หากลองจินตนาการถึงการเดินเข้าป่า คุณนึกถึงอะไรบ้าง

สำหรับผมคงเป็นภาพคนแบกกระเป๋าใบใหญ่ แต่งกายทะมัดทะแมง สวมหมวกปีกกว้าง รองเท้าหุ้มข้ออย่างดี มีบรรยากาศของป่าดงดิบ อุดมด้วยสัตว์น้อยใหญ่ที่มาพร้อมความสวยงามและพิษร้ายเป็นฉากหลัง ไหนจะแมลงตัวจ้อยที่ซ่อนตัวตามซอกหิน สายตาสอดส่องระวังภัย หูคอยระแวดระวังฟังเสียงแหล่งน้ำ ฟังดูตื่นเต้นและน่ากลัวในคราวเดียว

Jocho Sippawat, โจโฉ หนุ่มม้งที่ทำช่อง YouTube ด้วยแมลงและความกลัว เพื่อให้คนเข้าใจธรรมชาติและสัตวป์า

สำหรับ โจโฉ-ทรงธรรม สิปปวัฒน์ ยูทูเบอร์ชาติพันธุ์ม้งที่ตั้งใจทำแชนเนล Jocho Sippawat เพื่อลบภาพจำอันโหดร้ายที่คนมักมีต่อป่าและสัตว์ป่า ด้วยการนำเสนอวิถีชีวิตของกลุ่มชาติพันธุ์ม้งในบ้านเกิด ผ่านการทำคลิปวิดีโอเดินป่า เยี่ยมชมบ้านของสัตว์ตัวน้อยที่เรามองว่าอันตรายและมีพิษสง เปิดโลกอาหารด้วยผลไม้ป่าและสารพัดเมนูสุดว้าว ตลอดจนการดำรงชีวิตและการเอาตัวรอดเมื่อต้องอาศัยอยู่ในป่า แถมมีคนคลิกชมวิดีโอของเขากว่า 93 ล้านครั้งภายในระยะเวลาเพียง 1 ปีเศษ และใครจะเชื่อว่าเรื่องราวทั้งหมดเกิดจาก ‘แมลง’ และ ‘ความกลัว’ ของเขาทั้งสิ้น

*บทความนี้มีภาพสัตว์และแมลงหลายชนิด*

หนุ่มผู้เติบโตท่ามกลางธรรมชาติ

Jocho Sippawat, โจโฉ หนุ่มม้งที่ทำช่อง YouTube ด้วยแมลงและความกลัว เพื่อให้คนเข้าใจธรรมชาติและสัตวป์า

หลายคนอาจคิดว่าโจโฉเรียนจบด้านระบบนิเวศหรือกีฏวิทยา ผมประหลาดใจเมื่อเขาตอบกลับว่า เรียนจบวิศวกรรมไฟฟ้า มหาวิทยาลัยราชมงคลล้านนา จังหวัดตาก และเก็บเกี่ยววิชาชีวิตจากป่าและธรรมชาติในพื้นที่ที่เขาเติบโต

“ตอนเด็กผมยังไม่รู้ว่าตัวเองชอบอะไร ผมเรียนคณิตเก่งมาก มีคนบอกว่าถ้าเราเรียนคณิตดี เราควรเรียนวิศวะ เงินเดือนสูงนะ อนาคตเราจะดี ครอบครัวเลยส่งเสริมให้ผมเรียนด้านนี้ แต่ผมมารู้ทีหลังว่าผมไม่ชอบคณิตเลย

“ผมชอบเดินป่า สมัยมอต้นผมเข้าป่าตลอด เป็นคนชอบธรรมชาติ จนเรียนมหาลัยก็คลุกคลีกับสัตว์ ศึกษาเกี่ยวกับสัตว์มากขึ้น ช่วงที่ผมเรียนวิศวะ ผมเป็นนักสำรวจแมลง สำรวจสัตว์สายพันธุ์ใหม่ และรับงานพานักท่องเที่ยวเดินป่า 

“ตอนนั้นเป็นจุดเปลี่ยนเลย ผมมีความสุขกับการเข้าป่า ผมมีความตั้งใจว่าจะเรียนแค่ให้จบ แต่งานที่ผมจะทำต้องเกี่ยวกับธรรมชาติ เกี่ยวกับป่า เกี่ยวกับแมลง มันเป็นสิ่งมีชีวิตที่คนทั่วไปไม่ได้สนใจเท่าไหร่” เขาเล่าเจือเสียงหัวเราะ

หนุ่มที่มาพร้อมผมฟูอันเป็นเอกลักษณ์เริ่มศึกษาเรื่องสัตว์ป่า แมลง และธรรมชาติอย่างจริงจัง ทั้งหาหนังสือมาอ่านกองเท่าภูเขา แถมโชคดีมากที่เขามีป่าให้เดินสำรวจถึงหน้าบ้าน โจโฉได้เห็น ได้สัมผัส จนสะสมวิชาติดตัวมากมาย

Jocho Sippawat, โจโฉ หนุ่มม้งที่ทำช่อง YouTube ด้วยแมลงและความกลัว เพื่อให้คนเข้าใจธรรมชาติและสัตวป์า

“ผมอยู่กับป่ามาทั้งชีวิต อยู่กับสัตว์และแมลงมาตลอด ตอนเด็กผมไม่มีความรู้เรื่องแมลงเลย จนเรียนในเมือง ได้อ่านหนังสือมากขึ้น ถึงได้รู้ว่าคำสอนของคนเฒ่าคนแก่บนดอยกับหนังสือวิชาการมันไม่ตรงกัน” เขาตั้งคำถาม

โจโฉเล่าเรื่องที่คนเฒ่าคนแก่ว่ากันว่าให้ผมฝัง ส่วนใหญ่มักไม่เป็นความจริง แต่กลับสะท้อนความเชื่อของชาติพันธุ์ม้งที่ส่งผลต่อวิถีชีวิตและการอยู่ร่วมกันกับป่า อย่างงูแสงอาทิตย์ ว่ากันว่าถ้าโดนกัดจะเสียชีวิตทันทีเมื่อพระอาทิตย์ขึ้น ซึ่งไม่เป็นความจริง เพราะนักวิชาการทำวิจัยมาแล้วว่างูแสงอาทิตย์ไม่มีพิษ แต่สาเหตุการเสียชีวิตอาจเกิดจากบาดแผลติดเชื้อ

“ตุ๊กแกกัดไม่ปล่อยจริงหรือเปล่า” ผมถาม

“สัตว์ตระกูลตุ๊กแก กิ้งก่า เวลากัดแล้วเราบีบหรือจับตัวเขา เขาจะกัดไม่ปล่อย ยิ่งเราตกใจ เขายิ่งกัดแรง ถ้าเราปล่อยตัวเขา เขาจะปล่อยเราและวิ่งหนีไปเอง แต่เขาจะวิ่งก็ต่อเมื่อขามีสิ่งยึดเกาะ สมมติตุ๊กแกกัดนิ้วเรา แล้วเราปล่อยให้เขาห้อยโตงเตง เขาจะไม่ปล่อย เพราะเขารู้สึกว่าเรายังทำร้ายเขาอยู่ ส่วนตุ๊กแกกัดแล้วรอฟ้าร้องถึงจะปล่อย อันนี้ก็ไม่จริง

Jocho Sippawat, โจโฉ หนุ่มม้งที่ทำช่อง YouTube ด้วยแมลงและความกลัว เพื่อให้คนเข้าใจธรรมชาติและสัตวป์า

“เราต้องศึกษาก่อนว่าสัตว์ทำอะไรได้บ้าง พฤติกรรมเขาเป็นยังไง อย่างกิ้งกือกัดคน มันกัดผิวหนังของเราไม่เข้า แต่คนกลัวไปก่อนแล้วโดยที่เขาไม่ได้ศึกษาว่ามันกัดได้จริงหรือเปล่า” เขายิ้มก่อนจะเสริมว่า “ผมชอบอ่านหนังสือมากเลยนะ เวลาอ่านแล้วข้อมูลไม่ตรงกับความเป็นจริง ผมจะรู้สึกหงุดหงิด ถ้าคนไม่มีประสบการณ์ด้านนี้เขามาอ่านผมว่าเขาต้องเชื่อแน่นอน ผมเลยรู้สึกว่าถ้าผมได้ใช้ชีวิตอยู่กับธรรมชาติ ได้สัมผัสพวกเขาโดยตรง มันจะทำให้ผมกลายเป็นคนรู้จริง” โจโฉอธิบาย

ความรู้จริงของเขาเริ่มกลายมาเป็นเรื่องราวที่ถ่ายทอดบน YouTube ราวปีก่อน เมื่อตอนที่เขาลองพกกล้องเข้าป่าและลองถ่ายทำอย่างง่ายด้วยตนเอง ด้วยความตั้งใจเล็กจิ๋วที่อยากให้คนรู้จักสัตว์มากขึ้น และเป็นอีกหนึ่งกระบอกเสียงว่ายังมีชายหนุ่มที่อินเรื่องธรรมชาติอย่างเขาพร้อมที่จะพาคนอินเรื่องเดียวกันเดินเข้าป่าไปสำรวจโลกของสัตว์ แมลง และพันธุ์พืช

“ความตั้งใจแรกที่สร้างช่องขึ้นมาผมอยากพูดเกี่ยวกับธรรมชาติ สัตว์ และแมลงมีพิษ ให้คนเข้าใจเรื่องสัตว์มีพิษมากขึ้น เพราะบางทีสัตว์ที่คนเกลียดหรือกลัว มีทั้งเป็นอันตรายและไม่เป็นอันตราย ผมอยากสร้างการรับรู้เรื่องพวกนี้”

Jocho Sippawat, โจโฉ หนุ่มม้งที่ทำช่อง YouTube ด้วยแมลงและความกลัว เพื่อให้คนเข้าใจธรรมชาติและสัตวป์า

ป่าคือทั้งชีวิต

ก่อนจะสนทนากัน โจโฉบอกว่าเขาเพิ่งเดินกลับออกมาจากป่า ผมเลยถือโอกาสถามถึงวิธีการเก็บเกี่ยวเรื่องราวน่าตื่นเต้นที่เขาพบเจอระหว่างทาง และนำออกมาถ่ายทอดเป็นคอนเทนต์สุดเร้าใจที่ทำเอาหลายคนกดกระดิ่งรอติดตาม

“ปกติผมเดินดุ่มเข้าป่าไปเลย ดูว่ามีอะไรน่าสนใจบ้างแล้วค่อยถ่ายกันหน้างาน ไม่มีการวางแผนล่วงหน้าว่าจะถ่ายอะไร แบบนี้มันดูเป็นชีวิตจริงมากกว่า เพราะป่าไม่มีอะไรที่ผมคาดเดาได้ ผมเลยอยากถ่ายทอดชีวิตแบบนั้นออกไป”

โจโฉไม่เพียงรู้เกี่ยวกับป่าที่อยู่ละแวกบ้านตัวเองเท่านั้น แต่ยังรู้ถึงพื้นที่ป่าในภูมิภาคอื่นของประเทศไทยด้วย

Jocho Sippawat, โจโฉ หนุ่มม้งที่ทำช่อง YouTube ด้วยแมลงและความกลัว เพื่อให้คนเข้าใจธรรมชาติและสัตวป์า

“แถวบ้านผมเป็นป่าดิบเขา ป่าภาคใต้เป็นป่าร้อนชื้นและป่าดิบฝน ภาคเหนือเป็นป่าเบญจพรรณและป่าดิบเขา อย่างภาคอีสานจะเป็นป่าเต็งรัง เป็นป่าที่อากาศค่อนข้างร้อน เฉพาะในประเทศไทยก็มีหลายสภาพป่า ต้นไม้และสัตว์ที่เจอก็น่าสนใจแตกต่างกัน เพราะมันต้องใช้ชีวิตและมีวิวัฒนาการให้อยู่ในสภาพแวดล้อมแบบนั้นแตกต่างกันตามไปด้วย”

“ถ้าหลงป่าควรทำอะไรเป็นอันดับแรก” ผมโยนคำถามลงกลางป่า

Jocho Sippawat, โจโฉ หนุ่มม้งที่ทำช่อง YouTube ด้วยแมลงและความกลัว เพื่อให้คนเข้าใจธรรมชาติและสัตวป์า
Jocho Sippawat, โจโฉ หนุ่มม้งที่ทำช่อง YouTube ด้วยแมลงและความกลัว เพื่อให้คนเข้าใจธรรมชาติและสัตวป์า

“ต้องหาแหล่งน้ำ การหาแหล่งน้ำในป่าประเทศไทยไม่ใช่ปัญหาเลยครับ หาง่ายมาก มีเกือบทุกสภาพพื้นที่ป่า ส่วนอาหารไม่น่ากังวลสักเท่าไหร่ เพราะต้นพืชที่ขึ้นในไทยกินได้เยอะมาก แต่เรื่องควรระวังคือสัตว์และแมลง ยิ่งเจอสัตว์ใหญ่จะยิ่งเป็นอันตรายกับชีวิตเรามาก ผมมองว่าสิ่งสำคัญที่สุดในการเข้าป่าคือไฟ ควันไฟจะไล่สัตว์ใหญ่ได้ ส่วนสัตว์ตัวเล็กเราแค่เคลียร์พื้นที่ให้โล่ง อย่างงูถ้าเจอที่โล่งเขาจะเลี้ยวกลับทันที อีกอย่างอย่าเดินมั่ว จะยิ่งหลง ควรปักหลักอยู่ที่เดิม

“คนเราอยู่ได้ประมาณหนึ่งอาทิตย์โดยไม่กินอะไร ผมคิดว่าหนึ่งอาทิตย์ก็น่าจะมีคนตามหาเราแล้ว” 

คำตอบสุดท้ายของโจโฉช่างจริงใจและเรียกเสียงหัวเราะให้ผมได้มากโข

Jocho Sippawat, โจโฉ หนุ่มม้งที่ทำช่อง YouTube ด้วยแมลงและความกลัว เพื่อให้คนเข้าใจธรรมชาติและสัตวป์า

ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด

เด็กหนุ่มชาวม้งที่อยู่กับป่ามาทั้งชีวิตเลือกเดินตามเส้นทางที่เขาเลือกเอง

วันที่ตัดสินใจเดินเข้าป่าเพื่อท่องโลกของสัตว์และแมลง เขาเผชิญกับ ‘ความกลัว’ 

“ผมกลัวงู กลัวตะขาบ กลัวมาก มีคนเคยบอกผมว่างูเป็นสัตว์น่ารัก ตอนนั้นผมฟังไม่ขึ้น”

“แล้วอะไรทำให้คุณเลิกกลัวสัตว์พวกนี้” ผมสงสัย

“เลี้ยงครับ” เขาตอบทันที

Jocho Sippawat, โจโฉ หนุ่มม้งที่ทำช่อง YouTube ด้วยแมลงและความกลัว เพื่อให้คนเข้าใจธรรมชาติและสัตวป์า
Jocho Sippawat, โจโฉ หนุ่มม้งที่ทำช่อง YouTube ด้วยแมลงและความกลัว เพื่อให้คนเข้าใจธรรมชาติและสัตวป์า

“ผมพูดความจริงนะ กลัวงูเราต้องเลี้ยงงู กลัวแมงมุมต้องเลี้ยงแมงมุม เมื่อไหร่ที่เลี้ยงอะไรสักอย่างเราจะเกิดความผูกพัน ความผูกพันจะทำให้เรารักสัตว์ตัวนั้น จากเลี้ยงหนึ่งตัวมันจะเพิ่มเป็นสิบ เป็นร้อย ผมเลี้ยงจะหลักพันแล้ว

“ผมเริ่มจากเลี้ยงงู เลี้ยงแมงมุม พอรู้สึกว่าไม่ค่อยตื่นเต้นก็เขยิบมาเลี้ยงงูพิษ พอเลี้ยงก็รู้สึกว่าพวกมันไม่น่ากลัวอย่างที่คิด เป็นสัตว์ที่น่ารักมาก ไม่ได้อยากจะทำร้ายคน แต่สาเหตุที่มันกัดเป็นแค่การป้องกันตัว ไม่ใช่ว่าเห็นคนเดินมา ก็ลองกัดเล่นสักหน่อย งูไม่ได้จ้องจะกัดหรือวางแผนเลื้อยดักหน้าเพื่อจะฉกเรา พวกมันแค่ใช้ชีวิตตามสัญชาติญาณ” โจโฉอธิบาย

จุดมุ่งหมายของโจโฉไม่ใช่การทำช่องเพื่อแสวงรายได้หรือชื่อเสียง เขาไม่สนใจว่าคนจะดูมากหรือน้อย 

หลังจากปล่อยคลิปวิดีโอแรก ‘กิ้งกือตะเข็บ’ แทบไม่มีคนกดดูเลยด้วยซ้ำ แต่ยูทูเบอร์คนนี้ยังทำคลิปออกมาอย่างไม่ขาดสาย โดยมีเพียงเป้าหมายเดียวคืออยากให้คนเข้าใจสัตว์มากขึ้น แม้หน้าตาจะดูไม่เป็นมิตรแต่ไม่ได้พ่วงพิษเสมอไป

ที่สำคัญ เขาไม่อยากให้คนทำร้ายสัตว์พวกนั้นเพียงเพราะความกลัวและคิดว่าเป็นสัตว์มีพิษ โจโฉเลยแถมวิธีการปฐมพยาบาลเบื้องต้นเมื่อถูกสัตว์น้อยใหญ่กัดหมับเข้าให้ เป็นคู่มือเอาตัวรอดฉบับพกพาที่เขาแจกจ่ายให้กับทุกคน

“ผมโดนสัตว์กัดเป็นว่าเล่น มากกว่าสามสิบ สี่สิบครั้ง อย่างตะขาบหรือแมงป่องในไทย ถ้าเป็นคนที่มีภูมิคุ้มกันดีอยู่แล้ว เวลาโดนกัดจะแค่ปวด แต่ไม่ถึงขั้นเสียชีวิต ยกเว้นคนที่มีโรคประจำตัว ถ้าเจอสายพันธุ์ที่พิษค่อนข้างแรงอาจถึงขั้นเสียชีวิตได้ ส่วนผมเจอแต่งูที่มีพิษอ่อน ไม่ได้เจอพวกงูเห่าหรืองูจงอาง ผมก็ยังไม่เคยโดนมันกัดและหวังว่าจะไม่ถูกกัดด้วย

Jocho Sippawat, โจโฉ หนุ่มม้งที่ทำช่อง YouTube ด้วยแมลงและความกลัว เพื่อให้คนเข้าใจธรรมชาติและสัตวป์า

“ถ้ารู้จักพฤติกรรมของเขา รู้ว่ามีพิษหรือเปล่า ทำอันตรายเราได้มากน้อยแค่ไหน เราก็อยู่ร่วมกับเขาได้นะ”

ที่ผ่านมา โจโฉทำคอนเทนต์เกี่ยวกับการเอาตัวรอดในป่า พืช-ผลไม้ป่า แถมด้วยเมนูอาหารสุดว้าวที่ไม่เคยธรรมดา อย่างต้มแซ่บหมูป่าหมักพิษงูเห่าบวกพิษงูเขียวหางไหม้ (มีคนกดชิมความอร่อยถึง 1.4 ล้านครั้ง) บางครั้งเขาก็ใช้พิษของตะขาบ แมงป่อง และแมงมุม จากนั้นก็เอาไปปรุงสุกผ่านการต้มและย่าง จะว่าไปก็ถือเป็นเรื่องละเอียดอ่อนมากในการนำพิษของสัตว์มาประกอบอาหาร โจโฉทราบข้อกังวลนี้ดี เขาไม่รีรอ ปรึกษากับนักวิชาการ และได้รับคำตอบว่าไม่เป็นอันตราย 

“ชาวบ้านส่วนมากเขาเลี้ยงวัว บางคนจนมากมีวัวตัวเดียว แล้ววัวดันโดนสัตว์มีพิษกัด เขาก็ไม่กล้ากินเนื้อวัวเพราะคิดว่ายังมีพิษอยู่ วัวก็ขายเนื้อไม่ได้ เขาก็ต้องทิ้ง 

“ผมเลยทำคลิปขึ้นมาสร้างความเข้าใจว่าเนื้อส่วนนั้นยังทานได้ แต่ต้องทำให้มันถููกต้อง ต้องปรุงให้สุกก่อน เพราะพิษสัตว์มีโปรตีนเข้มข้นสูง พอสุกก็กลายเป็นโปรตีน เวลากินเข้าไปก็เป็นการเสริมสร้างกล้ามเนื้อให้กับร่างกาย ถ้าไม่ปรุงสุกคุณสมบัติของพิษยังมีอยู่ มันจะเข้ากระแสเลือดและเป็นอันตรายต่อร่างกาย”

Jocho Sippawat, โจโฉ หนุ่มม้งที่ทำช่อง YouTube ด้วยแมลงและความกลัว เพื่อให้คนเข้าใจธรรมชาติและสัตวป์า

สัตว์สายพันธุ์ใหม่

หลังจากก้าวข้ามความกลัวมาได้ โจโฉเลี้ยงสัตว์โลกผู้น่ารักทั้งหมดจำนวนหลักพัน จนพัฒนากลายเป็นความสนใจ สู่นักสำรวจสัตว์และแมลงสายพันธุ์ใหม่ ทำให้นักวิชาการหลายคนถึงกับขอตัวอย่างจากโจโฉเพื่อศึกษาพันธุ์ของแมลง

“ป่าแถวบ้านผมเจอสัตว์สายพันธุ์ใหม่หลายชนิด บางตัวค้นพบแล้วแต่ยังถือว่าเป็นสัตว์แปลกอยู่สำหรับคนที่ไม่เคยเห็น อย่างแมงมุมโบราณก้นตัด กิ้งก่าบินที่ร่อนตัวเองได้ ตุ๊กแกบินได้ ตุ๊กแกหางเฟิร์น มีตะขาบที่เขาว่าสูญพันธุ์ไปแล้วเมื่อหกสิบปีก่อน แต่ผมกลับมาเจอมันอีกครั้ง มีจิ้งเหลนที่ไม่มีขา มีทารันทูร่าที่อยู่บนต้นไม้ ทั้งหมดถือเป็นสัตว์หายาก”

Jocho Sippawat, โจโฉ หนุ่มม้งที่ทำช่อง YouTube ด้วยแมลงและความกลัว เพื่อให้คนเข้าใจธรรมชาติและสัตวป์า

เมื่อใดก็ตามที่เดินเข้าป่าแล้วโจโฉบังเอิญเจอสัตว์หน้าตาแปลกประหลาดที่ไม่เคยรู้จักมาก่อน เขาจะเก็บกลับบ้านและสันนิษฐานว่าเป็นสัตว์สายพันธุ์ใหม่ พร้อมโพสต์ลงกลุ่มเฟซบุ๊กที่รวมผู้เชี่ยวชาญและนักวิชาการเพื่อตามหาคำตอบ จนทำให้เกิดการขอตัวอย่างสัตว์ตัวน้อย พันธุ์พืช และผลไม้ป่า เพื่อศึกษาต่อและเก็บสะสมเป็นคลังความรู้สำหรับคนที่สนใจ

โจโฉไม่ได้มองว่าเขาเป็นผู้เชี่ยวชาญเมื่อเทียบกับนักวิชาการตัวจริง เขาเป็นเพียงแต่ผู้ที่สนใจและศึกษาเรื่องราวของสัตว์เหล่านั้นพอเป็นพื้นฐานและนำเสนอให้คนหันมาเพิ่มความสำคัญกับสัตว์มากขึ้น เอาตัวรอดได้เมื่อต้องเผชิญหน้ากัน

Jocho Sippawat, โจโฉ หนุ่มม้งที่ทำช่อง YouTube ด้วยแมลงและความกลัว เพื่อให้คนเข้าใจธรรมชาติและสัตวป์า

อยากให้ธรรมชาติอยู่กับเราไปนานๆ

Jocho Sippawat, โจโฉ หนุ่มม้งที่ทำช่อง YouTube ด้วยแมลงและความกลัว เพื่อให้คนเข้าใจธรรมชาติและสัตวป์า

จากความกลัวกลายเป็นความหลงใหล แชนเนล Jocho Sippawat มีคนติดตามมากกว่า 1 ล้านคนและขยายขอบเขตเนื้อหามากกว่าการเดินเข้าป่า เป็นการเดินสำรวจถ้ำ ย่ำชายหาดและล่องเรือออกท้องทะเล สนุกมาก!

“ผมอยากทำเกี่ยวกับสภาพป่า บนเกาะ และระบบนิเวศ ให้มันครอบคลุมทั้งหมดเลยครับ เน้นประเทศไทยเป็นหลัก อนาคตผมฝันอยากมีบริษัทเล็กๆ ของตัวเอง เปิดอบรมให้เด็กเข้าใจเกี่ยวกับธรรมชาติ ให้เขารู้จักรักษาธรรมชาติ 

“ผมอยากให้ธรรมชาติอยู่กับเราไปนานๆ ถึงตอนนั้นบริษัทจะเจ๊งก็ไม่เป็นไรครับ” เขายังรักษาระดับอารมณ์ขัน

การลุกขึ้นมาทำแชนเนลของโจโฉได้เปลี่ยนความกลัวเป็นความเข้าใจ

“ผมบอกเลยนะครับ การทำ YouTube ไม่ได้สนุกเท่าไหร่ มันเหนื่อยครับ แต่ผมทำเพราะอยากให้ทุกคนเห็นและเข้าใจธรรมชาติและวิถีชีวิตของเรากับสัตว์มากขึ้น บางคนอาจบอกผมว่าบ้าไปแล้ว ที่เรียนจบแล้วแบกเป้มาใช้ชีวิตในป่า”

หลังจบประโยคลูกบ้าของเขา ผมและโจโฉก็หัวเราะครืน

Jocho Sippawat, โจโฉ หนุ่มม้งที่ทำช่อง YouTube ด้วยแมลงและความกลัว เพื่อให้คนเข้าใจธรรมชาติและสัตวป์า

ภาพ : Jocho Sippawat

Writer

Avatar

ภูมิ เพชรโสภณสกุล

อดีตนักศึกษาเอกปรัชญา นักหัดถ่าย นักหัดเขียน เป็นทาสแมว ที่ใฝ่ฝันจะเป็นนักดนตรี

Page Maker

คุยกับเหล่านักทำเพจน่าสนใจในโลกออนไลน์

14 กุมภาพันธ์ 2561
10 K

โจทย์จากกองบรรณาธิการ The Cloud สัปดาห์นี้เป็นเรื่องความรัก

แต่นอกจากความรักงานแล้ว เราก็นึกอะไรไม่ออกอีกเลย

“แยกย้ายไปทำงานกันครับ” ตัวแทนคนรักงาน จากเพจชมรมคนรักงาน ตอบรับและตอบกลับสั้นๆ ทันทีที่เราส่งข้อความนัดหมายในเวลาทำการ

ไม่ว่าคุณจะเป็นคนทำงานในสายงานวงการไหนๆ ถ้าคุณเป็นคนที่มีงานอยู่เต็มทุกห้องหัวใจเหมือนกันกับเรา เชื่อว่าคุณต้องเป็นหนึ่งในกว่าแสนคนของชมรมที่มีคติประจำใจว่า ‘รักงานยิ่งชีพ’ หรือมีความเชื่อเหมือนกันอย่าง ‘จงทำงานให้งานมันท้อเราไปเอง’ หรือหากใครเป็นสมาชิกชมรมระดับมงกุฎเพชร ก็ย่อมต้องมีสติกเกอร์ไลน์คนรักงานไว้ส่งตอบหัวหน้าที่รักให้สมกับความรักที่มี

มะ มะ ไม่รัก ไม่รัก ไม่รักได้ไง ลีโอ พุฒ ไม่ได้กล่าว เรากล่าวเอง

ถ้างานที่ทำอยู่พูดได้ มันก็คงเอ่ยคำขอแต่งงาน “Will you marry me?” นี้ไปแล้ว

งานแต่งงานที่เจ้าสาวแต่งงานกับฟุตเทจเทปสัมภาษณ์กองโต เสิร์ฟอาหารแช่แข็งเลี้ยงแขกที่มาเป็นสักขีพยาน บนโต๊ะจีนที่จัดเรียงแถวเหมือนแผนผังที่นั่งในออฟฟิศ พรีเวดดิ้งว่าจะไปถ่ายรูปที่เครื่องถ่ายเอกสาร และเครื่องสแกนนิ้วบันทึกเวลาเข้างาน มาถึงช่วงไฮไลต์ตัดเค้กสิบชั้นที่ทำจากแฟ้มงานกองรวมกัน ก่อนจะแจกของชำร่วยเป็นที่เย็บกระดาษและชุดอุปกรณ์สำนักงานสุดน่ารัก อาฟเตอร์ปาร์ตี้ด้วยเพลงเพื่อชีวิตและเสิร์ฟเครื่องดื่มชูกำลัง

ซึ่งพิธีการทั้งหมดนี้ต้องเสร็จก่อนเที่ยงคืน เพราะมีงานรออยู่

และใครที่วันนี้ติดงาน ไม่ได้ออกไปฉลองวาเลนไทน์ที่ไหน เราอยากชวนคุณมาสนทนากับแอดมินที่รักงานที่สุดในโลกนี้ด้วยกัน

ว่าแต่ว่า วันนี้แอดมินไม่ทำงานหรอคะ

ชมรมคนรักงาน, เพจ, ทัศนคติในการทำงาน

ชีวิตจริงแอดมินชมรมคนรักงานได้ทำงานที่รักมั้ย

ได้ทำครับ เรียกว่าตรงกับวิชาชีพที่เรียนมามากกว่า ผมเลือกเรียนกราฟิก เพราะยุคนั้นบริษัท Propaganda ดังมาก เราก็อยากทำงานออกแบบ ซึ่งสมัยนั้นไม่สนุกเหมือนทุกวันนี้ เราอยากทำงานคิดก็เลยมาเป็นครีเอทีฟ

รู้สึกว่าตัวเองโชคดีมั้ยที่ได้ทำงานที่เรารัก

ด้วยงานที่ทำมันเป็นชิ้นเป็นอัน ทำให้เห็นชัดเจนว่าถ้าเราตั้งใจทำแล้วงานมันจะออกมาดี เราก็ยิ่งตั้งใจ เหมือนลงทุนเวลาลงไปแล้วไม่เหนื่อยฟรี แม้บางงานจะเป็นงานเหนื่อยฟรี

คิดยังไงเวลาที่คนบอกว่า ก็ใช่สิ ทำงานครีเอทีฟก็ได้สนุกมากกว่าคนที่จมอยู่กับกองเอกสาร

เราว่ามันเป็นเรื่องทัศนคตินะ ถ้าเราไม่เห็นความสำคัญของสิ่งที่เราทำ เราก็จะรู้สึกว่าฉันทำแค่งานเอกสาร ฉันทำงานแค่นี้ไม่ได้สำคัญอะไร เรามักไม่รู้ว่าส่วนงานของเรา ถ้าเราทำอย่างดี คนที่รับงานไปทำต่อเขาจะไม่เสียเวลา ซึ่งเป็นเรื่องดีกับทุกคน ถ้าทุกคนตั้งใจทำงานของตัวเอง ทุกอย่างก็จะออกมาดี ทุกอย่างมันเป็นลูกโซ่ที่ส่งผลถึงกัน

คือถ้าเรารู้สึกเห็นความสำคัญของงานที่เราทำ เราก็จะไม่รู้สึกทุกข์ทรมานที่ต้องออกแรงเยอะๆ

นอกจากทัศนคติ มีปัจจัยอะไรอีกที่หล่อเลี้ยงให้เราทำงานอย่างมีความสุข

ทุกคนต้องส่งเสริมกัน คือถ้าเพื่อนๆ รอบตัวเป็นเพื่อนที่ไม่ทำงาน เราก็อยู่ในสภาพทุกคนไม่ทำงาน แล้วทำไมเราต้องเหี่ยวอยู่คนเดียว ทำไมต้องทำงานหนักแทนทุกคน ในทางกลับกัน ถ้าเราอยู่ในที่ที่ทุกคนทำแต่งาน ตายแล้วเราไม่ทำงานได้เหรอ นึกออกมั้ย มันส่งผลต่อกัน

เชื่อในเรื่องการทำงานให้หนักมั้ย

เชื่อนะ เพราะว่าทุกวันนี้ก็ยังทำงานหนักอยู่ มันทำให้เห็นว่าใครทำงานและใครไม่ทำงาน พอเราทำงานอย่างเต็มที่ เราก็อยากร่วมงานกับคนที่เต็มที่เหมือนกันกับเรา

ชมรมคนรักงาน, เพจ, ทัศนคติในการทำงาน
ชมรมคนรักงาน, เพจ, ทัศนคติในการทำงาน

คิดยังไงกับคำที่บอกว่า ค่าของคนอยู่ที่ผลของงาน

หากจะมีอะไรที่สามารถบอกวัดได้ว่าตัวตนเป็นยังไง เป็นคนตั้งใจหรือเปล่า ตั้งใจแค่ไหน มีทัศนคติต่อเรื่องบางเรื่องยังไง เราว่างานที่เขาทำสะท้อนสิ่งนี้ได้ทั้งหมดนะ

โอเค มันอาจจะวัดไม่ได้ว่าคนนี้มีค่ามากกว่าอีกคน แต่งานที่ออกมาวัดความตั้งใจของคนได้จริงๆ ซึ่งมันมีความหมายนะ ต่อให้เป็นคนไม่เก่งแต่เขาเป็นคนตั้งใจ เราจึงคิดว่าคนที่มีค่าก็คือคนที่ตั้งใจ

นิยามของความรักงานแบบคนรักงาน แบบไหนจึงเรียกว่ารัก

เป็นความรู้สึกกลัวว่ามันจะออกมาไม่ดี เหมือนมีแฟนแหละ จะชวนเขาไปดูหนังก็ต้องคิดเยอะว่าดูแล้วเขาจะชอบเหมือนเรามั้ย อยากจะซื้อเสื้อให้แล้วเขาจะชอบหรือเปล่า ถ้าชวนกินข้าวแล้วเขาจะชอบร้านนี้มั้ย นี่คือความรู้สึกกลัวไม่ดี กลัวทำออกมาแล้วเขาจะไม่ชอบ เหมือนกันกับงานที่ทำ เราก็กลัวว่าเราไม่ชอบงานที่ออกมา กลัวคนที่เห็นไม่ชอบ เราก็จะยิ่งพยายามที่จะทำ

แล้วมันมีเส้นบางๆ กั้นระหว่างรัก (งาน) จริงๆ กับหวังให้เธอมารักมั้ย

ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใด แค่อยากทำงานให้ดี หรือทำเพื่อหวังให้ใครเห็นความตั้งใจ ล้วนตั้งอยู่บนพื้นฐานที่ว่า แล้วเรามีความสุขที่จะทำมันมั้ย ถ้าเราไม่รัก ไม่อยากทำงานโรงแรม เราก็คงไม่อยากทำให้ลูกค้ามีความสุข ได้รับความสะดวกสบาย หรือพนักงานร้านรองเท้าวิ่งนี่ชัดเจนเลย ถ้าเขาเป็นคนวิ่งอยู่แล้ว ก็ยิ่งคุยกับลูกค้ารู้เรื่อง

เคยอ่านเจอ ที่เขาบอกว่าให้มองหาข้อดีของงานที่ตัวเองทำ ถ้าสมมติเราไม่ได้รักงานที่ทำ 100% ก็ต้องถามกลับมาที่ตัวเองว่าแล้วทำไมเราถึงมาทำมัน วันแรกที่เราทำสิ่งนี้ เราทำทำไม เงินดี หรือเพราะว่าฉันไม่มีอะไรทำ ซึ่งหากเป็นข้อหลังมันก็จะวกกลับมาที่ข้อแรกที่ว่าเพราะมันได้เงิน แล้วมีความสุขดีมั้ยที่ได้เงิน ถ้ามีความสุขก็แปลว่าทำได้นี่ แต่ถ้าไม่มีความสุข…เปลี่ยน แต่ถ้าไม่เปลี่ยนก็ให้มองหาว่าอะไรทำให้คุณไม่เปลี่ยน

แสดงว่าคนรักงานไม่ติดหรือมีปัญหากับการเปลี่ยนงานบ่อยๆ ใช่มั้ย

ไม่ติดเลย บังเอิญว่าโดยอาชีพของเราแล้ว ทุกคนย้ายงานไปมาเป็นปกติมาก แต่เราเชื่ออย่างหนึ่งว่าคงเหมือนตอนจีบกันมั้ง กว่าจะเจอใครสักคนที่แต่งงานอยู่ด้วยกันได้ เห็นหน้าคนนี้แล้วชอบ ลองเป็นแฟน ใช้เวลาด้วย ไม่ใช่ ก็ต้องเลิกนะ

ชมรมคนรักงาน, เพจ, ทัศนคติในการทำงาน
ชมรมคนรักงาน, เพจ, ทัศนคติในการทำงาน
ชมรมคนรักงาน, เพจ, ทัศนคติในการทำงาน

คิดว่าอะไรทำให้บางคนเลือกที่จะอดทนทำงานแม้ว่าจะเจอปัญหา

แปลว่าเขาต้องเจออะไรสักอย่างหนึ่ง เปรียบเทียบง่ายๆ เรื่องแฟน ผู้ชายคนนี้นิสัยไม่ดี แต่เขาสามารถซื้อกระเป๋า Chanel ให้เธอได้ทุกเดือน ถ้าเธอมีความสุขกับกระเป๋า Chanel เธอก็จะทนความเลวมันได้ แต่ถึงจุดหนึ่งก็อาจจะทนไม่ได้

เราเชื่อว่าทุกคนมีเหตุผลของการทนทำงานบางอย่าง เจ้านายร้ายกับเรามาก แต่ออฟฟิศใกล้บ้านและมีลูกเล็กที่ต้องกลับไปดูแล เราไม่สามารถไปบอกเขาว่าเจ้านายแกร้าย ย้ายงานเถอะ แต่งานใหม่ต้องนั่งรถไปกลับ 5 ชั่วโมงไม่ได้เจอลูกเช้าเย็น ดังนั้น เราไม่สามารถตัดสินใครได้เลย ว่าทำไมใครถึงทนทำงานบางอย่าง

หากเหตุผลของการทำงานหนักเป็นเพราะการทำงานเสริมนอกจากงานประจำ นี่ถือเป็นการกระทำความนอกใจมั้ย

ถือเป็นการนอกใจ เป็นบาป แต่เราเห็นด้วยว่าทำได้นะ ถ้าหากบริหารจัดการได้ และสิ่งที่ทำช่วยเยียวยาชีวิต เยียวยาจิตใจ

ถ้างานที่ทำอยู่เงินเดือนดีแต่กัดกินจิตวิญญาณ แล้วอยากจะใช้เวลานอกทำงานที่อยากทำ ก็ทำสิ มันช่วยให้เรามีชีวิต ทำเลย หรือต่อให้งานที่ทำอยู่ปัจจุบันมีความสุขมาก แต่เงินไม่พอ ฉันก็ต้องทำอีกอย่างเพื่อให้มีชีวิตอยู่ได้ ก็ต้องทำ แต่ก็ต้องไม่ลืมภาระความรับผิดชอบ

ความซวยคือ ฝิ่น (ชื่อเล่นของงานนอกที่เรียกกันในวงการ) มักจะเป็นงานที่เลว งานรีบ งานเร่ง งานยาก งานหินไม่มีใครทำ ซึ่งเป็นงานที่กัดกินเราอยู่แล้วในวันปกติ ดังนั้น ถ้าเราจะเอาเวลาไปทำอย่างอื่น ไปวิ่ง ไปถ่ายรูป ไปทำอะไรที่อยากทำเลยน่าจะดีกว่า

แล้วในมุมเจ้านายที่เห็นว่าลูกน้องรักงานนอกมากกว่างานประจำ คิดว่าเขาควรจะทำยังไง

อันนี้ก็คงต้องคุยกันว่าอะไรคือเหตุผลที่ทำแบบนั้น เพราะถ้าทำเงินไม่พอใช้ ก็ต้องคุยกันว่าเป็นเพราะอะไร performance ไม่ถึงเลยไม่ได้รับการเลื่อนตำแหน่ง เงินเดือนไม่ขึ้น หรือจริงๆ งานที่ทำอยู่ระดับเพดานแล้ว มันไม่มีสูตรสำเร็จ มันสรุปไม่ได้ว่าแกทำงานนอกแกเลว

แต่สุดท้ายนะ ถ้ามันตั้งใจทำ มันก็จะไม่เสียอะไรสักอย่าง

จับปลาหลายมือเหรอ

จับไม่ได้หรอก มันจะตั้งใจทำได้อย่างเดียว และสุดท้ายพอตั้งใจทำมันจะถูกบีบให้เหลือเพียงอย่างเดียว

คนที่ทำงานมาสักพักแล้วก็คงจะใช่ แต่สำหรับเด็กจบใหม่ล่ะ คุณมีคำแนะนำยังไงบ้าง

ลงมือทำงานเข้าไป ลองทำทุกอย่าง เราพูดเรื่องนี้วันนี้ได้ เพราะเราผ่านการทดลองมาหลายแบบ เด็กๆ ก็จะยืนชี้หน้า แหงสิ ทำมาแล้วไง ไม่เดือนร้อนนี่

ช่วง 5 – 6 ปีที่ผ่านมามันมีเทรนด์อายุน้อยร้อยล้าน รีบประสบความสำเร็จ เพื่อจะไปใช้ชีวิตสโลว์ไลฟ์ แล้วบ้านเราก็ไปตีความคำนี้ว่าหมายถึงการทำน้อยๆ ทำช้าๆ น่าเป็นห่วงนะ เพราะช่วงแรกของการทำงานเป็นมนุษย์เงินเดือนยังไงก็ลำบาก เงินไม่พอ เงินไม่มีทางพอ

น้องๆ ทำงานเพิ่งเริ่มใหม่ๆ จะชอบถามว่า ‘ทำยังไงถึงจะทำงานแล้วมีเงินเดือนดีๆ’

ชมรมคนรักงาน, เพจ, ทัศนคติในการทำงาน
ชมรมคนรักงาน, เพจ, ทัศนคติในการทำงาน

แล้วเด็กสมัยก่อนไม่คิดแบบนี้เหรอคะ

คิดนะ ทุกคนคิดเรื่องเงิน ทำงานนะไม่ได้ทำบุญ

คำตอบก็คือ ก็ต้องทำงาน โอเค เราอาจจะสู้คนที่ฟ้าชะตาฟ้าลิขิตเกิดเป็นลูกใหญ่คนโตไม่ได้ สู้คนที่จบเมืองนอก ปริญญาเอก 3 ใบ เงินเดือนก็ต้องไม่เท่าเขาอยู่แล้ว แต่เชื่อเถอะว่าถ้าเราตั้งใจทำ มันมีคนเห็น หรือถ้าที่นี่ไม่มีคนเห็น ก็ต้องไปตั้งใจในที่ที่มีคนเห็น

เป็นเพราะเราโตมากับการเห็นความสำเร็จที่ปลายทาง มากกว่าจะเห็นข้อดีของความมุ่งมั่นตั้งใจในการทำงานหรือเปล่า

ใช่ๆ เราเห็นภาพความสำเร็จแบบสำเร็จรูป ในละครไทย เราไม่เคยเห็นตัวละครทำงานหนัก ไม่เคยมีพระเอกที่จีบนางเอกไปด้วย ทำงานถึงตี 2 ไปด้วยได้ หรือไม่เคยทำอย่างอื่นเลยนอกจากการเป็นลูกท่านประธาน แล้วเราจะเอาแบบอย่างภาพการทำงานอย่างหนักมาจากไหน

ในละครญี่ปุ่น พระเอกคือคนที่ตั้งใจทำงาน นี่คือทัศนคติที่ละครกระตุ้นความเชื่อนี้ลงไปในสังคม ชายหนุ่มจะกลายเป็นคนที่หญิงสาวชอบ เขาต้องเป็นคนที่ตั้งใจ ต่อให้เป็นคนที่กระจอกที่สุดแต่ถ้าตั้งใจนางเอกก็จะชอบมากกว่าลูกชายท่านประธาน และเหล่านี้ไม่เคยมีให้เห็นในละครไทยเลย

การตั้งใจเลือกงานแรกในชีวิตส่งผลต่อชีวิตเรายังไงบ้าง

ถ้าวัดจากตัวเรานะ ตอนที่เริ่มงานครั้งแรกเราไม่ได้เลือกงาน แค่รู้สึกว่าเป็นงานตรงสาย ได้ทำกราฟิกเท่านี้โอเค เพราะเป็นสิ่งที่อยากทำแล้ว เราเชื่อว่าสุดท้ายที่เรามาอยู่ถึงจุดนี้ได้เพราะมันมีคนเห็นว่าเราตั้งใจ และใครๆ ก็อยากทำงานกับคนตั้งใจทั้งนั้น จึงนำมาซึ่งค่าตอบแทนที่น่าดึงดูด จะว่าไป นี่คงเป็นกลไกราคาความตั้งใจหนึ่ง

สำหรับเด็กที่ทำงานไม่ตรงสิ่งที่เรียนมา คุณมีคำแนะนำว่า…

มันอาจจะเหนื่อยกว่า แต่เพราะความรักที่มีมันทำให้ใช้ความพยายามมากกว่าคนที่เรียนมา เรามีเพื่อนที่เรียนเศรษฐศาสตร์แล้วมาทำงานโฆษณา สุดท้ายก็ไปไกลถึงต่างประเทศ กลับมาเป็นใหญ่เป็นโตนะ ดังนั้น ทำงานตรงหรือไม่ตรงสายไม่เกี่ยวหรอก คำแนะนำสำเร็จรูปสำหรับทุกคนคือ ตั้งใจทำงานนะครับ

จริงมั้ยที่เด็กรุ่นใหม่ไม่อดทน

เราว่ามันเป็นช่องว่างระหว่างเจเนอเรชันเหมือนกันนะ เราเห็นน้องๆ ยุคนี้ต้องการความเร็ว ไม่เข้าใจว่าทำไมถึงใช้เวลาสั้นๆ เพื่อไปสู่เป้าหมายที่อยากทำให้สำเร็จไม่ได้ อยากได้รางวัลเร็วๆ เลยไม่ได้เหรอ ทำไมต้องสเกตช์งานเยอะๆ และขายไม่ผ่านอีกแล้ว ทำไมงานอันนี้ถึงไม่โอเคเสียที โดยที่ลืมคิดไปว่า มันต้องใช้เวลาหุงข้าวให้มันอร่อย

เราพูดไม่ได้เต็มปากว่า ตั้งใจทำงานเถอะครับ ตั้งใจเข้าไปแล้วน้องจะได้คานส์ แต่พูดได้ว่าน้องจงตั้งใจทำงานแล้วต่อไปทุกอยางมันจะดี ต่อให้ไม่ได้คานส์ น้องก็จะเป็นพนักงานออฟฟิศที่ดีมาก ที่ทุกคนอยากทำงานกับน้อง

ชมรมคนรักงาน, เพจ, ทัศนคติในการทำงาน
ชมรมคนรักงาน, เพจ, ทัศนคติในการทำงาน

การตั้งใจทำงานมีโทษมั้ย ยังไงบ้าง

ที่แน่ๆ คือ สุขภาพ มันเป็นราคาที่ต้องจ่าย และถ้าเราดูแลบาลานซ์ของงานและชีวิตไม่ดี มันก็จะทำร้ายคนอื่น ทำร้ายครอบครัว ไม่ค่อยได้เจอกัน เพื่อนฝูง หรือว่าเราอาจจะเผลอไปมองว่าคนนี้คนนั้นตั้งใจน้อยกว่าเรา

บาลานซ์ก็คือ ความรู้สึกที่รู้ว่าทำประมาณนี้พอแล้วนะ แล้วแบ่งตัวเราไปโฟกัสกับสิ่งอื่น

ยกตัวอย่าง เราเป็นคนมีกิจกรรมเยอะ ทำงาน ทำเพจกับเพื่อน ถ่ายรูป และวิ่ง ทุกอย่างเราตั้งใจหมด กับเรื่องวิ่งเราให้ความสำคัญเป็นลำดับหลังๆ หน่อย แต่เราทิ้งไม่ได้ เพราะวิ่งทำให้เราสามารถทำทุกอย่างที่ว่ามาได้ แต่เราให้น้ำหนักต่อสิ่งต่างๆ ไม่เท่ากัน เราจะไม่วิ่งจนทำให้เราไปทำงานไม่ไหว หรือซ้อมวิ่งเยอะจนไม่มีเวลาทำอย่างอื่น เราชอบถ่ายรูป เพราะรู้ว่าเราถ่ายรูปแล้วดี แต่เราจะไม่ถ่ายรูปจนไม่มีเวลาไปวิ่งหรือทำงานออฟฟิศไม่รอด และเราจะไม่ทำงานออฟฟิศจนไม่มีเวลาวิ่งหรือไม่มีเวลาไปถ่ายรูป

เหมือนหรือแตกต่างกับ work-life balance ที่คนชอบพูดกัน?

เวลาที่คนพูดคำนี้ แล้วบอกว่าจะทำงานถึงแค่ 5 โมงเย็นเพราะ work-life balance บ้าเหรอ งานมันไม่เสร็จไง พอพูดว่าบาลานซ์มันแปลว่า แกมี 2 ฝั่ง และแกต้องทำทั้งสองฝั่งให้เท่ากัน คำมันทำร้ายอะ มันแปลว่าถ้าฉันทำงาน 6 ชั่วโมง ฉันต้องพัก 6 ชั่วโมง เราก็ไม่แน่ใจนะ แต่ว่ามันมีหลายอย่างที่อยากทำ มันไม่ได้มีแค่ตราชั่ง 2 ฝั่งที่เราต้องหาสมดุล

แล้วถ้าให้ชมรมคนรักงานนิยามความบาลานซ์นี้จะเป็นคำว่า…

เราคิดว่า พอดี เพราะพอดีแต่ละคนไม่เท่ากัน และเราเห็นว่าพอดีของเราคือเท่านี้ ทำงานออฟฟิศเยอะหน่อย วิ่งประมาณหนึ่ง และมีเวลาถ่ายรูปเรื่อยๆ พยายามไม่ให้มันหลุดจากโมเมนตัมนี้ ไม่ใช้เวลากับงานมากเกินไป แต่ถ้างานไหนต้องตั้งใจเยอะๆ ต้องการความละเอียด เราก็ต้องทำ ไม่หนีมัน เพื่อที่จะทำให้เรียบร้อยในทีเดียว และมีเวลาไปทำอย่างอื่น ถ้าทำไม่เรียบร้อยก็จะเสียเวลาหนักกว่าเดิม

คิดยังไงกับความสัมพันธ์ที่พังเพราะว่ารักงานมากกว่า

ไม่ควรปล่อยให้เป็นอย่างนั้นนะ เพราะสุดท้ายแล้วก็เป็นทุกข์จนทำงานไม่ได้อยู่ดี

ทุกปีที่เพจชมรมคนรักงานจะมีคอนเทนต์วาเลนไทน์ และคนก็จะอิน อินมากด้วย ซึ่งได้แก่ หนึ่ง เป็นมนุษย์ที่อยู่กับกองงาน เดตกับงานวันนั้น สอง ไม่มีใคร ไม่รู้จะไปไหน และสาม มนุษย์ที่อกหักมา เพื่อนสมัยเรียนมหา’ลัยของเราเคยบอกว่า “ทำงานให้หนักเพื่อลืมรักที่ทรมาน” เราเอาคำนี้มาใช้ในเพจทุกปีเลย

ชมรมคนรักงาน, เพจ, ทัศนคติในการทำงาน
ชมรมคนรักงาน, เพจ, ทัศนคติในการทำงาน
ชมรมคนรักงาน, เพจ, ทัศนคติในการทำงาน

แล้วลืมได้จริงมั้ย

จริง เวลาที่ตั้งใจ เราก็จะโฟกัสแต่เรื่องนี้จนไม่มีเวลาไปสนใจว่าเขาไปกดไลก์รูปผู้หญิงคนนั้นอีกหรือเปล่า

อกหักจากความรัก กับ อกหักงานงาน อย่างไหนเจ็บกว่ากัน

คล้ายๆ กันนะ อกหักจากงานจะเป็นความรู้สึกเคว้งๆ เหมือนถือดอกไม้ไปให้ นัดกันไว้แล้วเธอก็ไม่มา เฮิร์ตแหละเพราะตั้งใจน่ะ เอาจริงๆ คนที่ทำอาชีพเราทุกคนตั้งใจ เพราะงานมันเห็นเป็นชิ้น แรงที่เราทุ่มเทลงไปมันออกมาเป็นสิ่งนี้ ผลออกมาดี ผู้คนแฮปปี้ เราก็แฮปปี้ แต่ขณะที่กำลังตั้งใจและตั้งใจกับมันอยู่จู่ๆ เธอก็ยกเลิก ลอยกลางอวกาศ แต่ว่าเศร้าได้ไม่นานหรอก เพราะมีงานอื่นรออยู่

จริงมั้ยที่งานไม่เคยทรยศเรา

จริงครับ ปัญหาเวลาทำงาน ตัวงานเองไม่เคยมีปัญหาเลย คนน่ะมีปัญหา งานไม่เคยทรยศแปลว่าอะไร แปลว่ามีโจทย์เลข 10 ข้อ ตั้งใจบวกเลข 10 ข้อ บวกถูก 10 มันก็ถูก 10 ข้อ ง่ายๆ แบบนี้เลย ไม่มีการทรยศ แต่การใช้คนไปบวกเลข 10 ข้อ บางทีอาจจะทำไม่เสร็จ ไม่ได้แปลว่าโจทย์มีปัญหา คนที่ทำงานต่างหากที่มีปัญหา

ทุกข์ของคนรักงานวันนี้คืออะไร

แต่ละวันเรามีเรื่องที่อยากทำเต็มไปหมดเลย แต่เวลาไม่เคยพอ ปัญหาคือมนุษย์มันต้องนอนไง ไม่นอนก็ทำไม่ไหว

รักงานขนาดนี้ เคยคิดภาพตัวเองตอนเกษียณงานมั้ย

คงเหงานะ นึกภาพตัวเองไม่ออกเลย สังเกตพ่อแม่เราที่บ้านสิ เวลาที่เขายังทำงานอยู่เขาดูมีชีวิตชีวาอยู่เลย พอหยุดทำงานปุ๊บแก่ทันที เขาไม่รู้ว่าวันนี้ลุกขึ้นมาแล้วจะทำอะไร

เห็นมั้ยว่าความว่างมันทำร้ายเรา

เราเชื่อว่าลุงๆ ป้าๆ วัยเกษียณเขามีอย่างหนึ่งที่พวกเราไม่มี เขาเห็นโลกมา และเขาสอนเราได้ เหมือนลุงๆ ป้าๆ ผู้สูงอายุ ที่มูลนิธิพระดาบส ซึ่งดีนะ เราเคยเห็นแคมเปญโฆษณาของต่างประเทศชื่อว่า ‘Speaking Exchange’ ที่จับผู้สูงอายุในบ้านพักคนชรากับเด็กๆ อีกฝั่งหนึ่งของโลกที่อยากเรียนภาษามาเจอกันผ่านวิดีโอคอล ผู้สูงอายุก็ไม่เหงา เด็กๆ ก็ได้ความรู้ ต่อให้เป็นแคมเปญส่งประกวดที่อาจจะไม่เกิดขึ้นจริง แต่อย่างน้อยๆ ก็สร้างแรงบันดาลใจแก่โลก ทำให้คนที่เห็นงานนี้รับรู้ว่าสิ่งนี้ทำได้ สิ่งนี้เกิดขึ้นได้

แอบใช้เวลางานมาทำเพจบ้างหรือเปล่า

ไม่ครับ โชคดีที่เรามีแอดมินหลายคน เวลาที่โพสต์จะเป็นเวลาว่างที่ไม่เท่ากันของแต่ละคนพอดี

ชมรมคนรักงานมีจุดเริ่มต้นมาจากเสียงบ่นระดับมืดหม่นเกี่ยวกับงานของคนทั่วไป งานมันยาก มันมีปัญหาและปัจจัยเยอะแยะ แล้วทุกคนก็บ่น ได้ระบาย และงานก็ไม่เสร็จ วนอยู่แบบนี้ และการนั่งฟังคนบ่นแบบนี้ก็ทำให้ท้อตามไปด้วย เราเชื่อว่ามันจะมีคนแบบเรา คนที่รู้สึกว่า พอแล้ว อย่าบ่นต่อไปเลยนะ ทำงานกันเถอะ พวกเราคิดแค่นี้เลย ก็เกิดเป็นเพจขึ้นมา

ซึ่งจะเห็นว่าเป็นเพจที่ฟรีฟอร์มมาก ถ้าสังเกตจะเห็นว่ามีคอนเทนต์ประมาณ 3 – 4 รูปแบบ รูปวาด ข้อความ และโปสเตอร์หนัง ซึ่งเนื้อหาทั้งหมดก็แล้วแต่ว่าแอดมินคนไหนว่าง ไม่มีการนัดแนะ ทุกคนรู้ใจความหลักของเพจเหมือนกันนั่นคือ ‘รักงาน’ เท่านี้เลย จะทำอะไรก็ได้ แต่จะมีเสียงเดียวเหมือนมาจากแอดมินคนเดียว

คิดว่าอะไรทำให้คนรักงานเข้ามารวมตัวในชมรมคนรักงานมากมายขนาดนี้

คอนเทนต์คนบ้า (งาน) ด้วยแหละ

ลูกเพจ 80,000 คนแรกมาด้วยวิธีการออร์แกนิกทั้งหมดเลยนะ พอเราทำงานในวงการนี้เราจะรู้ว่าเฟซบุ๊กมันแกล้งเรา มันอั้นเราไว้ สมัยก่อนโพสต์ 100 ครั้ง เห็น 10 ครั้ง ปัจจุบันแทบไม่เห็นแล้วนะ ต้องจ่ายเงิน ขนาดกด see first ก็ไม่เห็นนะ ยุคแรกเราเอาชนะด้วยการทำเนื้อหาให้เยอะเข้าสู้ 100 โพสต์แล้วไม่เห็นใช่ไหม ได้!! เราทำ 200 โพสต์ โพสต์มันทุก 10 นาที และใช้วิธีทำเนื้อหาตามเทศกาล เช่น คลื่นเคานต์ดาวน์ ได้! มาทำเนื้อหาเคานต์ดาวน์ไปออฟฟิศกัน คนเห็นก็จะกรีดร้องเพราะมันอินไซด์ ทุกคนกรีดร้องเพราะไม่อยากกลับไปออฟฟิศที่มีงานรออยู่

คิดว่าทุกคนที่เข้ามารักงานจริงๆ หรือเป็นการประชดประชัน

เราเชื่อว่า ส่วนหนึ่งก็รักงานแหละ แต่แค่ยืมมือเราประชดหัวหน้า

อย่างน้อยๆ ชมรมคนรักงานไม่ได้เป็นเพจที่ชวนเขาบ่น แต่เพราะเราเป็นคนรักงานไง และทุกคนควรจะรู้ไว้ซะว่าเรารักงาน เรายังต้องทำงานอยู่ เป็นคนดีทันที ไม่ใช่การบ่นแล้วว่าทำงานหนักจังเลยเป็นทุกข์มาก ไม่มีประโยชน์จะมืดหม่น เพราะเราตั้งใจไง เราจึงยังทำงานอยู่ ต่อให้เป็นงานที่ยังไม่เสร็จ แต่ก็ยังนั่งทำงานอยู่ เพราะว่าฉันจะทำมันให้เสร็จ จะมากจะน้อยเราได้ตั้งใจแล้ว

ชมรมคนรักงาน, เพจ, ทัศนคติในการทำงาน

ใจเย็นๆ ค่ะ โอเค เชื่อแล้วว่าเป็นคนรักทำงาน

มันก็จะมีคนจริงจังเข้ามาในเพจบ้าง บอกว่าทำงานเยอะๆ แบบนี้เดี๋ยวก็ตายหรอก เราก็จะเข้าไปตอบคอมเมนต์ทุกครั้งว่า ตายไม่ได้นะ ถ้าคุณตาย คุณจะไม่ได้ทำงาน คุณต้องทำงานแบบที่ไม่ทำให้ตัวเองตาย คุณต้องแข็งแรง ดูแลตัวเอง

หรือส่วนใหญ่จะข้อความเข้ามาว่า ‘สามทุ่มวันเสาร์ เรายังอยู่ออฟฟิศอยู่เลย มีใครอยู่บ้างไหม’ เราก็จะตอบไปว่า ‘เรายังอยู่ๆ นายไม่ต้องห่วง พวกเราอีก 1 แสนคนยังทำงานอยู่กับนาย’  ซึ่งก็คงทำให้เขารู้สึกดี

นอกจากในเพจแล้ว ชมรมคนรักงานมีการต่อยอดคอนเทนต์ยังไงบ้าง

นอกจากสติกเกอร์ไลน์ก็ไม่มีอะไรแล้ว เคยคิดว่าจะมีสติกเกอร์ก็ทำออกมา เสร็จแล้วเราก็แยกย้ายกันไปทำงานต่อ เรื่องโฆษณา มีเข้ามาบ้างแต่มันจะยากนิดหนึ่ง เช่น โฆษณาโรงแรมรีสอร์ต เราจะรีสอร์ตยังไงนะเราเป็นคนรักงาน

มีอะไรอยากจะบอกคนรักงานที่นั่งอ่านบทสัมภาษณ์นี้อยู่ระหว่างพักผ่อนจากการทำงานบ้าง

มีหนึ่งสิ่งที่จะฝากถึงทุกคน โลกจะสงบสุข ถ้าทุกคนตั้งใจทำงานของตัวเองเต็มที่ จริงๆ นะ หมอตั้งใจทำงาน คนไข้รอด ครูตั้งใจสอน เด็กก็เก่ง พนักงานบริษัทตั้งใจทำงาน องค์กรก็เติบโต ตำรวจ ทหาร นักกฎหมาย ข้าราชการ นักการเมือง ตั้งใจทำงาน โลกมันไปไหนแล้วไม่รู้

โลกมันเป็นแบบนี้แหละ เราทำอะไรไม่ได้ เราบอกใครไม่ได้นอกจากตัวเอง

ออกไปหาคนที่เชื่อเหมือนกับเรา เลือกทำงานเหมือนคนที่ตั้งใจเหมือนกับเรา อย่างน้อยก็พาตัวเองไปอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ถูกต้อง

FACEBOOK | ชมรมคนรักงาน

Writer

Avatar

นภษร ศรีวิลาศ

อดีตนักเรียนเศรษฐศาสตร์ผู้วิ่งเล่นในแวดวงตลาดทุน หน่วยงานสนับสนุนกิจการเพื่อสังคม และงานสายแบรนดิ้งเพื่อความยั่งยืน หลงรักการลองเสื้อคอลเลกชันใหม่ของ COS MUJI Marimekko BEAMS และมีเพจชื่อ น้องนอนในห้องลองเสื้อ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load