บ้านเลขที่ 24 ซอยสุขุมวิท 53 คือที่ตั้งของ โบ.ลาน ร้านอาหารไทยประดับดาวมิชลิน หนึ่งใน 50 ร้านอาหารที่ดีที่สุดของเอเชีย 

ก่อนหน้านี้ นักชิมทั้งชาวไทยและต่างประเทศต่างรู้ หากต้องการลิ้มรสอาหารไทยรสเลิศจากวัตถุดิบเครื่องปรุงไทยแสนอร่อย ในร้านที่เคารพสิ่งแวดล้อมและปลูกผักใช้เองในสวน ร้านอาหารของ เชฟโบ – ดวงพร ทรงวิศวะ และ เชฟดิลลัน โจนส์ คือสถานที่ที่พวกเขาตามหา

บรรยากาศคึกคักในวงการอาหาร และความตื่นตัวเรื่องที่มาวัตถุดิบก่อตัวมายาวนาน แต่สถานการณ์โรคระบาดที่ทำให้ทั่วโลกชะงักงัน ทำให้ชาว โบ.ลาน ต้องปรับตัวครั้งใหญ่ ร้านอาหารใหญ่ในสวนเขียวแตกยอด มีร้านอาหารย่อยราคาย่อมลงมา บาร์เครื่องดื่ม ร้านขายของชำ และร้านไวน์

ไม่ใช่แค่ทำให้ธุรกิจอยู่รอด สิ่งที่น่าสนใจคือพวกเขาตัดสินใจเปลี่ยนร้านอาหารนี้เป็นต้นแบบธุรกิจอาหาร Eco-gastronomy ที่รักสิ่งแวดล้อม สร้างวงจรใช้ทุกสิ่งอย่างคุ้มค่าจนไม่ผลิตขยะอาหารแม้แต่ชิ้นเดียว 

ตอนนี้ โบ.ลาน โฉมใหม่เป็นอย่างไรบ้าง เราจะพาไปดู

โฉมใหม่ของ ‘โบ.ลาน’ ร้านอาหารไทยที่ปรับตัวเป็นธุรกิจอาหารเพื่อสิ่งแวดล้อมเต็มรูปแบบ
โฉมใหม่ของ ‘โบ.ลาน’ ร้านอาหารไทยที่ปรับตัวเป็นธุรกิจอาหารเพื่อสิ่งแวดล้อมเต็มรูปแบบ
โฉมใหม่ของ ‘โบ.ลาน’ ร้านอาหารไทยที่ปรับตัวเป็นธุรกิจอาหารเพื่อสิ่งแวดล้อมเต็มรูปแบบ

โบ.ลาน Essentially Thai

พี่ใหญ่ โบ.ลาน ร้านอาหารไทยที่นำเสนอและต่อยอดภูมิปัญญาไทย โดยร่วมมือกับเกษตรกรท้องถิ่น ใช้วัตถุดิบออร์แกนิกท้องถิ่นตามฤดูกาล ยังคงแนวคิดเดิมในการออกแบบอาหาร บูรณาการขนบภูมิปัญญาอาหารกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม 

โฉมใหม่ของ ‘โบ.ลาน’ ร้านอาหารไทยที่ปรับตัวเป็นธุรกิจอาหารเพื่อสิ่งแวดล้อมเต็มรูปแบบ
โฉมใหม่ของ ‘โบ.ลาน’ ร้านอาหารไทยที่ปรับตัวเป็นธุรกิจอาหารเพื่อสิ่งแวดล้อมเต็มรูปแบบ

ความอร่อยยังคงเดิม แต่พื้นที่ร้านย่อขนาดลงมา มี 3 สำรับ คือ 1) โบ.ลาน ข้าวปลาอาหาร 2) โบ.ลาน ระเริงรส 3) โบ.ลาน รสสมดุล โดยทุกวันเสาร์จะมี Bo.lan in Residence ส่งปิ่นโตอาหารไทยทุกวันเสาร์ 

Err Urban Rustic Thai 

โฉมใหม่ของ ‘โบ.ลาน’ ร้านอาหารไทยที่ปรับตัวเป็นธุรกิจอาหารเพื่อสิ่งแวดล้อมเต็มรูปแบบ

เออ (Err) ร้านอาหารน้องสาวของ โบ.ลาน ที่เคยเสิร์ฟอาหารไทยด้วยลีลาสนุก วัยรุ่น และราคาย่อมเยากว่าที่ท่าเตียน โดยมีเมนูเด็ดคือหนังไก่ถอดรูปทั้งตัว ย้ายกลับมาอยู่ใต้ชายคาเดียวกับพี่สาว โดยยังคงมาตรฐานและแนวคิดเดียวกัน 

โฉมใหม่ของ ‘โบ.ลาน’ ร้านอาหารไทยที่ปรับตัวเป็นธุรกิจอาหารเพื่อสิ่งแวดล้อมเต็มรูปแบบ

จุดเด่นของเออ คือการนำอาหารไทยริมทางมาขึ้นโต๊ะโดยใช้วัตถุดิบอินทรีย์ ไม่ใช่ผงชูรสหรือซอสปรุงรสให้จัดจ้าน อาหารแปรรูปเอง อย่างแหนม ไส้อั่ว ไส้กรอกข้าว ผักกาดดอง กระเทียมดอง ทางร้านปรุงเองทั้งหมดจากวัตถุดิบธรรมชาติ รสชาติจึงอาจแตกต่างกันตามบริบทแวดล้อมในการทำแต่ละครั้ง ไม่ได้มีรสชาติสำเร็จรูปแบบที่เราคุ้นชิน จะกินเป็นกับแกล้มเบาๆ หรือจัดหนักให้อิ่มท้องก็ได้ เพราะทางร้านมีเมนูอาหารคาวเต็มรูปแบบด้วย เช่น แกงเขียวหวานไก่ใส่ทุกส่วน หมูฮ้องผัดผักบุ้ง ฯลฯ ซึ่งทางร้านรับทำปิ่นโตส่งด้วย ยกเว้นเมนูหนังไก่ที่ต้องมากินที่ร้านเท่านั้น จึงได้ความกรุบกรอบถึงใจตามแบบฉบับ

Wasteland ดินแดนไร้ขยะ 

โฉมใหม่ของ ‘โบ.ลาน’ ร้านอาหารไทยที่ปรับตัวเป็นธุรกิจอาหารเพื่อสิ่งแวดล้อมเต็มรูปแบบ

บาร์ด้านหน้าบ้านนี้เกิดจากไอเดียสนุกๆ ในการเล่นกับของเหลือใช้ (Waste) กับคำว่า Wasted ที่แปลว่าเมา ชาวเวสต์แลนด์นำข้าวของจากร้านเออสาขาเดิมที่ท่าเตียนและของไม่ใช่แล้วมาแต่งบาร์ ไม่ว่าประตู เสื่อรีไซเคิล ก๊อกน้ำ ส่วนเครื่องดื่มแสนอร่อยที่เราได้จิบ ทางร้านอธิบายว่าไม่ได้แค่เอาของเหลือจากครัว โบ.ลาน และเออมาคั้นเฉยๆ แต่เป็น Community Sipping Space ที่จงใจกลั่นเอาคุณค่าของวัตถุดิบออร์แกนิกมาใช้อย่างคุ้มค่าที่สุดก่อนกลายเป็นปุ๋ย กลั่นความรู้ด้านการปรุงเครื่องดื่มและการรักษาสิ่งแวดล้อมมาให้ลิ้มลอง

โฉมใหม่ของ ‘โบ.ลาน’ ร้านอาหารไทยที่ปรับตัวเป็นธุรกิจอาหารเพื่อสิ่งแวดล้อมเต็มรูปแบบ

เนื่องจากบ้านนี้ใช้ของออร์แกนิกหมด วัตถุดิบทุกส่วนจึงปลอดภัยใช้ง่าย เช่น ข้าวดำก้นหม้อและมะพร้าวที่เหลือจากการคั้นกะทิในครัว ทางบาร์นำวัตถุดิบที่เกิดขึ้นทุกวันเหล่านี้ไปคั่ว บด ปั่น เพื่อหาทางดึงกลิ่นดึงรสชาติออกมา ทำข้าวตูและชาข้าว มะพร้าวกลายเป็นไส้ช็อกโกแลต ก้านโหระพาและก้านกะเพราที่ครัวเก็บมาให้ บาร์เอามาปรุงให้เครื่องดื่มกลิ่นหอม เปลือกถั่วลิสงธรรมดา บาร์นำไปสกัดเป็นน้ำผิวถั่วรสหอมนวลๆ เปลือกฟักเชื่อมที่เหลือจากการทำแกงแดงไก่ใส่ฟัก Wasteland เอาไปเชื่อมน้ำตาลและทอดกรอบ กลายเป็นขนมกินเล่นที่ร้าน โบ.ลาน เอาไปปรุงเป็นขนมโก๋

โฉมใหม่ของ ‘โบ.ลาน’ ร้านอาหารไทยที่ปรับตัวเป็นธุรกิจอาหารเพื่อสิ่งแวดล้อมเต็มรูปแบบ

วงจรของจากในครัวเข้าสู่บาร์ และจากบาร์สู่ครัว ทำให้หลังร้านคือแล็บทดลองการถนอมอาหารและปรุงใหม่แสนสนุก ผลประโยชน์ตกสู่นักดื่ม ซึ่งเข้ามานั่งจิบเครื่องดื่มหลายประเภท ตั้งแต่ชาจนแอลกอฮอล์สารพัด ได้ตั้งแต่ 11 โมงถึงเที่ยงคืน

MUST WINE BAR 

โฉมใหม่ของ ‘โบ.ลาน’ ร้านอาหารไทยที่ปรับตัวเป็นธุรกิจอาหารเพื่อสิ่งแวดล้อมเต็มรูปแบบ

อาหารอร่อยแค่ไหน ไวน์รสเลิศยิ่งทำให้ความอร่อยทบเท่าทวี บ้านหลังนี้จึงมีมุม Must ร้านไวน์เล็กๆ สายธรรมชาติที่คัดแต่ไวน์องุ่นปลอดสารเคมี และใช้วิถีธรรมชาติในการปลูกองุ่นและทำไวน์ ชื่อ Must ในที่นี้ไม่ได้แปลว่า ‘ต้อง’ แต่หมายถึง Grape Must ผลองุ่นคั้น ซึ่งเป็นขั้นตอนแรกของการทำไวน์

สนนราคาไวน์ที่นี่มีตั้งแต่ย่อมเยาสบายกระเป๋าถึงระยิบระยับ ลูกค้าสามารถซักถามได้อย่างสะดวกใจ แต่งตัวแบบไหนก็แวะมาดื่มได้ไม่เคอะเขิน ทีมงานยินดีช่วยแนะนำไวน์ที่คัดสรรมาให้ รวมถึงโครงสร้าง รสชาติ จนค้นพบไวน์ที่ชอบได้ด้วยตัวเอง จะดื่มที่ร้านหรือซื้อกลับบ้านก็ได้ทั้งสิ้น

โบ.ลาน ร้านชํา 

ออกจากเรื่องการกินดื่มใน 4 ร้าน พื้นที่ห้องรับแขกหรือห้องนั่งเล่นยังมีตู้ร้านชำ ขายผลิตภัณฑ์พื้นบ้านและงานคราฟต์ไทย ตั้งแต่ของใช้ของกระจุกกระจิก ไปจนถึงวัตถุดิบและเครื่องปรุงรสจากเกษตรกรรายย่อย ชนิดที่ถ้าติดใจอาหารที่ร้าน ก็สั่งซื้อกล่องวัตถุดิบไปปรุงเองได้ มีกล่องผักผลไม้ตามฤดูกาล และเมนูอาหารต่างๆ แถมร้านชำนี้ยังจัดเวิร์กช็อปเรียนรู้รสชาติเป็นระยะด้วย

โฉมใหม่ของ ‘โบ.ลาน’ ร้านอาหารไทยที่ปรับตัวเป็นธุรกิจอาหารเพื่อสิ่งแวดล้อมเต็มรูปแบบ
โฉมใหม่ของ ‘โบ.ลาน’ ร้านอาหารไทยที่ปรับตัวเป็นธุรกิจอาหารเพื่อสิ่งแวดล้อมเต็มรูปแบบ

สวน โบ.ลาน 

นอกตัวบ้าน จุดเด่นของบ้านเลขที่ 24 คืออุโมงค์ไม้ไผ่ที่ปกคลุมด้วยไม้เลื้อย และสวนเล็กๆ เขียวชอุ่มข้างตัวบ้าน พื้นที่สงบใจกลางสุขุมวิทนี้ไม่ได้แค่สร้างความงามและฟอกอากาศ แต่เป็นสวน Permaculture ที่ปลูกวัตถุดิบสำหรับใช้ในร้าน 

โฉมใหม่ของ ‘โบ.ลาน’ ร้านอาหารไทยที่ปรับตัวเป็นธุรกิจอาหารเพื่อสิ่งแวดล้อมเต็มรูปแบบ
โฉมใหม่ของ ‘โบ.ลาน’ ร้านอาหารไทยที่ปรับตัวเป็นธุรกิจอาหารเพื่อสิ่งแวดล้อมเต็มรูปแบบ

แม้พื้นที่น้อย แต่สวนนี้ออกแบบให้ได้ผลผลิตมากที่สุด โดยเน้นปลูกพืชผลพื้นบ้านหายาก กลางสวนมี Keyhold Garden ขวดไวน์เก่ายึดด้วยโครงไม้ไผ่เป็นกระถางเตี้ย ให้เด็กๆ หรือผู้ใช้รถเข็นเอื้อมถึงง่าย ตรงกลางเอาไว้ใส่ปุ๋ยเศษใบไม้หรือเศษอาหาร รวมถึงมีพื้นที่ก้นหอย (Spiral) สำหรับปลูกผักหลากหลาย ด้านบนชื้นน้อยปลูกพืชผักที่ไม่ต้องการน้ำมาก ระดับที่ลดหลั่นลงมาปลูกพืชชุ่มน้ำ และรอบๆ มีสวนไม้ต่างระดับ พืชผักระยะสั้นที่เก็บกินง่าย ไม้ใช้สอย รังผึ้ง ดงกล้วย และดอกไม้กินได้สารพัด เช่น พวงชมพู หางนกยูง แคแดง กุหลาบ มะลิ 

โฉมใหม่ของ ‘โบ.ลาน’ ร้านอาหารไทยที่ปรับตัวเป็นธุรกิจอาหารเพื่อสิ่งแวดล้อมเต็มรูปแบบ

เศษอาหารเหลือทุกวันจากในร้านจะกลายเป็นปุ๋ยให้พืชผักในสวนนี้งอกงาม โดยทางร้านมีเครื่องย่อยสลายขยะสดโดยเฉพาะ ซึ่งเร่งเปลี่ยนสภาพขยะเศษอาหารให้กลายเป็นปุ๋ยภายใน 24 ชั่วโมง 

ขยะจบที่เรา 

โฉมใหม่ของ ‘โบ.ลาน’ ร้านอาหารไทยที่ปรับตัวเป็นธุรกิจอาหารเพื่อสิ่งแวดล้อมเต็มรูปแบบ

จริงจังเรื่องขยะขนาดนี้ โบ.ลาน และผองเพื่อนประกาศว่าทางร้านมีแคมเปญ Zero Waste to Landfill ทุกกิจกรรมที่เกิดขึ้นในบ้านเลขที่ 24 จะไม่สร้างขยะไปที่บ่อขยะ ระบบทุกอย่างเป็นต้นแบบธุรกิจอาหารที่ใส่ใจเรื่องสิ่งแวดล้อมอย่างเต็มรูปแบบ ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ และสร้างระบบ Circular Economy อันแข็งแรง

ที่นี่แยกขยะอย่างจริงจัง วัตถุดิบอาหารไม่มีเหลือทิ้งจากระบบอันแข็งแรงของร้านอาหาร บาร์ และสวน เปลือกกุ้งตากแห้งป่นกลายเป็นอาหารไก่สำหรับส่งให้เกษตรกร เปลือกผลไม้นานาชนิดใช้หมักเป็น EM ผลไม้สําหรับดับกลิ่นในท่อ ส่วนเปลือกผลไม้ตระกูลส้มใช้ผสมทำน้ำยาซักล้าง น้ำมันรำข้าวมหาศาลที่ได้จากครัวในทุกวันถูกแปรรูปเป็นสบู่สำหรับใช้ในร้านและแจกจ่ายให้แขก เปลือกไข่ใช้ปรุงดิน และอาหารที่เหลือทั้งหมดจากจานจะกลายเป็นปุ๋ย

โฉมใหม่ของ ‘โบ.ลาน’ ร้านอาหารไทยที่ปรับตัวเป็นธุรกิจอาหารเพื่อสิ่งแวดล้อมเต็มรูปแบบ

วัสดุอื่นๆ จะถูกแบ่งแยกไป Recycle หรือ Upcycle ลดละเลิกการใช้พลาสติกครั้งเดียวทิ้งทุกประเภท ใครอยากผูกปิ่นโตกับที่นี่ต้องใช้ปิ่นโตจริงๆ ใช้ผ้าเคลือบขี้ผึ้งแทนพลาสติก กระทั่งถุงสุญญากาศเพื่อเก็บรักษาคุณภาพอาหาร ก็ทำงานร่วมกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์เพื่อนำวัสดุเหลือไปใช้ต่อ

โฉมใหม่ของ ‘โบ.ลาน’ ร้านอาหารไทยที่ปรับตัวเป็นธุรกิจอาหารเพื่อสิ่งแวดล้อมเต็มรูปแบบ

สิ่งหนึ่งที่ยังเหลือขวดไวน์สีพิเศษ ซึ่งถ้าเฉดสีไม่ตรงกับโรงคัดแยกขยะ แก้วเหล่านี้จะนำกลับมาใช้ใหม่ไม่ได้อีกและจบหน้าที่ในบ่อขยะ ร้าน โบ.ลาน เลยร่วมมือกับบริษัทเครื่องแก้ว Etna ซึ่งรับนำขวดไวน์จาก โบ.ลาน และร้านอาหารพันธมิตรต่างๆ เพื่อไปหลอมขึ้นรูปใหม่เป็นเหยือกน้ำในร้าน ซึ่งจะวางขายเป็นสินค้าเปี่ยมเรื่องราวรักษ์สิ่งแวดล้อมอีกด้วย

โภชนสติ หรือ Mindful Eating Cooking and Drinking คือคติของบ้านเลขที่ 24 ซึ่งมุ่งหวังให้ธุรกิจอาหารเป็นวงจรสมบูรณ์แห่งความอร่อยและไม่เบียดเบียนโลกใบนี้

โฉมใหม่ของ ‘โบ.ลาน’ ร้านอาหารไทยที่ปรับตัวเป็นธุรกิจอาหารเพื่อสิ่งแวดล้อมเต็มรูปแบบ

โบ.ลาน

ที่ตั้ง : เลขที่ 24 ซอยสุขุมวิท 53 (ไปดี-มาดี) คลองตันเหนือ วัฒนา กรุงเทพฯ 10110

โทรศัพท์ : 0 2260 2962

Facebook : BolanBangkok

Writer

ภัทรียา พัวพงศกร

บรรณาธิการและนักจัดทริปแห่ง The Cloud ที่สนใจตึกเก่า งานคราฟต์ กลิ่น และละครเวทีพอๆ กับการเดินทาง

Photographer

ปฏิพล รัชตอาภา

ช่างภาพอิสระที่สนใจอาหาร วัฒนธรรมและศิลปะร่วมสมัย มีความฝันว่าอยากทำงานศิลปะเล็กๆ ไปเรื่อยๆ

Share Location

รวมสถานที่สวยและดีที่อยากชวนคุณแวะเวียนไปช่วงวันหยุด

2 – 3 ปีที่ผ่านมา การถ่ายภาพแบบแอนะล็อกกลับมาฮิตอีกครั้งหลังจากหายไปนานเพราะเทคโนโลยีเข้ามาแทนที่ ด้วยความสนุกของการกรอฟิล์มและการจดจ่อรอภาพ ขั้นตอนต่างๆ เหล่านี้เต็มไปด้วยเสน่ห์ ทำให้การถ่ายภาพกลายเป็นงานอดิเรกของใครหลายคนทันที รวมถึงกลายเป็นกระแสที่มีคนให้ความสนใจอย่างล้นหลามมาถึงตอนนี้

แล้วการถ่ายภาพไปต่ออย่างไรได้บ้าง หลายคนอาจจะเคยเดินชมนิทรรศการตามหอศิลป์ พบการจัดแสดงภาพถ่ายที่น่าสนใจทั้งจากช่างภาพคนไทยและต่างประเทศ แต่ก็ยังไม่มีพื้นที่สำหรับศิลปะภาพถ่ายครบวงจรจริงๆ

เมื่อไม่นานมานี้ มีการรวมตัวช่างภาพจากต่างสาขามาร่วมสร้างความหวังและความฝันของช่างภาพไทยหลายๆ คนให้เกิดขึ้นจริง เราชวน ทอม-ธีระฉัตร โพธิสิทธิ์ ช่างภาพเจ้าของผลงาน ‘The Last Farewhale’ เซ็ตภาพถ่ายแฟชั่นกับซากวาฬบรูด้า ที่เรียกให้ผู้คนหันมาสนใจชีวิตของสัตว์ทะเลในไทยใกล้สูญพันธ์ ผ้าป่าน-สิริมา ไชยปรีชาวิทย์ ช่างภาพผู้หลงใหลภาพถ่ายขาว-ดำ ผู้ร่วมก่อตั้ง GroundControl และ อีฟ-มาริษา รุ่งโรจน์ ช่างภาพท่องเที่ยวจากเพจ ABOVE THE MARS ผู้ผ่านการเดินทางมานับครั้งไม่ถ้วน พวกเขาทั้งสามคนเป็นผู้ร่วมก่อตั้ง ‘Hub of Photography’ หรือเรียกสั้นๆ ว่า HOP ที่จะมาร่วมสนทนาถึงสถานที่แห่งความฝัน ซึ่งซ่อนอยู่ลึกๆ ภายในใจของพวกเขา

ไม่ว่าคุณจะเป็นผู้ชื่นชอบภาพถ่าย หรือชื่นชอบการถ่ายภาพ HOP อยากชวนคุณเดินเข้ามาเติมเต็มพื้นที่ของชุมชนคนรัก ‘ภาพถ่าย’ และมากไปกว่านั้น ที่นี่ยังอยากเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนช่างภาพไทยให้พัฒนาศักยภาพ เพื่อไปสู่เวทีระดับโลกผ่านการใช้พื้นที่ ทั้งแลกเปลี่ยนความคิดและเติมเต็มความรู้จากช่างภาพด้วยกันเอง ช่างภาพผู้เชี่ยวชาญในแต่ละด้าน รวมถึงสมุดภาพราคาแพงที่เราอาจจะไม่กล้าเปิดอ่านในร้านขายหนังสือทั่วไป แต่ที่นี่ยินดีให้คุณเปิดอ่านมันอย่างเต็มที่ ใช้พื้นที่อย่างเต็มที่ และหวังเป็นอย่างยิ่งว่า พื้นที่นี้จะกลายเป็นแหล่งแฮงก์เอาต์แสนสบายใจสำหรับเหล่าช่างภาพ และเป็นมิตรสำหรับคนใหม่ๆ ที่กำลังจะก้าวเข้าไปทำความรู้จักกับศิลปะภาพถ่าย

Hub of Photography ชุมชนที่ตั้งใจขับเคลื่อนวงการภาพถ่าย และเป็นพื้นที่ของคนรักกล้องทุกคน
Hub of Photography ชุมชนที่ตั้งใจขับเคลื่อนวงการภาพถ่าย และเป็นพื้นที่ของคนรักกล้องทุกคน

กำเนิดชุมชนคนรักภาพถ่าย

จุดเริ่มต้นของพื้นที่แห่งนี้มาจากความตั้งใจของผู้บริหาร Seacon Development เจ้าของพื้นที่บริเวณชั้น 3 ของ MUNx2 ซีคอนแสควร์ ศรีนครินทร์ ซึ่งกำลังจะมีการพัฒนาพื้นที่ใหม่ เพื่อตอบโจทย์กระแสที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะภาพถ่าย ซึ่งผู้บริหารชื่นชอบเป็นการส่วนตัว และอยากสนับสนุนศิลปะแขนงนี้ให้ทุกคนสัมผัสความงามได้มากยิ่งขึ้น

“ความน่าสนใจคือ การทำพื้นที่ของ HOP ไม่ได้เกิดจากแพสชันของเรากับผู้บริหารเท่านั้น แต่มาจากความต้องการของผู้บริโภคในยุคนี้ด้วยที่ชอบงานภาพถ่าย แล้วก็ปฏิเสธไม่ได้จริงๆ ว่ายุคนี้ทุกคนถ่ายภาพด้วยตัวเองได้ มันก็กลายมาเป็นหมุดหมายของการพัฒนาที่อยากให้เกิดพื้นที่สำหรับช่างภาพขึ้นมาให้ได้” ทอมเกริ่นเข้าประเด็น

เมื่อมีพื้นที่และคนที่สนใจ ขั้นต่อไปเป็นการตามหาคนที่มีความรู้มาเติมเต็มความสมบูรณ์ของพื้นที่

“พวกเราสามคนจับพลัดจับผลูฟอร์มทีมขึ้นมาจากการชักชวนของอีฟ เป็นการรวมตัวช่างภาพจากคนละแขนง คนละความเห็น และคนละแง่มุม แต่มีจุดร่วมเดียวกัน นั่นคือพวกเราเป็นช่างภาพ ฉะนั้นชุมชนนี้จึงเกิดขึ้นจากมุมมองของคนที่อยู่ในอุตสาหกรรมนี้จริงๆ” ผ้าป่านเล่าจุดเริ่มต้นของการโคจรมาเจอกัน

ผ้าป่านเองมาจากสายช่างภาพสตรีท อีฟมาจากสายช่างภาพออนไลน์ เน้นสื่อสารกับคนอย่างกว้างขวาง ส่วนทอมมาจากสายแฟชั่นและสารคดีที่สื่อสารประเด็นชัดเจนลงไปในงาน การมาจากสายที่ต่างกันนี้เอง ทำให้เพื่อนหรือชุมชนที่พวกเขาอยู่นั้นมีความหลากหลาย จึงสำรวจปัญหาและความต้องการของช่างภาพได้อย่างทั่วถึง

เมื่อองค์ประกอบพร้อมแล้ว ทั้งสามคนก็เริ่มแบ่งปันปัญหาและประสบการณ์ที่พบเจอจากการทำงานช่างภาพ รวมถึงสำรวจชุมชนภาพถ่ายจากต่างประเทศ นั่งทบทวนแล้วนำบทสรุปที่ได้ไปสร้างพื้นที่ให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม

Hub of Photography ชุมชนที่ตั้งใจขับเคลื่อนวงการภาพถ่าย และเป็นพื้นที่ของคนรักกล้องทุกคน
Hub of Photography ชุมชนที่ตั้งใจขับเคลื่อนวงการภาพถ่าย และเป็นพื้นที่ของคนรักกล้องทุกคน

ความเป็นไปของอุตสาหกรรม

ถึงแม้ว่าการเสาะหาความรู้บนโลกอินเทอร์เน็ต มีเนื้อหาจำนวนมากให้เหล่าช่างภาพเลือกศึกษาตามความสนใจ และเทคโนโลยีใหม่ๆ ก็อาจทำให้พวกเขามีตัวเลือกในการสร้างสรรค์ผลงานมากขึ้น แต่ในขณะเดียวกัน ช่างภาพมือใหม่หลายคนก็ยังไม่แน่ใจในแนวทาง ประเภทของภาพถ่ายที่ตัวเองสนใจ และอยากเจาะจงทำงานต่อ เพราะประเทศไทยไม่มีพื้นที่หรือชุมชนเกี่ยวกับภาพถ่ายปรากฏตัวขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม ช่างภาพหลายคนก็อาจจะต้องการวงสนทนา สำหรับแลกเปลี่ยนความคิดและมุมมองที่มีต่อสิ่งต่างๆ สร้างแรงขับเคลื่อนใหม่ๆ ในการสร้างสรรค์ผลงาน

“จุดนี้เลยกลายเป็นส่วนหนึ่งของการออกแบบอย่างสร้างสรรค์ของ Hub of Photography เรื่องการพัฒนาทักษะต่างๆ ผ่านเวิร์กชอป เราพยายามดึงหลายคนจากหลายวงการมาเจอกัน ณ พื้นที่ที่เราพยายามทำให้เป็นพื้นที่ปลอดภัย หวังว่าจะปลอดภัยกับทุกคน อยากให้คนมาเจอกัน แล้วแลกเปลี่ยนความคิด แลกเปลี่ยนประสบการณ์ เพราะว่าวงการภาพถ่ายไทย เรามีคอมมูนิตี้ที่มีช่างภาพเก่งๆ เยอะมาก” ทอมชูเป้าหมายหนึ่งของการสร้างพื้นที่ขึ้นมา

นอกจากปัญหาที่ช่างภาพต้องเผชิญ ภาครัฐไม่ได้เห็นความสำคัญและสนับสนุนงานศิลปะมากพอ ส่งผลให้ระบบอุตสาหกรรมภาพถ่ายในไทยไม่อาจสร้าง ‘ศิลปิน’ ให้กลายเป็นอาชีพที่มั่นคง เนื่องจากระบบไม่เอื้อให้ผู้คนเห็นคุณค่าและความงามของงานศิลปะ ผลลัพธ์จึงกลายเป็นว่ามีผู้ผลิตอยู่มาก แต่ผู้ซื้อกลับมีจำนวนน้อยกว่าอย่างเห็นได้ชัด 

“จริงๆ มันต้องเป็นไปด้วยกันในองค์รวม มี HOP อย่างเดียวก็ไม่ได้ ควรจะมีหอศิลป์อื่นที่สนับสนุนวงการช่างภาพในแง่ของการนำเสนองาน จัดแสดงงาน แม้กระทั่งมีการให้ความรู้กับบุคคลทั่วไปในเรื่องการเริ่มสะสมงาน หรือเรื่องลิขสิทธิ์งานภาพถ่ายที่คนยังไม่ค่อยเข้าใจ” ผ้าป่านเล่าปัญหาทั้งภาพใหญ่และภาพเล็กของวงการนี้ให้ฟัง

กว่า 6 เดือนของการเริ่มต้น พร้อมให้ทุกคนทำความรู้จักศิลปะภาพถ่ายกันแล้ว

Hub of Photography ชุมชนที่ตั้งใจขับเคลื่อนวงการภาพถ่าย และเป็นพื้นที่ของคนรักกล้องทุกคน
Hub of Photography ชุมชนที่ตั้งใจขับเคลื่อนวงการภาพถ่าย และเป็นพื้นที่ของคนรักกล้องทุกคน
Hub of Photography ชุมชนที่ตั้งใจขับเคลื่อนวงการภาพถ่าย และเป็นพื้นที่ของคนรักกล้องทุกคน

พื้นที่ที่เป็นมากกว่าแกลเลอรี่

Hub of Photography ไม่ได้มีเพียงพื้นที่จัดนิทรรศการเท่านั้น แต่ยังรวบรวมความต้องการหลายๆ ด้านของช่างภาพและคนรักภาพถ่าย เพื่อสนับสนุนการทำงานและความคิดที่จะพัฒนาต่อยอดได้มากยิ่งขึ้น ทางทีมผู้ก่อตั้งปรึกษาหารือกันถึงภาพของแกลเลอรี่ที่อยากให้เกิดขึ้น จนกลายเป็น HOP ที่มีพื้นที่กิจกรรมทั้งหมด 5 โซนด้วยกัน

‘HOP PHOTO GAELLERY’ ห้องจัดแสดงนิทรรศการหลักที่จะหมุนเวียนไปเรื่อยๆ ซึ่งทีมผู้ก่อตั้งอยากให้เป็นมาตรฐานของการจัดพื้นที่แสดงงานต่อๆ ไปด้วย ทั้งสามคนตั้งใจกับพื้นที่ตรงนี้มากๆ ช่วยกันออกแบบระบบไฟ เลือกกระเบื้อง คำนึงถึงความสว่างที่เหมาะสม และควบคุมอุณหภูมิสีของไฟที่จะส่งผลต่อภาพจัดแสดง เรียกได้ว่าพิถีพิถันทุกองศา สำหรับทุกอย่างในห้องจัดแสดงที่มาจากการเก็บเกี่ยวประสบการณ์ของทั้งสามคน 

ทอมถามเราถึงความรู้สึกเมื่อเข้าไปในพื้นที่ เราตอบไปว่า ในห้องจัดแสดงดูสบายตาและเป็นมิตรมาก ซึ่งปกติเวลาที่เราเดินชมงานนิทรรศการหลายแห่ง จะรู้สึกเดินแล้วตัวเกร็งๆ บางทีก็ไม่แน่ใจว่าต้องเอาตัวเองไปวางไว้ตรงไหนในพื้นที่นั้น แต่สำหรับ HOP เรารู้สึกต่างออกไป ทอมดูอิ่มอกอิ่มใจกับความเห็นของเราอยู่ครู่ใหญ่ เพราะเหมือนได้รับการยืนยันด้วยหูของตัวเองว่า รายละเอียดเล็กๆ ที่พวกเขาตั้งใจออกแบบ มีคนเห็นและสัมผัสมันได้จริงๆ

‘WHOOP!’ พื้นที่นี้อาจจะไม่ได้ใหญ่มากเท่าห้องจัดแสดงหลัก แต่เป็นแกลเลอรี่ที่ ‘ทุกคน’ สนุกกับมันได้ WHOOP! เปิดโอกาสให้บุคคลทั่วไปเข้ามาแสดงนิทรรศการ เพราะทีมผู้ก่อตั้งอยากให้พื้นที่นี้เป็นพื้นที่ของทุกๆ คน

‘FOTO INFO Learning Center’ สตูดิโอที่อยากเชิญชวนทุกคนมาทดลองถ่ายภาพ โดยมีทีม FOTOINFO เข้ามาช่วยดูแลอุปกรณ์และให้ความรู้ ตลอดจนเทคนิคการถ่ายภาพ ทั้งถ่ายภาพสินค้าและการจัดแสงในรูปแบบต่างๆ

‘HOP Club’ ผู้ก่อตั้งทั้งสามคนตื่นเต้นกับส่วนนี้มาก พวกเขาถือว่า พื้นที่นี้จะเป็นอีกฟันเฟืองหนึ่งในการสนับสนุนให้ช่างภาพเติบโตต่อไป ในพื้นที่มีทั้ง Photobook Gallery ห้องสมุดภาพที่ทำงานร่วมกับคนมากประสบการณ์อย่าง ปิ่น-วิทิต จันทามฤต Vacilando และ เชน สุวิกะปกรณ์กุล Hardcover, Serindia Gallery คัดเลือกหนังสือมาเป็นจำนวนหลายร้อยเล่ม รวมถึงการจัดกิจกรรมที่เชื่อมโยงกับร้านหนังสือต่างๆ และ Merchandise Gallery ร้านจัดจำหน่ายสมุดภาพของศิลปิน 

เราเข้าไปทดลองเปิดอ่านดูแล้ว ถ้าชอบ อยากอุดหนุน ก็สแกนคิวอาร์โค้ดจ่ายเงินให้กับศิลปินโดยตรง และหยิบสมุดภาพเล่มนั้นกลับบ้านได้เลย

‘Common Space’ เมื่อสถานการณ์โควิด-19 ผ่อนคลายลงแล้ว พื้นที่ตรงนี้จะมีเวิร์กชอปจาก Gift Lee ช่างภาพที่จะชวนพูดคุยถึงการทำให้ศิลปะและการถ่ายภาพเป็นเรื่องเข้าใจง่าย สำหรับคนที่เริ่มต้นถ่ายภาพโดยเฉพาะ นอกจากกิจกรรมให้ความรู้แล้ว ก็จะมีกิจกรรมเปิดตลาดกล้อง อุปกรณ์ถ่ายภาพ และร้านพิมพ์ภาพมาออกบูทด้วย

ชุมชนภาพถ่ายครบวงจรแห่งแรกของประเทศไทยบนห้างซีคอนสแควร์ ที่อยากขับเคลื่อนอุตสาหกรรมภาพถ่ายไทยทัดเทียมระดับสากล
ชุมชนภาพถ่ายครบวงจรแห่งแรกของประเทศไทยบนห้างซีคอนสแควร์ ที่อยากขับเคลื่อนอุตสาหกรรมภาพถ่ายไทยทัดเทียมระดับสากล

SELFPRESSION แนะนำตัวตนผ่านภาพถ่ายสู่คนใหม่ๆ

“เราอยากสื่อสารกับทุกๆ คนว่า พื้นที่ตรงนี้ไม่ใช่ของคนใดคนหนึ่ง เพราะว่าเราสร้างสิ่งนี้เพื่อวงการช่างภาพ เพราะฉะนั้น เราจะทำยังไงให้คนรู้ว่าการรวบรวมช่างภาพในครั้งนี้ ไม่ได้เป็นการแสดงงานภาพถ่ายที่เฉพาะเจาะจงความชอบของพวกเราเท่านั้น ก็เลยรวบรวมช่างภาพหนึ่งร้อยคน จากหลากหลายสาขา หลากหลายอายุและเพศ มีต่างประเทศด้วย” ผ้าป่านอธิบายถึงช่างภาพที่ชักชวนมาจัดแสดงงาน ซึ่งทางทีมก็ขยายชุมชนออกไปมากขึ้นด้วย

สำหรับนิทรรศการการเปิดตัว ทางทีมผู้ก่อตั้งทั้งสามได้ลงมือคัดเลือกภาพถ่ายด้วยตัวเอง ถึงแม้ว่าเนื้อหาของงานเป็นภาพจำนวน 100 ภาพ แต่ความจริงแล้ว ภาพทั้งหมดนั้นมาจาก 99 ช่างภาพเท่านั้น ส่วนอีกภาพหนึ่งที่เหลือ ทาง HOP ตั้งใจให้เป็นกระจกที่สะท้อนตัวคนที่ถ่ายภาพใบนั้นเอาไว้ในห้อง WHOOP!

“ระหว่างทางของการจัดนิทรรศการ SELFPRESSION เป็นกระบวนการทำงานที่น่าสนใจมากๆ เพราะเราสามคนมาจากคอมมูนิตี้ของวงการช่างภาพที่ต่างกัน ส่วนตัวผมเอง ผมได้รู้จักช่างภาพจากคอมมูนิตี้ของอีฟ คอมมูนิตี้ของผ้าป่าน เราช่วยผลักดันพวกเขา ขณะเดียวกันก็ทำให้เราเรียนรู้กระบวนการทำงานและวิธีการเติบโตของแต่ละคน” 

และด้วยความที่เราก็มีความสนใจด้านภาพถ่ายเช่นกัน เราลองถามถึงเรื่องการเปิดรับภาพถ่ายจากคนที่ไม่ใช่ช่างภาพมือโปรหรือบุคคลทั่วไปดู เผื่อว่าวันหนึ่งเราหรือผู้อ่านสนใจ จะได้ติดตามและส่งภาพเข้าไปที่ HOP บ้าง

“หลังจากนี้เราจะมีการ Open Call สำหรับบุคคลทั่วไป เราอยากรู้จักทุกคนนะคะ อยากรู้จักช่างภาพทุกคน อยากรู้จักทั้งช่างภาพมืออาชีพ ช่างภาพมือสมัครเล่น และอยากรู้จักคนที่รักในงานภาพถ่าย เพราะฉะนั้น เราพยายามจะสร้างพื้นที่เพื่อให้เกิดเครือข่ายขึ้น ช่างภาพจะเดินมาหาเราอย่างเดียวไม่ได้ เราก็ต้องเดินไปหาพวกเขาเหมือนกัน” 

เราอยากหยิบกล้องขึ้นมาถ่ายภาพอีกครั้ง เผื่อจะร่วมแบ่งปันเรื่องราว ณ พื้นที่แห่งนี้กับเขาบ้าง

ชุมชนภาพถ่ายครบวงจรแห่งแรกของประเทศไทยบนห้างซีคอนสแควร์ ที่อยากขับเคลื่อนอุตสาหกรรมภาพถ่ายไทยทัดเทียมระดับสากล

มาตรฐานที่อยากไปให้ถึง

นอกจากห้องผนังสีขาว กระเบื้องลายไม้ที่มีความอบอุ่นสบายตาแล้ว Hub of Photography ยังอยากเป็นแพลตฟอร์มที่สนับสนุนศิลปิน ทั้งงานจัดแสดง งานขาย งานแลกเปลี่ยนความรู้และมุมมองต่างๆ อีกด้วย

“ป่านว่าการที่มีพื้นที่ทางกายภาพแบบนี้ พอมันเกิดขึ้นมาแล้ว ก็เป็นเหมือนกับจุดที่ไปย้ำเตือนบรรดาช่างภาพที่เป็นเพื่อนๆ เราเนี่ยแหละว่า เฮ้ย คอมมูนิตี้ที่เราจะสร้าง มันเริ่มเห็นแล้วว่าเราจะไปทางไหน แล้วมันจะเติบโตไปแบบในลักษณะไหน พอพื้นที่มันเปิดแล้ว เลยเหมือนเป็นระลอกสองที่สร้างความตื่นเต้นให้คนอยากมาพื้นที่นี้

“ซึ่งจริงๆ แล้วไม่ใช่แค่ช่างภาพ เพราะว่ากลุ่มภัณฑารักษ์ที่เราเชิญมาดูพื้นที่ เราก็จะคุยในแง่ของลักษณะการทำงานจริงๆ ในแง่ของตัวแกลเลอรี่ เหมือนได้มาตรฐานเดียวกับของเมืองนอกว่า โอเค ศิลปินจะมาแสดงต้องมีการคัดเลือกภาพแบบไหน มีวิธีการติดตั้งยังไงให้ได้คุณภาพ หรือว่าระบบไฟอะไรที่จะนำเสนองานศิลปินได้ดีที่สุด หรือการจะมีเงินทุนสนับสนุนศิลปินในการผลิตงาน มีค่าจ้างผู้ดูแลหรือเหล่าภัณฑารักษ์ ซึ่งสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นที่เมืองนอก แม้ว่าในเมืองไทย อุตสาหกรรมนี้ไม่ได้แข็งแรงขนาดนั้น แต่เราพยายามจะทำให้มาตรฐานตรงนี้ทัดเทียมกับของเมืองนอก” 

ผ้าป่านย้ำถึงการผลักดันช่างภาพหน้าใหม่ไปสู่เวทีโลกได้มากขึ้น ที่ผ่านมามีช่างภาพไทยจำนวนไม่น้อยได้รับโอกาสในการจัดแสดงงานระดับสากล ผู้ก่อตั้งทั้งสามมองเห็นศักยภาพคนไทยที่จะพัฒนา และต่อยอดผลงานเพื่อทะยานสู่ระดับโลก และมาตรฐานเหล่านี้ ทีมงานรีบออกตัวกับเราก่อนว่า HOP ไม่ใช่ที่แรกๆ ที่สร้าง โอ๋-ปิยะทัต เหมทัต และ มานิต ศรีวานิชภูมิ ผู้จัดงาน Photo Bangkok พยายามจะสร้างเทศกาลภาพถ่ายด้วยเช่นกัน 

นี่จึงไม่ใช่การเดินทางในการเพิ่มมาตรฐานการจัดแสดงงานศิลปะอย่างโดดเดี่ยวแน่นอน

ชุมชนภาพถ่ายครบวงจรแห่งแรกของประเทศไทยบนห้างซีคอนสแควร์ ที่อยากขับเคลื่อนอุตสาหกรรมภาพถ่ายไทยทัดเทียมระดับสากล

ผลลัพธ์ของการสร้างพื้นที่และรู้จักผู้คนที่หลากหลาย

แน่นอนว่าการสร้างอะไรบางอย่างมักมีผลลัพธ์ตามมาเสมอ ทั้งผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมและผลลัพธ์ที่มาจากความรู้สึก โดยเฉพาะความรู้สึก ‘สนุก’ และ ‘มีความสุข’ ที่ได้ลงมือทำสิ่งที่พวกเขาเคยฝันเอาไว้

“ความสนุกของผมน่าจะเป็นการที่เราได้ออกจากคอมฟอร์ตโซนจริงๆ เพราะว่ามันเป็นโปรเจกต์ใหญ่มาก ระหว่างทางเราได้เรียนรู้ เราได้สะท้อนกลับมาดูตัวเองด้วยว่า เราทำอะไรเพื่อขับเคลื่อนวงการภาพถ่ายได้บ้าง ในขณะเดียวกัน เราได้ค้นพบศิลปิน ได้รู้จักเพื่อนใหม่ ได้รู้จักคนในวงการอื่นที่ทำงานด้านนี้มาอย่างยาวนานหรือเพิ่งเริ่มต้น แล้วเราใช้ประสบการณ์และพื้นที่ตรงนี้เพื่อสนับสนุนเขาได้จริงๆ ผมถือว่าเป็นความสนุกอย่างหนึ่งของผม แต่ไม่แน่ใจว่าทั้งสองคนสนุกด้วยรึเปล่า” ทอมพูดทีเล่นทีจริงพร้อมเสียงหัวเราะ แต่ทำให้เราเห็นความตั้งใจของเขาอย่างชัดเจน

“อีฟสนุกตรงที่ไอเดียไม่ถูกจำกัด เวลาเราคิดจะทำอะไรแล้วสุดท้ายเราทำได้ มันท้าทายมากๆ เป็นอะไรที่ยิ่งใหญ่มากเลยนะ แต่เราก็ยังต้องทำมันต่อไปเรื่อยๆ” อีฟแบ่งปันความรู้สึกที่ท้าทายความสามารถมากขึ้นกว่าเดิม

“คำถามทำให้ตาเป็นประกายมากค่ะ” ผ้าป่านตอบทันทีด้วยแววตาสุกสกาว 

“ระหว่างทำ เราคิดเรื่องนี้หลายรอบมาก มันเป็นความฟินที่ว่า ตอนฉันแสดงงานแล้วฉันอยากได้สิ่งนี้ มันต่อยอดจากความต้องการในฐานะศิลปิน พอโตขึ้น เรามีมุมมองที่เปลี่ยนไป เราไม่ได้มองในมุมที่เป็นศิลปินอย่างเดียว พอเราเดินทาง เราเติบโตเพราะได้เห็นสิ่งต่างๆ มาเยอะ ก็รู้สึกว่าอยากให้ประเทศไทยมีบ้าง พอมันมี แล้วเกิดขึ้นจากที่เรามีคนร่วมออกแบบด้วย เราไม่ได้ฟินคนเดียว มีพี่ทอมกับอีฟฟินด้วย ป่านว่านี่คือความสุขของคนทำงาน” 

นอกจากทุกคนจะได้รับประโยชน์อย่างล้นหลาม ทีมผู้ก่อตั้งก็ได้รับบทเรียนเช่นกัน ทั้งออกจากคอมฟอร์ตโซนของตัวเอง ได้เจอความท้าทายที่เข้ามาพร้อมๆ กัน ได้คิดในมุมมองที่กว้างขวางขึ้นในฐานะผู้คัดเลือกผลงาน

ทอมย้ำกับเราอย่างจริงจังว่า เขาอดใจรอไม่ไหวที่จะได้เห็นปาร์ตี้ของชุมชนนี้ เพื่อนพี่น้องในวงการรวมถึงคนใหม่ๆ ที่สนใจในศิลปะภาพถ่ายมาพูดคุย พบปะ สังสรรค์กัน เมื่อวิกฤตการณ์คลี่คลายไปแล้ว

แม้ท้ายที่สุดแล้ว สถานที่นี้จะไม่อาจขับเคลื่อนวงการภาพถ่ายทั้งหมดได้ เพียงแต่พื้นที่แห่งนี้จะเป็นหนึ่งฟันเฟืองสำคัญที่ทำให้คนเข้าใจ มองเห็น และหลงรักเสน่ห์ของภาพถ่ายมากขึ้น

ชุมชนภาพถ่ายครบวงจรแห่งแรกของประเทศไทยบนห้างซีคอนสแควร์ ที่อยากขับเคลื่อนอุตสาหกรรมภาพถ่ายไทยทัดเทียมระดับสากล

HOP : Hub of Photography 

ที่ตั้ง : ชั้น 3, MUNx2 Seacon Square Srinakarin ถนนศรีนครินทร์ แขวงหนองบอน เขตประเวศ กรุงเทพฯ (แผนที่)

เปิดบริการ : ทุกวัน เวลา 11.00 – 19.00 น.

Facebook : HOP Hub of Photography

Instagram : @hubogphotography

Writer

ชลณิชา ทะภูมินทร์

นักเล่าเรื่องฝึกหัดกำลังตามหาความฝันที่หล่นหาย คนน่าน-เชียงใหม่ที่รักบ้านเกิดแต่ก็หลงรักการเดินทาง

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load