16 กุมภาพันธ์ 2562
38 K

แม้จะเป็นเมืองเล็กๆ แต่แพร่ก็ขึ้นชื่อลือชาเรื่องอาคารโบราณมากมายในย่านเมืองเก่า ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในสภาพสวยน่ามอง เพราะเจ้าของยังอาศัยอยู่และดูแลอย่างดี

บ้านไม้สวยหลังหนึ่งในย่านนี้ปันพื้นที่ข้างบ้านมาสร้างอาคาร 2 ชั้นเล็กๆ เป็นโรงแรมขนาด 4 ห้องชื่อ Homelynestphrae ซึ่งเป็นธุรกิจในครัวเรือนอย่างแท้จริง

Homelynestphrae

Homelynestphrae

Homelynestphrae

พื้นที่โรงแรมเคยเป็นโกดังผ้าบาติกและเฟอร์นิเจอร์ โดยคุณยายวัย 91 ยกพื้นที่ข้างบ้านไม้ของตัวเองให้ลูกหลานสร้างที่พักต้อนรับแขก

คุณพ่อ เกรียงไกร พิทยะปรีชากุล เป็นนักออกแบบตกแต่งภายใน รับหน้าที่ดีไซน์ตึกสไตล์ลอฟต์นี้ทั้งหมด โดยสร้างอาคารจากไม้สักเก่า และนำเฟอร์นิเจอร์เก่าที่สะสมไว้มาตกแต่งอย่างลงตัว ตั้งแต่ล็อบบี้สไตล์วินเทจ ประตูหน้าต่างที่ไม่ซ้ำกันสักบาน ไปจนถึงการแต่งห้องแสนสบายน่านอน แบ่งเป็นห้องพักใหญ่ 2 ห้อง และห้องพักเล็ก 2 ห้อง

คุณแม่ ศศิธร ไชอุปถัมภ์ เป็นเจ้าของแบรนด์ผ้าบาติก Thaitor ที่เคยเปิดร้านที่สวนจตุจักร รับผิดชอบผ้าม่าน เครื่องนอน และของตกแต่งประเภทผ้าลายเก๋ที่ทำเองแบบไม่ซ้ำใคร

Homelynestphrae

Homelynestphrae

Homelynestphrae

Homelynestphrae

ลูกสาว กิ๊ก-กานต์ศิริ พิทยะปรีชากุล สไตลิสต์และแฟชั่นดีไซเนอร์ที่รับหน้าที่ดูแลโรงแรมนี้ รวมถึงคาเฟ่และร้านเสื้อผ้าบาติกลายกราฟิกเท่ๆ Kanz by Thaitor ของเธอที่อยู่ในรั้วเดียวกัน แขกของครอบครัวดีไซเนอร์นี้สามารถนั่งจิบกาแฟและซื้อเสื้อผ้าแฮนด์เมดได้ตลอด หรือจะแวะมาชิมและช้อปโดยไม่ค้างคืนก็ได้

Homelynestphrae

Homelynestphrae

สุดท้ายคือน้องๆ ของกิ๊กที่ร่วมประชุมออกแบบบ้าน ให้ได้ผลลัพธ์ที่สมาชิกทุกคนพอใจมากที่สุด เพื่อที่พวกเขาจะได้กลับมาช่วยดูแลในอนาคต

จากโกดังเก่าไม่ได้ใช้งาน กลายร่างมาเป็นเรือนรังที่อบอุ่นเหมือนบ้านได้อย่างไร กิ๊กยื่นแก้วชา Signature ที่เบลนด์มาสำหรับที่พักโดยเฉพาะให้เราดื่มก่อนตอบคำถามนี้

“ตอนแรกเราไม่ได้คิดว่าเราจะทำโรงแรมค่ะ บ้านเดิมกิ๊กอยู่ที่นี่ แต่เราย้ายออกไปอยู่ตึก พอคุณยายอายุมากแล้ว กิ๊กเลยย้ายกลับมาเพราะว่าเราจะได้ดูแลใกล้ชิดกับคุณยาย กลับมารีโนเวตบ้านเดิมแล้ว เลยสร้างบ้านอีกหลังให้เพื่อนมาอยู่ เพราะเพื่อนที่กรุงเทพฯ ชอบมาหา มาเที่ยวแพร่ตลอด รู้สึกว่าอยากต้อนรับคนที่มาเที่ยวบ้านเรา ให้เขามีที่นอน”

ครอบครัวของกิ๊กตัดสินใจเปิดตึกใหม่เป็นโรงแรมอย่างเป็นทางการได้ราวปีครึ่ง โดยตั้งชื่อที่นี่ว่า Homelynestphrae มาจากตอนขึ้นเสาเอกอาคารแล้วมีนกมาทำรัง ตามความเชื่อของคนเก่าคนแก่เชื่อว่าถ้านกมาอยู่แล้วจะอยู่เย็นเป็นสุข

Homelynestphrae

“คอนเซปต์บ้านหลังนี้คืออยากให้ทุกคนมาแล้วอบอุ่นเหมือนอยู่บ้านเพื่อน เราดูแลแขกเหมือนเพื่อนที่มาค้าง และทุกคนเป็นเพื่อนใหม่กัน คนที่มาพักบ้านเรามีหลากหลายมาก เป็นสถาปนิกบ้าง เป็นศิลปินบ้าง เป็นนักบัญชีบ้าง บางทีมาแล้วจะเจอคุณแม่และได้คุยกันยาวๆ คุณแม่เป็นไอคอนที่ทุกคนถามหาตลอดเวลา เพราะคุณแม่ชอบแชร์ประสบการณ์การใช้ชีวิตให้ฟัง”

ดีไซเนอร์สาวเล่าว่า ที่พักของเธอรับสมาชิกได้เต็มที่เพียง 18 คนเท่านั้น เพราะทั้งครอบครัวดูแลแขกกันเอง คุณแม่และเธอทำอาหารเช้าแบบจัดเต็มให้ทุกวัน ทั้งอาหารเหนือแบบปิ่นโต มีน้ำพริกหนุ่ม แคบหมู ไส้อั่ว ผักนึ่ง ขนมหวาน และผลไม้ตามฤดูกาล ไปจนถึงอาหารฝรั่งตามสากลนิยมให้เลือกสรร โดยค่าอาหารเช้ารวมอยู่ในค่าที่พักเรียบร้อยแล้ว ตื่นเช้ามาก็เดินไปนั่งกินมื้อแรกของวันในห้องอาหารใต้ถุนบ้านคุณยายได้เลย

Homelynestphrae

Homelynestphrae

Homelynestphrae

Homelynestphrae Homelynestphrae

นอกจากโรงแรม สิ่งที่เด่นมากของบ้านนี้คือการสนับสนุนงานศิลปะและงานดีไซน์ โดยเฉพาะผ้าบาติกซึ่งคุณแม่และกิ๊กตั้งใจกันรีแบรนด์ขึ้นใหม่ สังเกตได้จากเครื่องนอนลายเก๋ในห้องนอน กิ๊กเล่าว่า สมัยก่อนแบรนด์ผ้าบาติกที่แพร่มีหลายเจ้า แต่ปัจจุบันลดลงไปมากตามตลาดที่เปลี่ยนไป ผ้าของเธอจึงปรับลวดลายกราฟิกให้สนุกร่วมสมัย ต่างจากลายดอกไม้ กล้วยไม้ ปลา ปะการัง ตามขนบเดิมๆ

นอกจากเลือกซื้อเสื้อผ้าได้ที่นี่แล้ว ต่อไป Homelynestphrae จะเปิดเวิร์กช็อปผ้าบาติก ให้แขกได้ลองสร้างลวดลายบนผ้าด้วยตนเอง และได้ผลงานชิ้นเล็กๆ กลับบ้าน เช่น ผ้าโพกผม ผ้าพันคอ

Homelynestphrae

ส่วนกิจกรรมหลักที่บ้านนี้จัดขึ้นเป็นประจำทุกปลายปี โดยจัดมา 2 ครั้งแล้ว คือตลาดเนิบเนิบ (Nerb Nerb Market) ที่ชวนเพื่อนศิลปินทั้งชาวแพร่และชาวจังหวัดอื่นๆ มาขายของคราฟต์ งานศิลปะ และจัดเวิร์กช็อปเล็กๆ กันในสวนหลังบ้าน Homelynestphrae

“ตลาดแพร่ที่คนมากันคือกาดกองเก่าซึ่งมีทุกวันเสาร์ ทุกสัปดาห์แรกของเดือนจะมีถนนคนเดิน และตอนนี้ก็มีเทศกาลแพร่คราฟต์ที่จัดทุกปี ส่วนเราอยากจัด Art Market เพราะเราเรียนศิลปะมาและมีเพื่อนที่ทำงานศิลปะเยอะ เลยอยากชวนมาเล่นสนุกกัน เราอยากให้เห็นว่าแพร่ไม่ได้มีแต่ผ้ามัดย้อมนะ มีงานเซรามิก งานไม้ มีอาหารเหนือสูตรเด็ดของบ้านที่เอามาแบ่งปันกัน

เราจัดแล้วรู้สึกดีมากๆ ไม่ได้คิดถึงกำไรเลย ถ้าคนมาเที่ยวบ้านเรา โรงแรมละแวกนี้ก็ได้รายได้มากขึ้นด้วย เพราะที่พักเรามีน้อย ถ้าคนอื่นมีรายได้เพิ่มขึ้นจากการจัดตลาดของเราก็ดี” กิ๊กตบท้ายด้วยรอยยิ้มนุ่มนวล

ไม่ว่าจะได้ไปเยือนตลาดเนิบเนิบหรือไม่ ก็ไปพักผ่อนหย่อนกายในรัง Homelynestphrae ได้เสมอ ความอบอุ่นของครอบครัว งานศิลปะ และวิถีเนิบช้าของชาวแป้พร้อมรอต้อนรับแขกตลอดทั้งปี

Homelynestphrae

Homelynestphrae

Facebook : Homelynestphrae

Writer

ภัทรียา พัวพงศกร

บรรณาธิการและนักจัดทริปแห่ง The Cloud ที่สนใจตึกเก่า งานคราฟต์ กลิ่น และละครเวทีพอๆ กับการเดินทาง

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

Have a Nice Stay

รวมที่พักแนวคิดดีที่น่าไปนอนทำความรู้จัก

ที่พักหายใจ

คือคำที่เกิดขึ้นในความคิดหลังจากมา ‘บ้านกรอด้าย’ เกสต์เฮาส์เล็กๆ บนเกาะเมืองพระนครศรีอยุธยา 

และไม่มีคำไหนจะเหมาะกับที่นี่ไปมากกว่านี้ เพราะความคิดที่แตกต่างของ อ้อ-กฤตยา พรรคอนันต์ และ ป๊อน-บุณยวัฒน์ สมทัศน์ ทำให้เธอและเขาตัดสินใจเปลี่ยนโรงงานทอผ้าเก่าแก่ของครอบครัวบนเกาะเมืองอยุธยา เป็นเกสต์เฮาส์ที่ทำให้ผู้เข้าพักได้พบความสงบผ่านลมหายใจ และสงบมากพอที่ร่างกายและจิตใจได้หยุดพัก

อ้อ-กฤตยา พรรคอนันต์ และ ป๊อน-บุณยวัฒน์ สมทัศน์

อ้อ และ ป๊อน เป็นคู่รักที่ค้นพบความสงบผ่านแนวทางการเจริญสติและปฏิบัติธรรม เมื่อ 3 ปีที่แล้วทั้งคู่ตัดสินใจลาออกจากงานประจำที่กรุงเทพฯ และกลับมาใช้ชีวิตสงบเรียบง่าย ด้วยการเปิดเกสต์เฮาส์ที่เมืองพระนครศรีอยุธยาบ้านเกิดของอ้อ โดยนำหลักเจริญสติและปฏิบัติธรรมมาเป็นไอเดียหลักในการออกแบบที่พักของพวกเขาด้วย

“เราสองคนชอบเรื่องการปฏิบัติธรรม การเจริญสติ และต้องการใช้ชีวิตที่สงบ พอมีโอกาสกลับมาอยู่อยุธยา เราเลยอยากเลือกอาชีพที่ส่งเสริมกับแนวทางการปฏิบัติของเรา มองหาอาชีพที่ไม่ต้องใช้ความคิดเยอะ ไม่มีความซับซ้อนหรือมีกลยุทธ์อะไรมาก และมอบชีวิตที่เรียบง่ายให้กับเราได้ เลยเกิดความคิดที่จะทำเกสต์เฮาส์ขึ้นมา” 

ชายหนุ่มเริ่มต้นอธิบายจุดเริ่มต้นของบ้านกรอด้าย, เดิมทีสถานที่แห่งนี้เคยเป็นโรงงานทอผ้าเก่าแก่ของอยุธยา ซึ่งเคยผลิตผ้าขาวม้าและผ้าซิ่นจำนวนมากภายใต้ตรา ‘สิงห์เดี่ยว’ ก่อตั้งโดย คุณยายสุมล สุขปรีชา

บ้านกรอด้าย : โรงงานทอผ้าสู่เกสต์เฮาส์สงบบนเกาะอยุธยา ที่ชวนแขกทำสมาธิและเจริญสติ
บ้านกรอด้าย : โรงงานทอผ้าสู่เกสต์เฮาส์สงบบนเกาะอยุธยา ที่ชวนแขกทำสมาธิและเจริญสติ

“เดิมเคยเป็นโรงทอผ้าของคุณยายอ้อค่ะ ตอนแรกโรงงานเคยตั้งอยู่ที่ตลาดหัวรอ ชื่อโรงงานทอผ้าไทย ต่อมาเขาไม่ให้มีเครื่องจักรอยู่ตรงนั้น เลยย้ายโรงงานมาตั้งที่นี่ตอน พ.ศ. 2497 แล้วก็จดทะเบียนชื่อ ห้างหุ้นส่วนสุมลการทออยุธยา เป็นชื่อของคุณยายอ้อเอง ต่อมาทางจังหวัดประกาศห้ามไม่ให้ใช้สารเคมีย้อมผ้าบนตัวเกาะ ตัวโรงงานก็เลยต้องย้ายอีก

“คราวนี้ย้ายไปอยู่ที่ตลาดแกรนด์ พื้นที่ตรงนี้เลยกลายเป็นโรงเก็บไม้และเก็บของต่างๆ จนช่วงประมาณ พ.ศ. 2538 ธุรกิจทอผ้าที่อยุธยาเริ่มซบเซา เพราะการนำเข้าผ้ามีราคาถูกกว่า หลายโรงงานก็เริ่มปิดตัว รวมถึงโรงงานของเราด้วย พื้นที่ตรงนี้เลยกลายเป็นโรงเก็บของที่ถูกปล่อยรกร้างเกือบยี่สิบปี”

“ตอนอ้อยังเด็กก็เข้ามาช่วยงานคุณยายที่โรงงานบ่อยๆ คอยเป็นเด็กกรอด้าย ซึ่งเป็นคำที่ฟังแล้วไพเราะดีนะ เลยเอามาตั้งเป็นชื่อเกสต์เฮาส์ว่าบ้านกรอด้าย” อ้อเล่าความทรงจำของเธอต่อสถานที่นี่ให้ฟัง 

จนกระทั่งทั้งคู่นำไอเดียของบ้านกรอด้ายไปปรึกษากับสถาปนิก

“คอนเซปต์ใหญ่ๆ คือเราต้องการให้ที่นี่โปร่ง สบาย ประหยัดพลังงาน เป็นบ้านที่มีใต้ถุนสูง เพื่อใช้พื้นที่ด้านล่างปฏิบัติธรรม โดยสถานที่ก็ช่วยส่งเสริมการปฏิบัติธรรมด้วยงบเท่าที่เรามี” ป๊อนส่งไอเดียออกแบบให้สถาปนิก

บ้านกรอด้าย : โรงงานทอผ้าสู่เกสต์เฮาส์สงบบนเกาะอยุธยา ที่ชวนแขกทำสมาธิและเจริญสติ

ในที่สุดความคิดของพวกเขาก็แปลงร่างให้กลายเป็นความจริง

บ้านกรอด้ายเป็นอาคารยกสูงสีขาวสะอาดตา เมื่อเดินผ่านโถงทางเดินเข้ามาข้างใน เราจะพบกับพื้นที่สีเขียวสงบกลางอาคารรูปทรงตัว L โดยมีบ้านไม้หลังเก่าตั้งอยู่ด้านในสุดของสวน หากตั้งใจเงี่ยหูฟังให้ดี เราจะค่อยๆ ได้ยินเสียงน้ำไหล ประกอบกับเสียงนกนานาพันธุ์ที่ขับร้องอยู่บนกิ่งก้านของต้นไม้ชนิดต่างๆ และหากลองตั้งใจสังเกตลมหายใจให้ดี เราจะค่อยๆ พบกับกลิ่นหอมบางๆ ของดอกชมนาดที่ปลูกไว้ในสวน ส่งกลิ่นหอมให้ชื่นหัวใจ

บ้านกรอด้าย : โรงงานทอผ้าสู่เกสต์เฮาส์สงบบนเกาะอยุธยา ที่ชวนแขกทำสมาธิและเจริญสติ

“เพราะผมเคยบวชมาก่อน ผมเลยพอจะเข้าใจว่าบรรยากาศแบบไหนเอื้อให้เกิดความสงบ ส่งเสริมการเจริญสติ ซึ่งส่วนตัวเราชอบฟังเสียงน้ำ ไม่จำเป็นต้องเห็นแม่น้ำหรือตัวน้ำก็ได้ ขอแค่ได้ยินเสียงน้ำไหลเบาๆ ก็ทำให้รู้สึกสงบลงได้ ส่วนสีเขียวก็ช่วยให้เกิดความสงบ เลยทำให้มีจุดที่มองออกจากตัวอาคารแล้วเห็นสวน ได้เจอกับสีเขียวของต้นไม้ บริเวณสวนตรงกลางเราก็ทำทางไว้เดินจงกรม เราตั้งใจให้ทางเดินเป็นดิน เพื่อให้ความรู้สึกเหมือนวัดป่า

“สังเกตว่าที่นี่มีความโปร่ง นอกจากช่วยให้ลมพัดเย็นสบายแล้ว ยังทำให้พื้นที่ไม่ดูแน่นหรือวุ่นวายจนเกินไป ของบางอย่างที่วางชิดกัน ถ้าเราวางแยกให้มันเกิดพื้นที่ว่างระหว่างกัน มันก็เกิดเป็นอีกอารมณ์หนึ่ง เราเลยพยายามให้ที่นี่มีพื้นที่ว่างค่อนข้างเยอะ” ป๊อนค่อยๆ อธิบายอย่างใจเย็น ขณะพาเราเดินชมส่วนต่างๆ ของเกสต์เฮาส์

บ้านกรอด้าย : โรงงานทอผ้าสู่เกสต์เฮาส์สงบบนเกาะอยุธยา ที่ชวนแขกทำสมาธิและเจริญสติ
บ้านกรอด้าย : โรงงานทอผ้าสู่เกสต์เฮาส์สงบบนเกาะอยุธยา ที่ชวนแขกทำสมาธิและเจริญสติ

ด้วยความที่แต่เดิม สถานที่แห่งนี้เคยเป็นโกดังเก็บไม้และของเก่าจากโรงงานมาก่อน ไม้และของหลายอย่างที่เคยถูกเก็บไว้จนรกร้างก็ถูกนำออกมาใช้ เหมือนชุบชีวิตชีวาขึ้นมาอีกครั้ง เผยให้เห็นความทรงจำที่เคยซ่อนอยู่ในพื้นที่ตรงนี้มาก่อน เราเลยได้เห็นป้ายของโรงงานทอผ้าในยุคต่างๆ นำมาแขวนประดับบนผนัง แถมตัวผนังก็เกิดจากการนำไม้ที่ใช้กับเครื่องสืบผ้า ซึ่งมีรอยบากให้แหว่งเป็นช่องสำหรับเส้นด้าย นำมาวางเรียงจนเกิดเป็นแพตเทิร์นสวยงาม แผ่นไม้ต่างๆ ที่เคยถูกเก็บไว้จนรกร้าง ก็นำมาประกอบเป็นตั่งและเป็นพื้นทางเดินต่างๆ ภายในเกสต์เฮาส์

“ตอนแรกเราและสถาปนิกอยากเก็บโครงสร้างเดิม เพื่อคงความเป็นโรงงานทอผ้าเอาไว้ แต่พอเข้ามาดูโครงสร้างแล้วทำแบบนั้นไม่ได้ เพราะโครงสร้างเริ่มเก่าจนผุ รับน้ำหนักไม่ไหว เลยตัดสินใจเก็บไว้บางส่วน เช่น แนวเสาต่างๆ รวมถึงบ้านไม้ในสวนที่เราทำเป็นห้องพระ หรือ ‘ห้องไม่ปรุงแต่ง’ เพื่อให้คนเข้ามานั่งสมาธิหรือใช้พื้นที่สงบ 

“เดิมบ้านไม้หลังนั้นเคยเป็นที่พักคนงาน หน้าต่างที่อยู่ระดับเดียวกับพื้นก็เป็นของเดิม แต่ก็มีบางบานที่เราต้องใช้ของใหม่เพิ่มเข้าไป เพื่อช่วยเสริมโครงสร้างให้แข็งแรง” ชายหนุ่มเล่าการทำงานร่วมกับสถาปนิก

บ้านกรอด้าย เกตส์เฮาส์เล็กๆ ของคู่รักในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ที่อยากให้แขกค้นพบความสงบทั้งกายและใจ
บ้านกรอด้าย เกตส์เฮาส์เล็กๆ ของคู่รักในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ที่อยากให้แขกค้นพบความสงบทั้งกายและใจ

บ้านกรอด้ายมีห้องพักทั้งหมด 6 ห้อง แบ่งเป็นห้องพักสำหรับ 2 คน จำนวน 4 ห้อง เลือกได้ทั้ง Twin Beds และ Double Bed ส่วนห้องพักครอบครัว สำหรับ 4 คน จำนวน 2 ห้อง ซึ่งทั้งหมดอยู่บริเวณชั้นบนของอาคาร 

แต่ละห้องมีชื่อของตัวเองที่ป๊อนและอ้อตั้งใจตั้งชื่อเอาไว้

“เราตั้งชื่อห้องเรียงไปตั้งแต่ Peacefulness, Joyfulness, Happiness, Emptiness, Mindfulness และ Awareness” อ้ออธิบาย ก่อนป๊อนช่วยเสริม “คนที่เคยเจริญสติรู้ดีว่าการเจริญสติใหม่ๆ จะได้ความรู้สึกสงบก่อน แล้วเกิดความปีติ เกิดความสุขจากความว่าง เริ่มเกิดสติและความรู้ตัว ชื่อเหล่านี้เป็นลำดับการรับรู้จากการเจริญสติครับ”

เกตส์เฮาส์เล็กๆ ของคู่รักในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ที่อยากให้แขกค้นพบความสงบทั้งกายและใจ

นอกจากชื่อห้อง เรายังสังเกตว่าตามจุดต่างๆ ของบ้านกรอด้ายมีป้ายตัวอักษรที่มีกิมมิกน่ารักๆ ให้คนได้มีสติกับตัวเองผ่านลมหายใจ อย่างป้าย Breath Refill Here เป็นเหมือนจุดเติมลมหายใจ หรือตรงขั้นบันไดก่อนเดินเข้าห้องพักติดตัวอักษร Breath & Mind The Step ให้คนได้หยุดหายใจและมีสติกับตัวเอง ณ ขณะนั้น

ทุกรายละเอียดของทุกอย่างภายในบ้านกรอด้ายล้วนได้รับการออกแบบอย่างใส่ใจ เพื่อให้ผู้มาพักได้หยุดอยู่กับลมหายใจตัวเอง และขณะที่เรากำลังพูดคุยกับอ้อและป๊อน จู่ๆ ก็มีเสียงระฆังไพเราะดังขึ้นเป็นเวลาชั่วครู่

เราทั้งหมดหยุดฟัง

เกตส์เฮาส์เล็กๆ ของคู่รักในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ที่อยากให้แขกค้นพบความสงบทั้งกายและใจ

“เราได้ไอเดียจากหมู่บ้านพลัมครับ ที่นั่นทุกๆ สิบห้านาทีจะมีเสียงระฆังดัง ให้เราหยุดสิ่งที่ทำ เพื่อเตือนให้ตัวเรากลับมาอยู่กับปัจจุบันขณะ พอเสียงจบก็ค่อยกลับมาทำสิ่งที่ทำอยู่ต่อ” ป๊อนเล่าที่มาให้ฟังหลังสิ้นเสียงระฆัง

ภายในห้องพักก็มีการออกแบบมาเพื่อให้เกิดความสงบเช่นเดียวกัน 

นั่นจึงเป็นเหตุผลให้ทุกห้องภายในบ้านกรอด้ายไม่มีโทรทัศน์เลยสักห้อง รวมถึงตู้เย็นก็เช่นกัน

“เหตุผลที่เราไม่มีตู้เย็นให้ในห้อง เพราะเราอยากให้ที่นี่มีความรู้สึกของบ้าน เราเลยวางตู้เย็นไว้ใต้ถุน ให้เกิดความรู้สึกการแบ่งปัน ไม่ใช่ต่างคนต่างอยู่ภายในห้อง เราอยากให้มีการเดินมาใช้พื้นที่ส่วนกลาง ขนมกับกาแฟที่วางไว้ตรงส่วนกลาง เราก็ให้ทุกคนที่มาพักหยิบทานได้ตลอด โดยไม่ได้คิดค่าใช้จ่ายใดๆ บางทีก็มีน้ำผลไม้และน้ำผักที่อ้อทำมาวางไว้ หรือใครที่รู้สึกอยากแบ่งปันให้คนอื่นๆ ก็นำมาวางด้วยกันได้ 

“ส่วนของส่วนตัวที่ผู้พักต้องการนำมาแช่ในตู้เย็น เราก็มีสติกเกอร์แปะเลขห้องแยกไว้ให้ด้วยค่ะ อาหารของที่นี่เราจะซื้อจากร้านในอยุธยา เพราะเราพยายามแนะนำร้านดีๆ ของคนท้องถิ่นให้ผู้มาพักได้รู้จัก และลองไปทานด้วยตัวเองเมื่อมีโอกาส” อ้ออธิบายด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม

เกตส์เฮาส์เล็กๆ ของคู่รักในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ที่อยากให้แขกค้นพบความสงบทั้งกายและใจ

“ก่อนจะเปิดเกสต์เฮาส์ เรามีโอกาสเข้าไปขอคำปรึกษากับ อาจารย์ประมวล เพ็งจันทร์ ถ้าเราจะทำธุรกิจอย่างนี้เราควรวางใจยังไง ท่านก็กรุณาแนะนำว่า หากเราปรารถนาให้คนมาที่นี่แล้วเกิดความสุข ทุกอย่างก็จะดีเอง เราก็จะโฟกัสกับความสุขของคนที่มาพัก ไม่ใช่โฟกัสว่าเราจะได้เงินจากเขาเท่าไหร่ แต่ไม่ใช่โฟกัสที่ความสุขของเขาอย่างเดียวจนตัวเราต้องทุกข์ใจ ก็ไม่ใช่นะครับ ตัวเราต้องมีความสุขก่อนด้วย เราถึงจะทำให้คนอื่นมีความสุขได้ 

“เราต้องรักษาความสุขของเราไว้ด้วย เลยเป็นที่มาของคอนเซปต์การให้บริการของที่นี่ และที่นี่ไม่มีคนแปลกหน้า มีแต่กัลยาณมิตร สำหรับผมและอ้อ เรามองทุกคนที่มาที่นี่เป็นเพื่อน ทุกครั้งที่มีคนมาพัก เราเหมือนได้เพื่อนใหม่ครับ เขาเองก็รู้สึกเหมือนกันกับเรา 

“เด็กบางคนที่มาพักกับครอบครัวอยู่กันห้าถึงหกวัน บางคนเอาเกมมานั่งเล่นกับเรา พอจะกลับเขายกให้เราเลย บางคนช่วยงานแม่บ้านก็มีนะครับ ช่วยยกของต่างๆ เป็นบรรยากาศน่ารักๆ หลังจากเขากลับไปแล้ว บางคนก็ยังติดต่อกันตลอดเหมือนเพื่อน” ป๊อนพูดด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม ก่อนอ้อจะช่วยเสริม “บางคนส่งเมล็ดดอกไม้มาให้เราปลูกด้วย เราก็ไม่น้อยหน้า ส่งเมล็ดผักกลับไปให้เขาปลูกบ้าง” เจ้าบ้านหัวเราะอารมณ์ดี

เกตส์เฮาส์เล็กๆ ของคู่รักในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ที่อยากให้แขกค้นพบความสงบทั้งกายและใจ
เกตส์เฮาส์เล็กๆ ของคู่รักในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ที่อยากให้แขกค้นพบความสงบทั้งกายและใจ

“แม้ว่าทุกๆ อย่างของที่นี่จะเกี่ยวข้องกับการเจริญสติ แต่เราก็ไม่ได้บังคับให้ผู้ที่มาพักต้องทำตามทุกคนนะครับ สิ่งสำคัญที่สุดคือ การที่เขาเข้ามาที่นี่แล้วรู้สึกสบายใจ การเจริญสติเบื้องต้นก็คือความสงบ แต่โจทย์ของมันจริงๆ คือการยอมรับในทุกๆ สถานการณ์ เพราะชีวิตจริงมีขึ้นมีลง ไม่ต่างอะไรกับธรรมชาติที่มีฝนตก มีแดดออก ซึ่งหลายอย่างเราก็ไม่อาจควบคุมได้ แต่เราสามารถกลับมาอยู่กับลมหายใจ เห็นความคิดของตัวเราเอง จะช่วยให้เรารู้สึกสงบลง ช่วยให้เรามองเห็นชัดขึ้น และเราหวังว่าคนที่มาพักกับเรา เขากลับจากบ้านกรอด้ายไป เขาจะเกิดความสบายใจ และใช้ชีวิตข้างหน้าต่อไปได้ดียิ่งขึ้น” ป๊อนพูดทิ้งท้าย ขณะเขาและอ้อเดินมาส่งเรากลับด้วยรอยยิ้ม

การค้นพบที่พักหายใจ ทำให้เราสงบลงและมีกำลังใจมากขึ้นกับการใช้ชีวิตในลมหายใจต่อๆ ไปเช่นกัน

เกตส์เฮาส์เล็กๆ ของคู่รักในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ที่อยากให้แขกค้นพบความสงบทั้งกายและใจ

บ้านกรอด้าย

ที่ตั้ง : 23/5 ถนนอู่ทอง ตำบลหอรัตนไชย อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดนครพระนครศรีอยุธยา 13000 (แผนที่)

โทรศัพท์ : 09 6771 7177

*บ้านกรอด้ายจัดกิจกรรมเจริญสติที่เกสต์เฮาส์ด้วย สำหรับผู้ที่สนใจเข้ามาลองปฏิบัติกันได้ ติดตามรายละเอียดและการสมัครได้ทาง Facrbook : บ้านกรอด้าย

Writer & Photographer

อนิรุทร์ เอื้อวิทยา

นักเขียน และ ช่างภาพอิสระ ปัจจุบันชนแก้วอยู่ท่ามกลางเพื่อนฝูงที่เชียงใหม่

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load