25 กุมภาพันธ์ 2563
19K

น้ำอัดลมเป็นเครื่องดื่มที่ทุกคนคุ้นเคย มันทั้งหวาน สดชื่น หาซื้อง่าย ราคาถูก แม้หลังๆ มานี้จะถูกโจมตีว่าเป็นผู้ร้ายทำลายสุขภาพ แต่อย่าปฏิเสธเลยว่าเราก็ยังแอบดื่มน้ำอัดลมในวันที่รู้สึกแย่ๆ กันทุกคนนั่นแหละ

เมื่อน้ำอัดลมเป็นเครื่องดื่มที่หาได้ทั่วไป และไม่มีใครคิดว่าจะต้องทำความรู้จักกับมันไปมากกว่ารู้ชื่อยี่ห้อเท่าไหร่

ก็น้ำอัดลมไง หยิบออกจากตู้เย็น จ่ายเงิน เทใส่น้ำแข็ง แล้วก็ดื่มเพื่อดับอะไรก็ตามที่มันคุกรุ่นอยู่ให้หมดไป เราต้องรู้อะไรเกี่ยวกับมันมากกว่านี้อีกหรือ 

แต่คนอยู่ไม่สุขอย่างกิฟ ไม่คิดอย่างนั้น 

aircraft แบรนด์ของนักปรุงคราฟต์โคล่าที่จริงจังจนขายได้ราคาสูงกว่าน้ำอัดลมธรรมดา 10 เท่า

กิฟ-ณัฐธิดา วงศ์มหาศิริ เรียกตัวเองว่า นักปรุงคราฟต์โคล่า 

“เราชอบกินน้ำอัดลมมาตั้งแต่เด็กๆ วันหนึ่งไปเจอหนังสือที่มีสูตรต้มโคล่ากินเองก็เลยลองทำดู อยากมีสูตรโคล่าเป็นของตัวเอง” 

นี่คือกิฟ ผู้ไม่ยอมหยุดแค่การซื้อน้ำอัดลมเย็นเฉียบจากตู้แช่

“คนส่วนใหญ่ทำหน้ายังไง เวลาคุณเล่าถึงคราฟต์โคล่า” เราถาม 

“บางคนก็ไม่รู้จัก แต่ให้เราเล่าได้อีกนะ เล่าได้ไม่เคยเบื่อเลย” กิฟยิ้มกว้างก่อนเล่าต่อ 

โคล่า คือน้ำอัดลมน้ำดำที่คนคุ้นเคย และคราฟต์โคล่า คือเครื่องดื่มที่ทำเองทุกขั้นตอน เสิร์ฟแบบสดๆ เหมือนกาแฟสด ซึ่งกิฟย้ำว่า โคล่าของเธอจะอร่อยที่สุดใน 7 นาทีแรกหลังจากเสิร์ฟถึงมือ

ก่อนคุยเรื่องเบื้องหลังวิธีคิดทำแบรนด์คราฟต์โคล่า กิฟให้เราลองทายวัตถุดิบที่อยู่ในโคล่า ที่มาของรสซ่าๆ สดชื่น และกลิ่มหอมนวลๆ

aircraft แบรนด์ของนักปรุงคราฟต์โคล่าที่จริงจังจนขายได้ราคาสูงกว่าน้ำอัดลมธรรมดา 10 เท่า

“เริ่มจากไซรัปของโคล่า เราทำมาจากผิวมะนาวต้มในคาราเมล และแทนที่จะใช้ถั่วโคล่าตามสูตรทั่วไป กิฟก็ใช้กาแฟที่เราคั่วเองเพื่อให้สีน้ำตาลแก่น้ำโคล่า จากนั้นใส่อบเชยและวานิลลาลงไปเพื่อให้กลิ่น ปรุงรสด้วยเลม่อน มะกรูด และน้ำมะนาว ให้รสเปรี้ยว สดชื่น จากนั้นบ่มไซรัปไว้สักพักเพื่อความอร่อย เหมือนทำพะโล้เหมือนกันนะ พอได้ที่แล้วก็จะผสม อัดแก๊สแล้วก็เสิร์ฟให้ดื่มทันที” 

ทันทีที่ได้รู้ว่าโคล่าแก้วตรงหน้าประกอบด้วย สมุนไพร พืช ผลไม้อะไร ผ่านการเคี่ยวบ่มมานานแค่ไหน โลกของน้ำอัดลมเราก็เปลี่ยนไปตลอดกาล

น้ำรสซ่าหน้าตาคุ้นกลับมีรสชาติที่ต่างออกไป ใช่! นั่นกลิ่นวานิลลา นี่กลิ่นอบเชย น้ำรสหวานๆ มีรสเลม่อนที่ปลายลิ้น ทำให้สดชื่นอย่างบอกไม่ถูกต่างจากการดื่มผ่านกระป๋อง

ไม่ใช่แค่ความตั้งใจที่ใส่ในคราฟต์โคล่าจนเต็มแก้ว กับธุรกิจ กิฟก็คราฟต์มากเช่นกัน

มาพบกับหัวใจที่ทำแบรนด์เล็กๆ ขึ้นมาประดับตลาดเครื่องดื่มทางเลือกได้น่ารักน่าหลง และยังเติบโตมาได้ 2 ปีแล้วท่ามกลางคาเฟ่และเมนูเครื่องดื่มที่เกิดใหม่ไม่เว้นวัน

ขออภัยล่วงหน้า หากเสียงดูดโคล่าของเราจะรบกวนการสนทนาไปบ้าง แต่ฟังกิฟเล่าแล้วมันอดใจนั่งนิ่งๆ ไม่ได้จริงๆ 

aircraft แบรนด์ของนักปรุงคราฟต์โคล่าที่จริงจังจนขายได้ราคาสูงกว่าน้ำอัดลมธรรมดา 10 เท่า

ธุรกิจที่เหมาะกับตัวเอง

คราฟต์โคล่าของกิฟเกิดจากการตั้งคำถามว่า คนอย่างฉันเหมาะที่จะทำธุรกิจแบบไหน ซึ่งคงไม่ต่างกับใครหลายคนที่จุดเปลี่ยนของชีวิตทำให้อยากค้นหาตัวตนว่า อะไรคือสิ่งที่ฉันชอบ ทำได้ดี และความเป็นฉันนั้นคืออะไร 

เพราะเป็นนักออกแบบที่วาดรูปไม่เก่งเท่าเพื่อน แถมยังมีปัญหาเรื่องกล้ามเนื้อจึงทำให้นั่งทำงานนานๆ ไม่ได้ อาชีพกราฟิกดีไซน์เนอร์แบบฟูลไทม์ จึงไม่ใช่ทางเลือกหลักสำหรับกิฟอีกต่อไป ถ้าใครเคยผ่านความรู้สึกที่อธิบายกับใครไม่ได้ว่า ‘ฉันคือใคร’ จะรู้ว่ามันเป็นเรื่องใหญ่มาก กิฟจึงอนุญาตให้ตัวเองได้ใช้เวลา หาคำตอบให้กับเรื่องนี้อย่างจริงจังและไม่จำกัด

แรงบันดาลใจใกล้ตัวของกิฟ คือสามีผู้มีเป้าหมายและมีความสุขกับงานที่เขาทำ จนเธอบอกว่าเห็นแล้วอิจฉา และอยากจะหาอะไรทำเป็นของตัวเองบ้าง 

“อยากจะทำธุรกิจแบบที่ทำให้เรามีความสุข” กิฟตั้งเป้าหมายให้ตัวเองแบบนั้น

แล้ววันหนึ่งกิฟก็เจอคำตอบ วันที่ได้ปลดล็อกตัวเองว่า ‘ฉันมีดีอะไร’

“เราเคยรู้สึกแย่มากๆ กับการทำบางอย่างได้ไม่ดี จนได้อ่านหนังสือเล่มหนึ่ง เขาบอกว่า มันไม่จำเป็นที่เราจะต้องไปพยายามทำเรื่องที่เราไม่เก่งให้เก่งขึ้น แต่เราควรเอาเวลาไปทุ่มเทกับเรื่องที่เราถนัด หรือสิ่งที่เราชอบมากๆ ให้ดีขึ้นไปอีกได้ เพราะคนที่เขาเก่งเรื่องที่เราไม่เก่ง เวลาผ่านไปเขาก็มีแต่จะเก่งขึ้น ไม่จำเป็นที่ต้องไปสู้กับเขาในสิ่งที่เราไม่ถนัด และเวลาของทุกคนก็มีจำกัด เอาเวลาไปทำสิ่งที่เราทำแล้วมีความสุขดีกว่า” กิฟเล่าถึงช่วงเวลาที่หนังสือปลดล็อกตัวเธอ

“ตอนนั้นก็เลยโทรไปหาเพื่อนสนิทที่โตมาด้วยกัน คุยกับแม่ คุยกับสามี แล้วก็คิดทบทวนตัวเอง ว่าอะไรที่เราชอบทำ อะไรที่ทำให้เรามีความสุข แล้วก็ได้รู้ว่า เราเป็นคนชอบคิดคอนเซปต์ ชอบคิดเรื่องราวให้กับสิ่งต่างๆ เราเก่งเรื่องนี้ ฉะนั้นเราจะทำเรื่องนี้”

aircraft แบรนด์ของนักปรุงคราฟต์โคล่าที่จริงจังจนขายได้ราคาสูงกว่าน้ำอัดลมธรรมดา 10 เท่า

Kofi Cola since 2017 

ย้อนกลับไปเมื่อปลายปี 2017 ร้านกาแฟ Roastology ที่กิฟเปิดร่วมกับสามีต้องการเมนูเครื่องดื่มใหม่ที่ไม่ใช่กาแฟ กิฟคิดถึงคราฟต์โคล่าของเธอ ซึ่งเคยลองทำแล้วเมื่อช่วงปี 2013 แต่ไม่สำเร็จและยังคาใจ 

ไม่ใช่เพราะคิดว่าคราฟต์โคล่าน่าจะขายดี แต่เพราะเชื่อว่านี่คือเครื่องดื่มที่มีเรื่องราว เธอรวบรวมข้อมูลและพละกำลังที่มี ส่งต่อเรื่องเล่าให้คนจดจำ เพื่อสร้างสินค้าให้คนติดใจ

ปัญหาก็คือ กิฟไม่ใช่เชฟ เธอยอมรับทันทีว่ามีทักษะด้านนี้ไม่มากเท่าเชฟมืออาชีพจริงๆ แต่เมื่อตั้งธงมาแล้วก็ต้องทำให้ได้ เธอเชื่อว่าความเชี่ยวชาญเกิดขึ้นได้จากการเพียรทำซ้ำๆ เป็นผลให้ร้าน Roastology มีคราฟต์โคล่าเป็นเมนูใหม่ โดยช่วงทดลองขายมีชื่อว่า Kofi Cola 

“มาจากการที่เราใช้เมล็ดกาแฟแทนโคล่านัทตามสูตร ซึ่งเป็นส่วนผสมที่ให้รสขม มีคาเฟอีนและทำให้น้ำโคล่ามีสีน้ำตาลธรรมชาติ โดยกาแฟทั้งหมดมาจากโรงคั่วของเราเอง เป็นกาแฟที่ปลูกในประเทศ ดีต่อการควบคุมคุณภาพและต้นทุนการผลิต”

Kofi Cola ได้รับเสียงตอบรับจากลูกค้าดีเกินคาด มีทั้งคนกลับมาดื่มซ้ำ และแนะนำกันแบบปากต่อปาก 

“เสน่ห์ของคราฟต์โคล่าอยู่ตรงที่ คนเหมือนจะรู้แต่ก็ไม่ได้รู้แน่ชัดว่าคราฟต์โคล่าคืออะไร แต่พอลองชิมแล้วก็ติดใจไปหลายคน” 

คำขอบคุณและชื่นชมทำให้กิฟยิ้มแก้มปริที่ได้รู้ว่า สิ่งที่ตั้งใจทำนั้นสร้างความสุขให้กับคนอื่น แต่เธอก็ไม่ลืมที่จะบอกตัวเองอยู่เสมอว่า อย่าปล่อยใจให้ฟูลอยเหมือนฟองอากาศที่ผสมในโคล่าจนมากเกินไป

‘รู้สึกดีจังเลยน้า’ คือความรู้สึกอิ่มเอมที่เกิดขึ้น กิฟตัดสินใจอยากจะให้สิ่งนี้เป็นมากกว่าเครื่องดื่มที่ประดับในเมนูของร้าน จึงลงมือสร้างแบรนด์อย่างจริงจัง

ความสำคัญของการต่อยอดเมนูชั่วคราวเป็นแบรนด์สักแบรนด์ หรือธุรกิจสักธุรกิจ คือความทุ่มเทที่จะสร้างสัมพันธ์กับสิ่งสิ่งนั้น บ่อยครั้งที่ธุรกิจที่เกิดจากความหลงใหลและถูกกล่าวหา บ้างว่าไม่ยั่งยืน บ้างก็เป็นอารมณ์ชั่ววูบ เมื่อหมดความหวือหวาก็ถูกพับล้มไปง่ายๆ 

“เราเริ่มเล็กๆ ใช้เวลาลองผิดลองถูก นับวันก็ยิ่งรู้สึกภูมิใจ และเมื่อวันเวลาผ่านไปสามสิบถึงสี่สิบปี เราอยากแปะป้ายหน้าร้านว่าโคล่าร้านนี้เป็นเจ้าเก่า อย่างน้อยที่สุดเราก็เป็นคุณยายกิฟคนคิดสูตรโคล่าประจำตระกูลให้ลูกให้หลานไว้อวดเพื่อน เราว่ามันเท่ดี” ไม่รู้ว่าเป็นเพราะโคล่าหรือบทสนทนาที่ทำให้บรรยากาศตรงนี้สดใส

aircraft แบรนด์ของนักปรุงคราฟต์โคล่าที่จริงจังจนขายได้ราคาสูงกว่าน้ำอัดลมธรรมดา 10 เท่า

Crafting ‘aircraft’ 

กิฟอยากให้ธุรกิจนี้กลายเป็นส่วนหนึ่งที่นิยามตัวเธอ เธอเริ่มจากตั้งชื่อแบรนด์ว่า ‘aircraft’ 

air ที่แปลว่า อากาศ และ craft ที่แปลว่า ความประณีต 

รวมกันเป็นฟองอากาศในเครื่องดื่มอัดลมที่ทำขึ้นมาอย่างประณีต แล้วยังพ้องกับคำว่า aircraft ที่แปลว่า อากาศยาน ซึ่งทำให้คิดถึงน้ำอัดลมจรวดที่เจอได้ตามงานวัดสมัยเด็กๆ

aircraft มีสินค้าหลักคือคราฟต์โคล่า โดยกิฟบอกว่า เธออยากจะเป็นผู้เชี่ยวชาญและลงลึกเรื่องโคล่า ไม่ใช่แค่สร้างเรื่องราวให้คนสนใจและจากไป 

กิฟปรุงโคล่าเองทุกขั้นตอน ตั้งแต่เลือกซื้อวัตถุดิบ ฝานเปลือกมะนาวและเลม่อน (ที่เราเห็นแล้วนับถือ มันทำได้ทีละน้อยแล้วก็ต้องใช้ความเชี่ยวชาญมาก) เคี่ยวคาราเมลจากเมล็ดกาแฟ ต้มน้ำเชื่อมโคล่าไปจนถึงการผสม อัดแก๊ส และเสิร์ฟถึงมือคนดื่มด้วยตัวเอง ก่อนจะได้สูตรนี้ เธอทำโคล่าเป็นสิบๆ แบบเพื่อให้คนทดลองและช่วยตัดสินใจว่าแบบไหนจะถูกใจตลาดมากที่สุด แต่เธอก็สารภาพว่าทุกวันนี้ก็ยังแอบปรับนิดเปลี่ยนหน่อยแทบทุกวัน ตามประสานักปรุงที่ชอบทดลองและหยอดกิมมิกแบบที่ไม่ต้องมีใครรู้ก็ได้

การทดลองพวกนี้กิฟลองเล่นได้อย่างเชี่ยวชาญ ทั้งๆ ที่ไม่ใช่นักฟิสิกส์ เคมี แต่กิฟชอบหาความรู้เอาจากหนังสือ เพื่อทำความเข้าใจกับส่วนประกอบต่างๆ ในโคล่าไปถึงโครงสร้างและความลับที่ซ่อนอยู่ในฟองอากาศซ่าๆ ฟองอากาศเหล่านี้เกิดจากอะไรและแปลผกผันกับอะไร ปัจจัยอะไรบ้างที่มีผลต่อรสชาติของโคล่า 

กิฟเล่าตัวอย่างความรู้ใหม่ที่เธอค้นพบ เช่น กรดที่เยอะขึ้นไม่ว่าจะมาจากมะนาวหรือเลม่อน ก็จะยิ่งทำให้รู้สึกซ่ามากขึ้น น้ำที่เย็นจะทำให้แก๊สหดตัวอยู่ในน้ำ ทำให้ตราบใดที่อุณภูมิยังต่ำอยู่ โซดาก็จะยังคงความซ่าไว้เสมอ เป็นต้น

aircraft แบรนด์ของนักปรุงคราฟต์โคล่าที่จริงจังจนขายได้ราคาสูงกว่าน้ำอัดลมธรรมดา 10 เท่า

อบเชย วานิลลา คาราเมล

ใครๆ ก็รู้ว่าการทำธุรกิจคาเฟ่หรือเครื่องดื่มทางเลือกทุกวันนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะในแต่ละวันมีแบรนด์ใหม่เกิดขึ้นเยอะและลูกค้าชอบลองของใหม่ๆ ข้อได้เปรียบของกิฟ คือเธออยู่ในธุรกิจเครื่องดื่มอยู่แล้ว มีทรัพยากรและแหล่งข้อมูลพร้อม มีความรู้เกี่ยวกับธุรกิจด้านนี้ มีบุคลากร มีหน้าร้านที่มีลูกค้าแวะเวียนมา แต่คราฟต์โคล่าของกิฟมีความพิเศษอะไรที่ทำให้มีราคาสูงกว่าน้ำอัดลมในท้องตลาดถึง 10 เท่า

ทั้งๆ ที่หน้าตาดูคล้ายกันมาก แต่รสชาติกลับต่างออกไป นั่นเพราะความหลากหลายของวัตถุดิบธรรมชาติที่กิฟชั่งตวงวัดตามสูตร ส่งให้มีกลิ่นและรสที่เป็นเอกลักษณ์มีทั้งอบเชย วานิลลา คาราเมล

ข่าวดีก็คือ เราหาข้ออ้างให้ตัวเองดื่มคราฟต์โคล่าได้บ่อยกว่าน้ำอัดลมปกติ เพราะสมุนไพรที่ใช้ มีสรรพคุณที่ดีต่อสุขภาพ เช่น อบเชยช่วยลดแก๊สในกระเพาะอาหาร วานิลลาที่ทำให้รู้สึกผ่อนคลาย และมะนาวดีๆ ก็ทำให้สดชื่นด้วยนะ

“ถึงอย่างนั้น คราฟต์โคล่าก็ไม่ใช่เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพนะ เพราะมีน้ำตาล ซึ่งในขณะเดียวกันน้ำตาลก็ให้พลังงานแก่ร่างกาย เราทำคราฟต์โคล่าอย่างผู้ที่ตั้งใจเลือกวัตถุดิบ เพราะเราอยากกินเองทุกวัน ที่เน้นคุณภาพก็เพราะเราอยากทำให้เพื่อนและคนรอบตัวที่เรารักได้กิน นี่จึงไม่ใช่เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพกายเหมือนน้ำผัก แต่มันดีกับสุขภาพใจแน่นอน” กิฟยิ้มตาม

aircraft แบรนด์ของนักปรุงคราฟต์โคล่าที่จริงจังจนขายได้ราคาสูงกว่าน้ำอัดลมธรรมดา 10 เท่า

อยากรักก็ต้องเสี่ยง

ท่ามกลางทุกสิ่งที่อย่างที่กิฟทำได้เชี่ยวชาญเหมือนจับวาง ก็มีเรื่องอุณหภูมิและสภาพอากาศนี่แหละที่ไม่มีใครควบคุมได้เลย และก็เป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้เสียด้วย 

“เราอยากไปออกร้านตามงาน เพราะถ้าเราเลือกจะขายแต่ในร้าน ค่อยๆ ทำเสิร์ฟแบบสบายๆ คนก็จะรู้จักคราฟต์โคล่าของเราในวงแคบๆ แต่การไปออกร้านมีความเสี่ยงเยอะ ทั้งเรื่องวัตถุดิบที่ต้องเตรียม ไม่รู้ว่าจะเหลือมั้ย หรือจะเพียงพอหรือเปล่า แล้วก็ยังมีเรื่องสภาพอากาศที่มีผลต่อโคล่ามากๆ ด้วย แต่เพราะอยากทำจริงจังก็เลยต้องขอเสี่ยง” กิฟเล่าถึงความเสี่ยงที่ต้องแลกกับการทำธุรกิจด้วยความสุข

ครั้งแรกที่กิฟพา aircraft Cola ไปขายในตลาด Bangkok Design Week เมื่อปี 2018 เธอไม่มั่นใจเลย กลัวความร้อนจะทำให้โคล่าไม่ซ่า กลัวลูกค้าต้องมารอ กลัวทำโคล่าที่ไม่อร่อยให้เขากิน 

“ตอนนั้นสามีบอกว่า ขอให้ทำเต็มที่ แค่มีคนรู้จัก aircraft เพิ่มอีกแค่หนึ่งคนก็ถือว่าเราก้าวไปข้างหน้าแล้ว ก็เลยคลายกังวลไปได้หน่อยนึง” กิฟเล่าถึงผู้ที่เป็นทั้งแรงและกำลังเบื้องหลังความสุขของเธอ

โชคดีที่การออกตลาดครั้งแรกนั้นทำให้ aircraft Cola มีคนรู้จักและชื่นชอบมากกว่า 1 คน และใน Bangkok Design Week 2020 ที่ผ่านมา เราได้เห็นปรากฏการณ์คนยืนต่อแถวที่หน้าบูท aircraft อย่างล้นหลาม ทำให้คิดถึงคำพูดที่กิฟบอกว่า “ทำธุรกิจน่ะ ไม่บ้าก็ไม่ได้ทำ” 

aircraft แบรนด์ของนักปรุงคราฟต์โคล่าที่จริงจังจนขายได้ราคาสูงกว่าน้ำอัดลมธรรมดา 10 เท่า
aircraft แบรนด์ของนักปรุงคราฟต์โคล่าที่จริงจังจนขายได้ราคาสูงกว่าน้ำอัดลมธรรมดา 10 เท่า

เราใช้ความสุขมาทำธุรกิจได้จริงใช่ไหม

“โคล่าคือสนามเด็กเล่นสำหรับเรา ถ้าใครได้กินประจำก็จะรู้ว่ามันไม่เหมือนกันเลย เพราะเรามักจะต้มให้ไม่เหมือนกัน เติมนั่นนิดนี่หน่อย เป็นความซน บางทีคนก็อาจจะไม่ได้สังเกต แต่ว่าเราสนุกที่จะทำ”

ความสุขของการทำคราฟต์โคล่าสำหรับกิฟ คือความรู้สึกภาคภูมิใจในตัวเองและได้ทำในสิ่งที่เป็นตัวของตัวเอง กล้าบอกคนอื่นว่าเธอเป็นคนแบบนี้ ซึ่งเป็นสิ่งมีค่ามากกว่าอะไรทั้งหมด 

“การไม่รู้จักตัวเองมันเป็นเรื่องน่าเศร้า เศร้ากว่าการไม่ได้เงินเดือนอีก” กิฟเล่า

การจะเริ่มทำธุรกิจจากความชอบหรือความสุขนั้นง่าย เพราะแรงมันมี ใจมันมา แต่ไม่ใช่ทุกคนที่ทำแล้วจะประสบความสำเร็จ สำหรับกิฟ ความสุขกับธุรกิจนั้นมีจุดเชื่อมร่วมกัน 

“ความสุขที่ใช้หาเงินไม่ได้ก็ควรจะเก็บมันไว้เป็นความสุขส่วนตัวเฉยๆ โชคดีที่ความสุขนี้หาเงินได้ หลักการสำคัญคือเราต้องทำธุรกิจที่เชื่อว่าจะมีคนยอมจ่ายเงินเพื่อมัน ตอนทำงานบริษัทออกแบบมีงานหลากหลายและเป็นงานที่มีคนยอมจ่ายเงินแน่ๆ แต่ก็มีทั้งโจทย์ที่เราอยากทำและไม่อยากทำ การทำ aircraft คือการอยู่กับโจทย์นี้ โจทย์เดียวที่อยากทำตลอดไป ได้แก่ การทำรสชาติโคล่าที่ถูกใจและทำให้ลูกค้าอยากกลับมากินซ้ำ

“สิ่งที่ชอบมากๆ คือเวลาต้มโคล่า ห้องจะมีกลิ่นโคล่าแบบนั้นติดอยู่ไปอีกสองวัน เป็นกลิ่นที่ผ่อนคลายมาก เพราะมีกลิ่นของซีตรัส อบเชย วานิลลา คาราเมล และการที่ร่างกายได้ผ่อนคลายไปกับกลิ่นหอมๆ ก็ทำให้เราอยากตื่นมาต้มโคล่าทุกวัน” กิฟเล่า เธอบอกว่า ความสุขของคนที่ดื่มโคล่าของเธอก็คือความสุขของเธอด้วย

aircraft แบรนด์ของนักปรุงคราฟต์โคล่าที่จริงจังจนขายได้ราคาสูงกว่าน้ำอัดลมธรรมดา 10 เท่า
aircraft แบรนด์ของนักปรุงคราฟต์โคล่าที่จริงจังจนขายได้ราคาสูงกว่าน้ำอัดลมธรรมดา 10 เท่า

คุณจะไม่มีวันเดินเดียวดาย

“aircraft ทำให้เรียนรู้ว่าเมื่อเราหมกมุ่นและตั้งใจทำอะไรจริงๆ จะมีความช่วยเหลือจากทุกคนเดินทางมาหาเรา กลิ่นหอมของคนที่ทำอะไรที่ตัวเองชอบมากๆ มักดึงดูดคนให้เข้ามาใกล้ๆ” 

กิฟเล่าว่า ตั้งแต่มี aircraft นอกจากลูกค้าจำนวนมากที่สนับสนุน ก็ยังมีผู้คนอีกมากมายเต็มใจมาอยู่ร่วมเป็นเบื้องหลังสำคัญที่ช่วยสร้างธุรกิจนี้

ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนๆ ที่คอยช่วยส่งข่าวเวลาเจออะไรที่เกี่ยวกับโคล่า แม่ที่มาช่วยเป็นพริตตี้เชียร์ขายและคอยเล่าเรื่องของคราฟต์โคล่าให้ลูกค้าฟังระหว่างรอ รวมไปถึงทีมที่ปรึกษาการสร้างแบรนด์ กิฟย้ำเสมอว่า เธอโชคดีที่ได้เจอคนที่เข้าใจ

“เรารู้สึกว่าการสนับสนุนจากคนรอบตัวนี้มีความหมายมากกว่าการขายโคล่าได้เยอะๆ อีก ซึ่งตอนที่ทำธุรกิจอื่นก่อนหน้านี้ก็ไม่ได้มีเรื่องราวแบบนี้”

หลายปีก่อนหน้านี้เธอเคยรับน้ำผึ้งขม (Bitter Honey) มาขายในตลาดฟาร์เมอร์มาร์เก็ต เพราะว่าเห็นโอกาสทางธุรกิจที่ตอนนั้นตลาดฟาร์เมอร์มาร์เก็ตกำลังได้รับความนิยมมาก มีคนมาเดินหาซื้อวัตถุดิบแปลกๆ เต็มไปหมด แต่แล้วพอตลาดซาไป ธุรกิจก็เลยซบเซาไปด้วย

“ตอนนั้นแม่ยังบอกว่าเราดูทรมานมากกับการต้องขายน้ำผึ้งขม” กิฟที่หัวเราะได้ตอนนี้บอกเลยว่าตอนนั้นเธอก็หัวเราะไม่ค่อยออก

และก่อนหน้าน้ำผึ้งขม เธอก็เคยมีประสบการณ์ขมๆ กับการ์ดป๊อปอัพ “ตอนนั้นคิดว่ามันสวย คนน่าจะชอบ น่าจะขายได้ ก็เลยซื้อมาเยอะเลย แต่เอาเข้าจริงก็ขายได้น้อยมาก เพราะคนไทยไม่ได้มีวัฒนธรรมเขียนการ์ดเหมือนยุโรป ก็เลยไม่มีคนซื้อ เขาไม่รู้จะซื้อไปทำไม” การ์ดป๊อปอัพกองโตกลายเป็นบทเรียนที่ยังถูกเก็บไว้ข้างตู้อยู่จนถึงทุกวันนี้

aircraft แบรนด์ของนักปรุงคราฟต์โคล่าที่จริงจังจนขายได้ราคาสูงกว่าน้ำอัดลมธรรมดา 10 เท่า

จากสองธุรกิจที่เล่ามา การทำ aircraft ของกิฟแตกต่างตรงที่เธอไม่ได้เลือกทำด้วยเหตุผลเพราะอยากหาเงินมาใส่กระเป๋า แต่เป็นเหตุผลที่อยากหาอะไรมาเติมใจ แล้วมันก็ทำให้เธอพบว่า เมื่อคนเราตั้งใจจะทำอะไรอย่างหมดจิตหมดใจ ก็มีคนรอจะสนับสนุนอยู่เต็มไปหมด แค่เพียงเราต้องเปิดรับพวกเขาเข้ามาร่วมวงด้วย

การทำธุรกิจไม่จำเป็นต้องทำด้วยตัวคนเดียว หรือเชื่อความคิดของตัวเองไปเสียทั้งหมด และการทำตามแบบที่เคยมีคนทำสำเร็จมาแล้วก็ไม่ใช่ทางออกเช่นกัน

“การเปิดรับคำแนะนำหรือความคิดเห็นจากคนอื่นไม่ใช่ว่าจะทำให้ธุรกิจที่เราตั้งใจเปลี่ยนไป แต่มันจะทำให้เรารอบคอบมากขึ้น เห็นปัญหาและโอกาสมากขึ้น เพราะสุดท้าย ก็ต้องเป็นเราเองนี่แหละที่ตัดสินใจว่าเราอยากจะทำแบบไหน”

“เราเคยเจอคนที่เข้าใจว่าคราฟต์โคล่าคือน้ำโซดาธรรมดาๆ ตอนนั้นฟังแล้วท้อ แต่เราก็ไม่หยุดนะ เพราะเรารู้ว่าคราฟต์โคล่ามันไม่ใช่น้ำโซดาธรรมดา โชคดีที่ในที่สุดได้มาเจอคนที่เข้าใจ” กิฟแนะนำให้เรารู้จักกับเดีย-ธนัฏฐา โกสีหเดช และแก้ม-ภิรญา รวงผึ้งทอง จาก The Contextual ลูกค้าคราฟต์โคล่ารุ่นบุกเบิกและที่ปรึกษาในโครงการของ TCDC 

“เราไม่ใช่เชฟ ไม่ใช่นักการตลาด ไม่มีประสบการณ์ทั้งเรื่องทำสูตรและเรื่องทำธุรกิจ แต่เดียและพี่แก้มเข้ามาช่วยพัฒนาสินค้า ช่วยคิดเรื่องการตลาด ทั้งให้การบ้าน ให้กำลังใจ ช่วยติดตามผล มันช่วยได้มากๆ สำหรับคนที่จับต้นชนปลายไม่ถูก ทำให้เราได้ธุรกิจแบบที่เราอยากจะได้จริงๆ ไม่จำเป็นต้องไปทำตามๆ ใคร แต่เจอวิธีที่จะเหมาะกับเรามากที่สุด”

ความชื่นใจจากน้ำอัดลมกระป๋องนั้นเร็วทันใจและดีงาม 

แต่ถ้าจะให้หาความชื่นใจจากงานคราฟต์มันคงจะต้องรอสักหน่อย 

คราฟต์โคล่ากว่าจะอร่อยต้องบ่มให้ได้ที่ ต้องทำทีละแก้ว ชิมแล้วได้ความชื่นใจหายเหนื่อยไปเต็มๆ คำ จะเรียกว่าเวลาและการรอคอยเป็นส่วนประกอบหนึ่งของความชื่นใจก็คงไม่ผิดนัก แต่ถ้ากรอบของเวลาเราตั้งไว้ที่ความสัมพันธ์แบบถาวร การจะหาความสำเร็จให้ aircraft มันก็คงไม่ได้จะต้องรีบร้อนอะไร 

อยากลองดื่ม aircraft Cola กันแล้วใช่ไหม ไปโดนเครื่องดื่มสุดคราฟต์นี้กันได้เลย ที่ร้าน Roastology ศาลาแดงซอย 1 นะ 


Lesson Learned

  1. เมื่อคิดได้แล้วก็ลองทำเลย ถ้ามัวแต่รอมันจะไม่ได้ทำ
  2. แม้เราเป็นเพียงคนตัวเล็กๆ จงหาตัวช่วยที่เข้าใจ อาจจะใช้บริการบริษัทที่ปรึกษาหรือหน่วยงานที่มีบริการนี้ แต่ที่ปรึกษาธุรกิจทุกเจ้าก็ไม่ได้เหมาะกับธุรกิจเรา ต้องหาคนที่เหมาะให้เจอและอย่าท้อแท้ไปเสียก่อน
  3. การจะเปลี่ยนสิ่งที่รักมาเป็นธุรกิจ เราต้องสร้างคุณค่าของสิ่งนั้นจนมั่นใจว่าจะมีคนมายอมจ่ายเงินเพื่อซื้อสิ่งนี้
  4. สินค้าที่ดีสำคัญมากพอๆ กับเรื่องเล่า อย่ามัวแต่สนใจสร้างเรื่องเล่าให้แบรนด์ จนเบียดบังเวลาและทรัพยากรที่ควรจะเอาไปพัฒนาตัวสินค้าให้ดี
  5. ถ้ารู้ว่าทำอะไรไม่เก่ง ก็จงเพียรทำซ้ำๆ เรียนรู้จากความผิดพลาดแล้วเปลี่ยนให้เป็นความเชี่ยวชาญ

Writer

พิชญา อุทัยเจริญพงษ์

คนกรุงเทพฯ ที่มีความสนใจหลากหลายตั้งแต่เรื่องมนุษย์ไปจนถึงเรื่องนอกโลก ทำงานโฆษณาเป็นอาชีพ แต่ก็ยังอยากทำอะไรอีกหลายอย่าง ชอบบทสนทนาดีๆ ที่มากับกาแฟอุ่นๆ เป็นที่สุด

Photographer

จิรณรงค์ วงษ์สุนทร

Art Director และนักวาดภาพประกอบ สนใจเรียนรู้เรื่องราวเบื่องหน้าเบื้องหลังของอาหารกับกาแฟ รวบรวมทั้งร้านที่คิดว่าอร่อย และความรู้เรื่องอาหารไว้ที่เพจถนัดหมี และรวมร้านกาแฟที่ชอบไปไว้ใน IG : jiranarong2

The Entrepreneur

แรงบันดาลใจจากแผนธุรกิจสร้างสรรค์ไม่จำกัดวงการของผู้ประกอบการผู้ตั้งใจ

29 พฤศจิกายน 2564
4K

Johnson & Johnson, P&G, Unilever, Colgate, Kao, Boots หรือแม้กระทั่งแบรนด์ไทยที่มีชื่อเสียงอย่าง SNAILWHITE, อ้วยอันโอสถ, โอสถสภา, ห้าตะขาบ, ดอกบัวคู่ ชื่อที่กล่าวไปข้างต้นทั้งหมดนี้มีสิ่งที่เหมือนกันอยู่หนึ่งอย่าง ทั้งหมดเป็นลูกค้าของบริษัท ‘Specialty Natural Products’

Specialty Natural Products (SNP) คือผู้ผลิตสารสกัดและสารตั้งต้นจากสมุนไพรไทยสำหรับใช้ในหลากหลายอุตสาหกรรม ไม่ว่าจะเป็นเวชสำอาง อาหารเพื่อสุขภาพ เครื่องดื่ม ไปจนถึงผลิตภัณฑ์บำรุงผิวพรรณ เป็นที่ยอมรับและเลือกใช้ของแบรนด์ระดับแนวหน้าของประเทศและโลกมากมาย

เมื่อเทคโนโลยีก้าวไปข้างหน้าตลอดเวลา หลายครั้งสมุนไพรก็มักถูกลืมเลือน เพราะมีสารเคมีตัวเลือกอื่น ๆ ที่เกิดขึ้นมาอย่างไม่หยุดหย่อน แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่บริษัทนี้ยอมให้เกิดขึ้น 

ด้วยการนำองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมาผสานเข้ากับสมุนไพรไทย Specialty Natural Products จึงสร้างนวัตกรรมและเพิ่มคุณค่าให้กับสมุนไพรไทย จนเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้สมุนไพรไทยเป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติ

วันนี้ The Cloud จึงอยากเชิญชวนทุกท่านรู้จักกับ แพน-ดร.ธีรญา กฤษฎาพงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท Specialty Natural Products ผู้อยู่เบื้องหลังการปลูกธุรกิจนี้ให้เติบโตจนเป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวาง

เบื้องหลังการปลูกธุรกิจให้ประสบความสำเร็จจะต้องตั้งใจรดน้ำดูแลแค่ไหน เชิญชมกันได้เลย

Specialty Natural Products ผู้ผลิตสารสกัดจากสมุนไพรไทยให้หลายแบรนด์ดังระดับโลก

หว่านเมล็ด

ธุรกิจนี้มีจุดเริ่มต้นมาจากที่ รศ.ดร.พรรณวิภา กฤษฎาพงษ์ คุณแม่ของแพน ได้ทำธุรกิจไร่ชาพร้อมครอบครัว และเห็นโอกาสว่าเมื่อทรัพยากรจากธรรมชาติโดนแดด ฝน ลม อากาศ จะทำให้ทรัพยากรต่าง ๆ เปลี่ยนสภาพไป และหลายครั้งก็ทำให้คุณประโยชน์ที่ดีหายไปเช่นเดียวกัน 

ประกอบกับความสำคัญของการดูแลรักษาสุขภาพ ที่จะช่วยให้ผู้คนมีคุณภาพชีวิตดีขึ้นได้ ซึ่งประเทศไทยเองมีจุดแข็งเรื่องการเกษตร มีความอุดมสมบูรณ์ ปลูกพืชได้หลากหลายชนิด เมื่อนำปัจจัยเหล่านี้มารวมกัน จึงเกิดบริษัท Specialty Natural Products ขึ้นมา

“อะไรก็ตามที่ปลูกในประเทศไทย เราเชื่อว่าดีที่สุดในโลก เพราะไม่ว่าจะดิน น้ำ อากาศ สมบูรณ์มาก แล้วก็ยังต่อยอดหรือเพิ่มมูลค่าได้ อย่างหนึ่งที่เป็นเสน่ห์ของประเทศเราคือภูมิปัญญาพื้นบ้าน มันคือเสน่ห์ คือวัฒนธรรม พอเอามาบวกกับสิ่งที่เราเชื่ออยู่แล้ว Specialty Natural Products เลยเน้นในเรื่องการนำองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ งานวิจัยต่าง ๆ มาบวกกับทรัพยากรธรรมชาติ กลายเป็นสิ่งที่แก้ไขปัญหาหรือลดความเจ็บป่วยของของมนุษย์ โดยที่ควบคุมคุณภาพได้จากต้นทางจนถึงปลายน้ำ”

แม้ว่าในวันนี้แพนจะเชื่อมั่นในสมุนไพรไทยเต็มที่ แต่เชื่อไหมว่าในวันแรกเริ่ม แพนก็เหมือนคนอื่น ๆ ที่ยังไม่มั่นใจในประสิทธิภาพของสมุนไพรไทยขนาดนั้น 

“เราคิดว่ามันดีแหละ แต่ไม่น่าดีถึงขั้นเห็นผลขนาดนั้น ยังไงยานอกน่าจะเร็วกว่า น่าจะมีประสิทธิภาพกว่า เราก็เลยไปพิสูจน์ พอวันนั้นลองใช้เอง เห็นว่ามันดีจริง ๆ แล้วก็สงสัยต่อว่าทำไมถึงดี อยากเข้าใจว่าทำไมใช้อันนี้ถึงดีกว่าใช้ของนำเข้าตั้งหลายอย่างด้วยซ้ำ 

“แล้วพอได้เข้ามาคลุกคลี ก็ยิ่งสร้างความมั่นใจ ทุกวันนี้คือรักไปเลย หลงใหลไปเลย เห็นอะไรก็อยากให้เอามาใช้ อยากให้มันสร้างประโยชน์ได้”

Specialty Natural Products ผู้ผลิตสารสกัดจากสมุนไพรไทยให้หลายแบรนด์ดังระดับโลก

รากงอก

ก่อนจะก้าวเข้ามาช่วยงานคุณแม่ในบริษัทนี้ แพนเรียนจบคณะวิทยาศาสตร์ สาขาวิชาเคมีประยุกต์ อ่านถึงตรงนี้ หลายคนคงคิดว่าเธอเลือกเรียนคณะนี้เพราะถูกวางตำแหน่งให้เป็นทายาทรุ่นสอง แต่ไม่ใช่

ย้อนกลับไปตอนที่ต้องเลือกคณะในมหาวิทยาลัย เธอยอมรับว่าจริง ๆ แล้วไม่ได้มีความคิดจะรับช่วงต่อธุรกิจ แต่เพราะมองว่าเคมีเป็นสิ่งที่นำไปประยุกต์ใช้ได้หลากหลาย 

จนกระทั่งก่อนจบปริญญาตรีจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จังหวะชีวิตก็ได้พาเธอเข้ามาในบริษัท พร้อมกับนำความท้าทายมาให้อย่างไม่คาดคิด 

Specialty Natural Products ผู้ผลิตสารสกัดจากสมุนไพรไทยให้หลายแบรนด์ดังระดับโลก

“ตอนนั้นเราทำแบรนด์ของตัวเองอยู่แล้ว จังหวะนั้นเป็นจังหวะที่ผู้บริหารในบริษัทลาออกไปพอดี จนไม่มีผู้บริหารมาหลายเดือน คุณแม่เลยบอกให้ลองเข้าไปช่วยหน่อย เราก็เข้าไปแบบชั่วคราว ระหว่างรอสมัครงานที่บริษัทต่างชาติ ข้อดีคือบ้านเราจะปล่อย ถ้าตรงนี้ให้เราทำ แม่ก็ไม่เข้าเลย แทนที่จะรีบไปสัมภาษณ์คนใหม่ เขาก็กล้าเสี่ยงกับเราระดับหนึ่ง ปล่อยให้เราลองผิดลองถูก ซึ่งก็ทำผิดเยอะนะ 

“ตอนนั้นบริษัทยังไม่ใหญ่ มีพนักงานอยู่ประมาณสามสิบต้น ๆ เราเข้าไปได้ไม่ถึงเดือน พนักงานลาออกหมดเลย เหลือไม่ถึงยี่สิบคน”

ในวัยเพียง 21 ปี ผู้บริหารสาวต้องเจอกับปรากฏการณ์ที่พนักงานลาออกไปกว่าครึ่งบริษัทด้วยเหตุผลส่วนตัว ทำให้เธอต้องสร้างทีมใหม่ ซึ่งแทบไม่ต่างจากการเริ่มต้นธุรกิจใหม่อีกครั้ง 

“สิ่งเดียวที่สำคัญที่สุดในช่วงเวลานั้น คือให้เวลากับตัวเอง ไม่ว่าจะเจอปัญหาหนักแค่ไหน ตอนนั้นบริษัทขายของไม่ได้เพราะไม่มีคน ก็สัมภาษณ์ ค่อย ๆ เทรน เราทำไม่เป็นก็ลงไปทำกับเขาเลย เข้าไปลองจับเอง ทำเองกับทีมใหม่ที่เราเพิ่งสร้างขึ้นมา”

Specialty Natural Products ผู้ผลิตสารสกัดจากสมุนไพรไทยให้หลายแบรนด์ดังระดับโลก

รดน้ำ พรวนดิน

ขั้นตอนต่อไปคือการวางรากฐาน อันจะเป็นส่วนสำคัญในการบำรุงบริษัทให้เติบโตได้อย่างมั่นคง

‘งานวิจัยขึ้นหิ้ง’ คือคำที่เราได้ยินบ่อย ๆ ในวงการวิทยาศาสตร์ แต่สำหรับ Specialty Natural Products งานวิจัยของที่นี่ไม่ใช่งานวิจัยขึ้นหิ้ง แต่เป็นความเชี่ยวชาญที่เปลี่ยนงานวิจัยให้เป็นสิ่งที่ขายได้จริง

“เราเป็นหนึ่งในนักเรียนที่ทำงานวิจัยขึ้นหิ้งเหมือนกัน เพราะโตมาในวิธีการสอนที่ว่า วิทยาศาสตร์ถ้าจะให้เจ๋ง ต้องทำได้ดีที่สุดในห้องแล็บ ผลวิเคราะห์ต้องดีและประสบความสำเร็จ แล้ว Mindset นี้ เป็นสิ่งที่ทำให้งานวิจัยแต่ละอันขึ้นหิ้ง เพราะคุณต้องการของที่บริสุทธิ์ ละเอียด และแปลกที่สุด แต่ถามว่าเอาไปใช้ทำอะไร 

“บางครั้งการทำงานวิจัยที่ดูดีและแตกต่าง มันนำกลับมาใช้ในเชิงพาณิชย์ได้ยาก ดังนั้น ถ้าเราประนีประนอมลงมาหน่อย แต่คุณสมบัติยังอยู่ มันก็เอาไปประยุกต์ต่อได้ แค่เปลี่ยนวิธีคิดตอนทำการทดลอง ว่าไม่จำเป็นต้องดี แปลก หรือเท่ที่สุด แต่ต้องตอบโจทย์ ขยาย และเอาไปใช้ในชีวิตได้ ซึ่งเป็นสิ่งที่เราใช้ในการทำธุรกิจจนถึงทุกวันนี้”

การปรับเปลี่ยนวิธีคิดในการทำงานวิจัย ทำให้แพนและทีมเปลี่ยนสมุนไพรหลายชนิด ให้กลายมาเป็นสารสกัดและนวัตกรรมที่ใช้ได้จริง เมื่อคิดได้ ก็ต้องลงมือทำได้ 

แพนเริ่มหาวิธีควบคุมการปลูกสมุนไพร ซึ่งเป็นวัตถุดิบในการผลิตสารสกัดที่มีคุณภาพ การทำเช่นนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะพืชสมุนไพรธรรมชาตินั้นเปลี่ยนแปลงไปตามสภาพแวดล้อมอยู่เสมอ ในหลาย ๆ ครั้ง การเก็บเกี่ยวในเดือนเดียวกันแต่คนละปี ก็อาจได้ผลลัพธ์ที่ต่างกัน 

“เราเริ่มจากเอาวิสาหกิจชุมชน กลุ่มหมู่บ้าน มาเป็นตัวกลาง ให้ซื้อวัตถุดิบจากจังหวัดเดิม แหล่งปลูกเดิมมาก่อน เพื่อควบคุมคุณภาพให้ได้ใกล้เคียงกันที่สุด เรามีองค์ความรู้ด้านการปลูก บางงานอาจจะไม่ได้รู้ทุกอย่างเหมือนชาวบ้าน แต่เราต่อยอดจากสิ่งที่เขาทำได้ การที่ทำงานคลุกคลีกับเขามากยิ่งขึ้น ทำให้เริ่มวางแผนการปลูกให้เขา เพื่อเราจะได้นำมาใช้ผลิตได้”

Specialty Natural Products ผู้ผลิตสารสกัดจากสมุนไพรไทยให้หลายแบรนด์ดังระดับโลก

เมื่อเริ่มควบคุมการผลิตโดยการให้ความสำคัญกับชาวบ้าน เช่น เข้าไปช่วยตรวจดินและให้ความรู้ต่าง ๆ แล้ว ขั้นตอนต่อไป คือทำให้ผลผลิตของชาวบ้านออกมาได้ดีกว่าเดิม 

แพนก่อตั้งโครงการ ‘แทนคุณไทย’ ขึ้นมา 

“กลุ่มพนักงานที่รักในการปลูกจะเข้าไปช่วยคิดวิธีการ ทำอย่างไรให้สารสำคัญสูงขึ้น เพราะว่าจะนำมาลดต้นทุนการผลิตได้ ในขณะเดียวกันก็ซื้อในราคาแพงขึ้นได้นะ เพราะว่าต้นทุนเราไม่ได้ขยับ ดังนั้น กลุ่มเกษตรกรที่เริ่มเข้าโครงการก็จะทำงานน้อยลง และได้เงินเยอะขึ้น” 

นอกจากนี้ บริษัทยังทดลองปลูกเองเพื่อนำร่อง และค้นหาวิธีที่จะทำให้ได้สารสำคัญจากสมุนไพรมากขึ้น ก่อนจะนำองค์ความรู้ไปถ่ายทอดให้แก่เกษตรกรอีกด้วย

“สิ่งที่เรากำลังทำก็คือการทำงานร่วมกัน เราไม่จำเป็นต้องเก่งทุกอย่าง เขาปลูกเก่งกว่าก็ให้เขาปลูกไป โตไปด้วยกัน ถ้าทำเองทุกอย่างก็ตายพอดี” เธอหัวเราะ “แต่เราเอาทุกอย่างที่คนเก่งทำมารวมกันเพื่อเพิ่มมูลค่าตอนจบได้ ถ้าทำงานแล้วคนรอบ ๆ ตัวมีความสุขด้วย มันเหมือนเกิดมาแล้วมีคุณค่า ทุกวันนี้ หลายวิสาหกิจ หลายหมู่บ้าน เขาไม่ต้องเข้ามาทำงานโรงงานแล้ว เขามีอาชีพ เป็นเจ้าของธุรกิจปลูกสมุนไพรของตัวเอง 

“เรารู้สึกชื่นใจที่ทำให้เขามีอาชีพเลี้ยงชีวิต ซึ่งยั่งยืนกว่า” 

ณ วันนี้ โครงการแทนคุณไทยเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตเกษตรกรไปแล้วกว่า 200 ครัวเรือน และในอนาคตตัวเลขนี้ก็ยังจะเพิ่มขึ้นต่อไปเรื่อย ๆ

Specialty Natural Products ผู้ผลิตสารสกัดจากสมุนไพรไทยให้หลายแบรนด์ดังระดับโลก

เติบใหญ่

เปลี่ยนสมุนไพรให้เป็นสินค้าเป็นเรื่องยากแล้ว แต่การขายและสร้างความเชื่อมั่นในสมุนไพรเป็นเรื่องยากกว่า และความเข้าใจเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด เมื่อความเข้าใจต้องใช้เวลา ในโลกธุรกิจ เวลาจึงเป็นสิ่งที่มีค่าเป็นอย่างมาก

“สิบกว่าปีที่แล้ว วัตถุดิบมักเป็นของนำเข้าหมดเลย เป็นวัตถุดิบที่จริง ๆ ไม่ต่างจากสารสกัดในประเทศไทยเลย ไม่ว่าจะเป็นสารสกัดจากฝรั่งเศสกิโลกรัมละแสน ญี่ปุ่นกิโลกรัมละห้าหมื่น นำเข้ามาบวกภาษีเข้าไป หน้าที่ของเราคือเอามาผสม แปะแบรนด์เขา เขาเอาออกไป แล้วก็กลับเข้ามาขายในประเทศไทยอีก” แพนเล่าถึงสิ่งที่พบในช่วงเริ่มต้นของธุรกิจ

“ที่เรามองเห็นคือต้นไม้จากเทือกเขาในสวิตเซอร์แลนด์ ข้างในนั้นมีสารเหมือนกับสิ่งที่ปลูกได้ในเขาค้อบ้านเรา แต่ว่าต้นทุนเราถูกกว่ามาก

“Made in Thailand ยี่สิบปีที่แล้วกับวันนี้ต่างกันมาก ปัญหาคือคำว่า ‘ผลิตในประเทศไทย’ คนไทยไม่เชื่อ แต่ญี่ปุ่นเชื่อนะ มันใช้เวลานานมากกว่าที่จะทำให้เขาเปิดใจรับ ซึ่งก็มีคนไทยส่วนหนึ่งที่รับ และส่วนต่างประเทศที่รับเร็วกว่า”

กลุ่มบริษัทที่เปลี่ยนสมุนไพรไทยให้เป็นที่ยอมรับของแบรนด์ระดับโลกด้วยนวัตกรรม วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และวัตถุดิบจากประเทศไทย

เป้าหมายของ Specialty Natural Products ในวันนี้คือการส่งออกได้เยอะที่สุด เพราะนอกจากจะทำให้สมุนไพรไทยได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติแล้ว ยังเป็นกลยุทธ์สร้างความเชื่อมั่นให้คนไทยได้อีกด้วย

“ณ วันนั้นสิ่งที่เราทำคือ ถ้าคุณยังไม่เชื่อ งั้นเราส่งออกให้ดูก่อน ลูกค้าช่วงแรกก็จะมีต่างประเทศที่เราใช้เป็น Reference Brand หลาย ๆ ครั้ง ถามว่าเราขายได้กำไรไหม ณ วันนั้นคือแทบไม่ได้กำไรเลย แต่เราอยากได้ Reference เพื่อมาสื่อสารกับผู้บริโภคในไทย นั่นคือสิ่งที่เราทำ ทำไมคนไทยไม่ใช้ของที่ถูกกว่าแต่ดีเท่ากัน ในเมื่อต่างประเทศเขายังใช้เลย แล้วเขายังเอากลับมาขายด้วย นี่ก็คือสิ่งที่เราสื่อสารในช่วงแรก อีกสิ่งหนึ่งก็เหมือนกับสิ่งที่ทำให้เราเชื่อในสมุนไพรไทย คือเอาไปให้ลองใช้เลย ทำเป็นอะไรสักอย่างให้ไปลองดู ลองจับ ลองสัมผัส”

นอกจากนี้ อีกหนึ่งสิ่งสำคัญที่ทำให้แบรนด์ยักษ์ใหญ่มากมายเชื่อมั่นในบริษัทนี้ คือความตั้งใจที่อยากให้ลูกค้าประสบความสำเร็จ

ลูกค้าเป็นสิ่งที่สำคัญเสมอ ธุรกิจต้องผลิตสิ่งที่ลูกค้าต้องการถึงจะขายได้ แต่แพนมองไปไกลกว่านั้น

“คือทุกวันนี้เราคิดแทนลูกค้าเลย เราเห็นลูกค้าเยอะมากว่าในแต่ละช่องทาง คนที่ประสบความสำเร็จเขามีกลุ่มลูกค้าเป็นยังไง ควรจะเป็นแบบไหน แล้วเราคิดแทนเขาต่อ เพราะต้องการให้ทุกคนที่มาผลิตกับเราประสบความสำเร็จ ของต้องดี อันนี้ชัวร์อยู่แล้ว เป็นพื้นฐาน แต่เราก็ช่วยคิดต่อด้วยว่า ถ้าจะขายลูกค้ากลุ่มนี้ มาร์เก็ตติ้งประมาณนี้ ใส่อะไรเพิ่มได้ในเรื่องของนวัตกรรม เราเชื่อว่าเราทำเต็มที่มาก ให้ลูกค้าเขาไปโฟกัสเรื่องตลาดเยอะ ๆ ไปสื่อสาร ไปเปิดตลาดใหม่ต่างประเทศ ไม่ต้องห่วงเรื่องผลิตภัณฑ์ มั่นใจได้เลย” 

ด้วยความตั้งใจที่ใส่ลงไปในสินค้านี้ จึงทำให้ลูกค้ารายหนึ่งที่นำเอาสารสกัดจาก Specialty Natural Products ไปใช้ ไม่ต้องเปลี่ยนแปลงสูตรของผลิตภัณฑ์เลยมาเป็นเวลากว่า 20 ปี ซึ่งเป็นสิ่งที่หาได้ยากในกลุ่มสินค้าสุขภาพและความงาม ด้วยเหตุนี้ บริษัทจึงสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าธุรกิจ และรักษาความสัมพันธ์นี้ไว้ได้อย่างยาวนาน 

กลุ่มบริษัทที่เปลี่ยนสมุนไพรไทยให้เป็นที่ยอมรับของแบรนด์ระดับโลกด้วยนวัตกรรม วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และวัตถุดิบจากประเทศไทย
กลุ่มบริษัทที่เปลี่ยนสมุนไพรไทยให้เป็นที่ยอมรับของแบรนด์ระดับโลกด้วยนวัตกรรม วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และวัตถุดิบจากประเทศไทย

กิ่งก้านสาขา

เมื่อวางรากฐานและสร้างความเชื่อมั่นได้แล้ว ขั้นตอนต่อไปก็คือการขยายบริษัท เหมือนกับต้นไม้ที่เติบใหญ่และแผ่กิ่งก้านสาขาออกไป

แพนได้ก่อตั้งบริษัทลูกขึ้นมาถึง 4 แห่ง เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานของบริษัทแม่ให้ยั่งยืนและครอบคลุมมากยิ่งขึ้น 

บริษัท Specialty Innovation รับจ้างออกแบบสูตรของสินค้าให้กับลูกค้าของ Specialty Natural Products เพื่อสร้างมูลค่าให้สมุนไพรไทยได้สูงที่สุด และทำให้สารสำคัญไม่ถูกทำลายไประหว่างกระบวนการผลิต 

บริษัท L-Solar ใช้พลังงานแสงอาทิตย์สร้างพลังงานเพื่อนำกลับมาใช้ในโรงงานผลิต จนทำให้บริษัทได้รับมาตรฐาน LEED Gold จากสหรัฐอเมริกา 

บริษัท Kanae Innovation ร่วมกับบริษัท Kanae จากประเทศญี่ปุ่น พัฒนาแพ็กเกจจิ้งที่เหมาะกับผลิตภัณฑ์มากขึ้น และทำมาจากวัสดุรีไซเคิล 

และบริษัท WellNovation ร่วมกับ สวทช. เปิดตัวสินค้าภายใต้แบรนด์ Colosure ซึ่งนับว่าเป็นการเปิดตัวธุรกิจสำหรับตลาด B2C ครั้งแรกของกลุ่มบริษัท

“เป้าหมายทางธุรกิจของเราก็กลับไปแบบช่วงแรก คืออยากเพิ่มมูลค่าผลิตผลการเกษตรในประเทศไทย โดยส่งออกให้ได้เยอะ เพราะจะเป็นการเพิ่มมูลค่าที่ดีที่สุด ในฝั่งของ Social Impact ก็อยากให้ยั่งยืน อยากให้คนที่เราทำงานด้วยมีความสุข ไม่ว่าจะเป็นทีมของเราเอง หรือกลุ่มวิสาหกิจที่ทำงานด้วยกันมา” แพนกล่าวถึงอนาคตของกลุ่มบริษัทหลังจากนี้ 

“อีกส่วนหนึ่งคือ ถ้าวันหนึ่งเราสร้างระบบได้ การขยายก็อาจจะต้องใช้เงินทุน เราก็จะมีอุปกรณ์ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นตัว LiVE Platform ที่เปิดโอกาสให้บริษัทที่มีความสามารถในการปรับตัว ย่นระยะเวลาในการเติบโตไปได้ ทั้งเรื่องเน็ตเวิร์ก เงินทุน หรือความเชี่ยวชาญ ซึ่งเป็นโอกาสที่ดีมากสำหรับผู้ประกอบการที่สนใจ”

การหาเงินทุนนับว่าเป็นสิ่งสำคัญสำหรับการเติบโตของทุกธุรกิจ โดยสำหรับกลุ่มบริษัท Specialty Natural Products ก็ตั้งเป้าหมายที่จะนำ WellNovation เข้าในตลาด LiVE Exchange ด้วยเช่นกัน เพื่อที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างคุณภาพชีวิตที่ดี และสร้างคุณค่าให้แก่สมุนไพรไทยต่อไป 

กลุ่มบริษัทที่เปลี่ยนสมุนไพรไทยให้เป็นที่ยอมรับของแบรนด์ระดับโลกด้วยนวัตกรรม วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และวัตถุดิบจากประเทศไทย

Lessons Learned 

  • สิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับผู้บริหาร คือการสื่อสารและการสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้คน เพราะหัวใจของการบริหารก็คือผู้คน
  • การสร้างนวัตกรรมต้องไม่กลัวที่จะผิดพลาด มิเช่นนั้นเราจะไม่กล้าทำอะไรใหม่ ๆ ขณะเดียวกันก็ต้องรับฟังลูกค้าด้วย 
  • การทำธุรกิจต้องไม่ยึดติด ถ้าอะไรเป็นโอกาสที่ดีควรคว้าเอาไว้ แต่ถ้าเป็นสิ่งไม่ดีก็ต้องไม่ยึดติด เพราะอย่างไรมันก็จะผ่านไป ทั้งเรื่องดีและเรื่องไม่ดี
  • เปิดตาให้กว้าง ไม่ว่าอะไรเข้ามาก็จะมีทางออกเสมอ เพื่อสร้างความเชื่อและความมั่นใจให้กับตนเอง ระหว่างการเดินทางไปสู่เป้าหมายที่ตั้งเอาไว้

Specialty Natural Products

Line ID : @snpthai  

โทรศัพท์ :  0 3845 8698 และ 08 6307 3610

Website : www.snpthai.com

Facebook : Specialty Natural Products – SNP

LiVE Platform แพลตฟอร์มเพื่อช่วยเตรียมความพร้อมสำหรับ SMEs และ Startups เติบโตและมีโอกาสเข้าถึงแหล่งเงินทุนในตลาดทุน www.live-platforms.com

Writer

วุฒิเมศร์ ฉัตรอิสราวิชญ์

นักเรียนรู้ผู้ชื่นชอบการได้สนทนากับผู้คนและพบเจอสิ่งใหม่ๆ หลงใหลในการจิบชา และเชื่อว่าทุกสิ่งล้วนมีเรื่องราวให้ค้นหา

Photographer

วรุตม์ ไฉไลพันธุ์

เมื่อก่อนเป็นช่างภาพหนังสือเดินทาง ปัจจุบันเป็นช่างภาพกักตัวครับ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load