23 มิถุนายน 2564
1 K

6 ตุลาคม พ.ศ.​ 2519 วันวิปโยคของประวัติศาสตร์ไทย

ผู้มีอำนาจเข้าล้อมปราบขบวนการเคลื่อนไหวของนักศึกษาภายในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์อย่างรุนแรง จนมีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก นักศึกษาและปัญญาชนหัวก้าวหน้าต้องหนีเข้าป่าเพื่อเอาชีวิตรอด ภายหลังจากเหตุการณ์ ทำให้บรรยากาศความเคลื่อนไหวภายในเมืองต้องเงียบเชียบ สื่อถูกปิดปาก บทเพลงที่เกี่ยวกับความเคลื่อนไหวต่างๆ ที่เป็นต้นทางของบทเพลงเพื่อชีวิตต่างก็หยุดบรรเลงไปพร้อมกับผู้ขับร้องที่หนีเข้าป่า ไม่ต่างกับเพื่อนปัญญาชนคนอื่นๆ

ท่ามกลางบรรยากาศอันวังเวงนั้นเอง จู่ๆ ก็มีบทเพลงขับขานเรื่องราวของสามัญชนและสังคมดังขึ้นมาจากทิวดอยแดนเหนือ อุ๊ยคำ เพลงที่บอกเล่าเรื่องราวโศกนาฏกรรมของหญิงชราที่ลูกหลานทอดทิ้ง ณ ขณะนั้น บทเพลงแห่งสามัญชนถูกบรรเลงขึ้นอีกครั้ง และทำให้หลายคนรู้จักศิลปินหนุ่มจากเชียงใหม่ นาม จรัล มโนเพ็ชร

จรัลรำลึก โครงการระดมทุนสร้างอนุสาวรีย์ สานฝัน ‘จรัล มโนเพ็ชร’ ราชันโฟล์กซองคำเมือง

กระทั่งนักศึกษาและปัญญาชนออกจากป่ากลับสู่เมือง ศิลปินคนนี้ก็ยังแต่งเพลง รางวัลแด่คนช่างฝัน เป็นกำลังใจให้พวกเขา หากเพลง คิดถึงบ้าน หลายคนรู้จักในชื่อ เดือนเพ็ญ ที่แต่งขึ้นเป็นบทกวีโดย นายผี หรือ อัศนี พลจันทร ก่อนจะถูกนำมาแปลงเป็นเพลง เพลงนี้เป็นเพลงที่ปัญญาชนในป่าใช้ขับร้องเพื่อปลอบประโลมใจตนเอง ยามออกจากป่ามา รางวัลแด่คนช่างฝัน ของจรัล ก็คือบทเพลงที่ช่วยมอบขวัญกำลังใจให้แก่พวกเขา เป็นดวงตะวันส่องเป็นแสงสีทองให้กับพวกเขาสู้สู่วันใหม่ข้างหน้า และเป็นบทเพลงที่นำมาใช้ขับร้องสร้างกำลังใจให้ผู้คนทั่วไปจนถึงทุกวันนี้

จรัล มโนเพ็ชร ประสบความสำเร็จในฐานะศิลปินนักร้องเป็นอย่างมาก ได้รับรางวัลต่างๆ รวมถึงได้รับการยกย่องให้เป็นราชันโฟล์กซองคำเมืองของประเทศไทย ด้วยบทเพลงจำนวนมากที่ถูกขับร้องด้วยคำเมืองหรือภาษาเหนือ ทั้งบอกเล่าสภาพสังคม วิถีชีวิตของคนท้องถิ่น วัฒนธรรมของภาคเหนือ ซึ่งมีทั้งเนื้อหากินใจและพูดแทนใจสามัญชน 

บ้างก็แฝงไปด้วยอารมณ์ขันชวนสนุก ทำให้หลายคนรู้จักกับภาษาเหนือ และบทเพลงของจรัลยังคงถูกขับร้องทั่วประเทศจนถึงปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นเพลง สาวมอเตอร์ไซค์, พี่สาวครับ, บ้านบนดอย, สาวเชียงใหม่, ลูกข้าวนึ่ง, หมะเมี๊ยะ, มิดะ, ล่องแม่ปิง, ของกิ๋นคนเมือง, คนสึ่งตึง ที่หลายคงคุ้นหูและรู้จักกันดี รวมถึงบทเพลงอีกจำนวนมาก

จรัลรำลึก โครงการระดมทุนสร้างอนุสาวรีย์ สานฝัน ‘จรัล มโนเพ็ชร’ ราชันโฟล์กซองคำเมือง
จรัลรำลึก โครงการระดมทุนสร้างอนุสาวรีย์ สานฝัน ‘จรัล มโนเพ็ชร’ ราชันโฟล์กซองคำเมือง

นอกจากบทบาทการเป็นนักร้อง จรัลยังเป็นหนึ่งคนสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนส่งเสริมวัฒนธรรมและศิลปินล้านนาให้คนทั่วไปรู้จักเป็นวงกว้าง และยังมีโอกาสแสดงความสามารถทางการแสดงในภาพยนตร์กับละครจำนวนมาก รวมถึงหนึ่งในละครเวทียิ่งใหญ่เรื่องเยี่ยมที่เคยเกิดขึ้นในไทย อย่าง สู่ฝันอันยิ่งใหญ่ หรือ ดอนกิโฆเต้แห่งลามันซ่า โดย ยุทธนา มุกดาสนิท ซึ่งจรัลได้รับบท ดอนกิโฆเต้ ตัวเอกของเรื่อง มี ศรัณยู วงษ์กระจ่าง รับบทเดียวกันในอีกรอบการแสดง

จากผลงานจำนวนมากมายที่กล่าวมา ทำให้ศิลปินชาวเหนือคนนี้มีภาระจากหน้าที่การงานจำนวนมาก และที่เขาต้องทำงานมากมายขนาดนี้ก็ไม่ใช่เพื่อเงินทองสำหรับตัวเขาเพียงผู้เดียว แต่เขาต้องการจะรวบรวมเงินทุนเพื่อจัดตั้งให้เกิด ‘มูลนิธิส่งเสริมศิลปินล้านนา’ รวมถึงช่วยเหลือความเคลื่อนไหวด้านวัฒนธรรมล้านนาอีกจำนวนมาก 

จรัลรำลึก โครงการระดมทุนสร้างอนุสาวรีย์ สานฝัน ‘จรัล มโนเพ็ชร’ ราชันโฟล์กซองคำเมือง

แต่แล้วในวันที่ 3 กันยายน พ.ศ.​ 2544 แผ่นดินล้านนาก็ต้องสูญเสียลูกชายอันเป็นที่รัก 

จรัล มโนเพ็ชร จากไปไม่มีวันหวนคืน เหลือไว้แต่คุณูปการจำนวนมากที่เคยทำไว้กับเมืองเหนือที่เขารักยิ่ง

“วันนี้ผมกำลังจะทำงานที่ค่อนข้างหนักอีกแล้ว ผมก็หวังใจว่าท่านผู้ชม ท่านผู้มีเกียรติทุกท่านจะสนับสนุนให้กลุ่มที่ทำงานชมรมส่งเสริมศิลปินล้านนาได้มีโอกาสได้ดูแลให้เป็นมูลนิธิ เพื่อว่าการทำงานจะได้สืบสานมั่นคงต่อไปในภายหน้า เพราะผมเชื่อว่าวันหนึ่งผมก็ต้องจากไป ผมต้องไปอยู่แล้ว ไปวันไหนไม่รู้ และยังมีกิเลสตัณหาอยู่ในกมลสันดานเล็กน้อย คือ ยังห่วงงานตัวเองอยู่ ถ้ามีองค์กรที่มั่นคงดูแลไว้แล้ว ก็น่าจะดี…” 

จรัล มโนเพ็ชร กล่าวก่อนเข้าเพลง อุ๊ยคำ ในคอนเสิร์ต ม่านไหมใยหมอก ครั้งที่ 3 พ.ศ. 2541

ในวาระครบรอบ 20 ปี การจากไปของ จรัล มโนเพ็ชร ผู้คนกลุ่มหนึ่งที่รักศิลปินคนนี้จึงคิดจะทำอะไรบางอย่างขึ้นเพื่อเชิดชูและสานต่อความฝันของศิลปินที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของล้านนาในนาม ‘จรัลรำลึก’ นำโดย ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร.ธเนศวร์ เจริญเมือง นักวิชาการที่ขับเคลื่อนงานส่งเสริมวัฒนธรรมล้านนาคนสำคัญคนหนึ่งของประเทศ

ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร.ธเนศวร์ เจริญเมือง นักวิชาการที่ขับเคลื่อนงานส่งเสริมวัฒนธรรมล้านนาคนสำคัญคนหนึ่งของประเทศ

“ความฝันของอ้ายจรัลมีอยู่ไม่กี่เรื่อง อย่างแรก อ้ายจรัลเป็นคนที่อยากทำหอศิลป์สล่าเลาเลือง ซึ่งแปลว่าศิลปินที่งดงามอลังการ เพื่อบันทึกการทำงานทั้งหมดของศิลปินภาคเหนือไว้ ปัจจุบันความฝันนี้ของอ้ายสำเร็จแล้วเมื่อต้นปี และตั้งอยู่ที่จังหวัดลำพูน อีกความฝันของอ้ายจรัลก็คือ การฟื้นผืนแผ่นดินนี้ให้งดงามด้วยศิลปวัฒนธรรมที่มีอยู่ในอดีต ซึ่งเราต้องการสานฝันอันนี้ของอ้าย” อาจารย์ธเนศวร์ เริ่มเล่าที่มาของโครงการจรัลรำลึกที่เขาจัดทำขึ้นกับเพื่อนฝูง

“เนื่องจากใกล้จะครบวาระยี่สิบปีที่อ้ายจรัลจากไป ลูกสาวบอกกับผมว่า ถ้ารุ่นพ่อไม่ทำอะไร จะไม่มีใครทำอีกแล้วนะ ปัจจุบันลูกสาวของผมอายุสามสิบสอง เขาได้ยินผมพูดเรื่องอ้ายจรัลมาตั้งแต่เล็กๆ แต่คนที่โตมากับเขาไม่มีใครพูดถึงเลย ลูกสาวผมกลายเป็นคนอธิบายเรื่องของอ้ายจรัลให้คนในรุ่นของเขาฟัง เขาเลยรู้สึกว่าเป็นแบบนี้ไม่ได้แล้ว คนรุ่นผมต้องลุกขึ้นมาทำอะไรสักอย่าง ให้กับศิลปินที่สร้างความดีไว้กับเมืองเหนือจำนวนมากในวาระนี้

“ตอน พ.ศ. 2520 ผมไปเรียนต่อต่างประเทศ ตอนนั้นผมกับเพื่อนกำลังประชุมกันเรื่องเหตุการณ์ 6 ตุลาฯ ที่บ้านของผมในนิวยอร์ก มีแต่คนหัวก้าวหน้าที่อยู่ที่นั้นมารวมกัน แล้วก็มีคนหนึ่งหยิบเทปของอ้ายจรัลมาเปิด ตอนนั้นผมตกใจมาก เพราะเป็นเพลงที่ร้องด้วยภาษาคำเมือง ผมเองก็เป็นคนที่ชอบฟังเพลง ชอบแต่งเพลง ผมเคยมีความคิดที่อยากจะลองแต่งเพลงภาษาคำเมืองขึ้นมา แต่ไม่ว่าจะพยายามเท่าไหร่ก็ทำไม่ได้สักที พอได้ยินบทเพลงของอ้ายจรัลในวันนั้น จึงทำให้ผมทึ่งและชื่นชมในศิลปินคนนี้ โดยติดตามผลงานเขาตลอด กลายเป็นแฟนคลับตัวยงของอ้าย”

ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร.ธเนศวร์ เจริญเมือง นักวิชาการที่ขับเคลื่อนงานส่งเสริมวัฒนธรรมล้านนาคนสำคัญคนหนึ่งของประเทศ

“ทีนี้การมีโอกาสได้ไปต่างประเทศ ทำให้ผมได้เห็นไอเดียดีๆ อะไรเท่ๆ จากที่นู่นเยอะมาก หนึ่งในนั้นคือที่มหาวิทยาลัยปักกิ่ง ประเทศจีน ด้านหน้าของมหาวิทยาลัยปักกิ่งมีรูปปั้นของนักเขียนนวนิยายชื่อดังของโลกอยู่ นั่นก็คือ มิเกล์ เด เซร์บันเตส ซาเบดฺร้า (Miguel de Cervantes Saavedra) ผู้ประพันธ์เรื่อง ดอนกิโฆเต้แห่งลามันซ่า ซึ่งผมทราบมาว่า สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ทรงชื่นชมนักเขียนคนนี้อย่างมาก เมื่อไหร่ที่พระองค์ท่านมีโอกาสไปประเทศจีน ก็จะต้องหาโอกาสไปวางดอกไม้หน้ารูปปั้นนี้ให้ได้ เรื่องราวนี้ทำให้ผมประทับใจอย่างมาก และวันนี้ นี่คือเรื่องราวของศิลปินที่โด่งดังมากที่สุดและเป็นคนแรกของเชียงใหม่ แม้ว่าตัวของอ้ายจะจากไปแล้ว แต่ก็ยังคงมีคนเขียนถึงอยู่ ผมอาจจะเขียนถึงเยอะกว่าคนอื่นหน่อย” 

อาจารย์ธเนศวร์หัวเราะสนุกหลังแซวตนเอง ก่อนเล่าต่อด้วยความเพลิดเพลิน “ยังคงมีคนฟังเพลงของอ้าย ชื่นชมผลงานของอ้ายอยู่ และปรากฏว่าตลอดระยะเวลาที่ผ่านมายังไม่มีใครแทนอ้ายได้ ผมเลยรู้สึกว่าต้องทำอะไรสักอย่างแล้ว เพื่อระลึกถึงและชื่นชมผลงานของแก ส่งต่อให้กับคนรุ่นถัดไป ผมจึงมีความคิดว่า นี่คือเวลาเหมาะสมแล้วที่เราจะมีรูปปั้นของ จรัล มโนเพ็ชร ตั้งในที่สาธารณะให้ผู้คนได้มาชื่นชมและเรียนรู้แรงบันดาลใจจากอ้าย”

ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร.ธเนศวร์ เจริญเมือง นักวิชาการที่ขับเคลื่อนงานส่งเสริมวัฒนธรรมล้านนาคนสำคัญคนหนึ่งของประเทศ

โครงการจรัลรำลึกเริ่มต้นขึ้นในวันที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2563 และประกาศให้คนทั่วไปรับทราบถึงแนวคิดการสร้างรูปปั้น จรัล มโนเพ็ชร บนเพจเฟซบุ๊กชื่อเดียวกับโครงการ เพื่อขอระดมทุนสนับสนุนสำหรับการสร้างอนุสาวรีย์

“อ้ายจรัลเป็นศิลปินที่บอกเล่าเรื่องราวของสามัญชนผ่านบทเพลงจำนวนมาก เพราะอ้ายมีใจให้กับมวลชนผู้ยากไร้ มีใจให้กับท้องถิ่น ไม่ว่ากี่เพลงต่อกี่เพลงที่ออกมาก็ล้วนเป็นอย่างนี้ตลอด เราเลยตั้งใจกันว่าจะให้การสร้างอนุสาวรีย์ของอ้ายครั้งนี้ เกิดขึ้นจากการร่วมใจของสามัญชนที่รักอ้ายจรัล ซึ่งเราต้องใช้เงินในการทำให้สำเร็จทั้งสิ้นประมาณสี่แสนกว่าบาท แต่ทางโครงการจรัลรำลึกของเราตัดสินใจจะตั้งเป้ายอดระดมทุนไว้ที่ห้าแสนบาท 

“นอกจากค่าทำรูปปั้น เราตั้งใจช่วยสานฝันที่อ้ายอยากช่วยเหลือและส่งเสริมศิลปินล้านนา โดยเงินที่เหลือจากการทำรูปปั้น เราตั้งใจแบ่งออกเป็นสองส่วน หนึ่ง สำหรับจัดทำเป็นรางวัลจรัล มโนเพ็ชร มอบให้กับศิลปินที่โดดเด่นเรื่องศิลปะและวัฒนธรรมทุกๆ ปี สอง เราจะทำกองทุนจรัล มโนเพ็ชร เพื่อมอบทุนให้แก่เด็กที่สนใจด้านศิลปะวัฒนธรรม แต่มีฐานะยากจน ให้มีโอกาสเล่าเรียนในสิ่งที่เขาสนใจ เราตั้งกฎไว้ว่าจะรายงานยอดระดมทุนทุกสัปดาห์บนเพจ จะไม่มีการถอนแม้แต่บาทเดียว เพราะถือว่านี่เป็นเงินที่พี่น้องบริจาคมาเพื่อทำรูปปั้นอ้ายจรัลเท่านั้น”

ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร.ธเนศวร์ เจริญเมือง นักวิชาการที่ขับเคลื่อนงานส่งเสริมวัฒนธรรมล้านนาคนสำคัญคนหนึ่งของประเทศ

ภารกิจการระดมทุนเพื่อสร้างอนุสาวรีย์ให้กับศิลปินล้านนาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของประเทศจึงเกิดขึ้นตั้งแต่นั้น

ในแต่ละสัปดาห์หลังจากประกาศการระดมทุนเพื่อสร้างอนุสาวรีย์ให้ผู้คนทั่วไปรับทราบ ทางทีมจรัลรำลึกจะมีการจัดงานเสวนาไลฟ์ผ่านทางเพจจรัลรำลึก โดยเชิญผู้เชี่ยวชาญ รวมถึง อันยา โพธิวัฒน์ ภรรยาของจรัล มาพูดคุยกันในประเด็นต่างๆ เกี่ยวกับจรัล จำนวนทั้งหมด 18 หัวข้อเสวนา อาทิ มรดกของจรัล มโนเพ็ชร ต่อล้านนาและสังคมไทย ผู้คนหลากหลายในเพลงจรัล ลมหายใจเชียงใหม่กับเพลงอ้ายจรัล เป็นต้น สำหรับผู้ที่สนใจก็กลับไปตามชมได้ที่เพจจรัลรำลึก หรืออ่านจากหนังสือ กึ๊ดเติงหาอ้ายจรัล ซึ่งรายได้จากการซื้อหนังสือจะถูกนำไปสมทบทุนของโครงการ 

นอกจากงานเสวนายังมีการจัดคอนเสิร์ตจรัลรำลึก ณ เชียงดาว โดยมีศิลปินถิ่นเหนือมาร่วมกันทำการแสดงเพลงของจรัล มโนเพ็ชร เพื่อนำเงินจากตั๋วคอนเสิร์ตมาสนับสนุนโครงการ ซึ่งจัดไปเมื่อธันวาคมปีที่แล้ว

ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร.ธเนศวร์ เจริญเมือง นักวิชาการที่ขับเคลื่อนงานส่งเสริมวัฒนธรรมล้านนาคนสำคัญคนหนึ่งของประเทศ

จากจุดเริ่มต้นเมื่อเดือนพฤษภาคม โครงการจรัลรำลึกก็ระดมทุนจนครบตามที่ต้องการได้ในเดือนมกราคมปีนี้ จากการช่วยเหลือของผู้คนที่รักจรัล หลังจากนั้นทางทีมก็เริ่มต้นงานปั้นทันที โดยได้ อาจารย์ภูธิป บุญตันบุตร ศิลปินปั้นมือดีชาวเชียงใหม่รับหน้าที่เป็นประติมากร โดยรูปปั้นจรัล มโนเพ็ชร ที่ทางทีมจรัลรำลึกตั้งใจสร้างขึ้นมานั้น มีขนาดเท่าตัวจริง เป็นศิลปินสามัญชน ไม่สูงใหญ่ ไม่ชูกีตาร์หรือซึงให้ดูอลังการ ไม่อวดตัว ไม่มีแท่นยกสูงจากพื้น หากแต่เรียบง่ายในลักษณะนั่งเล่นกีตาร์บนม้านั่งที่วางกับพื้น เป็นสามัญชนติดดิน ดั่งที่ศิลปินผู้ยิ่งใหญ่ของชาวเหนือผู้นี้เป็น

การรวมตัวกันของคนรัก จรัล มโนเพ็ชร เพื่อระดมทุนสานต่อเจตนารมณ์และสร้างอนุสาวรีย์รำลึกถึงศิลปินล้านนาสามัญชน

“อ้ายจรัลเป็นคนที่มีรอยยิ้มอบอุ่น นี่เป็นสิ่งที่คนรอบตัวของอ้ายเล่าให้ผมฟัง หลังจากเริ่มต้นปั้นรูปปั้นของอ้าย” อาจารย์ภูทิป เริ่มต้นเล่าเรื่องราวการทำงานปั้น “ผมเริ่มต้นการปั้นจากแบบสเก็ตช์ของ รศ.ดร.สุกรี เกษรเกศรา ที่เป็นผู้แนะนำผมให้เป็นผู้รับผิดชอบการปั้นรูปปั้นของอ้ายจรัล ซึ่งขั้นตอนการปั้น ผมได้รับความช่วยเหลือจากป้าหมู (อันยา โพธิวัฒน์) ภรรยาของอ้ายจรัล เพื่อให้ปั้นออกมาเหมือนอ้ายที่สุด เดิมผมใช้ภาพต้นแบบจากปกเทปที่อ้ายใส่เสื้อหนาๆ 

“ป้าหมูทักว่า ปกติอ้ายจรัลไม่ใส่ ใส่เพื่อถ่ายปกเท่านั้น ป้าหมูเลยกลับไปเอาเสื้อผ้าที่อ้ายใช้จริงๆ มาให้ใช้เป็นแบบ มีทั้งรองเท้า นาฬิกา แหวน ที่อ้ายจรัลใส่บ่อยๆ ซึ่งตอนปั้นส่วนนาฬิกา ถ้าปั้นหน้าปัดโล้นๆ จะดูไม่สวย ก็เลยคิดว่าน่าจะใส่อะไรที่บ่งบอกถึงการรำลึกถึงอ้าย ผมเลยใช้วันสุดท้ายที่อ้ายหยุดไว้ตอนจากไปมาใส่ เพื่อให้ยังอยู่ต่อไป”

การรวมตัวกันของคนรัก จรัล มโนเพ็ชร เพื่อระดมทุนสานต่อเจตนารมณ์และสร้างอนุสาวรีย์รำลึกถึงศิลปินล้านนาสามัญชน

“อีกส่วนที่มีการปรับค่อนข้างละเอียดก็คือรอยยิ้มของอ้าย ซึ่งผมใช้วิธีศึกษาจากรูปภาพต่างๆ ให้ได้มากที่สุด ตอนแรกผมปั้นเป็นหน้าที่ยังไม่ยิ้ม ส่งให้ทีมจรัลรำลึกและหลายคนที่ใกล้ชิดกับอ้ายจรัลดู เกือบทุกคนก็เล่าให้ผมฟังว่า ปกติเวลาอ้ายจรัลอยู่กับคนอื่น อ้ายเป็นคนยิ้มง่าย เป็นคนที่ยิ้มแล้วดูอบอุ่นมาก ทุกคนเลยอยากให้รูปปั้นเป็นตอนอ้ายยิ้ม ผมก็เลยไปค้นหาจังหวะที่อ้ายยิ้มจากบันทึกการแสดงคอนเสิร์ตต่างๆ แต่ก็ยังคงไม่เหมือนตัวตนของอ้าย 

“กระทั่งป้าหมูส่งภาพถ่ายของอ้ายรูปหนึ่งมาให้ เป็นรูปที่อ้ายจรัลยิ้มเล็กน้อย รวมถึงแววตาของอ้ายก็ยิ้มด้วยเช่นกัน โดยผมได้ความช่วยเหลือจาก อาจารย์อ๊อฟ (อัษฎายุธ อยู่เย็น) มาช่วยปั้นส่วนใบหน้าของอ้าย กระทั่งออกมาเหมือนรอยยิ้มของอ้ายจรัล อย่างที่คนใกล้ชิดของอ้ายเคยได้รับขณะที่อ้ายยังมีชีวิตอยู่” นักปั้นเล่ากระบวนการ

เป็นรอยยิ้มที่เคยทำให้ผู้คนจำนวนมากหลงรักในตัวตนของศิลปินผู้นี้…

การรวมตัวกันของคนรัก จรัล มโนเพ็ชร เพื่อระดมทุนสานต่อเจตนารมณ์และสร้างอนุสาวรีย์รำลึกถึงศิลปินล้านนาสามัญชน

“สำหรับสถานที่ตั้งของรูปปั้นอ้ายจรัล ที่จังหวัดเชียงใหม่เรามีรูปปั้นที่เป็นอนุสาวรีย์ อย่าง อนุสาวรีย์สามกษัตริย์ที่ยิ่งใหญ่มากอยู่แล้ว ผมมองว่านั้นไม่ใช่ตัวตนของอ้ายจรัล” อาจารย์ธเนศวรพูดเรื่องประเด็นที่ตั้งของอนุสาวรีย์ 

“เราตั้งใจว่าจะวางรูปปั้นของอ้ายไว้ใต้ต้นไม้ นั่งเล่นกีตาร์ขับกล่อมผู้คนใต้ต้นไม้อยู่ในมุมเล็กๆ ไม่มีท่าทีอหังการแต่อย่างใด อาจจะต้องก้มผ่านกิ่งไม้เข้าไปถึงจะมองเห็นด้วยซ้ำไป ที่สำคัญ เราอยากให้รูปปั้นของอ้ายตั้งอยู่ในที่สาธารณะ ไม่มีรั้วกั้น อยู่ข้างนอก ผู้คนที่มาโอบกอดอ้ายได้ตลอดเวลา จะร้องเพลงกับอ้ายหรือนั่งกินเบียร์กับอ้ายก็ได้ ยี่สิบสี่ชั่วโมง 

“และผมเชื่อว่าใครก็ตามที่ผ่านไปผ่านมา จะต้องคอยช่วยดูแลรูปปั้นของอ้ายอย่างแน่นอน นี่ถึงจะเหมาะกับศิลปินสามัญชนติดดิน เราต้องการให้รูปปั้นนี้เป็นสมบัติของประชาชน และให้อ้ายเป็นแรงบันดาลใจกับทุกคน”

การรวมตัวกันของคนรัก จรัล มโนเพ็ชร เพื่อระดมทุนสานต่อเจตนารมณ์และสร้างอนุสาวรีย์รำลึกถึงศิลปินล้านนาสามัญชน

ตอนนี้ทีมจรัลรำลึกกำลังอยู่ในขั้นตอนยื่นขอสถานที่ตั้งให้ตรงตามความตั้งใจไว้ให้ได้มากที่สุด

“ผมยืนยันเรื่องความต้องการให้รูปปั้นของอ้ายอยู่ในที่สาธารณะ เพราะผมเชื่อว่านี่จะเป็นที่ที่อ้ายใกล้ชิดกับผู้คนทั่วไปได้มากที่สุด ผมต้องการให้ผู้คนได้เรียนรู้เรื่องราวของอ้าย บทเพลงของอ้าย รวมถึงให้อ้ายสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้คนจำนวนมาก ผมมองว่าเพลงของอ้ายส่วนใหญ่มีความเกี่ยวข้องกับชีวิตของผู้คน และยังใช้การได้จนถึงเดี๋ยวนี้ เพราะปัญหาหลายอย่างที่ถูกพูดในเพลง ก็ยังไม่ถูกแก้ไข 

“อุ๊ยคำ ยังเดี่ยวดายจนถึงทุกวันนี้ สาวโรงบ่ม ก็เปลี่ยนไปจากขี่จักรยานไปโรงบ่มตอนนี้ก็ไปอยู่โรงงานอุตสาหกรรมที่กรุงเทพฯ ปัญหาการจราจรในเพลง ตากับหลาน ก็ยังเป็นปัญหาอยู่ สาวมอเตอร์ไซค์ เดี๋ยวนี้ก็ไม่เอาแล้วมอเตอร์ไซค์เอารถเก๋งแล้ว มันยังเป็นปัญหาเดิมๆ ที่เปลี่ยนบริบทไปเรื่อยๆ 

“ที่ต้องพูดให้ไปไกลกว่านั้นคือ มนุษย์ทุกคนเกิดมาจากผลผลิตของสังคมในยุคนั้นๆ ประเด็นที่น่าห่วงใยก็คือ เราอยากเห็นคนอย่างอ้ายจรัล มโนเพ็ชร เกิดมาใหม่ในยุคนี้ และอธิบายสังคม ณ ตอนนี้ ซึ่งคือใครกันล่ะ…”

การรวมตัวกันของคนรัก จรัล มโนเพ็ชร เพื่อระดมทุนสานต่อเจตนารมณ์และสร้างอนุสาวรีย์รำลึกถึงศิลปินล้านนาสามัญชน

ภาพ : จรัลรำลึก

สำหรับผู้ที่สนใจอยากสานความฝันของอ้ายจรัล มโนเพ็ชร ในการสนับสนุนศิลปินรุ่นใหม่ที่สนใจนำเสนอเรื่องวัฒนธรรมและสภาพสังคม สามารถสนับสนุนผ่านโครงการของจรัลรำลึก ผ่านทาง Facebook : จรัลรำลึก

Writer

อนิรุทร์ เอื้อวิทยา

นักเขียน และ ช่างภาพอิสระ ปัจจุบันชนแก้วอยู่ท่ามกลางเพื่อนฝูงที่เชียงใหม่

Photographer

กรินทร์ มงคลพันธ์

ช่างภาพอิสระชาวเชียงใหม่ผู้รักจักรยานไม่น้อยไปกว่าลูก ซึ่งความรักที่มีต่อทั้งสองมากกว่าการถ่ายรูปด้วยซ้ำ

Scoop

ความเคลื่อนไหวสร้างสรรค์และน่าจับตาจากหลากวงการที่เราอยากให้คุณรู้

เมื่อพูดถึงงานของกระทรวงการต่างประเทศ คนส่วนใหญ่มักจะนึกถึงภาพการนั่งโต๊ะเจรจาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ แต่ก็ยังมีงานอีกมิติที่สำคัญไม่แพ้กันคือ การดูแลคนไทยในต่างแดน ซึ่งใน พ.ศ. 2564 มีคนไทยอาศัยอยู่ในต่างประเทศมากถึง 1.4 ล้านคน

งานสองส่วนนี้ส่งเสริมซึ่งกันและกัน เราต้องมีสัมพันธไมตรีกับต่างประเทศก่อน จึงจะเข้าไปตั้งสถานทูต สถานกงสุลใหญ่ เพื่อดูแลคนไทย ซึ่งเป็นทั้งงานเชิงรับและเชิงรุก ที่จะคุ้มครองและดูแลผลประโยชน์คนไทยในต่างประเทศ ในขณะเดียวกันก็สร้างชุมชนไทยให้เข้มแข็งผ่านระบบอาสาสมัคร ‘สหวิชาชีพ’ และโครงการต่างๆ ที่ช่วยเสริมสร้างความรู้ ส่งเสริมสุขภาพ สร้างทักษะอาชีพ ไปจนถึงการทำให้สถานทูตเป็นที่พึ่งทางใจ และการสร้างความสามัคคีในชุมชนชาวไทย

14 ภารกิจดูแลคนไทยในต่างแดนที่คุณอาจนึกไม่ถึงว่า นี่คืองานของสถานทูต
นำวิทยากรสหวิชาชีพไปให้ความรู้การสร้างเสริมอาชีพแก่คนไทยในนอร์เวย์

เมื่อชุมชนไทยในต่างแดนเข้มแข็ง ย่อมจะเกื้อหนุนความสัมพันธ์ระหว่างประเทศก็จะดีขึ้นด้วย

ภารกิจนี้อยู่ภายใต้การดูแลของกองคุ้มครองและดูแลผลประโยชน์คนไทยในต่างประเทศ กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ โดยผ่านสถานทูตและสถานกงสุลใหญ่ที่ตั้งอยู่ทั่วโลก ซึ่งปีที่ผ่านมาช่วยเหลือคนไทยในต่างแดนไปเกือบ 150,000 คน

ความช่วยเหลือที่ว่ามีตั้งแต่งานขีดเขียนเอกสาร ไปจนถึงการลงพื้นที่ทุรกันดารที่อาจมีความเสี่ยงด้านความปลอดภัย ช่วยเหลือผู้ตกทุกข์ได้ยากทุกรูปแบบ ซึ่งหลากหลาย และบางงานก็ไม่น่าเชื่อว่า นี่คืองานของนักการทูตไทย

The Cloud ขอแนะนำ 14 ภารกิจดูแลคนไทยที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อนว่า นี่คืองานของสถานทูตไทยและสถานกงสุลใหญ่ โดยผู้ที่จะมาถ่ายทอดเรื่องราวของแต่ละภารกิจให้เราฟังก็คือ คุณนฤชัย นินนาท ผู้อำนวยการกองคุ้มครองและดูแลผลประโยชน์คนไทยในต่างประเทศ

1. ตามหาญาติ

การตามหาญาติ คืองานที่มีผู้ใช้บริการเกือบ 2,000 รายในปีที่ผ่านมา โดยผู้ใช้บริการเป็นคนไทยที่อยู่ในเมืองไทย ซึ่งพบว่าญาติผู้อยู่ต่างแดนขาดการติดต่อ จึงขอให้สถานทูตช่วยตามหาว่าเป็นตายร้ายดีอย่างไร เหล่านักการทูตจึงต้องรับบทประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหรือชุมชนไทยในประเทศนั้นๆ เพื่อแกะรอยตามหา บางกรณีพบว่าถูกจับไปดำเนินคดี แต่หลายกรณีก็พบความจริงที่โหดร้ายว่า เขาหรือเธอคนนั้นไม่อยากติดต่อกับคนเคยรักอีกต่อไป เพราะมีคนรักใหม่ไปแล้ว ในกรณีนี้ทางสถานทูตจะส่งข่าวเศร้าให้ทราบว่า ญาติปลอดภัยดี แต่ไม่ต้องการเปิดเผยที่อยู่ และไม่ต้องการให้ติดต่อไปแล้ว

2. เปิดสถานทูตเป็นที่พึ่งทางใจ

สถานทูตและสถานกงสุลใหญ่ไทย ถือว่าเป็นที่พึ่งสำหรับผู้ตกทุกข์ได้ยาก เพราะเมื่อเกิดปัญหาไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่ คนไทยจำนวนมากมักจะหนีร้อนมาพึ่งเย็นที่สถานทูต

เคยมีกรณีหญิงไทยจดทะเบียนสมรสกับชาวต่างชาติ แล้วย้ายไปอยู่กับสามี พอเกิดเหตุทะเลาะวิวาทรุนแรง ผู้หญิงก็หนีออกมาตัวเปล่า ไม่มีเงินและเอกสารใดๆ เธอมาขอให้สถานทูตช่วยส่งเธอกลับเมืองไทย แต่โชคร้ายที่ประเทศนั้นจะเดินทางออกได้ก็ต่อเมื่อได้รับ Exit Visa หรือการอนุญาตให้ออกจากประเทศก่อนเท่านั้น กรณีนี้ต้องให้สามีเป็นผู้ยินยอม ในเบื้องต้นไม่ว่าสถานทูตจะต่อรองเท่าไรก็ไม่เป็นผล เพราะทางการมองว่าเป็นเรื่องในครอบครัว หญิงไทยรายนี้เลยต้องขอรับการปรึกษาและช่วยเหลือจากสถานทูตเป็นที่พึ่งทางใจเป็นเวลาต่อเนื่องถึง 9 เดือน จนสามารถเดินทางกลับไทยได้

3. ช่วยเหลือคนไทยถูกจับเป็นตัวประกัน

ครั้งหนึ่งลูกเรือประมงของไทยถูกกลุ่มโจรสลัดข้ามประเทศแถบภูมิภาคแอฟริกาจับตัวไปเรียกค่าไถ่ ด้วยการโทรมาขอเงินจากสถานทูตไทย เพื่อแลกกับชีวิตลูกเรือ ความยากคือจะต้องช่วยคนไทยให้ปลอดภัย แต่ในขณะเดียวกันก็ไม่เจรจาต่อรองหรือจ่ายเงินให้กับกลุ่มโจร แต่จะต้องใช้วิธีประสานงานและเจรจาผ่านรัฐบาลและองค์กรเอกชนท้องถิ่น จนสุดท้ายก็ช่วยลูกเรือทั้งหมดกลับมาได้อย่างปลอดภัย ถือเป็นงานเจรจา ในอีกรูปแบบที่หลายคนคงไม่คาดคิดว่านี่คืองานของนักการทูต

14 ภารกิจดูแลคนไทยในต่างแดนที่คุณอาจนึกไม่ถึงว่า นี่คืองานของสถานทูต
การช่วยเหลือลูกเรือประมงกลับจากโซมาเลีย

4. ส่งคนไทยกลับบ้านท่ามกลางสถานการณ์ฉุกเฉิน

เมื่อเกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน ภัยธรรมชาติ ภัยสงคราม สถานทูตและสถานกงสุลใหญ่มีหน้าที่ช่วยดูแลคนไทย เช่น ส่งแรงงานไทยกลับประเทศเมื่อเกิดสงครามในลิเบีย หรือในช่วงโควิด-19 ที่ผ่านมา สถานทูตและสถานกงสุลใหญ่ไทยทั่วโลกก็ช่วยประสานงานพาคนไทยราว 200,000 คน กลับประเทศ ความท้าทายของการขนคนในช่วงวิกฤต คือการหาเครื่องบิน ซึ่งมีทั้งการส่งเครื่องบินไปรับ ประสานเครื่องบินพาณิชย์ กึ่งพาณิชย์ เครื่องบินทหารของไทย ไปจนถึงการขอฝากเครื่องบินต่างชาติกลับมา ถ้าเป็นการอพยพฉุกเฉิน รัฐบาลอาจจะดูแลค่าใช้จ่ายในการเดินทางให้

14 ภารกิจดูแลคนไทยในต่างแดนที่คุณอาจนึกไม่ถึงว่า นี่คืองานของสถานทูต
สอท. ณ กรุงลอนดอน ให้บริการ One Stop Service แก่คนไทยในอังกฤษ
ผู้บริหารกรมการกงสุลหารือภารกิจการดูแลคนไทย

5. ส่งคนไทยที่ประสบปัญหากลับบ้าน

กรณีคนไทยที่ประสบปัญหาในต่างประเทศและต้องการเดินทางกลับไทย แต่ไม่มีเอกสารเดินทางไม่ว่าด้วยสาเหตุใด เช่น หนังสือเดินทางหายหรือโดนนายจ้างยึด ทางสถานทูตจะทำการพิสูจน์หลักฐานอื่นๆ ยืนยันว่าเป็นคนไทยจริง แล้วจึงจะออกเอกสารเดินทางชั่วคราวให้ แต่หลายรายก็ยังกลับไม่ได้อีกเพราะไม่มีเงิน โดยเฉพาะผู้ที่เดินทางเข้ามาทำงานอย่างผิดกฎหมาย เมื่อเจ็บไข้ได้ป่วย ไม่มีระบบประกันชีวิตหรือสวัสดิการต่างๆ มาช่วยค่ารักษาพยาบาล ก็ต้องเดินทางกลับไปรักษาตัวที่เมืองไทย

ในกรณีที่เจ้าตัวและญาติที่เมืองไทยมีเงินไม่เพียงพอ สามารถขอยืมเงินในการเดินทางกลับไทยได้จากกระทรวงการต่างประเทศ โดยต้องลงนามในสัญญาชดใช้เงินคืน และต้องชดใช้เงินคืนตามข้อกำหนด ในช่วงที่ยังไม่คืนเงิน ก็จะไม่สามารถเดินทางออกนอกประเทศไทยได้ เพราะจะไม่มีหนังสือเดินทาง รวมทั้งหากไม่ชำระเงินคืนตามกำหนดระยะเวลา ก็อาจถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย

ถ้าสงสัยว่า หากเข้าเมืองมาแบบผิดกฎหมายแล้วตอนเดินทางออกจะทำอย่างไร ในกรณีที่เจ็บป่วย ประเทศต้นทางมักจะยินดีให้ออก แต่ก่อนออกอาจจะโดนปรับ โดนแบนวีซ่า หรือขึ้นบัญชีดำไม่อนุญาตให้กลับเข้ามาอีก แล้วแต่นโยบายของแต่ละประเทศ

งานดูแลคนไทยของนักการทูตตั้งแต่ตามหาญาติ เจรจากับโจร ให้ยืมเงินกลับบ้าน และส่งศพกลับประเทศ
ช่วยเหลือและรอรับคนไทยกลับจากอินเดีย

6. ช่วยคนไทยที่ถูกดำเนินคดี

คดีเด็ดที่คนไทยในต่างประเทศทำผิดบ่อยที่สุดคือ การพำนักอาศัยเกินเวลา ส่วนเรื่องที่ถึงขั้นถูกคุมขังมักจะเป็นคดียาเสพติด เมื่อคนไทยในต่างแดนถูกจับ บางประเทศจะแจ้งมาที่สถานทูต ซึ่งมักจะเป็นการแจ้งเพื่อทราบ จากนั้นก็ปล่อยให้คดีดำเนินไปตามกระบวนการยุติธรรม หน้าที่ของสถานทูตคือ จะเข้าไปให้ความช่วยเหลือต่างๆ ในฐานะที่เป็นคนไทยไม่ว่าจะผิดหรือถูก โดยไม่แทรกแซงกระบวนการยุติธรรม รวมทั้งจะช่วยประสานงานแจ้งญาติที่เมืองไทย หรือช่วยหาทนาย

บางประเทศให้ความสำคัญกับเรื่องความเป็นส่วนตัวมาก จะแจ้งสถานทูตก็ต่อเมื่อผู้ต้องหาร้องขอ ถ้าไม่ร้องขอ (เพราะกลัวหรืออาย) ก็ไม่แจ้งสถานทูต ในกรณีนี้ทางสถานทูตจะไม่ทราบเลยว่ามีคนไทยต้องโทษจองจำอยู่ในประเทศนั้น บางประเทศที่เคร่งครัดเรื่องความเป็นส่วนตัวมากๆ ถึงสอบถามไปว่ามีคนไทยอยู่ในเรือนจำไหม เขาก็จะไม่เปิดเผยข้อมูลใดๆ

การส่งตัวคนไทยที่ได้รับการปล่อยตัวหลังสิ้นสุดการดำเนินคดีจาก สปป. ลาวกลับประเทศไทย

7. ช่วยพาญาติไปพบผู้ต้องหา

เคยมีกรณีที่หญิงไทยลักลอบนำเฮโรอีนเข้าประเทศหนึ่ง ศาลตัดสินให้ประหารชีวิต เมื่อลูกสาวทราบข่าวก็อยากจะไปเจอคุณแม่เป็นครั้งสุดท้าย ทางสถานทูตก็ช่วยประสานให้ได้เดินทางไปพบ ซึ่งบางประเทศการเยี่ยมผู้ต้องหาทำได้ยากมาก บางประเทศก็ไม่อนุญาตเลย ในกรณีนี้ลูกสาวได้พบคุณแม่ทันเวลาก่อนวันประหารชีวิต 1 วัน แล้วก็ได้นำอัฐิคุณแม่กลับมา

การเดินทางเข้าประเทศอื่นในกรณีเร่งด่วนแบบนี้ เช่น มีญาติถูกดำเนินคดีในต่างประเทศ ต้องไปขึ้นศาลเป็นพยาน ต้องไปดูแลญาติที่เจ็บป่วยหรือกำลังจะเสียชีวิต หรือไปทำพิธีสำคัญ กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ จะช่วยประสานงานกับสถานทูตต่างๆ ให้ช่วยออกวีซ่าแบบเร่งด่วนเป็นกรณีพิเศษ

8. นำศพกลับประเทศ

เมื่อชาวไทยเสียชีวิตในต่างประเทศ ญาติมักต้องการให้นำศพกลับมาทำพิธีทางศาสนาในเมืองไทย ซึ่งความยากง่ายก็แตกต่างกันไปตามประเทศและศาสนา

หากชาวพุทธหรือคริสต์อยากนำศพใส่โลงแล้วส่งกลับประเทศ มีบริษัทที่ให้บริการด้านนี้ แต่มีค่าใช้จ่ายสูงมาก และมีกระบวนการต่างๆ มากมายที่ต้องทำ ทั้งระเบียบขั้นตอนการบรรจุเคลื่อนย้ายศพและงานเอกสาร ในช่วงโควิด-19 เช่นนี้ก็มีกฎระเบียบที่เข้มงวดยิ่งขึ้นไปอีก ซึ่งทางสถานทูตก็จะประสานงานกับญาติ เพื่อให้ความช่วยเหลือในทุกขั้นตอน

ถ้าญาติไม่สามารถเดินทางมาเองได้ ก็จะมอบอำนาจให้สถานทูตเป็นผู้จัดการให้

9. เผาศพ

วิธีการนำร่างผู้เสียชีวิตกลับประเทศที่สะดวกที่สุดคือ ฌาปนกิจแล้วนำกลับมาแต่อัฐิ ในเมืองที่มีวัดและเมรุ กระบวนการเผาศพทำได้ไม่ยาก แต่หากเมืองนั้นไม่มีวัดหรือมีวัดแต่ไม่มีเมรุ ก็ต้องหาสถานที่เผา ซึ่งอาจเป็นสถานที่ที่ให้บริการด้านนี้โดยตรง หรืออย่างในบางประเทศ นักการทูตก็เคยต้องไปประสานกับท้องถิ่นเพื่อนำศพไปจุดไฟเผากลางลานแบบดั้งเดิม โดยทั่วไปแล้วนักการทูตจะช่วยตั้งแต่การติดต่อรับศพจากโรงพยาบาล ติดต่อพระมาทำพิธี ไปจนถึงช่วยเก็บอัฐิ เป็นภารกิจอีกประการที่คนทั่วไปอาจไม่ได้นึกถึง

งานดูแลคนไทยของนักการทูตตั้งแต่ตามหาญาติ เจรจากับโจร ให้ยืมเงินกลับบ้าน และส่งศพกลับประเทศ
สอท. ณ กรุงเทลอาวีฟ เตรียมการส่งอัฐิผู้เสียชีวิตกลับไทย เนื่องจากเหตุการณ์ไม่สงบทางการเมืองในอิสราเอล

10. ฝังศพและขุดศพ

ในกรณีที่ผู้เสียชีวิตเป็นชาวมุสลิม ก็มีทั้งการฝังในประเทศที่เสียชีวิตภายใน 24 ชั่วโมงตามหลักศาสนา และการส่งศพกลับมาฝังในประเทศไทย เคยมีกรณีหนึ่งเป็นลูกเรือชาวไทยที่นับถือศาสนาพุทธไปเสียชีวิตในประเทศมุสลิม ทางบริษัทจึงนำศพไปฝังในสุสาน เมื่อญาติรู้ข่าวก็อยากจะนำศพกลับมาทำพิธีทางศาสนาที่ไทย จึงประสานให้ทางสถานทูตช่วยติดต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในประเทศนั้นเพื่อขุดศพขึ้นมา และเพื่อให้มั่นใจว่าขุดถูกศพ ก็ต้องมีการนำชิ้นเนื้อไปพิสูจน์อัตลักษณ์ก่อน จากนั้นก็นำไปเผาแล้วนำอัฐิกลับมา โดยมีนักการทูตหรือกงสุลเป็นผู้จัดการทุกขั้นตอน

11. รับส่งอัฐิ

หากญาติผู้เสียชีวิตไม่สามารถเดินทางไปรับอัฐิกลับมาได้ด้วยตัวเอง ทางสถานทูตก็พร้อมทำพิธีทางศาสนาอย่างถูกต้อง แล้วจัดส่งอัฐิกลับมาให้ด้วย ผ่านระบบถุงเมล์การทูตของกระทรวงที่ใช้รับส่งเอกสารระหว่างประเทศ เมื่ออัฐิมาถึงเมืองไทย จะถูกเก็บไว้ในห้องเก็บอัฐิ ซึ่งเป็นห้องหนึ่งอยู่ในกองคุ้มครองฯ (ซึ่งน่าจะมีเรื่องเล่าเกี่ยวกับห้องนี้มากมายเหลือเกิน) เพื่อรอให้ญาติมารับ ถ้าญาติไม่มารับ ก็จะนำไปเก็บไว้ที่วัดต่อไป

งานดูแลคนไทยของนักการทูตตั้งแต่ตามหาญาติ เจรจากับโจร ให้ยืมเงินกลับบ้าน และส่งศพกลับประเทศ

12. ส่งทรัพย์สินผู้เสียชีวิตกลับไทย

การส่งทรัพย์สินผู้เสียชีวิตกลับไทยไม่ได้ง่ายเหมือนการแพ็กของย้ายบ้านเสมอไป เมื่อมีคนไทยเสียชีวิตในต่างแดน บ่อยครั้งที่ญาติจะขอให้สถานทูตช่วยรวบรวมทรัพย์สินของผู้ตายส่งกลับมาให้ ราวสิบปีก่อน รถบัสท่องเที่ยวไทยพลิกคว่ำในต่างประเทศ มีผู้เสียชีวิตกว่า 20 ราย ทรัพย์สินทั้งหมดกระจัดกระจายรวมกันอยู่ในรถ ทางสถานทูตก็ต้องรวบรวมข้าวของต่างๆ ซึ่งบางชิ้นยังมีคราบเลือดติด กลับมาให้ญาตินำหลักฐานมาพิสูจน์เพื่อรับกลับ

อีกกรณี คนไทยไปเสียชีวิตในห้องพักที่ต่างประเทศ กว่าจะรู้ว่าเสียชีวิตก็นอนเป็นศพในห้องอยู่หลายวัน เจ้าหน้าที่สถานทูตต้องช่วยนำศพไปฌาปนกิจให้ และเมื่อญาติขอร้องให้ช่วยส่งทรัพย์สินในห้องกลับมา เจ้าหน้าที่ก็ต้องเข้าไปทำความสะอาดห้อง เพื่อขจัดกลิ่นไม่พึงประสงค์ออกไปก่อน จะได้ตรวจเช็กและนำข้าวของในห้องส่งกลับมาให้ญาติที่เมืองไทยได้ครบถ้วนตามที่ร้องขอไว้

13. จัดเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร

หนึ่งในภารกิจของกรมการกงสุลก็คือ การจัดการเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร ซึ่งมีระยะเวลารับบัตรเลือกตั้ง และส่งบัตรคืนตามที่กฎหมายกำหนด โดยทำผ่าน 3 วิธี 

หนึ่ง จัดคูหาเลือกตั้งที่สถานทูตหรือสถานกงสุลใหญ่ เหมาะกับประเทศที่มีคนไทยอาศัยกระจุกอยู่รวมกันในพื้นที่ที่ไม่ไกลจากสถานทูต

สอง ลงคะแนนผ่านระบบไปรษณีย์ เหมาะกับประเทศขนาดใหญ่ หรือเดินทางมาที่สถานทูตลำบาก 

สาม จัดคูหาเลือกตั้งเคลื่อนที่ไปยังจุดที่มีคนไทยอยู่ร่วมกันเป็นจำนวนมาก เช่น ไซต์ก่อสร้าง ซึ่งบางประเทศก็ไม่อนุญาต เพราะถือเป็นการใช้แผ่นดินของเขาดำเนินการเรื่องการเมืองภายในประเทศ ซึ่งต้องดูข้อกำหนดและข้อห้ามของประเทศเจ้าบ้านด้วย

ความท้าทายคือ การส่งข้อมูลข่่าวสารรวมทั้งเอกสารจำนวนมากให้คนไทยที่กระจัดกระจายอยู่ในพื้นที่ต่างๆ ในเวลาที่จำกัดตามกฎหมายเลือกตั้งของไทย รวมทั้งการรับคืน รวบรวม และจัดส่ง บัตรเลือกตั้งที่ลงคะแนนแล้วให้ทันเวลา เพื่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถคัดแยกตามเขตเลือกตั้งในประเทศ และจัดส่งไปนับคะแนนรวมกับบัตรเลือกตั้งที่เขตเลือกตั้งนั้นๆ แต่ในทางปฏิบัติพบว่า ระบบไปรษณีย์ในหลายประเทศยังมีความล่าช้า ส่งผลใ่ห้ไม่สามารถส่งบัตรฯ กลับมาให้ได้ทันตามกรอบเวลา ทำให้บัตรเลือกตั้งนั้นๆ กลายเป็นบัตรเสีย แต่ถือว่าผู้ลงคะแนนได้มาใช้สิทธิ์เลือกตั้งแล้ว

สถานกงสุลใหญ่ ณ นครหนานหนิงจัดการเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร

14. จัดเลือกตั้งแบบ E-Voting

ในการเลือกตั้งทั่วไปครั้งที่ผ่านมา ประเทศไทยวางแผนจะเปิดให้ลงคะแนนเสียงแบบออนไลน์เป็นครั้งแรกในบางประเทศ โดยผู้ทีี่มีคุณสมบัติครบสำหรับการลงคะแนนเสียงจะได้รับรหัสเข้าไปโหวตจากสถานทูต อย่างไรก็ดี หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังมีข้อห่วงกังวลด้านกฎหมาย จึงได้เลื่อนการทดลองลงคะแนนแบบออนไลน์ออกไปโดยไม่มีกำหนด แต่หวังว่าเราจะได้เห็นการลงคะแนนเสียงเลือกตั้งแบบออนไลน์ในต่างประเทศในอนาคต

งานดูแลคนไทยของนักการทูตตั้งแต่ตามหาญาติ เจรจากับโจร ให้ยืมเงินกลับบ้าน และส่งศพกลับประเทศ

ภาพ : กองคุ้มครองและดูแลผลประโยชน์คนไทยในต่างประเทศ กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ

5 สิ่งควรทำสำหรับคนไทยไปต่างแดน

1. เข้าเมืองอย่างถูกกฎหมาย โดยขอวีซ่าให้ถูกประเภทก่อนเดินทาง และเมื่อเดินทางถึงประเทศปลายทางแล้ว ต้องอยู่ตามข้อกำหนดของวีซ่านั้นๆ ไม่ควรไปทำงานโดยใช้วีซ่าผิดประเภท เพราะนอกจากจะผิดกฎหมายแล้ว ยังจะไม่ได้รับสิทธิและสวัสดิการต่างๆ อาจถูกหลอก ถูกนายจ้างยึดหนังสือเดินทาง โดนกักขังหรือทำร้ายร่างกาย และบางกรณีไม่กล้าเปิดเผยตัว ยิ่งทำให้การให้ความช่วยเหลือเป็นไปโดยยาก

2. ในช่วงสถานการณ์โควิด-19 ควรศึกษาให้ดีว่าแต่ละประเทศมี กฎระเบียบเกี่ยวกับการเดินทางเข้า-ออกเมือง อย่างไรบ้าง เพื่อไม่ให้ถูกปฏิเสธการเข้าเมือง และต้องโดนส่งตัวกลับประเทศไทย

3. ควร ทำประกันสุขภาพ สำหรับช่วงเวลาที่อยู่ในต่างประเทศ เนื่องจากการเข้าถึงสถานพยาบาลในหลายประเทศอาจมีข้อจำกัดพอสมควรและยังมีค่าใช้จ่ายที่สูง

4. เมื่อเดินทางถึงประเทศปลายทางแล้ว ควร ลงทะเบียน ไว้กับสถานทูตหรือสถานกงสุลใหญ่ ซึ่งสามารถทำออนไลน์ได้ผ่านหน้าเว็บไซต์ของแต่ละสถานทูตฯ สถานกงสุลใหญ่ฯ

5. โหลดแอปพลิเคชัน ‘Thai Consular’ เพื่ออัปเดตข้อมูลเกี่ยวกับประเทศที่จะไป เมื่อมีเหตุการณ์ต่างๆ เช่น แผ่นดินไหว แอปฯ จะส่งข้อมูลเตือนผู้เดินทาง รวมถึงมีปุ่ม SOS ขอความช่วยเหลือจากสถานทูตได้เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินต่างๆ นอกจากนี้ ควรมีหมายเลขโทรศัพท์ของสถานทูต สถานกงสุลใหญ่ และกรมการกงสุลไว้ในกรณีที่มีเหตุการณ์ฉุกเฉิน

Writer

The Cloud

นิตยสารออนไลน์ที่เล่า 3 เรื่องหลักอย่าง Local, Creative Culture และ Better Living ส่งเนื้อหารายวัน แต่เสิร์ฟความประณีตแบบนิตยสารรายเดือน

Photographer

เธียรสิน สุวรรณรังสิกุล

ผู้ที่หาความสุขจากสิ่งรอบๆ ตัว

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load