หากลองจินตนาการถึงการเดินเข้าป่า คุณนึกถึงอะไรบ้าง

สำหรับผมคงเป็นภาพคนแบกกระเป๋าใบใหญ่ แต่งกายทะมัดทะแมง สวมหมวกปีกกว้าง รองเท้าหุ้มข้ออย่างดี มีบรรยากาศของป่าดงดิบ อุดมด้วยสัตว์น้อยใหญ่ที่มาพร้อมความสวยงามและพิษร้ายเป็นฉากหลัง ไหนจะแมลงตัวจ้อยที่ซ่อนตัวตามซอกหิน สายตาสอดส่องระวังภัย หูคอยระแวดระวังฟังเสียงแหล่งน้ำ ฟังดูตื่นเต้นและน่ากลัวในคราวเดียว

Jocho Sippawat, โจโฉ หนุ่มม้งที่ทำช่อง YouTube ด้วยแมลงและความกลัว เพื่อให้คนเข้าใจธรรมชาติและสัตวป์า

สำหรับ โจโฉ-ทรงธรรม สิปปวัฒน์ ยูทูเบอร์ชาติพันธุ์ม้งที่ตั้งใจทำแชนเนล Jocho Sippawat เพื่อลบภาพจำอันโหดร้ายที่คนมักมีต่อป่าและสัตว์ป่า ด้วยการนำเสนอวิถีชีวิตของกลุ่มชาติพันธุ์ม้งในบ้านเกิด ผ่านการทำคลิปวิดีโอเดินป่า เยี่ยมชมบ้านของสัตว์ตัวน้อยที่เรามองว่าอันตรายและมีพิษสง เปิดโลกอาหารด้วยผลไม้ป่าและสารพัดเมนูสุดว้าว ตลอดจนการดำรงชีวิตและการเอาตัวรอดเมื่อต้องอาศัยอยู่ในป่า แถมมีคนคลิกชมวิดีโอของเขากว่า 93 ล้านครั้งภายในระยะเวลาเพียง 1 ปีเศษ และใครจะเชื่อว่าเรื่องราวทั้งหมดเกิดจาก ‘แมลง’ และ ‘ความกลัว’ ของเขาทั้งสิ้น

*บทความนี้มีภาพสัตว์และแมลงหลายชนิด*

หนุ่มผู้เติบโตท่ามกลางธรรมชาติ

Jocho Sippawat, โจโฉ หนุ่มม้งที่ทำช่อง YouTube ด้วยแมลงและความกลัว เพื่อให้คนเข้าใจธรรมชาติและสัตวป์า

หลายคนอาจคิดว่าโจโฉเรียนจบด้านระบบนิเวศหรือกีฏวิทยา ผมประหลาดใจเมื่อเขาตอบกลับว่า เรียนจบวิศวกรรมไฟฟ้า มหาวิทยาลัยราชมงคลล้านนา จังหวัดตาก และเก็บเกี่ยววิชาชีวิตจากป่าและธรรมชาติในพื้นที่ที่เขาเติบโต

“ตอนเด็กผมยังไม่รู้ว่าตัวเองชอบอะไร ผมเรียนคณิตเก่งมาก มีคนบอกว่าถ้าเราเรียนคณิตดี เราควรเรียนวิศวะ เงินเดือนสูงนะ อนาคตเราจะดี ครอบครัวเลยส่งเสริมให้ผมเรียนด้านนี้ แต่ผมมารู้ทีหลังว่าผมไม่ชอบคณิตเลย

“ผมชอบเดินป่า สมัยมอต้นผมเข้าป่าตลอด เป็นคนชอบธรรมชาติ จนเรียนมหาลัยก็คลุกคลีกับสัตว์ ศึกษาเกี่ยวกับสัตว์มากขึ้น ช่วงที่ผมเรียนวิศวะ ผมเป็นนักสำรวจแมลง สำรวจสัตว์สายพันธุ์ใหม่ และรับงานพานักท่องเที่ยวเดินป่า 

“ตอนนั้นเป็นจุดเปลี่ยนเลย ผมมีความสุขกับการเข้าป่า ผมมีความตั้งใจว่าจะเรียนแค่ให้จบ แต่งานที่ผมจะทำต้องเกี่ยวกับธรรมชาติ เกี่ยวกับป่า เกี่ยวกับแมลง มันเป็นสิ่งมีชีวิตที่คนทั่วไปไม่ได้สนใจเท่าไหร่” เขาเล่าเจือเสียงหัวเราะ

หนุ่มที่มาพร้อมผมฟูอันเป็นเอกลักษณ์เริ่มศึกษาเรื่องสัตว์ป่า แมลง และธรรมชาติอย่างจริงจัง ทั้งหาหนังสือมาอ่านกองเท่าภูเขา แถมโชคดีมากที่เขามีป่าให้เดินสำรวจถึงหน้าบ้าน โจโฉได้เห็น ได้สัมผัส จนสะสมวิชาติดตัวมากมาย

Jocho Sippawat, โจโฉ หนุ่มม้งที่ทำช่อง YouTube ด้วยแมลงและความกลัว เพื่อให้คนเข้าใจธรรมชาติและสัตวป์า

“ผมอยู่กับป่ามาทั้งชีวิต อยู่กับสัตว์และแมลงมาตลอด ตอนเด็กผมไม่มีความรู้เรื่องแมลงเลย จนเรียนในเมือง ได้อ่านหนังสือมากขึ้น ถึงได้รู้ว่าคำสอนของคนเฒ่าคนแก่บนดอยกับหนังสือวิชาการมันไม่ตรงกัน” เขาตั้งคำถาม

โจโฉเล่าเรื่องที่คนเฒ่าคนแก่ว่ากันว่าให้ผมฝัง ส่วนใหญ่มักไม่เป็นความจริง แต่กลับสะท้อนความเชื่อของชาติพันธุ์ม้งที่ส่งผลต่อวิถีชีวิตและการอยู่ร่วมกันกับป่า อย่างงูแสงอาทิตย์ ว่ากันว่าถ้าโดนกัดจะเสียชีวิตทันทีเมื่อพระอาทิตย์ขึ้น ซึ่งไม่เป็นความจริง เพราะนักวิชาการทำวิจัยมาแล้วว่างูแสงอาทิตย์ไม่มีพิษ แต่สาเหตุการเสียชีวิตอาจเกิดจากบาดแผลติดเชื้อ

“ตุ๊กแกกัดไม่ปล่อยจริงหรือเปล่า” ผมถาม

“สัตว์ตระกูลตุ๊กแก กิ้งก่า เวลากัดแล้วเราบีบหรือจับตัวเขา เขาจะกัดไม่ปล่อย ยิ่งเราตกใจ เขายิ่งกัดแรง ถ้าเราปล่อยตัวเขา เขาจะปล่อยเราและวิ่งหนีไปเอง แต่เขาจะวิ่งก็ต่อเมื่อขามีสิ่งยึดเกาะ สมมติตุ๊กแกกัดนิ้วเรา แล้วเราปล่อยให้เขาห้อยโตงเตง เขาจะไม่ปล่อย เพราะเขารู้สึกว่าเรายังทำร้ายเขาอยู่ ส่วนตุ๊กแกกัดแล้วรอฟ้าร้องถึงจะปล่อย อันนี้ก็ไม่จริง

Jocho Sippawat, โจโฉ หนุ่มม้งที่ทำช่อง YouTube ด้วยแมลงและความกลัว เพื่อให้คนเข้าใจธรรมชาติและสัตวป์า

“เราต้องศึกษาก่อนว่าสัตว์ทำอะไรได้บ้าง พฤติกรรมเขาเป็นยังไง อย่างกิ้งกือกัดคน มันกัดผิวหนังของเราไม่เข้า แต่คนกลัวไปก่อนแล้วโดยที่เขาไม่ได้ศึกษาว่ามันกัดได้จริงหรือเปล่า” เขายิ้มก่อนจะเสริมว่า “ผมชอบอ่านหนังสือมากเลยนะ เวลาอ่านแล้วข้อมูลไม่ตรงกับความเป็นจริง ผมจะรู้สึกหงุดหงิด ถ้าคนไม่มีประสบการณ์ด้านนี้เขามาอ่านผมว่าเขาต้องเชื่อแน่นอน ผมเลยรู้สึกว่าถ้าผมได้ใช้ชีวิตอยู่กับธรรมชาติ ได้สัมผัสพวกเขาโดยตรง มันจะทำให้ผมกลายเป็นคนรู้จริง” โจโฉอธิบาย

ความรู้จริงของเขาเริ่มกลายมาเป็นเรื่องราวที่ถ่ายทอดบน YouTube ราวปีก่อน เมื่อตอนที่เขาลองพกกล้องเข้าป่าและลองถ่ายทำอย่างง่ายด้วยตนเอง ด้วยความตั้งใจเล็กจิ๋วที่อยากให้คนรู้จักสัตว์มากขึ้น และเป็นอีกหนึ่งกระบอกเสียงว่ายังมีชายหนุ่มที่อินเรื่องธรรมชาติอย่างเขาพร้อมที่จะพาคนอินเรื่องเดียวกันเดินเข้าป่าไปสำรวจโลกของสัตว์ แมลง และพันธุ์พืช

“ความตั้งใจแรกที่สร้างช่องขึ้นมาผมอยากพูดเกี่ยวกับธรรมชาติ สัตว์ และแมลงมีพิษ ให้คนเข้าใจเรื่องสัตว์มีพิษมากขึ้น เพราะบางทีสัตว์ที่คนเกลียดหรือกลัว มีทั้งเป็นอันตรายและไม่เป็นอันตราย ผมอยากสร้างการรับรู้เรื่องพวกนี้”

Jocho Sippawat, โจโฉ หนุ่มม้งที่ทำช่อง YouTube ด้วยแมลงและความกลัว เพื่อให้คนเข้าใจธรรมชาติและสัตวป์า

ป่าคือทั้งชีวิต

ก่อนจะสนทนากัน โจโฉบอกว่าเขาเพิ่งเดินกลับออกมาจากป่า ผมเลยถือโอกาสถามถึงวิธีการเก็บเกี่ยวเรื่องราวน่าตื่นเต้นที่เขาพบเจอระหว่างทาง และนำออกมาถ่ายทอดเป็นคอนเทนต์สุดเร้าใจที่ทำเอาหลายคนกดกระดิ่งรอติดตาม

“ปกติผมเดินดุ่มเข้าป่าไปเลย ดูว่ามีอะไรน่าสนใจบ้างแล้วค่อยถ่ายกันหน้างาน ไม่มีการวางแผนล่วงหน้าว่าจะถ่ายอะไร แบบนี้มันดูเป็นชีวิตจริงมากกว่า เพราะป่าไม่มีอะไรที่ผมคาดเดาได้ ผมเลยอยากถ่ายทอดชีวิตแบบนั้นออกไป”

โจโฉไม่เพียงรู้เกี่ยวกับป่าที่อยู่ละแวกบ้านตัวเองเท่านั้น แต่ยังรู้ถึงพื้นที่ป่าในภูมิภาคอื่นของประเทศไทยด้วย

Jocho Sippawat, โจโฉ หนุ่มม้งที่ทำช่อง YouTube ด้วยแมลงและความกลัว เพื่อให้คนเข้าใจธรรมชาติและสัตวป์า

“แถวบ้านผมเป็นป่าดิบเขา ป่าภาคใต้เป็นป่าร้อนชื้นและป่าดิบฝน ภาคเหนือเป็นป่าเบญจพรรณและป่าดิบเขา อย่างภาคอีสานจะเป็นป่าเต็งรัง เป็นป่าที่อากาศค่อนข้างร้อน เฉพาะในประเทศไทยก็มีหลายสภาพป่า ต้นไม้และสัตว์ที่เจอก็น่าสนใจแตกต่างกัน เพราะมันต้องใช้ชีวิตและมีวิวัฒนาการให้อยู่ในสภาพแวดล้อมแบบนั้นแตกต่างกันตามไปด้วย”

“ถ้าหลงป่าควรทำอะไรเป็นอันดับแรก” ผมโยนคำถามลงกลางป่า

Jocho Sippawat, โจโฉ หนุ่มม้งที่ทำช่อง YouTube ด้วยแมลงและความกลัว เพื่อให้คนเข้าใจธรรมชาติและสัตวป์า
Jocho Sippawat, โจโฉ หนุ่มม้งที่ทำช่อง YouTube ด้วยแมลงและความกลัว เพื่อให้คนเข้าใจธรรมชาติและสัตวป์า

“ต้องหาแหล่งน้ำ การหาแหล่งน้ำในป่าประเทศไทยไม่ใช่ปัญหาเลยครับ หาง่ายมาก มีเกือบทุกสภาพพื้นที่ป่า ส่วนอาหารไม่น่ากังวลสักเท่าไหร่ เพราะต้นพืชที่ขึ้นในไทยกินได้เยอะมาก แต่เรื่องควรระวังคือสัตว์และแมลง ยิ่งเจอสัตว์ใหญ่จะยิ่งเป็นอันตรายกับชีวิตเรามาก ผมมองว่าสิ่งสำคัญที่สุดในการเข้าป่าคือไฟ ควันไฟจะไล่สัตว์ใหญ่ได้ ส่วนสัตว์ตัวเล็กเราแค่เคลียร์พื้นที่ให้โล่ง อย่างงูถ้าเจอที่โล่งเขาจะเลี้ยวกลับทันที อีกอย่างอย่าเดินมั่ว จะยิ่งหลง ควรปักหลักอยู่ที่เดิม

“คนเราอยู่ได้ประมาณหนึ่งอาทิตย์โดยไม่กินอะไร ผมคิดว่าหนึ่งอาทิตย์ก็น่าจะมีคนตามหาเราแล้ว” 

คำตอบสุดท้ายของโจโฉช่างจริงใจและเรียกเสียงหัวเราะให้ผมได้มากโข

Jocho Sippawat, โจโฉ หนุ่มม้งที่ทำช่อง YouTube ด้วยแมลงและความกลัว เพื่อให้คนเข้าใจธรรมชาติและสัตวป์า

ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด

เด็กหนุ่มชาวม้งที่อยู่กับป่ามาทั้งชีวิตเลือกเดินตามเส้นทางที่เขาเลือกเอง

วันที่ตัดสินใจเดินเข้าป่าเพื่อท่องโลกของสัตว์และแมลง เขาเผชิญกับ ‘ความกลัว’ 

“ผมกลัวงู กลัวตะขาบ กลัวมาก มีคนเคยบอกผมว่างูเป็นสัตว์น่ารัก ตอนนั้นผมฟังไม่ขึ้น”

“แล้วอะไรทำให้คุณเลิกกลัวสัตว์พวกนี้” ผมสงสัย

“เลี้ยงครับ” เขาตอบทันที

Jocho Sippawat, โจโฉ หนุ่มม้งที่ทำช่อง YouTube ด้วยแมลงและความกลัว เพื่อให้คนเข้าใจธรรมชาติและสัตวป์า
Jocho Sippawat, โจโฉ หนุ่มม้งที่ทำช่อง YouTube ด้วยแมลงและความกลัว เพื่อให้คนเข้าใจธรรมชาติและสัตวป์า

“ผมพูดความจริงนะ กลัวงูเราต้องเลี้ยงงู กลัวแมงมุมต้องเลี้ยงแมงมุม เมื่อไหร่ที่เลี้ยงอะไรสักอย่างเราจะเกิดความผูกพัน ความผูกพันจะทำให้เรารักสัตว์ตัวนั้น จากเลี้ยงหนึ่งตัวมันจะเพิ่มเป็นสิบ เป็นร้อย ผมเลี้ยงจะหลักพันแล้ว

“ผมเริ่มจากเลี้ยงงู เลี้ยงแมงมุม พอรู้สึกว่าไม่ค่อยตื่นเต้นก็เขยิบมาเลี้ยงงูพิษ พอเลี้ยงก็รู้สึกว่าพวกมันไม่น่ากลัวอย่างที่คิด เป็นสัตว์ที่น่ารักมาก ไม่ได้อยากจะทำร้ายคน แต่สาเหตุที่มันกัดเป็นแค่การป้องกันตัว ไม่ใช่ว่าเห็นคนเดินมา ก็ลองกัดเล่นสักหน่อย งูไม่ได้จ้องจะกัดหรือวางแผนเลื้อยดักหน้าเพื่อจะฉกเรา พวกมันแค่ใช้ชีวิตตามสัญชาติญาณ” โจโฉอธิบาย

จุดมุ่งหมายของโจโฉไม่ใช่การทำช่องเพื่อแสวงรายได้หรือชื่อเสียง เขาไม่สนใจว่าคนจะดูมากหรือน้อย 

หลังจากปล่อยคลิปวิดีโอแรก ‘กิ้งกือตะเข็บ’ แทบไม่มีคนกดดูเลยด้วยซ้ำ แต่ยูทูเบอร์คนนี้ยังทำคลิปออกมาอย่างไม่ขาดสาย โดยมีเพียงเป้าหมายเดียวคืออยากให้คนเข้าใจสัตว์มากขึ้น แม้หน้าตาจะดูไม่เป็นมิตรแต่ไม่ได้พ่วงพิษเสมอไป

ที่สำคัญ เขาไม่อยากให้คนทำร้ายสัตว์พวกนั้นเพียงเพราะความกลัวและคิดว่าเป็นสัตว์มีพิษ โจโฉเลยแถมวิธีการปฐมพยาบาลเบื้องต้นเมื่อถูกสัตว์น้อยใหญ่กัดหมับเข้าให้ เป็นคู่มือเอาตัวรอดฉบับพกพาที่เขาแจกจ่ายให้กับทุกคน

“ผมโดนสัตว์กัดเป็นว่าเล่น มากกว่าสามสิบ สี่สิบครั้ง อย่างตะขาบหรือแมงป่องในไทย ถ้าเป็นคนที่มีภูมิคุ้มกันดีอยู่แล้ว เวลาโดนกัดจะแค่ปวด แต่ไม่ถึงขั้นเสียชีวิต ยกเว้นคนที่มีโรคประจำตัว ถ้าเจอสายพันธุ์ที่พิษค่อนข้างแรงอาจถึงขั้นเสียชีวิตได้ ส่วนผมเจอแต่งูที่มีพิษอ่อน ไม่ได้เจอพวกงูเห่าหรืองูจงอาง ผมก็ยังไม่เคยโดนมันกัดและหวังว่าจะไม่ถูกกัดด้วย

Jocho Sippawat, โจโฉ หนุ่มม้งที่ทำช่อง YouTube ด้วยแมลงและความกลัว เพื่อให้คนเข้าใจธรรมชาติและสัตวป์า

“ถ้ารู้จักพฤติกรรมของเขา รู้ว่ามีพิษหรือเปล่า ทำอันตรายเราได้มากน้อยแค่ไหน เราก็อยู่ร่วมกับเขาได้นะ”

ที่ผ่านมา โจโฉทำคอนเทนต์เกี่ยวกับการเอาตัวรอดในป่า พืช-ผลไม้ป่า แถมด้วยเมนูอาหารสุดว้าวที่ไม่เคยธรรมดา อย่างต้มแซ่บหมูป่าหมักพิษงูเห่าบวกพิษงูเขียวหางไหม้ (มีคนกดชิมความอร่อยถึง 1.4 ล้านครั้ง) บางครั้งเขาก็ใช้พิษของตะขาบ แมงป่อง และแมงมุม จากนั้นก็เอาไปปรุงสุกผ่านการต้มและย่าง จะว่าไปก็ถือเป็นเรื่องละเอียดอ่อนมากในการนำพิษของสัตว์มาประกอบอาหาร โจโฉทราบข้อกังวลนี้ดี เขาไม่รีรอ ปรึกษากับนักวิชาการ และได้รับคำตอบว่าไม่เป็นอันตราย 

“ชาวบ้านส่วนมากเขาเลี้ยงวัว บางคนจนมากมีวัวตัวเดียว แล้ววัวดันโดนสัตว์มีพิษกัด เขาก็ไม่กล้ากินเนื้อวัวเพราะคิดว่ายังมีพิษอยู่ วัวก็ขายเนื้อไม่ได้ เขาก็ต้องทิ้ง 

“ผมเลยทำคลิปขึ้นมาสร้างความเข้าใจว่าเนื้อส่วนนั้นยังทานได้ แต่ต้องทำให้มันถููกต้อง ต้องปรุงให้สุกก่อน เพราะพิษสัตว์มีโปรตีนเข้มข้นสูง พอสุกก็กลายเป็นโปรตีน เวลากินเข้าไปก็เป็นการเสริมสร้างกล้ามเนื้อให้กับร่างกาย ถ้าไม่ปรุงสุกคุณสมบัติของพิษยังมีอยู่ มันจะเข้ากระแสเลือดและเป็นอันตรายต่อร่างกาย”

Jocho Sippawat, โจโฉ หนุ่มม้งที่ทำช่อง YouTube ด้วยแมลงและความกลัว เพื่อให้คนเข้าใจธรรมชาติและสัตวป์า

สัตว์สายพันธุ์ใหม่

หลังจากก้าวข้ามความกลัวมาได้ โจโฉเลี้ยงสัตว์โลกผู้น่ารักทั้งหมดจำนวนหลักพัน จนพัฒนากลายเป็นความสนใจ สู่นักสำรวจสัตว์และแมลงสายพันธุ์ใหม่ ทำให้นักวิชาการหลายคนถึงกับขอตัวอย่างจากโจโฉเพื่อศึกษาพันธุ์ของแมลง

“ป่าแถวบ้านผมเจอสัตว์สายพันธุ์ใหม่หลายชนิด บางตัวค้นพบแล้วแต่ยังถือว่าเป็นสัตว์แปลกอยู่สำหรับคนที่ไม่เคยเห็น อย่างแมงมุมโบราณก้นตัด กิ้งก่าบินที่ร่อนตัวเองได้ ตุ๊กแกบินได้ ตุ๊กแกหางเฟิร์น มีตะขาบที่เขาว่าสูญพันธุ์ไปแล้วเมื่อหกสิบปีก่อน แต่ผมกลับมาเจอมันอีกครั้ง มีจิ้งเหลนที่ไม่มีขา มีทารันทูร่าที่อยู่บนต้นไม้ ทั้งหมดถือเป็นสัตว์หายาก”

Jocho Sippawat, โจโฉ หนุ่มม้งที่ทำช่อง YouTube ด้วยแมลงและความกลัว เพื่อให้คนเข้าใจธรรมชาติและสัตวป์า

เมื่อใดก็ตามที่เดินเข้าป่าแล้วโจโฉบังเอิญเจอสัตว์หน้าตาแปลกประหลาดที่ไม่เคยรู้จักมาก่อน เขาจะเก็บกลับบ้านและสันนิษฐานว่าเป็นสัตว์สายพันธุ์ใหม่ พร้อมโพสต์ลงกลุ่มเฟซบุ๊กที่รวมผู้เชี่ยวชาญและนักวิชาการเพื่อตามหาคำตอบ จนทำให้เกิดการขอตัวอย่างสัตว์ตัวน้อย พันธุ์พืช และผลไม้ป่า เพื่อศึกษาต่อและเก็บสะสมเป็นคลังความรู้สำหรับคนที่สนใจ

โจโฉไม่ได้มองว่าเขาเป็นผู้เชี่ยวชาญเมื่อเทียบกับนักวิชาการตัวจริง เขาเป็นเพียงแต่ผู้ที่สนใจและศึกษาเรื่องราวของสัตว์เหล่านั้นพอเป็นพื้นฐานและนำเสนอให้คนหันมาเพิ่มความสำคัญกับสัตว์มากขึ้น เอาตัวรอดได้เมื่อต้องเผชิญหน้ากัน

Jocho Sippawat, โจโฉ หนุ่มม้งที่ทำช่อง YouTube ด้วยแมลงและความกลัว เพื่อให้คนเข้าใจธรรมชาติและสัตวป์า

อยากให้ธรรมชาติอยู่กับเราไปนานๆ

Jocho Sippawat, โจโฉ หนุ่มม้งที่ทำช่อง YouTube ด้วยแมลงและความกลัว เพื่อให้คนเข้าใจธรรมชาติและสัตวป์า

จากความกลัวกลายเป็นความหลงใหล แชนเนล Jocho Sippawat มีคนติดตามมากกว่า 1 ล้านคนและขยายขอบเขตเนื้อหามากกว่าการเดินเข้าป่า เป็นการเดินสำรวจถ้ำ ย่ำชายหาดและล่องเรือออกท้องทะเล สนุกมาก!

“ผมอยากทำเกี่ยวกับสภาพป่า บนเกาะ และระบบนิเวศ ให้มันครอบคลุมทั้งหมดเลยครับ เน้นประเทศไทยเป็นหลัก อนาคตผมฝันอยากมีบริษัทเล็กๆ ของตัวเอง เปิดอบรมให้เด็กเข้าใจเกี่ยวกับธรรมชาติ ให้เขารู้จักรักษาธรรมชาติ 

“ผมอยากให้ธรรมชาติอยู่กับเราไปนานๆ ถึงตอนนั้นบริษัทจะเจ๊งก็ไม่เป็นไรครับ” เขายังรักษาระดับอารมณ์ขัน

การลุกขึ้นมาทำแชนเนลของโจโฉได้เปลี่ยนความกลัวเป็นความเข้าใจ

“ผมบอกเลยนะครับ การทำ YouTube ไม่ได้สนุกเท่าไหร่ มันเหนื่อยครับ แต่ผมทำเพราะอยากให้ทุกคนเห็นและเข้าใจธรรมชาติและวิถีชีวิตของเรากับสัตว์มากขึ้น บางคนอาจบอกผมว่าบ้าไปแล้ว ที่เรียนจบแล้วแบกเป้มาใช้ชีวิตในป่า”

หลังจบประโยคลูกบ้าของเขา ผมและโจโฉก็หัวเราะครืน

Jocho Sippawat, โจโฉ หนุ่มม้งที่ทำช่อง YouTube ด้วยแมลงและความกลัว เพื่อให้คนเข้าใจธรรมชาติและสัตวป์า

ภาพ : Jocho Sippawat

Writer

ภูมิ เพชรโสภณสกุล

อดีตนักศึกษาเอกปรัชญา นักหัดถ่าย นักหัดเขียน เป็นทาสแมว ที่ใฝ่ฝันจะเป็นนักดนตรี

Page Maker

คุยกับเหล่านักทำเพจน่าสนใจในโลกออนไลน์

ติดตามเพจสะใภ้ต่างชาติมาก็ตั้งเยอะ ดูคอนเทนต์คนไทยในต่างแดนมาก็ตั้งมาก 

แต่ยังไม่เคยเจอใครที่เป็นเหมือน บรีม-ศิริพร มัจฉิม เจ้าของเพจ ‘สะใภ้ไชน่า’ สักที

ไม่จำเป็นต้องขายชีวิตสวยหรูหรือความสำเร็จอันยากจะเอื้อมถึง เธอกลับเลือกขายเรื่องราวในชีวิตประจำวัน ผสมผสานความฮาแบบไร้สคริปต์ (ที่เจ้าตัวขอแย้งว่า ตัวเองเป็นคนจริงจังในชีวิต) พร้อมสอดแทรกสาระความรู้ที่คุณอาจไม่เคยรู้เกี่ยวกับประเทศจีนมาก่อน ตั้งแต่เรื่องสังคม วัฒนธรรม ยันการเมืองในแบบฉบับย่อยง่าย

ฤกษ์ดี เรามีโอกาสได้พูดคุยกับบรีม จึงอยากอาสาพาเพื่อนนักอ่านไปส่องว่าซ้อจากแดนมังกรคนนี้ ผ่านร้อนผ่านหนาวอะไรมา จนมีผู้ติดตามมากถึง 9 แสนกว่าคนใน TikTok 

นี่ยังไม่นับรวมแพลตฟอร์มอื่น ๆ

‘สะใภ้ไชน่า’ TikToker ที่มัดใจคนดูด้วยเรื่องจีน ๆ ฉบับย่อยง่าย จนมีผู้ติดตามเหยียบล้าน

จับพลัดจับผลูเรียนจีน

ย้อนกลับไปหลายสิบปีก่อน บรีมเป็นเพียงเด็กสาวชาวเหนือจากจังหวัดพิจิตรคนหนึ่ง เติบโตมาอย่างเรียบง่ายท่ามกลางความรักและความอบอุ่นของพ่อ แม่ และน้องอีก 2 คน

เมื่อก้าวเข้าสู่รั้วโรงเรียนพิจิตรพิทยาคม เธอนิยามตัวเองว่าเป็นเด็กหน้าห้อง งานแข่งขันเชิงวิชาการน้อยใหญ่จึงเป็นเหมือนของคู่กันกับตัวเธอในตอนนั้น

“เรารู้สึกว่าการเรียนคือการแข่งขันตลอดเวลา การเรียนก็เหมือนกับการเล่นเกม พอเราได้ที่หนึ่งตลอด พ่อแม่มีความสุข เราก็สนุกและมีความสุขด้วยเหมือนกัน”

ด้วยความที่บรีมเป็นเด็กเรียนดี เธอจึงได้รับคัดเลือกให้เข้าเรียนห้อง SMAT (ห้องเรียนพิเศษวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ เทคโนโลยี และสิ่งแวดล้อม) ต่อในชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย 

“ตอนนั้นโรงเรียนบังคับให้เลือกเรียนภาษาที่ 3 มีภาษาจีน ญี่ปุ่น ฝรั่งเศส เพื่อนเราไปลงเรียนญี่ปุ่นกันหมด แล้วฝรั่งเศสคนก็ลงเต็มหมดเหมือนกัน เราเลยเรียนภาษาจีนก็ได้

“จำได้เลยว่าทั้งห้องเรามีอยู่ 3 คนที่ลงเรียนจีน คือเป็นภาษาที่ไม่ค่อยมีคนเลือก เพราะสมัยนั้นไม่ค่อยมีใครรู้อะไรเกี่ยวกับประเทศจีนหรือภาษาจีนเลย”

ทว่าเมื่อลองเรียนจริง เธอกลับพบความงดงามอย่างคาดไม่ถึง ด้วยตัวอักษรจีนเป็นตัวอักษรภาพ กอปรกับเธอชื่นชอบการวาดรูปอยู่เป็นทุนเดิม ทำให้ภาษาและวัฒนธรรมจีนแทรกซึมเข้าไปอยู่ในใจเธอได้ไม่ยากนัก

อย่างน้อย แดนมังกรก็ไม่ใช่สิ่งที่อยู่ไกลเกินตัวบรีมอีกต่อไป

‘สะใภ้ไชน่า’ TikToker ที่มัดใจคนดูด้วยเรื่องจีน ๆ ฉบับย่อยง่าย จนมีผู้ติดตามเหยียบล้าน

จากร้ายกลายเป็นรัก

ก่อนชีวิตของบรีมจะพลิกผันในช่วงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อก่อนการศึกษาต่อในชั้นอุดมศึกษา

“พ่อกับแม่เราแยกทางกัน หลังจากนั้นแม่ก็ว่างงาน จากที่เราเคยมีทุกอย่าง มีแม่บ้าน มีพี่เลี้ยง กลายเป็นว่าเราไม่มีอะไรเลย 

“จากที่ตั้งใจว่าจะเรียนเภสัช เรียนแพทย์ เราเลยไปเข้าร่วมโครงการขอทุนเรียนดีของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่แทน แล้วเลือกคณะรัฐศาสตร์ เอกการเมืองและการปกครอง เพราะตอนนั้นอินเรื่องการเมืองช่วงรัฐประหาร พ.ศ. 2549 ด้วย เป็นช่วงที่ผลัดเปลี่ยนรัฐบาลบ่อย ๆ”

ใครจะรู้ว่าการตัดสินใจเรียนที่มหาวิทยาลัยแห่งนี้ในครั้งนั้น ทำให้เธอได้พบกับหนุ่มชาวจีนที่มาเรียนภาษาไทยอยู่ที่เดียวกัน ก่อนความสัมพันธ์แบบคนรู้จักจะพัฒนาเป็นคนรัก

“มีหลายเหตุการณ์ให้เราได้เจอกันบ่อย ๆ เรารับบทเป็นล่ามให้เขา อย่างเวลาเขาจะไปเที่ยวก็มาชวนว่า ไปด้วยกันไหม เราก็ติดสอยห้อยตามไปเที่ยวกับเพื่อนด้วย”

เมื่อความรักสุขงอม จึงได้เวลาของการแต่งงานและลงหลักปักฐานอยู่ที่เมืองจีน

ณ ดินแดนมังกรแห่งนี้เอง ที่เพจสะใภ้ไชน่าถือกำเนิดขึ้นอย่างเป็นทางการ

‘สะใภ้ไชน่า’ TikToker ที่มัดใจคนดูด้วยเรื่องจีน ๆ ฉบับย่อยง่าย จนมีผู้ติดตามเหยียบล้าน

สะใภ้ไชน่า

“ตอนนั้นเรามาบ้านสามีครั้งแรก แล้วอยู่ยาวเดือนหนึ่งโดยที่ไม่ได้ทำงาน เลยคิดว่าจะต้องเหงามากแน่ ๆ เพราะปกติเป็นคนพูดเก่ง เพื่อนก็เยอะ”

ซ้อจีนหน้าใหม่จึงเริ่มเปิดเพจ Facebook สะใภ้ไชน่าตั้งแต่ช่วง พ.ศ. 2560 – 2561 เป็นต้นมา

แล้วชื่อสะใภ้ไชน่าได้มายังไง – เราโยนคำถาม

“เราไลฟ์คุยกับลูกเพจแล้วช่วยกันตั้ง ตอนนั้นยังไม่มีสะใภ้อะไรเลย ไม่มีสะใภ้จีน สะใภ้เกาหลี เราเลยตั้งเป็นชื่อสะใภ้ แล้วต่อด้วยไชน่า ให้มันคล้องจองกันด้วย” 

คอนเทนต์ในช่วงแรกเริ่มของเพจเน้นไปที่การนำเสนอไลฟ์สไตล์ ให้ลูกเพจได้เห็นมุมมองการใช้ชีวิตของเธอในฐานะคนไทยที่อาศัยอยู่ในต่างแดน

‘สะใภ้ไชน่า’ TikToker ที่มัดใจคนดูด้วยเรื่องจีน ๆ ฉบับย่อยง่าย จนมีผู้ติดตามเหยียบล้าน

สำหรับบรีมแล้ว ‘เพจ’ จึงเป็นเหมือน ‘บันทึกความทรงจำและเรื่องราวในชีวิตประจำวัน’ 

ถึงแม้ในตอนนั้นยอดผู้ติดตามจะอยู่ที่ประมาณ 500 – 600 คน แต่เธอก็ไม่เคยย่อท้อ เพราะถือคติว่า ถ้าทำอะไรแล้วเธอจะทำมันให้ออกมาดีที่สุด

ก่อนที่ระยะหลังเธอเริ่มหันความสนใจมาที่การแชร์ รวมถึงนำข่าวคราวความเคลื่อนไหวในจีน ทั้งเรื่องสังคมและการเมือง มาแปลให้แฟน ๆ ได้ติดตามกัน

จนมาถึงจุดเปลี่ยนสำคัญ เมื่อเพจสะใภ้ไชน่ากลายเป็นสนามถกเถียงอันดุเดือดระหว่างลูกเพจด้วยกันเอง แทนที่จะเป็นพื้นที่แลกเปลี่ยนความเห็นอย่างสร้างสรรค์อย่างที่เธอตั้งใจไว้

“เรื่องมันเกิดจากที่เราไปแปลข่าวซึ่งเป็นประเด็นร้อนแรงในจีน คือ ตอนนั้นจีนบริจาคหน้ากากอนามัยให้ไทย ช่วงที่เราขาดแคลนหน้ากาก แต่ในขณะเดียวกันไทยก็มีข่าวว่าส่งออกหน้ากากอนามัยให้อเมริกา 

“ทีนี้เลยเกิดความเข้าใจผิดขึ้น เพราะดันเป็นช่วงไทม์ไลน์ที่ต่อเนื่องกันพอดี เราก็แปลคอนเมนต์ชาวเน็ตจีนว่าเขาคิดยังไง มีคนมาคอมเมนต์ว่า อย่างนี้ไม่น่าช่วยแล้ว ครั้งหน้าฉันจะไม่ไปประเทศไทยแล้ว”

ซึ่งเจตนาที่แท้จริงของบรีม คือการเป็นสื่อกลางส่งต่อข่าวที่เป็นประโยชน์กับคนอื่นให้เข้าใจเกี่ยวกับประเทศจีนมากขึ้นเท่านั้นเอง

ทว่าจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เธอตัดสินใจห่างหายจากการทำเพจไประยะหนึ่ง เพราะรู้สึกเหมือนตนส่งต่อพลังงานลบให้แก่ลูกเพจโดยไม่ได้ตั้งใจ

Nihao Naohi

1 ปีให้หลัง บรีมตัดสินใจกลับมาเดินหน้าทำเพจอีกครั้ง และขยับขยายพื้นที่คอนเทนต์ไปยัง YouTube เพื่อเก็บเกี่ยวประสบการณ์และเป็นช่องทางในการทำรายได้เสริม แต่ยังคงความเป็นบันทึกเรื่องราวชีวิตของเธอในประเทศจีนไว้ดังเดิม

ก่อนจะเปลี่ยนมาอัปเดตคอนเทนต์ถี่ขึ้นใน TikTok อย่างที่เราเห็นทุกวันนี้แทน 

“พอเรามีลูก สมาธิมันสั้น โฟกัสอะไรนาน ๆ ไม่ได้ ตอนคลอดลูกก็หายไปอีก 2 – 3 เดือน เราเป็นซึมเศร้าหลังคลอดด้วย ทีนี้เลยลองมาเล่น TikTok แล้วลงคลิปไป 15 วินาที 1 นาทีบ้าง”

ด้วยข้อจำกัดของเวลาว่างที่ลดน้อยลง จากการที่เธอสวมหมวกเจ้าของธุรกิจบราปีกนกอีกใบหนึ่ง การตัดสินใจในครั้งนี้นับว่าถูกทีเดียว

‘สะใภ้ไชน่า’ TikToker ที่มัดใจคนดูด้วยเรื่องจีน ๆ ฉบับย่อยง่าย จนมีผู้ติดตามเหยียบล้าน
‘สะใภ้ไชน่า’ TikToker ที่มัดใจคนดูด้วยเรื่องจีน ๆ ฉบับย่อยง่าย จนมีผู้ติดตามเหยียบล้าน

การกลับมาครั้งนี้ของบรีม ยังมาพร้อมกับคอนเทนต์ย่อยง่ายแนวไลฟ์สไตล์คล้ายกับตอนเธอเริ่มทำเพจในช่วงแรก เพราะเธอตระหนักได้ถึงเรื่อง Hate Speech และคิดว่าอยากทำคอนเทนต์ที่มีความรับผิดชอบต่อสังคมมากขึ้น

“เราอยากแชร์เรื่องราวในแบบเบาสมอง ให้คนเข้าใจวัฒนธรรม เข้าใจคนจีน โดยที่เราไม่ได้อ้างทฤษฎีเหมือนตอนทำเรื่องการเมือง เพราะพอเรารู้ มันมีคนรู้ลึกกว่านั้นอีก รีเสิร์ชหนักมาก แล้วเราก็ปวดหัวกับสิ่งพวกนี้ เลยไม่อยากเจาะลึกอะไรแล้ว 

“เพราะบางคนเขาเลิกงานมา เขาไม่ได้อยากรู้อะไรลึก ๆ เขาแค่ต้องการความสบายใจ ต้องการอะไรที่มันสนุกสนานบ้าง”

‘สะใภ้ไชน่า’ TikToker ที่มัดใจคนดูด้วยเรื่องจีน ๆ ฉบับย่อยง่าย จนมีผู้ติดตามเหยียบล้าน

เราอดสงสัยไม่ได้ว่า คอนเทนต์ไหนกันที่ทำให้คนหันมาสนใจสะใภ้ไชน่ามากขึ้น

“คลิปแรกที่ถ่ายแฟนเรา ตอนนั้นเขาเดินไปซื้อขนมปังให้ เราก็เลยถ่ายนางเดิน แล้วเป็นช่วงเพลง I JUST WANNA PEN FAN YOU DAI BOR ? กำลังแมส เราก็ใส่เพลงนั้นไป พร้อมกับข้อความว่า ‘ข้อดีของการมีแฟนคนจีนมีอะไรบ้าง’ ก็ไล่เป็นข้อ ๆ หนึ่ง มีความรับผิดชอบสูง สอง มีความเป็นผู้นำ สาม ขยันทำงาน วางแผนการเงินดี สี่ สายเปย์ ห้า ผิวดีมาก 

“คนก็เออใช่ จริงด้วย อยากมีแฟนเป็นคนจีน” บรีมหัวเราะ

“แล้วมีคนถามว่ามีข้อเสียไหม เราก็ทำอีกคลิปหนึ่งเป็นข้อเสียของการมีแฟนคนจีน”

‘สะใภ้ไชน่า’ TikToker ที่มัดใจคนดูด้วยเรื่องจีน ๆ ฉบับย่อยง่าย จนมีผู้ติดตามเหยียบล้าน

หลังจากลงคลิปนั้น คอนเทนต์น้อยใหญ่ต่างทยอยเกิดขึ้นมากมายในช่องของบรีม เปิดโอกาสให้ทุกคนได้มาสำรวจแดนมังกรไปด้วยกัน 

ในขณะเดียวกัน การอาศัยอยู่ในต่างประเทศและทำคอนเทนต์เปิดโลกของสะใภ้ไชน่าคนนี้ อย่างเรื่องความแตกต่างทางวัฒนธรรม ที่ทำให้เธอต้องปรับตัวไม่มากก็น้อยทีเดียว เช่น ภาษาท้องถิ่นที่เธอไม่คุ้นชินนัก ทำให้ต้องใช้ภาษาท่าเข้าช่วยในระยะแรก อาหารจีนที่รสชาติไม่ได้จัดจ้านเท่าไทย หรือแม้แต่การบริการของพนักงานจีนที่แทบจะไม่ได้มีปฏิสัมพันธ์กับลูกค้ามากนัก เพราะมีเทคโนโลยีสะดวกครบครัน ตั้งแต่ QR Code สแกนเมนูยันหุ่นยนต์เสิร์ฟอาหาร

ความธรรมดาแสนพิเศษ

หากถามว่าเสน่ห์ความเป็นสะใภ้ไชน่าคืออะไร บรีมตอบเราสั้น ๆ แค่ว่า – ไม่มี

“เราไม่คิดว่าเพจเรามีจุดเด่นอะไรเลย เราเป็นแค่คนธรรมดาคนหนึ่ง ไม่ใช่คนเก่งหรือโดดเด่นอะไร นี่คือความธรรมดาที่ทุกคนก็เป็นบรีมได้เหมือนกัน อย่างน้อยเป้าหมายในการทำคลิปของเรามี 2 เรื่อง คือ ถ้าคุณไม่ได้ความบันเทิง คุณก็จะได้เกร็ดเล็กเกร็ดน้อยกลับไป

“คนที่ติดตามเรา เขาจะชอบพูดว่าคุณบรีมเก่งจัง ไม่เหมือนสะใภ้คนอื่นเลย แต่บางคนปลูกผักอย่างสวย ทำอาหารอย่างเก่ง ซึ่งเราไม่มีคุณสมบัติอะไรแบบนั้น”

‘สะใภ้ไชน่า’ TikToker ที่มัดใจคนดูด้วยเรื่องจีน ๆ ฉบับย่อยง่าย จนมีผู้ติดตามเหยียบล้าน
สะใภ้ไชน่า : บันทึกความธรรมดาแสนพิเศษของสะใภ้จีน ผู้อยากเรียกรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ พร้อมส่งต่อเกร็ดความรู้ให้กับผู้ชม

จุดขายของสะใภ้ไชน่าจึงไม่ใช่คอนเทนต์ที่โดดเด่นพิเศษกว่าใคร หรือโชว์เรื่องราวความสำเร็จในชีวิต แต่เป็นความตลกธรรมชาติของบรีม รวมถึงความอบอุ่นเป็นกันเองเหมือนเพื่อนที่มาตั้งวงสนทนาพาทีกัน

ถ้ายังไม่เห็นภาพ เราขอเสิร์ฟตัวอย่างคอนเทนต์ที่เธอทำไว้เป็นน้ำจิ้มให้นักอ่านได้ลิ้มลอง

1. อาหาร ใครติดภาพจำว่าอาหารจีนต้องเผ็ดกินแล้วลิ้นชา เหมือนทานหม่าล่า คลิปนี้บรีมมาไขความลับให้ได้รู้กันว่า อาหารจีนไม่ได้เผ็ดไปทั้งหมด อย่างมณฑลเจ้อเจียงที่เธออาศัยอยู่นั้น อาหารเรียกได้ว่าจืดกว่าที่เธอคิดไว้มาก ขนาดปลานึ่งยังใส่เพียงขิงเท่านั้นเอง

สะใภ้ไชน่า : บันทึกความธรรมดาแสนพิเศษของสะใภ้จีน ผู้อยากเรียกรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ พร้อมส่งต่อเกร็ดความรู้ให้กับผู้ชม

อาหารท้องถิ่นเจ้อเจียง ประเทศจีน

2. สถานที่ท่องเที่ยว บรีมอาสาพาทัวร์พระราชวังต้องห้ามจำลอง สอดแทรกเกร็ดความรู้ที่ทำเอาเราถึงกับตกใจ เมื่อได้รู้ว่านางสนมสมัยก่อน หากไม่เป็นที่โปรดปรานของฮ่องเต้ จะถูกพาไปทำแท้ง บางทีถึงขั้นใช้วิธีการขูดมดลูกเลยทีเดียว

สะใภ้ไชน่า : บันทึกความธรรมดาแสนพิเศษของสะใภ้จีน ผู้อยากเรียกรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ พร้อมส่งต่อเกร็ดความรู้ให้กับผู้ชม

พระราชวังจีนที่คนไม่ค่อยได้เห็น

3. มุมมองเรื่องความหลากหลายทางเพศ แม้ว่าประเด็น LGBTQ+ เริ่มเปิดกว้างมากขึ้นในเมืองใหญ่ ๆ ของจีน เช่น เซินเจิ้น เซี่ยงไฮ้ โดยเฉพาะในสายตาคนรุ่นใหม่ แต่ในแถบชนบทยังปิดกั้นอยู่พอสมควร แม้แต่ในภาษายังมีการใช้คำว่า 人妖 (เหรินเยา) แปลว่า ปีศาจที่เป็นคน เพื่อเรียกคนกลุ่มนี้โดยเฉพาะ รวมถึงรัฐบาลก็ยังไม่สนับสนุนผู้ชายหน้าหวานแต่งกายแบบหญิง

อย่างไรก็ดี บรีมเข้าใจว่าสาเหตุอาจเกิดจากความที่จีนเป็นสังคมใหญ่และมีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 5,000 ปี แต่คิดว่าอีกไม่นานน่าจะผ่อนคลายเรื่องกฎพวกนี้ เพราะในปัจจุบันก็เริ่มมีการสร้างห้องน้ำ Unisex ตามปั๊มและจุดพักรถต่าง ๆ แล้ว

สะใภ้ไชน่า : บันทึกความธรรมดาแสนพิเศษของสะใภ้จีน ผู้อยากเรียกรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ พร้อมส่งต่อเกร็ดความรู้ให้กับผู้ชม

คนจีนคิดยังไงกับ LGBT

4. นโยบายลูก 3 คน บรีมชวนเราขบคิดถึงนโยบายลูกคนเดียวของจีน ที่ปัจจุบันได้ปรับเปลี่ยนเป็นนโยบายลูก 3 คน เนื่องจากสมัยนี้คนไม่นิยมการมีบุตร ทำให้อัตราการเกิดลดลงมาก ด้วยความที่จีนเป็นสังคมคอมมิวนิสต์ ทุกคนจึงมี Mindset ที่ว่าต้องทำเพื่อส่วนรวม ให้มีแรงงานมาพัฒนาประเทศชาติต่อไป

สะใภ้ไชน่า : บันทึกความธรรมดาแสนพิเศษของสะใภ้จีน ผู้อยากเรียกรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ พร้อมส่งต่อเกร็ดความรู้ให้กับผู้ชม

ประเทศจีนมีลูกได้สามคนแล้ว

จับมือไว้แล้วไปด้วยกัน

จากการทำเพจสะใภ้ไชน่าในวันแรกจนถึงวันนี้ ความสุขของบรีมยังคงเป็นการได้ไล่อ่านคอมเมนต์ลูกเพจที่เธอเรียกว่า ‘เพื่อน’ ส่งเข้ามาอย่างไม่ขาดสาย

“พอทำเพจ มันไม่เหมือนกับว่าเรายืนอยู่บนสปอตไลต์แล้วมีคนมองมา ไม่ได้รู้สึกแบบนั้น ถ้าจะเป็นแบบนั้นคงต้องเป็นเพจที่มีความรักชู หรือมีชีวิตธรรมดาที่ไม่เหมือนคนอื่น 

“แต่เหมือนเรากำลังยืนอยู่ในพื้นที่ที่มีเพื่อน ๆ ยืนอยู่ด้วยกันเต็มไปหมด แล้วเม้ามอยเรื่องเดียวกันได้ ไม่ว่าคุณจะทำอาชีพอะไร” บรีมย้ำ

สะใภ้ไชน่า : บันทึกความธรรมดาแสนพิเศษของสะใภ้จีน ผู้อยากเรียกรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ พร้อมส่งต่อเกร็ดความรู้ให้กับผู้ชม

ด้วยความที่อยากสร้างรอยยิ้มและมวลความสนุกในแต่ละวัน นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมสะใภ้ไชน่าถึงมักอัปโหลดคลิปใหม่ ๆ ในช่วงเย็นวันธรรมดาหลังคนเลิกเรียนหรือเลิกงาน และช่วงสายของวันเสาร์-อาทิตย์ ซึ่งเป็นเวลาที่คนส่วนใหญ่เริ่มทยอยลุกจากเตียง

ไม่เพียงแต่ความสุขที่บรีมได้รับจากคอมมูนิตี้ที่เธอและลูกเพจร่วมกันสร้างขึ้น เธอยังได้รู้จักตัวตนของตัวเอง และเข้าใจคนอื่นมากขึ้นด้วย

“เราได้รู้ว่าเราไม่ได้ชอบที่จะเสพพลังงานลบตลอดเวลา ที่สำคัญคือ เรารู้จักรับผิดชอบต่อการกระทำของตัวเองและสังคมมากขึ้น”

หากกล่าวถึงทิศทางในอนาคตของเพจ บรีมยังคงจะทำคอนเทนต์ในแนวที่ทำอยู่ให้ดีต่อไป เพื่อสร้างแรงบันดาลใจและเติมพลังชีวิตให้กับใครต่อใคร

“เราอยากให้เขารู้สึกว่าต้องไม่ยอมแพ้ ไม่ว่าจะเจอปัญหาอะไรในชีวิต เราว่าต้องมีทางออก แล้วถ้าพื้นที่ตรงนั้นมันไม่ใช่ของเรา เราก็แค่เดินไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะเจอสิ่งที่ใช่

“แล้วตอนนี้เราเพิ่งกลับมาไทยในรอบ 3 ปี ในอนาคตก็อยากจะทำเป็น Vlog พาไปตระเวนชิมอาหารตามที่ต่าง ๆ เพราะเรามีแพลนไปตะลอนเที่ยวประเทศไทยด้วย”

สะใภ้ไชน่าทิ้งท้ายพร้อมรอยยิ้ม “ขอบคุณลูกเพจทุกคนที่อยู่เป็นเพื่อนกันมาตลอด”

สะใภ้ไชน่า : บันทึกความธรรมดาแสนพิเศษของสะใภ้จีน ผู้อยากเรียกรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ พร้อมส่งต่อเกร็ดความรู้ให้กับผู้ชม
ภาพ : สะใภ้ไชน่า Sapai China

ช่องทางการติดตาม

Facebook : สะใภ้ไชน่า Sapai China

YouTube : สะใภ้ไชน่า Sapai China

TikTok : สะใภ้ไชน่า-ซ้อบรีม (@sapaichina)

Writer

กชพรรณ ก่อสุวรรณวงศ์

เด็กนิเทศแดนกิมจิ เอ็นดูแมวทุกตัวบนโลก ชื่นชอบการอ่านนิยายในวันฝนพรำ และหลงรักเทศกาลคริสต์มาสเป็นพิเศษ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load