15 กรกฎาคม 2560
3 K

โดยอาชีพแล้ว หมู-อัญชลี ศรีไพศาล เป็นที่ปรึกษาให้กับไลฟ์สไตล์แบรนด์ เป็นอาจารย์วิชาประวัติศาสตร์แฟชั่น เป็น Lifestyle Designer เป็นนักเขียนอิสระ

เธอเป็นคนเอาจริงเอาจังกับทุกเรื่องที่อยากรู้

เพื่อความสนิทสนมเราขอเรียกเธอว่าครูพี่หมู

ก่อนจะไปฟังเรื่องงานอดิเรกแสนรักของเธอ เราอยากแนะนำเธอให้คุณรู้จักมากกว่านี้ และระหว่างนี้คุณจะอ่านไปด้วย เลือกกระดาษและสีริบบิ้นไปพร้อมกันด้วยก็ได้

หมู-อัญชลี ศรีไพศาล

หลังจากเรียนจบด้านแฟชั่นสไตลิสต์จาก Bunka Fashion College ประเทศญี่ปุ่น ครูพี่หมูทำงานในบริษัทค้าปลีกของญี่ปุ่นประจำประเทศไทยอยู่ถึง 13 ปี ก่อนทำงานกับโรงงานทอผ้า เขียนหนังสือเกี่ยวกับญี่ปุ่นมุมมองใหม่ๆ ในสมัยที่นักท่องเที่ยวชาวไทยยังไม่คุ้นเคยกับญี่ปุ่นมากนัก และทำอื่นๆ อีกมากมายตามที่เธอสนใจ

“ญี่ปุ่นเป็นเมืองที่ข้อมูลเนื้อหาเยอะ เวลาเขามีเรื่องอะไรที่น่าสนใจ เขาจะไม่บอกแค่ข้อมูลนี้คืออะไร แต่จะบอกที่มาที่ไปเรื่องราวต่างๆ ตรงกับความสนใจที่คนชอบ ยิ่งเพิ่มนิสัยที่ว่าอยากรู้อะไรเราต้องรู้ให้จริง รู้ให้ลึก เราสนุกกับการทำข้อมูลมากๆ” และความชอบหาชอบค้นข้อมูล ครูพี่หมูทำงานเยอะจนออฟฟิศซินโดรมเรียกหา เริ่มจากปวดเมื่อย นานวันเข้าก็ส่งสัญญาณเป็นอาการเกร็งและเริ่มๆ ปวดหัว

เมื่อ 3 ปีที่แล้ว ครูพี่หมูเริ่มพบว่าตัวเองเป็นออฟฟิศซินโดรม โดยสาเหตุมาจากปัจจัยการใช้ชีวิตที่ผ่านมาทั้งหมดรวมๆ กันที่เอื้อให้โรคออฟฟิศซินโดรมเข้ามาทักทาย หลังจากรับการกายภาพชุดใหญ่ไฟกะพริบจากหมอ เธอตัดสินใจเปลี่ยนพฤติกรรมและวิถีชีวิตทั้งหมด หากิจกรรมอื่นๆ ดึงความสนใจจากหน้าจอบ้าง

เลือกกระดาษริบบิ้นสวยมาสนุกกับการ ห่อของขวัญ สไตล์ญี่ปุ่น เป็นงานอดิเรกกับ Lifestyle Designer
เลือกกระดาษริบบิ้นสวยมาสนุกกับการ ห่อของขวัญ สไตล์ญี่ปุ่น เป็นงานอดิเรกกับ Lifestyle Designer
เลือกกระดาษริบบิ้นสวยมาสนุกกับการ ห่อของขวัญ สไตล์ญี่ปุ่น เป็นงานอดิเรกกับ Lifestyle Designer

และเมื่อกลับสังเกตตัวเอง เธอพบว่าเธอเป็นคนชอบแพ็กเกจจิ้งมาตั้งแต่เด็ก ชอบให้ของขวัญโดยไม่เน้นมูลค่าของขวัญแต่แสดงความระลึกนึกถึงกันในโอกาสต่างๆ ชอบและสนุกกับการห่อของขวัญ จึงตัดสินใจเริ่มห่อของขวัญอย่างจริงจัง จริงจังขนาดที่ว่าหาข้อมูลคลาสเรียนห่อของขวัญที่ญี่ปุ่น จึงติดต่อขอเรียนหลักสูตรเร่งรัดเช้าจรดเย็นใน 1 สัปดาห์

“ที่ผ่านมาเราห่อแบบครูพักลักจำ ดูจากหนังสือ แต่เราอยากรู้พื้นฐานจริงๆ และเทคนิคของการห่อของขวัญ แล้วที่ญี่ปุ่นจริงจังกันมากนะ เขามีเป็นสมาคมเลย คนที่สอนตามสตูดิโอต่างๆ ต้องได้รับใบรับรองจากสมาคม” ครูพี่หมูเล่าให้ฟังถึงความตั้งใจก่อนเดินทางไปเรียนในช่วงปลายปี 2014

บทเรียนแรกสุดจากหลักสูตรห่อของขวัญแบบเร่งรัดนี้คือ วิธีการกรีดกระดาษ และบทเรียนพื้นฐานของการห่อของขวัญอื่นๆ ตั้งแต่การห่อแบบคาราเมล หรือการห่อกล่องของขวัญทั่วๆ ไป การห่อแบบเฉลียง หรือการห่อแบบห้างฯ ญี่ปุ่น แล้วยังมีการห่อที่ดัดแปลงจากพื้นฐานทั่วไปอีกมากมาย วิธีการวางของขวัญกับกระดาษ เทคนิคการจับกระดาษ ก่อนจะพับ จะกรีด หรือจับกลีบ หรือบางเรื่องเรารู้มาแล้วเพียงแต่ไม่รู้ที่มาที่ไป เรียนรู้วัฒนธรรมการ ‘ไฮ่’ ในโอกาสต่างๆ โดยจะเห็นจากหีบห่อกับทุกสิ่งของญี่ปุ่น นอกจากวันเกิดวันปีใหม่แบบทั่วไปแล้ว ยังมีวันครึ่งปี

เลือกกระดาษริบบิ้นสวยมาสนุกกับการ ห่อของขวัญ สไตล์ญี่ปุ่น เป็นงานอดิเรกกับ Lifestyle Designer
เลือกกระดาษริบบิ้นสวยมาสนุกกับการ ห่อของขวัญ สไตล์ญี่ปุ่น เป็นงานอดิเรกกับ Lifestyle Designer
เลือกกระดาษริบบิ้นสวยมาสนุกกับการ ห่อของขวัญ สไตล์ญี่ปุ่น เป็นงานอดิเรกกับ Lifestyle Designer

“ความหมายที่ซ่อนในรายละเอียด โบที่ผูกซองเงินงานมงคลกับงานไม่มงคลก็ต่างกัน โบสำหรับงานศพจะเป็นเงื่อนตายหมายถึงไม่อยากให้สิ่งนั้นเกิดขึ้นอีก หรือสิ่งไหนที่อยากให้เกิดหลายๆ ครั้งอย่างงานมงคลก็จะใช้วิธีการผูกที่ทำให้แกะริ้บบิ้นง่ายและผูกซ้ำได้อีก” ครูพี่หมูเล่าตัวอย่างรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่สำคัญในวัฒนธรรมการให้ของญี่ปุ่น ว่าที่แม่บ้านญี่ปุ่นในฝันอย่างเราก็ได้แต่ตั้งใจฟังและจดแบบละเอียดยิบ

“หลังจากเรียนจบหลักสูตรพื้นฐานการห่อของขวัญกลับมา เราก็คิดว่าทำยังไงให้การห่อของขวัญของเราต่อเนื่อง จึงมาลงเอยด้วยการใช้ Instagram (@curiouspig) เป็นที่ส่งการบ้านของตัวเอง บังคับให้ตัวเองห่อของ ท้าทายตัวเองด้วยโจทย์ใหม่ๆ หาวิธีการใหม่แบบใหม่ๆ จากพื้นฐานที่เรียนมา

“ถ้าดูในสมุดส่งการบ้านของเราจะเห็นว่ามันไม่มีแต่สี่เหลี่ยมธรรมดาอย่างเดียวแต่ผสมกับทักษะพื้นฐานและสิ่งรอบตัว หรือวัตถุดิบที่ใช้ก็ไม่จำกัดเฉพาะกระดาษ มีผ้าชนิดต่างๆ หรือหากเป็นกระดาษก็ไม่จำเป็นว่าต้องติดกาวอาจจะเจาะรูร้อยด้ายเหมือนการเย็บ หรือการใช้คอนเซปต์เพิ่มความสนุกกับตัวเอง”

เอกลักษณ์ของการห่อของขวัญของครูพี่หมูคือ การใส่ตัวตนลงไปในงาน การไม่จำกัดตัวเองทั้งวัสดุและความคิด บางชิ้นงานใช้วิธีการผูกมัดกลัดติดอย่างขนมไทยและแทนที่จะใช้กระดาษสีเขียวแบบใบตอง เธอเลือกใช้กระดาษขาวดำวาดรูปใบไม้

เลือกกระดาษริบบิ้นสวยมาสนุกกับการ ห่อของขวัญ สไตล์ญี่ปุ่น เป็นงานอดิเรกกับ Lifestyle Designer
เลือกกระดาษริบบิ้นสวยมาสนุกกับการ ห่อของขวัญ สไตล์ญี่ปุ่น เป็นงานอดิเรกกับ Lifestyle Designer
เลือกกระดาษริบบิ้นสวยมาสนุกกับการ ห่อของขวัญ สไตล์ญี่ปุ่น เป็นงานอดิเรกกับ Lifestyle Designer

สิ่งที่ครูพี่หมูให้ความสำคัญเสมอคือเน้นการห่อที่แกะง่าย เช่นเดียวกับของขวัญที่เธอส่งมอบให้เราในตอนที่พูดคุยเรื่องนี้ ปมเชือกอย่างง่ายผูกคล้องเกี่ยวกันไว้สวยงามซึ่งหากมองเผินๆ จะดูคล้ายกับการผูกรัดเงื่อนตาย รวมไปถึงวิธีการพับกลัดกระดาษแทนการใช้กาวหรือเทปใส นอกจากนี้ งานของครูพี่หมูยังมีอารมณ์ขันซ่อนอยู่ในงานเสมอ

“การห่อแต่ละครั้ง หากเราคิดวางลำดับขั้นก่อนหลังไว้ล่วงหน้า พอห่อจริงมักไม่เป็นอย่างที่คิดนะ แต่พอด้นสดบางทีระหว่างนั้นเราจะพบวิธีใหม่ เป็นความรู้สึกที่สนุกมาก ลับคมความคิดของเราอยู่ตลอดเวลา แอบคิดไว้เหมือนกันอยากให้สิ่งนี้เป็นงานอดิเรกของเราไปเรื่อยๆ แม้ว่าจะอายุมากขึ้น”

สำหรับครูพี่หมู นอกจากการห่อของขวัญจะช่วยพาเธอออกมาจากหน้าจอคอมพิวเตอร์แล้ว การห่อของขวัญให้อะไรกับครูพี่หมูบ้าง เราถาม

หมู-อัญชลี ศรีไพศาล

“ความสนุกกับการคิดใช้วัสดุอะไร วิธีการแบบไหน ให้ความสดชื่น เปิดมุมมอง ไม่จำกัดอยู่กับกรอบและรูปแบบเดิมๆ ได้คิดและต่อยอดอยู่ตลอด ซึ่งส่วนใหญ่วัสดุใช้จะเป็นของรอบตัวหรือเป็นของเล็กๆ น้อยๆ ที่ดัดแปลงได้ เช่น ที่เปิดกระป๋องน้ำอัดลมมาทำเป็นหัวเข็มขัดผูกกับริบบิ้นใช้ห่อของขวัญ คู่มือการต่อโต๊ะที่มากับกล่อง IKEA ใช้เป็นกระดาษห่อของขวัญ”

ไม่แปลกที่ส่วนมากคนจะเน้นมูลค่าของที่อยู่ด้านในกล่องของขวัญ เพราะสังคมอุดมความดีงามนี้ใครๆ ก็ยกย่องคุณค่าที่ซ่อนอยู่ภายใน ทั้งที่เราก็รู้กันดีว่าเราต่างพึงใจจะเลือกหยิบบางสิ่งด้วยสิ่งห่อหุ้มภายนอก

แต่ก็ใช่ว่าความสนใจสิ่งห่อหุ้มจะเป็นเรื่องแค่เปลือกหรือผิวเสมอไป ลองมองให้ดี เหล่านี้แสดงให้เห็นคุณค่าต่อจิตใจที่เริ่มตั้งแต่ภายนอก หีบห่อที่สะท้อนความใส่ใจ หีบห่อที่สะท้อนความระลึกถึง

“แล้วของแบบไหนควรค่าแก่การหีบห่อ” เราถามเธอเป็นคำถามสุดท้าย แม้เดิมทีตั้งใจจะถามคำถามนี้เป็นคำถามแรก ครูพี่หมูยิ้มก่อนจะใช้เวลาคิดสักครู่

“ของทุกอย่าง อะไรก็ได้ ของที่พึงใจผู้รับ”

หมู-อัญชลี ศรีไพศาล

 ขอขอบคุณ : อัญชลี ศรีไพศาล

HOW TO: ออกแบบการห่อของขวัญ เพื่อแอบบอกความห่วงใย (จริงๆ นะ)

ของขวัญไม่ได้จำเป็นต้องราคาแพง และโอกาสของการให้ของก็ไม่จำเป็นต้องรอวันเกิด ปีใหม่ หรือครบรอบวันพิเศษ บางทีคิดถึงกันก็มองของให้กันก็ได้ หรือให้กำลังใจกันและกัน ครูพี่หมูมีตัวอย่างการห่อของขวัญเล็กๆ น้อยๆ เช่น ห่อช็อกโกแลตรสอร่อยแล้วแอบวางไว้บนโต๊ะหรือลิ้นชักเพื่อนที่ทำงานเพื่อให้กำลังใจ ไม่ต้องการอุปกรณ์พิเศษใด แค่มีกระดาษขนาด A4 อาจใช้กระดาษหน้านิตยสารที่ชอบ ที่เจาะกระดาษ เชือกหรือริบบิ้น และกิ๊บดำติดผม

1. เริ่มจากพับกระดาษครึ่งเป็นสี่ส่วนให้พอมีรอย จากนั้นกางออกแล้วพับเป็นสามเหลี่ยมเพื่อทำรอย ก่อนที่จะพับรอยสามเหลี่ยมนั้นกลัดเข้าช่องใดช่องหนึ่งเพื่อล็อกให้กระดาษอยู่ทรงเป็นซองใส่ของ เหมือนกระเป๋าใส่เหรียญสตางค์

2. ใช้ที่เจาะกระดาษเจาะรูรอบส่วนที่ยังไม่ติดกัน เดินเส้นเป็นรูปตัว L แล้วร้อยเชือกเข้ากับกิ๊บดำใช้แทนเข็มและด้ายเพื่อเย็บห่อซองของขวัญ ก่อนจะเว้นที่เพื่อใส่ช็อกโกแลตหรือของขวัญอื่นๆ ลงไปในซอง จากนั้นเย็บปิดปากซอง ผูกปมไว้อย่างหลวม เป็นอันเรียบร้อย

3. สามารถปรับขนาดกระดาษ เลือกระยะห่างระหว่างรูร้อยเชือกหรือวัสดุที่ใช้ตามสะดวก และหากใครอยากสนุกขึ้น ลองหาที่กลิ้งสำหรับตัดเสื้อมากลิ้งสร้างรอยปรุบริเวณริมกระดาษเพื่อให้ผู้รับพร้อมฉีกซอง เติมใจ ใส่น้ำร้อน

Blog: curiouspig.net
Instagram: @curiouspig

Writer

Avatar

นภษร ศรีวิลาศ

อดีตนักเรียนเศรษฐศาสตร์ผู้วิ่งเล่นในแวดวงตลาดทุน หน่วยงานสนับสนุนกิจการเพื่อสังคม และงานสายแบรนดิ้งเพื่อความยั่งยืน หลงรักการลองเสื้อคอลเลกชันใหม่ของ COS MUJI Marimekko BEAMS และมีเพจชื่อ น้องนอนในห้องลองเสื้อ

Photographer

Avatar

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

Staycation

กิจกรรมคัดสรรสำหรับการอยู่บ้านวันหยุด

ทุกฤดูข้าวใหม่ ฉันคนหนึ่งล่ะที่จะลองซื้อข้าวนั้นข้าวนี้มาเป็นเสบียง รู้ตัวอีกทีข้าวแพ็กเล็ก-แพ็กใหญ่ก็เต็มบ้านไปหมด ปรากฏจะกินก็ไม่ทันมอดสักที เหตุเพราะบ้านหนึ่งบ้านกินข้าวไม่เหมือนกัน คุณแม่ชอบกินข้าวซ้อมมือ คุณน้าชอบกินข้าวกล้อง คุณน้องชอบกินข้าวขัดขาว

ส่วนตัวเราขี้เสียดาย ข้าวอะไรเหลือ จะข้าวหอมมะลิ ข้าวเหนียว ก็จับรวมหุงผสม บางทีหุงข้าวปน ๆ กันหลายชนิดหลายสายพันธุ์ ก็อร่อยดีไปอีกแบบ แถมยังสวยน่ากินด้วย

สงสัยเหมือนกันว่าจะมีใครทำชอบทำแบบนี้เหมือนกันบ้างนะ วันนี้ลุงรีย์ลองเอาบันทึกที่จดไว้มากางดูกัน ในบันทึกลงวันที่ไว้ ตอนนั้นมีโอกาสได้ไปร่วมด้วยช่วยกันกับ ชาวนาไทอีสาน จัดงานชิมข้าวใหม่

‘เบลนด์ข้าว’ เคล็ดลับการผสมข้าวเพื่อหาสูตรกินสนุกจากข้าวหลายชนิด

หนึ่งในทีม อุ้ม-คนึงนิตย์ ชะนะโม ตอนนี้ได้จัดตั้ง Rice Acadamy ทำแปลงดำมือ พัฒนาพันธุ์ข้าวแบบดั้งเดิม วิจัยโภชนาการของข้าว และสร้างพื้นที่สำหรับคนรักการกินข้าวขึ้นได้

‘เบลนด์ข้าว’ เคล็ดลับการผสมข้าวเพื่อหาสูตรกินสนุกจากข้าวหลายชนิด

อุ้มเคยบอกไว้ว่า บางทีคนเมืองขาดโอกาสเห็นกระบวนการการเดินทางของข้าว บวกกับความสะดวกสบายต่าง ๆ ในปัจจุบัน ก็มีเผลอคิดไปเองว่า ข้าวกล้อง ข้าวซ้อมมือ ข้าวขาว เป็นชนิดของข้าว จำสลับสับสน 

ก่อนอื่นเลยต้องชวนคนเมืองทำความรู้จักข้าวว่าเรากินข้าวแบบไหนกันอยู่ และรสนิยมการกินข้าวของเราแต่ละคนก็ต่างกัน อยู่ที่ว่าจะชื่นชอบข้าวอะไร

หลัก ๆ เลย ข้าวมีอยู่ 3 แบบ

‘เบลนด์ข้าว’ เคล็ดลับการผสมข้าวเพื่อหาสูตรกินสนุกจากข้าวหลายชนิด

ข้าวกล้อง 

คือข้าวที่สีเอาเปลือกออกหรือผ่านขั้นตอนการสีเพียงครั้งเดียว โดยจมูกข้าวและเยื่อหุ้มเมล็ดข้าวยังอยู่ ลักษณะของข้าวกล้องมีสีน้ำตาลอ่อน ซึ่งจมูกข้าวและเยื่อหุ้มเมล็ดเป็นส่วนที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง นอกจากนั้นข้าวกล้องยังมีเส้นใยอาหาร ช่วยป้องกันการดูดซึมไขมันชนิดอิ่มตัว 

‘เบลนด์ข้าว’ เคล็ดลับการผสมข้าวเพื่อหาสูตรกินสนุกจากข้าวหลายชนิด

ข้าวซ้อมมือ 

คือข้าวกล้องที่นำมาผ่านกระบวนการขัดสีเพิ่มขึ้น เพื่อขัดเอาเยื่อหุ้มเมล็ดออกไปเพียงบางส่วน ซึ่งจุดประสงค์หลักก็เพื่อให้ข้าวที่หุงสุกแล้วมีความนุ่ม ทานง่ายขึ้น คุณค่าทางโภชนาการยังอยู่ครบ เว้นแต่เส้นใยอาหารและเกลือแร่บางส่วนอาจสูญเสียไปบ้าง

รู้จักข้าวแต่ละชนิดก่อนหุงผสม สร้างสูตรอร่อยจากแบบไม่ให้เหลือเศษ

ข้าวขัดขาว

คือข้าวที่นำไปสีกะเทาะเปลือกออก แล้วนำไปขัดสีเอาส่วนเยื่อหุ้มออกไป ทำให้ได้ข้าวที่มีเมล็ดสีขาว เมื่อรับประทานจะให้แป้งและพลังงานเท่านั้น สารอาหารอื่น ๆ เหลืออยู่ปริมาณน้อย ต่างจากข้าวกล้อง

สรุปก็คือ ข้าวกล้อง ข้าวซ้อมมือ ข้าวขาว คือข้าวสายพันธุ์เดียวกัน แต่กระบวนการสีต่างกัน ถ้าเราลองเลือกข้าวมากินให้ถูกปาก สังเกตเอาจุดเด่นของข้าวแต่ละชนิดมาชั่งใจแล้วหุงผสม ก็อาจจะได้ความสนุกในการกินข้าวเพิ่มขึ้นอีกนะ วันนี้จะเอาบันทึกที่จดไว้มากางให้ทำตามไปพร้อม ๆ กัน

‘เบลนด์ข้าว’ เคล็ดลับการผสมข้าวเพื่อหาสูตรกินสนุกจากข้าวหลายชนิด

อุปกรณ์เบื้องต้น

  1. ข้าวประเภทต่าง ๆ
  2. หม้อข้าวหรือหม้อนึ่ง
  3. ถ้วยตวง
  4. ตราชั่ง
  5. พิมพ์ข้าว
‘เบลนด์ข้าว’ เคล็ดลับการผสมข้าวเพื่อหาสูตรกินสนุกจากข้าวหลายชนิด

ขั้นตอนและหลักการง่าย ๆ ในการหุงข้าวผสม 5 อย่าง

‘เบลนด์ข้าว’ เคล็ดลับการผสมข้าวเพื่อหาสูตรกินสนุกจากข้าวหลายชนิด

1. เลือกข้าวจากสีและลักษณะ เลือกข้าวต่างประเภทกันได้ เพื่อความหลากหลายทั้งสีสัน สัมผัส และรสชาติ

‘เบลนด์ข้าว’ เคล็ดลับการผสมข้าวเพื่อหาสูตรกินสนุกจากข้าวหลายชนิด

2. จัดสมดุลปริมาณข้าวและจำแนกประเภท สิ่งสำคัญมากคือการคำนึงถึงกายภาพของข้าวแต่ละกลุ่ม โดยแบ่งเป็น 3 กลุ่มใหญ่ ๆ

‘เบลนด์ข้าว’ เคล็ดลับการผสมข้าวเพื่อหาสูตรกินสนุกจากข้าวหลายชนิด
‘เบลนด์ข้าว’ เคล็ดลับการผสมข้าวเพื่อหาสูตรกินสนุกจากข้าวหลายชนิด

ปริมาณที่แนะนำระหว่างการทดลองทำ ควรเทียบเป็นสัดส่วน เช่น ¼ หรือ ½ เป็นต้น เพื่อค้นหาสัดส่วนที่ชอบ

นอกจากคำนึงถึงข้าวแต่ละประเภทแล้ว ยังต้องคำนึงถึงข้าวเก่า ข้าวใหม่อีกด้วย การนับอายุของข้าว ยึดเดือนเก็บเกี่ยวเป็นหลัก ข้าวนาปี ข้าวใหม่ของแต่ละฤดูกาลมีอายุ 1 ปี พอข้าวจากปีถัดไปถูกเก็บเกี่ยวมาจำหน่าย ข้าวใหม่ของปีก่อนก็จะกลายเป็นข้าวเก่า

เวลาขายหรือซื้อต้องถามเดือนและปีที่เก็บเกี่ยว ถ้าเราเห็นทั่วไปในฉลากข้าวที่ทับด้วยปีถัดไปที่ข้าวอยู่ในตลาด เช่น ข้าวเหนียวหอมคนึงนิตย์ที่เกี่ยวในเดือนธันวาคม พ.ศ. 2565 จะเรียกว่าข้าวใหม่ปี 65/66 จนเมื่อถึงเดือนธันวาคม พ.ศ. 2566 ก็จะกลายเป็นข้าวเก่า 

แต่ถ้าในมุมของคนกินข้าวอย่างเรา ๆ ข้าวใหม่คือข้าวที่เพิ่งเกี่ยวใหม่จากนา มาพร้อมความนุ่มและหอมฟุ้ง เต็มไปด้วยคุณค่าทางอาหาร สรรพคุณทางยา เมล็ดข้าวขาวใส จมูกข้าวยังติดอยู่กับเมล็ด เวลาซาวข้าวน้ำค่อนข้างใสและหุงไม่ค่อยขึ้นหม้อ ข้าวใหม่เหมาะกับการทำข้าวต้ม

ส่วนข้าวเก่าคือข้าวที่เก็บไว้นานค้างปี เมล็ดข้าวมีสีขาวขุ่น มีรอยหักเล็กน้อย เวลาซาวข้าวน้ำจะขาวขุ่น หุงขึ้นหม้อ เมล็ดข้าวไม่ติดกันเพราะมียางข้าวน้อยและแข็งกว่าข้าวเก่า จึงเหมาะกินกับแกง เพราะข้าวไม่เละ ทำข้าวผัดหรือข้าวแช่ 

3. ควบคุมปัจจัยต่าง ๆ ทั้งน้ำ ความร้อน เวลา และอุปกรณ์ที่ใช้ 

สิ่งสำคัญคือปริมาณน้ำ ซึ่งจะส่งผลให้ข้าวที่ออกมานั้นสุกพอดี แข็งร่วน หรือแฉะ นอกจากนี้ยังปรับเปลี่ยนได้จากขนาดของอุปกรณ์ ความร้อน และเวลา จึงไม่มีสูตรตายตัว ควรบันทึกเพื่อปรับปรุง

4. เทคนิค เราหุงข้าวผสมได้ 2 แบบ

‘เบลนด์ข้าว’ เคล็ดลับการผสมข้าวเพื่อหาสูตรกินสนุกจากข้าวหลายชนิด

แบบแรกคือ คำนวณสัดส่วนตั้งแต่เริ่ม แล้วหุงรวดเดียวให้จบเลย ข้อดีคือหุงรวดเดียวสะดวก ส่วนข้อเสียคืออาจสุกไม่เสมอ และสีของข้าวเจือปนกัน

การใส่ข้าวสีอ่อนให้มาก ใส่ข้าวสีเข้มให้น้อย เลี่ยงการผสมข้าวที่สีใกล้เคียงกัน และหากใช้หม้อแรงดัน ยิ่งทำให้ข้าวสุกเสมอได้ดีขึ้น

‘เบลนด์ข้าว’ เคล็ดลับการผสมข้าวเพื่อหาสูตรกินสนุกจากข้าวหลายชนิด
‘เบลนด์ข้าว’ เคล็ดลับการผสมข้าวเพื่อหาสูตรกินสนุกจากข้าวหลายชนิด

แบบที่สองคือ หุงแยกข้าวที่ละชนิดให้สุกตามอุณหภูมิแล้วนำมาผสมกันทีหลัง ข้อดีคือข้าวสุกเสมอ ผสมสีข้าวได้ตามใจชอบ แต่ข้อเสียคือใช้เวลามาก และต้องหมั่นเช็กจังหวะสุกของข้าว

ถ้าใช้วิธีนี้จะสามารถเลี่ยงการตกสีของข้าวสีเข้มและสีใกล้เคียงกัน ทำให้เลือกผสมสีได้ตามใจได้ข้าวออกมาสวยน่าทาน

รู้จักข้าวแต่ละชนิดก่อนหุงผสม สร้างสูตรอร่อยจากแบบไม่ให้เหลือเศษ

5. การเก็บ การอุ่น และการนำข้าวไปใช้

ถ้าเราหุงข้าวออกมาไปทางแข็ง แนะนำใช้ทำข้าวผัดและแช่แข็งได้ นำมาผัดอีกครั้งยิ่งอร่อย

ถ้าเราหุงข้าวออกมาไปทางแฉะ ใช้ทำโจ๊กหรือข้าวต้ม

ถ้าเราค้นพบสัดส่วนที่เหมาะหุงได้พอดิบพอดี ใช้เป็นข้าวสวยกินปกติ

รู้จักข้าวแต่ละชนิดก่อนหุงผสม สร้างสูตรอร่อยจากแบบไม่ให้เหลือเศษ
รู้จักข้าวแต่ละชนิดก่อนหุงผสม สร้างสูตรอร่อยจากแบบไม่ให้เหลือเศษ

ส่วนหนึ่งการข้าวผสมกันลักษณะนี้ก็เกิดจากการลองผิดลองดู จดบ้างไม่จดบ้าง

แล้ววันหนึ่ง เชื่อว่าข้าวที่เรากินอยู่ทุกวันจะกินสนุกขึ้น อร่อยขึ้นกว่าที่เคย คงคุณค่าทางสารอาหารขนานไปพร้อมกับการให้คุณค่ากับชาวนาและผืนดิน

ที่สำคัญ ได้กินข้าวหมดเกลี้ยง ไม่หลงเหลือข้าวก้นถุง ไปถึงเจ้าตัวมอดอีกด้วย เพราะเรากินต่างกัน จึงเกิดความหลายหลายในการกิน อีกทั้งข้าวก็เติบโตและพัฒนาไปกับเรา

ที่ Rice Acadamy บอกไว้ว่า ‘ข้าวคือชีวิต’ ทุก ๆ เดือนกรกฎาคมจะเปิดให้สมัครไปดำนา มีโอกาสก็ไปเยี่ยมทุ่งนา ซึ่งเป็นครูของทุกคนครับ

‘เบลนด์ข้าว’ เคล็ดลับการผสมข้าวเพื่อหาสูตรกินสนุกจากข้าวหลายชนิด

หากอยากรู้หลักการเบลนด์ข้าวเป็นเรื่องเป็นราว Rice Academy ออกแบบกระบวนการร่วมกับร้านอาหารไทยร่วมสมัย AKKEE โดยครั้งนี้จะใช้ข้าวแถบอีสานหลากหลายชนิด หุงผสมกับ Noritake โมจิบาร์เล่ย์ของญี่ปุ่น ครั้งนี้คอมโบคูณสองความสนุก โดยลุงรีย์ควงแขนกับเจ้าภาพสถานที่ slowcombo จัดงานเบลนด์ข้าวเป็นพิเศษขึ้นมา เปิดรับสมัครถึงสิ้นเดือน ต.ค. นี้ โดยคัดเลือก 20 คนจากฝีมือการลงครัวเบลนด์ข้าว และส่งเมนูมาประกวดกัน

ติดตามรายละเอียดกิจกรรมได้ที่นี่

Writer & Photographer

Avatar

ลุงรีย์

เกษตรกรฮิปปี้ เมืองกรุง เป็นคนขี้เสียดาย ทำงานเกี่ยวกับการจัดการขยะเศษอาหาร ชอบเลี้ยงไส้เดือน และเป็นพ่อบ้านใจกล้า

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load