จากร้านค้าของครอบครัวชาวจีนที่เปิดมาตั้งแต่ พ.ศ. 2480 สู่เคี้ยงพานิช ร้านค้ามีชื่อที่ขายสินค้านำเข้าจากต่างประเทศ ต่อมาดำเนินธุรกิจในชื่อ เคี้ยงซุปเปอร์มาร์เก็ต

เคี้ยงซุปเปอร์มาร์เก็ต เกิดขึ้นในวันที่ขอนแก่นยังไม่มีร้านสะดวกซื้อ เป็นร้านค้าท้องถิ่นที่เข้าใจคนในย่านมากกว่าใคร

เมื่อ 20 ปีที่แล้ว ตอนที่ทายาทรุ่นที่ 3 อย่าง แบงค์-กมลวัฒน์ อภิชนตระกูล เปิด ‘K Mart by เคี้ยง’ ที่หลังมหาวิทยาลัยขอนแก่น แถวนั้นยังมีร้านสะดวกซื้อเพียงร้านเดียว จนวันนี้ที่บริเวณเดียวกันนี้ มีร้านสะดวกซื้อหลากหลายแบรนด์มากกว่า 20 ร้าน

การต่อยอดของทายาทรุ่นสาม เคี้ยงซุปเปอร์มาร์เก็ต ร้านขายของชำอายุกว่า 80 ปีที่อยู่คู่ขอนแก่น, แบงค์-กมลวัฒน์ อภิชนตระกูล

วิธีการทำธุรกิจของแบงค์นับว่าแตกต่าง แทนที่จะทำร้านคอนเซปต์เดียว ขายของแบบเดียวกัน แล้วขยายไปให้มากๆ ในย่านชุมชนตามตำรา แบงค์ทำให้ร้านทั้ง 6 สาขาไม่เหมือนกันเลย บางร้านขายของใช้ บางร้านขายของทำเบเกอรี่ 

ฟังแล้วอาจจะคิดว่าแบงค์เล่นขายของ 

หัวใจของการทำร้านเคี้ยงของแบงค์ คือการศึกษาพฤติกรรมลูกค้า เพื่อตอบสนองความต้องการสูงสุด เพื่อความสุขของลูกค้า ไม่ว่าคุณจะเดินเข้าเพื่อถามหาอะไรที่เคี้ยง แบงค์จะเป็นคนหามาให้ ผลก็คือ เคี้ยงซุปเปอร์มาร์เก็ต ได้กลายเป็นมากกว่าร้านค้าท้องถิ่น เป็นที่พึ่งของลูกค้า และเป็นแรงบันดาลใจให้ธุรกิจท้องถิ่นอื่นๆ ว่าอย่ายอมแพ้และอย่ากลัว

คอลัมน์ทายาทรุ่นสองตอนนี้จึงเดินทางไปพูดคุยแบงค์กันถึงขอนแก่น ถึงวิธีคิดเบื้องหลังการต่อยอดของเขา มากไปกว่านั้น เราสนใจว่าขณะที่คนรุ่นใหม่อยากเริ่มต้นทำอะไรที่เท่ๆ ทำไมแบงค์กลับเลือกจะทำร้านขายของหรือโชห่วย ที่คนอาจจะมองว่ามันไม่เท่

“ผมรู้สึกว่างานนี้เป็นงานที่เท่สำหรับผมแล้ว ผมชอบมาตั้งแต่เด็ก ไม่ได้รู้สึกว่าเป็นงานที่สูงหรือต่ำ แค่ได้ทำในสิ่งที่ชอบผมก็โอเคแล้ว”

ถือตะกร้าสินค้า แล้วเดินตามเรามาฟังเรื่องราวจากแบงค์พร้อมกัน

การต่อยอดของทายาทรุ่นสาม เคี้ยงซุปเปอร์มาร์เก็ต ร้านขายของชำอายุกว่า 80 ปีที่อยู่คู่ขอนแก่น, แบงค์-กมลวัฒน์ อภิชนตระกูล

ธุรกิจ : เคี้ยงซุปเปอร์มาร์เก็ต

ปีก่อตั้ง : พ.ศ. 2515

อายุ :  48 ปี

ประเภท : ร้านสรรพสินค้า

ผู้ก่อตั้ง : เม้ง แซ่อึ้ง ก่อตั้งร้าน อึ้งเหลียงเซ้ง (พ.ศ. 2480 – 2490)

ทายาทรุ่นสอง : เคี้ยง-นรินทร์ อภิชนตระกูล และ กฤติกา อภิชนตระกูล

ทายาทรุ่นสาม : กฤษดากร อภิชนตระกูล และ กมลวัฒน์ อภิชนตระกูล

เคี้ยงพานิช

การต่อยอดของทายาทรุ่นสาม เคี้ยงซุปเปอร์มาร์เก็ต ร้านขายของชำอายุกว่า 80 ปีที่อยู่คู่ขอนแก่น, แบงค์-กมลวัฒน์ อภิชนตระกูล
การต่อยอดของทายาทรุ่นสาม เคี้ยงซุปเปอร์มาร์เก็ต ร้านขายของชำอายุกว่า 80 ปีที่อยู่คู่ขอนแก่น, แบงค์-กมลวัฒน์ อภิชนตระกูล

เคี้ยงซุปเปอร์มาร์เก็ต เริ่มต้นจาก อากงเม้ง แซ่อึ้ง ก่อตั้งร้านค้าชื่อ อึ้งเหลียงเซ้ง ในช่วง พ.ศ. 2480 – 2490 ดำเนินกิจการเรื่อยมา จนวันหนึ่งใน พ.ศ. 2514 เกิดอุบัติเหตุไฟไหม้สินค้าเสียหายทั้งหมด อากงจึงเลิกกิจการ ต่อมา คุณพ่อเคี้ยง-นรินทร์ อภิชนตระกูล ซึ่งเป็นลูกชายคนที่ 5 ตัดสินใจเปิดร้านเป็นของตัวเองในชื่อ เคี้ยงพานิช บนถนนศรีจันทร์ เริ่มต้นกิจการในวันที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2515 แล้วเปลี่ยนชื่อจาก เคี้ยงพานิช มาเป็น เคี้ยงซุปเปอร์มาร์เก็ต ใน พ.ศ. 2534

ในสมัยที่ร้านสะดวกซื้อยังไม่เฟื่องฟูอย่างวันนี้ ขอนแก่นก็เหมือนทุกที่ที่เต็มไปด้วยร้านค้าท้องถิ่น เคี้ยงสร้างความแตกต่างด้วยสินค้านำเข้าจากต่างประเทศ มีลูกค้าหลักคือ อาจารย์ในมหาวิทยาลัยและคนทั่วไปที่นิยมของจากต่างประเทศ

เคี้ยงซุปเปอร์มาร์เก็ต เป็นร้านค้าที่เติบโตจากการขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

การต่อยอดของทายาทรุ่นสาม เคี้ยงซุปเปอร์มาร์เก็ต ร้านขายของชำอายุกว่า 80 ปีที่อยู่คู่ขอนแก่น, แบงค์-กมลวัฒน์ อภิชนตระกูล

ในช่วงที่ธุรกิจกำลังไปได้ดี เป็นช่วงเดียวกับที่มีข่าวแอลกอฮอล์ปลอมระบาดในเมือง แบงค์เล่าว่าคุณพ่อของเขาจะระมัดระวังเป็นพิเศษ หากมีใครเสนอสินค้าในราคาที่ต่ำกว่าปกติ เขาจะสงสัยไว้ก่อน แล้วสั่งตรงจากบริษัท แม้จะมีราคาสูงกว่าแต่มั่นใจได้ที่สุด

“เราขายความสบายใจ ยุคที่เหล้าปลอมระบาดหนัก ถึงขั้นมีกระแสว่า ถ้าจะซื้อให้มาที่ร้านเราเพราะมั่นใจว่าไม่มีทางที่ของปลอมจะปะปนเข้ามา เวลาหัวหน้าสั่งลูกน้องให้ไปซื้อเครื่องดื่ม ก็จะกำชับเสมอว่าต้องเอาถุงร้านเคี้ยงมายืนยัน หัวหน้าถึงจะมั่นใจ” แบงค์เล่า

ความซื่อสัตย์ ซื้อใจลูกค้า จนเมื่อใดก็ตามที่ชาวขอนแก่นคิดถึงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เขาจะคิดถึงร้านเคี้ยงเป็นที่แรกเสมอ

การต่อยอดของทายาทรุ่นสาม เคี้ยงซุปเปอร์มาร์เก็ต ร้านขายของชำอายุกว่า 80 ปีที่อยู่คู่ขอนแก่น, แบงค์-กมลวัฒน์ อภิชนตระกูล

เล่นขายของ

เวลาผ่านไป การขายแอลกอฮอล์ก็ไม่ง่ายเหมือนแต่ก่อน การจะหวังพึ่งยอดขายจากสินค้าประเภทเดียวมีความเสี่ยงเกินไป แบงค์ ลูกชายคนกลางผู้ชอบค้าชอบขาย ซึ่งขณะนั้นเป็นนักศึกษาชั้นปีที่ 3 คณะวิทยาการจัดการ สาขาการเงิน มหาวิทยาลัยขอนแก่น ตัดสินใจเข้ามาต่อยอดให้ร้านของครอบครัวมีสินค้าที่หลากหลายขึ้น

แบงค์เริ่มจากทำร้านเคี้ยงสาขาใหม่ ขนาด 2 ห้อง ย่านหลังมหาวิทยาลัยขอนแก่น เมื่อ 20 ปีที่แล้ว

‘K Mart by เคี้ยง’ เป็นร้านโดเรมอน มีทุกอย่างที่นักศึกษาและคนในย่านจะตามหา ไม่ว่าจะเป็น ดินสอ กิ๊บ เครื่องสำอาง กางเกงชั้นใน รองเท้าแตะ เสื้อ แชมพู สบู่ ยาสีฟัน

การต่อยอดของทายาทรุ่นสาม เคี้ยงซุปเปอร์มาร์เก็ต ร้านขายของชำอายุกว่า 80 ปีที่อยู่คู่ขอนแก่น, แบงค์-กมลวัฒน์ อภิชนตระกูล
การต่อยอดของทายาทรุ่นสาม เคี้ยงซุปเปอร์มาร์เก็ต ร้านขายของชำอายุกว่า 80 ปีที่อยู่คู่ขอนแก่น, แบงค์-กมลวัฒน์ อภิชนตระกูล

“ตอนยังเป็นนักศึกษา เคยคิดว่าทำไมไม่มีร้านค้าที่ขายทุกอย่างที่ลูกค้าอยากได้อยู่เลย บ้านเราก็ทำอยู่แล้ว เราน่าจะทำได้ ตอนนั้นคิดแค่นั้นเลย ยังไม่ทันคิดถึงวิธีการจัดการบริหารว่าต้องทำอย่างไร เราเริ่มจากนำสินค้าจากสาขาในเมืองมาวางขายที่ร้าน ซึ่งพฤติกรรมผู้บริโภคไม่เหมือนกัน ทำให้เรียนรู้ว่า สินค้าประเภทไหนขายได้ ขายไม่ได้ ของที่ขายไม่ได้ก็คืนร้านป๊าไป แล้วหาของใหม่ ทำวนไปจนสินค้าในร้านขายได้ทุกอย่าง” แบงค์เล่าบรรยากาศการทำร้านช่วงแรก

แม้พ่อและแม่จะมีประสบการณ์ทำร้านมาตั้งแต่ก่อนแบงค์เกิด ทั้งคู่กลับไม่เคยไปเยี่ยมร้านให้แบงค์เห็นเลยสักครั้ง เหมือนตั้งใจปล่อยให้ลูกชายดูแลร้าน และทดลองขายสินค้าให้เต็มกำลัง ยกเว้นเรื่องละเอียดอ่อนอย่างเรื่องคน ที่แม่จะยังคงทำหน้าที่เป็นฝ่ายบุคคล คัดสรรคนมาช่วยทำงานให้ แต่เรื่องคัดสรรสินค้า เป็นงานของแบงค์ทั้งหมด

การต่อยอดของทายาทรุ่นสาม เคี้ยงซุปเปอร์มาร์เก็ต ร้านขายของชำอายุกว่า 80 ปีที่อยู่คู่ขอนแก่น, แบงค์-กมลวัฒน์ อภิชนตระกูล

“สิ่งที่ทำต่างจากเด็กเล่นขายของอย่างไร” เราถาม

“แทบจะไม่ต่างจากเด็กเล่นขายของเลย เราทำด้วยความสนุก สนุกที่ได้ลองเดาใจคน เช่น คิดว่าของชิ้นนี้จะขายได้ไหม ถ้าขายได้ก็ดีใจ โดยไม่รู้เลยว่าบัญชีแต่ละเดือนนั้นกำไรหรือขาดทุนเท่าไหร่ โชคดีที่มีแม่คอยช่วย ส่วนเรามีหน้าที่ศึกษาพฤติกรรมผู้บริโภคว่าต้องการอะไร” แบงค์ตอบทันที

แบงค์เริ่มจากการหาซื้อของที่น่าสนใจจากตลาดค้าส่งในขอนแก่น โดยไม่ว่าจะเป็นของราคาเท่าไหร่ แล้วทดลองขายเป็นเวลา 1 – 2 ปี จนมั่นใจว่าขายได้แน่ๆ แบงค์จึงนำข้อมูลยอดขายไปติดต่อขอซื้อของตรงจากบริษัท ซึ่งมีข้อดีคือต้นทุนที่ถูกลง ความน่าเชื่อถือ และข้อมูลของสินค้า นอกจากนี้ยังเดินทางไปเลือกสินค้าที่กรุงเทพฯ ด้วยตัวเอง

“ขั้นตอนการเลือกซื้อของมาขาย เวลาเจอสินค้าที่น่าสนใจ ผมจะคิดถึงลูกค้าก่อน คิดอยากให้เขาได้ใช้ นอกจากนี้ผมชอบเดินงานแสดงสินค้ามากๆ นั่นทำให้ผมเจอสินค้าใหม่ๆ หรือเวลาดูรายการโทรทัศน์ที่นำเสนอเรื่องธุรกิจ ถ้าดูแล้วผมชอบไอเดียหรือคอนเซปต์ของธุรกิจไหน ก็จะติดต่อขอซื้อทันที ทำให้มีสินค้ามาขายก่อนคนอื่น เช่น ตอนดูแมลงทอดไฮโซ ผมเห็นแล้วรู้ทันทีว่าเราต้องมีขายก็โทรติดต่อไปเลย อาทิตย์ถัดมาก็วางขายที่ร้านแล้ว”

เป็นร้านโดราเอมอน

ร้านเคี้ยงแตกต่างจากร้านสะดวกซื้อทั่วไป ตรงที่ตอบสนองลูกค้าในท้องถิ่นได้รวดเร็ว เช่น ถ้าถามหาตอนเช้า ลูกค้าเตรียมรับของตอนเย็นได้เลย นั่นทำให้ร้านเคี้ยงมีชื่อเสียงเรื่องการตามหาของ สิ่งใดที่หาจากที่อื่นไม่ได้ ลูกค้าจะวิ่งมาถามที่ร้านเคี้ยงก่อน

“อย่างพวกของนำเข้า ผมชอบญี่ปุ่น ที่ร้านจึงมีสินค้าจากญี่ปุ่นเยอะ เมื่อก่อนทำได้ยากมาก สินค้าที่หามาได้มีราคาไม่สมเหตุสมผลที่จะขายในต่างจังหวัด หลายอย่างก็ไม่ประสบความสำเร็จ เช่น กลุ่มอาหารและขนมจากญี่ปุ่นและเกาหลี เมื่อก่อนขายยากมาก ในขอนแก่นไม่มีคนขายเลย ผมขายเพราะคิดว่าสุดท้ายถ้าขายไม่ได้ก็เก็บไว้กินเอง แล้วอยู่ๆ วันหนึ่งบะหมี่เผ็ดก็เป็นกระแสดังไปทั่วโลก จากที่เคยขายได้เดือนละสิบซอง เราขายได้ร้อยลัง บริษัทนำเข้ายังงง เพราะมีร้านเคี้ยงร้านเดียวที่ขายได้แบบนี้ ทั้งๆ ที่ก็มีวางขายในร้านที่ใหญ่และทันสมัยกว่า แต่เขาวางแล้วขายไม่ได้เลย ผมคิดว่าเป็นเพราะเราสร้างฐานลูกค้ามานาน เขารู้ว่าจะหาสินค้าแบบนี้ได้จากที่ไหน”

การต่อยอดของทายาทรุ่นสาม เคี้ยงซุปเปอร์มาร์เก็ต ร้านขายของชำอายุกว่า 80 ปีที่อยู่คู่ขอนแก่น, แบงค์-กมลวัฒน์ อภิชนตระกูล

“เมื่อก่อนผมจะอยู่หน้าร้านเอง ตอนหลังพยายามฝึกลูกน้องทุกคนให้จดบันทึกเวลามีลูกค้ามาถามหาสินค้าอะไรก็ตามที่เรามี ไม่มี หรือเคยมี” แบงค์เล่า

“แม้ลูกค้าคนนั้นจะมาถามสินค้านั้นเพียงคนเดียว ขายได้เพียงชิ้นเดียว คุณก็จะยังวุ่นวายตามหามาให้เหรอ” เราถาม

“ใช่ เมื่อก่อนเป็นแบบนั้น เราแก้ปัญหาให้เขา เวลามีคนมาถามหาสินค้าอะไร เราจะเป็นเดือดเป็นร้อนรีบหามาเลย ซึ่งนั่นทำให้เราซื้อใจลูกค้าได้ ทำให้ลูกค้าคิดถึงเราก่อน ตอนนี้ไม่ทำแบบนั้นร้อยเปอร์เซ็นต์แล้ว เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นประจำคือ คนมาซื้อของชิ้นนั้นเพียงครั้งเดียว เราซื้อของมาหนึ่งโหล เพื่อขายเขาชิ้นเดียว เราจะจัดการกับอีกสิบเอ็ดชิ้นที่เหลืออย่างไร ตอนหลังจึงเรียนรู้ว่าเราไม่จำเป็นต้องทำขนาดนั้น เราคิดมากขึ้น

การต่อยอดของทายาทรุ่นสาม เคี้ยงซุปเปอร์มาร์เก็ต ร้านขายของชำอายุกว่า 80 ปีที่อยู่คู่ขอนแก่น, แบงค์-กมลวัฒน์ อภิชนตระกูล
การต่อยอดของทายาทรุ่นสาม เคี้ยงซุปเปอร์มาร์เก็ต ร้านขายของชำอายุกว่า 80 ปีที่อยู่คู่ขอนแก่น, แบงค์-กมลวัฒน์ อภิชนตระกูล

“หนึ่ง เขาถามลักษณะไหน มีโอกาสซื้อไปใช้เป็นประจำไหม สอง หาข้อมูลในอินเทอร์เน็ตว่ามีกระแสไหม คนอื่นมีโอกาสจะใช้หรือถามหาสิ่งนี้เหมือนกันหรือเปล่า ถ้าตอบสองข้อนี้เราถึงนำมาขายที่ร้าน แต่ถ้าไม่ตอบทั้งสองข้อเราก็คงต้องยอมรับ ไม่มีก็คือไม่มี ซึ่งเมื่อก่อนเราจะรู้สึกอายมากว่าเราหาให้ลูกค้าไม่ได้ เราจะรู้สึกผิดกับตัวเองมาก” แบงค์ตอบ

ใช้หลักการทำร้านแบบโดราเอมอนต่อยอดธุรกิจของครอบครัว

บริการหาสิ่งที่ต้องการให้ได้ เป็นแค่กลยุทธ์หนึ่ง แต่ไม่ใช่กลยุทธ์หลัก

สิ่งที่ทำให้ร้านเคี้ยงเป็นที่รักของชาวขอนแก่น คือความสัมพันธ์ของรัานกับคนในท้องถิ่นซึ่งมีมาตั้งแต่รุ่นพ่อแม่ ทุกคนรู้และเชื่อมั่นว่าธุรกิจครอบครัวนี้ทำการค้าแบบไม่เอาเปรียบใครมาตลอด 50 ปี

“พอมาถึงรุ่นผม ผมไม่ใช่คนที่เก่งการเข้าสังคม แต่มาเติมเต็มส่วนที่ทำให้ร้านเราทันสมัยขึ้น ทั้งระบบการจัดการและสินค้าที่ทันยุค ทั้งหมดนี้ประกอบกัน และหล่อหลอมความเป็นเคี้ยง”

การต่อยอดของทายาทรุ่นสาม เคี้ยงซุปเปอร์มาร์เก็ต ร้านขายของชำอายุกว่า 80 ปีที่อยู่คู่ขอนแก่น, แบงค์-กมลวัฒน์ อภิชนตระกูล

ปัจจุบันร้านเคี้ยงมีทั้งหมด 6 สาขา แต่ละสาขามีคาแรกเตอร์ที่แตกต่างกันตามชุมชนที่อยู่ ได้แก่ สองร้านแรกในเมืองอย่าง เคี้ยงซุปเปอร์มาร์เก็ต (สาขาศรีจันทร์) และ เคี้ยงลิเคอร์สโตร์ (สาขาศรีจันทร์) หรือเคี้ยงมินิมาร์ท เน้นขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

สาขาที่ 3 คือ เคี้ยงซุปเปอร์สโตร์ (สาขาหลังมอ-ยูพลาซ่า) เดิมตั้งชื่อว่าเคี้ยง แต่นักศึกษาชอบเรียกผิดแบงค์ก็เลยเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น ‘K Mart by เคี้ยง’ ให้คนเรียกง่ายๆ เน้นขายของใช้ในชีวิตประจำวัน ของเก๋ไก๋ที่คนในมหาวิทยาลัยจะได้ใช้ ซึ่งบางอย่างหาไม่ได้จากร้านโมเดิร์นเทรดทั่วไป ก่อนจะเปิดสาขาที่ 4 เคี้ยงซุปเปอร์สโตร์ (สาขาบึงหนองแวงตราชู) ขนาดใหญ่กว่าร้านเดิม 5 – 6 เท่าพร้อมที่จอดรถ ตามด้วยสาขาที่ 5 คือ เคี้ยงลิเคอร์สโตร์ (สาขากังสดาล)

สำหรับสาขาล่าสุด เคี้ยงซุปเปอร์สโตร์ & เบเกอร์ช็อป (สาขาเหล่านาดี) เปิดทำการเมื่อ 2 ปีที่แล้ว ซึ่งแบงค์ตั้งใจทำร้านที่เป็นไลน์สินค้าใหม่ เน้นขายวัตถุดิบและอุปกรณ์เบเกอรี่คุณภาพดี

การต่อยอดของทายาทรุ่นสาม เคี้ยงซุปเปอร์มาร์เก็ต ร้านขายของชำอายุกว่า 80 ปีที่อยู่คู่ขอนแก่น, แบงค์-กมลวัฒน์ อภิชนตระกูล
การต่อยอดของทายาทรุ่นสาม เคี้ยงซุปเปอร์มาร์เก็ต ร้านขายของชำอายุกว่า 80 ปีที่อยู่คู่ขอนแก่น, แบงค์-กมลวัฒน์ อภิชนตระกูล

“เรานำเสนอเนยนำเข้า แป้งชั้นดี และช็อกโกแลตดีๆ เพื่อรองรับร้านเบเกอรี่ในเมืองที่เติบโตขึ้นและมูลค่าสูงขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งก่อนหน้านี้พวกเขาลำบากมาก ต้องสั่งของจากกรุงเทพฯ ไปรอรับที่ท่ารถตั้งแต่ตีสาม ตีห้า แต่พอเรามาเปิดร้านขายในราคาเดียวกับที่กรุงเทพฯ ก็ทำให้เขาสะดวก ซื้อเมื่อไหร่ก็ได้ ของบางอย่างร้านโมเดิร์นเทรดก็มีนะ แต่จะไม่ครบเท่าเรา และของใช้สำหรับธุรกิจร้านเบเกอรี่ละเอียดอ่อนมาก บางอย่างมีคนใช้เพียงคนเดียว แต่เขาใช้ปริมาณที่เยอะ เขาจะไปบอกให้ร้านใหญ่มาขายคงไม่ได้ แต่เราทำได้ ใช้หลักการเดิมเลย เวลาลูกค้าถามหาสินค้า เราจะบันทึกข้อมูลไว้ จนได้รู้ความถี่ของการใช้สินค้าชนิดนั้น” แบงค์ใช้หลักการทำร้านแบบโดราเอมอนต่อยอดธุรกิจของครอบครัว

ไม่เพียงลูกค้าที่เป็นผู้ประกอบการเบเกอรี่ แต่โรงแรมทุกโรงแรมในขอนแก่นก็เป็นลูกค้าร้านเคี้ยง 

“วัตถุดิบพวกซอส ซีอิ๊ว น้ำปลา นอกจากเป็นเพราะบริการจัดหาสินค้า ลูกค้ากลุ่มโรงแรมยินดีสั่งจากเรา เพราะเราไปส่งด้วย มีเครดิตให้ด้วย โรงแรมสบาย โดยราคาเราอยู่ในระดับที่โอเค ซึ่งผมจะไม่บอกว่าเราถูกที่สุด เพราะไม่มีร้านไหนขายของถูกที่สุดอยู่แล้ว มันจะต้องมีของบางอย่างที่แพงหรือเท่ากับร้านอื่น เราก็เช่นกัน แต่เรายินดีมอบบริการ”

แบงค์เล่าว่า เขาตั้งใจค่อยๆ ทำไปที่ละสาขา แทนที่จะเลือกเปิดร้านหน้าตาเดียวกันในทุกย่าน เพราะเขาเชื่อว่าคาแรกเตอร์ของคนแต่ละย่านไม่เหมือนกัน การเลือกทำเลและสินค้าที่ตอบโจทย์คนกลุ่มนั้นๆ จึงสำคัญ 

การต่อยอดของทายาทรุ่นสาม เคี้ยงซุปเปอร์มาร์เก็ต ร้านขายของชำอายุกว่า 80 ปีที่อยู่คู่ขอนแก่น, แบงค์-กมลวัฒน์ อภิชนตระกูล
การต่อยอดของทายาทรุ่นสาม เคี้ยงซุปเปอร์มาร์เก็ต ร้านขายของชำอายุกว่า 80 ปีที่อยู่คู่ขอนแก่น, แบงค์-กมลวัฒน์ อภิชนตระกูล

“ขอนแก่นเป็นเมืองต่างจังหวัดที่การเดินทางไม่สะดวกแบบเมื่อก่อน ที่จะไปไหนก็ถึงได้ภายในห้าถึงสิบนาที วันนี้ใครอยู่ย่านไหนโซนไหน เขาก็จะซื้อของในย่านนั้น ไม่ได้อยากจะเดินทางเข้าเมืองให้เสียเวลา หรือคิดว่าร้านนั้นถูกกว่าห้าบาท ขับรถไปซื้อที่ร้านนั้นดีกว่า แต่กลายเป็นว่าตรงนี้ใกล้บ้าน ฉันก็ซื้อตรงนี้ ดังนั้นการจะเปิดแต่ละสาขาเราทำการบ้านเยอะมาก นั่นทำให้เราได้เรียนรู้ ซึ่งสินค้าบางอย่างเราสั่งมาเพื่อขายสาขานี้สาขาเดียวหรือสองสาขา ทั้งๆ ที่เรามีร้านหกสาขา”

เคี้ยงซุปเปอร์มาร์เก็ต จึงเป็นร้านท้องถิ่นที่มีความเป็นมิตรและเป็นกันเองสูง เป็นร้านค้าของคนเมืองในต่างจังหวัด มีความบ้านๆ แต่ไม่บ้านๆ

ธุรกิจท้องถิ่นที่สร้างแรงบันดาลใจว่า อย่ายอมแพ้และอย่ากลัว

แม้จะเป็นทายาทรุ่นสามที่โตมาในครอบครัวที่ทำธุรกิจร้านค้าในชุมชนมานานถึง 80 ปี มีประสบการณ์ทำร้านมา 20 ปี แบงค์บอกว่าเขาไม่เคยบอกใครว่าเคี้ยงซุปเปอร์มาร์เก็ตเป็นร้านเจ้าใหญ่ในตลาด การคิดเสมอว่าตัวเองเป็นธุรกิจเจ้าเล็กๆ ทำให้เขาพร้อมปรับตัวตลอด 

“เราอาจจะไม่ได้เป็นร้านที่มีเครื่องเขียนครบทุกแบบหรือมีเครื่องสำอางครบ แต่เรามีทุกอย่าง มียา มีเครื่องสำอาง ข้อได้เปรียบของร้านแบบนี้ คือทุกคนเข้าได้ทุกวัน และวันละอาจจะหลายครั้ง คุณอาจจะไม่ได้เข้าร้านเครื่องสำอางทุกวัน แต่มาร้านเรา วันนี้ซื้อน้ำ วันนี้ซื้อมาม่า ข้าว ปลากระป๋อง คุณได้เห็นอย่างอื่น และได้หยิบสิ่งนั้นกลับไปด้วย”

การต่อยอดของทายาทรุ่นสาม เคี้ยงซุปเปอร์มาร์เก็ต ร้านขายของชำอายุกว่า 80 ปีที่อยู่คู่ขอนแก่น, แบงค์-กมลวัฒน์ อภิชนตระกูล

แบงค์เล่าว่า ที่ร้านเคี้ยงซุปเปอร์สโตร์ (สาขาหลังมอ-ยูพลาซ่า) มีร้านขายยาและร้านเครื่องเขียนขนาดใหญ่มาเปิดติดกัน แต่คนก็เลือกมาซื้อยากับร้านเคี้ยงก่อน ถ้าไม่มีเขาถึงไปถามกับร้านขายยา หรือถ้ามาซื้อเครื่องเขียนก็จะเดินเข้ามาที่เคี้ยงก่อน ถ้าไม่มีสิ่งที่ต้องการถึงจะเดินไปร้านข้างๆ

“ผมก็สงสัยนะ ร้านผมอาจจะดูเข้าง่ายกว่า เป็นร้านสะดวกซื้อ เราก็เลยคิดว่านี่แหละโอกาสของเรา เพราะคนเขามาหาเราก่อน”

ตลอดการสนทนา แบงค์บอกเสมอว่าเขาเข้ามาทำร้านเพื่อความสนุก มากกว่าคิดถึงเงินและผลกำไร ทุกครั้งที่ได้ยินลูกค้าพูดอยู่ในมุมใดมุมหนึ่งของร้านว่า “โฮ ที่นี่มีขายอันนี้ด้วยเหรอเนี่ย” เขาจะมีความสุขมากๆ 

“เวลาได้ยินใครพูดอย่างนั้นมันเติมเต็มเรามากๆ เลย รู้สึกใช่มากๆ นี่แหละสิ่งที่อยากได้ยิน มากกว่านั้นคือการที่ลูกค้ามาแล้วได้ของที่เขาต้องการ หรือได้ของที่เกินกว่าที่เขาต้องการ” แบงค์ทิ้งท้าย

การต่อยอดของทายาทรุ่นสาม เคี้ยงซุปเปอร์มาร์เก็ต ร้านขายของชำอายุกว่า 80 ปีที่อยู่คู่ขอนแก่น, แบงค์-กมลวัฒน์ อภิชนตระกูล

Writer

นภษร ศรีวิลาศ

อดีตนักเรียนเศรษฐศาสตร์ผู้วิ่งเล่นในแวดวงตลาดทุน หน่วยงานสนับสนุนกิจการเพื่อสังคม และงานสายแบรนดิ้งเพื่อความยั่งยืน หลงรักการลองเสื้อคอลเลกชันใหม่ของ COS MUJI Marimekko BEAMS และมีเพจชื่อ น้องนอนในห้องลองเสื้อ

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

ทายาทรุ่นสอง

เรื่องราวการต่อยอดธุรกิจครอบครัวในมือทายาทรุ่นต่อมา

แม้จะคิดมาในใจแล้วว่าวันนี้จะเลือกหยิบน้ำแอปเปิ้ลมาดับร้อน แต่ทันทีเปิดตู้เย็นรับกลิ่นไอจางๆ มือก็เอื้อมหยิบน้ำส้มกล่องเดิม

หน้าตาบรรจุภัณฑ์อาจจะเปลี่ยนไปตามกาลและสมัย แต่ชื่อตราสัญลักษณ์ที่คุ้นเคยก็ยังยิ้มต้อนรับเราที่ชั้นเครื่องดื่มเย็นอยู่เสมอ ทั้งยังแอบดีใจทุกครั้งที่เห็น ‘มาลี’ ในร้านค้าต่างบ้านต่างเมือง

ตอนที่ The Cloud เริ่มต้นทำคอลัมน์ทายาทรุ่นสอง

มาลี เป็นหนึ่งในแบรนด์ลำดับต้นๆ ที่เราสนใจ

นอกจากผลไม้กระป๋อง น้ำผลไม้ และน้ำมะพร้าวที่กำลังเป็นที่สนใจในตลาดต่างประเทศ มาลีในมือ คุณแจง-รุ่งฉัตร บุญรัตน์ ประธานผู้บริหารฝ่ายปฏิบัติการ กำลังไปไกลกว่านั้น

จากเด็กหญิงผู้มีความฝันที่อยากเป็นนักธุรกิจตั้งแต่ 6 ขวบ วันนี้เธอต่อแนวคิดการทำงานที่พ่อสอน จนออกมาเป็นกรอบการทำงานเรื่องคิดถึงคนอื่น ด้วยการใช้วิถีทางธุรกิจ รวมกับการคิดค้นวิจัย สร้างมูลค่าเพิ่มให้วัตถุดิบ จนสามารถเปลี่ยนคุณภาพชีวิตของทุกคนที่เกี่ยวข้อง

หนึ่งในตัวอย่างจากทั้งหมดได้แก่ มาลีมีสินค้าใหม่ Coconut Vinegar หรือน้ำส้มสายชูหมักที่ทำจากน้ำมะพร้าว เป็นสินค้าราคาสูงที่คนต่างชาตินิยมกินเพื่อสุขภาพ จากน้ำมะพร้าวที่ไม่ใช่เกรดสำหรับการบรรจุลงกล่อง นำมาผ่านกระบวนการหมักที่เป็นนวัตกรรมใหม่ที่มาลีคิดค้นขึ้น ทำให้เพิ่มมูลค่าจากเดิมหลายสิบเท่า

และยังมีอีกหลายเรื่องราวที่มาลีกำลังจะเปลี่ยนไป จากกรอบความคิดที่เป็นวัฒนธรรมครอบครัว และวัฒนธรรมองค์กร อย่างการคิดถึงคนอื่น เพื่อจะเติบโตไปด้วยกัน

รุ่งฉัตร บุญรัตน์

ธุรกิจ : บริษัท มาลีกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) (พ.ศ. 2521)
ประเภทธุรกิจ : โรงงานน้ำผลไม้และแปรรูปสินค้าเกษตร
อายุ : 40 ปี
เจ้าของ : ฉัตรชัย บุญรัตน์
ทายาทรุ่นที่สอง : รุ่งฉัตร บุญรัตน์
1

เพาะเมล็ด ดูแลต้นอ่อน

ผู้บริหารน้ำผลไม้มาลี

“เราจำได้เลยว่าตอนเรียนอยู่ชั้น ป.2 ครูที่โรงเรียนถามว่าโตขึ้นอยากเป็นอะไร”

“เราตอบไปว่าอยากเป็นนักธุรกิจ และตั้งแต่วันนั้นความฝันนี้ก็อยู่กับเราตลอดไม่เคยเปลี่ยน”

ความฝันของเด็กหญิงแจงในวัย 6 ขวบช่างแตกต่างจากเพื่อนร่วมชั้นที่แย่งจับจองอาชีพนางฟ้าบนเครื่องบิน

เพราะที่ทำงานของพ่ออยู่ตึกมณียา หรืออาคารที่อยู่ติดด้านขวาของโรงเรียนมาแตร์เดอี ขณะที่ที่ทำงานของแม่อยู่ที่ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล ชิดลม หรืออาคารตรงข้ามกับโรงเรียน เพราะฉะนั้น ในเวลาหลังเลิกเรียน ถ้าเด็กหญิงแจงไม่อยู่ที่ทำงานของพ่อ เธอก็จะอยู่ที่ทำงานของแม่

ความฝันน้อยๆ ของเธอจึงเกิดขึ้นจากแรงบันดาลใจจากที่เห็นพ่อและแม่เข้าประชุมและเซ็นเอกสารอยู่ตลอดเวลา ประกอบกับการฝึกงานช่วยปั๊มเช็คล่วงหน้ากับฝ่ายบัญชี บ้างก็รับหน้าที่ช่วยทำลายเอกสาร เอากระดาษไปย่อย

“ภาพนักธุรกิจในหัวเราตอนเด็กๆ คือคนที่นั่งสั่งงานที่โต๊ะทำงาน เซ็นเช็ค พอโตมาจึงได้เรียนรู้ว่ามีหลายเรื่องที่ต้องรับผิดชอบมาก และล้วนเป็นเรื่องเกี่ยวข้องกับการบริหารคน ซึ่งก่อนหน้านี้เราไม่รู้สึกถึงความกดดันจากการดูแล จัดการ บริหารคน มาก่อน หน้าที่ผู้บริหารไม่ได้ดูแลแค่บริษัท แต่ต้องรับผิดชอบคนอีกหลายชีวิต หลายครอบครัว” คุณแจงเล่า

จนกระทั่งช่วงเรียนมหาวิทยาลัย คุณแจงก็พบว่าจริงๆ มีอาชีพอื่นๆ ที่เธอสนใจอีกมากมาย เช่น ทนาย นักประชาสัมพันธ์ เธอจึงใช้เวลาทุกช่วงปิดเทอมฝึกงานสายอื่นๆ และนั่นยิ่งทำให้เธอแน่ใจว่า เธอรักงานสายธุรกิจ เหมือนที่คุณพ่อคุณแม่ คุณปู่คุณย่า คุณตาและคุณยายเธอเป็น

2

ย้ายต้นกล้า (ต้องกล้า) ลงดิน

ผู้บริหาร

รุ่งฉัตร บุญรัตน์

คุณแจงเล่าว่าตอนแรกเธอผูกพันกับธุรกิจของครอบครัวคุณแม่มากกว่านิดหน่อย เพราะเป็นห้างสรรพสินค้า ร้านค้าปลีกที่มีของสวยงาม ทุกครั้งที่เธอเดินเล่นในนั้นเธอจะรู้สึกอยากอยู่ในสิ่งแวดล้อมแบบนี้ ได้ใช้ชีวิตสบายๆ ในเมือง เพราะเมื่อก่อนเวลาที่คุณพ่อพาไปทำงาน นั่นคือการพาไปฟาร์มวัว ไปไร่สับปะรด ซึ่งเธอยังไม่รู้สึกคุ้นเคยกับโรงงานและฟาร์มเท่าไหร่

“พอโตขึ้นแล้วได้สัมผัสกับงานทั้งสองฝั่ง เราก็รู้สึกว่าธุรกิจทางบ้านคุณแม่มีญาติพี่น้องคอยช่วยมากมาย การที่เราเป็นส่วนหนึ่งก็อาจจะสร้างการเปลี่ยนแปลงไม่ได้มาก เพราะความสามารถและประสบการณ์เรายังน้อย แต่ถ้าอยู่ช่วยงานคุณพ่อ ซึ่งท่านมักจะพูดอยู่เสมอว่าผลจากสิ่งที่เราทำไม่ได้ส่งผลต่อแค่บริษัท แต่ส่งผลถึงระดับประเทศ หมายความว่ามีเรื่องของเกษตรกรและระบบเศรษฐกิจอยู่ด้วย เขาก็มักจะเล่าภาพใหญ่แบบนี้ให้ฟังอยู่เสมอ”

“และจริงๆ คุณพ่อท่านทำงานบริษัทไม่มาก แต่จะทำงานกับภาคสังคมเยอะกว่า เช่น ทำงานให้กับสภาอุตสาหกรรมและหอการค้า เขาก็จะพาเราไปรู้จักผู้ใหญ่ ได้เห็นความคิดและฟังมุมมองที่ใหญ่กว่าแค่งานบริษัท เราก็เลยรู้สึกว่าสิ่งนี้ มีอะไรให้เราสร้างการเปลี่ยนแปลงได้ ทำให้เราอยากที่จะพัฒนาและทำให้ดีกว่าที่เป็นอยู่” คุณแจงเล่าเหตุผลที่ทำให้เธอตัดสินใจเข้ามาเรียนรู้งานที่มาลี

ช่วง 2 ปีแรกของการฝึกงานในบริษัทมาลีเพื่อทดลองว่านี่คือสิ่งที่เธออยากทำจริงๆ ใช่ไหม

เธอเริ่มจากงานในระดับปฏิบัติการทั้งหมด จนมีครั้งหนึ่งที่ไปออกตรวจงานที่ต่างจังหวัด คุณแจงเห็นกล่องน้ำผลไม้มาลีอยู่ในถังขยะหน้าร้านค้าเล็กๆ เธอบอกว่านี่เป็นครั้งแรกที่รู้สึกว่าสินค้าของมาลีเข้าถึงผู้คนมากมายขนาดนี้

“ที่ผ่านมา แม้ว่าคุณพ่อจะทำมาลี แต่เราไม่เคยรู้เลยว่าสิ่งนี้ใกล้ชิดและเข้าถึงผู้บริโภคอย่างไร หรือไปไกลขนาดไหนในประเทศนี้ เรารู้สึกว่านี่เป็นโอกาสที่เราจะได้ทำสินค้าดีๆ และส่งต่อไปยังผู้บริโภคทั่วประเทศและทั่วโลกเลยนะ ก็ยิ่งรู้สึกสนุกที่จะทำงาน และตัดสินใจชัดเจนว่าเราจะมาทำงานที่นี่” คุณแจงยิ้ม

3

รดน้ำ พรวนดิน

น้ำผลไม้มาลี

เมื่อเข้าสู่มาลีกรุ๊ปอย่างเต็มตัวแล้ว คนรุ่นใหม่อย่างคุณแจงมีโจทย์ที่อยากเปลี่ยนแปลงหรือสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ให้องค์กรอย่างไรบ้าง เราถาม

คุณแจงก็รีบสารภาพทันทีว่า เธอเป็นคนรุ่นใหม่ที่หัวโบราณ

“ทุกวันนี้ เราจะเห็นบทความมากมายที่พูดถึงการทำงานกับคนรุ่นใหม่ ทั้งวิธีคิด วิธีทำงาน ซึ่งล้วนแตกต่่างกันไปตามยุคสมัย เหมือนที่เราได้ยินบ่อยๆ ว่าคนรุ่นใหม่จะมีภาพจำว่าต้องการเห็นผลเร็ว อยากเปลี่ยนแปลง และคิดเร็วทำเร็ว  แต่สำหรับแจง แจงชะลอความเร็วของตัวเองลง อดทนรอเวลาที่เหมาะสม ใช้เวลาเรียนรู้และเก็บเกี่ยวประสบการณ์จากผู้ใหญ่หรือเพื่อนร่วมงาน  ค่อยๆ ปรับเปลี่ยนสิ่งต่างๆ”

ช่วง 2 ปีแรกเธอจึงทำตัวเป็นเหมือนฟองน้ำ ที่ซึมซับความรู้และความรู้สึก เพราะอยากรู้ว่าพนักงานรุ่นพี่ที่อยู่มา 25 – 30 ปี เขาคิดอะไรอยู่ และทำไมเขาถึงเลือกทำสิ่งนี้ ก่อนจะตัดสินใจเรียนต่อด้านการบริหาร จนเมื่อมั่นใจว่ามีความรู้และประสบการณ์มากพอ เธอจึงเริ่มมีไอเดียวางแผนและกลยุทธ์ แล้วลงมือเปลี่ยนแปลงตามแผนงานเมื่อเข้าสู่ปีที่ 4 ของการทำงาน เริ่มมีการขยับคน จัดตำแหน่งงาน เพื่อให้ทีมงานเข้าที่ วางรากฐานเรื่องวัฒนธรรมองค์กรอย่างจริงจัง มีการวางกลยุทธ์ มีแนวคิดใหม่ๆ ในการขยายธุรกิจให้กว้างขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการเน้นการส่งออกไปยังต่างประเทศมากขึ้น การปรับสัดส่วนของ product portfolio หรือแม้แต่การวางกลยุทธ์ด้าน Digital Marketing

“เราคิดว่าการที่เรามีความอดทนในช่วงแรก ทำให้คนยอมรับเราในระดับหนึ่งว่าเราไม่ใช่คนรุ่นใหม่ที่เข้ามาแล้วมุ่งแต่จะเปลี่ยนเพราะคิดว่าการศึกษาดีกว่าคนที่อยู่มาก่อน ถ้าจะเปลี่ยนก็ทำไปด้วยกัน ไม่ใช่เกิดจากการบังคับของผู้บริหาร” คุณแจงเล่า ก่อนจะเสริมว่าเป็นความคิดที่ครอบครัวปลูกฝังนิสัยคนไทยเรื่องอ่อนน้อมต่อผู้ใหญ่ แม้ว่าเธอจะได้รับการศึกษาและเติบโตในต่างประเทศ

4

เติบโต…ไปด้วยกัน

ฉัตรชัย บุญรัตน์

ที่มาของแนวคิดการคิดถึงคนอื่นก่อนของมาลี

คุณแจงเล่าว่าเป็นวัฒนธรรมของครอบครัว ที่คุณพ่อจะพูดเสมอว่า “บนโลกความเป็นจริง เมื่อมีคนได้เปรียบก็ย่อมมีคนเสียเปรียบ อะไรที่เรายอมเสียเปรียบได้บ้าง โดยที่เราไม่เดือดร้อนมากนักเราก็ควรยอม แต่ต้องรู้ว่าเราเสียเปรียบตรงไหน และก็ต้องพูดให้เขารู้ด้วยว่าเรายอมเสียเปรียบเขา ไม่ใช่เสียเปรียบเพราะเราไม่ทัน” เป็นที่มาของชุดความคิดเรื่องการคิดถึงคนอื่น

“พอมาทำงานบริษัท เราก็ถามตัวเองว่าทำไมถึงอยากทำธุรกิจ เราไม่ได้อยากรวย หรืออยากมีอะไรเยอะขึ้น เพราะเท่าที่มีอยู่นี้ก็พอใช้ คำถามคือแล้วความตั้งใจที่อยู่เหนือการกระทำของเราทั้งหมดคืออะไร เราตื่นนอนมาทำงานเพื่ออะไร เราก็พบว่าจริงๆ เราอยากสร้างการเปลี่ยนแปลง ใช่! เราอยากมีผลลัพธ์ทางตัวเลขและยอดเงินที่ดี แต่นั่นก็เพื่อที่จะทำให้เรามีเครื่องมือให้เราทำอะไรได้มากกว่า”

และคำตอบของคุณแจงก็คือ Growing Well Together

“โอเค เมื่อก่อนเราอาจจะนึกถึงแต่ผู้ถือหุ้น เพราะเราเป็น Public Company เราต้องมีความรับผิดชอบต่อเขา แต่ความจริงแล้วเราลืมคนข้างหลังที่เป็นเบื้องหลังความสำเร็จของทุกอย่าง ใครบ้างที่เกี่ยวข้องกับเรา พนักงาน ผู้บริโภค เกษตรกร”

ทุกอย่างที่คุณแจงคิดจะมี Why ต่อท้ายเสมอ

ทำไมต้องดูแลพนักงาน Why เพราะเขาจะได้ดูแลครอบครัวเขาให้ดียิ่งขึ้น

ทำไมต้องทำสินค้าเกี่ยวกับสุขภาพ Why เพราะสุขภาพที่ดีเป็นรากฐานการใช้ชีวิตที่ดี

ทำไมเกษตรกรกลุ่มคนที่ทำอาชีพหลักของประเทศ ที่ทำให้ประเทศได้เปรียบทางการแข่งขัน แต่ทำไมเรากลับทำให้เขาแข็งแรงขึ้นไม่ได้ ยิ่งมาลีในฐานะที่เป็นคนที่ใช้ผลผลิตทางเกษตรค่อนข้างเยอะ มาลีพอจะทำอะไรได้บ้าง จึงนำไปสู่การจัดตั้งบริษัทใหม่ๆ หรือการทำ Agricultural Development

5

ออกดอก ออกผล

น้ำผลไม้มาลี

“ทุกอย่างที่คิด ไม่ได้ทำเพราะเราต้องการเป็นผู้ให้เพียงอย่างเดียวนะ แต่จะทำอย่างไรให้การช่วยเหลือนั้นอยู่ในกระบวนการทำงานจริงๆ เราได้ เขาได้ เช่น ถ้าแจงสามารถทำให้บริษัท Malee Applied Sciences (MAS) ประสบความสำเร็จได้ ก็จะเป็นความภาคภูมิใจที่สุดในอาชีพการงานของเรา”

คุณแจงยกตัวอย่าง “เรามองว่า สมมติถ้ามะพร้าวราคาตลาด 10 บาท เราจะทำอย่างไรให้เราสามารถซื้อมะพร้าวลูกละ 13 บาท เพราะหนึ่ง คิดถึงตัวเองก่อนเลยนะว่าเราต้องการลดความเสี่ยงเรื่องการขาดแคลนวัตถุดิบ ในอนาคตที่น้ำมะพร้าวเป็นที่ต้องการของตลาด ทำอย่างไรให้เรามีวัตถุดิบอยู่ตลอด เราก็ต้องซื้อในราคาที่แพงขึ้น”

“สอง การรับซื้อมะพร้าวที่ราคา 13 บาทดีต่อเกษตรกร เพราะเขาจะได้มีคุณภาพชีวิตที่ดี แต่ขณะเดียวกันเราไม่อยากขึ้นราคาผู้บริโภค เพราะฉะนั้น เราจะทำอะไรกับพวก Waste เช่น กาบ กะลา เปลือกมะพร้าว และนำไปสร้าง By Product ที่มีมูลค่าสูงขึ้นได้บ้าง เราจึงจัดตั้งบริษัทนี้ขึ้นมา และเต็มไปด้วยนักวิจัย เพื่อช่วยกันหาคำตอบให้กับโจทย์ของเราในการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับวัตถุดิบที่เรามีให้มากที่สุด”

คุณแจงเล่าว่าเธอคิดไปถึงขั้นจะทำให้เกิดมูลค่าเพิ่มจริงๆ เช่นอาจจะเอาบางส่วนที่สกัดได้ไปทำเครื่องสำอางหรือวัตถุดิบทำอาหาร ซึ่งตอนนี้อยู่ระหว่างการวิจัย

“มีสินค้าตัวแรกออกมาแล้วชื่อว่า Vintico เป็น Coconut Vinegar ที่นำน้ำมะพร้าวเกรดที่ไม่สามารถแพ็กลงกล่องหรือขวดได้ มาหมักเป็น Coconut Vinegar นอกจากจะเป็นวิธีที่สามารถช่วยเกษตรกรในการรับซื้อน้ำมะพร้าวทุกเกรดแล้ว กระบวนการหมักที่เป็นนวัตกรรมใหม่ของเรายังเพิ่มคุณค่าของสารที่มีคุณประโยชน์ในน้ำมะพร้าวได้มากกว่าวิธีเดิมๆ มาก โดยสินค้านี้ขายขวดละ 1,800 บาท เป็นผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์เรื่องสุขภาพ เป็นที่ต้องการของตลาดทางยุโรปและอเมริกา” คุณแจงเล่าพร้อมส่งแพ็กเกจหรูของ Vintico ให้เราดู

จริงๆ มาลีก็เป็นองค์กรที่แข็งแรง เป็นแบรนด์น้ำผลไม้ที่คนรัก แล้วอะไรคือเหตุผลที่ทำให้ลุกขึ้นมาเปลี่ยนแปลงตัวเองใหม่ เราถาม

คุณแจงตอบทันทีว่า เหตุผลสำคัญก็คือความยั่งยืน

สิ่งที่มาลีคิดและทำในวันนี้แก้ไขปัญหาได้ในระยะยาวกว่า

จากโจทย์ที่เรียบง่ายของคุณแจงว่า “ทำอย่างไรให้มาลีดูแลคนที่อยู่ใกล้ชิดได้เยอะขึ้น มากขึ้น”

“เราย้ำเสมอว่าเราไม่ได้เปลี่ยนเพราะเราอยากให้มีการเปลี่ยนแปลง หรือเพราะมันเป็นเทรนด์ หรือเพราะคนชอบพูดว่าโลกเปลี่ยนตลอดเวลาและเราต้องหมุนตามให้ทัน แต่เราเปลี่ยนเพราะเรามีจุดประสงค์ชัดเจนว่าจะเปลี่ยนเพื่ออะไร”

6

เก็บเกี่ยว…ประสบการณ์และความสุข

น้ำส้ม

แม้จะเป็นทายาทรุ่นสองของมาลี แต่การมารับช่วงต่อไม่ใช่เรื่องง่าย

คุณแจงเล่าให้ฟังว่าช่วงแรกของการทำงานเธอรู้สึกหนักมาก เพราะถ้า Performance ไม่ดีก็จะได้รับคำแสดงความคิดเห็นจากทุกทิศทุกทางทาง ทั้งครอบครัว ผู้ถือหุ้น พนักงาน

ซึ่งสิ่งที่ได้เรียนรู้ก็คือ เธอเลือกที่จะเลือกฟังสิ่งที่เป็นประโยชน์ และปล่อยสิ่งที่ไม่ใช่ทิ้งไป

ส่วนในเนื้องานบริหาร เป็นเพราะได้รับความไว้วางใจจากพ่อ ซึ่งบอกคุณแจงเสมอว่าต่อให้ลองทำแล้วเจ๊งหรือพลาดพลั้งก็ยังดีเพราะมีเขายังอยู่ช่วยแก้ไข เพราะถ้าเขาจับมือให้เดินไปเรื่อยๆ เมื่อวันที่ต้องทำงานแล้วพลาดพลั้งตามลำพังจะทำอย่างไร

อะไรคือสิ่งที่ได้เรียนรู้จากการทำงานร่วมกัน เราถาม

คุณแจงยกตัวอย่างจากที่เห็นคุณพ่อเป็นคนไม่ยึดติดกับความสำเร็จในอดีต และพร้อมที่เปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อให้ธุรกิจไปข้างหน้า เนื่องจากเมื่อก่อนธุรกิจหลักของครอบครัวคือสับปะรดกระป๋อง แต่เพราะความผันผวนทางเศรษฐกิจ ทำให้สิ่งนี้ไม่ใช่ธุรกิจที่ยั่งยืนแบบที่ครอบครัวต้องการ จึงผันตัวมาทำเครื่องดื่มมากขึ้น

หรือถ้าเป็นเรื่องการทำงาน คุณแจงเรียนรู้วิธีการเจรจาต่อรองวิธีการคุยกับคน วิธีการให้เกียรติคน ซึ่งคุณพ่อของเธอพูดเสมอว่าความเคารพนั้นต้องมาจากใจเขาจริงๆ ไม่ใช่มาเพราะเป็นลูกสาวเจ้าของบริษัท เพราะฉะนั้น การวางตัว การพูดจา การเข้าใจคนทำงาน ทุกอย่างก็มีผล

พ่อลูก

“เมื่อก่อนไม่เข้าใจว่าทำไมพ่อชอบทำงานภาคสังคมเยอะ ทำไมไม่ทำงานบริษัทให้โตขึ้นมากกว่านี้”

“จนวันหนึ่งเราก็รู้ว่า เราคงมองแต่ตัวเองไม่ได้ แต่ต้องมองให้กว้างขึ้น” คุณแจงเล่าก่อนที่พ่อจะเฉลยให้ฟังว่า สิ่งหนึ่งที่พ่อได้จากการทำงานกับภาครัฐและเอกชน เป็นการเรียนรู้วิธีการทำงานร่วมกับผู้อื่น

“ความจริงแล้วธุรกิจเราก็ไม่ได้ใหญ่โตมากมาย ดังนั้น การได้ทำงานร่วมกับผู้ใหญ่ที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญเป็นวิธีที่จะสร้างโอกาสการเรียนรู้ได้ง่ายที่สุด”

ในขณะที่เรื่องชีวิต นอกจากขอให้เป็นคนดี คุณแจงเล่าว่าพ่อและแม่ไม่เคยปิดบังเรื่องการทำงานหรือเรื่องอะไรกับลูกเลย ไม่ว่าจุดต่ำสุด จุดสูงสุด หรือใครที่ดีกับครอบครัวมากก็จะสอนให้รู้บุญคุณ หรือไม่ว่าท่านทั้งสองจะทะเลาะกันเรื่องอะไรลูกๆ ก็จะรับรู้ทั้งหมด

“นี่เป็นสิ่งที่เราซาบซึ้งมากๆ เพราะทำให้เรามีภูมิต้านทานที่ดีขึ้น จนเพื่อนมักจะบอกว่าเราทำงานหนักแต่ไม่เคยเห็นเราเครียด หรือเมื่อมีปัญหาอะไรก็สามารถแก้ได้ง่าย เพราะมีสติเป็นสำคัญ” คุณแจงยิ้มก่อนจะทิ้งท้ายคำแนะนำสำหรับคนรุ่นใหม่กับการสานต่อกิจการครอบครัวว่า

“ถ้าไม่มีใจแจงก็คงไม่มาทำ ที่มาทำเพราะสนุกกับมันมากจริงๆ เพราะเห็นโอกาสของธุรกิจนี้จริงๆ ซึ่งอาจจะไม่ใช่เรื่องที่จะเกิดขึ้นกับทุกครอบครัว บางธุรกิจอาจจะเป็นช่วงขาลงแล้วจริงๆ ก็ได้ ซึ่งก็ต้องคุยกันว่ามันควรที่จะทำต่อมั้ย หรือเปลี่ยนไปเป็นอะไร”

“เมื่อก่อนก็เคยมีความคิดอย่างไปลองหาประสบการณ์ข้างนอกเหมือนกัน แต่มาคิดดูแล้วมันไม่มีที่ไหนที่จะได้ประสบการณ์เยอะเท่าที่นี่ เราอยากเข้าประชุมผู้บริหารเราก็ทำได้ อยากจะเข้าไปฟังเซลส์ หรือดูเนื้องานส่วนไหนก็ทำได้ ดังนั้น ในเมื่อเรามีโอกาสมากกว่าคนอื่น เราก็ควรคว้าโอกาสในการเรียนรู้นี้ไว้”

Malee

บริษัท มาลีกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) (พ.ศ. ๒๕๒๑)

ประสบการณ์กว่า 40 ปีในธุรกิจสินค้าเกษตรของคุณพ่อ ฉัตรชัย บุญรัตน์ ประธานกรรมการ บริษัท มาลีกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เริ่มต้นหลังจากเข้ามาช่วยครอบครัวซึ่งทำธุรกิจนมข้นหวานกระป๋อง ตราโรบินฮู้ด เมื่อ 50 กว่าปีที่แล้ว ในยุคนั้นประเทศกำลังมีแผนพัฒนาเศรษฐกิจแผนแรก แก้ไขปัญหาสินค้านำเข้าด้วยการคุมราคาขายในประเทศ ประกอบกับต้นทุนนำเข้านมผงจากต่างประเทศขึ้นลงผันผวนอยู่ตลอดเวลา ส่งผลต่อยอดขายที่ยากจะคาดการณ์

และระหว่างที่เดินทางไปพักผ่อนที่หัวหินหลังจากเรียนจบกลับมาจากต่างประเทศ คุณพ่อก็พบกับสับปะรดราคาถูกเพราะสินค้าล้นตลาดจนต้องทิ้งไว้ข้างทาง จึงตัดสินใจสร้างโรงงานแปรรูปสับปะรดกระป๋อง แต่สับปะรดเจ้าปัญหาจะล้นตลาดอยู่เพียงเดือนเดียวเท่านั้น คุณพ่อจึงศึกษาพัฒนาเทคโนโลยีที่ทำให้สับปะรดออกผลตลอดทั้งปี ด้วยการลงมือทำไร่สับปะรด สร้างเทคโนโลยี สอนชาวบ้าน และรับซื้อผลผลิตมาทำสับปะรดกระป๋องส่งออกเป็นเจ้าแรกๆ ของไทย โดยตอนนั้นยังไม่มีแบรนด์เป็นของตัวเอง จนกระทั้งมีคู่แข่งในตลาดมากมาย

“ในอดีต เรามักจะเห็นว่าบริษัทในบ้านเรารับองค์ความรู้จากต่างประเทศมากกว่าจะพัฒนาเป็นของตัวเอง ส่งผลไปถึงเรื่องตลาดด้วย คงจะดีถ้าเรามีแบรนด์ที่แข็งแรง มีอำนาจพอที่จะดูแลวัตถุดิบ ผลิตภัณฑ์ และตลาด พาสินค้าแบรนด์ชื่อไทยวางขายตามที่ต่างๆ สร้างความภูมิใจแม้จะเป็นเพียงส่วนเล็กน้อย”

เมื่อเริ่มคิดจะมีแบรนด์เป็นของตัวเอง แทนที่จะสร้างขึ้นมาใหม่ คุณพ่อเลือกที่จะทำแบรนด์ไทยที่เป็นที่รักมากมายอยู่แล้วในตอนนั้นให้แข็งแรงมากขึ้นด้วยความสามารถที่มี จึงตัดสินใจรับช่วงต่อกิจการแบรนด์มาลีจากเจ้าของเดิม

สิ่งที่มาลีในมือของคุณพ่อเชื่อและทำมาตลอด 40 ปี คือแนวคิดเรื่องการคิดถึงคนอื่น

“ตอนที่ผมทำผมไม่ได้เรียกสิ่งที่ทำว่า Growing Well Together สวยงามแบบสมัยนี้หรอก เราคิดแค่ว่าถ้าองค์ความรู้ที่เราเรียนมาพอจะสามารถช่วยเกษตรกรผลิตวัตถุดิบได้ดีขึ้นทั้งคุณภาพและปริมาณได้ก็คงดี ก่อนหน้านี้เราเคยคิดอยากจะทำเอง แต่ก็พบว่าสิ่งที่เราต้องการนั้นควบคุมและดูแลลำบาก ที่สำคัญสู้ชาวบ้านที่เขาทำมาอย่างเชี่ยวชาญไม่ได้หรอก และถ้าหากปล่อยให้เกษตรกรเขาทำเองก็อาจจะเสียโอกาสบางอย่างไป เราจึงเริ่มทำ Learning Center ทดลองทำก่อนเมื่อผลลัพธ์ออกมาดีก็ส่งต่อให้ชาวบ้านนำไปปรับใช้”

สำหรับเรื่องธุรกิจ ทุกคนมักจะเห็นแต่มุมที่ประสบความสำเร็จ แต่ไม่รู้ว่าที่อีกด้านหนึ่งหรือเบื้องหลังทั้งหมดนี้เขาต้องผ่านอะไรมา เพื่อปูพื้นฐานความเข้าใจ และเขาก็จะภูมิใจในความสำเร็จของทุกคนในวันนี้ คุณพ่อจึงเลือกที่จะเปิดเผยให้ลูกๆ เห็นการทำงานที่ทั้งดีและร้าย สมหวังและผิดหวัง ช่วงเวลาความยากลำบาก และนั่นก็ยิ่งทำให้ทายาทรุ่นสองของมาลีมุ่งมั่นและตัดสินใจรับช่วงต่อธุรกิจของครอบครัว

“ความรู้ความสามารถของลูกๆ ดีกว่าพวกเราอยู่แล้ว เพราะเราให้การศึกษาเขาเต็มที่ แต่สำหรับเรื่องประสบการณ์ ถ้าผมเป็นลูก แล้วมีพ่อที่เข้าใจคอยให้คำปรึกษาเรื่องที่ต้องอาศัยประสบการณ์ ก็คงจะช่วยลดระยะทางการเรียนรู้ไปได้มาก

“กับการทำงานแล้ว ไม่ว่าจะงานอะไรก็ตามไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องรุ่นอายุที่ต่างกันหรอก ต้องเริ่มจากเข้าใจตัวตนเขาก่อน ต้องพยายามคิดว่าเขาจะคิดหรือเข้าใจมันว่าอย่างไร ถ้าสิ่งนั้นไม่ดีก็แค่พูดให้เขาฟัง จะเชื่อหรือไม่นั่นอีกเรื่องหนึ่ง สิ่งที่คนรุ่นใหม่และคนรุ่นเก่าจะได้ตอบแทนจากการทำงานร่วมกันคือ Learning Curve ซึ่งหาซื้อจากที่ไหนไม่ได้ พ่อแม่เลี้ยงลูกอย่างหวังดีแหละ แต่ด้วยความหวังดีที่คิดว่าความคิดของตัวเองถูก ก็เลยพยายามให้เขาคิดเหมือนกันกับเรา ซึ่งเป็นไปไม่ได้หรอก” คุณพ่อทิ้งท้ายข้อคิดเรื่องการทำงานร่วมกันระหว่างคน 2 รุ่น

Writer

นภษร ศรีวิลาศ

อดีตนักเรียนเศรษฐศาสตร์ผู้วิ่งเล่นในแวดวงตลาดทุน หน่วยงานสนับสนุนกิจการเพื่อสังคม และงานสายแบรนดิ้งเพื่อความยั่งยืน หลงรักการลองเสื้อคอลเลกชันใหม่ของ COS MUJI Marimekko BEAMS และมีเพจชื่อ น้องนอนในห้องลองเสื้อ

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load