22 พฤศจิกายน 2562
35 K

เกี๊ยง–เกียรติศักดิ์ เวทีวุฒาจารย์ คือ เกี๊ยง แห่งวงเฉลียง ที่ใครๆ คุ้นหน้าคุ้นตากันดี นอกจากการมาร่วมรียูเนียนแบบนานๆ ทีหลายปีหนกับวงดนตรีวงนี้แล้ว หลายคนอาจจะรู้อยู่แล้วว่าเกียรติศักดิ์มีอาชีพหลักเป็นสถาปนิก เป็นงานหลักที่เขาทำมาแล้ว 32 ปี 

เขาไม่ได้อยู่แค่วงดนตรีวงเดียวมาตลอดชีวิต แต่เขายังเติบโตจากการทำงานในบริษัทสถาปนิก 49 (A49) มาตั้งแต่เริ่มเรียนจบ และเติบโตจากพนักงานระดับจูเนียร์ กลายเป็นซีเนียร์ กลายเป็นผู้บริหาร และได้รับมอบหมายให้เปิดบริษัทในเครือ A49 ที่รับออกแบบบ้านโดยเฉพาะ ชื่อว่า A49HD จนมาถึงวันนี้ วันที่บริษัทสถาปนิก 49 และบริษัทในเครือได้ดำเนินมาครบวาระ 35 ปี

เกียรติศักดิ์ เวทีวุฒาจารย์ หรือ เกี๊ยง วงเฉลียง สถาปนิกที่สร้างบ้านให้เป็นบ้าน และทำงานให้เป็นงานที่มีความสุข

หลายคนอาจยังไม่รู้ว่า เกียรติศักดิ์ เวทีวุฒาจารย์ เป็นสถาปนิกที่เชี่ยวชาญและมีความสุขกับการออกแบบบ้าน

เรานัดสัมภาษณ์กับเขาในบ้านที่มีชื่อโปรเจกต์ว่า Higher Ground ซึ่งผลงานการออกแบบของเขา เป็นงานที่ได้รับรางวัลผลงานสถาปัตยกรรมดีเด่นประจำปี 2559

ท่ามกลางบรรยากาศร่มรื่น ต้นไม้ใหญ่ให้ร่มเงาครึ้มเย็นสบาย ตัวบ้านวัสดุปูนเปลือย กระจก ไม้ ประกอบกันอย่างลงตัวอยู่ในสิ่งแวดล้อมอันรื่นรมย์ บทสนทนาของเราเริ่มต้นขึ้น

ถ้อยคำต่อไปนี้คือเรื่องราวเส้นทางในการเป็นนักออกแบบบ้านของ เกียรติศักดิ์ เวทีวุฒาจารย์ ตั้งแต่วันแรกที่เขาเริ่มสนใจงานด้านนี้ ค่อยๆ เจริญงอกงามมาตามเส้นทางภายใต้ร่มเงาของบริษัทสถาปนิกชื่อดังของประเทศ จนถึงวันนี้ วันที่เขามองจากที่สูง และกลายเป็นคนที่ต้องให้ร่มเงากับคนรุ่นใหม่ต่อไป

เกียรติศักดิ์ เวทีวุฒาจารย์ หรือ เกี๊ยง วงเฉลียง สถาปนิกที่สร้างบ้านให้เป็นบ้าน และทำงานให้เป็นงานที่มีความสุข

หน้ากากเสือกับสถาปนิก

“ตอนเด็กๆ ผมชอบการ์ตูนเรื่อง หน้ากากเสือ (ฉายในไทยเมื่อปี 2510) ตอนนั้นน่าจะสัก 5 ขวบ ในการ์ตูนเกี่ยวกับนักมวยปล้ำเรื่องนี้ การวาดการ์ตูน เขียนด้วยเส้นน้อยๆ มีการกระชากเส้น เขียนได้อารมณ์ เลยชอบเรื่องนี้มาก ผมได้จากเรื่องนี้สองอย่าง คือการวาดรูปกับการร้องเพลงการ์ตูนญี่ปุ่น พอวาดรูปก็เป็นแรงบันดาลใจให้เรียนสถาปัตย์ ส่วนร้องเพลงก็เป็นแรงบันดาลใจให้ชอบและเล่นดนตรี

“เดิมทีผมไม่ได้คิดที่จะเรียนสถาปัตย์ ผมแค่ชอบวาดภาพเหมือน ภาพวิวต่างๆ ตอน ม. ต้น ผมอยากเรียนวาดรูปแบบเพาะช่างเลย เพราะสนิทกับอาจารย์ที่จบเพาะช่างมา แล้วรู้สึกว่าเขาเท่มาก เลยขอพ่อแม่ไปเรียนเพาะช่าง พ่อแม่ผมเขาเซย์โนเลย (หัวเราะ) ไม่เด็ดขาด ไม่อยากให้เรียน พ่อแม่ขอให้เรียน ม. ปลายต่อแล้วที่เหลือก็ตามใจเรา วิชาที่เรียนแล้วผมทำคะแนนได้ดีคือฟิสิกส์-คณิตศาสตร์ แต่ชอบวาดรูป ก็เลยเหลือตัวเลือกแค่สถาปัตย์”

เกียรติศักดิ์ เวทีวุฒาจารย์ หรือ เกี๊ยง วงเฉลียง สถาปนิกที่สร้างบ้านให้เป็นบ้าน และทำงานให้เป็นงานที่มีความสุข

บรรยากาศของการออกแบบ

“ก่อนมาเรียนคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผมรู้แค่ว่าต้องออกแบบบ้าน คิดว่าจะได้ใช้ฟิสิกส์-คณิตศาสตร์ แต่แทบไม่มีเลย ตอนเรียนจะหนักไปทางวาดรูป ดีไซน์ต่างๆ เรียนปีแรกผมเรียนไม่ดีเลย แต่ปีต่อๆ มาก็ดีขึ้นเรื่อยๆ

“จำได้ว่าตอนเรียนผมชอบบรรยากาศของคณะ ผมทำกิจกรรมทุกอย่างเลย เล่นรักบี้ ละครเวที แต่ไม่ได้เป็นคนที่ไปเล่นละครนะ เป็นคนทำงานเบื้องหลังมากกว่า เป็นพวกฝ่ายเสียง ผมชอบทำกิจกรรมมากๆ เป็นเด็กกิจกรรมน่ะ

Higher Ground งานที่ได้รับรางวัลผลงานสถาปัตยกรรมดีเด่นประจำปี 2559 ของ A49HD

“ตอนอยู่ปี 4 พี่จิก (ประภาส ชลศรานนท์) ก็มาชวนผมไปเป็นสมาชิกวงเฉลียง แต่จริงๆ แกชวนผมไปร่วมงานด้านดนตรีมาตั้งแต่ปีสองแล้ว เป็นงานพวกร้องเพลงโฆษณา ตอนผมอยู่ปีหนึ่ง พี่จิกอยู่ปีห้า เขาเห็นเราเล่นดนตรีที่คณะ เห็นว่าเล่นกีตาร์ร้องเพลงได้ พอเรียนจบพี่จิกเขาไปทำงานในวงการ ก็เลยชวนเรามาร่วมงานแต่ยังไม่เป็นเฉลียง แต่ตอนผมปีหนึ่ง เฉลียงก็ออกไปชุดหนึ่งแล้วนะ ชื่อชุด ปรากฏการณ์ฝน (2525) ซึ่งผมก็ได้เปิดฟังกันในคณะนี่แหละ ชอบมาก ตอนนั้นผมเป็นแฟนเพลงวงนั้น พอแกจะทำวงนี้อีกครั้งแล้วมาชวน เราก็เลยไปร่วมวงเฉลียงด้วย

“ไม่น่าเชื่อนะ จากแฟนเพลงของวงเฉลียงได้กลายมาเป็นสมาชิกของวง (หัวเราะ)”

Higher Ground งานที่ได้รับรางวัลผลงานสถาปัตยกรรมดีเด่นประจำปี 2559 ของ A49HD

นักดนตรีหรือสถาปนิก

“หลายคนบอกว่าวงเฉลียงดังมาก แต่จริงๆ ผมว่าไม่ถึงกับดังมาก (หัวเราะ) คือดังในกลุ่มๆ หนึ่ง ในกรุงเทพฯ เมืองใหญ่ๆ ตามต่างจังหวัด เมืองมหาวิทยาลัยนี่ก็ดังอยู่ แต่ชาวบ้านไม่ค่อยฟัง แต่อย่างไรก็ตาม การไปออกอัลบั้มและเล่นคอนเสิร์ตกับวงเฉลียงก็มีผลกับเรื่องการเรียนของผมนะ เพราะอาจารย์เขาเพ่งเล็งมาก อาจารย์จ้องจับผิดเลยว่าผมจะเกเรไหม ผมเลยพิสูจน์ให้เขาเห็นว่าผมทำได้ทั้งสองอย่าง แล้วคะแนนออกมาดีจน Thesis ออกมาได้ A แล้วก็ได้เกียรตินิยมด้วย อีกทางหนึ่งคือที่บ้านก็กลัวเราจะเสียคน เราเลยทำให้เขาเห็นให้ได้ แต่ผมก็มุ่งมั่นว่าจบมาจะทำสถาปนิกเป็นหลักอยู่แล้วนะ ส่วนเฉลียงเป็นอาชีพเสริม เป็นรายได้เสริมที่ทำให้เรามีเงินทองมาทำอะไรได้ ถ้าทำสถาปนิกคงช้ามากที่จะรวบรวมเงินทองได้

“ผมมั่นใจร้อยเปอร์เซ็นต์ ว่าจะประกอบอาชีพเป็นสถาปนิก เพราะตอนฝึกงานที่ A49 จบ ก็มาสมัครงาน พี่เต้ย (นิธิ สถาปิตานนท์) ยังบอกว่า ‘ผมไม่ค่อยมั่นใจคุณ แต่โปรไฟล์คุณดี เลยให้พิสูจน์’ ส่วนทางด้านเพลงผมก็ต้องคุยกับวงเฉลียงว่าจะรับงานแค่เสาร์อาทิตย์เท่านั้น หรือไม่ก็ต้องเป็นตอนกลางคืน ถ้าจะมีงานก็มีเป็นครั้งคราวที่ต้องใช้การลาพักร้อน แต่ไม่มีเกเร เข้างานทุกวันครับ”

Higher Ground งานที่ได้รับรางวัลผลงานสถาปัตยกรรมดีเด่นประจำปี 2559 ของ A49HD

สถาปนิกมือใหม่

“ตอนทำงานแรกๆ ผมเครียดมาก รู้สึกว่างานยากมาก ทำอะไรไม่เป็นเลย ตอนเรียนก็คิดว่าเราออกแบบสบายมาก แต่พอเข้ามาทำงานจริงๆ พบว่ายังมีอะไรให้คิดอีกเพียบเลย แค่ออกแบบบันไดอันหนึ่งยังเป็นใบ้เลย (หัวเราะ) ไม่รู้เลยว่าต้องใช้สเกลของราวบันไดเท่าไร เลยต้องไปถามพี่ๆ ที่ผ่านการทำงานมาเยอะมากกว่าเรา

“งานชิ้นแรกที่ผมได้จับใน A49 เป็นการทำแบบบ้านที่รุ่นพี่โยนแบบมา แล้วให้ผมคิดดีเทลต่อ ซึ่งยากมาก เพราะตอนนั้นผมไม่เคยทำแบบลงรายละเอียดแบบนั้น ทำให้ผมต้องไปคุยกับวิศวกรหลายคน ต้องคอยถามจากพี่ๆ ตลอดเวลาว่าอันโน้น อันนี้ต้องทำอย่างไร คือตอนเรียนก็กะๆ เอา แต่ของจริงเขียนเสาแค่เส้นเดียวกลายเป็นเงินหมดเลย ก็ถือว่าทำงานแรกแล้วได้ความรู้เยอะมาก พองานที่สองเป็นโปรเจกต์คอนโดมิเนียมแถวพัทยา”

เกียรติศักดิ์ เวทีวุฒาจารย์ หรือ เกี๊ยง วงเฉลียง สถาปนิกที่สร้างบ้านให้เป็นบ้าน และทำงานให้เป็นงานที่มีความสุข

“ถือว่าช่วงแรกๆ ที่ผมเริ่มงาน เราทำงานกันหนักพอสมควร ออฟฟิศไหนมีชื่อเสียงก็จะยิ่งงานหนัก อย่าง A49 จะมีงานเข้ามาเยอะและงานดีด้วย ไม่ใช่งานทั่วๆ ไป เป็นงานที่มีคุณภาพ เป็นลูกค้าที่เจาะจงจะให้เราทำจริง ยอมจ่ายค่าออกแบบที่มันไม่ได้ถูกเหมือนชาวบ้านเขา ซึ่งเป็นประสบการณ์ที่ดีมากๆ”

“เรื่องหนึ่งที่ผมประทับใจในการทำงานที่ A49 คือบรรยากาศการทำงานสนุกๆ ถ้าไม่ใช่ช่วงเวลาที่คิดงานซึ่งก็ต้องจริงจัง แต่พอเป็นช่วงเบรกก็คุยกันเฮฮา เปิดเพลงลั่นเลย ตอนที่ผมทำงานใหม่ๆ ออฟฟิศมีแค่ 20 กว่าคน ก็แซวกันไปกันมา บางทีก็โดนแกล้ง พวกพี่ๆ แอบรับโทรศัพท์แล้วแอบปลอมตัวเป็นเกี๊ยงวงเฉลียงแทนผมก็มี (หัวเราะ)”

จุดเริ่มต้นที่มากับต้มยำกุ้ง

“ผมเริ่มทำงานปี 2530 พอถึงปี 2540 เกิดวิกฤติต้มยำกุ้ง งานอสังหาริมทรัพย์หยุดชะงักทุกอย่าง ตอนนั้น A49 ก็เกือบตายเหมือนกัน ก่อนที่จะถึงต้มยำกุ้ง เรามีงานเยอะมาก เด็กคนหนึ่งจับคอนโดฯ หนึ่งหลังเลยก็มี ผมเคยทำคอนโดฯ ทีละสามสี่โครงการด้วยซ้ำ แต่พอฟองสบู่แตก ลูกค้าโทรมาแคนเซิลเป็นรายวันจนหมดเลย จากที่ A49 มีคนเป็นร้อยก็มีการเลย์ออฟเรื่อยๆ จะมีคนโดนเรียกไปคุยในแต่ละวัน เพื่อบอกว่าบริษัทจำเป็นต้องให้คุณออกนะ มันเป็นบรรยากาศที่ตึงเครียดมาก จนเหลืออยู่ประมาณห้าสิบคนเท่านั้น แล้วเรามีการให้หยุดวันศุกร์เพื่อให้ไปหารายได้ทางอื่น ลดเงินเดือนครึ่งหนึ่ง ตอนนั้นในออฟฟิศจะมีงานเล็กๆ บ้าง เป็นพวกงานออกแบบบ้าน แต่ก็ไม่พอที่จะเลี้ยงองค์กรหรอก ทุกคนพยายามคิดว่าทำยังไงองค์กรเราถึงจะหารายได้เพิ่ม ก็พยายามทุกทาง จนใช้เวลาสี่ห้าปีถึงจะเริ่มกลับมาทำงานเต็มที่กันเหมือนเดิม แล้วก็ทยอยรับคนเพิ่มขึ้น” 

Higher Ground งานที่ได้รับรางวัลผลงานสถาปัตยกรรมดีเด่นประจำปี 2559 ของ A49HD
Higher Ground งานที่ได้รับรางวัลผลงานสถาปัตยกรรมดีเด่นประจำปี 2559 ของ A49HD

“ช่วงที่กำลังแย่ๆ นั่นเอง วันหนึ่งพี่เต้ยเรียกผมเข้าไปคุย ในใจผมก็คิดว่าถึงคิวเราต้องออกแล้วเหรอ (หัวเราะ) แต่พี่เขาก็แค่ถามว่าเราชอบงานออกแบบบ้านไหม คือพี่เขาชวนให้ผมทำสตูดิโอที่รับงานออกแบบบ้านโดยเฉพาะ ให้ผมเป็นคนดูแลสตูดิโอนี้เลย สตูดิโอของผมเลยเริ่มจากการมีทีมงานแค่สองคนจนค่อนข้างแข็งแรงขึ้นเรื่อยๆ จนมียี่สิบคน แล้วพอถึงเมื่อเจ็ดปีที่แล้ว เราก็แยกออกมาเป็นบริษัท ชื่อว่า A49 HD ซึ่งย่อมาจากคำว่า House Design ซึ่งจะรับออกแบบทั้งงานสถาปัตยกรรมและงานออกแบบตกแต่งภายใน ควบคู่กันไป

“ก่อนหน้านี้ตอนที่เราทำแบบงานสถาปัตย์อย่างเดียวแล้วให้ลูกค้าเป็นคนหาอินทีเรียมาเองก็พบว่าบางทีเขาจะไม่ค่อยเข้าใจการทำงานของ A49 เท่าไร ส่วนใหญ่จะตามใจลูกค้า แต่เราอยากให้มันกลมกลืนเข้าด้วยกัน เลยเกิดเป็นส่วนที่มีทั้งสถาปนิกและงานตกแต่งภายในในบริษัท ให้มีความกลมกลืนกันทั้งข้างนอกข้างใน”

Higher Ground งานที่ได้รับรางวัลผลงานสถาปัตยกรรมดีเด่นประจำปี 2559 ของ A49HD

คนที่ต้องดูแลคน

“ผมคิดว่าทุกคนที่อยู่ในองค์กร มีความสำคัญหมดเลย แม้กระทั่งคนขับรถ ถ้าเราได้คนขับรถไม่ดี วันที่จะไปส่งแบบแล้วเขามาสาย หรือขับหลงทาง การทำงานก็จะไม่ราบรื่น ลูกค้าก็อาจจะไม่ชอบ แล้วไม่อนุมัติให้ทำงานต่อไป ผมจึงคิดว่าทุกคนมีความสำคัญทั้งหมด ต้องพยายามเอาใจเขามาใส่ใจเรา เห็นเขาทำงานก็จะเข้าไปคลุกคลีทำงานหนักกับเขา หรือซื้อขนมนมเนยมาให้ พยายามเป็นพี่ที่ดี ไม่ทำตัวเป็นเจ้านาย ทำตัวเป็นเพื่อนมากกว่า พยายามให้บรรยากาศในการทำงานมันดี จริงๆ ผมก็อาจจะถูกปลูกฝังมาตั้งแต่ตอนเข้ามาทำงานที่ A49 ใหม่ๆ ที่พี่ๆ เขาจะทำให้เราไม่รู้สึกว่าเป็นเจ้านายหรือลูกน้องนั่นเอง

“เวลาตำหนิใคร ผมจะเรียกมาตำหนิส่วนตัว แต่ถ้าชมก็จะชมต่อหน้า เพราะรู้สึกว่าการตำหนิเขาต่อหน้าคนเยอะๆ จะทำให้รู้สึกไม่ดีมากๆ หรือจะต้องตำหนิก็จะพูดถึงส่วนรวมมากกว่า ไม่ได้เจาะจงว่ากำลังติใคร

“พอเป็นผู้บริหารแล้วก็ปวดหัวเหมือนกันนะ โดยเฉพาะเรื่องเงิน (หัวเราะ) ตอนเด็กๆ ไม่เคยคิดเรื่องนี้ แต่ขึ้นมาเป็นผู้บริหารแล้วต้องพยายามทำให้มันดีที่สุด ในปลายปีก็คิดว่าจะให้เด็กเยอะมากที่สุดเท่าที่จะเยอะได้ ถ้าปีนั้นรายได้ไม่ถึงตามเป้าก็จะกัดฟันให้น้องหมด ผมจะดูภาพรวมว่าปีนั้นทำงานหนักกันหรือเปล่า บางทีเอาเงินจากกระเป๋ามาจ่าย ที่สุดแล้ว ผมคิดว่าเผลอๆ เรื่องการดูแลคนจะยากกว่าเรื่องงานเสียอีก (หัวเราะ)”

เกียรติศักดิ์ เวทีวุฒาจารย์ หรือ เกี๊ยง วงเฉลียง สถาปนิกที่สร้างบ้านให้เป็นบ้าน และทำงานให้เป็นงานที่มีความสุข

สิ่งที่ได้จากบ้านสามร้อยกว่าหลัง

 “ผมคิดว่าตัวเองไม่ใช่อาร์ติสต์มากนะ เวลาทำงานก็ไม่ใช่สถาปนิกที่แข็งมากที่เอาแต่ความชอบตัวเองเป็นหลัก แต่พยายามจะทำให้ลูกค้าชอบมากที่สุด พยายามเอาความรู้ของเราไปสานฝันให้เขา ผมออกแบบบ้านมาสามร้อยกว่าหลังแล้ว ส่วนใหญ่ได้สร้าง แต่ไม่ได้สร้างบ้างก็มี ทำงานมาสามสิบปีก็เฉลี่ยปีละสิบหลัง ซึ่งโดยเฉลี่ยปัจจุบันก็รับเดือนละหลัง แล้วก็มีการเลือกรับและไม่รับงาน เล่นตัวพอประมาณ (หัวเราะ) เพราะอยากทำงานกับคนที่อยากทำงานร่วมกับเราจริงๆ

“การออกแบบบ้านทำให้เราค่อนข้างสนิทกับลูกค้า ต้องคลุกคลี แลกเปลี่ยนความคิดกันเยอะ สถาปนิกบางคนไม่ชอบทำงานบ้านเพราะจุกจิกแล้วมันเหนื่อย ใช้เวลาทำเยอะด้วย ลูกค้างานบ้านส่วนใหญ่ไม่ค่อยแคร์เรื่องเวลาในการทำงาน แต่ขอแค่ทำให้ดีที่สุด ให้ถูกใจที่สุด แต่ถ้าเป็นงานคอนโดฯ มักจะเร่ง และต้องอยู่ในงบประมาณที่ให้มา ในขณะที่งานบ้านส่วนใหญ่จะใช้เวลาอยู่ที่สี่ห้าปีเลย ช่วงระหว่างก่อสร้างสถาปนิกก็ต้องมาคอยดูแลจนบ้านเสร็จ แม้กระทั่งผู้รับเหมาบ้านทั่วไปๆ ก็จะคอยมาดูแลบ้านที่เขาเป็นคนสร้างต่อไปด้วย เรียกว่าดูแลกันตลอดชีวิต

Higher Ground งานที่ได้รับรางวัลผลงานสถาปัตยกรรมดีเด่นประจำปี 2559 ของ A49HD
Higher Ground งานที่ได้รับรางวัลผลงานสถาปัตยกรรมดีเด่นประจำปี 2559 ของ A49HD

“งานออกแบบบ้านทำให้เราได้มิตรภาพกับลูกค้า บางครั้งมีมากกว่านั้นด้วย อย่างตอนแรกลูกค้ารายหนึ่งให้ผมทำบ้านให้ แล้วเขามีโรงงานอยู่ อยากทำแวร์เฮาส์ ผมเลยแนะนำให้ A49 ทำให้ แต่ลูกค้าก็บอกว่าอยากให้ผมเป็นคนทำมากกว่า ผมเลยต้องไปคุยว่าลูกค้าอยากให้ทำจริงๆ เลยต้องเป็น A49HD ทำแวร์เฮาส์ให้เขา (หัวเราะ) ก็จะมีเคสแบบนี้อยู่บ้าง เพราะมันเป็นเรื่องความผูกพันและความเข้าใจกันระหว่างสถาปนิกกับลูกค้านะ”

“การออกแบบบ้านเป็นงานที่ดีนะ นอกจากเราจะได้คิด ได้สานฝันจากกระดาษแล้ว เรายังได้แก้ปัญหาต่างๆ ที่พบในช่วงระหว่างทางที่คาดไม่ถึง มันเป็นการช่วยฝึกสมอง จากที่คิดในกระดาษแล้วออกมาสร้างจริง พอเสร็จเป็นรูปเป็นร่างแล้วเจ้าของบ้านเขามาขอบคุณเรา การได้เห็นความสุขของลูกค้านั่นแหละคือจุดที่ผมรู้สึกดีที่สุด แล้วมันทำให้อยากทำอาชีพนี้มาอีกเรื่อยๆ และก็ยังช่วยคุณนิธิทำสำนักพิมพ์ลายเส้นที่ทำหนังสือเกี่ยวกับงานสถาปัตยกรรม

“ผมชอบความรู้สึกเวลาเปิดดูหนังสือนะ ชอบมากกว่าดูในคอมฯ”

เกียรติศักดิ์ เวทีวุฒาจารย์ หรือ เกี๊ยง วงเฉลียง สถาปนิกที่สร้างบ้านให้เป็นบ้าน และทำงานให้เป็นงานที่มีความสุข

รางวัลของสถาปนิก

“อย่างบ้านหลังนี้ที่ได้รางวัล ผมคิดว่ารางวัลควรจะแชร์ทั้งคู่ ทั้งสถาปนิกและเจ้าของบ้าน เพราะมันเป็นการทำงานร่วมกัน งานนี้ได้โล่และใบประกาศนียบัตร ผมก็ให้เอาโล่เอามาติดที่บ้านเลย ส่วนใบประกาศนียบัตรก็เอามาติดที่ออฟฟิศ

“การได้ทำงานในองค์กรที่ดี ที่ลงตัวกับเรา ก็ถือเป็นรางวัลเหมือนกัน อย่างที่นี่ก็ลงตัวกับผมแล้ว ผมได้ทำงานที่ดี ได้โจทย์มีแต่บ้านที่มีคุณภาพ ไม่ใช่งานทั่วๆ ไป บรรยากาศในการทำงานก็ดี ผมก็เลยทำมาเรื่อยๆ ที่นี่ที่เดียว แต่ผมก็เข้าใจเด็กรุ่นใหม่ที่อาจจะทำงานในองค์กรต่างๆ ไม่นานนะ ตอนนี้ทุกสิ่งทุกอย่างมันเปลี่ยนไป สมัยก่อนเราอยากได้หนังสือเล่มหนึ่งในห้องสมุดมาดู เราต้องไปต่อคิวจอง ปัจจุบันแค่กดมือถือก็ได้ดูแล้ว ความรู้สึกของคนรุ่นใหม่ไม่เหมือนเราหรอก เราใช้ความอดทน ใช้ความพยายาม ความรู้สึกเขาคงอยากได้อะไรรวดเร็วขึ้น โตเร็วขึ้น ประสบความสำเร็จเร็วขึ้น แต่งานสถาปนิกไม่มีทางประสบความสำเร็จเร็วนะ เพราะการทำงานนี้ต้องผ่านประสบการณ์ต่างๆ มากมาย ต้องรู้รายละเอียดเยอะ ต้องแก้ปัญหาต่างๆ ประสบการณ์จะทำให้เราประสบความสำเร็จ เด็กที่เพิ่งจบใหม่ๆ มักจะไม่เข้าใจดีเทลของงานสถาปัตยกรรม เหมือนสมัยที่ผมจบใหม่ๆ ก็ยังไม่เข้าใจเช่นกัน แต่จริงๆ งานสถาปัตยกรรมที่มีคุณค่าก็เพราะดีเทลนี่แหละ ถ้าเอาแค่ทำออกมาให้ถ่ายรูปสวย ผมคิดว่าใครๆ ก็ทำได้ ไม่จำเป็นต้องเป็นสถาปนิก”

เกียรติศักดิ์ เวทีวุฒาจารย์ หรือ เกี๊ยง วงเฉลียง สถาปนิกที่สร้างบ้านให้เป็นบ้าน และทำงานให้เป็นงานที่มีความสุข

Writer

วิภว์ บูรพาเดชะ

บรรณาธิการ happening ที่เป็นสื่อด้านศิลปะ ซึ่งกำลังพยายามสื่อสารให้ผู้คนเห็นความสำคัญของศิลปะในหลายๆ มิติ FB: facebook.com/khunvip TWIT: @viphappening IG: @viphappening

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

Cloud of Thoughts

บทสัมภาษณ์ขนาดยาวว่าด้วยเรื่องราวชีวิตและความคิดอันมีพลัง

“เราไม่เคยรู้ความหมายทั้งหมดที่ซ่อนอยู่ในภาพวาดพวกนี้มาก่อน ครั้งแรกที่ได้ยินก็น้ำตาซึมเลย”

‘พลอย’ หญิงสาวร่างกายซูบผอมแต่แววตาประกายไปด้วยความตื้นตันพูดกับเรา ขณะมองไปที่สามีที่กำลังถ่ายรูปคู่กับคอลเลกชันศิลปะอยู่ที่ระเบียง

“ครั้งนี้ก็เหมือนกัน”

น้ำตาของพลอยรื้นขึ้นและหันมายิ้ม เมื่อรู้ว่าการสัมภาษณ์ในวันนี้กำลังจะจบลง หลังจากได้ขุดความรู้สึกเบื้องลึกของตัวเองมาเล่าให้เราฟังในวันนี้ด้วยเรี่ยวแรงทั้งหมดที่มี ซึ่งเรารู้ว่าสำหรับเธอไม่ใช่เรื่องง่าย

ย้อนกลับไปเมื่อ 3 ชั่วโมงก่อน พลอยไม่ได้อยู่ที่นี่ เราเดินทางมาเพื่อพบกับสามีของเธอ ต้นตอของแรงบันดาลใจครั้งใหญ่ที่ทำให้คนไม่กล้าเขียนหนังสืออย่างเราลุกขึ้นมาอาสาเขียนเรื่องนี้ หลังจากพบชื่อของเขาเป็นหนึ่งในศิลปินจาก Bangkok Illustration Fair (BKKIF) อีเวนต์ใหญ่รายปีที่รวบรวมศิลปินมาจัดแสดงผลงาน และเรื่องราวของเขาก็ทำให้เราต้องลุกไปเสิร์ชกูเกิลว่า ชัชวาลย์ กลีบลำเจียก คือใครกันแน่ 

ชัชวาลย์ กลีบลำเจียก ศิลปินผู้วาด ‘สาวอ้วนไร้คอ’ จากภรรยาที่ป่วยหัวใจรั่วกับไทรอยด์

เขาคือเจ้าของผลงานสาวอ้วนไม่มีคอกำลังทำกิจกรรมต่าง ๆ ด้วยสีสันสดใส มีร่องรอยความน่ารักปนหยอกล้อให้เห็นแล้วอมยิ้ม แต่ว่าเบื้องหลังที่เขาได้เล่าในงาน BKKIF คือการป่วยโรคไทรอยด์และหัวใจรั่วของพลอยที่เปลี่ยนชีวิตเขาไปอย่างสิ้นเชิง จนออกมาเป็นงานศิลปะที่ตรงกันข้ามกับเรื่องจริงเพื่อเยียวยาตนเองกับครอบครัว ที่สำคัญคือมันได้ผล จนกลายเป็นแรงบันดาลใจให้คนมากมายถึงขนาดมีคนตีตั๋วเดินทางมาเพื่อขอจับมือเขาแน่น ๆ และกล่าวขอบคุณด้วยตัวเอง

ขณะที่เรากำลังทบทวนข้อมูลเหล่านี้ (ซึ่งเป็นข้อมูลเดียวที่หาได้) คุณชัชวาลย์ก็ได้เชิญเราเข้าไปนั่งพูดคุยในห้องทำงานที่เต็มไปด้วยบอร์ดเกม ฟิกเกอร์โมเดล หนังสือการ์ตูน มีแบกกราวน์เป็นเพลง City Pop เปิดคลอไปตลอดการสัมภาษณ์ โดยเขาเรียกแทนตัวเองว่า ‘ชัด’ และเล่าว่าภรรยากำลังออกไปรับลูกทั้งสองคนจากโรงเรียน 

จากข้อมูลเพียงน้อยนิดในอินเทอร์เน็ต เชื่อว่าคงไม่มีใครรู้จักผู้ชายคนนี้ถึงแก่นแท้มากนัก เราจึงขอเริ่มจากการย้อนกลับไปที่จุดเริ่มต้นเสียหน่อย ระหว่างรอเจ้าหญิงของเรื่องนี้กลับมา

ชัชวาลย์ กลีบลำเจียก ศิลปินผู้วาด ‘สาวอ้วนไร้คอ’ จากภรรยาที่ป่วยหัวใจรั่วกับไทรอยด์

นี่มันเด็กชัดๆ

ชัดโตมาในครอบครัวใหญ่ที่อยู่ร่วมกับพี่น้องนับสิบคน แต่เขาจะสนิทกับพี่ชายที่ชอบศิลปะเหมือนกัน และมักจะแข่งกันวาดรูปเหมือนจากการ์ตูนเรื่องโปรดอย่าง ดราก้อนบอล หรือ เซนต์เซย์ย่า ส่วนตอนอยู่โรงเรียนก็จะวาดรูปในสมุด หาเงินได้หลายสิบบาทจากการออกแบบเกมตารางง่าย ๆ และขายการ์ดให้เพื่อน ภายใต้กฎเกณฑ์ที่เด็กประถมจินตนาการสูงคนหนึ่งตั้งขึ้นมาเอง

แต่ครั้งแรกที่ชัดรู้ว่าตัวเองอยากเป็นนักออกแบบคาแรกเตอร์ดีไซน์ ก็คือตอนที่เล่นเกมแล้วไปเจอกับ Slime แสนน่ารัก (เขาชี้ให้ดูฟิกเกอร์ Slime ยิ้มแฉ่งที่อยู่บนชั้นวาง)

ชัชวาลย์ กลีบลำเจียก ศิลปินผู้วาด ‘สาวอ้วนไร้คอ’ จากภรรยาที่ป่วยหัวใจรั่วกับไทรอยด์

“ผมเล่นเกม Dragon Quest ของ อาจารย์อากิระ โทริยามะ แล้วเขาวาดมอนสเตอร์น่ารักมาก ผมเป็นคนชอบอะไรน่ารัก ตอนเด็กก็คิดเลยว่าอยากออกแบบมอนสเตอร์ อยากเป็นคนออกแบบคาแรกเตอร์ดีไซน์ แต่ยังไม่รู้หรอกนะว่าหนทางที่จะไปสู่อาชีพนี้คืออะไร

“ตอนมีคนมาถามว่าโตขึ้นอยากเป็นอะไร ก็ยังตอบไม่ได้ ไม่เคยมีใครปลูกฝังเราว่าควรจะเป็นอะไร ผมว่าศิลปะมันสนุก แต่เวลาเราเรียนเราก็ไม่ค่อยได้อินกับมัน สมัยนั้นก็สงสัยว่าทำไมคลาสเรียนศิลปะถึงได้น้อยจัง ตั้งแต่เรียนมาจนจบ ม.6 คิดว่ามีไม่เกิน 5 คลาสเลยมั้ง มันน้อยมากจนไม่ได้มีเวลาให้เราอย่างจริงจังทั้ง ๆ ที่เราอยากวาด จนมีอาจารย์มาบอกว่า ชอบวาดการ์ตูนก็ไปเรียนศิลปะสิ แค่นี้ก็เลยไปเรียนศิลปะ ง่าย ๆ เลย”

ด้วยความเป็นเด็กที่ยังไม่เห็นภาพอนาคต แต่รู้ว่าชอบศิลปะ ชัดจึงไปเรียนต่อที่มหาวิทยาลัยกรุงเทพ คณะศิลปกรรมศาสตร์ วัน ๆ อยู่กับน้ำมันสน สีน้ำมัน สีอะคริลิก และ Drawing แต่ว่าอยู่ไปสักพักก็เกิดคำถามจากคุณพ่อ ว่าหลังจากเรียนจบจะไปทำอะไรกิน ซึ่งเขาเองก็สงสัยเหมือนกัน

“ในสมัยนั้นมันเป็นไปได้ยากมาก มันยังไม่มี Collector แล้วก็ยังไม่มีคอมมูนิตี้งานศิลปะให้คนได้มาพบเจอกัน เดี๋ยวนี้คนอายุ 30 ต้น ๆ เขาก็เริ่มสะสมกันแล้วใช่ไหม สมัยผมมันไม่มีแบบนั้น วัน ๆ ผมก็แบกกระดาน แบกสีไปนั่งเพนต์ ปั้น ปั้น แล้วก็ปั้น ตัวเลอะเทอะ แล้วก็ดูเหมือนไม่มีอะไรเลย”

การเจรจากับคุณพ่อจบลงที่มาเจอคนละครึ่งทาง ชัดย้ายมาเรียนต่อที่สาขาวิชาการออกแบบนิเทศศิลป์ คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ เพราะว่านอกจากศิลปะแล้ว ยังได้เรียน Business ด้วย กระบวนการคิดแบบเด็ก ๆ ของเขาจึงจบลงเพียงแค่นั้น ต่อไปนี้คือหนทางของจริงที่ศิลปินทุกคนต้องตามล่าหาทางออกว่าจะสร้างเม็ดเงินจากมันได้อย่างไร 

“สิ่งที่ได้เรียนรู้เพิ่มมาเลยคือ Design for Communication และเป็น Designed for Business ในเส้นทางนี้อย่างน้อยก็รู้ว่าจะมีคนจ้างผมเพราะอะไร”

ชัชวาลย์ กลีบลำเจียก ศิลปินผู้วาด ‘สาวอ้วนไร้คอ’ จากภรรยาที่ป่วยหัวใจรั่วกับไทรอยด์
ชัชวาลย์ กลีบลำเจียก ศิลปินผู้วาด ‘สาวอ้วนไร้คอ’ จากภรรยาที่ป่วยหัวใจรั่วกับไทรอยด์

ภาพที่ไม่ชัด

ชัดสามารถวาดงานสไตล์ใดก็ได้จากการดูตัวอย่างเพียงครั้งเดียว และมีพลังเหลือล้น (เขาเรียกตัวเองในสมัยนั้นว่า ‘อีโมจังวะ’) เพราะทุกงานที่ทำต้องมาจากดินสอจริง สีจริง กระดาษจริง และต้องใส่รายละเอียดเยอะ ๆ แบบบ้าพลังลงไป

“เรียกได้ว่าตอนนั้นอีโมมาก ๆ จะค่อนข้างแอนตี้พวก Digital Painting เลย งานมันต้องใช้ดินสอ มันต้องใช้มือสิวะ คิดแบบนั้น แต่ช่วงนั้นเป็นช่วงที่กำลังตามหาตัวเอง ผลงานเลยมีหลายสไตล์มาก คือให้ทำแนวไหนผมทำได้หมดเลย แต่ไม่ได้เข้าใจว่ามันเป็นยังไง”

ชัดเปิดผลงานที่วาดด้วยดินสอให้เราดู รายละเอียดยิบย่อยที่ต้องเพ่งมองถึงจะเห็นทำให้เราทึ่ง นอกจากสงสัยว่าเหลาดินสอหมดไปกี่แท่ง ยังสงสัยว่างานเหล่านี้จะเล่าอะไร ชัดบอกว่าตัวเขาตอนนั้นยังไม่ได้คิดว่าศิลปะจะสะท้อนอะไร แต่ถ้าวันนี้มองย้อนกลับไปก็จะพบว่างานมันสะท้อนตัวตน ความคิด บุคลิก ของตัวศิลปินในช่วงเวลาต่าง ๆ ได้ชัดเจนมาก อย่างเช่นการวาดทุกอย่าง การใช้สีได้ทุกเฉด บอกได้ว่าเขาในวัย 20 ต้นๆ ยังเห็นตัวตนไม่ชัดเจนนัก 

อย่างไรก็ตาม ฝีมือโดดเด่นชนิดหาตัวจับยาก ทำให้ผลงานทีสิสคาแรกเตอร์ดีไซน์ของเขา ซึ่งเป็นชุดแรกในมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ ไปเตะตาจนอาจารย์ชักชวนไปทำงานด้วย รวมถึงแตะหัวใจของพลอยซึ่งเป็นรุ่นน้องโดยที่เขาไม่รู้ตัว ทั้งคู่คบหากันตั้งแต่ตอนเรียน กระทั่งจดทะเบียนสมรสและอยู่เป็นคู่ชีวิตด้วยกันมาตั้งแต่วันนั้น

พลอยกลับมาถึงพอดีพร้อมกับพยานรักตัวจ้อยอีก 2 คน ที่ย้ำเตือนว่าเรื่องราวเหล่านั้นผ่านมาเป็นเวลานานแล้ว เสียงเด็ก ๆ ตะโกนโห่ร้องอย่างตื่นเต้นเมื่อพบว่ามีแขกมาที่บ้าน ชัดต้องหยุดการพูดคุยกับเราไปสักพักเพื่อช่วยพลอยปรามลูก ๆ เป็นภาพน่าเอ็นดูจนอดถามไปไม่ได้ว่า “แต่งงานกันมากี่ปีแล้วคะ”

“เราแต่งงานกันมากี่ปีแล้วนะคุณ” ชัดตะโกนถามพลอยที่อยู่ในครัว “20 แล้วไหม”

“ไม่ถึง!” พลอยชะโงกหน้ามาตอบ “แต่ถ้านับตั้งแต่อยู่ด้วยกันก็ 20 ปีมาแล้วแหละ”

ชัชวาลย์ กลีบลำเจียก ศิลปินผู้วาด ‘สาวอ้วนไร้คอ’ จากภรรยาที่ป่วยหัวใจรั่วกับไทรอยด์

หลังเรียนจบ ชัดเข้าไปทำงานในบริษัทตามคำชวน โดยไม่รู้มาก่อนว่าที่นั่นทำงานเกี่ยวกับ Production ภาพเคลื่อนไหว เด็กนิเทศศิลป์ผู้บ้าคลั่งคนนี้เลยวางดินสอแล้วมาจับเม้าส์หัดทำ After Effect กับ Final Cut Pro แบบงง ๆ เหมือนคนหลงทางเข้าไป

“ผมอยู่ที่นั่นตั้งแต่ทำอะไรไม่เป็นจนกลายเป็นผู้กำกับ ช่วงนั้นเลิกวาดรูปไปเลย แทบไม่ได้แตะ วัน ๆ เอาแต่ทำหนังส่งประกวด คุยกับลูกค้า วนอยู่แบบนี้ ไม่รู้หลงไปได้ยังไง”

“หลงไปนานแค่ไหนคะ”

“15 ปี”

โอเค นั่นดูเป็นการหลงทางที่ค่อนข้างไกล (แถมลึกด้วยแหละ) 

ภาพในตอนนั้นคงยังไม่ชัดเท่าไหร่ว่าเขากลับมาเป็นศิลปินได้ยังไง ซึ่งเรากำลังจะเล่าส่วนที่สำคัญที่สุดในบทความนี้ต่อด้านล่าง

ความชัดเจน

เราพบว่าผู้ชายคนนี้เลิกวาดรูปมาแล้ว 15 ปี เคยทำงานมาแล้ว 4 ที่ เคยเป็นผู้กำกับ เป็น Art Director และปัจจุบันเป็น Producer กับ Creative ทำหนังและโฆษณามาแล้วมากมาย ประสบการณ์ทั้งหมดยืนยันว่า เขาเป็นตัวเจ๋งของวงการนี้อยู่เหมือนกัน ซึ่งนั่นดูห่างไกลจากการเป็นศิลปินมากกว่าที่เราคิดไว้ในตอนแรก

แต่ทุกอย่างที่กำลังไหลไปตามเวลา กลับสะดุดลงในตอนเขาทำงานช่วงปีที่ 7

เมื่อลูกคนแรกลืมตาดูโลก

“สิ่งแรกที่ผมทำตอนผมมีลูกคือ ลาออกจากบริษัท”

นั่นฟังดูบ้าบิ่นมากพอสมควร ในขณะที่หลายคนตั้งเป้าถึงความมั่นคงในชีวิตและเงินทองเมื่อกำลังจะมีลูก แต่เขากลับทำสิ่งที่ตรงกันข้ามด้วยการลาออก ชัดเห็นอะไรที่ ‘ชัดเจน’ กว่านั้น เมื่อการเป็นพ่อคนทำให้เขาฉุกคิดขึ้นมาว่า เขาจะต้องสอนเด็ก ๆ เหล่านี้ และเขาดีพอจะสอนหรือยัง

“ผมเป็นคนที่ทำเพื่อบริษัทมาก จนบางครั้งมันไม่ได้ถูกต้องในความคิดของผม ผมทำสิ่งที่ตัวเองไม่ได้ชอบนัก พอมีลูก ความคิดแรกก็คือ เราอยากบอกลูกได้เต็มปากว่า ลูกสามารถใช้ชีวิตอย่างที่ลูกเชื่อ แล้วถ้าหากว่าผมยังทำไม่ได้ ผมจะบอกเขาได้ยังไงว่าชีวิตเป็นของลูกนะ”

ชัชวาลย์ กลีบลำเจียก ศิลปินผู้วาด ‘สาวอ้วนไร้คอ’ จากภรรยาที่ป่วยหัวใจรั่วกับไทรอยด์

ชัดมองเห็นปัญหาหลาย ๆ อย่างในวงการ Production ทั้งราคาค่าแรงที่ต่ำลงสวนทางกับประสบการณ์ และวงการที่เสื่อมถอย เขาจึงไม่ทนกับสิ่งนี้อีกต่อไป เขาลาออกมาเพื่อตั้งบริษัทของตัวเองที่มีนโยบายค่าใช้จ่ายสมเหตุสมผล อะไรที่ไม่เมกเซ้นหรือทำร้ายคนทำงานก็จะไม่ทำเลย ถึงแม้ลูกค้าจะหายไปเป็นโหล จาก 30 เจ้า เหลือเพียง 2 เจ้า

เป็นก้าวเดินที่ขมขื่นแต่ไม่ฝืนใจ ชัดมีความสุขกับการได้เลือกเส้นทางใหม่ได้ไม่นาน ก็เกิดสถานการณ์โควิด จนทำให้งาน Production ทุกอย่างหยุดชะงัก ออกกองไม่ได้ งานหายวับไปกับตา และเขาก็ต้องกลับมาอยู่บ้านโดยไม่รู้จะเอาอย่างไรต่อ

“ทำไมไม่วาดรูปล่ะ” นั่นคือคำถามของพลอย 

ชัดตอบไปว่าไม่รู้จะเริ่มอย่างไร เมื่อมันห่างหายมานานมากแล้ว ถ้าหากกลับไปเป็นศิลปินก็ยังไม่รู้จะขายให้ใคร วาดจะให้ใครดู และอีกอย่างเขาคิดว่าสไตล์ของเขาไม่เป็นที่นิยมในปัจจุบันแล้ว แต่ภรรยาก็ยังยืนยันที่จะให้เขาวาดรูป พร้อมกับเผยความในใจที่ไม่เคยบอกตั้งแต่แรกว่า

“รู้ไหม ฉันชอบเธอเพราะว่าเธอวาดรูปเก่งมาก เธอเป็นคนที่เท่และมีพรสวรรค์มากเลยนะ”

เพียงประโยคนั้นเอ่ยออกมา ดวงไฟเล็ก ๆ ก็ถูกจุดขึ้น พวกเขาคงไม่รู้ว่าทุกสิ่งจะเปลี่ยนไปตลอดกาล เพราะการกลับมาจับปากกาในครั้งนี้ 

ชัดได้มีเวลาตกตะกอนสิ่งที่เจอมาทั้งชีวิตและทำโปรเจกต์ใหม่ ๆ ที่ไม่เคยทำ จนเริ่มมีผู้ติดตามผลงานมากขึ้น เขาได้เข้าร่วม BKKIF ในปี 2021 ทุกอย่างเหมือนจะเป็นไปได้ด้วยดีเพราะเสียงเชียร์จากภรรยาที่คอยให้กำลังใจ

จนกระทั่งวันที่พลอยล้มลง

ต้นปี 2022 พลอยเริ่มมีอาการอ่อนเพลีย มือสั่น หัวใจเต้นแรง เหนื่อยหอบ และน้ำหนักของเธอก็ลดลงเรื่อย ๆ อย่างรวดเร็ว ในตอนแรกเธอไม่ได้ไปหาหมอเพราะคิดว่าเป็นผลข้างเคียงจากการฉีดวัคซีน และที่สำคัญคือไม่มีคนดูแลลูก ๆ จนกระทั่งเดือนพฤษภาคม เธอเข้า ICU พร้อมกับหัวใจที่เต้นถึง 150 ครั้งต่อนาที จนคุณหมอบอกว่า รู้ไหมว่าคุณอาจตายได้เลยนะ

พลอยตรวจพบโรคเกรฟ (Graves’ Disease) ชื่อเรียกภาษาไทยคือ คอพอกตาโปนหรือไทรอยด์เป็นพิษ และเจอโรค WPW Syndrome (Wolff-Parkinson-White Syndrome) เมื่อเธอเป็นพร้อมกันทั้ง 2 โรค ก็ส่งผลให้มีรูรั่วในหัวใจเพิ่มขึ้นมากถึง 4 – 5 รูจากอาการน้ำท่วมปอด อาการนั้นรุนแรงจนเธอยืนไม่ได้ ไม่มีแรงแม้กระทั่งเปิดขวดน้ำ และที่แย่ที่สุดคือเธออุ้มลูกไม่ได้

นอกจากสุขภายกายแล้ว สุขภาพจิตของพลอยก็ย่ำแย่ตามไปด้วย เธอเริ่มรู้สึกเป็นตัวถ่วงและอยากให้สามีออกไปทำงาน หาแรงบันดาลใจวาดรูป แทนที่จะต้องมาตัวติดอยู่กับเธอ ชัดรู้ดีกว่าเขาทำอย่างนั้นไม่ได้ และคิดหาวิธีที่จะทำอย่างไรให้ทุกคนผ่านสถานการณ์นี้ไป จนวันหนึ่งอยู่ ๆ ประโยคที่พลอยเคยพูดเมื่อสิบกว่าปีก่อนก็ผุดขึ้นมาในหัวของเขาแบบไม่มีปี่มีขลุ่ยว่า เธอก็วาดทุกอย่าง ยกเว้นฉัน

ศิลปินหนุ่มดีดนิ้วดังเป๊าะ

“ถ้าหากผมวาดคุณ คุณก็ไม่ต้องไล่ผมไปหาแรงบันดาลใจวาดรูป เอาล่ะ งาน BKKIF ปีนี้ผมจะวาดคุณนี่แหละ คุณจะเป็น Reference ที่ผมจะได้เจอทุกวัน มองทุกวัน คุยทุกวัน เพราะผมมีแต่คุณนี่ไง มันชัดเจนแล้ว”

ชีวิตของ ชัชวาลย์ กลีบลำเจียก ศิลปินผู้โอบกอดครอบครัวด้วยศิลปะ Collection : Chubby Era จากงาน BKKIF 2022

ชัชวาลย์ และ พลอยไพรำ

คืนหนึ่ง ชัดเรียกพลอยเข้าไปดูอะไรบ้างอย่าง

“นี่ฉันอ้วนขนาดนี้เลยหรอ!”

พลอยอุทานกับรูปหญิงสาวตัวอ้วนจ้ำม่ำ ใส่ชุดว่ายน้ำ อวดแขนขาใหญ่ ๆ และไม่มีคอ กำลังอาบน้ำใต้ฝักบัวในชุดแดงสีสดใส 

“มันก็ต้องอ้วนแบบนี้แหละ! จะได้หมายความว่าคุณหายป่วยแล้วไง”

นั่นเป็นครั้งแรกที่ผลงาน Collection : Chubby Era ถือกำเนิดขึ้น มันเป็นวันธรรมดา ๆ หลังกลับมาจากกิจกรรมว่ายน้ำเล่นของครอบครัว ชัดลงมือวาดรูปภรรยาของเขา และหลังจากนั้น Chubby Era ก็ถ่ายถอดเรื่องราวของสาวอ้วนไร้คอ กำลังทำกิจกรรมต่าง ๆ อย่างน่ารักและมีความสุขออกมาเรื่อย ๆ โดยเรียกเสียงหัวเราะของพลอยได้ในทุกครั้งที่เขาเปิดภาพให้เธอดู 

ชีวิตของ ชัชวาลย์ กลีบลำเจียก ศิลปินผู้โอบกอดครอบครัวด้วยศิลปะ Collection : Chubby Era จากงาน BKKIF 2022
ชีวิตของ ชัชวาลย์ กลีบลำเจียก ศิลปินผู้โอบกอดครอบครัวด้วยศิลปะ Collection : Chubby Era จากงาน BKKIF 2022

ชัดใช้ Space ในผลงานมากขึ้นเริ่ม มีตำแหน่งจัดวางที่ชัดเจนมากขึ้น มีที่ให้สีได้เฉิดฉายมากขึ้นใน Collection เขาค้นพบความเรียบง่ายเหล่านี้จากตอนมีลูก ว่าแท้จริงแล้วชีวิตมันโคตรจะธรรมดา 

“งานของผมโดนนำเสนอออกมาในแบบที่เรียบมาก ๆ มีคนมาดูแล้วบอกว่า งานของคุณเหมือนงานของคนที่โตแล้ว เมื่อก่อนที่งานผมดีเทลเยอะมาก ๆ ตอนนี้เป็นอย่างนั้นไม่ได้ เพราะชีวิตมีอะไรให้ต้องทำเยอะแยะ เอาง่าย ๆ ถ้าลูกร้องไห้อยากอ่านหนังสือ ผมก็ต้องไปอ่านหนังสือ จะมามัวนั่งผสมสีอะคริลิกทิ้งไว้ แล้วกลับมาผสมไม่ได้สีเดิมก็ไม่ได้ไง ยิ่งพอมาเป็นคอลเลกชันนี้ ผมยิ่งเข้าใจตัวเองมากขึ้น”

สาเหตุที่ Chubby era ต้องอ้วน ก็เพราะเขาหวังว่าภรรยาจะกลับมากินอิ่ม นอนหลับ สุขภาพแข็งแรง ซึ่งหมายความว่ายารักษาจะได้ผล และการที่ไม่มีคอ นั่นหมายถึงอยากให้โรคไทรอยด์นี้หายไป และกิจกรรมต่าง ๆ ที่เป็นเรื่องราวธรรมดา นั่นคือความปรารถนาสูงสุดที่เขาอยากเห็น

ทั่งคู่ได้นั่งพูดคุยกันมากขึ้น รู้จักกันมากขึ้น พลอยเป็นคนเลือกสี ชัดเป็นคนวาด พลอยเป็นต้นเรื่อง ชัดเป็นคนเล่า น้ำหนักของเธอเริ่มเพิ่มขึ้นอย่างช้า ๆ เรี่ยวแรงเริ่มกลับมา และหัวเราะบ่อยขึ้น ศิลปะได้เชื่อมโยงทั้งคู่เข้าด้วยกัน 

“ผมอยากให้ภรรยาแฮปปี้ แข็งแรง และมีความสุข มันสำคัญมากเพราะเราต้องคอยเลี้ยงอารมณ์เขา ต้องคอยอยู่กับเขาตลอดเวลา เรื่องทรวดทรงผอม ๆ สวย ๆ พอมาเป็นคู่ชีวิตกันแล้ว ผมมองว่าสิ่งนี้ไม่ได้สำคัญเลย ผมเป็นสามีที่อยากให้ภรรยาของตัวเองอ้วนขึ้น เพราะนั่นหมายถึงเขาจะกลับมาแข็งแรง
“บางรูปเขาก็ถามว่า นี่ฉันต้องขาใหญ่ขนาดนี้เลยหรอ ผมก็บอกว่าให้มันอ้วนแบบนี้เลย กระโดดลงไปในน้ำ น้ำหมดบ่อเลย วาดเขาเป็นโมนาลิซ่าบ้าง วีนัสบ้าง ผมตั้งใจบอกเขาว่า คุณเป็น Reference ของผมเลยนะ สิ่งสำคัญคือคุณต้องอยู่นะ ถ้าหากว่าไม่มีคุณอยู่ ผมนึกไม่ออกเลยว่าชีวิตจะเป็นยังไง”

ชีวิตของ ชัชวาลย์ กลีบลำเจียก ศิลปินผู้โอบกอดครอบครัวด้วยศิลปะ Collection : Chubby Era จากงาน BKKIF 2022

หลังจากผลงานชุดนี้ได้ไปแสดงที่ BKKIF 2022 เรื่องราวของทั่งคู่ก็ถูกเล่าออกไป และคงไม่ใช่แค่เราที่อยากมาพบพวกเขาและดูผลงานชุดนี้ด้วยตาตัวเองชัด ๆ คนอีกมากมายก็มาด้วยจุดประสงค์เดียวกัน

“ในงานวันสุดท้าย มีคนมายืนจับมือ ตัวแข็งมองหน้าผม บอกว่าขอบคุณมากพี่! ผมก็ตกใจ เขาเล่าว่า น้องผมเป็นผู้ป่วยติดเตียงและได้อ่านเรื่องของพี่ เขาบอกว่าเขาไหวแล้ว ขอบคุณมากนะพี่ ผมตั้งใจจะมาที่นี่เพื่อบอกแค่นี้ 

“มันมีความหมายกับผมมาก คนดูงานของเราแล้วต้องได้อะไรกลับไป แค่นี้ก็เป็นงานศิลปะอย่างที่ควรจะเป็นแล้ว ผมคิดเสมอว่าศิลปินทำงานให้ตายยังไงมันก็เสร็จแค่ 80 เปอร์เซ็นต์ อีก 20 เปอร์เซ็นต์ คือมีคนมาดู ขอบคุณที่ทำให้งานของผมสมบูรณ์ ทำให้ผมกลับมารู้สึกเชื่อมั่นอีกครั้ง ว่าเราสร้างงานไปแล้วมันให้อะไรกับผู้คน ทำให้ผมกลับมาศรัทธาต่อศิลปะ

“ตอนนี้ชัดเจนกับตัวเองมากขึ้นแล้ว บอกลูกได้แล้วว่าปะป๊าเป็นศิลปิน ลูกอยากเป็นอะไรก็เป็นได้นะ อยากทำอะไรแบบที่เชื่อก็ทำนะ มันไม่เป็นไรหรอก”

ชัดกล่าวพร้อมกับมองลูก ๆ ทั้งสองคนที่วิ่งเล่นอยู่ไม่ห่าง 

และเราเชื่อว่า เขาสามารถทำอย่างนั้นอย่างที่พูดมาจริง ๆ

ชีวิตของ ชัชวาลย์ กลีบลำเจียก ศิลปินผู้โอบกอดครอบครัวด้วยศิลปะ Collection : Chubby Era จากงาน BKKIF 2022
ชีวิตของ ชัชวาลย์ กลีบลำเจียก ศิลปินผู้โอบกอดครอบครัวด้วยศิลปะ Collection : Chubby Era จากงาน BKKIF 2022

เรากับพลอยยืนมองชัชวาลย์ถ่ายรูปกับตากล้องอยู่ที่ระเบียงหลังการสัมภาษณ์อันยาวนานจบลง เราถามความรู้สึกถึงเรื่องที่ได้ฟังในวันนี้

“มันทำให้เรามีกำลังใจอยากกลับมาแข็งแรง จากตอนนั้นที่ยืนแทบไม่ได้เลย กลับมีแรงฮึดให้ครอบครัว เราเห็นเขาวาดรูปกำลังไปด้วยดี เลยอยากกลับมาแข็งแรงตามรูปที่เขาวาด 

“เรารู้มาตลอดว่าเขาชอบวาดรูป ทุกครั้งที่เห็นเขาวาดเราจะมีความสุข เพราะเขาจะสุขภาพจิตดีแตกต่างจากงานตอนทำงาน การวาดรูปทำให้เห็นรอยยิ้มเขาเยอะมากกว่า เราดีใจมากที่เห็นเขากลับมาวาดอีกครั้ง”

แววตาของเธอดูทั้งภูมิใจและอ่อนไหวในเวลาเดียวกันขณะมองไปที่สามี เธอบอกว่าเธอจะร้องไห้ง่ายกว่าปกติสักหน่อยเพราะโรคไทรอยด์ ซึ่งเราเข้าใจว่าถึงจะไม่ได้ป่วย แต่ถ้าได้ฟังคำพูดเหล่านั้น เราเองก็คงกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่เช่นกัน

เราถามว่าแล้วจริง ๆ พลอยรู้สึกยังไงกับ Chubby Era เธอเงียบไปชั่วครู่

“เราไม่เคยรู้ความหมายทั้งหมดที่ซ่อนอยู่ในภาพวาดพวกนี้มาก่อน ว่าทำไมถึงไม่มีคอ ทำไมถึงอ้วน จนมารู้ในงาน BKKIF นี่แหละ ครั้งแรกที่ได้ยินก็น้ำตาซึมเลย”

เราเห็นหยาดน้ำตาเล็ก ๆ ที่หางตาของเธอ

“ครั้งนี้ก็เหมือนกัน”

สุดท้ายแล้ว นี่อาจไม่ใช่เรื่องราวของศิลปะบำบัดผู้ป่วย 

ไม่ใช่เรื่องราวของศิลปินที่หลงทางไปเป็นผู้กำกับ

แต่เป็นเรื่องราวความรักระหว่าง ชัชวาลย์ และ พลอยไพรำ 

ที่มีเราและนักอ่านทั้งหลายเป็นพยาน

ชีวิตของ ชัชวาลย์ กลีบลำเจียก ศิลปินผู้โอบกอดครอบครัวด้วยศิลปะ Collection : Chubby Era จากงาน BKKIF 2022

ติดตามผลงานได้ที่ Instagram : chatotsad

Writer

วรัมพร ศิริสวัสดิ์

Creative Video ที่จบภาพยนตร์ แต่อยากเขียนหนังสือ เป็นมือใหม่หัดวาด เก่งศาสตร์ฝันกลางวันและมีดวงจันทร์เป็นรอยสักกับนามปากกา

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load