“เจนค่ะ เจนค่ะ หนูชื่อเจน มากับนุ่น และก็มากับโบว์

นุ่นค่ะ นุ่นค่ะ หนูชื่อนุ่น มากับเจน และก็มากับโบว์

บว์ค่ะ โบว์ค่ะ หนูชื่อโบว์ มากับนุ่น และก็มากับเจน”

หลายคนคงคุ้นหูกับเพลง ซุปเปอร์วาเลนไทน์ ที่ถูกนำกลับมาเต้นคัฟเวอร์ใหม่เมื่อต้นเดือน เราว่าต้องมีบ้างที่คุณเผลอฮัม “ลัลลั้ลลา ลัลลัลลั้ลลา มาม้ามา ม้ามามาออกมาเต้น” ต่อท้าย และบางคนก็สลัดเพลงออกจากหัวไม่ได้ จนต้องลุกขึ้นมาอัดคลิปออกลีลาแดนซ์กระจายเพื่อคัฟเวอร์คลิปคัฟเวอร์อีกที เราขอเรียกสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นว่า ‘ปรากฏการณ์’ 

ปรากฏการณ์ที่สร้างเสียงหัวเราะและความบันเทิงจิตใจให้คนทั่วประเทศในช่วงที่ทุกคนกำลังเผชิญวิกฤต

เบื้องหลังปรากฏการณ์เจน นุ่น โบว์ ของ Haiseoul Channel คนทำยูทูบที่เพิ่งดังในปีที่ 9

เราต่อสายถึง ฮาย-พิชญ์พิสิฐฎ์เสฎ โชคชัย เจ้าของแชนแนล Haiseoul Channel คนต้นเรื่องที่หยิบยกเพลงดังเมื่อ 6 ปีก่อน กลับมาร้อง (ลิปซิงก์) เต้น เล่นหูเล่นตา โดยบังเอิญ และไม่คิดว่าคลิปจะดังเป็นพลุแตก เป็นผลให้มีคนกดเข้าไปดูเธอแสดงความสามารถมากถึง 12 ล้านครั้ง และมียอดติดตามเพิ่มขึ้นจากทุกช่องทางรวมกันมากถึงหลักแสน!

ขอชวนคุณทำความรู้จักเธอให้มากกว่าสิ่งที่คุณเห็น น้อยคนจะรู้ว่าเธอทำแชนแนลยูทูบมาตั้งแต่อายุ 16 ตลอดระยะเวลา 9 ปีของคนเบื้องหน้าที่มอบเสียงหัวเราะ ยังมีเบื้องหลังที่ไม่ได้สวยงามมากนักที่เธอต้องเจอ และกระบวนการทำงานตั้งแต่คิดคอนเทนต์ ถ่ายทำ กล้องหนึ่ง กล้องสอง และตัดต่อ เธอทำเองคนเดียว ไม่มีฝาแฝดอย่างที่คนเข้าใจ

ฮายบอกกับเราว่า ความฝันตอนเด็กของเธอคือ ‘คุณครูสอนภาษาอังกฤษ’ เมื่อเวลาล่วงผ่านนับสิบปีความฝันเธอก็เปลี่ยนไป และยินดีที่จะไม่กลับไปสานต่ออาชีพคุณครูสอนภาษาอังกฤษเหมือนที่เธอเคยคิด ฮายหาตัวเองเจอตั้งแต่ช่วงมัธยมต้น เป็นข้อดีให้เธอเลือกเรียนระดับมหาวิทยาลัยได้ตรงตามความตั้งใจ แม้คุณแม่จะอยากให้เธอเป็นหมอก็ตาม

ก่อนจะขึ้นบรรทัดใหม่ ขอสักหน่อยนะ ซุปเปอร์วาเลนไทน์ ซุปเปอร์วาเลนไทน์ เชิญร่วมใจสนุกกันทุกๆ คน

ตอนไหนที่คุณหาตัวเองเจอว่าอยากเป็นอะไร

ถ้าย้อนกลับไปคงเป็นอารมณ์ตุ๊ดเด็ก สมัยก่อนไม่ว่าจะทำอะไรคนก็จะถ่ายวิดีโอแล้วอัปลงยูทูบ เพราะไม่มีแพลตฟอร์มอื่น เราอยากทำบ้างเลยถ่ายคลิปเต้นกับเพื่อนลงไป พอเรียนช่วงมัธยม เริ่มรู้สึกแล้วว่าชอบการตัดต่อ ยิ่งจินตนาการว่าเราถูกยิงแล้วมีเลือดไหลออกมา (เอฟเฟกต์) มันสุดยอดมาก พอรู้ตัวเองว่าอยากทำอะไรก็หาข้อมูลเลย เรียนเองทั้งหมดจากกูเกิล มาจริงจังมากตอนช่วงมอปลาย ตอนนั้นอยากหาแนวทางให้ช่องยูทูบของตัวเองแล้ว ก็เลยเริ่มจากคัฟเวอร์เอ็มวี แล้วก็ทำคลิปที่เราเล่นเองทุกบทบาท นักร้อง แดนเซอร์ พระเอก นางเอก ตัวร้าย เล่นเองคนเดียว ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา คนก็จะจำได้ว่า ถ้าเป็นคลิปของ Haiseoul Channel จะมีอีฮายเล่นเองทั้งหมด 

แล้วช่วงมหา’ลัยเลือกเรียนอะไร

เราจบนิเทศศาสตร์ สาขาสาขาวิทยุและโทรทัศน์ หลายคนคิดว่าเราตัดต่อเก่งเพราะเรียนด้านนี้ แต่ไม่ใช่เลย เราตัดต่อมาตั้งแต่มอต้น เรียนนิเทศฯ เราเอาทฤษฎีและการปฏิบัติบางอย่างมาใช้ในชีวิตมากกว่า เขียนบทเราก็ได้จากตรงนี้

พอเจอตัวเองเร็ว มันดียังไง

ดีหลายอย่างนะ ถ้าย้อนเวลากลับไปจะขอบคุณตัวเอง ตอนนั้นชอบอะไร ตอนนี้ก็ยังชอบอยู่ เราโชคดีที่คุณแม่สนับสนุนทุกอย่าง ความจริงการเรียนของเราดี จะเป็นหมอก็ได้ เพราะแม่อยากให้เป็น แต่เราบอกแม่ว่า ถ้าเกิดฮายเป็นหมอ ต้องปวดหัวตายแน่เลย ฮายไม่ได้อยากเรียน แม่บอกว่าอย่างนั้นก็แล้วแต่เรา พอได้มาเรียนนิเทศฯ เราได้เรียนตรงสาย เป็นสิ่งที่เราชอบอยู่แล้ว จบมาก็มีความสุข เราได้ความรู้จากสิ่งที่ชอบแล้วเอามันมาใช้ในงานของเราได้จริงๆ

เท่าที่ฟังต้องเป็นคนกล้าแสดงออกตั้งแต่เด็ก

เป็นคนขี้อายมาก (ลากเสียง) ถ้าพูดแบบนี้คนจะไม่ค่อยเชื่อ เวลาเราถูกเรียกออกไปตอบคำถามหน้าห้อง จะเหงื่อแตก ปากแห้ง ไม่กล้าเลย แต่ถ้าต้องออกไปพรีเซนต์หน้าห้องแล้วมีเพื่อนยืนอยู่ด้วยจะไม่เป็นอะไร 

พอมาเรียนนิเทศฯ ก็จะมีพาร์ตการแสดง เราเล่นทั้งละคร หนังสั้น งานนิเทศฯ เขาก็จะเรียกใช้อีฮายตลอด มีบางครั้งที่เราจะต้องขึ้นแสดง มันก็ตื่นเต้นนะ แต่พอขึ้นเวทีปุ๊บ สิ่งที่ทำให้หายตื่นเต้นคือเสียงปรบมือ ทุกครั้งเลย

แล้วตอนนี้นิยามตัวเองว่าเป็นอะไร

เราถือว่าตัวเองเป็นคอมเมเดียนบวกกับเอนเตอร์เทนเนอร์ เพราะเราทำให้คนมีความสุข เราไม่ใช่เน็ตไอดอลนะ เน็ตไอดอลในนิยามของเราต้องทำตัวให้เป็นประโยชน์ต่อสังคม เราไม่ได้ทำประโยชน์อะไรต่อสังคม เราแค่เป็นคนหนึ่งที่ทำคลิป ไม่ได้ให้ร้ายใคร เป็นคนสร้างความสุข ไม่ได้เป็นแบบอย่างที่ดี ส่วนตัวเราคิดแบบนี้

เบื้องหลังปรากฏการณ์เจน นุ่น โบว์ ของ Haiseoul Channel คนทำยูทูบที่เพิ่งดังในปีที่ 9

เกือบ 10 ปีในฐานะยูทูบเบอร์ งานพัฒนาหรือเปลี่ยนไปยังไงบ้าง

มันเหมือนขึ้นหลังเสือแล้วลงไม่ได้ งานก่อนหน้านี้ถ้ามันดีแล้ว งานต่อไปจะต้องดีกว่า 

ก่อนเรียนนิเทศฯ ไม่รู้จักเบรกดาวน์ สตอรี่บอร์ด ถ่ายเอ็มวีเราถ่ายเป็นอาทิตย์ ไม่มีการวางแผนจะถ่ายฉากไหนก่อน ไม่มีเดย์ ไม่มีไนต์ ถ่ายเป็นละครหลังข่าวเลย ถ่ายเรื่อยๆ ไม่มีหยุดพัก แต่ตอนนี้รู้แล้วว่ามันถ่ายสลับกันได้

เคยย้อนไปดูงานเก่าของตัวเอง รู้สึกว่าทำไมตอนนั้นเราทำได้แค่นั้น แต่ตอนนั้นเราก็คิดว่าทำดีแล้วนะ ทำดีมากด้วย ส่วนตอนนี้เราคิดว่าเราทำได้ดีในจุดที่ดีที่สุดแล้ว เราคิดว่าถ้าเราทำเอง ถ่ายเอง ตัดต่อเอง แล้วมาดูงานตัวเอง ยิ่งมันยังไม่ถึงจุดที่เราโอเคจะรู้สึกนอยด์และเฟลกับตัวเอง ฉะนั้นเวลาทำคลิปเราคิดว่าต้องให้ดีที่สุด เป็นคนไม่ทำงานลวกๆ

เราเป็นคนทำงานกับใครไม่ได้ ถ้าเกิดเราคิด แล้วให้คนอื่นช่วย จะไม่ได้เลย แต่ถ้าเป็นงานคนอื่น แล้วเราไปช่วย แบบนั้นเราทำได้ เพราะเป็นคนใจร้อน ไม่ค่อยยืดหยุ่น งานจะต้องเป๊ะ เพื่อนเคยบอกว่าเราเป็น Perfectionist เรื่องงาน 

ถ้าหนึ่งถึงสิบก็ต้องหนึ่งถึงสิบ ห้ามสิบเอ็ด ห้ามเก้า ห้ามแปด บอกไว้เท่าไหนคือเท่านั้น 

มีข้อดีของการทำงานคนเดียวมั้ย

ไม่ต้องทะเลาะกับใคร (หัวเราะ) เราเป็นคนคิดงานเอง ถ้ามีปัญหาเกิดขึ้นกับงานเรา เราด่าใครไม่ได้นอกจากตัวเอง เราไม่อยากให้คนไม่ชอบเราเวลาทำงาน กลัวไปวีนคนอื่นหรือทำให้คนอื่นไม่ชอบ ทำงานคนเดียวเลยสะดวกสบายกว่า

วิธีสร้างคอนเทนต์แบบ Haiseoul Channel เป็นยังไง

อยากทำก็ทำ (หัวเราะ) วันนี้อยากลิปซิงก์เพลงนี้ก็ทำเลย อยากเล่นละครเรื่องนี้ก็ทำเลย เราไม่ค่อยทำตามกระแส เพราะทำตามกระแสมีคนทำเยอะแล้ว อย่างช่วง COVID-19 คนจะทำคอนเทนต์แนวนี้เยอะ เราต้องฉีกออกไป

เหมือนตอนคัฟเวอร์ ซุปเปอร์วาเลนไทน์ คนนึกไม่ถึงว่าเราไปเอามาจากไหน มันเริ่มจากเราดูคลิปไปเรื่อยๆ แล้วไปเจอวงซุปเปอร์วาเลนไทน์ รู้จักอยู่แล้ว แต่ไม่เห็นมาสักพัก คนน่าจะชอบ ไม่ได้ตั้งใจถ่ายด้วยซ้ำ เจน นุ่น โบว์ เป็นสิ่งสุดท้ายที่เราคิดว่าจะถ่ายดีมั้ยวะ พอมีเวลาเหลือ ก็ถ่ายสักหน่อยแล้วกัน ตอนถ่ายจริงเราเต้นเป็นนุ่นอยู่ยี่สิบสองเทค

เราถ่ายโบว์สองเทค เพราะโบว์คือตัวเราเลย เจนก็คล้ายเรา แต่นุ่นเราเต้นไม่ได้สักที ทำยังไงให้ตัวเองเต้นเบาวะ ทำยังไงให้เรียบร้อย ถ่ายตั้งแต่ห้าโมงเย็นถึงสองทุ่ม ข้าวก็ยังไม่ได้กิน เลยบอกตัวเองว่าถ้าเป็นนุ่นไม่ได้ก็จะเลิกถ่ายแล้ว

พอพูดแบบนั้นกับตัวเอง เห้ย เราทำได้ ก็เลยออกมาอย่างที่ทุกคนเห็น เราลองย้อนกลับไปดูคลิปยังมีหนวดอยู่เลย

ถ้ารู้ว่าคนดูเยอะขนาดนี้จะโกนหนวด จะรีบตัดชุดใหม่ แล้วแต่งหน้าให้สวย เพราะแต่งหน้าหนึ่งครั้งเราอยากถ่ายให้ได้หลายงาน เราจะวางแผนไว้เลยว่าหนึ่งวันต้องถ่ายงานอะไรบ้าง เราจะเขียนไว้นะ ถ้าไม่เขียนงานจะล่าช้า

เบื้องหลังปรากฏการณ์เจน นุ่น โบว์ ของ Haiseoul Channel คนทำยูทูบที่เพิ่งดังในปีที่ 9

การ Parody ละครของคุณก็สนุกมาก ตีบทแตกทุกเรื่อง

โอ้โห (ลากเสียง) สนุกจริง แต่ละครตอนนี้มันยังยากสำหรับเรา ถ้าเต้น ร้องลิปซิงก์ ถนัดเลย

การทำละครความยาวสองนาที เราซ้อมเป็นอาทิตย์เลยนะ พอรู้แล้วว่าจะเล่นเรื่องอะไร ก็เอาเสียงตัวละครมาแกะข้อความ ต้องเขียนนะคะเราถึงจะจำได้ เป็นคนไม่ชอบพิมพ์ จะเขียนแบ่งคำ แบ่งวรรค ถ้าบทสามบรรทัดต้องเทคเดียวผ่าน มันจะดูแบบ เออได้ว่ะ อารมณ์มันต่อเนื่องด้วย พอจดบทแล้วก็ซ้อมบทให้เข้าปาก แล้วค่อยเริ่มถ่ายจริง

ความยากคือต้องดูรูปปากตัวละคร เขาอ้าปากยังไง ปล่อยปากยังไง หายใจยังไง แล้วเราต้องจำอินเนอร์ด้วย เช่น ถึงคำนี้อีนี่ต้องโกรธแล้ว ถึงคำนี้อีนี่โกรธมาก ถึงคำนี้อีนี่โคตรโกรธ ถึงคำนี้อีนี่ไม่ไหวแล้ว ตาต้องแดง ตาต้องถลึงแล้ว มันต้องจำและจับจุดตรงนั้นให้ได้ เสียงต้องไปด้วยกันกับหน้า ถ้าเสียงโกรธแต่หน้ายังไม่โกรธ อันนี้เริ่มยากแล้ว ยิ่งต้องเล่นเป็นตัวละครผู้ชายก็จะยิ่งเกร็ง เขินตัวเองเหมือนกัน เราจะเล่นเป็นผู้ชายได้หรอวะ (หัวเราะ) 

เบื้องหลังปรากฏการณ์เจน นุ่น โบว์ ของ Haiseoul Channel คนทำยูทูบที่เพิ่งดังในปีที่ 9
เบื้องหลังปรากฏการณ์เจน นุ่น โบว์ ของ Haiseoul Channel คนทำยูทูบที่เพิ่งดังในปีที่ 9
เบื้องหลังปรากฏการณ์เจน นุ่น โบว์ ของ Haiseoul Channel คนทำยูทูบที่เพิ่งดังในปีที่ 9

แล้วการลิปซิงก์คุณฝึกฝนยังไง

ลิปซิงก์เพลงง่ายมาก มันเป็นพื้นฐาน การลิปซิงก์มันอยู่ในตัวทุกคน คนเราต้องมีช่วงที่ใส่หูฟัง ใส่แอร์พอดแล้วขยับปากฮัมเพลงบ้างล่ะ ท่อนนี้มันโดนฉันขอขยับปากร้องตาม ต้องมีโมเมนต์หลับตาแล้วร้องเพลง ตอนอาบน้ำหรือตอนได้ยินเสียงข้างบ้านต้องร้องตามบ้างแหละ ฝึกไม่ยาก วันเดียวก็ทำได้แล้ว จำเนื้อเพลงกับจำลมหายใจนักร้อง จบ

ถ้าเพลงเศร้า เราก็เศร้า เพลงร่าเริง แรดหน่อย ก็แรด

หมูกระทะ, พัก (โควิด) ก่อน, ชานมไข่มุก คุณแต่งเพลงพวกนี้เองหมด

เราชอบแต่งเพลงมาก แต่ทำดนตรีไม่เป็น ดนตรีที่ใช้เป็นดนตรีที่ทุกคนโหลดไปใช้ได้อย่างถูกลิขสิทธิ์ เวลาจะแต่งเพลง คนทั่วไปเขาแต่งเนื้อก่อน แล้วค่อยทำดนตรี แต่เรามีดนตรีก่อน แล้วทำเนื้อให้เขากัน ซิงเกิลแรก ไม่สวยก็เหนื่อยหน่อยนะ ปล่อยไปแล้วไม่ปัง (ปัง : โดดเด่น เป๊ะ) เพลงยาวมากห้านาที เลยคิดใหม่ว่าจะทำเพลงที่ลงได้ทุกแพลตฟอร์ม 

ตอนนั้นเล่นอินสตาแกรมเป็นหลัก ก็จะต้องทำเพลงความยาวหนึ่งนาทีที่ลงอินสตาแกรมได้พอดี จุดหลักคือเราต้องทำให้เนื้อเพลงมันเป็น Earworm หลอนอยู่ในหู ต้องมีท่อนซ้ำให้คนจำ 

อย่างเพลง หมูกระทะ เราอินหมูกระทะมาก หนึ่งอาทิตย์กินหมูกระทะไปแล้วห้าวัน พูดตอนนี้ก็ยังเปรี้ยวปาก สั่งมากินที่บ้านแล้วมันไม่ได้ฟีล มันต้องได้ยินเสียงคนคุยกัน ต้องมีความแย่งหมู ต้องดูว่าเขาเอาสามชั้นมาเติมหรือยัง ก็โอเคงั้นเราจะทำเพลง หมูกระทะ มันก็ได้ออกมาเป็นเพลง เพลงของเราใช้เวลาแต่งไม่ถึงชั่วโมง พอได้คำแรก มันจะโยงเชื่อมคำที่สองอัตโนมัติ มันยากเหมือนกันนะ คนจะคิดว่าเราต้องเก่งมาก พอมาถึงจุดนี้ได้ก็แอบชมตัวเองเหมือนกัน ‘บางครั้งฮายมันก็เก่งเนาะ’ 

เบื้องหลังปรากฏการณ์เจน นุ่น โบว์ ของ Haiseoul Channel คนทำยูทูบที่เพิ่งดังในปีที่ 9
เบื้องหลังปรากฏการณ์เจน นุ่น โบว์ ของ Haiseoul Channel คนทำยูทูบที่เพิ่งดังในปีที่ 9

คุณแม่และครอบครัวติดตามแชนแนลของคุณด้วยหรือเปล่า

เจน นุ่น โบว์ ที่ยอดคนดูสิบสองล้านวิว ก็มาจากแม่ประมาณห้าล้านวิว เราเดานะ เพราะเวลาตื่นเช้ามาก็แอบฟังเสียงโทรศัพท์ของแม่ เอาแล้ว ทำไมได้ยินเสียงเหมือน “เจนค่ะ เจนค่ะ” แม่ดันสุดฤทธิ์ คุณยายเรามีลูกเจ็ดคน ทุกคนในบ้านต้องเชียร์อีฮายอยู่แล้วแน่นอน ไม่ต้องกลัว 

ความจริงแม่เราอยากได้ลูกสาว พ่ออยากได้ลูกชาย เรามีพี่ชายแล้วหนึ่งคน พอคลอดออกมาลูกเป็นตุ๊ด แม่ย้ายเรามาอยู่กับยายเลย เดี๋ยวพ่อเตะ ยุคนั้นผู้ใหญ่เขาหัวโบราณ แม่เลยชอบมาก เวลาเราถ่ายงาน ก็จะให้แม่ตัดชุดให้ ถ้านิยามนะ แม่เราน่าจะเป็นคอสตูมหรือดีไซเนอร์เก่า เพราะว่าเป็นคนที่มีทุกชุด ถ้าเกิดไม่มีจะกิน เอาเสื้อไปขายแล้วเป็นเศรษฐีได้เลย เราเปรียบเทียบแบบนี้เลย ตอนเป็นวัยรุ่นแม่ชอบซื้อเสื้อผ้า ซื้อเก็บ เครื่องประดับก็ซื้อเก็บ ถ้าจะยืมอะไร แม่มีหมด ชุดไหนไม่มี แม่ตัดให้ แม่ไม่เคยห้ามว่าอย่าทำ เขาสนับสนุนเราทุกอย่าง

วันที่คลิปคัฟเวอร์เพลง ซุปเปอร์วาเลนไทน์ มียอดคนดู 12 ล้าน มันกำลังบอกอะไรคุณ

บอกกับเราว่าน่าจะกลับไปถ่ายใหม่ แล้วตั้งใจกว่าตอนนั้น เพราะไม่คิดว่ามันจะดัง เราแค่อยากทำ

จากคลิปแรกของเราเมื่อเริ่มทำ เราว่าเราพัฒนามาตลอด จุดไหนไม่ดีก็ต้องปรับ เราว่าคนเราไม่มีใครดีเพอร์เฟกต์ แม้ว่าเราจะคิดว่าตัวเองทำดีแล้ว คนอื่นมาดู อาจไม่ดีก็ได้ เป็นเหตุผลว่าทำไมเราต้องปรับปรุงทันทีที่มีคนคอมเมนต์

ทุกวันนี้ยอดวิวสำคัญกับคุณมั้ย

ยอดวิวทำให้คนรู้จักเรา ให้คนรู้ว่ากระแสมันดี แต่มันไม่ได้สำคัญกับเราเชิงว่า ยอดวิวเยอะ ฉันจะต้องรวย ฉันจะต้องมีเงิน จุดประสงค์คือเราตั้งใจทำคลิปออกมาให้คนดู อยากให้เขามีความสุขกับคลิปของเรา

การอยู่มาทุกยุคของการทำคลิปออนไลน์เห็นความเปลี่ยนแปลงของสังคมโซเชียลมั้ย

เห็นนะ เรื่องการคอมเมนต์ แต่ก่อนคนไม่มีแอคเคาต์ก็ไม่ค่อยคอมเมนต์ สมัยนี้รุนแรงมาก โดยเฉพาะแอคหลุม (แอคหลุม : แอคเคาต์ส่วนตัวที่ไม่เปิดเผยหน้าตาและชื่อจริงของผู้ใช้) เขาจะด่าอะไรเราก็ได้ จะพิมพ์อะไรก็ได้ จะทำให้คนอื่นเสียใจ จะเหยียบคนอื่นซ้ำแค่ไหนก็ได้ โชคดีมากที่เราทำยูทูบมาตั้งแต่ยุคแรก มันทำให้เราแข็งแกร่ง แต่มีบ้างที่เราไม่ไหว

ถ้าเป็นคอมเมนต์เชิงติเพื่อก่อ ได้เลย เรายินดี อันนี้มันสำคัญมากกับคนทำคลิป บางคนดังข้ามคืนก็มี บางคนทำมาเป็นสิบปีไม่ดัง เหมือนเรา คนก็เพิ่งมารู้จักตอนทำคัฟเวอร์เจน นุ่น โบว์ 

คิดว่าเป็นเพราะอะไร จังหวะหรือเวลา

เราว่าเป็นเพราะ COVID-19 คนอยู่บ้านกัน แล้วเขาไม่มีอะไรทำ ทำงานก็เครียด ดูยูทูบกันทั้งวัน เราว่ามาจากตรงนี้

ถ้าเกิดไม่มี COVID-19 เราทำเจน นุ่น โบว์ อาจจะไม่บูมก็ได้นะ อันนี้คือเรื่องจริงเลย พอคลิปนี้คนเริ่มรู้จัก เขาก็จะย้อนดูคลิปเก่าด้วย กลายเป็นว่าคลิปพวกนั้นก็มีคนดู บางคนก็เคยเห็นคลิปเรามาก่อน คนนี้หรอที่ทำ บางคนก็อ๋อ คนนี้นี่เอง 

เบื้องหน้าคุณสร้างรอยยิ้มให้กับคนอื่น โลกเบื้องหลังที่คุณเจอมันโหดร้ายมั้ย

ส่วนมากเราเจอคอมเมนต์ด้านลบ ไม่มีสาระอะไร เขามาด่าเรา ประมาณว่า สงสารแม่มึงนะที่มีลูกเป็นตุ๊ด เจอประจำ เจอทุกวัน ตอนนี้ก็ยังเจอ เวลาเลื่อนไปเห็นก็มีนอยด์นิดหนึ่งแหละ ก็เครียดบ้าง เราทำอะไรผิดขนาดนั้น เราไม่ว่าเขาหรอก เพราะคนเรามีความคิดไม่เหมือนกัน เราไม่ได้เตรียมรับมืออะไร แค่ปล่อยผ่านไป ช่วงนี้ก็พยายามไม่อ่านคอมเมนต์เลยจะดีกว่า ปล่อยให้กระแสเงียบก่อนแล้วค่อยกลับไปอ่าน น่าจะเป็นการเซฟตัวเราเองได้ดีที่สุด

เบื้องหลังปรากฏการณ์เจน นุ่น โบว์ ของ Haiseoul Channel คนทำยูทูบที่เพิ่งดังในปีที่ 9
เบื้องหลังปรากฏการณ์เจน นุ่น โบว์ ของ Haiseoul Channel คนทำยูทูบที่เพิ่งดังในปีที่ 9

แล้วคอมเมนต์ด้านบวก ช่วยเติมเต็มคุณได้มั้ย

ชอบพี่ฮายมากเลย ทำอีกนะคะ รอดูอยู่ ได้ยินบ่อยมาก พอได้ยินแล้วเหมือนเป็นแรงฮึดสู้ เราพร้อมเริ่มงานใหม่พรุ่งนี้ได้เลย แต่ยังไม่ได้คิดงานนะ แต่ฉันพร้อมเริ่มงานใหม่แล้ว อยู่ดีๆ แรงก็มา คำชมสำคัญมากเลยนะสำหรับคนที่คลิปหรือทำอะไรก็ตาม พอเราได้รับพลังบวกมา เรามีความสุขมากนะ 

ระหว่างทาง เคยมีความคิดว่าอยากเลิกทำมั้ย

ไม่เคยมีเลย (ตอบทันที) เพราะว่ายูทูบมันเป็นความสุข เป็นสิ่งที่ช่วยปลอบประโลมเราเวลาเจอเรื่องเครียด บางคนอาจจะไปช้อปปิ้ง ดูหนัง แต่เวลาเราเครียดเราจะถ่ายคลิป หาเพลงลิปซิงก์ หาบทละครจำแล้วก็ถ่ายเล่น มันเป็นสิ่งเติมเต็มในช่วงที่เรารู้สึกว่าเราไม่มีใคร ยิ่งเราไม่มีแฟน ก็มียูทูบนี่แหละที่อยู่เป็นเพื่อนกัน

มันไม่ใช่แค่แพลตฟอร์ม แต่เหมือนความผูกพันบางอย่าง

ใช่ อยู่กันมานานแล้วอะ มันเป็นแบบนี้มานานแล้ว รักนางนะ รัก Haiseoul Channel

ทำไมต้องเป็น Haiseoul Channel

ช่วงหนึ่งเราอินกับวง Wonder Girls มาก อินกับ Girls Generation มาก พอจะต้องตั้งชื่อแชนแนล เอาฮายอะไรดี เกาหลีก็จะมีกรุงโซล ก็เลยกลายเป็น ‘ฮายโซล’ ดันพ้องเสียงกับไฮโซ คนที่มีฐานะร่ำรวย แต่ความตั้งใจไม่ได้อยากเป็นไฮโซ อยากเป็นฮายโซลที่อยู่เกาหลี บางช่วงเคยเปลี่ยนเป็นไฮโซลลิก้า คนไม่จำ มันยาว หรือจะเปลี่ยนเป็นฮายก้า ก็ฟังดูเหมือนยาบ้า สุดท้ายกลับมาใช้ฮายโซลเหมือนเดิม แต่เติมแชนเนลเข้าไปด้วย 

เบื้องหลังปรากฏการณ์เจน นุ่น โบว์ ของ Haiseoul Channel คนทำยูทูบที่เพิ่งดังในปีที่ 9

อะไรเป็นเหตุผลให้คนเกือบ 4 แสนมาติดตามคุณ

เราคิดว่าคนติดตามเรามากขึ้น เพราะช่วงนี้ทุกคนเครียด อย่าว่าแต่ทุกคนเลย เราก็เครียด

สมมติถ้าเราเครียด เราก็อยากดูอะไรบันเทิงที่ทำให้เรามีความสุข เราก็เป็นหนึ่งคนที่สร้างความสุขมาตั้งนานแล้ว ก็เลยลองทำคลิป แล้วเหมือนเป็นคนดวงดี อยู่ดีๆ ก็มาทำเจน นุ่น โบว์ ทำให้คนรู้จักเรามากขึ้นภายในระยะเวลาครึ่งเดือน ถ้ารวมทุกช่องทาง เพิ่มขึ้นเป็นหลักแสน เราบอกกับทุกสื่อว่า คนดูไม่ต้องรักฮายหรอก แต่อยากให้รักงานของฮายมากกว่า

จุดประสงค์ในการทำยูทูบแต่แรกเลย คือทำยังไงก็ได้ให้คนดูฉันแล้วยิ้ม ดูฉันแล้วหัวเราะ ทุกคนจะต้องไม่เครียดเวลาดูคลิปของฉัน บางคนคิดว่าทำยูทูบเพราะอยากหาเงิน อยากมีรายได้ ตรงนั้นเป็นแค่ส่วนเล็กๆ เล็กมาก ส่วนตัวเราก็ยังขายของอยู่ ขายของก็มีเงิน ถึงแม้จะไม่มากมาย แต่เป็นความสุขทางใจ เราขายของมานาน ตั้งแต่มอปลาย คุณแม่เปิดร้านอาหารตามสั่ง เราก็ไปเสิร์ฟ คุณแม่เปิดอู่ซ่อมรถด้วย เราก็ไปช่วย เราว่าเรามีความสุขกับการบริการ 

เงินไม่ใช่ประเด็นหลัก แต่หัวใจคือการสร้างความสุขให้คนอื่น นี่เป็นเหตุผลให้คุณทำสิ่งนี้อยู่

ใช่ฮะ บางครั้งแม่ถามว่าทำยูทูบได้เงินมั้ย เพราะเขาเห็นเราเหนื่อย ถ่ายทั้งวันทั้งคืน ตัดต่ออีก เราบอกแม่ว่าเงินมันก็ได้ แต่ว่าเราได้ทำในสิ่งที่เราชอบ ถึงเหนื่อย แต่มันมีความสุข เราไม่รู้จะอธิบายยังไง ยิ่งเวลาทำคลิปแล้วมีคอมเมนต์กลับมาว่า ชอบจังเลย มีความสุขจังเลย อยากให้ทำต่อไป เป็นกำลังใจให้ อยู่ดีๆ หายเหนื่อยเลยอะ น้ำตาจะไหล 

เรามีพลังขึ้นมาทันที เราไม่ได้ตอแหลนะ คนทำยูทูบ คนทำคลิป จะเข้าใจตรงนี้มาก เราไม่ได้ต้องการอะไรเลย ต้องการแค่คนมาดูงานแล้วเขามีความสุข ไม่ได้ต้องการให้คนรู้จักเยอะ ขอให้จำได้ว่าอีนี่ไง ที่มันเล่นหลายตัว อีนี่ไง ที่มันเต้นอะไรเยอะๆ อีนี่ไง ที่มันชอบมาลิปซิงก์เป็นตัวละคร แค่คนจำเราได้แค่นี้ก็พอแล้ว

กลัวการถูกลืมมั้ย

เราไม่อยากถูกลืม บางคนบอกว่าไม่ต้องรีบทำคลิปก็ได้ ทำไปเดี๋ยวคนก็มาดูเอง ถ้าเราหายไปนาน คนที่เขาติดตามเราจะมาถามแล้วว่า หายไปไหน กลัวคนคิดว่าอีฮายตายไปแล้วหรอวะ เราว่าคนที่ติดตามเราเขารอเราอยู่นะ

ถ้าเป็นแบบนั้นเราก็ต้องให้ใจเขาด้วย อย่าทิ้งคนดู ทุกวันนี้ยังมีคนรอดูผลงานเราอยู่ เพราะเราไม่รู้ว่าคนที่ติดตามเราเขาไปเจอเรื่องเครียดหรือทุกข์ใจอะไรมาบ้าง ฉะนั้น คลิปเราบางคลิปอาจจะไป Made my day ให้วันนั้นของเขาก็ได้

เบื้องหลังปรากฏการณ์เจน นุ่น โบว์ ของ Haiseoul Channel คนทำยูทูบที่เพิ่งดังในปีที่ 9
เบื้องหลังปรากฏการณ์เจน นุ่น โบว์ ของ Haiseoul Channel คนทำยูทูบที่เพิ่งดังในปีที่ 9

คุณเล่าแต่ความสุขของคนอื่น แล้วความสุขของคุณคืออะไร

การตื่นมาแล้วได้ทำสิ่งที่ชอบ เจอแม่ ได้กินกับข้าวแม่ ได้พาครอบครัวไปกินข้าว ได้สร้างความสุขให้กับคนในบ้าน ทุกวันนี้ไม่ได้คิดอะไรเลย ตื่นมาก็อยากให้ทุกคนยิ้ม ความสุขของคนอื่นก็คือความสุขของเรา 

แล้วความท้าทายเกือบ 10 ปีในฐานะคนสร้างสรรค์คืออะไร

การแข่งขันกับตัวเอง เราไม่เคยคิดแข่งขันกับใครเลยนะ แค่แข่งขันกับตัวเองมันก็ยากมาก ยากมาก (ย้ำ) สมมติวันนี้อยากถ่ายงาน แต่ฉันขี้เกียจ ไม่ถ่ายดีกว่า แต่ต้องพยายามฉุดตัวเองขึ้นมาให้ได้ เราต้องทำยังไงก็ได้ให้มันดีกว่าเดิม ทำยังไงก็ได้ให้คนดูเขาดูแล้วรู้ว่าเราตั้งใจทำมันจริงๆ 

คุณมีความฝันหรือเป้าหมายที่อยากไปให้ถึงมั้ย

เราอยากเล่นซิตคอม ซิตคอมเป็นความฝัน ถ้ามีซิตคอมติดต่อมาสักเรื่อง จะไม่คิดเลย ค่าตัวไม่ต้องพูดถึง เอาความฝันของฉันก่อน ฉันอยากเล่น พูดกับแม่ตลอดว่าอยากเล่น เพราะอยากฝึกฝนเรื่องการทำจังหวะ ซิตคอมจะมีจังหวะ และไดนามิกบางอย่างที่มีแค่ในซิตคอมเท่านั้น ถ้าเราได้โอกาสตรงนั้นมามันก็เป็นการพัฒนาตัวเราที่ดีเลย 

ส่วนการทำยูทูบ ถ้าไม่ไหวเราคงหยุด ถ้ายังไหวก็จะผลิตงานให้คนดูแล้วมีความสุขต่อไป เราไม่คิดอะไรที่มันไกลมาก อยู่กับปัจจุบันแล้วคิดว่าวันนี้ฉันตื่นมาจะกินอะไร พรุ่งนี้อยากกินอะไร เราไม่มองอนาคตไกล เพราะไม่รู้ว่าจะอยู่ถึงตอนไหน อาจเป็นข้อเสียของเราก็ได้ บางคนวางแผนเป้าหมายเอาไว้ แต่เป้าหมายของเรามีแค่วันนี้กับวันพรุ่งนี้

เราคิดว่าความคิดคนเปลี่ยนได้ทุกวัน เหมือนตอนเด็กที่อยากเป็นครู โตมาไม่อยากเป็นแล้ว วันนี้เป็นยูทูบเบอร์ อนาคตอาจจะอยากเปิดร้านก๋วยเตี๋ยว ทุกคนไม่มีความแน่นอน ข้อดีคือวันนี้เราได้ทำสิ่งนั้นเต็มที่และทำให้ดีที่สุด 

พอคนเริ่มรู้จักเยอะขึ้น ชีวิตเปลี่ยนไปบ้างมั้ย

ตอนนี้ชีวิตที่หายไปคือการนอนของดิฉัน (หัวเราะ) ได้นอนน้อยลงกว่าเดิมนิดหนึ่ง แล้วก็ต้องทำงานเพิ่มขึ้น

เบื้องหลังปรากฏการณ์เจน นุ่น โบว์ ของ Haiseoul Channel คนทำยูทูบที่เพิ่งดังในปีที่ 9

Writer

สุทธิดา อุ่นจิต

กรุงเทพฯ - เชียงใหม่ สู่ ลาดพร้าว - สุขุมวิท , พูดภาษาพม่าได้นิดหน่อย เป็นนักสะสมกระเป๋าผ้า ชอบหวานน้อยแต่มักได้หวานมาก

Talk of The Cloud

บทสัมภาษณ์คนคุ้นหน้าในแง่มุมที่อาจไม่คุ้นนัก

ฤกษ์ฤทธิ์ ตีระวนิช เป็นศิลปินร่วมสมัยชาวไทยที่โด่งดังที่สุดคนหนึ่งในระดับโลก

งานของเขาเน้นการสร้างประสบการณ์ร่วมระหว่างผู้ชมกับสถานที่ท่ามกลางบรรยากาศที่เขาสร้างขึ้น

งานชิ้นที่สร้างชื่อให้เขาอย่างมาก และทำซ้ำหลายรอบเหลือเกินในช่วงเวลา 20 ปี คือ ‘Pad Thai’ ที่เขาทำผัดไทยให้ชมและชิมในแกลเลอรี่ที่นิวยอร์ก – นั่นแหละงานศิลปะของเขา

ในงานเวนิสเบียนนาเล่ เขาก็ทำก๋วยเตี๋ยวเรือในเรือสเตนเลส ล้อกับประวัติศาสตร์เส้นก๋วยเตี๋ยวของที่มาร์โคโปโลรับจากจีนมาพัฒนาเป็นมักกะโรนีและสปาเก็ตตี้

แล้วเขาก็ยังแจกอาหารหลายเมนู เช่น แกงกะหรี่ แกงมัสมั่น และต้มข่าไก่ ในหลายงาน หลายประเทศ เพื่อเล่าหลายเรื่องราว

44 มุมมองในการทำงานศิลปะและใช้ชีวิตของ ฤกษ์ฤทธิ์ ตีระวนิช ศิลปินไทยที่ดังระดับโลก

ศิลปินวัย 61 ปีคนนี้ เกิดที่กรุงบัวโนสไอเรส ประเทศอาร์เจนตินา เพราะคุณพ่อของเขาเป็นนักการทูตที่ไปประจำที่ประเทศอาร์เจนตินา พออายุ 3 ขวบกลับมาอยู่เมืองไทย ตอนอายุ 7 ขวบย้ายตามคุณพ่อไปเอธิโอเปีย กลับมาอยู่ไทย ย้ายไปเรียนและจบปริญญาตรีด้านศิลปะที่แคนาดา ต่อโทด้านศิลปะที่นิวยอร์ก แสดงงานเดี่ยวครั้งแรกตอนอายุ 26 ปีที่แคนาดา 2 ปีต่อมาก็ได้เข้าสู่การแสดงงานในยุโรปและอเมริกา จากนั้นก็ตระเวนแสดงงานทั่วโลก ปัจจุบันเขาเป็นอาจารย์สอนศิลปะในหลายมหาวิทยาลัยในสหรัฐอเมริกาและแคนาดา แล้วก็ทำงานให้แกลเลอรี่หลายแห่ง

ล่าสุด เขาเดินทางกลับมาประเทศไทยเพื่อร่วมงานแถลงข่าวเทศกาลศิลปะ Thailand Biennale ซึ่งจะจัดที่จังหวัดเชียงรายปลาย พ.ศ. 2566 โดยเขารับหน้าที่เป็นหนึ่งในภัณฑารักษ์ รอบนี้คุณฤกษ์ฤทธิ์อยู่ที่ประเทศไทยแค่ช่วงสั้น ๆ แต่ก็ยินดีแทรกการนัดหมายกับ The Cloud เข้าไปในตารางงานที่แน่นเอี้ยดทุกวัน

44 มุมมองในการทำงานศิลปะและใช้ชีวิตของ ฤกษ์ฤทธิ์ ตีระวนิช ศิลปินไทยที่ดังระดับโลก

เรานัดคุยกันใน Ver Gallery ของเขาที่ซอยนราธิวาสราชครินทร์ 22 เป็นการคุยกันในแกลเลอรี่ที่ชวนให้คิดว่า ถ้าการทำผัดไทยในแกลเลอรี่เป็นงานศิลปะ แล้วการนั่งคุยกันเรื่องศิลปะในแกลเลอรี่ล่ะ จะนับว่าเป็นงานศิลปะไหม

* ศิลปินคือบุคคลที่เชื่อในสิ่งที่ตัวเองทำอยู่ ให้เวลากับสิ่งที่ทำเองทำอยู่อย่างเต็มที่ ทำอะไรก็ได้

* ศิลปินควรเป็นคนที่มีเวลาเยอะ ๆ

* ตอนนี้ผมยังไม่รู้ตัวเลยว่า ตัวเองเป็นศิลปิน

* ศิลปะคือโอกาสที่จะเปิดทุกอย่าง เปิดชีวิต เปิดหัวใจ เปิดสมอง เปิดโลก

* ศิลปะไม่มีการสร้างเส้นแบ่ง ทุกอย่างเป็นศิลปะได้

* แกลเลอรี่คือพื้นที่ที่ศิลปินนำความคิดจากในหัวมาวางไว้ เพื่อให้ตัวเองได้พิจารณา และเปิดให้มีความคิดเห็นของคนอื่นเข้ามาร่วมแลกเปลี่ยนด้วย

* ถ้าแกลเลอรี่อยู่ในบริบทของความคิดทางศิลปะ ก็เป็นแบบหนึ่ง ถ้าเปลี่ยนบริบท ที่ไหนก็เป็นแกลเลอรี่ได้ จะมีมิวเซียมในกระเป๋า มิวเซียมในตู้เย็นก็ได้

44 มุมมองในการทำงานศิลปะและใช้ชีวิตของ ฤกษ์ฤทธิ์ ตีระวนิช ศิลปินไทยที่ดังระดับโลก

* คิวเรเตอร์ที่ดีต้องนำมุมมองที่แตกต่างกันมารวมกัน แล้วนำเสนออะไรบางอย่างที่ทำให้คนดูเกิดความคิดเพิ่ม

* วิธีการทำงานของเราคือ ใช้เวลากับพื้นที่หรือบริบทตรงนั้น หรือกับคนที่อยู่รอบ ๆ ที่นั่น แล้วเราก็สร้างอะไรบางอย่างขึ้นมาโดยประสบการณ์

* เวลาผมเป็นคิวเรเตอร์ ผมต้องการสร้างภาพให้เห็นว่า ประสบการณ์ทางศิลปะไม่ได้อยู่แค่ในห้องสีขาว อยู่ข้างนอกได้ อยู่บนป้ายรถเมล์ก็ได้ เป็นป้าย เป็นธง เป็นน้ำก็ได้

* คนส่วนมากที่ไม่มีประสบการณ์กับงานศิลปะ เมื่อมาเจองานศิลปะจะกลัว ไม่อยากตีความ เพราะกลัวผิด ศิลปินส่วนมากตั้งความคิดไว้กว้าง ๆ ให้คนตีความได้หลายแบบ ไม่ต้องกลัว จะตีความยังไงก็ได้ ด้วยการใช้ประสบการณ์ของตัวเอง

* การแสดงงานคือกระบวนการของการออกความคิดเห็น การแสดงงานมีหลายวิธี เป็นอะไรก็ได้ ไม่ต้องติดผนังหรือวางในห้องก็ได้ เราจะแสดงงานให้เห็นหรือไม่เห็นก็ได้ ถ้าเราเดินผ่านคนบนถนนแล้วยิ้มหรือไม่ยิ้มให้เขา เขาก็จะมีปฏิกริยาบางอย่าง นี่ก็เป็นการแสดงงาน

* เรายอมรับว่ามีการค้าขายงานศิลปะ แต่เราเป็นศิลปินที่ต่อต้านความคิดนี้ เวลาทำงานเราไม่ได้คิดว่าต้องอยู่ในรูปแบบบางอย่างเพื่อให้ค้าขายได้ เหมือนเราทำกับข้าวให้เพื่อนกินหรือทำเพื่อขาย ถ้าจะทำขายมันต้องมีคุณภาพบางอย่าง อุปกรณ์บางอย่าง วิธีการนำเสนอบางอย่าง แต่เราคิดว่าเราทำกับข้าวให้เพื่อนกิน

* คนที่เก็บงานเรา เราหวังว่าเขาจะซื้อความคิดของเรา งานแบบผัดไทย มันไม่ใช่การเก็บแบบปกติ ถ้าพิพิธภัณฑ์ซื้อไป เขาต้องเอาทุกอย่างมาใช้ต่อ เหมือนเราขายครัวคุณก็ต้องใช้ครัว ไม่ใช่วางเฉย ๆ

* ความคิดทางตะวันตกจะทำทุกอย่างให้เป็นมูลค่า เขาเก็บสะสมเพราะมันมีมูลค่าทางข้อมูลหรือทางทรัพย์สิน เก็บเป็นมรดกของเขา เราอธิบายให้เขาฟังว่า คุณเก็บพระพุทธรูปเราไป คุณไม่เข้าใจว่าเราใช้พระพุทธรูปยังไง พระพุทธรูปมีความสัมพันธ์กับวิถีชีวิตเรายังไง เราต้องการให้คุณเข้าใจว่า คุณต้องใช้พระพุทธรูปนะ ไม่ใช่เอามาวางในตู้เฉย ๆ แล้วมองเป็นประติมากรรม เรามองเห็นพระพุทธรูปเป็นความคิดทางพุทธที่ช่วยเตือนสติ เราต้องการให้ทางตะวันตกเข้าใจว่า คุณไม่เข้าใจนะว่า กำลังเก็บความคิด หรือเก็บมูลค่าบางอย่าง

* เราทำงานเพื่อให้รู้จักตัวเองมากขึ้น เพราะเราจะมีเวลาคิดมากขึ้น เปิดพื้นที่ได้คิดพิจารณา ตั้งคำถาม หรือพยายามตอบโจทย์พื้นที่ เราต้องคุยกับตัวเองก่อน ทำความเข้าใจตัวเองก่อน

* ทุกอย่างที่เป็นเราคืองาน ทุกอย่างที่เป็นงานก็คือสิ่งที่เราเป็น มันคือสิ่งเดียวกัน

ความคิดที่มีต่อวงการศิลปะและชีวิตมนุษย์ของ ‘ฤกษ์ฤทธิ์ ตีระวนิช’ ศิลปินร่วมสมัยระดับโลกที่สร้างงานแบบเน้นประสบการณ์

* คนเก็บงานศิลปะที่เราหวัง คือคนที่เข้าใจความคิดของศิลปินโดยการเอางานไปดูแล ไปใช้ แล้วก็อาจจะสืบทอดต่อไป อย่างเช่น เปิดให้คนอื่นมาดู หรือยกให้สถานที่สาธารณะเช่นพิพิธภัณฑ์ เป็นคนที่สะสมความคิดความเข้าใจบางอย่าง

* คนเก็บงานศิลปะบางคนก็สะสมสิ่งที่เขาไม่เข้าใจ แต่สะสมเพราะอยากเข้าใจมัน อยากใช้เวลากับมัน

* เวลาคนบอกว่าดูงานไม่รู้เรื่อง อาจจะเป็นเรื่องที่เขาไม่ต้องการรู้ หรือไม่มีเวลาที่จะให้ความรู้กับมัน

* แต่ที่เขาพูดออกมาได้ว่า ดูไม่รู้เรื่อง คือเขารู้ว่า ไม่รู้เรื่อง แต่มันอาจจะไม่ใช่เรื่องของเขา เขาก็ไม่ตั้งใจจะรู้ ไม่ได้ผิดอะไรเลย

* ถ้าอยากดูงานศิลปะรู้เรื่องเร็วขึ้น ก็ใส่ใจกับข้อมูลเล็กๆ น้อยๆ ตั้งคำถามเยอะๆ

* เราอยากให้คนดูพยายามเข้าใจด้วยตัวเองก่อนจะไปแสวงหาคำตอบจากคนอื่น

* เทศกาลศิลปะคือผลประโยชน์ แล้วแต่ว่าผลประโยชน์นั้นคืออะไร ผลประโยชน์ของศิลปินคือมีโอกาสได้ทำงานกับกลุ่มชนที่กว้างกว่าปกติ ผลประโยชน์กับผู้ชมคือได้ดู ได้คิด ได้สนทนา

* ผมชอบดูประกวดสุนัข ดูว่าทำไมถึงถึงรางวัลตัวนี้แทนที่จะเป็นตัวนั้น มันก็เหมือนการตัดสินงานศิลปะ ถ้าคุณแยกแยะความแตกต่างระหว่างสุนัขตัวนี้กับตัวนั้นได้ก็อาจจะให้รางวัลได้ เราบอกว่าภาพหรือวัตถุบางอย่างมีความเท่าเทียมกัน แต่มันไม่เคยเท่าเทียมกันเลย สุนัข 2 ตัวไม่เหมือนกัน ประสบการณ์ของมันก็ไม่เหมือนกัน

* การสร้างรางวัล การประกวด ส่วนหนึ่งเป็นการสร้างความเข้าใจในระดับหนึ่ง แล้วก็เป็นการสร้างมูลค่าในระดับหนึ่ง

* ผมไม่มีรางวัลที่อยากได้ เพราะไม่ได้มีเป้าหมายว่าอยากได้รางวัล

* ถ้าผมต้องให้รางวัล ผมจะให้กับคนที่ใช้ทรัพยากรน้อยที่สุด แต่มีความคิดมากที่สุด

* ประสบการณ์คือทุกอย่างที่เราเผชิญทุกเวลา ทั้งตอนมีสตินึกขึ้นได้ หรือตอนนึกขึ้นได้ว่าไม่มีสติ

* ถ้าเราใช้ประสบการณ์ที่เรามีเพื่อเข้าใจตัวเอง เราก็จะเข้าใจว่าคนอื่นมีประสบการณ์ต่างจากเรา ความต่างนี้เป็นสิ่งสำคัญที่เราต้องยอมรับ ต้องอยู่กับมัน ต้องเข้าใจว่ามีความต่าง และต้องให้พื้นที่กับความต่าง

* ในงานของเรา เราไม่ได้มองอาหาร แต่เรามองการอยู่กับอาหาร การใช้เวลากับอาหาร หรือการใช้เวลาด้วยกันกับอาหาร

* มนุษย์กับการใช้เวลากับอาหารเป็นเรื่องที่ทุกคนเข้าใจ

* โลกคือชีวิตหนึ่ง เราคือปรสิตของโลก เราต้องเข้าใจว่าเราจะใช้โลกยังไงให้เราอยู่รอด โดยที่เราไม่ทำลายมากเกินไป

ความคิดที่มีต่อวงการศิลปะและชีวิตมนุษย์ของ ‘ฤกษ์ฤทธิ์ ตีระวนิช’ ศิลปินร่วมสมัยระดับโลกที่สร้างงานแบบเน้นประสบการณ์

* เราเป็นเพื่อนกับทุกคนได้หมด ถ้าคุยด้วยก็เป็นเพื่อนเราแล้ว

* เพื่อนทำให้เราเข้าใจตัวเองมากขึ้น เพราะเราเข้าใจว่า เขาไม่เหมือนเรา แล้วเราก็จะยอมรับความต่างของมนุษย์

* ความรักคือการให้เวลา เพราะเรากำลังอยู่ในโลกที่ไม่มีเวลา

* ความรักของหนุ่มสาวเป็นเรื่องซับซ้อนที่เปลี่ยนแปลงไปเยอะมาก เป็นเรื่องวิทยาศาสตร์ เรื่องเคมี ไม่ใช่แค่ความคิดอย่างเดียว

* รักแท้มีจริง เราต้องเชื่อความรู้สึก เชื่อว่าเราจะยอมให้เวลากับความรู้สึกนั้น

* ความตายคืออีกขั้นของสิ่งที่เราไม่รู้ เป็นประสบการณ์ที่เรายังไม่มี

* เราเกิดมาเพื่อทำให้คนอื่นมีโอกาสได้เห็นความต่างของตัวเอง

* เวลาคือช่วงระหว่างการเกิดกับการตาย เราต้องใช้มันให้มากที่สุด ให้ช้าที่สุด และให้เร็วที่สุด

* ผมใช้เวลากับความคิดตัวเองมากที่สุด เพื่อให้เข้าใจความต่างจากสิ่งรอบตัว เข้าใจเพียงพอที่จะยอมรับว่าทุกคนคือเพื่อน ยอมรับว่าเรารักทุกคนได้

* คนที่ยังรักคนอื่นไม่ได้ ติดตรงความกลัว กลัวความผิด กลัวความถูก กลัวในสิ่งที่ไม่รู้ เพราะเราไม่สามารถรู้ทุกอย่างได้

* ผมไม่กลัวอะไร แต่ตอนนี้กลัวว่าจะตอบผิด (หัวเราะ)

ความคิดที่มีต่อวงการศิลปะและชีวิตมนุษย์ของ ‘ฤกษ์ฤทธิ์ ตีระวนิช’ ศิลปินร่วมสมัยระดับโลกที่สร้างงานแบบเน้นประสบการณ์

Writer

ทรงกลด บางยี่ขัน

ตำแหน่งบรรณาธิการโดยอาชีพ เป็นนักเดินทางมือสมัครเล่น แบ่งเวลาไปสอนหนังสือโดยสมัครใจ และชอบจัดทริปให้คนสมัครไป

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load