เนื้อน้ำค้าง ข้าวแรมฟืน ข้าวปุกงา ซาโมซ่า ต้มใบกระเจี๊ยบ ปาปาซอย 

เมนูชื่อแปลกที่หลายคนอ่านแล้วไม่คุ้น คือของดีของชาวมุสลิมเชื้อสายจีนยูนนานในจังหวัดเชียงใหม่ พวกเขาจะนำเมนูที่เรากล่าวมาและยังไม่ได้กล่าวอีกมากมาขายที่ ‘กาดนัดจีนยูนนาน’ หรือ ‘กาดบ้านฮ่อ’ ทุกเช้าวันศุกร์จนถึงเที่ยง

ตลาดนัดแห่งนี้อยู่คู่กับชุมชนมุสลิมบ้านฮ่อและเชียงใหม่มามากกว่า 30 ปี โดยเริ่มต้นจากคำชักชวนของคนในชุมชนให้ลองเอาของมาขาย กระทั่งเริ่มมีร้านค้ามากขึ้นเรื่อยๆ ด้วยเหตุนี้จึงทำให้บรรยากาศภายในตลาดมีความเป็นกันเอง พ่อค้า แม่ค้า รวมถึงลูกค้า ต่างทักทายกันอย่างสนิทสนม ราวกับเป็นวันนัดพบของครอบครัวใหญ่

ส่วนอายุของชุมชนบ้านฮ่อ เก่าแก่กว่าตัวตลาดเสียอีก โดยย้อนกลับไปได้ไกลถึง 116 ปี 

กาดบ้านฮ่อ ตลาดเช้ามุสลิมจีนยูนนานแห่งเดียวของเชียงใหม่ อาหารและวัตถุดิบสนุกเพียบ

เริ่มจากพ่อค้าแม่ค้าชาวมุสลิมจีนยูนนานที่ตัดสินใจนำสินค้าของตนแบกขึ้นม้าต่างหรือล่อ เดินทางเป็นคาราวานฝ่าดงและดอยสูงชันเพื่อมาเร่ขายของตามเมืองต่างๆ ในบริเวณเอเชียตะวันออกเฉียงใต้รวมถึงเชียงใหม่ ตั้งแต่ พ.ศ. 2446 พ่อค้าแม่ค้านักเดินทางบางส่วนเริ่มลงหลักปักฐานจนกลายเป็นชุมชนมุสลิมบ้านฮ่อ และนอกจากสินค้าต่างๆ ที่พวกเขาขนข้ามภูเขามาขาย ชาวมุสลิมจีนยูนนานยังได้นำวัฒนธรรมการกินติดตัวมาด้วย ซึ่งต่อมาก็มีเมนูหนึ่งที่ถูกดัดแปลงให้เหมาะกับรสชาติคนไทย จนได้รับความนิยมไปทั่วทั้งภูมิภาคตอนเหนือ นั่นก็คือ ‘ข้าวซอย’

เช้าวันนี้เราชวน ชัยวัฒน์ บุญส่ง ผู้ดูแลกาดนัดจีนยูนนาน มาเป็นไกด์พาทุกคนแอ่วตลาดเช้า เรียนรู้เรื่องราวของตลาด ทำความรู้จักเมนูอาหารชื่อแปลกจากมณฑลยูนนาน และตามรอยข้าวซอยแบบดั้งเดิมกัน

กาดบ้านฮ่อ ตลาดเช้ามุสลิมจีนยูนนานแห่งเดียวของเชียงใหม่ อาหารและวัตถุดิบสนุกเพียบ

“กาดนัดจีนยูนนาน หรือที่คนเชียงใหม่อาจคุ้นกันในชื่อ กาดบ้านฮ่อ ซึ่งจริงๆ แล้ว คนในชุมชนไม่ชอบที่จะถูกเรียกว่า จีนฮ่อ นะครับ ตอนหลังเราเลยตัดสินใจเปลี่ยนชื่อตลาดมาเป็น ‘กาดนัดจีนยูนนาน’ แทน 

“ตลาดนัดแห่งนี้ตั้งอยู่บนเนื้อที่ขนาดห้าไร่ มีแลนด์มาร์กสำคัญที่หลายคนจดจำได้คือ บ้านไม้โบราณกลางตลาด อายุกว่าร้อยปี เป็นบ้านของคหบดีเมืองเชียงใหม่ ท่านขุนชวงเลียง วงศ์ลือเกียรติ หรือนามเดิม เจิ้งชงหลิ่ง พ่อค้าชาวจีนยูนนานผู้นับถือศาสนาอิสลามที่เดินทางนำสินค้าขึ้นม้าต่างจำนวนหนึ่งร้อยตัว เดินทางผ่านสิบสองปันนา เชียงตุง และเข้าสู่ภาคเหนือของประเทศไทยจนถึงจังหวัดเชียงใหม่เมื่อร้อยกว่าปีที่แล้ว ในสมัย เจ้าอินทวโรรสสุริยวงษ์ เจ้าหลวงองค์ที่ 8 ผู้ครองเชียงใหม่ ซึ่งตอนนั้นตรงกับสมัยในหลวงรัชกาลที่ 5″ ชัยวัฒน์เล่าประวัติ

นอกจากการค้าขาย ตอนที่ประเทศไทยกำลังมีการก่อสร้างทางรถไฟสายเหนือ ช่วงขุดอุโมงค์ขุนตานซึ่งอยู่ท่ามกลางดอยล้อมรอบ ทำให้การขนส่งต่างๆ ยากลำบาก ท่านขุนชวงเลียงได้นำม้า วัว และล่อของตนเข้ามาช่วยเหลือ ขนวัสดุอุปกรณ์ก่อสร้างต่างๆ จนการก่อสร้างสำเร็จ และยังช่วยขนส่งพัสดุไปรษณีย์กับเอกสารราชการไปตามจังหวัดทางตอนเหนือ ทำให้ เจ้าแก้วนวรัฐ เจ้าหลวงผู้ครองเชียงใหม่องค์ที่ 9 จึงประทานที่ดินจำนวน 5 ไร่ให้แก่ท่านขุนชวงเลียง ต่อมาท่านจึงสร้างบ้านไม้ขึ้นมาเป็นที่อาศัย ซึ่งคือที่ตั้งของกาดจีนยูนนานในปัจจุบัน

ความดีความชอบของท่านขุนชวงเลียงยังคงเกิดขึ้นอีกครั้ง เมื่อคราวก่อสร้างสนามบินเชียงใหม่ ท่านขุนชวงเลียงได้บริจาคที่ดินของตนจำนวน 100 ไร่ ซึ่งกลายเป็นที่ตั้งของสนามบินเชียงใหม่ในปัจจุบัน ทำให้ขุนชวงเลียงได้รับความดีความชอบ จนได้รับประทานนามสกุล วงศ์ลือเกียรติ จากในหลวงรัชกาลที่ 6 ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

ประวัติของท่านขุนชวงเลียงยังมีความน่าสนใจ เมื่อสืบค้นจนพบว่าท่านขุนคือทายาทของ เจิ้งเหอ ยอดแม่ทัพกองเรือของจีนที่เดินทางรอบโลกเมื่อ 600 ปีที่แล้ว ซึ่งมีทฤษฎีกล่าวว่าเจิ้งเห้อคือผู้ค้นพบทวีปอเมริกาก่อน คริสโตเฟอร์ โคลัมบัส (Christopher Columbus) แต่ยังคงเป็นที่ถกเถียงกันอยู่ในปัจจุบัน เจิ้งเห้อเดินทางไปหลายทวีปตั้งแต่แอฟริกา ซึ่งปรากฏในบันทึกว่าท่านเคยนำสัตว์จากแอฟริกา อาทิ ม้าลาย นกกระจอกเทศ ยีราฟ ฯลฯ ถวายแด่จักรพรรดิหย่งเล่อ

เจิ้งเห้อยังเดินทางไปยังประเทศในทวีปเอเชียที่อยู่ติดกับทะเล รวมถึงประเทศไทยในรัชสมัย สมเด็จพระรามราชาธิราช แห่งราชวงศ์อู่ทอง ผู้ปกครองกรุงศรีอยุธยา ซึ่งคนไทยในปัจจุบันรู้จักท่านในนาม ‘เทพเจ้าซำปอกง’ หรือ หลวงพ่อโตจากวัดกัลยาณมิตร กรุงเทพฯ ซึ่งว่ากันว่าเกิดจากความเข้าใจผิด สาเหตุที่ชาวจีนมาไหว้วิญญาณเทพเจ้าซำปอกงที่วัดกัลยาณมิตรนั้น เกิดจากชาวจีนที่นับถือศาสนาพุทธกลุ่มหนึ่งเลื่อมใสในหลวงพ่อโตที่วัดกัลยาณมิตร จึงเขียนตัวอักษรจีนไว้ที่หน้าวิหารว่า ‘ซำปอฮุดกง’ หมายถึง พระเจ้า 3 พระองค์

นั่นคือ พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ชาวจีนที่นับถือเจ้าพ่อซำปอกงอ่านป้ายนั้นคลาดเคลื่อนเป็น ‘ซำปอกง’ จึงคิดว่าเป็นสถานที่เซ่นไหว้วิญญาณของซำปอกงหรือเจิ้งเห้อ จึงกลายเป็นสถานที่สักการะซำปอกงมาถึงปัจจุบัน

ด้วยเหตุนี้ บ้านไม้ของท่านขุนชวงเลียงที่เป็นแลนด์มาร์กของกาดนัดจีนยูนนาน จึงมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ไม่น้อย ทั้งในชุมชนบ้านฮ่อ จังหวัดเชียงใหม่ จนถึงระดับประเทศ

กาดบ้านฮ่อ ตลาดเช้ามุสลิมจีนยูนนานแห่งเดียวของเชียงใหม่ อาหารและวัตถุดิบสนุกเพียบ
กาดบ้านฮ่อ ตลาดเช้ามุสลิมจีนยูนนานแห่งเดียวของเชียงใหม่ อาหารและวัตถุดิบสนุกเพียบ

“ในอดีตบ้านไม้ของขุนชวงเลียง ถูกใช้เป็นที่รวมตัวของชาวจีนยูนนานในพื้นที่ เพื่อประกอบพิธีทางศาสนาอิสลาม กระทั่งต่อมามีการสร้างมัสยิดบ้านฮ่อขึ้นใกล้ๆ กัน ก็เลยย้ายไปทำพิธีกรรมในมัสยิดแทน และทุกๆ วันศุกร์ คนในชุมชนจะเข้าไปประกอบพิธีทางศาสนาภายในมัสยิดกันทุกคน ลูกหลานของท่านขุนชวงเลียงจึงเปิดพื้นที่รอบบ้านให้คนในชุมชนเริ่มนำของมาขาย จากหนึ่งร้านก็ชักชวนต่อๆ กัน จนกลายเป็นตลาดนัดที่เกิดขึ้นทุกวันศุกร์ถึงวันนี้”

ชัยวัฒน์พาเราเดินชมรอบๆ บ้านเจิ้งเหอที่ตอนนี้อยู่ในสภาพทรุดโทรม จึงปิดไว้ไม่ให้ใครเข้า เขาชี้ให้เราเห็นร่องรอยการเปลี่ยนแปลงตามยุคสมัยที่แสดงให้เห็นจากการซ่อมแซมส่วนต่างๆ ของบ้านไม้โบราณหลังนี้

“เราจะเห็นว่ามีความพยายามซ่อมแซมบ้านหลังนี้อยู่ตลอด เช่น กระเบื้องดินเผาบนหลังคา ถ้าสังเกตให้ดีจะเห็นว่ามีกระเบื้องสองชนิด แบบแรกมีปลายโค้งคล้ายเกล็ดมังกร กับแบบเรียบที่นำมาซ่อมแซมภายหลัง เสาใต้ถุนบ้านก็พบว่ามีการเสริมเสาปูนเข้ามา เสาไม้หลายอันก็มีการเสริมให้แข็งแรงโดยชาวบ้าน บ้านไม้อายุขนาดนี้ต้องใช้เงินในการซ่อมแซมไม่ต่ำกว่าล้าน ซึ่งชาวบ้านดูแลไม่ไหว ตอนที่บริษัทของเจ้านายผมเข้ามาซื้อพื้นที่ตรงนี้จากทายาทของท่านขุนชวงเลียง เราบอกความตั้งใจว่าจะเก็บบ้านไม้หลังนี้เอาไว้ 

“ในอนาคต เราปรึกษากับ อาจารย์จุลพร นันทพานิช ว่าจะซ่อมแซมให้กลับมาสมบูรณ์และใช้เป็นพื้นที่แสดงนิทรรศการบอกเล่าเรื่องราวประวัติศาสตร์ของชุมชนบ้านฮ่อ เพราะที่นี่คือสถานที่ในความทรงจำของชุมชนทุกคน หลายคนเคยวิ่งเล่นที่นี่ตั้งแต่เด็ก เราปล่อยให้บ้านนี้พังลงไปไม่ได้”

กาดบ้านฮ่อ ตลาดเช้ามุสลิมจีนยูนนานแห่งเดียวของเชียงใหม่ อาหารและวัตถุดิบสนุกเพียบ

ระหว่างที่เดินตามชัยวัฒน์เข้าไปในตลาด แผงพ่อค้าแม่ค้าต่างทักทายเขาอย่างสนิทสนม บ้างก็ปรึกษา

“ผมเองเป็นคนในพื้นที่ เติบโตมาในบริเวณนี้ ผมทำงานที่ตลาดนี้มายี่สิบสองปี เราเลยรู้จักกันหมด พ่อค้าแม่ค้าบางคนที่ขายมาตั้งแต่สมัยก่อตั้งตลาด หลายคนเริ่มทยอยเสียไปแล้วและได้ทายาทรุ่นสองมารับช่วงต่อ มันเหมือนครอบครัวใหญ่ เวลาเขามีปัญหาอะไรเราก็คุยกันได้ ตอนนี้หลายคนในตลาดกำลังกังวลเรื่องยอดขายที่น้อยลงเพราะสถานการณ์โควิด-19 เราก็พยายามช่วยเขาให้ขายได้ดีเหมือนเดิม สร้างเพจของตลาดขึ้นมา ช่วยถ่ายรูปสินค้าโปรโมตลงเพจให้ผู้คนทั่วไปได้เห็น ได้รู้จัก เราเติบโตและเห็นคุณค่าของตลาดนัดแห่งนี้ เลยอยากสื่อสารให้คนอื่นได้รู้เช่นกัน 

“สิ่งแรกที่ผมอยากสื่อสารเลยคือ ของที่นำมาขายที่นี่เป็นของดี เป็นผัก ผลไม้ คุณภาพดี สด และปลอดภัย ซึ่งปกติของที่มีคุณภาพแบบนี้มักจะถูกนำไปขายในซูเปอร์มาร์เก็ต ซึ่งชาวบ้านทั่วไปสู้ราคาไม่ได้ แต่ที่นี่เราตั้งใจเปิดโอกาสให้ชาวบ้านหรือคนทั่วไปเข้าถึงของดีได้ในราคาไม่แพงมาก แถมยังสนับสนุนสินค้าเกษตรจากเกษตรกรที่มาขายโดยตรง ไม่ต้องผ่านพ่อค้าคนกลาง” ชายที่เติบโตมากับพ่อค้า แม่ขาย และพื้นที่แห่งนี้ เล่าใจความสำคัญให้เราฟัง

ตามรอยบรรพบุรุษข้าวซอย ชิมอาหารมุสลิมจีนยูนนาน ช้อปผักผลไม้เมืองหนาวจากยอดดอย ในชุมชมอิสลามบ้านฮ่ออายุ 116 ปี
ตามรอยบรรพบุรุษข้าวซอย ชิมอาหารมุสลิมจีนยูนนาน ช้อปผักผลไม้เมืองหนาวจากยอดดอย ในชุมชมอิสลามบ้านฮ่ออายุ 116 ปี

พ่อค้าแม่ค้าส่วนใหญ่ในตลาด คือคนที่อยู่แถวดอยอ่างขาง ดอยหลวงเชียงดาว อำเภอไชยปราการ ที่มีอากาศค่อนข้างหนาว ทำให้ปลูกผลผลิตเมืองหนาวได้ดี ที่ตลาดแห่งนี้เราจึงเห็นผักผลไม้เมืองหนาวในแต่ละฤดูกาลมาวางขายในราคาถูก ไม่ว่าจะเป็น ลูกพลับ เชอรี่ บ๊วย หรืออะโวคาโดที่มีให้ซื้อตลอดปี ที่นี่ยังเป็นแหล่งรวมวัตถุดิบทำอาหารสไตล์จีนยูนนานที่ใหญ่และครบครันที่สุดในจังหวัดเชียงใหม่ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องปรุงที่นำเข้าจากจีน ไก่ดำ เต้าหู้ยี้ กิมจิหรือผักดองที่มีทั้งสูตรแบบไทย แบบจีน และไทใหญ่ให้ลอง 

หนึ่งในไฮไลต์ก็คือเนื้อหรือเป็ดน้ำค้าง ภูมิปัญญาการเก็บรักษาเนื้อของจีนยูนนานที่นำเนื้อมาพอกกับเหลือแล้วตาก นำมาผัดกับเครื่องเทศต่างๆ ได้รสชาติที่เข้มข้น

ตามรอยบรรพบุรุษข้าวซอย ชิมอาหารมุสลิมจีนยูนนาน ช้อปผักผลไม้เมืองหนาวจากยอดดอย ในชุมชมอิสลามบ้านฮ่ออายุ 116 ปี

“เนื้อน้ำค้างหรือเป็ดน้ำค้างเป็นหนึ่งในสินค้าเด่นของที่นี่ และน่าจะเป็นตลาดเดียวที่มีสินค้านี้ขายเยอะที่สุด แต่ละเจ้าเขาก็จะมีสูตรประจำครอบครัว และมีลูกค้าประจำของแต่ละคนมาคอยต่อคิวซื้อกลับไปทำกินที่บ้าน”

ระหว่างที่เดินในตลาด เราต้องหยุดเดินหลายครั้งเพื่อแวะถามชื่อของวัตถุดิบต่างๆ ที่ไม่คุ้นตาเสียเลย เช่น ใบกระเจี๊ยบแดง ให้รสเปรี้ยวกำลังดี นำไปต้มตัดเลี่ยนกับขาหมู ทำเป็นแกงหรือผัดกับเนื้อสัตว์ได้รสชาติอร่อย แถมยังมีคุณสมบัติเป็นสมุนไพรที่มีวิตามินเอสูง ช่วยบำรุงสายตาด้วยนะ

ตามรอยบรรพบุรุษข้าวซอย ชิมอาหารมุสลิมจีนยูนนาน ช้อปผักผลไม้เมืองหนาวจากยอดดอย ในชุมชมอิสลามบ้านฮ่ออายุ 116 ปี
ตามรอยบรรพบุรุษข้าวซอย ชิมอาหารมุสลิมจีนยูนนาน ช้อปผักผลไม้เมืองหนาวจากยอดดอย ในชุมชมอิสลามบ้านฮ่ออายุ 116 ปี

เดินมาอีกหน่อย เราก็พบเมนูของทอดสีเหลืองหน้าตาน่ารับประทาน นั่นคือข้าวโพดทอด อาหารทานเล่นของจีนยูนนาน ที่นำข้าวโพดหวานหมักกับแป้งสาลี ก่อนนำมาทอดในกระทะแบน เมื่อกัดเข้าไปแล้วได้ความกรอบ และยังมีเมล็ดข้าวโพดให้เคี้ยว ทานได้อย่างเพลิดเพลินด้วยรสหวานกำลังดี ไม่เลี่ยน ถัดมาอีกนิดเป็นแผงของทอดรูปทรงสามเหลี่ยมน่าทาน เป็นแป้งทอดยัดไส้คล้ายปอเปี๊ยะในแบบฉบับชาวมุสลิมที่เรียกว่า ซาโมซ่า มีทั้งไส้ผักและเนื้อสัตว์

อีกเมนูที่คนต่อคิวซื้อเยอะมาก คือ ข้าวปุกงา หรือ ข้าวหนุกงา เป็นการนำข้าวเหนียวมาตำกับงาขี้ม่อน แล้วนำไปย่าง ราดด้วยน้ำอ้อยหรือน้ำผึ้ง แล้วห่อใบตองถือทาน ได้กลิ่นข้าวและงาหอมฟุ้ง หวานกำลังดี หนึบน่าเคี้ยว

“สำหรับบางคนที่ไม่อยากทานทันที ก็ซื้อข้าวปุกงาแบบแผ่นกลับบ้านได้ จะทอดให้กรอบนิดหน่อย หรือปิ้งให้หอมก็อร่อยเหมือนกัน ข้าวปุกงาเป็นอาหารของคนบนดอยที่เขาทำกินในช่วงเทศกาลเท่านั้น ถ้ามาตลาดนัดจีนยูนนานจะได้กินทุกวันศุกร์ เนอะแม่” ชัยวัฒน์หันไปแซวคุณป้าเจ้าของร้านข้าวปุกงา สร้างเสียงหัวเราะอย่างอารมณ์ดี 

ตามรอยบรรพบุรุษข้าวซอย ชิมอาหารมุสลิมจีนยูนนาน ช้อปผักผลไม้เมืองหนาวจากยอดดอย ในชุมชมอิสลามบ้านฮ่ออายุ 116 ปี

เราเดินเล่นในตลาดจวนจะเที่ยง แม้จะแวะชิมอาหารแปลกตาต่างๆ แต่ก็ยังมีพื้นที่ในกระเพาะเหลือไว้สำหรับเมนูอร่อยจานถัดไปที่ชัยวัฒน์กำลังจะพาเราไป 

“อันนี้เป็นอีกร้านเก่าแก่ของตลาดครับ ขายมาตั้งแต่รุ่นแม่ ปัจจุบันรุ่นลูกเข้ามารับช่วงต่อ เป็นร้านอาหารที่ขายข้าวแรมฟืนร้อน ข้าวแรมฟืนเย็น และก๋วยเตี๋ยวยูนนาน” ไกด์หนุ่มประจำตลาดแนะนำอย่างเชี่ยวชาญ

เมนูทีเกิดจากการนำข้าวหรือแป้งจากถั่วเขียวมาโม่และหมักทิ้งไว้จนจับเป็นก้อน แล้วหั่นเป็นแท่ง ลูกเต๋า หรือซอยเป็นเส้นก็ได้ ราดน้ำซุปพร้อมเครื่องปรุง ทานคู่กับผักดอง ส่วนก๋วยเตี๋ยวยูนนาน จะนำแป้งข้าวมาซอยเป็นเส้น ราดด้วยซุปน้ำใสและเนื้อที่ผัดกับเครื่องเทศ ทานพร้อมผักดอง ต่อมาชาวเชียงใหม่หยิบมาดัดแปลงให้ถูกปากคนไทยมากขึ้น ด้วยการใส่กะทิเพิ่มเข้าไปให้เข้มข้น และเปลี่ยนมาใช้เส้นบะหมี่แทน โดยคำว่าข้าวซอย ก็มาจากกระบวนการนำก้อนแป้งมาซอยให้เป็นเส้นนั่นเอง 

ซึ่งที่ตลาดนัดจีนยูนนาน คุณจะได้ลองกินบรรพบุรุษของข้าวซอย และหากยังอยากตามรอยพัฒนาการของข้าวซอย ให้ลองเดินออกมาจากตลาดเล็กน้อย ใกล้ๆ กันจะมีร้านข้าวซอยอิสลาม ร้านเจ้าดังที่อยู่กับย่านมานาน มีเมนูข้าวซอยที่เริ่มวิวัฒนาการโดยมีการใส่กะทิ แต่ยังคงใช้เส้นจากข้าวอยู่ให้คุณลองชิม

ตามรอยบรรพบุรุษข้าวซอย ชิมอาหารมุสลิมจีนยูนนาน ช้อปผักผลไม้เมืองหนาวจากยอดดอย ในชุมชมอิสลามบ้านฮ่ออายุ 116 ปี
ตามรอยบรรพบุรุษข้าวซอย ชิมอาหารมุสลิมจีนยูนนาน ช้อปผักผลไม้เมืองหนาวจากยอดดอย ในชุมชมอิสลามบ้านฮ่ออายุ 116 ปี

เราทำภารกิจตามรอยบรรพบุรุษข้าวซอยสำเร็จเรียบร้อยแล้ว ตลาดก็วายทันกันพอดี

ขณะที่ชัยวัฒน์เดินมาส่งเรากลับบ้าน เขาก็เริ่มเล่าสิ่งที่อยู่ในใจให้ฟัง

“ผมเชื่อว่าผู้คนในย่านหรือแม้แต่คนเชียงใหม่เอง รู้สึกผูกพันกับตลาดแห่งนี้ เดี๋ยวนี้เราหาตลาดที่มีความสัมพันธ์แบบนี้ได้ยากแล้วนะครับ มันเป็นเสน่ห์ของที่นี่ รวมถึงบ้านไม้โบราณ สินค้าต่างๆ หรือแม้แต่การจัดวางร้าน 

“เมื่อเทียบกับตลาดอื่นๆ อาจจะดูรก ไม่วางตัวเป็นเส้นตรงเป๊ะๆ อยู่ในกรอบ แต่สำหรับผมมันคือเสน่ห์ของที่นี่ เป็นสิ่งที่อยู่ในความทรงจำของผู้คนมาแล้วรุ่นต่อรุ่น เราไม่อยากเปลี่ยนอะไรถ้ามันจะส่งผลไม่ดี ในอนาคตเราจะพยายามพัฒนาให้มีกิจกรรม มีการสื่อสารเรื่องราวที่อยู่ภายในตลาดแห่งนี้ให้คนรู้จักมากขึ้น ในสถานการณ์โรคระบาดแบบนี้ เมื่อมันเริ่มดีขึ้น ผมก็อยากให้คนกลับมาสนุกกับการเดินตลาดอีกครั้ง” ชัยวัฒย์ส่งต่อความในใจด้วยรอยยิ้ม

กาดนัดจีนยูนาน (กาดบ้านฮ่อ)

ที่ตั้ง : ซอยเจริญประเทศ 1 ตำบลช้างม่อย อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ 50100 (แผนที่)

เปิดเฉพาะวันศุกร์ เวลา 05.00 – 12.00 น. 

โทรศัพท์ : 06 2592 3447

Facebook : กาดนัดจีนยูนาน

Writer

อนิรุทร์ เอื้อวิทยา

นักเขียน และ ช่างภาพอิสระ ปัจจุบันชนแก้วอยู่ท่ามกลางเพื่อนฝูงที่เชียงใหม่

Photographer

กรินทร์ มงคลพันธ์

ช่างภาพอิสระชาวเชียงใหม่ ร่ำเรียนมาทางศิลปะจากคณะที่ได้ชื่อว่ามีวงดนตรีลูกทุ่งแสนบันเทิงของเมืองเหนือ มีความสุขกับการกดชัตเตอร์ในแสงเงาธรรมชาติ ชอบแมว หมา และบ้าจักรยานไม่แพ้กิจกรรมกลางแจ้งอื่น ๆ

Share Location

รวมสถานที่สวยและดีที่อยากชวนคุณแวะเวียนไปช่วงวันหยุด

“สินค้าเรามีความ Creative บวก Functional นี่แหละความสนุกที่ทำให้ต่างจากที่อื่น” 

คำโปรยจากปาก คุณภา-อุรวี วรรณมโนมัย ผู้ช่วยผู้อำนวยการ Medium & More ภายใต้บริษัท Frasers Property Commercial (Thailand) นำพาเรามาที่นี่

เคยรู้สึกเหมือนกันไหมว่าศิลปะเป็นเรื่องใกล้ตัวและเรื่องน่าสนุกอย่างล้นเหลือ ไม่ใช่แค่ข้าวของตกแต่งในหอศิลป์ หรือเพียงรูปภาพที่จัดแสดงขึ้นโดยใส่กรอบทองตั้งโชว์ แต่ศิลปะนั้นอยู่รอบตัวเราอย่างแท้จริง ไม่ว่าจะเป็นสิ่งของ เครื่องใช้ในชีวิตประจำวัน หรือจิปาถะนานาสิ่ง

ถ้ายังไม่เห็นภาพ วันนี้เราขอพาไปทำความรู้จักกับ Medium and More ร้านคอนเซปต์สโตร์ที่ทำให้พวกเราเห็นกันอย่างชัดเจนว่าศิลปะนั้นอยู่รอบตัว และเรารู้สึกสนุกกับงานศิลป์ สนิทกับศิลปินได้ ผ่านสินค้าในร้านบนพื้นที่ชั้น 3 ของศูนย์การค้าสามย่านมิตรทาวน์

Medium and More ศูนย์รวมศิลปะและคราฟต์ในสามย่านมิตรทาวน์ที่ครบเครื่องไม่เหมือนใคร

ที่นี่เป็นมากกว่าร้านขายสินค้าไลฟ์สไตล์ เพราะเป็นคอมมูนิตี้ของคนรักงานศิลป์และงานทำมือที่ให้พื้นที่ระหว่างคน ศิลปะ และร้านค้า ภายใต้คอนเซ็ปต์ ‘ต้องการเป็นที่เรียนรู้ตลอดชีวิต’ ผ่านการเรียนรู้จากประสบการณ์ เพิ่มเติมด้วยความสนุกจากการช้อปปิ้ง ทำให้ลูกค้าเพลิดเพลินกับการทำกิจกรรมและจับจ่ายสินค้าได้ไม่ว่าช่วงวัยใด ตามสโลแกนของ ‘Life Means More’ หรือ ‘ชีวิตที่มากกว่า’

นี่คือพื้นที่ที่ให้เราทุกคนใช้เวลาว่างเพลิดเพลินกับการทำงานอดิเรก ทำเวิร์กชอป เพลิดเพลินกับการซื้อและเรียนรู้ประสบการณ์ใหม่ ๆ ไม่จำกัดเวลา ไม่ว่าเพศหรือวัยใดก็มีส่วนร่วมกับ Medium and More ได้เสมอ บนพื้นที่ 1,525 ตารางเมตร ที่จัดแบ่งพื้นที่ออกเป็นโซน ๆ เพื่อตอบสนองต่อผู้มีความสนใจในไลฟ์สไตล์ ศิลปะ งานฝีมือ ตามความชอบแตกต่างกันออกไป จะมีโซนไหนบ้าง ไปลุยกัน!

ห้องสร้าง(สัง)สรรค์

บอกตามตรงว่าเมื่อบ่ายที่เราเดินดุ่ม ๆ เข้ามาในร้านครั้งแรก เราเดินไปโดยไม่รู้ว่าจะพบเจอกับสิ่งใดบ้าง ด้วยเนื้อที่กว้างสุดลูกหูลูกตาและปริมาณสินค้าที่เยอะราวกับยกห้างสรรพสินค้าทั้งตึกมาไว้ที่นี่ พอเดินไปสักพัก ก็ได้ข้อสรุปว่าพื้นที่หลัก ๆ ของ Medium and More แบ่งออกเป็น 2 โซน 

หนึ่ง โซน Kitchen & Cooking และ สอง โซน Art & Craft 

Medium and More ศูนย์รวมศิลปะและคราฟต์ในสามย่านมิตรทาวน์ที่ครบเครื่องไม่เหมือนใคร

เริ่มจากมุมที่เรียกว่า The Classroom เป็นห้องสำหรับทำกิจกรรมเวิร์กชอป ใครที่อยากวาดภาพ ปั้นดิน แม้แต่เรียนชงกาแฟก็ใช้ห้องนี้ทำกิจกรรมเหล่านั้นได้ เพราะนี่คือพื้นที่รวบรวมผู้คนในลักษณะของการทำเวิร์กชอปกลุ่มใหญ่ราว 10 – 20 คน ทุกวันศุกร์ถึงวันอาทิตย์ มีผู้สอนให้คำชี้แนะอย่างใกล้ชิด

ในระหว่างที่เรากำลังนั่งเล่นอยู่ในห้อง Classroom คุณภาเริ่มบทสนทนาขึ้น

“พื้นที่ของเราน่าสนุกตรงที่ เวลามาเดินเป็นครอบครัวก็แยกย้ายกันเดินได้ คุณลูกไปจุดหนึ่ง คุณพ่อไปจุดหนึ่ง คุณแม่ไปอีกจุดหนึ่ง มีหลากหลายมุมให้เลือกตามความชอบ บางครั้งมานั่งทำกิจกรรมด้วยกันที่ Classroom ก็ได้ เราถือว่ามุมนี้เป็นคอมมูนิตี้ใหม่ที่มีความน่าสนใจ แถมยังสนุกด้วย”

ด้วยความสงสัย เราถามต่อว่ากลุ่มเป้าหมายของร้านนี้เป็นคนกลุ่มไหน วัยใด 

“เราไม่ได้เลือกคนด้วยช่วงอายุเลย แต่เราเลือกด้วยไลฟ์สไตล์ของคนมากกว่า” เธอยิ้ม ก่อนจะขยายความ “จริง ๆ กลุ่มเวิร์กชอปที่เราทำ เราอยากเชิญชวนคนที่อยากทำงานศิลปะต่าง ๆ มาใช้พื้นที่ตรงนี้ อีกกลุ่มหนึ่งสำหรับคนที่อยากเรียนรู้วิชาใหม่ ๆ และเราไม่จำกัดอายุ มีตั้งแต่กลุ่มเด็กเล็ก จนถึงคนสูงวัย ที่นี่ไม่ใช่พื้นที่ของกลุ่มวัยรุ่นเพียงอย่างเดียว แต่เป็นของคนทุกกลุ่ม ทุกคนมาได้หมดค่ะ” 

เราเห็นด้วยกับคำตอบนี้มาก

เพราะอีกหลาย ๆ มุมที่กำลังจะพูดถึง ต้องถูกใจใครหลายคนแน่นอน ไม่มุมใดก็มุมหนึ่ง

ห้องของการหาทำ

มุมต่อมาเป็นบริเวณที่มีความสร้างสรรค์มาก นั่นคือ Crafter Studio 

ทางร้านมี Crafter ที่มานั่งทำกิจกรรมร่วมกับลูกค้าด้วย ไม่ต้องกังวลแม้ว่าคุณจะไม่มีพื้นฐานงานคราฟต์ เพราะ Crafter ประจำร้านจะอยู่ช่วยคุณตลอดกิจกรรม ตั้งแต่กิจกรรมปั้นดิน ปลูกต้นไม้ ประดิษฐ์กล่องดนตรี วาดภาพสีน้ำ เย็บปักถักร้อย จนถึงทอผ้าและกิจกรรม MARK.IT การสลักลายที่บ่งบอกความเป็นตัวเองลงบนขวดน้ำ ขอบอกว่ากิจกรรมตรงนี้เหมาะมากสำหรับใครที่กำลังตามหาของขวัญวันเกิดชิ้นพิเศษชิ้นเดียวในโลก หรืออยากทำงานทำมือเพื่อความเพลิดเพลิน พื้นที่ของ Crafter Studio ยินดีต้อนรับคุณในทุก ๆ วัน เพียงแค่มาจองคิวกับ Crafter ก็จะได้ทำกิจกรรมที่กล่าวมาจนสมใจอยาก

Medium and More ศูนย์รวมศิลปะและคราฟต์ในสามย่านมิตรทาวน์ที่ครบเครื่องไม่เหมือนใคร

เราเดินสำรวจพื้นที่ตรงนี้อีกนิด แนะนำให้รู้คุณรู้จักมุมทำ ‘กล่องดนตรี’ ที่เปิดให้เราเลือกได้ตั้งแต่แรกเริ่มว่าต้องการฐานกล่องดนตรีแบบไหน ใส่หุ่นตุ๊กตาอะไร อยากได้เพลงแนวใด ล้วนแล้วแต่นำทุกอย่างที่ต้องการมาประกอบกันเป็นกล่องดนตรีสุดพิเศษที่มีแค่ชิ้นเดียวในโลกจากสองมือของเราเอง

Medium and More ศูนย์รวมศิลปะและคราฟต์ในสามย่านมิตรทาวน์ที่ครบเครื่องไม่เหมือนใคร

การทำ ‘สวนในขวด’ ก็ดี ชำระเงินปุ๊บ ทำเวิร์กชอปได้ทันที โดยมีคุณครูใจดีจัดหาอุปกรณ์ให้ ก่อนเปิดบทเรียนตั้งแต่เริ่มต้นจนจบกระบวนการ แถมวิธีดูแลให้ด้วย

จากสวนในขวด ที่นี่ยังเพิ่มระดับความตระการตาไปสู่ ‘สวนในตู้’ ถือว่าเป็นอีกหนึ่งความก้าวหน้าของเทคโนโลยี ตู้นี้ออกแบบมาสำหรับเลี้ยงต้นไม้โดยเฉพาะ มีระบบแสง สี เสียง น้ำ ไฟ ภายในตู้ยังปล่อยฝนตกและหมอกได้ ล้ำมากเสียงธรรมชาติในตัว 20 กว่าเสียง ตั้งเวลาเปิด-ปิดได้ เสมือนหนึ่งว่าได้จำลองป่าเขาลำเนาไพรในธรรมชาติมาไว้ในกรอบกระจกสี่เหลี่ยมนี้ก็ไม่ปาน แม้ว่าภายในตู้มีน้ำและหมอก แต่ตู้นี้ใสตลอดเวลา ด้วยนวัตกรรมทำความสะอาดในตัวเอง เพิ่มความไฮเทคเข้าไปอีกด้วยการควบคุมผ่านมือถือ ใช้งานง่าย สะดวก จบในที่เดียว เหมาะแก่การซื้อเป็นของขวัญ ให้ตัวเองก็ได้ ให้คนพิเศษก็ดี

Medium and More ศูนย์รวมศิลปะและคราฟต์ในสามย่านมิตรทาวน์ที่ครบเครื่องไม่เหมือนใคร
Medium and More ศูนย์รวมศิลปะและคราฟต์ในสามย่านมิตรทาวน์ที่ครบเครื่องไม่เหมือนใคร

ขยับมาอีกหน่อยกับพื้นที่สำหรับงานปั้นทุกรูปแบบ ไม่ว่าเสียงเรียกร้องในใจคุณปรารถนาจะปั้นงานออกมาเป็นรูปทรงใดก็บอกนักปั้นได้ ที่นี่ไม่จำกัดหัวคิดสร้างสรรค์ จะเป็นจาน ชาม แก้ว แจกัน เครื่องประดับ หรือสิ่งใดแล้วแต่ใจสั่ง เพียงแค่บอกความต้องการ แล้วคุณครูจะช่วยกันเสกพร้อมกับคุณ

ค่าบริการของกิจกรรมของมีราคาแบบปั้นชิ้นเดียวจนถึงราคาปั้นแบบบุฟเฟต์ ท่านใดไม่สันทัดด้านการปั้นแต่อยากมีส่วนร่วมกับผลงาน ที่นี่ก็มีสินค้างานปั้นสำเร็จรูปที่คุณซื้อมาลงสีเองได้

Medium and More ศูนย์รวมศิลปะและคราฟต์ในสามย่านมิตรทาวน์ที่ครบเครื่องไม่เหมือนใคร

ถัดมาเป็นโซนงานปัก งานทอ เปิดรับลูกค้าแบบวอล์กอินให้มานั่งทำโดยไม่ต้องจองให้เสียเวลา เมื่อทอผ้าเสร็จ ก็นำไปขึ้นรูปเป็นกระเป๋าหรือซื้อเป็นชุดแล้วนำกลับไปทำที่บ้านก็ได้เช่นกัน

เล่ามาทั้งหมดนี้ อย่าเพิ่งคิดว่าต้องเสียเวลามาขลุกตัวอยู่ที่ Medium and More คราวละนาน ๆ เพราะใครที่ไม่ประสงค์จะลองผิดลองถูกท่ามกลางลูกค้าในร้านที่สัญจรผ่านไปมา ก็อุดหนุน DIY Kits กลับไปทำงานคราฟต์สุดชิลล์ที่บ้านได้ เราขอรับรองว่าเพลิดเพลินและเรียกสมาธิได้ดีเยี่ยม 

ห้องศิลเปรอะ

Medium and More ศูนย์รวมศิลปะและคราฟต์ในสามย่านมิตรทาวน์ที่ครบเครื่องไม่เหมือนใคร

โซนใหญ่ลำดับต่อมาคือ Art & Craft ที่รวบรวมอุปกรณ์ศิลปะ สีต่าง ๆ รวมถึงสีแปลกใหม่อย่าง Thai Tone เฉดสีโบราณของไทยซึ่งจะหาได้ยากจากที่อื่น มีให้เลือกทั้งสีโปสเตอร์ สีน้ำ หรือสีที่นำไปทำฟิกเกอร์ ที่นี่มีไม่ต่ำกว่า 50 เฉดสีให้เลือกสรร ถือว่าครบสูตรสำหรับคนชอบงานวาดภาพระบายสี

Medium and More ศูนย์รวมศิลปะและคราฟต์ในสามย่านมิตรทาวน์ที่ครบเครื่องไม่เหมือนใคร

แถมด้วยกองทัพเครื่องเขียนอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นปากกา ดินสอ ยางลบ ไม้บรรทัด กระดาษ ทุกสิ่งอย่างที่เกี่ยวกับเครื่องเขียน พร้อมด้วยมุม Office Supply เปรียบเหมือนกับร้านเครื่องเขียนขนาดย่อม ที่นักเรียน นักศึกษา พนักงานออฟฟิศ มาเลือกสรรตามหาซื้อของที่นี่ได้ครบจบในที่เดียว

ห้องนักสะสม

Medium and More ศูนย์รวมศิลปะและคราฟต์ในสามย่านมิตรทาวน์ที่ครบเครื่องไม่เหมือนใคร
Medium and More ศูนย์รวมศิลปะและคราฟต์ในสามย่านมิตรทาวน์ที่ครบเครื่องไม่เหมือนใคร

โซนน้องใหม่ที่เพิ่งเริ่มพัฒนา นั่นคือ Character และ Collectible สำหรับคนที่มีความหลงใหลและมีไฟในการเก็บสะสม ขอชวนมาชม Collectible Items ที่มุมนี้ และมีฟิกเกอร์หลากหลายชนิด อาทิ ฟิกเกอร์การ์ตูน ฟิกเกอร์ลวดลายของเหล่าบรรดาศิลปิน เช่น TinyTan หรือ BT21 by BTS ตลอดจนกล่องสุ่มลิขสิขธิ์แท้ แม้แต่สินค้าของ Care Bears หรือ Mr. Men & Little Miss. ก็มีให้เลือกชมได้ตามสบาย

Medium and More ศูนย์รวมศิลปะและคราฟต์ในสามย่านมิตรทาวน์ที่ครบเครื่องไม่เหมือนใคร
Medium and More ศูนย์รวมศิลปะและคราฟต์ในสามย่านมิตรทาวน์ที่ครบเครื่องไม่เหมือนใคร

ที่กำลังเป็นที่นิยมอยู่ในตอนนี้อย่าง Bearbrick ก็มีตั้งแต่ไซส์เล็ก 100% ขยับไปเป็น 400% จนกระทั่ง 1,000% พวกที่มาใหม่เป็นต้นว่า Bearbrick Snoopy หรือของศิลปิน Keith Haring ก็มีรวมไว้ที่นี่ 

ถ้าหากใครอยากลงทุนขนาดย่อม สินค้าตัวนี้ก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจไม่เบา

ห้อง Life Gadgets

Medium and More ศูนย์รวมศิลปะและคราฟต์ในสามย่านมิตรทาวน์ที่ครบเครื่องไม่เหมือนใคร
Medium and More ศูนย์รวมศิลปะและคราฟต์ในสามย่านมิตรทาวน์ที่ครบเครื่องไม่เหมือนใคร

เมื่อโลกนี้ตกอยู่ในสถานการณ์โควิด-19 มีอุปกรณ์หลายชนิดที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตแบบ New Normal นำมาซึ่งมุมสินค้าจำพวก Life Gadgets ที่ช่วยให้ชีวิตกักตัวอยู่บ้านราบรื่น ตัวอย่างสินค้าที่วางจำหน่ายในบริเวณ เช่น ขาตั้งโทรศัพท์ กล้องถ่ายภาพ รวมถึงอุปกรณ์ไอทีอีกสารพัด

พื้นที่ผสมผสานระหว่างคน งานศิลปะ และร้านค้า บนเนื้อที่ 1,525 ตารางเมตรของศูนย์การค้าสามย่านมิตรทาวน์

ห้องครัว

ห้องครัวของที่นี่ มีตั้งแต่อุปกรณ์ทำครัวที่เป็นของคนรุ่นใหม่ ใช้งานง่าย เรียกว่าว่า Easy Living ตามเทรนด์ ทำเองได้ถึงแม้ว่าจะอยู่หอพัก มีขนาดตั้งแต่ชิ้นเล็กมาก จนถึงเครื่องใช้ไฟฟ้าชิ้นมหึมา

ยกตัวอย่าง เแบรนด์ LocknLock มินิมอล เก๋ไก๋ มีสไตล์ เหมาะกับกลุ่มนักศึกษาและพนักงานออฟฟิศที่หัวใจยังวัยรุ่น เพราะราคาไม่แรงอย่างรูปลักษณ์ อุดหนุนได้หลาย ๆ ชิ้น สบาย!

พื้นที่ผสมผสานระหว่างคน งานศิลปะ และร้านค้า บนเนื้อที่ 1,525 ตารางเมตรของศูนย์การค้าสามย่านมิตรทาวน์

ส่วนชิ้นที่เห็นอยู่นี้คือ FIKA กระทะยอดนิยมในหมู่ยูทูบเบอร์แดนโสมขาว ทางร้านมี 3 สีให้เลือกจับจองเป็นเจ้าของได้ทั้งสีพีช สีขาวครีม และสีเขียว จุดเด่นของโซนนี้ คือ มีเครื่องครัวแบบ Collectible ด้วย เช่น เตา Bruno คอลแลปกับกระต่าย Miffy และมีเครื่องใช้ไฟฟ้าญี่ปุ่นที่เป็นตัวการ์ตูน หรือจาน ชาม ก็เป็นลวดลาย Snoopy สุดน่ารัก จะเรียกว่าข้าวของเครื่องใช้ที่นี่เป็นของที่กึ่ง ๆ สะสมก็ว่าได้

พื้นที่ผสมผสานระหว่างคน งานศิลปะ และร้านค้า บนเนื้อที่ 1,525 ตารางเมตรของศูนย์การค้าสามย่านมิตรทาวน์

ห้องชา กาแฟ

พื้นที่ผสมผสานระหว่างคน งานศิลปะ และร้านค้า บนเนื้อที่ 1,525 ตารางเมตรของศูนย์การค้าสามย่านมิตรทาวน์

อีกหนึ่งมุมในโซนห้องครัวที่โดดเด่นอย่างยิ่งใน Medium and More คือมุม Tea & Coffee ได้รับความนิยมอย่างท่วมท้นในช่วงโควิด-19 เนื่องจากผู้คนหันมาหาความสนุกจากการทำกาแฟเองที่บ้าน ทางร้านจึงมีเครื่องมือทั้งหมดในการทำชาและกาแฟค่อนข้างครบ ตั้งแต่เมล็ดจนถึงแก้วกาแฟ

ขอชวนทำความรู้จักแบรนด์ KINTO มีจุดขายอยู่ที่ผลิตภัณฑ์ Rivers รุ่นนี้เหมาะสำหรับคนที่ต้องเดินป่าและดื่มกาแฟ เพราะแก้วแต่ละตัวซื้อชิ้นส่วนมาประกอบกันให้เป็นอุปกรณ์ทำกาแฟได้

พื้นที่ผสมผสานระหว่างคน งานศิลปะ และร้านค้า บนเนื้อที่ 1,525 ตารางเมตรของศูนย์การค้าสามย่านมิตรทาวน์

ส่วนนี่คืออุปกรณ์ที่ใช้งานแบบโฮมยูส มีให้เลือกหลากหลายทั้ง Dripper หรือ Moka Pot ที่มีทั้งกา ตาชั่ง ครบหมด หรือจะเป็นพวก Cold Brew ก็มี แม้กระทั่งเมล็ดกาแฟก็มา เช่น กาแฟไทยชื่อดังจากเชียงใหม่ GRAPH, AKHA AMA และมีโกโก้จาก Siamaya มีทั้งโกโก้พาวเดอร์ โกโก้นิปส์ และเครื่องดื่มช็อกโกแลต

พื้นที่ผสมผสานระหว่างคน งานศิลปะ และร้านค้า บนเนื้อที่ 1,525 ตารางเมตรของศูนย์การค้าสามย่านมิตรทาวน์

ตัวนี้เป็นแก้วอโรมาของญี่ปุ่น ทางแบรนด์ Origami เขาเคลมว่าจะได้กลิ่นกาแฟหอมหวนขึ้นมาเมื่อใช้แก้วนี้ดื่ม เพราะด้วยรัศมีของปากแก้วที่ให้ความพอดีก้บจมูกคน เมื่อดื่มแล้วจมูกของเรากับปากแก้วจะมีระยะเว้นห่างที่พอดีกัน จึงทำให้ได้กลิ่นชัดกว่าแก้วอื่น ๆ ถึงได้เรียกว่าแก้วอโรม่า

“ส่วนใหญ่เราจะรวมของที่เป็นเหมือนเครื่องครัวและไลฟ์สไตล์” คุณภาย้ำใจความสำคัญ

ห้องศิลปิน

พื้นที่ผสมผสานระหว่างคน งานศิลปะ และร้านค้า บนเนื้อที่ 1,525 ตารางเมตรของศูนย์การค้าสามย่านมิตรทาวน์

จุดเด่นที่มาพร้อมกับการเปิดร้าน คือการรวมตัวงานของศิลปินต่าง ๆ ในมุม Artist Corner มีผลงานจากศิลปินหลายแขนงมารวมกัน ไม่ว่าจะเป็น MAMUANG งานของ คุณตั้ม วิสุทธิ์ และงานของ Thai Young Artist อาทิ Fluffy Omelett, Memiann, Bring home the Bacon, Unmelt รวมถึงงานของศิลปินต่างชาติ 

“งานศิลปินคืองานที่เรามองว่าเป็นอีกหนึ่ง Hobby ของศิลปะ ที่นี่พยายามจะ Related เข้าไปกับศิลปิน เรามีขวดน้ำ Keith Haring เรามีผลงานของศิลปินใหญ่ ๆ และเรารู้สึกสนุกกับงานของน้อง ๆ ศิลปินคนไทยด้วย น้อง ๆ ก็จะเก่งกันมาก ทำงานออกแบบต่าง ๆ Illustrator เยอะมาก ทำ NFT ก็มี”

พื้นที่ผสมผสานระหว่างคน งานศิลปะ และร้านค้า บนเนื้อที่ 1,525 ตารางเมตรของศูนย์การค้าสามย่านมิตรทาวน์

และที่นี่ยังมีมุมเล็ก ๆ อีกมุม ชื่อว่า THAI THAI ขายของที่ระลึกจากศิลปินคนไทย เช่น ยาดม ยาอม ยาหม่อง ครก สาก ขายแม้กระทั่งมะม่วงอบแห้ง! เรียกว่าเป็นของฝากชิ้นที่เก๋ไก๋ ไม่ว่าจะเป็นคนไทยหรือต่างชาติก็ต้องชื่นชอบ เพราะแต่ละอย่างดูเป็นสินค้าไทยแลนด์โอนลี่มาก ๆ

ห้องแห่งการแบ่งปัน

“เราพยายามจะผลักดันให้น้อง ๆ ได้มีตลาด มีพื้นที่ปล่อยของกันมากขึ้น” 

คุณภาทิ้งท้ายก่อนจะจบบทสนทนาด้วยแววตาและน้ำเสียงจริงใจ ทำให้เรารู้สึกอย่างแท้จริงว่าที่นี่ไม่ได้เป็นเพียงร้านค้า แต่เป็นพื้นที่ที่ให้ความสำคัญกับศิลปินคนไทยและวงการศิลปะ และนำมาปรับให้เข้ากับคนทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มนักเรียน นักศึกษา พนักงานออฟฟิศ ผู้สูงวัย หรือกลุ่มคนที่ไม่อินเรื่องศิลปะก็ตาม

Medium and More ขอเป็นพื้นที่ที่ต้อนรับทุกคนเสมอ

และที่นี่เป็นพื้นที่ที่ผสมผสานระหว่างคน งานศิลปะ และร้านค้า อย่างแท้จริง

พื้นที่ผสมผสานระหว่างคน งานศิลปะ และร้านค้า บนเนื้อที่ 1,525 ตารางเมตรของศูนย์การค้าสามย่านมิตรทาวน์

Medium and More

ที่ตั้ง : ชั้น 3 สามย่านมิตรทาวน์ เลขที่ 944 ถนนพระรามที่ 4 แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : เปิดบริการทุกวัน เวลา 10.00 – 22.00 น.

เว็บไซต์ : mediumandmore.com

Facebook : Medium and More

Writers

พัทธดนย์ กิจชัยนุกูล

ชอบอ่านเขียนตั้งแต่จำความได้ สนใจวิชาสังคมศึกษาตั้งแต่จบอนุบาล ใฝ่รู้ประวัติศาสตร์ตั้งแต่อยู่ประถม หัดแต่งนวนิยายตั้งแต่เรียนมัธยม เขียนงานสารพัดด้วยนามปากกา “แพทริก เหล่า” ตั้งแต่เข้ามหา’ลัย

ณัฐกฤตา เจริญสุข

อดีตนักเรียนวิชาออกแบบ ผู้ชื่นชอบการสาดสีสันลงบนงานศิลปะ สาดจินตนาการลงบนงานเขียน อยากส่งต่อเรื่องราวดี ๆ ผ่านทางการสื่อสารทุกรูปแบบ

Photographer

รัชต์ภาคย์ แสงมีสินสกุล

ช่างภาพที่มีร้านล้างฟิล์มเป็นของตัวเอง แต่นานๆจะถ่ายฟิล์มที เพราะช่วงนี้ฟิล์มมันแพง

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load