การลุกขึ้นมาแก้ไขปัญหาหรือเปลี่ยนแปลงสังคมในวัยมหาลัยฯ สำหรับใครหลายคนคงมองว่าเป็นเรื่องยากหรืออาจจะทำไม่ได้เลย โดยเฉพาะการทำเพื่อคนอื่น เพื่อส่วนรวม หรือเพื่อสังคม ที่มักจะเป็นเรื่องยากและทำให้คนที่อยากยื่นมือเข้าไปแก้ไขหมดกำลังใจลงได้ง่ายๆ

ทักษะสำคัญอย่างหนึ่งที่เราคิดว่าคนรุ่นใหม่ควรมีคือการเป็นนักเล่าเรื่องที่ดีไม่ว่าคุณจะสนใจประเด็นไหน อยากแก้ไขปัญหาอะไร หรือเป็นใครก็ตาม การเป็นนักเล่าเรื่องที่ดีจะทำให้สารหรือปัญหาที่คุณอยากเล่าเข้าถึงคนได้มากขึ้น

The Hero Season 3 คือโครงการที่สนับสนุนโดยสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) The Cloud และ School of Changemakers เปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ได้นำเสนอแนวความคิดที่เป็นนวัตกรรมสร้างสรรค์มาปรับใช้เพื่อประโยชน์ในการพัฒนาสังคม

The Hero Season 3

The Hero Season 3 The Hero Season 3 The Hero Season 3 The Hero Season 3

ในปีนี้ The Hero Season 3 ได้ค้นหาทีมคนรุ่นใหม่หรือนักศึกษาระดับมหาวิทยาลัยที่มีไอเดียใหม่ มีความคิดสร้างสรรค์อยากเปลี่ยนแปลงสังคม ให้ได้มีโอกาสพัฒนาไอเดีย เรียนรู้ทักษะในการสร้างการเปลี่ยนแปลงและการเป็นนักสื่อสาร ผ่านการลงมือทำโครงการจริง ด้วยการสนับสนุนด้านข้อมูลจากการจัดกิจกรรม ‘Storytelling4Change workshop series’ เวิร์กช็อปกับ 4 วิทยากรผู้มีประสบการณ์ในการเป็นนักเล่าเรื่องที่จะมาให้ข้อมูล เครื่องมือ และความรู้ ในการริเริ่มโครงการหรือกิจการเพื่อสังคม ได้แก่ ปรารถนา จริยวิลาสกุล นักสร้างแบรนด์อิสระจาก B+ a plus, ทรงกลด บางยี่ขัน บรรณาธิการบริการเว็บไซต์ The Cloud, ประสิทธิ์ วิทยสัมฤทธิ์ จาก ชูใจ กะ กัลยาณมิตร ครีเอทีฟเอเจนซี่, ชนัญญา เตชจักรเสมา เจ้าของ YouTube Channel : Point of View และมีโค้ชผู้เชี่ยวชาญด้านงานเพื่อสังคมคอยจาก School of Changemaker คอยให้คำปรึกษาตั้งแต่การริเริ่มโครงการ ให้การสนับสนุนเงินทุนตั้งต้น เพื่อให้เข้าถึงโอกาสต่างๆ ในการขยายผลโครงการต่อไปในอนาคต

มาดูกันว่านักศึกษาทั้ง 10 ทีมที่เข้าร่วมโครงการในปีนี้ เขามีไอเดียสนุกๆ อะไรกันบ้างในการแก้ไขปัญหาที่พวกเขาพบเจอมา และพวกเขาจะสื่อสารหรือใช้เครื่องมืออะไรที่ทำให้เข้าถึงใจคนฟังได้บ้าง

 

The Hero Season 3

Problem

เด็กๆ ไม่กล้าคุยกับผู้ปกครองเรื่องการเรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัย ขาดความมั่นใจ ไม่มีข้อมูลสนับสนุน และไม่รู้วิธีสื่อสารกับผู้ปกครอง

 

Hero Solution

The Accepted เป็นโครงการที่พูดเรื่องการสื่อสารระหว่างเด็กระดับมัธยมปลายที่ต้องเลือกเส้นทางเดินชีวิตของตนเองร่วมกับผู้ปกครอง แต่ยังขาดความเข้าใจซึ่งกันและกัน ทำให้ไม่สามารถสนับสนุนความต้องการของบุตรหลานได้เท่าที่ควร จนอาจก่อให้เกิดปัญหาภายในครอบครัวตามมา

ประเด็นสำคัญที่ทีมพบมาคือ เด็กที่ไม่กล้าพูดคุยกับผู้ปกครองและไม่รู้จะสื่อสารกับผู้ปกครองอย่างไรดี โครงการนี้จึงอยากชวนเด็กระดับมัธยมปลายหรือเทียบเท่าเข้าอบรมเชิงปฏิบัติการเพื่อทบทวนเป้าหมายชีวิต และเรียนรู้วิธีการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ สามารถกลับไปพูดคุยเรื่องการเรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัยกับผู้ปกครองได้อย่างเปิดใจ

 

ทีม Ready Set Grow!

สมาชิก ปาฏิหาริย์ มาตสะอาด และ ธนพงษ์ พึ่งธรรม

ตามไปดูผลงานได้ที่ Ready Set Grow

 

The Hero Season 3

Problem

คนไข้ในโรงพยาบาลต้องรอขั้นตอนในการจ่ายยาเป็นเวลานาน เพราะโรงพยาบาลขนาดเล็กและขนาดกลางขาดแคลนเครื่องนับเม็ดยา


Hero Solution

ปัจจุบันมีคนไข้เข้ารับบริการในสถานพยาบาลเพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้การบริการเกิดความล่าช้า ห้องจ่ายยามีภาระการจ่ายยาสูง และเจ้าหน้าที่ประสบปัญหาในการจ่ายเม็ดยา ซึ่งสอดคล้องกับผลสำรวจของกรมการแพทย์พบว่า ในปี 2553 คนไทยใช้ยาแผนปัจจุบันและยาแผนโบราณปีละ 47,000 ล้านเม็ด หรือเฉลี่ยวันละ 128 ล้านเม็ด ซึ่งเครื่องนับเม็ดยาจะมีใช้เฉพาะในโรงพยาบาลใหญ่เท่านั้น เพราะนำเข้าจากต่างประเทศและมีราคาแพงหลักแสนบาท

โครงการนี้จึงได้ออกแบบและพัฒนาเครื่องนับเม็ดยาอัตโนมัติให้มีคุณภาพตรงความต้องการให้โรงพยาบาลขนาดเล็กและขนาดกลางจัดซื้อได้ เพื่อนำมาใช้บริการคนไข้ได้อย่างมีประสิทธิภาพและให้บริการได้รวดเร็วยิ่งขึ้น

 

ทีม APC.UP

สมาชิก พิพัฒน์พงศ์ ธิอินโต และ ศราวุฒิ คำปัญญา

สถานศึกษา มหาวิทยาลัยพะเยา

 

The Hero Season 3Problem  

อาสากู้ภัยขาดประสบการณ์และตื่นตระหนกกับสถาการณ์เร่งด่วน ทำให้การทำ CPR ขาดประสิทธิภาพ


Hero Solution
 

จากประสบการณ์การเป็นอาสากู้ภัยของสมาชิกในทีม พบข้อมูลสำคัญว่ามีอัตราเพียงร้อยละ 10 เท่านั้นที่ผู้ประสบเหตุรอดชีวิตจากการทำ CPR (การปั้มหัวใจด้วยมือ) สาเหตุหนึ่งมาจากอาสากู้ภัยตื่นเต้นกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ขาดทักษะและประสบการณ์ ส่งผลให้ทำ CPR ได้ไม่ดีเท่าที่ควร

โครงการนี้จึงออกแบบและพัฒนาเครื่อง CPR GUIDE  ขึ้นเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการช่วยฟื้นคืนชีพด้วยการให้จังหวะในการกดหน้าอก เพื่อเป็นตัวช่วยสำหรับหน่วยกู้ภัยในการทำ CPR ได้ถูกจังหวะและมีประสิทธิภาพ

 

ทีม CPR GUIDE

สมาชิก สฤษดิ์ จุลมุสิก และ วุฒิชัย ลังกาพินธ์

สถานศึกษา มหาวิทยาลัยพะเยา

ตามไปดูผลงานได้ที่ ALIVE for LIFE

 

The Hero Season 3Problem

คนไข้ที่ต้องการเข้ารับบริการทันตกรรมไม่ทราบถึงการรับบริการฟรีจากนักศึกษาทันตแพทย์ และนักศึกษาทันตแพทย์ขาดแคลนคนไข้มาเป็นเคสเพื่อการศึกษา


Hero Solution

จากผลสำรวจสภาวะช่องปาก ปี 2554 พบว่าคนไทยประมาณ 80% มีโรคในช่องปาก และมีน้อยกว่า 20% ที่เข้าถึงบริการทางทันตกรรม ซึ่งสอดคล้องกับข้อมูลของจำนวนนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ปี 2557 ที่เข้ารับบริการทางทันตกรรมกับโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติมีเพียง 11% ของนักศึกษาทั้งหมด ในขณะเดียวกันคลินิกทันตกรรมนักศึกษา ซึ่งดำเนินการโดยนักศึกษาทันตแพทย์ยังมีศักยภาพในการให้บริการทางทันตกรรมได้ประมาณ 100 ครั้งหรือประมาณ 25 คนต่อสัปดาห์ โครงการ Toothzle จึงเกิดขึ้นมาเพื่อรองรับการเข้าถึงบริการทันตกรรม โดยออกแบบและพัฒนาเว็บไซต์เพื่อให้คนไทยรับรู้สิทธิ์ เข้าถึงและได้รับบริการทางทันตกรรมได้มากขึ้น

 

ทีม Shile

สมาชิก สูงกฤษฏิ์ พจน์มนต์ปิติ, กฤตเมธ ชีรนรวนิชย์, ศิวนาถ โปษยาอนุวัตร์ และ วรรณรักษ์ สุทธิรักษา

สถานศึกษา คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ตามไปดูผลงานได้ที่ Toothzle

 

The Hero Season 3Problem

การรอรถและการขึ้นรถของนิสิตไม่เป็นระเบียบ ทำให้เดินทางไปเข้าเรียนไม่ตรงเวลา


Hero Solution
 

โครงการ Up Bus App มุ่งจัดการกับปัญหาเรื่องการรอรถและการขึ้นรถของนิสิตภายในมหาวิทยาลัยพะเยาที่ไม่เป็นระเบียบ และทำให้เข้าเรียนไม่ทันเนื่องจากรอรถเป็นเวลานาน

โครงการจึงพัฒนาและปรับปรุงการให้บริการในรูปแบบของการสร้าง Application และวิธีการแก้ไขปัญหาอย่างหลากหลาย เช่น  ทดลองการจัดระเบียบการยืนรอรถ เสนอแนวทางแก้ไขต่างๆ กับมหาวิทยาลัย เพื่ออำนวยความสะดวกแก่นิสิตและทุกคนที่ใช้บริการรถโดยสารได้สะดวกและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

 

ทีม UP Smart Bus

สมาชิก สมยศ ศรีคำ, ปุญญวัชร์ วงศ์ใจคำ, นิรชา สุขแท้ และ ศราษินีท์ ศรีอานันแม่สาย

ตามไปดูผลงานได้ที่ UPsmartbus

 

The Hero Season 3Problem

นักศึกษาที่เรียน 3 ภาคการศึกษาไม่มีแนวทางในการบริหารเวลา และไม่มีเครื่องมือที่ช่วยในการจัดการเวลาอย่างมีประสิทธิภาพ


Hero Solution
 

มหาวิทยาลัยส่วนใหญ่ในประเทศไทยปรับหลักสูตรการศึกษาเป็นแบบไตรภาค คือ 1 ปีการศึกษาจะมี 3 เทอม แต่ละเทอมจะมีการเรียนการสอน 3 เดือน ซึ่งเมื่อเทียบกับระบบแบบเก่าแล้ว จะเห็นว่านักศึกษาต้องเรียนเร็วขึ้นและสอบไวขึ้นกว่าเดิม ส่งผลให้นักศึกษาไม่สามารถแบ่งเวลาการเรียนและการทำกิจกรรมได้มีประสิทธิภาพ ตัวผู้จัดทำโครงการเองก็เคยประสบปัญหาดังกล่าว จึงเห็นความสำคัญของการบริหารจัดการเวลา และได้ออกแบบและพัฒนาแพลนเนอร์ ‘SMUN Note’ ขึ้น โดยคำว่า SMUN Note มีแนวคิดมา จาก ‘Smart + Fun’ การรู้จักการใช้แพลนเนอร์จะช่วยจัดการบริหารเวลาให้สนุกและฉลาดเพื่อให้นักศึกษาจัดการเวลาได้อย่างมีประสิทธิผลที่สุด

 

ทีม D SUT Team

รายชื่อสมาชิก สุขธิดา วาตรีบุญเรือง, วนิดา หอมขจร, วิมลสิริ ขันติวงศ์ และ ฤทธิไกร พักดี

สถานศึกษา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี

ตามไปดูผลงานได้ที่ SMUN Planner

The Hero Season 3Problem

น้องๆ ในพื้นที่ห่างไกลขาดแคลนสื่อการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับช่วงวัย


Hero Solution
 

โครงการสร้างคุณค่า สร้างความคิด สร้างจิตสาธารณะ ของ T-change for Child เป็นโครงการที่ทำขึ้นเพื่อช่วยเหลือน้องๆ บนดอยที่ขาดแคลนทั้งสื่อและอุปกรณ์การเรียน

ซึ่งพวกเขาสร้างคุณค่าโดยการนำหนังสือหรือชีตสรุปที่ไม่ได้ใช้มาบริจาคกับทางโครงการเพื่อส่งไปให้น้องๆ หรือผู้ที่ขาดแคนในพื้นที่ต่างๆสร้างความคิดให้น้องๆ ที่ขาดแคลน ต้องเป็นส่วนหนึ่งในการหารายได้เพื่อนำเงินไปซื้อของตามความจำเป็นและจัดทำสื่อไว้ใช้ได้เอง และสร้างจิตสาธารณะ โดยรับอาสาสมัครคือนักศึกษา เป็นผู้ผลิตสื่อและช่วยจำหน่ายสินค้าจากฝีมือน้องๆ และมีกิจกรรม Trick 1 minute talk เพื่อเป็นการจัดทำสื่อการกุศลโดยมีการจัดทำวิดีโอ เทคนิคต่างๆ เวลา 1 นาที โดยมีดารา นักร้อง ผู้เชี่ยวชาญ และ อาจารย์ร่วมกิจกรรมดังกล่าวและผู้ที่สนใจทั่วไปสามารถร่วมกิจกรรม โดยพิมพ์ #TchangeforChild ลงช่องทางต่างๆ

 

ทีม T-Change for Child

รายชื่อสมาชิก อนินท์ญา ขันขาว, มัชมีย์ แมเราะ และ สุกฤษดิ์ นาราต๊ะ

สถานศึกษา มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

ตามไปดูผลงานได้ที่ T-Change for Child

 

The Hero Season 3Problem

วิถีของชุมชนมีความเป็นปัจเจกมากขึ้น ขาดกิจกรรมที่ได้มีปฏิสัมพันธ์กัน

Hero Solution

โครงการ Organic Herb Soap อยากเห็นคนในชุมชนหันมาพูดคุยและช่วยเหลือกัน ผ่านกลไกขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจ ด้วยการนำต้นทุนชุมชนมาผลิตเป็นสินค้า สร้างรายได้ สร้างปฏิสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน โดยทางโครงการจะเริ่มต้นจากชุมชนกำแพงทองพัฒนาและตลาดน้ำคลองบางหลวง ซึ่งอยู่ใกล้กับมหาวิทยาลัยสยาม นำสมุนไพรที่มีในชุมชนมาแปรรูป ผลิตเป็นสบู่ ส่งเสริมช่องทางการตลาดและการจัดจำหน่าย ช่วยให้คนในชุมชนที่มีรายได้น้อยเข้าร่วมโครงการแล้วมีรายได้เพิ่มขึ้น 10 – 20% และจัดตั้งกลุ่มอาชีพเพื่อให้คนในชุมชนต่อยอดและดำเนินการเองต่อได้

 

ทีม Future forever

รายชื่อสมาชิก กุลพสุ นวนแป้น, พัณณิตา แก้วบุญจันทร์, อรปรียา ศักดาพิสุทธิ์ และ จุฑาภักษ์ ปืนแก้ว

สถานศึกษา มหาวิทยาลัยสยาม

 

The Hero Season 3


Problem

นักศึกษาขาดความรู้ความเข้าใจเรื่องเพศ และการป้องกันอย่างเหมาะสม

Hero Solution

จากการสำรวจของโครงการพบว่าในมหาวิทยาลัยมีนักศึกษาจำนวน 280 คนจาก 10,000 คน ท้องไม่พร้อมหรือตั้งครรภ์ก่อนวัยอันควร และติดเชื้อจากการมีเพศสัมพันธ์ โครงการนี้จึงเห็นปัญหาที่นักศึกษาขาดความรู้ความเข้าใจเรื่องการใช้ถุงยางอนามัยอย่างถูกต้อง ไม่กล้าเข้าไปมีปฏิสัมพันธ์กับคนขายโดยตรง และประมาทในการมีเพศสัมพันธ์ โครงการตู้ดูดดื่มจึงอยากลดปัญหาด้วยการทำสื่อโฆษณาเพื่อสร้างความเข้าใจ จัดอบรมเชิงปฏิบัติการเพื่อเรียนรู้วิธีใช้ถุงยางอนามัยอย่างถูกต้อง และสร้างโมเดลต้นแบบตู้ดูดดื่มเพื่อจัดจำหน่ายถุงยางอนามัยควบคู่กับผลิตภัณฑ์ทั่วไป เพื่อลดความเขินอาย ตระหนักถึงการมีเพศสัมพันธ์อย่างปลอดภัย มีทัศนคติใหม่ในการพกและใช้ถุงยางอนามัยอย่างถูกวิธี

 

ทีม Yan Whang (ยันหว่าง)

รายชื่อสมาชิก กานตะรัชต์ มิลินทสูตร, พงษ์ธาดา โชคศิริวรรณา, ดวงกมล เนียมนำ และ ปรียาวีฒ์ รุ่งรัตนไชย

สถานศึกษา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร

The Hero Season 3


Problem

เด็กวัยรุ่นไม่รู้ว่าเป้าหมายชีวิตของตัวเองคืออะไร และไม่รู้วิธีการค้นหาตัวเอง


Hero Solution

WAY OUT โครงการที่จัดดอบรมเชิงปฏิบัติการเพื่อชวนเด็กระดับมัธยมปลายวางเป้าหมายชีวิต โดยเริ่มต้นจากการทำความเข้าใจและรู้จักตนเองมากขึ้น สำรวจความคิด ความรู้สึก และสิ่งที่ต้องการในอนาคต ศึกษาตัวอย่างการวางแผนชีวิต ลองเขียนเป้าหมายและวางแผนชีวิตด้วยตนเอง กิจกรรมดังกล่าวจะช่วยให้เด็กมัยธยมปลายมีความพร้อมต่อการใช้ชีวิตในอนาคตมากยิ่งขึ้น มีแนวทาง ไม่พลาดโอกาสดีๆ ในชีวิต

 

ทีม โต๊ะแบบ 4 ที่นั่ง (Type A)

รายชื่อสมาชิก พราวพิไล รุ่งเรืองสาคร, นภทีป์ รู้กิจนา และ อธิพัฒน์ มูลเชื้อ

สถานศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

Writer

The Cloud

นิตยสารออนไลน์ที่เล่า 3 เรื่องหลักอย่าง Local, Creative Culture และ Better Living ส่งเนื้อหารายวัน แต่เสิร์ฟความประณีตแบบนิตยสารรายเดือน

Little Big People

เรื่องราวของเหล่าคนตัวเล็กผู้มุ่งมั่นเปลี่ยนแปลงโลกใบนี้ให้ดีขึ้น

NANA Coffee Roasters คาเฟ่ย่านบางนา คือสถานที่พูดคุยของเราในวันนี้ บรรยากาศโล่งโปร่ง รายล้อมด้วยสีขาวสะอาด ตัดกับความเขียวขจีของแมกไม้ มีกลิ่นหอมฟุ้งของกาแฟอบอวลชวนฝัน

และมีต่างหูยาวระย้า ที่คาดผมดอกไม้อลังการ กระโปรงบานสีฟ้าพลิ้วไหว กระเป๋าถือในคราบโทรศัพท์โบราณ พร้อมรอยยิ้มกว้างเป็นมิตร

ไม่ต้องมองหาให้เมื่อยคอ เธอคือ จอย-ณัฐกาญจน์ เด่นวณิชชากร เจ้าของธุรกิจ Joy Ride บริการดูแลพร้อมรับส่งผู้สูงอายุไปหาหมอ ไม่ผิดแน่ 

จอยเริ่มด้วยการบอกตามตรงว่าเธอชื่นชอบ The Cloud มาก และมักจะเข้ามาพูดคุยบนเพจของเราเสมอ วันนี้ ถึงตา The Cloud เป็นฝ่ายเข้าหาเธอ เรานั่งลง สนทนา ถามไถ่เรื่องราวในชีวิตจอยด้วยความยินดีอย่างยิ่ง

อาจเป็นเพราะกฎแห่งแรงดึงดูด, เธอว่า

หรืออาจเป็นเพราะสิ่งที่เธอทำมันมีทั้งคุณค่าและความหมาย, เราเห็นเช่นนั้น

หากไม่เชื่อ ขอโฆษณาให้ฟังสักเล็กน้อย 

Joy Ride รถรับส่งผู้สูงอายุของสาวหมดไฟที่ไม่ใช่แค่พาไปหาหมอ แต่ดูแลดุจหลาน บริการดุจลูก
Joy Ride รถรับส่งผู้สูงอายุของสาวหมดไฟที่ไม่ใช่แค่พาไปหาหมอ แต่ดูแลดุจหลาน บริการดุจลูก

ถ้าคุณเป็นคนที่เคยเลื่อนนัดหมอเพราะลูกหลานไม่ว่างพาไป จำต้องพลาดกิจกรรมบางอย่างเพราะไม่มีคนไปด้วย หรือไม่มีใครอยู่รอในวันที่ต้องผ่าตัดครั้งใหญ่ เรามีข้อเสนอดี ๆ มาให้

ก่อนอื่น นี่ไม่ใช่โฆษณาชวนเชื่อ แต่เป็นโฆษณาบริการรถรับจ้าง

และนี่ก็ไม่ใช่แค่รถรับจ้างธรรมดา แต่เป็นรถที่จอดรอคุณทั้งวัน มีโชเฟอร์ที่เป็นทั้งคนขับ คนช่วยพยุง คนคุยเล่นเป็นเพื่อน คนสื่อสารกับหมอ โดยมีการเตือนคุณให้กินยา และแวะเวียนมาหาพร้อมของฝากเป็นบริการหลังการขาย 

สตาร์ทอัพของอดีตพนักงานเงินเดือนหมดไฟ ที่หันมาเอาดีด้านการดูแลผู้สูงอายุราวกับคนในครอบครัว 

นี่เป็นแค่เสี้ยวหนึ่งของ Joy Ride เท่านั้น

Joy to the World

จากจังหวัดยะลา ใต้สุดของประเทศ จอยขึ้นมาจบการศึกษาจากคณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เพราะฝันอยากเป็นนักเขียนบท 

หากว่างจากการเรียน เธอมักจะเป็นอาสาสมัครเลี้ยงเด็กตามบ้านเด็กอ่อน และคอยช่วยเหลือค่ายศิลปะ Art for All เกือบทุกปี เป็นศิลปะสำหรับเด็ก 5 ประเภท คือ หูหนวก ตาบอด พิการทางรางกาย พิการทางสมอง และเด็กปกติ 

จอยบอกว่าตัวเองไม่เคยออกนอกลู่นอกทาง มีชีวิตขาวสะอาดมาก ถึงขั้น “โคตรอินโนเซนส์”

เธอจึงตัดสินใจกลับไปอยู่ใต้อีกครั้งที่ภูเก็ต บ้านเกิดของแม่และยาย คิดว่าคงได้ประสบการณ์มาเขียนบทเป็นกอบเป็นกำ แต่กลับจับพลัดจับผลูมาทำงานการตลาด ในตำแหน่ง Marketing Officer ถือเป็นจุดเปลี่ยนที่หนึ่งของชีวิต

จุดเปลี่ยนที่สอง เกิดขึ้นในวัย 25 ปี เมื่อเธอกลับมาทำงานที่กรุงเทพฯ ด้วยการเป็น Brand Manager ของบริษัทเกี่ยวกับภาพยนตร์ นำพาให้เธอได้เติบโตบนเส้นทางนักการตลาดในหลายแวดวงเรื่อยมา จนถึงวันที่มีเงินเดือนแตะแสนบาท 

แต่เธอไม่จอยสมชื่อ จอยเต็มไปด้วยความทุกข์ หลังวิกฤตโควิดเข้ามาได้ 1 ปี

“มีความกดดันในที่ทำงาน จากเป็นคนที่เจ้านายรักมาก กลายเป็นหมาหัวเน่า เริ่มนั่งอยู่ดี ๆ ก็อยากร้องไห้ ขับรถก็ร้องไห้

“เริ่มโทรไปคุยกับแม่ว่า หม่าม้า ลูกจะเป็นคนที่ล้มเหลวไหมถ้าลูกจะขายบ้าน ขายรถที่กรุงเทพฯ ขายทุกอย่างเลย แล้วกลับไปอยู่ยะลา ลูกไม่มีความสุขในชีวิต รู้สึกแย่มาก”

เธอตัดสินใจไปพบแพทย์ วันนั้นเองที่จุดเปลี่ยนครั้งสำคัญได้ถือกำเนิดขึ้น

เรื่องแรก เป็นไปตามคาด หมอวินิจฉัยว่าจอยเป็นโรคซึมเศร้า เธอนั่งปล่อยโฮกลางโรงพยาบาล

เรื่องต่อมา ขณะที่น้ำตายังคงไหล เธอมองเห็นคนแก่ กำลังพาคนที่แก่กว่า และป่วยกว่าไปพบแพทย์

“ทำไมลูกหลานไม่พามา” เสียงในหัวเธอดัง คิดถึงเรื่องเล่าจากเพื่อนที่มีแม่เป็นมะเร็ง ต้อง Follow-up ทุก ๆ 3 เดือน แต่เจ้านายกลับไม่ให้ลาหยุด 

จอยกินยาคลายเครียดเม็ดแรกในชีวิต 

วันอาทิตย์เธอปรึกษาในกลุ่มมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และการฝากร้าน ว่า จะทำธุรกิจรับจ้างพาผู้สูงอายุไปหาหมอ ปรากฏว่ามีคนสนับสนุน ให้ความสนใจเยอะมาก 

จอยยื่นจดหมายลาออกในเช้าวันจันทร์ 

เธอทำโลโก Joy Ride ให้คนในกลุ่มเลือกอีกครั้ง เธอจด Trademark จดทะเบียนเว็บไซต์ เปิดเฟซบุ๊ก จด Domain Name ทั้งหมดเกิดขึ้นภายในเวลา 1 เดือน 

Joy Ride รถรับส่งผู้สูงอายุของสาวหมดไฟที่ไม่ใช่แค่พาไปหาหมอ แต่ดูแลดุจหลาน บริการดุจลูก

Test Drive

ไอเดียแรกของธุรกิจนี้คือบริการดูแลพร้้อมรับส่งผู้สูงอายุ แต่ลูกค้าคนแรกที่โทรเข้ามา คือขอให้เธอช่วยรับกลับจากโรงพยาบาลสนาม เพราะเพิ่งหายจากโควิด แม้จอยจะขอใช้เวลาคิด แต่เธอก็โทรกลับไปตอบว่า “ได้ค่ะ”

จอยสวมเสื้อกันฝนแทนชุด PPE เปิดหน้าต่าง ปิดแอร์ สวมหน้ากากอนามัย 2 ชั้น พร้อมถุงมือและหมวก แม้จะเป็นงานแรกที่เธอยังจับต้นชนปลายอะไรไม่ได้มาก แต่ลูกค้าคนแรกของเธอก็กลับถึงบ้าน พร้อมเขียนรีวิวชื่นชมเธอยกใหญ่ จุดประกายให้ (อดีต) มาร์เก็ตติงสาว คิดแคมเปญขึ้นมาเล็ก ๆ ว่า Welcome home พาคุณกลับบ้าน ไปหาบ้านที่คุณรัก และคนที่คุณคิดถึง คอยรับจ้้างส่ง (อดีต) ผู้ป่วยโควิดตลอดทั้งเดือน 

กระนั้น จากที่เคยได้เงินเดือนแตะแสนบาท กลับกลายเป็นได้กำไร 200 บาทในเดือนแรก เพราะต้องซื้อชุด เครื่องพ่นแอลกอฮอล์ เครื่องฟอกอากาศ จ่ายค่าน้ำมัน ค่าทางด่วน ฯลฯ ทำให้เธอทบทวนความตั้งใจของตัวเองใหม่ จนเกือบจะล้มเลิก

“ประมาณเดือนตุลาคม ช่วงลูกค้าน้อย ๆ เราได้เจอลูกค้าเป็นคุณแม่ท้อง ทั้งเดือนแทบจะอยู่ได้เพราะคนนี้เลย เขาถามว่า พี่จอย คิดจะทำ Joy Ride ไปถึงเมื่อไหร่ หนูอยากให้พี่จอยดูแลหนูกับลูกไปจนลูกบวชนะ” 

แม้จอยจะฟังแล้วแอบร้องไห้เงียบ ๆ แต่คำตอบที่ดังที่สุดคือเธอจะทำทุกวิถีทางให้ธุรกิจนี้ไปต่อให้ได้

และ Joy Ride ที่มีสมาชิกเพียง 6 คนในตอนนั้น ก็ได้รู้จักกับคำว่า สตาร์ทอัพ

จอยร้อยเวที

จอยกลับสู่วงการการตลาดจนได้ แต่เป็นการทำ Pitch Desk โมเดลธุรกิจไปขอทุนตามองค์กรต่าง ๆ ซึ่งไม่เคยผ่านเลย เพราะไม่มีประสบการณ์การทำธุรกิจมาก่อน แต่ทุกครั้งที่ถูกปฏิเสธก็คล้ายจะเป็นการบังคับให้เธอกลับมาหาความรู้เพิ่ม

“เราทำบริการนี้ เพราะเราอยากทำบริการนี้ เราไม่ได้สนใจว่ามันจะเป็นธุรกิจที่เติบโต ผู้สูงอายุเป็นเทรนด์ได้ ไม่รู้ ตลาดผู้สูงอายุเป็นยังไง ไม่รู้ ไม่ทำการบ้าน และถึงแม้เราจะไม่ได้ทุน แต่กรรมการจะบอกว่า เราขาดอะไร 

“ทำให้เราเกิดการพัฒนา เราเป็นตัวช่วยแก้ปัญหาให้กับสังคม เป็นแพลตฟอร์มที่สร้างรายได้ให้กับคน อยู่ ๆ เราก็มีความคิดเหมือนกับเจ้าของกิจการ เราต้องดูแลทีมงานของเราให้ดี เขาจะได้ไปดูแลคนอื่นได้ดี ฉะนั้น ต้องมีกำไรในการบริหาร 

“จากได้เงินเดือนละ 20,000 กำไร 200 วันนี้เราโตขึ้น 10 เปอร์เซ็นต์ มีพนักงานเกือบ 20 คน และกำลังจะได้เงินหลายแสนบาท”

Joy Ride รถรับส่งผู้สูงอายุของสาวหมดไฟที่ไม่ใช่แค่พาไปหาหมอ แต่ดูแลดุจหลาน บริการดุจลูก

ไม่เพียงผู้สูงอายุเท่านั้นที่ใช้บริการได้ จอยเล่าว่า ลูกค้ากลุ่มรองลงมาเป็นคุณแม่ตั้งครรภ์ จนถึงรอรับกลับหลังคลอดลูกวันแรก นอกจากนี้ ยังมีกลุ่มผู้พิการที่ไม่ใช่แค่พาไปโรงพยาบาล แต่ยังพาไปทำกิจกรรมอื่น ๆ ที่ต้องการคนดูแล เช่น ไปเที่ยว ไปดูหนัง ไปงานรับปริญญาตัวเอง อีกหนึ่งกลุ่มที่เราว่าน่าสนใจดี คือกลุ่มสาวโสดอายุ 30 – 40 ปี อาจเป็นเพราะเห็นตัวเองในอนาคต 

กลุ่มนี้ส่วนมากจะต้องการใครสักคนเป็นเพื่อน หรืออยู่เฝ้ารอหน้าห้องผ่าตัด เป็นวัยที่คงไม่ไขว่คว้าหาความช่วยเหลือเท่าไหร่ และกำลังใจอาจเป็นของหายากมากที่สุด อย่างน้อยในวันที่ไม่รู้ว่าชีวิตจะดีหรือร้าย การมีคนรอคอยการกลับมาก็มีค่าเหลือเกิน

“ตอนที่ติดต่อเรามาครั้งแรกเหมือนเป็นคนแปลกหน้า แต่หลังจากที่เราให้บริการ เขาก็มองเราไม่เหมือนเดิม เราเป็นลูกรับจ้าง หลานจำเป็น ในยามที่คุณจำเป็นต้องมีใครสักคนหนึ่งเป็นเพื่อนคอยดูแล” จอยย้ำความตั้งใจ

Easy ไม่ Scary

เชื่อว่าหลายคนคงอยากรู้แล้วว่า บริการรถรับจ้างที่เราโฆษณาไว้ตั้งแต่ต้นจะพิเศษขนาดไหน 

งานของ Joy Ride แตกต่างจากรถสาธารณะทั่วไปตรงที่เธอไม่ได้ส่งแค่ถึงปลายทาง แต่ครอบคลุมตั้งแต่ก่อนเจอลูกค้า วันที่ไปพบแพทย์ จนถึงหลังกลับจากพบแพทย์ ขอเล่าง่าย ๆ ตามเวลา ดังนี้

ก่อนเจอลูกค้า

“ถ้าพรุ่งนี้ต้องไปรับลูกค้า วันนี้จะโทรไปสวัสดีค่าคุณแม่ น้องแอนเขาให้หนูไปรับพรุ่งนี้ 6 โมงเช้า คอนเฟิร์มนะคะ เราจะถามลูกตั้งแต่ก่อนไปแล้วว่าคุณแม่คุณพ่อชอบฟังเพลงอะไร บางคนบอกชอบ The Ghost Radio บางคนบอกชอบธรรมะ ลูกบางคนส่งเพลย์ลิสต์มาให้เปิดเลย 

“ขึ้นรถมา คุณแม่เพลงเสียงดังไปรึเปล่า เย็นไหม ร้อนไหม ในรถมีขนม เครื่องดื่ม ทิชชู เตรียมอุปกรณ์สำหรับคนแก่ บางทีหาหมอเสร็จแล้วหิว จะได้มีอะไรกินเล็ก ๆ น้อย ๆ มันจะไม่เหมือนนั่งรถโดยสาร แต่ขึ้นมาแล้วเหมือนได้นั่งรถหลานสาว”

Joy Ride รถรับส่งผู้สูงอายุของสาวหมดไฟที่ไม่ใช่แค่พาไปหาหมอ แต่ดูแลดุจหลาน บริการดุจลูก

วันที่ไปพบแพทย์

“เราพาพ่อแม่ไปโรงพยาบาลยังไง ก็ทำแบบนั้นแหละ พาไปห้องหมอ คิดแทนว่าถ้าเกิดว่าหมอบอกแบบนี้ เราจะต้องถามอะไรหมอ รับยา เจาะเลือด ระหว่างนี้ก็ต้องคอยรายงานลูกเป็นระยะ ๆ 

“เอกลักษณ์ของ Joy Ride คือการที่ลูกหลานจะรู้สถานะตลอด ออกจากบ้านแล้วค่ะ รับบัตรคิวแล้วค่ะ กำลังพากลับบ้านค่ะ และจะได้อ่าน Report ประจำวันด้วย เช่น วันนี้คุณหมอบอกว่ายาที่ให้ไปครั้งที่แล้วกินแล้วมวนท้อง ต้องกินก่อนอาหารครึ่งชั่วโมง และเน้นให้คุณแม่ทำกายภาพ ค่าตับ ค่าคอเลสเตอรอล ยังอยู่ในเกณฑ์ปกติ ซึ่งทีมงานผู้ชายที่รับมาล่าสุด เขียนมาประมาณ 4 หน้าพร้อมรูปประกอบ เป็นไฟล์ PDF เราตกใจมาก เขาทำงานละเอียด ดีกว่าเราด้วยซ้ำ” 

หลังกลับจากพบแพทย์ 

“ถ้าเป็นลูกค้าฉีดวัคซีนก็จะทักไปถามว่า แม่คะ เมื่อคืนที่ฉีดวัคซีนเป็นยังไงบ้าง ปวดเนื้อปวดตัวไหม แล้วสมมติว่า มีนัดครั้งต่อไปเมื่อไหร่ก็จะโทรไปหาลูกว่า อาทิตย์หน้าคุณพ่อมีนัดนะคะ จะพาไปเองหรืออยากให้ทีม Joy Ride ไปรับเหมือนเดิม”

แต่แน่นอน ลำพังขับรถให้ผู้สูงอายุก็ต้องระมัดระวังมากอยู่แล้ว ยิ่งเป็นผู้โดยสารที่กำลังเจ็บไข้ได้ป่วย ยิ่งต้องคำนึงถึงความปลอดภัยมากเป็นพิเศษ สิ่งสำคัญในการขับรถของ Joy Ride จึงประกอบไปด้วย 

หนึ่ง ขับให้ช้าเข้าไว้ เคารพกฎหมายจราจรอย่างเคร่งครัด 

สอง ให้ระวังเรื่องคำพูดมาก ๆ เพราะผู้โดยสารทุกคนเปราะบางทางอารมณ์ และเธอจะไม่ถามคนที่นั่งเบาะหลังว่าทำไมลูกสาวถึงไม่ว่าง จนกว่าเจ้าตัวจะเล่าออกมาเอง 

สาม ต้องมีความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับโรคต่าง ๆ พอสมควร เป็นประโยชน์ต่อการควบคุมอาหารในแต่ละมื้อ 

และข้อสุดท้าย สำคัญที่สุด

“ต้องระวังตัวเราเอง เราเพิ่งเป็นนิ่วเพราะมัวแต่ดูแลคนอื่น ไม่กล้าทิ้งลูกค้า ต้องเข้าโรงพยาบาล แอดมิตครั้งแรกในรอบ 20 ปี”

นอกเหนือจากงานบริการที่ละเอียดลออเป็นพิเศษแล้ว สิ่งที่โดดเด่นดึงจุดสนใจ และคงไม่ถามไม่ได้ คือการแต่งตัวของเธอที่จัดหนักจัดเต็มทุกครั้ง 

จอยบอกว่าเป็นความชอบส่วนตัว บวกกับการสวมหน้ากากทำงานร่วมกับผู้สูงอายุที่ไม่ค่อยมีมือถือ มักเกิดปัญหาคุณตาคุณยายจำเธอไม่ได้ หากสวมกระโปรงบานสีฟ้า มีเครื่องหัวอลังการแบบนี้ คงไม่มีทางจำผิดคนเป็นแน่

“บางคนเขาจำเราไม่ได้ มีคุณยายคนหนึ่งเรียกเรา ยัยปุ๊กลุ๊ก เวลาไปติดต่อ คุณหมอ พยาบาล การเงิน จากที่หน้าหงิกหน้างอก็ยิ้มเลย การที่ต้องทำงานกับผู้ป่วยมันคือการทำงานกับความทุกข์ของคน แล้วเราได้เอาความสดใสเล็ก ๆ ไปทำให้เขามีความสุข คนแรกที่มีความสุขก็คือตัวเราเอง” เราพยักหน้าคล้อยตาม และมีความสุขเป็นคนถัดมา

Joy Ride รถรับส่งผู้สูงอายุของสาวหมดไฟที่ไม่ใช่แค่พาไปหาหมอ แต่ดูแลดุจหลาน บริการดุจลูก
Joy Ride รถรับส่งผู้สูงอายุของสาวหมดไฟที่ไม่ใช่แค่พาไปหาหมอ แต่ดูแลดุจหลาน บริการดุจลูก

Please mind the gap between you and your mom

งานบริการส่วนใหญ่คงอยากให้ลูกค้าแวะเวียนกลับมาใช้ซ้ำ แต่งานบริการดูแลพร้อมรับส่งผู้ป่วยของจอย จำเป็นต้องมีลูกค้าประจำรึเปล่า – เราถามด้วยความสงสัย

“เวลาส่งลูกค้าถึงบ้าน เราไม่เคยบอกว่า เดี๋ยวเจอกันใหม่นะคะ เราจะบอกว่า ขอให้สุขภาพแข็งแรง แล้วก็ไม่ต้องไปโรงพยาบาลบ่อย ๆ แต่ถ้ามีความจำเป็น ก็ขอให้นึกถึงจอย”

ที่เป็นเช่นนั้น เพราะจอยเปรียบธุรกิจของเธอเป็นสะพานเชื่อมระหว่างครอบครัวกับโรงพยาบาล เพราะลูกไม่ได้มาด้วย และหมอก็ไม่ได้รู้ว่าที่บ้านคนแก่อยู่ยังไง 

นั่นคือความตั้งใจแรก

พอทำไปทำมา ดูเหมือนสะพานที่ว่า จะเป็นการเชื่อมครอบครัวเข้าหากันเสียมากกว่า เมื่อลูกต้องเติบโตเป็นผู้ใหญ่ แต่พ่อแม่กลับกลายเป็นเด็กอีกครั้ง

“บางครั้งเราไปรับลูกค้า แล้วแม่บ่นปวดขามากเลย รองเท้าแตะเนี่ยสึกหมดแล้ว แต่ไม่กล้าบอกลูก เกรงใจลูกต้องไปซื้อ เราก็ทำทีบอกลูกสาวว่า แอบได้ยินมาว่าคุณแม่อยากได้รองเท้า เผื่อว่าจะซื้อเป็นของขวัญให้ เรามักจะได้ข้อมูลที่คุณพ่อคุณแม่อัดอั้นตันใจ 

“ต่อให้รวยแค่ไหน ฐานะพร้อมยังไง ทุกครอบครัวจะมีช่องว่างเล็ก ๆ เสมอ ผู้สูงอายุต้องการคนรับฟัง อยากรู้สึกว่าเขามีคุณค่า ไม่ใช่ไม้ใกล้ฝั่งที่มองเห็นเพื่อน ๆ ค่อย ๆ จากไปแล้วคิดว่าเมื่อไหร่จะถึงคิวเขา มันไม่ใช่แค่เรื่องร่างกาย แต่มันคือจิตใจด้วย”

“เคยมีผู้ป่วยระยะสุดท้ายที่ต้องการทำธุรกรรม เราเจอเขาแค่ครั้งเดียวเองนะ เมื่อถึงวาระสุดท้าย เราก็ไปส่งเขา คราวนี้เป็นการเดินทางแบบ One-way ที่ไม่ต้องเข้าโรงพยาบาลอีก ก็ดีใจที่เรามีส่วนทำให้เขาหมดห่วงในช่วงสุดท้ายของชีวิต”

และใช่ว่าตัวเธอห่วงใยเฉพาะผู้สูงอายุ จอยมองว่าธุรกิจของเธอเข้ามาตอบโจทย์ลูกหลานที่อยากดูพ่อแม่ แต่เวลาคือก้างชิ้นใหญ่ที่กลืนไม่ลงท้อง หลายคนกลัวเสียโอกาส ขาดรายได้ ในยุคที่เศรษฐกิจยากจะเอาแน่เอานอน ลูกหลานจึงเป็นอีกคนที่ต้องการกำลังใจไม่น้อยไปกว่ากัน

“รู้ไหม 95 เปอร์เซ็นต์ของคนที่โทรมาจองเราเป็นผู้หญิง ทำให้เห็นว่าผู้หญิงเป็นเดอะแบกของครอบครัว ถึงแม้ลูกสาวจะแต่งงานออกเรือนไปแล้ว มีลูกเล็กที่ต้องเลี้ยงดู มีสามีที่ต้องดูแล มีงานที่ต้องทำ แต่ลูกสาวยังต้องดูแลพ่อแม่

“เช่น คนที่คุณแม่ทำคีโมแต่ว่ายังไม่ตอบสนอง เราต้องให้กำลังใจคนเป็นลูก ไม่ใช่แค่คนป่วย”

Joy Ride รถรับส่งผู้สูงอายุของสาวหมดไฟที่ไม่ใช่แค่พาไปหาหมอ แต่ดูแลดุจหลาน บริการดุจลูก

A bundle of Joy

ในช่วงต้น จำได้ไหมว่าจอยใช้ชีวิตอยู่ที่ภูเก็ต 2 ปีหลังเรียนจบ นอกจากจะอยู่เพื่อทำงาน ดำน้ำ ตามหาประสบการณ์ชีวิต จอยยังค้นพบบางสิ่งที่เคยมองข้าม และทำให้จุดเริ่มต้นที่แท้จริงของ Joy Ride อาจไม่ใช่แค่ปีก่อน แต่เป็นเมื่อ 10 ปีก่อนหน้านั้น 

เรารู้เพราะถามเธอว่าเริ่มมีความรู้สึกอยากดูแลผู้สูงอายุตั้งแต่เมื่อไร เธอตอบออกมาพร้อมน้ำเสียงสั่นเครือใน 10 นาทีแรกที่เราสนทนากัน

จอยบอกว่าเธอกลับไปอยู่ภูเก็ตเพราะยาย

“เราอยากกลับไปภูเก็ตเพื่อดูแลยาย ตอนนั้นแค่คิดว่าอยากรู้จักยายมากกว่าเจอตอนปิดเทอมแค่ 5 วัน เพราะรู้สึกว่าเราเป็นหลานที่ยายไม่รู้จัก เราได้รู้ว่ายายชอบอะไร หาเวลาหยุดเพื่ออยู่กับเขา แต่ยายเราโคตรแข็งแรงเลย พึ่งเสียเมื่อ 2 ปีที่แล้ว

“จนมาทำ Joy Ride มันทำให้เราถามตัวเองว่า แล้วเราเคยดูแลคนในครอบครัว ดีเท่าเราดูแลพ่อแม่คนอื่นบ้างไหม เอาตรง ๆ เราเคยพาพ่อแม่ไปหาหมอแค่ครั้งเดียว เพราะว่าอยู่คนละที่ และในฐานะที่เราเป็นลูกหลาน มันไม่เคยมีคำว่าพอสำหรับการทำให้คืนกลับไป” 

จากนั้นคาเฟ่กลางกรุงก็กลายเป็นบ่อน้ำตาของเธอ หลังจอยอธิบายว่าทำไมแนวคิดลูกรับจ้าง หลานจำเป็น ถึงได้สมจริงถึงเพียงนี้

“เคยมีคนบอกเราว่า มีที่ไหนทำงานแล้วทีมงานได้เงินมากกว่าตัวเอง หรือธุรกิจแบบนี้อีก 10 ปีก็ไม่รวย เป็นอาชีพใช้แรงงานที่ได้เงินวันละ 500 บาท หากินกับคนแก่ คนป่วย คนพิการ บริการดุจญาติมิตรแต่คิดตังค์ 

“เราก็เสียใจนะ แต่คนที่เข้าใจเรามีมากกว่าคนไม่กี่คนที่ไม่เข้าใจ ก็เลยมองข้ามมาได้ เลิกคิดจะเลิกแล้วเอาเวลามาคิดว่าทำยังไงให้มันอยู่รอดได้ดีกว่า”

Joy Ride รถรับส่งผู้สูงอายุของสาวหมดไฟที่พาผู้สูงอายุ คนท้อง ผู้พิการ สาวโสด ไปหาหมอ ทำธุระส่วนตัว แบบเพื่อนสนิท คู่คิด และลูกหลาน

แม้วันนี้เธอจะยังร้องไห้ง่าย ๆ อยู่ แต่เธอก็ปาดน้ำตาเร็วขึ้น หลังเห็นจอยเปลี่ยนแปลงเป็นคนที่เข้มแข็ง เราถามเธอต่อว่า มีเรื่องราวของพนักงานคนไหนไหมที่เปลี่ยนจากหลังมือเป็นหน้ามือเหมือนเธอ 

จอยเล่าเรื่องน้องสาวแท้ ๆ ให้เราฟังเล็กน้อยเป็นคำตอบ 

จากวันแรกที่มองว่าเป็นงานที่ตรงกันข้ามกับตัวเองโดยสิ้นเชิง ปัจจุบันจอยเหมือนได้น้องสาวคนใหม่ ที่มีความคิดความอ่าน อ่อนโยน เป็นมิตร เมตตาคนอื่น และรักตัวเองมาก 

จะดีแค่ไหนถ้าพนักงานทุกคนรู้สึกคล้ายกัน Joy Ride เป็นธุรกิจที่อยู่กันแบบครอบครัว และตอนนี้บรรดาญาติสนิทมิตรสหายของเธอกำลังขยายใหญ่ขึ้น มีผู้สมัครเข้าร่วมทีมมากกว่า 1,000 คน รอคิวส่งต่อความปรารถนาดี พร้อมแรงสนับสนุนจากสังคมอีกมากมาย เชื่อว่านอกจากศักยภาพของธุรกิจ ความคิด และตัวตนของจอยก็น่ายกย่อง

“สิ่งที่ดีที่สุดคือการที่เรามีความรู้สึกหมดไฟ เพราะถ้าเราไม่รู้สึก เราก็คงเป็นพนักงานออฟฟิศ นั่งทำงานเดิม ๆ ยังคงซึมเศร้าและร้องไห้ แต่ถ้าวันนั้นเราตัดสินใจกระโดดลงมาจากชั้น 4 ของห้องประชุม เราก็คือคนที่ไม่เห็นคุณค่าของชีวิตตัวเอง สิ่งที่เราทำคือตรงกันข้าม

“ปีที่แล้วเรายังเป็น Marketing Manager เงินเดือนแสนบาท วันนี้อาจจะขาดทุนในบางเดือน แต่ทุกวันมันคือกำไรชีวิต 

“ผ่านไป 1 ปี Joy Ride ก็เหมือนต้นไม้ที่ต้องรดน้ำ พรวนดิน ใส่ใจเยอะ ๆ มันอาจจะไม่มีลูกผลให้เรากินในวันนี้ แต่อย่างน้อยมันก็ยังมีดอกให้เราเห็น” 

หลังคุยกันมาเนิ่นนาน ไม่รู้เหมือนกันว่าต้องรออีกแค่ไหนกว่าลูกผลของ Joy Ride จะงอกงาม แต่เราหวังอย่างยิ่งว่าจอยจะยังยืนหยัดทำสิ่งนี้ จนถึงวันที่เด็กน้อยคนนั้นออกบวช วันที่เราชวนเธอไปเที่ยวตอนอายุ 40 ปีได้ วันที่ผู้พิการสามารถทำกิจกรรมอื่น ๆ ได้อีกมากมาย และไม่ว่าเส้นทางจะยากสักแค่ไหน เราเชื่อว่าจอยคงมีคนรอบข้างคอยให้กำลังใจ ประหนึ่งสมาชิกในครอบครัวโดยไม่ต้องเสียเงินจ้างสักบาทแน่นอน

Joy Ride รถรับส่งผู้สูงอายุของสาวหมดไฟที่พาผู้สูงอายุ คนท้อง ผู้พิการ สาวโสด ไปหาหมอ ทำธุระส่วนตัว แบบเพื่อนสนิท คู่คิด และลูกหลาน

Joy Ride Thailand

Website : joyridethailand.com/

Facebook : Joy Ride Thailand รถรับส่งพาผู้สูงอายุไปหาหมอ

Writer

ชลลดา โภคะอุดมทรัพย์

นักอยากเขียน บ้านอยู่ชานเมือง ไม่ชอบชื่อเล่นที่แม่ตั้งให้ มีคติประจำใจว่าอย่าเชื่ออะไรจนกว่าหมอบีจะทัก รักการดูหนังและเล่นกับแมว

Photographer

ณัฎฐาจิตรา ชินารมย์รัตน์

ช่างภาพที่ชอบการแต่งตัว อยู่กับเสียงเพลงและหลงรักในความทรงจำ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load