23 พฤศจิกายน 2563
25 K

โอ่ โอ ปักษ์ใต้บ้านเรา แม่น้ำ ภูเขา ทะเลกว้างไกล อย่าไปไหน กลับใต้บ้านเรา

หิว (Hungry.hc) แบรนด์อาหารทะเลแปรรูปที่ทำมือทุกขั้นตอนจากจังหวัดชุมพร ถูกปลุกปั้นขึ้นมาด้วยสองพี่น้อง มะเหมี่ยว-นัฐยา อุสายพันธ์ และ หมิว-โสมประภา อุสายพันธ์ การกลับบ้านของเธอทั้งสองคนหวนให้เราคิดถึงเนื้อเพลง ปักษ์ใต้บ้านเรา ที่ขับกล่อมโดยแฮมเมอร์ ใช่-พวกเธอกลับไปหาความอุดมสมบูรณ์ของบ้านเกิด

หิว Hungry.hc : สองพี่น้องกลับบ้านมาทำแบรนด์ปลาทูต้มหวานจากทะเลชุมพรจนไปไกลถึงอเมริกา, มะเหมี่ยว-นัฐยา อุสายพันธ์ และ หมิว-โสมประภา อุสายพันธ์

ท้องทะเลแดนใต้รุ่มรวยด้วยทรัพย์จากผืนน้ำสีฟ้า ปลาทู เป็นปลาท้องถิ่นที่พวกเธอเห็นมาตั้งแต่เกิด เมนูปลาทูต้มหวาน พวกเธอก็ลิ้มรสฝีมือคุณย่ามาตั้งแต่วัยเยาว์ เรามั่นใจว่ารสชาตินั้นยังคละคลุ้งอยู่ในความทรงจำ

4 ปีก่อนแบรนด์ชวนหิวจะก่อตัว มะเหมี่ยวคว้าประสบการณ์ต่างแดนด้วยปริญญาโทด้านการตลาด ส่วนหมิวจบหมาดจากเมืองกรุงด้วยดีกรีนักออกแบบ สองพี่น้องจับมือชวนกันกลับชุมพรด้วยหวังอยากมีแบรนด์ของตัวเอง

การกลับมาพัฒนาอาหารทะเลบ้านเกิดสนุกจนเราอยากชวนคุณล้อมวงตักข้าวสวยและคลุกปลาทูต้มหวานมาสนทนาด้วยกัน ทั้งการต่อยอดกิจการเดิมที่มีอยู่ด้วยวิชาของคนรุ่นใหม่ การเปลี่ยนมุมมองความคิดที่แค่ปรับก็เปลี่ยนไปเสียทุกอย่าง ซึ่งพวกเธอเริ่มต้นจากการกลับบ้าน กลับมามองสิ่งใกล้ตัวจนเห็นคุณค่าที่ซ่อนอยู่ภายใน

หิว Hungry.hc : สองพี่น้องกลับบ้านมาทำแบรนด์ปลาทูต้มหวานจากทะเลชุมพรจนไปไกลถึงอเมริกา, มะเหมี่ยว-นัฐยา อุสายพันธ์ และ หมิว-โสมประภา อุสายพันธ์

ปลาทูต้มหวาน อาหารท้องถิ่นประจำบ้านที่เธอเคยมองผ่านด้วยความเคยชิน ถูกรื้อมาแปลงโฉมด้วยทักษะและความถนัดของสองศรีพี่น้อง โดยมีคุณป้ารับหน้าที่ปรุงรสเองทุกหม้อ จากการครูพักลักจำเสน่ห์ปลายจวักของคุณย่า ถ้าลองนับเล่นดู ก็เป็นผู้หญิง 3 วัยที่ส่งต่อและสืบสอดสูตรเด็ดจากรุ่นย่าถึงรุ่นหลาน ช่างน่ารักเหลือเกิน

หิว ก้าวเดินอย่างช้าทว่ามั่นคง สองพี่น้องลูกทะเลพาอาหารพื้นบ้านไปทำความรู้จักกับคนต่างถิ่นที่ไกลกว่าชุมพรและไกลกว่าประเทศไทย ด้วยการชูวัตถุดิบจากท้องทะเลไทยอย่างภาคภูมิใจ ปลาไทยไม่แพ้ปลาใดในโลก!

หิว

สองพี่น้องที่ทำผลิตภัณฑ์ชวนหิว เติบโตมาท่ามกลางวิถีชีวิตชาวเลและกิจการแพปลาของคุณย่า พวกเธอหยิบปลาทูต้มหวานออกจากปี๊บความทรงจำวัยเยาว์ โดยมีคุณป้าวัย 68 เป็นแม่ครัวใหญ่คอยคุมรสชาติ

“เรากำลังเรียนจบ แต่ไม่อยากทำงานออฟฟิศ ไม่อยากทำงานในกรุงเทพฯ อยากมีแบรนด์เป็นของตัวเอง บวกกับเราสนใจด้านอาหารและอยากชูความเป็นไทย เลยออกแบบ CI ของหิวไว้ก่อน” หมิวตั้ง หิว เป็นแบรนด์และสเก็ตช์ตราสินค้า ก่อนเจ้าตัวจะจับของดีจากทะเลชุมพรและสูตรลับความหรอยของครอบครัวมาสร้างแบรนด์เสียอีก

หิว Hungry.hc : สองพี่น้องกลับบ้านมาทำแบรนด์ปลาทูต้มหวานจากทะเลชุมพรจนไปไกลถึงอเมริกา, มะเหมี่ยว-นัฐยา อุสายพันธ์ และ หมิว-โสมประภา อุสายพันธ์

“เราคิดเหมือนกันว่าอยากสร้างแบรนด์ เพราะเรียนมาร์เก็ตติ้งมา ตอนแรกไม่ได้นึกถึงสิ่งที่บ้านเรามีเลย แต่พอกลับมาดูว่าบ้านเรามีอะไรที่ต่อยอดได้โดยไม่ต้องเริ่มจากศูนย์ บ้านเรามีวัตถุดิบนะ ป้าเราทำอาหารแปรรูปนะ 

“แต่ป้าทำขายโดยไม่มีการทำแบรนดิ้ง ไม่มีดีไซน์ อีกอย่างปลาทูต้มหวานเป็นเมนูท้องถิ่นที่คนไม่ให้ความสนใจ จนวันหนึ่งเราเปลี่ยนการรับรู้ เปลี่ยนความคิด จับเขามาทำแบรนดิ้ง มันขายได้” มะเหมี่ยวเสริม

ปลาทูต้มหวาน เป็นของดีประจำตระกูลที่สองสาวมองเห็นและอยากหยิบมาแปลงโฉม

แต่การยกแผนการตลาดไปกางกลางวงสนทนา จับเข่าคุยเรื่องงานดีไซน์กับคนวัยค่อน 70 ไม่ง่าย

“คุณขายไอเดียให้คุณป้าซื้อได้ยังไง” เราสงสัย

“ป้านั่งส่ายหัว บอกว่าแบบนี้ไม่ได้ ไม่เอา” สาวมาร์เก็ตติ้งเกริ่น

หิว Hungry.hc : สองพี่น้องกลับบ้านมาทำแบรนด์ปลาทูต้มหวานจากทะเลชุมพรจนไปไกลถึงอเมริกา, มะเหมี่ยว-นัฐยา อุสายพันธ์ และ หมิว-โสมประภา อุสายพันธ์

“เราเข้าใจว่าเป็นแบรนด์ที่ป้าสร้างมา เราทำอะไรไม่ได้ และเราโดนตั้งคำถามบ่อยมาก โห พ่อแม่ส่งไปเรียนเมืองนอกกลับบ้านมาเป็นแม่ค้าขายปลาหรอ แต่เราก็ยังอยากทำแบรนด์ของเรา อยากพิสูจน์ความคิดของเรากับน้องสาวที่คิดมาว่ามันจะเวิร์กมั้ย ตอนหลังเรามานั่งตกผลึกว่า สิ่งที่เราเล่าในหัว เขาไม่ได้เห็นภาพเดียวกับเรา การที่จะให้เขาเห็นแล้วยอมรับ คือเราต้องสื่อออกมาให้เป็นรูปเป็นร่างมากขึ้น เราขอนะ ขอยกแบรนด์ออกมาทำเอง”

“คุณป้ายอมมั้ย” 

“เขายอม” มะเหมี่ยวไขขอสงสัย

หิว ลงมือทำด้วยพื้นฐานที่ง่ายที่สุด ซึ่งคุณป้ามีสินค้าบรรจุถุงอยู่แล้ว หมิวรับหน้าที่ออกแบบตราสินค้า บรรจุภัณฑ์ ส่วนมะเหมี่ยวรับหน้าที่ดูแลการตลาด ด้วยการขายผ่านช่องทางออนไลน์ ก่อนมุ่งหน้าเข้าสู่ Lemon Farm

ปลาทูต้มหวานในความทรงจำ

เส้นทางของปลาทูต้มหวานจากท้องทะเลชุมพรมีที่มาที่ไปจากคุณย่าของสองคนพี่น้องเมื่อ 50 ปีก่อน 

ครอบครัวของเธอทำกิจการแพปลา ด้วยความอุดมสมบูรณ์ทำให้จับปลาได้เยอะ ขายเท่าไหร่ก็ไม่หมด คนโบราณเลยหยิบมาแปรรูปเป็นเมนูอร่อย หมิวกระซิบว่า สมัยนั้นคุณย่าต้องทำปลาทูต้มหวานใส่ปี๊บไปขายบนรถไฟ

สูตรเด็ดความอร่อยเมื่อครึ่งศตวรรษก่อนมาจากส่วนผสมอย่างง่าย คือ น้ำตาลและน้ำปลา 

หิว Hungry.hc : สองพี่น้องกลับบ้านมาทำแบรนด์ปลาทูต้มหวานจากทะเลชุมพรจนไปไกลถึงอเมริกา, มะเหมี่ยว-นัฐยา อุสายพันธ์ และ หมิว-โสมประภา อุสายพันธ์

ปลาทูต้มหวานฉบับหิว ถูกปรับสูตรโดยคุณป้า มีการเติมรสชาติของน้ำตาลมะพร้าว กระเทียม หอมแดง มะขาม น้ำปลา และพริกไทย ซึ่งหัวใจที่ทำให้เมนูปลาทูต้มหวานหรอยเหมือนขึ้นสวรรค์คงหนีไม่พ้นปลาทูสด

กระบวนการทำปลาทูต้มหวานของแม่ครัวใหญ่ครูพักลักจำมาจากความทรงจำวัยเด็ก ตอนที่คุณย่าเคยทำเมนูประจำบ้านให้กิน แตกต่างตรงปลาทูต้มหวานเวอร์ชันอัปเดตใหม่หลังต้มหนังปลาสวย กินได้ทั้งตัว แม้แต่ก้าง!

“ป้าเราเหมือนอาร์ตขึ้นมาอีกระดับ เขาจะใส่ใจ พิถีพิถัน ตอนรุ่นย่าเหมือนทำเพื่ออยู่รอด” น้องสาวเล่า

“อย่างการต้มปลาทูต้มหวาน ต้องใช้เวลาสี่วันในการต้มปลา เคี่ยวปลา จนถึงบรรจุปลา ถ้าสังเกตจะรู้ว่าเราต้มนานขนาดนั้นแต่หนังปลาไม่หลุดเลย ซึ่งต่างจากปลาทั่วไป ถ้าต้มนานเนื้อจะยุ่ย หนังปลาจะหลุดหมด

“ในวันที่คนรอบข้างไม่มีใครสนใจสิ่งนี้ แต่ป้าเราคิดวิธีการของเขาอยู่สามปี มันคือแพสชันหนึ่งของเขา”

“ป้าเขารัก” พี่สาวพูดด้วยนัยตาเปี่ยมความสุข

หิว Hungry.hc : สองพี่น้องกลับบ้านมาทำแบรนด์ปลาทูต้มหวานจากทะเลชุมพรจนไปไกลถึงอเมริกา, มะเหมี่ยว-นัฐยา อุสายพันธ์ และ หมิว-โสมประภา อุสายพันธ์
หิว Hungry.hc : สองพี่น้องกลับบ้านมาทำแบรนด์ปลาทูต้มหวานจากทะเลชุมพรจนไปไกลถึงอเมริกา, มะเหมี่ยว-นัฐยา อุสายพันธ์ และ หมิว-โสมประภา อุสายพันธ์

ภูมิปัญญาอาหารท้องถิ่นส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น จากวิธีการทำที่อาศัยการชั่ง-ตวง-วัด ด้วยการกะจากสายตาและน้ำหนักมือถูกเปลี่ยนเป็นการบันทึกสูตรลับครอบครัวที่มีมาตราวัดถูกต้องตามสัดส่วน จากหาบปี๊บขายและตักขายใส่ถุงแกง ถูกปรับเป็นบรรจุภัณฑ์พกพาสะดวก ปราศจากกลิ่นกวนจมูกและไม่หกเลอะเทอะระหว่างทางหิ้วกลับบ้าน

เป็นเพราะคุณป้าผู้มาก่อนกาลของสองสาวเห็นปัญหาของบรรจุภัณฑ์ อายุการเก็บปลาทูต้มหวาน และพฤติกรรมการบริโภคที่เปลี่ยนไป จึงตั้งคำถามว่า จะทำยังไงให้เมนูอร่อยเก็บได้นานโดยไม่ต้องเข้าตู้เย็น

“คนชอบมีคำถามกับแพ็กเกจจิ้งที่เป็นซองสีใสว่าจะเก็บได้นานจริงหรอ เพราะเขามีภาพจำของปลากระป๋องอยู่ อย่างปลาในปลากระป๋อง เขาไม่ได้ใส่สารกัดบูดนะ แต่ผ่านระบบฆ่าเชื้อ ซึ่งปลาทูต้มหวานของเราก็ผ่านวิธีการเดียวกัน แค่แพ็กเกจจิ้งเป็นอีกแบบหนึ่ง แล้วปลาทูต้มหวานของหิวก็ไม่ต้องเก็บในตู้เย็นด้วยเหมือนกัน”

หิว Hungry.hc : สองพี่น้องกลับบ้านมาทำแบรนด์ปลาทูต้มหวานจากทะเลชุมพรจนไปไกลถึงอเมริกา, มะเหมี่ยว-นัฐยา อุสายพันธ์ และ หมิว-โสมประภา อุสายพันธ์

เมื่อ 4 ปีก่อนยังไม่มีอาหารทะเลปรุงสุกพร้อมทานโดยไม่ต้องแช่เย็นวางจำหน่าย บวกกับไอเดียเดิมของคุณป้าที่อยากเก็บความอร่อยไว้ให้ได้นานที่สุดเมื่อสมัยนู้น ทำให้สาวการตลาดมองเห็นลู่ทางที่จะพิชิตใจผู้บริโภค 

ปลาทูต้มหวานผ่านการพาสเจอร์ไรซ์อย่างดี ก่อนบรรจุลงแพ็กเกจจิ้งสีใสที่ทำให้มองเห็นปลาทูตัวโตชวนหิวนอนชุ่มซอสตั้งแต่หน้าซอง แถมสะดวกต่อการกระจายความอร่อยผ่านระบบขนส่งให้ถึงมือผู้รับทั่วประเทศ

ความกลมกล่อมของนักออกแบบกับนักการตลาด

หนึ่งข้อจำกัดของเมนูพื้นบ้านแดนใต้อย่างปลาทูต้มหวาน คือ คนรุ่นใหม่วัยใสไม่รู้จักเมนูนี้ 

“เราเจาะกลุ่มลูกค้าคนรุ่นใหม่ อายุยี่สิบสองถึงสี่สิบห้าปี เรารู้อยู่ก่อนแล้วว่าเขาไม่รู้จักปลาทูต้มหวาน คนที่คุ้นชินจะเป็นคนรุ่นป้าเราที่นิยมกินสิ่งนี้ เราเลยอยากเปลี่ยนกลุ่มลูกค้า เพราะถ้ายังยึดกับกลุ่มตลาดเดิมแล้วไม่เข้าไปเปลี่ยนอะไรเลย เราคิดว่าต่อไปคงไม่มีคนรู้จักเมนูปลาทูต้มหวานแล้วนะ” สาวมาร์เก็ตติ้งเล่าเหตุผลการเลือกกลุ่มลูกค้า

อาหารรุ่นคุณย่าทำความรู้จักกับรุ่นเยาว์ด้วยการเล่าแบรนด์ผ่านงานดีไซน์ทันสมัย สื่อสารผ่านออนไลน์ และอาศัย Storytelling ในการเล่าเรื่องราวของแบรนด์และผลิตภัณฑ์ โมเดิร์นขึ้น ขณะเดียวกันก็ไม่ทิ้งความโลคอล

หิว Hungry.hc : สองพี่น้องกลับบ้านมาทำแบรนด์ปลาทูต้มหวานจากทะเลชุมพรจนไปไกลถึงอเมริกา, มะเหมี่ยว-นัฐยา อุสายพันธ์ และ หมิว-โสมประภา อุสายพันธ์

“เราเขียนคอนเทนต์ในสิ่งที่อยากเล่า บางทีเป็นโมเมนต์ที่เราคุยกับน้องสาวแล้วรู้สึกว่ามีคุณค่าจนอยากเล่าให้คนที่ติดตามฟัง” มะเหมี่ยวเล่า ก่อนหมิวจะเสริม “บางทีพี่เขาอยากถ่ายทอดความประทับใจที่บ้าน พระอาทิตย์ที่บ้าน มันคือการ Appreciate ซึ่งเราทั้งคู่รู้สึกชอบที่บ้านมากทั้งที่มันธรรมดา แต่ดันมีคนทั่วไปรู้สึกกับมันด้วย”

เราถามนักการตลาดว่า ทำไมคนถึงเชื่อว่าอาหารพื้นบ้านไทยแท้จะขายได้

“เราว่าอยู่ที่เมสเสจที่ส่ง ภาพที่สื่อให้เห็น บางทีเราเดินตลาดแล้วเห็นปลาทูต้มหวานอยู่ในหม้อ คนขายเขาไม่ได้พยายามส่งเมสเสจอะไรที่มากกว่าปลาในหม้อ แต่ถ้าเราสร้างเมสเสจที่ส่งให้ลูกค้า เช่น นี่ปลาทูต้มหวานของฉันนะ ผ่านกระบวนการนี้ ด้วยวิธีนี้ ดีไซน์แบบนี้ ผ่านการ Storytelling แบบนี้ เราว่าผู้บริโภคเขา Decode ได้”

มีกฎการตลาดที่ควรทำแต่นักการตลาดคนนี้แหกกฎมั้ย

“ตามหลักการตลาด เราต้องรู้ก่อนว่าตลาดชอบแบบไหน แต่พอทำแบรนด์หิว เราต้องตอบตัวเองให้ได้ก่อนว่าเราอยากทำอะไร ถ้าเราทำตามตลาดเยอะ เราจะสูญเสียความเป็นตัวเองและกลายเป็นเหมือนแบรนด์อื่น 

“แต่ถ้าเราเริ่มจากความชอบของเราก่อนโดยไม่แย้งกับตลาดมากนัก เรารู้สึกว่าเนี่ยแหละมันคือการสร้างเอกลักษณ์ของแบรนด์และสร้างจุดต่างให้กับแบรนด์ด้วย” สาวการตลาดเล่าวิธีการออกนอกกรอบ

หิว Hungry.hc : สองพี่น้องกลับบ้านมาทำแบรนด์ปลาทูต้มหวานจากทะเลชุมพรจนไปไกลถึงอเมริกา, มะเหมี่ยว-นัฐยา อุสายพันธ์ และ หมิว-โสมประภา อุสายพันธ์

นักออกแบบสาวช่วยแปลงไอเดียจากพี่สาวเป็นสีและลายเส้น ที่เล่าเรื่องวิถีชีวิตชาวเลและคนชุมพรผ่านแพ็กเกจจิ้งแต่ละแบบ ที่เห็นแล้วน่ารักดีคงเป็นภาพวาดสาวนุ้ยที่มีทรวดทรงองค์เอวสวมผ้าถุงลายดอกสีสดใส 

หิว Hungry.hc : สองพี่น้องกลับบ้านมาทำแบรนด์ปลาทูต้มหวานจากทะเลชุมพรจนไปไกลถึงอเมริกา, มะเหมี่ยว-นัฐยา อุสายพันธ์ และ หมิว-โสมประภา อุสายพันธ์

ทุกเทศกาลสงกรานต์และวาระขึ้นปีใหม่ งานออกแบบจะหมุนเวียนไม่ซ้ำกันโดยฝีมือของหมิว ซึ่งเธอแย้มวิธีการทำงานว่า ทุกงานดีไซน์จะตั้งจากความชอบก่อนเสมอ เสริมด้วยเรื่องราวท้องถิ่นและภาพวาดจากดินสอ

“เราอาจมองภาพรวมไม่ชัดเท่าพี่ที่มองในมุมมาร์เก็ตติ้ง เราเชื่อว่างานออกแบบช่วยส่งเสริมผลิตภัณฑ์ได้ เราประหลาดใจที่มันถูกยอมรับและคนเลือกซื้อมันเพราะงานดีไซน์” หมิวเล่าพลังของงานออกแบบ

เสริมหมวดแพ็กเกจจิ้งอีกนิด ยามต้องส่งของถึงลูกค้า ภายในกล่องจะอัดแน่นด้วยหนังสือพิมพ์เส้นฝอย บ้างก็บับเบิ้ลใส ฯลฯ ทั้งหมดล้วนช่วยลดแรงกระแทก โดยหิวเลือกใช้ใบจากที่เป็นวัสดุธรรมชาติ ซึ่งมีต้นความคิดจากคุณย่าที่แนะให้สองสาวไปหยิบใบจากที่ถูกลอกก่อนกลายเป็นใบยาสูบมาบรรจุลงกล่อง มะเหมี่ยวบอกว่าลูกค้าชอบมาก! แถมเป็นวัสดุราคาศูนย์บาท เพราะชาวบ้านทิ้งส่วนนั้นอยู่แล้ว แต่เธอฟื้นชีพให้มีประโยชน์อีกคร้ัง

หิว Hungry.hc : สองพี่น้องกลับบ้านมาทำแบรนด์ปลาทูต้มหวานจากทะเลชุมพรจนไปไกลถึงอเมริกา, มะเหมี่ยว-นัฐยา อุสายพันธ์ และ หมิว-โสมประภา อุสายพันธ์
หิว Hungry.hc : สองพี่น้องกลับบ้านมาทำแบรนด์ปลาทูต้มหวานจากทะเลชุมพรจนไปไกลถึงอเมริกา, มะเหมี่ยว-นัฐยา อุสายพันธ์ และ หมิว-โสมประภา อุสายพันธ์

ความถนัดของสองศรีพี่น้องดูเป็นส่วนผสมที่กลมกล่อมเหมือนรสของปลาทะเลเคี่ยวซอสรสดี

“เรากับน้องมีประสบการณ์การทำงานข้างนอกไม่เยอะ” พี่สาวออกตัว

“เราไม่มีเลย” น้องสาวเสริมทัพพร้อมรอยยิ้ม

“เรียนจบก็มาทำตรงนี้เลย แพสชันรุนแรงมาก มันดีอย่าง แต่ก็ขาดอย่าง คือประสบการณ์ในการเรียนรู้จากที่ทำงานอื่น เรามีแค่ทฤษฎี ตอนทำจริงจังต้องปรับหน้างานหมดเลย กลายเป็นว่าทุกวันเราต้องลองผิดลองถูก ซึ่งมีทั้งข้อดีข้อเสียนะ ระหว่างทางเราอาจจะเดินทางช้าหน่อย แต่ก็ดีในแบบของมัน” มะเหมี่ยวเล่าด้วยแววตามุ่งมั่น

อาหารตาม (ใจ) สั่ง

หิวไม่ได้มีเพียงปลาทูต้มหวานที่ชวนเรียกน้ำย่อยในท้องให้ส่งเสียงดังโครกคราก แต่ยังมีอีก 2 เมนูจากทะเลแดนใต้ที่พวกเธอภูมิใจนำเสนอ กระซิบว่าเป็นเมนูที่ปิ๊งไอเดียจากช่วงวิกฤตโรคระบาดสายพันธุ์ใหม่พอดิบพอดี

ท้าดา! ขอเสนอ กุ้งโอคักดองและปลาอินทรีย์ดองสาเกซอสญี่ปุ่น แค่ชื่อก็อยากหม่ำ ณ บัดนาว

หิว Hungry.hc : สองพี่น้องกลับบ้านมาทำแบรนด์ปลาทูต้มหวานจากทะเลชุมพรจนไปไกลถึงอเมริกา, มะเหมี่ยว-นัฐยา อุสายพันธ์ และ หมิว-โสมประภา อุสายพันธ์

“บ้านเราชอบทำอาหารอยู่แล้ว โดยเฉพาะพี่ชาย เขาตกปลาเสร็จก็จะเอากลับมาลองทำอาหาร อย่างปลาอินทรีย์ดองสาเก ก็เป็นหนึ่งเมนูที่ทุกคนเห็นว่าอร่อย น่าจะขายได้ แล้วเราชอบที่เป็นปลาท้องถิ่น” หมิวเล่า

“จุดที่น่าสนใจสำหรับเรามันคือปลาอินทรีย์ เป็นปลาท้องถิ่นที่คนยังไม่ได้จับมาทำเมนูพวกนี้ มันเป็นการส่งเมสเสจถึงผู้บริโภคว่า นี่ปลาไทยนะ ไม่ได้ด้อยค่าไปกว่าปลาจากต่างชาติเลยสักนิด” มะเหมี่ยวขยี้ใจความสำคัญ

แม้คาเฟ่ชิกเก๋ในบ้านเกิดจะเสิร์ฟเมนูปลาส้มจากแดนอาทิตย์อุทัย แต่สองสาวยังยืนหยัดชูวัตถุดิบพื้นบ้านจากขุมทรัพย์แห่งท้องทะเลให้นักชิมทั่วประเทศได้ลิ้มคุณค่าที่แท้จริงของวัตถุดิบไทยที่แอบซ่อนผ่านรสชาติ

หิว Hungry.hc : สองพี่น้องกลับบ้านมาทำแบรนด์ปลาทูต้มหวานจากทะเลชุมพรจนไปไกลถึงอเมริกา, มะเหมี่ยว-นัฐยา อุสายพันธ์ และ หมิว-โสมประภา อุสายพันธ์
หิว Hungry.hc : สองพี่น้องกลับบ้านมาทำแบรนด์ปลาทูต้มหวานจากทะเลชุมพรจนไปไกลถึงอเมริกา, มะเหมี่ยว-นัฐยา อุสายพันธ์ และ หมิว-โสมประภา อุสายพันธ์

เราลองชิมไปหลายคำ หรอยจนแสงพุ่งออกปาก เนื้อปลาอินทรีย์แน่นหนึบหนับ หอมกลิ่นสาเก ส่วนกุ้งโอคักตัวเบิ้มกินคู่กับสาหร่ายแผ่นเหยาะน้ำจิ้มซีฟู้ด โอ้ย ใจละลาย! สองสาวว่าทานกับข้าวสวยก็เด็ดไม่แพ้กัน

ความสร้างสรรค์ยังไม่จบ เมื่อเธอและเธอคันไม้คันมืออยากจับทั้งสามเมนูมาแปลงโฉมเป็นอาหารจานเก๋ เพื่อแสดงศักยภาพของอาหารทะเลแปรรูปโฮมเมด และช่วยเปลี่ยนบรรยากาศการกินให้สนุกและเพลินกว่าเดิม

“พอเราขายผ่านออนไลน์ ถ้าขายแค่โปรดักต์อย่างเดียวมันไม่น่าสนใจ เราเลยอยากเปิดมุมมองให้ลูกค้าเห็นว่าปลาทูต้มหวานทำเมนูอะไรได้บ้าง ไม่ใช่ซื้อไปแล้วมันจบแค่ฉีกซองหรือเอาไปกินกับข้าว” มะเหมี่ยวอธิบาย

หิว Hungry.hc : สองพี่น้องกลับบ้านมาทำแบรนด์ปลาทูต้มหวานจากทะเลชุมพรจนไปไกลถึงอเมริกา, มะเหมี่ยว-นัฐยา อุสายพันธ์ และ หมิว-โสมประภา อุสายพันธ์

แซนด์วิชปลาทูต้มหวาน สลัดโรลปลาทูต้มหวาน มาม่าเกาหลีซอสเผ็ดท็อปด้วยปลาทูต้มหวานสับ กุ้งโอคักดองห่อสาหร่าย ปลาอินทรีย์ดองสาเกราดน้ำยำวาซาบิ และอีกสารพัดเมนูที่พี่สาวน้องสาวและนักทานจากทางบ้านส่งเข้าประกวด ยิ่งทำให้เราเข้าใจความตั้งใจของหิวที่อยากให้ผู้บริโภคเปิดใจและเปลี่ยนมุมมองที่มีต่ออาหาร

กลับบ้านพาปลาทูต้มหวานโกอินเตอร์

หิว ดำเนินกิจการล่วงเข้าปีที่ 4 เจ้าของแบรนด์ยอมรับว่าหิวเติบโตอย่างค่อยเป็นค่อยไป เพราะทุกย่างก้าวของการเดิน สองคนพี่น้องทำเองทั้งหมด ปัจจุบันมีการแตกไลน์ผลิตภัณฑ์เพิ่มขึ้น ปลาทูต้มหวานถูกจำหน่ายผ่านร้านค้าสุขภาพ แอปพลิเคชันเดลิเวอรี่อาหาร ช่องทางออนไลน์ของแบรนด์ และส่งความอร่อยถึงต่างประเทศ

“อนาคตเราอยากส่งออกให้เยอะ เพราะมันเข้าถึงผู้บริโภคมากที่สุด ที่จริงหิวมีลูกค้ารับไปขายถึงอเมริกา ออสเตรเลียก็มี เรารู้สึกว่าสิ่งที่เกิดขึ้นวันนี้เป็นสิ่งที่เราอยากให้เกิดขึ้นตั้งแต่วันแรกที่เริ่มทำแบรนด์ มัน On Track นะ สิ่งที่เราทำมาตลอด และเราก็อยากรักษาความเป็นเราให้มากที่สุดด้วย เพราะเคยมีคนบอกให้เราตามเทรนด์

“เรากลับมาถามตัวเองเหมือนกัน คำตอบมันบอกว่าอย่าพยายามฝืนอะไรที่ตัวเองไม่ถนัด อย่าพยายามเหมือนคนอื่น การที่คนอื่นทำแล้วได้ดีเพราะเขาถนัดแบบนั้น เขาก็เป็นตัวเองอยู่เหมือนกัน ฉะนั้นเราก็จงเป็นเรา”

ในฐานะมะเหมี่ยวและหมิวเป็นคนที่เลือกกลับมาใช้ชีวิตในบ้านเกิด เราเลยชวนพวกเธอคุยอีกหน่อย

หิว Hungry.hc : สองพี่น้องกลับบ้านมาทำแบรนด์ปลาทูต้มหวานจากทะเลชุมพรจนไปไกลถึงอเมริกา, มะเหมี่ยว-นัฐยา อุสายพันธ์ และ หมิว-โสมประภา อุสายพันธ์

มีข้อดีของการเป็นคนกลับบ้านมั้ย คนอยากกลับบ้านโยนคำถาม

“เรามีเวลาเยอะขึ้นกับการได้ทดลองทำสิ่งใหม่ ช่วงนี้เรากำลังลองทำขนมปัง” หมิวชิงตอบก่อน

“เมื่อก่อนเราไม่เคยมองว่าบ้านเราสวยเหมือนที่มันเป็น ไม่เคยซาบซึ้งกับการนั่งดูพระอาทิตย์ตกหลังบ้าน เราพยายามดันตัวเองออกไปหาที่ที่ศิวิไลซ์กว่านี้ แต่การกลับบ้านทำให้เรา Appreciate และเห็นคุณค่าของสิ่งใกล้ตัว”

นอกจาก ‘ความอยาก’ สร้างแบรนด์ จุดประสงค์ในใจของการกลับมาเห็นของดีประจำบ้านคืออะไร

“เรามีแค่ปลาทูต้มหวานธรรมดา แต่เราเล่าเรื่องเพื่อยกระดับสิ่งนี้ได้ เล่าเรื่องให้คนรู้สึกภูมิใจกับวัตถุดิบท้องถิ่น แม้กระทั่งการใช้งานดีไซน์มาจับกับความเป็นไทยหรือของพื้นบ้านด้วยก็ตาม” สาวนักออกแบบเล่า

“สิ่งหนึ่งที่เราเห็นตรงกันกับน้องคือ บ้านเราเป็นชนบท และความเป็นชนบทกับเมนูพื้นบ้าน คนไม่ค่อยให้มูลค่า มันน่าสนใจมาตั้งแต่ไหนแต่ไร ยิ่งเรามาเจอปลาอินทรีย์ดอง มันทำให้เราเห็นตรงนี้ชัดว่าเราอยากพัฒนาสินค้าจากวัตถุดิบท้องถิ่นบ้านเราให้มากขึ้น เพื่อให้คนเห็นคุณค่าและเพิ่มมูลค่าให้กับท้องถิ่น” พี่สาวจบบทสนทนา

หิว Hungry.hc : สองพี่น้องกลับบ้านมาทำแบรนด์ปลาทูต้มหวานจากทะเลชุมพรจนไปไกลถึงอเมริกา, มะเหมี่ยว-นัฐยา อุสายพันธ์ และ หมิว-โสมประภา อุสายพันธ์

Lesson Learned

หนึ่ง 

“ทุกคนมีของดีอยู่รอบตัว อยู่ที่ว่าจะมองเห็นมันมั้ย Appreciate กับมันมั้ย การพลิกมุมมองหรือหันกลับมามองสิ่งใกล้ตัวจะทำให้เห็นว่าทุกอย่างไม่ใช่แค่คำว่า ‘แค่’ เหมือนปลาอินทรีย์ ส่วนใหญ่ขายเป็นปลาอินทรีย์แดดเดียว ปลาอินทรีย์หั่นแว่น พอเราเปิดจินตนาการ ปลาอินทรีย์เป็นอย่างอื่นได้อีกเยอะ ฉะนั้นการรับรู้สำคัญมาก”

สอง

“การตลาดบอกว่าเราต้องฟังผู้บริโภคว่าเขาต้องการอะไร เราว่ามันก็ไม่มีถูก ไม่มีผิดหรอก ที่สำคัญเลยเราต้องตอบตัวเองให้ได้ก่อนว่าฉันอยากขายอะไร ถ้าเรามีความรู้สึกนั้น เราจะมีอินเนอร์และมีแรงในการเล่าเรื่อง”

Writer

สุทธิดา อุ่นจิต

กรุงเทพฯ - เชียงใหม่ สู่ ลาดพร้าว - สุขุมวิท , พูดภาษาพม่าได้นิดหน่อย เป็นนักสะสมกระเป๋าผ้า ชอบหวานน้อยแต่มักได้หวานมาก

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

The Entrepreneur

แรงบันดาลใจจากแผนธุรกิจสร้างสรรค์ไม่จำกัดวงการของผู้ประกอบการผู้ตั้งใจ

‘Ericeira เมืองเซิร์ฟของประเทศโปรตุเกส-เขาหลัก ใน 20 ปี?’

นี่คือชื่อบทความออนไลน์ที่เราอ่านระหว่างทำความรู้จัก ‘Better Surf Thailand’ โรงเรียนสอนเล่นเซิร์ฟที่เกิดจากการรวมตัวของเซิร์ฟเฟอร์ในเขาหลัก ก่อนเดินทางไปสัมภาษณ์พวกเขา

บทความฉายภาพให้เห็นถึงเมืองประมงเล็ก ๆ เงียบ ๆ แห่งหนึ่งในโปรตุเกส ที่เติบโตจนพลิกฟื้นให้เมืองกลับมาคึกคักด้วยการโต้คลื่น และกลายเป็นจุดหมายปลายทางของผู้คนมากมายจากทั่วโลก

พวกเขามองว่าเขาหลักเองก็ไม่ต่างกัน และตั้งเป้าหมายว่าจะต้องทำแบบนั้นให้ได้

Better Surf วางพิมพ์เขียวของความฝันของตัวเองไว้อย่างไร ไปดูกัน 

Better Surf Thailand โรงเรียนสอนโต้คลื่นที่พลิกหน้ามรสุมเป็น High Season ณ เขาหลัก พังงา

First Sight

ที่นี่เริ่มมาจากคำชวนง่าย ๆ ของ ต๊ะ-ทวีโรจน์ เอี๋ยวพานิช เจ้าของเพจ Surfer’s Holiday ที่ชวน แมน-ชาติชาย สมพร นักกีฬาโต้คลื่นทีมชาติที่ประจำอยู่ภูเก็ต ให้ลองเปลี่ยนบรรยากาศมาโต้คลื่นที่เขาหลักบ้านเขา 

แมนไม่รอช้า คว้าบอร์ดขึ้นมอเตอร์ไซค์มาสองคนกับเพื่อน เขาบอกว่ามาถึงตกดึกยังไม่ทันเห็นอะไร รุ่งเช้าวันถัดไปเขาถึงได้รู้จักคลื่นที่เขาหลักเป็นครั้งแรก โดยไม่ทันเอะใจว่าที่นี่จะกลายมาเป็นบ้านหลังที่ 2 ในที่สุด

การโต้คลื่นครั้งนั้นก็ยังไม่ใช่จุดเริ่มต้นของ Better Surf เสียทีเดียว ทั้งคู่เคยทำโปรเจกต์ Monkey Dive Hostel ด้วยกันมาก่อน โดยนำสปาเก่ามาปรับปรุงเป็นที่พักนักเดินทาง ค่อย ๆ เริ่มไปทีละขั้นทีละตอน ตั้งแต่ก่อสร้างไปจนถึงต้อนรับลูกค้าด้วยตัวเอง ทำให้ได้เจอกับ Co-founder คนที่ 3 เรมี-อาทิต์ยา จันทร์ประเสริฐ 

Better Surf Thailand โรงเรียนสอนโต้คลื่นที่พลิกหน้ามรสุมเป็น High Season ณ เขาหลัก พังงา

Better Surf, Better City

2 ปีแรกที่ Monkey Dive Hotel พวกเขาใช้เวลาช่วงหน้ามรสุมปิดโฮสเทลไปทำอย่างอื่น เพราะเป็นช่วงที่เกาะต่าง ๆ ซึ่งเป็นแม่เหล็กสำคัญในการดึงดูดนักท่องเที่ยวของจังหวัดพังงาปิดชั่วคราว ธุรกิจอื่นก็ซบเซาเสียจนเมืองเงียบเหงา 

พวกเขาเริ่มเห็นลู่ทางใหม่ แม้คลื่นลมในหน้ามรสุมทำให้การท่องเที่ยวบนเกาะเป็น Low Season แต่ก็เป็นคลื่นลมนี้เช่นกันที่ทำให้การโต้คลื่นสนุกขึ้น ช่วงพฤษภาคมจนถึงตุลาคมที่เคยเงียบเหงา จึงกลายมาเป็น High Season สำหรับการเล่นเซิร์ฟ ความคิดที่จะเปิดโรงเรียนสอนโต้คลื่นเพื่อทำให้มาเที่ยวพังงาได้ทั้งปีจึงเกิดขึ้น

ย้อนไปวันแรก แมนบอกว่ากังวลอยู่ไม่น้อย เพราะไม่ได้มีพื้นฐานทำธุรกิจมาก่อน แต่โชคดีที่ Co-founder ทั้งสามคนมีความรู้ในด้านที่ต่างกันลงตัวพอดิบพอดี เขาใช้ประสบการณ์ที่มีสอนทฤษฎีและการโต้คลื่น ขณะที่ต๊ะกับเรมีช่วยดูเรื่องแผนการตลาด และยังได้แรงสนับสนุนจาก คุณฉิ่ง-มนตรี ณ ตะกั่วทุ่ง เจ้าของสถานที่ผู้ที่มีส่วนสำคัญในการผลักดันกีฬาโต้คลื่นในพังงาให้เติบโตอย่างทุกวันนี้

กิจการเริ่มขึ้นในปี 2018 กับการสอนนักเรียน 150 คนแรก พวกเขาทำเองเกือบทุกขั้นตอน ทั้งตอบอินบ็อกซ์ รับจองคลาสเรียน รวมถึงลงน้ำสอนโต้คลื่นด้วยตัวเอง จนมั่นใจว่าโรงเรียนจะไปต่อได้เลยเริ่มตั้งชื่อ 

พวกเขาอยากให้เป็นชื่อที่ดี เลยคิดจะใช้ Surf Thailand ทว่าคิดอีกที Better Surf Thailand น่าจะดีกว่า

เพราะสิ่งที่คิดจะทำ ไม่ใช่แค่โรงเรียนสอนโต้คลื่นในไทย แต่ต้องเป็นโรงเรียนสอนโต้คลื่นที่ให้ประการณ์ที่ดียิ่งกว่า เพื่อทำให้เขาหลักเป็นมากกว่า Surf Town และผลักดันธุรกิจท่องเที่ยวของเมืองให้เป็น Tourist Spot ให้ได้ ทั้งทีมเลยตั้งใจพัฒนา 2 ส่วนสำคัญ คือ โรงเรียน และ คอมมูนิตี้

Better Surf Thailand โรงเรียนสอนโต้คลื่นที่พลิกหน้ามรสุมเป็น High Season ณ เขาหลัก พังงา
Better Surf Thailand โรงเรียนสอนโต้คลื่นที่พลิกหน้ามรสุมเป็น High Season ณ เขาหลัก พังงา

Surf School’s System

“ผมมองว่าการสอนเซิร์ฟ มันมากกว่าลงไปเล่นแล้วยืนได้” แมนเล่าแบบนั้น “แต่เขาต้องแฮปปี้และปลอดภัย นั่นเป็นเป้าหมายที่เราหวังไว้”

เหตุผลที่เขาเลือกเป็นคนสอนพื้นฐานและทฤษฎีบนบกเอง เพื่อให้แน่ใจว่านักเรียนได้เรียนรู้ทักษะที่จำเป็นต้องใช้ในการปฏิบัติ เอาตัวรอดในน้ำได้อย่างครบถ้วนและถูกต้อง จากนั้นถึงจะส่งไม้ต่อให้ครูท่านอื่นสอนนักเรียนกับคลื่นจริงตัวต่อตัว

จากการซาวเสียงคนรอบตัว ส่วนใหญ่ที่ได้มีโอกาสโต้คลื่นครั้งแรก มักได้คำตอบรับกลับมาว่าสนุก ประทับใจ เพราะเปิดประสบการณ์ใหม่ ๆ ที่ไม่เคยสัมผัส ทำให้อยากกลับไปเรียนอีก 

แต่พอเราถามถึงการเล่นครั้งที่ 2 3 หรือ 4 ก็มีบางเสียงบอกว่ายากเกินไป เพราะหลาย ๆ โรงเรียนเน้นสอนแต่คอร์ส Try Surf และไม่มีบันไดขั้นอื่นให้เดินต่อ แต่ไม่ใช่กับ Better Surf

Better Surf Thailand โรงเรียนสอนโต้คลื่นที่พลิกหน้ามรสุมเป็น High Season ณ เขาหลัก พังงา

ระบบของที่นี่ส่งเสริมการเรียนของนักเรียนมากขึ้น โดยนำความรู้จากเนื้อหาของ ISA (International Surfing Association) มาย่อยเป็นทักษะต่าง ๆ ที่นักโต้คลื่นแต่ละระดับควรมี เขียนออกมาเป็นเอกสารสำหรับทั้งครูและนักเรียน ตั้งแต่ระดับ Beginner, Intermediate ไปจนถึง Advance ซึ่งเราไม่เคยได้เห็นจากโรงเรียนอื่น 

“เรามีเอกสารให้กรอกเลยว่า ใน 1 ชั่วโมงที่เรียน นักเรียนคาดหวังอยากเรียนรู้อะไร พอจบ 1 ชั่วโมงปุ๊บ ครูผู้สอนมีหน้าที่อธิบายและแนะนำว่า อะไรคือส่วนที่ทำได้ดีแล้ว และจะปรับปรุงส่วนไหนเพื่อให้ครั้งหน้าเล่นได้ดีขึ้น นักเรียนจะได้รู้ว่า แต่ละขั้นควรเรียนรู้อะไรเพื่อก้าวไปสู่ขั้นถัดไป และทำให้รู้ว่าที่มาเรียนนี่ผมไม่ได้เลี้ยงไข้คุณนะ” เขาหัวเราะ

แต่ในบางครั้งโดยเฉพาะช่วง High Season ที่คิวสอนของครูแต่ละคนยาวต่อเนื่องชั่วโมงต่อชั่วโมง ก็เกิดการฟีดแบ็กไม่ทันเช่นกัน เขาไม่นิ่งนอนใจและแก้ปัญหานี้ด้วยการทำกล่องคอมเมนต์ไว้ที่โต๊ะลงทะเบียนของโรงเรียน ซึ่งหย่อนได้ทั้งนักเรียนและคุณครู 

“ไม่มีคอมเมนต์ไหนที่ไม่ดีนะ เพราะการที่เขามาคอมเมนต์ แปลว่าเขาเห็นจุดอ่อน เห็นอะไรที่คิดว่ามันพัฒนาไปได้ไกลกว่านี้”

Better Surf Thailand โรงเรียนสอนโต้คลื่นที่พลิกหน้ามรสุมเป็น High Season ณ เขาหลัก พังงา

Soft Skill

ในปี 2019 ซึ่งเป็นช่วง High Season ความต้องการเล่นเซิร์ฟตื่นตัวมากเป็นประวัติการณ์ ที่นี่จึงจำเป็นต้องรับสมัครครูสอนเซิร์ฟเพิ่มเป็นครั้งแรก สิ่งที่น่าสนใจในการมองหาผู้ร่วมทีมคนใหม่ คือ Better Surf ไม่ได้มองหาผู้สมัครที่เล่นได้เก่งที่สุด แต่เลือกคนที่มีไฟในการพัฒนาตัวเองและการสอน 

Soft Skills คือสิ่งที่เขาบอกว่าเป็นทักษะสำคัญที่ครูแต่ละคนควรมี ความเห็นอกเห็นใจ (Empathy) เป็นสิ่งที่ต้องใช้เยอะมากในการสอน เพื่อสร้างความประทับใจและสร้างประสบการณ์การเรียนที่ดีให้กับนักเรียน เพราะครูผู้สอนเหมือนเป็นประตูด่านแรกในการเล่นกีฬาโต้คลื่น ถ้าได้รับประสบการณ์ที่ไม่ดี ก็อาจปิดประตูกีฬาชนิดนี้ไปเลย ทั้ง ๆ ที่มันเป็นกีฬาที่สนุก เปิดโอกาสให้ได้อยู่กับธรรมชาติ ได้พูดคุยกับผู้คน โดยไม่ต้องพะวงกับมือถือหรือโลกภายนอก 

“ผมบอกครูทุกคนว่า บทบาทของคุณสำคัญต่อการขับเคลื่อนองค์กรนะ เพราะถ้าไม่มีคุณ Better Surf ก็ไปต่อไม่ได้ หรือต่อให้ทำได้ก็ไม่มีทีมเวิร์ก ซึ่งไม่ใช่สิ่งที่เราต้องการ เราอยากให้คุณพัฒนาศักยภาพตัวเอง เพราะในอนาคต คุณมีฐานนักเรียนที่เขาแฮปปี้กับคุณ มันต่อยอดได้อีกเยอะ ไปที่อื่นก็มีคนตามคุณอยู่ เพราะเขารู้ว่าคุณเป็นครูแบบไหน”

Better Surf Thailand โรงเรียนสอนโต้คลื่นที่พลิกหน้ามรสุมเป็น High Season ณ เขาหลัก พังงา

Empower People

นอกจากความสนุกในการเล่น เราพบว่าอีกส่วนที่กีฬาโต้คลื่นทำได้ดีคือการสร้างเสริมความมั่นใจ แมนบอกเราว่า จริง ๆ แล้ว 80 – 90 เปอร์เซ็นต์ของนักเรียนเป็นผู้หญิง เพราะสื่อโซเชียลที่ทันสมัยทำให้ทุกคนมีโอกาสได้เห็นแรงบันดาลใจใหม่ ๆ เปลี่ยนภาพจำจากเซิร์ฟที่ดูเป็นกีฬาเอ็กซ์ตรีมของผู้ชาย ให้กลายเป็นกีฬาที่ใคร ๆ ก็เล่นได้

“พี่เรมีน่าจะเป็นอีกคนที่ Empower ให้ผู้หญิงไทยมาเล่นเซิร์ฟ”

แมนเล่าถึง Co-founder คนที่ 3 ที่ใช้เวลา 2 ปี เปลี่ยนการโต้คลื่นจากงานอดิเรกให้เป็นเรื่องจริงจังขนาดติดทีมชาติ และคว้าเหรียญทองแดงกลับมาจากการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 30 

Better Surf เองก็เคยทำแพ็กเกจ Solo Traveller ส่งสารถึงผู้หญิงทุกคนว่า การมาโต้คลื่นเป็นกิจกรรมที่ทำคนเดียวได้ ไม่ต้องรอใคร ไม่ว่าจะแข็งแรงดีหรืออกหักอยากพักใจ ก็จองคลาสเรียนมาได้เลย เพราะถึงแม้จะเดินทางมาคนเดียว ก็ยังมีเพื่อนผู้หญิงอีกหลายคนร่วมเดินทางด้วยกัน กลายเป็นคอมมูนิตี้แห่งใหม่ขึ้น

การเล่นเซิร์ฟทำหน้าที่เป็นเพื่อนใหม่ให้กับใครหลาย ๆ คน อย่างใน Barcadi Camp แคมป์เซิร์ฟแรกที่โรงเรียนจัด มีผู้ร่วมกิจกรรมหลายคนแชร์ประสบการณ์เรื่องภาวะซึมเศร้ากับการโต้คลื่น ว่าการได้มาลองโต้คลื่นในแคมป์เป็นประสบการณ์ที่ดี ทำให้ได้เจอเพื่อน เจอคลื่น พบกีฬาที่ชอบ และได้รับพลังกลับไป 

โรงเรียนสอนโต้คลื่นในเขาหลัก จ.พังงา ที่ช่วยขับเคลื่อนให้เมืองนี้กลับมามีชีวิตชีวาขึ้นอีกครั้ง
โรงเรียนสอนโต้คลื่นในเขาหลัก จ.พังงา ที่ช่วยขับเคลื่อนให้เมืองนี้กลับมามีชีวิตชีวาขึ้นอีกครั้ง

Ride the Right Wave

ช่วงปี 2019 เป็นปีสำคัญของโรงเรียน Better Surf เพราะเป็นปีที่มีทั้งจังหวะเติบโตและจังหวะหยุดอยู่กับที่ โควิด-19 ระลอกแรกทำให้ธุรกิจแทบทุกอย่างที่กำลังไปได้สวยหยุดชะงัก ในจังหวะนั้น ต๊ะเสนอทางรับมือกับปัญหาเกี่ยวกับนโยบายป้องกันโรคระบาดที่ผันผวนไปมา โดยวางแผนร่วมกับธุรกิจภาคโรงแรม เตรียมความพร้อมไว้รอวันที่การท่องเที่ยวกลับมาคึกคักอีกครั้ง เพราะเชื่อว่าเมื่อถึงเวลาที่เมืองเปิด คนจะกลับมา 

และก็เป็นอย่างที่คาดการณ์เอาไว้

หลังคลายล็อกดาวน์ จำนวนนักเรียนจากเดิมที่สอนแค่วันละ 5 – 7 คน ทะลุไปสู่หลักร้อย โดยเฉพาะช่วงสุดท้ายของซีซั่นปลายเดือนตุลาคม พอคำนวณรวบยอดทั้งซีซั่น พวกเขาสอนนักเรียนร่วมหนึ่งหมื่นคน นับเป็นนิมิตรหมายที่ดีต่อธุรกิจ แต่เมื่อทบทวนดี ๆ กลับพบว่านี่ไม่ใช่สิ่งที่ต้องการ

“เราไม่ต้องการให้คนมาเรียนวันละ 100 คน เพราะไม่ได้มองว่าธุรกิจที่เราทำต้องได้ผลกำไรสูงสุด แต่อยากให้มันยั่งยืนมากกว่า เพราะถ้าเราโตเร็ว ก็อาจจะไปเร็วเหมือนกัน”

พวกเขาเลยกลับมาที่ Core Value คือการค่อย ๆ ขยายธุรกิจไปแบบไม่เร่งร้อน รับครูและพนักงานเพิ่มปีละ 1 – 2 คน ตามขนาดธุรกิจที่เติบโตขึ้น เพื่อเป็นฐานสำหรับการสร้างคอมมูนิตี้เซิร์ฟให้เติบโตไปอย่างแข็งแรงและยั่งยืน ซึ่งเขาวางแผนเอาไว้ว่า มีสิ่งที่ต้องพัฒนาทั้งหมด 5 อย่าง 

หนึ่ง การพัฒนาบุคลากร อบรมและสร้างมาตรฐานการสอนให้ครู เพื่อทำให้การมาเรียนโต้คลื่นสนุก ปลอดภัย นักเรียนอยากกลับมาอีก พร้อมกับสร้างความเข้าใจกับคนท้องที่เรื่องการเป็นเจ้าบ้านว่า Service Mind เป็นสิ่งสำคัญ ยิ่งเราเป็นเจ้าบ้านที่ดี ถ้อยทีถ้อยอาศัยกับนักท่องเที่ยวได้เท่าไหร่ เศรษฐกิจท้องถิ่นยิ่งโตไปข้างหน้าเท่านั้น เพราะเมื่อนักท่องเที่ยวติดใจจนอยากกลับมาซ้ำ คนท้องถิ่นเองก็จะมีรายได้มั่นคงขึ้น ไม่ต้องไปย้ายถิ่นฐานไปไกลบ้าน

สอง จำกัดจำนวนผู้เรียนให้น้อยลงและไม่รับนักเรียน Walk-in เพื่อที่โรงเรียนจะได้จัดการบุคลากรอย่างพอดี ให้ครูแต่ละคนมีเวลาเตรียมตัว ทำความรู้จักพื้นฐานของนักเรียนแต่ละคนเต็มที่ ตั้งแต่ก่อนที่นักเรียนจะมาถึง เพื่อสร้างความประทับใจแรกให้กับนักเรียน และอีกด้านหนึ่ง Better Surf Thailand ต้องการทำหน้าที่การตลาดและเลือกที่จะกระจายนักเรียนไปยังโรงเรียนโต้คลื่นอื่น ๆ ที่มีมาตรฐานเช่นเดียวกัน อย่างเช่น Pakarang Surf School และ Seapiens Camp Khaolak ที่คอยทำงานและพัฒนาไปด้วยกัน

สาม สร้างโอกาสให้นักกีฬาเยาวชนได้พัฒนาศักยภาพเพิ่มขึ้น ด้วยการจัดสรรทั้งทุนและอุปกรณ์ ผ่านชมรมกระดานโต้คลื่นของจังหวัดพังงาที่มีต๊ะเป็นประธาน เพราะปัจจุบันมีนักกีฬารุ่นใหม่ทักษะดีที่รอการเจียระไนอยู่อีกมาก และพวกเขามองว่าจะประสบความสำเร็จในเวทีใหญ่ได้ไม่ยาก ถ้าหากได้รับการสนับสนุนที่ดีพอ

สี่ สนับสนุนให้นักเรียนลองขยับขยายไปเล่นที่อื่นอีกหลาย ๆ ที่ ไม่ว่าจะเป็นทะเลตะวันออก อย่างเขาแหลมหญ้าที่ระยอง หาดเจ้าหลาวที่จันทบุรี หรือฝั่งอ่าวไทย ตั้งแต่หัวหิน ปราณบุรี ถึงสงขลา ที่หน้า High Season ไม่ตรงกับฝั่งอันดามัน เพื่อให้นักเรียนได้มีโอกาสเล่นเซิร์ฟทั้งปี ไม่ใช่แค่ที่เขาหลัก เป็นการผลักดันให้ทุกที่มีรายได้เลี้ยงตัวเอง เติบโตเป็นเครือข่ายกีฬาโต้คลื่นที่แข็งแรงด้วยกันทั้งประเทศ

ห้า รณรงค์เก็บขยะ ไม่ใช่แค่ที่ Memories Beach ซึ่งเป็นที่ตั้งของโรงเรียน แต่กระจายออกไปให้ทั่วทุกหาด ทุกพื้นที่ เพื่อทำให้ธรรมชาติสวยสะอาด ดึงดูดใจให้คนมาท่องเที่ยว 

เราเชื่อว่า 5 อย่างที่ทาง Better Surf กำลังตั้งใจทำอยู่ในตอนนี้ ประกอบกับธรรมชาติที่ดีของเขาหลัก จะพาให้พวกเขาไปถึงฝัน ในการใช้กีฬาโต้คลื่นพลิกฟื้นเมืองและธุรกิจท้องถิ่นให้กลับมาคึกคัก เป็น Tourist Destination แบบ Ericeira ได้ไม่ยาก และอาจจะไม่ต้องใช้เวลามากถึง 20 ปี 

“แมนคิดว่า 5 ปีก็น่าจะเริ่มเห็นผลแล้วนะ” คุณครูทิ้งท้ายไว้พร้อมรอยยิ้ม 

โรงเรียนสอนโต้คลื่นในเขาหลัก จ.พังงา ที่ช่วยขับเคลื่อนให้เมืองนี้กลับมามีชีวิตชีวาขึ้นอีกครั้ง

Lessons Learned

  • การเลือกคนให้เหมาะกับงาน ต้องอ่านเนื้องานให้ขาด ถึงจะได้คนที่มีคุณสมบัติที่ถูกเหมาะสมแบบที่ Better Surf เลือกให้คุณสมบัติของครูผู้สอนมีไฟ เข้าใจ Soft Skills มาเป็นอันดับแรก เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับนักเรียน
  • การจับจังหวะเป็นอีกทักษะสำคัญของการทำธุรกิจ ต้องอ่านสถานการณ์ให้ออกว่าจังหวะไหนต้องหยุดรอ จังหวะไหนทำต่อได้ เพราะการฝืนทำในจังหวะที่ยังไม่ใช่ อาจจะทำให้ธุรกิจไม่ได้ไปต่อ
  • การจับคู่กับพาร์ตเนอร์ซึ่งทำธุรกิจที่ส่งเสริมกัน จะช่วยยกระดับให้เศรษฐกิจท้องถิ่นเติบโต พัฒนาไปได้ไกลกว่าการทำเพียงเจ้าเดียวโดด ๆ
  • พัฒนาธุรกิจไปพร้อม ๆ กับพัฒนาท้องถิ่นที่อยู่ เพื่อการเติบโตที่ยั่งยืนของทุกฝ่าย

Writer

นิปุณ แสงอุทัยวณิชกุล

สถาปนิกที่สนใจในงานเขียน สถาปัตยกรรม ที่ว่าง เวลา และหมาฟลัฟฟี่

Photographer

ณัฐปคัลภ์ ทัศนวิริยกุล

ช่างภาพอิสระ | ภูเก็ต ชอบหาของอร่อยกิน รักการใช้เวลากับคนรัก ig : Kenhitive

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load