9 เมษายน 2564
12.43 K

เมื่อเข้าสู่ฤดูร้อน น้ำอัดลมโดยเฉพาะโคล่าคงเป็นหนึ่งในเครื่องดื่มช่วยดับกระหาย นอกจากยี่ห้อดังไม่กี่ยี่ห้อแล้ว เทรนด์ของการทำ ‘คราฟต์โคล่า’ หรือโคล่าที่ทำขึ้นเองจากวัตถุดิบธรรมชาติก็กำลังเป็นที่นิยมกันในหลายประเทศโดยเฉพาะญี่ปุ่น 

และน่าดีใจที่บ้านเราก็เริ่มสนใจกันมากขึ้นเหมือนกัน เท่าที่เห็นก็เริ่มมีร้านอาหาร คาเฟ่ และบาร์ หลายร้านที่เริ่มทำคราฟต์โคล่าขึ้นเองแล้ว

ให้บาร์เทนเดอร์ Wasteland สอนต้มโคล่าดื่มเอง โดยตั้งโจทย์จากของที่มีอยู่ในครัว

ข้อดีข้อแรกที่มีคนผลิตคราฟต์โคล่ามากขึ้น คือเพิ่มทางเลือกรสชาติเครื่องดื่มน้ำดำชนิดนี้ เราอาจชิมแล้วพอแยกออกว่าโคล่าที่มีอยู่ไม่กี่ยี่ห้อรสชาติต่างกัน แต่คราฟต์โคล่าสร้างรสชาติแตกต่างอีกเยอะมาก จากส่วนผสมที่นักทำโคล่าแต่ละคนจินตนาการและผสมเข้าไป 

เพราะการทำคราฟต์โคล่าต้องใช้วัตถุดิบจากธรรมชาติจริงๆ เป็นส่วนผสม และส่วนใหญ่ไม่ผสมสารสังเคราะห์ แต่ก็แลกมาด้วยข้อเสียเรื่องราคาที่อาจจะสูงกว่าหลายเท่า แต่เราก็สามารถทำโคล่าดื่มด้วยตัวเองได้ จากของที่หาซื้อได้ตามร้านทั่วไป หรืออาจจะง่ายกว่านั้นถ้ามีวัตถุดิบอยู่แล้วในครัว

ให้บาร์เทนเดอร์ Wasteland สอนต้มโคล่าดื่มเอง โดยตั้งโจทย์จากของที่มีอยู่ในครัว

หนึ่งในนักปรุงคราฟต์โคล่าคือ กอล์ฟ-กิติบดี ช่อทับทิม Co-founder และบาร์เทนเดอร์ของ Wasteland ค็อกเทลบาร์ที่มีแนวคิดการใช้วัตถุดิบที่ต้องทิ้งจากครัวของร้านอาหารมาทำเป็นเครื่องดื่ม 

กอล์ฟใช้ก้านพริก ก้านสมุนไพร ที่ไม่ได้ใช้ในการปรุงอาหารของร้าน Bo.Lan มาทำเป็นส่วนผสมของ Cacao Cola โคล่าจากเปลือกโกโก้ที่มีรสเป็นของตัวเองไม่เหมือนใคร

เราให้กอล์ฟสอนการทำคราฟท์โคล่า โดยโจทย์คือต้องใช้ของที่หาได้ในครัว

กอล์ฟเล่าว่าวิธีทำโคล่ามีอยู่หลายวิธี แบบหนึ่งคือการหมัก เพื่อให้เกิดความซ่าโดยธรรมชาติ ซึ่งวิธีที่นิยมกันมากและง่ายคือการต้มไซรัปโคล่า ต้มเครื่องเทศรวมกันในหม้อเดียวกันเลย หรือต้มส่วนผสมแต่ละชนิดแยกกัน แล้วนำน้ำที่ได้มาผสมกันตามสัดส่วนทีหลังก็ได้ จะอัดแก๊สเข้าไปในขวด หรือจะมาเติมโซดาก่อนดื่มก็แล้วแต่ใครสะดวกแบบไหน 

เวลาดื่ม สิ่งที่เรารับรู้ว่าคือโคล่า มีโครงสร้าง 5 อย่างประกอบกัน 

1. น้ำโคล่า

ส่วนประกอบหลักของไซรัปโคล่า โดยปกติใช้สารสกัดได้จากถั่วโคล่า (Kola Nut) เป็นที่มาของคำเรียกเครื่องดื่มชนิดนี้ โคล่ามีคาเฟอีนอยู่ด้วย เดิมสารสกัดจากถั่วโคล่ามีรสขม เลยต้องผสมกับความหวานจากน้ำตาลเคี่ยวหรือกากน้ำตาล (Molasses) สีน้ำตาลของเครื่องดื่มโคลามีที่มาจากสีน้ำตาลไหม้นี่เอง ดังนั้น น้ำโคล่าจึงทดแทนด้วยวัตถุดิบที่มีลักษณะคล้ายกันได้ตามจินตนาการ นักทำโคล่าบางคนเลือกใช้กาแฟ ชา น้ำที่สกัดจากผลโกโก้มาทดแทนถั่วโคล่า มาผสมกับน้ำตาลเคี่ยว 

จากโจทย์ที่ใช้ของในครัว กอล์ฟเลือกใช้ซีอิ๊วดำหวานเป็นหนึ่งในส่วนผสม เพราะซีอิ๊วดำหวานมีองค์ประกอบเป็นกากน้ำตาลเคี่ยว ผสมกับกาแฟดำ

ให้บาร์เทนเดอร์ Wasteland สอนต้มโคล่าดื่มเอง โดยตั้งโจทย์จากของที่มีอยู่ในครัว

2. กลิ่นเครื่องเทศ

เครื่องเทศ 3 ชนิดที่เมื่อรวมกันแล้วเราจะคิดถึงโคล่าขึ้นมาได้ทันที คือ อบเชย ลูกจันทน์ และลูกผักชี เครื่องเทศที่เกือบครบเครื่องพะโล้ให้กลิ่นหลักของโคล่าได้แล้ว แต่ถ้าในครัวของใครมีก้านพริก ก้านตะไคร้ หรือก้านโหระพา เหลือ ก็นำมาเพิ่มกลิ่นให้กลายเป็นโคล่าแบบของเราเองได้เช่นกัน 

ทำโคล่าดื่มเองจากก้านตะไคร้ ก้านโหระพา ซีอิ๊วหวาน และสารพัดของในครัว

3. กลิ่นซิตรัส

กลิ่นของผลไม้ตระกูลส้ม มะนาว เป็นกลิ่นสำคัญของโคล่า เราจะใช้กลิ่นน้ำมันที่สกัดได้จากผิวมาใช้ ผลไม้ตระกูลซิตรัสให้กลิ่นมากกว่าเลมอนหรือมะนาว ใช้มะปี๊ด ส้มจี๊ด ทดแทนการใช้เลมอนทำโคล่าก็ได้ แต่ควรเป็นกลิ่นโทนเปรี้ยวแหลม หากใครกล้าใช้น้ำมันมะกรูดก็ได้ ไม่ผิดเลย 

4. กลิ่นหอมหวาน

ส่วนนี้เป็นส่วนเสริมให้โคล่ามีมิติขึ้น นี่คือคำตอบว่าทำไมกลิ่นวานิลลาหรือเชอร์รี่ถึงเป็นกลิ่นเย้ายวน ซึ่งทำให้โคล่ายี่ห้อดังใช้เป็นกลิ่นพิเศษ 

5. กรดคาร์บอนิก​ 

กรดคาร์บอนิกเกิดจาก​คาร์บอนไดออกไซด์​ทำปฏิกิริยากับน้ำ​ เป็นส่​วนประกอบเพื่อให้เกิดฟองและความซ่า​สดชื่น ระบบอุตสาหกรรม​ใช้วิธีอัดแก๊สให้ละลายไปในของเหลว​ แต่ถ้าทำที่บ้าน ใช้โซดาแทนก็ได้

วิธีง่ายและสะดวกที่สุดที่กอล์ฟเลือกใช้ตามโจทย์ ว่าต้องทำเองได้จากของในครัวที่บ้าน คือการต้มส่วนผสมรวมกันในหม้อเดียว เพื่อให้ได้ไซรัปโคล่ามาชงกับโซดา  

อุปกรณ์ 

  1. เปลือกมะนาว​คั้น 150 กรัม (ประมาณ8 – 10ลูก)
  2. อบเชยแท่ง​ 20 กรัม
  3. ลูกจันทน์ (หรือรกจันทน์) 10 กรัม
  4. ลูกผักชี​ 10 กรัม
  5. ก้านตะไคร้​ 5 กรัม
  6. ก้านโหระพา​ 5 กรัม
  7. วานิลลา (ถ้ามี) 1 ฝัก
  8. กาแฟ​ 50 มิลลิลิตร
  9. ซีอิ๊วดำหวาน​ 50 มิลลิลิตร
  10. น้ำตาล​ 200 กรัม
  11. ถุงกรองชา
  12. หม้อแบบมีฝาปิด

วิธีทำ 

ทำน้ำกลิ่นน้ำมันมะนาว

1. คั้นน้ำมะนาว เก็บน้ำไว้ก่อน เอาแต่เปลือกที่คั้นน้ำหมดแล้วใส่หม้อ

2. เทน้ำเดือดลงในหม้อเปลือกมะนาว 

3. ปิดฝาทิ้งไว้ 10 นาที เพื่อเก็บกลิ่นเอาไว้ให้มากที่สุด

4. กรองเอาเฉพาะน้ำแช่เปลือกมะนาว 

ทำโคล่าดื่มเองจากก้านตะไคร้ ก้านโหระพา ซีอิ๊วหวาน และสารพัดของในครัว

ทำไซรัปโคล่า

1. คั่วก้านตะไคร้กับก้านโหระพาด้วยหม้ออบความร้อน หรือคั่วในกระทะให้ร้อน ระวังอย่าให้ไหม้

3. ใส่ก้านโหระพาและตะไคร้ในถุงกรองชา เพราะต้องแยกออกจากหม้อระหว่างการต้ม

4. ใส่ถุงเครื่องเทศ รวมกับลูกผักชี อบเชย ลูกจันน์ ลงไปในหม้อ (ใส่วานิลลาต้มรวมไปได้ แต่ต้องกรีดฝักก่อน)

ทำโคล่าดื่มเองจากก้านตะไคร้ ก้านโหระพา ซีอิ๊วหวาน และสารพัดของในครัว
ทำโคล่าดื่มเองจากก้านตะไคร้ ก้านโหระพา ซีอิ๊วหวาน และสารพัดของในครัว

5. เติมน้ำ 500 มิลลิลิตร

6. ใส่ซีอิ๊วหวาน 50 มิลลิลิตร

7. ใส่กาแฟ 50 มิลลิลิตร

ทำโคล่าดื่มเองจากก้านตะไคร้ ก้านโหระพา ซีอิ๊วหวาน และสารพัดของในครัว

8. ต้มด้วยไฟอ่อนแบบปิดฝาหม้อ ใช้เวลาต้ม 15 นาที เมื่อครบ 5 นาทีแรก ตักถุงก้านตะไคร้และก้านโหระพาออก ส่วนอบเชยให้นำออกเมื่อถึงนาทีที่ 10  

9. ปิดไฟ ใส่น้ำตาล 200 กรัม คนจนละลาย

ทำโคล่าดื่มเองจากก้านตะไคร้ ก้านโหระพา ซีอิ๊วหวาน และสารพัดของในครัว

10. ใส่น้ำกลิ่นน้ำมันผิวมะนาวที่ต้มไว้​ในตอนแรก 200 มิลลิลิตร และเพิ่มน้ำมะนาว​ประมาณ​ 10 มิลลิลิตร

11. กรองส่วนที่เหลือด้วยผ้าขาวบาง เก็บใส่ขวดแก้วปิดฝาสนิทใส่ตู้เย็นไว้ 

วิธีชง 

ชงไซรัปโคล่า 1 ส่วน ต่อโซดา 3 ส่วน หากต้องการลดกลิ่นและความหวานของไซรัปลง ให้เติมน้ำมะนาวเพิ่มเข้าไปประมาณครึ่งช้อนชา

ทำโคล่าดื่มเองจากก้านตะไคร้ ก้านโหระพา ซีอิ๊วหวาน และสารพัดของในครัว
ทำโคล่าดื่มเองจากก้านตะไคร้ ก้านโหระพา ซีอิ๊วหวาน และสารพัดของในครัว
ทำโคล่าดื่มเองจากก้านตะไคร้ ก้านโหระพา ซีอิ๊วหวาน และสารพัดของในครัว

Writer

จิรณรงค์ วงษ์สุนทร

Art Director และนักวาดภาพประกอบ สนใจเรียนรู้เรื่องราวเบื้องหน้าเบื้องหลังของอาหารกับกาแฟ รวบรวมทั้งร้านที่คิดว่าอร่อย และความรู้เรื่องอาหารไว้ที่เพจถนัดหมี และรวมร้านกาแฟที่ชอบไปไว้ใน IG : jiranarong2

Photographer

ปฏิพล รัชตอาภา

ช่างภาพอิสระที่สนใจอาหาร วัฒนธรรมและศิลปะร่วมสมัย มีความฝันว่าอยากทำงานศิลปะเล็กๆ ไปเรื่อยๆ

Staycation

กิจกรรมคัดสรรสำหรับการอยู่บ้านวันหยุด

4 มิถุนายน 2565
6.61 K

ปกติแล้วผมเองเป็นคนเลี้ยงหมา แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าปัจจุบันสัตว์เลี้ยงที่หลายบ้านเลี้ยงเอาไว้ กลับเป็นน้องแมวเหมียวเยอะมากกว่าเสียอีก ส่วนใหญ่แมวในฟาร์มเป็นแมวจรเก็บมาเลี้ยง ตอนแรกที่บ้านก็ไม่ค่อยเห็นด้วย แต่พอเจอลูกอ้อนของเจ้าเหมียวเข้าไปเท่านั้นแหละ เลี้ยงกันยาว ๆ ทุกวันนี้ในฟาร์มมีแมวอ้วนบ้างผอมบ้าง นอนทิ้งตัว วิ่งเล่นอยู่ ที่นับ ๆ ได้น่าจะเกิน 10 กว่าตัว

How To ทำทรายแมวเองจากกากกาแฟ แล้วนำไปใช้เป็นปุ๋ยต่อได้ด้วย
How To ทำทรายแมวเองจากกากกาแฟ แล้วนำไปใช้เป็นปุ๋ยต่อได้ด้วย
How To ทำทรายแมวเองจากกากกาแฟ แล้วนำไปใช้เป็นปุ๋ยต่อได้ด้วย
How To ทำทรายแมวเองจากกากกาแฟ แล้วนำไปใช้เป็นปุ๋ยต่อได้ด้วย

สำหรับเพื่อนบ้านหรือคนที่ไม่ได้เลี้ยงแมวอย่างเรา ปัญหาขี้แมวก็เป็นเรื่องหนึ่งที่ทำให้คนไม่ได้เลี้ยงคิ้วขมวดเสมอ ถ้าเลี้ยงในบ้าน ก็คงจะใช้ผลิตภัณฑ์เป็นทรายแมวสร้างสุขอนามัยให้เจ้าเหมียว มีทั้งถาดรองธรรมดา ๆ บานปลายไปจนถึงระดับห้องน้ำส่วนตัวเลยเป็นได้ แล้วแต่ความคลั่งรักของทาสแต่ละบ้าน

แต่ถ้าบ้านไหนเลี้ยงแมวแบบปล่อยอิสระ ปัญหากลิ่นขี้แมวอาจทำให้การลงทำแปลงผักสวนครัว กระถางต้นไม้ของเพื่อนบ้านไม่สนุกอีกต่อไป เพราะแมวมักชอบมาอึในแปลงผัก สังเกตได้ว่าเจ้าแมวเหมียวจะเข้ามาทักทายกองดินเสมอ ประหนึ่งนัดกันไว้ เหมือนอดใจไม่ได้ คล้ายไปชนตอม่อท้าทายเจ้าเหมียวเข้าจัง ๆ สุดท้ายก็จะฝากขี้แมวไว้ ซึ่งถ้ามองในแง่ดี ก็เหมือนเพิ่มสารอาหารในดินให้เราเสร็จสรรพ โดยไม่ต้องร้องขอเลย

ทรายแมวโฮมเมดจากแกลบ

วิเคราะห์ไปมา พบว่าดินปลูกพืชปลูกผักมักมีส่วนผสมของวัตถุดิบอยู่ 3 ชนิด ได้แก่ แกลบดิบ แกลบดำ และขุยมะพร้าวร่อน เป็นสูตรพื้นฐานของแปลงดิน จากประสบการณ์ผมเลยสันนิษฐานได้ว่า ส่วนผสมเหล่านี้เจ้าเหมียวคงมีใจให้ไม่น้อย ถึงได้ดึงดูดใจได้พอสมควร ก็เลยอยากทดลองทำที่ให้แมวอึแบบเป็นที่เป็นทางจากวัสดุธรรมชาติเหลือใช้เหล่านี้มันเสียเลย อันนี้คือการแก้ปัญหาอย่างง่ายก่อน คือรู้แล้วว่าชอบอะไร ก็จัดทำให้เลยเป็นที่เป็นทาง เริ่มทำวัสดุรองพื้นห้องน้ำแมวขึ้นเองแบบง่าย ๆ สไตล์ชาวเกษตร

How To ทำทรายแมวเองจากกากกาแฟ แล้วนำไปใช้เป็นปุ๋ยต่อได้ด้วย
How To ทำทรายแมวเองจากกากกาแฟ แล้วนำไปใช้เป็นปุ๋ยต่อได้ด้วย

ก่อนนำวัสดุทั้ง 3 มาทำ แกลบดิบ แกลบดำ และขุยมะพร้าวร่อน ให้ตรวจสอบวัสดุก่อนว่าเปียกชื้นหรือไม่ ถ้ายังเปียกชื้นอยู่ ควรนำไปตากแดดสัก 1 แดดก่อน

หลังจากนั้นค่อยนำมาวางเรียงกันเป็นชั้น ในอัตราส่วนเท่า ๆ กัน หากเรามีขุยมะพร้าว 1 กิโลกรัม ก็ต้องใช้แกลบดำและแกลบดิบอย่างละ 1 กิโลกรัมเช่นเดียวกัน การวางขุยมะพร้าวชั้นใต้สุดช่วยเก็บกลิ่นได้ดี แกลบดำชั้นกลางช่วยอุ้มน้ำ และแกลบดิบไว้บนสุดช่วยให้ของเสียจับตัวเป็นก้อน ซึ่งการจำลองทรายแมวรูปแบบนี้ทำให้เกิดฝุ่นน้อยมาก

วัตถุดิบเหล่านี้หาซื้อง่ายตามร้านขายต้นไม้ทั่วไป ราคาหลักสิบ ข้อดีของการจำลองห้องน้ำแมวโดยใช้วัสดุภาคเกษตร คือเมื่อผ่านการหมัก ย่อยสลายแล้วนำไปหมุนเวียนเป็นปุ๋ย เป็นอินทรีย์วัตถุปลูกต้นไม้ต่อได้ด้วย ปราศจากสารเคมีทุกชนิด ไม่ต้องหิ้วถุงทิ้งรวมไปกับขยะตามบ้าน เป็นภาระให้คนที่ต้องไปแยกขยะจัดการต่อ แต่ข้อเสียก็คือฉี่แมวจะไม่จับตัวเป็นก้อน และจะซึมลงกระบะด้านล่าง อึแมวจะตักยากกว่าการใช้ทรายแมวแบบปกติ 

How To ทำทรายแมวเองจากกากกาแฟ แล้วนำไปใช้เป็นปุ๋ยต่อได้ด้วย
How To ทำทรายแมวเองจากกากกาแฟ แล้วนำไปใช้เป็นปุ๋ยต่อได้ด้วย
How To ทำทรายแมวเองจากกากกาแฟ แล้วนำไปใช้เป็นปุ๋ยต่อได้ด้วย
ทำทรายแมวจากกากกาแฟ หรือแกลบเหลือใช้ให้แมวอึ แล้วนำไปทำเป็นปุ๋ยต่อให้ต้นไม้

ทรายแมวโฮมเมดจากกากกาแฟ  

โดยปกติไม่ว่าพื้นที่บ้านจะเป็นอย่างไร เป็นคอนโด ห้องเช่า หรือบ้านเดี่ยว ต่างก็ต้องมีพื้นที่ให้น้องแมวได้ขับถ่าย เราเพียงแค่นำทรายแมวที่จัดซื้อจัดหากันเป็นประจำ ส่วนจะใช้เกรดไหน แบบไหน ย่อยได้หรือไม่ได้ ก็อยู่ที่รายได้ในแต่ละเดือนของเรา ทาสจงจัดหามาเทรอไว้ ถึงเวลานายเสร็จกิจก็ลาสุขา ทาสจงโกยร่อนนำไปทิ้งเป็นสิ่งปฏิกูลให้เป็นกิจวัตร

เรื่องคือผมชักจะเริ่มหาทรายแมวให้ไม่ทัน เพราะบางวันไม่ว่างไปจัดหาให้ เลยประท้วงมาอึกันในสวน เพราะเป็นคนรักสิ่งแวดล้อมด้วย เลยอยากลองทำทรายแมวแบบโฮมเมดง่าย ๆ อีกแบบที่ทุกคนทำตามได้ แล้วเจ้าเหมียวไม่เมินใส่ด้วย 

ทำทรายแมวจากกากกาแฟ หรือแกลบเหลือใช้ให้แมวอึ แล้วนำไปทำเป็นปุ๋ยต่อให้ต้นไม้

หันซ้ายหันขวา ก็อดไม่ได้ที่จะเลือกใช้เป็นกากกาแฟที่มีเหลือเฟือทุกวัน แถมตามร้านกาแฟบางร้านเดี๋ยวนี้ก็มีแบ่งไว้ให้ฟรี ๆ เลยเลือกกากกาแฟมาเป็นส่วนผสมหลัก เพราะกากกาแฟมีโครงสร้างนุ่ม แถมมีกลิ่นหอมสยบกลิ่นอึแมว ว่าแล้วก็ไปดูวิธีการทำกันเลย

วัตถุดิบและอุปกรณ์ 

1. กากกาแฟ 600 กรัม หรือ 60 เปอร์เซ็นต์ของวัตถุดิบทั้งหมด

2. เบนโทไนท์ 400 กรัม หรือ 40 เปอร์เซ็นต์ของวัตถุดิบทั้งหมด (เบนโทไนท์ คือส่วนผสมหลักของทรายแมวบางประเภท ทำหน้าที่อุ้มน้ำ ทำให้วัสดุอนุภาคเล็ก ๆ ยึดเกาะกันได้ดีเมื่อโดนน้ำ ในภาคการเกษตร นิยมใช้ในการปรับปรุงคุณภาพดิน ให้ดินมีความอุดมสมบูรณ์ อุ้มน้ำได้มากและนานขึ้น)

3. ภาชนะผสม

ทำทรายแมวจากกากกาแฟ หรือแกลบเหลือใช้ให้แมวอึ แล้วนำไปทำเป็นปุ๋ยต่อให้ต้นไม้

ขั้นตอนการทำ

1. นำกากกาแฟที่ได้ไปตากแดดให้แห้ง

ทำทรายแมวจากกากกาแฟ หรือแกลบเหลือใช้ให้แมวอึ แล้วนำไปทำเป็นปุ๋ยต่อให้ต้นไม้

2. พอกากกาแฟแห้งสบายมือแล้ว นำมาเทรวมกับเบนโทไนท์ในภาชนะที่เตรียมไว้ จากนั้นก็คลุกเคล้าให้เข้ากัน

ข้อควรระวัง : ระวังอย่าให้มือเปียกขณะคลุกเคล้า เพราะเบนโทไนท์จะจับตัวเป็นก้อนทันที

ทำทรายแมวจากกากกาแฟ หรือแกลบเหลือใช้ให้แมวอึ แล้วนำไปทำเป็นปุ๋ยต่อให้ต้นไม้

3. เราตรวจเช็กการจับตัวของฉี่น้องแมวเหมียวได้ จากการหยดน้ำลงไปบนทรายแมวที่ทำเตรียมไว้ ลองตักออกมาดู จะเห็นว่าน้ำที่หยดลงไปจะจับตัวกับทรายจนเป็นก้อน

ทำทรายแมวจากกากกาแฟ หรือแกลบเหลือใช้ให้แมวอึ แล้วนำไปทำเป็นปุ๋ยต่อให้ต้นไม้
ทำทรายแมวจากกากกาแฟ หรือแกลบเหลือใช้ให้แมวอึ แล้วนำไปทำเป็นปุ๋ยต่อให้ต้นไม้

ข้อดีของการทำทรายแมวด้วยเบนโทไนท์และกากกาแฟ คือของเสียของน้องแมวจับตัวง่าย ตักและทำความสะอาดง่าย นำไปเป็นปุ๋ยต่อได้ เก็บกลิ่นได้ดี แต่ข้อเสียของทรายแมวแบบนี้ก็อยู่ตรงที่เบนโทไนท์หาซื้อยาก ไม่ได้มีขายทั่วไป และฝุ่นผงกาแฟเป็นสีเข้ม อาจเลอะเท้าน้องแมวได้ง่าย ต้องทำความสะอาดบ่อย เหมาะกับการเลี้ยงแมวแบบปล่อยมากกว่า

ทำทรายแมวจากกากกาแฟ หรือแกลบเหลือใช้ให้แมวอึ แล้วนำไปทำเป็นปุ๋ยต่อให้ต้นไม้

การเลี้ยงน้องแมวเหมียวนั้น ช่วยเติมเต็มความสุขเล็ก ๆ น้อย ๆ ในชีวิตของเรา การที่เราเข้าใจพฤติกรรมต่าง ๆ ของแมว ทำให้เราปรับมุมมองจากปัญหาการขับถ่ายของแมวให้เป็นเรื่องง่ายตามธรรมชาติ การทำทรายให้น้องแมวก็อาจเป็นอีกหนึ่งทักษะยามเราอยู่ติดบ้าน ที่ช่วยให้ทุกคนได้ลองลงมือทำ 

นอกจากช่วยประหยัดเงินกระเป๋า ยังมีส่วนช่วยดูแลสิ่งแวดล้อมไปด้วยกัน แถมยังใช้เป็นวัสดุหมุนเวียนเป็นปุ๋ยสำหรับใส่ต้นไม้ แปลงผักหลังบ้าน บ้าน ริมระเบียงได้อีกต่อ นึกแล้วการเลี้ยงเจ้าแมวเหมียวก็มีเรื่องสนุกให้ทำเยอะเหมือนกัน

Writer & Photographer

ลุงรีย์

เกษตรกรฮิปปี้ เมืองกรุง เป็นคนขี้เสียดาย ทำงานเกี่ยวกับการจัดการขยะเศษอาหาร ชอบเลี้ยงไส้เดือน และเป็นพ่อบ้านใจกล้า

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load