จากร้านค้าของครอบครัวชาวจีนที่เปิดมาตั้งแต่ พ.ศ. 2480 สู่เคี้ยงพานิช ร้านค้ามีชื่อที่ขายสินค้านำเข้าจากต่างประเทศ ต่อมาดำเนินธุรกิจในชื่อ เคี้ยงซุปเปอร์มาร์เก็ต

เคี้ยงซุปเปอร์มาร์เก็ต เกิดขึ้นในวันที่ขอนแก่นยังไม่มีร้านสะดวกซื้อ เป็นร้านค้าท้องถิ่นที่เข้าใจคนในย่านมากกว่าใคร

เมื่อ 20 ปีที่แล้ว ตอนที่ทายาทรุ่นที่ 3 อย่าง แบงค์-กมลวัฒน์ อภิชนตระกูล เปิด ‘K Mart by เคี้ยง’ ที่หลังมหาวิทยาลัยขอนแก่น แถวนั้นยังมีร้านสะดวกซื้อเพียงร้านเดียว จนวันนี้ที่บริเวณเดียวกันนี้ มีร้านสะดวกซื้อหลากหลายแบรนด์มากกว่า 20 ร้าน

การต่อยอดของทายาทรุ่นสาม เคี้ยงซุปเปอร์มาร์เก็ต ร้านขายของชำอายุกว่า 80 ปีที่อยู่คู่ขอนแก่น, แบงค์-กมลวัฒน์ อภิชนตระกูล

วิธีการทำธุรกิจของแบงค์นับว่าแตกต่าง แทนที่จะทำร้านคอนเซปต์เดียว ขายของแบบเดียวกัน แล้วขยายไปให้มากๆ ในย่านชุมชนตามตำรา แบงค์ทำให้ร้านทั้ง 6 สาขาไม่เหมือนกันเลย บางร้านขายของใช้ บางร้านขายของทำเบเกอรี่ 

ฟังแล้วอาจจะคิดว่าแบงค์เล่นขายของ 

หัวใจของการทำร้านเคี้ยงของแบงค์ คือการศึกษาพฤติกรรมลูกค้า เพื่อตอบสนองความต้องการสูงสุด เพื่อความสุขของลูกค้า ไม่ว่าคุณจะเดินเข้าเพื่อถามหาอะไรที่เคี้ยง แบงค์จะเป็นคนหามาให้ ผลก็คือ เคี้ยงซุปเปอร์มาร์เก็ต ได้กลายเป็นมากกว่าร้านค้าท้องถิ่น เป็นที่พึ่งของลูกค้า และเป็นแรงบันดาลใจให้ธุรกิจท้องถิ่นอื่นๆ ว่าอย่ายอมแพ้และอย่ากลัว

คอลัมน์ทายาทรุ่นสองตอนนี้จึงเดินทางไปพูดคุยแบงค์กันถึงขอนแก่น ถึงวิธีคิดเบื้องหลังการต่อยอดของเขา มากไปกว่านั้น เราสนใจว่าขณะที่คนรุ่นใหม่อยากเริ่มต้นทำอะไรที่เท่ๆ ทำไมแบงค์กลับเลือกจะทำร้านขายของหรือโชห่วย ที่คนอาจจะมองว่ามันไม่เท่

“ผมรู้สึกว่างานนี้เป็นงานที่เท่สำหรับผมแล้ว ผมชอบมาตั้งแต่เด็ก ไม่ได้รู้สึกว่าเป็นงานที่สูงหรือต่ำ แค่ได้ทำในสิ่งที่ชอบผมก็โอเคแล้ว”

ถือตะกร้าสินค้า แล้วเดินตามเรามาฟังเรื่องราวจากแบงค์พร้อมกัน

การต่อยอดของทายาทรุ่นสาม เคี้ยงซุปเปอร์มาร์เก็ต ร้านขายของชำอายุกว่า 80 ปีที่อยู่คู่ขอนแก่น, แบงค์-กมลวัฒน์ อภิชนตระกูล

ธุรกิจ : เคี้ยงซุปเปอร์มาร์เก็ต

ปีก่อตั้ง : พ.ศ. 2515

อายุ :  48 ปี

ประเภท : ร้านสรรพสินค้า

ผู้ก่อตั้ง : เม้ง แซ่อึ้ง ก่อตั้งร้าน อึ้งเหลียงเซ้ง (พ.ศ. 2480 – 2490)

ทายาทรุ่นสอง : เคี้ยง-นรินทร์ อภิชนตระกูล และ กฤติกา อภิชนตระกูล

ทายาทรุ่นสาม : กฤษดากร อภิชนตระกูล และ กมลวัฒน์ อภิชนตระกูล

เคี้ยงพานิช

การต่อยอดของทายาทรุ่นสาม เคี้ยงซุปเปอร์มาร์เก็ต ร้านขายของชำอายุกว่า 80 ปีที่อยู่คู่ขอนแก่น, แบงค์-กมลวัฒน์ อภิชนตระกูล
การต่อยอดของทายาทรุ่นสาม เคี้ยงซุปเปอร์มาร์เก็ต ร้านขายของชำอายุกว่า 80 ปีที่อยู่คู่ขอนแก่น, แบงค์-กมลวัฒน์ อภิชนตระกูล

เคี้ยงซุปเปอร์มาร์เก็ต เริ่มต้นจาก อากงเม้ง แซ่อึ้ง ก่อตั้งร้านค้าชื่อ อึ้งเหลียงเซ้ง ในช่วง พ.ศ. 2480 – 2490 ดำเนินกิจการเรื่อยมา จนวันหนึ่งใน พ.ศ. 2514 เกิดอุบัติเหตุไฟไหม้สินค้าเสียหายทั้งหมด อากงจึงเลิกกิจการ ต่อมา คุณพ่อเคี้ยง-นรินทร์ อภิชนตระกูล ซึ่งเป็นลูกชายคนที่ 5 ตัดสินใจเปิดร้านเป็นของตัวเองในชื่อ เคี้ยงพานิช บนถนนศรีจันทร์ เริ่มต้นกิจการในวันที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2515 แล้วเปลี่ยนชื่อจาก เคี้ยงพานิช มาเป็น เคี้ยงซุปเปอร์มาร์เก็ต ใน พ.ศ. 2534

ในสมัยที่ร้านสะดวกซื้อยังไม่เฟื่องฟูอย่างวันนี้ ขอนแก่นก็เหมือนทุกที่ที่เต็มไปด้วยร้านค้าท้องถิ่น เคี้ยงสร้างความแตกต่างด้วยสินค้านำเข้าจากต่างประเทศ มีลูกค้าหลักคือ อาจารย์ในมหาวิทยาลัยและคนทั่วไปที่นิยมของจากต่างประเทศ

เคี้ยงซุปเปอร์มาร์เก็ต เป็นร้านค้าที่เติบโตจากการขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

การต่อยอดของทายาทรุ่นสาม เคี้ยงซุปเปอร์มาร์เก็ต ร้านขายของชำอายุกว่า 80 ปีที่อยู่คู่ขอนแก่น, แบงค์-กมลวัฒน์ อภิชนตระกูล

ในช่วงที่ธุรกิจกำลังไปได้ดี เป็นช่วงเดียวกับที่มีข่าวแอลกอฮอล์ปลอมระบาดในเมือง แบงค์เล่าว่าคุณพ่อของเขาจะระมัดระวังเป็นพิเศษ หากมีใครเสนอสินค้าในราคาที่ต่ำกว่าปกติ เขาจะสงสัยไว้ก่อน แล้วสั่งตรงจากบริษัท แม้จะมีราคาสูงกว่าแต่มั่นใจได้ที่สุด

“เราขายความสบายใจ ยุคที่เหล้าปลอมระบาดหนัก ถึงขั้นมีกระแสว่า ถ้าจะซื้อให้มาที่ร้านเราเพราะมั่นใจว่าไม่มีทางที่ของปลอมจะปะปนเข้ามา เวลาหัวหน้าสั่งลูกน้องให้ไปซื้อเครื่องดื่ม ก็จะกำชับเสมอว่าต้องเอาถุงร้านเคี้ยงมายืนยัน หัวหน้าถึงจะมั่นใจ” แบงค์เล่า

ความซื่อสัตย์ ซื้อใจลูกค้า จนเมื่อใดก็ตามที่ชาวขอนแก่นคิดถึงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เขาจะคิดถึงร้านเคี้ยงเป็นที่แรกเสมอ

การต่อยอดของทายาทรุ่นสาม เคี้ยงซุปเปอร์มาร์เก็ต ร้านขายของชำอายุกว่า 80 ปีที่อยู่คู่ขอนแก่น, แบงค์-กมลวัฒน์ อภิชนตระกูล

เล่นขายของ

เวลาผ่านไป การขายแอลกอฮอล์ก็ไม่ง่ายเหมือนแต่ก่อน การจะหวังพึ่งยอดขายจากสินค้าประเภทเดียวมีความเสี่ยงเกินไป แบงค์ ลูกชายคนกลางผู้ชอบค้าชอบขาย ซึ่งขณะนั้นเป็นนักศึกษาชั้นปีที่ 3 คณะวิทยาการจัดการ สาขาการเงิน มหาวิทยาลัยขอนแก่น ตัดสินใจเข้ามาต่อยอดให้ร้านของครอบครัวมีสินค้าที่หลากหลายขึ้น

แบงค์เริ่มจากทำร้านเคี้ยงสาขาใหม่ ขนาด 2 ห้อง ย่านหลังมหาวิทยาลัยขอนแก่น เมื่อ 20 ปีที่แล้ว

‘K Mart by เคี้ยง’ เป็นร้านโดเรมอน มีทุกอย่างที่นักศึกษาและคนในย่านจะตามหา ไม่ว่าจะเป็น ดินสอ กิ๊บ เครื่องสำอาง กางเกงชั้นใน รองเท้าแตะ เสื้อ แชมพู สบู่ ยาสีฟัน

การต่อยอดของทายาทรุ่นสาม เคี้ยงซุปเปอร์มาร์เก็ต ร้านขายของชำอายุกว่า 80 ปีที่อยู่คู่ขอนแก่น, แบงค์-กมลวัฒน์ อภิชนตระกูล
การต่อยอดของทายาทรุ่นสาม เคี้ยงซุปเปอร์มาร์เก็ต ร้านขายของชำอายุกว่า 80 ปีที่อยู่คู่ขอนแก่น, แบงค์-กมลวัฒน์ อภิชนตระกูล

“ตอนยังเป็นนักศึกษา เคยคิดว่าทำไมไม่มีร้านค้าที่ขายทุกอย่างที่ลูกค้าอยากได้อยู่เลย บ้านเราก็ทำอยู่แล้ว เราน่าจะทำได้ ตอนนั้นคิดแค่นั้นเลย ยังไม่ทันคิดถึงวิธีการจัดการบริหารว่าต้องทำอย่างไร เราเริ่มจากนำสินค้าจากสาขาในเมืองมาวางขายที่ร้าน ซึ่งพฤติกรรมผู้บริโภคไม่เหมือนกัน ทำให้เรียนรู้ว่า สินค้าประเภทไหนขายได้ ขายไม่ได้ ของที่ขายไม่ได้ก็คืนร้านป๊าไป แล้วหาของใหม่ ทำวนไปจนสินค้าในร้านขายได้ทุกอย่าง” แบงค์เล่าบรรยากาศการทำร้านช่วงแรก

แม้พ่อและแม่จะมีประสบการณ์ทำร้านมาตั้งแต่ก่อนแบงค์เกิด ทั้งคู่กลับไม่เคยไปเยี่ยมร้านให้แบงค์เห็นเลยสักครั้ง เหมือนตั้งใจปล่อยให้ลูกชายดูแลร้าน และทดลองขายสินค้าให้เต็มกำลัง ยกเว้นเรื่องละเอียดอ่อนอย่างเรื่องคน ที่แม่จะยังคงทำหน้าที่เป็นฝ่ายบุคคล คัดสรรคนมาช่วยทำงานให้ แต่เรื่องคัดสรรสินค้า เป็นงานของแบงค์ทั้งหมด

การต่อยอดของทายาทรุ่นสาม เคี้ยงซุปเปอร์มาร์เก็ต ร้านขายของชำอายุกว่า 80 ปีที่อยู่คู่ขอนแก่น, แบงค์-กมลวัฒน์ อภิชนตระกูล

“สิ่งที่ทำต่างจากเด็กเล่นขายของอย่างไร” เราถาม

“แทบจะไม่ต่างจากเด็กเล่นขายของเลย เราทำด้วยความสนุก สนุกที่ได้ลองเดาใจคน เช่น คิดว่าของชิ้นนี้จะขายได้ไหม ถ้าขายได้ก็ดีใจ โดยไม่รู้เลยว่าบัญชีแต่ละเดือนนั้นกำไรหรือขาดทุนเท่าไหร่ โชคดีที่มีแม่คอยช่วย ส่วนเรามีหน้าที่ศึกษาพฤติกรรมผู้บริโภคว่าต้องการอะไร” แบงค์ตอบทันที

แบงค์เริ่มจากการหาซื้อของที่น่าสนใจจากตลาดค้าส่งในขอนแก่น โดยไม่ว่าจะเป็นของราคาเท่าไหร่ แล้วทดลองขายเป็นเวลา 1 – 2 ปี จนมั่นใจว่าขายได้แน่ๆ แบงค์จึงนำข้อมูลยอดขายไปติดต่อขอซื้อของตรงจากบริษัท ซึ่งมีข้อดีคือต้นทุนที่ถูกลง ความน่าเชื่อถือ และข้อมูลของสินค้า นอกจากนี้ยังเดินทางไปเลือกสินค้าที่กรุงเทพฯ ด้วยตัวเอง

“ขั้นตอนการเลือกซื้อของมาขาย เวลาเจอสินค้าที่น่าสนใจ ผมจะคิดถึงลูกค้าก่อน คิดอยากให้เขาได้ใช้ นอกจากนี้ผมชอบเดินงานแสดงสินค้ามากๆ นั่นทำให้ผมเจอสินค้าใหม่ๆ หรือเวลาดูรายการโทรทัศน์ที่นำเสนอเรื่องธุรกิจ ถ้าดูแล้วผมชอบไอเดียหรือคอนเซปต์ของธุรกิจไหน ก็จะติดต่อขอซื้อทันที ทำให้มีสินค้ามาขายก่อนคนอื่น เช่น ตอนดูแมลงทอดไฮโซ ผมเห็นแล้วรู้ทันทีว่าเราต้องมีขายก็โทรติดต่อไปเลย อาทิตย์ถัดมาก็วางขายที่ร้านแล้ว”

เป็นร้านโดราเอมอน

ร้านเคี้ยงแตกต่างจากร้านสะดวกซื้อทั่วไป ตรงที่ตอบสนองลูกค้าในท้องถิ่นได้รวดเร็ว เช่น ถ้าถามหาตอนเช้า ลูกค้าเตรียมรับของตอนเย็นได้เลย นั่นทำให้ร้านเคี้ยงมีชื่อเสียงเรื่องการตามหาของ สิ่งใดที่หาจากที่อื่นไม่ได้ ลูกค้าจะวิ่งมาถามที่ร้านเคี้ยงก่อน

“อย่างพวกของนำเข้า ผมชอบญี่ปุ่น ที่ร้านจึงมีสินค้าจากญี่ปุ่นเยอะ เมื่อก่อนทำได้ยากมาก สินค้าที่หามาได้มีราคาไม่สมเหตุสมผลที่จะขายในต่างจังหวัด หลายอย่างก็ไม่ประสบความสำเร็จ เช่น กลุ่มอาหารและขนมจากญี่ปุ่นและเกาหลี เมื่อก่อนขายยากมาก ในขอนแก่นไม่มีคนขายเลย ผมขายเพราะคิดว่าสุดท้ายถ้าขายไม่ได้ก็เก็บไว้กินเอง แล้วอยู่ๆ วันหนึ่งบะหมี่เผ็ดก็เป็นกระแสดังไปทั่วโลก จากที่เคยขายได้เดือนละสิบซอง เราขายได้ร้อยลัง บริษัทนำเข้ายังงง เพราะมีร้านเคี้ยงร้านเดียวที่ขายได้แบบนี้ ทั้งๆ ที่ก็มีวางขายในร้านที่ใหญ่และทันสมัยกว่า แต่เขาวางแล้วขายไม่ได้เลย ผมคิดว่าเป็นเพราะเราสร้างฐานลูกค้ามานาน เขารู้ว่าจะหาสินค้าแบบนี้ได้จากที่ไหน”

การต่อยอดของทายาทรุ่นสาม เคี้ยงซุปเปอร์มาร์เก็ต ร้านขายของชำอายุกว่า 80 ปีที่อยู่คู่ขอนแก่น, แบงค์-กมลวัฒน์ อภิชนตระกูล

“เมื่อก่อนผมจะอยู่หน้าร้านเอง ตอนหลังพยายามฝึกลูกน้องทุกคนให้จดบันทึกเวลามีลูกค้ามาถามหาสินค้าอะไรก็ตามที่เรามี ไม่มี หรือเคยมี” แบงค์เล่า

“แม้ลูกค้าคนนั้นจะมาถามสินค้านั้นเพียงคนเดียว ขายได้เพียงชิ้นเดียว คุณก็จะยังวุ่นวายตามหามาให้เหรอ” เราถาม

“ใช่ เมื่อก่อนเป็นแบบนั้น เราแก้ปัญหาให้เขา เวลามีคนมาถามหาสินค้าอะไร เราจะเป็นเดือดเป็นร้อนรีบหามาเลย ซึ่งนั่นทำให้เราซื้อใจลูกค้าได้ ทำให้ลูกค้าคิดถึงเราก่อน ตอนนี้ไม่ทำแบบนั้นร้อยเปอร์เซ็นต์แล้ว เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นประจำคือ คนมาซื้อของชิ้นนั้นเพียงครั้งเดียว เราซื้อของมาหนึ่งโหล เพื่อขายเขาชิ้นเดียว เราจะจัดการกับอีกสิบเอ็ดชิ้นที่เหลืออย่างไร ตอนหลังจึงเรียนรู้ว่าเราไม่จำเป็นต้องทำขนาดนั้น เราคิดมากขึ้น

การต่อยอดของทายาทรุ่นสาม เคี้ยงซุปเปอร์มาร์เก็ต ร้านขายของชำอายุกว่า 80 ปีที่อยู่คู่ขอนแก่น, แบงค์-กมลวัฒน์ อภิชนตระกูล
การต่อยอดของทายาทรุ่นสาม เคี้ยงซุปเปอร์มาร์เก็ต ร้านขายของชำอายุกว่า 80 ปีที่อยู่คู่ขอนแก่น, แบงค์-กมลวัฒน์ อภิชนตระกูล

“หนึ่ง เขาถามลักษณะไหน มีโอกาสซื้อไปใช้เป็นประจำไหม สอง หาข้อมูลในอินเทอร์เน็ตว่ามีกระแสไหม คนอื่นมีโอกาสจะใช้หรือถามหาสิ่งนี้เหมือนกันหรือเปล่า ถ้าตอบสองข้อนี้เราถึงนำมาขายที่ร้าน แต่ถ้าไม่ตอบทั้งสองข้อเราก็คงต้องยอมรับ ไม่มีก็คือไม่มี ซึ่งเมื่อก่อนเราจะรู้สึกอายมากว่าเราหาให้ลูกค้าไม่ได้ เราจะรู้สึกผิดกับตัวเองมาก” แบงค์ตอบ

ใช้หลักการทำร้านแบบโดราเอมอนต่อยอดธุรกิจของครอบครัว

บริการหาสิ่งที่ต้องการให้ได้ เป็นแค่กลยุทธ์หนึ่ง แต่ไม่ใช่กลยุทธ์หลัก

สิ่งที่ทำให้ร้านเคี้ยงเป็นที่รักของชาวขอนแก่น คือความสัมพันธ์ของรัานกับคนในท้องถิ่นซึ่งมีมาตั้งแต่รุ่นพ่อแม่ ทุกคนรู้และเชื่อมั่นว่าธุรกิจครอบครัวนี้ทำการค้าแบบไม่เอาเปรียบใครมาตลอด 50 ปี

“พอมาถึงรุ่นผม ผมไม่ใช่คนที่เก่งการเข้าสังคม แต่มาเติมเต็มส่วนที่ทำให้ร้านเราทันสมัยขึ้น ทั้งระบบการจัดการและสินค้าที่ทันยุค ทั้งหมดนี้ประกอบกัน และหล่อหลอมความเป็นเคี้ยง”

การต่อยอดของทายาทรุ่นสาม เคี้ยงซุปเปอร์มาร์เก็ต ร้านขายของชำอายุกว่า 80 ปีที่อยู่คู่ขอนแก่น, แบงค์-กมลวัฒน์ อภิชนตระกูล

ปัจจุบันร้านเคี้ยงมีทั้งหมด 6 สาขา แต่ละสาขามีคาแรกเตอร์ที่แตกต่างกันตามชุมชนที่อยู่ ได้แก่ สองร้านแรกในเมืองอย่าง เคี้ยงซุปเปอร์มาร์เก็ต (สาขาศรีจันทร์) และ เคี้ยงลิเคอร์สโตร์ (สาขาศรีจันทร์) หรือเคี้ยงมินิมาร์ท เน้นขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

สาขาที่ 3 คือ เคี้ยงซุปเปอร์สโตร์ (สาขาหลังมอ-ยูพลาซ่า) เดิมตั้งชื่อว่าเคี้ยง แต่นักศึกษาชอบเรียกผิดแบงค์ก็เลยเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น ‘K Mart by เคี้ยง’ ให้คนเรียกง่ายๆ เน้นขายของใช้ในชีวิตประจำวัน ของเก๋ไก๋ที่คนในมหาวิทยาลัยจะได้ใช้ ซึ่งบางอย่างหาไม่ได้จากร้านโมเดิร์นเทรดทั่วไป ก่อนจะเปิดสาขาที่ 4 เคี้ยงซุปเปอร์สโตร์ (สาขาบึงหนองแวงตราชู) ขนาดใหญ่กว่าร้านเดิม 5 – 6 เท่าพร้อมที่จอดรถ ตามด้วยสาขาที่ 5 คือ เคี้ยงลิเคอร์สโตร์ (สาขากังสดาล)

สำหรับสาขาล่าสุด เคี้ยงซุปเปอร์สโตร์ & เบเกอร์ช็อป (สาขาเหล่านาดี) เปิดทำการเมื่อ 2 ปีที่แล้ว ซึ่งแบงค์ตั้งใจทำร้านที่เป็นไลน์สินค้าใหม่ เน้นขายวัตถุดิบและอุปกรณ์เบเกอรี่คุณภาพดี

การต่อยอดของทายาทรุ่นสาม เคี้ยงซุปเปอร์มาร์เก็ต ร้านขายของชำอายุกว่า 80 ปีที่อยู่คู่ขอนแก่น, แบงค์-กมลวัฒน์ อภิชนตระกูล
การต่อยอดของทายาทรุ่นสาม เคี้ยงซุปเปอร์มาร์เก็ต ร้านขายของชำอายุกว่า 80 ปีที่อยู่คู่ขอนแก่น, แบงค์-กมลวัฒน์ อภิชนตระกูล

“เรานำเสนอเนยนำเข้า แป้งชั้นดี และช็อกโกแลตดีๆ เพื่อรองรับร้านเบเกอรี่ในเมืองที่เติบโตขึ้นและมูลค่าสูงขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งก่อนหน้านี้พวกเขาลำบากมาก ต้องสั่งของจากกรุงเทพฯ ไปรอรับที่ท่ารถตั้งแต่ตีสาม ตีห้า แต่พอเรามาเปิดร้านขายในราคาเดียวกับที่กรุงเทพฯ ก็ทำให้เขาสะดวก ซื้อเมื่อไหร่ก็ได้ ของบางอย่างร้านโมเดิร์นเทรดก็มีนะ แต่จะไม่ครบเท่าเรา และของใช้สำหรับธุรกิจร้านเบเกอรี่ละเอียดอ่อนมาก บางอย่างมีคนใช้เพียงคนเดียว แต่เขาใช้ปริมาณที่เยอะ เขาจะไปบอกให้ร้านใหญ่มาขายคงไม่ได้ แต่เราทำได้ ใช้หลักการเดิมเลย เวลาลูกค้าถามหาสินค้า เราจะบันทึกข้อมูลไว้ จนได้รู้ความถี่ของการใช้สินค้าชนิดนั้น” แบงค์ใช้หลักการทำร้านแบบโดราเอมอนต่อยอดธุรกิจของครอบครัว

ไม่เพียงลูกค้าที่เป็นผู้ประกอบการเบเกอรี่ แต่โรงแรมทุกโรงแรมในขอนแก่นก็เป็นลูกค้าร้านเคี้ยง 

“วัตถุดิบพวกซอส ซีอิ๊ว น้ำปลา นอกจากเป็นเพราะบริการจัดหาสินค้า ลูกค้ากลุ่มโรงแรมยินดีสั่งจากเรา เพราะเราไปส่งด้วย มีเครดิตให้ด้วย โรงแรมสบาย โดยราคาเราอยู่ในระดับที่โอเค ซึ่งผมจะไม่บอกว่าเราถูกที่สุด เพราะไม่มีร้านไหนขายของถูกที่สุดอยู่แล้ว มันจะต้องมีของบางอย่างที่แพงหรือเท่ากับร้านอื่น เราก็เช่นกัน แต่เรายินดีมอบบริการ”

แบงค์เล่าว่า เขาตั้งใจค่อยๆ ทำไปที่ละสาขา แทนที่จะเลือกเปิดร้านหน้าตาเดียวกันในทุกย่าน เพราะเขาเชื่อว่าคาแรกเตอร์ของคนแต่ละย่านไม่เหมือนกัน การเลือกทำเลและสินค้าที่ตอบโจทย์คนกลุ่มนั้นๆ จึงสำคัญ 

การต่อยอดของทายาทรุ่นสาม เคี้ยงซุปเปอร์มาร์เก็ต ร้านขายของชำอายุกว่า 80 ปีที่อยู่คู่ขอนแก่น, แบงค์-กมลวัฒน์ อภิชนตระกูล
การต่อยอดของทายาทรุ่นสาม เคี้ยงซุปเปอร์มาร์เก็ต ร้านขายของชำอายุกว่า 80 ปีที่อยู่คู่ขอนแก่น, แบงค์-กมลวัฒน์ อภิชนตระกูล

“ขอนแก่นเป็นเมืองต่างจังหวัดที่การเดินทางไม่สะดวกแบบเมื่อก่อน ที่จะไปไหนก็ถึงได้ภายในห้าถึงสิบนาที วันนี้ใครอยู่ย่านไหนโซนไหน เขาก็จะซื้อของในย่านนั้น ไม่ได้อยากจะเดินทางเข้าเมืองให้เสียเวลา หรือคิดว่าร้านนั้นถูกกว่าห้าบาท ขับรถไปซื้อที่ร้านนั้นดีกว่า แต่กลายเป็นว่าตรงนี้ใกล้บ้าน ฉันก็ซื้อตรงนี้ ดังนั้นการจะเปิดแต่ละสาขาเราทำการบ้านเยอะมาก นั่นทำให้เราได้เรียนรู้ ซึ่งสินค้าบางอย่างเราสั่งมาเพื่อขายสาขานี้สาขาเดียวหรือสองสาขา ทั้งๆ ที่เรามีร้านหกสาขา”

เคี้ยงซุปเปอร์มาร์เก็ต จึงเป็นร้านท้องถิ่นที่มีความเป็นมิตรและเป็นกันเองสูง เป็นร้านค้าของคนเมืองในต่างจังหวัด มีความบ้านๆ แต่ไม่บ้านๆ

ธุรกิจท้องถิ่นที่สร้างแรงบันดาลใจว่า อย่ายอมแพ้และอย่ากลัว

แม้จะเป็นทายาทรุ่นสามที่โตมาในครอบครัวที่ทำธุรกิจร้านค้าในชุมชนมานานถึง 80 ปี มีประสบการณ์ทำร้านมา 20 ปี แบงค์บอกว่าเขาไม่เคยบอกใครว่าเคี้ยงซุปเปอร์มาร์เก็ตเป็นร้านเจ้าใหญ่ในตลาด การคิดเสมอว่าตัวเองเป็นธุรกิจเจ้าเล็กๆ ทำให้เขาพร้อมปรับตัวตลอด 

“เราอาจจะไม่ได้เป็นร้านที่มีเครื่องเขียนครบทุกแบบหรือมีเครื่องสำอางครบ แต่เรามีทุกอย่าง มียา มีเครื่องสำอาง ข้อได้เปรียบของร้านแบบนี้ คือทุกคนเข้าได้ทุกวัน และวันละอาจจะหลายครั้ง คุณอาจจะไม่ได้เข้าร้านเครื่องสำอางทุกวัน แต่มาร้านเรา วันนี้ซื้อน้ำ วันนี้ซื้อมาม่า ข้าว ปลากระป๋อง คุณได้เห็นอย่างอื่น และได้หยิบสิ่งนั้นกลับไปด้วย”

การต่อยอดของทายาทรุ่นสาม เคี้ยงซุปเปอร์มาร์เก็ต ร้านขายของชำอายุกว่า 80 ปีที่อยู่คู่ขอนแก่น, แบงค์-กมลวัฒน์ อภิชนตระกูล

แบงค์เล่าว่า ที่ร้านเคี้ยงซุปเปอร์สโตร์ (สาขาหลังมอ-ยูพลาซ่า) มีร้านขายยาและร้านเครื่องเขียนขนาดใหญ่มาเปิดติดกัน แต่คนก็เลือกมาซื้อยากับร้านเคี้ยงก่อน ถ้าไม่มีเขาถึงไปถามกับร้านขายยา หรือถ้ามาซื้อเครื่องเขียนก็จะเดินเข้ามาที่เคี้ยงก่อน ถ้าไม่มีสิ่งที่ต้องการถึงจะเดินไปร้านข้างๆ

“ผมก็สงสัยนะ ร้านผมอาจจะดูเข้าง่ายกว่า เป็นร้านสะดวกซื้อ เราก็เลยคิดว่านี่แหละโอกาสของเรา เพราะคนเขามาหาเราก่อน”

ตลอดการสนทนา แบงค์บอกเสมอว่าเขาเข้ามาทำร้านเพื่อความสนุก มากกว่าคิดถึงเงินและผลกำไร ทุกครั้งที่ได้ยินลูกค้าพูดอยู่ในมุมใดมุมหนึ่งของร้านว่า “โฮ ที่นี่มีขายอันนี้ด้วยเหรอเนี่ย” เขาจะมีความสุขมากๆ 

“เวลาได้ยินใครพูดอย่างนั้นมันเติมเต็มเรามากๆ เลย รู้สึกใช่มากๆ นี่แหละสิ่งที่อยากได้ยิน มากกว่านั้นคือการที่ลูกค้ามาแล้วได้ของที่เขาต้องการ หรือได้ของที่เกินกว่าที่เขาต้องการ” แบงค์ทิ้งท้าย

การต่อยอดของทายาทรุ่นสาม เคี้ยงซุปเปอร์มาร์เก็ต ร้านขายของชำอายุกว่า 80 ปีที่อยู่คู่ขอนแก่น, แบงค์-กมลวัฒน์ อภิชนตระกูล

Writer

นภษร ศรีวิลาศ

อดีตนักเรียนเศรษฐศาสตร์ผู้วิ่งเล่นในแวดวงตลาดทุน หน่วยงานสนับสนุนกิจการเพื่อสังคม และงานสายแบรนดิ้งเพื่อความยั่งยืน หลงรักการลองเสื้อคอลเลกชันใหม่ของ COS MUJI Marimekko BEAMS และมีเพจชื่อ น้องนอนในห้องลองเสื้อ

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

ทายาทรุ่นสอง

เรื่องราวการต่อยอดธุรกิจครอบครัวในมือทายาทรุ่นต่อมา

ทายาทรุ่นสองของ The Cloud ตอนนี้ เธอเป็นลูกสาวคนเล็กของโรงงานผลิตเตาเผาศพแบบไร้มลพิษรายใหญ่ของประเทศ

อดีตนักศึกษาคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ที่ทิ้งโอกาสการเป็นสถาปนิกของบริษัทออกแบบที่สิงคโปร์ เพื่อมารับช่วงต่อธุรกิจครอบครัว ออกแบบเตาเผาไร้มลพิษทุกประเภทให้มีหน้าตาทันสมัย ได้มาตรฐานสากล

ก่อนจะต่อยอดธุรกิจด้วยการบุกเบิกบริการฌาปนกิจสัตว์เลี้ยงครบวงจร ในชื่อ Pet Master ให้บริการตั้งแต่เตาเผาไร้มลพิษสำหรับสัตว์เลี้ยง พิธีศาสนา พวงหรีดดอกไม้ สวดบังสุกุล ลอยอังคาร บริการถ่ายรูป และทุกความต้องการของคนรักสัตว์เลี้ยง ไปพร้อมๆ กับศึกษาเพื่อเพิ่มช่องทางธุรกิจของครอบครัว

จากโรงงานผลิตเตาเผาที่คิดถึงสิ่งแวดล้อม ต่อยอดเป็นธุรกิจที่บริการคนรักสัตว์อย่างเข้าใจ สู่การเป็นแบรนด์เครื่องประดับที่นำงานวิทยาศาสตร์และงานออกแบบมาบรรจบกัน เปลี่ยนของที่มีคุณค่าทางใจให้มีมูลค่าทางใจ

ฟังดูเป็นเรื่องเหลือเชื่อ และไม่เกี่ยวข้องกันเป็นที่สุด แต่ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นจริง

Gemories

มาฟังเรื่องราวและแนวคิดการต่อยอดธุรกิจสนุกๆ ของ พลอย – ภัสสร ภัสสรศิริ เจ้าของแบรนด์ Gemories (เจมโมรีส์) เครื่องประดับที่ใช้นวัตกรรมเปลี่ยนอัฐิหรืออินทรีสารของบุคคลหรือสัตว์เลี้ยงอันเป็นที่รักให้กลายเป็นอัญมณีมีค่า

มีคนเคยบอกว่า ไม่ว่าจะร้ายหรือดี ความทรงจำก็เป็นสิ่งที่มีค่าต่อชีวิตของใครคนหนึ่ง

ในวันที่เรายังเห็น สัมผัส จดจำกันได้อยู่

โปรดใช้มันสร้างความทรงจำที่มีค่ามากที่สุด

Gemories
ธุรกิจ : ห้างหุ้นส่วนจำกัด ภัทรพันธ์อุตสาหการ (พ.ศ. 2530), บริษัท สยาม อินซีนเนอร์เรเตอร์ จำกัด (พ.ศ. 2552)
ประเภทธุรกิจ : ผลิตและจำหน่ายเตาเผาไร้มลพิษทุกประเภท
อายุ : 31 ปี
ผู้ก่อตั้ง : ปรีชา ภัสสรศิริ, ดร. อรวรรณ ภัสสรศิริ
ทายาทรุ่นที่สอง : พลอย – ภัสสร ภัสสรศิริ ก่อตั้ง บริษัท เพ็ท มาสเตอร์ จำกัด (พ.ศ. 2553), บริษัท เจมโมรีส์ (ประเทศไทย) จำกัด (พ.ศ. 2559), บริษัท เจมโมรีส์ (สิงคโปร์) จำกัด (พ.ศ. 2561)

ลูกไม้ใต้ต้น

ถ้าคุณโตมาในครอบครัวที่มีพ่อเป็นวิศวกรทำธุรกิจผลิตเตาเผา มีแม่เป็นอาจารย์และนักวิจัยที่ทำวิจัยเรื่องมลพิษ บทสนทนาบนโต๊ะอาหารจึงหนีไม่พ้นเรื่องมลพิษ สิ่งแวดล้อม เทคโนโลยี วนและเวียนอยู่อย่างนั้น

พลอยเล่าถึงความทรงจำต่อธุรกิจของครอบครัวว่า แม้เธอจะไม่ได้สนใจเป็นพิเศษ จนเลือกเรียนวิศวกรรมศาสตร์เหมือนพ่อ หรือวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อมเหมือนแม่ แต่เธอก็พอจะเห็นความสำคัญจากสิ่งที่ซึมซับอยู่เรื่อยมา

Gemories

“ช่วงที่ต้องเลือกทำงาน thesis จบ เป็นช่วงเดียวกับที่คุณแม่เพิ่งจบงานวิจัยเรื่องการศพและและพิธีกรรมทางศาสนาของศาสนาต่างๆ เราสนใจจึงต่อยอดร่วมกับเทคโนโลยีการผลิตเตาเผาของคุณพ่อ ออกมาเป็นงานออกแบบสถานที่สำหรับใช้เผาศพในพื้นที่กรุงเทพมหานคร เพราะคิดว่าถ้าเกิดขึ้นจริงในสังคมได้คงจะดี” พลอยเล่า

ผลจากการทำ thesis ในครั้งนั้น ทำให้พลอยเริ่มมีความมั่นใจ ในความรู้เชิงลึกเรื่องการจัดการศพ การฌาปนกิจ เทคโนโลยี ความต้องการของตลาด ความเชื่อและพิธีกรรมของแต่ละศาสนา สร้างแรงบันดาลใจให้เธออยากต่อยอดความรู้ที่มี สร้างสิ่งที่ดีและมีประโยชน์ต่อคนส่วนใหญ่เร็วๆ

มันจะหัวก้อยต้องเสี่ยงกัน

ต่อมาบริษัทสถาปนิกที่สิงคโปร์ที่พลอยเคยไปฝึกงาน ติดต่อชวนให้เธอไปเริ่มงานที่นั่นหลังเรียนจบ เสนอเงินเดือนที่สูงพร้อมให้ทุนเรียนต่อปริญญาโทระหว่างทำงานทันที

“เป็นโอกาสที่ดีมากนะ แต่เราก็มาคิดอีกทีว่า เราอยากทำอะไรที่มีประโยชน์กับสังคมบ้านเรา อยากต่อยอดโครงการ thesis ที่เริ่มไว้ และอยากอยู่ใกล้คุณพ่อคุณแม่เพราะท่านก็อายุมากขึ้นแล้ว จึงตัดสินใจออกจากเมืองกลับไปอยู่บ้านที่ปทุมธานี ตั้งใจศึกษาเรื่องเทคโนโลยีเตาเผาจากคุณพ่อ ช่วยงานส่วนที่ออกแบบเตาเผาใหม่ และอื่นๆ” พลอยเล่าถึงจุดเปลี่ยนสำคัญ

Gemories

จากคนที่อยู่กับงานออกแบบเท่ๆ สวยงาม พอมาเจองานเครื่องจักร พลอยบอกว่าเป็นใครก็คงแอบเซง ดังนั้นแทนที่จะทำเตาหน้าตาเหมือนเตา เธอจึงออกแบบไฟเบอร์หุ้มส่วนเหล็กทั้งหมดเหมือนรถยนต์ จากที่คนเห็นเตาแล้วกลัวมลพิษ กลัวสิ่งที่อยู่ในเตา ก็จะรู้สึกเปลี่ยนไป แต่ก็ได้ไม่ทำได้อย่างอิสระอย่างที่เธอคิด เพราะทั้งช่างที่ช่วยทำและผู้ซื้อไม่เห็นถึงความสำคัญของการมีเตาที่หน้าตาสวยงามเท่าไหร่

และเพื่อสร้างโอกาสให้โรงงานรับงานที่ใหญ่ขึ้น สร้างรายได้ให้โรงงานมากขึ้น พลอยยืนยันว่าจะนำระบบ ISO ข้อระเบียบมาตรฐานการผลิตมาใช้ในโรงงาน นอกจากข้อร้องขอที่มากขึ้นแล้ว  ยังมีเรื่องต้องอ่านหนังสือให้ออก และทำรายการตรวจสอบเป็น ซึ่งเหตุการณ์นั้นทำให้พนักงานลาออกไป 30 คนจากที่มี 60 คน

“เรารู้ว่ามันยาก แต่เราก็ไม่ยอมผ่อนยอมอ่อน เพราะเราคิดว่ามีประโยชน์ต่อบริษัทในอนาคตจริงๆ ซึ่งถ้าเราไม่กล้า ใจอ่อน ตัดสินใจเลิกทำและไปร้องขอให้พนักงานที่ลาออกกลับมา วินาทีนี้นั้นเราก็ไม่น่าเชื่อถือแล้ว ที่สำคัญบริษัทเราก็จะอยู่เท่าเดิม รายได้เท่าเดิม สินค้าไม่พัฒนาขึ้น เป็นงานใหญ่งานแรกที่คิดจะทำ เลยทำให้เสียความมั่นใจไปเยอะมากเลยเพราะเราต้องการเป็นผู้นำ เราพร้อมแล้วที่จะทำเรื่องพัฒนาระบบ แต่ผลคือมีพนักงานครึ่งหนึ่งไม่เชื่อเรา ทำให้ต้องสร้างทีมใหม่ มั่นใจในการสร้างทีมใหม่ เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของเรา”

Pet Master

หลังจากเรียนรู้งานในโรงงานเตาเผาได้สักระยะหนึ่ง สุนัขพันธุ์ชิสุเพื่อนรักวัยเด็กที่ตอนนั้นอายุ 18 ปี ซึ่งถือว่าแก่มากแล้วไม่สบาย และหมอวินิจฉัยว่าจะอยู่ได้อีกเพียง 6 เดือน

ด้วยความรักและผูกพันเพราะอยู่ด้วยกันมาตั้งแต่ ป.4 พลอยจึงคิดจะทำพิธีให้เหมือนคนเพราะเขาเป็นเหมือนเพื่อนเหมือนคนในครอบครัวคนหนึ่ง พลอยเริ่มจากพยายามจะนำเตาที่ออกแบบไปตั้งตามวัด โดยรอคอยว่าอีก 6 เดือนจะไว้ใช้เผาชิสุของตัวเอง

ระหว่างที่นั้นเธอก็เริ่มสนใจจะต่อยอดเป็นธุรกิจให้บริการฌาปนกิจสัตว์เลี้ยงอย่างจริงจัง เพราะเห็นช่องว่างทางการตลาด ในสมัยนั้นมีบริการเผาสัตว์เลี้ยงแค่ที่วัด เช่น วัดคลองเตยใน ซึ่งเป็นชุมชนที่คนชอบนำสัตว์เลี้ยงมาเผา เจ้าอาวาสจึงต้องแยกเตาเผา และยังไม่มีเอกชนเจ้าไหนเปิดให้บริการทั้งที่เป็นตลาดที่มีความต้องการอยู่เยอะมาก คนรักสัตว์อยากได้โลงศพที่ออกแบบเพื่อสัตว์เลี้ยงโดยเฉพาะ อยากให้มีดอกไม้ อยากให้มีพิธีกรรม

Gemories

“อีกเหตุผลมาจากการที่เห็นคุณพ่อทำธุรกิจกับภาครัฐ ซึ่งบางทีต้องรองบประมาณทำให้รายได้ที่เกิดขึ้นไม่มีความแน่นอน” จึงเป็นที่มาของ Pet Master ธุรกิจฌาปณกิจสัตว์เลี้ยงแสนรักครบวงจร ที่มีจุดเด่นคือเตาเผาไร้มลพิษสำหรับสัตว์เลี้ยงโดยเฉพาะ เป็นนวัตกรรมเตาเผาไฟฟ้ารักษ์โลกที่ต่อยอดมาจากธุรกิจครอบครัว

พลอยเริ่ม Pet Master จากการพูดคุยกับเจ้าอาวาส แล้วออกแบบแผนธุรกิจเสนอขายทางวัด เพื่อให้เห็นว่าการลงทุนซื้อเตาเผาจาก Pet Master จะสร้างรายได้แก่วัดผ่านทางใดบ้าง บางวัดตัดสินใจซื้อไปทำ และบางวัดก็ขอให้ Pet Masterเป็นพาร์ทเนอร์หรือการให้เช่าพื้นที่ดำเนินธุรกิจแทน เพราะไม่อยากให้รบกวนกับกิจของสงฆ์ 

Save as…

เมื่อ Pet Master ดำเนินการไปได้ 6 ปี โรงงานก็เริ่มมีปัญหาเรื่องรายได้เพราะมีคู่แข่งสำคัญอย่างจีนและเกาหลีแย่งส่วนแบ่งในตลาดไปถึง 60 % เพราะมีเทคโนโลยีและต้นทุนการผลิตที่ต่ำกว่า

“เรามีความคิดว่าในอนาคตเราอาจจะต้องปิดโรงงานอยู่ตลอดเวลา เพราะเราสังเกตเห็นตั้งแต่เราเริ่มทำ Pet Master ค่าแรงในโรงงานนั้นสูงขึ้นทุกวัน ค่า R&D ที่เราลงทุนกับเทคโนโลยีเตาเผาเยอะมาก เราจึงวางแผนไว้ว่าเพื่อที่จะทำให้โรงงานเราอยู่รอด เราจะต้องออกจากโครงสร้างธุรกิจแบบเดิมที่ผลิตและจำหน่ายเตาเผาไร้มลพิษเพื่อขายเพียงอย่างเดียว ในอีก 3 – 5 ปีข้างหน้า โดยเป็นแผนการที่เตรียมไว้เงียบๆ เพราะกลัวจะกระทบกระเทือนจิตใจคุณพ่อซึ่งท่านสร้างสิ่งนี้มากับมือและดูแลมาตลอด 30 ปี”

Gemories

ระหว่างที่พลอยทำ Pet Master เธอเล่าว่ามีลูกค้าหลายคนขอเก็บกระดูกหรือส่วนอื่นๆ ไว้ไม่ว่าจะรูปแบบใดก็ตาม บางคนขอเก็บขนแล้วเย็บเป็นตุ๊กตาหมี บางคนเก็บกระดูกอัดเป็นล็อกเกต บางคนนำไปผสมเซรามิก จุดประกายให้พลอยคิดถึงการเปลี่ยนสิ่งเหล่านี้ให้กลายเป็นของมีค่า

โจทย์ของพลอยมีอยู่ว่า จากกระดูกสุนัขที่ประเมินค่าไม่ได้ หากทำเป็นเครื่องประดับซึ่งมีค่ามีราคาก็คงจะดี เช่นเคยเธอเริ่มจากศึกษาเรื่องทุกอย่างที่เธอไม่รู้พร้อมๆ กับปรึกษาคุณพ่อคิดหาเทคโนโลยีที่จะทำให้คอนเซปต์นี้เกิดขึ้นจริง

“ตอนนั้นพ่อก็ยังไม่เชื่อ เพราะถ้าหากจะทำต้องใช้ความรู้ด้านเทคนิคที่สูงมาก กว่าจะใช้กระบวนการเปลี่ยนให้เป็นพลอยสักเม็ด แม้ท่านจะไม่เห็นด้วยแต่ก็ยังแอบไปศึกษาหาวิธีการมาให้ ว่าจะมีทางที่เป็นไปได้มากน้อยแค่ไหน” หลังจากนั้นไม่นานคุณพ่อก็แนะนำให้พลอยคุยกับเพื่อนที่มีความรู้ด้านนี้ดีให้รู้จัก ไปพร้อมๆ กับศึกษาวิธีการของต่างประเทศที่เปลี่ยนกระดูกให้กลายเป็นเพชร แต่ในไทยยังไม่มีใครทำได้เพราะนอกจากองค์ความรู้เรื่องเทคโนโลยีขึ้นสูงแล้ว ต้นทุนในการคิดค้นและผลิตค่อนข้างสูงตาม ทำให้ราคาสูงเกินกว่าจะเข้าถึง

กำเนิดพลอย

Gemories

หลังจากมีแผนในใจว่าจะทำอัญมณีเครื่องประดับจากอัฐิและอินทรีสารแห่งความทรงจำของบุคคลหรือสัตว์เลี้ยงอันเป็นที่รัก เลือดนักวิจัยจากแม่ส่งให้พลอยรักการศึกษาและเก็บข้อมูลเชิงลึกก่อนเริ่มลงมือทำสิ่งใดจริงจัง

“ด้วยเพราะเราเรียนสถาปัตย์ เราก็คิดว่าการเก็บอัฐิอยู่บนกำแพงวัดอาจจะทำให้ทัศนวิสัยโดยรวมไม่น่ามองเท่าไหร่” พลอยตั้งคำถามสไตล์นักออกแบบที่สนใจการแก้ไขปัญหาจากสิ่งที่เห็นตรงหน้าเป็นสำคัญ เช่นเดียวกับที่ผ่านมา เธอใช้เวลาเก็บข้อมูลเรื่องการเก็บอัฐิและกระบวนการอื่นๆ ผ่านการพูดคุยกับเจ้าอาวาสไม่ต่ำกว่า 100 วัด

ก่อนจะคุยกับวิศวกรและช่างในโรงงานถึงเทคนิคหรือตัวช่วย ไม่ว่าจะความร้อน หรือเรื่องแรงอัดที่เหมาะสม ไปพร้อมๆ กับศึกษาวิธีการที่ต่างประเทศใช้เปลี่ยนกระดูกให้กลายเป็นเพชร แต่ในไทยยังไม่มีใครทำได้เพราะนอกจากองค์ความรู้เรื่องเทคโนโลยีขึ้นสูงแล้ว ต้นทุนในการคิดค้นและผลิตค่อนข้างสูงตาม จนทำให้ราคาสูงเกินกว่าจะเข้าถึง ซึ่งพลอยแอบนำรายได้ที่สะสมจากการทำ Pet Master ทั้งหมด ไปลงทุนกับโปรเจกต์ Gemories โดยเวลา 5 ปีที่ผ่านมานั้น พลอยลงทุนเรื่องเทคโนโลยีและค่าใช้จ่ายในงานวิจัยทั้งสิ้น 30 – 40 ล้านบาท

Gemories
Gemories

“อะไรทำให้คุณต้องลงแรงและลงเงินทุนมากมายขนาดนี้” เราถาม

“เหตุผลเบื้องหลังจริงๆ ของการทำสิ่งนี้คือ เราเคยเจอเหตุการณ์กับตัวเองที่เกือบจะสูญเสียคุณแม่เพราะท่านตกเขาสูง 70 เมตรที่ภูฏาน แต่ก็โชคดีที่ท่านไม่เป็นอะไรมาก ส่วนตัวเราเป็นคนติดคุณพ่อคุณแม่ เราก็คิดตลอดเวลาว่าถ้าวันหนึ่งเขาไม่อยู่แล้ว เราจะทำยังไงดี เราไม่อยากเก็บเขาไว้ไกลตัว เรากลัวลืมเขา กลัวลืมคำพูดเขา สมมติมีพี่น้อง 3 คนอยู่คนละที่กัน การเก็บกระดูกพ่อแม่ท่านไว้ที่วัดแล้วทำบุญปีละครั้งถึงสองครั้ง คงไม่ดี” พลอยตอบ

พลอยเสริมอีกเหตุผลที่เราเห็นตามด้วยอย่างจริงจัง นั่นคือ คนยุคใหม่อาจจะไม่สันทัดเรื่องประเพณี พิธีกรรมระลึกถึงบรรพบุรุษอย่างคนสมัยก่อน เธอจึงคิดว่าคงจะดีถ้าเปลี่ยนสิ่งที่มีคุณค่าทางจิตใจ

“ตั้งใจจะทำเพราะเราอยากได้เอง” พลอยสารภาพ

Gemories

แบรนด์ Gemories เกิดขึ้นจากการสนับสนุนนักวิทยาศาสตร์ในโครงการ ITAP โปรแกรมสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมซึ่งเป็นหน่วยงานภายใต้สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กระทรวงวิทยาศาสตร์ ผ่านการคิดค้นวิจัยร่วมกันกว่า 3 ปี จนเกิดนวัตกรรมใหม่ที่เลียนแบบการเกิดพลอยตามธรรมชาติ ทำให้เก็บความทรงจำอันล้ำค่าไว้ในรูปแบบที่สวยงามและสามารถสัมผัสได้

โดยขั้นตอนของการเปลี่ยนมวลสารเป็นพลอยเม็ดสวยนั้นประกอบด้วย การรับมวลสาร จากนั้นวัดค่าธาตุมวลสาร สกัดมวลสารคาร์บอนจากแคลเซียมบริสุทธิ์เตรียมผลิต ผสมสารประกอบการเกิดพลอย นำมวลสารที่เตรียมไว้ไปหลอมแล้วเทใส่แม่พิมพ์จะได้ก้อนพลอยดิบ นำก้อนพลอยไปอบ ตรวจสอบคุณภาพพลอยดิบ เจียระไนอย่างพิถีพิถัน จนได้พลอยสกัดจากสารประกอบจากความทรงจำเตรียมพร้อมขึ้นเรือนเป็นเครื่องประดับ

เป็นความทรงจำส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการรับชม

“จริงๆ แล้วพื้นฐานชีวิตคนเราต้องการของยึดเหนี่ยวทางจิตใจ เมื่อก่อนอาจจะมีพระเครื่อง หรือความเชื่ออะไรบางอย่าง แต่สิ่งที่เราทำเป็นเรื่องของความทรงจำส่วนบุคคลที่ไม่มีมูลค่าใดเทียบเท่า ยกตัวอย่างเช่น มีลูกค้าที่เล่าว่าคุณพ่อชอบใช้ปากกาด้ามนี้ จึงอยากดังพลอยที่ปลายปากกาเดิมออกและเปลี่ยนอัฐิของท่านให้เป็นพลอยใส่ที่ปลายปากกาพกติดตัว”

ในขณะที่ต่างประเทศ เขาเปลี่ยนอัฐิให้กลายเป็นเครื่องประดับติดตัวเพื่อแก้ปัญหาการจัดเก็บอัฐิ เนื่องจากค่าใช้จ่ายของการฝั่งศพ 1 แห่งไม่ว่าจะวิธีการใดนั้นมีมูลค่าที่สูงมาก เขาจึงมีเทคโนโลยีขึ้นมาแก้ปัญหา ขณะที่สำหรับคนไทยนั้น เรื่องจิตใจต้องมาก่อน จะเห็นว่าบางคนทุ่มเต็มที่กับค่าใช้จ่ายในการทำศพเป็นเรื่องของจิตใจและหน้าตาครอบครัว

“พลอยจึงคิดว่าสิ่งนี้น่าจะตอบโจทย์ บางครอบครัวอาจจะไม่รับ เพราะชอบประเพณีเดิม แต่สำหรับใครที่ต้องการความเรียบง่าย คิดถึงจิตใจก่อนศาสนาหรือความเชื่อต่างๆ ก็จะตอบโจทย์”

แม้จะเปิดทำการได้เพียง 2 ปี แต่ก็ได้รับกระแสตอบรับที่ดีจากกลุ่มลูกค้าที่สนใจทั้งไทยและต่างประเทศ รวมถึงพาร์ทเนอร์ธุรกิจที่สนใจอยากให้ Gemories ช่วยต่อยอดธุรกิจของตัวเอง เช่น โรงพยาบาลสัตว์ โรงพยาบาลเรื่องฟัน อนาคตอาจจะมีร้านดอกไม้ ซึ่งสามารถขายแพกเกจนำดอกไม้ที่แห้งแล้วมาทำเป็นแหวนได้ ให้เศษเสี้ยงของความทรงจำนั้นยังอยู่ไม่หายไปตามกาลเวลา

Gemories

“ตอนนี้ที่เราทำมี สายสิญจน์ที่ใช้ของแต่งงาน รางวัลของที่ได้รับที่อาจจะแห้งเหี่ยวตามกาลเวลา ก็เอามาทำเป็นเครื่องประดับไว้ส่งต่อสืบทอดกันไป”

ในอนาคต พลอยตั้งใจขยายตลาดไปยังประเทศที่เป็นเกาะก่อน

เพราะพื้นที่การฝังศพที่นั่นมีจำกัด เช่น ฮ่องกง ซึ่งประเทศนี้ก็มีความสนใจเรื่องแฟชั่นเครื่องประดับ มีกำลังซื้อ รวมถึงสิงคโปร์ ไต้หวัน เพราะสินค้าเราจึงค่อนข้างตอบโจทย์เขา โดยเฉพาะคนเชื้อชาติจีนยุคใหม่ ชอบเครื่องประดับและเชื่อมั่นในงานฝีมือของคนไทยมาก โดยให้การยอมรับงานของเราในระดับพรีเมียม

Gemories
 

ห้างหุ้นส่วนจำกัด ภัทรพันธ์อุตสาหการ (พ.ศ. 2530)

โรงงานภัทรพันธ์อุตสาหการ เริ่มจากการเป็นผู้ผลิตและจำหน่ายเตาเผาไร้มลพิษทุกประเภท ได้แก่เตาเผาขยะของรัฐบาล เตาเผาศพไร้มลพิษที่อยู่ตามวัด และเตาเผาขยะติดเชื้อตามโรงพยาบาล มีตั้งแต่ขนาดที่ อบต. ใช้ โรงพยาบาลใช้ ไปจนถึงระดับภูมิภาค นั่นคือตั้งแต่ 1 – 300 ตัน มีผลิตทุกขนาดตามความต้องการใช้งาน

เมื่อองค์ความรู้เรื่องเทคโนโลยีและวิศวกรรมเตาเผาจากคุณพ่อ ความรู้เรื่องมลพิษและสิ่งแวดล้อมจากคุณแม่ ผสมกับความรู้เรื่องการออกแบบของพลอย เตาเผาในยุคที่มีทายาทรุ่นสอง เป็นมากกว่าเตาเผาไร้มลพิษ เพราะรู้จักต่อยอดธุรกิจเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง

ชวนให้คิดว่าคนที่จะลบคำสบประมาทและความเป็นไปไม่ได้ต่างๆ ออกไปได้นั้น มีแค่เราลองตั้งคำถามจากที่เป็นอยู่ แล้วเปลี่ยนความเป็นไปไม่ได้ ให้กลายเป็นความเป็นไปได้ยาก จนในที่สุดกลายเป็นความเป็นไปได้

เช่นเดียวกับคำแนะนำสำหรับทายาทรุ่นสองของพลอยที่เธอทิ้งท้ายไว้

“ถ้ามองให้ดีเราจะเห็นว่าในธุรกิจหนึ่งประกอบด้วยหน้าที่มากมายซึ้งล้วนสำคัญนะ เราเชื่อว่าคนหนึ่งคนเรียนรู้อะไรก็ได้นะ ต่อให้คุณจะเรียนจบแฟชั่นดีไซน์มา แต่ที่บ้านทำรับเหมาก่อสร้าง

และมองตัวเองให้ออกมาว่าสนใจส่วนไหนในธุรกิจของครอบครัว

“อย่างเราเอง ช่วง 6 แรกที่ทำงานกับที่บ้าน เราเลือกที่จะสังเกตการณ์ทุกอย่างและพูดให้น้อยที่สุด มองดูว่ากิจกรรมของแต่ละคนคืออะไร เพื่อหาส่วนที่ตรงกับความสนใจของเรา แล้วเข้าไปช่วยแก้ปัญหา”

Writer

นภษร ศรีวิลาศ

อดีตนักเรียนเศรษฐศาสตร์ผู้วิ่งเล่นในแวดวงตลาดทุน หน่วยงานสนับสนุนกิจการเพื่อสังคม และงานสายแบรนดิ้งเพื่อความยั่งยืน หลงรักการลองเสื้อคอลเลกชันใหม่ของ COS MUJI Marimekko BEAMS และมีเพจชื่อ น้องนอนในห้องลองเสื้อ

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load