25 พฤศจิกายน 2562
13 K

เมื่อเดือน 5 ปี 2561 The Cloud พาผู้อ่านที่สนใจไปรู้จักกับน้ำผึ้งที่บ้านหินลาดใน จังหวัดเชียงราย ในทริป The Cloud Journey 02 : น้ำผึ้งเดือน 5 นั้น เราได้เรียนรู้ทั้งเรื่องราวของน้ำผึ้งแบบต่างๆ วิธีการเลี้ยง และเสน่ห์ซับซ้อนของน้ำผึ้ง หลังจากทริปนั้น เพื่อนร่วมทริปหลายคนก็หันมาสนใจการเลือกซื้อน้ำผึ้งจากแหล่งที่ดี เข้าใจเรื่องที่มาของรสชาติ เรื่องป่า เรื่องความยั่งยืนของอาหารมากขึ้น แต่มีเพื่อนร่วมทริปคนหนึ่งที่สนใจและใส่ใจมันมากกว่าใคร จนทำให้วันนี้เราได้พบกันอีกครั้ง

ยุ้ย-ณัฐวรรณ ศุภพงษ์ เชฟมากฝีมือ ศิษย์เลอ กอร์ดอง เบลอ อดีตนักเรียนวิศวะเคมี และผู้ตกหลุมรักประโยชน์กับเรื่องราวของน้ำผึ้งมาตั้งแต่ที่บ้านห้วยหินลาดในครั้งนั้น นัดเจอพวกเราที่ Honeyful Cafe คาเฟ่น้ำผึ้งที่ยุ้ยตั้งใจทำเพื่อเสิร์ฟทั้งขนม เครื่องดื่ม และเรื่องราวจากน้ำผึ้ง ให้คนทั่วไปได้หลงเสน่ห์มันอย่างที่ยุ้ยรู้สึก

ยุ้ย-ณัฐวรรณ ศุภพงษ์

คาเฟ่น้ำผึ้งแห่งนี้เสิร์ฟเมนูจากน้ำผึ้งที่ทั้งดีต่อร่างกายและอร่อย (มาก) เพราะยุ้ยเชื่อว่าเมื่อคนมีความสุขกับของกินตรงหน้า เขาก็น่าจะเปิดใจฟังเรื่องราวที่มาและประโยชน์ของของอร่อยเหล่านั้น

Honeyful Cafe : คาเฟ่น้ำผึ้งที่ตั้งใจใช้น้ำผึ้งเป็นยาผ่านเครื่องดื่มและขนมรสอร่อย

ยุ้ยอยากให้คาเฟ่นี้เป็นตัวกลางที่จะชวนให้คนหันมาสนใจการกินอาหารตามความต้องการของร่างกาย และชวนให้คิดถึงเรื่องการทำการเกษตรแบบใจดีกับที่มาของอาหาร นอกจากเมนูขนมและเครื่องดื่มที่อร่อยมากแล้ว บรรยากาศในร้านยังทำให้เรารู้สึกเหมือนถูกโอบอยู่กลางป่าโปร่งๆ มีแดดส่องมาพออุ่นๆ ร้านตกแต่งด้วยไม้สีอ่อนและกระเบื้องหกเหลี่ยมแบบเดียวกับรังผึ้ง ทำให้เรารู้สึกใกล้ชิดน้ำผึ้งจนเริ่มเชื่อว่าจะหลงรักได้ไม่ยาก

Honeyful Cafe : คาเฟ่น้ำผึ้งที่ตั้งใจใช้น้ำผึ้งเป็นยาผ่านเครื่องดื่มและขนมรสอร่อย
Honeyful Cafe : คาเฟ่น้ำผึ้งที่ตั้งใจใช้น้ำผึ้งเป็นยาผ่านเครื่องดื่มและขนมรสอร่อย

ก่อนอื่นเรามารู้จักน้ำผึ้งแบบ 101 กันสักหน่อย

น้ำผึ้ง เป็นอาหารของผึ้ง และเป็นผลผลิตจากน้ำเกสรดอกไม้ที่ผึ้งไปดูดมา แล้วทำให้แห้งหนืดโดยการกระพือปีกใส่ เก็บเอาไว้เป็นอาหาร

การที่มนุษย์มีอาหารกินอยู่ทุกวันนี้ส่วนหนึ่งเพราะมีผึ้งช่วยผสมเกสร ผ่านการบินไปเกาะดอกไม้ดอกนั้นดอกนี้ เพื่อเก็บน้ำเกสรดอกไม้มาเป็นอาหารของมัน

คาเฟ่น้ำผึ้งที่ตั้งใจใช้น้ำผึ้งเป็นยาผ่านเครื่องดื่มและขนมรสอร่อย

ผึ้งจึงต้องการดอกไม้ และดอกไม้ก็ต้องการผึ้ง

น้ำผึ้งเป็นส่วนประกอบทางชีวเคมีที่ซับซ้อนและมีประโยชน์หลากหลายมากแบบอธิบายไม่ได้ แต่สร้างความสมดุลได้

สารเคมีดีต่อความสวยของดอกไม้ แต่ไม่ดีต่อผึ้ง 

ถ้าไม่มีผึ้งเราจะไม่ได้อดกินแค่น้ำผึ้ง แต่จะอดกินอาหารอย่างอื่นไปด้วย 

น้ำผึ้งหยดเดียว

เบื้องหลังความเสียหายเกินจะแก้ หลายครั้งมันเป็นเรื่องน้ำผึ้งหยดเดียวของผลจากการกระทำที่ไม่ยั่งยืน 

การทำการเกษตรที่ไม่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมีผลเสียมากมายอย่างที่เราก็รู้ๆ กัน เมื่อเราได้รู้จักกับน้ำผึ้งและที่มาของมัน เราก็จะยิ่งกังวลมากขึ้นไปอีก เพราะการใช้สารเคมีในการทำการเกษตรไม่ได้มีผลเสียแค่เรื่องสารตกค้างเท่านั้น แต่ยังกระทบไปถึงการที่ผึ้งจะอยู่ไม่ได้ เพราะสารเคมีทำให้มันป่วยและยาฆ่าแมลงจะทำให้มันตาย การผสมเกสรของพืชพันธุ์ก็จะไม่เกิดขึ้น และ 1 ใน 3 ของอาหารที่เรากินทุกวันนี้จะหายไปจากโลก และการที่ของอร่อยจะหายไปจากโลกนั้นย่อมเป็นเรื่องที่น่าเศร้ามาก

การดูแลสุขภาพของตัวเองก็เช่นกัน ยุ้ยเล่าให้ฟังจากประสบการณ์ตรงว่า “คนเป็นโรคเล็กๆ น้อยๆ กันเยอะ มันอาจจะไม่ได้ทำให้เราล้มหมอนนอนเสื่อ แต่ก็สะสมจนรุนแรงได้” ตัวยุ้ยเองก็เคยมีอาการเจ็บป่วยเล็กๆ น้อยๆ ที่เกิดจากความเครียด การทำงานหนัก กินน้ำน้อย เลือดข้น ยุ้ยบอกว่า มันถึงระดับที่เรียกได้ว่ายับและเยิน แต่แล้วยุ้ยก็ค่อยๆ ซ่อมร่างโดยใช้อาหารเป็นยา และยุ้ยยังย้ำว่า ถ้าจะให้ดีต้องทั้งเลือกอาหารแล้วก็สร้างนิสัยการกินใหม่ อย่างเช่นการบอกตัวเองให้กินน้ำเยอะๆ เป็นต้น 

“แต่นอกจากการปรับพฤติกรรมแล้ว จะให้มากินอะไรที่มีประโยชน์ แต่ไม่อร่อย มันก็ฝืนใจนะ” ยุ้ยก็เลยตั้งใจทำคาเฟ่ให้เป็นพื้นที่ที่เข้าถึงง่าย ผ่านของอร่อยที่คนคุ้นเคย และกินได้บ่อยๆ เพื่อของอร่อยที่เป็นยานี้จะได้เข้าไปอยู่ในวิถีชีวิตคนได้จริงๆ ยุ้ยเชื่อว่า “ในระยะยาวมันจะช่วยมากกว่า ตอนทำขวดน้ำผึ้งก็ยังคิดด้วยว่าจะต้องทำขวดน้ำผึ้งที่เทง่าย ใช้ง่าย คนจะได้อยากใช้ และกินมันเป็นประจำ”

ด้วยจิตวิญญาณความเป็นเชฟ ยุ้ยชอบทำอาหารให้คนกิน และยุ้ยก็บอกว่า สิ่งที่ทำให้รู้สึกดีกว่าการทำอาหารที่คนกินแล้วอร่อย คือความสุขจากการทำอาหารที่คนกินแล้วเขาสุขภาพดีขึ้น 

เราก็เลยถามยุ้ยว่า ระหว่างเลือกของที่มีประโยชน์กับเลือกของที่อร่อย เราควรเลือกอะไร คำตอบของยุ้ยคือ “ควรเลือกของที่มีประโยชน์แล้วเอามาทำให้มันอร่อย” และนั่นก็คือแนวคิดของ Honeyful Cafe 

ถ้าตอนนี้ยังไม่ว่างไป Honeyful Cafe นี่คือ 4 เมนู 4 เรื่องเล่าที่เราเลือกเอามาให้ชิม

Honeyful Cafe : คาเฟ่น้ำผึ้งที่ตั้งใจใช้น้ำผึ้งเป็นยาผ่านเครื่องดื่มและขนมรสอร่อย

ความหลากหลายคือความสมดุล 

Honeyful Honey – นมอัลมอนด์ผสมน้ำผึ้ง 

Honeyful Cafe : คาเฟ่น้ำผึ้งที่ตั้งใจใช้น้ำผึ้งเป็นยาผ่านเครื่องดื่มและขนมรสอร่อย

สรรพคุณ : ช่วยลดคอเลสเตอรอล ลดความดัน เป็นแหล่งแคลเซียมและวิตามินอี

“ถ้าเป็นผู้หญิงเข้าร้านมาให้แนะนำเครื่องดื่ม เราจะแนะนำตัวนี้” ไม่ใช่เพราะมันสีสวย รสหวานกินง่าย หรือกินแล้วไม่อ้วน แต่เหตุผลของยุ้ยก็คือเพราะเมนูนี้มีแคลเซียม ซึ่งเป็นสารอาหารที่ผู้หญิงต้องการอยู่เยอะ

เมนูนี้ใช้น้ำผึ้งที่ได้รางวัลระดับโลก จากประเทศออสเตรเลีย ดินแดนที่ได้ชื่อว่ายังมีระบบนิเวศสมบูรณ์มากที่หนึ่งในโลก ยุ้ยเล่าว่า ชิมน้ำผึ้งขวดนี้แล้วชอบมากก็เลยขับรถไฟหาเจ้าของฟาร์ม ไปพูดคุยกับเขาจนเป็นจุดเริ่มต้นให้ยุ้ยหาข้อมูลเพิ่มเติมและเริ่มเสาะหาน้ำผึ้งจากแหล่งต่างๆ 

เพื่อให้สมกับความเป็นน้ำผึ้งที่เป็นจุดเริ่มต้น (และมันก็อร่อยมากด้วย) ยุ้ยจึงเลือกมันมาเป็น เมนูซิกเนเจอร์ของร้าน แต่ลำพังแค่ตัวน้ำผึ้งที่ว่า คนก็อาจจะไม่ได้รู้สึกพิเศษกับมันมากเท่าที่มันพิเศษ ยุ้ยจึงนำพาคนกินให้เข้าถึงความพิเศษนั้น ผ่านตัวกลางอย่างนมอัลมอนด์ที่มีรสชาติของดอกไม้ที่จะช่วยดึงรสดอกไม้ในน้ำผึ้งให้คนสัมผัสได้ชัดเจนขึ้น 

เมนูอื่นๆ ของ Honeyful Cafe ก็เกิดมาจากวิธีการเดียวกันนี้ คือการเชื่อมให้รสชาติที่ซับซ้อนของน้ำผึ้งได้รับการสัมผัสและเข้าถึงได้ง่าย โดยอาศัยอาหารอย่างอื่นเป็นตัวช่วย 

ความท้าทายที่สนุกมากสำหรับการทำเมนูของ Honeyful Cafe ก็คือการหาวิธีการจับคู่ว่าอะไรควรจะต้องกินกับอะไรที่มันถึงจะส่งเสริมกันและกันทั้งเรื่องประโยชน์และรสชาติ เพราะน้ำผึ้งที่ยุ้ยเลือกมายุ้ยไม่ได้เลือกแค่รสชาติ แต่ยังเลือกจากเรื่องเล่าด้วย ยุ้ยบอกว่า “การใช้น้ำผึ้งแปลกๆ จะทำให้คนสนใจได้มากกว่า เมื่อเห็นว่าน้ำผึ้งมีหลากหลายแบบก็จะได้โอกาสเล่าถึงแหล่งที่มาของน้ำผึ้ง” 

อย่างที่เกาะฮาวาย ประเทศสหรัฐอเมริกา มีดอกไม้ที่มีในป่าฮาวายเท่านั้น ดอกไม้นี้ให้น้ำผึ้งเป็นสีขาว ซึ่งตอนเก็บเกี่ยวมาเป็นสีเขียว แต่พอตั้งไว้มันจะตกผลึกตามธรรมชาติแล้วกลายเป็นสีขาวล้วน ความน่าตื่นตาตื่นใจนี้ยุ้ยเชื่อว่ามันจะเปิดตาเปิดใจให้คนฟังเรื่องความหลากหลายของภูมิประเทศ ภูมิอากาศ และเสน่ห์ของโลกที่เราอยู่นี้ จนขยายความไปถึงการช่วยกันดูแลรักษาความสมดุลตามธรรมชาติได้ 

บ่อยครั้งน้ำผึ้งแปลกๆ ก็ไม่ได้มาพร้อมความอร่อยแบบสำเร็จรูป ก็เลยต้องอาศัยฝีไม้ลายมือของเชฟยุ้ยในการจับคู่น้ำผึ้งต่างๆ กับรสชาติและอาหารอื่นๆ เพื่อให้ของดีกลายเป็นของอร่อย 

น้ำผึ้งที่ดีคือน้ำผึ้งจากที่มาที่ดี

Matured Longan Honey – น้ำผึ้งดอกลำไยสุกกับกรีกโยเกิร์ตและข้าวโอ๊ต

Honeyful Cafe : คาเฟ่น้ำผึ้งที่ตั้งใจใช้น้ำผึ้งเป็นยาผ่านเครื่องดื่มและขนมรสอร่อย

สรรพคุณ : มีโพรไบโอติก เป็นแหล่งของแคลเซียม ข้าวโอ๊ตมีสารต่อต้านอนุมูลอิสระสูงและช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด

จากการเดินทางไปหลายประเทศแล้วพบว่าแต่ละประเทศก็มีน้ำผึ้งเยอะและหลากหลายมาก ยุ้ยก็เลยเริ่มศึกษาจริงจังว่าน้ำผึ้งที่อร่อยมันเป็นยังไง น้ำผึ้งแท้น้ำผึ้งเทียมนั้นต้องสังเกตกันที่ตรงไหน แหล่งที่มาของน้ำผึ้งทำให้รสชาติมันต่างกันยังไง 

เมนูนี้ยุ้ยเลือกใช้น้ำผึ้งที่เป็นที่สุดของความเป็นน้ำผึ้งแท้ คือน้ำผึ้งที่เก็บตอนมันสุกแล้ว เรียกว่าน้ำผึ้งสุก (Matured Honey) 

ใครๆ ก็คงจะนึกรังผึ้งและน้ำผึ้งออก แต่คงมีไม่มากนักที่จะคุ้นเคยกับคำว่า ‘น้ำผึ้งสุก’ ก่อนอื่นต้องเล่าก่อนว่าผึ้งเก็บน้ำผึ้งในช่องหกเหลี่ยมซึ่งเมื่อน้ำผึ้งเต็มช่องแล้วผึ้งก็จะปิดผนึกช่องนั้นเอาไว้ น้ำผึ้งสุกคือน้ำผึ้งที่หมักในช่องนั้นจนสุกและมีคุณสมบัติครบถ้วน ท็อปฟอร์มตามอย่างที่มันควรจะเป็น ทว่าอุตสาหกรรมการทำน้ำผึ้งก็ทำให้คนเลี้ยงผึ้งหลายคนไม่รอให้ผึ้งปิดผนึกรังของมันก่อนที่จะเก็บมา แต่เก็บน้ำผึ้งที่ยังไม่สุกนั้นมาทำให้ข้นด้วยความร้อนแทน ซึ่งจะทำให้อยู่บนชั้นวางได้นาน และบางสถาบันก็ถึงกับตัดสินว่าน้ำผึ้งแบบนี้ไม่ใช่น้ำผึ้งแท้ 

การเลือกน้ำผึ้งที่เป็นน้ำผึ้งแท้และรสชาติดียุ้ยใช้วิธีไปดูสวนและไปรู้จักกับคนเลี้ยงเสมอ ยุ้ยบอกว่า ในเมื่อน้ำผึ้งมันดูยากว่าอันไหนแท้หรือเทียม ยุ้ยจึงเลือกที่จะตัดสินจากแหล่งผลิต และความเป็นคนดีของคนเลี้ยงผึ้ง

สวนที่อยู่ในพื้นที่ที่อุดมสมบูรณ์น้ำผึ้งจะอร่อย และทัศนคติการเลี้ยงดูผึ้งจะบอกว่าคนเลี้ยงผึ้งคนนี้จะผลิตน้ำผึ้งแบบไหน เป็นเกณฑ์การตัดสินที่ยุ้ยบอกว่าไม่เคยพลาดสักครั้ง 

 อีกเรื่องที่ยุ้ยสนใจคือการเลี้ยงผึ้งแบบไม่เบียดเบียนกัน ยุ้ยเล่าให้ฟังเรื่องว่า มันมีกล่องเลี้ยงผึ้งที่เรียกว่า Langstroth Hive เป็นกล่องทรงสูง มี 2 ชั้นเป็นอย่างต่ำ คนเลี้ยงผึ้งจะเอากล่องนี้ไปวางไว้ในสวนเพื่อรอให้ผึ้งมาทำรัง โดยทางเข้าของผึ้งและนางพญาผึ้งจะอยู่ชั้นล่าง แต่ช่องระหว่างชั้นจะเล็กหน่อย ให้นางพญาผึ้งผ่านไม่ได้แต่เหล่าผึ้งงานจะสามารถสร้างรังที่ชั้นที่สองนี้ได้ เมื่อถึงเวลาเก็บเกี่ยว คนเลี้ยงผึ้งก็เปิดกล่องแค่ข้างบนเพื่อเก็บน้ำผึ้ง โดยที่ไม่ต้องทำให้ผึ้งรังแตกจนต้องไปหาที่ทำรังที่ใหม่ 

“ถ้าเราจะทำธุรกิจ เราก็ไม่อยากทำแล้วต้องไปเบียดเบียนผึ้ง เราก็เลยใช้น้ำผึ้งจากฟาร์มที่เลี้ยงผึ้งเพื่อการค้าโดยเฉพาะ เป็นน้ำผึ้งที่รู้ได้ว่ามาจากดอกไม้ชนิดไหน และจริงจังในการเก็บเกี่ยวน้ำผึ้งแบบที่ไม่ทำร้ายกัน”

 จงแสดงความรักด้วยการกินอย่าให้เหลือ

Apple Blossom Honey – น้ำผึ้งแอปเปิ้ล

Honeyful Cafe : คาเฟ่น้ำผึ้งที่ตั้งใจใช้น้ำผึ้งเป็นยาผ่านเครื่องดื่มและขนมรสอร่อย

สรรพคุณ : คืนความสมดุลให้ระบบย่อยอาหาร ลดกรดในกระเพาะและลดน้ำตาลกลูโคสในเลือด

เมนูนี้เป็นเครื่องดื่มที่เกิดจากแอปเปิ้ลทั้งลูก คือน้ำผึ้งจากเกสรดอกแอปเปิ้ล น้ำแอปเปิ้ลจากเนื้อที่เอาไปคั้นสดๆ และ Apple Cider Vinegar ที่เกิดจากการหมักส่วนที่เหลือของแอปเปิ้ล

แอปเปิ้ล 1 ผลนี้เป็นผลงานของสิ่งมีชีวิตและพลังงานมากมาย เริ่มจากเมล็ดที่ฝังในดิน ผ่านแดด ผ่านฝน งอกเป็นต้นกล้า ได้ปุ๋ยจากมูลสัตว์ต่างๆ ได้น้ำได้ลมที่พอดีจากสภาพแวดล้อมที่พร้อมไปด้วยต้นไม้ใหญ่และลำธาร เติบโตเป็นลำต้นสูงใหญ่ที่ออกใบและดอกที่ลำพังตัวมันเองก็คงจะได้แค่อยู่แบบเหงาๆ จนมีผึ้งสักตัวบินมาเกาะ พาเกสรจากดอกอื่นมา และจากไปพร้อมน้ำเกสรจากดอกแอปเปิ้ลเอาไปเก็บที่รัง ดอกนั้นก็เปลี่ยนเป็นผล และเมื่อถึงจุดสิ้นสุดผลนั้นก็จะเหลือไว้เพียงเมล็ดที่จะสร้างวงจรของแอปเปิ้ลต่อไป 

อาหารทุกอย่างที่เรากินมาทั้งชีวิตมีวงจรและทีมงานผู้สร้างที่มากมายแบบนี้ทั้งสิ้น พัฟที่ยุ้ยทำที่ Honeyful Cafe จึงทำเป็นรูปสี่เหลี่ยมและตั้งชื่อว่า ‘SQRUFFs’ เพื่อจะได้ไม่ต้องมีแป้งที่โดนตัดทิ้งไปจากการทำให้พัฟเป็นทรงกลม เพราะแป้ง 1 ส่วนนั้นก็ประกอบด้วยวงจรที่เยอะและยาวเหมือนกับวงจรของแอปเปิ้ลข้างบนเหมือนกัน

 การทำคาเฟ่แบบหวังดีกับทุกคน

Yuzu Inspired Cheesecake – ชีสเค้กยูสุ 

Honeyful Cafe : คาเฟ่น้ำผึ้งที่ตั้งใจใช้น้ำผึ้งเป็นยาผ่านเครื่องดื่มและขนมรสอร่อย

สรรพคุณ : สร้างประกายในแววตาและรอยยิ้มบนใบหน้า

“เค้กร้านยุ้ยจะชิ้นเล็กมาก แต่ชิ้นเท่านี้ก็เป็นปริมาณที่เหมาะสมกับร่างกายพอแล้ว” ยุ้ยดักคอหลังจากที่เราชิมชีสเค้กยูสุและออกปากชมไม่หยุดอย่างห้ามตัวเองไม่อยู่ แม้จะยังรู้สึกอยากกินอีกแต่ความหวังดีที่ยุ้ยตั้งใจออกแบบไว้ก็ทำให้เราต้องหักห้ามใจ

ตลาดคนที่สนใจผลิตภัณฑ์จากน้ำผึ้งเป็นตลาดที่ค่อนข้างเฉพาะเจาะจง Honeyful Cafe ก็เลยต้องมีขนมอย่างอื่นมาทำให้ร้านน่าเข้า เข้าถึงง่ายอย่างชีสเค้กยูสุ SQRUFFs ไส้ต่างๆ และกาแฟผสมน้ำผึ้ง ที่จะทำให้เพื่อนและครอบครัวที่อาจจะมีความชอบต่างกัน มาใช้เวลาร่วมกันกินของที่มีประโยชน์ รสชาติอร่อย และชวนให้ครุ่นคิดเรื่องการสร้างสมดุลให้กับร่างกายและโลกใบนี้ผ่านการกินไปด้วยกัน

HONEYFUL CAFE

โรงแรมอริสตัน สุขุมวิท 24

เปิด-ปิด 08.00 – 20.00 น. Facebook : Honeyful Cafe

Writer

Avatar

พิชญา อุทัยเจริญพงษ์

อดีตนักโฆษณาที่เปลี่ยนอาชีพมาเป็นนักเล่าเรื่องบนก้อนเมฆ เป็นนักดองหนังสือ ชอบดื่มกาแฟ และตั้งใจใช้ชีวิตวัยผู้ใหญ่ไปกับการสร้างสังคมที่ดีขึ้น

Photographer

Avatar

จิรณรงค์ วงษ์สุนทร

Art Director และนักวาดภาพประกอบ สนใจเรียนรู้เรื่องราวเบื้องหน้าเบื้องหลังของอาหารกับกาแฟ รวบรวมทั้งร้านที่คิดว่าอร่อย และความรู้เรื่องอาหารไว้ที่เพจถนัดหมี และรวมร้านกาแฟที่ชอบไปไว้ใน IG : jiranarong2

Cafe Culture

คาเฟ่แนวคิดดี แตกต่าง และสร้างแรงบันดาลใจ

ถ้ามาลุยกินที่จังหวัดตรังสักครั้ง อยากแนะนำให้ลองมาที่อำเภอกันตังด้วยครับ จะขับรถมา เช่าสามล้อมา หรือจะนั่งรถไฟมาก็ได้ อำเภอกันตังอยู่ห่างจากตัวอำเภอเมืองประมาณ 30 กิโลเมตร ไม่ใกล้ไม่ไกล และเป็นเมืองที่ผมคิดว่ามีของดีซ่อนอยู่เต็มไปหมด 

เมืองนี้เป็นเมืองท่าและเคยเป็นศูนย์กลางในอดีตของตรัง มีคนจีนอยู่เยอะมาก เลยเป็นที่มาของวัฒนธรรมอาหารของกันตังซึ่งเป็นอาหารจีนที่มีอาหารทะเลเป็นส่วนประกอบ

หนึ่งในจุดหมายที่อยากแนะนำเป็นพิเศษถ้าจะมากันตังคือคาเฟ่ชื่อ ‘หลิงเฉิน’ ถ้าหากนั่งรถไฟมาลงที่สถานีกันตัง สถานีสุดท้ายของรถไฟสายอันดามัน เดินมาไม่ไกลจากสถานีจะพบคาเฟ่นี้

หลิงเฉินเป็นคาเฟ่จากตึกแถวสองชั้นห้องเดียว แต่ลึกตามสไตล์อาคารห้องแถวแบบจีนในสมัยก่อน ด้านหน้าเป็นคาเฟ่ที่ภาพรวมอาจดูว่าคล้ายกับคาเฟ่สไตล์จีนย่านเยาวราช เจริญกรุง หรือที่อื่นๆ แต่สิ่งที่ผมชอบคือการเอาวัตถุดิบของย่านต่าง ๆ ในอำเภอมาทำเป็นส่วนผสมของอาหาร ขนม และเครื่องดื่ม

หลิงเฉิน คาเฟ่ : คาเฟ่ประจำเมืองที่ทำอาหารจีนพื้นบ้านจากป่าจากและทะเลตรัง

หลิงเฉิน เป็นคาเฟ่ของ แจ็ค-ภัทร สกุลส่องบุญศิริ คนกันตังที่อยากกลับมาทำธุรกิจของตัวเองที่บ้านเกิดเหมือนความฝันของคนรุ่นใหม่อีกหลายคน ตึกแถวโบราณหลังที่แจ็คเอามาทำเป็นคาเฟ่เคยผ่านสายตาของเขามาตั้งแต่เด็ก ตั้งแต่เด็กจนโตตึกแถวหลังนี้มีคนอาศัยอยู่เสมอ จนวันหนึ่งตึกนี้ว่างให้เช่า แจ็คบอกว่าเขาไม่ลังเลเลยที่จะเช่าไว้ ด้วยไอเดียแรกที่อยากทำเป็นคาเฟ่และโฮสเทลขนาดเล็ก แต่อาคารไม่เหมาะจะทำเป็นโฮสเทลเลยตัดสินใจทำเป็นคาเฟ่เท่านั้น

คาเฟ่ในตอนเริ่มต้นเต็มไปด้วยความคิดที่พรั่งพรูจากไอเดียของแจ็คทั้งหมด แจ็คเล่าว่าเขาขายกาแฟแบบที่กรุงเทพฯ มี ใช้แก้วกระดาษ และทำน้ำแข็งทรงลูกบาศก์ใช้ในร้านเอง

หลิงเฉิน คาเฟ่ : คาเฟ่ประจำเมืองที่ทำอาหารจีนพื้นบ้านจากป่าจากและทะเลตรัง
หลิงเฉิน คาเฟ่ : คาเฟ่ประจำเมืองที่ทำอาหารจีนพื้นบ้านจากป่าจากและทะเลตรัง

คาเฟ่เต็มรูปแบบกลายเป็นสิ่งใหม่ที่ไม่เคยมีในกันตังมาก่อน ได้รับความสนใจจากคนในพื้นที่โดยเฉพาะผู้ใหญ่ในตัวอำเภอ แต่ผลปรากฏว่าโดนลูกค้าบ่นเยอะมากจากความไม่คุ้นเคยกับกาแฟรสเปรี้ยว เสียงบ่นว่าให้กาแฟน้อย ดูดแป๊บเดียวก็หมดแล้ว น้ำแข็งก้อนใหญ่เกินไป ใส่แก้วกระดาษเหมือนกาแฟกดตามร้านสะดวกซื้อ แต่แจ็คขายกาแฟในราคาที่ไม่แพงจนเกินไป และค่อย ๆ ทำความเข้าใจในแต่ละเรื่องตั้งแต่เรื่องธรรมชาติของกาแฟ น้ำแข็งที่ทำเองเพราะต้องการความสะอาด รวมถึงแก้วที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม 

แจ็คเล่าว่าช่วงที่เริ่มเข้าที่เข้าทางคือช่วงที่ลูกหลานกลับมาบ้านในช่วงปีใหม่ แล้วพาครอบครัวมากินขนมกับกาแฟที่คาเฟ่ คนรุ่นใหม่ช่วยอธิบายถึงสิ่งที่แจ็คทำให้คนอีกรุ่นหนึ่งในครอบครัวได้มาก 

ร้านหลิงเฉินเริ่มทำอาหารขายเพิ่มเติมจากกาแฟและขนม เป็นอาหารจีนแบบภัตตาคารสไตล์ฮ่องกงที่ครอบครัวมากินร่วมกันได้ แต่สุดท้ายแจ็คก็รู้สึกว่า อาหารแบบที่เขาทำไม่ได้มีความเชื่อมโยงกับพื้นที่เลย ของก็ยังต้องเข้ามาซื้อในเยาวราช วัตถุดิบบางอย่างก็ซื้อจากห้าง ทั้งที่กันตังเป็นเมืองที่มีวัตถุดิบหลากหลายเต็มไปหมด

ความคิดที่แจ็คอยากให้หลิงเฉินกลายเป็นตัวแทนของชุมชนกันตังเลยเกิดขึ้นมา 

ถ้าหากเรานั่งรถไปกันตัง ถนนจะขนานไปกับแม่น้ำตรังเกือบตลอดสาย แจ็คใช้วัตถุดิบของดีรอบตัวมาทำเมนูในร้าน เริ่มเอาลูกจาก น้ำตาลจาก มาทำเป็นคาราเมลและไซรัป ใช้ผสมกับขนมและเครื่องดื่ม กลายเป็นเมนูซิกเนเจอร์ของร้านที่ได้รับความนิยมจากทั้งคนในพื้นที่และนักท่องเที่ยว

ไม่รู้โชคดีหรือโชคร้ายที่พ่อครัวคนเก่าหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย เป็นช่วงที่แจ็คคิดว่าควรปรับเปลี่ยนอาหารทั้งหมดในร้าน

หลิงเฉินได้รับความช่วยเหลือจาก เชฟอุ้ม จากร้านตรังโคอิ ร้านเชฟเทเบิ้ลอาหารสไตล์เพอรานากัน และ เชฟจิ๋ม ยอดฝีมืออาหารจีนจากภัตตาคารโกยาว สองผู้เชี่ยวชาญด้านอาหารชาวตรังมาช่วยกันถ่ายทอดวิชาและปรับเมนูอาหารของหลิงเฉิน

ถ้าจะอธิบายอาหารของหลิงเฉินเท่าที่ผมเข้าใจ ที่นี่เสิร์ฟอาหารวัฒนธรรมจีนและอาหารท้องถิ่นของกันตัง ส่วนผสมของวัตถุดิบจากทะเลที่เป็นจุดเด่นของพื้นที่นี้ อาจไม่ได้เรียกว่าเป็นอาหารแบบเพอรานากันที่มีลักษณะเฉพาะตัวเสียทีเดียว แต่ก็มีความใกล้เคียงกันมาก เพราะกันตังเป็นเมืองที่คนจีนเลือกตั้งรกรากและเอาวัฒนธรรมอาหารจีนมาผสมกับการกินแบบท้องถิ่น อาหารของหลิงเฉินเลยยังเชื่อมโยงกับพื้นที่

หลิงเฉิน คาเฟ่ : คาเฟ่ประจำเมืองที่ทำอาหารจีนพื้นบ้านจากป่าจากและทะเลตรัง

คงต้องพูดถึงเชฟอุ้มและเชฟจิ๋มเป็นพิเศษ เชฟอุ้มประกาศวางมือจากร้านร้านตรังโคอิที่อนุรักษ์และต่อยอดอาหารแนวเพอรานากัน ผมรู้สึกเสียดายเหมือนกันที่เชฟอุ้มจะหยุดการทำอาหารที่ร้าน เพราะเป็นคนที่ศึกษาและทำอาหารแนวนี้อย่างเข้าใจ แต่โชคดีที่เชฟอุ้มยังถ่ายทอดสูตรและแนวคิดการทำอาหารส่งต่อให้กับคนรุ่นใหม่อย่างแจ็ค ให้คิดจากวัฒนธรรมจีนและอาหารการกินในพื้นที่ จึงได้เป็นเมนูชุดเริ่มต้นของหลิงเฉิน รวมถึงเชฟจิ๋มจากภัตตาคารโกยาว ที่มาช่วยสอนวิธีทำอาหารจีนให้กับเชฟและทีมครัวของหลิงเฉิน

เมนูที่อยากแนะนำเมื่อได้ไปคือกาแฟที่ผสมลูกจากกับขนมเค้กลูกจาก และครัวซองต์ลูกจากครีม กับแมคคาเดเมียกับซอสที่มีส่วนผสมของน้ำตาลจาก รสชาติจะหอมคนละแบบกับน้ำตาลอ้อยหรือน้ำตาลโตนด กินกับกาแฟของที่ร้าน

แต่ถ้าอยากลองกินอาหารแบบจีนฮกเกี้ยน เมนูหมูฮ้องของหลิงเฉินจะใช้สามชั้นมัดด้วยเชือกเพื่อให้หมูไม่เละเวลาตุ๋นกับเครื่องพะโล้นาน 3 ชั่วโมง เป็นเมนูที่ร้านแนะนำให้กินคู่กับแกงส้มปลาท้องถิ่น เป็นปลาที่ได้จากประมงพื้นบ้านของกันตัง ปลาจะไม่เหมือนกันในแต่ละวัน ถ้าวันนั้นได้ปลาอะไรก็จะเอามาแกง น้ำแกงส้มมีลักษณะข้น ตำกับเครื่องแกงแบบละเอียด ใส่ผักพื้นบ้านตามฤดูกาลเช่นกัน พิเศษตรงที่จะซอยเปลือกมะนาวทองดำ มะนาวของตรังที่กินได้ทั้งเปลือก เมื่อกินกับแกงส้มจะได้กลิ่นหอมเป็นพิเศษ ตัดความมันจากสามชั้นและเข้าคู่กับเครื่องเทศได้ดีมาก

หลิงเฉิน คาเฟ่ : คาเฟ่ประจำเมืองที่ทำอาหารจีนพื้นบ้านจากป่าจากและทะเลตรัง

หมูเจี๋ยนเคยฉลู เป็นเมนูพื้นบ้านของตรัง เคยหมักเกลือคั่วให้หอม ก่อนเอาไปผัดกับหมูสามชั้นกินกับข้าวสวยอร่อย 

ออเจี๋ยน หรือหอยทอดแบบหลิงเฉิน ใช้หอยนางรมจากทั้งฟาร์มและธรรมชาติจากตำบลวังวน ที่มีรสชาติและเท็กซ์เจอร์เป็นของตัวเอง กับแป้งทอดกรอบเป็นอีกเมนูที่นำเสนอรสชาติกันตังได้ชัดเจน

หลิงเฉิน คาเฟ่ : คาเฟ่ประจำเมืองที่ทำอาหารจีนพื้นบ้านจากป่าจากและทะเลตรัง

มนูพิเศษ ๆ ที่หากินไม่ได้ทั่วไปอีกหลายเมนู เช่น ไก่ผัดซอสขาวเมืองท่า โลวหมี่ ฮกเกี้ยนหมี่แบบน้ำข้น กะหรี่ปูไหมฟ่าน แกงกะทิเนื้อปูกับเส้นหมี่หุ้น และไม่ใช่แค่อาหารเก่าแก่ หลิงเฉินยังลองเอาอาหารแบบดั้งเดิมมาปรับเป็นเมนูใหม่ ๆ อีก เช่น ยำอิ่วจาโก้ย ดัดแปลงจากยำวุ้นเส้นทะเลแต่ผสมอิ่วจาโก้ย หรือที่คุ้นในชื่อปาท่องโก๋แทนวุ้นเส้น วิธีกินคือผสมน้ำยำกับอิ่วจาโก้ย เคล้าให้เข้ากัน หรือผัดหมี่เมืองท่า ที่เอาหมี่ซั่วมาผัดแบบผัดหมี่ฮ่องกง หอมกลิ่นกระทะ และใส่กุ้งลายเสือกับหมึกหอมที่ได้จากท่าเรือกันตัง

หลิงเฉิน คาเฟ่ คาเฟ่ที่ทำอาหาร เครื่องดื่ม ขนม ด้วยวัฒนธรรมและวัตถุดิบของอำเภอกันตัง จังหวัดตรัง
หลิงเฉิน คาเฟ่ คาเฟ่ที่ทำอาหาร เครื่องดื่ม ขนม ด้วยวัฒนธรรมและวัตถุดิบของอำเภอกันตัง จังหวัดตรัง

น้องพนักงานในร้านที่เกือบทั้งหมดเป็นคนกันตัง เข้าใจเรื่องอาหารและวัตถุดิบ จนอธิบายอาหารให้กับลูกค้าตอนเสิร์ฟได้ และอาหารในร้านไม่ได้เน้นขายแค่นักท่องเที่ยว แต่แจ็คบอกว่าต้องให้คนในพื้นที่กินได้ด้วย บางเมนูเลยเป็นเมนูใหม่หรือหาที่อื่นไม่ได้ ส่วนเมนูดั้งเดิมก็ปรับให้พิเศษขึ้นด้วยวัตถุดิบและหน้าตา

สิ่งเหล่านี้ทำให้รู้สึกว่า หลิงเฉินกลายเป็นตัวแทนของกันตังอย่างที่แจ็คต้องการได้แล้ว ถ้ามากินอาหารที่หลิงเฉิน ก็น่าจะได้เข้าใจวัฒนธรรมและชิมรสชาติแบบกันตังไปด้วย

คงต้องใส่ร้านนี้เป็นหนึ่งร้านที่ต้องไปเมื่อไปเที่ยวตรังแล้วล่ะครับ

หลิงเฉิน คาเฟ่ คาเฟ่ที่ทำอาหาร เครื่องดื่ม ขนม ด้วยวัฒนธรรมและวัตถุดิบของอำเภอกันตัง จังหวัดตรัง

ภาพ : หลิงเฉิน คาเฟ่

หลิงเฉิน คาเฟ่

Writer & Photographer

Avatar

จิรณรงค์ วงษ์สุนทร

Art Director และนักวาดภาพประกอบ สนใจเรียนรู้เรื่องราวเบื้องหน้าเบื้องหลังของอาหารกับกาแฟ รวบรวมทั้งร้านที่คิดว่าอร่อย และความรู้เรื่องอาหารไว้ที่เพจถนัดหมี และรวมร้านกาแฟที่ชอบไปไว้ใน IG : jiranarong2

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load