“Tha มาจากฐานิต ส่วน Homemade คือสินค้าที่ทำจากคนในชุมชนและครอบครัวของเรา”

ฐานิต เจริญพจน์สถาพร หญิงสาววัย 27 ปี จากอำเภอสันป่าตอง จังหวัดเชียงใหม่ เป็นลูกสาวของครอบครัวผลิตผ้าบาติกที่ดำเนินกิจการมากว่า 20 ปี ปัจจุบันฐานิตเป็นเจ้าของแบรนด์ Tha Homemade ที่เธอตั้งใจทำเสื้อผ้าสวมใส่ง่ายให้ใส่ได้ทุกเพศ ทุกวัย ด้วยสารพัดเทคนิค ทั้งบาติก มัดย้อมสีธรรมชาติ และอีโคพรินต์ติ้ง 

เราชวนเธอย้อนคุยสมัยคุณแม่ยังสาว ในวันที่สาวสงขลามาปักหลักที่ดินแดนล้านนา

Tha Homemade เสื้อผ้าบาติก มัดย้อม และพิมพ์ดอกไม้ ที่ลูกสาวปรับธุรกิจพ่อแม่ให้อยู่รอด

“คุณแม่เป็นคนใต้ มาอยู่เชียงใหม่ตั้งแต่เด็ก หลังเรียนจบคุณแม่ก็ลองผิดลองถูกมาเรื่อย จนสุดท้ายมาลงเอยที่ผ้าบาติก ทำทั้งผ้าบาติกผืนยาวและตัดเย็บเป็นชุด มีผ้าใยกัญชงและผ้าไหม สไตล์ชุดก็เป็นแนวผู้ใหญ่หน่อย การทำงานก็ช่วยกันทำทั้งครอบครัว คุณพ่อทำหน้าที่ออกแบบและเขียนลาย มีลายเขียนเทียน ลายกราฟิก ลายดอกไม้”

ลูกสาวเล่าความทรงจำที่เธอซึบซับมาตั้งแต่เด็ก ก่อนจะเปรยจุดเริ่มต้นที่ก้าวเท้าเข้าวงการคราฟต์ ฐานิตบอกว่าวันนั้นเธอเรียนอยู่มหาวิทยาลัยชั้นปีที่ 2 มีช่วงว่างจากการปิดภาคเรียน 6 เดือน จึงคิดลองหาอะไรทำ จนเกิดผลลัพธ์เป็นกระเป๋าผ้ามัดย้อม ซึ่งเธอตั้งร้านขายที่ถนนคนเดินท่าแพ จังหวัดเชียงใหม่ งานของเธอขายได้และได้รับความสนใจ

Tha Homemade เสื้อผ้าบาติก มัดย้อม และพิมพ์ดอกไม้ ที่ลูกสาวปรับธุรกิจพ่อแม่ให้อยู่รอด

“เมื่อเจ็ดปีที่แล้ว คนทำงานคราฟต์เป็นคนที่ทำมานานอยู่แล้ว ยังไม่มีหน้าใหม่ แล้วในตลาดก็ยังไม่ค่อยมีใครทำกระเป๋าด้วย ซึ่งสามสี่ปีให้หลังจากเราเริ่มทำ ก็เริ่มมีการทำเสมือนเกิดขึ้น เสมือนผ้าย้อมครามแต่ไม่ใช่ย้อมคราม เขาทำเพื่อขายนักท่องเที่ยว แต่คนที่เริ่มสนใจสีธรรมชาติก็มีเยอะเหมือนกันในช่วงนั้น” ฐานิตเล่า

จากกระแสตอบรับกระเป๋าผ้าย้อมครามของเธอที่ดีเกิดคาด นำพาเด็กสาวไปสู่การเรียนรู้และการทดลองใหม่ ๆ เธอเกิดความคิดอยากพัฒนาสินค้า จากกระเป๋าผ้ามัดย้อมก็ขยับขยายเข้าสู่หมวดเสื้อผ้า ฐานิตเปิดโลกทัศน์ตัวเองด้วยการหาความรู้เกี่ยวกับเทคนิคสีธรรมชาติกับผู้เชี่ยวชาญ ที่เปิดศูนย์การเรียนรู้อยู่ในอำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่ 

สีธรรมชาติที่เธอลองใช้คือมะเกลือ ให้สีน้ำตาล ดำ ฮ่อม ให้สีน้ำเงิน และเปลือกประดู่ ให้สีน้ำตาล เธอกระซิบว่ามะเกลือมาจากการรับซื้อจากชาวบ้าน ต้องซื้อตุนแล้วมาดองไว้ที่บ้าน เพราะมะเกลือออกผลผลิตแค่บางฤดูกาล

Tha Homemade เสื้อผ้าบาติก มัดย้อม และพิมพ์ดอกไม้ ที่ลูกสาวปรับธุรกิจพ่อแม่ให้อยู่รอด
Tha Homemade เสื้อผ้าบาติก มัดย้อม และพิมพ์ดอกไม้ ที่ลูกสาวปรับธุรกิจพ่อแม่ให้อยู่รอด

แน่นอนว่าเทคนิคบาติก เธอมีโค้ชฝีมือดีอยู่กับตัวถึง 2 คน ส่วนอีโคพรินต์ติ้ง ฐานิตหาความรู้จากอินเทอร์เน็ต และเข้าร่วมเป็นสมาชิกในกลุ่มผู้สนใจอีโคพรินต์ติ้งในเฟซบุ๊ก เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้-เทคนิคกัน ซึ่งเธอก็สำรวจดอกไม้-ใบไม้ละแวกบ้าน แล้วหยิบใบบ้าง ดอกบ้าง มาพิมพ์ลงบนผ้า มีทั้งดอกดาวเรือง ดอกอัญชัน ดอกกุหลาบ ใบเพกา ใบสัก ซึ่งกรรมวิธีกว่าจะได้สีถูกใจก็ทดลองแล้ว ทดลองอีก แถมเธอยังเล่นสนุก เอาสนิมมาสร้างสรรค์งานผ้าด้วย

เมื่อเธอมีเทคนิคอยู่กับตัว ก็ถึงคราวแปลงภาพในหัวให้ออกมาเป็นเดรสตัวโคร่ง กางเกงยีนส์สุดเท่ และสารพัดเสื้อผ้าสวมใส่ง่าย ฐานิตบอกว่าการเป็นศิษย์เก่าสาขาสหศาสตร์ศิลป์ คณะวิจิตรศิลป์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ช่วยในการรังสรรค์งานของเธอมาก โดยเฉพาะการคิดคอนเซ็ปต์ เราเลยถามเธอถึงวิธีการทำงานฉบับ Tha Homemade

Tha Homemade เสื้อผ้าบาติก มัดย้อม และพิมพ์ดอกไม้ ที่ลูกสาวปรับธุรกิจพ่อแม่ให้อยู่รอด

“เราแปลงจากคอนเซ็ปต์เป็นเรื่องเล่า เพราะอยากให้งานแต่ละครั้งที่ทำมันมีเรื่องราว การคิดงานของเราจะเริ่มจากทดลองบนผืนผ้าด้วยเทคนิคต่าง ๆ ก่อน ส่วนแพตเทิร์นเสื้อผ้าก็อิงมาจากแนวที่เราอยากใส่ ซึ่งเราไม่ได้เป็นคนที่แต่งตัวผู้หญิงมาก พอได้แพตเทิร์นไปคุยกับช่าง ลองปรับกันจนลงตัว ก่อนตัดเย็บเป็นแบบที่เสร็จสมบูรณ์” 

เสื้อผ้าแต่ละคอลเลกชันเธอตั้งใจทำให้ใส่ได้ทุกเพศ โดยรูปแบบของเสื้อผ้ามาจากความสนใจของฐานิตในแต่ละช่วง อย่างช่วงที่เธออินกับงานวินเทจสไตล์อเมริกา เธอทำผ้า Bandana อเนกประสงค์ออกมาด้วยลวดลายสุดเท่ ทั้งลาย Smiley Face ลาย Thunder Bird และลาย Paisley ด้วยเทคนิคเขียนเทียนและย้อมคราม

หรือกางเกงยีนส์สีขาวพิมพ์ลายอีโคพรินต์ติ้ง ก็มาจากตอนที่เธอสนใจเทคนิคนี้ จนถึงการเกิดรอยยับเป็นผ้า สร้างผิวสัมผัสใหม่ที่เกิดจากการทดลอง ซึ่งเป็นผลจากความร้อนระหว่างกระบวนการทำงาน ส่วนอีกหนึ่งชิ้นงานที่เราชอบมาก ลบภาพบาติกจากเดิมไปเลย! เป็นเสื้อยืดบาติกขนาดพอดีตัว ที่ตวัดลายพู่กันเป็นสีพระอาทิตย์ตกดิน

ลูกสาวเปลี่ยนธุรกิจบาติกของครอบครัวให้ทันสมัย เป็นเสื้อผ้าสบาย ๆ ใส่ได้ทุกเพศทุกวัย และชวนพ่อ แม่ ช่างฝีมือชุมชน มาทำงานคราฟต์ด้วยกัน

“เราได้แรงบันดาลใจจากภาพฟิล์มที่เป็นภาพพระอาทิตย์ตก ประกอบกับเราได้ผ้ายืดมาพอดี ซึ่งเป็นผ้าที่เส้นใยผ่านกระบวนการรีไซเคิลมาแล้ว เนื้อผ้าสีธรรมชาติออกหม่นหน่อย ๆ เราเลยลองเอามาจับกับเทคนิคของที่บ้าน ซึ่งส่วนใหญ่เราจะลงมือเพนต์เอง ซึบซับและเรียนรู้มาจากตอนเด็ก ๆ ถ้างานเขียนเทียนก็จะมีช่างที่ชำนาญกว่ามาช่วย”

แม้ตอนแรกเธอตั้งใจทำเสื้อยืดบาติกขนาดพอดีตัวสาวไซส์เล็ก แต่ถ้าหนุ่มสาวไซส์อื่นสนใจก็สั่งตัดพิเศษได้

“ทีมงานมีไม่เยอะเลยค่ะ” เธอพูดยิ้ม ๆ 

“มีป้าทำแพตเทิร์นหนึ่งคน มีป้าอีกคนช่วยตัดเย็บ” ฐานิตเฉลยตัวเลขที่เรารอลุ้น

หากนับรวมเธอด้วยก็มีทีมงานทั้งหมด 3 คน ฉะนั้น เสื้อผ้าจึงผลิตออกมาน้อยชิ้น เน้นเป็นการพรีออเดอร์และทำตามออเดอร์ของลูกค้า แต่รับรองว่าคนน้อย แต่งานเนี้ยบแน่นอน 100 เปอร์เซ็นต์

“เราไม่อยากให้เสื้อผ้าค้างสต็อก เพราะการผลิตครั้งละมาก ๆ มันเปลืองทรัพยากร อย่างการย้อมสีผ้าหนึ่งครั้งก็ต้องใช้น้ำเยอะมาก เราเลยไม่อยากทำสินค้าออกมาเยอะ ถ้าสุดท้ายแล้วขายไม่ได้ ก็ต้องลดราคา เรารู้สึกว่างานของเรากว่าจะทำออกมาได้มันผ่านกระบวนการเยอะมาก มันมีคุณค่าอยู่ในนั้น อีกอย่างเราเลือกทำตามออเดอร์เพื่อให้ลูกค้าได้ใส่เสื้อผ้าที่ขนาดพอดีกับตัวเขาจริง ๆ ถ้าลูกค้าได้รับแล้วเล็กไปหรือใหญ่ไป เราก็ยินดีให้เขาส่งมาแก้”

ลูกค้าของแบรนด์ไม่เพียงแต่เป็นคนใจเย็นที่ต้องรอสินค้าถึง 1 สัปดาห์ แต่ต้องเป็นคนที่ ‘เข้าใจ’ กระบวนการผลิตที่มาจากความตั้งใจของเธอและทีมงานต่างวัยอีก 2 คน นี่แหละ เสน่ห์และคุณค่าของงานฝีมือ

ลูกสาวเปลี่ยนธุรกิจบาติกของครอบครัวให้ทันสมัย เป็นเสื้อผ้าสบาย ๆ ใส่ได้ทุกเพศทุกวัย และชวนพ่อ แม่ ช่างฝีมือชุมชน มาทำงานคราฟต์ด้วยกัน
Tha Homemade เสื้อผ้าบาติก มัดย้อม และพิมพ์ดอกไม้ ที่ลูกสาวปรับธุรกิจพ่อแม่ให้อยู่รอด

ส่วนปลายปีนี้เธอวางแผนจะรีสต็อกเสื้อแขนยาวย้อมครามพิมพ์ลายที่บรรดาลูกค้าเรียกร้อง กระซิบว่าคูลมาก ใส่ได้ทั้งชายและหญิง เหมาะกับหนาวนี้ที่สุด ส่วนนักทดลองสาวเผยว่า เธอกำลังมีความคิดอยากทดลองเทคนิคตีเกล็ดบนผ้า ซึ่งได้แรงบันดาลใจจากงานผ้าไหมตีเกล็ดของคุณแม่ แต่ฐานิตจะประยุกต์ให้เขากับคนวัยเธอซึ่งน่าสนใจมาก และจะชวนป้าช่างเย็บที่ถนัดงานตีเกล็ดมาทำงานด้วยกัน เป็นการแชร์การทำงานกันระหว่างคนสองวัยที่เก๋าคนละอย่าง งานนี้เธอบอกว่าการสื่อสารให้เข้าใจตรงกันสำคัญมาก เพราะช่างเย็บละแวกบ้านมีแต่รุ่นเดอะมากประสบการณ์

ฐานิตต่อยอดและพัฒนาเทคนิคบาติกของครอบครัวมาเป็นเวลา 7 ปี จนเธอเปิดหน้าร้านพบปะผู้มาเยือนทั้งแขกไทย-แขกเทศมาแล้ว 4 ปี บนถนนย่านท่าแพ ในบ้านตึกเก่าแก่ของหลวงอนุสารสุนทร เธอว่าลูกค้าส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติ (ก่อนสถานการณ์โควิด-19) ทั้งชาวยุโรป ญี่ปุ่น ไต้หวัน ฮ่องกง ส่วนคนไทยเพิ่งเริ่มทำความรู้จัก Tha Homemade ได้ไม่นาน จากสื่อโซเชียลอย่างอินสตาแกรมและเฟซบุ๊ก แถมมีลูกค้าที่น่ารัก แวะเวียนมาเที่ยวเชียงใหม่และจำแบรนด์ของเธอได้ก็มาเยี่ยมเยียนกันถึงหน้าร้าน ซึ่งมีตั้งแต่ลูกค้าวัยรุ่นจนถึงวัยเก๋า และเธอยังแบ่งพื้นที่บางส่วนภายในร้าน วางสินค้าทำมือจากพรรคพวกเพื่อนฝูง เรียกว่ามาที่เดียว ครบตั้งแต่หัวจรดเท้าและของกุ๊กกิ๊ก

ลูกสาวเปลี่ยนธุรกิจบาติกของครอบครัวให้ทันสมัย เป็นเสื้อผ้าสบาย ๆ ใส่ได้ทุกเพศทุกวัย และชวนพ่อ แม่ ช่างฝีมือชุมชน มาทำงานคราฟต์ด้วยกัน
ลูกสาวเปลี่ยนธุรกิจบาติกของครอบครัวให้ทันสมัย เป็นเสื้อผ้าสบาย ๆ ใส่ได้ทุกเพศทุกวัย และชวนพ่อ แม่ ช่างฝีมือชุมชน มาทำงานคราฟต์ด้วยกัน

“การเจอลูกค้าทำให้เราได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นมากขึ้น ได้เจอคนใหม่ ๆ ได้เจอเพื่อนใหม่ ๆ ที่เราหยิบความคิดของเขามาปรับใช้และพัฒนากับงานของเราได้ ความสนุกอีกอย่างของเราคือการทดลอง พอเอาสิ่งที่อยู่ในหัวมาลองทำ ได้เห็นมันเป็นรูปเป็นร่าง ได้เห็นผลลัพธ์มัน เราก็ยิ่งเซอร์ไพรส์และสนุกเข้าไปอีก” สาวที่สุขกับการทดลองเล่า

เราอดสงสัยไม่ได้ว่าคุณแม่ของเธอที่เมื่อ 20 กว่าปีที่แล้ว เริ่มต้นทำแบรนด์ผ้าบาติกขึ้นมา ซึ่งอายุไล่เลี่ยกับที่ลูกสาวสนใจหยิบบาติกของครอบครัวมาพัฒนาต่อยอด จนกิ๊บเก๋เจอแนวทางของตนเอง จะรู้สึกอย่างไร

“เราเป็นคนเอาไปเล่าให้แม่ฟัง แม่ก็จะไปเล่าให้พ่อฟังอีกที พ่อก็ชอบส่งไลน์ให้คนอื่นอีกที แล้วก็ชอบแชร์โพสต์เราตลอดเวลา พ่อกับแม่ก็ใส่แบรนด์ของเรา แต่บ้านนี้เป็นบ้านที่ไม่ค่อยชมกันเท่าไหร่” ลูกสาวเล่าเขิน ๆ 

“เขาก็น่าจะดีใจเหมือนกัน” เธอยิ้ม “เพราะส่วนหนึ่งมันก็เป็นฝีมือของเขาด้วย ไม่ใช่แค่ฝีมือของเราคนเดียว เราช่วยกันทำทั้งบ้าน เราขอให้ช่วยอะไร พ่อกับแม่ก็จะยินดีเสมอ ซึ่งงานที่เขามาช่วยก็เป็นรูปแบบที่ต่างจากงานที่เขาต้องทำ เช่น เพนต์ลายเยอะ ๆ เราก็ให้พ่อลดทอนลงหน่อย ส่วนมากเราเอาเทคนิคจากพ่อมาใช้ เพราะเขาเก่งว่า”

“งานทุกชิ้นที่เรา เราอยากให้งานมีฝีมือมีคุณค่ามากขึ้น” เจ้าของแบรนด์ตั้งเป้าหมาย

“ตอนนี้เราอยากพูดเรื่องความยั่งยืน อยากให้คนที่ใส่เสื้อผ้าของเรารู้ที่มาและคุณค่า ตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทาง อีกอย่างเราอยากส่งเสริมอาชีพคนในชุมชน เพราะกระบวนการทั้งหมดมาจากคนในชุมชนหมดเลย ซึ่งหากพูดตามตรง กำไรของเราไม่เยอะ แต่เรายินดีที่จะให้ค่าตอบแทนที่สมเหตุสมผลและยุติธรรมกับช่างฝีมือด้วยเหมือนกัน”

Tha Homemade สะท้อนตัวตนของตัวเองออกมาผ่านเทคนิคและรูปแบบที่ทันสมัย แต่ขณะเดียวกันก็ไม่ลืมภูมิปัญญาดั้งเดิมของครอบครัว และเลือกที่จะก้าวเดินอย่างช้า ๆ พร้อมกับช่างฝีมือและชุมชนบ้านเกิด

ลูกสาวเปลี่ยนธุรกิจบาติกของครอบครัวให้ทันสมัย เป็นเสื้อผ้าสบาย ๆ ใส่ได้ทุกเพศทุกวัย และชวนพ่อ แม่ ช่างฝีมือชุมชน มาทำงานคราฟต์ด้วยกัน

Tha Homemade

ที่อยู่ : ถนนท่าแพ ตำบลช้างม่อย อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ 50300 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : วันจันทร์ เวลา 13.00 – 17.00 น. วันอังคาร-เสาร์ เวลา 10.00 – 17.00 น. (ปิดทุกวันอาทิตย์)

โทรศัพท์ : 09 3305 8211

Facebook : Tha Homemade

Instagram : Tha Homemade

Writer

สุทธิดา อุ่นจิต

กรุงเทพฯ - เชียงใหม่ สู่ ลาดพร้าว - สุขุมวิท , พูดภาษาพม่าได้นิดหน่อย เป็นนักสะสมกระเป๋าผ้า ชอบหวานน้อยแต่มักได้หวานมาก

Photographer

กรินทร์ มงคลพันธ์

ช่างภาพอิสระชาวเชียงใหม่ ร่ำเรียนมาทางศิลปะจากคณะที่ได้ชื่อว่ามีวงดนตรีลูกทุ่งแสนบันเทิงของเมืองเหนือ มีความสุขกับการกดชัตเตอร์ในแสงเงาธรรมชาติ ชอบแมว หมา และบ้าจักรยานไม่แพ้กิจกรรมกลางแจ้งอื่น ๆ

Creative Local

ตัวอย่างการใช้ไอเดียสร้างสรรค์ต่อยอดของดีของชุมชน

“โอฮาโย โกะไซมัส!” (อรุณสวัสดิ์ค่ะ!)

“อะริกะโต for coming!” (ขอบคุณที่มานะคะ!)

ประโยคที่ออกจากใจ อย่างไรก็ต้องส่งถึงผู้รับแน่นอน

เราทักทายในฐานะแฟนคลับแดนอาทิตย์อุทัยที่พูดญี่ปุ่นแทบจะไม่ได้

โชคดีที่แขก ซึ่งแท้จริงแล้วเป็นประธานบริษัทจากเกียวโตทั้ง 3 คน ยิ้มรับอย่างสดใสพร้อมโค้งให้เราอย่างสุภาพ

ครั้งนี้ The Cloud ซ้อมเปิดประเทศด้วยการเปิดบ้านต้อนรับทูตวัฒนธรรมผู้มาส่งต่อความเป็นญี่ปุ่นผ่านผลิตภัณฑ์ดั้งเดิม 3 ชิ้นจาก 3 บริษัท บอกเลยว่าประวัติศาสตร์ยาวนาน งานคราฟต์ไม่ธรรมดา คุณภาพคือที่หนึ่ง และความตั้งใจส่งต่อวัฒนธรรมไปทั่วโลกคือเป้าหมายที่ไม่ไกลเกินเอื้อม

ชา โคมไฟ กระดาษ : งานคราฟต์ดั้งเดิมโดยช่างเกียวโตที่อยากส่งต่อวัฒนธรรมญี่ปุ่นไปทั่วโลก

ทาสุคุ อิโนะอุเอะ คือประธานบริษัทชาเขียว ROKUBEI ที่ก่อตั้งมาจากธุรกิจครอบครัวอายุ 2 ศตวรรษ ทำให้สินค้าของพวกเขามีคุณภาพล้นแก้ว คนดื่มสุขกาย เกษตรกรท้องถิ่นสบายใจ คนญี่ปุ่นชงได้ คนต่างชาติชงไม่เป็นก็มีแบบ Shake ไว้บริการ

ซาโอริ นิชิคาวา เธอคือประธานบริษัทกระดาษ NISHIKAWA PAPER ผู้รับช่วงต่อมาจากคุณปู่ที่เริ่มธุรกิจมาตั้งแต่เมื่อร้อยปีก่อน สมุดทุกเล่มผลิตจากกระดาษคุณภาพดีของประเทศ โดยช่างฝีมือดั้งเดิมที่คงความละเอียดละออไว้ตั้งแต่ปก เนื้อกระดาษ ยันสันที่บรรจงเย็บด้วยมือ

ซาชิโกะ ทันโนะ ทายาทรุ่นสองของบริษัทโคมไฟ YAHIRO DENKI ผู้นำแสงสว่างสู่บ้านของชาวญี่ปุ่นมานานกว่า 50 ปี พวกเขายกระดับแสงไฟให้มาพร้อมความงาม โดยซึมซับวัฒนธรรมญี่ปุ่นเอาไว้อย่างเต็มเปี่ยมผ่านวัสดุ การออกแบบ และงานฝีมือ เพื่อให้โคมไฟทุกชิ้นเป็นงานคราฟต์ที่มีเพียงชิ้นเดียวบนโลก

 แค่ฟังน้ำจิ้มตอนที่พวกเขาแนะนำตัวก็ใจสั่น สั่นเพราะความอยากได้ปนความอยากรู้ 

ทั้ง 3 บริษัทมาจากเกียวโต เมืองวัฒนธรรมที่เก่าแก่และคละคลุ้งด้วยกลิ่นอายของประวัติศาสตร์ แต่กว่าธุรกิจดั้งเดิมเหล่านี้จะก่อร่างสร้างตัวมาเป็นบริษัทในปัจจุบัน เรื่องราวของพวกเขาเป็นอย่างไรบ้าง

เราขอทานวุ้นแปลภาษาเพื่อพากายทิพย์ของทุกท่านไปเยือนญี่ปุ่นให้หายคิดถึงกันเลย อิตะดะคิมัส~

YAHIRO DENKI

สำนักโคมไฟ

ยกระดับแสงสว่างในเรือนให้มาเยือนพร้อมความงาม

ครอบครัวของ ซาชิโกะ ทันโนะ เริ่มต้นธุรกิจส่งต่อแสงสว่าง YAHIRO DENKI ที่เมืองฮิงะชิโอซะกะมายาวนานกว่า 54 ปี นับตั้งแต่ปี 1968 โดยเธอรับช่วงต่อมาจาก โคจิ ทันโนะ ผู้เป็นพ่อ

ความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นเพื่อยกระดับโคมไฟงานคราฟต์ให้เป็นสินค้าส่งออกทั่วโลก โดยทันโนะหันมาให้ความสำคัญเรื่องการออกแบบและความสวยงามมากขึ้น นอกเหนือจากประโยชน์ใช้สอยและความปลอดภัยที่คุณพ่อของเธอสร้างมาตรฐานเอาไว้อยู่แล้ว

ทาสุคุ อิโนะอุเอะ คือประธานบริษัทชาเขียว ROKUBE, ซาโอริ นิชิคาวา เธอคือประธานบริษัทกระดาษ NISHIKAWA PAPER, ซาชิโกะ ทันโนะ ทายาทรุ่นสองของบริษัทโคมไฟ YAHIRO DENKI
ชา โคมไฟ กระดาษ : งานคราฟต์ดั้งเดิมโดยช่างเกียวโตที่อยากส่งต่อวัฒนธรรมญี่ปุ่นไปทั่วโลก

“ยุคหนึ่งมีงานเข้ามาน้อยลง ฉันจึงอาสาเป็นคนไปหาลูกค้า โดยเริ่มตระหนักถึงเรื่องการออกแบบ

“รุ่นแรกเริ่มต้นจากการทำโคมไฟธรรมดา เช่น ติดตั้งไฟในโรงงาน แต่รุ่นของฉันใช้โคมไฟในการประดับตกแต่ง เรายังมีช่างฝีมือทั้งงานไม้ งานผ้า งานแก้ว งานไฟ งานเชื่อม ซึ่งเป็นช่างดั้งเดิม ถามว่าดั้งเดิมขนาดไหน บางคนอยู่มาก่อนฉันเกิด พวกเขาเลี้ยงฉันมาตั้งแต่เด็กเลย (หัวเราะ) จนตอนนี้ฉันบริหารบริษัทได้แล้ว”

โคมไฟของทางร้านเป็นงานสั่งผลิต มีนักออกแบบทั้งชาวญี่ปุ่นและชาวต่างชาติร่วมกันสร้างสรรค์พลังไฟและงานศิลป์ให้เหมาะสมแก่สถานที่ ไม่ว่าจะเป็นโรงแรม โรงอาบน้ำ ร้านอาหาร ภัตตาคาร ห้องสมุด คลับบาร์ พื้นที่ส่วนตัว หรือพื้นที่สาธารณะ ซึ่งสิ่งที่เปลี่ยนแปลงไปอีกอย่างคือมีลูกค้าต่างชาติเยอะกว่าเดิม

ทันโนะเชื่อว่า ของดีต้องมีที่ให้แสดงออกและเผยแพร่ให้คนรับรู้ ไม่ใช่แค่ความสามารถอันโดดเด่น แต่ยังรวมถึงวัสดุที่เป็นของดีของประเทศ และความพิถีพิถันที่ถือเป็นเอกลักษณ์และวัฒนธรรมของชาวญี่ปุ่นด้วย

“เราอยากสื่อสารเรื่องวัสดุและศิลปะ ไม่ว่าจะเป็นโคมไฟคิริโกะ โคมไฟโจจิ โคมไฟคุมิโกะ ทำจากกระดาษ แก้ว ไม้ ไม้ไผ่ หรือผ้า ผลงานทั้งหมดถูกส่งไปตั้งแต่ฮอกไกโดถึงโอกินาว่าด้วยฝีมือของสมาชิกเพียง 24 คนในบริษัทที่มีตั้งแต่หนุ่มสาวจนถึงวัยชรา

“วัถุดิบของญี่ปุ่นดีทั้งนั้นเลย แต่คนในประเทศไม่ได้เห็นความสำคัญมากนัก คนที่สนใจกลับเป็นชาวต่างชาติ เพราะฉะนั้นเลยอยากสื่อสารให้รับรู้” ทันโนะเล่า

ชา โคมไฟ กระดาษ : งานคราฟต์ดั้งเดิมโดยช่างเกียวโตที่อยากส่งต่อวัฒนธรรมญี่ปุ่นไปทั่วโลก
ชา โคมไฟ กระดาษ : งานคราฟต์ดั้งเดิมโดยช่างเกียวโตที่อยากส่งต่อวัฒนธรรมญี่ปุ่นไปทั่วโลก
ภาพ : YAHIRO DENKI

เธอเสริมว่า เอกลักษณ์ของคนญี่ปุ่นคือความใส่ใจ เพราะฉะนั้นเธอจึงใส่ใจทุกขั้นตอน ทุกอย่างถูกทำให้เป็นจริงโดยช่างฝีมือตัวจริง ซึ่งทำให้โคมไฟมีคุณภาพระดับโลก 

“ระยะเวลา 50 ปีที่พวกเขาทำงานมาทำให้ฉันไม่ต้องกังวลเรื่องรูปร่างหรือการเชื่อมเหล็กแม้แต่น้อย มันเนี้ยบและปลอดภัยตามมาตรฐาน Product Safety of Electrical Appliances and Materials (PSE)”

ทันโนะบอกเคล็ดลับอีกอย่างว่า เธอไม่เคยมองคนในบริษัทเป็นพนักงาน เพราะพวกเขาคือหุ้นส่วนทางธุรกิจคนสำคัญที่ช่วยสร้างทีมเวิร์กให้เกิดขึ้น โดยคติของเธอคือ ทุกคนจะต้องมีความสุขทั้งในระดับร่างกายและจิตวิญญาณ ตั้งแต่ผลิตงานจนถึงส่งมอบงาน ซึ่งต้องถึงอย่างปลอดภัย สะอาด ตรงเวลา เพื่อให้ลูกค้ารู้สึกคุ้มค่าที่ใช้บริการ ส่วนคนทำก็ภาคภูมิใจ

ชา โคมไฟ กระดาษ : งานคราฟต์ดั้งเดิมโดยช่างเกียวโตที่อยากส่งต่อวัฒนธรรมญี่ปุ่นไปทั่วโลก
ภาพ : YAHIRO DENKI

“นำเสนอความเป็นญี่ปุ่นลงไปในผลงาน คือเรื่องความละเอียดอ่อน พิถีพิถัน และคุณภาพ เช็กทุกขั้นตอน แต่สุดท้ายคนที่เช็กและ QC ได้ดีที่สุดคือลูกค้า”

เมื่อพูดถึงเรื่องวัสดุ ทันโนะยกตัวอย่างสินค้าซีรีส์ใหม่ที่บริษัทภูมิใจนำเสนอในชื่อว่า GOLDBLU Lamp ซึ่งมี ‘แผ่นทอง’ ที่พบได้ในประเทศญี่ปุ่นเท่านั้นเป็นองค์ประกอบสำคัญ

“แผ่นทองนี้เบาและบาง ซึ่งบางเป็นพิเศษกว่าที่อื่น พบแค่ที่เมืองคานาซาวะ จังหวัดอิชิคาวา เมื่อนำไปส่องไฟจะไม่ได้แสงสีทอง แต่ได้เป็นแสงสีเงิน”

ชา โคมไฟ กระดาษ : งานคราฟต์ดั้งเดิมโดยช่างเกียวโตที่อยากส่งต่อวัฒนธรรมญี่ปุ่นไปทั่วโลก

เราลองสัมผัสโคมไฟนั้นดู ภายนอกเป็นแก้ว แต่ภายในคือวัสดุล้ำค่า ทันโนะบอกว่า คนทำแผ่นทองต้องเป็นช่างฝีมือที่เชี่ยวชาญเท่านั้น นอกจากนี้ เหตุผลที่เลือกวัสดุใหม่มานำเสนอก็เป็นเรื่องของประวัติศาสตร์ประเทศและการเผยแพร่วัฒนธรรม เธออยากให้ช่างทุกคนรู้ว่า ผลงานของพวกเขาได้บินลัดฟ้ามาโชว์ที่ต่างประเทศแล้ว และฝีมือของพวกเขาจะถูกโจษจัน ไม่ใช่ถูกลืมไปตามยุคสมัย

“โคมไฟทุกอันมีเพียงชิ้นเดียวบนโลก เพราะเป็นสินค้าที่ทำด้วยมือทั้งหมด เราอยากให้บ้านของทุกคนมีบรรยากาศที่ดี ไม่ว่าจะเป็นสไตล์ญี่ปุ่นหรือไม่ มันคือการทำให้ศิลปะและงานแขนงนี้ยังคงอยู่”

ทันโนะทิ้งท้ายว่า หากใครอยากลองเปิดประสบการณ์เวิร์กชอปทำโคมไฟคุมิโกะ ก็สามารถไปเยือนโชว์รูมของเธอได้ในเดือนตุลาคมปีหน้า ทุกคนยินดีต้อนรับ!

ชา โคมไฟ กระดาษ : งานคราฟต์ดั้งเดิมโดยช่างเกียวโตที่อยากส่งต่อวัฒนธรรมญี่ปุ่นไปทั่วโลก
ภาพ : YAHIRO DENKI
ชา โคมไฟ กระดาษ : งานคราฟต์ดั้งเดิมโดยช่างเกียวโตที่อยากส่งต่อวัฒนธรรมญี่ปุ่นไปทั่วโลก

YAHIRO DENKI

Website : http://yahirodenki.com/ 

Facebook : https://www.facebook.com/yahirodenki.co.jp 

NISHIKAWA PAPER

สำนักกระดาษ 

สมุดทำมือดั้งเดิมโดยช่างฝีมือหัตถาเทพ

กระดาษสีขาวและช่างมือทอง คือสิ่งที่ทุกท่านจะได้พบเมื่อมาเยือนบริษัท NISHIKAWA PAPER ธุรกิจเก่าแก่ของครอบครัวนิชิคาวาที่คัดสรรกระดาษคุณภาพเยี่ยมของประเทศ มาเปลี่ยนเป็นสมุดทำมือแบบดั้งเดิมที่มีเอกลักษณ์คือ ‘ทำเองทุกขั้นตอน’ และคุณก็ฝากตัวเป็นลูกศิษย์ของเหล่าปรมาจารย์ได้

“ตั้งแต่รุ่นคุณปู่ก็ทำงานเกี่ยวกับกระดาษมาประมาณร้อยกว่าปี ช่วงปลายของยุคไทโชเริ่มมีการผลิตกระดาษ ต่อมาช่วงปี 1960 เราใช้ชื่อ NISHIKAWA PAPER ส่วนบริษัทก่อตั้งมา 48 ปี นับตั้งแต่ปี 1975” ซาโอริ นิชิคาวา ทายาทของบริษัทเริ่มเล่า

ทาสุคุ อิโนะอุเอะ คือประธานบริษัทชาเขียว ROKUBE, ซาโอริ นิชิคาวา เธอคือประธานบริษัทกระดาษ NISHIKAWA PAPER, ซาชิโกะ ทันโนะ ทายาทรุ่นสองของบริษัทโคมไฟ YAHIRO DENKI
ชา โคมไฟ กระดาษ : งานคราฟต์ดั้งเดิมโดยช่างเกียวโตที่อยากส่งต่อวัฒนธรรมญี่ปุ่นไปทั่วโลก

เยื่อไม้ผ่านนานากรรมวิธีออกมาเป็นแผ่นสีขาวบาง หากปล่อยไว้ก็คงเป็นเพียงกระดาษวาดภาพหรือของตกแต่งธรรมดา แต่ครอบครัวนิชิคาวามองเห็นคุณค่าที่มากกว่านั้น พวกเขาจึงแต่งองค์ทรงเครื่องให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์สมุดจด สมุดสะสมตราประทับ บานพับ ไปจนถึงกล่องอเนกประสงค์ และสินค้าสั่งผลิตอื่น ๆ มีการเพิ่มสีสันและลวดลายให้ดึงดูดคนรุ่นใหม่ แต่ยังคงไว้ซึ่งความพิถีพิถันทุกรายละเอียด ตั้งแต่การทากาว จนถึงการเข้าเล่มด้วยเส้นด้าย

ธุรกิจกระดาษก้าวผ่านกาลเวลาที่รุ่งเรืองจนถึงวันที่เริ่มร่วงโรย แต่ใบไม้ก็ยังไม่เคยหมดต้น นิชิคาวาและแขกในออฟฟิศของเราเห็นพ้องต้องกันว่า ชาวญี่ปุ่นยังให้ความสำคัญกับการใช้สมุดจด ทำให้สินค้ายังเป็นที่ต้องการ เพียงแต่รูปแบบอาจเปลี่ยนไปตามออเดอร์ 

ส่วนสมุดสไตล์ดั้งเดิมบนโต๊ะเป็นสิ่งที่เรารู้สึกแปลกตา

เจ้าของบริษัทกางสมุดออกมาราวกับกางบานพับ หน้าปกสีสันสดใสถูกแปะลงบนกระดาษแข็งอีกทีเพื่อความคงทน เนื้อกระดาษสีขาวภายในทั้งหนาและลื่น รองรับได้ตั้งแต่ดินสอจนถึงน้ำหมึกของพู่กัน

เธอชี้ให้เราดูช่องว่างระหว่างหน้ากระดาษที่ใช้นิ้วสอดเข้าไปได้ ด้านในเนื้อกระดาษหยาบแต่นุ่ม ดูไม่เหมาะกับการเขียนด้วยพู่กัน เพราะน้ำหมึกคงแผ่กระจายจนอ่านไม่ออก 

สมุดดั้งเดิมของญี่ปุ่นเป็นการใช้กระดาษ 1 แผ่น ซึ่งมีขนาดใหญ่เป็น 2 เท่าของหน้าปก พับครึ่ง ให้เหลือขนาดเท่าสมุด โดยนำพื้นผิวที่เรียบและลื่นไว้ด้านนอก ส่วนผิวที่ไม่ได้ใช้เอาไว้ด้านใน จากนั้นจึงนำมาต่อกันด้วยกาวเป็นรูปแบบบานพับ เท่านี้ก็จะได้กระดาษที่หนาตามสไตล์ดั้งเดิม แถมยังไม่เห็นรอยกาวแม้แต่น้อย

คุยงานคราฟต์กับ 3 สำนักดั้งเดิมแห่งเมืองเกียวโต ที่อยากส่งต่อความพิถีพิถันและวัฒนธรรมญี่ปุ่นผ่านชา โคมไฟ และกระดาษ
คุยงานคราฟต์กับ 3 สำนักดั้งเดิมแห่งเมืองเกียวโต ที่อยากส่งต่อความพิถีพิถันและวัฒนธรรมญี่ปุ่นผ่านชา โคมไฟ และกระดาษ

“เดี๋ยวนี้ยังมีคนมาสั่งผลิตอยู่ เพราะใช้เป็นสมุดสะสมตราประทับเวลาไปศาลเจ้า ปั๊มตราลงไปไม่ทะลุ เขียนด้วยพู่กันก็ไม่ซึม ทนทานและสวยงาม เป็นของที่ขาดไม่ได้ เพราะเชื่อมโยงกับวัฒนธรรมของเรา

“สมุดเหล่านี้คือความมั่นใจและความภูมิใจ จริง ๆ กระดาษมีหลากหลายแบบมากกว่าที่ใครคิด เรานำสิ่งเหล่านั้นมาสร้างเป็นผลิตภัณฑ์ด้วยสองมือของช่างเก่าแก่ แนวคิดของเราคือการส่งความสุขและคุณภาพของกระดาษญี่ปุ่นผ่านผลงานอย่างจริงใจ” เธออธิบาย

ธุรกิจแปรรูปกระดาษนิชิคาวาขึ้นชื่อเรื่องความพิถีพิถัน ตั้งแต่ต้นทางจนถึงกระบวนการสุดท้าย

“กระดาษผลิตจากต้นไม้หลายพันธุ์ ทั้งต้นโคโสะ ต้นมิสึมาตะ และต้นกัมปิ ซึ่งอย่างหลังเป็นไม้ราคาแพงที่ตอบโจทย์คนเขียนพู่กัน ในอดีตเวลาเขียนวรรณคดีหรือบทกลอนจะเขียนตัวเล็กมาก ถ้ากระดาษไม่ดี รอยพู่กันที่เขียนจะแตก ดังนั้น กระดาษที่เหมาะสมจึงเป็นเรื่องละเอียดอ่อนที่มองข้ามไม่ได้

“เราใส่ใจเรื่องนี้มาก ทุกครั้งก่อนจะนำกระดาษตัวใหม่ออกขาย ต้องใช้พู่กันไปลองเขียนก่อนเพื่อเช็กว่าลายเส้นแตกไหม ถ้าแตกก็ไม่ขาย” ประธานบริษัทย้ำกับเรา

คุยงานคราฟต์กับ 3 สำนักดั้งเดิมแห่งเมืองเกียวโต ที่อยากส่งต่อความพิถีพิถันและวัฒนธรรมญี่ปุ่นผ่านชา โคมไฟ และกระดาษ
คุยงานคราฟต์กับ 3 สำนักดั้งเดิมแห่งเมืองเกียวโต ที่อยากส่งต่อความพิถีพิถันและวัฒนธรรมญี่ปุ่นผ่านชา โคมไฟ และกระดาษ
คุยงานคราฟต์กับ 3 สำนักดั้งเดิมแห่งเมืองเกียวโต ที่อยากส่งต่อความพิถีพิถันและวัฒนธรรมญี่ปุ่นผ่านชา โคมไฟ และกระดาษ
ภาพ : NISHIKAWA PAPER

การยกระดับสินค้าเก่าแก่ไม่ใช่เพียงการพัฒนาคุณภาพ แต่การบริการเองก็ต้องไม่หยุดอยู่กับที่ 

ในปี 2023 เมื่อญี่ปุ่นเปิดประเทศ บริษัทของเธอจะเปิดกิจกรรมเวิร์กชอปอย่างเป็นทางการตั้งแต่เดือนเมษายนเป็นต้นไป เพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยวและแบ่งปันวัฒนธรรมที่ตกทอดมากว่า 1 ศตวรรษ

“เรามีช่างฝีมือผู้เชี่ยวชาญในบริษัทประมาณ 20 คน ซึี่งฝีมือสุดยอด ผลิตได้สูงสุด 1,500 เล่ม ทำด้วยมือนะคะ มีแค่บางขั้นตอนที่ใช้เครื่องทุ่นแรง เช่น ตอนกดกระดาษ เพราะถ้าจับด้วยมือบ่อย ๆ อาจทำให้เสียหาย หากท่านไหนสนใจสามารถติดต่อมาที่บริษัท มาเยี่ยมโรงงานได้

“ช่างฝีมือของเราพร้อมสอนให้ทุกท่านออกแบบและลองทำสมุดของตัวเอง ท่านจะได้รู้จักประวัติของเรา เห็นการผลิตจริง แต่ที่เยี่ยมที่สุดคือการได้ลงมือทำเอง แล้วสมุดเล่มนั้นก็จะมีเพียงเล่มเดียวบนโลกและเป็นของคุณ” 

นิชิคาวาทิ้งท้ายด้วยน้ำเสียงที่บ่งบอกถึงความรักที่มอบให้กับสิ่งที่ทำ

การปูทางครั้งใหม่นี้เกิดขึ้นเพื่อให้ทั่วโลกรู้ว่า ‘นี่คือกระดาษที่ดีที่ควรค่าแก่การถูกใช้งาน’

พูดแล้วก็อยากได้มาครอบครองตามคำเรียกร้องสักเล่ม

ชา โคมไฟ กระดาษ : งานคราฟต์ดั้งเดิมโดยช่างเกียวโตที่อยากส่งต่อวัฒนธรรมญี่ปุ่นไปทั่วโลก
ภาพ : NISHIKAWA PAPER

NISHIKAWA PAPER

Website : http://nishikawashigyo.com/ 

Instagram : https://www.youtube.com/channel/UCBIFaD3OJ5amyxJvkvg-0SQ

ROKUBEI TEA

สำนักชาเขียว 

จงรักษาคุณภาพเสมือน ‘การดื่มชามีได้แค่ครั้งเดียว’

เมืองอุจิ ไม่ได้มีเพียงวัดเบียวโดอินให้ท่องเที่ยว แต่ยังเป็นบ้านเกิดของ ‘ชาอุจิ’ อันลือลั่น 

ใต้ท้องฟ้าสีครามสดใส คือไร่สีเขียวที่เติบโตพร้อมประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมที่ไม่ว่าจะบ้านไหนก็ขาดการชงชาไปไม่ได้ 

ครอบครัวของ ทาสุคุ อิโนะอุเอะ จึงไม่เคยหยุดพัฒนาเครื่องดื่มชนิดนี้ตราบจนถึงปัจจุบัน

ส่วนตัวเราคิดว่า หากปล่อยให้ของดีกลายเป็นเพียงผลิตภัณฑ์ธรรมดาที่โลกไม่รู้จักก็คงน่าเสียดาย

ทาสุคุ อิโนะอุเอะ คือประธานบริษัทชาเขียว ROKUBE, ซาโอริ นิชิคาวา เธอคือประธานบริษัทกระดาษ NISHIKAWA PAPER, ซาชิโกะ ทันโนะ ทายาทรุ่นสองของบริษัทโคมไฟ YAHIRO DENKI
คุยงานคราฟต์กับ 3 สำนักดั้งเดิมแห่งเมืองเกียวโต ที่อยากส่งต่อความพิถีพิถันและวัฒนธรรมญี่ปุ่นผ่านชา โคมไฟ และกระดาษ

ROKUBEI ไม่ได้เน้นชาเพียงชนิดเดียว หากแต่รวบรวมสุดยอดชามาจากทั่วประเทศ เพื่อจำหน่ายและแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์มากมาย ไม่ว่าจะเป็นมัทฉะ เซนฉะ เกียวคุโระ โฮจิฉะ เก็นไมฉะ มัทฉะคาปูชิโน มัทฉะลาเต้ โฮจิฉะคาปูชิโน หรือโฮจิฉะลาเต้ ภายใต้การออกแบบบรรจุภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคแบบดั้งเดิม แบบ Shake (เขย่าดื่ม) แบบถุงชง และแบบซอง

นอกจากนี้ยังมีการต่อยอดสินค้า จำหน่ายเป็นขนมหวานที่ผลิตจากชาคุณภาพ ทั้งคุกกี้และช็อกโกแลต รวมถึงอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง ตั้งแต่แก้ว ถ้วย ชาม กาน้ำ เครื่องปั้นดินเผาคิโยมิซุยากิ (Kiyomizuyaki) โทโคยาเมะยากิ (Tokonameyaki) และฮาซามิยากิ (Hasamiyaki) ซึ่งทุกอย่างถือเป็นสิ่งสำคัญในการยกระดับประสบการณ์การดื่มชาให้กับทุกคน

“เรามีร้านอยู่ใกล้วัด Daitokuji ในเกียวโต เป็นธุรกิจของครอบครัว ขายผลิตภัณฑ์คุณภาพ ปลอดสารพิษ แม้ตัวบริษัทเพิ่งเปิดมาเพียง 6 ปี แต่ครอบครัวของผมทำมาตั้งแต่ปี 1818 เลยมั่นใจว่าประสบการณ์มากกว่า 200 ปี ย่อมทำให้คุณภาพยอดเยี่ยมแน่นอน

“ปัจจุบัน ภารกิจของเราคือการส่งชาญี่ปุ่นไปทั่วโลก” ทาสุคุ อิโนะอุเอะ เล่าอย่างภูมิใจ

บริษัทของเขามีหลักการประจำใจคือ ‘Ichigo Ichie’ (一期一会) เป็นสุภาษิตโบราณ หมายความว่า ‘พบกันครั้งเดียว’ เพราะฉะนั้น ต้องทำทุกอย่างให้ดีที่สุด ซึ่งนำไปปรับใช้กับการต้อนรับแขกและการทำงานอื่น ๆ ได้ ยกตัวอย่าง พิธีชงชา ที่ไม่ว่าจะเป็นผู้ชงหรือผู้ดื่มก็ต้องมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้แก่กัน โดยอิโนะอุเอะถือว่า หลักการนี้เป็นวัฒนธรรมและจุดเด่นของบริษัทไม่ต่างจากสินค้า

คุยงานคราฟต์กับ 3 สำนักดั้งเดิมแห่งเมืองเกียวโต ที่อยากส่งต่อความพิถีพิถันและวัฒนธรรมญี่ปุ่นผ่านชา โคมไฟ และกระดาษ
ภาพ : ROKUBEI TEA

“ชาญี่ปุ่นมีประวัติศาสตร์ยาวนาน เดิมทีมาจากจีนเมื่อเกือบ 2,000 ปีก่อน ยุคแรกเริ่มถือเป็นเครื่องดื่มที่ไม่ใช่ใครก็กินได้ ต้องอยู่ในวงศ์ชั้นสูง แต่พอเวลาผ่านไปก็เริ่มแพร่หลาย 

“มันมีรสอูมามิในตัว มีสารแอลธีอะนีน (L-Theanine) ที่ช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายตามธรรมชาติ และมีสารแคทีชิน (Catechin) ที่ช่วยต้านอนุมูลอิสระ ผมดื่มแล้วรู้สึกแข็งแรง” เขารีวิวประโยชน์ พร้อมแจกสินค้าสีเขียวและน้ำตาลสดใสให้ถึงมือ

วงการนักดื่มเติบโตไม่หยุดจนชากลายเป็นสินค้าส่งออกสำคัญที่มีปลายทางไปไกลถึงอเมริกา นอกจากแต่ละสายพันธุ์จะให้รสชาติอันเป็นเอกลักษ์ ดินแต่ละพื้นที่ยังมอบรสชาติที่แตกต่างเช่นเดียวกับไวน์ที่ได้จากองุ่นคนละแปลง

ROKUBEI คัดเลือกชาออร์แกนิก ปลอดสารพิษชั้นดีจากเกษตรกรท้องถิ่นทั่วประเทศโดยไม่ผ่านพ่อค้าคนกลาง พวกเขาเดินทางไปถึงไร่ เพื่อคัดเลือกและตรวจสอบคุณภาพให้เป็นไปตามมาตรฐานของ Japan Organic and Natural Foods Association (JONA) USDA Organic และ European Union organic

“เรามองว่าเกษตรกรเป็นเพื่อนร่วมงานคนสำคัญ การไปเยือนถึงไร่ทำให้พวกเขาได้รับรายได้โดยตรง ถือเป็นการสร้างอาชีพ สร้างความภูมิใจ และสร้างกำลังใจให้ผู้ผลิต

“หลังจากได้วัตถุดิบมา เป็นหน้าที่ของพวกเราที่จะออกแบบและหาวิธีส่งต่อไปทั่วโลก เพราะเราคิดว่าเราไม่ได้แค่ส่งชา แต่เราส่งออกวัฒนธรรมอันงดงาม 

“ผมมีจัด Tea Tour เพื่อต่อยอดอุตสาหกรรมการผลิตให้เป็นที่ท่องเที่ยว จัดสัมมนาแลกเปลี่ยนความรู้ในหลายด้าน เช่น ชงชาอย่างไรให้อร่อย นอกจากนี้ยังนำเสนอเรื่องศิลปะและลายเส้นโบราณเอาไว้บนถุง”

เราเห็นกบโวยวาย กระต่ายถือกิ่งไม้ไล่หวดลิงจ๋อที่พกหมวกเหมือนชาวไร่ 

เรื่องราวของเหล่าสรรพสัตว์ที่เลียนแบบท่าทางมนุษย์ เรียกว่า Chōjū-jinbutsu-giga เป็นภาพวาดบนม้วนกระดาษเก่าแก่ของญี่ปุ่น คาดว่าวาดขึ้นช่วงกลางศตวรรษที่ 12 เดิมเป็นของวัดโคซังจิ ในเกียวโต ส่วนในปัจจุบันถือเป็นสมบัติชาติ ถูกเก็บรักษาเอาไว้ในพิพิธภัณฑ์แห่งชาติเกียวโตและโตเกียว

อิโนะอุเอะ เลือกภาพโบราณเหล่านี้มาใช้บนบรรจุภัณฑ์ เพื่อสื่อถึงประวัติศาสตร์และศิลปะที่ควรค่าแก่การเผยแพร่ เช่นเดียวกับธุรกิจครอบครัวที่ทายาทรุ่นใหม่มีวิสัยทัศน์กว้างไกลกว่าเก่า

ปัจจุบัน ชาไม่ใช่แค่เครื่องดื่มเพิ่มความอบอุ่นหรือเอาไว้ต้อนรับแขก แต่เป็นทั้งพืชเศรษฐกิจ เอกลักษณ์ของชาติ และของกำนัลที่ส่งต่อวัฒนธรรมอันงดงามของพวกเขา

คุยงานคราฟต์กับ 3 สำนักดั้งเดิมแห่งเมืองเกียวโต ที่อยากส่งต่อความพิถีพิถันและวัฒนธรรมญี่ปุ่นผ่านชา โคมไฟ และกระดาษ

ROKUBEI TEA

Website : https://rokubei-tea.com/en

Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCBIFaD3OJ5amyxJvkvg-0SQ 

ก่อนจบการสนทนาอย่างเป็นทางการ แขกผู้มีเกียรติทั้งสามได้ส่งมอบของที่ระลึกให้เราเพื่อเป็นการเชื้อเชิญไปเที่ยวประเทศของพวกเขา โดยทุกคนมีเป้าหมายเดียวกันคือ อยากให้คนไทยได้สัมผัสและรู้จักความเป็นญี่ปุ่นที่ลึกซึ้งกว่าเก่า ไม่ว่าจะผ่านการเวิร์กชอปสมุดทำมือ ทำโคมไฟคุมิโกะ หรือลองเข้าพิธีชงชา ทั้งหมดคือการส่งต่อวัฒนธรรมอันมีค่าที่เขารักและไม่อยากให้หายไป

“โดโมะ อาริกาโตโกไซมัส” (ขอบคุณเป็นอย่างยิ่ง)

“มาตะ ไอมะโช” (แล้วพบกันใหม่)

เราบอกลาเจ้าของภาษาที่โค้งให้อย่างพร้อมเพรียง แล้วพบกันที่ประเทศญี่ปุ่น!

ทาสุคุ อิโนะอุเอะ คือประธานบริษัทชาเขียว ROKUBE, ซาโอริ นิชิคาวา เธอคือประธานบริษัทกระดาษ NISHIKAWA PAPER, ซาชิโกะ ทันโนะ ทายาทรุ่นสองของบริษัทโคมไฟ YAHIRO DENKI

Writer

วโรดม เตชศรีสุธี

นักจิบชามะนาวจากเมืองสรอง หลงใหลธรรมชาติ การเล่าเรื่อง และชอบสูดกลิ่นอายแห่งอารยธรรม

Photographer

ปฏิพล รัชตอาภา

ช่างภาพอิสระที่สนใจอาหาร วัฒนธรรมและศิลปะร่วมสมัย มีความฝันว่าอยากทำงานศิลปะเล็กๆ ไปเรื่อยๆ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load