแลเขาให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ นอกจากดูแลกายแล้ว ผมก็ขอดูแลใจเขาด้วย หมายถึง ให้เขามาชาร์จแบตกลับไปจน Full Energy”

นี่เป็นคำพูดที่ยังติดหูเรา เมื่อบอกลาความสงบและกลับสู่ความวุ่นวายของโลกด้านนอกอีกครั้ง

ความสุขปริ่มน้ำที่ 'ลอยละล่อง' สิ่งที่นักเดินทางโอบรับและโหยหา หลังโดนซ้อมจนเหนื่อยล้าจากความวุ่นวายในกรุงเทพฯ

ในขณะที่ซีมีโอกาสดูแลเพื่อนข้ามโลกสารพัดชาติ แต่โชคชะตากลับเล่นตลก ให้ต้องสูญเสียคนรักที่ร่วมแรงร่วมใจสร้างลอยละล่องมาด้วยกัน เป็นเวลาหลายปีที่ทั้งคู่มีโอกาสเรียนรู้การเผชิญความตายอย่างสงบและมีสติ หรือ Peaceful Death ด้วยกัน จากการดูแลแนะนำสั่งสอนของ พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล ที่ให้ความสำคัญกับ Palliative Care หรือ การดูแลวิญญาณและจิตสุดท้าย รวมถึงดูแลผู้ที่ดูแลคนป่วยด้วย

เมื่อผ่านเรื่องนี้ไปได้แบบเข้มแข็งทุกฝ่ายจนถึงวาระสุดท้าย ซีเลยปวารณาตนไปบวชรับใช้พระอาจารย์ที่วัดป่าบนยอดเขาที่จังหวัดชัยภูมิถึง 2 ครั้ง และยังจัดคอร์สอบรม ‘เผชิญความตายอย่างสงบ’ ที่โรงแรมเกือบทุกปีด้วย เป็นคอร์สที่ส่วนตัวมาก ๆ เพราะรับผู้เข้าร่วมแค่ 15 – 16 คนเท่านั้น ซีเน้นรับเฉพาะคนไทย ถึงแม้ว่าจะมีชาวต่างชาติที่อยู่เมืองไทยอยากเข้าร่วมก็ตาม

1 ทศวรรษของ ‘ลอยละล่อง’ จึงผ่านเรื่องสุข ทุกข์ และความเจ็บปวดมากมาย ในขณะที่ทำให้ ‘ผู้รับ’ ได้สิ่งที่ดีและสุขสบายที่สุด ใครจะรู้ว่าในบางขณะ ‘ผู้ให้’ ต้องมีกำลังใจที่เข้มแข็งและมีทัศนคติที่ดี ที่พร้อมจะมอบให้คนรอบตัวแค่ไหน นั่นเป็นความประทับใจจากการบังเอิญไปรับรู้เรื่องราวที่ส่งพลังบวกให้กับเราอย่างมาก

ถึงจะเหมือนอีกหลายคนที่อยากเก็บที่นี้ไว้เป็นความลับมากเท่าไหร่ แต่ในที่สุดก็อดไม่ได้ที่จะอวดสิ่งที่เรารัก และอยากให้คนที่เคมีตรงกันได้ไปสัมผัส ตกหลุมรัก และ Have a Nice Stay เหมือนเรา ที่ลอยละล่องแห่งนี้

การเดินทาง 11 ปี ของ ‘ลอยละล่อง’ โรงแรมริมน้ำเจ้าพระยาที่ชาร์จพลังให้นักเดินทางทั่วโลก

Loy La Long Hotel
ที่อยู่ : 1620/2 ถนนทรงวาด (ในวัดปทุมคงคา) แขวงสัมพันธวงศ์ เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพมหานคร 10100 (แผนที่)

โทรศัพท์ : 0 2639 1390

เว็บไซต์ : loylalong.com

Facebook : Loy La Long Hotel

The Cloud Golden Week คือแคมเปญสนุก ๆ ที่ทีมงานก้อนเมฆขอประกาศลาพักร้อน 1 สัปดาห์ เนื่องในโอกาสฉลอง The Cloud ครบ 5 ปี เราเลยเปิดรับวัยอิสระ อายุ 50 ปีขึ้นไป ทั้งนักเขียน ช่างภาพ และผู้ดำเนินรายการพอดแคสต์ เข้ามาประจำการแทนใน The Cloud Golden Week ขอเรียกว่าเป็นการรวมพลังวัยอิสระมา ‘เล่าเรื่อง’ ในฉบับของตนเองผ่านสื่อดิจิทัลบนก้อนเมฆ เพราะเราเชื่อว่า ‘ประสบการณ์’ ของวัยอิสระคือเรื่องราวอันมีค่า เราเชื่อในศักยภาพของมนุษย์ อายุที่เพิ่มขึ้นเป็นเพียงตัวเลข ไม่ใช่ข้อจำกัดของการเรียนรู้

แคมเปญนี้เราร่วมกับ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) เพื่อส่งต่อแรงบันดาลใจให้วัยอิสระกล้ากระโจนเข้าหาประสบการณ์ใหม่ ๆ ออกมาพูดคุยกับเพื่อนวัยเดียวกัน พร้อมแบ่งปันเรื่องราวอันเปี่ยมด้วยคุณค่า เพื่อเติมฟืนไฟให้กาย-ใจสดใสร่าเริง

นี่เป็นครั้งแรกที่ทีมงาน The Cloud มีสมาชิกอายุรวมกันมากกว่า 1,300 ปี!

Writer

สุทธิชา จารุรัตน์

คุณแม่ลูกสอง จบอักษรศาสตร์ จุฬาฯ ชื่นชอบการอ่านหนังสือ ดูหนัง ชมละคร Broadway & West End และละครเวทีเล็กของไทย ว่าง ๆ มักจะเดินชมงาน ฟัง Talk เรื่องศิลปะและประวัติศาสตร์ ท่องเที่ยวในและต่างประเทศ และทานอาหารนอกบ้าน

Photographer

สาโรจน์ ปาลกวงศ์ ณ อยุธยา

“หยุดเวลาไว้ในภาพใบนั้น โอบกอดวันวานไว้ในกล้องตัวเก่า โลกสุขสว่างหรือซึมเศร้า งามหรือเหงา ล้วนมีค่าเท่าๆ กัน” เกิดมาเป็นผู้บันทึก มีโอกาสถ่ายทอดเรื่องราวมากมาย ขอบคุณทุกฉากชีวิตที่ผ่านมา แม้เพียงครั้งหนึ่งยังคิดถึงเสมอ

Have a Nice Stay

รวมที่พักแนวคิดดีที่น่าไปนอนทำความรู้จัก

25 มิถุนายน 2565
1.36 K

เขาหลัก

ถ้าใครรู้จักผมคงแปลกใจ ว่าทำไมคนที่ไม่ชอบเที่ยวทะเล ไม่เล่นเซิร์ฟ ไม่ดำน้ำ และว่ายน้ำไม่เป็นอย่างผม ถึงหยิบวันหยุดยาวมาใช้ที่ ‘เขาหลักเมอร์ลินรีสอร์ท’ จังหวัดพังงา

แต่ถ้าใครรู้จักรีสอร์ตแห่งนี้คงไม่แปลกใจ

3 ปีก่อน ผมเคยคุยกับ คุณแชมป์-ชานน วงศ์สัตยนนท์ ผู้อำนวยการเครือโรงแรมเมอร์ลิน ที่ร้านกาแฟแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ ตอนนั้นคุณแชมป์คือวัยรุ่นไฟแรงที่เพิ่งกลับมาดูแลธุรกิจโรงแรมของครอบครัว เขาชวน BIG Trees มาช่วยตรวจสุขภาพต้นไม้ใหญ่มากมายในโรงแรม เขาว่ามีต้นไม้ใหญ่เยอะเหมือนอยู่ในป่า แต่ประโยคที่ยังติดหูผมอยู่ถึงวันนี้คือ ในโรงแรมมีสัตว์ป่าหลายชนิด ถ้าผมไปพัก เขาจะพาไปดูนางอาย

ผมมาตามสัญญา แต่ช้าไป 3 ปี

Khaolak Merlin รีสอร์ตที่รักษาต้นไม้ใหญ่จนเป็นบ้านของนางอายและสัตว์ 150 ชนิด

ต้นไม้

ผมส่ายหน้าบอกพนักงานว่า ไม่ต้องเดินไปส่ง แค่ชี้ทางก็พอ ไม่ว่าโรงแรมไหน ๆ ผมชอบหาทางเดินไปห้องพักเอง แต่รอบนี้พนักงานของเขาหลักเมอร์ลินส่ายหน้ากลับ เขาหยิบกุญแจแล้วเดินนำผมจากล็อบบี้ซึ่งอยู่ติดถนนด้านหน้าโรงแรม ลงไปทางชายหาดที่อยู่ต่ำกว่ามาก เราก็เลยต้องเดินลงบันได วกไป วนมา ผ่านอาคารนั้น ออกทางนี้ ถึงมีแผนที่ก็ยังงง

รีสอร์ตแห่งนี้สร้างเมื่อปี 2000 อาก๋งของคุณแชมป์ คุณวีระ จิรายุส ประธานบริษัทและกรรมการผู้จัดการ และลูก ๆ หลาน ๆ เห็นว่าควรขยายกิจการโรงแรมออกนอกจังหวัดภูเก็ตบ้าง จึงเลือกสร้างโรงแรมแห่งที่ 4 ที่เขาหลัก จังหวัดพังงา ซึ่งตอนนั้นมีธรรมชาติอุดมสมบูรณ์มาก และบริเวณเขาหลัก-ลำรู่ ตรงนี้ก็ยังไม่มีที่พัก

Khaolak Merlin รีสอร์ตที่รักษาต้นไม้ใหญ่จนเป็นบ้านของนางอายและสัตว์ 150 ชนิด

ครอบครัวคุณแชมป์เลือกที่ดินมีโฉนดขนาด 30 ไร่ผืนนี้ เพราะติดทะเลและมีต้นไม้ใหญ่เยอะมาก ทุกคนรักต้นไม้ เลยเห็นตรงกันว่าควรทำที่พักแค่ 200 ห้อง จะได้มีพื้นที่สีเขียวเยอะ ๆ อาคารก็ต้องสร้างหลบต้นไม้ใหญ่ จึงกลายมาเป็นผังโรงแรมแบบเขาวงกต ให้ความรู้สึกเหมือนได้พักกลางป่า

จำนวนห้องที่น้อยถูกชดเชยด้วยการสร้างวิลล่าริมหาด 3 หลัง และตั้งราคาค่าห้องทั่วไปที่สูงกว่าปกติ เพราะนี่คือความหรูหราที่ลูกค้าชาวยุโรปกำลังตามหา ไม่ใช่หรูหราเพราะการออกแบบห้องพัก แต่หรูหราเพราะอยู่กลางธรรมชาติ ความคิดนี้เมื่อ 20 ปีก่อน ต้องถือว่าล้ำหน้ามาก

Khaolak Merlin รีสอร์ตที่รักษาต้นไม้ใหญ่จนเป็นบ้านของนางอายและสัตว์ 150 ชนิด
Khaolak Merlin รีสอร์ตที่รักษาต้นไม้ใหญ่จนเป็นบ้านของนางอายและสัตว์ 150 ชนิด

พนักงานโรงแรมที่เดินนำทางผมบอกว่า วันนี้มีแขกพักเต็มทุกห้อง แต่กลับไม่รู้สึกว่าแออัด หรือมองไปทางไหนก็เห็นแต่คน เพราะต้นไม้ครึ้มทั่วรีสอร์ตช่วยบังสายตาไม่ให้แขกมองเห็นกัน

ที่นี่มีต้นไม้ใหญ่ราว 270 ต้น แบ่งได้ 40 ชนิด อายุอย่างต่ำคือ 50 ปี หลายต้นน่าจะถึง 70 ปีหรือแก่กว่านั้น

ต้นไม้เด่น ๆ ของที่นี่มีหลายต้น เริ่มจากต้นเหรียง ไม้ทรงพุ่มใหญ่ด้านหลังล็อบบี้ ซึ่งมีโอกาสจะได้เห็นนางอายและค้างคาวแม่ไก่ ตรงห้องอาหารเช้ามีต้นเทพทาโรอยู่หลายต้น จัดเป็นต้นไม้ประจำถิ่นพังงาที่เปลือกมีกลิ่นหอม นิยมนำมาแกะสลักเป็นเทพตามศาลเจ้าในภาคใต้ ช่วงเทศกาลกินเจจะมีการนำไม้เทพทาโรไปเผาไฟ ซึ่งจะได้กลิ่นหอมเหมือนธูป

Khaolak Merlin รีสอร์ตที่รักษาต้นไม้ใหญ่จนเป็นบ้านของนางอายและสัตว์ 150 ชนิด

มองเลยไปทางหาดจะเห็นต้นไข่เขียว ซึ่งเป็นตะเคียนชนิดหนึ่ง สูงชะลูด มองเห็นได้แต่ไกล เป็นต้นไม้ที่สูงที่สุดในโรงแรม ส่วนต้นไม้หายากที่สุดคือ ยางมันหมู เป็นไม้ประจำถิ่นของภาคใต้ที่น้อยคนจะรู้จัก หายากขนาดพนักงานโรงแรมยังไม่รู้เลยว่าคือต้นไหน

ส่วนต้นไม้ที่มีเอกลักษณ์ที่สุดในโรงแรมคือ ต้นนิโครธ ซึ่งเป็นไทรชนิดหนึ่ง คนที่นี่เรียกว่า ต้นยีราฟ เพราะมีรูปทรงเหมือนยีราฟ เป็นต้นที่หาง่ายที่สุด และน่าจะถูกถ่ายรูปมากที่สุด

Khaolak Merlin รีสอร์ตที่รักษาต้นไม้ใหญ่จนเป็นบ้านของนางอายและสัตว์ 150 ชนิด

น้ำ

พอเปิดประตูเข้ามาในห้องพัก ผมก็สะดุดตากับหนังสือชื่อ A Compact Guide to Wildlife ที่ตั้งใจวางรับแขกอยู่บนโต๊ะ ในเล่มมีภาพสัตว์มากมายที่พบได้ในโรงแรม แยกตามโซนต่าง ๆ เช่น นกแขกเต้า นางอาย กิ้งก่าบินหัวสีฟ้า บ่าง นกตะขาบทุ่ง เหยี่ยวแดง นกกระเต็นอกขาว แมลงปอนานาชนิด ปาดบ้าน เขียดบัว นกเด้าลมหลังเทา เหี้ย และผีเสื้อมากมาย

Khaolak Merlin รีสอร์ตที่รักษาต้นไม้ใหญ่จนเป็นบ้านของนางอายและสัตว์ 150 ชนิด

ที่ผมแปลกใจคือ แต่ละพื้นที่ในโรงแรมพบสัตว์ที่แตกต่างกันได้ขนาดนี้เลย

พอเปิดโทรทัศน์ในห้อง จะเจอคลิปวิดีโอเล่าเรื่องสัตว์ป่าทั้งหมดในโรงแรม ราวกับที่นี่คือรีสอร์ตในซาฟารี ดูแล้วเลือดลมสูบฉีด นั่งในห้องต่อไม่ไหว ต้องรีบเปิดประตูออกไปดูของจริง

Khaolak Merlin รีสอร์ตที่รักษาต้นไม้ใหญ่จนเป็นบ้านของนางอายและสัตว์ 150 ชนิด
Khaolak Merlin รีสอร์ตที่รักษาต้นไม้ใหญ่จนเป็นบ้านของนางอายและสัตว์ 150 ชนิด

ใกล้ ๆ ห้องพักของผมมีลำธารเล็ก ๆ ที่ไหลจากด้านบนแถว ๆ ล็อบบี้ ลงไปที่บ่อมรกตทางด้านล่าง ในนั้นมีปลานิล สัตว์น้ำเล็ก ๆ และสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำหลายชนิด ลำธารแห่งนี้สร้างมาพร้อมรีสอร์ต ด้วยความคิดว่า ที่นี่มีต้นไม้เยอะ ถ้าต้องซื้อน้ำมารดต้นไม้ก็เปลือง เลยออกแบบระบบให้ส่งน้ำเสียจากทั้งโรงแรมมาบำบัดรวมกันในถังใต้ดินด้วยจุลินทรีย์ เมื่อสะอาดก็ปั๊มขึ้นไปปล่อยบนต้นกำเนิดลำธารด้านบน เพื่อให้น้ำหล่อเลี้ยงพื้นที่สีเขียวทั่วโรงแรมผ่านระบบสปริงเกิล

Khaolak Merlin รีสอร์ตที่รักษาต้นไม้ใหญ่จนเป็นบ้านของนางอายและสัตว์ 150 ชนิด

น้ำเสียทุกหยดในเขาหลักเมอร์ลินจึงถูกบำบัดและนำกลับมาคืนสู่ธรรมชาติ สะอาดขนาดมีสัตว์น้ำอยู่แบบเป็นระบบนิเวศ

อีกแนวคิดที่มีมาแต่แรกคือ การนำขยะจากเศษอาหารและเศษใบไม้มาทำปุ๋ยหมัก เหตุผลคือ เรือนเพาะชำกล้าไม้ต้องการปุ๋ยจำนวนมาก แน่นอนว่าไม่มีวิธีไหนจะประหยัดไปกว่าการทำเอง

แนวคิดเรื่องความยั่งยืนอีกอย่างที่ผมว่าน่าสนใจ คือระบบเซ็นเซอร์ที่หน้าต่างซึ่งเพิ่มมาภายหลัง ถ้าแขกห้องไหนเปิดหน้าต่างเพื่อสัมผัสอากาศบริสุทธิ์จากธรรมชาติ เครื่องปรับอากาศในห้องจะปิดทันทีแบบอัตโนมัติ จะได้ไม่เปลืองไฟโดยใช่เหตุ

แขก

วันนี้สายตาตี่ ๆ ของผม ได้สบตากับชาวต่างชาติไม่มากนัก แต่ช่วงก่อนโควิด-19 ลูกค้าเกือบทั้งหมดของเขาหลักเมอร์ลินคือชาวต่างชาติ ลูกค้าหลักคือ ชาวเยอรมัน นอร์ดิก และอังกฤษ เป็นกลุ่มที่อยากมาสัมผัสธรรมชาติแท้ ๆ อยากเห็นทั้งป่า ทั้งทะเล และเห็นสัตว์ป่าในโรงแรม พอมาถึงก็นั่งริมระเบียงห้องดื่มด่ำกับธรรมชาติได้เป็นวัน ๆ ลูกค้ากลุ่มนี้จองมาเต็มตั้งแต่เปิดให้บริการ ทางโรงแรมจึงไม่ได้เน้นทำการตลาดกับลูกค้าชาวไทยหรือกลุ่มอื่น ๆ มากนัก ที่นี่เลยไม่คุ้นหูของคนไทย

ลูกค้าประจำชาวเยอรมันรักที่นี่ถึงขนาดเปิดเฟซบุ๊กกรุ๊ป Freunde des Merlin Khao Lak / Friends of Merlin Khao Lak ไว้พูดคุยกันว่า พักห้องไหนเด็ดสุด แถวนั้นมีร้านอาหารไหม ต้องเตรียมอะไรมาบ้าง ยุงเยอะไหม มีสมาชิกอยู่ 2,000 กว่าคน แอดมินเป็นคู่สามีภรรยาชาวเยอรมันที่มาพักที่นี่ทุกปี

Khaolak Merlin รีสอร์ตที่รักษาต้นไม้ใหญ่จนเป็นบ้านของนางอายและสัตว์ 150 ชนิด
เขาหลัก เมอร์ลิน รีสอร์ตที่เขาหลัก พังงา ดูแลต้นไม้ใหญ่และธรรมชาติจนมีสัตว์ 150 ชนิด และเป็นแหล่งวิจัยนางอาย

แล้วในกรุ๊ปนี้ก็ยังถ่ายภาพสัตว์ที่พบในโรงแรมมาอวดกัน จนทำให้ทีมงานรู้ว่าในโรงแรมของพวกเขามีสัตว์มากมายแค่ไหน

เขา (เป็น) หลัก

ก่อนพระอาทิตย์จะมุดเมฆไปแตะน้ำทะเล ผมออกไปเดินเล่นบนชายหาดทั้งด้านซ้ายและขวาของโรงแรมซึ่งขนาบด้วยที่พักขนาดใหญ่ มีอาคารที่ออกแบบสวยเตะตาแบบต้องยกโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายรูป ถัดออกไปเป็นร้านอาหารและบาร์ที่กวักมือเรียกเราจากระยะไกลด้วยเสียงเพลง

ขากลับเมื่อมาถึงโรงแรม สิ่งที่ดึงดูดสายตาที่สุดของที่นี่คือต้นไม้ใหญ่ แบบที่เราแทบจะไม่เห็นหรือไม่สนใจอาคารของโรงแรมเลยด้วยซ้ำ

คุณแชมป์ยืนรอผมอยู่ที่หน้าร้านอาหารเย็นของโรงแรมบริเวณหาด

ชีวิตของเขาน่าสนใจ ชายวัย 30 ปีคนนี้เรียนจบปริญญาตรีด้านปรัชญาและจิตวิทยาจากออกซ์ฟอร์ด แล้วต่อโทด้านบริหารธุรกิจที่อิมพีเรียลคอลเลจ กลับจากลอนดอนมาก็เริ่มงานที่ The Nation ช่วยคุณสุทธิชัย หยุ่น ทำเรื่อง Transformation องค์กรสู่ดิจิทัล จากนั้นก็ย้ายไปบุกเบิกการทำวิดีโอให้นิตยสาร BK แล้วก็ข้ามสายไปทำงานกับ Iris บริษัทโฆษณาจากลอนดอน สุดท้ายก็กลับมาทำธุรกิจโรงแรมของที่บ้านเมื่อปี 2018

“ผมเป็นห่วงพ่อแม่ ตอนนั้นท่านอายุ 65 แล้ว เลยกลับมาช่วย เครือเรามีโรงแรมหลายแห่ง ทำกันแบบกงสี ผมเข้ามาพร้อมลูกพี่ลูกน้อง 3 คน ผมได้รับหน้าที่ให้ดูการตลาดออนไลน์ ประชาสัมพันธ์ กับอาหารและเครื่องดื่ม” คุณแชมป์เล่าระหว่างที่รอไลน์บุฟเฟต์เปิด

เขาหลัก เมอร์ลิน รีสอร์ตที่เขาหลัก พังงา ดูแลต้นไม้ใหญ่และธรรมชาติจนมีสัตว์ 150 ชนิด และเป็นแหล่งวิจัยนางอาย

พอเริ่มงานเขาก็พบว่า ที่ผ่านมาโรงแรมทำการตลาดแต่กับบริษัททัวร์ ไม่เน้นโปรโมตตรงกับลูกค้ามากนัก พอบริษัททัวร์ยักษ์ใหญ่ของโลกอย่าง Thomas Cook ปิดตัวลงเมื่อปี 2019 โรงแรมก็ได้รับผลกระทบ เพราะลูกค้า 20 เปอร์เซ็นต์มาจากที่นี่ คุณแชมป์มองว่าถึงเวลาที่ต้องปรับตัวแล้ว แต่การที่คนหนุ่มไร้ประสบการณ์โรงแรมวัย 27 ปี จะโน้มน้าวผู้ใหญ่ที่ทำโรงแรมมาทั้งชีวิตไม่ใช่เรื่องง่าย

“โชคดีมากที่ผมเคยทำงานบริษัทโฆษณา เลยมีทักษะโน้มน้าวผู้บริหาร มีวิธีการทำพรีเซนเทชันที่ดี เข้าใจเรื่องการทำ Brand Personality ผมก็จัดเต็มครับ ทำเวิร์กชอปชวนทุกคนมาคิดร่วมกันว่า เราอยากเป็นอะไร ตอนนี้เราอยู่ตรงไหน และเราจะไปถึงตรงนั้นได้ยังไง ทุกคนเห็นตรงกันว่าเขาหลักเมอร์ลินต้องเน้นเรื่องธรรมชาติ ทุกคนปักธงแบบนี้ร่วมกัน ผมก็บอกว่า เราไม่มีความรู้เรื่องนี้เลย ถ้าจะไปให้ถึงตรงนั้นเราต้องทำกับมูลนิธินะ เขาก็โอเค เพราะถ้าเราบอกว่าจะทำงานกับมูลนิธิตั้งแต่วันแรก เขาคงเบรก แล้วบอกว่า เราทำโรงแรมนะ ไม่ใช่กรมอุทยานฯ”

สัตว์

บาร์ตรงริมหาดเริ่มคึกคัก ใคร ๆ ก็เดินมาสั่งเครื่องดื่มแกล้มวิวพระอาทิตย์ตก

“เราเลือกทำงานกับมูลนิธิ Love Wildlife เพราะเขามีนางอายอยู่ในโลโก้” คุณแชมป์หัวเราะ เมื่อก่อนนางอายหรือลิงลมพบได้ไม่ยากในภาคใต้ แต่พอมีการล่าไปขายเป็นสัตว์เลี้ยง ก็มีสถานะใกล้สูญพันธุ์ “วันหนึ่งมีแขกถ่ายรูปนางอายส่งมาให้พนักงานดู เราถึงรู้ว่าในโรงแรมเรามี ซึ่งมันพิเศษมาก โดยปกติถ้าอยากดูนางอายต้องไปดูในอุทยานฯ ซึ่งหลบเก่งมาก แต่ในโรงแรมเรามีอยู่ 4 ตัว พ่อ แม่ กับลูก 2 ตัว เรารู้ว่าต้องไปส่องที่ต้นไหนถึงจะมีโอกาสเจอ”

เมื่อ Love Wildlife เข้ามาสำรวจก็ให้คำแนะนำว่า นางอายเข้ามาอาศัยในโรงแรมเพราะมีอาหารพวกยางไม้ ลูกเหรียง เบอร์รี และเกสรดอกไม้ จึงดึงดูดนางอายรอบ ๆ โรงแรมให้เข้ามาด้วย แต่บางจุดยอดไม้ไม่เชื่อมกัน นางอายจึงต้องเดินข้ามถนน ซึ่งอาจจะเกิดอันตรายได้ จึงควรทำสะพานเชือกให้นางอายไต่ข้ามยอดไม้มาเลย

เขาหลัก เมอร์ลิน รีสอร์ตที่เขาหลัก พังงา ดูแลต้นไม้ใหญ่และธรรมชาติจนมีสัตว์ 150 ชนิด และเป็นแหล่งวิจัยนางอาย

นอกจากนี้ ทีมนักวิจัยยังสำรวจพบสัตว์ราว 150 ชนิด มีทั้งนกเงือก กิ้งก่าบิน กระรอกบิน นกเค้าป่าหลังจุด นกฮูก และอีกมากมาย

เขาหลัก เมอร์ลิน รีสอร์ตที่เขาหลัก พังงา ดูแลต้นไม้ใหญ่และธรรมชาติจนมีสัตว์ 150 ชนิด และเป็นแหล่งวิจัยนางอาย

“ที่นี่เลยกลายเป็นพื้นที่ทำวิจัย สังเกตพฤติกรรมนางอายในธรรมชาติ เพิ่งมีนักวิจัยจากต่างประเทศมาอยู่ที่นี่ 2 เดือนเพื่อทำวิจัย เราก็ให้พักฟรี เขามาติดตั้งกล้อง Camera Trap ตามกิ่งไม้ในโรงแรม แล้วจะบริจาคกล้องนี้ให้ Love Wildlife ซึ่งจะติดตั้งในโรงแรมต่อ ที่นี่ก็จะกลายเป็นพื้นที่ซึ่งมาศึกษาพฤติกรรมสัตว์ได้ ช่วงเดือนพฤศจิกายนนี้จะมีการประชุมผู้เชี่ยวชาญเรื่องนางอายจากทั่วโลกที่นี่ด้วย”

คุณแชมป์บอกว่า ที่นี่ไม่มีผับโต้รุ่ง หน้าหาดตรงที่เรายืนอยู่ตอนนี้เต็มไปด้วยคนมากมาย แต่ประมาณ 3 ทุ่มก็จะเงียบ เพราะคนแยกย้ายเข้าห้องพัก สงบขนาดเรามาส่องดูนกหลับได้

อาหารเย็นพร้อมแล้ว คุณแชมป์เชิญผมรับประทานอาหารเย็น ส่วนตัวเขาขอแยกไปดูแลเพื่อนที่มาจากอังกฤษ ซึ่งจะมาเดินดูสัตว์ด้วยกันในคืนนี้

ธรรมชาติ

หลังอาหารเย็น ผมมายืนรอที่จุดนัดพบ ชาวคณะเกือบทั้งหมดเป็นชาวไทย

“ช่วงนี้ลูกค้าหลักเป็นคนไทยครับ แต่ก็ถือว่ายังมีสัดส่วนนักท่องเที่ยวต่างชาติเยอะ เรารู้ว่าโควิด-19 ไม่ได้อยู่ตลอดไป การเน้นตลาดคนไทยเพิ่ม เราต้องมองในระยะยาวด้วย เราไม่ได้อยากเปลี่ยนให้ที่นี่เป็นสวนสนุกหรือเต็มไปด้วยจุดถ่ายรูป เราอยากเลือกลูกค้าชาวไทยที่ใช่ คือไม่ใช่พอเกาหลี ญี่ปุ่นเปิดประเทศแล้วเขาไม่กลับมาอีกเลย เราอยากหากลุ่มที่อินกับธรรมชาติจริง ๆ ให้คุณค่ากับสิ่งที่เราทำ บางคนมาเดินดูสัตว์แล้วก็คุยกับลูกว่า ตอนไปค่ายกับที่โรงเรียนได้เจอสัตว์แบบนี้ไหม หรือเด็กบางคนก็สอนพ่อว่า นางอายที่ผมเห็นในหนังสือเป็นแบบนั้นแบบนี้ ได้ยินแล้วเราก็ชื่นใจมาก” คุณแชมป์ยิ้มกว้าง

คุณแชมป์ยังมีความคิดสนุก ๆ อีกหลายเรื่องที่อยากทำให้ที่นี่เป็นหมุดหมายของคนรักธรรมชาติ เช่น ชวนนักวิชาการ นักอนุรักษ์ หรืออินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง มาจัดทริปเดินดูต้นไม้ดูสัตว์ในโรงแรม เพราะคนกลุ่มนี้เคยมาพักที่นี่แล้ว และชอบมาก

เขาคิดไปถึงการทำทริปไปเดินป่าที่อุทยานแห่งชาติด้านนอกโรงแรม โปรแกรมที่ผมชอบที่สุดคือ การเดินป่าแบบครึ่งวันครึ่งคืน ศึกษาธรรมชาติทั้งกลางวันและกลางคืน แล้วกลับมาค้างที่โรงแรม

นางอาย

ชาวคณะมาพร้อมแล้ว ทุกคนได้รับแจกไฟฉาย คนที่มานำชมเป็นพนักงานจากแผนกต่าง ๆ ที่ชอบเรื่องนี้เลยอาสามาทำ ทั้งดูนกตอนเช้าและส่องสัตว์ตอนค่ำ ทุกคนผ่านการอบรมจาก Love Wildlife มาเรียบร้อย หัวหน้าทัวร์ของเราเป็นแม่บ้าน เขาออกตัวหลายรอบว่า ไม่ได้รู้เรื่องสัตว์มากนัก แต่นั่นไม่ใช่เรื่องใหญ่สำหรับผม เพราะเขาพาพวกเราเดินเหมือนพาเที่ยวบ้าน เขารู้สึกว่าโรงแรมแห่งนี้คือบ้านของเขา และสัตว์ในโรงแรมก็เหมือนสัตว์เลี้ยงเพื่อนรัก

เขาหลัก เมอร์ลิน รีสอร์ตที่เขาหลัก พังงา ดูแลต้นไม้ใหญ่และธรรมชาติจนมีสัตว์ 150 ชนิด และเป็นแหล่งวิจัยนางอาย

เราเดินจากริมสนามหญ้าริมหาดย้อนขึ้นไปทางล็อบบี้ด้านบน ระหว่างทางก็ส่องไฟไล่หานางอายทีละต้น จะบอกแบบนั้นก็ไม่ถูก เพราะพี่แม่บ้านพอจะรู้ว่า โดยปกตินางอายอยู่ที่ต้นไหน และต้นไหนไม่น่าจะเจอ รู้แม้กระทั่งเมื่อวานเจอตัวไหนที่ต้นไหน

หลังจากวนหานางอายทั่วโรงแรม ก็เดินกลับไปดูนกหลับใกล้ ๆ ร้านอาหาร แล้วลงหาดไปดูปูเสฉวน ปิดท้ายด้วยดูจักจั่นลอกคราบที่ต้นสนริมหาด ซึ่งพิเศษตรงที่เราจะได้เห็นตัวของมันด้วย ไม่ได้มีแค่คราบ

เขาหลัก เมอร์ลิน รีสอร์ตที่เขาหลัก พังงา ดูแลต้นไม้ใหญ่และธรรมชาติจนมีสัตว์ 150 ชนิด และเป็นแหล่งวิจัยนางอาย
เขาหลัก เมอร์ลิน รีสอร์ตที่เขาหลัก พังงา ดูแลต้นไม้ใหญ่และธรรมชาติจนมีสัตว์ 150 ชนิด และเป็นแหล่งวิจัยนางอาย

เราเดินมาครึ่งทาง และยังไม่เจอนางอาย พี่แม่บ้านดูกดดันมาก เพราะรอบนี้มีทั้งเจ้านาย เพื่อนเจ้านายจากต่างประเทศ และแขกจากกรุงเทพฯ ที่ตั้งใจมาดูนางอายโดยเฉพาะ

ผมไม่ได้รู้สึกผิดหวังอะไรเลยที่ยังไม่เจอนางอาย เพราะบรรยากาศรอบตัวตอนนี้ดีมาก ได้เดินเงียบ ๆ ท่ามกลางธรรมชาติแบบแสงสลัว ๆ ฟังพนักงานโรงแรมเล่าว่า เขาผูกพันกับสัตว์ในโรงแรมยังไง เป็นเนื้อหาที่ไม่เหมือนฟังจากนักวิชาการหรือผู้พิทักษ์ป่า

ความรู้หาที่ไหนก็ได้ แต่ความรู้สึกนี่สิหาฟังยาก

การได้เดินใต้ร่มต้นไม้ใหญ่ที่เต็มไปด้วยสิ่งมีชีวิตมากมาย ไม่ว่าเราจะเห็นหรือไม่ก็ตาม ท่ามกลางบรรยากาศเงียบสงบ แต่รายล้อมไปด้วยคนที่ให้คุณค่าในสิ่งเดียวกัน มันอาจจะหายากพอ ๆ กับนางอาย

ตอนนี้การเจอนางอายหรือไม่ ไม่ได้สำคัญสำหรับผมเลย เพราะผมได้สัมผัสสิ่งที่มีคุณค่าไม่แพ้กัน

นั่นทำให้ผมเข้าใจแล้วว่า ทำไมถึงมีนักท่องเที่ยวมากมายเดินทางข้ามโลกกลับมาที่นี่ทุกปี

เขาหลัก เมอร์ลิน รีสอร์ตที่เขาหลัก พังงา ดูแลต้นไม้ใหญ่และธรรมชาติจนมีสัตว์ 150 ชนิด และเป็นแหล่งวิจัยนางอาย
Khaolak Merlin รีสอร์ตที่เขาหลัก พังงา ดูแลต้นไม้ใหญ่และธรรมชาติจนมีสัตว์ 150 ชนิด และเป็นแหล่งวิจัยนางอาย
ขอบคุณภาพจาก Khaolak Merlin Resort

Khaolak Merlin Resort

ที่ตั้ง : 7 ถนนเพชรเกษม ตำบลลำแก่น อำเภอท้ายเหมือง จังหวัดพังงา (แผนที่)

โทรศัพท์ : 0 7642 8300

Facebook : Khaolak Merlin Resort

เว็บไซต์ : www.merlinkhaolak.com

Writer & Photographer

ทรงกลด บางยี่ขัน

ตำแหน่งบรรณาธิการโดยอาชีพ เป็นนักเดินทางมือสมัครเล่น แบ่งเวลาไปสอนหนังสือโดยสมัครใจ และชอบจัดทริปให้คนสมัครไป

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load