แต้ว-ณฐพร เตมีรักษ์ คือนักแสดงฝีมือดีแถวหน้าของประเทศ – เรื่องนี้ทุกคนคงทราบดี

แต้วเรียนจบจากคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาฯ – เรื่องนี้คนจำนวนมากก็น่าจะทราบ

แต่เรื่องที่มีคนรู้น้อยมากก็คือ แต้วเพิ่งลงขันกับเพื่อนเปิดบริษัทอสังหาริมทรัพย์ของตัวเองชื่อ ‘Time and Space Asset’ โดยมีหุ้นส่วนคือ หนุ่ย-รติวัฒน์ และ ปราง สุวรรณไตรย์ จากบริษัทสถาปนิก OpenBox อรศศิพัชร์ ศิริวรรณพร จาก ECG Venture Capital และ ปิยพล วุฒิวร

โครงการที่เธอทำคือ สร้างบ้านหรูกลางเมืองขายในราคาราว ๆ หลังละ 200 ล้านบาท และเปิดตัวทีเดียว 3 โครงการใน 3 ทำเล

เราสงสัยว่า ราคาแบบนี้จะมีตลาดหรือ

แต้วกลับมองตรงข้าม ทำไมตลาดนี้ไม่มีใครลงมาเล่น

เธอบอกว่าบริษัท OpenBox หุ้นส่วนของเธอ รับออกแบบบ้านหรูได้อย่างมากที่สุดก็ปีละ 2 หลัง ทั้ง ๆ ที่มีลูกค้ามาหาปีละ 10 คน และงบประมาณที่ลูกค้าให้ออกแบบนั้นอยู่ที่หลังละ 200 – 400 ล้านบาท

เธอว่า การออกแบบบ้านหรูตั้งแต่รับบรีฟจนบ้านเสร็จ หิ้วกระเป๋าเข้าบ้านได้นั้นกินเวลา 4 – 5 ปี เจ้าของบ้านจำนวนมากอยากได้บ้านสวยมีสไตล์แบบไม่โหล แต่ก็ไม่อยากรอนานขนาดนั้น และไม่อยากเสียเวลาจุกจิกไปกับการคุยรายละเอียดกับผู้รับเหมา 

เธอเห็นปัญหานี้ ก็เลยออกแบบบ้านหรูกลางเมืองทีมีดีไซน์เฉพาะตัว ให้ตอบโจทย์ลูกค้าย่อหน้าบน 

วันนี้เราก็เลยมานั่งคุยกับแต้ว ในบทบาทใหม่ที่เธอตั้งใจมาก

บทบาทใหม่ของ ‘แต้ว ณฐพร’ จากนักแสดงสู่เจ้าของบริษัทอสังหาฯ สร้างบ้านหลักร้อยล้านบาท

เราควรจะเรียกบทบาทของคุณที่ Time and Space Asset ว่าเป็น สถาปนิก นักออกแบบ หรือ Developer ดี

น่าจะเป็น Developer ค่ะ งานของแต้วเริ่มตั้งแต่ยังไม่มี Time and Space เลย เป็นการรวมตัวกันของคนที่เห็นช่องว่างในตลาดอสังหาฯ ด้วยกัน ทั้งฝั่งพี่หนุ่ย พี่ปราง จาก OpenBox ที่เขามีคำถามอยู่แล้ว รวมถึงเราที่เรียนจบสถาปัตย์มา ก็มีคำถามค้างคาใจเหมือนกัน แต่ยังไม่มีความรู้ในการออกแบบและปลดล็อกสิ่งที่ยังไม่เคยมี เราอยากทำให้มันเกิดขึ้น รวมถึงฝ่าย Finance พี่ซันนี่และ ECG เขาก็พร้อมจะสนับสนุนในสิ่งที่ขาดของแต่ละฝ่าย 

มันเกิดจากวันหนึ่งทุกคนได้มาเจอกัน แล้วแชร์ว่าคิดแบบนี้ ๆ เราจะทำให้มันเกิดได้ยังไง ก่อนจะมาเจอกัน แต่ละคนก็มีเส้นทางของตัวเองกว่าจะมาถึงจุดนี้ ตอนเจอกันวันนั้นพลังในห้องนี่แบบเยอะมาก งั้นเราลองรวบรวมพลังความคิดกันไหมว่า เราจะดึงศักยภาพของตัวเองออกมาทำได้แบบไหน แต้วคงไม่ให้คำจำกัดความว่าตัวเองเป็นนักออกแบบหรือสถาปนิก น่าจะเป็นตรงกลางคือ Developer มากกว่า เพราะเราต้องเรียนรู้อะไรอีกเยอะเลย ภายใต้การทำงานของ Time and Space Asset

การโตมากับการมีคุณพ่อเป็น Developer คุณแม่เป็นสถาปนิก ส่งผลกับคุณยังไงบ้าง

คุณแม่เป็นแรงบันดาลใจที่แต้วเลือกเรียนสถาปัตย์ตั้งแต่เด็กเลยค่ะ เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เราได้เข้ามาเกี่ยวกับตรงนี้ ใครถามก็จะตอบตลอดว่าอยากเป็นสถาปนิก ชอบเอาเลโก้มาต่อเป็นบ้านของตัวเองแบบเด็ก ๆ ส่วนคุณพ่อเป็นทหารอากาศแต่เลือกทำอาชีพเสริมเป็น Developer โดยการเรียนรู้ด้วยตัวเอง ไม่ได้เรียนจบอะไรมาเลย เขาชอบเรียนรู้ผ่านการทำงานของคนที่อยู่ในวงการนั้นจริง ๆ ไปคุย หาหนังสือมาอ่าน 

คุณพ่อเป็นเหมือนแรงผลักดัน เป็นแรงบันดาลใจที่สองต่อจากคุณแม่ ที่ทำให้รู้สึกว่าขนาดไม่ได้เรียนมาด้านนี้ยังทำได้ ถ้ามีความพยายามและทุ่มเทกับมัน ตอนที่คุณพ่อยังอยู่ เขาก็ตื่นเต้นกับงานนี้ของแต้วนะคะ เรารู้เลยว่าเขามีความสุขมากที่เรามองหาอย่างอื่นนอกจากงานแสดงด้วย

คุณทำงานในวงการบันเทิงตั้งแต่ ม.ปลาย อะไรทำให้คุณยอมเหนื่อยในการเตรียมตัวสอบเข้าคณะสถาปัตย์ จุฬาฯ ให้ได้ 

อย่างแรก ตอนเด็กคงไม่มีใครรู้อนาคตตัวเองว่าเราจะชอบด้านไหน แล้วมันจะสนุกหรือเปล่า แต้วเห็นการทำงานของแม่มาตลอด เป็นภาพที่ชัดที่สุดที่ทำให้รู้สึกว่าเราน่าจะมีความสุขในชีวิตมหาลัย ในการทำงานออกแบบซึ่งอยู่บนสิ่งที่ไม่ได้ล่องลอย เป็นไปได้จริง เป็นทั้งวิทย์และศิลป์ เราก็ไม่วิทย์จ๋า ไม่ศิลป์จ๋า เราเลยค่อนข้างชัดเจนว่าคงมาทางสายนี้ อันดับสองสามสี่ที่เลือกก็เป็นคนละเรื่องเลย มีแบบนิเทศ แต่เราก็ยังมองภาพตัวเองตรงนั้นไม่ชัดเหมือนกัน ก็พยายามไปให้ถึงจุดที่เราตั้งเป้า ก็คือสถาปัตย์ จุฬาฯ

ชอบอะไรในงานสถาปนิกของคุณแม่

มันน่าจะมีความสุขกับผลงานที่ทำออกมา ถ้าวันหนึ่งเราได้สร้างอะไรบางอย่างที่มีคุณค่าต่อชีวิตคน อาจจะไม่ใช่บ้านก็ได้ อาจจะเป็นอาคารหรืออะไรก็ตามที่ตอบโจทย์ชีวิตเขา โดยมีเราเป็นสารตั้งต้น น่าจะสนุกดี

บ้านที่คุณโตมา คุณแม่เป็นคนออกแบบหรือเปล่า

แต้วโตมาในหมู่บ้านจัดสรรโบราณ โครงการอายุเท่าตัวแต้ว เราซื้อพื้นที่ที่ติดกันเพิ่มเติม แล้วก็รีโนเวตรื้อขยายเป็นบ้านแฝด ตอนนั้นแต้วกำลังจะเรียนจบ สองแม่ลูกก็ทุบบ้านกันสนุกสนาน มันอยู่ในช่วงที่เราอยากใช้สิ่งที่เรียนมาทำอะไรสักอย่าง เมื่อไม่มีใครจ้าง เราก็ทำของเราเอง 

คุณเรียนสถาปัตย์ 5 ปี ด้วยความสนุกไหม

ไม่ค่อยค่ะ ไม่ค่อยเป็นอย่างที่คิด ค่อนข้างเหนื่อย มันเหนื่อยและหนักอยู่แล้วในการส่งงาน แต่ในความเหนื่อยนั้นก็มีแรงสู้ตลอด หลาย ๆ คนงงว่าเราผ่านมันมาได้ยังไง แต้วก็งงเหมือนกัน แต่เราก็ผ่านมาได้ค่ะ

บทบาทใหม่ของ ‘แต้ว ณฐพร’ จากนักแสดงสู่เจ้าของบริษัทอสังหาฯ สร้างบ้านหลักร้อยล้านบาท

พอเรียนจบมา มีความคิดที่อยากจะเป็นสถาปนิกบ้างไหม

จบมาแรก ๆ คิดนะ โห เราเรียนมาเหนื่อยมากเลย แล้วก็ไปฝึกงานหลังเรียนจบ เรามีข้อจำกัดที่ไม่สามารถให้เวลาทั้งหมดได้ ก็ไปหาบริษัทที่คุณแม่รู้จักที่พร้อมจะเข้าใจตรงนี้ เราอยากจะเอาขาเกี่ยวไว้หน่อย ไปช้า ๆ ก็ได้ แต่สุดท้ายแล้วมันไม่ได้จริง ๆ ความรู้สึกของคนร่วมงาน เราต้องทำงานเป็นทีม มันต้องไปด้วยกัน เราจะเป็นภาระของเขา ถึงจุดที่ต้องเลือกก็เลือกงานแสดง เราก็คิดในใจว่า เราไม่จำเป็นต้องทำงานออกแบบก็ได้ ยังมีด้านอื่น ๆ เกี่ยวกับสถาปัตย์ให้ทำได้ แต่ตอนนั้นยังมองไม่เห็นว่ามีอะไรอีกบ้าง

งานออกแบบสไตล์แต้วเป็นยังไง

เน้นฟังก์ชัน ตอบโจทย์ที่สุด แต้วเป็นคนถึก ๆ เป๊ะ ๆ ฟังก์ชันต้องดีที่สุด คิดมาแล้วหัวแทบแตก จะไม่ใช่งานประเภทฟุ้ง ๆ เท่าไหร่

การหุ้นกันเปิดบริษัทสถาปนิกง่ายหรือว่ายากกว่าการทำธุรกิจที่ผ่าน ๆ มาของคุณ

งานก่อน ๆ ส่วนใหญ่มีโมเดลธุรกิจอยู่แล้ว แต้วก็เอาไอเดียไปเพิ่มว่าเราไปทางนี้ทางนู้นไหม แต่งานนี้ทุกคนต้องทดลองกันใหม่หมดเลย เพราะเป็นสิ่งที่ไม่เคยมี จะเป็นไปได้ไหม ทางตันไหม ต้องค่อย ๆ หาทางไป ถือว่ายากกว่าและทุลักทุเลกว่า แต่ก็สนุกดีตอนที่เราเจอทางออกและตื่นเต้นกับมันด้วย

บทบาทใหม่ของ ‘แต้ว ณฐพร’ จากนักแสดงสู่เจ้าของบริษัทอสังหาฯ สร้างบ้านหลักร้อยล้านบาท

ตอนเริ่มเปิดบริษัท คุณกลัวอะไรที่สุด

ความที่มันใหม่เนี่ยแหละ เรามองเห็นว่ามีคนที่มีความต้องการอยู่ แต่มันเป็นการทดลองท้าทายในทุกขั้นตอน กลัวฟีดแบ็กว่าจะเป็นไปตามที่เราคิดไหม เราก็ทำให้ดีที่สุดเท่าที่ความสามารถจะทำได้แล้ว ที่เหลือเป็นเรื่องความคาดหวัง ก็ถือว่าน่าตื่นเต้นในระดับหนึ่ง

อะไรคือโจทย์ที่ทั้งคุณและ OpenBox เห็นเหมือนกันจนมาทำโครงการนี้ด้วยกัน

ทำที่อยู่อาศัยให้ตอบโจทย์ให้ดีที่สุดของการมีบ้านอยู่กลางเมือง บ้านหรือคอนโดมักถูกออกแบบจากข้อจำกัด ไม่ว่าจะโครงสร้างการเงินหรือการตลาด เวลาเราไปสำรวจตลาดก็จะเห็นว่า ทำไมไม่ทำแบบนี้ ดีกว่าตั้งเยอะ เราจะทำไปให้ถึงตรงนั้นได้ไหม เราอยากทำบ้านกลางเมืองในทำเลที่ดีที่สุด ให้ตอบโจทย์คนที่กำลังหาบ้านกลางเมือง และมีฟังชันรองรับความต้องการทุกอย่าง

โจทย์นี้ไม่มีคนทำหรือ

ก็มีนะคะ แต่ยังมีช่องว่างที่เรารู้สึกว่าเป็นความท้าทายที่น่าจะถูกปลดล็อกให้เกิดสิ่งที่ดีกว่า

บ้านที่ทำโดย Time and Space มีคาแรกเตอร์แบบไหน

วิธีคิดเริ่มต้นจากเรามองเห็นคนที่อยู่ก่อนค่ะ เป็นคนที่เข้าใจในคุณค่าของชีวิต และหาสิ่งที่ดีที่สุด ในแง่การออกแบบ คงอธิบายด้วยคำที่ตรงกับชื่อ Time and Space คือไร้กาลเวลา สิ่งที่เห็นจากการสำรวจตลาดคือ บ้านอาจจะดูหวือหวาเพื่อให้น่าสนใจ แต่บ้านของเราไม่ได้ดึงดูดด้วยหน้าตา แต่มันคือความรู้สึกข้างใน ที่เราอยากให้มองมันนานๆ แล้วก็อยากให้เข้าใจรายละเอียดว่าอะไรทำให้มันน่าสนใจ มันสิ่งที่ที่เรายังไม่เคยเห็นบ้านแบบนี้ที่ไหน ที่เราอยากใช้เวลาด้วยจริง ๆ 

คือเรียบแต่มีรายละเอียด

ใช่ค่ะ เรียบแต่ว่าเต็มไปด้วยวิธีคิดมากมาย กว่าจะออกมาเป็นหน้าตาแบบนี้ ถ้าพูดง่าย ๆ ก็คือแบบน้อยแต่มาก เรียบแต่โก้ (หัวเราะ) ก็คือดึงดูดเราด้วยความรู้สึกค่ะ ถ้าพูดง่าย ๆ ก็คือ Timeless Design

คำว่า Time and Space มีความหมายยังไงกับคุณ ถึงเอามาตั้งเป็นชื่อบริษัท

มันดูเป็นนามธรรมมาก ๆ แต่คือองค์ประกอบหนึ่งของชีวิตเรา การทำบ้านคือสิ่งที่เกี่ยวข้องที่สุดกับชีวิตคน คนเราจะเติบโต ใช้ชีวิต นั่ง นอน กิน ทุกอย่างอยู่ภายใต้ Time and Space สิ่งที่เรามอบให้ อิฐหินปูนทรายคือวัสดุที่จะทำให้เกิดเป็นสเปซ ซึ่งเราคาดหวังว่าพื้นที่นี้จะให้ช่วงดี ๆ ที่เขาได้อยู่ที่นี่ และมีความสัมพันธ์ที่ดี 

ดูนามธรรมอีกแล้ว แต่มันคือคุณค่าของคนคนหนึ่งที่เมื่อเกิดมาบนโลก ต้องมีความสัมพันธ์กับอะไรบางอย่าง ไม่ว่าจะกับคน ในฐานะครอบครัวพ่อ แม่ ลูก เรามีความสำคัญเพราะเรามีหน้าที่ทำอะไรบางอย่างบนโลกนี้ เช่น ดูแลคนคนนี้ หรือหน้าที่ของเราต่อองค์กร มันคือการให้คุณค่ากับชีวิตจริง เลยคิดคำว่า Time and Space เหมาะที่สุดที่จะเป็นตัวตั้งต้นของสิ่งที่เราทำ

ตำแหน่ง Head of Interrelation ของคุณทำอะไรบ้าง

แต้วเริ่มต้นตั้งแต่วันแรกของการทำ Time and Space เพราะคนรู้จักเราในฐานะนักแสดง บางคนไม่รู้ว่าแต้วเป็นสถาปนิกด้วย แต้วมีทักษะหลาย ๆ อย่างที่จะ Interrelation กับทุกฝ่ายได้ ทั้งการออกไอเดียเพื่อออกแบบ และร่วมออกแบบด้วย แต่หน้าที่หลัก ๆ ในการออกแบบเป็นของ OpenBox แล้วก็ช่วยขายด้วย เป็นทุกอย่างค่ะ เลยได้รับหน้าที่เป็น Interrelation ค่ะ

แต้ว-ณฐพร เตมีรักษ์ นักแสดงที่พลิกบทบาทใหญ่ที่สุดในชีวิต เป็น Developer อสังหาริมทรัพย์บ้านหลักร้อยล้านบาท
แต้ว-ณฐพร เตมีรักษ์ นักแสดงที่พลิกบทบาทใหญ่ที่สุดในชีวิต เป็น Developer อสังหาริมทรัพย์บ้านหลักร้อยล้านบาท

ทำไมคุณถึงเลือกเปิดตัวทีเดียว 3 โครงการ ซึ่งน่าจะมีต้นทุนสูงมาก

มันเป็นโครงการแรกของเรา เราเลยอยากให้ไอเดียที่อยากนำเสนอครอบคลุมไปทุก ๆ หัวเมืองของความเป็นบ้านกลางเมือง และมีความหลากหลาย แต่ละย่านก็มีเสน่ห์ต่างกัน เราอยากให้โครงการอยู่บนย่านที่พิเศษจริง ๆ เพราะเราต้องการมอบคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับคนคนนั้นจริง ๆ เราเลยเลือก สาทร-เย็นอากาศ สุขุมวิท 26 และอารีย์ รวมตัวกันทำเป็นโครงการแรกในลักษณะที่เป็นคอลเลกชันค่ะ 

บ้าน 3 ทำเลนี้ต่างกันไหม

สาทร-เย็นอากาศ เป็นบ้านแฝดคู่กันในคอนเซ็ปต์ Urban Sanctuary ย่านนี้มีเสน่ห์ตรงความร่มรื่นอยู่แล้วเป็นเหมือนโอเอซิสในเมืองอยู่แล้ว เราก็ไปเพิ่มโอเอซิสในโอเอซิสอีกชั้น เลยทำเป็นบ้านที่มีอาคารสองหลังใหญ่เล็กโอบล้อมคอร์ตตรงกลาง เป็นเหมือน Secret Garden ไว้ให้เราชาร์จพลัง 

สุขุมวิท 26 มี 4 หลัง เราให้ชื่อว่าเป็น Landed Penthouse คือฟังก์ชันเป็นเพนต์เฮ้าส์เลย แต่เป็น สเปซที่ออกแบบมาให้เชื่อมกับธรรมชาติโดยรอบ มีความ Luxury มาก ๆ จอดรถได้ 6 คันเรียงกัน ซึ่งยากมากกับการที่เพนต์เฮ้าส์ในขนาดที่ต่ำกว่าจะให้แบบนี้

ที่อารีย์เป็น Landed Condominium 8 ยูนิต เป็นคอนโดที่ให้ความรู้สึกแบบบ้านมาก ๆ แก้ปัญหาเรื่องที่จอดรถ ด้วยการทำให้แต่ละยูนิตของคอนโดได้ที่จอดรถเยอะที่สุด เท่าที่คอนโดมิเนียมจะให้ได้ค่ะ 

บ้านที่คุณทำหลังนึงราคาเริ่มต้นที่เท่าไหร่

สุขุมวิท 26 ขนาดแปลงละประมาณ 103 – 104 ตารางวา ใกล้เคียงกับสาทร-เย็นอากาศ แต่พื้นที่ใช้สอยเยอะกว่า เพราะสาทร-เย็นอากาศ มีพื้นที่ที่เป็นดินจริง ๆ ซึ่งแทบไม่มี Urban House ที่ไหนให้แบบนี้ ราคาที่สาทร-เย็นอากาศ เริ่มต้นที่ 129 ล้านบาท มีสองหลัง สุขุมวิท 26 เริ่มที่ 200 ล้าน เพราะมีพื้นที่ใช้สอยมากกว่า ประมาณพันตารางเมตร

เป็นโครงการที่ความเสี่ยงสูงไหม

เรามองเห็นลูกค้าอยู่แล้ว วันนี้เรากำลัง Pre-sale สิ่งที่ยังไม่เคยมีในตลาด ยังเดินเข้าไปดูไม่ได้ เลยต้องใช้การเล่าให้ฟัง พยายามทำให้เขาเห็นภาพ แต่ด้วยชื่อเสียงของ OpenBox และประสบการณ์ต่าง ๆ ที่มี ก็จะเป็นการขายบ้านอีกรูปแบบหนึ่ง ที่ไม่ใช่เรื่องเสี่ยงมากหรือน้อย แต่เป็นการทดลองไปพร้อม ๆ กัน 

คุณเริ่มต้นไอเดียนี้ครั้งแรกเมื่อไหร่

เกือบ ๆ ปีค่ะ ตั้งแต่ยังไม่มี Time and Space Asset ค่ะ

แต้ว-ณฐพร เตมีรักษ์ นักแสดงที่พลิกบทบาทใหญ่ที่สุดในชีวิต เป็น Developer อสังหาริมทรัพย์บ้านหลักร้อยล้านบาท

บ้านคุณจะสร้างเสร็จ พ.ศ. 2567 ก็ใช้เวลาเกือบ 2 ปี เทียบกับถ่ายละครที่ใช้เวลาเกือบ ๆ ปี

หรือ 2 ปี (หัวเราะ)

การรอคอยของละครกับบ้านมันต่างกันยังไงบ้าง

ในมุมของคนทำงาน นักแสดงอยู่ในขั้นตอนการผลิตจริงทุกขั้น เพราะทุกซีน ทุกฉาก ทุกโมเมนต์ มีเราอยู่ในนั้น แต่บ้านเราต้องทำการบ้านหนักมากตั้งแต่ต้น ทั้งวิธีคิด วิธีออกแบบ จนส่งมอบงานให้ผู้รับเหมา ก็เหมือนปล่อยให้เขาไปเติบโต เหมือนอยู่นอกเหนือการควบคุมของเราส่วนหนึ่งแล้ว 

คุณจริงจังกับงาน Developer มากน้อยแค่ไหน

แต้วในวันนี้อยากโฟกัสที่ Time and Space มากขึ้น เพราะแต้วตื่นเต้นกับเขาในทุก ๆ ขั้นตอนเลย ยังมีเส้นทางให้เราทดลอง ให้เราเรียนรู้ ให้เราได้ให้คุณค่ากับชีวิตคนในอีกรูปแบบ ไม่ใช่ว่างานแสดงให้ไม่ได้นะ เราก็มีแพสชันกับการแสดงมาก สิ่งที่เหมือนกันของสองงานนี้คือ ทำให้เห็นคุณค่าของชีวิตเหมือนกัน นักแสดงก็ต้องตีแผ่ความคิด วิธีคิดของคนคนหนึ่งในบทบาทหนึ่ง งานออกแบบก็ให้คุณค่าชีวิตเหมือนกัน ซึ่งโจทย์มาจากตัวลูกค้า

Time and Space มีความหมายยังไงกับคุณบ้าง

ทำให้แต้วโตขึ้นไปอีกระดับหนึ่ง ทำให้เราตื่นเต้นกับการลุกขึ้นมาทำอะไรใหม่ ๆ ได้เรียนรู้การทำธุรกิจมากขึ้น แล้วก็เชื่อในการทำสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ให้เป็นไปได้ การที่แต้วได้ร่วมงานกับคนเก่ง ๆ อย่างพี่หนุ่ย พี่ปราง พี่ซันนี่ พี่โน้ต นิว เขามองเห็นความเป็นไปได้ในการทำธุรกิจของเขาเอง เขาทำงานเป็นสถาปนิกมา 20 ปีแล้ว วันนี้ตัดสินใจลุกมาเปลี่ยนตัวเองเป็น Developer แล้วหาความพอดีจนเจอ กลายเป็น Time and Space ทำให้เรารู้สึกว่า วันนี้เราอาจจะยังไม่ใช่คนที่เก่ง แข็งแรงที่สุดในบริษัท เขาทำให้เราเห็นว่าสิ่งที่มันไม่เคยเป็นไปได้แต่ทำให้เป็นไปได้ แล้วก็พัฒนาทุก ๆ วัน จนไปถึงจุดที่เขาภูมิใจกับสิ่งที่ทำ แล้วไม่หยุดนิ่ง เป็นแรงบันดาลใจให้แต้วไปใช้กับงานได้หลายอย่าง 

แต้ว-ณฐพร เตมีรักษ์ นักแสดงที่พลิกบทบาทใหญ่ที่สุดในชีวิต เป็น Developer อสังหาริมทรัพย์บ้านหลักร้อยล้านบาท

Writer

ทรงกลด บางยี่ขัน

ทรงกลด บางยี่ขัน

ตำแหน่งบรรณาธิการโดยอาชีพ เป็นนักเดินทางมือสมัครเล่น แบ่งเวลาไปสอนหนังสือโดยสมัครใจ และชอบจัดทริปให้คนสมัครไป

Photographer

Avatar

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

คนคุย

บทสัมภาษณ์คนคุ้นหน้าในแง่มุมที่อาจไม่คุ้นนัก

2 กุมภาพันธ์ 2566
3 K

สวัสดีเดือนกุมภาพันธ์ 

หากใครกำลังมีความรักที่ผลิบานก็ยินดีด้วย แต่หากใครรักไปแล้วหัวใจต้องแตกทุกครั้งก็ขอชวนมาเข้าแก๊ง 

วันนี้เรานัดกันที่ร้านดังย่านเมืองเอก เพื่อพูดคุยกับ ‘เรนิษรา เจ้าของเพลงฮิตอันดับ 1 Billboard ไทยคนล่าสุด ท่ามกลางตารางทัวร์คอนเสิร์ตที่แน่นยาวไปจนถึงมีนาคม 

ไม่ต้องรอให้สิ้นหน้าหนาว จากคนสองคนที่เชื่อว่าตนถูกเลือกให้ผิดหวัง พวกเขากลับมามีหวังอีกครั้ง เพราะเพลงที่ปล่อยออกมาอย่างไม่ตั้งใจนั้นเปลี่ยนชีวิตทั้งคู่ไปตลอดกาล

เบื้องหลังเสียงร้องชวนฝัน คือ ตั้ม-ชยพล ล้วนเส้ง และ สบาย-เรนิษรา ลี​ประโคน ดูโอ้คู่รักวัย 20 ต้น ๆ ที่จะมาเปิดอกคุยถึงความหลังอันเจ็บช้ำกับ The Cloud เป็นที่แรก ตั้งแต่วันที่เกลียดตัวเองสุดขีด การถูกปฏิเสธซ้ำแล้วซ้ำเล่า เรื่องรักของพวกเขาที่ทำให้วันนี้เป็นมากกว่าฝัน และก้าวใหม่ของเรนิษราในวันที่รับบทเป็นผู้เลือก

บทสนทนาขาดห้วงจากการเดินลัดเลาะไปตามทางเพื่อเก็บภาพ John Lennon กับ Yoko Ono ได้รับรู้อีกนิดหน่อยว่าพวกเขามีครอบครัวมาดูแลข้างเวที แถมยังขับรถตู้คันโตไปส่งเล่นดนตรีไม่ว่าที่ไหน

ตกดึกแล้วอากาศเย็นชะมัด แต่คนตรงหน้าเราทำให้รู้สึกอบอุ่น

ขอให้ทุกคนโชคดีและไม่ผิดหวังอีกเลย

ความรักต่อเสียงเพลง แฟน และ The Beatles ของ ‘เรนิษรา’ ผู้ถูกเลือกให้ผิดหวังมาทั้งชีวิต
ความรักต่อเสียงเพลง แฟน และ The Beatles ของ ‘เรนิษรา’ ผู้ถูกเลือกให้ผิดหวังมาทั้งชีวิต

ลุควันนี้แสบสันมาก ได้แรงบันดาลใจมาจากอะไร

ตั้ม : (หัวเราะ)

สบาย : วันนี้ที่ร้านเป็นธีม Y2K จริง ๆ จะใส่เสื้อหนังไบเกอร์ค่ะ แต่ว่าเก็บไว้ก่อนเป็นเซอร์ไพรส์ ส่วนของตั้มเป็นเสื้อทรง 80s แบบดิสโก้ ใส่ออกกำลังกาย ได้ตอนไปเล่นงานที่บุรีรัมย์จากร้านฮิปปี้แนวย้อนยุค

ทั้งคู่เป็นคนชอบแต่งตัวอยู่แล้วไหม

(ตอบพร้อมกันว่าใช่)

ตั้ม : แต่ก็ไม่ได้เป็นแฟชั่นจ๋าขนาดนั้นนะ ผมอยากแต่งแค่ตอนไปเล่นงานครับ ถ้าไม่เล่นงานก็ใส่เสื้อยืด

สบาย : ใส่เสื้อขาด ๆ (หัวเราะ)

แต่ในโซเชียลจะเห็นตั้มแต่งตัว Feminine มากเลย ส่วนสบายก็แต่งตัวสีฉูดฉาด 

ตั้ม : อ๋อ เพราะว่าอยู่ในกล้องด้วย มีใส่ไปเรียนบ้าง แต่น้อยมากครับ เพราะผมมองว่าการแต่งตัวคือการแสดงออก ต้องแคร์คนอื่นอยู่แล้ว 

สบาย : ใช่ ๆ บายเคยอ่านอะไรสักอย่างเกี่ยวกับสัตว์ชนิดหนึ่ง น่าจะเป็นปลา เลือกสวยแค่ตอนจะสืบพันธุ์ ตอนหากินปกติมันก็ทำสีให้จืด ๆ ธรรมดา ถ้าเข้าใจว่าเราเป็นสัตว์เหมือนกันก็เป็นเรื่องปกติ

ตั้ม : บางทีการแต่งตัวออกไปข้างนอกแล้วพยายามใส่อะไรที่แตกต่างมาก ผมว่ามันเหนื่อยตัวเองนะ การแสดงออกต้องได้อะไรกลับมาบ้าง 

ตอนนี้นอกจากทัวร์ร้องเพลงทุกวัน ทำอะไรกันอยู่

ตั้ม : ยังเรียนอยู่ครับ ปี 4 ที่ศิลปากร 

คณะอะไร

ตั้ม : ผมเรียนดุริยางค์ครับ

สบาย : บายเรียนโบราณคดี เอกอังกฤษ ไม่เข้ากันเลย

ความรักต่อเสียงเพลง แฟน และ The Beatles ของ ‘เรนิษรา’ ผู้ถูกเลือกให้ผิดหวังมาทั้งชีวิต
ความรักต่อเสียงเพลง แฟน และ The Beatles ของ ‘เรนิษรา’ ผู้ถูกเลือกให้ผิดหวังมาทั้งชีวิต

นั่นสิ ทำไมถึงมาลงเอยกัน

ตั้ม : เรามาเจอกันตอนปี 1 ครับ เป็นวิชาเรียนรวมที่ต้องไปเรียนคณะดุริยางคฯ

สบาย : วิชาศิลปะ วิชาออกแบบ

เล่าได้ไหมว่าเส้นทางรักของพวกคุณเป็นยังไง

สบาย : เราเป็นเพื่อนกันมาก่อนค่ะ เริ่มจากชวนคุย แล้วก็มียืมปากกาวาดรูปเรียนวิชาศิลปะ

ตั้ม : เราชวนกันคุยเรื่องชีวิต เพลง ทัศนคติ ผมดูเหมือนจะพูดเก่งนะ แต่ผมเป็นคนไม่ค่อยคุยกับใครเท่าไหร่

สบาย : เจอกันครั้งแรกคุยกันเรื่องการเมืองแล้วก็ตีกันไปช่วงหนึ่งค่ะ เพราะตั้มเป็นคนชัดเจน บายเป็นคนไม่ค่อยออกความเห็น ตั้มก็จะบังคับให้บายออกความเห็นบ้าง

ตั้ม : แค่อยากรู้เฉย ๆ ว่าคิดยังไง เราจะได้คุยกันและปรับตัวเข้าหากันได้ถูก อาจจะเป็นเรื่องเล็กนะ เรื่องทัศนคติการเมือง แต่อนาคตก็มีผลต่อครอบครัว ต่อลูก 

จุดไหนที่ความสัมพันธ์เริ่มพัฒนา

สบาย : เราก็คุยเล่นกันไป 4 – 5 เดือนค่ะ แล้วก็เจอกันทุกวัน มีเดินไปส่งที่ป้ายรถเมล์บ้าง

ตั้มเป็นคนไปส่ง?

ตั้ม : เขาเดินมาส่งผม ไม่ใช่ครับ! ต่างคนต่างเดินไปส่งกันครับ (หัวเราะ)

ความรักต่อเสียงเพลง แฟน และ The Beatles ของ ‘เรนิษรา’ ผู้ถูกเลือกให้ผิดหวังมาทั้งชีวิต
ความรักต่อเสียงเพลง แฟน และ The Beatles ของ ‘เรนิษรา’ ผู้ถูกเลือกให้ผิดหวังมาทั้งชีวิต

สบายชอบอะไรในตัวตั้ม

สบาย : ตอนแรกเข้าไปหาตั้มเพราะเขาดูไม่สนใจคนอื่นค่ะ หนูชอบคนที่อยู่กับตัวเอง เพราะจะทำให้เขาเป็นตัวของตัวเองด้วย ส่วนหนึ่งเพราะหนูไม่ได้เป็นแบบนั้น แล้วมันก็เป็นสิ่งที่หนูอยากเป็น แรก ๆ หนูเอาใจคนอื่นมากเลย พยายามทำให้คนอื่นชอบ แต่งตัวไปเรียนแบบจัดเต็ม อยากเป็นจุดสนใจ 

ตั้ม : เพราะเมื่อก่อนไม่ได้รับไง เป็นปกติของคนแหละ

สบาย : ใช่ เพราะเมื่อก่อนหนูไม่ได้หน้าแบบนี้ หนูโดนบูลลี่เยอะมาก จนบอกแม่ว่า ขึ้นมหาลัยขอทำจมูกได้ไหม พอเราเปลี่ยนไปเยอะก็ปรับตัวรับแสงไม่ทันค่ะ อึดอัดตัวเอง 

คือบางทีไม่อยากใส่สั้น ไม่อยากแต่งอะไร แต่อีกใจหนึ่งก็คิดว่า ถ้าเราแต่งตัวน่าเกลียดคนจะว่าเราไหม เพราะตอนแรกคนชมว่าเราสวย มาหลัง ๆ เราก็คิดว่าคนชมเขาให้อะไรเราบ้าง เราได้แค่คำชม ไปเรียนหนังสือ แล้วก็เดินตากแดดกลับบ้านเหมือนเดิม เลยใส่มอมแมม ๆ ไปเรียนแล้วค่ะ สบายใจมากกว่า ตอนเจอตั้มคือเขาใส่เสื้อขาด ๆ กับกางเกงชาวเล (หัวเราะ)

แล้วตั้มชอบอะไรในตัวสบาย

ตั้ม : สบายเป็นคนเอาใจครับ ด้วยความที่ผมไม่ค่อยสนใจอะไรเท่าไหร่ ตอนแรกบายก็ไม่ได้เป็นตัวของตัวเองนะ แต่งตัวเวอร์มาก เหมือนใส่ชุดเชียร์ลีดเดอร์ คนละขั้วกันเลย แต่ถึงเราไม่เหมือนกัน เราก็จะไม่บังคับกัน ใครอยากทำอะไรก็ทำ มีความสุขกับตัวเอง 

ผมเคยคบกับแฟนเก่าที่รู้สึกเหมือนถูกบังคับตลอดเลย ไม่ชอบคนไว้ผมยาว ไม่ชอบให้ไว้หนวด เขาเหมือนจะตีกรอบว่า เฮ้ย ผู้ชายที่ไว้ผมยาวสกปรกเลอะ ๆ บางทีก็ดูเป็นเพศที่สาม พอเขาบังคับเรามาก ๆ มันเป็นเหมือนปมที่มีผลกระทบต่อชีวิตผมในเรื่องของตัวตน 

อีกเรื่องคือผมทำเพลงมานานแล้วครับ ผมเคยประกวด Hot Wave ปี 2018 ได้เข้ารอบชิง แต่ด้วยเหตุผลทางธุรกิจหลายอย่าง ทำให้เราไม่ได้เข้าไปทำงานในค่ายต่อ ซึ่งก็เฟลมากครับ แล้วแฟนเก่าผมก็ให้คำแนะนำอะไรแปลก ๆ 

นั่นคือ

ตั้ม : เขาจะออกแนวว่าเรามากกว่าว่า ทำไมทำเพลงอย่างนี้ ผมก็แบบ เชี่ย ก็กูเป็นแบบนี้ ซึ่งผมไม่ได้แคร์นะ การที่เข้ารอบไปแล้วค่ายเขาจะไม่เอาเรา ผมก็ช่างแม่ง จนมาเจอบายก็ได้ทำเพลงด้วยกัน ประเด็นหลักคือบายไม่ได้บังคับอะไรผม มันเลยออกมาเป็นเรนิษราทุกวันนี้ เพราะผมทำเพลงตามใจ ไม่ได้มีกรอบว่าต้องทำอะไร

สบาย : สมัยที่ตั้มทำวงแรกกับเพื่อน เขาเป็นวงร็อกเลยค่ะ หนัก ๆ แต่หนูไม่ได้ว่า เพราะหนูฟังเพลงทุกแนว มันก็เพราะในแบบของมัน 

ความรักต่อเสียงเพลง แฟน และ The Beatles ของ ‘เรนิษรา’ ผู้ถูกเลือกให้ผิดหวังมาทั้งชีวิต
ความรักต่อเสียงเพลง แฟน และ The Beatles ของ ‘เรนิษรา’ ผู้ถูกเลือกให้ผิดหวังมาทั้งชีวิต

แล้วพวกคุณมาทำวงเรนิษราร่วมกันได้ยังไง

สบาย : หลังจากนั้นตั้มก็แยกวงมาทำเพลงกับบายแนวดิสโก้หน่อย แล้วก็ไม่ดังค่ะ เราคิดว่าชื่อวงมันไม่มีเอกลักษณ์ ตอนนั้นชื่อ Winterberry หนูเลยคิดจะตั้งใหม่ แล้วช่วงปี 1 หนูเกลียดตัวเองตอนมัธยมมาก เพราะว่าหนูโดนบูลลี่เยอะ ก็เลยเปลี่ยนชื่อเป็นเรนิษรา ดัดแปลงมาจาก เรนิตา เป็นภาษาละติน แปลว่า เกิดใหม่ 

ช่วงนั้นเกิดอะไรขึ้นบ้าง

สบาย : เรื่องแรกที่ทำให้หนูติดเรื่องค่านิยมขึ้นมา คือการที่เพื่อนผู้ชายในห้องบอกว่า ทำไมหนูขนขาเยอะจัง (หัวเราะ) 

พอขึ้นมัธยมหนูก็เริ่มมีความรัก เริ่มรู้ว่าในประเทศนี้ใครคือสวย ใครคือไม่สวย พอมองกระจกแล้วเราคือฝั่งที่ไม่สวย เราตรงข้ามหมดเลยทั้งสีผิวทั้งหน้าตา ม.ปลาย น่าจะโดนเยอะสุดว่าหน้าเหมือนกะเทย นักมวย เหมือนไดโนเสาร์ ทุกวันนี้ก็ยังโดนนะคะ เพราะเราเป็นคนแต่งหน้าจัด แล้วผู้หญิงปกติจะแต่งหน้าใส ๆ แต่จริง ๆ เราแค่ชอบยุค 60 ที่เขานิยมแต่งหน้าเหมือนตุ๊กตามากกว่า 

คิดว่าการเปลี่ยนชื่อทำให้ลืมเรื่องเก่า ๆ ได้จริงรึเปล่า

สบาย : ไม่ลืมค่ะ (หัวเราะ) หนูเหมือนหลอกตัวเองว่าหนูลืมได้มากกว่า

ตอนนี้ปัญหาในอดีตยังมารบกวนจิตใจอยู่เหรอ

ตั้ม : ทุกวันนี้ยังมีอยู่เลย

สบาย : ก็มีคนที่โรงเรียนเก่ามาส่องบ้าง แต่หนูก็ไม่ได้สนใจค่ะ เพราะหนูตอนนี้กับตอนนั้นเหมือนคนละคนกันแล้ว คือถ้าไม่มีใครรู้ว่าหนูชื่อบายก็คงจำหนูไม่ได้ (หัวเราะ) หน้าหนูไม่เหมือนเดิม ชื่อไม่เหมือนเดิม เหลือแค่นามสกุลแล้วตอนนี้ที่ยังไม่ได้เปลี่ยน

ตอนที่บายบอกว่าอยากตั้งชื่อวงด้วยชื่อตัวเอง ตั้มโอเคไหม

ตั้ม : โอเคเลยครับ

สบาย : ตอนแรกก็มีคิดเหมือนกันค่ะว่า ตั้มชื่อชยพล หรือจะเปลี่ยนเป็น เชนิษรา แต่ไม่เอาดีกว่า (หัวเราะ) 

พวกคุณเคยมีทัศนคติหลาย ๆ อย่างขัดแย้งกัน ความชอบเรื่องการทำเพลงของคุณสวนทางกันด้วยรึเปล่า 

สบาย : เราชอบเหมือนกันค่ะ

ตั้ม : ผมเป็นคนชอบฟังเพลงเก่าครับ The Beatles เป็นวงดนตรีที่ผมชอบที่สุด ถ้าไม่มี The Beatles ก็คงไม่มีผมในตอนนี้ครับ ผมสักรูป John Lennon ไว้ สักโน้ตเพลง All You Need is Love ไว้ด้วย เป็นขวัญกำลังใจให้ตัวเอง

จากผู้ถูกเลือกให้ผิดหวังมาทั้งชีวิต สู่ ‘เรนิษรา’ ดูโอ้คู่รักเจ้าของเพลงฮิตอันดับ 1 Billboard ไทยคนล่าสุด
จากผู้ถูกเลือกให้ผิดหวังมาทั้งชีวิต สู่ ‘เรนิษรา’ ดูโอ้คู่รักเจ้าของเพลงฮิตอันดับ 1 Billboard ไทยคนล่าสุด

ทำไมต้องเพลงนี้

ตั้ม : เพราะมันแปลไทยประมาณว่า ไม่มีอะไรที่คุณทำไม่ได้ถ้าคุณอยากทำ ไม่มีภาษาไหนที่คุณจะพูดไม่ได้ถ้าคุณอยากพูด ไม่มีเพลงไหนที่คุณร้องไม่เป็นถ้าคุณอยากร้อง ไม่ว่าทุกสิ่งจะเป็นยังไง จะเศร้าจะเหงา คุณแค่ต้องการความรัก ผมก็มองแค่นั้นแหละ 

ผมมองรอยสักเพื่อเข้าใจตัวเองว่าเราแค่ต้องการความรักนี่หว่า บางทีเราอ่านคอมเมนต์ก็รู้สึกแย่นะ บางคนก็ด่าเละเลย เสียงแบบนี้ใครจะไปร้องตามได้ ดนตรีก็ฟังไม่รู้เรื่อง คือกูไปทำอะไรให้มึง คนไม่แคร์มันก็ต้องมีสักนิดในความรู้สึกที่ยังแคร์คนอื่นอยู่ เราต้องใช้ชีวิตอยู่ในโลก

อะไรทำให้ The Beatles มีอิทธิพลกับคุณ

ตั้ม : ผมเป็นเด็กชุมพรที่ขึ้นมาเรียนกรุงเทพฯ แล้วก็มีอาการ Homesick ไม่ได้กลับบ้าน เหมือนคนอื่นเรียนเสร็จเขามีบ้าน ได้กลับไปนอน ผมรู้สึกว่าตัวเองไม่มีบ้าน อยู่ชุมพรเรามีมอเตอร์ไซค์ขับรถได้ แต่พอมาอยู่ที่นี่เราไม่มีอะไรเลย เดินอย่างเดียว ครอบครัวผมก็ไม่ได้เรียกว่าอบอุ่น พ่อก็ทำงานหนัก แม่ก็ทำงานหนัก ไม่ค่อยได้เจอกัน พอมาฟัง The Beatles ก็รู้ว่า John Lennon เขาขาดพ่อขาดแม่แต่ก็็ยังทำเพลงได้ ซึ่งผมต่างจากบายที่ชอบเพลงป๊อปทันสมัย

สบาย : ใช่ค่ะ ตั้มก็จะไม่รู้จักเพลงใหม่ บายก็จะไม่รู้จักเพลงเก่า บายฟังพวก Cardi B, Nicki Minaj, Doja Cat แต่ที่เข้ากันได้ เพราะว่าทุกคนที่หนูฟัง เขามีอดีตลากไปถึงสิ่งที่ตั้มฟัง ป๊อป R&B ก็มาจาก Marvin Gaye ค่ะ 

แต่บายเรียนโบราณคดีไม่ใช่เหรอ ความรู้สึกอยากทำเพลง เริ่มขึ้นมาได้ยังไง

สบาย : จริง ๆ อยากร้องเพลงทำเพลงตั้งแต่ช่วง ม.ปลายแล้วค่ะ แต่เรากดความรู้สึกไว้เพราะคิดว่าเป็นไปไม่ได้ หน้าตาเราไม่ดี คงเป็นสินค้าให้คนอื่นขายไม่ได้ คงไม่มีใครซื้อเรา

ตั้ม : วงการนี้ของไทยมันเป็นแบบนั้นจริง ๆ นะ ถ้าหน้าตาแย่แล้วอยากประสบความสำเร็จก็ต้องตลก

นึกถึงเพลงหนึ่งของคุณที่ร้องว่า “ไม่ได้เกิดมาเป็นลูกเศรษฐี” แล้วจริง ๆ คุณเป็นลูกใคร

ตั้ม : (หัวเราะ) เอาแล้วไงทีนี้

ผมไม่ได้เรียกว่าลำบากนะครับ แค่ต้องเล่นดนตรีและเรียนไปด้วย ไม่ค่อยได้กลับบ้าน เพราะจะนอนโรงเรียนมากกว่า ที่บ้านผมถ้าพอมีตังค์ก็จะไม่ค่อยถึงผมเท่าไหร่ ต้องหาใช้เอาเองบ้าง ดิ้นร้นบ้าง เราไม่ได้มีต้นทุนชีวิตอะไร แค่ต้องเชื่อในตัวเอง 

จากผู้ถูกเลือกให้ผิดหวังมาทั้งชีวิต สู่ ‘เรนิษรา’ ดูโอ้คู่รักเจ้าของเพลงฮิตอันดับ 1 Billboard ไทยคนล่าสุด

ตัดภาพมาที่ตอนนี้ดังเป็นพลุแตก เป็นยังไงบ้าง

ตั้ม : งงครับ (หัวเราะ) เพราะเพลง ผู้ถูกเลือกให้ผิดหวัง จริง ๆ ไม่ได้ตั้งใจจะโปรโมตอะไรเลย แค่ลงไปเฉย ๆ ดูจาก MV ก็น่าจะรู้ 

สบาย : จริง ๆ MV ถ่ายเหมือนคนมักง่าย (หัวเราะ)

ตั้ม : ก็เพราะว่าเราไม่มีตังค์จริง ๆ ครับ ไม่มีเงินจริง ๆ ก็เลยได้ MV เป็นฟีลธรรมชาติ 

ช่วยเล่าที่มาที่ไปของเพลงนี้ให้ฟังหน่อย

ตั้ม : จริง ๆ ตอนแรกมันไม่เกี่ยวกับตัวผมและไม่เกี่ยวกับตัวบาย 

คืออย่างนี้ครับ เราเป็นนักแต่งเพลง ผมก็จะดูทวิตเตอร์ดูอะไรไปเรื่อย ๆ ผมไปเจอคำว่า ความผิดหวังมักเลือกฉันเสมอ ผมก็คิดว่า เออ งั้นมีคำว่า ผู้ถูกเลือกให้ผิดหวัง แล้วกัน ซึ่งไม่รู้มันมาจากไหน มั่วมากเลย แม่บายก็มาบอกมันแปลกดี เพราะปกติคำว่าผู้ถูกเลือกมักจะเป็นแง่บวก 

พอทำไปเรื่อย ๆ ฟังไปเรื่อย ๆ ก็รู้สึกว่าเออจริง ๆ มันเข้ากับเรานี่หว่า เพราะเราเป็นคนทำอะไรไม่เคยสมหวัง ประกวด Hot Wave ได้เข้ารอบชิงมาก็ไม่ได้เซ็นสัญญา แต่เพื่อนที่อยู่รอบข้างเราได้เซ็นสัญญา ได้เห็นเขาออกไปเป็นศิลปินค่ายใหญ่

เคยพยายามหาคำตอบไหมว่าทำไม

ตั้ม : จริง ๆ ผมโทษตัวเองมากกว่าครับ เมื่อก่อนตอนเด็กเราโทษเขา ตอนนี้ผมโทษตัวเองว่ามันเป็นเรื่องของธุรกิจ เราขายไม่ได้ เราไม่พร้อมที่จะปั้นเป็นสินค้า ผมไม่อยากไปว่าใคร ผมแก้ที่ตัวเองก็ได้ เพราะว่าเราแก้ที่เขาไม่ได้ มันก็แค่นั้นเอง

เรื่องนี้เป็นปมในใจตั้มไหม

ตั้ม : เป็นครับ เป็นเลย จนถึงตอนนี้ก็ยังเป็นครับ ทุกวันนี้เลยรู้สึกสะใจนิดหนึ่งที่วงประสบความสำเร็จ เพราะคำว่าผมขายไม่ได้นี่แหละครับ

ผมเคยโดนบอกว่า หน้าแบบผมไม่มีใครเลือกหรอก จะไปอยู่ในค่ายเพลงที่ไหนได้ ไม่มีใครฟัง ไม่มีใครดูหรอก ตอนนั้นเพลง ผู้ถูกเลือกฯ ยังไม่ออก เขาเปิดเพลงเราฟังแล้วก็นั่งชี้เลยว่าไม่แมสหรอก ทำไปก็ไม่มีคนฟัง เขามองว่าวงเราขายไม่ได้ เขาไม่ชอบแนวนี้ เราก็เถียง เพราะเป็นเพลงเรา ผมบอกว่า เห้ย มันเป็นความคิดเห็นของพี่คนเดียวหรือเปล่าที่ไม่แมส เพราะว่าเพลงมันต้องเอาไปเจอคนนะ ซึ่งตอนนั้นเพลงผมก็ไม่แมสจริงแหละครับ ยอดวิวหลักหมื่น 

กลับบ้านมาด้วยความรู้สึกโกรธหรือเสียใจ

ตั้ม : แค้นครับ

จากผู้ถูกเลือกให้ผิดหวังมาทั้งชีวิต สู่ ‘เรนิษรา’ ดูโอ้คู่รักเจ้าของเพลงฮิตอันดับ 1 Billboard ไทยคนล่าสุด

มันไม่ได้เสียใจนะครับ เพราะผมไม่ได้ทำอะไรผิด ผมก็ทำเพลงของผม แต่ว่าคุณเรียกเราไปด่าทำไม ไม่มีเหตุผล ผมไม่เคยไปขอเขาอยู่ค่าย ไม่เคยไปขอเขากินข้าว ไม่เคยไปขออะไรสักอย่าง เขาเป็นคนชวนเราไปคุยเรื่องฝึกงาน แต่พอไปนั่งปุ๊บเขาก็เปิดเพลงเลยและก็นั่งวิจารณ์เพลงผม

จากนั้นมาน่าจะไม่ถึงเดือน ผมก็ปล่อยเพลง ผู้ถูกเลือกให้ผิดหวัง พอเริ่มประสบความสำเร็จก็เลยเหมือนได้ตบหน้า และค่ายเพลงหลาย ๆ ค่าย แม้กระทั่งค่ายที่ปฏิเสธเรา เขาก็ติดต่อมาแสดงความยินดี ผมก็ไม่ค่อยได้ตอบ

สบาย : เขาทักมาจะจ้างงานเรา

ไปรึเปล่า

ตั้ม : ไม่ไปครับ

กระแสตอบรับจากเพลงนี้มากมายท่วมท้นขนาดไหน รับมือไหวไหม

ตั้ม : ช่วงแรกรับมือไม่ไหวครับ โทรศัพท์ผมเมื่อก่อนไม่มีอะไรเลย ใช้เรียน ดูหนัง ทำเพลง ชีวิตมีแค่นั้น ว่าง ๆ โล่ง ๆ ครับ แต่พอลงเพลงไปสัก 1 – 2 อาทิตย์ได้ โทรศัพท์มันเด้ง ๆๆ เปิด TikTok ก็มีเพลงเรา มีคนโทรมาทั้งวัน ถามแบบจะจ้างงาน แล้วก็เพื่อนที่ไม่ได้คุยกันเลยเป็น 10 ปีก็ทักมาคุยด้วย เพิ่งรู้ว่าเราร้องเพลง วุ่นวายไปหมดมีแต่คนเข้ามาหา

สบาย : หนูก็จะล้อ ๆ ตั้ม สวัสดีพี่ชื่อติ๋วน้อง ๆ แม่ต่ายอะไรแบบนี้แบบไปเรื่อยค่ะ (หัวเราะ)

ตั้ม : คือมึงเป็นใครวะ ไม่เคยคุยกันเลย เจอกันแบบในโรงเรียนแค่รอบเดียว (หัวเราะ) ไม่ได้อะไรกับเขาหรอกครับ เราก็ขอบคุณมาก แต่มันแค่แปลกสำหรับเราไง เพราะเมื่อก่อนไม่มีใครสนใจเรา 

เห็นชอบมีคนมาเถียงกันว่าใครเป็นคนร้องเพลงกันแน่

ตั้ม : เราร้องคู่แต่เสียงเราคล้ายกัน ผมเป็นคนเสียงเป็ด ๆ เสียงสูง บายเป็นผู้หญิงเสียงใหญ่ แล้วพอร้องมันก็เลยเข้ากันพอดีจนแยกไม่ออก

จากชื่อเพลง ผู้ถูกเลือกให้ผิดหวัง แต่หลังเพลงดังกลับกลายเป็นผู้ถูกเลือกให้สมหวัง กลัวไหมถ้าเกิดว่าดังเพลงเดียว 

ตั้ม : ผมไม่คิดว่าจะดังเพลงเดียว มั่นใจ แต่คิดว่าเพลงอื่นไม่น่าจะดังเท่าเพลงนี้แล้วแหละ แค่ประครองให้วงเราอยู่ได้ ซึ่งก็พยายามหาทางอยู่ครับ 

ผมก็มีไปคุยกับค่ายหลาย ๆ ค่าย แต่ก็มานั่งคิดอยู่ว่าเราจะเอายังไงดี เรียกว่าทุกวงก็มีระยะเวลาเป็นของตัวเอง หมายถึง ไม่ใช่ทุกวงที่จะอยู่ไปตลอด ยิ่งพวกวงอินดี้ เดี๋ยวแป๊บ ๆ มันก็เปลี่ยนแล้ว

สบาย : มีหน้าใหม่ขึ้นมาเยอะมาก ใครก็ใช้คำว่าอินดี้ได้

กดดันไหมกับเพลงต่อไป

ตั้ม : ไม่ได้กดดันเลย เรียกว่าไม่ได้สนใจมากกว่าครับ

สบาย : เราฟังแล้วชอบก็โอเคแล้ว

ตั้ม : เอาจริง มันดูแย่นะ ผมแคร์แฟนคลับเหมือนกันแต่ก็เหมือนไม่ได้แคร์เท่าไหร่

หมายความว่า

สบาย : เราว่าแฟนคลับชอบสิ่งที่เราชอบ

ตั้ม : อืม เราไม่ได้แคร์ความคิดเห็นใคร บางทีมีคนมาเมนต์แม้กระทั่งรายละเอียดเบส เบสเบาไป เสียงร้องทำไมสูงจัง ผมแคร์แค่คนที่ชอบ ก็เลยไม่ได้สนใจครับว่ามันจะเป็นยังไง เพราะเมื่อก่อนวิวหลักหมื่นเราก็อยู่ได้ เราก็ยังทำมันต่อ ผมทำวงมาแค่ปีเดียวแต่ว่าปล่อยมา 10 เพลง ซึ่งผมทำคนเดียวหมดเลยเพราะไม่มีตังค์จ้างใคร

จากผู้ถูกเลือกให้ผิดหวังมาทั้งชีวิต สู่ ‘เรนิษรา’ ดูโอ้คู่รักเจ้าของเพลงฮิตอันดับ 1 Billboard ไทยคนล่าสุด

ระยะเวลา 1 ปี 10 เพลง กับยอดวิวหลักหมื่น มีท้อบ้างไหม

ตั้ม : มีท้อแค่แวบเดียวก็กลับมา เป็นโชคดีของเราที่ยังเรียนไม่จบ ผมเรียนไปด้วย รับงานนอกไปด้วย รับงานลูกค้า แต่งเพลง ทำเพลงโฆษณา แต่ถ้าเรียนจบคงท้อกว่านี้เพราะต้องไปทำงานประจำ อาจจะหมดเวลา หมดไฟ

แสดงว่า 10 เพลงที่ผ่านมา ทำด้วยแพสชันล้วน ๆ

ตั้ม : ใช่

ถามจริง อยากดังไหม

ตั้ม : ไม่เลยครับ คือวิวน้อยไม่ได้แปลว่าเพลงไม่ดีนะ แต่คนคงไม่เจอแค่นั้นเอง ถ้าเมื่อไหร่คนเจอเดี๋ยวมันก็มาเอง เราก็สู้ทำไปเรื่อย ๆ ผมดูจากศิลปินต่างประเทศ อย่าง Katy Perry ทำเพลง 3 อัลบั้มกว่าจะดัง ซึ่งผมก็คิดว่า ไอ้เชี่ยเราทำแค่ 10 เพลง แค่อัลบั้มเดียวเอง เขายังสู้เลย เราทำเยอะก็มีเพลงเล่นสดเยอะ ผมคิดแค่นั้น มันดันมาดังเพลงที่ 10 แต่ถ้าไม่ดังก็ยังทำต่อครับ

แต่เพลงแรก ๆ อย่าง คุณจะไปแคร์เหี้ยอะไร ดูแตกต่างจาก ผู้ถูกเลือกให้ผิดหวัง มาก 

ตั้ม : ผมไม่ได้มองว่าต้องทำอะไรเหมือนเดิม มนุษย์ทุกคนมีเส้นทางการเดินที่แตกต่างกันจริง ๆ เราแต่งเพลงป๊อปมานานแล้ว แต่ผมแค่อยากเปิดด้วยเพลงที่แสดงความเป็นตัวเองก่อน ซึ่งรู้อยู่แล้วว่ามันไม่มีคนฟัง แต่มันมีความพิเศษ คนจะฟังเยอะฟังน้อยเราไม่ได้สนใจ 

แล้วทั้งสองคนเป็นคนไม่ค่อยแคร์เหี้ยอะไรรึเปล่า

สบาย : เมื่อก่อนหนูยังฝืนที่จะไม่แคร์ค่ะ เพราะว่าหนูอยากดัดนิสัยตัวเอง แต่ตอนนี้คือไม่แคร์จริง ๆ ค่ะ (หัวเราะ) ถ้าแฟนคลับมาเจอเราไปตลาด จะเห็นใส่กางเกงลายสก็อตหรือกางเกงลายชบาออกมาซื้อส้มตำเป็นปกติ 

จากผู้ถูกเลือกให้ผิดหวังมาทั้งชีวิต สู่ ‘เรนิษรา’ ดูโอ้คู่รักเจ้าของเพลงฮิตอันดับ 1 Billboard ไทยคนล่าสุด
จากผู้ถูกเลือกให้ผิดหวังมาทั้งชีวิต สู่ ‘เรนิษรา’ ดูโอ้คู่รักเจ้าของเพลงฮิตอันดับ 1 Billboard ไทยคนล่าสุด

เป้าหมายยิ่งใหญ่ที่สุดที่เรนิษราจินตนาการไว้คือ

ตั้ม : หาเงินครับ จริง ๆ ด้วยความที่ไม่ค่อยมีเงิน เราก็แค่ทำเพื่อหาเงิน มีหลาย ๆ คนถามว่ามีเฟสติวัลในฝันไหมที่อยากขึ้น ผมตอบว่าไม่มีนะครับ แต่ผมขึ้นได้ทุกเวที ถ้าเขาเชิญไปเล่นเราก็ไปสนุกได้ แต่ผมไม่ได้มีความฝันว่าเราต้องการไปตรงนั้น ผมอาจจะชอบ The Beatles ด้วยแหละ เขาเป็นวงที่ไม่ค่อยได้ทัวร์และเขาปล่อยเพลงถี่มาก 

แต่ถ้าไม่ใช่เรื่องเงิน ก็อาจจะแค่มีเพลงอมตะที่ฟังได้ตลอด อีก 10 ปีก็ยังฟังเพลงนี้อยู่ อยากเป็น Radio Star ไม่ได้อยากเป็น Video Star เหมือนที่ ไมเคิล แจ็คสัน เคยมีดราม่า 

แล้วบายล่ะ 

สบาย : ถ้าเป็นตอน ม.ปลาย จะอยากไปโคเชลล่า แต่บายเป็นเด็กอ้วนด้วยค่ะ (หัวเราะ) พอมาทำเพลงจริง ๆ ก็เลยมีความฝันว่าอยากกินก๋วยเตี๋ยวพิเศษโดยที่ไม่ต้องคิดว่าถ้าเพิ่มเงินมา 5 บาท แล้วจะเสียดายเงิน

ตั้ม : สรุปเราคือพวกงกนั่นเอง

แล้วในมุมของศิลปิน คิดว่าอีก 10 ปีข้างหน้า กลับมาฟังเพลงตัวเองจะรู้สึกยังไง

ตั้ม : ถ้าคิดล่วงหน้าในตอนนี้ ผมก็มองว่าเป็นวัยครับ มันดีที่สุดแล้วในตอนนั้น ผมเป็นคนไม่ค่อยเสียดายกับสิ่งที่ตัวเองทำในอดีตเท่าไหร่ รู้สึกว่าถ้าไม่มีเราในอดีตก็ไม่มีเราในวันนี้ เราแก้มันไม่ได้ 

ฟังเพลงเรนิษราตอนไหนถึงจะเพราะที่สุด

สบาย : ส่วนใหญ่เป็นเพลงเศร้าอะ อาจจะต้องช่วงที่เศร้า ๆ หน่อย

ตั้ม :  ผมมองว่าเป็นเพลงฟังสบาย จังหวะไม่ได้เร็วไม่ได้ช้า ฟังตอนขับรถคงจะเพลิน 

ในฐานะที่พวกคุณคุยกับ The Cloud เป็นที่แรก ขอ 1 เรื่องเข้าใจผิดที่อยากแก้ข่าว

สบาย : แรก ๆ เวลาคนบอกว่าหนูเป็นกะเทย หนูก็หงุดหงิด แต่หลัง ๆ นี้เขามาถามว่าเป็นผู้หญิงหรือกะเทย หนูก็ตอบไปเลยว่าเป็นชายแท้ที่ไว้ผมยาว แล้วก็ชอบแต่งหน้าเหมือนแดร็กควีน หนูรำคาญ (หัวเราะ)

ตั้ม : แต่เป็นกะเทยก็ได้ น่ารักดีนะ

จากผู้ถูกเลือกให้ผิดหวังมาทั้งชีวิต สู่ ‘เรนิษรา’ ดูโอ้คู่รักเจ้าของเพลงฮิตอันดับ 1 Billboard ไทยคนล่าสุด

Writer

ชลลดา โภคะอุดมทรัพย์

ชลลดา โภคะอุดมทรัพย์

นักอยากเขียน บ้านอยู่ชานเมือง ไม่ชอบชื่อเล่นที่แม่ตั้งให้ มีคติประจำใจว่าอย่าเชื่ออะไรจนกว่าหมอบีจะทัก รักการดูหนังและเล่นกับแมว

Photographer

Avatar

ผลาณุสนธิ์ ผดุงทศ

ช่างภาพที่โตมาจากเมืองทอง รักแมว ชอบฤดูฝน และฝันอยากไปดูบอลที่แมนเชสเตอร์

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load