23 พฤศจิกายน 2563
23 K

โอ่ โอ ปักษ์ใต้บ้านเรา แม่น้ำ ภูเขา ทะเลกว้างไกล อย่าไปไหน กลับใต้บ้านเรา

หิว (Hungry.hc) แบรนด์อาหารทะเลแปรรูปที่ทำมือทุกขั้นตอนจากจังหวัดชุมพร ถูกปลุกปั้นขึ้นมาด้วยสองพี่น้อง มะเหมี่ยว-นัฐยา อุสายพันธ์ และ หมิว-โสมประภา อุสายพันธ์ การกลับบ้านของเธอทั้งสองคนหวนให้เราคิดถึงเนื้อเพลง ปักษ์ใต้บ้านเรา ที่ขับกล่อมโดยแฮมเมอร์ ใช่-พวกเธอกลับไปหาความอุดมสมบูรณ์ของบ้านเกิด

หิว Hungry.hc : สองพี่น้องกลับบ้านมาทำแบรนด์ปลาทูต้มหวานจากทะเลชุมพรจนไปไกลถึงอเมริกา, มะเหมี่ยว-นัฐยา อุสายพันธ์ และ หมิว-โสมประภา อุสายพันธ์

ท้องทะเลแดนใต้รุ่มรวยด้วยทรัพย์จากผืนน้ำสีฟ้า ปลาทู เป็นปลาท้องถิ่นที่พวกเธอเห็นมาตั้งแต่เกิด เมนูปลาทูต้มหวาน พวกเธอก็ลิ้มรสฝีมือคุณย่ามาตั้งแต่วัยเยาว์ เรามั่นใจว่ารสชาตินั้นยังคละคลุ้งอยู่ในความทรงจำ

4 ปีก่อนแบรนด์ชวนหิวจะก่อตัว มะเหมี่ยวคว้าประสบการณ์ต่างแดนด้วยปริญญาโทด้านการตลาด ส่วนหมิวจบหมาดจากเมืองกรุงด้วยดีกรีนักออกแบบ สองพี่น้องจับมือชวนกันกลับชุมพรด้วยหวังอยากมีแบรนด์ของตัวเอง

การกลับมาพัฒนาอาหารทะเลบ้านเกิดสนุกจนเราอยากชวนคุณล้อมวงตักข้าวสวยและคลุกปลาทูต้มหวานมาสนทนาด้วยกัน ทั้งการต่อยอดกิจการเดิมที่มีอยู่ด้วยวิชาของคนรุ่นใหม่ การเปลี่ยนมุมมองความคิดที่แค่ปรับก็เปลี่ยนไปเสียทุกอย่าง ซึ่งพวกเธอเริ่มต้นจากการกลับบ้าน กลับมามองสิ่งใกล้ตัวจนเห็นคุณค่าที่ซ่อนอยู่ภายใน

หิว Hungry.hc : สองพี่น้องกลับบ้านมาทำแบรนด์ปลาทูต้มหวานจากทะเลชุมพรจนไปไกลถึงอเมริกา, มะเหมี่ยว-นัฐยา อุสายพันธ์ และ หมิว-โสมประภา อุสายพันธ์

ปลาทูต้มหวาน อาหารท้องถิ่นประจำบ้านที่เธอเคยมองผ่านด้วยความเคยชิน ถูกรื้อมาแปลงโฉมด้วยทักษะและความถนัดของสองศรีพี่น้อง โดยมีคุณป้ารับหน้าที่ปรุงรสเองทุกหม้อ จากการครูพักลักจำเสน่ห์ปลายจวักของคุณย่า ถ้าลองนับเล่นดู ก็เป็นผู้หญิง 3 วัยที่ส่งต่อและสืบสอดสูตรเด็ดจากรุ่นย่าถึงรุ่นหลาน ช่างน่ารักเหลือเกิน

หิว ก้าวเดินอย่างช้าทว่ามั่นคง สองพี่น้องลูกทะเลพาอาหารพื้นบ้านไปทำความรู้จักกับคนต่างถิ่นที่ไกลกว่าชุมพรและไกลกว่าประเทศไทย ด้วยการชูวัตถุดิบจากท้องทะเลไทยอย่างภาคภูมิใจ ปลาไทยไม่แพ้ปลาใดในโลก!

หิว

สองพี่น้องที่ทำผลิตภัณฑ์ชวนหิว เติบโตมาท่ามกลางวิถีชีวิตชาวเลและกิจการแพปลาของคุณย่า พวกเธอหยิบปลาทูต้มหวานออกจากปี๊บความทรงจำวัยเยาว์ โดยมีคุณป้าวัย 68 เป็นแม่ครัวใหญ่คอยคุมรสชาติ

“เรากำลังเรียนจบ แต่ไม่อยากทำงานออฟฟิศ ไม่อยากทำงานในกรุงเทพฯ อยากมีแบรนด์เป็นของตัวเอง บวกกับเราสนใจด้านอาหารและอยากชูความเป็นไทย เลยออกแบบ CI ของหิวไว้ก่อน” หมิวตั้ง หิว เป็นแบรนด์และสเก็ตช์ตราสินค้า ก่อนเจ้าตัวจะจับของดีจากทะเลชุมพรและสูตรลับความหรอยของครอบครัวมาสร้างแบรนด์เสียอีก

หิว Hungry.hc : สองพี่น้องกลับบ้านมาทำแบรนด์ปลาทูต้มหวานจากทะเลชุมพรจนไปไกลถึงอเมริกา, มะเหมี่ยว-นัฐยา อุสายพันธ์ และ หมิว-โสมประภา อุสายพันธ์

“เราคิดเหมือนกันว่าอยากสร้างแบรนด์ เพราะเรียนมาร์เก็ตติ้งมา ตอนแรกไม่ได้นึกถึงสิ่งที่บ้านเรามีเลย แต่พอกลับมาดูว่าบ้านเรามีอะไรที่ต่อยอดได้โดยไม่ต้องเริ่มจากศูนย์ บ้านเรามีวัตถุดิบนะ ป้าเราทำอาหารแปรรูปนะ 

“แต่ป้าทำขายโดยไม่มีการทำแบรนดิ้ง ไม่มีดีไซน์ อีกอย่างปลาทูต้มหวานเป็นเมนูท้องถิ่นที่คนไม่ให้ความสนใจ จนวันหนึ่งเราเปลี่ยนการรับรู้ เปลี่ยนความคิด จับเขามาทำแบรนดิ้ง มันขายได้” มะเหมี่ยวเสริม

ปลาทูต้มหวาน เป็นของดีประจำตระกูลที่สองสาวมองเห็นและอยากหยิบมาแปลงโฉม

แต่การยกแผนการตลาดไปกางกลางวงสนทนา จับเข่าคุยเรื่องงานดีไซน์กับคนวัยค่อน 70 ไม่ง่าย

“คุณขายไอเดียให้คุณป้าซื้อได้ยังไง” เราสงสัย

“ป้านั่งส่ายหัว บอกว่าแบบนี้ไม่ได้ ไม่เอา” สาวมาร์เก็ตติ้งเกริ่น

หิว Hungry.hc : สองพี่น้องกลับบ้านมาทำแบรนด์ปลาทูต้มหวานจากทะเลชุมพรจนไปไกลถึงอเมริกา, มะเหมี่ยว-นัฐยา อุสายพันธ์ และ หมิว-โสมประภา อุสายพันธ์

“เราเข้าใจว่าเป็นแบรนด์ที่ป้าสร้างมา เราทำอะไรไม่ได้ และเราโดนตั้งคำถามบ่อยมาก โห พ่อแม่ส่งไปเรียนเมืองนอกกลับบ้านมาเป็นแม่ค้าขายปลาหรอ แต่เราก็ยังอยากทำแบรนด์ของเรา อยากพิสูจน์ความคิดของเรากับน้องสาวที่คิดมาว่ามันจะเวิร์กมั้ย ตอนหลังเรามานั่งตกผลึกว่า สิ่งที่เราเล่าในหัว เขาไม่ได้เห็นภาพเดียวกับเรา การที่จะให้เขาเห็นแล้วยอมรับ คือเราต้องสื่อออกมาให้เป็นรูปเป็นร่างมากขึ้น เราขอนะ ขอยกแบรนด์ออกมาทำเอง”

“คุณป้ายอมมั้ย” 

“เขายอม” มะเหมี่ยวไขขอสงสัย

หิว ลงมือทำด้วยพื้นฐานที่ง่ายที่สุด ซึ่งคุณป้ามีสินค้าบรรจุถุงอยู่แล้ว หมิวรับหน้าที่ออกแบบตราสินค้า บรรจุภัณฑ์ ส่วนมะเหมี่ยวรับหน้าที่ดูแลการตลาด ด้วยการขายผ่านช่องทางออนไลน์ ก่อนมุ่งหน้าเข้าสู่ Lemon Farm

ปลาทูต้มหวานในความทรงจำ

เส้นทางของปลาทูต้มหวานจากท้องทะเลชุมพรมีที่มาที่ไปจากคุณย่าของสองคนพี่น้องเมื่อ 50 ปีก่อน 

ครอบครัวของเธอทำกิจการแพปลา ด้วยความอุดมสมบูรณ์ทำให้จับปลาได้เยอะ ขายเท่าไหร่ก็ไม่หมด คนโบราณเลยหยิบมาแปรรูปเป็นเมนูอร่อย หมิวกระซิบว่า สมัยนั้นคุณย่าต้องทำปลาทูต้มหวานใส่ปี๊บไปขายบนรถไฟ

สูตรเด็ดความอร่อยเมื่อครึ่งศตวรรษก่อนมาจากส่วนผสมอย่างง่าย คือ น้ำตาลและน้ำปลา 

หิว Hungry.hc : สองพี่น้องกลับบ้านมาทำแบรนด์ปลาทูต้มหวานจากทะเลชุมพรจนไปไกลถึงอเมริกา, มะเหมี่ยว-นัฐยา อุสายพันธ์ และ หมิว-โสมประภา อุสายพันธ์

ปลาทูต้มหวานฉบับหิว ถูกปรับสูตรโดยคุณป้า มีการเติมรสชาติของน้ำตาลมะพร้าว กระเทียม หอมแดง มะขาม น้ำปลา และพริกไทย ซึ่งหัวใจที่ทำให้เมนูปลาทูต้มหวานหรอยเหมือนขึ้นสวรรค์คงหนีไม่พ้นปลาทูสด

กระบวนการทำปลาทูต้มหวานของแม่ครัวใหญ่ครูพักลักจำมาจากความทรงจำวัยเด็ก ตอนที่คุณย่าเคยทำเมนูประจำบ้านให้กิน แตกต่างตรงปลาทูต้มหวานเวอร์ชันอัปเดตใหม่หลังต้มหนังปลาสวย กินได้ทั้งตัว แม้แต่ก้าง!

“ป้าเราเหมือนอาร์ตขึ้นมาอีกระดับ เขาจะใส่ใจ พิถีพิถัน ตอนรุ่นย่าเหมือนทำเพื่ออยู่รอด” น้องสาวเล่า

“อย่างการต้มปลาทูต้มหวาน ต้องใช้เวลาสี่วันในการต้มปลา เคี่ยวปลา จนถึงบรรจุปลา ถ้าสังเกตจะรู้ว่าเราต้มนานขนาดนั้นแต่หนังปลาไม่หลุดเลย ซึ่งต่างจากปลาทั่วไป ถ้าต้มนานเนื้อจะยุ่ย หนังปลาจะหลุดหมด

“ในวันที่คนรอบข้างไม่มีใครสนใจสิ่งนี้ แต่ป้าเราคิดวิธีการของเขาอยู่สามปี มันคือแพสชันหนึ่งของเขา”

“ป้าเขารัก” พี่สาวพูดด้วยนัยตาเปี่ยมความสุข

หิว Hungry.hc : สองพี่น้องกลับบ้านมาทำแบรนด์ปลาทูต้มหวานจากทะเลชุมพรจนไปไกลถึงอเมริกา, มะเหมี่ยว-นัฐยา อุสายพันธ์ และ หมิว-โสมประภา อุสายพันธ์
หิว Hungry.hc : สองพี่น้องกลับบ้านมาทำแบรนด์ปลาทูต้มหวานจากทะเลชุมพรจนไปไกลถึงอเมริกา, มะเหมี่ยว-นัฐยา อุสายพันธ์ และ หมิว-โสมประภา อุสายพันธ์

ภูมิปัญญาอาหารท้องถิ่นส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น จากวิธีการทำที่อาศัยการชั่ง-ตวง-วัด ด้วยการกะจากสายตาและน้ำหนักมือถูกเปลี่ยนเป็นการบันทึกสูตรลับครอบครัวที่มีมาตราวัดถูกต้องตามสัดส่วน จากหาบปี๊บขายและตักขายใส่ถุงแกง ถูกปรับเป็นบรรจุภัณฑ์พกพาสะดวก ปราศจากกลิ่นกวนจมูกและไม่หกเลอะเทอะระหว่างทางหิ้วกลับบ้าน

เป็นเพราะคุณป้าผู้มาก่อนกาลของสองสาวเห็นปัญหาของบรรจุภัณฑ์ อายุการเก็บปลาทูต้มหวาน และพฤติกรรมการบริโภคที่เปลี่ยนไป จึงตั้งคำถามว่า จะทำยังไงให้เมนูอร่อยเก็บได้นานโดยไม่ต้องเข้าตู้เย็น

“คนชอบมีคำถามกับแพ็กเกจจิ้งที่เป็นซองสีใสว่าจะเก็บได้นานจริงหรอ เพราะเขามีภาพจำของปลากระป๋องอยู่ อย่างปลาในปลากระป๋อง เขาไม่ได้ใส่สารกัดบูดนะ แต่ผ่านระบบฆ่าเชื้อ ซึ่งปลาทูต้มหวานของเราก็ผ่านวิธีการเดียวกัน แค่แพ็กเกจจิ้งเป็นอีกแบบหนึ่ง แล้วปลาทูต้มหวานของหิวก็ไม่ต้องเก็บในตู้เย็นด้วยเหมือนกัน”

หิว Hungry.hc : สองพี่น้องกลับบ้านมาทำแบรนด์ปลาทูต้มหวานจากทะเลชุมพรจนไปไกลถึงอเมริกา, มะเหมี่ยว-นัฐยา อุสายพันธ์ และ หมิว-โสมประภา อุสายพันธ์

เมื่อ 4 ปีก่อนยังไม่มีอาหารทะเลปรุงสุกพร้อมทานโดยไม่ต้องแช่เย็นวางจำหน่าย บวกกับไอเดียเดิมของคุณป้าที่อยากเก็บความอร่อยไว้ให้ได้นานที่สุดเมื่อสมัยนู้น ทำให้สาวการตลาดมองเห็นลู่ทางที่จะพิชิตใจผู้บริโภค 

ปลาทูต้มหวานผ่านการพาสเจอร์ไรซ์อย่างดี ก่อนบรรจุลงแพ็กเกจจิ้งสีใสที่ทำให้มองเห็นปลาทูตัวโตชวนหิวนอนชุ่มซอสตั้งแต่หน้าซอง แถมสะดวกต่อการกระจายความอร่อยผ่านระบบขนส่งให้ถึงมือผู้รับทั่วประเทศ

ความกลมกล่อมของนักออกแบบกับนักการตลาด

หนึ่งข้อจำกัดของเมนูพื้นบ้านแดนใต้อย่างปลาทูต้มหวาน คือ คนรุ่นใหม่วัยใสไม่รู้จักเมนูนี้ 

“เราเจาะกลุ่มลูกค้าคนรุ่นใหม่ อายุยี่สิบสองถึงสี่สิบห้าปี เรารู้อยู่ก่อนแล้วว่าเขาไม่รู้จักปลาทูต้มหวาน คนที่คุ้นชินจะเป็นคนรุ่นป้าเราที่นิยมกินสิ่งนี้ เราเลยอยากเปลี่ยนกลุ่มลูกค้า เพราะถ้ายังยึดกับกลุ่มตลาดเดิมแล้วไม่เข้าไปเปลี่ยนอะไรเลย เราคิดว่าต่อไปคงไม่มีคนรู้จักเมนูปลาทูต้มหวานแล้วนะ” สาวมาร์เก็ตติ้งเล่าเหตุผลการเลือกกลุ่มลูกค้า

อาหารรุ่นคุณย่าทำความรู้จักกับรุ่นเยาว์ด้วยการเล่าแบรนด์ผ่านงานดีไซน์ทันสมัย สื่อสารผ่านออนไลน์ และอาศัย Storytelling ในการเล่าเรื่องราวของแบรนด์และผลิตภัณฑ์ โมเดิร์นขึ้น ขณะเดียวกันก็ไม่ทิ้งความโลคอล

หิว Hungry.hc : สองพี่น้องกลับบ้านมาทำแบรนด์ปลาทูต้มหวานจากทะเลชุมพรจนไปไกลถึงอเมริกา, มะเหมี่ยว-นัฐยา อุสายพันธ์ และ หมิว-โสมประภา อุสายพันธ์

“เราเขียนคอนเทนต์ในสิ่งที่อยากเล่า บางทีเป็นโมเมนต์ที่เราคุยกับน้องสาวแล้วรู้สึกว่ามีคุณค่าจนอยากเล่าให้คนที่ติดตามฟัง” มะเหมี่ยวเล่า ก่อนหมิวจะเสริม “บางทีพี่เขาอยากถ่ายทอดความประทับใจที่บ้าน พระอาทิตย์ที่บ้าน มันคือการ Appreciate ซึ่งเราทั้งคู่รู้สึกชอบที่บ้านมากทั้งที่มันธรรมดา แต่ดันมีคนทั่วไปรู้สึกกับมันด้วย”

เราถามนักการตลาดว่า ทำไมคนถึงเชื่อว่าอาหารพื้นบ้านไทยแท้จะขายได้

“เราว่าอยู่ที่เมสเสจที่ส่ง ภาพที่สื่อให้เห็น บางทีเราเดินตลาดแล้วเห็นปลาทูต้มหวานอยู่ในหม้อ คนขายเขาไม่ได้พยายามส่งเมสเสจอะไรที่มากกว่าปลาในหม้อ แต่ถ้าเราสร้างเมสเสจที่ส่งให้ลูกค้า เช่น นี่ปลาทูต้มหวานของฉันนะ ผ่านกระบวนการนี้ ด้วยวิธีนี้ ดีไซน์แบบนี้ ผ่านการ Storytelling แบบนี้ เราว่าผู้บริโภคเขา Decode ได้”

มีกฎการตลาดที่ควรทำแต่นักการตลาดคนนี้แหกกฎมั้ย

“ตามหลักการตลาด เราต้องรู้ก่อนว่าตลาดชอบแบบไหน แต่พอทำแบรนด์หิว เราต้องตอบตัวเองให้ได้ก่อนว่าเราอยากทำอะไร ถ้าเราทำตามตลาดเยอะ เราจะสูญเสียความเป็นตัวเองและกลายเป็นเหมือนแบรนด์อื่น 

“แต่ถ้าเราเริ่มจากความชอบของเราก่อนโดยไม่แย้งกับตลาดมากนัก เรารู้สึกว่าเนี่ยแหละมันคือการสร้างเอกลักษณ์ของแบรนด์และสร้างจุดต่างให้กับแบรนด์ด้วย” สาวการตลาดเล่าวิธีการออกนอกกรอบ

หิว Hungry.hc : สองพี่น้องกลับบ้านมาทำแบรนด์ปลาทูต้มหวานจากทะเลชุมพรจนไปไกลถึงอเมริกา, มะเหมี่ยว-นัฐยา อุสายพันธ์ และ หมิว-โสมประภา อุสายพันธ์

นักออกแบบสาวช่วยแปลงไอเดียจากพี่สาวเป็นสีและลายเส้น ที่เล่าเรื่องวิถีชีวิตชาวเลและคนชุมพรผ่านแพ็กเกจจิ้งแต่ละแบบ ที่เห็นแล้วน่ารักดีคงเป็นภาพวาดสาวนุ้ยที่มีทรวดทรงองค์เอวสวมผ้าถุงลายดอกสีสดใส 

หิว Hungry.hc : สองพี่น้องกลับบ้านมาทำแบรนด์ปลาทูต้มหวานจากทะเลชุมพรจนไปไกลถึงอเมริกา, มะเหมี่ยว-นัฐยา อุสายพันธ์ และ หมิว-โสมประภา อุสายพันธ์

ทุกเทศกาลสงกรานต์และวาระขึ้นปีใหม่ งานออกแบบจะหมุนเวียนไม่ซ้ำกันโดยฝีมือของหมิว ซึ่งเธอแย้มวิธีการทำงานว่า ทุกงานดีไซน์จะตั้งจากความชอบก่อนเสมอ เสริมด้วยเรื่องราวท้องถิ่นและภาพวาดจากดินสอ

“เราอาจมองภาพรวมไม่ชัดเท่าพี่ที่มองในมุมมาร์เก็ตติ้ง เราเชื่อว่างานออกแบบช่วยส่งเสริมผลิตภัณฑ์ได้ เราประหลาดใจที่มันถูกยอมรับและคนเลือกซื้อมันเพราะงานดีไซน์” หมิวเล่าพลังของงานออกแบบ

เสริมหมวดแพ็กเกจจิ้งอีกนิด ยามต้องส่งของถึงลูกค้า ภายในกล่องจะอัดแน่นด้วยหนังสือพิมพ์เส้นฝอย บ้างก็บับเบิ้ลใส ฯลฯ ทั้งหมดล้วนช่วยลดแรงกระแทก โดยหิวเลือกใช้ใบจากที่เป็นวัสดุธรรมชาติ ซึ่งมีต้นความคิดจากคุณย่าที่แนะให้สองสาวไปหยิบใบจากที่ถูกลอกก่อนกลายเป็นใบยาสูบมาบรรจุลงกล่อง มะเหมี่ยวบอกว่าลูกค้าชอบมาก! แถมเป็นวัสดุราคาศูนย์บาท เพราะชาวบ้านทิ้งส่วนนั้นอยู่แล้ว แต่เธอฟื้นชีพให้มีประโยชน์อีกคร้ัง

หิว Hungry.hc : สองพี่น้องกลับบ้านมาทำแบรนด์ปลาทูต้มหวานจากทะเลชุมพรจนไปไกลถึงอเมริกา, มะเหมี่ยว-นัฐยา อุสายพันธ์ และ หมิว-โสมประภา อุสายพันธ์
หิว Hungry.hc : สองพี่น้องกลับบ้านมาทำแบรนด์ปลาทูต้มหวานจากทะเลชุมพรจนไปไกลถึงอเมริกา, มะเหมี่ยว-นัฐยา อุสายพันธ์ และ หมิว-โสมประภา อุสายพันธ์

ความถนัดของสองศรีพี่น้องดูเป็นส่วนผสมที่กลมกล่อมเหมือนรสของปลาทะเลเคี่ยวซอสรสดี

“เรากับน้องมีประสบการณ์การทำงานข้างนอกไม่เยอะ” พี่สาวออกตัว

“เราไม่มีเลย” น้องสาวเสริมทัพพร้อมรอยยิ้ม

“เรียนจบก็มาทำตรงนี้เลย แพสชันรุนแรงมาก มันดีอย่าง แต่ก็ขาดอย่าง คือประสบการณ์ในการเรียนรู้จากที่ทำงานอื่น เรามีแค่ทฤษฎี ตอนทำจริงจังต้องปรับหน้างานหมดเลย กลายเป็นว่าทุกวันเราต้องลองผิดลองถูก ซึ่งมีทั้งข้อดีข้อเสียนะ ระหว่างทางเราอาจจะเดินทางช้าหน่อย แต่ก็ดีในแบบของมัน” มะเหมี่ยวเล่าด้วยแววตามุ่งมั่น

อาหารตาม (ใจ) สั่ง

หิวไม่ได้มีเพียงปลาทูต้มหวานที่ชวนเรียกน้ำย่อยในท้องให้ส่งเสียงดังโครกคราก แต่ยังมีอีก 2 เมนูจากทะเลแดนใต้ที่พวกเธอภูมิใจนำเสนอ กระซิบว่าเป็นเมนูที่ปิ๊งไอเดียจากช่วงวิกฤตโรคระบาดสายพันธุ์ใหม่พอดิบพอดี

ท้าดา! ขอเสนอ กุ้งโอคักดองและปลาอินทรีย์ดองสาเกซอสญี่ปุ่น แค่ชื่อก็อยากหม่ำ ณ บัดนาว

หิว Hungry.hc : สองพี่น้องกลับบ้านมาทำแบรนด์ปลาทูต้มหวานจากทะเลชุมพรจนไปไกลถึงอเมริกา, มะเหมี่ยว-นัฐยา อุสายพันธ์ และ หมิว-โสมประภา อุสายพันธ์

“บ้านเราชอบทำอาหารอยู่แล้ว โดยเฉพาะพี่ชาย เขาตกปลาเสร็จก็จะเอากลับมาลองทำอาหาร อย่างปลาอินทรีย์ดองสาเก ก็เป็นหนึ่งเมนูที่ทุกคนเห็นว่าอร่อย น่าจะขายได้ แล้วเราชอบที่เป็นปลาท้องถิ่น” หมิวเล่า

“จุดที่น่าสนใจสำหรับเรามันคือปลาอินทรีย์ เป็นปลาท้องถิ่นที่คนยังไม่ได้จับมาทำเมนูพวกนี้ มันเป็นการส่งเมสเสจถึงผู้บริโภคว่า นี่ปลาไทยนะ ไม่ได้ด้อยค่าไปกว่าปลาจากต่างชาติเลยสักนิด” มะเหมี่ยวขยี้ใจความสำคัญ

แม้คาเฟ่ชิกเก๋ในบ้านเกิดจะเสิร์ฟเมนูปลาส้มจากแดนอาทิตย์อุทัย แต่สองสาวยังยืนหยัดชูวัตถุดิบพื้นบ้านจากขุมทรัพย์แห่งท้องทะเลให้นักชิมทั่วประเทศได้ลิ้มคุณค่าที่แท้จริงของวัตถุดิบไทยที่แอบซ่อนผ่านรสชาติ

หิว Hungry.hc : สองพี่น้องกลับบ้านมาทำแบรนด์ปลาทูต้มหวานจากทะเลชุมพรจนไปไกลถึงอเมริกา, มะเหมี่ยว-นัฐยา อุสายพันธ์ และ หมิว-โสมประภา อุสายพันธ์
หิว Hungry.hc : สองพี่น้องกลับบ้านมาทำแบรนด์ปลาทูต้มหวานจากทะเลชุมพรจนไปไกลถึงอเมริกา, มะเหมี่ยว-นัฐยา อุสายพันธ์ และ หมิว-โสมประภา อุสายพันธ์

เราลองชิมไปหลายคำ หรอยจนแสงพุ่งออกปาก เนื้อปลาอินทรีย์แน่นหนึบหนับ หอมกลิ่นสาเก ส่วนกุ้งโอคักตัวเบิ้มกินคู่กับสาหร่ายแผ่นเหยาะน้ำจิ้มซีฟู้ด โอ้ย ใจละลาย! สองสาวว่าทานกับข้าวสวยก็เด็ดไม่แพ้กัน

ความสร้างสรรค์ยังไม่จบ เมื่อเธอและเธอคันไม้คันมืออยากจับทั้งสามเมนูมาแปลงโฉมเป็นอาหารจานเก๋ เพื่อแสดงศักยภาพของอาหารทะเลแปรรูปโฮมเมด และช่วยเปลี่ยนบรรยากาศการกินให้สนุกและเพลินกว่าเดิม

“พอเราขายผ่านออนไลน์ ถ้าขายแค่โปรดักต์อย่างเดียวมันไม่น่าสนใจ เราเลยอยากเปิดมุมมองให้ลูกค้าเห็นว่าปลาทูต้มหวานทำเมนูอะไรได้บ้าง ไม่ใช่ซื้อไปแล้วมันจบแค่ฉีกซองหรือเอาไปกินกับข้าว” มะเหมี่ยวอธิบาย

หิว Hungry.hc : สองพี่น้องกลับบ้านมาทำแบรนด์ปลาทูต้มหวานจากทะเลชุมพรจนไปไกลถึงอเมริกา, มะเหมี่ยว-นัฐยา อุสายพันธ์ และ หมิว-โสมประภา อุสายพันธ์

แซนด์วิชปลาทูต้มหวาน สลัดโรลปลาทูต้มหวาน มาม่าเกาหลีซอสเผ็ดท็อปด้วยปลาทูต้มหวานสับ กุ้งโอคักดองห่อสาหร่าย ปลาอินทรีย์ดองสาเกราดน้ำยำวาซาบิ และอีกสารพัดเมนูที่พี่สาวน้องสาวและนักทานจากทางบ้านส่งเข้าประกวด ยิ่งทำให้เราเข้าใจความตั้งใจของหิวที่อยากให้ผู้บริโภคเปิดใจและเปลี่ยนมุมมองที่มีต่ออาหาร

กลับบ้านพาปลาทูต้มหวานโกอินเตอร์

หิว ดำเนินกิจการล่วงเข้าปีที่ 4 เจ้าของแบรนด์ยอมรับว่าหิวเติบโตอย่างค่อยเป็นค่อยไป เพราะทุกย่างก้าวของการเดิน สองคนพี่น้องทำเองทั้งหมด ปัจจุบันมีการแตกไลน์ผลิตภัณฑ์เพิ่มขึ้น ปลาทูต้มหวานถูกจำหน่ายผ่านร้านค้าสุขภาพ แอปพลิเคชันเดลิเวอรี่อาหาร ช่องทางออนไลน์ของแบรนด์ และส่งความอร่อยถึงต่างประเทศ

“อนาคตเราอยากส่งออกให้เยอะ เพราะมันเข้าถึงผู้บริโภคมากที่สุด ที่จริงหิวมีลูกค้ารับไปขายถึงอเมริกา ออสเตรเลียก็มี เรารู้สึกว่าสิ่งที่เกิดขึ้นวันนี้เป็นสิ่งที่เราอยากให้เกิดขึ้นตั้งแต่วันแรกที่เริ่มทำแบรนด์ มัน On Track นะ สิ่งที่เราทำมาตลอด และเราก็อยากรักษาความเป็นเราให้มากที่สุดด้วย เพราะเคยมีคนบอกให้เราตามเทรนด์

“เรากลับมาถามตัวเองเหมือนกัน คำตอบมันบอกว่าอย่าพยายามฝืนอะไรที่ตัวเองไม่ถนัด อย่าพยายามเหมือนคนอื่น การที่คนอื่นทำแล้วได้ดีเพราะเขาถนัดแบบนั้น เขาก็เป็นตัวเองอยู่เหมือนกัน ฉะนั้นเราก็จงเป็นเรา”

ในฐานะมะเหมี่ยวและหมิวเป็นคนที่เลือกกลับมาใช้ชีวิตในบ้านเกิด เราเลยชวนพวกเธอคุยอีกหน่อย

หิว Hungry.hc : สองพี่น้องกลับบ้านมาทำแบรนด์ปลาทูต้มหวานจากทะเลชุมพรจนไปไกลถึงอเมริกา, มะเหมี่ยว-นัฐยา อุสายพันธ์ และ หมิว-โสมประภา อุสายพันธ์

มีข้อดีของการเป็นคนกลับบ้านมั้ย คนอยากกลับบ้านโยนคำถาม

“เรามีเวลาเยอะขึ้นกับการได้ทดลองทำสิ่งใหม่ ช่วงนี้เรากำลังลองทำขนมปัง” หมิวชิงตอบก่อน

“เมื่อก่อนเราไม่เคยมองว่าบ้านเราสวยเหมือนที่มันเป็น ไม่เคยซาบซึ้งกับการนั่งดูพระอาทิตย์ตกหลังบ้าน เราพยายามดันตัวเองออกไปหาที่ที่ศิวิไลซ์กว่านี้ แต่การกลับบ้านทำให้เรา Appreciate และเห็นคุณค่าของสิ่งใกล้ตัว”

นอกจาก ‘ความอยาก’ สร้างแบรนด์ จุดประสงค์ในใจของการกลับมาเห็นของดีประจำบ้านคืออะไร

“เรามีแค่ปลาทูต้มหวานธรรมดา แต่เราเล่าเรื่องเพื่อยกระดับสิ่งนี้ได้ เล่าเรื่องให้คนรู้สึกภูมิใจกับวัตถุดิบท้องถิ่น แม้กระทั่งการใช้งานดีไซน์มาจับกับความเป็นไทยหรือของพื้นบ้านด้วยก็ตาม” สาวนักออกแบบเล่า

“สิ่งหนึ่งที่เราเห็นตรงกันกับน้องคือ บ้านเราเป็นชนบท และความเป็นชนบทกับเมนูพื้นบ้าน คนไม่ค่อยให้มูลค่า มันน่าสนใจมาตั้งแต่ไหนแต่ไร ยิ่งเรามาเจอปลาอินทรีย์ดอง มันทำให้เราเห็นตรงนี้ชัดว่าเราอยากพัฒนาสินค้าจากวัตถุดิบท้องถิ่นบ้านเราให้มากขึ้น เพื่อให้คนเห็นคุณค่าและเพิ่มมูลค่าให้กับท้องถิ่น” พี่สาวจบบทสนทนา

หิว Hungry.hc : สองพี่น้องกลับบ้านมาทำแบรนด์ปลาทูต้มหวานจากทะเลชุมพรจนไปไกลถึงอเมริกา, มะเหมี่ยว-นัฐยา อุสายพันธ์ และ หมิว-โสมประภา อุสายพันธ์

Lesson Learned

หนึ่ง 

“ทุกคนมีของดีอยู่รอบตัว อยู่ที่ว่าจะมองเห็นมันมั้ย Appreciate กับมันมั้ย การพลิกมุมมองหรือหันกลับมามองสิ่งใกล้ตัวจะทำให้เห็นว่าทุกอย่างไม่ใช่แค่คำว่า ‘แค่’ เหมือนปลาอินทรีย์ ส่วนใหญ่ขายเป็นปลาอินทรีย์แดดเดียว ปลาอินทรีย์หั่นแว่น พอเราเปิดจินตนาการ ปลาอินทรีย์เป็นอย่างอื่นได้อีกเยอะ ฉะนั้นการรับรู้สำคัญมาก”

สอง

“การตลาดบอกว่าเราต้องฟังผู้บริโภคว่าเขาต้องการอะไร เราว่ามันก็ไม่มีถูก ไม่มีผิดหรอก ที่สำคัญเลยเราต้องตอบตัวเองให้ได้ก่อนว่าฉันอยากขายอะไร ถ้าเรามีความรู้สึกนั้น เราจะมีอินเนอร์และมีแรงในการเล่าเรื่อง”

23 พฤศจิกายน 2563
23 K

โอ่ โอ ปักษ์ใต้บ้านเรา แม่น้ำ ภูเขา ทะเลกว้างไกล อย่าไปไหน กลับใต้บ้านเรา

หิว (Hungry.hc) แบรนด์อาหารทะเลแปรรูปที่ทำมือทุกขั้นตอนจากจังหวัดชุมพร ถูกปลุกปั้นขึ้นมาด้วยสองพี่น้อง มะเหมี่ยว-นัฐยา อุสายพันธ์ และ หมิว-โสมประภา อุสายพันธ์ การกลับบ้านของเธอทั้งสองคนหวนให้เราคิดถึงเนื้อเพลง ปักษ์ใต้บ้านเรา ที่ขับกล่อมโดยแฮมเมอร์ ใช่-พวกเธอกลับไปหาความอุดมสมบูรณ์ของบ้านเกิด

หิว Hungry.hc : สองพี่น้องกลับบ้านมาทำแบรนด์ปลาทูต้มหวานจากทะเลชุมพรจนไปไกลถึงอเมริกา, มะเหมี่ยว-นัฐยา อุสายพันธ์ และ หมิว-โสมประภา อุสายพันธ์

ท้องทะเลแดนใต้รุ่มรวยด้วยทรัพย์จากผืนน้ำสีฟ้า ปลาทู เป็นปลาท้องถิ่นที่พวกเธอเห็นมาตั้งแต่เกิด เมนูปลาทูต้มหวาน พวกเธอก็ลิ้มรสฝีมือคุณย่ามาตั้งแต่วัยเยาว์ เรามั่นใจว่ารสชาตินั้นยังคละคลุ้งอยู่ในความทรงจำ

4 ปีก่อนแบรนด์ชวนหิวจะก่อตัว มะเหมี่ยวคว้าประสบการณ์ต่างแดนด้วยปริญญาโทด้านการตลาด ส่วนหมิวจบหมาดจากเมืองกรุงด้วยดีกรีนักออกแบบ สองพี่น้องจับมือชวนกันกลับชุมพรด้วยหวังอยากมีแบรนด์ของตัวเอง

การกลับมาพัฒนาอาหารทะเลบ้านเกิดสนุกจนเราอยากชวนคุณล้อมวงตักข้าวสวยและคลุกปลาทูต้มหวานมาสนทนาด้วยกัน ทั้งการต่อยอดกิจการเดิมที่มีอยู่ด้วยวิชาของคนรุ่นใหม่ การเปลี่ยนมุมมองความคิดที่แค่ปรับก็เปลี่ยนไปเสียทุกอย่าง ซึ่งพวกเธอเริ่มต้นจากการกลับบ้าน กลับมามองสิ่งใกล้ตัวจนเห็นคุณค่าที่ซ่อนอยู่ภายใน

หิว Hungry.hc : สองพี่น้องกลับบ้านมาทำแบรนด์ปลาทูต้มหวานจากทะเลชุมพรจนไปไกลถึงอเมริกา, มะเหมี่ยว-นัฐยา อุสายพันธ์ และ หมิว-โสมประภา อุสายพันธ์

ปลาทูต้มหวาน อาหารท้องถิ่นประจำบ้านที่เธอเคยมองผ่านด้วยความเคยชิน ถูกรื้อมาแปลงโฉมด้วยทักษะและความถนัดของสองศรีพี่น้อง โดยมีคุณป้ารับหน้าที่ปรุงรสเองทุกหม้อ จากการครูพักลักจำเสน่ห์ปลายจวักของคุณย่า ถ้าลองนับเล่นดู ก็เป็นผู้หญิง 3 วัยที่ส่งต่อและสืบสอดสูตรเด็ดจากรุ่นย่าถึงรุ่นหลาน ช่างน่ารักเหลือเกิน

หิว ก้าวเดินอย่างช้าทว่ามั่นคง สองพี่น้องลูกทะเลพาอาหารพื้นบ้านไปทำความรู้จักกับคนต่างถิ่นที่ไกลกว่าชุมพรและไกลกว่าประเทศไทย ด้วยการชูวัตถุดิบจากท้องทะเลไทยอย่างภาคภูมิใจ ปลาไทยไม่แพ้ปลาใดในโลก!

หิว

สองพี่น้องที่ทำผลิตภัณฑ์ชวนหิว เติบโตมาท่ามกลางวิถีชีวิตชาวเลและกิจการแพปลาของคุณย่า พวกเธอหยิบปลาทูต้มหวานออกจากปี๊บความทรงจำวัยเยาว์ โดยมีคุณป้าวัย 68 เป็นแม่ครัวใหญ่คอยคุมรสชาติ

“เรากำลังเรียนจบ แต่ไม่อยากทำงานออฟฟิศ ไม่อยากทำงานในกรุงเทพฯ อยากมีแบรนด์เป็นของตัวเอง บวกกับเราสนใจด้านอาหารและอยากชูความเป็นไทย เลยออกแบบ CI ของหิวไว้ก่อน” หมิวตั้ง หิว เป็นแบรนด์และสเก็ตช์ตราสินค้า ก่อนเจ้าตัวจะจับของดีจากทะเลชุมพรและสูตรลับความหรอยของครอบครัวมาสร้างแบรนด์เสียอีก

หิว Hungry.hc : สองพี่น้องกลับบ้านมาทำแบรนด์ปลาทูต้มหวานจากทะเลชุมพรจนไปไกลถึงอเมริกา, มะเหมี่ยว-นัฐยา อุสายพันธ์ และ หมิว-โสมประภา อุสายพันธ์

“เราคิดเหมือนกันว่าอยากสร้างแบรนด์ เพราะเรียนมาร์เก็ตติ้งมา ตอนแรกไม่ได้นึกถึงสิ่งที่บ้านเรามีเลย แต่พอกลับมาดูว่าบ้านเรามีอะไรที่ต่อยอดได้โดยไม่ต้องเริ่มจากศูนย์ บ้านเรามีวัตถุดิบนะ ป้าเราทำอาหารแปรรูปนะ 

“แต่ป้าทำขายโดยไม่มีการทำแบรนดิ้ง ไม่มีดีไซน์ อีกอย่างปลาทูต้มหวานเป็นเมนูท้องถิ่นที่คนไม่ให้ความสนใจ จนวันหนึ่งเราเปลี่ยนการรับรู้ เปลี่ยนความคิด จับเขามาทำแบรนดิ้ง มันขายได้” มะเหมี่ยวเสริม

ปลาทูต้มหวาน เป็นของดีประจำตระกูลที่สองสาวมองเห็นและอยากหยิบมาแปลงโฉม

แต่การยกแผนการตลาดไปกางกลางวงสนทนา จับเข่าคุยเรื่องงานดีไซน์กับคนวัยค่อน 70 ไม่ง่าย

“คุณขายไอเดียให้คุณป้าซื้อได้ยังไง” เราสงสัย

“ป้านั่งส่ายหัว บอกว่าแบบนี้ไม่ได้ ไม่เอา” สาวมาร์เก็ตติ้งเกริ่น

หิว Hungry.hc : สองพี่น้องกลับบ้านมาทำแบรนด์ปลาทูต้มหวานจากทะเลชุมพรจนไปไกลถึงอเมริกา, มะเหมี่ยว-นัฐยา อุสายพันธ์ และ หมิว-โสมประภา อุสายพันธ์

“เราเข้าใจว่าเป็นแบรนด์ที่ป้าสร้างมา เราทำอะไรไม่ได้ และเราโดนตั้งคำถามบ่อยมาก โห พ่อแม่ส่งไปเรียนเมืองนอกกลับบ้านมาเป็นแม่ค้าขายปลาหรอ แต่เราก็ยังอยากทำแบรนด์ของเรา อยากพิสูจน์ความคิดของเรากับน้องสาวที่คิดมาว่ามันจะเวิร์กมั้ย ตอนหลังเรามานั่งตกผลึกว่า สิ่งที่เราเล่าในหัว เขาไม่ได้เห็นภาพเดียวกับเรา การที่จะให้เขาเห็นแล้วยอมรับ คือเราต้องสื่อออกมาให้เป็นรูปเป็นร่างมากขึ้น เราขอนะ ขอยกแบรนด์ออกมาทำเอง”

“คุณป้ายอมมั้ย” 

“เขายอม” มะเหมี่ยวไขขอสงสัย

หิว ลงมือทำด้วยพื้นฐานที่ง่ายที่สุด ซึ่งคุณป้ามีสินค้าบรรจุถุงอยู่แล้ว หมิวรับหน้าที่ออกแบบตราสินค้า บรรจุภัณฑ์ ส่วนมะเหมี่ยวรับหน้าที่ดูแลการตลาด ด้วยการขายผ่านช่องทางออนไลน์ ก่อนมุ่งหน้าเข้าสู่ Lemon Farm

ปลาทูต้มหวานในความทรงจำ

เส้นทางของปลาทูต้มหวานจากท้องทะเลชุมพรมีที่มาที่ไปจากคุณย่าของสองคนพี่น้องเมื่อ 50 ปีก่อน 

ครอบครัวของเธอทำกิจการแพปลา ด้วยความอุดมสมบูรณ์ทำให้จับปลาได้เยอะ ขายเท่าไหร่ก็ไม่หมด คนโบราณเลยหยิบมาแปรรูปเป็นเมนูอร่อย หมิวกระซิบว่า สมัยนั้นคุณย่าต้องทำปลาทูต้มหวานใส่ปี๊บไปขายบนรถไฟ

สูตรเด็ดความอร่อยเมื่อครึ่งศตวรรษก่อนมาจากส่วนผสมอย่างง่าย คือ น้ำตาลและน้ำปลา 

หิว Hungry.hc : สองพี่น้องกลับบ้านมาทำแบรนด์ปลาทูต้มหวานจากทะเลชุมพรจนไปไกลถึงอเมริกา, มะเหมี่ยว-นัฐยา อุสายพันธ์ และ หมิว-โสมประภา อุสายพันธ์

ปลาทูต้มหวานฉบับหิว ถูกปรับสูตรโดยคุณป้า มีการเติมรสชาติของน้ำตาลมะพร้าว กระเทียม หอมแดง มะขาม น้ำปลา และพริกไทย ซึ่งหัวใจที่ทำให้เมนูปลาทูต้มหวานหรอยเหมือนขึ้นสวรรค์คงหนีไม่พ้นปลาทูสด

กระบวนการทำปลาทูต้มหวานของแม่ครัวใหญ่ครูพักลักจำมาจากความทรงจำวัยเด็ก ตอนที่คุณย่าเคยทำเมนูประจำบ้านให้กิน แตกต่างตรงปลาทูต้มหวานเวอร์ชันอัปเดตใหม่หลังต้มหนังปลาสวย กินได้ทั้งตัว แม้แต่ก้าง!

“ป้าเราเหมือนอาร์ตขึ้นมาอีกระดับ เขาจะใส่ใจ พิถีพิถัน ตอนรุ่นย่าเหมือนทำเพื่ออยู่รอด” น้องสาวเล่า

“อย่างการต้มปลาทูต้มหวาน ต้องใช้เวลาสี่วันในการต้มปลา เคี่ยวปลา จนถึงบรรจุปลา ถ้าสังเกตจะรู้ว่าเราต้มนานขนาดนั้นแต่หนังปลาไม่หลุดเลย ซึ่งต่างจากปลาทั่วไป ถ้าต้มนานเนื้อจะยุ่ย หนังปลาจะหลุดหมด

“ในวันที่คนรอบข้างไม่มีใครสนใจสิ่งนี้ แต่ป้าเราคิดวิธีการของเขาอยู่สามปี มันคือแพสชันหนึ่งของเขา”

“ป้าเขารัก” พี่สาวพูดด้วยนัยตาเปี่ยมความสุข

หิว Hungry.hc : สองพี่น้องกลับบ้านมาทำแบรนด์ปลาทูต้มหวานจากทะเลชุมพรจนไปไกลถึงอเมริกา, มะเหมี่ยว-นัฐยา อุสายพันธ์ และ หมิว-โสมประภา อุสายพันธ์
หิว Hungry.hc : สองพี่น้องกลับบ้านมาทำแบรนด์ปลาทูต้มหวานจากทะเลชุมพรจนไปไกลถึงอเมริกา, มะเหมี่ยว-นัฐยา อุสายพันธ์ และ หมิว-โสมประภา อุสายพันธ์

ภูมิปัญญาอาหารท้องถิ่นส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น จากวิธีการทำที่อาศัยการชั่ง-ตวง-วัด ด้วยการกะจากสายตาและน้ำหนักมือถูกเปลี่ยนเป็นการบันทึกสูตรลับครอบครัวที่มีมาตราวัดถูกต้องตามสัดส่วน จากหาบปี๊บขายและตักขายใส่ถุงแกง ถูกปรับเป็นบรรจุภัณฑ์พกพาสะดวก ปราศจากกลิ่นกวนจมูกและไม่หกเลอะเทอะระหว่างทางหิ้วกลับบ้าน

เป็นเพราะคุณป้าผู้มาก่อนกาลของสองสาวเห็นปัญหาของบรรจุภัณฑ์ อายุการเก็บปลาทูต้มหวาน และพฤติกรรมการบริโภคที่เปลี่ยนไป จึงตั้งคำถามว่า จะทำยังไงให้เมนูอร่อยเก็บได้นานโดยไม่ต้องเข้าตู้เย็น

“คนชอบมีคำถามกับแพ็กเกจจิ้งที่เป็นซองสีใสว่าจะเก็บได้นานจริงหรอ เพราะเขามีภาพจำของปลากระป๋องอยู่ อย่างปลาในปลากระป๋อง เขาไม่ได้ใส่สารกัดบูดนะ แต่ผ่านระบบฆ่าเชื้อ ซึ่งปลาทูต้มหวานของเราก็ผ่านวิธีการเดียวกัน แค่แพ็กเกจจิ้งเป็นอีกแบบหนึ่ง แล้วปลาทูต้มหวานของหิวก็ไม่ต้องเก็บในตู้เย็นด้วยเหมือนกัน”

หิว Hungry.hc : สองพี่น้องกลับบ้านมาทำแบรนด์ปลาทูต้มหวานจากทะเลชุมพรจนไปไกลถึงอเมริกา, มะเหมี่ยว-นัฐยา อุสายพันธ์ และ หมิว-โสมประภา อุสายพันธ์

เมื่อ 4 ปีก่อนยังไม่มีอาหารทะเลปรุงสุกพร้อมทานโดยไม่ต้องแช่เย็นวางจำหน่าย บวกกับไอเดียเดิมของคุณป้าที่อยากเก็บความอร่อยไว้ให้ได้นานที่สุดเมื่อสมัยนู้น ทำให้สาวการตลาดมองเห็นลู่ทางที่จะพิชิตใจผู้บริโภค 

ปลาทูต้มหวานผ่านการพาสเจอร์ไรซ์อย่างดี ก่อนบรรจุลงแพ็กเกจจิ้งสีใสที่ทำให้มองเห็นปลาทูตัวโตชวนหิวนอนชุ่มซอสตั้งแต่หน้าซอง แถมสะดวกต่อการกระจายความอร่อยผ่านระบบขนส่งให้ถึงมือผู้รับทั่วประเทศ

ความกลมกล่อมของนักออกแบบกับนักการตลาด

หนึ่งข้อจำกัดของเมนูพื้นบ้านแดนใต้อย่างปลาทูต้มหวาน คือ คนรุ่นใหม่วัยใสไม่รู้จักเมนูนี้ 

“เราเจาะกลุ่มลูกค้าคนรุ่นใหม่ อายุยี่สิบสองถึงสี่สิบห้าปี เรารู้อยู่ก่อนแล้วว่าเขาไม่รู้จักปลาทูต้มหวาน คนที่คุ้นชินจะเป็นคนรุ่นป้าเราที่นิยมกินสิ่งนี้ เราเลยอยากเปลี่ยนกลุ่มลูกค้า เพราะถ้ายังยึดกับกลุ่มตลาดเดิมแล้วไม่เข้าไปเปลี่ยนอะไรเลย เราคิดว่าต่อไปคงไม่มีคนรู้จักเมนูปลาทูต้มหวานแล้วนะ” สาวมาร์เก็ตติ้งเล่าเหตุผลการเลือกกลุ่มลูกค้า

อาหารรุ่นคุณย่าทำความรู้จักกับรุ่นเยาว์ด้วยการเล่าแบรนด์ผ่านงานดีไซน์ทันสมัย สื่อสารผ่านออนไลน์ และอาศัย Storytelling ในการเล่าเรื่องราวของแบรนด์และผลิตภัณฑ์ โมเดิร์นขึ้น ขณะเดียวกันก็ไม่ทิ้งความโลคอล

หิว Hungry.hc : สองพี่น้องกลับบ้านมาทำแบรนด์ปลาทูต้มหวานจากทะเลชุมพรจนไปไกลถึงอเมริกา, มะเหมี่ยว-นัฐยา อุสายพันธ์ และ หมิว-โสมประภา อุสายพันธ์

“เราเขียนคอนเทนต์ในสิ่งที่อยากเล่า บางทีเป็นโมเมนต์ที่เราคุยกับน้องสาวแล้วรู้สึกว่ามีคุณค่าจนอยากเล่าให้คนที่ติดตามฟัง” มะเหมี่ยวเล่า ก่อนหมิวจะเสริม “บางทีพี่เขาอยากถ่ายทอดความประทับใจที่บ้าน พระอาทิตย์ที่บ้าน มันคือการ Appreciate ซึ่งเราทั้งคู่รู้สึกชอบที่บ้านมากทั้งที่มันธรรมดา แต่ดันมีคนทั่วไปรู้สึกกับมันด้วย”

เราถามนักการตลาดว่า ทำไมคนถึงเชื่อว่าอาหารพื้นบ้านไทยแท้จะขายได้

“เราว่าอยู่ที่เมสเสจที่ส่ง ภาพที่สื่อให้เห็น บางทีเราเดินตลาดแล้วเห็นปลาทูต้มหวานอยู่ในหม้อ คนขายเขาไม่ได้พยายามส่งเมสเสจอะไรที่มากกว่าปลาในหม้อ แต่ถ้าเราสร้างเมสเสจที่ส่งให้ลูกค้า เช่น นี่ปลาทูต้มหวานของฉันนะ ผ่านกระบวนการนี้ ด้วยวิธีนี้ ดีไซน์แบบนี้ ผ่านการ Storytelling แบบนี้ เราว่าผู้บริโภคเขา Decode ได้”

มีกฎการตลาดที่ควรทำแต่นักการตลาดคนนี้แหกกฎมั้ย

“ตามหลักการตลาด เราต้องรู้ก่อนว่าตลาดชอบแบบไหน แต่พอทำแบรนด์หิว เราต้องตอบตัวเองให้ได้ก่อนว่าเราอยากทำอะไร ถ้าเราทำตามตลาดเยอะ เราจะสูญเสียความเป็นตัวเองและกลายเป็นเหมือนแบรนด์อื่น 

“แต่ถ้าเราเริ่มจากความชอบของเราก่อนโดยไม่แย้งกับตลาดมากนัก เรารู้สึกว่าเนี่ยแหละมันคือการสร้างเอกลักษณ์ของแบรนด์และสร้างจุดต่างให้กับแบรนด์ด้วย” สาวการตลาดเล่าวิธีการออกนอกกรอบ

หิว Hungry.hc : สองพี่น้องกลับบ้านมาทำแบรนด์ปลาทูต้มหวานจากทะเลชุมพรจนไปไกลถึงอเมริกา, มะเหมี่ยว-นัฐยา อุสายพันธ์ และ หมิว-โสมประภา อุสายพันธ์

นักออกแบบสาวช่วยแปลงไอเดียจากพี่สาวเป็นสีและลายเส้น ที่เล่าเรื่องวิถีชีวิตชาวเลและคนชุมพรผ่านแพ็กเกจจิ้งแต่ละแบบ ที่เห็นแล้วน่ารักดีคงเป็นภาพวาดสาวนุ้ยที่มีทรวดทรงองค์เอวสวมผ้าถุงลายดอกสีสดใส 

หิว Hungry.hc : สองพี่น้องกลับบ้านมาทำแบรนด์ปลาทูต้มหวานจากทะเลชุมพรจนไปไกลถึงอเมริกา, มะเหมี่ยว-นัฐยา อุสายพันธ์ และ หมิว-โสมประภา อุสายพันธ์

ทุกเทศกาลสงกรานต์และวาระขึ้นปีใหม่ งานออกแบบจะหมุนเวียนไม่ซ้ำกันโดยฝีมือของหมิว ซึ่งเธอแย้มวิธีการทำงานว่า ทุกงานดีไซน์จะตั้งจากความชอบก่อนเสมอ เสริมด้วยเรื่องราวท้องถิ่นและภาพวาดจากดินสอ

“เราอาจมองภาพรวมไม่ชัดเท่าพี่ที่มองในมุมมาร์เก็ตติ้ง เราเชื่อว่างานออกแบบช่วยส่งเสริมผลิตภัณฑ์ได้ เราประหลาดใจที่มันถูกยอมรับและคนเลือกซื้อมันเพราะงานดีไซน์” หมิวเล่าพลังของงานออกแบบ

เสริมหมวดแพ็กเกจจิ้งอีกนิด ยามต้องส่งของถึงลูกค้า ภายในกล่องจะอัดแน่นด้วยหนังสือพิมพ์เส้นฝอย บ้างก็บับเบิ้ลใส ฯลฯ ทั้งหมดล้วนช่วยลดแรงกระแทก โดยหิวเลือกใช้ใบจากที่เป็นวัสดุธรรมชาติ ซึ่งมีต้นความคิดจากคุณย่าที่แนะให้สองสาวไปหยิบใบจากที่ถูกลอกก่อนกลายเป็นใบยาสูบมาบรรจุลงกล่อง มะเหมี่ยวบอกว่าลูกค้าชอบมาก! แถมเป็นวัสดุราคาศูนย์บาท เพราะชาวบ้านทิ้งส่วนนั้นอยู่แล้ว แต่เธอฟื้นชีพให้มีประโยชน์อีกคร้ัง

หิว Hungry.hc : สองพี่น้องกลับบ้านมาทำแบรนด์ปลาทูต้มหวานจากทะเลชุมพรจนไปไกลถึงอเมริกา, มะเหมี่ยว-นัฐยา อุสายพันธ์ และ หมิว-โสมประภา อุสายพันธ์
หิว Hungry.hc : สองพี่น้องกลับบ้านมาทำแบรนด์ปลาทูต้มหวานจากทะเลชุมพรจนไปไกลถึงอเมริกา, มะเหมี่ยว-นัฐยา อุสายพันธ์ และ หมิว-โสมประภา อุสายพันธ์

ความถนัดของสองศรีพี่น้องดูเป็นส่วนผสมที่กลมกล่อมเหมือนรสของปลาทะเลเคี่ยวซอสรสดี

“เรากับน้องมีประสบการณ์การทำงานข้างนอกไม่เยอะ” พี่สาวออกตัว

“เราไม่มีเลย” น้องสาวเสริมทัพพร้อมรอยยิ้ม

“เรียนจบก็มาทำตรงนี้เลย แพสชันรุนแรงมาก มันดีอย่าง แต่ก็ขาดอย่าง คือประสบการณ์ในการเรียนรู้จากที่ทำงานอื่น เรามีแค่ทฤษฎี ตอนทำจริงจังต้องปรับหน้างานหมดเลย กลายเป็นว่าทุกวันเราต้องลองผิดลองถูก ซึ่งมีทั้งข้อดีข้อเสียนะ ระหว่างทางเราอาจจะเดินทางช้าหน่อย แต่ก็ดีในแบบของมัน” มะเหมี่ยวเล่าด้วยแววตามุ่งมั่น

อาหารตาม (ใจ) สั่ง

หิวไม่ได้มีเพียงปลาทูต้มหวานที่ชวนเรียกน้ำย่อยในท้องให้ส่งเสียงดังโครกคราก แต่ยังมีอีก 2 เมนูจากทะเลแดนใต้ที่พวกเธอภูมิใจนำเสนอ กระซิบว่าเป็นเมนูที่ปิ๊งไอเดียจากช่วงวิกฤตโรคระบาดสายพันธุ์ใหม่พอดิบพอดี

ท้าดา! ขอเสนอ กุ้งโอคักดองและปลาอินทรีย์ดองสาเกซอสญี่ปุ่น แค่ชื่อก็อยากหม่ำ ณ บัดนาว

หิว Hungry.hc : สองพี่น้องกลับบ้านมาทำแบรนด์ปลาทูต้มหวานจากทะเลชุมพรจนไปไกลถึงอเมริกา, มะเหมี่ยว-นัฐยา อุสายพันธ์ และ หมิว-โสมประภา อุสายพันธ์

“บ้านเราชอบทำอาหารอยู่แล้ว โดยเฉพาะพี่ชาย เขาตกปลาเสร็จก็จะเอากลับมาลองทำอาหาร อย่างปลาอินทรีย์ดองสาเก ก็เป็นหนึ่งเมนูที่ทุกคนเห็นว่าอร่อย น่าจะขายได้ แล้วเราชอบที่เป็นปลาท้องถิ่น” หมิวเล่า

“จุดที่น่าสนใจสำหรับเรามันคือปลาอินทรีย์ เป็นปลาท้องถิ่นที่คนยังไม่ได้จับมาทำเมนูพวกนี้ มันเป็นการส่งเมสเสจถึงผู้บริโภคว่า นี่ปลาไทยนะ ไม่ได้ด้อยค่าไปกว่าปลาจากต่างชาติเลยสักนิด” มะเหมี่ยวขยี้ใจความสำคัญ

แม้คาเฟ่ชิกเก๋ในบ้านเกิดจะเสิร์ฟเมนูปลาส้มจากแดนอาทิตย์อุทัย แต่สองสาวยังยืนหยัดชูวัตถุดิบพื้นบ้านจากขุมทรัพย์แห่งท้องทะเลให้นักชิมทั่วประเทศได้ลิ้มคุณค่าที่แท้จริงของวัตถุดิบไทยที่แอบซ่อนผ่านรสชาติ

หิว Hungry.hc : สองพี่น้องกลับบ้านมาทำแบรนด์ปลาทูต้มหวานจากทะเลชุมพรจนไปไกลถึงอเมริกา, มะเหมี่ยว-นัฐยา อุสายพันธ์ และ หมิว-โสมประภา อุสายพันธ์
หิว Hungry.hc : สองพี่น้องกลับบ้านมาทำแบรนด์ปลาทูต้มหวานจากทะเลชุมพรจนไปไกลถึงอเมริกา, มะเหมี่ยว-นัฐยา อุสายพันธ์ และ หมิว-โสมประภา อุสายพันธ์

เราลองชิมไปหลายคำ หรอยจนแสงพุ่งออกปาก เนื้อปลาอินทรีย์แน่นหนึบหนับ หอมกลิ่นสาเก ส่วนกุ้งโอคักตัวเบิ้มกินคู่กับสาหร่ายแผ่นเหยาะน้ำจิ้มซีฟู้ด โอ้ย ใจละลาย! สองสาวว่าทานกับข้าวสวยก็เด็ดไม่แพ้กัน

ความสร้างสรรค์ยังไม่จบ เมื่อเธอและเธอคันไม้คันมืออยากจับทั้งสามเมนูมาแปลงโฉมเป็นอาหารจานเก๋ เพื่อแสดงศักยภาพของอาหารทะเลแปรรูปโฮมเมด และช่วยเปลี่ยนบรรยากาศการกินให้สนุกและเพลินกว่าเดิม

“พอเราขายผ่านออนไลน์ ถ้าขายแค่โปรดักต์อย่างเดียวมันไม่น่าสนใจ เราเลยอยากเปิดมุมมองให้ลูกค้าเห็นว่าปลาทูต้มหวานทำเมนูอะไรได้บ้าง ไม่ใช่ซื้อไปแล้วมันจบแค่ฉีกซองหรือเอาไปกินกับข้าว” มะเหมี่ยวอธิบาย

หิว Hungry.hc : สองพี่น้องกลับบ้านมาทำแบรนด์ปลาทูต้มหวานจากทะเลชุมพรจนไปไกลถึงอเมริกา, มะเหมี่ยว-นัฐยา อุสายพันธ์ และ หมิว-โสมประภา อุสายพันธ์

แซนด์วิชปลาทูต้มหวาน สลัดโรลปลาทูต้มหวาน มาม่าเกาหลีซอสเผ็ดท็อปด้วยปลาทูต้มหวานสับ กุ้งโอคักดองห่อสาหร่าย ปลาอินทรีย์ดองสาเกราดน้ำยำวาซาบิ และอีกสารพัดเมนูที่พี่สาวน้องสาวและนักทานจากทางบ้านส่งเข้าประกวด ยิ่งทำให้เราเข้าใจความตั้งใจของหิวที่อยากให้ผู้บริโภคเปิดใจและเปลี่ยนมุมมองที่มีต่ออาหาร

กลับบ้านพาปลาทูต้มหวานโกอินเตอร์

หิว ดำเนินกิจการล่วงเข้าปีที่ 4 เจ้าของแบรนด์ยอมรับว่าหิวเติบโตอย่างค่อยเป็นค่อยไป เพราะทุกย่างก้าวของการเดิน สองคนพี่น้องทำเองทั้งหมด ปัจจุบันมีการแตกไลน์ผลิตภัณฑ์เพิ่มขึ้น ปลาทูต้มหวานถูกจำหน่ายผ่านร้านค้าสุขภาพ แอปพลิเคชันเดลิเวอรี่อาหาร ช่องทางออนไลน์ของแบรนด์ และส่งความอร่อยถึงต่างประเทศ

“อนาคตเราอยากส่งออกให้เยอะ เพราะมันเข้าถึงผู้บริโภคมากที่สุด ที่จริงหิวมีลูกค้ารับไปขายถึงอเมริกา ออสเตรเลียก็มี เรารู้สึกว่าสิ่งที่เกิดขึ้นวันนี้เป็นสิ่งที่เราอยากให้เกิดขึ้นตั้งแต่วันแรกที่เริ่มทำแบรนด์ มัน On Track นะ สิ่งที่เราทำมาตลอด และเราก็อยากรักษาความเป็นเราให้มากที่สุดด้วย เพราะเคยมีคนบอกให้เราตามเทรนด์

“เรากลับมาถามตัวเองเหมือนกัน คำตอบมันบอกว่าอย่าพยายามฝืนอะไรที่ตัวเองไม่ถนัด อย่าพยายามเหมือนคนอื่น การที่คนอื่นทำแล้วได้ดีเพราะเขาถนัดแบบนั้น เขาก็เป็นตัวเองอยู่เหมือนกัน ฉะนั้นเราก็จงเป็นเรา”

ในฐานะมะเหมี่ยวและหมิวเป็นคนที่เลือกกลับมาใช้ชีวิตในบ้านเกิด เราเลยชวนพวกเธอคุยอีกหน่อย

หิว Hungry.hc : สองพี่น้องกลับบ้านมาทำแบรนด์ปลาทูต้มหวานจากทะเลชุมพรจนไปไกลถึงอเมริกา, มะเหมี่ยว-นัฐยา อุสายพันธ์ และ หมิว-โสมประภา อุสายพันธ์

มีข้อดีของการเป็นคนกลับบ้านมั้ย คนอยากกลับบ้านโยนคำถาม

“เรามีเวลาเยอะขึ้นกับการได้ทดลองทำสิ่งใหม่ ช่วงนี้เรากำลังลองทำขนมปัง” หมิวชิงตอบก่อน

“เมื่อก่อนเราไม่เคยมองว่าบ้านเราสวยเหมือนที่มันเป็น ไม่เคยซาบซึ้งกับการนั่งดูพระอาทิตย์ตกหลังบ้าน เราพยายามดันตัวเองออกไปหาที่ที่ศิวิไลซ์กว่านี้ แต่การกลับบ้านทำให้เรา Appreciate และเห็นคุณค่าของสิ่งใกล้ตัว”

นอกจาก ‘ความอยาก’ สร้างแบรนด์ จุดประสงค์ในใจของการกลับมาเห็นของดีประจำบ้านคืออะไร

“เรามีแค่ปลาทูต้มหวานธรรมดา แต่เราเล่าเรื่องเพื่อยกระดับสิ่งนี้ได้ เล่าเรื่องให้คนรู้สึกภูมิใจกับวัตถุดิบท้องถิ่น แม้กระทั่งการใช้งานดีไซน์มาจับกับความเป็นไทยหรือของพื้นบ้านด้วยก็ตาม” สาวนักออกแบบเล่า

“สิ่งหนึ่งที่เราเห็นตรงกันกับน้องคือ บ้านเราเป็นชนบท และความเป็นชนบทกับเมนูพื้นบ้าน คนไม่ค่อยให้มูลค่า มันน่าสนใจมาตั้งแต่ไหนแต่ไร ยิ่งเรามาเจอปลาอินทรีย์ดอง มันทำให้เราเห็นตรงนี้ชัดว่าเราอยากพัฒนาสินค้าจากวัตถุดิบท้องถิ่นบ้านเราให้มากขึ้น เพื่อให้คนเห็นคุณค่าและเพิ่มมูลค่าให้กับท้องถิ่น” พี่สาวจบบทสนทนา

หิว Hungry.hc : สองพี่น้องกลับบ้านมาทำแบรนด์ปลาทูต้มหวานจากทะเลชุมพรจนไปไกลถึงอเมริกา, มะเหมี่ยว-นัฐยา อุสายพันธ์ และ หมิว-โสมประภา อุสายพันธ์

Lesson Learned

หนึ่ง 

“ทุกคนมีของดีอยู่รอบตัว อยู่ที่ว่าจะมองเห็นมันมั้ย Appreciate กับมันมั้ย การพลิกมุมมองหรือหันกลับมามองสิ่งใกล้ตัวจะทำให้เห็นว่าทุกอย่างไม่ใช่แค่คำว่า ‘แค่’ เหมือนปลาอินทรีย์ ส่วนใหญ่ขายเป็นปลาอินทรีย์แดดเดียว ปลาอินทรีย์หั่นแว่น พอเราเปิดจินตนาการ ปลาอินทรีย์เป็นอย่างอื่นได้อีกเยอะ ฉะนั้นการรับรู้สำคัญมาก”

สอง

“การตลาดบอกว่าเราต้องฟังผู้บริโภคว่าเขาต้องการอะไร เราว่ามันก็ไม่มีถูก ไม่มีผิดหรอก ที่สำคัญเลยเราต้องตอบตัวเองให้ได้ก่อนว่าฉันอยากขายอะไร ถ้าเรามีความรู้สึกนั้น เราจะมีอินเนอร์และมีแรงในการเล่าเรื่อง”

Writer

สุทธิดา อุ่นจิต

กรุงเทพฯ - เชียงใหม่ สู่ ลาดพร้าว - สุขุมวิท , พูดภาษาพม่าได้นิดหน่อย เป็นนักสะสมกระเป๋าผ้า ชอบหวานน้อยแต่มักได้หวานมาก

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

The Entrepreneur

แรงบันดาลใจจากแผนธุรกิจสร้างสรรค์ไม่จำกัดวงการของผู้ประกอบการผู้ตั้งใจ

“ทำไมกวาดบ้านมาตั้งนาน บ้านยังไม่สะอาดอีกนะ แถมบางทียังสกปรกขึ้นอีก”

นี่คงเป็นความในใจของใครหลายๆ คนเมื่อต้องหยิบไม้กวาดในบ้านที่ใช้ได้ไม่นาน ดอกหญ้าก็หลุดร่วงจนแทบจะต้องเปลี่ยนทุกๆ 3 เดือน

Sweepy คือแบรนด์ที่เกิดขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหานั้น โดยเริ่มต้นจากการตั้งใจผลิตไม้กวาดที่มีคุณภาพ ถูกต้องตามหลักสรีระศาสตร์ ให้คุณทำความสะอาดได้สะดวกสบายยิ่งขึ้น มีอายุการใช้งานนานนับปี และมีเป้าหมายสุดท้ายคืออยากเห็นคนมีชีวิตที่ดีขึ้น

Sweepy ไม้กวาดที่ออกแบบตามหลักสรีระศาสตร์ ให้ใช้ได้นาน และกวาดบ้านอย่างมีความสุข

แบรนด์นี้เกิดจากการร่วมมือกันของสามพี่น้อง 

ตูน-นนทัช ขันธรูป พี่ใหญ่ผู้ริเริ่มแบรนด์ ดูแลด้านการออกแบบและการตลาด โดยมีอีกหน้ากากหนึ่งเป็นสถาปนิกผู้อยู่เบื้องหลังการออกแบบร้านที่เราคุ้นเคยหลายแห่ง ไม่ว่าจะเป็น Peace Oriental Teahouse, Khao, และ Honeyful Cafe 

แตม-อธิษฐ์ ขันธรูป น้องชายคนรองผู้ดูแลด้านการโฆษณา

และ เติม-โตมา ขันธรูป น้องชายคนเล็กที่รับผิดชอบด้านสื่อออนไลน์ การวิจัย และพัฒนาผลิตภัณฑ์

Sweepy ไม้กวาดที่ออกแบบตามหลักสรีระศาสตร์ ให้ใช้ได้นาน และกวาดบ้านอย่างมีความสุข

ในตอนแรก ตูนก็คล้ายกับใครหลายๆ คนที่อยากลองทำธุรกิจค้าขาย หลายคนหาไอเดียจาก Pain Point ของตัวเอง บางคนก็เริ่มต้นจากธุรกิจของครอบครัว แต่ Sweepy กลับมีจุดเริ่มต้นอยู่ที่ ‘วัด’

ใช่แล้ว คุณอ่านไม่ผิด ‘วัด’ นั่นแหละ ในช่วงที่ตูนกำลังบวชอยู่ที่วัดแห่งหนึ่ง ด้วยสัญชาตญาณนักออกแบบผู้หลงใหลในงานคราฟต์ ทำให้เขาได้เห็นและเรียนรู้วิชาการทำไม้กวาดจากคุณลุงคนหนึ่ง แต่ใครจะไปรู้ว่าวิชานี้จะเป็นจุดเริ่มต้นของธุรกิจใหม่ของเขาในอนาคต อย่างธุรกิจผลิตอุปกรณ์สามัญประจำบ้านที่เรียกว่า ‘ไม้กวาด’

ปัญหาหลุดลุ่ย

“ปัญหาหลักคือดอกหญ้าหลุด ผมเลยศึกษาว่าทำไมมันถึงหลุด ทำไมไม้กวาดถึงใช้ได้แค่สามเดือนแล้วก็พัง เลยมาลองดูว่าเราจะทำไม้กวาดที่ดีกว่านี้ได้ไหม” ตูนเล่าถึง Pain Point ซึ่งพบเจอในไม้กวาดดอกหญ้าที่ซื้อกันได้ทั่วไป แต่ชาติเสือก็ต้องไว้ลาย เมื่อเป็นสถาปนิกทั้งที จะพัฒนาแค่ฟังก์ชันการใช้งานก็กระไรอยู่ ดังนั้น สำหรับตูนแล้ว ด้านความสวยงามก็ต้องปรับให้ดูดีขึ้นด้วย

“สำหรับดีไซน์ปกติที่เราเห็น ถ้าสมมติเราเห็นไม้กวาดอยู่กลางบ้าน สิ่งแรกที่เราจะคิดคือ เอ๊ะ ไม้กวาดมาทำอะไรตรงนี้ มันดูผิดที่ผิดทาง และเราจะหงุดหงิด” 

Sweepy ไม้กวาดที่ออกแบบตามหลักสรีระศาสตร์ ให้ใช้ได้นาน และกวาดบ้านอย่างมีความสุข

เติมกล่าวเสริมขึ้นมาถึงอีกหนึ่งปัญหาที่แอบแฝงอยู่ในใจหลายๆ คนเกี่ยวกับไม้กวาด เป็นอีกเหตุผลหนึ่งว่าทำไมไม้กวาดของ Sweepy จึงมีดีไซน์สวยเรียบ เข้าได้กับทุกมุมของบ้าน

ถึงแม้ตูนมองเห็นปัญหาที่หลายคนต้องเผชิญกับการใช้ไม้กวาด และศักยภาพในการต่อยอดเป็นธุรกิจแล้ว การเริ่มต้นนั้นกลับไม่ได้ราบรื่นเสียทีเดียว เขาติดต่อ Supplier เพื่อค้นหาวัสดุที่เหมาะสมและบริหารจัดการต้นทุน เพื่อพิสูจน์ว่ามันเกิดขึ้นได้จริงก่อนก้าวเดินต่อไป

งานฝีมือ

ไม้กวาดอาจเป็นสิ่งที่เราเห็นกันจนคุ้นตา จนนึกไม่ออกว่ามันจะเปลี่ยนไปจากเดิมได้อย่างไร 

สำหรับริษัทการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นได้จากการใส่ใจในรายละเอียดและพัฒนาให้ดีขึ้น 

“ผมลองศึกษาดูว่าไม้กวาดปกติประกอบยังไง คุณภาพของดอกหญ้าเป็นแบบไหน เขาคัดยังไง แล้วก็นำสิ่งที่ลุงเคยสอนผมมาปรับใช้ มันน่าจะเป็นอย่างนี้ได้นะ น่าจะปรับตรงนี้ได้ โดยทุกวัสดุที่เราใช้ คือทำเพื่อให้ฟังก์ชันมันดีขึ้น แข็งแรงขึ้น”

Sweepy แบรนด์ไม้กวาดที่ออกแบบมาให้ใช้นานหลักปี ตอบหลักสรีระศาสตร์ และอยากเห็นคนทำความสะอาดอย่างมีความสุข

ดอกหญ้าเรียกได้ว่าเป็นพระเอกหลักสำหรับไม้กวาด ทว่าดอกหญ้าทั่วๆ ไปมักมาพร้อมผงฝุ่น และส่วนที่แข็งหักง่ายติดมาด้วย ทำให้บางครั้งเวลาใช้งาน พื้นบ้านกลับสกปรกกว่าเดิม 

การคัดดอกหญ้าในการทำไม้กวาดของ Sweepy คือสัดส่วน 50 – 50 ครึ่งหนึ่งใช้ได้ อีกครึ่งหนึ่งคัดออก

“เราเลือกแต่ดอกหญ้าที่มีมาตรฐานเกรด A เพราะไม่อยากให้เกิดปัญหานี้เวลากวาดบ้าน ให้ตอนใช้งานจริงๆ คนเขารู้สึกดีและสะอาด” 

นอกจากวัสดุที่ใช้แล้ว เพื่อให้ได้ไม้กวาดที่สมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น ขั้นตอนการประกอบไม้กวาดก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญไม่แพ้กัน 

Sweepy แบรนด์ไม้กวาดที่ออกแบบมาให้ใช้นานหลักปี ตอบหลักสรีระศาสตร์ และอยากเห็นคนทำความสะอาดอย่างมีความสุข
แบรนด์ไม้กวาดที่ออกแบบมาให้ใช้นานหลักปี ตอบหลักสรีระศาสตร์ และอยากเห็นคนทำความสะอาดอย่างมีความสุข

“การประกอบไม้กวาดคือเราต้องดูว่าดอกหญ้าที่เราเลือก ไม่ใช่แค่เลือกแล้วเอามาประกอบยังไงก็ได้ มันมีขั้นตอนในการประกอบ อย่างเช่นการผูกช่อ การเรียงไม้กวาด หรือการที่เราเย็บอย่างแน่นหนา ก็เป็นส่วนประกอบสำคัญเหมือนกัน ข้ามขั้นตอนไม่ได้ ไม่อย่างนั้นก็จะออกมาไม่สมบูรณ์แบบ” 

ขั้นตอนในการทำไม้กวาด จึงไม่ใช่การที่คนคนหนึ่งทำหลายๆ อย่างเพื่อประหยัดแรงงานให้คุ้มที่สุด แต่เป็นการทำงานเป็นทีม ใครเชี่ยวชาญเรื่องไหนก็ทำเรื่องนั้น เช่น คนทุบดอกหญ้าจะทุบดอกหญ้าอย่างเดียว คนดูแลเรื่องไม้ก็จะดูเรื่องไม้อย่างเดียว

แบรนด์ไม้กวาดที่ออกแบบมาให้ใช้นานหลักปี ตอบหลักสรีระศาสตร์ และอยากเห็นคนทำความสะอาดอย่างมีความสุข

ท้ายที่สุดแล้ว เมื่อใช้วัสดุคุณภาพดี มีขั้นตอนการประกอบที่ถูกต้อง อีกสิ่งที่จะขาดไปไม่ได้ คือการออกแบบที่เข้าใจคนใช้งาน โดยปกติ ไม้กวาดมีลักษณะเป็นไม้ตรงๆ และมีดอกหญ้าแยกออกมาเป็น 2 แฉก แต่ไม้กวาด มีดีไซน์แปลกตากว่านั้น ซึ่งไม่ใช่เพื่อความสวยงามหรือความแปลกใหม่ แต่เป็นดีไซน์ที่ตั้งใจออกแบบมาให้ถูกต้องตามหลักสรีระศาสตร์ เพื่อแก้ปัญหาอาการปวดหลังเวลากวาดบ้าน 

“เราอยากให้ไม้กวาดน้ำหนักเบา ความยาวพอดี และเป็นทรงแบบไม้ฮอกกี้ ให้มีองศาที่กวาดได้กว้างขึ้น ทำให้ไม่ต้องก้มหรือบิดตัวเยอะเวลากวาดใต้เตียงหรือโซฟาลึกๆ ส่งผลให้ใช้เวลาในการกวาดน้อยลง ปวดหลังน้อยลง และรู้สึกดีขึ้นเวลาทำความสะอาดบ้าน”

แบรนด์ไม้กวาดที่ออกแบบมาให้ใช้นานหลักปี ตอบหลักสรีระศาสตร์ และอยากเห็นคนทำความสะอาดอย่างมีความสุข

สานคุณค่า

ไม้กวาดเป็นเครื่องมือทำความสะอาดที่เรียกได้ว่าต้องมีประจำทุกบ้านในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ไม้กวาดที่เราเห็นทำจากพลาสติก และขาดเอกลักษณ์ของวัฒนธรรมในส่วนนี้ไป แบรนด์จึงตั้งใจแฝงสิ่งนี้เข้าไปในการออกแบบสินค้าของพวกเขา ด้วยไม้และดอกหญ้าที่หาได้ในท้องถิ่น วิธีการผูกช่อ การทำความสะอาด ไม่ผลิตในโรงงานอุตสาหกรรม แต่ทำด้วยมือตามภูมิปัญญาที่มีอยู่แล้ว

“เราเห็นไม้กวาดมาตั้งแต่เด็ก เราอยู่กับมันมานานจนเป็นสิ่งที่สำคัญต่อบ้าน เลยรู้สึกว่าจริงๆ ไม้กวาดควรจะมีคุณค่าทางวัฒนธรรมด้วย แต่ก็ยังอยากให้มีความทันสมัย เพื่อให้เข้าถึงคนได้ง่ายขึ้น”

แบรนด์ไม้กวาดที่ออกแบบมาให้ใช้นานหลักปี ตอบหลักสรีระศาสตร์ และอยากเห็นคนทำความสะอาดอย่างมีความสุข
แบรนด์ไม้กวาดที่ออกแบบมาให้ใช้นานหลักปี ตอบหลักสรีระศาสตร์ และอยากเห็นคนทำความสะอาดอย่างมีความสุข

เพราะอยากเห็นสิ่งแวดล้อมกับโลกที่สะอาดและน่าอยู่ขึ้น Sweepy จึงมีคอนเซปต์หลักเป็นความมินิมอลและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยพยายามลดการใช้พลาสติกให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ และหากจำเป็นต้องใช้พลาสติก ก็จะนำพลาสติกรีไซเคิลมาใช้แทน

นอกจากไม้กวาดดอกหญ้าแล้ว ยังมีอุปกรณ์ทำความสะอาดอื่นๆ และสินค้าไลฟ์สไตล์ เช่น ไม้กวาดหยากไย่ ไม้กวาดเสี้ยนตาล ตะกร้าจากแอฟริกา และสินค้าประจำฤดู เช่น ร่มในฤดูฝน ซึ่งทั้งหมดยังคงอยู่ภายใต้คอนเซปต์ตั้งต้นเช่นกัน

แบรนด์ไม้กวาดที่ออกแบบมาให้ใช้นานหลักปี ตอบหลักสรีระศาสตร์ และอยากเห็นคนทำความสะอาดอย่างมีความสุข

การสื่อสารของไม้กวาด

หลังจากใช้เวลาออกแบบสินค้าและแบรนด์เกือบ 2 ปี เมื่อเลือกใช้วัสดุที่ดีพร้อมกระบวนการผลิตที่พิถีพิถันมาก ต้นทุนในการผลิตก็ย่อมสูงขึ้น ราคาขายจึงสูงขึ้นตามไปด้วย 

เมื่อเริ่มวางขายด้วยราคาที่แพงกว่าไม้กวาดทั่วไป ปัญหาที่แบรนด์ต้องเผชิญต่อมา คือการที่ผู้บริโภคไม่เข้าใจในตัวสินค้า

ทำไมราคาแพงจึงเป็นคำถามสำคัญ

“ปกติเขาจะใช้ไม้กวาดราคาประมาณแปดสิบถึงหนึ่งร้อยบาท แล้วก็เปลี่ยนทุกๆ สามถึงสี่เดือน ผมคิดว่าเป็นเรื่องธรรมดาที่คนจะสงสัยในสิ่งที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อนว่า ทำไมมันแพงจัง แพงเกินไปหรือเปล่า สิ่งที่เราทำคือให้เขาลองใช้จริงก่อน โดยมี Tester ให้เขาได้ลองว่ามันใช้งานได้ดีจริงๆ มันลดเวลากวาดบ้านได้จริงๆ และอายุการใช้งานก็นานจริงๆ”

แบรนด์ไม้กวาดที่ออกแบบมาให้ใช้นานหลักปี ตอบหลักสรีระศาสตร์ และอยากเห็นคนทำความสะอาดอย่างมีความสุข

เพื่อสร้างความเข้าใจให้กับผู้บริโภค การสื่อสารและตลาดจึงเป็นอีกหนึ่งช่องทางสำคัญ

“ในการทำการตลาด สิ่งสำคัญที่สุดคือ การสื่อสารที่ชัดเจนและให้ข้อมูลกับผู้ใช้งาน ซึ่งจะทำให้เขาเข้าใจสินค้าของเราจริงๆ ทุกคนมีความต้องการไม่เหมือนกัน เราต้องเรียนรู้จากความต้องการของแต่ละคน และพยายามปรับการสื่อสารของเราให้เข้ากับเขาได้มากที่สุด”

เมื่อสื่อสารชัดเจน โฆษณาอย่างทั่วถึง ประกอบกับสินค้ามีคุณภาพและเรื่องราว ทำให้สินค้านั้นขายได้ด้วยตัวมันเอง ณ วันนี้ หลายคนเข้าใจในสินค้าของพวกเขามากยิ่งขึ้น ยอดขายก็เพิ่มขึ้นตามมาด้วย และทั้งสามก็ยังควบคุมคุณภาพของผลิตภัณฑ์อย่างสม่ำเสมอ

นอกจากการสื่อสารกับลูกค้า การสื่อสารกับคนในทีมก็สำคัญไม่แพ้กัน พวกเขาเลือกใช้โรงงานของตัวเองในการผลิตไม้กวาดและสินค้าต่างๆ แทนที่จะจ้างผลิต โดยมีผู้เชี่ยวชาญสอนพนักงานในการผลิตแต่ละขั้นตอน 

เติมบอกว่า ส่วนนี้ต้องมีความยืดหยุ่น ต้องคอยควบคุมอย่างใจเย็น เพื่อปรับทัศนคติและสื่อสารให้ทุกคนเข้าใจไปในทิศทางเดียวกัน

“เราพยายามจะเป็นผู้นำที่ให้กำลังใจ ฟังทีมของเราว่าเผชิญปัญหาอะไรบ้าง เขาต้องการความช่วยเหลือหรือเปล่า ผมคิดว่าการฟังสำคัญมาก เราต้องฟังทุกคนตั้งแต่ลูกค้า มาจนถึงทีมตัวเอง”

แก่นไม้กวาด

ตลอดการสนทนา ทำให้เรารู้ว่าแม้สินค้าจะมีอยู่ทั่วไปและเป็นที่ต้องการอยู่แล้วในตลาด แต่เมื่อต้องการพัฒนาออกมาให้เป็นธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ กลับไม่ใช่เรื่องง่าย 

“มันยากบ่อยกว่าที่มันง่าย” ตูนว่าอย่างนั้น “ทุกวันเราต้องเจออุปสรรคหลายอย่าง สำหรับผม การทำธุรกิจจึงต้องมีแพสชันและเป้าหมายที่ชัดเจน ในไตรมาสนี้ ในเดือนนี้ ในวันนี้ มีอะไรบ้าง แล้วเราจะสื่อสารสิ่งเหล่านี้ให้คนอื่นในทีมเข้าใจได้อย่างไร

“ความท้าทายอีกอย่างคือ การหากลุ่มลูกค้าที่ชัดเจนในช่วงแรก การสื่อสาร และรักษาลูกค้าที่อยากซื้อต่อไป เนื่องจากสินค้าของเรามีอายุการใช้งานนาน” เติมเสริม

แบรนด์ไม้กวาดที่ออกแบบมาให้ใช้นานหลักปี ตอบหลักสรีระศาสตร์ และอยากเห็นคนทำความสะอาดอย่างมีความสุข

บ่อยครั้งที่เราได้ยินว่าแพสชันเป็นสิ่งที่สำคัญมากในการทำธุรกิจ Sweepy ทำอย่างไรให้ความหลงใหลนั้นอยู่ในหัวใจของทุกคนในทีม

“สิ่งแรกที่ต้องมองเห็นคือธรรมชาติของคน ต้องเข้าใจว่าแต่ละคนสไตล์เป็นยังไง ถ้ามีความสำเร็จอะไรเล็กๆ น้อยๆ ก็พยายามให้สิ่งตอบแทนหรือเลี้ยงฉลองกัน ส่วนแพสชัน ผมว่าเป็นสิ่งที่บังคับกันไม่ได้ แต่เราต้องเป็นผู้นำให้เขาเห็นว่ามันดียังไง ให้มันเดินหน้าไปด้วยกัน”

ด้วยเหตุผลเหล่านี้ ทั้งสามคนจึงใช้วิธีทำคอนเทนต์และสื่อต่างๆ เพื่อให้ความรู้แก่ลูกค้า โดยเน้นไปที่การสื่อสารว่าลูกค้าจะได้รับอะไรจากสินค้าของพวกเขา 

“เราอยากให้คนที่ไม่ชอบการทำความสะอาด คนที่รู้สึกว่าการทำความสะอาดยากและน่าเบื่อ หันมาสนใจว่าการทำความสะอาดมันมีผลต่อจิตใจคนจริงๆ พอบ้านคุณสะอาด สมองของคุณก็จะโปร่ง ทำให้ทำงานได้ดีขึ้น และทำให้ชีวิตดีขึ้น”

ในอนาคต ทั้งสามยังคงมุ่งมั่นที่จะปลุกปั้น Sweepy ให้เป็นบริษัทที่ครอบคลุมในเรื่องการทำความสะอาด โดยจะมีสินค้าที่หลากหลายเพื่อตอบโจทย์ทั้งผู้ใหญ่และวัยรุ่น 

และกระซิบบอกตรงนี้เลยว่า รอดูผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่จะออกมาในอนาคต ไม่แน่ เราอาจได้เห็นหุ่นยนต์หรือเครื่องดูดฝุ่นแบบใหม่จากแบรนด์นี้ ซึ่งเติมยอมรับว่าก็มีแอบคิดไว้เหมือนกัน

แบรนด์ไม้กวาดที่ออกแบบมาให้ใช้นานหลักปี ตอบหลักสรีระศาสตร์ และอยากเห็นคนทำความสะอาดอย่างมีความสุข

Lesson Learned

  1. ต้องมีแพสชันเพื่อก้าวข้ามความท้อแท้และความยากของการทำธุรกิจ และอย่าลืมหาวิธีแบ่งปันแพสชันนี้ให้คนในทีมเห็นภาพตรงกัน
  2. หาความรู้จากแหล่งต่างๆ เพราะความรู้เป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้ไม่ว่าใครก็ทำธุรกิจประสบความสำเร็จได้
  3. มีวิสัยทัศน์ที่ชัดเจน กล้าและไม่กลัวการลองลงมือทำ
  4. ฉลองกับความสำเร็จเล็กๆ น้อยๆ เพื่อสร้างบรรยากาศในการทำงานที่ดีและจริงใจ

Facebook : Sweepy by SAJ

“ทำไมกวาดบ้านมาตั้งนาน บ้านยังไม่สะอาดอีกนะ แถมบางทียังสกปรกขึ้นอีก”

นี่คงเป็นความในใจของใครหลายๆ คนเมื่อต้องหยิบไม้กวาดในบ้านที่ใช้ได้ไม่นาน ดอกหญ้าก็หลุดร่วงจนแทบจะต้องเปลี่ยนทุกๆ 3 เดือน

Sweepy คือแบรนด์ที่เกิดขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหานั้น โดยเริ่มต้นจากการตั้งใจผลิตไม้กวาดที่มีคุณภาพ ถูกต้องตามหลักสรีระศาสตร์ ให้คุณทำความสะอาดได้สะดวกสบายยิ่งขึ้น มีอายุการใช้งานนานนับปี และมีเป้าหมายสุดท้ายคืออยากเห็นคนมีชีวิตที่ดีขึ้น

Sweepy ไม้กวาดที่ออกแบบตามหลักสรีระศาสตร์ ให้ใช้ได้นาน และกวาดบ้านอย่างมีความสุข

แบรนด์นี้เกิดจากการร่วมมือกันของสามพี่น้อง 

ตูน-นนทัช ขันธรูป พี่ใหญ่ผู้ริเริ่มแบรนด์ ดูแลด้านการออกแบบและการตลาด โดยมีอีกหน้ากากหนึ่งเป็นสถาปนิกผู้อยู่เบื้องหลังการออกแบบร้านที่เราคุ้นเคยหลายแห่ง ไม่ว่าจะเป็น Peace Oriental Teahouse, Khao, และ Honeyful Cafe 

แตม-อธิษฐ์ ขันธรูป น้องชายคนรองผู้ดูแลด้านการโฆษณา

และ เติม-โตมา ขันธรูป น้องชายคนเล็กที่รับผิดชอบด้านสื่อออนไลน์ การวิจัย และพัฒนาผลิตภัณฑ์

Sweepy ไม้กวาดที่ออกแบบตามหลักสรีระศาสตร์ ให้ใช้ได้นาน และกวาดบ้านอย่างมีความสุข

ในตอนแรก ตูนก็คล้ายกับใครหลายๆ คนที่อยากลองทำธุรกิจค้าขาย หลายคนหาไอเดียจาก Pain Point ของตัวเอง บางคนก็เริ่มต้นจากธุรกิจของครอบครัว แต่ Sweepy กลับมีจุดเริ่มต้นอยู่ที่ ‘วัด’

ใช่แล้ว คุณอ่านไม่ผิด ‘วัด’ นั่นแหละ ในช่วงที่ตูนกำลังบวชอยู่ที่วัดแห่งหนึ่ง ด้วยสัญชาตญาณนักออกแบบผู้หลงใหลในงานคราฟต์ ทำให้เขาได้เห็นและเรียนรู้วิชาการทำไม้กวาดจากคุณลุงคนหนึ่ง แต่ใครจะไปรู้ว่าวิชานี้จะเป็นจุดเริ่มต้นของธุรกิจใหม่ของเขาในอนาคต อย่างธุรกิจผลิตอุปกรณ์สามัญประจำบ้านที่เรียกว่า ‘ไม้กวาด’

ปัญหาหลุดลุ่ย

“ปัญหาหลักคือดอกหญ้าหลุด ผมเลยศึกษาว่าทำไมมันถึงหลุด ทำไมไม้กวาดถึงใช้ได้แค่สามเดือนแล้วก็พัง เลยมาลองดูว่าเราจะทำไม้กวาดที่ดีกว่านี้ได้ไหม” ตูนเล่าถึง Pain Point ซึ่งพบเจอในไม้กวาดดอกหญ้าที่ซื้อกันได้ทั่วไป แต่ชาติเสือก็ต้องไว้ลาย เมื่อเป็นสถาปนิกทั้งที จะพัฒนาแค่ฟังก์ชันการใช้งานก็กระไรอยู่ ดังนั้น สำหรับตูนแล้ว ด้านความสวยงามก็ต้องปรับให้ดูดีขึ้นด้วย

“สำหรับดีไซน์ปกติที่เราเห็น ถ้าสมมติเราเห็นไม้กวาดอยู่กลางบ้าน สิ่งแรกที่เราจะคิดคือ เอ๊ะ ไม้กวาดมาทำอะไรตรงนี้ มันดูผิดที่ผิดทาง และเราจะหงุดหงิด” 

Sweepy ไม้กวาดที่ออกแบบตามหลักสรีระศาสตร์ ให้ใช้ได้นาน และกวาดบ้านอย่างมีความสุข

เติมกล่าวเสริมขึ้นมาถึงอีกหนึ่งปัญหาที่แอบแฝงอยู่ในใจหลายๆ คนเกี่ยวกับไม้กวาด เป็นอีกเหตุผลหนึ่งว่าทำไมไม้กวาดของ Sweepy จึงมีดีไซน์สวยเรียบ เข้าได้กับทุกมุมของบ้าน

ถึงแม้ตูนมองเห็นปัญหาที่หลายคนต้องเผชิญกับการใช้ไม้กวาด และศักยภาพในการต่อยอดเป็นธุรกิจแล้ว การเริ่มต้นนั้นกลับไม่ได้ราบรื่นเสียทีเดียว เขาติดต่อ Supplier เพื่อค้นหาวัสดุที่เหมาะสมและบริหารจัดการต้นทุน เพื่อพิสูจน์ว่ามันเกิดขึ้นได้จริงก่อนก้าวเดินต่อไป

งานฝีมือ

ไม้กวาดอาจเป็นสิ่งที่เราเห็นกันจนคุ้นตา จนนึกไม่ออกว่ามันจะเปลี่ยนไปจากเดิมได้อย่างไร 

สำหรับริษัทการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นได้จากการใส่ใจในรายละเอียดและพัฒนาให้ดีขึ้น 

“ผมลองศึกษาดูว่าไม้กวาดปกติประกอบยังไง คุณภาพของดอกหญ้าเป็นแบบไหน เขาคัดยังไง แล้วก็นำสิ่งที่ลุงเคยสอนผมมาปรับใช้ มันน่าจะเป็นอย่างนี้ได้นะ น่าจะปรับตรงนี้ได้ โดยทุกวัสดุที่เราใช้ คือทำเพื่อให้ฟังก์ชันมันดีขึ้น แข็งแรงขึ้น”

Sweepy แบรนด์ไม้กวาดที่ออกแบบมาให้ใช้นานหลักปี ตอบหลักสรีระศาสตร์ และอยากเห็นคนทำความสะอาดอย่างมีความสุข

ดอกหญ้าเรียกได้ว่าเป็นพระเอกหลักสำหรับไม้กวาด ทว่าดอกหญ้าทั่วๆ ไปมักมาพร้อมผงฝุ่น และส่วนที่แข็งหักง่ายติดมาด้วย ทำให้บางครั้งเวลาใช้งาน พื้นบ้านกลับสกปรกกว่าเดิม 

การคัดดอกหญ้าในการทำไม้กวาดของ Sweepy คือสัดส่วน 50 – 50 ครึ่งหนึ่งใช้ได้ อีกครึ่งหนึ่งคัดออก

“เราเลือกแต่ดอกหญ้าที่มีมาตรฐานเกรด A เพราะไม่อยากให้เกิดปัญหานี้เวลากวาดบ้าน ให้ตอนใช้งานจริงๆ คนเขารู้สึกดีและสะอาด” 

นอกจากวัสดุที่ใช้แล้ว เพื่อให้ได้ไม้กวาดที่สมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น ขั้นตอนการประกอบไม้กวาดก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญไม่แพ้กัน 

Sweepy แบรนด์ไม้กวาดที่ออกแบบมาให้ใช้นานหลักปี ตอบหลักสรีระศาสตร์ และอยากเห็นคนทำความสะอาดอย่างมีความสุข
แบรนด์ไม้กวาดที่ออกแบบมาให้ใช้นานหลักปี ตอบหลักสรีระศาสตร์ และอยากเห็นคนทำความสะอาดอย่างมีความสุข

“การประกอบไม้กวาดคือเราต้องดูว่าดอกหญ้าที่เราเลือก ไม่ใช่แค่เลือกแล้วเอามาประกอบยังไงก็ได้ มันมีขั้นตอนในการประกอบ อย่างเช่นการผูกช่อ การเรียงไม้กวาด หรือการที่เราเย็บอย่างแน่นหนา ก็เป็นส่วนประกอบสำคัญเหมือนกัน ข้ามขั้นตอนไม่ได้ ไม่อย่างนั้นก็จะออกมาไม่สมบูรณ์แบบ” 

ขั้นตอนในการทำไม้กวาด จึงไม่ใช่การที่คนคนหนึ่งทำหลายๆ อย่างเพื่อประหยัดแรงงานให้คุ้มที่สุด แต่เป็นการทำงานเป็นทีม ใครเชี่ยวชาญเรื่องไหนก็ทำเรื่องนั้น เช่น คนทุบดอกหญ้าจะทุบดอกหญ้าอย่างเดียว คนดูแลเรื่องไม้ก็จะดูเรื่องไม้อย่างเดียว

แบรนด์ไม้กวาดที่ออกแบบมาให้ใช้นานหลักปี ตอบหลักสรีระศาสตร์ และอยากเห็นคนทำความสะอาดอย่างมีความสุข

ท้ายที่สุดแล้ว เมื่อใช้วัสดุคุณภาพดี มีขั้นตอนการประกอบที่ถูกต้อง อีกสิ่งที่จะขาดไปไม่ได้ คือการออกแบบที่เข้าใจคนใช้งาน โดยปกติ ไม้กวาดมีลักษณะเป็นไม้ตรงๆ และมีดอกหญ้าแยกออกมาเป็น 2 แฉก แต่ไม้กวาด มีดีไซน์แปลกตากว่านั้น ซึ่งไม่ใช่เพื่อความสวยงามหรือความแปลกใหม่ แต่เป็นดีไซน์ที่ตั้งใจออกแบบมาให้ถูกต้องตามหลักสรีระศาสตร์ เพื่อแก้ปัญหาอาการปวดหลังเวลากวาดบ้าน 

“เราอยากให้ไม้กวาดน้ำหนักเบา ความยาวพอดี และเป็นทรงแบบไม้ฮอกกี้ ให้มีองศาที่กวาดได้กว้างขึ้น ทำให้ไม่ต้องก้มหรือบิดตัวเยอะเวลากวาดใต้เตียงหรือโซฟาลึกๆ ส่งผลให้ใช้เวลาในการกวาดน้อยลง ปวดหลังน้อยลง และรู้สึกดีขึ้นเวลาทำความสะอาดบ้าน”

แบรนด์ไม้กวาดที่ออกแบบมาให้ใช้นานหลักปี ตอบหลักสรีระศาสตร์ และอยากเห็นคนทำความสะอาดอย่างมีความสุข

สานคุณค่า

ไม้กวาดเป็นเครื่องมือทำความสะอาดที่เรียกได้ว่าต้องมีประจำทุกบ้านในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ไม้กวาดที่เราเห็นทำจากพลาสติก และขาดเอกลักษณ์ของวัฒนธรรมในส่วนนี้ไป แบรนด์จึงตั้งใจแฝงสิ่งนี้เข้าไปในการออกแบบสินค้าของพวกเขา ด้วยไม้และดอกหญ้าที่หาได้ในท้องถิ่น วิธีการผูกช่อ การทำความสะอาด ไม่ผลิตในโรงงานอุตสาหกรรม แต่ทำด้วยมือตามภูมิปัญญาที่มีอยู่แล้ว

“เราเห็นไม้กวาดมาตั้งแต่เด็ก เราอยู่กับมันมานานจนเป็นสิ่งที่สำคัญต่อบ้าน เลยรู้สึกว่าจริงๆ ไม้กวาดควรจะมีคุณค่าทางวัฒนธรรมด้วย แต่ก็ยังอยากให้มีความทันสมัย เพื่อให้เข้าถึงคนได้ง่ายขึ้น”

แบรนด์ไม้กวาดที่ออกแบบมาให้ใช้นานหลักปี ตอบหลักสรีระศาสตร์ และอยากเห็นคนทำความสะอาดอย่างมีความสุข
แบรนด์ไม้กวาดที่ออกแบบมาให้ใช้นานหลักปี ตอบหลักสรีระศาสตร์ และอยากเห็นคนทำความสะอาดอย่างมีความสุข

เพราะอยากเห็นสิ่งแวดล้อมกับโลกที่สะอาดและน่าอยู่ขึ้น Sweepy จึงมีคอนเซปต์หลักเป็นความมินิมอลและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยพยายามลดการใช้พลาสติกให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ และหากจำเป็นต้องใช้พลาสติก ก็จะนำพลาสติกรีไซเคิลมาใช้แทน

นอกจากไม้กวาดดอกหญ้าแล้ว ยังมีอุปกรณ์ทำความสะอาดอื่นๆ และสินค้าไลฟ์สไตล์ เช่น ไม้กวาดหยากไย่ ไม้กวาดเสี้ยนตาล ตะกร้าจากแอฟริกา และสินค้าประจำฤดู เช่น ร่มในฤดูฝน ซึ่งทั้งหมดยังคงอยู่ภายใต้คอนเซปต์ตั้งต้นเช่นกัน

แบรนด์ไม้กวาดที่ออกแบบมาให้ใช้นานหลักปี ตอบหลักสรีระศาสตร์ และอยากเห็นคนทำความสะอาดอย่างมีความสุข

การสื่อสารของไม้กวาด

หลังจากใช้เวลาออกแบบสินค้าและแบรนด์เกือบ 2 ปี เมื่อเลือกใช้วัสดุที่ดีพร้อมกระบวนการผลิตที่พิถีพิถันมาก ต้นทุนในการผลิตก็ย่อมสูงขึ้น ราคาขายจึงสูงขึ้นตามไปด้วย 

เมื่อเริ่มวางขายด้วยราคาที่แพงกว่าไม้กวาดทั่วไป ปัญหาที่แบรนด์ต้องเผชิญต่อมา คือการที่ผู้บริโภคไม่เข้าใจในตัวสินค้า

ทำไมราคาแพงจึงเป็นคำถามสำคัญ

“ปกติเขาจะใช้ไม้กวาดราคาประมาณแปดสิบถึงหนึ่งร้อยบาท แล้วก็เปลี่ยนทุกๆ สามถึงสี่เดือน ผมคิดว่าเป็นเรื่องธรรมดาที่คนจะสงสัยในสิ่งที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อนว่า ทำไมมันแพงจัง แพงเกินไปหรือเปล่า สิ่งที่เราทำคือให้เขาลองใช้จริงก่อน โดยมี Tester ให้เขาได้ลองว่ามันใช้งานได้ดีจริงๆ มันลดเวลากวาดบ้านได้จริงๆ และอายุการใช้งานก็นานจริงๆ”

แบรนด์ไม้กวาดที่ออกแบบมาให้ใช้นานหลักปี ตอบหลักสรีระศาสตร์ และอยากเห็นคนทำความสะอาดอย่างมีความสุข

เพื่อสร้างความเข้าใจให้กับผู้บริโภค การสื่อสารและตลาดจึงเป็นอีกหนึ่งช่องทางสำคัญ

“ในการทำการตลาด สิ่งสำคัญที่สุดคือ การสื่อสารที่ชัดเจนและให้ข้อมูลกับผู้ใช้งาน ซึ่งจะทำให้เขาเข้าใจสินค้าของเราจริงๆ ทุกคนมีความต้องการไม่เหมือนกัน เราต้องเรียนรู้จากความต้องการของแต่ละคน และพยายามปรับการสื่อสารของเราให้เข้ากับเขาได้มากที่สุด”

เมื่อสื่อสารชัดเจน โฆษณาอย่างทั่วถึง ประกอบกับสินค้ามีคุณภาพและเรื่องราว ทำให้สินค้านั้นขายได้ด้วยตัวมันเอง ณ วันนี้ หลายคนเข้าใจในสินค้าของพวกเขามากยิ่งขึ้น ยอดขายก็เพิ่มขึ้นตามมาด้วย และทั้งสามก็ยังควบคุมคุณภาพของผลิตภัณฑ์อย่างสม่ำเสมอ

นอกจากการสื่อสารกับลูกค้า การสื่อสารกับคนในทีมก็สำคัญไม่แพ้กัน พวกเขาเลือกใช้โรงงานของตัวเองในการผลิตไม้กวาดและสินค้าต่างๆ แทนที่จะจ้างผลิต โดยมีผู้เชี่ยวชาญสอนพนักงานในการผลิตแต่ละขั้นตอน 

เติมบอกว่า ส่วนนี้ต้องมีความยืดหยุ่น ต้องคอยควบคุมอย่างใจเย็น เพื่อปรับทัศนคติและสื่อสารให้ทุกคนเข้าใจไปในทิศทางเดียวกัน

“เราพยายามจะเป็นผู้นำที่ให้กำลังใจ ฟังทีมของเราว่าเผชิญปัญหาอะไรบ้าง เขาต้องการความช่วยเหลือหรือเปล่า ผมคิดว่าการฟังสำคัญมาก เราต้องฟังทุกคนตั้งแต่ลูกค้า มาจนถึงทีมตัวเอง”

แก่นไม้กวาด

ตลอดการสนทนา ทำให้เรารู้ว่าแม้สินค้าจะมีอยู่ทั่วไปและเป็นที่ต้องการอยู่แล้วในตลาด แต่เมื่อต้องการพัฒนาออกมาให้เป็นธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ กลับไม่ใช่เรื่องง่าย 

“มันยากบ่อยกว่าที่มันง่าย” ตูนว่าอย่างนั้น “ทุกวันเราต้องเจออุปสรรคหลายอย่าง สำหรับผม การทำธุรกิจจึงต้องมีแพสชันและเป้าหมายที่ชัดเจน ในไตรมาสนี้ ในเดือนนี้ ในวันนี้ มีอะไรบ้าง แล้วเราจะสื่อสารสิ่งเหล่านี้ให้คนอื่นในทีมเข้าใจได้อย่างไร

“ความท้าทายอีกอย่างคือ การหากลุ่มลูกค้าที่ชัดเจนในช่วงแรก การสื่อสาร และรักษาลูกค้าที่อยากซื้อต่อไป เนื่องจากสินค้าของเรามีอายุการใช้งานนาน” เติมเสริม

แบรนด์ไม้กวาดที่ออกแบบมาให้ใช้นานหลักปี ตอบหลักสรีระศาสตร์ และอยากเห็นคนทำความสะอาดอย่างมีความสุข

บ่อยครั้งที่เราได้ยินว่าแพสชันเป็นสิ่งที่สำคัญมากในการทำธุรกิจ Sweepy ทำอย่างไรให้ความหลงใหลนั้นอยู่ในหัวใจของทุกคนในทีม

“สิ่งแรกที่ต้องมองเห็นคือธรรมชาติของคน ต้องเข้าใจว่าแต่ละคนสไตล์เป็นยังไง ถ้ามีความสำเร็จอะไรเล็กๆ น้อยๆ ก็พยายามให้สิ่งตอบแทนหรือเลี้ยงฉลองกัน ส่วนแพสชัน ผมว่าเป็นสิ่งที่บังคับกันไม่ได้ แต่เราต้องเป็นผู้นำให้เขาเห็นว่ามันดียังไง ให้มันเดินหน้าไปด้วยกัน”

ด้วยเหตุผลเหล่านี้ ทั้งสามคนจึงใช้วิธีทำคอนเทนต์และสื่อต่างๆ เพื่อให้ความรู้แก่ลูกค้า โดยเน้นไปที่การสื่อสารว่าลูกค้าจะได้รับอะไรจากสินค้าของพวกเขา 

“เราอยากให้คนที่ไม่ชอบการทำความสะอาด คนที่รู้สึกว่าการทำความสะอาดยากและน่าเบื่อ หันมาสนใจว่าการทำความสะอาดมันมีผลต่อจิตใจคนจริงๆ พอบ้านคุณสะอาด สมองของคุณก็จะโปร่ง ทำให้ทำงานได้ดีขึ้น และทำให้ชีวิตดีขึ้น”

ในอนาคต ทั้งสามยังคงมุ่งมั่นที่จะปลุกปั้น Sweepy ให้เป็นบริษัทที่ครอบคลุมในเรื่องการทำความสะอาด โดยจะมีสินค้าที่หลากหลายเพื่อตอบโจทย์ทั้งผู้ใหญ่และวัยรุ่น 

และกระซิบบอกตรงนี้เลยว่า รอดูผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่จะออกมาในอนาคต ไม่แน่ เราอาจได้เห็นหุ่นยนต์หรือเครื่องดูดฝุ่นแบบใหม่จากแบรนด์นี้ ซึ่งเติมยอมรับว่าก็มีแอบคิดไว้เหมือนกัน

แบรนด์ไม้กวาดที่ออกแบบมาให้ใช้นานหลักปี ตอบหลักสรีระศาสตร์ และอยากเห็นคนทำความสะอาดอย่างมีความสุข

Lesson Learned

  1. ต้องมีแพสชันเพื่อก้าวข้ามความท้อแท้และความยากของการทำธุรกิจ และอย่าลืมหาวิธีแบ่งปันแพสชันนี้ให้คนในทีมเห็นภาพตรงกัน
  2. หาความรู้จากแหล่งต่างๆ เพราะความรู้เป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้ไม่ว่าใครก็ทำธุรกิจประสบความสำเร็จได้
  3. มีวิสัยทัศน์ที่ชัดเจน กล้าและไม่กลัวการลองลงมือทำ
  4. ฉลองกับความสำเร็จเล็กๆ น้อยๆ เพื่อสร้างบรรยากาศในการทำงานที่ดีและจริงใจ

Facebook : Sweepy by SAJ

Writer

วุฒิเมศร์ ฉัตรอิสราวิชญ์

นักเรียนรู้ผู้ชื่นชอบการได้สนทนากับผู้คนและพบเจอสิ่งใหม่ๆ หลงใหลในการจิบชา และเชื่อว่าทุกสิ่งล้วนมีเรื่องราวให้ค้นหา

Photographer

ณัฐนิช ชนะฤทธิชัย

ช่างภาพที่ชอบการแต่งตัว อยู่กับเสียงเพลงและหลงรักในความทรงจำ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load