วงการคนรักก๋วยเตี๋ยวเนื้อมักจะช่วยกันแนะนำร้านก๋วยเตี๋ยวเนื้อเด็ดๆ กันอยู่บ่อยๆ ร้านก๋วยเตี๋ยวเนื้อยอดฝีมือส่วนใหญ่ที่แนะนำมักเป็นร้านที่กระจุกตัวอยู่ในกรุงเทพฯ แต่ชื่อก๋วยเตี๋ยวเนื้อร้านหนึ่งที่อยู่นอกเมืองหลวงติดรายชื่ออยู่บ่อยๆ คือ ‘ร้านก๋วยเตี๋ยวเนื้อห้วยพลู รสเด็ด’ ในตัวเมืองนครปฐม

สูตรของก๋วยเตี๋ยวเนื้อตุ๋นของห้วยพลู รสเด็ด เป็นแบบน้ำข้นคลั่ก มีมายาวนานกว่า 60 ปี ตั้งแต่รุ่นก๋งที่ห้วยพลู อำเภอนครชัยศรี มาจนถึงรุ่นลูกหลาน ที่ย้ายมาอยู่ใจกลางเมืองนครปฐมมาเกือบ 20 ปีแล้ว 

ก๋วยเตี๋ยวเนื้อตุ๋นห้วยพลู รสเด็ด ต้นตำรับซุปข้นคลั่กกับซอสเต้าหู้ยี้รสนัวแห่งนครปฐม

ความเข้มข้นของซุปกับเนื้อตุ๋นชิ้นใหญ่ เส้นเล็กนุ่มๆ กากหมูทำใหม่วันต่อวัน และซอสเต้าหู้ยี้สีชมพูตัวเด็ดที่ทำให้ชื่อห้วยพลูถูกพูดถึงและแนะนำปากต่อปากไปเรื่อยๆ

ผมก็รู้จักห้วยพลูจากเพื่อนนักศึกษามหาวิทยาลัยศิลปากร วิทยาเขตพระราชวังสนามจันทร์ พามากินเมื่อเกือบ 10 ปีก่อน ตอนนั้นแทบไม่ต้องออกปากสั่งเอง เพื่อนสั่งเส้นเล็กเนื้อตุ๋นรวม จัดแจงหยิบขวดซอสเต้าหู้ยี้มาแล้วบอกให้ลองบีบดู หลังจากนั้นก๋วยเตี๋ยวห้วยพลูก็เป็นมื้อหลักเวลาไปนครปฐมเสมอ

ก๋วยเตี๋ยวเนื้อตุ๋นห้วยพลู รสเด็ด ต้นตำรับซุปข้นคลั่กกับซอสเต้าหู้ยี้รสนัวแห่งนครปฐม

ก๋วยเตี๋ยวห้วยพลู รสเด็ด เป็นฝีมือของ เฮียนิคม-นิคม เหลืองยั่งยืน และ เมย์-เมษยา เหลืองยั่งยืน ลูกสาวที่ช่วยกันปรุงจนได้เนื้อตุ๋นรสเด็ดสมชื่อ ที่นี่ให้ก๋วยเตี๋ยวชามใหญ่ เนื้อตุ๋นชิ้นหนากว่าร้านอื่นๆ น้ำซุปสีน้ำตาลดูเข้มข้น 

ความอร่อยและที่มาของความเข้มข้นในซุปก๋วยเตี๋ยวเนื้อห้วยพลู รสเด็ด คือเคล็ดลับเดียวกับร้านเนื้อตุ๋นยอดฝีมือทั่วประเทศอีกหลายร้าน นั่นคือการเก็บน้ำซุปและน้ำตุ๋นเนื้อที่สะสมรสชาติลึกล้ำมาทุกวันเป็นเวลาหลายปี เฮียนิคมบอกว่าจะเก็บน้ำจากการตุ๋นเอาไว้เพื่อนำเป็นหัวเชื้อที่จะใช้ตุ๋นใหม่ในวันต่อไป 

“น้ำซุปเป็นรสของน้ำที่เคี่ยวเนื้อ ลวกเนื้อ เครื่องใน เลือด และไขมัน ก็จะสะสมไปเรื่อยๆ”

ก๋วยเตี๋ยวเนื้อตุ๋นห้วยพลู รสเด็ด ต้นตำรับซุปข้นคลั่กกับซอสเต้าหู้ยี้รสนัวแห่งนครปฐม
ก๋วยเตี๋ยวเนื้อตุ๋นห้วยพลู รสเด็ด ต้นตำรับซุปข้นคลั่กกับซอสเต้าหู้ยี้รสนัวแห่งนครปฐม

วิธีนี้คล้ายกันกับน้ำซอสที่ใช้กันตามร้านปลาไหลย่าง ที่ใส่ปลาไหลลงในซอสระหว่างย่าง โดยจะเก็บสะสมทั้งซอสกับไขมันไปเรื่อยๆ จนเกิดรสชาติเฉพาะตัวที่ต่อให้ปรุงใหม่ก็ไม่มีทางเหมือนเดิม และสิ่งนี้ทำให้รสชาติของซอสหรือน้ำซุปแต่ละร้านไม่มีใครเหมือนกัน อร่อยกันไปคนละแบบ

เฮียนิคมเอาหัวเชื้อมาเติมน้ำ แล้วปรุงเครื่องปรุงลับที่บอกไม่ได้ ตามสัดส่วนที่ชั่งตวงไว้แบบไม่ให้รสชาติผิดเพี้ยนด้วยความแม่นยำจากประสบการณ์ล้วนๆ เฮียออกปากแบบติดตลกว่า แต่ละวันรสไม่ต่างกันหรอก ถ้าจะเพี้ยนก็เพราะลืมใส่อะไรบางอย่างลงไป 

“ที่นี่ใช้แค่เนื้อวัวสามส่วนเท่านั้น ส่วนใหญ่เป็นเนื้อพื้นท้อง เพราะต้มแล้วหอมที่สุด แล้วก็เนื้อชายโครง เนื้อน่อง เนื้อส่วนพวกนี้แทรกมัน เวลาต้มแล้วได้กลิ่นเนื้อที่ดี น้ำซุปก็หอมไปด้วย เราไม่ใช้เศษเนื้อมาตุ๋นเด็ดขาด เพราะนอกจากเละไม่เป็นชิ้น ซุปยังได้กลิ่นที่ไม่ดีด้วย” เฮียนิคมเล่า

ก๋วยเตี๋ยวเนื้อตุ๋นห้วยพลู รสเด็ด ต้นตำรับซุปข้นคลั่กกับซอสเต้าหู้ยี้รสนัวแห่งนครปฐม

ในหม้อใบเก่าแก่ที่มีเนื้อตุ๋นเอาไว้เต็มหม้อ เป็นเนื้อและเอ็นแก้วที่ตุ๋นพร้อมใช้แล้ว ตุ๋นมาตั้งแต่เมื่อวาน เพิ่งจะพร้อมขายในวันนี้

เนื้อพื้นท้องและชายโครงที่ต้มทั้งชิ้นทิ้งไว้หลายชั่วโมง ถูกยกขึ้นมาหั่นเป็นชิ้นพอดีคำ แต่ก็ถือว่าเป็นคำที่ใหญ่พอสมควร นำมาตุ๋นไปเรื่อยๆ ให้ซุปเข้าเนื้อก่อนร้านเปิด และยังเคี่ยวไฟอ่อนตลอดเวลา น้ำตุ๋นเนื้อมีฟองเดือดปุด มองด้วยตาก็รู้สึกถึงความเข้มข้น 

“ถ้ามาตอนร้านเปิดน้ำซุปก็ยังใสๆ ซดได้คล่องคออยู่ แต่เนื้อก็ยังไม่ได้ไม่ได้นุ่มที่สุด วันไหนที่มีเนื้อตุ๋นของเมื่อวานอยู่ ก็อาจจะได้กินเนื้อตุ๋นนิ่มๆ ในช่วงแรกๆ ด้วย เนื้อที่เหลือจากเมื่อวานนี่แหละอร่อยที่สุด แต่ถ้าใครมาช่วงบ่ายๆ ก่อนร้านปิด ก็จะได้กินเนื้อตุ๋นนิ่มๆ แน่นอน แถมได้ซุปที่เริ่มงวดจนข้นแล้ว” เฮียนิคมแนะนำช่วงเวลาของน้ำซุปและความนุ่มของเนื้อตุ๋นในแต่ละช่วงของวัน

ร้านก๋วยเตี๋ยวห้วยพลูจะเริ่มขายหมูตุ๋นก่อนตั้งแต่ช่วง 11 โมงเช้า พอถึงเที่ยงก็จะเริ่มขายเนื้อตุ๋น ลูกค้าแน่นร้านตลอดเวลา มีคิวนั่งรอโต๊ะอยู่อีกมากด้วย

ก๋วยเตี๋ยวเนื้อตุ๋นห้วยพลู รสเด็ด ต้นตำรับซุปข้นคลั่กกับซอสเต้าหู้ยี้รสนัวแห่งนครปฐม

“ลูกค้าบอกว่าร้อนและรอนาน” เมย์ ลูกสาวเฮียนิคมบอกกับผม 

“ได้ยินลูกค้าบอกเสมอว่ารอก๋วยเตี๋ยวนาน ที่นานเพราะลูกค้ากว่าเก้าสิบเปอร์เซ็นต์กินก๋วยเตี๋ยวเนื้อ ถึงขายก๋วยเตี๋ยวหมูด้วย ก็มีออเดอร์หมูเข้ามาเป็นส่วนน้อย แล้วป๊าก็ตามใจลูกค้ามาก แต่ละชามลูกค้าสั่งได้อย่างละเอียด เช่น เอาติดมันหรือไม่ติดมัน เอาเอ็นส่วนไหน เอาเครื่องในหรือไม่เครื่องใน ป๊าก็จะตักให้ตามสั่ง”

ผมมักไปกินร้านก๋วยเตี๋ยวห้วยพลูในช่วงบ่ายแก่ๆ น้ำซุปข้นคลั่กสะใจคนกินก๋วยเตี๋ยวน้ำข้น รสเค็มนำ แต่ทีเด็ดที่เล่าไปตั้งแต่ต้นคือซอสเต้าหู้ยี้ เมื่อไปถึงร้านผมมักจะมองหาโต๊ะที่มีขวดบีบสีชมพูก่อนเสมอ

ร้านห้วยพลูเป็นร้านที่เปิดโลกการกินก๋วยเตี๋ยวกับเต้าหู้ยี้ให้ผม ก่อนจะรู้ภายหลังว่า มีก๋วยเตี๋ยวเนื้ออีกหลายร้านที่เสิร์ฟเต้าหู้ยี้มาด้วยเช่นกัน เฮียบอกว่ามีลูกค้าใส่เต้าหู้ยี้ไปในก๋วยเตี๋ยวกันอยู่ แต่ส่วนใหญ่เป็นผู้ใหญ่ เด็กๆ ก็ใส่บ้าง บางคนนึกว่าเป็นซอสเย็นตาโฟ แต่ไม่เหมือนกันเลย

ก๋วยเตี๋ยวเนื้อตุ๋นห้วยพลู รสเด็ด ต้นตำรับซุปข้นคลั่กกับซอสเต้าหู้ยี้รสนัวแห่งนครปฐม
ก๋วยเตี๋ยวเนื้อตุ๋นห้วยพลู รสเด็ด ต้นตำรับซุปข้นคลั่กกับซอสเต้าหู้ยี้รสนัวแห่งนครปฐม

เต้าหู้ยี้ขึ้นโต๊ะมาตั้งแต่สมัยก๋ง แต่ก็ไม่เคยถามเหตุผลว่าเพราะอะไร เฮียบอกว่าบางคนใช้แทนน้ำปลา เพราะมันมีรสเค็มและช่วยเพิ่มความเข้มข้นของซุปเข้าไปอีก

สิ่งหนึ่งที่ผมติดใจคือ เส้นเล็กของร้านก๋วยเตี๋ยวห้วยพลู ตอนแรกเข้าใจว่าเป็นความชอบส่วนตัว แต่พอถามกับเจ้าของร้าน ถึงได้รู้ว่าลูกค้าส่วนใหญ่นิยมสั่งเส้นเล็กเหมือนกัน และที่ร้านก็ให้ความสำคัญกับการเลือกเส้นเล็กมาใช้เสียด้วย 

“เส้นเล็กเราก็เลือกลองหลายๆ แบบจากหลายยี่ห้อที่มีขายในตลาด จนได้แบบที่เราใช้ในร้าน เส้นนุ่ม ไม่กระด้าง ที่ร้านลวกเส้นให้นิ่มเป็นปกติ ถ้าลูกค้าบางคนไม่ชอบเส้นนิ่ม ก็สั่งให้ลวกแบบเร็วหน่อย แต่เส้นที่เลือกใช้ บางทีแค่ใส่ซุปเฉยๆ ไม่ลวกก็เริ่มนิ่มแล้ว” เมย์เสริมเรื่องเส้น

ผมคิดว่าเส้นเล็กมีความลื่นและสัมผัสที่ดี เข้ากับซุปข้นแต่ไม่มันซึ่งเป็นจุดเด่นของร้านห้วยพลู การลวกจนนิ่มทำให้เข้ากันดีกับรสเนื้อตุ๋น และความเค็มๆ นวลๆ ของซอสเต้าหู้ยี้ 

สิ่งสุดท้ายไม่ใช่เนื้อ แต่สำคัญและใครมาก็สั่งกัน คือกากหมูของร้านนี้ กากหมูเจียวกระเทียม แห้ง กรอบ และปรุงรส ช่วยเพิ่มรสสัมผัสตัดกับความนุ่มนวลของก๋วยเตี๋ยวทั้งชามได้ดีมาก

ก๋วยเตี๋ยวเนื้อตุ๋นห้วยพลู รสเด็ด ต้นตำรับซุปข้นคลั่กกับซอสเต้าหู้ยี้รสนัวแห่งนครปฐม
ก๋วยเตี๋ยวเนื้อตุ๋นห้วยพลู รสเด็ด ต้นตำรับซุปข้นคลั่กกับซอสเต้าหู้ยี้รสนัวแห่งนครปฐม

ก๋วยเตี๋ยวห้วยพลู รสเด็ด 

ถนนราชวิถี อ.เมือง จ.นครปฐม (แผนที่)

เปิด-ปิด : 11.00 – 16.00 น. เปิดทุกวัน

Writer & Photographer

จิรณรงค์ วงษ์สุนทร

Art Director และนักวาดภาพประกอบ สนใจเรียนรู้เรื่องราวเบื่องหน้าเบื้องหลังของอาหารกับกาแฟ รวบรวมทั้งร้านที่คิดว่าอร่อย และความรู้เรื่องอาหารไว้ที่เพจถนัดหมี และรวมร้านกาแฟที่ชอบไปไว้ใน IG : jiranarong2

Full Course

เปิดสูตรลัดเรื่องรสชาติและความสัมพันธ์ของมนุษย์กับอาหาร ผ่านการนั่งกินอาหารกับเชฟ

11 พฤศจิกายน 2564
6,629

เมื่อไล่เรียงร้านข้าวซอยเจ้าเก่าเจ้าดังที่มีอยู่แล้วในเชียงใหม่ เอาเข้าจริง มันก็ไม่ใช่ไอเดียที่ดีนักที่จะมาเปิดร้านข้าวซอยในเมืองหลวงแห่งข้าวซอยในยุคสมัยนี้ กระนั้นสิ่งที่ ‘Khao-Sō-i’ (อ่านว่า ข้าว-โซ-อิ) นำเสนอ กลับสร้างเอกลักษณ์ต่างออกไปจากที่หลายคนคุ้นชิน ซึ่งหาได้แตกต่างเฉพาะแค่กับร้านข้าวซอย แต่แตกต่างจากร้านอาหารทั่วไปที่เมืองมีอย่างน่าสนใจ

ใช่ครับ, ทั้งชื่อบทความนี้รวมถึงชื่อร้าน ได้สปอยล์เนื้อหาล่วงหน้าไปแล้ว Khao-Sō-i คือความพยายามทำให้เป็นญี่ปุ่นผ่านการสะกดคำอังกฤษของ Khao Soi ร้านข้าวซอยเปิดใหม่ที่นำเสนอเส้นข้าวซอยทำสดใหม่ร้านนี้ ตั้งอยู่บนถนนเจริญราษฎร์ ย่านฟ้าฮ่าม ในอาคารไม้ชั้นเดียวที่ดูเหมือนหลุดมาจากร้านรวงสักแห่งของย่านกิออนในเกียวโต 

Khao-Sō-i ร้านข้าวซอยสไตล์ญี่ปุ่น ผสานเทคนิคทำเส้นสดแบบราเมงกับตำรับน้ำแกงของคนเชียงใหม่
Khao-Sō-i ร้านข้าวซอยสไตล์ญี่ปุ่น ผสานเทคนิคทำเส้นสดแบบราเมงกับตำรับน้ำแกงของคนเชียงใหม่
Khao-Sō-i ร้านข้าวซอยสไตล์ญี่ปุ่น ผสานเทคนิคทำเส้นสดแบบราเมงกับตำรับน้ำแกงของคนเชียงใหม่

และเป็นเช่นดังร้านอาหารส่วนใหญ่ในย่านนั้น มันมีขนาดกะทัดรัดในแบบที่นักกินสายนิยมให้แฟนถ่ายรูปเช็กอินให้อาจเคืองเล็กน้อย เพราะถึงแม้ร้านจะตบแต่งสวยเฉียบ แต่คุณก็อาจต้องใช้ความพยายามอย่างมากที่จะเซลฟี่โดยไม่ติดคนอื่นมาด้วย อย่างไรก็ตาม เรื่องนั้นหาได้สำคัญเท่ากับสิ่งที่ร้านเสิร์ฟ นั่นเป็นเหตุผลหลักที่ทำให้ใครหลายคนยืนรอคิวในช่วงไพรม์ไทม์ที่ลูกค้าแน่นขนัด เพื่อได้ลิ้มรสข้าวซอยสักครั้ง 

“ด้วยความที่หลงไหลกรรมวิธีการเพิ่มคุณค่าให้อาหารประจำชาติของคนญี่ปุ่น เราจึงตั้งชื่อร้านว่า “ข้าวโซอิ” เพราะชาวญี่ปุ่นอ่านคำว่า “Khao-Soi” ว่า “Khao-Sō-i” ขณะเดียวกันเราก็ไม่อยากให้มีคนจำข้าวซอย จากการอธิบายขยายความว่าข้าวซอยคือ Northern Thailand Curry Noodle แต่อยากให้คนอื่นจดจำเป็นชื่อเมนูตามภาษาของเราจริงๆ เหมือนที่คนญี่ปุ่นทำได้กับ ราเมง ซูชิ ซาชิมิ เทมปุระ ทงคัตซึ ยากิโซบะ เทปันยากิ และอื่นๆอีกมากมายครับ”” วิน ศรีนวกุล เจ้าของร้าน กล่าวถึงเป้าประสงค์ของการเปิดร้านนี้

Khao-Sō-i ร้านข้าวซอยสไตล์ญี่ปุ่น ผสานเทคนิคทำเส้นสดแบบราเมงกับตำรับน้ำแกงของคนเชียงใหม่

ครอบครัวของวินเป็นคนเชียงใหม่ หากเขาเกิดและเติบโตที่สหรัฐอเมริกา ช่วงเป็นวัยรุ่นเขาไปๆ มาๆ ระหว่างเชียงใหม่กับอเมริกาอยู่บ่อยๆ จนเรียนจบด้านไฟแนนซ์จากมหาวิทยาลัยที่นั่น ทั้งนี้ ระหว่างเรียน เขาได้มีโอกาสฝึกงานและทำงานพิเศษหลากหลาย หนึ่งในนั้นคือการเป็นซูชิเชฟที่ร้านอาหารญี่ปุ่นในเท็กซัส ซึ่งเป็นงานเสริมที่เขาใช้เวลาทำนานที่สุด กระทั่งเขากลับมาเมืองไทย และเริ่มทำธุรกิจที่หลากหลาย ตั้งแต่เอเจนซี่ทัวร์ไปจนถึงอสังหาริมทรัพย์ ความคิดเรื่องการเปิดร้านอาหารก็ยังวนเวียนอยู่ 

“ร้านนี้เกิดขึ้นได้เพราะโควิด-19 ครับ ตอนแรกผมก็ทำเอเจนซี่ทัวร์อยู่ ธุรกิจกำลังไปได้สวย แต่พอโควิดมา งานหลักที่ทำนี้ต้องพักไปยาวๆ เลย ช่วงนั้นก็คิดว่างั้นเราเปลี่ยนไปทำอย่างอื่นดีกว่า ประจวบกับที่คุณปอ (ภรรยา) เป็นคนชอบทำอาหารอยู่แล้ว และผมได้ชิมข้าวซอยสูตรเก่าแก่ของครอบครัวเธอ ซึ่งเคยเปิดร้านข้าวซอยในเชียงใหม่เมื่อกว่าสามสิบปีที่แล้ว ก็พูดกันเล่นๆ ว่า นี่เอามาทำขายอีกทีได้เลยนะเนี่ย” วินกล่าว

แต่นั่นล่ะ แม้วินจะพูดเล่น แต่เขาก็ลงมือทำจริง เขาทดลองพัฒนาสูตรข้าวซอยไปพร้อมกับหาอัตลักษณ์ใหม่ ซึ่งประจวบกับที่เขามีความคิดอยากทำให้ข้าวซอยเป็นเมนูที่รู้จักในระดับโลกอย่างราเมงของญี่ปุ่น ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องการทำเส้นสดที่เหนียวนุ่ม เขาจึงประยุตก์ไอเดียนี้เข้ากับการทำเมนูข้าวซอย ‘ข้าว-โซ-อิ’ มีที่มาเช่นนี้ 

Khao-Sō-i ร้านข้าวซอยสไตล์ญี่ปุ่น ผสานเทคนิคทำเส้นสดแบบราเมงกับตำรับน้ำแกงของคนเชียงใหม่
Khao-Sō-i ร้านข้าวซอยสไตล์ญี่ปุ่น ผสานเทคนิคทำเส้นสดแบบราเมงกับตำรับน้ำแกงของคนเชียงใหม่

ความพยายามยกระดับข้าวซอยคนเมืองไม่ได้มีแค่ที่อาหาร แต่ยังรวมถึงความพิถีพิถันในการแต่งร้าน และการสร้างบรรยากาศอันเป็นมิตร ซึ่งไม่สามารถพบได้จากร้านข้าวซอยแห่งไหน วินตบแต่งร้านด้วยแนวคิดที่อยากทำให้ที่นี่เป็น ‘บาร์ข้าวซอย’ มีการเชื่อมต่อลื่นไหลของที่นั่ง มีครัวเปิดที่เผยให้เห็นกระบวนการปรุงอาหารของเชฟ เฉกเช่นที่นักดื่มได้ชมลีลาของบาร์เทนเดอร์ 

ทั้งนี้ร้านก็ยังไม่พร่องซึ่งความเป็นญี่ปุ่น ทั้งการเลือกสรรวัสดุที่ประกอบขึ้นเป็นร้าน เฟอร์นิเจอร์ การจัดสวนสไตล์เซ็นเล็กๆ ให้ลูกค้าได้ดื่มด่ำ ไปจนถึงการเลือกใช้ภาชนะเซรามิก (ซึ่งวินเป็นคนออกแบบและลงมือปั้นเอง) รวมถึงสไตล์ลิ่งหน้าตาอาหารที่เครื่องเคียงถูกแยกมาอย่างสวยงามประหนึ่งไฟน์ไดน์นิ่ง ไปจนถึงการบริการที่เป็นมิตรและน่ารักของทีมงาน

ร้านเสิร์ฟเมนูหลักคือข้าวซอยที่มีอยู่ 2 แบบ คือข้าวซอยเส้นสดในน้ำแกง และข้าวซอยผัดแห้ง โดยเมนูหลังคือการนำเส้นสดมาเคี่ยวและผัดกับซอสสูตรเฉพาะของทางร้าน ให้อารมณ์คล้ายยากิโซบะผัดกับพริกข้าวซอยรสชาติเข้มข้น ถ้าใครชอบกินก๋วยเตี๋ยวผัดอยู่แล้ว เจ้านี่ตอบโจทย์มากๆ 

คุยกับ วิน ศรีนวกุล หนุ่มไทยเติบโตในอเมริกา ผู้อยากพาข้าวซอยสไตล์ราเมงไปให้โลกรู้จัก
คุยกับ วิน ศรีนวกุล หนุ่มไทยเติบโตในอเมริกา ผู้อยากพาข้าวซอยสไตล์ราเมงไปให้โลกรู้จัก

วินแนะนำ 3 เมนูเชิดหน้าชูตาของร้าน โดยเริ่มจาก ‘ข้าวซอยเส้นสดเนื้อน่องลาย’ หรือข้าวซอยเสิร์ฟกับเนื้อน่องลายที่ตุ๋นมาจนนุ่มกำลังดี รู้สึกถึงความชุ่มและเด้งดึ๋ง พร้อมน้ำแกงรสกลมกล่อมและไม่จัดจ้านจนเกินไปแทรกซึมเข้ามาในเนื้อ จะบอกว่าเป็นเมนูที่สะท้อนภาพของคำว่า ‘นุ่มลิ้น’ อย่างพอดิบพอดีก็ว่าได้

‘ข้าวซอยเนื้อใบพาย’ วินเลือกเนื้อใบพายของวัวสายพันธุ์ชาโรเลย์ มีถิ่นกำเนิดจากเมืองชาโรลส์ของฝรั่งเศส ก่อนนำมาผสมกับวัวสายพันธุ์ไทย จนได้เนื้อวัวที่เนียนนุ่มและมีรสเฉพาะ ทางร้านเสิร์ฟด้วยการสไลด์บาง ย่างบนเตาเทปันยากิ ก่อนนำมาเบิร์นไฟ แนะนำว่าถ้าอยากชิมรสเนื้อแบบเต็มๆ ให้สั่งข้าวซอยผัดแห้ง เพราะเนื้อจะได้ไม่ชุ่มน้ำแกงข้าวซอยจนเปลี่ยนรสไป 

คุยกับ วิน ศรีนวกุล หนุ่มไทยเติบโตในอเมริกา ผู้อยากพาข้าวซอยสไตล์ราเมงไปให้โลกรู้จัก
คุยกับ วิน ศรีนวกุล หนุ่มไทยเติบโตในอเมริกา ผู้อยากพาข้าวซอยสไตล์ราเมงไปให้โลกรู้จัก

และอีกเมนูซิกเนเจอร์ ‘ข้าวซอยผัดแห้งไก่โซอิ’ มีจุดเด่นคือเนื้อสะโพกไก่ที่เลาะกระดูกและเอ็นออกแล้ว เนื้อไก่ถูกเสิร์ฟพอดีคำ และดูเหมือนเป็นความตั้งใจลบ Pain Point ข้าวซอยไก่ดั้งเดิมของคนเมืองที่มักเสิร์ฟมากับน่องไก่ ซึ่งกินยากเมื่อมันอยู่ในน้ำแกง มีเลอะมือ เลอะเสื้อกันไม่รู้ตั้งเท่าไหร่ ทั้งนี้ไก่โซอิของที่นี่เมื่อตุ๋นเสร็จวินจะนำมาเบิร์นไฟที่หนัง เพื่อเพิ่มความกรอบนอกนุ่มในอีก ไปด้วยกันได้ดีกับความละมุนของเส้นทีเดียว 

คุยกับ วิน ศรีนวกุล หนุ่มไทยเติบโตในอเมริกา ผู้อยากพาข้าวซอยสไตล์ราเมงไปให้โลกรู้จัก

นอกจากข้าวซอย ร้านยังมีเมนูกินเล่นอย่าง ‘เกี๊ยวนึ่ง’ คล้ายๆ เกี๊ยวซ่าแต่นำไปนึ่งให้แป้งนุ่ม ฉ่ำลิ้น และหอม เป็นสตาร์ทเตอร์อันยอดเยี่ยม ‘สันคอหมูคั่วพริกเกลือ’ นี่ก็ดี แต่ที่แนะนำพิเศษคือ ‘เต้าหู้ทอด’ เสิร์ฟกับน้ำจิ้มเผ็ด+หวาน เนื้อเต้าหู้คล้ายๆ เต้าหู้ไทใหญ่ เราลืมถามมาว่าใช่สูตรเดียวกันหรือเปล่า กระนั้นก็เป็นอีกสตาร์ทเตอร์ที่ไม่ควรพลาด และปิดท้ายด้วยของหวาน ซึ่งร้านมีชีสเค้กเสิร์ฟเปลี่ยนหน้าไปตามแต่วาระ 

ข้าวซอยชามละประมาณร้อยกว่าบาท กินของกินเล่นนั่นนี่ เครื่องดื่ม ของหวาน รวมๆ 2 คนจะตกประมาณ 400 – 500 บาท ซึ่งถ้าคนเชียงใหม่แท้ๆ มากิน ก็อาจสงสัยว่าข้าวซอยอะหยังมาแปงจะอั้น แต่นั่นล่ะ ถ้าคิดว่าร้านคอนเซ็ปต์จัดๆ ประมาณนี้ไปเปิดต่างประเทศ หรือลำพังแค่ในกรุงเทพฯ ราคาเท่านี้กับประสบการณ์ที่มาพร้อมรายละเอียดแสนพิถีพิถันที่เราได้ ก็ถือว่าย่อมเยาอย่างไม่น่าเชื่อแล้ว 

คุยกับ วิน ศรีนวกุล หนุ่มไทยเติบโตในอเมริกา ผู้อยากพาข้าวซอยสไตล์ราเมงไปให้โลกรู้จัก

Khao-So-i

ที่ตั้ง : ถนนเจริญราษฏร์ ตำบลฟ้าฮ่าม จังหวัดเชียงใหม่ (ตรงข้ามเพอร์เฟคโฮม) (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : 11.00 – 17.00 น. ทุกวัน

โทรศัพท์ : 06 1515 4529

หมายเหตุ : ร้านกำลังจะขยายเวลาเปิดถึง 20.00 น. รอบเย็นจะให้ลูกค้าจองโต๊ะล่วงหน้าได้ แต่รอบกลางวันจะรับเฉพาะลูกค้า walk in เท่านั้น

มีที่จอดรถฝั่งเดียวกับร้าน ถัดไปประมาณ 50 เมตร

Writer

จิรัฏฐ์​ ประเสริฐทรัพย์

ประกอบอาชีพรับจ้างทำหนังสือ แปลหนังสือ และผลิตสื่อ ใช้ชีวิตอยู่ที่จังหวัดเชียงใหม่ มีงานอดิเรกคือเขียนเรื่องสั้นและนวนิยาย ผลงานล่าสุดคือรวมเรื่องสั้น ประวัติศาสตร์ที่เพิ่งเศร้า

Photographer

กรินทร์ มงคลพันธ์

ช่างภาพอิสระชาวเชียงใหม่ผู้รักจักรยานไม่น้อยไปกว่าลูก ซึ่งความรักที่มีต่อทั้งสองมากกว่าการถ่ายรูปด้วยซ้ำ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load