25 พฤศจิกายน 2562
12 K

เมื่อเดือน 5 ปี 2561 The Cloud พาผู้อ่านที่สนใจไปรู้จักกับน้ำผึ้งที่บ้านหินลาดใน จังหวัดเชียงราย ในทริป The Cloud Journey 02 : น้ำผึ้งเดือน 5 นั้น เราได้เรียนรู้ทั้งเรื่องราวของน้ำผึ้งแบบต่างๆ วิธีการเลี้ยง และเสน่ห์ซับซ้อนของน้ำผึ้ง หลังจากทริปนั้น เพื่อนร่วมทริปหลายคนก็หันมาสนใจการเลือกซื้อน้ำผึ้งจากแหล่งที่ดี เข้าใจเรื่องที่มาของรสชาติ เรื่องป่า เรื่องความยั่งยืนของอาหารมากขึ้น แต่มีเพื่อนร่วมทริปคนหนึ่งที่สนใจและใส่ใจมันมากกว่าใคร จนทำให้วันนี้เราได้พบกันอีกครั้ง

ยุ้ย-ณัฐวรรณ ศุภพงษ์ เชฟมากฝีมือ ศิษย์เลอ กอร์ดอง เบลอ อดีตนักเรียนวิศวะเคมี และผู้ตกหลุมรักประโยชน์กับเรื่องราวของน้ำผึ้งมาตั้งแต่ที่บ้านห้วยหินลาดในครั้งนั้น นัดเจอพวกเราที่ Honeyful Cafe คาเฟ่น้ำผึ้งที่ยุ้ยตั้งใจทำเพื่อเสิร์ฟทั้งขนม เครื่องดื่ม และเรื่องราวจากน้ำผึ้ง ให้คนทั่วไปได้หลงเสน่ห์มันอย่างที่ยุ้ยรู้สึก

ยุ้ย-ณัฐวรรณ ศุภพงษ์

คาเฟ่น้ำผึ้งแห่งนี้เสิร์ฟเมนูจากน้ำผึ้งที่ทั้งดีต่อร่างกายและอร่อย (มาก) เพราะยุ้ยเชื่อว่าเมื่อคนมีความสุขกับของกินตรงหน้า เขาก็น่าจะเปิดใจฟังเรื่องราวที่มาและประโยชน์ของของอร่อยเหล่านั้น

Honeyful Cafe : คาเฟ่น้ำผึ้งที่ตั้งใจใช้น้ำผึ้งเป็นยาผ่านเครื่องดื่มและขนมรสอร่อย

ยุ้ยอยากให้คาเฟ่นี้เป็นตัวกลางที่จะชวนให้คนหันมาสนใจการกินอาหารตามความต้องการของร่างกาย และชวนให้คิดถึงเรื่องการทำการเกษตรแบบใจดีกับที่มาของอาหาร นอกจากเมนูขนมและเครื่องดื่มที่อร่อยมากแล้ว บรรยากาศในร้านยังทำให้เรารู้สึกเหมือนถูกโอบอยู่กลางป่าโปร่งๆ มีแดดส่องมาพออุ่นๆ ร้านตกแต่งด้วยไม้สีอ่อนและกระเบื้องหกเหลี่ยมแบบเดียวกับรังผึ้ง ทำให้เรารู้สึกใกล้ชิดน้ำผึ้งจนเริ่มเชื่อว่าจะหลงรักได้ไม่ยาก

Honeyful Cafe : คาเฟ่น้ำผึ้งที่ตั้งใจใช้น้ำผึ้งเป็นยาผ่านเครื่องดื่มและขนมรสอร่อย
Honeyful Cafe : คาเฟ่น้ำผึ้งที่ตั้งใจใช้น้ำผึ้งเป็นยาผ่านเครื่องดื่มและขนมรสอร่อย

ก่อนอื่นเรามารู้จักน้ำผึ้งแบบ 101 กันสักหน่อย

น้ำผึ้ง เป็นอาหารของผึ้ง และเป็นผลผลิตจากน้ำเกสรดอกไม้ที่ผึ้งไปดูดมา แล้วทำให้แห้งหนืดโดยการกระพือปีกใส่ เก็บเอาไว้เป็นอาหาร

การที่มนุษย์มีอาหารกินอยู่ทุกวันนี้ส่วนหนึ่งเพราะมีผึ้งช่วยผสมเกสร ผ่านการบินไปเกาะดอกไม้ดอกนั้นดอกนี้ เพื่อเก็บน้ำเกสรดอกไม้มาเป็นอาหารของมัน

คาเฟ่น้ำผึ้งที่ตั้งใจใช้น้ำผึ้งเป็นยาผ่านเครื่องดื่มและขนมรสอร่อย

ผึ้งจึงต้องการดอกไม้ และดอกไม้ก็ต้องการผึ้ง

น้ำผึ้งเป็นส่วนประกอบทางชีวเคมีที่ซับซ้อนและมีประโยชน์หลากหลายมากแบบอธิบายไม่ได้ แต่สร้างความสมดุลได้

สารเคมีดีต่อความสวยของดอกไม้ แต่ไม่ดีต่อผึ้ง 

ถ้าไม่มีผึ้งเราจะไม่ได้อดกินแค่น้ำผึ้ง แต่จะอดกินอาหารอย่างอื่นไปด้วย 

น้ำผึ้งหยดเดียว

เบื้องหลังความเสียหายเกินจะแก้ หลายครั้งมันเป็นเรื่องน้ำผึ้งหยดเดียวของผลจากการกระทำที่ไม่ยั่งยืน 

การทำการเกษตรที่ไม่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมีผลเสียมากมายอย่างที่เราก็รู้ๆ กัน เมื่อเราได้รู้จักกับน้ำผึ้งและที่มาของมัน เราก็จะยิ่งกังวลมากขึ้นไปอีก เพราะการใช้สารเคมีในการทำการเกษตรไม่ได้มีผลเสียแค่เรื่องสารตกค้างเท่านั้น แต่ยังกระทบไปถึงการที่ผึ้งจะอยู่ไม่ได้ เพราะสารเคมีทำให้มันป่วยและยาฆ่าแมลงจะทำให้มันตาย การผสมเกสรของพืชพันธุ์ก็จะไม่เกิดขึ้น และ 1 ใน 3 ของอาหารที่เรากินทุกวันนี้จะหายไปจากโลก และการที่ของอร่อยจะหายไปจากโลกนั้นย่อมเป็นเรื่องที่น่าเศร้ามาก

การดูแลสุขภาพของตัวเองก็เช่นกัน ยุ้ยเล่าให้ฟังจากประสบการณ์ตรงว่า “คนเป็นโรคเล็กๆ น้อยๆ กันเยอะ มันอาจจะไม่ได้ทำให้เราล้มหมอนนอนเสื่อ แต่ก็สะสมจนรุนแรงได้” ตัวยุ้ยเองก็เคยมีอาการเจ็บป่วยเล็กๆ น้อยๆ ที่เกิดจากความเครียด การทำงานหนัก กินน้ำน้อย เลือดข้น ยุ้ยบอกว่า มันถึงระดับที่เรียกได้ว่ายับและเยิน แต่แล้วยุ้ยก็ค่อยๆ ซ่อมร่างโดยใช้อาหารเป็นยา และยุ้ยยังย้ำว่า ถ้าจะให้ดีต้องทั้งเลือกอาหารแล้วก็สร้างนิสัยการกินใหม่ อย่างเช่นการบอกตัวเองให้กินน้ำเยอะๆ เป็นต้น 

“แต่นอกจากการปรับพฤติกรรมแล้ว จะให้มากินอะไรที่มีประโยชน์ แต่ไม่อร่อย มันก็ฝืนใจนะ” ยุ้ยก็เลยตั้งใจทำคาเฟ่ให้เป็นพื้นที่ที่เข้าถึงง่าย ผ่านของอร่อยที่คนคุ้นเคย และกินได้บ่อยๆ เพื่อของอร่อยที่เป็นยานี้จะได้เข้าไปอยู่ในวิถีชีวิตคนได้จริงๆ ยุ้ยเชื่อว่า “ในระยะยาวมันจะช่วยมากกว่า ตอนทำขวดน้ำผึ้งก็ยังคิดด้วยว่าจะต้องทำขวดน้ำผึ้งที่เทง่าย ใช้ง่าย คนจะได้อยากใช้ และกินมันเป็นประจำ”

ด้วยจิตวิญญาณความเป็นเชฟ ยุ้ยชอบทำอาหารให้คนกิน และยุ้ยก็บอกว่า สิ่งที่ทำให้รู้สึกดีกว่าการทำอาหารที่คนกินแล้วอร่อย คือความสุขจากการทำอาหารที่คนกินแล้วเขาสุขภาพดีขึ้น 

เราก็เลยถามยุ้ยว่า ระหว่างเลือกของที่มีประโยชน์กับเลือกของที่อร่อย เราควรเลือกอะไร คำตอบของยุ้ยคือ “ควรเลือกของที่มีประโยชน์แล้วเอามาทำให้มันอร่อย” และนั่นก็คือแนวคิดของ Honeyful Cafe 

ถ้าตอนนี้ยังไม่ว่างไป Honeyful Cafe นี่คือ 4 เมนู 4 เรื่องเล่าที่เราเลือกเอามาให้ชิม

Honeyful Cafe : คาเฟ่น้ำผึ้งที่ตั้งใจใช้น้ำผึ้งเป็นยาผ่านเครื่องดื่มและขนมรสอร่อย

ความหลากหลายคือความสมดุล 

Honeyful Honey – นมอัลมอนด์ผสมน้ำผึ้ง 

Honeyful Cafe : คาเฟ่น้ำผึ้งที่ตั้งใจใช้น้ำผึ้งเป็นยาผ่านเครื่องดื่มและขนมรสอร่อย

สรรพคุณ : ช่วยลดคอเลสเตอรอล ลดความดัน เป็นแหล่งแคลเซียมและวิตามินอี

“ถ้าเป็นผู้หญิงเข้าร้านมาให้แนะนำเครื่องดื่ม เราจะแนะนำตัวนี้” ไม่ใช่เพราะมันสีสวย รสหวานกินง่าย หรือกินแล้วไม่อ้วน แต่เหตุผลของยุ้ยก็คือเพราะเมนูนี้มีแคลเซียม ซึ่งเป็นสารอาหารที่ผู้หญิงต้องการอยู่เยอะ

เมนูนี้ใช้น้ำผึ้งที่ได้รางวัลระดับโลก จากประเทศออสเตรเลีย ดินแดนที่ได้ชื่อว่ายังมีระบบนิเวศสมบูรณ์มากที่หนึ่งในโลก ยุ้ยเล่าว่า ชิมน้ำผึ้งขวดนี้แล้วชอบมากก็เลยขับรถไฟหาเจ้าของฟาร์ม ไปพูดคุยกับเขาจนเป็นจุดเริ่มต้นให้ยุ้ยหาข้อมูลเพิ่มเติมและเริ่มเสาะหาน้ำผึ้งจากแหล่งต่างๆ 

เพื่อให้สมกับความเป็นน้ำผึ้งที่เป็นจุดเริ่มต้น (และมันก็อร่อยมากด้วย) ยุ้ยจึงเลือกมันมาเป็น เมนูซิกเนเจอร์ของร้าน แต่ลำพังแค่ตัวน้ำผึ้งที่ว่า คนก็อาจจะไม่ได้รู้สึกพิเศษกับมันมากเท่าที่มันพิเศษ ยุ้ยจึงนำพาคนกินให้เข้าถึงความพิเศษนั้น ผ่านตัวกลางอย่างนมอัลมอนด์ที่มีรสชาติของดอกไม้ที่จะช่วยดึงรสดอกไม้ในน้ำผึ้งให้คนสัมผัสได้ชัดเจนขึ้น 

เมนูอื่นๆ ของ Honeyful Cafe ก็เกิดมาจากวิธีการเดียวกันนี้ คือการเชื่อมให้รสชาติที่ซับซ้อนของน้ำผึ้งได้รับการสัมผัสและเข้าถึงได้ง่าย โดยอาศัยอาหารอย่างอื่นเป็นตัวช่วย 

ความท้าทายที่สนุกมากสำหรับการทำเมนูของ Honeyful Cafe ก็คือการหาวิธีการจับคู่ว่าอะไรควรจะต้องกินกับอะไรที่มันถึงจะส่งเสริมกันและกันทั้งเรื่องประโยชน์และรสชาติ เพราะน้ำผึ้งที่ยุ้ยเลือกมายุ้ยไม่ได้เลือกแค่รสชาติ แต่ยังเลือกจากเรื่องเล่าด้วย ยุ้ยบอกว่า “การใช้น้ำผึ้งแปลกๆ จะทำให้คนสนใจได้มากกว่า เมื่อเห็นว่าน้ำผึ้งมีหลากหลายแบบก็จะได้โอกาสเล่าถึงแหล่งที่มาของน้ำผึ้ง” 

อย่างที่เกาะฮาวาย ประเทศสหรัฐอเมริกา มีดอกไม้ที่มีในป่าฮาวายเท่านั้น ดอกไม้นี้ให้น้ำผึ้งเป็นสีขาว ซึ่งตอนเก็บเกี่ยวมาเป็นสีเขียว แต่พอตั้งไว้มันจะตกผลึกตามธรรมชาติแล้วกลายเป็นสีขาวล้วน ความน่าตื่นตาตื่นใจนี้ยุ้ยเชื่อว่ามันจะเปิดตาเปิดใจให้คนฟังเรื่องความหลากหลายของภูมิประเทศ ภูมิอากาศ และเสน่ห์ของโลกที่เราอยู่นี้ จนขยายความไปถึงการช่วยกันดูแลรักษาความสมดุลตามธรรมชาติได้ 

บ่อยครั้งน้ำผึ้งแปลกๆ ก็ไม่ได้มาพร้อมความอร่อยแบบสำเร็จรูป ก็เลยต้องอาศัยฝีไม้ลายมือของเชฟยุ้ยในการจับคู่น้ำผึ้งต่างๆ กับรสชาติและอาหารอื่นๆ เพื่อให้ของดีกลายเป็นของอร่อย 

น้ำผึ้งที่ดีคือน้ำผึ้งจากที่มาที่ดี

Matured Longan Honey – น้ำผึ้งดอกลำไยสุกกับกรีกโยเกิร์ตและข้าวโอ๊ต

Honeyful Cafe : คาเฟ่น้ำผึ้งที่ตั้งใจใช้น้ำผึ้งเป็นยาผ่านเครื่องดื่มและขนมรสอร่อย

สรรพคุณ : มีโพรไบโอติก เป็นแหล่งของแคลเซียม ข้าวโอ๊ตมีสารต่อต้านอนุมูลอิสระสูงและช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด

จากการเดินทางไปหลายประเทศแล้วพบว่าแต่ละประเทศก็มีน้ำผึ้งเยอะและหลากหลายมาก ยุ้ยก็เลยเริ่มศึกษาจริงจังว่าน้ำผึ้งที่อร่อยมันเป็นยังไง น้ำผึ้งแท้น้ำผึ้งเทียมนั้นต้องสังเกตกันที่ตรงไหน แหล่งที่มาของน้ำผึ้งทำให้รสชาติมันต่างกันยังไง 

เมนูนี้ยุ้ยเลือกใช้น้ำผึ้งที่เป็นที่สุดของความเป็นน้ำผึ้งแท้ คือน้ำผึ้งที่เก็บตอนมันสุกแล้ว เรียกว่าน้ำผึ้งสุก (Matured Honey) 

ใครๆ ก็คงจะนึกรังผึ้งและน้ำผึ้งออก แต่คงมีไม่มากนักที่จะคุ้นเคยกับคำว่า ‘น้ำผึ้งสุก’ ก่อนอื่นต้องเล่าก่อนว่าผึ้งเก็บน้ำผึ้งในช่องหกเหลี่ยมซึ่งเมื่อน้ำผึ้งเต็มช่องแล้วผึ้งก็จะปิดผนึกช่องนั้นเอาไว้ น้ำผึ้งสุกคือน้ำผึ้งที่หมักในช่องนั้นจนสุกและมีคุณสมบัติครบถ้วน ท็อปฟอร์มตามอย่างที่มันควรจะเป็น ทว่าอุตสาหกรรมการทำน้ำผึ้งก็ทำให้คนเลี้ยงผึ้งหลายคนไม่รอให้ผึ้งปิดผนึกรังของมันก่อนที่จะเก็บมา แต่เก็บน้ำผึ้งที่ยังไม่สุกนั้นมาทำให้ข้นด้วยความร้อนแทน ซึ่งจะทำให้อยู่บนชั้นวางได้นาน และบางสถาบันก็ถึงกับตัดสินว่าน้ำผึ้งแบบนี้ไม่ใช่น้ำผึ้งแท้ 

การเลือกน้ำผึ้งที่เป็นน้ำผึ้งแท้และรสชาติดียุ้ยใช้วิธีไปดูสวนและไปรู้จักกับคนเลี้ยงเสมอ ยุ้ยบอกว่า ในเมื่อน้ำผึ้งมันดูยากว่าอันไหนแท้หรือเทียม ยุ้ยจึงเลือกที่จะตัดสินจากแหล่งผลิต และความเป็นคนดีของคนเลี้ยงผึ้ง

สวนที่อยู่ในพื้นที่ที่อุดมสมบูรณ์น้ำผึ้งจะอร่อย และทัศนคติการเลี้ยงดูผึ้งจะบอกว่าคนเลี้ยงผึ้งคนนี้จะผลิตน้ำผึ้งแบบไหน เป็นเกณฑ์การตัดสินที่ยุ้ยบอกว่าไม่เคยพลาดสักครั้ง 

 อีกเรื่องที่ยุ้ยสนใจคือการเลี้ยงผึ้งแบบไม่เบียดเบียนกัน ยุ้ยเล่าให้ฟังเรื่องว่า มันมีกล่องเลี้ยงผึ้งที่เรียกว่า Langstroth Hive เป็นกล่องทรงสูง มี 2 ชั้นเป็นอย่างต่ำ คนเลี้ยงผึ้งจะเอากล่องนี้ไปวางไว้ในสวนเพื่อรอให้ผึ้งมาทำรัง โดยทางเข้าของผึ้งและนางพญาผึ้งจะอยู่ชั้นล่าง แต่ช่องระหว่างชั้นจะเล็กหน่อย ให้นางพญาผึ้งผ่านไม่ได้แต่เหล่าผึ้งงานจะสามารถสร้างรังที่ชั้นที่สองนี้ได้ เมื่อถึงเวลาเก็บเกี่ยว คนเลี้ยงผึ้งก็เปิดกล่องแค่ข้างบนเพื่อเก็บน้ำผึ้ง โดยที่ไม่ต้องทำให้ผึ้งรังแตกจนต้องไปหาที่ทำรังที่ใหม่ 

“ถ้าเราจะทำธุรกิจ เราก็ไม่อยากทำแล้วต้องไปเบียดเบียนผึ้ง เราก็เลยใช้น้ำผึ้งจากฟาร์มที่เลี้ยงผึ้งเพื่อการค้าโดยเฉพาะ เป็นน้ำผึ้งที่รู้ได้ว่ามาจากดอกไม้ชนิดไหน และจริงจังในการเก็บเกี่ยวน้ำผึ้งแบบที่ไม่ทำร้ายกัน”

 จงแสดงความรักด้วยการกินอย่าให้เหลือ

Apple Blossom Honey – น้ำผึ้งแอปเปิ้ล

Honeyful Cafe : คาเฟ่น้ำผึ้งที่ตั้งใจใช้น้ำผึ้งเป็นยาผ่านเครื่องดื่มและขนมรสอร่อย

สรรพคุณ : คืนความสมดุลให้ระบบย่อยอาหาร ลดกรดในกระเพาะและลดน้ำตาลกลูโคสในเลือด

เมนูนี้เป็นเครื่องดื่มที่เกิดจากแอปเปิ้ลทั้งลูก คือน้ำผึ้งจากเกสรดอกแอปเปิ้ล น้ำแอปเปิ้ลจากเนื้อที่เอาไปคั้นสดๆ และ Apple Cider Vinegar ที่เกิดจากการหมักส่วนที่เหลือของแอปเปิ้ล

แอปเปิ้ล 1 ผลนี้เป็นผลงานของสิ่งมีชีวิตและพลังงานมากมาย เริ่มจากเมล็ดที่ฝังในดิน ผ่านแดด ผ่านฝน งอกเป็นต้นกล้า ได้ปุ๋ยจากมูลสัตว์ต่างๆ ได้น้ำได้ลมที่พอดีจากสภาพแวดล้อมที่พร้อมไปด้วยต้นไม้ใหญ่และลำธาร เติบโตเป็นลำต้นสูงใหญ่ที่ออกใบและดอกที่ลำพังตัวมันเองก็คงจะได้แค่อยู่แบบเหงาๆ จนมีผึ้งสักตัวบินมาเกาะ พาเกสรจากดอกอื่นมา และจากไปพร้อมน้ำเกสรจากดอกแอปเปิ้ลเอาไปเก็บที่รัง ดอกนั้นก็เปลี่ยนเป็นผล และเมื่อถึงจุดสิ้นสุดผลนั้นก็จะเหลือไว้เพียงเมล็ดที่จะสร้างวงจรของแอปเปิ้ลต่อไป 

อาหารทุกอย่างที่เรากินมาทั้งชีวิตมีวงจรและทีมงานผู้สร้างที่มากมายแบบนี้ทั้งสิ้น พัฟที่ยุ้ยทำที่ Honeyful Cafe จึงทำเป็นรูปสี่เหลี่ยมและตั้งชื่อว่า ‘SQRUFFs’ เพื่อจะได้ไม่ต้องมีแป้งที่โดนตัดทิ้งไปจากการทำให้พัฟเป็นทรงกลม เพราะแป้ง 1 ส่วนนั้นก็ประกอบด้วยวงจรที่เยอะและยาวเหมือนกับวงจรของแอปเปิ้ลข้างบนเหมือนกัน

 การทำคาเฟ่แบบหวังดีกับทุกคน

Yuzu Inspired Cheesecake – ชีสเค้กยูสุ 

Honeyful Cafe : คาเฟ่น้ำผึ้งที่ตั้งใจใช้น้ำผึ้งเป็นยาผ่านเครื่องดื่มและขนมรสอร่อย

สรรพคุณ : สร้างประกายในแววตาและรอยยิ้มบนใบหน้า

“เค้กร้านยุ้ยจะชิ้นเล็กมาก แต่ชิ้นเท่านี้ก็เป็นปริมาณที่เหมาะสมกับร่างกายพอแล้ว” ยุ้ยดักคอหลังจากที่เราชิมชีสเค้กยูสุและออกปากชมไม่หยุดอย่างห้ามตัวเองไม่อยู่ แม้จะยังรู้สึกอยากกินอีกแต่ความหวังดีที่ยุ้ยตั้งใจออกแบบไว้ก็ทำให้เราต้องหักห้ามใจ

ตลาดคนที่สนใจผลิตภัณฑ์จากน้ำผึ้งเป็นตลาดที่ค่อนข้างเฉพาะเจาะจง Honeyful Cafe ก็เลยต้องมีขนมอย่างอื่นมาทำให้ร้านน่าเข้า เข้าถึงง่ายอย่างชีสเค้กยูสุ SQRUFFs ไส้ต่างๆ และกาแฟผสมน้ำผึ้ง ที่จะทำให้เพื่อนและครอบครัวที่อาจจะมีความชอบต่างกัน มาใช้เวลาร่วมกันกินของที่มีประโยชน์ รสชาติอร่อย และชวนให้ครุ่นคิดเรื่องการสร้างสมดุลให้กับร่างกายและโลกใบนี้ผ่านการกินไปด้วยกัน

HONEYFUL CAFE

โรงแรมอริสตัน สุขุมวิท 24

เปิด-ปิด 08.00 – 20.00 น. Facebook : Honeyful Cafe

Writer

พิชญา อุทัยเจริญพงษ์

คนกรุงเทพฯ ที่มีความสนใจหลากหลายตั้งแต่เรื่องมนุษย์ไปจนถึงเรื่องนอกโลก ทำงานโฆษณาเป็นอาชีพ แต่ก็ยังอยากทำอะไรอีกหลายอย่าง ชอบบทสนทนาดีๆ ที่มากับกาแฟอุ่นๆ เป็นที่สุด

Photographer

จิรณรงค์ วงษ์สุนทร

Art Director และนักวาดภาพประกอบ สนใจเรียนรู้เรื่องราวเบื้องหน้าเบื้องหลังของอาหารกับกาแฟ รวบรวมทั้งร้านที่คิดว่าอร่อย และความรู้เรื่องอาหารไว้ที่เพจถนัดหมี และรวมร้านกาแฟที่ชอบไปไว้ใน IG : jiranarong2

Cafe Culture

คาเฟ่แนวคิดดี แตกต่าง และสร้างแรงบันดาลใจ

ร้านน้ำแข็งไสนี้ชื่อว่า ไสใส 

‘ไส’ แรกมาจากคำว่า น้ำแข็งไส 

‘ใส’ ที่สอง ถ้าเปรียบเป็นคำก็น่าจะเป็นคำว่า Honest โปร่งใส แบบ Honest Shaved Ice เป็นการดึงเอาวัตถุดิบมายังไงอย่างนั้น ไม่ต้องปรับปรุงอะไรมาก และเสนอผ่านตัวน้ำแข็งไส เอาทั้งสองมารวมกันจนกลายมาเป็น ‘ไสใส’ นั่นเอง

ฌา-ฬิฌฌา ตันติศิริวัฒน์ เจ้าของร้านน้ำแข็งไสเจ้าใหม่ล่าสุดย่านประตูผี เล่าที่มาของชื่อร้านให้เราฟัง ทำให้จินตนาการถึงแนวคิดคร่าว ๆ ของร้านได้  

ไสใส : ร้านน้ำแข็งไสที่ใช้ความหวานเย็นเป็นตัวเชื่อมวัตถุดิบท้องถิ่นกับคนกิน

ฌาเป็นผู้ก่อตั้ง HATCH goodies แบรนด์ข้าวสายพันธุ์ท้องถิ่นที่ปลูกด้วยวิถีออร์แกนิก ระหว่างเดินทางเพื่อทำเรื่องข้าว เธอได้พบวัตถุดิบท้องถิ่นอีกมากมายที่อยู่ในพื้นที่เดียวกัน 

คอนเซ็ปต์แรกเริ่มของไสใส มาจากอยากทำให้วัตถุดิบท้องถิ่นเป็นที่รู้จัก แล้วทำให้คนสัมผัสกับวัตถุดิบเหล่านี้ได้ง่าย ๆ 

“เราตั้งคอนเซ็ปต์ว่าอยากทำอะไรเกี่ยวกับวัตถุดิบท้องถิ่นที่คนรู้จักบ้าง ไม่รู้จักบ้าง เลยทำพื้นที่ที่เขามาแล้วสัมผัสได้ง่ายขึ้น รู้จักง่ายขึ้น กินง่ายขึ้น ก็เลยออกมาเป็นรูปแบบน้ำแข็งไส ของกินที่เข้าถึงง่าย พูดถึงปุ๊บก็เข้าใจว่าต้องทานยังไง แล้วค่อยปรับเปลี่ยนเครื่องน้ำแข็งไสข้างในเอา ให้ไม่ได้รู้สึกแปลก ใช้น้ำแข็งไสเป็นตัวเชื่อม ออกมาเป็นรูปแบบคล้าย ๆ คาเฟ่”

ฌาทำงานร่วมกับ มิ้นท์-เสาวลักษณ์ กิจวิกรัยอนันต์ เชฟที่เก่งเรื่องขนมหวาน โดยมีจุดหมายเดียวกัน คืออยากผลักดันวัตถุดิบไทยให้เป็นที่รู้จัก

ไสใส : ร้านน้ำแข็งไสที่ใช้ความหวานเย็นเป็นตัวเชื่อมวัตถุดิบท้องถิ่นกับคนกิน

 “ถ้าเกิดเราอยากกินวัตถุดิบอะไรที่เป็นท้องถิ่นจ๋า ๆ จะไม่ค่อยมีร้านที่เข้าถึงง่ายขนาดนั้น อาจต้องไป Chef’s Table หรือไปนั่งทานร้านอาหารที่ค่อนข้างเฉพาะ บางคนจึงรู้สึกว่าเข้าถึงยาก น้ำแข็งไสน่าจะทำให้คนกล้าลองมากขึ้น หรือลองสิ่งที่ดูหน้าตาปกติ แต่พอกินแล้วอาจสงสัยว่าอันนี้คืออะไร พอเริ่มมีคำถามจากรสชาติแล้ว มันก็ต่อยอดจากตรงนั้นได้” มิ้นท์ผู้มีประสบการณ์ครัวร้านไฟน์ไดนิ่งช่วยเสริม

แต่ละเมนูขึ้นอยู่กับวัตถุดิบตามแต่ฤดูกาล ทำให้ทั้งหมดมีเพียงแค่ 4 เมนูยืนพื้น แต่ละเมนูจะหยุดขายเมื่อวัตถุดิบนั้นหมดฤดูกาลไปแล้ว ถ้าอยากกินเมนูเดิมซ้ำอีก ก็อาจจะต้องอดทนรออีกทีปีหน้า 

“เราจะตามใจธรรมชาติระดับหนึ่ง เขามาอย่างนี้ก็ทำอย่างนี้ ไม่ว่าจะด้วยฤดูกาลหรือภัยธรรมชาติก็แล้วแต่ ต้องยอมรับ อาจจะต้องเหนื่อยที่มิ้นท์” ฌาเล่าพร้อมหัวเราะ

ไสใส : ร้านน้ำแข็งไสที่ใช้ความหวานเย็นเป็นตัวเชื่อมวัตถุดิบท้องถิ่นกับคนกิน

หวานจาก เค็มเคย

ผมเริ่มลองชิมแต่ละเมนู ถ้วยแรกชื่อ ‘หวานจาก เค็มเคย’ เป็นเมนูที่สร้างความแปลกใจตรงที่เป็นการผสมกันระหว่างของคาวกับของหวาน มีกุ้งเคยตัวจิ๋วโรยอยู่ด้านบน มีไซรัปน้ำเชื่อมดอกจากที่หอมและหวานละมุน พร้อมด้วยท็อปปิ้งอย่างลูกจากเชื่อม โมจิข้าว ข้าวเม่ามะพร้าวอ่อน รวมเป็นหวานเค็มที่เข้ากันสุด ๆ 

“เมนูนี้คิดมาจากน้ำเชื่อมก่อน เราอยากใช้น้ำเชื่อมที่เป็นความหวานจากธรรมชาติ พอเป็นน้ำเชื่อมจาก ก็จะเชื่อมโยงไปกับลูกจากและตัวเคย หลังจากนั้นก็เอาผลิตภัณฑ์จากข้าวมาใช้ เรามีข้าวเม่าที่คนกรุงเทพฯ ก็ไม่ค่อยได้ทานด้วย เลยดึงมันเข้ามาอยู่ด้วยกัน เหมือนอารมณ์กินข้าวเหนียวหน้ากุ้ง คือ มีมะพร้าว มีข้าว เราทำแป้งข้าวเองอยู่แล้ว ก็เลยทำแบบโมจิข้าว โดยใช้ข้าวพันธุ์พื้นเมืองทำออกมาเป็นเมนูนี้”

ไสใส : ร้านน้ำแข็งไสที่ใช้ความหวานเย็นเป็นตัวเชื่อมวัตถุดิบท้องถิ่นกับคนกิน

สตรอว์เบอร์รี่ บัฟ โยเกิร์ต

เป็นเมนูที่ค่อนข้างเข้าถึงได้ง่าย อร่อย มีความหวานเปรี้ยวพอดี ตัดด้วยโยเกิร์ตนมควายด้านล่าง และมีเท็กซ์เจอร์กรอบ ๆ จากครัมเบิ้ลข้าวเจ้าพันธุ์เวสสันตระ

“มันเป็นฤดูกาลสตรอว์เบอร์รี่ เราก็เลยเอามาใช้ แล้วเราไปเจอเกษตรกรที่ทำนมควายออร์แกนิก ก็เลยเอามาทำโยเกิร์ต อารมณ์แบบสตรอว์เบอร์รี่ชีสเค้ก คนก็น่าจะเข้าถึงง่ายขึ้น ใช้เป็นผลไม้สดปั่นแทนน้ำเชื่อม แต่สตรอว์เบอร์รี่บ้านเราค่อนข้างเปรี้ยวนำ เราก็อาจจะปรุงรสด้วยน้ำตาลจากนิดหนึ่ง ให้กินง่าย”

ไสใส : ร้านน้ำแข็งไสที่ใช้ความหวานเย็นเป็นตัวเชื่อมวัตถุดิบท้องถิ่นกับคนกิน

โตนด แอนด์ บีน

เมนูที่ตาลโตนดเป็นพระเอกจริง ๆ มีน้ำเชื่อมโตนดที่กลิ่นโตนดดีงามมาก ๆ ท็อปด้วยถั่วเหลืองเชื่อม ผงถั่วเหลือง ตัดด้วยถั่วเหลืองคาราเมลไลซ์ที่กรุบกรอบและหอมเบา ๆ และซ่อนด้วยเยลลี่จากน้ำตาลโตนดด้านใน

“เมนูนี้มีใช้น้ำเชื่อมโตนดที่ได้มาจากสงขลา มันมีความหมักค่อนข้างเยอะ มีรสชาติหวานเค็ม แล้วเราก็นึกถึงสิ่งที่จะมาจับคู่กันน่าจะเป็นถั่ว เลยเลือกถั่วเหลืองเชื่อม คล้าย ๆ ถั่วแดงเชื่อมของญี่ปุ่นออกมาเป็นเมนูนี้”

ไสใส : ร้านน้ำแข็งไสที่ใช้ความหวานเย็นเป็นตัวเชื่อมวัตถุดิบท้องถิ่นกับคนกิน
คุยกับ ฌา-ฬิฌฌา ตันติศิริวัฒน์ เรื่องร้านน้ำแข็งไสที่ใช้กุ้งเคย นมควาย น้ำตาลจาก และอีกหลากหลายของท้องถิ่นมาทำขนมคลายร้อน

Roots x ไสใส

ถ้วยนี้มีความพิเศษเพราะทำร่วมกับ Roots ร้านกาแฟที่พยายามผลักดันกาแฟไทย และเป็นร้านที่แชร์พื้นที่ร่วมกันกับไสใสด้วย เลยนึกสนุกแลกเปลี่ยนไอเดียกัน เป็นที่มาของเมนู Roots x ไสใส 

เมนูนี้พิเศษที่ใช้กาแฟที่คัดมาอย่างดีแล้วของ Roots ทำเป็นไซรัปกาแฟและเยลลี่กาแฟ ในถ้วยมีท็อปปิ้งอย่างอื่นอีก เช่น โมจิข้าวที่ให้ความรู้สึกหนุบหนับ ตามด้วยครัมเบิ้ลกระบกหรืออัลมอนด์ป่า ให้ความกรุบกรอบคล้ายอัลมอนด์อบแห้ง ตัดรสด้วยพุดดิ้งนมควายเข้ากันอย่างลงตัว

“เราเปลี่ยนเมนูกันเรื่อย ๆ ด้วยการเล่นสนุกกันของแต่ละเมนูระหว่างไสใสกับ Roots เรามีเมนูที่ทำกับกาแฟของ Roots แล้วเขาก็จะมีเมนูที่ทำจากวัตถุดิบของเราเหมือนกัน”

คุยกับ ฌา-ฬิฌฌา ตันติศิริวัฒน์ เรื่องร้านน้ำแข็งไสที่ใช้กุ้งเคย นมควาย น้ำตาลจาก และอีกหลากหลายของท้องถิ่นมาทำขนมคลายร้อน

Old Town Fizzy

เครื่องดื่มพิเศษที่ Roots ใช้วัตถุดิบท้องถิ่นที่ได้จากไสใส ใช้เก๊กฮวยขาวกับเลม่อนคั้นสด และเติมความหวานด้วยน้ำตาลจากลูกจาก ผสมโซดา เป็นเครื่องดื่มที่ให้ความสดชื่นได้ดีมาก มีรสเปรี้ยวหวานลงตัว เหมาะกับอากาศร้อน ๆ มีเนื้อลูกจากให้เคี้ยวเพลินด้วย 

Yen-Yen Cold Brew

 เป็นน้ำแตงโมสกัดเย็น ผสมนม น้ำตาลลูกจาก และกาแฟ Cold Brew มีพุดดิ้งนมสดผสมเนื้อลูกจากให้เคี้ยววางอยู่ด้านบน

นอกจากน้ำแข็งไสและเครื่องดื่ม ที่นี่ยังเสิร์ฟเค้กที่ทำจากข้าว 100 เปอร์เซ็นต์ โดยใช้ข้าวจากแบรนด์ HATCH goodies พูดได้ว่าผลิตภัณฑ์ทั้งหมดทำมาจากข้าว ไม่ผสมแป้งสาลี คนที่แพ้กลูเตนจึงอร่อยกับทั้งน้ำแข็งไสและขนมได้อย่างสบายใจ

คุยกับ ฌา-ฬิฌฌา ตันติศิริวัฒน์ เรื่องร้านน้ำแข็งไสที่ใช้กุ้งเคย นมควาย น้ำตาลจาก และอีกหลากหลายของท้องถิ่นมาทำขนมคลายร้อน
คุยกับ ฌา-ฬิฌฌา ตันติศิริวัฒน์ เรื่องร้านน้ำแข็งไสที่ใช้กุ้งเคย นมควาย น้ำตาลจาก และอีกหลากหลายของท้องถิ่นมาทำขนมคลายร้อน

ไสใส Saisai

ที่ตั้ง : ถนนมหาไชย แขวงสำราญราษฎร์ เขตพระนคร จังหวัดกรุงเทพมหานคร (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : 12.00 – 00.00 น. (ปิดวันจันทร์)

Facebook : ไสใส Saisai

Instagram : saisai.bangkok

Writers

วิทย์ อนันต์ธนาเกษม

เด็กฝึกงานผู้ยิ้มอ่อนกับทุกสถานการณ์

จิรณรงค์ วงษ์สุนทร

Art Director และนักวาดภาพประกอบ สนใจเรียนรู้เรื่องราวเบื้องหน้าเบื้องหลังของอาหารกับกาแฟ รวบรวมทั้งร้านที่คิดว่าอร่อย และความรู้เรื่องอาหารไว้ที่เพจถนัดหมี และรวมร้านกาแฟที่ชอบไปไว้ใน IG : jiranarong2

Photographer

เธียรสิน สุวรรณรังสิกุล

ปัจจุบันกำลังหัดนอนก่อนเที่ยงคืน

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load