เชื่อว่าในตู้เสื้อผ้าที่อัดแน่นไปด้วยชุดหลากหลายสไตล์ของแต่ละคน ย่อมมีหนึ่งสิ่งที่ทุกคนมีเหมือนกันไม่ว่าเขาหรือเธอคนนั้นจะมีสไตล์ต่างกันแค่ไหน ซึ่งก็คือกางเกงยีนส์ ไอเทมที่สวย เท่ เรียบง่าย มีเอกลักษณ์และอยู่เหนือกาลเวลา

เพราะเสื้อผ้าเป็นมากกว่าผืนผ้าที่ปะต่อห่อหุ้มกาย ยีนส์ก็เช่นกัน

ไม่เพียงสวมใส่ แต่ยังเป็นผืนผ้าใบที่บันทึกและรองรับทุกการสรรค์สร้าง ทุกความแตกต่าง ทุกความหลากหลาย ของทุกตัวตนอย่างอิสระ

เมื่อนึกถึงกางเกงยีนส์ที่เป็นต้นฉบับของกางเกงยีนส์ทั่วโลก ชื่อแรกที่เราคิดถึงเสมอคือ LEVI’S® ผ้ายีนส์ทอเทคนิคพิเศษผ่านการย้อม Indigo อย่างพิถีพิถัน ยึดด้วยฝีเข็มและหมุดโลหะ กระเป๋าหลังเดินลายปีกนกบรรจบเป็นจุดตัดรูปเพชร และป้ายแถบแดงอันจิ๋ว ตื่นเต้นทุกครั้งที่รู้ว่าผืนผ้าใบสุดออริจินัลนี้เดินทางสะสมเรื่องราวไปพร้อมๆ กับผู้คนทั่วโลกมาอย่างยาวนาน และในอีกไม่กี่วันข้างหน้าก็จะมีอายุครบ 146 ปี ไม่ขาด ไม่เกิน

ภาพรอยขาดและการปะชุนบนกางเกงของคนทำงานในเหมืองในยุคก่อนสงครามโลกบ่งบอกการใช้ชีวิตที่สมบุกสมบันอย่างไร ลายเพนต์ดอกไม้สีสดใสบนกางเกงของสาวฮิปปี้ก็แสดงออกถึงความเป็น Young Generation ในยุค 70 อย่างนั้น ยิ่งเมื่อนับรอยพับขากางเกงจากการพับเพื่อโชว์ถุงเท้ากับรองเท้าผ้าใบเท่ๆ บอกเล่าความซ่า ทะมัดทะแมงของวัยรุ่นยุค 90 ทั้งหมดนี้คือตัวอย่างการหลอมรวมและสร้างสรรค์ LEVI’S® เข้ากับตัวเอง จนออกมาเป็นผืนผ้าใบที่มีตัวตน เรื่องราวเฉพาะตัว โดดเด่น น่าสนใจ และ ‘จริง’ ที่สุด

หากติดตามความเคลื่อนไหวและการปรับตัวของแบรนด์ต่างๆ จะพบว่าในช่วงสองสามปีที่ผ่านมา Collaboratoin เป็นกระแสที่ทุกแบรนด์พากันหยิบจับไปเล่นอย่างสนุกนาน เช่นเดียวกับ LEVI’S® ที่ร่วมงานกับแบรนด์ชื่อดังมากมายไม่ว่าจะเป็น Supreme, Vetements, Peanuts เพื่อสื่อสารตัวตนที่หลากหลาย

LEVI’S

จนวันหนึ่งที่แบรนด์กลับมาทบทวนหัวใจสำคัญซึ่งอยู่ในแบรนด์ตลอดมาแต่ไม่เคยสื่อสารมาก่อนอย่าง การสร้างตัวตนจากร่องรอยและเรื่องราวของเจ้าของยีนส์ตัวนั้น LEVI’S® จึงเกิดแนวคิด ‘WE ARE ALL COLLABORATORS’ เพื่อบอกกับพวกเราทุกคนว่า เราคือผู้ร่วมสรรค์สร้างผืนผ้าใบ LEVI’S® เสมอมา

จึงเกิดเป็นงาน 501® Day หรืองานฉลองวันครบรอบกำเนิด LEVI’S® ซึ่งจัดขึ้นพร้อมกันในหลายประเทศทั่วโลก โดยในปีนี้และช่วงสองปีที่ผ่านมาแบรนด์ได้นำแนวคิด ‘WE ARE ALL COLLABORATORS’ มาใช้เป็นหัวใจของงาน เชิญชวนให้ทุกคนสนุกกับการค้นหาและปลดปล่อยความเป็นตัวเอง เป็นแนวคิดที่ทั้งเพิ่มความน่าหลงใหลให้กับแฟนๆ กลุ่มเดิมและยังโปรยเสน่ห์ให้กลุ่มคนใหม่ๆ อีกด้วย

The Cloud จึงมีนัดหมายพิเศษกับตัวแทนจาก LEVI’S® ประเทศไทย เพื่อพูดคุยถึงที่มาที่ไปของงานและคอนเซปต์ที่ทำให้งานนี้กลายเป็นงาน 501® Day ที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาค รวมถึงความพิเศษอื่นๆ ที่หากพลาดแล้วอาจจะต้องรอไปถึงปีหน้า

You and me, and where it all began

หากสงสัยว่าทำไมคนมากมายถึงรักกางเกงยีนส์ LEVI’S® กันอย่างเหนียวแน่น แถมยังส่งต่อความชื่นชอบกันมาเป็นร้อยๆ ปี เราขอพาทุกคนย้อนเวลากลับไปสมัยยุคตื่นทองกันสักครู่

ลีวาย สเตราส์ (Levi Strauss) เป็นพ่อค้าที่ขายของใช้ต่างๆ ให้กับคนทำงานในเหมือง วันหนึ่งเขาออกแบบกางเกงที่ทำจากผ้าเต็นท์ขึ้นมาขาย เนื่องจากเขาสังเกตุว่าเสื้อผ้าที่คนงานใส่นั้นไม่ทนการใช้งานเสียเลย ปรากฏว่ากางเกงเขาขายดีจนวันหนึ่งผ้าเต็นท์ขาดตลาดเขาจึงนำผ้าเดนิมมาใช้แทน

ไม่นานนักช่างตัดเสื้อ จาคอบ เดวิส (Jacob Davis) มาเสนอลีวาย สเตราส์ เรื่องการตอกหมุดตามมุมกระเป๋ากางเกงของคนงานเหมืองเพื่อให้แข็งแรงขึ้น สองผู้อพยพช่างฝันจึงร่วมมือกันพัฒนาจนวันที่ 20 พฤษภาคม ปี 1873 ได้จดสิทธิบัตรกางเกงยีนส์ LEVI’S®  ในเลขรหัส 501 มีลักษณะคือเป็นผ้าที่ทอเทคนิคพิเศษผ่านการย้อม Indigo อย่างพิถีพิถัน ยึดด้วยฝีเข็มและหมุดโลหะที่เป็นเอกลักษณ์ กระเป๋าหลังเดินลายปีกนกบรรจบเป็นจุดตัดรูปเพชร ดีไซน์ที่สดใหม่และความแข็งแรงนี้เองคือจุดเริ่มต้นความยิ่งใหญ่ของต้นแบบกางเกงยีนส์ทั่วโลก

แรกเริ่มกางเกงยีนส์ LEVI’S® เป็นที่รักของชาวกรรมกรในเหมืองและเป็นสัญลักษณ์ของผู้ใช้แรงงาน จนเกิดจุดเปลี่ยนกลายเป็นที่รักของมวลชน เมื่อฮอลลีวูดผลิตภาพยนตร์หนุ่มคาวบอยสุดห้าวหาญนุ่งกางเกงยีนส์ รวมถึงภาพยนตร์ในยุคหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่ได้แรงบันดาลใจจากไลฟสไตล์จริงของทหารผ่านศึกรวมกลุ่มกันสวมยีนส์ซิ่งมอเตอร์ไซค์ในเมือง ภาพยนตร์ดังเป็นพลุแตกและความนิยมของกางเกงยีนส์ LEVI’S® ก็เช่นกัน เพราะสื่อได้แปลงสภาพให้กางเกงยีนส์นี้กลายเป็นสัญลักษณ์ของ ‘อิสรภาพ’ ซึ่งเป็นสิ่งมีค่าที่ทุกคนพึงมี และยิ่งชัดเจนขึ้นในสมัยสงครามเย็นเมื่อหนุ่มสาวชาวฮิปปี้สวมใส่ไอเทมนี้กันอย่างล้นหลามรวมกันแสดงพลังความเป็น Young Generation เพื่อเรียกร้องสันติภาพ

ในตลอดระยะเวลา LEVI’S® เติบโตไปพร้อมกับผู้คน ผ่านเรื่องราวในทุกยุคทุกสมัยมามากมายโดยเฉพาะเหตุการณ์สำคัญในประวัติศาสตร์ นั่นทำให้กางเกงยีนส์นี้ไม่ได้เป็นที่รักเพราะความสวยและความทนเพียงเท่านั้น แต่เป็นสัญลักษณ์ที่มีค่า ความรู้สึกผูกพัน และความเป็นตำนาน

You are the reason I keep on trying

เวลาเดินไปอย่างรวดเร็วและเกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นมากมาย นั่นทำให้เรามองว่าสิ่งที่ยากกว่าการเป็นตำนานคือการที่แบรนด์ดำรงค์อยู่และเติบโตไปเรื่อยๆ อย่างภาคภูมิได้ โดยเฉพาะกับแบรนด์อายุกว่าร้อยปีอย่าง LEVI’S®

LEVI’S®  เล่าให้เราฟังว่าการเปิดรับสิ่งใหม่ๆ และกล้าที่จะลองคือสิ่งสำคัญที่ทำให้แบรนด์ยังคงเป็นตำนานได้จนถึงทุกวันนี้ ไม่ว่าแบรนด์จะใหญ่โตอยู่มานานแค่ไหน ก็ควรทำตัวให้สดใหม่เหมือนหนุ่มสาวที่ยังอยากรู้อยากเห็นอยู่เสมอ เพราะการทดลองทำให้ได้เรียนรู้ ได้ลิ้มลองประสบการณ์ใหม่ๆ ที่นำไปสู่การสร้างสรรค์และเจริญเติบโตไปเรื่อยๆ และที่สำคัญคือ ต้องทำให้คนคาดเดาเราไม่ได้เพื่อสร้างความน่าจับตามอง ความลุ้นให้ผู้คนเสมอ

งาน 501® Day ที่เป็นงานเฉลิมฉลองยิ่งใหญ่ทั่วโลก แน่นอนว่าต้องผ่านการวางแผนมาอย่างเคร่งครัดและละเอียบยิบ เมื่อเราถามถึงการบรีฟงานจากทาง Global ก็ได้รับคำตอบที่ต่างไปจากคำตอบที่เราเก็งไว้โดยสิ้นเชิง

“Global เปิดกว้างกับเรามาก ปล่อยให้เราได้ลองอย่างเต็มที่แบบแทบไม่มีข้อจำกัด และด้วยแนวคิด We are all collaborators ที่มีมาก็กว้างมาก แค่ฟังก็น่าสนุกแล้ว รู้สึกมีความเป็นไปได้มากมายไปหมด เราก็ไปเวิร์กกันต่อแบบสุดมากๆ

“เราก็ต้องทำการบ้านเยอะเพื่อให้งานสนุกและสามารถเข้ากับตลาดบ้านเราได้จริงๆ อย่างงานนี้เราผสมผสานกระแสโลกกับกระแสบ้านเราคือเรื่องของ Street Style นั่นทำให้เราชวน Carnival มาสนุกกันรวมถึง ศิลปินไทยทั้งวงการกราฟิกแล้วก็แฟชั่นอีกหลายท่าน” ตัวแทนจาก LEVI’S® ตอบเราพร้อมแววตาที่ตื่นเต้น

ด้วยความอยากรู้อยากเห็น เราถามอีกว่าอะไรทำให้มั่นใจว่างานสตรีทนี้ช่วยให้แบรนด์ไปถึงเป้าหมายที่ตั้งใจ

“เราไม่รู้หรอก แต่ที่แน่ๆ นี่เป็นการทดลองที่ตั้งใจจริงไม่ต่างจากทุกครั้งที่ผ่านมา” ตัวแทนจาก LEVI’S® ตอบพร้อมรอยยิ้ม เราพยักหน้าและอมยิ้มเล็กน้อย ประทับใจในความซื่อตรงและความกล้าที่สร้างความน่าติดตามจริงๆ

You are all connected

LEVI’S® เชื่อว่ามนุษย์มีเพียงสิ่งเดียวที่เหมือนกันคือความแตกต่างและนี่คือจุดร่วมแสนแปลกที่เป็นบ่อเกิดความสร้างสรรค์ ปัญหา ความสุข และความทุกข์

หากมองในมุมของแฟชั่น กางเกงยีนส์ LEVI’S® ก็เป็นจุดร่วมของคนหลากหลายบุคลิก รสนิยม ฐานะ และการใช้ชีวิต ไม่ว่าจะเป็นคุณลุงขับแท็กซี่ นักศึกษา หนุ่มสาวออฟฟิศ ศิลปินชื่อดัง หรือนักธุรกิจ

“เราว่าจริงๆ ทุกคนไม่ได้ห่างไกลจากแบรนด์นี้เลยแล้วก็มีจุดเชื่อมโยงถึงกันด้วย

แม้จะไม่เคยใส่ก็ตาม ทุกคนอาจเคยได้ยิน มีในตู้ เห็นเพื่อนหรือพ่อแม่ใส่ เราอยากให้ลองมางานนี้เพื่อมาสัมผัสความแตกต่างของแต่ละคนที่จะกลายเป็นความเป็นไปได้ในการหยิบเจ้ากางเกงยีนส์นี้มาสร้างเรื่องราวของตัวเอง” นี่คือคำตอบของคำถามที่ถามว่าสำหรับคนที่ไม่เคยใส่ LEVI’S® เลยจะร่วมสนุกไปงาน 501® Day ได้หรือไม่และอย่างไร

LEVI’S® เสริมอีกว่า แรงบันดาลใจที่ใกล้ตัวและเชื่อมโยงได้ดีที่สุด

ที่ไม่ต้องรอดูจากโชว์ไหนๆ คือการรวมตัวของผู้คนภายในงานที่หลากหลาย

ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มนักสะสมที่นำของรักมาอวดโฉม ไปจนถึงแลกเปลี่ยนแหล่งซื้อ LEVI’S® วินเทจให้แก่กันกลุ่มคนชื่นชอบแฟชั่นที่มาออกแบบกางเกงยีนส์ตัวเดียวในโลก กลุ่มวัยรุ่นที่อยากมาปาร์ตี้หรือใครก็ตามที่มีจุดร่วมกับ LEVI’S® จะแค่รู้จัก ชอบ เคยเห็นพ่อใส่ก็ได้ ซึ่งหากได้ลองสังเกตหรือได้พูดคุยกันก็จะพบความหลงใหล ความชื่นชอบ เรื่องราวที่น่าสนใจที่อาจจะทำให้เราได้ลองขบคิดกับตัวเอง ได้รู้จักตัวเองมากขึ้น ได้ไอเดียใหม่ในการสไตลิ่ง หรือสร้างความคิดถึงอยากกลับมาลองยีนส์ที่ไม่เคยใส่ในงาน

You are one of a kind

501® Day ไม่ได้จัดขึ้นเพื่อฉลองที่แบรนด์ครองตลาดมานานเท่านั้น แต่มีจุดประสงค์เพื่อฉลองความมีส่วนร่วมของแบรนด์กับพวกเราอย่างใกล้ชิดในฐานะที่เราคือนักเล่า นักเขียน นักละเลงผืนผ้าใบสุดออริจินัลนี้

การเล่าในที่นี้คือการชวนให้มาตกแต่งกางเกงยีนส์ในสไตล์ของตัวเอง ซึ่งเป็น Session ที่พิเศษกว่าปกติเพราะในงานมีมุมที่ให้บริการออกแบบพิเศษ หรือ Customize ที่เรียกว่า ‘LEVI’S Tailor Shop’ ซึ่งมี Tailor Master คอยให้คำแนะนำและบริการ ปะ ปัก ตัด เย็บเพนต์อย่างพิถีพิถัน

หรือถ้าอยากยืมมือศิลปินมาเป็นเพื่อนช่วยเล่าด้วยก็ได้เช่นกัน ในงานนี้มีศิลปินไทยที่จัดเจนสไตล์สตรีท กราฟฟิตี้อย่าง Benzilla, PUCK และ Warhead มาร่วมสร้างกิมมิกด้วยการวาดลวดลายที่กระเป๋าหลังของกางเกงยีนส์ นั่งวาดกันแบบสดๆ ข้างๆ กันไปเลย

LEVI’S

ระหว่างรอเวลารับผลงานกลับบ้านก็มี Pocket Wall นิทรรศการแสดงกระเป๋าหลังกางเกงยีนส์ที่เพนต์โดยศิลปินทั้งสามท่านให้เดินดูสร้างแรงบันดาลใจด้วย หรือจะไปนั่งเล่นที่ Benzilla Cafe คาเฟ่พิเศษที่ LEVI’S® นึกสนุกกับ Benzilla เอาศิลปะ ตัวตน และอาหาร มาผสมผสานออกมาในรูปแบบใหม่

ความตื่นเต้นกับสีสันต่างๆ ในงานมาพร้อมกับความสงสัยอีกอย่างว่าความจัดจ้าน หลากหลาย ขนาดนี้จะขัดแย้งกับความออริจินัลของแบรนด์หรือเปล่า

“เรามองว่า LEVI’S® เป็น Blank Canvas จริงๆ เพียงแค่ใส่โดยที่ไม่ต้องทำอะไร LEVI’S® ก็บันทึกเรื่องราวและเปลี่ยนตัวเองให้เป็นตัวตนของเรา แล้วการ Customize เป็นอีกทางเลือกที่ให้เราได้สะท้อนตัวตนในอีกรูปแบบที่สร้างความเป็นไปได้มากมาย ซึ่งสิ่งสำคัญที่สุดคือเราอยากเห็นจากทุกคนว่ามันจะออกมาเป็นอะไร ไปได้ไกลแค่ไหนบ้าง

“พอได้ลองทำจากปีก่อนมันพิสูจน์ว่าไม่มีอะไรสั่นคลอนหรือหายไปเลย เพราะจุดเริ่มต้นของแบรนด์มันเกิดมาเพื่อเป็นสิ่งนี้จริงๆ ดีเอ็นเอของแบรนด์แข็งแรงมาก ไม่ว่าจะเกิดการผสมผสานกับใคร ความเป็น LEVI’S®  ก็ยังคงอยู่และยังเดินทางใช้ชีวิตต่อในรูปแบบที่น่าตื่นตาขึ้นเรื่อยๆ จากมือของทุกๆ คน”

คำตอบจาก LEVI’S® ยิ่งทำให้เราประทับใจที่แบรนด์ใหญ่ผู้เป็นเจ้าของ

คำว่า ‘ออริจินัล’ ตีความคำคำนี้ในอีกรูปแบบหนึ่ง ลดทอนความเป็นตำนานจับต้องยากให้กลายเป็นความเรียบง่าย อิสระ ที่พร้อมลองสร้างสิ่งใหม่ๆ มากมาย

You can be anything

“คนที่รู้สึกว่าตัวเองพื้นๆ เหมือนกับทุกคน มาในงานนี้คุณอาจจะค้นพบมุมใดมุมหนึ่งของตัวเองที่เฉพาะตัวและโดดเด่น หรือคนที่รู้สึกว่าตัวเองแตกต่างจากคนอื่นเหลือเกิน ไม่รู้ว่าตัวเองจะไปยืนอยู่ตรงไหน ในงานนี้ก็จะมีที่สำหรับคุณ”

LEVI’S® บอกกับเราถึงความรู้สึกที่อยากส่งไปถึงผู้ร่วมงาน อยากเป็นกำลังใจให้ทุกคนรู้สึกสบายใจที่จะค้นหาและปลดปล่อยความเป็นตัวเองออกมา นอกจากมีมุมให้ออกแบบกางเกงยีนส์และเสื้อพิเศษเฉพาะ ยังมี Fashion Show คอลเลกชันที่ LEVI’S® ทำงานร่วมกับแบรนด์ดีไซเนอร์ไทย 5 แบรนด์ด้วย เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้กับทุกคนเห็นว่าทุกอย่างสามารถสร้างสรรค์ไปได้หลากหลายแล้วแต่ว่าตัวตนของคุณคือใคร

LEVI’S LEVI’S LEVI’S LEVI’S LEVI’S

‘Beyond Expectation’ คือคำที่ LEVI’S® ใช้ในการเลือกแบรนด์ที่จะร่วมงานด้วย โดยทุกแบรนด์แฟชั่นที่ LEVI’S® เลือกทำงานด้วย หลายแบรนด์เป็นแบรนด์ที่คนนึกไม่ถึงว่าจะมาผสมผสานเข้ากับ LEVI’S® อย่างไร ที่สร้างความรู้สึกเซอร์ไพรส์และเน้นย้ำความเป็นไปได้ที่หลากหลาย แม้แต่คอลเลกชันที่ร่วมมือกันก็ไม่มีบรีฟหรือข้อจำกัดมากมายเพื่อให้ดีไซเนอร์ออกลวดลายความเป็นตัวตนได้อย่างอิสระเต็มที่

จะเห็นว่าร้านมัลติแบรนด์และอีก 5 แบรนด์แฟชั่นที่มาร่วมงานกับ LEVI’S® ล้วนมีบุคลิกที่แตกต่างกัน ทั้งยังงสะท้อนคนในหลากหลายกลุ่ม ประกอบด้วย Carnival มัลติแบรนด์ยอดฮิตที่ทุกคนคุ้นชินที่ลายเซ็นของความเป็นสตรีท ไลฟสไตล์คนรุ่นใหม่ มีความชัดเจนมากจนออกคอลเลกชันของตัวเองมานับไม่ถ้วน Lalalove แบรนด์สไตล์สาวๆ ที่นำเอาผ้าไทยมาผสมกับความร่วมสมัยจนโด่งดังถึงปารีส

Takara Wong แบรนด์สไตล์จัดจ้าน ซ่า ขบถ ที่สะท้อนกลุ่มวัฒนธรรมย่อยมากมาย Tawn C. แบรนด์ชุดหรูแบบ Haute Couture ที่สวมใส่โดยคนดังในงานราตรี Heidi’s Secret แบรนด์ที่ลบข้อจำกัดทางเพศ ผสมผสานความ Feminine และ Masculine ออกมาเป็นเสื้อผ้าสไตล์ Androgeneous เสื้อผ้าที่ใส่ได้โดยไม่มีการแบ่งเพศหญิงหรือชาย และ NASHA แบรนด์กระเป๋าที่นำความพื้นเมืองมารวมกับจินตนาการออกมาเป็นสไตล์ที่เหมือนมาจากอีกโลก

ซึ่งงานนี้เป็นครั้งแรกที่แบรนด์ได้ออกแบบเสื้อผ้าและออกแบบกระเป๋าด้วยผ้ายีนส์ ปิดท้าย Finale โดย เจมี่เจมส์-ธีรดนย์ ศุภพันธุ์ภิญโญ, โทนี่ รากแก่น, ต้าเหนิง-กัญญาวีร์ สองเมือง และ คิทตี้-ชิชา อมาตยกุล ซึ่งทั้งสี่คนต้องร่วมออกแบบกางเกงยีนส์และเสื้อพิเศษเฉพาะสำหรับใส่ขึ้นโชว์ปิดท้ายด้วย เช่นเดียวกันกับศิลปินที่จะมาขึ้นคอนเสิร์ต Thaitanium และ Twopee Southside ก็ต้องร่วมออกแบบกางเกงยีนส์ที่สะท้อนตัวตนของตัวเองแล้วสวมใส่ขึ้นแสดง

ทั้งหมดนี้คือความพยายามของ LEVI’S® ที่ต้องการเชื้อเชิญให้ทุกคนค้นหาและ

ปลดปล่อยความเป็นตัวตนออกมาอย่างไม่เกรงกลัว และสร้างสรรค์ผ่านสิ่งใกล้ตัวอย่างกางเกงยีนส์

For you, make it personal

แม้จะเป็นงานวันเกิดของ LEVI’S® แต่ก็มีของขวัญสำหรับพวกเรานักเล่าตัวตน (เกือบ) ทุกคนด้วย LEVI’S® ชวน Carnival ออกแบบเซ็ตเสื้อยืด กางเกง และกระเป๋า ความพิเศษของคอลเลกชันนี้คือเป็นครั้งแรกที่เราสามารถใส่ชื่อตัวเองหรือเขียนคำอะไรก็ได้ลงบนโลโก้เอกลักษณ์ Batwing ของ LEVI’S® สำหรับกางเกงก็จะมีการออกแบบกระเป๋าหลังโดย Carnival ซึ่งเป็นลายเข้าคู่กันกับลายเสื้อยืด มาพร้อมกับกระเป๋าใบเล็กๆ ในรูปแบบกระเป๋าหลังของกางเกงยีนส์ที่เป็นกิมมิกของ LEVI’S®

เพียงแค่ลงทะเบียนเข้าร่วมงาน เลือกแบบที่ชอบและแชร์ ได้ที่ bit.ly/501dayca ก็ได้ร่วมลุ้นเป็น 1 ใน 50 คนที่จะได้ LEVI’S® X Carnival Limited Edition นี้ โดยจะประกาศรายชื่อผู้โชคดีวันพฤหัสบดีที่ 16 พฤษภาคม ที่ Levi’s  

แล้วพบกันที่งาน 501® Day วันอาทิตย์ที่ 19 พฤษภาคม 2562 ตั้งแต่เวลา 16:00 – 22:00 น. ที่ The Link Asoke-Makkasan สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม ติดตามได้ที่ www.facebook.com/levis.thailand และ www.levis.co.th/501Day

#LiveInLevis #501day

Writer

ฟ้าใหม่ พงศกรเสถียร

อดีตสาวโฆษณาที่ตอนนี้รับงานอิสระอยู่บ้าน เพื่อทุ่มเทเวลาให้เต็มที่กับการแบ่งปันวิธีเป็น นักช้อปแฟชั่นที่ยั่งยืนเป็นมิตรต่อโลกผ่านเพจ Famai Disorder

Photographer

ณัฎฐาจิตรา ชินารมย์รัตน์

ช่างภาพที่ชอบการแต่งตัว อยู่กับเสียงเพลงและหลงรักในความทรงจำ

สูตรคูณ

เบื้องหลังงานสร้างสรรค์ครั้งพิเศษจากการ...

การร่วมมือระหว่างแบรนด์ดูเป็นเรื่องธรรมดาไปแล้วทุกวันนี้ ทุกครั้งที่อัปเดตเทรนด์แฟชั่น เราจะพบกับการร่วมมือกันระหว่างแบรนด์พร้อมกับประกาศเปิดตัวสินค้าตัวใหม่ที่น่าติดตาม ซึ่งก็ได้รวมเอาเอกลักษณ์ของทั้งสองแบรนด์เข้าไว้ด้วยกัน และคงกระตุ้นต่อมความอยากเป็นเจ้าของให้กับแฟน ๆ แต่ละแบรนด์ไม่น้อย ยิ่งถ้าเกิดเป็นแฟนของทั้งสองแบรนด์อยู่ด้วยแล้ว คงจะรีบกดจองโดยแทบไม่ต้องคิดได้เลยทีเดียว

แต่ถ้าเป็นแบรนด์ที่เรานึกไม่ออกว่าจะเขาจะร่วมมือกันได้ล่ะ ?

PLY x ขายหัวเราะ โดย F.HERO แฟนคลับผู้พา ‘บ.ก.วิติ๊ด’ ออกมาโลดแล่นบนท้องถนน

นั่นเป็นคำถามแรกในหัวหลังจากที่เรารู้ว่า F.HERO จะทำงานร่วมกับขายหัวเราะเพื่อผลิตรองเท้า ใช่แล้ว คุณอ่านไม่ผิดหรอก แรปเปอร์อันดับต้น ๆ ของเมืองไทยร่วมมือกับบริษัททำหนังสือการ์ตูนที่สร้างเสียงหัวเราะให้คนไทยมาอย่างยาวนาน เพื่อผลิตสนีกเกอร์ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ พร้อมทั้งสร้างความสุขทุกครั้งที่หยิบมาสวมใส่

และนี่คือที่มาของเรื่องราวทั้งหมด

PLY (พลาย) แบรนด์รองเท้าสนีกเกอร์สัญชาติไทย ที่เกิดจากการวมตัวกันของเหล่าผู้คว่ำหวอดในวงการ ทั้งบริษัท CPL ผู้เชี่ยวชาญการผลิตรองเท้าเพื่อความปลอดภัย แบรนด์ 31Thanwa ซึ่งเป็นแบรนด์กระเป๋าสุดหรูที่สืบทอดมาจากโรงงานผลิตเครื่องหนังและรองเท้าหนังเป็นรุ่นที่ 3 และ กอล์ฟ F.HERO แรปเปอร์ที่ขึ้นชื่อเรื่องความเป็นผู้รอบรู้ด้าน Streetwear และเป็นหนึ่งในนักสะสมสนีกเกอร์ตัวยงที่ขึ้นชื่อในวงการ

PLY x ขายหัวเราะ โดย F.HERO แฟนคลับผู้พา ‘บ.ก.วิติ๊ด’ ออกมาโลดแล่นบนท้องถนน

แต่สิ่งที่ทำให้การร่วมมือกันครั้งนี้ นั่นเป็นเพราะ F.HERO เป็นมากกว่านั้น

กอล์ฟเล่าให้ฟังว่าเขาเป็นแฟนตัวยงหนังสือของสำนักพิมพ์บรรลือสาส์น ไม่ว่าจะเป็น ขายหัวเราะ มหาสนุก หรือ สวนเด็ก นั่นทำให้ต้องคอยติดตามข่าวสารของสำนักพิมพ์อยู่ตลอด และมองว่าการปรับตัวมาสร้างแพลตฟอร์มสำหรับรองรับงานใหม่ ๆ ในรูปแบบที่หลากหลายขึ้นของสำนักพิมพ์ ที่ตอนนี้กลายเป็นบันลือกรุ๊ป แถมยังได้รับความนิยมไม่สร่างซา ไม่ว่าจะเป็นแพลตฟอร์มไหน ก็เป็นการนำเอาแนวคิดการต่อยอดมาทำให้ใช้ได้จริงที่ยิ่งน่าติดตาม เนื่องจากตัวกอล์ฟเองก็กำลังทำค่ายเพลง โดยหวังให้ T-Pop มีที่ยืนในวงการดนตรีของโลก และมองว่าการต่อยอดจากต้นทุนที่มีอยู่ เป็นวิสัยทัศน์ที่จะทำให้ไปถึงเป้าหมาย

เมื่อสำนักพิมพ์ที่เป็นตัวเองแฟนคลับแสดงให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ที่คล้ายกัน กอล์ฟจึงไม่รอช้า รีบติดต่อกับ พิมพ์พิชา อุตสาหจิต หรือ นิว ผู้บริหารรุ่นที่ 3 ที่แฟน ๆ หนังสือหลายคนจะคุ้นเธอจากตัวการ์ตูนเจ้าหนูที่มีผม 3 เส้น แต่นิวในตอนนี้คือผู้บริหารที่กำหนดทิศทางของบันลือกรุ๊ป เมื่อเธอได้พูดคุยกับกอล์ฟ และเห็นด้วยว่าการนำเอาความคลาสสิกที่มีของ ขายหัวเราะ มาต่อยอดในรูปแบบที่ต่างออกไป เป็นอีกพรมแดนหนึ่งที่น่าสนใจ พวกเขาจึงเริ่มงานทันที

PLY x ขายหัวเราะ โดย F.HERO แฟนคลับผู้พา ‘บ.ก.วิติ๊ด’ ออกมาโลดแล่นบนท้องถนน
PLY x ขายหัวเราะ โดย F.HERO แฟนคลับผู้พา ‘บ.ก.วิติ๊ด’ ออกมาโลดแล่นบนท้องถนน

ขายหัวเราะ มีนโยบายอยากทำงานกับผลิตภัณฑ์ทุกรูปแบบ เพื่อดูว่าพวกเขาจะต่อยอดเอาตัวละครที่ทุกคนคุ้นเคย ไปปรากฏตัวในพื้นที่ใหม่ ๆ ได้ไกลแค่ไหน นอกจากนี้เมื่อได้ร่วมงานกัน พวกเขาพบว่าต่างก็เป็นแฟนคลับของกันและกัน ไม่ใช่แค่กอล์ฟที่หลงใหลในตัวการ์ตูนของ ขายหัวเราะ เท่านั้น แต่ผู้บริหารของบันลือกรุ๊ปก็ชื่นชมสไตล์การแรป และทักษะการเขียนเนื้อเพลงที่เป็นเอกลักษณ์ของกอล์ฟด้วยเช่นกัน ดังนั้นจะพูดว่านี่เป็นการแลกเปลี่ยนความชื่นชมกันและกันระหว่างแฟนคลับก็คงไม่ผิดนัก และทำให้สามารถทำงานได้อย่างราบรื่น

แต่ถึงแม้จะมีความชื่นชอบเป็นต้นทุน การนำเอาตัวการ์ตูนมาอยู่บนรองเท้าก็ไม่ใช่เรื่องง่ายอยู่แล้ว พวกเขากำลังมองหารองเท้าที่สวย แต่ก็ต้องใช้งานได้จริง เหมาะกับการใช้ในชีวิตประจำวันของคนรุ่นใหม่ กอล์ฟและทีม PLY ต้องนำจุดเด่นของรองเท้าออกมาให้ชัดเจนที่สุด โดยยึดแนวคิด ‘Safety Streetwear Sneaker’ เป็นสำคัญ

ในขณะเดียวกัน ทางบันลือกรุ๊ปก็ต้องระดมทุกทรัพยากรที่มี เพื่อให้แน่ใจว่าตัวละครที่จะปรากฏขึ้นเป็นลวดลายบนรองเท้า จะไม่ใช่แค่การนำเอาภาพไปแปะเท่านั้น แต่ต้องมีชีวิตชีวาและนำพาความทรงจำแสนสุขมาให้คนที่ได้ลองใส่ เนื่องจากตัวการ์ตูนทุกตัวมีลักษณะท่าทางที่เป็นเอกลักษณ์ ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่าทุกตัวละครที่เคยปรากฏบนหนังสือในเครือบันลือกรุ๊ป มีท่าทางเฉพาะตัว ไก่วัลลภจะทำท่าบางชนิดเท่านั้น โจรมุมตึกจะยืนด้วยท่าทางแบบที่คุ้นเคยเท่านั้น หากดัดแปลงเกินไปจนคนไม่เชื่อพวกมันจะออกท่าทางแบบนี้จริง ๆ จะทำให้ขัดกับภาพลักษณ์ที่เคยมี ตัวละครทุกตัวมีรายละเอียด ซึ่งทั้งกอล์ฟและนิวก็ยังย้ำว่าต้องลงลึกขนาดนี้ ก็เพื่อให้เสน่ห์ที่คอยมอบรอยยิ้มให้กับทุกคน ไม่ว่าจะอยู่บนกระดาษหนังสือการ์ตูน หรืออยู่บนสินค้าใด ก็ยังคงอยู่เสมอ

PLY x ขายหัวเราะ โดย F.HERO แฟนคลับผู้พา ‘บ.ก.วิติ๊ด’ ออกมาโลดแล่นบนท้องถนน
PLY x ขายหัวเราะ โดย F.HERO แฟนคลับผู้พา ‘บ.ก.วิติ๊ด’ ออกมาโลดแล่นบนท้องถนน

การทำงานร่วมกันจึงเป็นการหารือร่วมกันระหว่างทีม PLY และบันลือกรุ๊ป พร้อมทั้งวิเคราะห์จุดเด่นจุดด้อยของแทบทุกตัวละครเพื่อหาตัวที่เหมาะสม ซึ่งกอล์ฟบอกว่าทุกครั้งที่ได้เข้ามาที่ออฟฟิศบันลือกรุ๊ป เป็นเหมือนการเติมเต็มความฝันวัยเด็กของตัวเอง เขายังบอกอีกว่าจังหวะการ์ตูน 3 ช่องเป็นอีกแนวทางที่เขาใช้เวลาเขียนเพลง มีช่องเปิด ช่องปู และช่องตบ นี่อาจจะเป็นอีกเคล็ดลับที่ทำให้เขาปล่อยเพลงฮิตออกมา นอกจากนี้ เขายังเชื่อว่าขายหัวเราะในยุคต่าง ๆ ยังเป็นจดหมายเหตุประเทศไทยที่ย่อยเอาเหตุการณ์สำคัญ ๆ ออกมาในรูปแบบเบาสมอง แต่ก็ยังชวนให้ฉุกคิด ซึ่งถือเป็นคุณูปการที่สำคัญต่อวงการสื่อเมืองไทยเลยทีเดียว

นอกจากเติมเต็มความฝันวัยเด็กแล้ว การเข้ามาทำงานร่วมกันยังทำให้กอล์ฟได้เรียนรู้แนวคิดการต่อยอดที่เกิดขึ้นจากวิสัยทัศน์ของ วิธิต อุตสาหจิต หรือ ‘บ.ก.วิติ๊ด’ ที่เราคุ้นเคยกัน ซึ่งมองว่าตัวการ์ตูนที่เขามี ถือเป็น Soft Power ที่สำคัญ เนื่องจากพวกมันได้สร้างความผูกพันมานานหลายสิบปี เป็นต้นทุนที่ประเมินค่าไม่ได้ ความพยายามที่จะเอาพวกมันไปปรากฏในสื่ออื่น ๆ ในรูปแบบที่หลากหลายและแตกต่างออกไป ถือเป็นต้นแบบการทำธุรกิจที่กอล์ฟบอกว่าเขาจะนำไปปรับใช้อย่างแน่นอน นอกจากนี้ การทำงานผ่านการทำเป็นแบบอย่างและมีคำแนะนำอย่างอบอุ่นอยู่เสมอภายในครอบครัว แต่ก็ยังให้อำนาจตัดสินใจกับคนรุ่นใหม่แบบมืออาชีพ เป็นอีกเรื่องที่กอล์ฟถือว่าเป็นประสบการณ์ที่มีค่ากับการใช้ชีวิตของเขา

เบื้องหลัง PLY x ขายหัวเราะ เมื่อ F.HERO จับมือกับตัวการ์ตูนคลาสสิก เพื่อปลุกความหลงใหลวัยเด็กให้มีชีวิตอีกครั้ง

ทางด้าน บ.ก. วิธิต ก็มองว่านี่เป็นก้าวแรกที่สำคัญ โดยเฉพาะในยุคการเปลี่ยนแปลงจากกระดาษมาเป็นออนไลน์ ซึ่งก็ได้ทำให้บันลือกรุ๊ปต้องปรับตัวและพยายามทดลองสิ่งใหม่ ๆ อยู่เสมอ การได้ศิลปินที่มีเอกลักษณ์ของตัวเองสูง มีวินัยการทำงานที่ดี เป็นคนรุ่นใหม่ที่น่าชื่นชม มาร่วมงานด้วยถือเป็นเกียรติอย่างมากของบันลือกรุ๊ป บ.ก. ยังพูดถึงผลงานต่าง ๆ ของกอล์ฟ ซึ่งไม่ได้มีแค่เพลงที่ดังในเมืองไทยเท่านั้น แต่เขายังพูดถึงผลงานระหว่าง F.HERO และ Babymetal วงเกิร์ลกรุ๊ปเมทัลของญี่ปุ่น ซึ่งแสดงให้เห็นว่าทั้งสองฝ่ายต่างเป็นแฟนคลับของกันและกันอย่างแท้จริง

ถึงตรงนี้เราคงไม่ต้องบอกว่ากอล์ฟเขินขนาดไหน

เมื่อนี่เป็นก้าวแรก เราคงไม่ต้องบอกว่ายังมีโครงการอื่น ๆ รออยู่ในอนาคตอย่างแน่นอน โดยนิววางเป้าหมายเอาไว้ว่าภายในปีนี้ บันลือกรุ๊ปจะมีผลงาน Original Content ใหม่ ๆ ออกมาให้ติดตาม รวมถึงการนำเอาผลงานเก่าที่แฟน ๆ ชื่นชอบและทรัพยากรที่มีอยู่มาปัดฝุ่นและนำเสนอในรูปแบบใหม่ รวมไปถึงการร่วมงานกับกอล์ฟและศิลปินคนอื่น ๆ ซึ่งถึงแม้เราจะพยายามถามสักเท่าไหร่ พวกเขาก็ไม่ยอมบอกว่าเป็นอะไร

แต่ไม่ว่าจะเป็นอะไร เราก็เชื่อว่ามันจะออกมาน่าตื่นตาตื่นใจเหมือนกับ PLY x Kraihuaror แน่นอนเพราะเห็นได้ชัดว่าเมื่อการทำงานเริ่มต้นจากความชื่นชมและให้เกียรติระหว่างกันและกัน เราก็คาดหวังได้เลย

ผลงานที่เกิดจากความหลงใหลย่อมเป็นงานคลาสสิกเสมอ

Writer

นรินทร์ จีนเชื่อม

จบรัฐศาสตร์ ชอบอ่านวรรณกรรมคลาสสิค หลงใหลการโต้เถียงแบบมีอารยะ กินกาแฟดำเหมือนนักเขียนรุ่นใหญ่ แต่ใจจริงชอบแฟรบปูชิโน่คาราเมลเพิ่มไซรัป

Photographer

เธียรสิน สุวรรณรังสิกุล

ปัจจุบันกำลังหัดนอนก่อนเที่ยงคืน

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load