Laika สตาร์ทอัพแบรนด์ขนมสุนัข ผู้ชนะ Pitching ในงาน GC Circular Living Symposium 2020: Tomorrow Together ของปีนี้ 

Laika เป็นตัวอย่างของแบรนด์ที่นำเอาแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนมาสู่การปฏิบัติได้จริง พวกเขาผลิตขนมสัตว์โดยช่วยแก้ปัญหา Food Waste ผักออร์แกนิกคุณภาพดีที่กำลังจะถูกทิ้งจากโรงงานแปรรูปอาหาร มาเลี้ยงแมลงในฟาร์มของตัวเอง ซึ่งเป็นโปรตีนทางเลือกคุณภาพสูงในโลกปัจจุบัน

Laika ขนมน้องหมาที่แก้ปัญหา Food Waste มีรสอูมามิ ดีต่อสุขภาพหมาและสุขภาพโลก

ในวันงาน ระหว่างฟังผู้ก่อตั้ง Laika กำลังพูดบนเวที เรารู้สึกเลยว่านี่คือไอเดียที่เราเองก็คิดไม่ถึง ว่าสัตว์เลี้ยงก็สามารถเป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมเหมือนกันกับคน

หลังงาน GC Circular Living Symposium 2020 จบลง เรานัด โด่ง-อิทธิกร เทพมณี และ เพชร-พชรพล อัจฉริยะศิลป์ มาพูดคุยกัน เพื่อเจาะลึกถึงแรงบันดาลใจและแนวคิดในการสร้าง Laika รวมถึงเส้นทางที่ Laika กำลังจะไปต่อในอนาคต

Laika ขนมน้องหมาที่แก้ปัญหา Food Waste มีรสอูมามิ ดีต่อสุขภาพหมาและสุขภาพโลก

พวกเขาทั้งคู่ไม่เคยสนใจด้านสิ่งแวดล้อมมาก่อน หลังเรียนจบก็ทำงานในวงการการเงินและธุรกิจ เป็นสองหนุ่มไฟแรงที่กำลังใช้ความสามารถตัวเองทำงานตามความฝันที่วางไว้ แต่มีจุดพลิกผันเป็น Research Paper หนึ่งชิ้นที่พูดถึง Food Waste ของโลก นั่นทำให้โด่งตัดสินใจทำฟาร์มแมลงที่เป็นโปรตีนทางเลือก แล้วก็ต่อยอดมาเป็นผลิตภัณฑ์ขนมสุนัขร่วมกับเพชร ใช้ชื่อว่าแบรนด์ Laika มาจากชื่อของสุนัขพันธุ์ทางที่เคยถูกส่งไปสำรวจอวกาศ

ตอนนี้ Laika กำลังช่วยมนุษย์สำรวจความมั่นคงด้านอาหาร กรุยทางมองหาแหล่งโปรตีนใหม่ๆ สำหรับโลกอนาคต

Meet The Founders

ผู้ก่อตั้งแบรนด์ Laika คือโด่งกับเพชร เขาทั้งสองคนเป็นเพื่อนกัน เลี้ยงหมาด้วยกันทั้งคู่ และสนใจประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะเรื่อง Food Waste และความมั่นคงด้านอาหาร

เพชรเคยทำงานบริษัทที่ปรึกษาเกี่ยวกับ Digital Transformation คอยพัฒนา Business Model ใหม่ๆ ให้กับบริษัทใหญ่ๆ ในตลาด เฝ้าดูสิ่งที่เป็นเทรนด์ในโลกอนาคต รวมถึงประเด็นเรื่องความมั่นคงด้านอาหาร

ในตอนนั้นตัวโด่งก็กำลังหาความท้าทายใหม่ๆ นอกเหนือจากบทบาทนักวิเคราะห์การเงิน เขาเล็งเห็นศักยภาพของแหล่งโปรตีนทางเลือก จึงเริ่มเลี้ยงแมลงแล้วชวนเพชรมาสร้างแบรนด์ Laika ด้วยกัน

“แต่ก่อนโด่งเป็นนักวิเคราะห์การเงินแล้วก็อ่านรีเสิร์ชเยอะมาก ไปเจอหัวข้อหนึ่งพูดถึงวิกฤตอาหาร ตอนแรกเราก็ไม่เชื่อว่าจะมีได้ไงวิกฤตอาหาร มันมีด้วยเหรอ แล้วพอไปดูสมมติฐานในโมเดล ปรากฏว่ามันก็มีความเสี่ยงจริงๆ

“ระหว่างอ่านรีเสิร์ชเกี่ยวกับ Food Crisis เราก็รู้ว่าแหล่งโปรตีนทางเลือกมันมีอยู่สองทาง คือ Plant-based Protein กับ Insect-based Protein แต่ตอนนั้นเองเราคิดว่าประเทศไทยอยู่ในเขตร้อนชื้น ซึ่งค่อนข้างได้เปรียบในการทำเรื่อง Insect Farming แต่อีกประเด็นหนึ่งคือเรื่องของ Food Surplus เข้ามา มันมีข้อมูลสั้นๆ ง่ายๆ ที่น่าตกใจมาก ปัจจุบันอาหารที่ถูกผลิตขึ้นมาหนึ่งในสามกลายเป็นของเหลือทิ้ง ทุกๆ วัน เรามี Food Waste เยอะขนาดนั้น 

“ตอนนั้นทำงานการเงินอยู่ดีๆ ก็ตัดสินใจว่า เห้ย เราต้องมาแก้วิกฤตครั้งนี้ให้ได้แล้ว อยู่ดีๆ ก็มีความรู้สึกนั้นเลย ทั้งที่เราก็ชอบงานการเงินมาก เราอยากให้การใช้ชีวิตในการตื่นมาทุกวันมันสนุกขึ้น มีความหมายมากขึ้น พอไปเจอพวกรีเสิร์ชพวกนี้ ท้ายที่สุดก็เลยออกเดินทางหาแมลง Insect Protein ที่น่าสนใจ แล้วเริ่มทำฟาร์มแมลง” โด่งเล่าถึงการเดินทางของชีวิตในช่วงที่ผ่านมา

Laika ขนมน้องหมาที่แก้ปัญหา Food Waste มีรสอูมามิ ดีต่อสุขภาพหมาและสุขภาพโลก

ระหว่างที่ฟาร์มแมลงกำลังไปได้สวย โด่งกับเพชรก็อยากทำอะไรบางอย่างเพื่อต่อยอดและสร้างมูลค่าเพิ่ม พวกเขาได้แรงบันดาลใจมาจากสุนัขที่เลี้ยงไว้ จึงตัดสินใจลงมือผลิตขนมสุนัขขึ้นมา เพื่อให้น้องหมาได้กินขนมโปรตีนที่มีคุณภาพ แล้วใช้ผักออร์แกนิกคุณภาพดีที่ถูกคัดทิ้งจากโรงงานมาเป็นส่วนผสม เพื่อลดปัญหา Food Waste

“พวกเราเห็นว่าตลาดสัตว์เลี้ยงมันเป็นไปได้ เราเองอยากให้น้องหมาที่บ้านได้กินของดีๆ เรามองว่าสัตว์เลี้ยงเป็นได้มากกว่าแค่สิ่งน่ารักๆ ที่ให้กำลังใจเรา ถ้าเราเลือกโปรดักต์ที่ดี เขาก็เป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยเรารักษาสิ่งแวดล้อมได้ เราก็เลยมาจริงจังกับงานนี้ อยากสร้างอิมแพคที่ใหญ่จริงๆ ก็เลยตัดสินใจลาออกมาให้เวลากับ Laika จริงจัง

“ทุกครั้งที่เราไปรับเศษผักมาจากโรงงาน มันคือการเอาขยะไปสร้างประโยชน์ต่อ ทำให้มันมีมูลค่าเพิ่มได้ พวกเราก็มีเป้าหมายว่า ภายในปีหน้าเราอยากช่วย Upcycle เศษขยะพวกนี้ คำนวณแล้วได้หลายพัน Carbon Emission ซึ่งมันมีอิมแพค เรารู้สึกว่าสิ่งที่เราทำอยู่มันมีประโยชน์นะ ไม่ใช่มีประโยชน์แค่กับเรา กับโลก มันมีประโยชน์กับสังคมในอนาคตด้วย” เพชรเสริม

เศษผักออร์แกนิกซึ่งเป็นผลผลิตดีๆ ที่โรงงานแปรรูปอาหารต้องกำจัดทิ้ง กำลังถูกนำมานำมาเป็นอาหารเลี้ยงแมลง เพื่อกลายมาเป็นขนมน้องหมาคุณภาพพรีเมี่ยม นี่คือสิ่งที่โด่งกับเพชรกำลังทำในตอนนี้ 

“เราเคยไปหาเจ้าของโรงงานแปรรูปอาหารที่หนึ่ง เขามี Food Surplus เยอะมากเลย อันที่จริงเขาก็รู้อยู่แล้วว่ามันคือทรัพยากรที่ดี แต่มันไม่ถูกใช้ประโยชน์ วันแรกที่โด่งไปรับของเหลือ เขาดีใจมากจนยิ้มออกมา สำหรับโด่งมันเป็นยิ้มที่บอกว่าเราได้ไปต่อ เรากำลังทำสิ่งที่มีประโยชน์จริงๆ แล้วนะ” โด่งเล่าถึงความประทับใจที่เขายังจำได้

Laika ขนมน้องหมาที่แก้ปัญหา Food Waste มีรสอูมามิ ดีต่อสุขภาพหมาและสุขภาพโลก

 Sustainable Dog Food

ตอนนี้ โด่งและเพชรทำฟาร์มแมลงที่ชื่อว่า Black Soldier Fly หรือแมลงวันทหารสีดำ เป็นแมลงที่อยู่ในประเทศไทยมาอย่างยาวนาน ไม่ได้เป็นเอเลี่ยนสปีชีส์ ไม่ได้เป็นพาหะนำโรค และที่สำคัญ ต่างประเทศในแถบยุโรปและอเมริกาเหนือให้การยอมรับทางกฎหมายว่าเอามาใช้บริโภคได้และปลอดภัยมากสำหรับการเลี้ยงสัตว์ มีจุดเด่นทั้งเรื่องคุณประโยชน์ แถมยังให้รสอูมามิที่น้องหมาชอบมาก

“โด่งขอขายเรื่องโภชนาการ” เขาพูดพร้อมหยิบถุง Laika สีเหลืองและสีฟ้ายื่นใส่มือเรา พลิกไปด้านหลังเป็นรายละเอียดแจกแจงวัตถุดิบที่เลือกใช้ หลังจากนั้นโด่งก็เข้าสู่โหมดวิชาการด้านอาหารหมา

Laika ขนมน้องหมาที่แก้ปัญหา Food Waste มีรสอูมามิ ดีต่อสุขภาพหมาและสุขภาพโลก

“ตัวหน่วยย่อยของโปรตีน มันจะมีคำหนึ่งที่ใช้กันคือ Amino Acid Profile เป็นหน่วยเล็กที่สุดของโปรตีน ซึ่งโปรตีนจากแมลงมี Amino Acid ครบตามความต้องการของน้องหมาเลย โปรตีนบางแห่งอาจมีคุณภาพดีไม่เท่าโปรตีนจากแมลง นอกจากแมลงมีโปรตีนที่ค่อนข้างสูงแล้ว ยังมีแร่ธาตุสำคัญๆ สูงด้วย เช่น ซิงค์ ซีลีเนียม แมงกานีส พวกนี้เป็น Micro Mineral ที่สำคัญๆ ซิงค์ช่วยเรื่องขน ผิว เล็บ และภูมิคุ้มกัน 

“โปรตีนจากแมลงที่เราเลี้ยงเองที่ฟาร์มมันมีของพวกนี้เยอะมากเมื่อเทียบกับแหล่งโปรตีนดั้งเดิม และโปรไฟล์ของน้ำมันแมลงในนี้มันคล้ายๆ น้ำมันมะพร้าว ซึ่งเป็นก็เป็นอีกอันหนึ่งที่เหมาะเจาะกับน้องหมามากในการเอามาใช้ เราก็เลยคิดว่า เรื่องโภชนาการมันมีจุดเด่นและไฮไลต์สำคัญเลย มันจะมีกรดอะมิโนอันหนึ่งที่ให้รสชาติอูมามิกับน้องหมา ซึ่งแมลงของเราดันมีเยอะด้วย” น้องหมาชอบรสอูมามิ เราก็เพิ่งรู้

ส่วนมันเทศ ฟักทอง แครอท เป็นวัตถุดิบที่ปลูกในไทย เกรดเดียวกับที่ส่งทำอาหารสำหรับคน ผสมกับข้าวไรซ์เบอร์รี่อย่างดีจากเกษตรกรไทย

Laika ขนมน้องหมาที่แก้ปัญหา Food Waste มีรสอูมามิ ดีต่อสุขภาพหมาและสุขภาพโลก

“ต้องมีคาร์โบไฮเดรตด้วย มีวิตามินและแร่ธาตุอื่นๆ ด้วย ส่วนหนึ่งคือใช้วัตถุดิบที่หาได้จากในไทยเป็นหลัก เพราะว่าเป็นการช่วยเกษตรกรไทยทางหนึ่ง ลดการขนย้าย Carbon Emission ก็น้อยลง ใส่วัตถุดิบไม่กี่อย่างแล้วเข้าใจง่าย เพราะเราอยากให้ทุกวัตถุดิบที่อยู่ในนี้คนอ่านแล้วรู้จัก ไม่ใช่อ่านแล้วมันคือชื่ออะไรวะ ทางวิทยาศาสตร์ก็ต้องได้สารอาหารครบถ้วน แต่ไม่ใส่อะไรเยอะจนเกินไป เพราะว่าการใส่ส่วนผสมน้อยก็เท่ากับว่าโอกาสแพ้อาหารจะน้อยลงไปด้วย

“เราจะพยายามทำให้ได้กับทุกวัตถุดิบนะ อย่างข้าวไรซ์เบอร์รี่ก็เลือกจากไร่คุณลุงที่เขาอุตส่าห์ลงทุนทำฟาร์มไร่ออร์แกนิก กล้าที่จะลงทุนเพิ่มกว่าชาวนาคนอื่นๆ มีการใช้เทคโนโลยีมาปรับหน้าดิน ขนาดไร่ของคุณลุงอาจไม่ได้ใหญ่มาก แต่มันพอสำหรับเรา เราก็พยายามดีลกับเกษตรประเภทนี้ครับ เราได้สนับสนุนเขาด้วย” เพชรเล่าเสริม

ขนมหมา Laika มี 2 สูตร ถุงสีเหลืองชื่อว่า Happy Vitamin น้องหมากินแล้วจะสุขภาพแข็งแรง ดีต่อระบบภูมิคุ้มกัน มีวิตามินสูง ใส่ส่วนผสมพวกแครอท ฟักทอง และมันม่วง 

อีกสูตรหนึ่งเป็นถุงสีฟ้า ชื่อว่าสูตร Cotton Touch น้องหมากินแล้วดีต่อขนและผิวหนัง เพราะมีน้ำมันปลาเยอะ มีบาลานซ์โอเมก้า ใส่ส่วนผสมเป็นเมล็ดเจียขาว ไข่ขาว เห็ดชิตาเกะ มันเทศ น้ำมันแมลง ข้าวกล้อง และข้าวไรซ์เบอร์รี่ 

“โด่งว่าถึงแบรนด์เราจะมีพาร์ตสิ่งแวดล้อม แต่อีกพาร์ตหนึ่งที่เราต้องตอบโจทย์ให้ได้ก่อนคือคุณประโยชน์ของสินค้า ให้ผ่าน Minimum Requirement ซึ่งเราเลือกใช้วัตถุดิบที่ดี สองสูตรนี้ออกมาโดยอาจารย์สัตวแพทย์ นักโภชนาการสัตว์เล็กโดยเฉพาะเลย ฉะนั้น ก็เลยอยากให้มันเป็นขนมที่ดีจริงๆ สำหรับน้องหมา และอีกพาร์ตที่เราได้ คือการใช้ Upcycle หรือการสร้าง Circular Economy

“โด่งเชื่อว่า น้องหมาสร้างผลกระทบดีๆ ต่อสังคมได้ น้องหมาทำได้หลากหลายเลยแหละ เราต้องปลดปล่อยศักยภาพของเขาออกมาให้เต็มที่ เราเชื่ออย่างนั้น”

Laika ขนมน้องหมาที่แก้ปัญหา Food Waste มีรสอูมามิ ดีต่อสุขภาพหมาและสุขภาพโลก

Sustainable Lifestyle 

“เดี๋ยวนี้คนบริโภคอาหารเยอะขึ้น แบบ Overconsumption มันไม่พอดีกับธรรมชาติ เป็นอีกเหตุผลที่ทำให้เราอยากแก้ปัญหา Food Waste เมืองไทยเราผลิตอาหารเยอะอยู่แล้ว แปลว่ามีขยะอาหารในเมืองเยอะเช่นกัน แล้วในอนาคตมันก็มีโปรดักต์อื่นๆ ที่เราอยากจะทำ เป็น Sustainable Lifestyle 

“เรากำลังพัฒนาเตียงน้องหมา เพราะเมืองไทยเรามียางพาราเยอะ ผลิตสิ่งของจากยางพาราก็เยอะด้วย แล้วทุกครั้งที่ผลิตอะไรสักอย่าง มันจะมีเศษยางพาราเหลือ เอามาทำเป็นเตียงคนไม่ได้แล้ว แต่เอามาทำเป็นที่นอนน้องหมาได้ เป็นการช่วยลดเศษยางไปในตัว ในขนะเดียวกันเราก็ทำงานกับกลุ่มชุมชนที่เขามีโอกาสน้อยกว่าหลายๆ คน เราจะให้พวกเขาเป็นทีมงานคอยช่วยเราทำของพวกนี้ขึ้นมา เพราะฉะนั้น การที่น้องหมามาใช้โปรดักต์เราตรงนี้ แปลว่าเขาได้ช่วยสิ่งแวดล้อมและช่วยสังคมได้” เพชรเล่าถึงแผนงานของ Laika ให้เราฟัง ซึ่งน่าจะโดนใจเจ้าของสัตว์เลี้ยงที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมในปัจจุบันเช่นกัน

Laika ตั้งใจอยากให้เจ้าของหมาได้รู้สึกว่าน้องหมาของตัวเองเป็นเหมือนซูเปอร์ฮีโร่ น้องหมาก็เป็นอีกแรงที่ได้ช่วยคนรักษาสิ่งแวดล้อม การที่น้องหมากิน Laika 1 ถุง ได้ช่วยลด Food Surplus ไปได้เยอะ และช่วยลดการใช้ทรัพยากรธรรมชาติไปได้เยอะเช่นกัน

Laika ขนมน้องหมาที่แก้ปัญหา Food Waste มีรสอูมามิ ดีต่อสุขภาพหมาและสุขภาพโลก

เปรียบเทียบให้เห็นภาพ แหล่งโปรตีนจากวัว ไก่ และแมลง ใช้ทรัพยากรธรรมชาติในการเลี้ยงดูในจำนวนต่างกัน ซึ่งแหล่งโปรตีนจากแมลงนั้นใช้พื้นที่เลี้ยงดูน้อยกว่า ใช้น้ำในการเลี้ยงน้อยกว่า แถมแมลงก็ปล่อย CO2 Emission น้อยกว่าวัวและไก่อยู่มากโข เทียบกันแล้วโปรตีนจากแมลงช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมตั้งแต่ขั้นตอนการเลี้ยงดูเลยทีเดียว

เพชรได้อธิบายเรื่องนี้ให้เราฟังไว้ว่า

“เราเลี้ยงแมลงบนพื้นที่ไม่กี่ตารางเมตร แล้วก็ซ้อนเป็น Vertical Farming อีก ซึ่งแหล่งโปรตีนดั้งเดิมทำไม่ได้ ฟาร์มแมลงเราแทบไม่ใช้น้ำเลยนะครับ เราเอาผักออร์แกนิกเลี้ยงแมลง มันก็ปลอดสารเคมีนะ ดังนั้น ขนม Laika มันสะอาดตั้งแต่ต้นทาง แล้วก็ไม่ต้องใช้ฮอร์โมนส์เหมือนเลี้ยงไก่ ซึ่งตอนนี้หมาของหลายคนแพ้โปรตีนจากไก่ ซึ่งอาจเกิดจากแอนตี้ไบโอติกและฮอร์โมนส์ที่ใช้เลี้ยงไก่เท่านั้น แต่หนอนฟาร์มเราเลี้ยงธรรมชาติหมด 

“อีกส่วนที่สำคัญเลยคือเรื่องปล่อยก๊าซเรือนกระจก ฟาร์มที่เลี้ยงวัวในหลายประเทศเขากำลังหาทางแก้ปัญหานี้ ผมมองว่ามันไม่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม แต่หนอนมันปล่อยก๊าซน้อยมาก มันช่วยลด Food Surplus แล้วก็ช่วยลดทรัพยากรธรรมชาติในการเลี้ยงด้วย

“โด่งว่ามันเห็นชัดอยู่แล้ว ถ้าเรายังทำอะไรแบบเดิมๆ ภายในสิบปีหลังจากนี้จะเป็นยังไง โด่งชอบพูดกับเพชรว่า เราอาจสู้กับบริษัทใหญ่ในเชิงยอดขายเป็นล้านๆ ชิ้นไม่ได้ แต่ว่าสิ่งหนึ่งที่เราอยากเอาชนะเจ้าใหญ่มาก คือการที่จะเคลมบริษัทของเราว่าเป็น Carbon Neutral Company หรือว่าเป็น Planet Positive Product ให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ ซึ่งการที่เราเป็น SMEs เล็กๆ เราขยับได้เร็ว ถ้าบริษัทเล็กทำได้ บริษัทใหญ่ก็ต้องทำได้เช่นกัน เราต้องทำให้ได้เพื่อเป็นเทรนด์ใหม่ของตลาดสัตว์เลี้ยงในอนาคตครับ” โด่งกล่าวทิ้งท้าย

Laika ขนมน้องหมาที่แก้ปัญหา Food Waste มีรสอูมามิ ดีต่อสุขภาพหมาและสุขภาพโลก

GC Circular Living Symposium 2020: Tomorrow Together งานประชุมด้านเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) จัดโดยบริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC ร่วมกับพันธมิตรระดับโลก National Geographic และเครือข่ายพันธมิตรที่รวบรวมกว่า 40 ผู้นำความคิด นวัตกร และนักธุรกิจจากทั่วโลก มาร่วมแบ่งปันความคิดและประสบการณ์เกี่ยวกับแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน เพื่อขับเคลื่อนโลกสู่ความยั่งยืน ด้วยนวัตกรรม การสร้าง Business Model เพื่อก่อให้เกิดระบบนิเวศทางธุรกิจ (Ecosystem)

งานนี้มุ่งหวังการแลกเปลี่ยนมุมมองและส่งเสริมการเรียนรู้เรื่องราวที่น่าสนใจและเป็นประโยชน์ในรูปแบบ Circular in Action รวมพลังปฏิวัติการใช้ทรัพยากรโลก เพื่อสร้างสมดุลเพื่อความยั่งยืน โดยถอดบทเรียนด้วยหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน วิถีการพึ่งพาตนเอง…ใช้สิ่งที่มีให้คุ้มค่า เปลี่ยนแนวความคิดสู่การปฏิบัติที่พร้อมขยายผล ถ่ายทอดจากประสบการณ์ตรงที่เข้าใจง่ายและเกิดผลสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรม เป็นประโยชน์ทั้งในชีวิตประจำวัน SMEs องค์กรและหน่วยงานต่างๆ ตลอดจนสังคม เพื่อเป็นแรงกระเพื่อมให้การนำแนวคิด Circular Economy ขยายผลออกไปให้มากที่สุด เพื่อจะสร้าง ‘วันพรุ่งนี้ที่ดีกว่า’ ร่วมกัน (Tomorrow Together)

เข้าชมทุก Speaker ทุก Session ย้อนหลังได้ที่นี่

Writer

นิภัทรา นาคสิงห์

ตื่นเช้า ดื่มอเมริกาโน เลี้ยงปลากัด นัดเจอเพื่อนบ่อย แถมยังชอบวง ADOY กับ Catfish and the bottlemen สนุกดี

Photographer

ปฏิพล รัชตอาภา

ช่างภาพอิสระที่สนใจอาหาร วัฒนธรรมและศิลปะร่วมสมัย มีความฝันว่าอยากทำงานศิลปะเล็กๆ ไปเรื่อยๆ

ตั้งสติก่อนสตาร์ท

มาตั้งสติจากแนวคิดและบทเรียนน่ารู้ของสตาร์ทอัพที่น่าจับตา

หมายเหตุ : บทความนี้เขียนขึ้นตอนกำลังนั่งรถไปแคมป์ปิ้ง เลยทำให้อินเป็นพิเศษ

ลองมองย้อนกลับไปในชีวิตที่เคยแคมป์ปิ้งมาบ้าง 

เห็นภาพตัวเองรีบตื่นเช้า รีบออกเดินทางให้ไปถึงลานกางเต็นท์ให้เร็วที่สุด เพื่อจะได้จุดกางเต็นท์ดี ๆ วิวสวย ๆ ครั้งหนึ่งแวะระหว่างทางจนไปสาย ก็ต้องยอมกางเต็นท์บนเนิน นอนตัวเกร็งทั้งคืนไม่ให้ตัวไหลไปด้านล่าง

ยิ่งเป็นลานกางเต็นท์ฮอตฮิตอย่างอุทยานแห่งชาติ ที่แน่นอนเรื่องความอุดมสมบูรณ์และวิวแบบพาโนราม่า ก็มักจะมีระบบการจองท้าทายความทุ่มเทของคนไป แบบที่ต้องเตรียมการล่วงหน้าเป็นเดือน ๆ

เช่นเดียวกับ อีฟ-อติชา ยิ่งศิริอำนวย ผู้ก่อตั้ง Campa แพลตฟอร์มจองพื้นที่กางเต็นท์แรกในประเทศไทย ซึ่งเคยเจอปัญหาเหล่านี้กับตัวเองเช่นกัน 

Campa แพลตฟอร์มจองลานกางเต็นท์แรกในไทย แก้ปัญหาให้แคมป์ปิ้งเป็นมากกว่าเทรนด์ที่มาแล้วก็ไป

อีฟเริ่มท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติจากการเดินป่า แล้วค่อยขยับมาตั้งแคมป์อย่างจริงจัง ตระเวนเดินทางไปจุดต่าง ๆ ในประเทศ ก่อนจะไปเรียนต่อปริญญาโทที่นิวยอร์ก ที่ที่เธอใช้วันหยุดส่วนใหญ่ไปกับการตั้งแคมป์นอกเมือง (บางครั้งก็นอกรัฐ) ได้เห็นระบบการจอดลานกางเต็นท์ที่ไม่มีในบ้านเรา ไม่ว่าจะเป็นเว็บไซต์สำหรับอุทยานของภาครัฐ และลานกางเต็นท์อิสระของภาคเอกชน ระบบจ่ายเงินที่เสร็จสมบูรณ์บนหน้าจอ การจองจุดกางเต็นท์ที่เราเลือกได้เองแบบไม่ต้องรอลุ้นหน้างาน บางที่นำนวัตกรรมมาใช้จนไม่ต้องมีพนักงานเฝ้าลานเลยสักคน

Campa จึงเริ่มต้นจากคำถามว่า ‘ทำไมถึงไม่มีระบบการจองลานกางเต็นท์ในประเทศไทย’

ส่วนชื่อแบรนด์ ถ้าอ่านเสียงภาษาอังกฤษก็ฟังรื่นหู 

ถ้าอ่านเสียงภาษาไทยคือ แคมป์ปะ? แบบเวลาเราโทรชวนเพื่อนไปตั้งแคมป์นั่นแหละ

Campa แพลตฟอร์มจองลานกางเต็นท์แรกในไทย แก้ปัญหาให้แคมป์ปิ้งเป็นมากกว่าเทรนด์ที่มาแล้วก็ไป

01

สหรัฐอเมริกาคือที่ในฝันของคนสายแคมป์ เพราะมีสถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาติมากมาย รวมไปถึงเว็บไซต์หลายเจ้ารองรับอุปสงค์ของคนทั่วประเทศ บนเว็บไซต์อำนวยความสะดวกด้วยข้อมูลต่าง ๆ มีวิธีการจองและการจ่ายเงินที่ชัดเจน จนการแคมป์ปิ้งกลายเป็นวัฒนธรรมปกติ แบบที่ถ้าถามเพื่อนว่าเสาร์อาทิตย์นี้มีแผนไปเที่ยวไหน การตอบว่าแคมป์ปิ้งก็ไม่ต่างอะไรจากการไปห้างสรรพสินค้าหรือดูหนัง

หลังเรียนจบ อีฟวางแผนไป Road Trip ที่ Yellowstone แต่การแพร่ระบาดโควิด-19 ทำให้ต้องยกเลิกทุกอย่าง 

Campa แพลตฟอร์มจองลานกางเต็นท์แรกในไทย แก้ปัญหาให้แคมป์ปิ้งเป็นมากกว่าเทรนด์ที่มาแล้วก็ไป

“เป็นช่วงตัดสินใจว่าจะกลับไทยหรือต่อวีซ่าทำงานอีกปีที่โน่น พอไม่ได้ไปทริปนั้นเลยนั่งไล่ดูเว็บไซต์ต่าง ๆ อยากไปจังเลยแต่ไม่ได้ไป สุดท้ายคิดขึ้นได้ว่า ทำไมที่ไทยไม่มีแบบนี้ ประเทศไทยก็ที่สวย ๆ เยอะแยะ แต่กลับไม่มีแพลตฟอร์มการจองที่เป็นระบบ คิดเสร็จก็โทรไปเล่าให้เพื่อนสนิท (ตั๊ก-ปวีณา คล้ายสุบรรณ) ฟัง แล้วก็ชวนมาทำด้วยกันเลย” 

เธอบินไปซิลิคอนวัลเลย์ แคลิฟอร์เนีย ซื้อกระดานไวท์บอร์ดมาหนึ่งแผ่น และเริ่มไล่เรียงเขียนแผนธุรกิจทั้งหมดในอพาร์ตเมนต์ของตั๊ก

 02

“ผีสตาร์ทอัพเข้าสิง” อีฟหัวเราะ

แม้การไปแคมป์จะไม่สะดวกสบายเท่าการนอนโรงแรม การจะไปแต่ละครั้งก็ไม่ควรต้องลำบาก โดยเฉพาะในเรื่องที่จัดการได้ล่วงหน้า เช่น การจอง การจ่ายเงิน การหาข้อมูลของลานกางเต็นท์ ความเบียดเสียด ความไม่แน่นอน หรือการตั้งตารอทริปหนึ่ง เพื่อพบว่าสิ่งที่เราคาดหวังไม่ได้เป็นอย่างนั้น

การไปแคมป์มันควรจะง่ายกว่านี้

จากความตั้งใจแรกเริ่มที่แค่อยากสร้างแพลตฟอร์มและระบบจองลานกางเต็นท์ในประเทศไทย อีฟพบว่านี่คือแนวคิดแบบสตาร์ทอัพที่สร้างขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหาในชีวิตประจำวันด้วยเทคโนโลยี

ปัญหาที่ว่ามีทั้งหมด 4 ข้อใหญ่ ๆ

Campa แพลตฟอร์มจองลานกางเต็นท์แรกในไทย แก้ปัญหาให้แคมป์ปิ้งเป็นมากกว่าเทรนด์ที่มาแล้วก็ไป
  1. คนไม่รู้ว่าจะไปแคมป์ปิ้งที่ไหน 

บางที่ต้องหาดูจากเพจ บางที่บอกกันปากต่อปาก การหาลานจองเต็นท์สวย ๆ จึงไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับมือใหม่หัดแคมป์ อีฟตั้งใจให้แพลตฟอร์มเป็นศูนย์รวมลานกางเต็นท์ทั่วประเทศไทย และมีระบบที่เป็นมิตรกับผู้ใช้งานทุกระดับ ตั้งแต่มือสมัครเล่นจนถึงมืออาชีพ แค่เสิร์ชชื่อจังหวัดก็มีขึ้นมาให้เลือกเหมือนแพลตฟอร์มจองโรงแรมที่คุ้นเคยกันดี พร้อมให้ข้อมูลเกี่ยวกับลานกางเต็นท์และสิ่งอำนวยความสะดวกทุกอย่าง โดยลูกค้าไม่จำเป็นต้องส่งข้อความหรือโทรไปสอบถามโฮสต์หรือลานกางเต็นท์อีกครั้ง

  1. การจ่ายเงินที่แตกต่างกันไปแต่ละลาน 

บางลานให้โอนล่วงหน้า บางลานเดินเก็บตามเต็นท์ หากมีระบบการจ่ายเงินที่ง่ายและเสร็จสมบูรณ์ตั้งแต่ตอนจอง โฮสต์ก็ไม่ต้องจ้างคนมาคอยเก็บเงิน ส่วนลูกค้าก็ไม่ต้องเตรียมเงินไปจ่ายหน้างานให้ยุ่งยาก

Campa แพลตฟอร์มจองลานกางเต็นท์แรกในไทย แก้ปัญหาให้แคมป์ปิ้งเป็นมากกว่าเทรนด์ที่มาแล้วก็ไป
  1. ระบบ First come, First served ที่จริง ๆ แล้วอาจไม่ตอบโจทย์

ข้อนี้เราอินเป็นพิเศษ เพราะประสบการณ์น้อยนิดที่ผ่านมา ไม่เคยไปถึงลานกางเต็นท์ทันจุดที่อยากกางเลยสักครั้ง ต้องแก้ปัญหาด้วยระบบที่ไม่ได้แค่จองแค่พื้นที่ แต่จองจุดกางเต็นท์ได้เลยตั้งแต่แรก ลูกค้าก็ไม่ต้องรีบตื่นรีบไป ใครอยากแวะเที่ยว แวะดื่มกาแฟก่อน แล้วค่อยไปถึงแคมป์ตอนเย็น ๆ ก็ไม่ต้องกลัวว่าจะเจอประสบการณ์แบบ ‘ไม่ตรงปก’ ไม่ได้วิวที่เราตั้งใจไปดูจริง ๆ

  1. ความเป็นส่วนตัวที่หลายคนมองหา

ต่อเนื่องจากข้อที่แล้ว แม้เราไปถึงก่อนใครและได้กางเต็นท์ในจุดที่ต้องการแล้ว ก็ไม่มีอะไรการันตีได้ว่าจะไม่มีเต็นท์หลังอื่นมากางอยู่ข้างหน้า ในช่วงไฮซีซั่น โฮสต์บางลานรับคนแน่นมากจนเต็นท์อยู่ติด ๆ กันแบบที่อีฟบอกว่า ‘เชือกจะเกี่ยวกันอยู่แล้ว’ ลานกางเต็นท์ที่อยู่บนแพลตฟอร์มนี้ จึงต้องแบ่งพื้นที่อย่างชัดเจน ระบุจำนวนคนสูงสุดต่อพื้นที่ ถ้าคนมากหน่อยก็ต้องเช่าพื้นที่ที่ใหญ่ขึ้น เพื่อที่ลูกค้าจะได้ไม่ต้องกังวลว่าเสียงของเต็นท์ข้าง ๆ จะรบกวน ไม่ต้องกลัวว่าสมอบกเต็นท์จะไปโดนเต็นท์ใคร และมีความเป็นส่วนตัวในบรรยากาศเอาต์ดอร์สบาย ๆ ได้เต็มที่

Campa แพลตฟอร์มจองลานกางเต็นท์แรกในไทย แก้ปัญหาให้แคมป์ปิ้งเป็นมากกว่าเทรนด์ที่มาแล้วก็ไป

03

อีฟเลือกไม่ต่อวีซ่าทำงานที่อเมริกาแต่กลับเมืองไทยเพื่อจัดตั้งบริษัท สิ่งที่เขียนกับตั๊กบนกระดานไวท์บอร์ดในอพาร์ตเมนต์ที่ซิลิคอนวัลเลย์ คือความเป็นไปได้ที่ทำให้เธอตัดสินใจอย่างแน่วแน่โดยไม่ลังเล

สำหรับคนที่ไม่ได้เรียนธุรกิจมาตั้งแต่เริ่ม ทั้งคู่เริ่มจากการคิดตาม Pitch Deck หรือไฟล์นำเสนอของธุรกิจสตาร์ทอัพที่มีโมเดลใกล้เคียงกันอย่าง Airbnb

“เราดูตามไปทีละจุดว่าต้องมีตัวเลขอะไรบ้าง แล้วเอาหัวข้อนั้นมาจดบนกระดาน”

ถ้าเล่าคร่าว ๆ พวกเขาเริ่มจากการสำรวจตลาดเพื่อหา Market Validation ว่าในประเทศไทยมีตลาดคนแคมป์ปิ้งอยู่จริงไหม และมากแค่ไหน ตามด้วย Traction ว่าโมเดลธุรกิจของ Campa จะดึงดูดลูกค้าได้หรือไม่ ก่อนวิเคราะห์ SWOT ว่ามีข้อได้เปรียบ ข้อด้อย อุปสรรค และโอกาสอะไรบ้าง 

Campa แพลตฟอร์มจองลานกางเต็นท์แรกในไทย แก้ปัญหาให้แคมป์ปิ้งเป็นมากกว่าเทรนด์ที่มาแล้วก็ไป

Campa จึงออกมาเป็นแพลตฟอร์มจองลานกางเต็นท์ ระบบคล้าย ๆ กับแพลตฟอร์มจองโรงแรมต่าง ๆ เป็นตัวกลางจับคู่ระหว่างผู้ให้บริการกับผู้บริโภค รายได้หลักมาจากการแบ่งเปอร์เซ็นต์ค่าธรรมเนียมในการจองแต่ละครั้ง โดยทีมงานจะเข้าไปสำรวจพื้นที่ที่เข้าร่วม ให้คำปรึกษาเรื่องสิ่งอำนวยความสะดวกที่ต้องมี วัดพื้นที่จริงเพื่อกั้นล็อกกางเต็นท์ให้แยกเป็นสัดส่วน และถ่ายรูป 360 องศาของแต่ละล็อกให้เห็นวิวจริง ก่อนจะนำขึ้นเว็บให้ลูกค้าได้เลือกดู

อีฟบอกว่า จุดขายหลักของแพลตฟอร์มคือการจองล่วงหน้า ที่ดูยังไงก็เข้าท่าและคนน่าจะต้องการ และยังเป็นเหตุผลที่ทำให้อีฟกลับไทยเพื่อทุ่มเทให้กับธุรกิจนี้สุดตัว ทำเป็นงานหลัก ไม่ใช่ Side Project 

เธอหาข้อมูลอย่างหนัก คุยกับผู้มีประสบการณ์มากมาย ทั้งยังได้ที่ปรึกษาเป็นร้าน ThailandOutdoor Shop ผู้จำหน่ายอุปกรณ์สำหรับกิจกรรมกลางแจ้ง 

นักแคมป์ปิ้งผู้คร่ำหวอดในวงการบางคนติดเรื่องราคาของลานกางเต็นท์เอกชน ที่อาจไม่ย่อมเยาเหมือนลานกางเต็นท์ในอุทยานแห่งชาติ

แต่หลายคนกลับมองว่าแพลตฟอร์มนี้จะเข้ามาเปลี่ยนประสบการณ์แคมป์ปิ้ง และเชียร์สุดใจให้ทำต่อ 

“เขาบอกว่ามันถึงเวลาต้องเปลี่ยนแล้ว อุปกรณ์ตั้งแคมป์มีแทบทุกอย่าง แม้แต่แอร์ในเต็นท์ยังมีแล้ว ทำไมระบบการจองจุดกางเต็นท์ถึงยังไม่พัฒนา ถ้าเราไม่ทำ วันหนึ่งก็ต้องมีคนทำแน่นอน”

Campa แพลตฟอร์มจองลานกางเต็นท์แรกในไทย แก้ปัญหาให้แคมป์ปิ้งเป็นมากกว่าเทรนด์ที่มาแล้วก็ไป

04

ฟังแค่นี้เหมือน Campa จะช่วยผู้บริโภคเป็นส่วนใหญ่ แต่อีฟบอกว่าแพลตฟอร์มไม่ได้แก้แค่ปัญหาฝั่งผู้ใช้ เพราะจะเข้ามาแบ่งเบาภาระของผู้ประกอบการด้วยเช่นกัน

“ปกติเวลาคนคนหนึ่งจะไปแคมป์ปิ้ง เขาจะมีคำถามมากมาย เช่น วันเสาร์ที่ 20 ว่างไหมคะ แล้ววันหนึ่งไม่ได้มีคนถามแค่คนเดียว ยังไม่นับคำถามอื่น ๆ อย่างมีน้ำอุ่นไหม มี Wi-Fi ไหม เจ้าของลานต้องตอบกี่คำถามในหนึ่งวัน”

ณ วันนี้มีลานกางเต็นท์บนแพลตฟอร์มกว่า 20 แห่ง ส่วนหนึ่งเป็นลานที่ทีมงานเดินไปหา อีกส่วนเป็นฝ่ายติดต่อเข้ามาก่อน แต่จำนวนโฮสต์ก็เป็นอีกเรื่องที่เหนือความคาดหมาย

“เรามองโลกไว้ในแง่ดีมาก ระบบมันเวิร์กขนาดนี้ ต่างประเทศเขาก็มีกัน และไม่ใช่แค่อเมริกา ที่ญี่ปุ่น เกาหลี ยุโรปก็มีด้วย แล้วเราเป็นเจ้าแรกในประเทศไทย คิดว่ายังไงโฮสต์ต้องอยากมาร่วมกับเราแน่นอน 

“แต่เอาเข้าจริง การหาโฮสต์นั้นเหนื่อยสุด ๆ บางอาทิตย์เพิ่มมาแค่ 2 ที่ ตอนแรกเราคิดว่านี่จะเป็นเว็บไซต์ที่เข้ามาเปลี่ยนพฤติกรรมคนแคมป์ สุดท้ายต้องยอมรับว่า มันเปลี่ยนพฤติกรรมโฮสต์มากกว่า”

โฮสต์บางคนตกลงเข้าร่วมกับแพลตฟอร์มทันทีเพราะเฝ้ารอระบบแบบนี้มานานแล้ว แต่บางคนยังไม่สนใจเพราะ 2 เหตุผลที่เข้าใจได้

หนึ่ง แพลตฟอร์มของอีฟเป็นสิ่งใหม่ การจะขอพื้นที่ของเขามาอยู่บนนี้จึงต้องอาศัยความไว้ใจหรือตัวอย่างให้เห็นว่าจะประสบความสำเร็จ

สอง โฮสต์หลายคนรู้สึกว่าสิ่งที่ทำอยู่ไม่ใช่ปัญหา การหาแอดมินให้ข้อมูลหรือคนเก็บเงินก็เป็นสิ่งที่เขายินดีทำอยู่แล้ว รายได้ในแต่ละเดือนก็เพียงพอ จึงไม่จำเป็นต้องแบ่งส่วนหนึ่งให้ใครเพื่อสร้างระบบขึ้นมา

ทุกการจองจะมีค่าธรรมเนียม 18 – 25 เปอร์เซ็นต์เข้าแพลตฟอร์ม ขึ้นอยู่กับราคาตั้งต้นที่โฮสต์เป็นคนกำหนด แต่ Campa จะแนะนำให้โดยเปรียบเทียบราคาของลานที่อยู่โซนใกล้เคียงกัน บรรยากาศใกล้เคียงกัน พร้อมส่งรายงานข้อมูลการจองให้ทุกวัน สัปดาห์ไหนยอดการจองลดลงจนผิดสังเกต ขณะที่ลานเพื่อนบ้านยอดขายดีเหมือนเดิม ก็จะนัดประชุมเพื่อพิจารณาเรื่องโปรโมชัน การสื่อสารทางการตลาด หรือการปรับลดราคา

ส่วนรูปแบบการอยู่บนแพลตฟอร์มมี 2 แบบ คือ เข้าร่วมทั้งหมดหรือเข้าร่วมแค่บางส่วนของพื้นที่ก็ได้เช่นกัน 

ลานกางเต็นท์บนเว็บไซต์ได้ผ่านการตรวจสอบเป็นที่เรียบร้อย (Verified) และ Campa ตกลงว่าจะช่วยด้านการตลาดให้อีกแรง เช่น เชิญคนมารีวิวพื้นที่ หรือทำวิดีโอโปรโมตกิจกรรมและทิวทัศน์

พื้นที่ที่มองหาไม่จำเป็นต้องเป็นลานกางเต็นท์อยู่แล้ว และอาจจะไม่ต้องมีวิวพันล้าน เพราะทุกที่มีจุดเด่นแตกต่างกันไป

อีฟเล่าให้ฟังว่า มีที่หนึ่ง วิวไม่ใช่จุดเด่นที่สุด เพราะจุดขายคืออากาศหนาวตลอดปี ส่วนอีกที่เป็นสวนผลไม้ที่ลูกค้าชอบมาก เพราะเขาอนุญาตให้เก็บผลผลิตจากต้นมาประกอบอาหารได้ฟรี แถมย้ำว่าใครมีพื้นที่และอยากเข้าร่วมกับ Campa ก็ติดต่อมาได้เลย

แพลตฟอร์มจองพื้นที่กางเต็นท์แรกของประเทศไทย ที่ตั้งใจแก้ปัญหาเรื่องระบบการจองเพื่อทั้งผู้ใช้และผู้ประกอบการ

05

แพลตฟอร์ม Campa เปิดตัวในรูปแบบเว็บไซต์ตอนเที่ยงคืนวันที่ 1 เดือนตุลาคม ปี 2021 และมีคนเข้าจองทันที

แผนธุรกิจ 3 ปีแรกคือ รวบรวมลานกางเต็นท์ในทุกจังหวัดของประเทศไทยให้ได้เยอะที่สุด ขยายตลาดไปในส่วนของ Gamping ซึ่งนับเป็นความท้าทายครั้งใหญ่ เพราะต้องแข็งขันใน Red Ocean จัดอีเวนต์หรือเวิร์กชอปเกี่ยวกับกิจกรรมเอาต์ดอร์ เปิดตัวแอปพลิเคชันเพื่อเข้าถึงการใช้งานที่สะดวกสบายยิ่งขึ้น และโปรเจกต์ที่กำลังจะเกิดขึ้นเร็ว ๆ นี้คือ การร่วมมือกับพาร์ตเนอร์ให้บริการเช่าอุปกรณ์ตั้งแคมป์ เพื่อเสริมให้ธุรกิจครบวงจร และตอบโจทย์ความตั้งใจตามสโลแกน ‘The Infinite Outdoor Experience’

Campa ประกอบไปด้วยหุ้นส่วนที่มีจุดแข็งของตัวเอง ได้แก่

อีฟ ผู้ก่อตั้ง CEO และ Chief Marketing Officer

ตั๊ก ผู้ร่วมก่อตั้งและ Chief Design Officer

ต้า-จักรพันธ์ คล้ายสุบรรณ Chief Technology Officer 

ฟ้า-กนธิชา พุทธรักษา Chief Operation Officer และ Finance Manager

เต้-ศรุติ ยั่งเจริญ Chief Communication Officer

โจ้-กิตติธัช ธนพรรพี Chief Sales Officer

ต้า-วัฒนพล คำนวณศิลป์ Lead Developer

และจะเกิดขึ้นไม่ได้เลยถ้าขาดใครคนใดคนหนึ่ง 

แพลตฟอร์มจองพื้นที่กางเต็นท์แรกของประเทศไทย ที่ตั้งใจแก้ปัญหาเรื่องระบบการจองเพื่อทั้งผู้ใช้และผู้ประกอบการ

แม้จะออกตัวตลอดการสนทนาว่าไม่ใช่นักธุรกิจ และไม่มีหัวทางด้านนี้โดยตรง เธอกลับแนะนำบทเรียนธุรกิจข้อแรกที่ทุกคนควรถามตัวเองก่อนเริ่มลงมือทำอะไรก็ตาม

“ความชอบเป็นเรื่องสำคัญ”

เราพยักหน้าเห็นด้วยเต็มร้อย

“ทำอะไรที่ตัวเองชอบแล้วเราจะอิน เราจะอยากลุยกับมัน แต่สุดท้ายต้องอย่าเข้าข้างตัวเองจนลืมความเป็นไปได้ของตลาด อุปสรรคมันเยอะอยู่แล้ว แต่ต้องมองมันเป็นเรื่องที่เราต้องแก้ไปทีละปม อย่าใจร้อนหรือเครียดกับมันมาก มองภาพไกล ๆ แล้วเดินไปให้ได้ ”

ปัญหาที่ใหญ่ที่สุดของ Campa และบริษัทสตาร์ทอัพเล็ก ๆ ส่วนใหญ่คือ เงินทุน 

“สายป่านเราไม่ได้ยาวพอ จากผลประกอบการในสามสี่เดือนที่ผ่านมา เราเห็นตลาด มันมีอุปสงค์ แต่สุดท้ายธุรกิจต้องขับเคลื่อนด้วยเงิน ตอนนี้เราเริ่มมีพนักงานประจำแล้ว มีพนักงานขาย 2 คน พนักงานบัญชี 1 คน และแอดมินอีก 1 คน มีค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือน เราคุยกันตลอดว่าถ้าถึงจุดที่ต้องรัดเข็มขัด จะรับมือกับมันยังไง จะไปยื่นขอทุนที่ไหนได้บ้าง ถ้าไม่ได้จะทำยังไง”

ทีมงานยังแก้ปมในการทำธุรกิจอยู่ทุกวัน และพยายามพัฒนาแพลตฟอร์มและการบริการให้ง่าย สะดวก และดียิ่งขึ้น ให้ตอบโจทย์ทั้งผู้ใช้งานและผู้ประกอบการ เพื่อที่ว่าวันหนึ่งแคมป์ปิ้งจะกลายเป็นการท่องเที่ยวเหมือนกับที่คนไปเที่ยวทะเล เป็นกิจกรรมที่ใครก็ทำได้ อยากให้คนที่ไม่เคยลองทำได้มีประสบการณ์ดี ๆ ตั้งแต่ขั้นตอนแรก จนกลายเป็นคนที่ชื่นชอบการไปแคมป์ในที่สุด 

ให้แคมป์ปิ้งไม่ใช่แค่เทรนด์ที่เข้ามาแล้วก็ผ่านไป

แพลตฟอร์มจองพื้นที่กางเต็นท์แรกของประเทศไทย ที่ตั้งใจแก้ปัญหาเรื่องระบบการจองเพื่อทั้งผู้ใช้และผู้ประกอบการ

Writer

พิมพ์อร นทกุล

บัญชีบัณฑิตที่พบว่าตัวเองรักหมามากกว่าคน

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load