25 พฤศจิกายน 2562
13 K

เมื่อเดือน 5 ปี 2561 The Cloud พาผู้อ่านที่สนใจไปรู้จักกับน้ำผึ้งที่บ้านหินลาดใน จังหวัดเชียงราย ในทริป The Cloud Journey 02 : น้ำผึ้งเดือน 5 นั้น เราได้เรียนรู้ทั้งเรื่องราวของน้ำผึ้งแบบต่างๆ วิธีการเลี้ยง และเสน่ห์ซับซ้อนของน้ำผึ้ง หลังจากทริปนั้น เพื่อนร่วมทริปหลายคนก็หันมาสนใจการเลือกซื้อน้ำผึ้งจากแหล่งที่ดี เข้าใจเรื่องที่มาของรสชาติ เรื่องป่า เรื่องความยั่งยืนของอาหารมากขึ้น แต่มีเพื่อนร่วมทริปคนหนึ่งที่สนใจและใส่ใจมันมากกว่าใคร จนทำให้วันนี้เราได้พบกันอีกครั้ง

ยุ้ย-ณัฐวรรณ ศุภพงษ์ เชฟมากฝีมือ ศิษย์เลอ กอร์ดอง เบลอ อดีตนักเรียนวิศวะเคมี และผู้ตกหลุมรักประโยชน์กับเรื่องราวของน้ำผึ้งมาตั้งแต่ที่บ้านห้วยหินลาดในครั้งนั้น นัดเจอพวกเราที่ Honeyful Cafe คาเฟ่น้ำผึ้งที่ยุ้ยตั้งใจทำเพื่อเสิร์ฟทั้งขนม เครื่องดื่ม และเรื่องราวจากน้ำผึ้ง ให้คนทั่วไปได้หลงเสน่ห์มันอย่างที่ยุ้ยรู้สึก

ยุ้ย-ณัฐวรรณ ศุภพงษ์

คาเฟ่น้ำผึ้งแห่งนี้เสิร์ฟเมนูจากน้ำผึ้งที่ทั้งดีต่อร่างกายและอร่อย (มาก) เพราะยุ้ยเชื่อว่าเมื่อคนมีความสุขกับของกินตรงหน้า เขาก็น่าจะเปิดใจฟังเรื่องราวที่มาและประโยชน์ของของอร่อยเหล่านั้น

Honeyful Cafe : คาเฟ่น้ำผึ้งที่ตั้งใจใช้น้ำผึ้งเป็นยาผ่านเครื่องดื่มและขนมรสอร่อย

ยุ้ยอยากให้คาเฟ่นี้เป็นตัวกลางที่จะชวนให้คนหันมาสนใจการกินอาหารตามความต้องการของร่างกาย และชวนให้คิดถึงเรื่องการทำการเกษตรแบบใจดีกับที่มาของอาหาร นอกจากเมนูขนมและเครื่องดื่มที่อร่อยมากแล้ว บรรยากาศในร้านยังทำให้เรารู้สึกเหมือนถูกโอบอยู่กลางป่าโปร่งๆ มีแดดส่องมาพออุ่นๆ ร้านตกแต่งด้วยไม้สีอ่อนและกระเบื้องหกเหลี่ยมแบบเดียวกับรังผึ้ง ทำให้เรารู้สึกใกล้ชิดน้ำผึ้งจนเริ่มเชื่อว่าจะหลงรักได้ไม่ยาก

Honeyful Cafe : คาเฟ่น้ำผึ้งที่ตั้งใจใช้น้ำผึ้งเป็นยาผ่านเครื่องดื่มและขนมรสอร่อย
Honeyful Cafe : คาเฟ่น้ำผึ้งที่ตั้งใจใช้น้ำผึ้งเป็นยาผ่านเครื่องดื่มและขนมรสอร่อย

ก่อนอื่นเรามารู้จักน้ำผึ้งแบบ 101 กันสักหน่อย

น้ำผึ้ง เป็นอาหารของผึ้ง และเป็นผลผลิตจากน้ำเกสรดอกไม้ที่ผึ้งไปดูดมา แล้วทำให้แห้งหนืดโดยการกระพือปีกใส่ เก็บเอาไว้เป็นอาหาร

การที่มนุษย์มีอาหารกินอยู่ทุกวันนี้ส่วนหนึ่งเพราะมีผึ้งช่วยผสมเกสร ผ่านการบินไปเกาะดอกไม้ดอกนั้นดอกนี้ เพื่อเก็บน้ำเกสรดอกไม้มาเป็นอาหารของมัน

คาเฟ่น้ำผึ้งที่ตั้งใจใช้น้ำผึ้งเป็นยาผ่านเครื่องดื่มและขนมรสอร่อย

ผึ้งจึงต้องการดอกไม้ และดอกไม้ก็ต้องการผึ้ง

น้ำผึ้งเป็นส่วนประกอบทางชีวเคมีที่ซับซ้อนและมีประโยชน์หลากหลายมากแบบอธิบายไม่ได้ แต่สร้างความสมดุลได้

สารเคมีดีต่อความสวยของดอกไม้ แต่ไม่ดีต่อผึ้ง 

ถ้าไม่มีผึ้งเราจะไม่ได้อดกินแค่น้ำผึ้ง แต่จะอดกินอาหารอย่างอื่นไปด้วย 

น้ำผึ้งหยดเดียว

เบื้องหลังความเสียหายเกินจะแก้ หลายครั้งมันเป็นเรื่องน้ำผึ้งหยดเดียวของผลจากการกระทำที่ไม่ยั่งยืน 

การทำการเกษตรที่ไม่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมีผลเสียมากมายอย่างที่เราก็รู้ๆ กัน เมื่อเราได้รู้จักกับน้ำผึ้งและที่มาของมัน เราก็จะยิ่งกังวลมากขึ้นไปอีก เพราะการใช้สารเคมีในการทำการเกษตรไม่ได้มีผลเสียแค่เรื่องสารตกค้างเท่านั้น แต่ยังกระทบไปถึงการที่ผึ้งจะอยู่ไม่ได้ เพราะสารเคมีทำให้มันป่วยและยาฆ่าแมลงจะทำให้มันตาย การผสมเกสรของพืชพันธุ์ก็จะไม่เกิดขึ้น และ 1 ใน 3 ของอาหารที่เรากินทุกวันนี้จะหายไปจากโลก และการที่ของอร่อยจะหายไปจากโลกนั้นย่อมเป็นเรื่องที่น่าเศร้ามาก

การดูแลสุขภาพของตัวเองก็เช่นกัน ยุ้ยเล่าให้ฟังจากประสบการณ์ตรงว่า “คนเป็นโรคเล็กๆ น้อยๆ กันเยอะ มันอาจจะไม่ได้ทำให้เราล้มหมอนนอนเสื่อ แต่ก็สะสมจนรุนแรงได้” ตัวยุ้ยเองก็เคยมีอาการเจ็บป่วยเล็กๆ น้อยๆ ที่เกิดจากความเครียด การทำงานหนัก กินน้ำน้อย เลือดข้น ยุ้ยบอกว่า มันถึงระดับที่เรียกได้ว่ายับและเยิน แต่แล้วยุ้ยก็ค่อยๆ ซ่อมร่างโดยใช้อาหารเป็นยา และยุ้ยยังย้ำว่า ถ้าจะให้ดีต้องทั้งเลือกอาหารแล้วก็สร้างนิสัยการกินใหม่ อย่างเช่นการบอกตัวเองให้กินน้ำเยอะๆ เป็นต้น 

“แต่นอกจากการปรับพฤติกรรมแล้ว จะให้มากินอะไรที่มีประโยชน์ แต่ไม่อร่อย มันก็ฝืนใจนะ” ยุ้ยก็เลยตั้งใจทำคาเฟ่ให้เป็นพื้นที่ที่เข้าถึงง่าย ผ่านของอร่อยที่คนคุ้นเคย และกินได้บ่อยๆ เพื่อของอร่อยที่เป็นยานี้จะได้เข้าไปอยู่ในวิถีชีวิตคนได้จริงๆ ยุ้ยเชื่อว่า “ในระยะยาวมันจะช่วยมากกว่า ตอนทำขวดน้ำผึ้งก็ยังคิดด้วยว่าจะต้องทำขวดน้ำผึ้งที่เทง่าย ใช้ง่าย คนจะได้อยากใช้ และกินมันเป็นประจำ”

ด้วยจิตวิญญาณความเป็นเชฟ ยุ้ยชอบทำอาหารให้คนกิน และยุ้ยก็บอกว่า สิ่งที่ทำให้รู้สึกดีกว่าการทำอาหารที่คนกินแล้วอร่อย คือความสุขจากการทำอาหารที่คนกินแล้วเขาสุขภาพดีขึ้น 

เราก็เลยถามยุ้ยว่า ระหว่างเลือกของที่มีประโยชน์กับเลือกของที่อร่อย เราควรเลือกอะไร คำตอบของยุ้ยคือ “ควรเลือกของที่มีประโยชน์แล้วเอามาทำให้มันอร่อย” และนั่นก็คือแนวคิดของ Honeyful Cafe 

ถ้าตอนนี้ยังไม่ว่างไป Honeyful Cafe นี่คือ 4 เมนู 4 เรื่องเล่าที่เราเลือกเอามาให้ชิม

Honeyful Cafe : คาเฟ่น้ำผึ้งที่ตั้งใจใช้น้ำผึ้งเป็นยาผ่านเครื่องดื่มและขนมรสอร่อย

ความหลากหลายคือความสมดุล 

Honeyful Honey – นมอัลมอนด์ผสมน้ำผึ้ง 

Honeyful Cafe : คาเฟ่น้ำผึ้งที่ตั้งใจใช้น้ำผึ้งเป็นยาผ่านเครื่องดื่มและขนมรสอร่อย

สรรพคุณ : ช่วยลดคอเลสเตอรอล ลดความดัน เป็นแหล่งแคลเซียมและวิตามินอี

“ถ้าเป็นผู้หญิงเข้าร้านมาให้แนะนำเครื่องดื่ม เราจะแนะนำตัวนี้” ไม่ใช่เพราะมันสีสวย รสหวานกินง่าย หรือกินแล้วไม่อ้วน แต่เหตุผลของยุ้ยก็คือเพราะเมนูนี้มีแคลเซียม ซึ่งเป็นสารอาหารที่ผู้หญิงต้องการอยู่เยอะ

เมนูนี้ใช้น้ำผึ้งที่ได้รางวัลระดับโลก จากประเทศออสเตรเลีย ดินแดนที่ได้ชื่อว่ายังมีระบบนิเวศสมบูรณ์มากที่หนึ่งในโลก ยุ้ยเล่าว่า ชิมน้ำผึ้งขวดนี้แล้วชอบมากก็เลยขับรถไฟหาเจ้าของฟาร์ม ไปพูดคุยกับเขาจนเป็นจุดเริ่มต้นให้ยุ้ยหาข้อมูลเพิ่มเติมและเริ่มเสาะหาน้ำผึ้งจากแหล่งต่างๆ 

เพื่อให้สมกับความเป็นน้ำผึ้งที่เป็นจุดเริ่มต้น (และมันก็อร่อยมากด้วย) ยุ้ยจึงเลือกมันมาเป็น เมนูซิกเนเจอร์ของร้าน แต่ลำพังแค่ตัวน้ำผึ้งที่ว่า คนก็อาจจะไม่ได้รู้สึกพิเศษกับมันมากเท่าที่มันพิเศษ ยุ้ยจึงนำพาคนกินให้เข้าถึงความพิเศษนั้น ผ่านตัวกลางอย่างนมอัลมอนด์ที่มีรสชาติของดอกไม้ที่จะช่วยดึงรสดอกไม้ในน้ำผึ้งให้คนสัมผัสได้ชัดเจนขึ้น 

เมนูอื่นๆ ของ Honeyful Cafe ก็เกิดมาจากวิธีการเดียวกันนี้ คือการเชื่อมให้รสชาติที่ซับซ้อนของน้ำผึ้งได้รับการสัมผัสและเข้าถึงได้ง่าย โดยอาศัยอาหารอย่างอื่นเป็นตัวช่วย 

ความท้าทายที่สนุกมากสำหรับการทำเมนูของ Honeyful Cafe ก็คือการหาวิธีการจับคู่ว่าอะไรควรจะต้องกินกับอะไรที่มันถึงจะส่งเสริมกันและกันทั้งเรื่องประโยชน์และรสชาติ เพราะน้ำผึ้งที่ยุ้ยเลือกมายุ้ยไม่ได้เลือกแค่รสชาติ แต่ยังเลือกจากเรื่องเล่าด้วย ยุ้ยบอกว่า “การใช้น้ำผึ้งแปลกๆ จะทำให้คนสนใจได้มากกว่า เมื่อเห็นว่าน้ำผึ้งมีหลากหลายแบบก็จะได้โอกาสเล่าถึงแหล่งที่มาของน้ำผึ้ง” 

อย่างที่เกาะฮาวาย ประเทศสหรัฐอเมริกา มีดอกไม้ที่มีในป่าฮาวายเท่านั้น ดอกไม้นี้ให้น้ำผึ้งเป็นสีขาว ซึ่งตอนเก็บเกี่ยวมาเป็นสีเขียว แต่พอตั้งไว้มันจะตกผลึกตามธรรมชาติแล้วกลายเป็นสีขาวล้วน ความน่าตื่นตาตื่นใจนี้ยุ้ยเชื่อว่ามันจะเปิดตาเปิดใจให้คนฟังเรื่องความหลากหลายของภูมิประเทศ ภูมิอากาศ และเสน่ห์ของโลกที่เราอยู่นี้ จนขยายความไปถึงการช่วยกันดูแลรักษาความสมดุลตามธรรมชาติได้ 

บ่อยครั้งน้ำผึ้งแปลกๆ ก็ไม่ได้มาพร้อมความอร่อยแบบสำเร็จรูป ก็เลยต้องอาศัยฝีไม้ลายมือของเชฟยุ้ยในการจับคู่น้ำผึ้งต่างๆ กับรสชาติและอาหารอื่นๆ เพื่อให้ของดีกลายเป็นของอร่อย 

น้ำผึ้งที่ดีคือน้ำผึ้งจากที่มาที่ดี

Matured Longan Honey – น้ำผึ้งดอกลำไยสุกกับกรีกโยเกิร์ตและข้าวโอ๊ต

Honeyful Cafe : คาเฟ่น้ำผึ้งที่ตั้งใจใช้น้ำผึ้งเป็นยาผ่านเครื่องดื่มและขนมรสอร่อย

สรรพคุณ : มีโพรไบโอติก เป็นแหล่งของแคลเซียม ข้าวโอ๊ตมีสารต่อต้านอนุมูลอิสระสูงและช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด

จากการเดินทางไปหลายประเทศแล้วพบว่าแต่ละประเทศก็มีน้ำผึ้งเยอะและหลากหลายมาก ยุ้ยก็เลยเริ่มศึกษาจริงจังว่าน้ำผึ้งที่อร่อยมันเป็นยังไง น้ำผึ้งแท้น้ำผึ้งเทียมนั้นต้องสังเกตกันที่ตรงไหน แหล่งที่มาของน้ำผึ้งทำให้รสชาติมันต่างกันยังไง 

เมนูนี้ยุ้ยเลือกใช้น้ำผึ้งที่เป็นที่สุดของความเป็นน้ำผึ้งแท้ คือน้ำผึ้งที่เก็บตอนมันสุกแล้ว เรียกว่าน้ำผึ้งสุก (Matured Honey) 

ใครๆ ก็คงจะนึกรังผึ้งและน้ำผึ้งออก แต่คงมีไม่มากนักที่จะคุ้นเคยกับคำว่า ‘น้ำผึ้งสุก’ ก่อนอื่นต้องเล่าก่อนว่าผึ้งเก็บน้ำผึ้งในช่องหกเหลี่ยมซึ่งเมื่อน้ำผึ้งเต็มช่องแล้วผึ้งก็จะปิดผนึกช่องนั้นเอาไว้ น้ำผึ้งสุกคือน้ำผึ้งที่หมักในช่องนั้นจนสุกและมีคุณสมบัติครบถ้วน ท็อปฟอร์มตามอย่างที่มันควรจะเป็น ทว่าอุตสาหกรรมการทำน้ำผึ้งก็ทำให้คนเลี้ยงผึ้งหลายคนไม่รอให้ผึ้งปิดผนึกรังของมันก่อนที่จะเก็บมา แต่เก็บน้ำผึ้งที่ยังไม่สุกนั้นมาทำให้ข้นด้วยความร้อนแทน ซึ่งจะทำให้อยู่บนชั้นวางได้นาน และบางสถาบันก็ถึงกับตัดสินว่าน้ำผึ้งแบบนี้ไม่ใช่น้ำผึ้งแท้ 

การเลือกน้ำผึ้งที่เป็นน้ำผึ้งแท้และรสชาติดียุ้ยใช้วิธีไปดูสวนและไปรู้จักกับคนเลี้ยงเสมอ ยุ้ยบอกว่า ในเมื่อน้ำผึ้งมันดูยากว่าอันไหนแท้หรือเทียม ยุ้ยจึงเลือกที่จะตัดสินจากแหล่งผลิต และความเป็นคนดีของคนเลี้ยงผึ้ง

สวนที่อยู่ในพื้นที่ที่อุดมสมบูรณ์น้ำผึ้งจะอร่อย และทัศนคติการเลี้ยงดูผึ้งจะบอกว่าคนเลี้ยงผึ้งคนนี้จะผลิตน้ำผึ้งแบบไหน เป็นเกณฑ์การตัดสินที่ยุ้ยบอกว่าไม่เคยพลาดสักครั้ง 

 อีกเรื่องที่ยุ้ยสนใจคือการเลี้ยงผึ้งแบบไม่เบียดเบียนกัน ยุ้ยเล่าให้ฟังเรื่องว่า มันมีกล่องเลี้ยงผึ้งที่เรียกว่า Langstroth Hive เป็นกล่องทรงสูง มี 2 ชั้นเป็นอย่างต่ำ คนเลี้ยงผึ้งจะเอากล่องนี้ไปวางไว้ในสวนเพื่อรอให้ผึ้งมาทำรัง โดยทางเข้าของผึ้งและนางพญาผึ้งจะอยู่ชั้นล่าง แต่ช่องระหว่างชั้นจะเล็กหน่อย ให้นางพญาผึ้งผ่านไม่ได้แต่เหล่าผึ้งงานจะสามารถสร้างรังที่ชั้นที่สองนี้ได้ เมื่อถึงเวลาเก็บเกี่ยว คนเลี้ยงผึ้งก็เปิดกล่องแค่ข้างบนเพื่อเก็บน้ำผึ้ง โดยที่ไม่ต้องทำให้ผึ้งรังแตกจนต้องไปหาที่ทำรังที่ใหม่ 

“ถ้าเราจะทำธุรกิจ เราก็ไม่อยากทำแล้วต้องไปเบียดเบียนผึ้ง เราก็เลยใช้น้ำผึ้งจากฟาร์มที่เลี้ยงผึ้งเพื่อการค้าโดยเฉพาะ เป็นน้ำผึ้งที่รู้ได้ว่ามาจากดอกไม้ชนิดไหน และจริงจังในการเก็บเกี่ยวน้ำผึ้งแบบที่ไม่ทำร้ายกัน”

 จงแสดงความรักด้วยการกินอย่าให้เหลือ

Apple Blossom Honey – น้ำผึ้งแอปเปิ้ล

Honeyful Cafe : คาเฟ่น้ำผึ้งที่ตั้งใจใช้น้ำผึ้งเป็นยาผ่านเครื่องดื่มและขนมรสอร่อย

สรรพคุณ : คืนความสมดุลให้ระบบย่อยอาหาร ลดกรดในกระเพาะและลดน้ำตาลกลูโคสในเลือด

เมนูนี้เป็นเครื่องดื่มที่เกิดจากแอปเปิ้ลทั้งลูก คือน้ำผึ้งจากเกสรดอกแอปเปิ้ล น้ำแอปเปิ้ลจากเนื้อที่เอาไปคั้นสดๆ และ Apple Cider Vinegar ที่เกิดจากการหมักส่วนที่เหลือของแอปเปิ้ล

แอปเปิ้ล 1 ผลนี้เป็นผลงานของสิ่งมีชีวิตและพลังงานมากมาย เริ่มจากเมล็ดที่ฝังในดิน ผ่านแดด ผ่านฝน งอกเป็นต้นกล้า ได้ปุ๋ยจากมูลสัตว์ต่างๆ ได้น้ำได้ลมที่พอดีจากสภาพแวดล้อมที่พร้อมไปด้วยต้นไม้ใหญ่และลำธาร เติบโตเป็นลำต้นสูงใหญ่ที่ออกใบและดอกที่ลำพังตัวมันเองก็คงจะได้แค่อยู่แบบเหงาๆ จนมีผึ้งสักตัวบินมาเกาะ พาเกสรจากดอกอื่นมา และจากไปพร้อมน้ำเกสรจากดอกแอปเปิ้ลเอาไปเก็บที่รัง ดอกนั้นก็เปลี่ยนเป็นผล และเมื่อถึงจุดสิ้นสุดผลนั้นก็จะเหลือไว้เพียงเมล็ดที่จะสร้างวงจรของแอปเปิ้ลต่อไป 

อาหารทุกอย่างที่เรากินมาทั้งชีวิตมีวงจรและทีมงานผู้สร้างที่มากมายแบบนี้ทั้งสิ้น พัฟที่ยุ้ยทำที่ Honeyful Cafe จึงทำเป็นรูปสี่เหลี่ยมและตั้งชื่อว่า ‘SQRUFFs’ เพื่อจะได้ไม่ต้องมีแป้งที่โดนตัดทิ้งไปจากการทำให้พัฟเป็นทรงกลม เพราะแป้ง 1 ส่วนนั้นก็ประกอบด้วยวงจรที่เยอะและยาวเหมือนกับวงจรของแอปเปิ้ลข้างบนเหมือนกัน

 การทำคาเฟ่แบบหวังดีกับทุกคน

Yuzu Inspired Cheesecake – ชีสเค้กยูสุ 

Honeyful Cafe : คาเฟ่น้ำผึ้งที่ตั้งใจใช้น้ำผึ้งเป็นยาผ่านเครื่องดื่มและขนมรสอร่อย

สรรพคุณ : สร้างประกายในแววตาและรอยยิ้มบนใบหน้า

“เค้กร้านยุ้ยจะชิ้นเล็กมาก แต่ชิ้นเท่านี้ก็เป็นปริมาณที่เหมาะสมกับร่างกายพอแล้ว” ยุ้ยดักคอหลังจากที่เราชิมชีสเค้กยูสุและออกปากชมไม่หยุดอย่างห้ามตัวเองไม่อยู่ แม้จะยังรู้สึกอยากกินอีกแต่ความหวังดีที่ยุ้ยตั้งใจออกแบบไว้ก็ทำให้เราต้องหักห้ามใจ

ตลาดคนที่สนใจผลิตภัณฑ์จากน้ำผึ้งเป็นตลาดที่ค่อนข้างเฉพาะเจาะจง Honeyful Cafe ก็เลยต้องมีขนมอย่างอื่นมาทำให้ร้านน่าเข้า เข้าถึงง่ายอย่างชีสเค้กยูสุ SQRUFFs ไส้ต่างๆ และกาแฟผสมน้ำผึ้ง ที่จะทำให้เพื่อนและครอบครัวที่อาจจะมีความชอบต่างกัน มาใช้เวลาร่วมกันกินของที่มีประโยชน์ รสชาติอร่อย และชวนให้ครุ่นคิดเรื่องการสร้างสมดุลให้กับร่างกายและโลกใบนี้ผ่านการกินไปด้วยกัน

HONEYFUL CAFE

โรงแรมอริสตัน สุขุมวิท 24

เปิด-ปิด 08.00 – 20.00 น. Facebook : Honeyful Cafe

Writer

พิชญา อุทัยเจริญพงษ์

อดีตนักโฆษณาที่เปลี่ยนอาชีพมาเป็นนักเล่าเรื่องบนก้อนเมฆ เป็นนักดองหนังสือ ชอบดื่มกาแฟ และตั้งใจใช้ชีวิตวัยผู้ใหญ่ไปกับการสร้างสังคมที่ดีขึ้น

Photographer

จิรณรงค์ วงษ์สุนทร

Art Director และนักวาดภาพประกอบ สนใจเรียนรู้เรื่องราวเบื้องหน้าเบื้องหลังของอาหารกับกาแฟ รวบรวมทั้งร้านที่คิดว่าอร่อย และความรู้เรื่องอาหารไว้ที่เพจถนัดหมี และรวมร้านกาแฟที่ชอบไปไว้ใน IG : jiranarong2

Cafe Culture

คาเฟ่แนวคิดดี แตกต่าง และสร้างแรงบันดาลใจ

“สวัสดีครับ เชิญ ๆ นั่งก่อน” ชายผู้กำลังง่วนอยู่กับการจัดการตู้บานพับทักทายการมาถึงร้าน ‘BECX’ ของเราอย่างเป็นมิตร ก่อนหยิบจับห่อและถุงขนมปังส่งให้ลูกค้าคู่หนึ่งที่เดินเข้าร้านสีเขียวตามหลังเรามาติด ๆ จากนั้นพวกเขาก็แลกเปลี่ยนร้านอร่อยให้กัน ชวนคุยว่าเมื่อวานมีลูกค้ามาจากยะลา เพิ่งลงเครื่องแล้วตรงดิ่งมาหาเขาที่ร้าน 

หลังจากรอลูกค้าซา ไม่นานก็ได้รู้ว่า เขาคือ เบ๊บ-คุณาวุฒิ บุญสนอง เจ้าของร้านอารมณ์ดีที่เราเดินทางมาคุยด้วยในวันนี้ รวมถึงพาร์ตเนอร์คนสำคัญที่ทำให้ร้านนี้เกิดขึ้นเป็นรูปเป็นร่างอย่าง แก้ว-กมลา ธานีโต เจ้าของร้านขนมปังโฮมเมด อันเลื่องชื่อเรื่องซาวโดวจ์

พื้นที่ย่านแจ้งวัฒนะ-ปากเกร็ดแห่งนี้ เป็นทั้งที่ตั้งของคาเฟ่ ครัว และบริษัทของ ‘Salee Bakehouse’ ซึ่งเป็นบ้านเก่าของแก้ว ทำให้ร้านของเบ๊บเปรียบเสมือนโชว์รูมและหน้าร้านขนมปังของแก้วด้วย

ขอเล่าอย่างย่อว่า เพื่อนซี้ทั้งสองเจอกันในโลกโซเชียล เริ่มต้นจากเบ๊บที่อยากทำร้านกาแฟเสิร์ฟคู่กับขนมปัง จากนั้นก็แอดเฟซบุ๊กแก้ว ครูสอนทำขนมเพื่อขอเคล็ดลับวิชา ลองไปลองมาก็ล้มเลิก เพราะเบ๊บรู้ว่าไม่มีทางที่จะใช้เวลาอันสั้นเพื่อเก่งเรื่องขนมปังได้เลย แต่นั่นกลับสปาร์กให้ทั้งคู่สนิทกัน

เมื่อโควิด-19 มาเยือน เบ๊บทำกาแฟขาย แก้วทำขนมปังส่งเดลิเวอรี่ อุดหนุนกันไปมา เบ๊บก็รู้ซึ้งถึงสิ่งที่แก้วเคยพูด “เรายังจำได้ที่แก้วบอกว่า ‘อยากทำเพื่อสนับสนุนท้องถิ่น’ แล้ววันนี้เราก็รู้สึกแล้วว่าคำพูดของแก้วมันจริง” นั่นเองก็คือจุดเริ่มต้นของเรื่องนี้

การโคจรมาเจอกันของกาแฟแห่ง BECX KAFFEE : neighborhood และขนมปังโฮมเมด Salee Bakehouse ที่สปาร์กจอยการทำร้านเพราะอยากสนับสนุนท้องถิ่น

BABE + X = BECX

เพราะกาแฟที่อร่อยที่สุด คือกาแฟที่ลูกค้าอยากกิน

เส้นเรื่องของร้านนี้คือการบรรจบกันของ 2 คนผ่าน 2 เส้นทาง เราขอเริ่มกันที่ BECX พระเอกของร้านนี้กันก่อน 

เบ๊บคือชาวปากเกร็ด อดีต Bar Manager ผู้ยืนพ่วงตำแหน่งเป็นบาริสต้าที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง จนเริ่มอินกับศาสตร์ของกาแฟมากขึ้น ทำให้เขาเริ่มออกเดินทางเรียนรู้ ไม่ว่าจะผ่านการดูอินสตาแกรมเพื่อเรียนเทลาเต้เอง ถามผู้รู้บ้าง ถึงขั้นได้ไปเรียนดริปกาแฟกับครูญี่ปุ่นที่ร้าน KISSA ถึงเชียงใหม่ จนเขาปิ๊งไอเดีย อยากทำร้านเองตามแนวคิดแบบคิสสะเต็น (Kissaten) ร้านกลิ่นอายญี่ปุ่น เสิร์ฟกาแฟและขนมที่คุมด้วยคนเดียวได้

เบ๊บเลยยืนเดี่ยวคุมร้านคนเดียวแบบ One Man Show “ตอนที่เราเปิดร้านครั้งแรก ไม่ได้อยากเป็นศัตรูกับใครเลย แค่อยากเป็นร้านกาแฟชุมชน เป็นเหมือนสภากาแฟให้คนมานั่งเม้ากัน แล้วเราก็เม้ากับเขาด้วย” จากนั้นเขาก็เล่าเรื่องราวมิตรภาพของเพื่อนสมาชิกร้านกาแฟและประชาชนเบียร์คราฟต์ในแถบนี้ที่มักแวะไปมาหาสู่เป็นประจำเพื่ออุดหนุนกันและกัน

แล้วทำไมต้องเป็น BECX – เราถาม

“เพราะชอบการ์ตูนเรื่อง BECK ปุปะจังหวะฮา การ์ตูนเกี่ยวกับดนตรีที่ชอบอ่านตอนเด็ก ๆ เราอยากขอลิขสิทธิ์ฟอนต์เขามาใช้แต่หาไม่ได้ เลยให้พี่ที่รู้จักกันออกแบบใหม่ เปลี่ยนตัวอักษร บวกกับเอาชื่อเรากับชื่อที่ที่บ้านเรียกมารวมกัน ก็ออกมาตลกดี ส่วนความหมายก็คือการได้รับการยอมรับ” ซึ่งเบ๊บไม่ได้หมายความว่าอยากเป็นร้านกาแฟสเปเชียลตี้ที่สุด 

“ร้านเราไม่ใช่สเปเชียลตี้ที่สุด เท่ที่สุด หรือหายากที่สุด แต่เราอยากจริงใจมาก ๆ วันไหนกาแฟมีปัญหา เราก็จะบอกลูกค้าไปตรง ๆ ถ้าลูกค้าถาม ก็พร้อมแนะนำให้ว่าร้านกาแฟที่คุณชอบมีที่ไหนอีก เพราะอย่างเครื่องทำกาแฟเราก็เก่ามาก เก่าสุด ๆ 16 ปีแล้ว อันนี้ยืมเพื่อนมา” เรามองตามไปที่เครื่อง Conti club สีแดงรุ่นเดอะด้านหลัง 

BECX คาเฟ่และโชว์รูมของ Salee Bakehouse ที่เสิร์ฟขนมปังดีในร้านกาแฟของชุมชนปากเกร็ด

แต่เชื่อเถอะว่า ต่อให้คุณอยากกินอะไร ถ้าทำได้ เขาจะทำให้กิน “เราทำกาแฟมานานจนอีโก้ในตัวไม่เหลือแล้ว แล้วเราเชื่อว่ากาแฟอร่อยที่สุด คือกาแฟที่เขาอยากกิน ดังนั้น ถ้ามาที่นี่เขาต้องได้กิน” 

Kaew + Bread = Salee Bakehouse

ทุกคนมีสิทธิ์มีความสุขกับอาหารที่มีคุณภาพได้อย่างเท่าเทียม

เราขอตัดสลับข้ามฉากมาที่ฝั่งของนางเอกแห่ง Salee Bakehouse บ้าง ซึ่งก็คือแก้ว ผู้เป็นเจ้าของบริษัท เจ้าของบ้าน และผู้มีส่วนจุดประกายให้เบ๊บ 

แก้วนั่งลงตรงเก้าอี้ตัวริมสุดของเคาน์เตอร์บาร์ที่ประจำในร้าน ก่อนเล่าให้เราฟังว่า เธอคืออดีตเชฟ ขนมหวานหมดไฟที่ตัดสินใจออกเดินทางไปฝึกงานที่ต่างประเทศ อย่างเมืองโคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์ก และซานฟรานซิสโก ที่อเมริกา จากนั้นเธอก็ได้รับข้อเสนอให้ทำงานต่อในร้านมิชลิน 3 ดาวเมืองแห่งสายหมอก แต่ด้วยอุดมการณ์และระบบที่ไม่ตอบโจทย์คุณค่าอย่างที่คิดไว้ เธอจึงตัดสินใจกลับบ้าน

และด้วยอารมณ์พาไป หลังจากนั้นไม่นานร้านขนมปังก็ถือกำเนิดขึ้น ย้อนกลับไปเมื่อ 4 ปีก่อน สมัยนั้นร้านยังตั้งอยู่ที่ซอยสุขุมวิท 39 ซึ่งแก้วทำร้านแบบที่ไม่รู้อะไรเลย

“เราเปิด Salee Bakehouse ด้วยอุดมคติและความเชื่อล้วน ๆ เราเชื่อว่าทุกคนควรมีสิทธิ์เอ็นจอยกับอาหารที่มีคุณภาพได้อย่างเท่าเทียมกัน และมันเป็นหน้าที่ของผู้ผลิตอาหารอย่างเรา ส่วนที่เลือกขนมปังเพราะขนมปังก็เหมือนกับข้าว ‘It’s the most humble item on earth.’ เหมือนมีค่าน้อยที่สุดบนโต๊ะ แต่คุณขาดไม่ได้

“แม้จะเป็นเชฟชนม แต่เราชอบทำขนมปังเพราะมันไม่ค่อยมีระเบียบดี ไม่เหมือนขนมหวานที่สูตรต้องเป๊ะ แล้วต้องเป็นซาวโดวจ์นะ เพราะว่าเรารู้สึกว่ามันดีต่อสุขภาพมากกว่า ตอนนั้นคนยังไม่ค่อยเข้าใจและไม่ได้อยากกินขนมปังก้อนใหญ่เปลือกแข็ง เราเลยหาสูตรทำซาวโดวจ์แบบนิ่ม ก้อนเล็กลง และหลากหลายขึ้น” 

BECX คาเฟ่และโชว์รูมของ Salee Bakehouse ที่เสิร์ฟขนมปังดีในร้านกาแฟของชุมชนปากเกร็ด

สำหรับคนที่ยังไม่ซี้กับ ซาวโดวจ์ (Sourdough) นี่คือขนมปังที่ใช้ยีสต์ธรรมชาติ หมักให้เกิดความเปรี้ยว ซึ่งรสเปรี้ยวนี้เกิดจากการทำงานของกรดแลกติก ทำให้เกิดปฏิกิริยาต่าง ๆ ซึ่งส่งผลต่อโครงสร้าง รสชาติ และการเก็บรักษาของขนมปัง เราเลยมักเห็นเป็นเหมือนขนมปังฝรั่งเศสก้อนใหญ่แข็ง ๆ แต่แก้วบอกว่าใช้แป้งนี้กับขนมปังได้ทุกชนิด ซึ่งเธอคิดสูตรเองจากประสบการณ์ เพื่อสร้างแป้งในแบบที่เธออยากได้

ไม่นานเมื่อโควิดเริ่มโหมหนัก ร้านปิดตัวลง แก้วจึงย้ายครัวและร้านกลับมาตั้งต้นที่บ้านเก่าในจังหวัดนนทบุรี เปลี่ยนเป็นระบบขายออนไลน์แทน ก่อนเริ่มเซ็ตอัปหน้าร้านจริงจังเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา ไม่นานก็ได้เจอกับเบ๊บ ผู้เป็นคนกลางเชื่อมคอมมูนิตี้คนทำร้านอาหาร คนทำคราฟต์เบียร์ และชุมชนคนแถวนี้

“ที่เราเลือกทำร้านจริงจัง เพราะอยากให้ตรงนี้เป็นเหมือนกึ่งโชว์รูมของ Salee Bakehouse พอเราอบขนมปังใหม่ ๆ ก็ยกจากด้านในมาวางขายได้เลย และที่สำคัญ เราอยากทำเมนูตัวอย่างให้ลูกค้าเห็น เป็นที่ที่ให้ลูกค้าได้มาลองเห็นลองชิมก่อน ไม่ใช่กลับไปถึงบ้านแล้วนั่งคิดว่าจะทำยังไงกับขนมปังก้อนนี้ที่ซื้อจากเราไปดี” 

ถ้าได้ติดตามร้านนี้ จะเห็นว่าเมนูขนมปังมีมาให้เลือกไม่ซ้ำ บางเมนูที่เล็งเอาไว้ ถ้าช้าเพียงอึดใจก็หมดสิทธิ์เป็นเจ้าของ นั่นเป็นเพราะความตั้งใจของแก้วที่ใช้วัตถุดิบตามฤดูกาล เพื่ออุดหนุนเกษตรกรท้องถิ่นในเครือข่ายที่เธอรู้จัก 

“ขอยกตัวอย่างขนมปังมะม่วงที่เรามี เป็นมะม่วงที่เราตามหาและรับซื้อพวกตกเกรด ผิวไม่สวย จากเกษตรกร บางครั้งก็ซื้อโดยตรงจากเกษตรกรจากแม่ทา อย่าง 125บ้านเฮา ที่เชียงใหม่ หรือทำงานกับ GO Organics คอยตามดูว่าพวกเขามีผลผลิตอะไร แล้วค่อยเอาคิดว่าจะเอามาใส่หรือทำเมนูที่กินคู่กับขนมปังยังไงได้บ้าง” การทำงานกับคอมมูนิตี้ชาวเกษตรอินทรีย์ทำให้แก้วเข้าใจทั้งในมุมผู้ผลิตและผู้บริโภคมากขึ้น เธอพยายามปรับจูนอุดมคติกับความเป็นจริงให้อยู่ร่วมกัน แล้วเสนอทางที่เป็นธรรมที่สุดให้ผู้คนรวมถึงโลกใบนี้ผ่านขนมปังก้อนแล้วก้อนเล่า

เธอบอกว่านี่คือพันธกิจของอาชีพที่เธอรับอาสาด้วยความภูมิใจ เพื่อเป็นสื่อกลางระหว่างเกษตรกรกับคนซื้อให้เข้าใจกัน เพื่อตอบคำถามว่าทำไมของออร์แกนิกถึงราคาสูง เพื่อบอกเล่าว่าเกษตรกรต้องแลกกับอะไรบ้างกว่าจะได้มาซึ่งผลผลิต ดังนั้น เธอจึงบอกกับลูกค้าเสมอว่า ‘คุณจะได้สินค้าที่สมเหตุสมผลกับราคาที่คุณจ่าย’

Special Menu at BECX

เมนูขนมปังที่ Salee Bakehouse ออกแบบเพื่อ BECX

ปกติ Salee Bakehouse ขายซาวโดวจ์เบเกิลและขนมปังสารพัด เปิดให้คนสั่งจองออนไลน์แล้วจัดส่งถึงบ้าน หรือมารับที่หน้าร้าน BECX จากมือเบ๊บก็ได้เช่นกัน และทุกครั้งเราจะได้ยินคำพูดติดปากที่เขาบอกกับลูกค้าผู้แวะเวียนเข้ามาเสมอว่า ‘นี่คือขนมปังของสาลี’ 

แต่ถ้าคุณ Walk-in เข้ามาเพื่อกินที่ร้านสีเขียวแห่งนี้เลย คุณจะได้พบกับบางเมนูที่ไม่มีขายที่ไหน เพราะมีบางเมนูที่แก้วออกแบบขนมปังให้ที่นี่โดยเฉพาะ เราเลยขอป้ายยาเมนูแนะนำเอาไว้ให้ 

ไม่ว่าจะเป็น Sourdough Cinnamon Rolls ชิ้นยักษ์ ที่เกิดขึ้นเพราะ ‘เบ๊บอยากกิน’

BECX คาเฟ่และโชว์รูมของ Salee Bakehouse ที่เสิร์ฟขนมปังดีในร้านกาแฟของชุมชนปากเกร็ด

  “ปกติไม่ได้ชิ้นใหญ่แบบนี้ แต่เห็นร้านที่ไต้หวันทำแล้วก็มาบอกแก้ว” เสียงเบ๊บบอกพลางอบขนมออกมาให้เราได้ชิม

“เรานั่งเถียงกัน ทำไมต้องชิ้นใหญ่ขนาดนี้ด้วยเนี่ย แต่พอออกมาก็พอใจนะ” แก้วหัวเราะ ก่อนเสริมว่าส่วนซอสที่ราดกินคู่กัน เบ๊บเป็นคนทำเอง ในฐานะคนชิม บอกได้แค่ว่าฟินสุด ๆ ทั้งแป้งนิ่มกำลังดี บวกกับซอสหวาน ๆ และครีมด้านบนที่เข้ากันเป็นอย่างดี จิบคู่กับกาแฟคือที่สุด 

BECX คาเฟ่และโชว์รูมของ Salee Bakehouse ที่เสิร์ฟขนมปังดีในร้านกาแฟของชุมชนปากเกร็ด

ส่วนเมนู Apple Square เป็นเมนูที่แก้วชอบ โดยดัดแปลงจาก Apple Turnovers (พัฟไส้แอปเปิล) ที่เราคุ้นเคย 

การโคจรมาเจอกันของกาแฟแห่ง BECX KAFFEE : neighborhood และขนมปังโฮมเมด Salee Bakehouse ที่สปาร์กจอยการทำร้านเพราะอยากสนับสนุนท้องถิ่น

  ส่วนขนมปังที่แก้วและเบ๊บอยากนำเสนอ คือซาวโดวจ์เบเกิล ปกติเบเกิลเป็นขนมปังที่ต้องนำไปต้มก่อนอบ แต่กินแล้วอาจปวดท้อง เพราะขนมปังที่ผลิตแบบอุตสาหกรรมมักย่อยยาก ด้วยเหตุเกิดจากการทำเสร็จไวใน 3 ชั่วโมงให้คนได้กินเยี่ยงฟาสต์ฟู้ด แต่เบเกิลของที่นี่ถูกบังคับโดยซาวโดวจ์ยืนพื้น ทำให้ต้องหมักนาน 18 ชั่วโมง ซึ่งเธอยอมเสียเวลาและทุกอย่าง เพื่อให้ลูกค้าทานแล้วได้รสชาติ รสสัมผัส และกลิ่นอันเป็นเอกลักษณ์แบบเบเกิลอยู่ รวมทั้งทานแล้วไม่ปวดท้อง ดีต่อสุขภาพด้วย

การโคจรมาเจอกันของกาแฟแห่ง BECX KAFFEE : neighborhood และขนมปังโฮมเมด Salee Bakehouse ที่สปาร์กจอยการทำร้านเพราะอยากสนับสนุนท้องถิ่น

แก้วบอกว่าความพิเศษคือ เบ๊บจะรับอาสารังสรรค์ซาวโดวจ์เบเกิลให้เป็นเมนูน่าทาน ทั้ง Sourdough with Creamcheese และ Sourdough with Smoked Salmon เก็บเป็นไอเดียไปทำเองที่บ้านก็ได้นะ

เมนูหลังเราขอ Recommend ขั้นสุด เพราะทั้งแซลมอนเต็มชิ้นเต็มคำ สารพัดผักตัดรส (ถ้าไม่กินอะไรก็บอกเบ๊บได้) พร้อมกับซอสฉ่ำ ๆ แซมกลิ่น Caper และ Dill เพื่อสร้างความสมดุลในปาก กินไปกินมา รู้ตัวอีกที อ้าวหมดแล้ว! 

การโคจรมาเจอกันของกาแฟแห่ง BECX KAFFEE : neighborhood และขนมปังโฮมเมด Salee Bakehouse ที่สปาร์กจอยการทำร้านเพราะอยากสนับสนุนท้องถิ่น
การโคจรมาเจอกันของกาแฟแห่ง BECX KAFFEE : neighborhood และขนมปังโฮมเมด Salee Bakehouse ที่สปาร์กจอยการทำร้านเพราะอยากสนับสนุนท้องถิ่น

ส่วนเครื่องดื่มก็มีสารพัดเหมือนที่เบ๊บบอกว่าอยากกินอะไรแค่บอกมา ที่นี่จึงมีตั้งแต่กาแฟดริป กาแฟเมนูสนุกอย่างไอน์สแปนเนอร์ (Einspänner) เป็นกาแฟแบบที่ฮิตกันในเกาหลีใต้ ซึ่งต้นฉบับมาจากกรุงเวียนนา กาแฟเอสเปรสโซโปะด้วยวิปปิ้งครีม ละมุนลิ้นกำลังดีเหมือนมีมวลหิมะขนาดย่อมอยู่ในปาก เหมาะสำหรับคนที่อยากทดลองเมนูแปลกใหม่ นอกจากนี้ยังมีโฟลต Masala Chai ชาใส่เครื่องเทศ หรือแม้แต่เมนูครีมโซดาย้อนวัยให้ได้จิบชิมเพิ่มความซู่ซ่าอีกด้วย 

BECX + Salee Bakehouse = Support Local

ห้องทดลองของคนทำและห้องรับรองของชุมชน 

ช่วงหลังมานี้คนสั่งขนมปังเยอะขึ้นมาก ร้านกาแฟก็เริ่มมีฐานแฟนคลับ เราไม่แปลกใจเลยเพราะอย่างวันที่เรานั่งคุยกัน ก็มีลูกค้าแวะเวียนมาไม่ขาดสาย แน่นอนว่าที่นี่เปิดรอต้อนรับนักเดินทางขาจรและขาประจำให้ได้มาสัมผัส ประหนึ่งห้องรับรองให้คนที่สนใจในขนมปังได้มาลองชิมรสชาติใหม่ ๆ

วันนี้โชคชะตาพาพวกเขาเดินทางมาเจอกันที่ร้านแห่งนี้ แล้วเส้นทางต่อไปในอนาคตล่ะ

จากนี้ 5 ปี หรือ 10 ปี BECX และ Salee Bakehouse จะเป็นยังไง – เราโยนคำถาม ทั้งคู่ได้ยินก็เงียบคิดไปพักหนึ่ง

การโคจรมาเจอกันของกาแฟแห่ง BECX KAFFEE : neighborhood และขนมปังโฮมเมด Salee Bakehouse ที่สปาร์กจอยการทำร้านเพราะอยากสนับสนุนท้องถิ่น

“ฉันคิดนะ” เบ๊บพูดขึ้น แล้วหันไปมองแก้ว

“เธอคิดหรอ หล่อจัง” แก้วหัวเราะ ก่อนปล่อยให้เบ๊บเล่าความฝันของเขา

เบ๊บบอกว่าเคยคุยเล่น ๆ กับแก้วว่า ถ้ายอดขายดี อยู่ได้ ก็อยากขยายร้านให้ใหญ่และดีขึ้น เพื่อสร้างคอมมูนิตี้ที่ใหญ่ขึ้น แต่ไม่ได้อยากเจ๋งที่สุด แค่นึกถึงก็มาหากัน มาทำโปรเจกต์สนุก ๆ ที่ร้านนี้ด้วยกัน 

ส่วนแก้วก็อยากเห็น Salee Bakehouse โตขึ้น เพราะเธอเชื่อว่า “ถ้าเราอยากเปลี่ยนอะไรสักอย่าง อยากซัพพอร์ตพนักงาน เกษตรกร คนกิน เราจำเป็นต้องแข็งแรง ตัวใหญ่ และเสียงดัง มันจะเปลี่ยนทุกอย่างได้ง่ายขึ้น” เธอบอกกับเบ๊บว่าขอบคุณที่ทำให้ Salee Bakehouse มีตัวตนจากคำบอกเล่าของเขา ที่สำคัญคือ อยากสร้างมิตรภาพให้กับผู้คนในละแวก ให้คนที่แวะมาเห็นว่าพวกเขาเป็นมิตรมากพอที่จะมาคุย มาถาม หรือสั่งเมนูชื่อแปลกได้โดยไม่กลัวว่าจะสั่งผิด

“คนทำอาหารไม่เท่เลย เราไม่ใช่คนเท่” นั่นคือสิ่งที่พวกเขาทั้งคู่พูดทิ้งท้ายเหมือนกัน และเป็นประโยคที่เราชอบมากที่สุด 

บทสนทนาจบลงตรงนี้เพื่อให้ทุกคนติดตามการเติบโตของพวกเขาต่อไป บอกเลยว่านี่คือ 3 ชั่วโมงที่สนุกสนานและเพลิดเพลินจนลืมเวลา เหมือนได้มานั่งคุยปรับทุกข์กับเพื่อนบ้านใกล้ที่สนิทใจกันจริง ๆ

ก่อนโบกมือลา เสียงแก้วแอบกระซิบ “เบ๊บชงเมนูเด็กอ้วนอร่อยมาก ไว้คราวหน้าลองมาชิม” เราให้คำมั่นกับตัวเองแล้วว่าไม่มีพลาด ต้องกลับไปอีกแน่นอน!

การโคจรมาเจอกันของกาแฟแห่ง BECX KAFFEE : neighborhood และขนมปังโฮมเมด Salee Bakehouse ที่สปาร์กจอยการทำร้านเพราะอยากสนับสนุนท้องถิ่น

BECX KAFFEE : neighborhood

ที่ตั้ง : 34/25 ซอยแจ้งวัฒนะ-ปากเกร็ด 43 ตำบลคลองเกลือ อำเภอปากเกร็ด นนทบุรี (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : เปิดทุกวัน เวลา 06.30 – 16.30 น.

โทรศัพท์ : 08 2692 6942

Facebook : BECX

Writer

ฉัตรชนก ชโลธรพิเศษ

ชาวนนทบุเรี่ยน ชอบเขียน และกำลังฝึกเขียนอย่างพากเพียร มีความหวังจะได้เป็นเซียน ในเรื่องขีดๆ เขียนๆ สักวันหนึ่ง

Photographer

เธียรสิน สุวรรณรังสิกุล

ปัจจุบันกำลังหัดนอนก่อนเที่ยงคืน

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load