16 กรกฎาคม 2562
13 K

ไม่ไกลจาก BTS แบริ่ง มีโครงการดาดฟ้า ลาซาล พื้นที่สาธารณะที่ต้องการเพิ่มพื้นที่สีเขียวและตลาดรวมของคุณภาพให้คนทุกระดับมีสุขภาพที่ดี ภายในอาคารโครงเหล็ก 2 ชั้นสลับต้นไม้น้อยใหญ่แห่งนี้ ประกอบด้วยร้านอาหาร คาเฟ่ ฟิตเนส ที่เจ้าของคัดสรรมาแล้วว่าดี หนึ่งในนั้นคือ ‘happening library’ ร้านกาแฟที่พกแนวคิด Content Cafe ที่ไม่เพียงเสิร์ฟกาแฟ แต่เสิร์ฟเรื่องราวที่ดีสู่ชุมชน นี่คือการรวมตัวระหว่าง happening shop ของ วิภว์ บูรพาเดชะ บรรณาธิการนิตยสาร happening และ พลวิทย์ เภตรา เจ้าของร้านกาแฟไล-บรา-รี่ 

Happening Library คอนเทนต์คาเฟ่ที่เสิร์ฟทั้งกาแฟและศิลปะผ่านธีมเหมือนนิตยสาร

“คาเฟ่เปิดเยอะมาก เราไม่อยากเปิดเป็นร้านกาแฟอีก 1 ร้านขึ้นมาเฉยๆ แต่อยากสร้างอะไรให้สังคมด้วย เราทั้งคู่ชอบศิลปะ เราเลยคิดว่าอยากให้คนเข้าถึงงานศิลปะได้ง่ายขึ้น” 

ด้วยความตั้งใจเสิร์ฟพื้นที่ศิลปะสู่ชุมชนของทั้งคู่ ที่นี่จึงกลายเป็นที่มาของแนวความคิด Content Cafe คาเฟ่ที่มีธีมประจำเดือนคล้ายนิตยสาร หยิบเนื้อหาด้านศิลปะที่น่าสนใจมาเสนอผ่านอีเวนต์เล็กๆ ชวนศิลปินมาพูดคุย และจัดตลาดตามธีมทั้งภายในร้านและลานว่างด้านนอก มีสินค้าที่ทีมงาน happening คัดสรรมาแล้ว และเมนูที่ครีเอตขึ้นมาใหม่เป็นพิเศษจากไล-บรา-รี่ ซึ่งจะเปลี่ยนต้อนรับธีมนั้นๆ ด้วย

Happening Library คอนเทนต์คาเฟ่ที่เสิร์ฟทั้งกาแฟและศิลปะผ่านธีมเหมือนนิตยสาร

01

happening

happening เป็นสื่อที่พูดเรื่องศิลปะและบันเทิง อยู่ทั้งบนเว็บไซต์ หน้าแมกกาซีน พ็อกเก็ตบุ๊ก งานคราฟต์ แผ่นเสียง ดนตรี ฯลฯ นี่คือสิ่งที่ happening ถนัด

ส่วน happening shop เป็น Selected Shop ที่คัดสารพัดของกระจุกกระจิกจากดีไซเนอร์และแบรนด์เล็กๆ มานำเสนอความเป็น happening ให้ลูกค้าเสพ และเป็นอีกช่องทางในการสนับสนุนศิลปะของเขา

Happening Library คอนเทนต์คาเฟ่ที่เสิร์ฟทั้งกาแฟและศิลปะผ่านธีมเหมือนนิตยสาร
Happening Library คอนเทนต์คาเฟ่ที่เสิร์ฟทั้งกาแฟและศิลปะผ่านธีมเหมือนนิตยสาร

โครงการดาดฟ้า ตั้งอยู่ในชุมชนที่มีคนหลากหลายแบบ ต่างจากหอศิลป์ที่ผู้แวะเวียนมาชมร้านเป็นวัยรุ่นและขาจรที่มาเดินแกลเลอรี่ สินค้าที่ทีม happening คัดสรรมาเสนอชุมชนจึงมีความอบอุ่นสไตล์ครอบครัวมากกว่า เช่น กรอบรูป หนังสือเด็ก เสื้อผ้าเด็ก จานชาม และเครื่องเขียน ไม่เพียงเท่านั้น วิภว์และทีมตั้งใจหมุนเวียนสินค้าเพื่อให้ลูกค้าประจำของ happening library ได้เห็นอะไรใหม่ๆ อยู่เสมอ 

Happening Library คอนเทนต์คาเฟ่ที่เสิร์ฟทั้งกาแฟและศิลปะผ่านธีมเหมือนนิตยสาร

“เราไม่รู้ว่าแบรนด์ของแต่ละคนจะไปได้ไกลแค่ไหน แต่เราชอบที่เขาทำ เรามีความสุขที่ได้เห็นคนทำงานศิลปะ อาจไม่ใช่อะไรยิ่งใหญ่มาก เป็นแค่โปสการ์ดเล็กๆ แต่มันตอบโจทย์ เราเชื่อว่าศิลปะอยู่ใกล้ตัวจริงๆ” เจ้าของรอยยิ้มตาหยีดูเป็นมิตรเล่า 

เสน่ห์ของบรรยากาศใน happening shop ที่หอศิลปกรุงเทพฯ ยังมีอยู่ใน happening library เช่นเดียวกับโคมไฟดวงสีเหลืองทรงกลมที่ห้อยเรียงรายเป็นจุด หลายจุด ซึ่งกลายเป็นเอกลักษณ์ของ happening ไปแล้ว

02

ไล-บรา-รี่

ไล-บรา-รี่ คือร้านกาแฟมาดเข้มแต่อบอุ่นที่มักเปิดร่วมกับพื้นที่สาธารณะ ทั้งพื้นที่สร้างสรรค์งานศิลป์อย่าง Warehouse 30, The Jam Factory หรือพื้นที่สีเขียวอย่าง Naiipa Art Complex แม้แต่สาขาล่าสุดเขาก็ยังคงเลือกพื้นที่ที่เป็น Public Space อย่างในย่านลาซาล 

“เราชอบพื้นที่แบบนี้ เลยคิดว่าไม่ได้อยากเปิดเป็นร้านกาแฟอย่างเดียว เราอยากทำให้เป็นพื้นที่ที่มีเอกลักษณ์ มีงานศิลปะ ความคิดสร้างสรรค์” เจ้าของร้านกาแฟที่คมเข้มไม่ต่างจากบรรยากาศร้านของเขาพูดขึ้นมา

Happening Library คอนเทนต์คาเฟ่ที่เสิร์ฟทั้งกาแฟและศิลปะผ่านธีมเหมือนนิตยสาร

ความธรรมดาแต่พิเศษของไล-บรา-รี่ คือสิ่งที่เป็มคำนึงถึงเหมือนกาแฟของเขา เขาต้องการนำเสนอความพิเศษของกาแฟไทยในความธรรมดาที่อยากให้ทุกคนเข้าใจได้ง่ายๆ เป็มใช้เมล็ดกาแฟจากบ้านแม่จันใต้ของไทยมาคั่วในหลากหลายระดับให้ทุกคนชิม ใช้ได้ตั้งแต่ระดับกาแฟเย็นหวานมันแบบไทย ไปจนถึงการดื่มด่ำในรสชาติของกาแฟ 

03

happening library

เมื่อร้านเริ่มลงตัว Content Cafe ที่ทั้งสองตั้งใจจะเริ่มเสิร์ฟเนื้อหาสู่ชุมชน บริเวณลานว่างเล็กๆ หน้าร้านมี Art Market ตลาดงานศิลปะจากเหล่าดีไซเนอร์หน้าเก่าและใหม่มาร่วมขายของตามธีม สารพัดงานศิลปะน่ารักในร้านส่วนหนึ่งก็จะหมุนเวียนไปตามธีมที่เปลี่ยนไปเช่นกัน บางเดือนอาจมีดนตรีสดและฉายหนังริมสระเพิ่มสุนทรีย์ให้คนที่มาเดิน ด้านไล-บรา-รี่ เป็มเสริมว่าจะมีเมนูซิกเนเจอร์ตามธีมนั้น เป็นลิมิเต็ดเอดิชันที่ผ่านแล้วผ่านเลย อย่าแอบเสียใจที่ไม่ได้ลองชิม

Happening Library คอนเทนต์คาเฟ่ที่เสิร์ฟทั้งกาแฟและศิลปะผ่านธีมเหมือนนิตยสาร

บางครั้งวิภว์อาจชวนเจ้าของแบรนด์ทั้งแบรนด์ที่มีและไม่มีขายในร้านมานั่งล้อมวงคุยกับทีมงานและลูกค้าของร้าน แลกเปลี่ยนทัศนคติ แนวคิด เกี่ยวกับศิลปะ ชีวิต และธุรกิจเล็กๆ มีโปสการ์ดและตรายางลายพิเศษให้ลูกค้าแสตมป์ หากช่วงไหนเป็นธีมที่เกี่ยวกับหนังสือ ทางไล-บรา-รี่ก็จะคิดเมนูที่ได้แรงบันดาลใจจากหนังสือเล่มนั้นขึ้นภายหลังที่อ่านจบ

สำหรับเรา happening library เป็นนิตยสารในรูปแบบคาเฟ่ วิภว์ใช้สายตาของบรรณาธิการนิตยสารหยิบจับเนื้อหาด้านศิลปะที่น่าสนใจ ส่วนเป็มใช้ความคิดสร้างสรรค์รังสรรค์เมนูใหม่ๆ และเสนอพื้นที่ระหว่าง 2 ร้าน happening library จึงเป็นพื้นที่ที่ให้คนเข้าถึงศิลปะได้ง่ายขึ้น เหมือนนำเนื้อหาใน happening มากางบนโต๊ะให้คนมีส่วนร่วม

Happening Library คอนเทนต์คาเฟ่ที่เสิร์ฟทั้งกาแฟและศิลปะผ่านธีมเหมือนนิตยสาร

happening library

เวลาเปิด-ปิด : 10.00 – 21.00 น. 

สถานที่ : โครงการดาดฟ้าลาซาล ลาซาล 33 กรุงเทพมหานคร 10260

Facebook : happening shop ไล-บรา-รี่

หากใครเริ่มทำงานศิลปะ ไม่ว่าจะตุ้มหู นาฬิกา โปสการ์ด กระเป๋า หรือซีดี ฯลฯ แล้วต้องการพื้นที่นำเสนอและขายงาน สามารถเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งใน happening and friends ได้ที่นี่

Writer

ฉัตรชนก ชัยวงค์

เด็กเอกไทยที่สนใจประวัติศาสตร์ งานคราฟต์ และเรื่องท้องถิ่น เวลาว่างชอบกิน เล่นแมว และชิมโกโก้

Photographer

จิรณรงค์ วงษ์สุนทร

Art Director และนักวาดภาพประกอบ สนใจเรียนรู้เรื่องราวเบื้องหน้าเบื้องหลังของอาหารกับกาแฟ รวบรวมทั้งร้านที่คิดว่าอร่อย และความรู้เรื่องอาหารไว้ที่เพจถนัดหมี และรวมร้านกาแฟที่ชอบไปไว้ใน IG : jiranarong2

Cafe Culture

คาเฟ่แนวคิดดี แตกต่าง และสร้างแรงบันดาลใจ

ร้านน้ำแข็งไสนี้ชื่อว่า ไสใส 

‘ไส’ แรกมาจากคำว่า น้ำแข็งไส 

‘ใส’ ที่สอง ถ้าเปรียบเป็นคำก็น่าจะเป็นคำว่า Honest โปร่งใส แบบ Honest Shaved Ice เป็นการดึงเอาวัตถุดิบมายังไงอย่างนั้น ไม่ต้องปรับปรุงอะไรมาก และเสนอผ่านตัวน้ำแข็งไส เอาทั้งสองมารวมกันจนกลายมาเป็น ‘ไสใส’ นั่นเอง

ฌา-ฬิฌฌา ตันติศิริวัฒน์ เจ้าของร้านน้ำแข็งไสเจ้าใหม่ล่าสุดย่านประตูผี เล่าที่มาของชื่อร้านให้เราฟัง ทำให้จินตนาการถึงแนวคิดคร่าว ๆ ของร้านได้  

ไสใส : ร้านน้ำแข็งไสที่ใช้ความหวานเย็นเป็นตัวเชื่อมวัตถุดิบท้องถิ่นกับคนกิน

ฌาเป็นผู้ก่อตั้ง HATCH goodies แบรนด์ข้าวสายพันธุ์ท้องถิ่นที่ปลูกด้วยวิถีออร์แกนิก ระหว่างเดินทางเพื่อทำเรื่องข้าว เธอได้พบวัตถุดิบท้องถิ่นอีกมากมายที่อยู่ในพื้นที่เดียวกัน 

คอนเซ็ปต์แรกเริ่มของไสใส มาจากอยากทำให้วัตถุดิบท้องถิ่นเป็นที่รู้จัก แล้วทำให้คนสัมผัสกับวัตถุดิบเหล่านี้ได้ง่าย ๆ 

“เราตั้งคอนเซ็ปต์ว่าอยากทำอะไรเกี่ยวกับวัตถุดิบท้องถิ่นที่คนรู้จักบ้าง ไม่รู้จักบ้าง เลยทำพื้นที่ที่เขามาแล้วสัมผัสได้ง่ายขึ้น รู้จักง่ายขึ้น กินง่ายขึ้น ก็เลยออกมาเป็นรูปแบบน้ำแข็งไส ของกินที่เข้าถึงง่าย พูดถึงปุ๊บก็เข้าใจว่าต้องทานยังไง แล้วค่อยปรับเปลี่ยนเครื่องน้ำแข็งไสข้างในเอา ให้ไม่ได้รู้สึกแปลก ใช้น้ำแข็งไสเป็นตัวเชื่อม ออกมาเป็นรูปแบบคล้าย ๆ คาเฟ่”

ฌาทำงานร่วมกับ มิ้นท์-เสาวลักษณ์ กิจวิกรัยอนันต์ เชฟที่เก่งเรื่องขนมหวาน โดยมีจุดหมายเดียวกัน คืออยากผลักดันวัตถุดิบไทยให้เป็นที่รู้จัก

ไสใส : ร้านน้ำแข็งไสที่ใช้ความหวานเย็นเป็นตัวเชื่อมวัตถุดิบท้องถิ่นกับคนกิน

 “ถ้าเกิดเราอยากกินวัตถุดิบอะไรที่เป็นท้องถิ่นจ๋า ๆ จะไม่ค่อยมีร้านที่เข้าถึงง่ายขนาดนั้น อาจต้องไป Chef’s Table หรือไปนั่งทานร้านอาหารที่ค่อนข้างเฉพาะ บางคนจึงรู้สึกว่าเข้าถึงยาก น้ำแข็งไสน่าจะทำให้คนกล้าลองมากขึ้น หรือลองสิ่งที่ดูหน้าตาปกติ แต่พอกินแล้วอาจสงสัยว่าอันนี้คืออะไร พอเริ่มมีคำถามจากรสชาติแล้ว มันก็ต่อยอดจากตรงนั้นได้” มิ้นท์ผู้มีประสบการณ์ครัวร้านไฟน์ไดนิ่งช่วยเสริม

แต่ละเมนูขึ้นอยู่กับวัตถุดิบตามแต่ฤดูกาล ทำให้ทั้งหมดมีเพียงแค่ 4 เมนูยืนพื้น แต่ละเมนูจะหยุดขายเมื่อวัตถุดิบนั้นหมดฤดูกาลไปแล้ว ถ้าอยากกินเมนูเดิมซ้ำอีก ก็อาจจะต้องอดทนรออีกทีปีหน้า 

“เราจะตามใจธรรมชาติระดับหนึ่ง เขามาอย่างนี้ก็ทำอย่างนี้ ไม่ว่าจะด้วยฤดูกาลหรือภัยธรรมชาติก็แล้วแต่ ต้องยอมรับ อาจจะต้องเหนื่อยที่มิ้นท์” ฌาเล่าพร้อมหัวเราะ

ไสใส : ร้านน้ำแข็งไสที่ใช้ความหวานเย็นเป็นตัวเชื่อมวัตถุดิบท้องถิ่นกับคนกิน

หวานจาก เค็มเคย

ผมเริ่มลองชิมแต่ละเมนู ถ้วยแรกชื่อ ‘หวานจาก เค็มเคย’ เป็นเมนูที่สร้างความแปลกใจตรงที่เป็นการผสมกันระหว่างของคาวกับของหวาน มีกุ้งเคยตัวจิ๋วโรยอยู่ด้านบน มีไซรัปน้ำเชื่อมดอกจากที่หอมและหวานละมุน พร้อมด้วยท็อปปิ้งอย่างลูกจากเชื่อม โมจิข้าว ข้าวเม่ามะพร้าวอ่อน รวมเป็นหวานเค็มที่เข้ากันสุด ๆ 

“เมนูนี้คิดมาจากน้ำเชื่อมก่อน เราอยากใช้น้ำเชื่อมที่เป็นความหวานจากธรรมชาติ พอเป็นน้ำเชื่อมจาก ก็จะเชื่อมโยงไปกับลูกจากและตัวเคย หลังจากนั้นก็เอาผลิตภัณฑ์จากข้าวมาใช้ เรามีข้าวเม่าที่คนกรุงเทพฯ ก็ไม่ค่อยได้ทานด้วย เลยดึงมันเข้ามาอยู่ด้วยกัน เหมือนอารมณ์กินข้าวเหนียวหน้ากุ้ง คือ มีมะพร้าว มีข้าว เราทำแป้งข้าวเองอยู่แล้ว ก็เลยทำแบบโมจิข้าว โดยใช้ข้าวพันธุ์พื้นเมืองทำออกมาเป็นเมนูนี้”

ไสใส : ร้านน้ำแข็งไสที่ใช้ความหวานเย็นเป็นตัวเชื่อมวัตถุดิบท้องถิ่นกับคนกิน

สตรอว์เบอร์รี่ บัฟ โยเกิร์ต

เป็นเมนูที่ค่อนข้างเข้าถึงได้ง่าย อร่อย มีความหวานเปรี้ยวพอดี ตัดด้วยโยเกิร์ตนมควายด้านล่าง และมีเท็กซ์เจอร์กรอบ ๆ จากครัมเบิ้ลข้าวเจ้าพันธุ์เวสสันตระ

“มันเป็นฤดูกาลสตรอว์เบอร์รี่ เราก็เลยเอามาใช้ แล้วเราไปเจอเกษตรกรที่ทำนมควายออร์แกนิก ก็เลยเอามาทำโยเกิร์ต อารมณ์แบบสตรอว์เบอร์รี่ชีสเค้ก คนก็น่าจะเข้าถึงง่ายขึ้น ใช้เป็นผลไม้สดปั่นแทนน้ำเชื่อม แต่สตรอว์เบอร์รี่บ้านเราค่อนข้างเปรี้ยวนำ เราก็อาจจะปรุงรสด้วยน้ำตาลจากนิดหนึ่ง ให้กินง่าย”

ไสใส : ร้านน้ำแข็งไสที่ใช้ความหวานเย็นเป็นตัวเชื่อมวัตถุดิบท้องถิ่นกับคนกิน

โตนด แอนด์ บีน

เมนูที่ตาลโตนดเป็นพระเอกจริง ๆ มีน้ำเชื่อมโตนดที่กลิ่นโตนดดีงามมาก ๆ ท็อปด้วยถั่วเหลืองเชื่อม ผงถั่วเหลือง ตัดด้วยถั่วเหลืองคาราเมลไลซ์ที่กรุบกรอบและหอมเบา ๆ และซ่อนด้วยเยลลี่จากน้ำตาลโตนดด้านใน

“เมนูนี้มีใช้น้ำเชื่อมโตนดที่ได้มาจากสงขลา มันมีความหมักค่อนข้างเยอะ มีรสชาติหวานเค็ม แล้วเราก็นึกถึงสิ่งที่จะมาจับคู่กันน่าจะเป็นถั่ว เลยเลือกถั่วเหลืองเชื่อม คล้าย ๆ ถั่วแดงเชื่อมของญี่ปุ่นออกมาเป็นเมนูนี้”

ไสใส : ร้านน้ำแข็งไสที่ใช้ความหวานเย็นเป็นตัวเชื่อมวัตถุดิบท้องถิ่นกับคนกิน
คุยกับ ฌา-ฬิฌฌา ตันติศิริวัฒน์ เรื่องร้านน้ำแข็งไสที่ใช้กุ้งเคย นมควาย น้ำตาลจาก และอีกหลากหลายของท้องถิ่นมาทำขนมคลายร้อน

Roots x ไสใส

ถ้วยนี้มีความพิเศษเพราะทำร่วมกับ Roots ร้านกาแฟที่พยายามผลักดันกาแฟไทย และเป็นร้านที่แชร์พื้นที่ร่วมกันกับไสใสด้วย เลยนึกสนุกแลกเปลี่ยนไอเดียกัน เป็นที่มาของเมนู Roots x ไสใส 

เมนูนี้พิเศษที่ใช้กาแฟที่คัดมาอย่างดีแล้วของ Roots ทำเป็นไซรัปกาแฟและเยลลี่กาแฟ ในถ้วยมีท็อปปิ้งอย่างอื่นอีก เช่น โมจิข้าวที่ให้ความรู้สึกหนุบหนับ ตามด้วยครัมเบิ้ลกระบกหรืออัลมอนด์ป่า ให้ความกรุบกรอบคล้ายอัลมอนด์อบแห้ง ตัดรสด้วยพุดดิ้งนมควายเข้ากันอย่างลงตัว

“เราเปลี่ยนเมนูกันเรื่อย ๆ ด้วยการเล่นสนุกกันของแต่ละเมนูระหว่างไสใสกับ Roots เรามีเมนูที่ทำกับกาแฟของ Roots แล้วเขาก็จะมีเมนูที่ทำจากวัตถุดิบของเราเหมือนกัน”

คุยกับ ฌา-ฬิฌฌา ตันติศิริวัฒน์ เรื่องร้านน้ำแข็งไสที่ใช้กุ้งเคย นมควาย น้ำตาลจาก และอีกหลากหลายของท้องถิ่นมาทำขนมคลายร้อน

Old Town Fizzy

เครื่องดื่มพิเศษที่ Roots ใช้วัตถุดิบท้องถิ่นที่ได้จากไสใส ใช้เก๊กฮวยขาวกับเลม่อนคั้นสด และเติมความหวานด้วยน้ำตาลจากลูกจาก ผสมโซดา เป็นเครื่องดื่มที่ให้ความสดชื่นได้ดีมาก มีรสเปรี้ยวหวานลงตัว เหมาะกับอากาศร้อน ๆ มีเนื้อลูกจากให้เคี้ยวเพลินด้วย 

Yen-Yen Cold Brew

 เป็นน้ำแตงโมสกัดเย็น ผสมนม น้ำตาลลูกจาก และกาแฟ Cold Brew มีพุดดิ้งนมสดผสมเนื้อลูกจากให้เคี้ยววางอยู่ด้านบน

นอกจากน้ำแข็งไสและเครื่องดื่ม ที่นี่ยังเสิร์ฟเค้กที่ทำจากข้าว 100 เปอร์เซ็นต์ โดยใช้ข้าวจากแบรนด์ HATCH goodies พูดได้ว่าผลิตภัณฑ์ทั้งหมดทำมาจากข้าว ไม่ผสมแป้งสาลี คนที่แพ้กลูเตนจึงอร่อยกับทั้งน้ำแข็งไสและขนมได้อย่างสบายใจ

คุยกับ ฌา-ฬิฌฌา ตันติศิริวัฒน์ เรื่องร้านน้ำแข็งไสที่ใช้กุ้งเคย นมควาย น้ำตาลจาก และอีกหลากหลายของท้องถิ่นมาทำขนมคลายร้อน
คุยกับ ฌา-ฬิฌฌา ตันติศิริวัฒน์ เรื่องร้านน้ำแข็งไสที่ใช้กุ้งเคย นมควาย น้ำตาลจาก และอีกหลากหลายของท้องถิ่นมาทำขนมคลายร้อน

ไสใส Saisai

ที่ตั้ง : ถนนมหาไชย แขวงสำราญราษฎร์ เขตพระนคร จังหวัดกรุงเทพมหานคร (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : 12.00 – 00.00 น. (ปิดวันจันทร์)

Facebook : ไสใส Saisai

Instagram : saisai.bangkok

Writers

วิทย์ อนันต์ธนาเกษม

เด็กฝึกงานผู้ยิ้มอ่อนกับทุกสถานการณ์

จิรณรงค์ วงษ์สุนทร

Art Director และนักวาดภาพประกอบ สนใจเรียนรู้เรื่องราวเบื้องหน้าเบื้องหลังของอาหารกับกาแฟ รวบรวมทั้งร้านที่คิดว่าอร่อย และความรู้เรื่องอาหารไว้ที่เพจถนัดหมี และรวมร้านกาแฟที่ชอบไปไว้ใน IG : jiranarong2

Photographer

เธียรสิน สุวรรณรังสิกุล

ปัจจุบันกำลังหัดนอนก่อนเที่ยงคืน

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load