Laika สตาร์ทอัพแบรนด์ขนมสุนัข ผู้ชนะ Pitching ในงาน GC Circular Living Symposium 2020: Tomorrow Together ของปีนี้ 

Laika เป็นตัวอย่างของแบรนด์ที่นำเอาแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนมาสู่การปฏิบัติได้จริง พวกเขาผลิตขนมสัตว์โดยช่วยแก้ปัญหา Food Waste ผักออร์แกนิกคุณภาพดีที่กำลังจะถูกทิ้งจากโรงงานแปรรูปอาหาร มาเลี้ยงแมลงในฟาร์มของตัวเอง ซึ่งเป็นโปรตีนทางเลือกคุณภาพสูงในโลกปัจจุบัน

Laika ขนมน้องหมาที่แก้ปัญหา Food Waste มีรสอูมามิ ดีต่อสุขภาพหมาและสุขภาพโลก

ในวันงาน ระหว่างฟังผู้ก่อตั้ง Laika กำลังพูดบนเวที เรารู้สึกเลยว่านี่คือไอเดียที่เราเองก็คิดไม่ถึง ว่าสัตว์เลี้ยงก็สามารถเป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมเหมือนกันกับคน

หลังงาน GC Circular Living Symposium 2020 จบลง เรานัด โด่ง-อิทธิกร เทพมณี และ เพชร-พชรพล อัจฉริยะศิลป์ มาพูดคุยกัน เพื่อเจาะลึกถึงแรงบันดาลใจและแนวคิดในการสร้าง Laika รวมถึงเส้นทางที่ Laika กำลังจะไปต่อในอนาคต

Laika ขนมน้องหมาที่แก้ปัญหา Food Waste มีรสอูมามิ ดีต่อสุขภาพหมาและสุขภาพโลก

พวกเขาทั้งคู่ไม่เคยสนใจด้านสิ่งแวดล้อมมาก่อน หลังเรียนจบก็ทำงานในวงการการเงินและธุรกิจ เป็นสองหนุ่มไฟแรงที่กำลังใช้ความสามารถตัวเองทำงานตามความฝันที่วางไว้ แต่มีจุดพลิกผันเป็น Research Paper หนึ่งชิ้นที่พูดถึง Food Waste ของโลก นั่นทำให้โด่งตัดสินใจทำฟาร์มแมลงที่เป็นโปรตีนทางเลือก แล้วก็ต่อยอดมาเป็นผลิตภัณฑ์ขนมสุนัขร่วมกับเพชร ใช้ชื่อว่าแบรนด์ Laika มาจากชื่อของสุนัขพันธุ์ทางที่เคยถูกส่งไปสำรวจอวกาศ

ตอนนี้ Laika กำลังช่วยมนุษย์สำรวจความมั่นคงด้านอาหาร กรุยทางมองหาแหล่งโปรตีนใหม่ๆ สำหรับโลกอนาคต

Meet The Founders

ผู้ก่อตั้งแบรนด์ Laika คือโด่งกับเพชร เขาทั้งสองคนเป็นเพื่อนกัน เลี้ยงหมาด้วยกันทั้งคู่ และสนใจประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะเรื่อง Food Waste และความมั่นคงด้านอาหาร

เพชรเคยทำงานบริษัทที่ปรึกษาเกี่ยวกับ Digital Transformation คอยพัฒนา Business Model ใหม่ๆ ให้กับบริษัทใหญ่ๆ ในตลาด เฝ้าดูสิ่งที่เป็นเทรนด์ในโลกอนาคต รวมถึงประเด็นเรื่องความมั่นคงด้านอาหาร

ในตอนนั้นตัวโด่งก็กำลังหาความท้าทายใหม่ๆ นอกเหนือจากบทบาทนักวิเคราะห์การเงิน เขาเล็งเห็นศักยภาพของแหล่งโปรตีนทางเลือก จึงเริ่มเลี้ยงแมลงแล้วชวนเพชรมาสร้างแบรนด์ Laika ด้วยกัน

“แต่ก่อนโด่งเป็นนักวิเคราะห์การเงินแล้วก็อ่านรีเสิร์ชเยอะมาก ไปเจอหัวข้อหนึ่งพูดถึงวิกฤตอาหาร ตอนแรกเราก็ไม่เชื่อว่าจะมีได้ไงวิกฤตอาหาร มันมีด้วยเหรอ แล้วพอไปดูสมมติฐานในโมเดล ปรากฏว่ามันก็มีความเสี่ยงจริงๆ

“ระหว่างอ่านรีเสิร์ชเกี่ยวกับ Food Crisis เราก็รู้ว่าแหล่งโปรตีนทางเลือกมันมีอยู่สองทาง คือ Plant-based Protein กับ Insect-based Protein แต่ตอนนั้นเองเราคิดว่าประเทศไทยอยู่ในเขตร้อนชื้น ซึ่งค่อนข้างได้เปรียบในการทำเรื่อง Insect Farming แต่อีกประเด็นหนึ่งคือเรื่องของ Food Surplus เข้ามา มันมีข้อมูลสั้นๆ ง่ายๆ ที่น่าตกใจมาก ปัจจุบันอาหารที่ถูกผลิตขึ้นมาหนึ่งในสามกลายเป็นของเหลือทิ้ง ทุกๆ วัน เรามี Food Waste เยอะขนาดนั้น 

“ตอนนั้นทำงานการเงินอยู่ดีๆ ก็ตัดสินใจว่า เห้ย เราต้องมาแก้วิกฤตครั้งนี้ให้ได้แล้ว อยู่ดีๆ ก็มีความรู้สึกนั้นเลย ทั้งที่เราก็ชอบงานการเงินมาก เราอยากให้การใช้ชีวิตในการตื่นมาทุกวันมันสนุกขึ้น มีความหมายมากขึ้น พอไปเจอพวกรีเสิร์ชพวกนี้ ท้ายที่สุดก็เลยออกเดินทางหาแมลง Insect Protein ที่น่าสนใจ แล้วเริ่มทำฟาร์มแมลง” โด่งเล่าถึงการเดินทางของชีวิตในช่วงที่ผ่านมา

Laika ขนมน้องหมาที่แก้ปัญหา Food Waste มีรสอูมามิ ดีต่อสุขภาพหมาและสุขภาพโลก

ระหว่างที่ฟาร์มแมลงกำลังไปได้สวย โด่งกับเพชรก็อยากทำอะไรบางอย่างเพื่อต่อยอดและสร้างมูลค่าเพิ่ม พวกเขาได้แรงบันดาลใจมาจากสุนัขที่เลี้ยงไว้ จึงตัดสินใจลงมือผลิตขนมสุนัขขึ้นมา เพื่อให้น้องหมาได้กินขนมโปรตีนที่มีคุณภาพ แล้วใช้ผักออร์แกนิกคุณภาพดีที่ถูกคัดทิ้งจากโรงงานมาเป็นส่วนผสม เพื่อลดปัญหา Food Waste

“พวกเราเห็นว่าตลาดสัตว์เลี้ยงมันเป็นไปได้ เราเองอยากให้น้องหมาที่บ้านได้กินของดีๆ เรามองว่าสัตว์เลี้ยงเป็นได้มากกว่าแค่สิ่งน่ารักๆ ที่ให้กำลังใจเรา ถ้าเราเลือกโปรดักต์ที่ดี เขาก็เป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยเรารักษาสิ่งแวดล้อมได้ เราก็เลยมาจริงจังกับงานนี้ อยากสร้างอิมแพคที่ใหญ่จริงๆ ก็เลยตัดสินใจลาออกมาให้เวลากับ Laika จริงจัง

“ทุกครั้งที่เราไปรับเศษผักมาจากโรงงาน มันคือการเอาขยะไปสร้างประโยชน์ต่อ ทำให้มันมีมูลค่าเพิ่มได้ พวกเราก็มีเป้าหมายว่า ภายในปีหน้าเราอยากช่วย Upcycle เศษขยะพวกนี้ คำนวณแล้วได้หลายพัน Carbon Emission ซึ่งมันมีอิมแพค เรารู้สึกว่าสิ่งที่เราทำอยู่มันมีประโยชน์นะ ไม่ใช่มีประโยชน์แค่กับเรา กับโลก มันมีประโยชน์กับสังคมในอนาคตด้วย” เพชรเสริม

เศษผักออร์แกนิกซึ่งเป็นผลผลิตดีๆ ที่โรงงานแปรรูปอาหารต้องกำจัดทิ้ง กำลังถูกนำมานำมาเป็นอาหารเลี้ยงแมลง เพื่อกลายมาเป็นขนมน้องหมาคุณภาพพรีเมี่ยม นี่คือสิ่งที่โด่งกับเพชรกำลังทำในตอนนี้ 

“เราเคยไปหาเจ้าของโรงงานแปรรูปอาหารที่หนึ่ง เขามี Food Surplus เยอะมากเลย อันที่จริงเขาก็รู้อยู่แล้วว่ามันคือทรัพยากรที่ดี แต่มันไม่ถูกใช้ประโยชน์ วันแรกที่โด่งไปรับของเหลือ เขาดีใจมากจนยิ้มออกมา สำหรับโด่งมันเป็นยิ้มที่บอกว่าเราได้ไปต่อ เรากำลังทำสิ่งที่มีประโยชน์จริงๆ แล้วนะ” โด่งเล่าถึงความประทับใจที่เขายังจำได้

Laika ขนมน้องหมาที่แก้ปัญหา Food Waste มีรสอูมามิ ดีต่อสุขภาพหมาและสุขภาพโลก

 Sustainable Dog Food

ตอนนี้ โด่งและเพชรทำฟาร์มแมลงที่ชื่อว่า Black Soldier Fly หรือแมลงวันทหารสีดำ เป็นแมลงที่อยู่ในประเทศไทยมาอย่างยาวนาน ไม่ได้เป็นเอเลี่ยนสปีชีส์ ไม่ได้เป็นพาหะนำโรค และที่สำคัญ ต่างประเทศในแถบยุโรปและอเมริกาเหนือให้การยอมรับทางกฎหมายว่าเอามาใช้บริโภคได้และปลอดภัยมากสำหรับการเลี้ยงสัตว์ มีจุดเด่นทั้งเรื่องคุณประโยชน์ แถมยังให้รสอูมามิที่น้องหมาชอบมาก

“โด่งขอขายเรื่องโภชนาการ” เขาพูดพร้อมหยิบถุง Laika สีเหลืองและสีฟ้ายื่นใส่มือเรา พลิกไปด้านหลังเป็นรายละเอียดแจกแจงวัตถุดิบที่เลือกใช้ หลังจากนั้นโด่งก็เข้าสู่โหมดวิชาการด้านอาหารหมา

Laika ขนมน้องหมาที่แก้ปัญหา Food Waste มีรสอูมามิ ดีต่อสุขภาพหมาและสุขภาพโลก

“ตัวหน่วยย่อยของโปรตีน มันจะมีคำหนึ่งที่ใช้กันคือ Amino Acid Profile เป็นหน่วยเล็กที่สุดของโปรตีน ซึ่งโปรตีนจากแมลงมี Amino Acid ครบตามความต้องการของน้องหมาเลย โปรตีนบางแห่งอาจมีคุณภาพดีไม่เท่าโปรตีนจากแมลง นอกจากแมลงมีโปรตีนที่ค่อนข้างสูงแล้ว ยังมีแร่ธาตุสำคัญๆ สูงด้วย เช่น ซิงค์ ซีลีเนียม แมงกานีส พวกนี้เป็น Micro Mineral ที่สำคัญๆ ซิงค์ช่วยเรื่องขน ผิว เล็บ และภูมิคุ้มกัน 

“โปรตีนจากแมลงที่เราเลี้ยงเองที่ฟาร์มมันมีของพวกนี้เยอะมากเมื่อเทียบกับแหล่งโปรตีนดั้งเดิม และโปรไฟล์ของน้ำมันแมลงในนี้มันคล้ายๆ น้ำมันมะพร้าว ซึ่งเป็นก็เป็นอีกอันหนึ่งที่เหมาะเจาะกับน้องหมามากในการเอามาใช้ เราก็เลยคิดว่า เรื่องโภชนาการมันมีจุดเด่นและไฮไลต์สำคัญเลย มันจะมีกรดอะมิโนอันหนึ่งที่ให้รสชาติอูมามิกับน้องหมา ซึ่งแมลงของเราดันมีเยอะด้วย” น้องหมาชอบรสอูมามิ เราก็เพิ่งรู้

ส่วนมันเทศ ฟักทอง แครอท เป็นวัตถุดิบที่ปลูกในไทย เกรดเดียวกับที่ส่งทำอาหารสำหรับคน ผสมกับข้าวไรซ์เบอร์รี่อย่างดีจากเกษตรกรไทย

Laika ขนมน้องหมาที่แก้ปัญหา Food Waste มีรสอูมามิ ดีต่อสุขภาพหมาและสุขภาพโลก

“ต้องมีคาร์โบไฮเดรตด้วย มีวิตามินและแร่ธาตุอื่นๆ ด้วย ส่วนหนึ่งคือใช้วัตถุดิบที่หาได้จากในไทยเป็นหลัก เพราะว่าเป็นการช่วยเกษตรกรไทยทางหนึ่ง ลดการขนย้าย Carbon Emission ก็น้อยลง ใส่วัตถุดิบไม่กี่อย่างแล้วเข้าใจง่าย เพราะเราอยากให้ทุกวัตถุดิบที่อยู่ในนี้คนอ่านแล้วรู้จัก ไม่ใช่อ่านแล้วมันคือชื่ออะไรวะ ทางวิทยาศาสตร์ก็ต้องได้สารอาหารครบถ้วน แต่ไม่ใส่อะไรเยอะจนเกินไป เพราะว่าการใส่ส่วนผสมน้อยก็เท่ากับว่าโอกาสแพ้อาหารจะน้อยลงไปด้วย

“เราจะพยายามทำให้ได้กับทุกวัตถุดิบนะ อย่างข้าวไรซ์เบอร์รี่ก็เลือกจากไร่คุณลุงที่เขาอุตส่าห์ลงทุนทำฟาร์มไร่ออร์แกนิก กล้าที่จะลงทุนเพิ่มกว่าชาวนาคนอื่นๆ มีการใช้เทคโนโลยีมาปรับหน้าดิน ขนาดไร่ของคุณลุงอาจไม่ได้ใหญ่มาก แต่มันพอสำหรับเรา เราก็พยายามดีลกับเกษตรประเภทนี้ครับ เราได้สนับสนุนเขาด้วย” เพชรเล่าเสริม

ขนมหมา Laika มี 2 สูตร ถุงสีเหลืองชื่อว่า Happy Vitamin น้องหมากินแล้วจะสุขภาพแข็งแรง ดีต่อระบบภูมิคุ้มกัน มีวิตามินสูง ใส่ส่วนผสมพวกแครอท ฟักทอง และมันม่วง 

อีกสูตรหนึ่งเป็นถุงสีฟ้า ชื่อว่าสูตร Cotton Touch น้องหมากินแล้วดีต่อขนและผิวหนัง เพราะมีน้ำมันปลาเยอะ มีบาลานซ์โอเมก้า ใส่ส่วนผสมเป็นเมล็ดเจียขาว ไข่ขาว เห็ดชิตาเกะ มันเทศ น้ำมันแมลง ข้าวกล้อง และข้าวไรซ์เบอร์รี่ 

“โด่งว่าถึงแบรนด์เราจะมีพาร์ตสิ่งแวดล้อม แต่อีกพาร์ตหนึ่งที่เราต้องตอบโจทย์ให้ได้ก่อนคือคุณประโยชน์ของสินค้า ให้ผ่าน Minimum Requirement ซึ่งเราเลือกใช้วัตถุดิบที่ดี สองสูตรนี้ออกมาโดยอาจารย์สัตวแพทย์ นักโภชนาการสัตว์เล็กโดยเฉพาะเลย ฉะนั้น ก็เลยอยากให้มันเป็นขนมที่ดีจริงๆ สำหรับน้องหมา และอีกพาร์ตที่เราได้ คือการใช้ Upcycle หรือการสร้าง Circular Economy

“โด่งเชื่อว่า น้องหมาสร้างผลกระทบดีๆ ต่อสังคมได้ น้องหมาทำได้หลากหลายเลยแหละ เราต้องปลดปล่อยศักยภาพของเขาออกมาให้เต็มที่ เราเชื่ออย่างนั้น”

Laika ขนมน้องหมาที่แก้ปัญหา Food Waste มีรสอูมามิ ดีต่อสุขภาพหมาและสุขภาพโลก

Sustainable Lifestyle 

“เดี๋ยวนี้คนบริโภคอาหารเยอะขึ้น แบบ Overconsumption มันไม่พอดีกับธรรมชาติ เป็นอีกเหตุผลที่ทำให้เราอยากแก้ปัญหา Food Waste เมืองไทยเราผลิตอาหารเยอะอยู่แล้ว แปลว่ามีขยะอาหารในเมืองเยอะเช่นกัน แล้วในอนาคตมันก็มีโปรดักต์อื่นๆ ที่เราอยากจะทำ เป็น Sustainable Lifestyle 

“เรากำลังพัฒนาเตียงน้องหมา เพราะเมืองไทยเรามียางพาราเยอะ ผลิตสิ่งของจากยางพาราก็เยอะด้วย แล้วทุกครั้งที่ผลิตอะไรสักอย่าง มันจะมีเศษยางพาราเหลือ เอามาทำเป็นเตียงคนไม่ได้แล้ว แต่เอามาทำเป็นที่นอนน้องหมาได้ เป็นการช่วยลดเศษยางไปในตัว ในขนะเดียวกันเราก็ทำงานกับกลุ่มชุมชนที่เขามีโอกาสน้อยกว่าหลายๆ คน เราจะให้พวกเขาเป็นทีมงานคอยช่วยเราทำของพวกนี้ขึ้นมา เพราะฉะนั้น การที่น้องหมามาใช้โปรดักต์เราตรงนี้ แปลว่าเขาได้ช่วยสิ่งแวดล้อมและช่วยสังคมได้” เพชรเล่าถึงแผนงานของ Laika ให้เราฟัง ซึ่งน่าจะโดนใจเจ้าของสัตว์เลี้ยงที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมในปัจจุบันเช่นกัน

Laika ตั้งใจอยากให้เจ้าของหมาได้รู้สึกว่าน้องหมาของตัวเองเป็นเหมือนซูเปอร์ฮีโร่ น้องหมาก็เป็นอีกแรงที่ได้ช่วยคนรักษาสิ่งแวดล้อม การที่น้องหมากิน Laika 1 ถุง ได้ช่วยลด Food Surplus ไปได้เยอะ และช่วยลดการใช้ทรัพยากรธรรมชาติไปได้เยอะเช่นกัน

Laika ขนมน้องหมาที่แก้ปัญหา Food Waste มีรสอูมามิ ดีต่อสุขภาพหมาและสุขภาพโลก

เปรียบเทียบให้เห็นภาพ แหล่งโปรตีนจากวัว ไก่ และแมลง ใช้ทรัพยากรธรรมชาติในการเลี้ยงดูในจำนวนต่างกัน ซึ่งแหล่งโปรตีนจากแมลงนั้นใช้พื้นที่เลี้ยงดูน้อยกว่า ใช้น้ำในการเลี้ยงน้อยกว่า แถมแมลงก็ปล่อย CO2 Emission น้อยกว่าวัวและไก่อยู่มากโข เทียบกันแล้วโปรตีนจากแมลงช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมตั้งแต่ขั้นตอนการเลี้ยงดูเลยทีเดียว

เพชรได้อธิบายเรื่องนี้ให้เราฟังไว้ว่า

“เราเลี้ยงแมลงบนพื้นที่ไม่กี่ตารางเมตร แล้วก็ซ้อนเป็น Vertical Farming อีก ซึ่งแหล่งโปรตีนดั้งเดิมทำไม่ได้ ฟาร์มแมลงเราแทบไม่ใช้น้ำเลยนะครับ เราเอาผักออร์แกนิกเลี้ยงแมลง มันก็ปลอดสารเคมีนะ ดังนั้น ขนม Laika มันสะอาดตั้งแต่ต้นทาง แล้วก็ไม่ต้องใช้ฮอร์โมนส์เหมือนเลี้ยงไก่ ซึ่งตอนนี้หมาของหลายคนแพ้โปรตีนจากไก่ ซึ่งอาจเกิดจากแอนตี้ไบโอติกและฮอร์โมนส์ที่ใช้เลี้ยงไก่เท่านั้น แต่หนอนฟาร์มเราเลี้ยงธรรมชาติหมด 

“อีกส่วนที่สำคัญเลยคือเรื่องปล่อยก๊าซเรือนกระจก ฟาร์มที่เลี้ยงวัวในหลายประเทศเขากำลังหาทางแก้ปัญหานี้ ผมมองว่ามันไม่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม แต่หนอนมันปล่อยก๊าซน้อยมาก มันช่วยลด Food Surplus แล้วก็ช่วยลดทรัพยากรธรรมชาติในการเลี้ยงด้วย

“โด่งว่ามันเห็นชัดอยู่แล้ว ถ้าเรายังทำอะไรแบบเดิมๆ ภายในสิบปีหลังจากนี้จะเป็นยังไง โด่งชอบพูดกับเพชรว่า เราอาจสู้กับบริษัทใหญ่ในเชิงยอดขายเป็นล้านๆ ชิ้นไม่ได้ แต่ว่าสิ่งหนึ่งที่เราอยากเอาชนะเจ้าใหญ่มาก คือการที่จะเคลมบริษัทของเราว่าเป็น Carbon Neutral Company หรือว่าเป็น Planet Positive Product ให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ ซึ่งการที่เราเป็น SMEs เล็กๆ เราขยับได้เร็ว ถ้าบริษัทเล็กทำได้ บริษัทใหญ่ก็ต้องทำได้เช่นกัน เราต้องทำให้ได้เพื่อเป็นเทรนด์ใหม่ของตลาดสัตว์เลี้ยงในอนาคตครับ” โด่งกล่าวทิ้งท้าย

Laika ขนมน้องหมาที่แก้ปัญหา Food Waste มีรสอูมามิ ดีต่อสุขภาพหมาและสุขภาพโลก

GC Circular Living Symposium 2020: Tomorrow Together งานประชุมด้านเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) จัดโดยบริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC ร่วมกับพันธมิตรระดับโลก National Geographic และเครือข่ายพันธมิตรที่รวบรวมกว่า 40 ผู้นำความคิด นวัตกร และนักธุรกิจจากทั่วโลก มาร่วมแบ่งปันความคิดและประสบการณ์เกี่ยวกับแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน เพื่อขับเคลื่อนโลกสู่ความยั่งยืน ด้วยนวัตกรรม การสร้าง Business Model เพื่อก่อให้เกิดระบบนิเวศทางธุรกิจ (Ecosystem)

งานนี้มุ่งหวังการแลกเปลี่ยนมุมมองและส่งเสริมการเรียนรู้เรื่องราวที่น่าสนใจและเป็นประโยชน์ในรูปแบบ Circular in Action รวมพลังปฏิวัติการใช้ทรัพยากรโลก เพื่อสร้างสมดุลเพื่อความยั่งยืน โดยถอดบทเรียนด้วยหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน วิถีการพึ่งพาตนเอง…ใช้สิ่งที่มีให้คุ้มค่า เปลี่ยนแนวความคิดสู่การปฏิบัติที่พร้อมขยายผล ถ่ายทอดจากประสบการณ์ตรงที่เข้าใจง่ายและเกิดผลสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรม เป็นประโยชน์ทั้งในชีวิตประจำวัน SMEs องค์กรและหน่วยงานต่างๆ ตลอดจนสังคม เพื่อเป็นแรงกระเพื่อมให้การนำแนวคิด Circular Economy ขยายผลออกไปให้มากที่สุด เพื่อจะสร้าง ‘วันพรุ่งนี้ที่ดีกว่า’ ร่วมกัน (Tomorrow Together)

เข้าชมทุก Speaker ทุก Session ย้อนหลังได้ที่นี่

Writer

นิภัทรา นาคสิงห์

ตื่นเช้า ดื่มอเมริกาโน เลี้ยงปลากัด นัดเจอเพื่อนบ่อย แถมยังชอบวง ADOY กับ Catfish and the bottlemen สนุกดี

Photographer

ปฏิพล รัชตอาภา

ช่างภาพอิสระที่สนใจอาหาร วัฒนธรรมและศิลปะร่วมสมัย มีความฝันว่าอยากทำงานศิลปะเล็กๆ ไปเรื่อยๆ

ตั้งสติก่อนสตาร์ท

มาตั้งสติจากแนวคิดและบทเรียนน่ารู้ของสตาร์ทอัพที่น่าจับตา

จากงาน GC Circular Living Symposium 2022: Together To Net Zero ที่ผ่านมา ซึ่ง GC จัดงานครั้งนี้ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 เพื่อถ่ายทอดแนวคิดต่าง ๆ ตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน ดำเนินงานผ่านแนวคิด GC Circular Living  โดยในปีนี้ ได้ต่อยอดเพื่อผลักดันการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้เป็นศูนย์ เพื่อมุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero ในปี 2050  

งานในครั้งนี้ มีผู้นำทางความคิดและพันธมิตรกว่า 40 คนทั้งในและต่างประเทศ มาร่วมแบ่งปันแนวคิด มุมมอง และประสบการณ์ เพื่อยกระดับความร่วมมือคือการก้าวไปสู่เป้าหมาย Net Zero ร่วมกัน และหนึ่งใน Speaker ซึ่งเป็นคนรุ่นใหม่ที่น่าจับตามองเป็นอย่างยิ่ง คือ ณัฏชนา เตี้ยมฉายพันธ์ CEO และผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท พีบี ฟู้ดทอรี่ จำกัด แบรนด์ Trumpkin

Trumpkin คือสตาร์ทอัพ Vegan Cheese สัญชาติไทยที่เปลี่ยนเมล็ดฟักทองให้กลายเป็นนวัตกรรม การันตีด้วยรางวัลจากเวที Food Innopolis 2021 ถึง 2 รางวัล ได้แก่ รางวัลชนะเลิศรุ่น Heavy Weight (บุคคลทั่วไป) และรางวัล Popular Vote และรางวัล Startup Winner Food Innovation Product Contest 2022 จาก Thaifex Anuga Taste Innovation Show

สิ่งที่ทำให้ธุรกิจนี้แตกต่างจาก Vegan Cheese แบรนด์อื่น ๆ คือแหล่งโปรตีนที่เลือกใช้

อย่างที่ทราบกันดี ถั่วเหลือง อัลมอนด์ ตลอดจนถั่วชนิดต่าง ๆ ล้วนให้สานอาหารโปรตีน แต่ในทางกลับกัน ก็มีคนจำนวนไม่น้อยมีอาการแพ้วัตถุดิบเหล่านี้ อีกทั้งยังอาจมีแป้ง น้ำมัน และน้ำตาล ในสัดส่วนที่ส่งผลเสียต่อสุขภาพ

ทว่า Trumpkin เลือกใช้เมล็ดฟักทองเป็นวัตถุดิบหลักในการรังสรรค์ชีสขึ้นมา ซึ่งนอกจากจะไม่ก่อให้เกิดอาการแพ้แล้ว ยังปราศจากคอเลสเตอรอล มีแคลลอรี่ต่ำ และโปรตีนสูงอีกด้วย

โดยตั้งใจจะปฏิวัติวงการอาหารด้วยนวัตกรรมและสร้างผลิตภัณฑ์วีแกนที่รสชาติอร่อย ดีต่อสุขภาพ ราคาเข้าถึงได้ง่าย เพื่อนำเสนอมุมมองใหม่ของการกินอาหารวีแกนให้กับผู้บริโภค

ถ้านางฟ้าแม่ทูนหัวคือเบื้องหลังของการเนรมิตฟักทองให้เป็นรถม้าสำหรับเจ้าหญิงซินเดอเรลล่า นัท-ณัฐชนา เตี้ยมฉายพันธ์ และ นพ.ศิวพล ฐิตยารักษ์ ผู้ร่วมก่อตั้ง ก็คือเบื้องหลังของการเสกฟักทองให้เป็นอาหารที่หลาย ๆ คนชื่นชอบอย่างมอสซาเรลล่าชีส เธอเป็นส่วนหนึ่งของงาน GC Circular Living Symposium 2022 ได้ร่วมเสวนาในหัวข้อ “Green Career: Less Footprint More Opportunity” เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองและแนวคิดในการสร้างโอกาสทางอาชีพที่เป็นมิตรกับโลก

เวทย์มนต์นี้เกิดขึ้นได้อย่างไร ขอเชิญอ่าน ณ บัดนี้

Trumpkin แบรนด์ชีสวีแกนสัญชาติไทยที่เปลี่ยนเมล็ดฟักทองให้เป็นสตาร์ทอัพ

01

“อาหารไม่ได้กินแค่เพื่อความอร่อยหรือเพื่อความอยู่รอด แต่ส่งผลต่อสุขภาพและคุณภาพชีวิตมากกว่าที่เราคิด”

หากเดินไปตามซูเปอร์มาร์เก็ต คงไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะหาอาหารที่ทั้งดีต่อสุขภาพ อร่อย และราคาจับต้องได้

หลายครั้ง รสชาติอาจอร่อย แต่ไม่ดีกับสุขภาพ

หรือบางครั้ง อาจดีต่อสุขภาพ แต่ราคาไม่น่ารัก

หรืออาจดีต่อสุขภาพและอร่อย แต่ราคาแพง

นี่คือจุดเริ่มต้นที่ทำให้นัทก้าวเข้าสู่วงการนวัตกรรมอาหาร

เธอสังเกตเห็นว่ายุคก่อนหน้านี้ การทานอาหารวีแกนเพื่อสุขภาพในชีวิตประจำวันไม่ใช่เรื่องง่าย นอกจากรสชาติอาจไม่ถูกปาก อาหารเหล่านี้ยังมีราคาแพง เข้าถึงได้ยาก

เธออยากสร้างอาหารที่แก้ไขปัญหาข้างต้น ขณะเดียวกันก็ช่วยชูรสชาติของอาหารแพลนต์เบสชนิดอื่น ๆ ได้ด้วย

Trumpkin แบรนด์ชีสวีแกนสัญชาติไทยที่เปลี่ยนเมล็ดฟักทองให้เป็นสตาร์ทอัพ

ย้อนกลับไปในปี 2019 นัทเข้าแข่งขันในรายการ Food Innopolis เป็นครั้งแรก โจทย์ที่ได้รับในวันนั้นคือ Future Protein

เมื่อต้องสร้างใหม่จากศูนย์ ก็ต้องเทียบเคียงกระบวนการผลิตและวิจัยด้วยตัวเองทั้งหมด โดยเริ่มจากการมองหาโปรตีนพืชแหล่งใหม่ตามโจทย์ของ Future Protein 

เธอได้คัดเมล็ดถั่วพูคุณภาพสูง นำมาตกตะกอนโปรตีนด้วยกรรมวิธีเดียวกับการทำน้ำเต้าหู้ และใช้เทคนิคปรับแต่งกลิ่นรสให้ตรงกับที่ต้องการมากที่สุด พร้อมปรับเนื้อสัมผัส ก่อนนำเข้ากระบวนการฆ่าเชื้อ

ด้วยกรรมวิธีนี้ เธอรังสรรค์เมล็ดถั่วพูออกมาเป็นชีสดิปท่ามกลางกระแส Cheese Lover จนได้รับรางวัลมากมาย

ทว่าเส้นทางนั้นไม่ได้ราบรื่น เมื่อโควิด-19 มาเยือน สิ่งที่เกิดขึ้นคือการขาดแคลนวัตถุดิบต่าง ๆ เนื่องจากสถานการณ์โรคระบาด ทำให้เธอต้องหันมาพึ่งวัตถุดิบอื่น และศึกษาหาโปรตีนแหล่งใหม่ที่มีคุณประโยชน์อีกครั้ง พร้อมกับการคิดค้นกระบวนการผลิตใหม่เพื่อปิดจุดอ่อนของกรรมวิธีเดิม ซึ่งนอกจากนำมาสร้างนวัตกรรมได้แล้ว ยังต้องหาได้ในประเทศไทย และนี่คือจุดเริ่มต้นของ Trumpkin

“เมล็ดฟักทองตอบโจทย์ทั้งเรื่องโปรตีน ไฟเบอร์สูง โอเมก้า 3 รวมถึงสารอาหารต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นวิตามิน แร่ธาตุ ไขมันดี ซึ่งช่วยเรื่องเนื้อสัมผัส นอกจากนี้เมล็ดฟักทองยังเป็นผลผลิตทางการเกษตรที่หาได้ตลอดทั้งปี”

อย่างไรก็ตาม เมื่อพูดถึงคำว่าสตาร์ทอัพ คำว่าอุปสรรคก็ย่อมตามมา

แม้จะค้นพบวัตถุดิบที่มีคุณค่าทางสารอาหารเพียบพร้อมแล้ว แต่ ณ ตอนนั้นยังไม่มีงานวิจัยใด ๆ เกี่ยวกับการนำเมล็ดฟักทองมาแปรรูปเป็นชีส ทำให้นัทต้องใช้เวลาอยู่ในห้องแล็บกว่า 2 ปี เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์นี้

“ประมาณ 2 เดือนก่อนการแข่งขัน Food Innopolis Innovation Contest 2020 อาจารย์เก้-ดร.ปรเมษฐ์ ชุ่มยิ้ม ได้มาชิมวีแกนชีสของเราและบอกว่า ของที่ไม่อร่อยมันไม่ใช่อาหารนะ ทำให้เราต้องกลับมาโฟกัสที่รสชาติมากขึ้น สนใจความคาดหวังของผู้บริโภคมากขึ้น จนในปัจจุบันนี้ได้กลายมาเป็นจุดยืนของแบรนด์เราที่ว่า As Original food, Original Taste”

Trumpkin เผชิญอุปสรรคมากมาย ไม่ว่าจะเรื่องการพัฒนารสชาติของผลิตภัณฑ์ ความกดดันเรื่องเงินทุน และการล้มลุกคลุกคลานเพื่อวิจัยและสร้างนวัตกรรมที่คนอื่นลอกเลียนแบบไม่ได้ แต่ไม่มีสักครั้งที่นัทคิดจะล้มเลิกสักครั้ง

“เราเห็นมาตั้งแต่จุดเริ่มต้นที่ยังไม่มีอะไร จนกระทั่งมาเป็นผลิตภัณฑ์ที่ผู้บริโภคบอกว่า มีรสชาติใกล้เคียงกับชีสจากนมวัวได้ขนาดนี้ มันมีประโยชน์มากกว่าแค่กับเรา แต่รวมถึงผู้บริโภค เราจึงอยากผลักดันให้ได้กลายชีสสัญชาติไทยไปสู่ต่างประเทศ” เธอเล่าถึงความเชื่อมั่นที่มีต่อวัตถุดิบจากประเทศไทยที่เรียกได้ว่าเป็นครัวของโลก ซึ่งถูกต่อยอดมาจนถึงปัจจุบัน

Trumpkin แบรนด์ชีสวีแกนสัญชาติไทยที่เปลี่ยนเมล็ดฟักทองให้เป็นสตาร์ทอัพ

02

แม้ว่าสำหรับสตาร์ทอัพ ทรัพยากรจะมีจำกัด แต่นัทเชื่อว่าศักยภาพของทีมเธอมีไม่จำกัด นอกจากตัวเองที่เรียนด้าน Food Innovation มาแล้ว ผู้ร่วมก่อตั้งซึ่งเรียนการแพทย์ ก็ได้ใช้ความเชี่ยวชาญของเขามาดูแลเรื่องคุณค่าโภชนาการของ Trumpkin ด้วย

อีกทั้งด้วยการสนับสนุนจาก สวทช. และโครงการ Food Innopolis ที่คอยให้ความรู้ทั้งในด้านการวิจัยและการสร้างธุรกิจ นัทจึงสามารถปั้นไอเดียนี้ให้เป็นรูปเป็นร่าง ก่อนจะนำผลิตภัณฑ์เข้าไปแข่งใน Food Innopolis ในปี 2021 อีกครั้ง ซึ่งก็ได้รับรางวัลอีกเช่นเคย

“เราได้โจทย์ใหม่คือ Future Lifestyle Food ก็เลยทำออกมาเป็นมอสซาเรลล่าชีสจากเมล็ดฟักทอง เมื่อได้ถึง 2 รางวัล ก็ยิ่งมั่นใจในศักยภาพของ Trumpkin”

ชีสเป็นสินค้าที่บริโภคกันทั่วโลก ศักยภาพในการขยายตลาดจึงไม่ใช่ข้อจำกัด จึงดึงดูดพาร์ตเนอร์และนักลงทุนให้เชื่อมั่นในอนาคตของแบรนด์ แม้ในวันนี้จะถือว่าเป็นแบรนด์น้องใหม่มาก ๆ ก็ตาม

เบื้องหลังการเสกเมล็ดฟักทองให้กลายเป็นสตาร์ทอัพ เจ้าของผลงาน Vegan Cheese ด้วยความตั้งใจนำวัตถุดิบไทยไปเวทีโลก

03

ในอนาคต นอกจาก Vegan Cheese จากเมล็ดฟักทองแล้ว Trumpkin ยังมีแผนในการเติบโตอีกมากมายเพื่อให้ครอบคลุมตลาดผลิตภัณฑ์กลุ่ม Non-Diary โดยตั้งใจจะทำ Contract Farming กับเกษตรกรอินทรีย์ เพื่อกระจายรายได้และสร้างผลผลิตที่ดีต่อสุขภาพมากที่สุด

“เราต้องหาว่าเกษตรกรมีพันธุ์พืชตัวไหนที่พัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ได้ เป็นนมพืชได้ไหม หรือทำเป็นไอศกรีม เพื่อที่เราจะได้สร้างอาหารและเพิ่มคุณค่าให้ผลิตผลเหล่านั้น พร้อม ๆ กับสร้างรายได้อย่างต่อเนื่องให้เกษตรกรด้วย”

นอกจากนี้ เร็ว ๆ นี้ Trumpkin จะร่วมมือกับร้านอาหารต่าง ๆ เพื่อพัฒนาอาหารร่วมกัน ก้าวนี้จะทำให้ผู้บริโภคเห็นไอเดียว่า ชีสของเธอทานกับอะไรได้บ้าง

เบื้องหลังการเสกเมล็ดฟักทองให้กลายเป็นสตาร์ทอัพ เจ้าของผลงาน Vegan Cheese ด้วยความตั้งใจนำวัตถุดิบไทยไปเวทีโลก

04

อ่านมาถึงตรงนี้ หลายคนอาจนึกภาพคนคนหนึ่งในหัวพร้อมสงสัยเหมือนเราว่า Trumpkin = (โดนัลด์) ทรัมป์กิน หรือเปล่า

“ตอนนั้นในอินเทอร์เน็ตยังไม่มีภาพนี้เลยนะ” นัทพูดพลางหัวเราะขณะเล่าถึงที่มาของชื่อแบรนด์

แท้จริงแล้ว Trumpkin เกิดจากคอนเซ็ปต์ของการนำตัว T – Thailand มารวมร่างกับคำว่า Pumpkin พร้อมกับเล่นคำว่า Trump (ที่ไม่ใช่ Donald Trump) เพื่อสื่อถึงคำว่า Triumph ที่แปลว่าชัยชนะ

“คำว่า Triumph กับ กิน คือชัยชนะของการกิน วันนี้เราชนะแล้ว เราได้กินของอร่อยและมีประโยชน์ต่อสุขภาพด้วย”

และชัยชนะของธุรกิจนี้คือการไปถึงระดับโลก เพื่อสร้างความภาคภูมิใจให้กับประเทศ

“การทำสตาร์ทอัพเราต้องมีความตั้งใจจริง ทุกวันนี้คนพูดถึงแพสชันเยอะมาก แต่จะทำยังไงให้ในวันที่อุปสรรคและความท้าทายถาโถมเข้ามา ในวันที่เราหมดไฟ เราจะยังมีวินัยลุกขึ้นมาทำ 

“เทรนด์ของสตาร์ทอัพมาไวไปไวมาก ถ้าเราหยุดไป หันกลับมาอีกทีตลาดอาจเปลี่ยนไปแล้ว ถ้าเราช้าไปสักก้าวหนึ่ง ก็ไม่ใช่เรื่องยากสำหรับบริษัทใหญ่ที่จะลุกขึ้นมาทำแทนเรา”

นี่คืออีกหนึ่งความตั้งใจคนรุ่นใหม่ที่สร้างสรรค์ความคิดและทำให้เกิดขึ้นจริงได้  นอกจากความอร่อยแล้ว ยังรักษ์โลกได้อีกด้วย

“เพราะศูนย์ไม่ใช่แค่เป้าหมาย แต่คือเส้นชัยของเราทุกคน”

แม้วันนี้ผลิตภัณฑ์ของ Trumpkin ยังเป็นโปรโตไทป์อยู่ เราขอเอาใจช่วยให้เกิดขึ้นจริงเพื่อที่ผู้คนจะได้มีอาหารทางเลือกดี ๆ อีกทาง

เบื้องหลังการเสกเมล็ดฟักทองให้กลายเป็นสตาร์ทอัพ เจ้าของผลงาน Vegan Cheese ด้วยความตั้งใจนำวัตถุดิบไทยไปเวทีโลก

Writer

วุฒิเมศร์ ฉัตรอิสราวิชญ์

นักเรียนรู้ผู้ชื่นชอบการได้สนทนากับผู้คนและพบเจอสิ่งใหม่ๆ หลงใหลในการจิบชา และเชื่อว่าทุกสิ่งล้วนมีเรื่องราวให้ค้นหา

Photographer

ปฏิพล รัชตอาภา

ช่างภาพอิสระที่สนใจอาหาร วัฒนธรรมและศิลปะร่วมสมัย มีความฝันว่าอยากทำงานศิลปะเล็กๆ ไปเรื่อยๆ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load