โคห์เลอร์ (KOHLER) เป็นแบรนด์สุขภัณฑ์สัญชาติอเมริกัน อายุ 147 ปี 

จากโรงงานเหล็กหล่อเล็กๆ ในเมืองเชบโบยแกน (Sheboygan) รัฐวิสคอนซิน (Wisconsin) ประเทศสหรัฐอเมริกา สู่แบรนด์สุขภัณฑ์สำหรับห้องน้ำและห้องครัวที่โดดเด่นเรื่องการออกแบบและเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์

หลังจากประดิษฐ์อ่างอาบน้ำอันแรกของโลกขายให้ชาวนาในราคาวัว 1 ตัว และ ไก่ 14 ตัว โคห์เลอร์ก็ค่อยๆ ต่อยอดสุขภัณฑ์ มีท่อประปา ทำอ่างล้างจาน บุกเบิกท่อน้ำอุ่น และอื่นๆ จากโรงงานที่มีคนเพียงหลักสิบสู่คนงานหลายพันคน นอกจากสินค้าคุณภาพดีแล้ว เราประทับใจวิธีดูแลพนักงานของโคห์เลอร์ ไม่เพียงจ้างงานคนอพยพที่ไม่มีคนต้องการ ยังจัดหาที่พัก ให้สวัสดิการ ดูแลคุณภาพชีวิตอย่างดี เป็นวิธีคิดทำธุรกิจที่ไม่เหมือนใคร และไม่มีใครเหมือน

โคห์เลอร์ไม่เคยบอกว่าตัวเองเป็นผู้ขายอุปกรณ์ในห้องน้ำ พวกเขาเป็นไลฟ์สไตล์แบรนด์มาตั้งแต่คำนี้ยังไม่มีในตำราการตลาด จะเห็นได้จากโฆษณาในหน้าหนังสือพิมพ์และนิตยสารยุค 80 ภาพอ่างอาบน้ำสีสดตัดกับเส้นขอบของอ่างล้างมือไม่ตกยุคเลยสักนิด ยังแอบคิดว่าถ้าเอาสุขภัณฑ์อัจฉริยะที่เป็นสินค้ายุคใหม่ของโคห์เลอร์เข้าไปใส่ก็ยังดูลงตัว

ไม่ใช่แค่ความสวย แต่โคห์เลอร์ยังให้ความสำคัญกับระบบวิศวกรรมในสุขภัณฑ์มากๆ 

มีฝักบัวอาบน้ำที่คิดวิธีอัดอากาศจำลองเหมือนอยู่ใต้สายฝน 

มีสายฉีดชำระที่น้ำไม่แหลม แต่มีพลัง และสัมผัสนุ่มในคราวเดียว จนใครต่อใครต่างยกให้เป็นสายฉีดชำระที่ดีที่สุดในโลก ซึ่งออกแบบและพัฒนาโดยทีมไทย 

ยิ่งฟังเรื่องราวที่ คุณธนภูมิ มะลิสุวรรณ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท โคห์เลอร์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เล่าให้ The Cloud ฟังก็รู้สึกสนุก ใครจะไปคิดว่า เรื่องของสุขภัณฑ์นั้นจะสร้างสรรค์ต่อได้ไม่หยุดขนาดนี้ มาฟังทั้ง 15 เรื่องราวเบื้องหลังของโคห์เลอร์ แบรนด์ที่มีเป้าหมายอยากให้ทุกคนมีสุนทรียภาพในชีวิตที่ดีขึ้น (Gracious Living) พร้อมกัน

1. จุดเริ่มต้นจากการผลิตอ่างอาบน้ำใบแรกของโลก 

15 เรื่องตลอด 146 ปีของ Kohler แบรนด์สุขภัณฑ์ที่มุ่งสร้างสุนทรียภาพในชีวิตผู้ใช้ให้ดีขึ้น, ประวัติ Kohler

โคห์เลอร์ คือแบรนด์สุขภัณฑ์สัญชาติอเมริกัน อายุ 147 ปี ก่อตั้งโดย จอห์น ไมเคิล โคห์เลอร์ (John Michael Kohler) ชาวออสเตรียที่มาตั้งรกรากในสหรัฐอเมริกา เริ่มต้นทำโรงงานเหล็กหล่อเล็กๆ ผลิตอุปกรณ์ทำเกษตร ในปี 1873 ต่อมาในปี 1883 เขาดัดแปลงที่ดื่มน้ำม้า เริ่มจากเคลือบเหล็กด้วยอีนาเมลและต่อเติมขา 4 ข้างกลายเป็นอาบอ่างน้ำใบแรกของโลก ขายชาวนาในราคาเท่ากับวัว 1 ตัว และไก่ 14 ตัว

15 เรื่องตลอด 146 ปีของ Kohler แบรนด์สุขภัณฑ์ที่มุ่งสร้างสุนทรียภาพในชีวิตผู้ใช้ให้ดีขึ้น, ประวัติ Kohler

2. จิตวิญญาณของโคห์เลอร์อยู่ในเหล็กหล่อ

แม้ว่าวันนี้สัดส่วนของผลิตภัณฑ์จากเหล็กหล่อจะน้อยลงกว่าเมื่อร้อยปีก่อน แต่หลังจากค้นพบอ่างอาบน้ำใบแรกของโลก โรงงานก็เริ่มผลิตเฟอร์นิเจอร์และของใช้ที่ทำจากเหล็กหล่ออื่นๆ นอกจากอุปกรณ์ทำเกษตร เช่น กังหันลม เหยือก เก้าอี้ยาวมีพนัก ป้ายฝังศพ ราวบันได คอก เล้า จากเหล็กหล่อและเหล็กเคลือบกระเบื้อง 

จากนั้นต่อยอดทำอ่างอาบน้ำเวอร์ชันใหม่ที่สะอาดและไร้รอยต่อที่ขาในปี 1911 ซึ่งทำให้บริษัทเป็นที่รู้จักมากขึ้น

15 เรื่องตลอด 146 ปีของ Kohler แบรนด์สุขภัณฑ์ที่มุ่งสร้างสุนทรียภาพในชีวิตผู้ใช้ให้ดีขึ้น, ประวัติ Kohler
15 เรื่องตลอด 146 ปีของ Kohler แบรนด์สุขภัณฑ์ที่มุ่งสร้างสุนทรียภาพในชีวิตผู้ใช้ให้ดีขึ้น, ประวัติ Kohler
15 เรื่องตลอด 146 ปีของ Kohler แบรนด์สุขภัณฑ์ที่มุ่งสร้างสุนทรียภาพในชีวิตผู้ใช้ให้ดีขึ้น, ประวัติ Kohler

3. ต้นแบบการดูแลพนักงานเมื่อร้อยปีก่อน ทั้งจ้างแรงงานผู้อพยพ ให้ที่พักและคุณภาพชีวิตที่ดี ดูแลเหมือนคนในครอบครัว 

ต่อมาในปี 1914 สินค้าจากโคห์เลอร์เป็นที่ต้องการในตลาดมาก จึงต้องขยายโรงงานและจ้างแรงงานอย่างน้อย 1,000 คนเพื่อผลิตสินค้าให้เพียงพอต่อความต้องการ เป็นที่มาของการจ้างแรงงานต่างชาติซึ่งส่วนใหญ่อพยพมาจากภาคกลางและใต้ของยุโรป ไม่เพียงให้งาน แต่ วอลเตอร์ โคห์เลอร์ (Walter Kohler) ผู้บริหารทายาทรุ่นสาม ยังให้คุณภาพชีวิตที่ดี เขาทำหมู่บ้านคนงานชื่อ American Club เปิดในปี 1918 ต้องการสร้างที่พักอาศัยที่ถูกสุขลักษณะและสุขอนามัย ซึ่งปัจจุบันเปลี่ยนเป็นโรงแรมหรูในเครือธุรกิจของโคห์เลอร์

15 เรื่องตลอด 146 ปีของ Kohler แบรนด์สุขภัณฑ์ที่มุ่งสร้างสุนทรียภาพในชีวิตผู้ใช้ให้ดีขึ้น, ประวัติ Kohler

นอกจากความอบอุ่น อาหาร 3 มื้อราคาประหยัด ห้องนั่งเล่น ห้องอ่านหนังสือ โต๊ะพูล ยังมีห้องอาบน้ำขนาดใหญ่ มีสวัสดิการเข้าถึงการรักษาและทันตกรรม มีแพทย์พยาบาลประจำการ ดูแลเหมือนครอบครัว มีโรงเรียนสอนภาษา สอนเรื่องความสะอาดพื้นฐาน คอยสื่อสารส่งจดหมายข่าว และต่อสู้ให้คนงานได้สัญชาติ

ช่วงสงครามโลก โรงงานโคห์เลอร์ต้องผลิตท่อประปาให้รัฐบาล ทำให้มีกำไรมาก นำไปจ่ายเงินค่าจ้างที่แพงขึ้นและจ้างคนมากขึ้นถึง 4,000 คน ช่วงนั้นมีเจ้าหน้าที่รัฐจากกระทรวงแรงงานมาคอยสังเกตการณ์ เธอยืนยันว่าจากโรงงานทั้งหมด มีเพียงโรงงานโคห์เลอร์ที่เดียวที่ห่วงใยปัญหาสารพิษและมลภาวะในกระบวนการผลิตและดูแลทีมงานจริง (ข้อมูลจากหนังสือ Chasing Dirt: The American Pursuit of Cleanliness โดย Suellen Hoy สำนักพิมพ์ Oxford University Press) 

และเพื่อส่งต่อจิตวิญญาณของผู้อพยพทุกคนที่ทำงานต่อสู้อย่างหนักจนมีวันนี้ ที่หน้าโรงงานของโคห์เลอร์เกือบทุกแห่งในโลกรวมถึงประเทศไทย มีเหรียญตราสัญลักษณ์ขนาดใหญ่แสดงถึงเรื่องราวนี้ด้วย

4. โคห์เลอร์ไม่เคยมองว่าตัวเองเป็นแบรนด์ขายอุปกรณ์ในห้องน้ำ แต่เป็นแบรนด์ไลฟ์สไตล์

ในยุคที่คนเชื่อว่าอุปกรณ์ของใช้ไม่ใช่สิ่งที่ต้องโฆษณาขาย โคห์เลอร์ลุกขึ้นมาเป็นเจ้าแรกที่ทำโฆษณาขายสุขภัณฑ์ และเป็นเจ้าแรกที่ใส่สีสันลงไปในห้องน้ำ หากย้อนมาดูวันนี้ก็ยังเป็นโฆษณาที่เท่และไม่ตกยุคเลย ทั้งวิธีคิด คอนเซปต์ ภาพประกอบ ไปจนถึงคำที่ใช้

15 เรื่องตลอด 146 ปีของ Kohler แบรนด์สุขภัณฑ์ที่มุ่งสร้างสุนทรียภาพในชีวิตผู้ใช้ให้ดีขึ้น, ประวัติ Kohler

โดยทั่วไปสินค้าไลฟ์สไตล์ จะต้องเปลี่ยนให้เข้ากับยุคสมัยตลอด สิ่งที่โคห์เลอร์ทำคือออกแบบสินค้าให้ไม่ดูตกยุค อยู่เหนือกาลเวลา ความยากคือการหาสมดุลระหว่างดีไซน์ที่โฉบเฉี่ยวและไร้กาลเวลา

15 เรื่องตลอด 146 ปีของ Kohler แบรนด์สุขภัณฑ์ที่มุ่งสร้างสุนทรียภาพในชีวิตผู้ใช้ให้ดีขึ้น, ประวัติ Kohler

A collection of vintage Kohler ads from the 1940s-1970s
ภาพ : midcenturyliving.wordpress.com/2012/05/22/the-bold-look-of-kohler/

5. โคห์เลอร์เป็นแบรนด์ที่มีเป้าหมายอยากให้ทุกคนมีสุนทรียภาพในชีวิตที่ดีขึ้น (Gracious Living)

สุนทรียภาพในชีวิตที่ดีจากการพบความรื่นรมย์ รสนิยม และจิตวิญญาณในการใช้ชีวิต โดยคิดถึงผลลัพธ์หรือประสบการณ์จากการใช้ผลิตภัณฑ์เป็นสำคัญ ซึ่งมาจาก 2 ส่วนสำคัญ ได้แก่ Design Excellence และ Performance

15 เรื่องตลอด 146 ปีของ Kohler แบรนด์สุขภัณฑ์ที่มุ่งสร้างสุนทรียภาพในชีวิตผู้ใช้ให้ดีขึ้น, ประวัติ Kohler
15 เรื่องตลอด 146 ปีของ Kohler แบรนด์สุขภัณฑ์ที่มุ่งสร้างสุนทรียภาพในชีวิตผู้ใช้ให้ดีขึ้น, ประวัติ Kohler

6. งานออกแบบโดดเด่นระดับชิ้นงานศิลปะ (Bold Design)

15 เรื่องตลอด 146 ปีของ Kohler แบรนด์สุขภัณฑ์ที่มุ่งสร้างสุนทรียภาพในชีวิตผู้ใช้ให้ดีขึ้น, ประวัติ Kohler

โคห์เลอร์ให้ความสำคัญกับความสวยงามมาก หลักการออกแบบของโคห์เลอร์ คือ Bold Design หรืองานออกแบบที่สวยและกล้าโดดเด่นระดับชิ้นงานศิลปะ ทำให้ห้องน้ำเป็นมากกว่าห้องน้ำ 

เห็นแล้วเกิดความประทับใจ ใช้แล้วเกิดสุนทรียะ ไม่ใช่แค่สวย แต่ยังคิดถึงความรู้สึกหลังใช้งาน เช่น ฝารองนั่ง French Curve ที่ออกแบบตามหลักสรีระศาสตร์ แทนที่จะแบนระนาบอย่างทั่วไปก็มีส่วนที่โค้งรับกับบั้นท้าย ทำให้นั่งสบาย ไม่มีอาการเหน็บชาหรือปวดขาหากต้องนั่งนานๆ

จนถึงวันนี้ เดวิด โคห์เลอร์ (David Kohler) เจ้าของบริษัทและทายาทคนปัจจุบัน ยังเป็นคนอนุมัติงานออกแบบของโคห์เลอร์ด้วยตัวเองทุกชิ้น และดูรายละเอียดงานดีไซน์ร่วมกับทีมอยู่เสมอ

7. โคห์เลอร์เป็นแบรนด์ที่ก๊อกน้ำมีสีให้เลือกเยอะที่สุด 

15 เรื่องตลอด 146 ปีของ Kohler แบรนด์สุขภัณฑ์ที่มุ่งสร้างสุนทรียภาพในชีวิตผู้ใช้ให้ดีขึ้น, ประวัติ Kohler

ขณะที่แบรนด์อื่นๆ มีสีทองแบบเดียว โคห์เลอร์มีสีทอง 5 – 6 แบบ เช่น French Gold, Rose Gold, Brushed Bronze, Moderne Polished Gold และ Moderne Brushed Gold และมีสีดำถึง 3 ดำ ได้แก่ Black, Matte Black และ Oil- Rubbed Bronze

เพราะรู้ดีว่าเราไม่อาจจำกัดสุนทรียะ ความสวยงาม และความเป็นตัวของตัวเองได้ด้วยสีเพียงสีเดียว เช่นเดียวกับคอลเลกชันก๊อกน้ำล่าสุดที่โคห์เลอร์ขายหัวก๊อกและมือบิดแยกชิ้นกันทั้งหมด มีหัวก๊อก 3 แบบ และมือปิด 4 แบบ ซึ่งออกแบบมาให้ผู้บริโภคเลือกออกแบบการใช้งานด้วยตัวเอง

15 เรื่องตลอด 146 ปีของ Kohler แบรนด์สุขภัณฑ์ที่มุ่งสร้างสุนทรียภาพในชีวิตผู้ใช้ให้ดีขึ้น, ประวัติ Kohler

8. สุขภัณฑ์อัจริยะ จิตวิญญาณของการออกแบบที่สวยงามซึ่งมาพร้อมเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์

สุขภัณฑ์อัจฉริยะของโคห์เลอร์ เป็นตัวอย่างของ Bold Design ไม่เพียงหน้าตาแตกต่างจากสุขภัณฑ์อัจฉริยะทั่วไปที่หน้าตาคล้ายกันไปหมด แต่ละรุ่นยังมีเอกลักษณ์และคาแรกเตอร์ที่แตกต่างกันชัดเจน เช่น Eir มีลักษณะสวยเด่นที่ขอบทอง ผสานความงามและนวัตกรรมได้อย่างสมบูรณ์แบบเพื่อประสบการณ์การชำระล้างที่สะอาดหมดจดและสุขอนามัยที่ดียิ่งขึ้น หรือ Veil รูปทรงสวยชดช้อย ก้านชำระทำความสะอาดและฆ่าเชื้อด้วย Electrolyzed Water ที่มีประจุไฟฟ้า บางรุ่นอย่าง Karing มีแสงยูวีฆ่าเชื้อโรคที่ก้านฉีดชำระเพื่อสุขอนามัยที่ดียิ่งขึ้น

15 เรื่องตลอด 146 ปีของ Kohler แบรนด์สุขภัณฑ์ที่มุ่งสร้างสุนทรียภาพในชีวิตผู้ใช้ให้ดีขึ้น, ประวัติ Kohler
15 เรื่องตลอด 146 ปีของ Kohler แบรนด์สุขภัณฑ์ที่มุ่งสร้างสุนทรียภาพในชีวิตผู้ใช้ให้ดีขึ้น, ประวัติ Kohler

9. ใช้ความเชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมออกแบบพลังน้ำอัดอากาศ จำลองจากสายฝนจริง

นอกจากความสวยงามด้านการออกแบบ โคห์เลอร์ให้ความสำคัญกับวิศวกรรมที่อยู่ภายใน ทำให้สายน้ำจากฝักบัว ของโคห์เลอร์มีเทคโนโลยี Katalyst ที่เป็นการอัดอากาศเข้าไปในสายน้ำ ทำให้ได้สายน้ำที่นุ่ม สบาย เป็นการจำลองมาจากสายฝน เพราะคิดเผื่อถึงความรู้สึกตอนอาบน้ำที่ทั้งปลดปล่อยและสดชื่น

15 เรื่องตลอด 146 ปีของ Kohler แบรนด์สุขภัณฑ์ที่มุ่งสร้างสุนทรียภาพในชีวิตผู้ใช้ให้ดีขึ้น, ประวัติ Kohler

10. น้อยแต่มาก นวัตกรรมใช้น้ำน้อยแต่ชำระได้มาก ต่อยอดจากล่องแก่ง

ในสุขภัณฑ์มีเทคโนโลยีชื่อ CLASS FIVE™ ที่มาจากระดับน้ำเชี่ยวที่แรงที่สุดในล่องแก่ง จากโจทย์ใช้น้ำน้อยแต่มีพลังชำระแรง ชำระล้างได้หมดจดแล้วรวดเร็ว เป็นเรื่องที่คนมักมองข้าม แต่ที่โคห์เลอร์หาคำตอบให้เรื่องนี้อย่างจริงจัง

15 เรื่องตลอด 146 ปีของ Kohler แบรนด์สุขภัณฑ์ที่มุ่งสร้างสุนทรียภาพในชีวิตผู้ใช้ให้ดีขึ้น, ประวัติ Kohler

11. เปิดโอกาสให้ทีมไทยออกแบบสายฉีดชำระที่ดีที่สุดในโลก

สายฉีดชำระ คือของที่คนไทย 90 เปอร์เซ็นต์มีติดบ้าน

สายฉีดชำระรุ่น Luxe Hygiene Spray จากโคห์เลอร์ เกิดจากการออกแบบและพัฒนาโดยทีมงานคนไทย จากโจทย์ว่าทำไมสายฉีดชำระต้องหน้าตาเหมือนกันทั้งโลก และทั้งๆ ที่นิ้วโป้งเป็นนิ้วที่แข็งแรงที่สุด ทำไมสายฉีดชำระทั่วไปจึงออกแบบให้กดด้วยนิ้วชี้ และทำไมต้องมีขนาดสั้นทำให้ต้องล้วงมือเข้าไปลึกเวลาใช้งาน พวกเขาจึงเปลี่ยนตำแหน่งบังคับน้ำให้อยู่ที่นิ้วโป้ง ออกแบบสายฉีดชำระที่มีก้านคอยาวกว่าทั่วไปเกือบเท่าหนึ่ง รวมถึงเรื่องการอัดอากาศเข้าไปในสายน้ำ ทำให้น้ำที่ปล่อยจากสายฉีดชำระมีความแรงแต่สัมผัสนุ่ม

15 เรื่องตลอด 146 ปีของ Kohler แบรนด์สุขภัณฑ์ที่มุ่งสร้างสุนทรียภาพในชีวิตผู้ใช้ให้ดีขึ้น, ประวัติ Kohler

12. แคมเปญที่ใช้จินตนาการเปลี่ยนภาพจำของสุขภัณฑ์อัจฉริยะที่ทุกคนคุ้นเคย

15 เรื่องตลอด 146 ปีของ Kohler แบรนด์สุขภัณฑ์ที่มุ่งสร้างสุนทรียภาพในชีวิตผู้ใช้ให้ดีขึ้น, ประวัติ Kohler

ที่ผ่านมา โคห์เลอร์ทำงานกับสถาปนิกและนักออกแบบเยอะ เป็นอาชีพที่ในชีวิตจริงถูกจำกัดให้ทำงานสร้างสรรค์อยู่ในกรอบของโจทย์ มีทั้งความต้องการ งบประมาณ เวลา สถานที่ โคห์เลอร์อยากให้พวกเขารู้สึกสนุกจึงมอบโจทย์ที่ไม่มีโจทย์ ‘คุณเห็นอะไรในสุขภัณฑ์นี้ อยากออกแบบอะไร ห้องน้ำแบบไหน แล้วแต่คุณ ที่ไหนก็ได้ อะไรก็ได้’ โดยแคมเปญ KOHLER UNBOXED IMAGINATION II…DREAM DESTINATION  นี้ ต่อยอดจาก KOHLER UNBOXED IMAGINAION เมื่อปีก่อน ที่ให้ออกแบบห้องน้ำจากก๊อกน้ำ

15 เรื่องตลอด 146 ปีของ Kohler แบรนด์สุขภัณฑ์ที่มุ่งสร้างสุนทรียภาพในชีวิตผู้ใช้ให้ดีขึ้น, ประวัติ Kohler
15 เรื่องตลอด 146 ปีของ Kohler แบรนด์สุขภัณฑ์ที่มุ่งสร้างสุนทรียภาพในชีวิตผู้ใช้ให้ดีขึ้น, ประวัติ Kohler

ครั้งนี้โคห์เลอร์ประเทศไทยเพิ่มคอนเซปต์สนุกๆ อย่าง Dream Destination เข้าไป ชวนนักออกแบบรุ่นใหม่จาก 6 บริษัทที่กำลังเป็นที่น่าจับตามาร่วมแคมเปญ โดยใช้สุขภัณฑ์อัจฉริยะจากโคห์เลอร์ เป็นจุดเชื่อมต่อ ระหว่างจินตนาการและความฝัน เพื่อสร้างสรรค์และออกแบบห้องน้ำ ให้สถานที่ที่ประทับใจ ภายใต้แนวคิด “ไร้โจทย์ ไร้กรอบ ไร้ขีดจำกัด” เปลี่ยนภาพจำของสุขภัณฑ์อัจฉริยะที่ทุกคนคุ้นเคย 

15 เรื่องตลอด 146 ปีของ Kohler แบรนด์สุขภัณฑ์ที่มุ่งสร้างสุนทรียภาพในชีวิตผู้ใช้ให้ดีขึ้น, ประวัติ Kohler

จากสุขภัณฑ์อัจฉริยะ 4 รุ่น สู่ห้องน้ำในจินตนาการทั้ง 6 แห่ง บอกเราว่าสิ่งที่เห็น สิ่งที่คิดและทำ ไม่จำเป็นต้องเหมือนเดิมหรือเหมือนใคร แค่มีจิตวิญญาณของความกล้า ทุกอย่างก็ไปได้อีกไกล

13. Water to All

โคห์เลอร์อยากแก้ปัญหาการเข้าถึงสุขอนามัยและน้ำสะอาด เพื่อเพิ่มคุณภาพชีวิตให้กับผู้คนที่ขาดแคลนซึ่งอยู่ห่างไกล 

15 เรื่องตลอด 146 ปีของ Kohler แบรนด์สุขภัณฑ์ที่มุ่งสร้างสุนทรียภาพในชีวิตผู้ใช้ให้ดีขึ้น, ประวัติ Kohler

ทุกวันที่ 19 พฤศจิกายน เป็นวันห้องน้ำโลก (World Toilet Day) โคห์เลอร์ทำงานร่วมกับองค์กรไม่แสวงผลกำไร สร้างห้องน้ำสะอาด ให้ความรู้เพื่อลดปัญหาที่ตามมากจากการมีสุขอนามัยที่ไม่ดี ไปจนถึงต่อยอดนวัตกรรมเพื่อสังคม Kohler Carity ผลิตเครื่องกรองน้ำให้ประเทศที่ขาดแคลนน้ำสะอาด เป็นเครื่องกรองน้ำที่หน้าตาสวยสมเป็นโคห์เลอร์

14. ที่ต่างประเทศ โคห์เลอร์ทำธุรกิจขายอุปกรณ์กำเนิดพลังงานรายใหญ่ในโลก

นอกจากธุรกิจ Kitchen & Bath แล้ว โคห์เลอร์ยังมีธุรกิจในเครืออีก 3 ธุรกิจ หนึ่ง คือ Decorative Products ธุรกิจขายสุขภัณฑ์ที่ออกแบบโดยนักออกแบบระดับโลก ไปจนถึงกระเบื้องและเฟอร์นิเจอร์ 

15 เรื่องตลอด 146 ปีของ Kohler แบรนด์สุขภัณฑ์ที่มุ่งสร้างสุนทรียภาพในชีวิตผู้ใช้ให้ดีขึ้น, ประวัติ Kohler
15 เรื่องตลอด 146 ปีของ Kohler แบรนด์สุขภัณฑ์ที่มุ่งสร้างสุนทรียภาพในชีวิตผู้ใช้ให้ดีขึ้น, ประวัติ Kohler

สอง คือ Power น้อยคนจะรู้ว่าโคห์เลอร์ขายอุปกรณ์กำเนิดพลังงานเป็นอันดับต้นๆ ของโลก มีเครื่องปั่นไฟของโคห์เลอร์อยู่ในสนามบินเกือบทุกสนามบินของสหรัฐอเมริกา โดยโคห์เลอร์เห็นว่าการมีไฟฟ้าหรือพลังงานให้ใช้อย่างต่อเนื่องก็เป็นการเพิ่มสุนทรียภาพในชีวิต 

และสาม คือ Golf and Resort Destinations ธุรกิจสนามกอล์ฟและโรงแรมหรู

15. สิ่งที่ทำให้โคห์เลอร์อยู่ยืนยาวมาถึง 147 ปี คือการรักษาคุณภาพของสินค้าและบริการจากโคห์เลอร์ให้อยู่ในระดับสูงเป็นมาตรฐานเดียวกันทั้งโลก

15 เรื่องตลอด 146 ปีของ Kohler แบรนด์สุขภัณฑ์ที่มุ่งสร้างสุนทรียภาพในชีวิตผู้ใช้ให้ดีขึ้น, ประวัติ Kohler

การไม่หยุดพัฒนาของงานออกแบบและเทคโนโลยี และการยึดมั่นในแก่นของแบรนด์ที่อยากมอบสุนทรีภาพในการใช้ชีวิตของผู้คนให้ดีขึ้น แม้ว่าคำว่าสุนทรียะ เมื่อร้อยปีก่อน วันนี้ และอีกร้อยปีข้างหน้า จะแตกต่างจนเป็นคนละเรื่องกัน แต่สำหรับโคห์เลอร์ สุนทรียะก็คือสุนทรียะ

Writer

นภษร ศรีวิลาศ

อดีตนักเรียนเศรษฐศาสตร์ผู้วิ่งเล่นในแวดวงตลาดทุน หน่วยงานสนับสนุนกิจการเพื่อสังคม และงานสายแบรนดิ้งเพื่อความยั่งยืน หลงรักการลองเสื้อคอลเลกชันใหม่ของ COS MUJI Marimekko BEAMS และมีเพจชื่อ น้องนอนในห้องลองเสื้อ

Big Brand

เรื่องราวน่ารู้เบื้องหลังแบรนด์ดังที่รัก

21 พฤศจิกายน 2565

อากาศเปลี่ยนนิดหน่อยผิวก็เริ่มลอกแห้ง ล้างหน้ากับน้ำที่ไม่คุ้นผื่นคันก็ถามหา หลายคนอาจไม่เชื่อว่าอาการผิวแค่นี้ก็กระทบชีวิตคนผิวบอบบาง แพ้ง่าย ได้จริง ๆ แถมไม่ได้กระทบเพียงเปลือกนอกอย่างร่างกาย แต่ทำลายความรู้สึกถึงภายใน

ใครไม่เชื่อ แต่ ‘Cetaphil’ เชื่อ เชื่อตั้งแต่ 75 ปีที่แล้วที่ผลิตภัณฑ์แรกอย่าง Cetaphil Gentle Skin Cleanser ถือกำเนิดขึ้นเพื่อช่วยเหลือผู้คนสมัยนั้น ทั้งยังเชื่อเสมอว่า ต้องคิดค้นผลิตภัณฑ์เพื่อให้คนผิวบอบ บางแพ้ง่าย ใช้ชีวิตตามปกติได้เช่นคนอื่น ๆ 

ไม่แปลกใจหากนี่จะเป็นแบรนด์เวชสำอางเพื่อผิวหน้าอันดับ 1 ที่ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังในสหรัฐอเมริกาและหลายประเทศแนะนำ แถมยังวางจำหน่ายกว่า 70 ประเทศทั่วโลกอีกด้วย แต่ตัวชี้วัดเหล่านี้ไม่ได้ทำให้แบรนด์หยุดพัฒนา ยังคงมุ่งมั่นเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังอยู่เสมอ 

เพราะแบบนี้เอง ในโอกาสครบรอบ 75 ปี บริษัทจึงปรับโฉมตัวเองครั้งใหญ่ ไม่ได้ปรับเพียงแค่สูตรผลิตภัณฑ์ตามเทรนด์ผิวและเป็นมิตรกับผู้มีผิวบอบบาง แพ้ง่าย เท่านั้น แต่ยังเป็นมิตรต่อโลก ทั้งในระดับใหญ่อย่างแพ็กเกจจิ้ง ไปจนถึงระดับอณูอย่างวัตถุดิบและกระบวนการผลิต

วันนี้เราได้มีโอกาสพบกับ หนุ่ม-ธวัชชัย บุญทวีกิจ ผู้จัดการใหญ่ บริษัท กัลเดอร์มา (ประเทศไทย) จำกัด และ ตุ่ม-ทัศนีย์ บุญไกรลาส ผู้จัดการผลิตภัณฑ์ เพื่อพาเราไปย้อนรอยแบรนด์เวชสำอางถึงอดีต เดินทางกลับมายังปัจจุบัน และพูดถึงเรื่องราวในอนาคตที่คาดหวัง

10 เรื่องเบื้องหลัง Cetaphil แบรนด์เวชสำอางอันดับหนึ่งที่อยู่คู่คน ‘ขี้แพ้’ มากว่า 75 ปี

1. Cetaphil เกิดขึ้นพร้อมกับการใช้คลื่นวิทยุไมโครเวฟโทรศัพท์ทางไกลเป็นครั้งแรก

ถ้ามองจากรูปลักษณ์ภายนอก ทุกคนคิดว่า Cetaphil อายุเท่าคนรุ่นไหน 

เราขอเฉลยตรงนี้ว่า แม้จะมีภาพลักษณ์ทันสมัย แต่ความจริงแล้วแบรนด์นี้มีประวัติความเป็นมายาวนานตั้งแต่ปี 1947 หรือเมื่อ 75 ปีมาแล้ว 

เรื่องของเรื่องคือในสมัยนั้นยังไม่มีผลิตภัณฑ์ล้างหน้าที่เหมาะกับคนผิวบอบบาง แพ้ง่าย เภสัชกรชาวอเมริกันในรัฐเท็กซัสคนหนึ่งเลยคิดค้นผลิตภัณฑ์ล้างหน้าที่ช่วยให้คนผิวบอบบาง แพ้ง่าย ไม่ยอมแพ้ และกลับมาใช้ชีวิตแฮปปี้ได้แบบเดิม

ถ้าเทียบกับเหตุการณ์สำคัญต่าง ๆ ของโลก Cetaphil ก็เกิดขึ้นมาพร้อม ๆ กับการใช้คลื่นวิทยุไมโครเวฟในการโทรศัพท์ทางไกลเป็นครั้งแรกเลยทีเดียว!

2. ก่อนปรับปรุงสูตรครบรอบ 75 ปี ผลิตภัณฑ์ตัวแรกยังคงสูตรเดิมมาตลอด 

สำหรับคนผิวแพ้ง่าย หลายคนอาจคิดว่ายิ่งต้องลงทุนกับเซรั่มหรือครีมเพื่อคงความชุ่มชื้นแบบเต็มแม็กซ์ แต่ Cetaphil ที่เริ่มต้นบริษัทด้วยผลิตภัณฑ์ล้างทำความสะอาดผิวหน้า และยังคงยืนหนึ่งเรื่องนี้เสมอมา บอกว่าเราอาจต้องกลับไปทำความเข้าใจการดูแลผิวใหม่ตั้งแต่ต้น

“สิ่งแรกที่เราควรให้ความสำคัญ คือการทำความสะอาดผิวหน้าให้คงความชุ่มชื้นอยู่เสมอ แล้วถึงจะไปเติมความชุ่มชื้นในสเต็ปถัดไป ไม่ใช่ว่าล้างหน้าเสร็จปุ๊บ ผิวก็เอี๊ยดปั๊บ ซึ่งอาจจะดีในคนบางกลุ่ม แต่สำหรับคนที่ผิวบอบบางมาก ๆ นี่คือการทำให้วงจรผิวยิ่งแย่ลง” ตุ่มอธิบาย

แม้ในปี 1947 ผลิตภัณฑ์ล้างหน้าตัวแรกอย่าง ‘Cetaphil Cleasing Lotion’ หรือที่ปัจจุบันรู้จักกันในชื่อ ‘Cetaphil Gentle Skin Cleanser’ จะเปิดตัวได้ไม่นาน แต่ก็ได้รับความสนใจอย่างรวดเร็ว เพราะปลอบประโลมผิวและฟื้นฟูผิวบอบบาง แพ้ง่าย ให้แข็งแรงขึ้นได้จริง เป็นผลิตภัณฑ์ที่หายากในท้องตลาดสมัยนั้น 

ความน่าสนใจและแสดงให้เห็นว่าสูตรตั้งต้นนั้นเจ๋งและแจ๋ว คือก่อนจะปรับปรุงวัตถุดิบตั้งต้นในรอบ 75 ปี Cetaphil Gentle Skin Cleanser ยังคงใช้สูตรดั้งเดิมที่คนผิวบอบบาง แพ้ง่าย คนแรกของโลกได้ทดลองใช้ และสูตรที่ว่าก็ยังเป็นหนึ่งในสูตรที่ขายดีตลอดกาลอีกด้วย

10 เรื่องเบื้องหลัง Cetaphil แบรนด์เวชสำอางอันดับหนึ่งที่อยู่คู่คน ‘ขี้แพ้’ มากว่า 75 ปี

3. ถ้าไม่มีวิทยาศาสตร์ ไม่ถือเป็น Cetaphil

แม้จะตั้งต้นจากเภสัชกรที่ห่วงใยคนผิวบอบบาง แพ้ง่าย ก็จริง แต่แกนหลักอีกแกนที่ทำให้แบรนด์อยู่ยั้งยืนยงจนปัจจุบันได้ขนาดนี้ คือการคิดค้น วิจัย และการอ้างอิงทางวิทยาศาสตร์ 

ถ้าใครสงสัยว่า Cetaphil เป็นแบรนด์สายวิทย์แค่ไหน? ตุ่มเล่าให้ฟังว่าตลอดระยะเวลาการวิจัยที่ผ่านมาของ Cetaphil ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังจะต้องศึกษาวิจัยมากกว่า 550 ครั้งกับอาสาสมัครมากกว่า 32,000 ราย อีกทั้งในแต่ละผลิตภัณฑ์ยังต้องเน้นการวิจัยเพื่อช่วยเรื่องผิวบอบบาง คนแพ้ง่ายใช้ได้จริง คงความชุ่มชื้น และไม่ทำลายโครงสร้างผิว

นอกจากนั้น วัตถุดิบที่คัดสรรก็ต้องมีใบรับรองและผ่านการทดสอบมาแล้วว่าไม่เป็นภัยกับคนผิวบอบบาง แพ้ง่าย และแม้บางครั้งการใส่วัตถุดิบที่สุ่มเสี่ยงอาจทำให้เกิดผลลัพธ์กับลูกค้าแบบทันตาเห็น แต่แบรนด์ก็เลือกที่จะไม่ทำ

“เราไม่ได้ใส่ใจเรื่องการอ้างอิงงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์แค่เฉพาะในขั้นตอนการผลิต แต่กับการสื่อสารแบรนด์ออกไปยังตลาด เราก็ใส่ใจเรื่องวิทยาศาสตร์เหมือนกัน เช่น ถ้าเราจะพูดว่าผลิตภัณฑ์ของเราคงความชุ่มชื้นกี่เปอร์เซ็นต์ เราจะต้องอ้างอิงงานวิจัยเสมอ เพื่อให้ข้อมูลที่ออกไปถูกต้องและไม่เกินความจริงจนเกินไป” ตุ่มยืนยันถึงความเป็นวิทยาศาสตร์ที่ฝังรากลึกในทุกอณูของ Cetaphil

4. โจทย์หลักในการผลิตสินค้า คือการเป็นทางออกให้ผู้มีผิวบอบบาง แพ้ง่าย

เมื่อนึกถึง Cetaphil หลายคนคงนึกถึงผลิตภัณฑ์ล้างหน้าที่เราเล่าไปแล้ว แต่รู้หรือเปล่าว่าที่จริงแล้วยังมีสินค้าอีกมากที่คิดค้นขึ้นเพื่อตอบโจทย์ลูกค้าทุกคน ทุกวัย ทุกสภาพผิว ไม่ว่าจะสินค้าสำหรับทารกแรกเกิด ไปจนกระทั่งสินค้าสำหรับกู้ผิวแพ้ง่าย ผิวหมองคล้ำ จุดด่างดำ สิว และผู้ที่เป็นผื่นแพ้ผิวหนัง แห้งคันอีกด้วย

แม้มีสินค้าหลากหลาย แต่แก่นแกนที่แท้จริงยังอยู่ นั่นคือการผลิตสินค้าเพื่อให้คนที่มีผิวบอบบาง แพ้ง่าย ไม่ยอมแพ้ 

“ลูกค้าจำนวนมากมีผิวบอบบาง แพ้ง่าย แต่ก็อยากได้ผิวกระจ่างใสด้วย พอสินค้าในตลาดส่วนใหญ่โฟกัสแค่เรื่องความกระจ่างใสอย่างเดียว ลูกค้ากลุ่มนี้ใช้ก็แพ้ทันที ต่างจาก Cetaphil ที่ก่อตั้งขึ้นมาเพื่อช่วยเหลือคนที่มีปัญหาผิวบอบบาง แพ้ง่าย เวลาจะผลิตสินค้าชิ้นใหม่ เราจึงต้องเอาผิวบอบบาง แพ้ง่าย เป็นที่ตั้ง แล้วค่อยโยงออกไปว่าลูกค้าต้องการให้ช่วยแก้ไขปัญหาผิวอะไรอีกบ้าง” หนุ่มอาสาตอบ ก่อนที่ตุ่มจะเสริมถึงแก่นสำคัญ 

“อีกหัวใจสำคัญคือ ลูกค้าต้องใช้สินค้าของเราได้ในระยะยาว โดยไม่ก่อให้เกิดสารตกค้างหรืออันตรายกับผิว เราจะไม่ทำสินค้าที่ทาแล้วขาวเดี๋ยวนี้ แต่เราจะทำสินค้าที่ทำให้ผิวค่อย ๆ กระจ่างใสขึ้น และค่อย ๆ ดีขึ้นในองค์รวม ไม่อย่างนั้นเราคงไม่สามารถอยู่กับคนแพ้ง่ายมาได้นานถึง 75 ปี” 

10 เรื่องเบื้องหลัง Cetaphil แบรนด์เวชสำอางอันดับหนึ่งที่อยู่คู่คน ‘ขี้แพ้’ มากว่า 75 ปี

5. เพราะเทรนด์ผิวที่เปลี่ยนไป ถึงเวลาปรับ 3 ส่วนผสมใหม่ให้คนผิวบอบบาง แพ้ง่าย ไม่ยอมแพ้กว่าเดิม

ถ้าเทียบกับคน อายุอานาม 75 ปีก็เป็นรุ่นยายรุ่นทวดได้แล้ว แต่แบรนด์สัญชาติอเมริกันนี้ก็ไม่ได้หยุดพัฒนาตัวเองแม้แต่น้อย Cetaphil ยังคงเป็นวัยรุ่นที่พัฒนาตัวเองและตามเทรนด์ตลอดเวลา หลังจากผลิตภัณฑ์แรกเดินทางด้วยสูตรดั้งเดิมมานาน ฉลองครบรอบ 75 ปีครั้งนี้ จึงหยิบจับเอาเทรนด์ผิวในปัจจุบันมาปรับปรุงสูตรให้ทันสมัยกว่าเดิม 

“เรามั่นใจว่าสูตรที่ผ่านมาของเราดี แต่สภาพแวดล้อมในปัจจุบันมันเปลี่ยนไป มลภาวะทางอากาศซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ผิวแพ้ง่ายก็มีมากขึ้น ที่เห็นได้ชัด ๆ คือ ถ้าวันไหนค่าฝุ่น PM 2.5 สูง แค่จับหน้าก็รู้แล้วว่าหน้าเราไม่ปกติ” ตุ่มเกริ่นถึงสาเหตุของการเปลี่ยนแปลง

เพราะแบบนี้เอง หลังจากเก็บข้อมูลได้ว่าคนในปัจจุบันมีปัญหาผิวบอบบาง แพ้ง่าย มากถึง 70 เปอร์เซ็นต์ Cetaphil จึงสรุปออกมาเป็น 5 สัญญาณผิวแพ้ง่ายที่ให้ชาวเราหมั่นสังเกต ไม่ว่าจะผิวแห้งกร้าน ผิวระคายเคืองง่าย ผิวไม่เรียบเนียน ผิวแน่นตึง และเกราะป้องกันผิวอ่อนแอ จากนั้นจึงนำสัญญาณผิวเหล่านี้ไปคิดค้นและพัฒนา จนได้สูตรปรับปรุงใหม่ของ 4 ผลิตภัณฑ์ขายดีตลอดกาล ทั้ง Cetaphil Gentle Skin Cleanser, Cetaphil Oily Skin Cleanser, Cetaphil Moisturising Lotion และ Cetaphil Moisturising Cream 

สูตรปรับปรุงใหม่ที่ว่าเน้นการปรับปรุงต้นทางของวัตถุดิบและการคัดสรร Skin Power Solution หรือ 3 วัตถุดิบสำคัญให้ดียิ่งขึ้น นั่นคือวิตามินบี 3 (Niacinamide) โปรวิตามินบี 5 (Panthenol) และกลีเซอรีน (Glycerin) ซึ่งช่วยคงความชุ่มชื้น ปลอบประโลมผิว ช่วยให้ผิวกลับมาแข็งแรง และทำให้ผิวมีสุขภาพดี 

“หลายคนอาจบอกว่าวัตถุดิบเหล่านี้ก็มีมานานแล้วนี่ แต่มันไม่ใช่แบบนั้น การคิดค้นสูตรไม่ได้ผลลัพธ์แบบ 1 + 1 เท่ากับ 2 แต่ต้องดูว่าสารตัวไหนมารวมกับสารตัวไหนแล้วจะทำหน้าที่ได้ดีกว่า เช่น ตัว Oily Skin Cleanser ต้องมีสารลดความมันมากกว่าตัวอื่น แต่นักวิจัยจะทำยังไงให้ลดความมันได้แต่ต้องไม่ระคายเคืองผิวด้วย” ตุ่มอธิบาย

6. 75 ปีทั้งที Cetaphil ยังปรับแพ็กเกจจิ้งใหม่ให้ใส่ใจโลกมากกว่าเดิม

เพราะเชื่อว่าสภาพผิวของผู้คนสะท้อนสภาพแวดล้อมที่เราอยู่ได้ Cetaphil จึงมีอีกขาสำคัญอย่าง Clear Skies ที่พยายามใส่ใจโลกมากขึ้น หนึ่งในนั้นคือการปรับเปลี่ยนแพ็กเกจจิ้งใหม่เป็น Smart Packaging ที่ไม่ใช่แค่การเปลี่ยนลุคธรรมดา ๆ แต่เป็นการเปลี่ยนเพื่อโลก 

อย่างที่หลายคนรู้ว่าวัสดุบางชิ้นรีไซเคิลไม่ได้ เพราะวัสดุนั้น ๆ ประกอบขึ้นจากวัสดุหลายประเภท แบรนด์จึงหันมาเลือกใช้หีบห่อและวัสดุปิดที่ทำจากวัสดุประเภทเดียวกัน ทั้งยังแยกชิ้นส่วนได้ เพื่อส่งเสริมการแยกขยะ และเพื่อให้วัสดุเหล่านี้ส่งไปรีไซเคิลที่โรงงานรีไซเคิลทั่วไปได้ ไม่ต้องปวดหัว ความน่ารักอีกข้อคือ บรรจุภัณฑ์ที่ทำจากกระดาษก็ผลิตขึ้นจากวัสดุหมุนเวียน ย่อยสลายได้เองตามธรรมชาติด้วยนะ 

7. ไม่ได้ใส่ใจแค่แพ็กเกจจิ้ง แต่เป็นมิตรกับโลกระดับอณู

ในโปรเจกต์ Clear Skies ที่ทำ แบรนด์ยังมองลงไปถึงระดับอณูว่า นักวิจัยในมือจะทำยังไงให้วัตถุดิบทั้งหลายเป็นมิตรกับโลกด้วย พร้อมหันมาเลือกใช้วัตถุดิบที่ย่อยสลายได้ตามธรรมชาติมากขึ้น ไร้พาราเบน ซัลเฟต และส่วนผสมจากสัตว์มากวนใจ 

ความปังคือในฟากการผลิต ธุรกิจยังลดการใช้น้ำได้ถึง 33 เปอร์เซ็นต์ต่อการผลิตสินค้า 1 ตัน ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากโรงงานเฉลี่ยทั้งปีได้มากกว่า 60 เปอร์เซ็นต์ เพราะใช้พลังงานไฟฟ้าจากแหล่งพลังงานหมุนเวียน 95 เปอร์เซ็นต์ และลดการสร้างขยะฝังกลบจนเหลือศูนย์ 

“เราคือบริษัทที่มีเป้าหมายช่วยให้คนมีสุขภาพผิวที่ดีขึ้นก็จริง แต่สมัยนี้ก็มีเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่จะช่วยให้สภาวะโลกร้อนดีขึ้น ในเมื่อทำได้ ก็ต้องมาดูว่าจะปรับเปลี่ยนให้เข้ากับผลิตภัณฑ์ของเรายังไง เพื่อให้ผลิตภัณฑ์ของเราไปด้วยกันกับโลก” หนุ่มอธิบายถึงปณิธานของ Cetaphil และบริษัท Galderma

10 เรื่องเบื้องหลัง Cetaphil แบรนด์เวชสำอางอันดับหนึ่งที่อยู่คู่คน ‘ขี้แพ้’ มากว่า 75 ปี

8. เป็นแบรนด์แรก ๆ ที่ยกเลิกการทดสอบผลิตภัณฑ์กับสัตว์

เห็นข้อนี้แล้วอดตื่นเต้นไม่ได้ 

นอกจากจะเป็นมิตรกับโลก Cetaphil ยังเป็นมิตรกับเพื่อนร่วมโลกอย่างเจ้าสัตว์ทดลอง เพราะอย่างที่รู้กันดีว่าหลายปีมานี้ ประเด็นการทดลองสารพัดของอุปโภคบริโภคกับสัตว์กำลังเป็นที่ถกเถียง ถึงขนาดที่แบรนด์ใหญ่ ๆ หลายแบรนด์ต้องหันมาปรับเปลี่ยนตัวเองกันยกใหญ่ แต่ Cetaphil ถือเป็นแบรนด์แรก ๆ ที่ยกเลิกการทดลองผลิตภัณฑ์กับสัตว์ ก่อนที่หลายประเทศจะออกกฎหมายข้อนี้อีกนะ ยกเว้นก็แต่ในบางประเทศที่มีกฎหมายกำชับว่า ยังไงก็ตาม สินค้าที่นำมาขายต้องทดลองกับสัตว์ด้วย แต่ก็ต้องอ้างอิงตามกฎหมายของแต่ละประเทศกันไป เพื่อให้ถูกต้องตามกฎของแต่ละที่

9. การตลาดแบบไม่ได้อยู่แค่วันนี้

“บอกตามตรงว่า ตลาดบ้านเราเป็นตลาดที่ไม่ง่าย” ตุ่มเกริ่น 

ที่ว่าไม่ง่าย ตุ่มขยายความว่า โดยธรรมชาติของคนเอเชียนั้นรักสวยรักงามมากกว่าคนทวีปอื่น ๆ นอกจากนั้น ตลาดเมืองไทยยังวิ่งเร็ว มีตัวเลือกให้ลูกค้าหลากหลายแบบ ทั้งในเชิงวัตถุดิบและราคา ที่สำคัญ คนไทยถือเป็นลูกค้าที่มีองค์ความรู้เยอะและทำการบ้านก่อนซื้อของเสมอ แต่ถึงจะยากยังไง ตุ่มก็ยืนยันว่า พวกเขาจะไม่ยอมทำการตลาดแบบหวือหวา

“เราพยายามทำการตลาดแบบยั่งยืน และพยายามทำการตลาดที่ไม่ได้อยู่แค่วันนี้ เพราะเราอยากเป็นอีกแบรนด์หนึ่งที่สร้างความเชื่อมั่นให้ลูกค้าได้ ราคาสมเหตุสมผล และลูกค้าไม่ต้องคิดเยอะ”

ตุ่มยกตัวอย่างให้ฟังว่า ในการโฆษณาของ Cetaphil จะไม่มีคำว่าขาวอย่างรวดเร็วสักครั้งเดียว เพราะพวกเขาเชื่อในความกระจ่างใสของสีผิว ผิวสุขภาพดีตามธรรมชาติ และความเร็วระดับกลางที่ปลอดภัยกับผิวมากกว่า

10. มากกว่ายอดขาย คือผู้มีผิวบอบบาง แพ้ง่าย ได้กลับมาใช้ชีวิต 

ปัจจุบัน Cetaphil เป็นแบรนด์เวชสำอางเพื่อผิวหน้าอันดับ 1 ที่ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังในสหรัฐอเมริกาและหลายประเทศทั่วโลกแนะนำ วางจำหน่ายใน 70 ประเทศทั่วโลก ทั้งยังเป็นแบรนด์ที่ทำงานร่วมกับหมอทั้งในโรงพยาบาลและคลินิกมายาวนาน เรียกได้ว่าเป็นความสำเร็จหนึ่งของแบรนด์ที่น่าภาคภูมิใจ

แต่ยอดขายไม่ใช่ตัวชี้วัดเดียวที่แบรนด์อยากได้ มากกว่าเม็ดเงินที่ไหลเข้าสู่บริษัท เสียงตอบรับจากลูกค้าต่างหากที่ทำให้มุ่งพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ดีกว่าเดิม

“ผมเคยเจอคนที่ผิวแพ้แบบรุนแรงมาก เขาดูไม่มีความมั่นใจเลย และเขาก็มองโลกด้วยความสิ้นหวัง เวลาจะพูด จะเดิน หรือจะทำอะไร มันดูหดหู่ไปหมด แต่เมื่อเขาได้ใช้ผลิตภัณฑ์ของเรา มุมมองที่เขามีต่อโลกก็สดใสขึ้น เห็นมั้ยว่าไม่ใช่แค่ผลลัพธ์ทางกายอย่างเดียวนะ แต่มันคือผลลัพธ์ทางใจด้วย

“ในฐานะของแบรนด์ที่มุ่งเน้นเรื่องสุขภาพผิว เรารู้สึกดีว่ามากกว่ารายได้คือเราทำให้เขากลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ ซึ่งก็ตรงกับเป้าหมายหลักของทั้งบริษัท Galderma และ Cetaphil ว่าไม่ว่ายังไง เราขอเป็นหนึ่งในคนที่ช่วยให้ผู้บริโภคมีสุขภาพผิวที่ดีขึ้น” หนุ่มเล่าประสบการณ์ที่เขาเจอกับตัวเอง

“เหมือนกับสโลแกนใหม่ของเราว่า We do skin, you do skin ที่เราตั้งใจอยากบอกผู้ที่มีผิวบอบบาง แพ้ง่าย ว่าคุณไม่ต้องกลัวนะ ถ้าเป็นเรื่องผิว เราจะช่วยให้คุณกลับไปใช้ชีวิตที่คุณต้องการให้ได้” ตุ่มทิ้งท้ายความตั้งใจ

เพราะผิวแพ้ง่ายบอบบางมีอยู่จริง สนทนากับ Cetaphil ประเทศไทย ถึง 75 ปีที่ผ่านมาและการเปลี่ยนแปลงนับจากนี้ต่อไป

Writer

ฉัตรชนก ชัยวงค์

เด็กเอกไทยที่สนใจประวัติศาสตร์ งานคราฟต์ และเรื่องท้องถิ่น เวลาว่างชอบกิน เล่นแมว และชิมโกโก้

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load