“เจนค่ะ เจนค่ะ หนูชื่อเจน มากับนุ่น และก็มากับโบว์

นุ่นค่ะ นุ่นค่ะ หนูชื่อนุ่น มากับเจน และก็มากับโบว์

บว์ค่ะ โบว์ค่ะ หนูชื่อโบว์ มากับนุ่น และก็มากับเจน”

หลายคนคงคุ้นหูกับเพลง ซุปเปอร์วาเลนไทน์ ที่ถูกนำกลับมาเต้นคัฟเวอร์ใหม่เมื่อต้นเดือน เราว่าต้องมีบ้างที่คุณเผลอฮัม “ลัลลั้ลลา ลัลลัลลั้ลลา มาม้ามา ม้ามามาออกมาเต้น” ต่อท้าย และบางคนก็สลัดเพลงออกจากหัวไม่ได้ จนต้องลุกขึ้นมาอัดคลิปออกลีลาแดนซ์กระจายเพื่อคัฟเวอร์คลิปคัฟเวอร์อีกที เราขอเรียกสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นว่า ‘ปรากฏการณ์’ 

ปรากฏการณ์ที่สร้างเสียงหัวเราะและความบันเทิงจิตใจให้คนทั่วประเทศในช่วงที่ทุกคนกำลังเผชิญวิกฤต

เบื้องหลังปรากฏการณ์เจน นุ่น โบว์ ของ Haiseoul Channel คนทำยูทูบที่เพิ่งดังในปีที่ 9

เราต่อสายถึง ฮาย-พิชญ์พิสิฐฎ์เสฎ โชคชัย เจ้าของแชนแนล Haiseoul Channel คนต้นเรื่องที่หยิบยกเพลงดังเมื่อ 6 ปีก่อน กลับมาร้อง (ลิปซิงก์) เต้น เล่นหูเล่นตา โดยบังเอิญ และไม่คิดว่าคลิปจะดังเป็นพลุแตก เป็นผลให้มีคนกดเข้าไปดูเธอแสดงความสามารถมากถึง 12 ล้านครั้ง และมียอดติดตามเพิ่มขึ้นจากทุกช่องทางรวมกันมากถึงหลักแสน!

ขอชวนคุณทำความรู้จักเธอให้มากกว่าสิ่งที่คุณเห็น น้อยคนจะรู้ว่าเธอทำแชนแนลยูทูบมาตั้งแต่อายุ 16 ตลอดระยะเวลา 9 ปีของคนเบื้องหน้าที่มอบเสียงหัวเราะ ยังมีเบื้องหลังที่ไม่ได้สวยงามมากนักที่เธอต้องเจอ และกระบวนการทำงานตั้งแต่คิดคอนเทนต์ ถ่ายทำ กล้องหนึ่ง กล้องสอง และตัดต่อ เธอทำเองคนเดียว ไม่มีฝาแฝดอย่างที่คนเข้าใจ

ฮายบอกกับเราว่า ความฝันตอนเด็กของเธอคือ ‘คุณครูสอนภาษาอังกฤษ’ เมื่อเวลาล่วงผ่านนับสิบปีความฝันเธอก็เปลี่ยนไป และยินดีที่จะไม่กลับไปสานต่ออาชีพคุณครูสอนภาษาอังกฤษเหมือนที่เธอเคยคิด ฮายหาตัวเองเจอตั้งแต่ช่วงมัธยมต้น เป็นข้อดีให้เธอเลือกเรียนระดับมหาวิทยาลัยได้ตรงตามความตั้งใจ แม้คุณแม่จะอยากให้เธอเป็นหมอก็ตาม

ก่อนจะขึ้นบรรทัดใหม่ ขอสักหน่อยนะ ซุปเปอร์วาเลนไทน์ ซุปเปอร์วาเลนไทน์ เชิญร่วมใจสนุกกันทุกๆ คน

ตอนไหนที่คุณหาตัวเองเจอว่าอยากเป็นอะไร

ถ้าย้อนกลับไปคงเป็นอารมณ์ตุ๊ดเด็ก สมัยก่อนไม่ว่าจะทำอะไรคนก็จะถ่ายวิดีโอแล้วอัปลงยูทูบ เพราะไม่มีแพลตฟอร์มอื่น เราอยากทำบ้างเลยถ่ายคลิปเต้นกับเพื่อนลงไป พอเรียนช่วงมัธยม เริ่มรู้สึกแล้วว่าชอบการตัดต่อ ยิ่งจินตนาการว่าเราถูกยิงแล้วมีเลือดไหลออกมา (เอฟเฟกต์) มันสุดยอดมาก พอรู้ตัวเองว่าอยากทำอะไรก็หาข้อมูลเลย เรียนเองทั้งหมดจากกูเกิล มาจริงจังมากตอนช่วงมอปลาย ตอนนั้นอยากหาแนวทางให้ช่องยูทูบของตัวเองแล้ว ก็เลยเริ่มจากคัฟเวอร์เอ็มวี แล้วก็ทำคลิปที่เราเล่นเองทุกบทบาท นักร้อง แดนเซอร์ พระเอก นางเอก ตัวร้าย เล่นเองคนเดียว ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา คนก็จะจำได้ว่า ถ้าเป็นคลิปของ Haiseoul Channel จะมีอีฮายเล่นเองทั้งหมด 

แล้วช่วงมหา’ลัยเลือกเรียนอะไร

เราจบนิเทศศาสตร์ สาขาสาขาวิทยุและโทรทัศน์ หลายคนคิดว่าเราตัดต่อเก่งเพราะเรียนด้านนี้ แต่ไม่ใช่เลย เราตัดต่อมาตั้งแต่มอต้น เรียนนิเทศฯ เราเอาทฤษฎีและการปฏิบัติบางอย่างมาใช้ในชีวิตมากกว่า เขียนบทเราก็ได้จากตรงนี้

พอเจอตัวเองเร็ว มันดียังไง

ดีหลายอย่างนะ ถ้าย้อนเวลากลับไปจะขอบคุณตัวเอง ตอนนั้นชอบอะไร ตอนนี้ก็ยังชอบอยู่ เราโชคดีที่คุณแม่สนับสนุนทุกอย่าง ความจริงการเรียนของเราดี จะเป็นหมอก็ได้ เพราะแม่อยากให้เป็น แต่เราบอกแม่ว่า ถ้าเกิดฮายเป็นหมอ ต้องปวดหัวตายแน่เลย ฮายไม่ได้อยากเรียน แม่บอกว่าอย่างนั้นก็แล้วแต่เรา พอได้มาเรียนนิเทศฯ เราได้เรียนตรงสาย เป็นสิ่งที่เราชอบอยู่แล้ว จบมาก็มีความสุข เราได้ความรู้จากสิ่งที่ชอบแล้วเอามันมาใช้ในงานของเราได้จริงๆ

เท่าที่ฟังต้องเป็นคนกล้าแสดงออกตั้งแต่เด็ก

เป็นคนขี้อายมาก (ลากเสียง) ถ้าพูดแบบนี้คนจะไม่ค่อยเชื่อ เวลาเราถูกเรียกออกไปตอบคำถามหน้าห้อง จะเหงื่อแตก ปากแห้ง ไม่กล้าเลย แต่ถ้าต้องออกไปพรีเซนต์หน้าห้องแล้วมีเพื่อนยืนอยู่ด้วยจะไม่เป็นอะไร 

พอมาเรียนนิเทศฯ ก็จะมีพาร์ตการแสดง เราเล่นทั้งละคร หนังสั้น งานนิเทศฯ เขาก็จะเรียกใช้อีฮายตลอด มีบางครั้งที่เราจะต้องขึ้นแสดง มันก็ตื่นเต้นนะ แต่พอขึ้นเวทีปุ๊บ สิ่งที่ทำให้หายตื่นเต้นคือเสียงปรบมือ ทุกครั้งเลย

แล้วตอนนี้นิยามตัวเองว่าเป็นอะไร

เราถือว่าตัวเองเป็นคอมเมเดียนบวกกับเอนเตอร์เทนเนอร์ เพราะเราทำให้คนมีความสุข เราไม่ใช่เน็ตไอดอลนะ เน็ตไอดอลในนิยามของเราต้องทำตัวให้เป็นประโยชน์ต่อสังคม เราไม่ได้ทำประโยชน์อะไรต่อสังคม เราแค่เป็นคนหนึ่งที่ทำคลิป ไม่ได้ให้ร้ายใคร เป็นคนสร้างความสุข ไม่ได้เป็นแบบอย่างที่ดี ส่วนตัวเราคิดแบบนี้

เบื้องหลังปรากฏการณ์เจน นุ่น โบว์ ของ Haiseoul Channel คนทำยูทูบที่เพิ่งดังในปีที่ 9

เกือบ 10 ปีในฐานะยูทูบเบอร์ งานพัฒนาหรือเปลี่ยนไปยังไงบ้าง

มันเหมือนขึ้นหลังเสือแล้วลงไม่ได้ งานก่อนหน้านี้ถ้ามันดีแล้ว งานต่อไปจะต้องดีกว่า 

ก่อนเรียนนิเทศฯ ไม่รู้จักเบรกดาวน์ สตอรี่บอร์ด ถ่ายเอ็มวีเราถ่ายเป็นอาทิตย์ ไม่มีการวางแผนจะถ่ายฉากไหนก่อน ไม่มีเดย์ ไม่มีไนต์ ถ่ายเป็นละครหลังข่าวเลย ถ่ายเรื่อยๆ ไม่มีหยุดพัก แต่ตอนนี้รู้แล้วว่ามันถ่ายสลับกันได้

เคยย้อนไปดูงานเก่าของตัวเอง รู้สึกว่าทำไมตอนนั้นเราทำได้แค่นั้น แต่ตอนนั้นเราก็คิดว่าทำดีแล้วนะ ทำดีมากด้วย ส่วนตอนนี้เราคิดว่าเราทำได้ดีในจุดที่ดีที่สุดแล้ว เราคิดว่าถ้าเราทำเอง ถ่ายเอง ตัดต่อเอง แล้วมาดูงานตัวเอง ยิ่งมันยังไม่ถึงจุดที่เราโอเคจะรู้สึกนอยด์และเฟลกับตัวเอง ฉะนั้นเวลาทำคลิปเราคิดว่าต้องให้ดีที่สุด เป็นคนไม่ทำงานลวกๆ

เราเป็นคนทำงานกับใครไม่ได้ ถ้าเกิดเราคิด แล้วให้คนอื่นช่วย จะไม่ได้เลย แต่ถ้าเป็นงานคนอื่น แล้วเราไปช่วย แบบนั้นเราทำได้ เพราะเป็นคนใจร้อน ไม่ค่อยยืดหยุ่น งานจะต้องเป๊ะ เพื่อนเคยบอกว่าเราเป็น Perfectionist เรื่องงาน 

ถ้าหนึ่งถึงสิบก็ต้องหนึ่งถึงสิบ ห้ามสิบเอ็ด ห้ามเก้า ห้ามแปด บอกไว้เท่าไหนคือเท่านั้น 

มีข้อดีของการทำงานคนเดียวมั้ย

ไม่ต้องทะเลาะกับใคร (หัวเราะ) เราเป็นคนคิดงานเอง ถ้ามีปัญหาเกิดขึ้นกับงานเรา เราด่าใครไม่ได้นอกจากตัวเอง เราไม่อยากให้คนไม่ชอบเราเวลาทำงาน กลัวไปวีนคนอื่นหรือทำให้คนอื่นไม่ชอบ ทำงานคนเดียวเลยสะดวกสบายกว่า

วิธีสร้างคอนเทนต์แบบ Haiseoul Channel เป็นยังไง

อยากทำก็ทำ (หัวเราะ) วันนี้อยากลิปซิงก์เพลงนี้ก็ทำเลย อยากเล่นละครเรื่องนี้ก็ทำเลย เราไม่ค่อยทำตามกระแส เพราะทำตามกระแสมีคนทำเยอะแล้ว อย่างช่วง COVID-19 คนจะทำคอนเทนต์แนวนี้เยอะ เราต้องฉีกออกไป

เหมือนตอนคัฟเวอร์ ซุปเปอร์วาเลนไทน์ คนนึกไม่ถึงว่าเราไปเอามาจากไหน มันเริ่มจากเราดูคลิปไปเรื่อยๆ แล้วไปเจอวงซุปเปอร์วาเลนไทน์ รู้จักอยู่แล้ว แต่ไม่เห็นมาสักพัก คนน่าจะชอบ ไม่ได้ตั้งใจถ่ายด้วยซ้ำ เจน นุ่น โบว์ เป็นสิ่งสุดท้ายที่เราคิดว่าจะถ่ายดีมั้ยวะ พอมีเวลาเหลือ ก็ถ่ายสักหน่อยแล้วกัน ตอนถ่ายจริงเราเต้นเป็นนุ่นอยู่ยี่สิบสองเทค

เราถ่ายโบว์สองเทค เพราะโบว์คือตัวเราเลย เจนก็คล้ายเรา แต่นุ่นเราเต้นไม่ได้สักที ทำยังไงให้ตัวเองเต้นเบาวะ ทำยังไงให้เรียบร้อย ถ่ายตั้งแต่ห้าโมงเย็นถึงสองทุ่ม ข้าวก็ยังไม่ได้กิน เลยบอกตัวเองว่าถ้าเป็นนุ่นไม่ได้ก็จะเลิกถ่ายแล้ว

พอพูดแบบนั้นกับตัวเอง เห้ย เราทำได้ ก็เลยออกมาอย่างที่ทุกคนเห็น เราลองย้อนกลับไปดูคลิปยังมีหนวดอยู่เลย

ถ้ารู้ว่าคนดูเยอะขนาดนี้จะโกนหนวด จะรีบตัดชุดใหม่ แล้วแต่งหน้าให้สวย เพราะแต่งหน้าหนึ่งครั้งเราอยากถ่ายให้ได้หลายงาน เราจะวางแผนไว้เลยว่าหนึ่งวันต้องถ่ายงานอะไรบ้าง เราจะเขียนไว้นะ ถ้าไม่เขียนงานจะล่าช้า

เบื้องหลังปรากฏการณ์เจน นุ่น โบว์ ของ Haiseoul Channel คนทำยูทูบที่เพิ่งดังในปีที่ 9

การ Parody ละครของคุณก็สนุกมาก ตีบทแตกทุกเรื่อง

โอ้โห (ลากเสียง) สนุกจริง แต่ละครตอนนี้มันยังยากสำหรับเรา ถ้าเต้น ร้องลิปซิงก์ ถนัดเลย

การทำละครความยาวสองนาที เราซ้อมเป็นอาทิตย์เลยนะ พอรู้แล้วว่าจะเล่นเรื่องอะไร ก็เอาเสียงตัวละครมาแกะข้อความ ต้องเขียนนะคะเราถึงจะจำได้ เป็นคนไม่ชอบพิมพ์ จะเขียนแบ่งคำ แบ่งวรรค ถ้าบทสามบรรทัดต้องเทคเดียวผ่าน มันจะดูแบบ เออได้ว่ะ อารมณ์มันต่อเนื่องด้วย พอจดบทแล้วก็ซ้อมบทให้เข้าปาก แล้วค่อยเริ่มถ่ายจริง

ความยากคือต้องดูรูปปากตัวละคร เขาอ้าปากยังไง ปล่อยปากยังไง หายใจยังไง แล้วเราต้องจำอินเนอร์ด้วย เช่น ถึงคำนี้อีนี่ต้องโกรธแล้ว ถึงคำนี้อีนี่โกรธมาก ถึงคำนี้อีนี่โคตรโกรธ ถึงคำนี้อีนี่ไม่ไหวแล้ว ตาต้องแดง ตาต้องถลึงแล้ว มันต้องจำและจับจุดตรงนั้นให้ได้ เสียงต้องไปด้วยกันกับหน้า ถ้าเสียงโกรธแต่หน้ายังไม่โกรธ อันนี้เริ่มยากแล้ว ยิ่งต้องเล่นเป็นตัวละครผู้ชายก็จะยิ่งเกร็ง เขินตัวเองเหมือนกัน เราจะเล่นเป็นผู้ชายได้หรอวะ (หัวเราะ) 

เบื้องหลังปรากฏการณ์เจน นุ่น โบว์ ของ Haiseoul Channel คนทำยูทูบที่เพิ่งดังในปีที่ 9
เบื้องหลังปรากฏการณ์เจน นุ่น โบว์ ของ Haiseoul Channel คนทำยูทูบที่เพิ่งดังในปีที่ 9
เบื้องหลังปรากฏการณ์เจน นุ่น โบว์ ของ Haiseoul Channel คนทำยูทูบที่เพิ่งดังในปีที่ 9

แล้วการลิปซิงก์คุณฝึกฝนยังไง

ลิปซิงก์เพลงง่ายมาก มันเป็นพื้นฐาน การลิปซิงก์มันอยู่ในตัวทุกคน คนเราต้องมีช่วงที่ใส่หูฟัง ใส่แอร์พอดแล้วขยับปากฮัมเพลงบ้างล่ะ ท่อนนี้มันโดนฉันขอขยับปากร้องตาม ต้องมีโมเมนต์หลับตาแล้วร้องเพลง ตอนอาบน้ำหรือตอนได้ยินเสียงข้างบ้านต้องร้องตามบ้างแหละ ฝึกไม่ยาก วันเดียวก็ทำได้แล้ว จำเนื้อเพลงกับจำลมหายใจนักร้อง จบ

ถ้าเพลงเศร้า เราก็เศร้า เพลงร่าเริง แรดหน่อย ก็แรด

หมูกระทะ, พัก (โควิด) ก่อน, ชานมไข่มุก คุณแต่งเพลงพวกนี้เองหมด

เราชอบแต่งเพลงมาก แต่ทำดนตรีไม่เป็น ดนตรีที่ใช้เป็นดนตรีที่ทุกคนโหลดไปใช้ได้อย่างถูกลิขสิทธิ์ เวลาจะแต่งเพลง คนทั่วไปเขาแต่งเนื้อก่อน แล้วค่อยทำดนตรี แต่เรามีดนตรีก่อน แล้วทำเนื้อให้เขากัน ซิงเกิลแรก ไม่สวยก็เหนื่อยหน่อยนะ ปล่อยไปแล้วไม่ปัง (ปัง : โดดเด่น เป๊ะ) เพลงยาวมากห้านาที เลยคิดใหม่ว่าจะทำเพลงที่ลงได้ทุกแพลตฟอร์ม 

ตอนนั้นเล่นอินสตาแกรมเป็นหลัก ก็จะต้องทำเพลงความยาวหนึ่งนาทีที่ลงอินสตาแกรมได้พอดี จุดหลักคือเราต้องทำให้เนื้อเพลงมันเป็น Earworm หลอนอยู่ในหู ต้องมีท่อนซ้ำให้คนจำ 

อย่างเพลง หมูกระทะ เราอินหมูกระทะมาก หนึ่งอาทิตย์กินหมูกระทะไปแล้วห้าวัน พูดตอนนี้ก็ยังเปรี้ยวปาก สั่งมากินที่บ้านแล้วมันไม่ได้ฟีล มันต้องได้ยินเสียงคนคุยกัน ต้องมีความแย่งหมู ต้องดูว่าเขาเอาสามชั้นมาเติมหรือยัง ก็โอเคงั้นเราจะทำเพลง หมูกระทะ มันก็ได้ออกมาเป็นเพลง เพลงของเราใช้เวลาแต่งไม่ถึงชั่วโมง พอได้คำแรก มันจะโยงเชื่อมคำที่สองอัตโนมัติ มันยากเหมือนกันนะ คนจะคิดว่าเราต้องเก่งมาก พอมาถึงจุดนี้ได้ก็แอบชมตัวเองเหมือนกัน ‘บางครั้งฮายมันก็เก่งเนาะ’ 

เบื้องหลังปรากฏการณ์เจน นุ่น โบว์ ของ Haiseoul Channel คนทำยูทูบที่เพิ่งดังในปีที่ 9
เบื้องหลังปรากฏการณ์เจน นุ่น โบว์ ของ Haiseoul Channel คนทำยูทูบที่เพิ่งดังในปีที่ 9

คุณแม่และครอบครัวติดตามแชนแนลของคุณด้วยหรือเปล่า

เจน นุ่น โบว์ ที่ยอดคนดูสิบสองล้านวิว ก็มาจากแม่ประมาณห้าล้านวิว เราเดานะ เพราะเวลาตื่นเช้ามาก็แอบฟังเสียงโทรศัพท์ของแม่ เอาแล้ว ทำไมได้ยินเสียงเหมือน “เจนค่ะ เจนค่ะ” แม่ดันสุดฤทธิ์ คุณยายเรามีลูกเจ็ดคน ทุกคนในบ้านต้องเชียร์อีฮายอยู่แล้วแน่นอน ไม่ต้องกลัว 

ความจริงแม่เราอยากได้ลูกสาว พ่ออยากได้ลูกชาย เรามีพี่ชายแล้วหนึ่งคน พอคลอดออกมาลูกเป็นตุ๊ด แม่ย้ายเรามาอยู่กับยายเลย เดี๋ยวพ่อเตะ ยุคนั้นผู้ใหญ่เขาหัวโบราณ แม่เลยชอบมาก เวลาเราถ่ายงาน ก็จะให้แม่ตัดชุดให้ ถ้านิยามนะ แม่เราน่าจะเป็นคอสตูมหรือดีไซเนอร์เก่า เพราะว่าเป็นคนที่มีทุกชุด ถ้าเกิดไม่มีจะกิน เอาเสื้อไปขายแล้วเป็นเศรษฐีได้เลย เราเปรียบเทียบแบบนี้เลย ตอนเป็นวัยรุ่นแม่ชอบซื้อเสื้อผ้า ซื้อเก็บ เครื่องประดับก็ซื้อเก็บ ถ้าจะยืมอะไร แม่มีหมด ชุดไหนไม่มี แม่ตัดให้ แม่ไม่เคยห้ามว่าอย่าทำ เขาสนับสนุนเราทุกอย่าง

วันที่คลิปคัฟเวอร์เพลง ซุปเปอร์วาเลนไทน์ มียอดคนดู 12 ล้าน มันกำลังบอกอะไรคุณ

บอกกับเราว่าน่าจะกลับไปถ่ายใหม่ แล้วตั้งใจกว่าตอนนั้น เพราะไม่คิดว่ามันจะดัง เราแค่อยากทำ

จากคลิปแรกของเราเมื่อเริ่มทำ เราว่าเราพัฒนามาตลอด จุดไหนไม่ดีก็ต้องปรับ เราว่าคนเราไม่มีใครดีเพอร์เฟกต์ แม้ว่าเราจะคิดว่าตัวเองทำดีแล้ว คนอื่นมาดู อาจไม่ดีก็ได้ เป็นเหตุผลว่าทำไมเราต้องปรับปรุงทันทีที่มีคนคอมเมนต์

ทุกวันนี้ยอดวิวสำคัญกับคุณมั้ย

ยอดวิวทำให้คนรู้จักเรา ให้คนรู้ว่ากระแสมันดี แต่มันไม่ได้สำคัญกับเราเชิงว่า ยอดวิวเยอะ ฉันจะต้องรวย ฉันจะต้องมีเงิน จุดประสงค์คือเราตั้งใจทำคลิปออกมาให้คนดู อยากให้เขามีความสุขกับคลิปของเรา

การอยู่มาทุกยุคของการทำคลิปออนไลน์เห็นความเปลี่ยนแปลงของสังคมโซเชียลมั้ย

เห็นนะ เรื่องการคอมเมนต์ แต่ก่อนคนไม่มีแอคเคาต์ก็ไม่ค่อยคอมเมนต์ สมัยนี้รุนแรงมาก โดยเฉพาะแอคหลุม (แอคหลุม : แอคเคาต์ส่วนตัวที่ไม่เปิดเผยหน้าตาและชื่อจริงของผู้ใช้) เขาจะด่าอะไรเราก็ได้ จะพิมพ์อะไรก็ได้ จะทำให้คนอื่นเสียใจ จะเหยียบคนอื่นซ้ำแค่ไหนก็ได้ โชคดีมากที่เราทำยูทูบมาตั้งแต่ยุคแรก มันทำให้เราแข็งแกร่ง แต่มีบ้างที่เราไม่ไหว

ถ้าเป็นคอมเมนต์เชิงติเพื่อก่อ ได้เลย เรายินดี อันนี้มันสำคัญมากกับคนทำคลิป บางคนดังข้ามคืนก็มี บางคนทำมาเป็นสิบปีไม่ดัง เหมือนเรา คนก็เพิ่งมารู้จักตอนทำคัฟเวอร์เจน นุ่น โบว์ 

คิดว่าเป็นเพราะอะไร จังหวะหรือเวลา

เราว่าเป็นเพราะ COVID-19 คนอยู่บ้านกัน แล้วเขาไม่มีอะไรทำ ทำงานก็เครียด ดูยูทูบกันทั้งวัน เราว่ามาจากตรงนี้

ถ้าเกิดไม่มี COVID-19 เราทำเจน นุ่น โบว์ อาจจะไม่บูมก็ได้นะ อันนี้คือเรื่องจริงเลย พอคลิปนี้คนเริ่มรู้จัก เขาก็จะย้อนดูคลิปเก่าด้วย กลายเป็นว่าคลิปพวกนั้นก็มีคนดู บางคนก็เคยเห็นคลิปเรามาก่อน คนนี้หรอที่ทำ บางคนก็อ๋อ คนนี้นี่เอง 

เบื้องหน้าคุณสร้างรอยยิ้มให้กับคนอื่น โลกเบื้องหลังที่คุณเจอมันโหดร้ายมั้ย

ส่วนมากเราเจอคอมเมนต์ด้านลบ ไม่มีสาระอะไร เขามาด่าเรา ประมาณว่า สงสารแม่มึงนะที่มีลูกเป็นตุ๊ด เจอประจำ เจอทุกวัน ตอนนี้ก็ยังเจอ เวลาเลื่อนไปเห็นก็มีนอยด์นิดหนึ่งแหละ ก็เครียดบ้าง เราทำอะไรผิดขนาดนั้น เราไม่ว่าเขาหรอก เพราะคนเรามีความคิดไม่เหมือนกัน เราไม่ได้เตรียมรับมืออะไร แค่ปล่อยผ่านไป ช่วงนี้ก็พยายามไม่อ่านคอมเมนต์เลยจะดีกว่า ปล่อยให้กระแสเงียบก่อนแล้วค่อยกลับไปอ่าน น่าจะเป็นการเซฟตัวเราเองได้ดีที่สุด

เบื้องหลังปรากฏการณ์เจน นุ่น โบว์ ของ Haiseoul Channel คนทำยูทูบที่เพิ่งดังในปีที่ 9
เบื้องหลังปรากฏการณ์เจน นุ่น โบว์ ของ Haiseoul Channel คนทำยูทูบที่เพิ่งดังในปีที่ 9

แล้วคอมเมนต์ด้านบวก ช่วยเติมเต็มคุณได้มั้ย

ชอบพี่ฮายมากเลย ทำอีกนะคะ รอดูอยู่ ได้ยินบ่อยมาก พอได้ยินแล้วเหมือนเป็นแรงฮึดสู้ เราพร้อมเริ่มงานใหม่พรุ่งนี้ได้เลย แต่ยังไม่ได้คิดงานนะ แต่ฉันพร้อมเริ่มงานใหม่แล้ว อยู่ดีๆ แรงก็มา คำชมสำคัญมากเลยนะสำหรับคนที่คลิปหรือทำอะไรก็ตาม พอเราได้รับพลังบวกมา เรามีความสุขมากนะ 

ระหว่างทาง เคยมีความคิดว่าอยากเลิกทำมั้ย

ไม่เคยมีเลย (ตอบทันที) เพราะว่ายูทูบมันเป็นความสุข เป็นสิ่งที่ช่วยปลอบประโลมเราเวลาเจอเรื่องเครียด บางคนอาจจะไปช้อปปิ้ง ดูหนัง แต่เวลาเราเครียดเราจะถ่ายคลิป หาเพลงลิปซิงก์ หาบทละครจำแล้วก็ถ่ายเล่น มันเป็นสิ่งเติมเต็มในช่วงที่เรารู้สึกว่าเราไม่มีใคร ยิ่งเราไม่มีแฟน ก็มียูทูบนี่แหละที่อยู่เป็นเพื่อนกัน

มันไม่ใช่แค่แพลตฟอร์ม แต่เหมือนความผูกพันบางอย่าง

ใช่ อยู่กันมานานแล้วอะ มันเป็นแบบนี้มานานแล้ว รักนางนะ รัก Haiseoul Channel

ทำไมต้องเป็น Haiseoul Channel

ช่วงหนึ่งเราอินกับวง Wonder Girls มาก อินกับ Girls Generation มาก พอจะต้องตั้งชื่อแชนแนล เอาฮายอะไรดี เกาหลีก็จะมีกรุงโซล ก็เลยกลายเป็น ‘ฮายโซล’ ดันพ้องเสียงกับไฮโซ คนที่มีฐานะร่ำรวย แต่ความตั้งใจไม่ได้อยากเป็นไฮโซ อยากเป็นฮายโซลที่อยู่เกาหลี บางช่วงเคยเปลี่ยนเป็นไฮโซลลิก้า คนไม่จำ มันยาว หรือจะเปลี่ยนเป็นฮายก้า ก็ฟังดูเหมือนยาบ้า สุดท้ายกลับมาใช้ฮายโซลเหมือนเดิม แต่เติมแชนเนลเข้าไปด้วย 

เบื้องหลังปรากฏการณ์เจน นุ่น โบว์ ของ Haiseoul Channel คนทำยูทูบที่เพิ่งดังในปีที่ 9

อะไรเป็นเหตุผลให้คนเกือบ 4 แสนมาติดตามคุณ

เราคิดว่าคนติดตามเรามากขึ้น เพราะช่วงนี้ทุกคนเครียด อย่าว่าแต่ทุกคนเลย เราก็เครียด

สมมติถ้าเราเครียด เราก็อยากดูอะไรบันเทิงที่ทำให้เรามีความสุข เราก็เป็นหนึ่งคนที่สร้างความสุขมาตั้งนานแล้ว ก็เลยลองทำคลิป แล้วเหมือนเป็นคนดวงดี อยู่ดีๆ ก็มาทำเจน นุ่น โบว์ ทำให้คนรู้จักเรามากขึ้นภายในระยะเวลาครึ่งเดือน ถ้ารวมทุกช่องทาง เพิ่มขึ้นเป็นหลักแสน เราบอกกับทุกสื่อว่า คนดูไม่ต้องรักฮายหรอก แต่อยากให้รักงานของฮายมากกว่า

จุดประสงค์ในการทำยูทูบแต่แรกเลย คือทำยังไงก็ได้ให้คนดูฉันแล้วยิ้ม ดูฉันแล้วหัวเราะ ทุกคนจะต้องไม่เครียดเวลาดูคลิปของฉัน บางคนคิดว่าทำยูทูบเพราะอยากหาเงิน อยากมีรายได้ ตรงนั้นเป็นแค่ส่วนเล็กๆ เล็กมาก ส่วนตัวเราก็ยังขายของอยู่ ขายของก็มีเงิน ถึงแม้จะไม่มากมาย แต่เป็นความสุขทางใจ เราขายของมานาน ตั้งแต่มอปลาย คุณแม่เปิดร้านอาหารตามสั่ง เราก็ไปเสิร์ฟ คุณแม่เปิดอู่ซ่อมรถด้วย เราก็ไปช่วย เราว่าเรามีความสุขกับการบริการ 

เงินไม่ใช่ประเด็นหลัก แต่หัวใจคือการสร้างความสุขให้คนอื่น นี่เป็นเหตุผลให้คุณทำสิ่งนี้อยู่

ใช่ฮะ บางครั้งแม่ถามว่าทำยูทูบได้เงินมั้ย เพราะเขาเห็นเราเหนื่อย ถ่ายทั้งวันทั้งคืน ตัดต่ออีก เราบอกแม่ว่าเงินมันก็ได้ แต่ว่าเราได้ทำในสิ่งที่เราชอบ ถึงเหนื่อย แต่มันมีความสุข เราไม่รู้จะอธิบายยังไง ยิ่งเวลาทำคลิปแล้วมีคอมเมนต์กลับมาว่า ชอบจังเลย มีความสุขจังเลย อยากให้ทำต่อไป เป็นกำลังใจให้ อยู่ดีๆ หายเหนื่อยเลยอะ น้ำตาจะไหล 

เรามีพลังขึ้นมาทันที เราไม่ได้ตอแหลนะ คนทำยูทูบ คนทำคลิป จะเข้าใจตรงนี้มาก เราไม่ได้ต้องการอะไรเลย ต้องการแค่คนมาดูงานแล้วเขามีความสุข ไม่ได้ต้องการให้คนรู้จักเยอะ ขอให้จำได้ว่าอีนี่ไง ที่มันเล่นหลายตัว อีนี่ไง ที่มันเต้นอะไรเยอะๆ อีนี่ไง ที่มันชอบมาลิปซิงก์เป็นตัวละคร แค่คนจำเราได้แค่นี้ก็พอแล้ว

กลัวการถูกลืมมั้ย

เราไม่อยากถูกลืม บางคนบอกว่าไม่ต้องรีบทำคลิปก็ได้ ทำไปเดี๋ยวคนก็มาดูเอง ถ้าเราหายไปนาน คนที่เขาติดตามเราจะมาถามแล้วว่า หายไปไหน กลัวคนคิดว่าอีฮายตายไปแล้วหรอวะ เราว่าคนที่ติดตามเราเขารอเราอยู่นะ

ถ้าเป็นแบบนั้นเราก็ต้องให้ใจเขาด้วย อย่าทิ้งคนดู ทุกวันนี้ยังมีคนรอดูผลงานเราอยู่ เพราะเราไม่รู้ว่าคนที่ติดตามเราเขาไปเจอเรื่องเครียดหรือทุกข์ใจอะไรมาบ้าง ฉะนั้น คลิปเราบางคลิปอาจจะไป Made my day ให้วันนั้นของเขาก็ได้

เบื้องหลังปรากฏการณ์เจน นุ่น โบว์ ของ Haiseoul Channel คนทำยูทูบที่เพิ่งดังในปีที่ 9
เบื้องหลังปรากฏการณ์เจน นุ่น โบว์ ของ Haiseoul Channel คนทำยูทูบที่เพิ่งดังในปีที่ 9

คุณเล่าแต่ความสุขของคนอื่น แล้วความสุขของคุณคืออะไร

การตื่นมาแล้วได้ทำสิ่งที่ชอบ เจอแม่ ได้กินกับข้าวแม่ ได้พาครอบครัวไปกินข้าว ได้สร้างความสุขให้กับคนในบ้าน ทุกวันนี้ไม่ได้คิดอะไรเลย ตื่นมาก็อยากให้ทุกคนยิ้ม ความสุขของคนอื่นก็คือความสุขของเรา 

แล้วความท้าทายเกือบ 10 ปีในฐานะคนสร้างสรรค์คืออะไร

การแข่งขันกับตัวเอง เราไม่เคยคิดแข่งขันกับใครเลยนะ แค่แข่งขันกับตัวเองมันก็ยากมาก ยากมาก (ย้ำ) สมมติวันนี้อยากถ่ายงาน แต่ฉันขี้เกียจ ไม่ถ่ายดีกว่า แต่ต้องพยายามฉุดตัวเองขึ้นมาให้ได้ เราต้องทำยังไงก็ได้ให้มันดีกว่าเดิม ทำยังไงก็ได้ให้คนดูเขาดูแล้วรู้ว่าเราตั้งใจทำมันจริงๆ 

คุณมีความฝันหรือเป้าหมายที่อยากไปให้ถึงมั้ย

เราอยากเล่นซิตคอม ซิตคอมเป็นความฝัน ถ้ามีซิตคอมติดต่อมาสักเรื่อง จะไม่คิดเลย ค่าตัวไม่ต้องพูดถึง เอาความฝันของฉันก่อน ฉันอยากเล่น พูดกับแม่ตลอดว่าอยากเล่น เพราะอยากฝึกฝนเรื่องการทำจังหวะ ซิตคอมจะมีจังหวะ และไดนามิกบางอย่างที่มีแค่ในซิตคอมเท่านั้น ถ้าเราได้โอกาสตรงนั้นมามันก็เป็นการพัฒนาตัวเราที่ดีเลย 

ส่วนการทำยูทูบ ถ้าไม่ไหวเราคงหยุด ถ้ายังไหวก็จะผลิตงานให้คนดูแล้วมีความสุขต่อไป เราไม่คิดอะไรที่มันไกลมาก อยู่กับปัจจุบันแล้วคิดว่าวันนี้ฉันตื่นมาจะกินอะไร พรุ่งนี้อยากกินอะไร เราไม่มองอนาคตไกล เพราะไม่รู้ว่าจะอยู่ถึงตอนไหน อาจเป็นข้อเสียของเราก็ได้ บางคนวางแผนเป้าหมายเอาไว้ แต่เป้าหมายของเรามีแค่วันนี้กับวันพรุ่งนี้

เราคิดว่าความคิดคนเปลี่ยนได้ทุกวัน เหมือนตอนเด็กที่อยากเป็นครู โตมาไม่อยากเป็นแล้ว วันนี้เป็นยูทูบเบอร์ อนาคตอาจจะอยากเปิดร้านก๋วยเตี๋ยว ทุกคนไม่มีความแน่นอน ข้อดีคือวันนี้เราได้ทำสิ่งนั้นเต็มที่และทำให้ดีที่สุด 

พอคนเริ่มรู้จักเยอะขึ้น ชีวิตเปลี่ยนไปบ้างมั้ย

ตอนนี้ชีวิตที่หายไปคือการนอนของดิฉัน (หัวเราะ) ได้นอนน้อยลงกว่าเดิมนิดหนึ่ง แล้วก็ต้องทำงานเพิ่มขึ้น

เบื้องหลังปรากฏการณ์เจน นุ่น โบว์ ของ Haiseoul Channel คนทำยูทูบที่เพิ่งดังในปีที่ 9

Writer

สุทธิดา อุ่นจิต

กรุงเทพฯ - เชียงใหม่ สู่ ลาดพร้าว - สุขุมวิท , พูดภาษาพม่าได้นิดหน่อย เป็นนักสะสมกระเป๋าผ้า ชอบหวานน้อยแต่มักได้หวานมาก

Talk of The Cloud

บทสัมภาษณ์คนคุ้นหน้าในแง่มุมที่อาจไม่คุ้นนัก

เรากำลังแพ็กกระเป๋าเตรียมไปเรียนต่อ มวลของหนักอึ้งจนกระเป๋าแทบปิดไม่ลง แต่ยังไงก็ต้องหาพื้นที่ใส่หนังสือ ‘ร้านเครื่องเขียนไทย’ (태국문방구) ของ ฮั่น-อี ฮยอนคยอง ที่อุตส่าห์แคะกระปุกซื้อมาเหมือนกันทั้งหมด 3 เล่มให้ได้ ยิ่งปกในของหนังสือประดับลายเซ็นและข้อความน่ารัก ๆ เป็นภาษาไทยกับเกาหลีจากผู้เขียน ที่เราได้รับมาตอนแวะไปสนทนากับเธอด้วยแล้ว จะไม่ขนไปได้อย่างไร แม้ว่าจะอ่านภาษาเกาหลีได้ในระดับผู้ฝึกฝนจากซับไตเติลซีรีส์ และอาจต้องใช้พลังงานแบกกระเป๋าขึ้นรถไฟเพิ่มขึ้นหน่อยก็จะสู้! เพราะหนังสือเล่มนี้ทำให้เราย้อนให้นึกถึงวันที่มีโอกาสนั่งคุยกับเธอ

วันนั้นเราไปตามนัดอย่างไม่เข้าใจเลยสักนิด ว่าร้านขายอุปกรณ์เครื่องเขียนสัญชาติไทยมีดีอะไร ถึงทำให้สาวเกาหลีผู้เคยไปร้านเครื่องเขียนมาหลายร้านรอบโลกติดใจ จนถึงขนาดว่าเขียนหนังสือออกมาเป็นเล่ม ๆ และทำไมหนังสือที่มีแต่เรื่องเครื่องเขียนไทยถึงขายดิบขายดีในเกาหลี หลังจากเราใช้เวลาเกินค่อนวันกับฮั่น ก็ได้คำตอบที่ทำให้มุมมองเกี่ยวกับเครื่องเขียนไทยของเราเปลี่ยนไป

  เมื่อคนบ้าเครื่องเขียนมาพบกัน คงไม่มีคำทักทายไหนสื่อใจได้ดีเท่ากับการให้อุปกรณ์เครื่องเขียนอีกแล้ว เพื่อนสาวของเราหยิบแผ่นลอกตัวอักษรไทยสำหรับ Letterpress จากเชียงใหม่มาฝากฮั่น 

พอเธอเห็นเท่านั้นก็ตาโต รีบลุกขึ้นมาถามว่าเป็นสติกเกอร์อะไรและได้มาจากที่ไหน

 “ฮั่นชอบอักษรไทย” เธอพูดขึ้นระหว่างพลิกดูแผ่นลอกอักษรไทยด้วยภาษาไทยที่ฟังลื่นไหลเป็นธรรมชาติ “ฮั่นเกิดที่เกาหลี ใช้แต่อักษรฮันกึล ไม่เคยสังเกตว่าสวยหรือไม่สวย แต่พอเห็นอักษรไทยแล้วคิดว่าสวยมาก ๆ แล้วก็ชอบสติกเกอร์ติดรถมาก ๆ ค่ะ เพราะที่เกาหลีไม่มี” เธอตอบด้วยเสียงสดใส

 “แต่ก็มีสติกเกอร์บางอันนะคะที่รูปน่ารัก แต่สามีบอกว่าคำนี้ไม่ดี เราตกใจ จะรีบแกะออก” นักสะสมเครื่องเขียนหัวเราะ เมื่อเล่าถึงสติกเกอร์ติดรถสีแจ่มที่เธอซื้อมาจากรถเข็นขายสติกเกอร์ 

หัวข้อหลักที่เรามาคุยกับฮั่น คือเรื่องราวของหนังสือร้านเครื่องเขียนไทยที่เขียนโดยคนเกาหลี เป็นภาษาเกาหลี ตีพิมพ์และจำหน่ายในเกาหลี แต่บทสนทนาทั้งหมด ฮั่นยินดีคุยกับเราเป็นภาษาไทย

Lee Hyunkyung นักสะสมเครื่องเขียนแดนโสม เขียนหนังสือร้านเครื่องเขียนไทย ขายดีมากในเกาหลี

เปิดกระเป๋าเครื่องเขียน

อี ฮยอนคยอง หรือ ฮั่น เธอเป็นหญิงสาวจากแดนโสมขาวที่ย้ายมาใช้ชีวิตในประเทศไทยเป็นเวลา 3 ปีจนติดใจข้าวเหนียวมะม่วง ปัจจุบันเธอทำงานเป็น Graphic Designer เต็มเวลาที่ foodpanda

ก่อนหน้านี้เธอเรียนจบด้าน Visual Design จาก Hongik University ดูจากหน้าที่การงานและการศึกษา เหมือนว่าเธอจะมีดินสอและปากกาเป็นอาวุธคู่กายมาแต่ไหนแต่ไร 

ฮั่นเล่าว่าเธอชอบวาดรูปมาตั้งแต่เด็ก ด้วยคุณพ่อเป็นสถาปนิก ทำให้เธอมีอุปกรณ์วาดเขียนอยู่ใกล้ไม้ใกล้มือตลอด ตอนเด็ก ๆ เธอชอบวาดดวงดาวเป็นพิเศษ เพราะเด็กหญิงฮั่นมีความฝันอยากเป็นนักบินอวกาศของนาซ่า พอโตขึ้นอีกหน่อย จึงรู้ตัวว่ารักแท้ของเธอไม่ได้อยู่นอกโลก แต่อยู่ในกระเป๋าเครื่องเขียนใบเบ้อเริ่มที่พกไปโรงเรียนด้วยกันทุกวันต่างหาก ในนั้นมีเครื่องเขียนครบครันทุกประเภทประหนึ่งกระเป๋าโดราเอมอน ดินสอหลากสี ยางลบหลายแบบ และปากกาหลายแท่งให้เพื่อน ๆ เลือกยืม

 “เราจำได้ว่ามีปากกา 30 แท่ง กระเป๋าเลยหนักทุกวันเพราะเครื่องเขียน” 

อุปกรณ์ที่โปรดปรานถึงขั้นต้องพกไปทุกที่ คืออุปกรณ์ง่าย ๆ อย่างดินสอไม้และกบเหลา

ทุกวันก่อนเข้าเรียนและหลังเลิกเรียน เธอแวะไปร้านขายอุปกรณ์เครื่องเขียนข้างโรงเรียน เพื่อดูว่ามีอะไรใหม่ ๆ มาวางขายบ้าง ถ้าเจอชิ้นที่ถูกใจ ฮั่นก็ควักเงินค่าขนมอันน้อยนิดที่คุณพ่อให้ออกมาซื้อสมาชิกใหม่กลับบ้าน การเดินดูของในร้านเครื่องเขียนจึงเป็นเวลาแห่งความสุขตั้งแต่นั้นจนถึงวันนี้

สาว ๆ คนอื่นอาจชอบช้อปปิ้งเสื้อผ้า แต่ฮั่นชอบช้อปปิ้งเครื่องเขียนมากกว่าเป็นไหน ๆ 

“ตอนเด็กเราไม่สนใจเสื้อผ้า สนใจแต่หนังสือกับเครื่องเขียน” เธอแววตาเป็นประกาย

ตอนย้ายมาไทย กระเป๋าเสื้อผ้าเธอเบาหยอง ที่เหลือเธอขนเครื่องเขียนจากเกาหลีมาให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ขนาดว่านี่เป็นเพียงไม่กี่เปอร์เซ็นต์จากทั้งหมดที่มี เธอหยิบเครื่องเขียนออกมาจากลิ้นชักมาให้เราดูอีกเพียบ ฮั่นบอกว่ามีหลายครั้งที่เธอเพลิดเพลินกับการซื้ออุปกรณ์จนลืมเวลา 

“ฮั่นเคยใช้เวลาอยู่ในร้านเครื่องเขียนที่นิวยอร์ก 4 ชั่วโมง” นักสะสมเครื่องเขียนหัวเราะ

เธอยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่า ค่าเสียหายเฉพาะเครื่องเขียนในครั้งนั้นเป็นราคา 10,000 บาท ยังไม่พอ วันถัดมากลับมาจับจ่ายเครื่องเขียนอีก 10,000 บาท จนเราสงสัยว่าเธอต้องหยิบดินสอ ปากกา สมุด ลงตะกร้าสักกี่อัน ถึงได้เสียหายหลายหลักขนาดนั้น คงเพราะร้านเครื่องเขียนคืออาณาเขตสุขใจ เธอจดจำทุกเรื่องราวที่เกิดขึ้นได้ไม่เคยลืม เมื่อ 4 ปีที่แล้ว ฮั่นกลับไปเยี่ยมร้านเครื่องเขียนข้างโรงเรียนอีกครั้ง เธอดีใจมากที่ร้านยังเปิดให้บริการ แต่ทราบข่าวเศร้าว่าคุณลุงที่เคยขายเครื่องเขียนเสียชีวิตแล้ว 

“ร้านเครื่องเขียนข้างโรงเรียนนี้เปิดมาประมาณ 40 ปีแล้วค่ะ ฮั่นแวะไปตั้งแต่อายุ 6 – 7 ขวบ ตอนรู้ข่าวว่าคุณลุงไม่อยู่แล้ว เสียใจมาก ๆ เลยค่ะ พอเพื่อน ๆ ทุกคนรู้ข่าวก็เสียใจกันหมด” 

ร้านเครื่องเขียนคือสิ่งที่ฮั่นนึกถึงอยู่เสมอ

แต่สิ่งที่ไม่เคยอยู่ในหัวของเธอเลย คือการย้ายมาใช้ชีวิตที่ประเทศไทย

Lee Hyunkyung นักสะสมเครื่องเขียนแดนโสม เขียนหนังสือร้านเครื่องเขียนไทย ขายดีมากในเกาหลี

เปิดประตูร้านเครื่องเขียน

“สามีเปลี่ยนชีวิตค่ะ” 

ฮั่นตัดสินใจย้ายมาทำงานที่ไทย เพราะสามีของเธอเป็นคนไทย แต่เธอก็เกือบจะย้ายกลับเกาหลีหลายรอบ เพราะการใช้ชีวิตในแผ่นดินใหม่ไม่ใช่เรื่องง่าย 

“ความจริงช่วง 1 – 2 ปีแรกของการอยู่ประเทศไทย เราไม่มีเพื่อนเลย มีแค่สามีคนเดียว” 

ฮั่นเคยมาประเทศไทยครั้งเดียวเมื่อหลายสิบปีก่อน ก่อนจะย้ายมาอยู่ระยะยาว 

“บางวันก็คิดว่าทำไมฮั่นมาที่นี่ มันดีหรือเปล่า กลับบ้านดีกว่าไหม บางวันก็ร้องไห้” แถมในตอนนั้นร้านอาหารเกาหลียังมีไม่มากเหมือนตอนนี้ นั่นทำให้เธอรู้สึกแปลกถิ่นมากขึ้นอีกหลายเท่า แต่สุดท้ายก็เลือกที่จะไม่พ่ายแพ้ต่อความเหงา ฮั่นตัดสินใจอยู่ประเทศไทยต่อ และเริ่มเข้าเรียนคลาสภาษาไทย 

“พอเรียนภาษาไทย ก็เริ่มมีเพื่อนมากขึ้น ทำให้ชีวิตเริ่มลงตัว” เธอเล่าพร้อมรอยยิ้ม

ไม่นานนัก อาหารอีสาน ข้าวเหนียวมะม่วง หมูกระทะ ก็กลายเป็นอาหารจานโปรดของเธอ

และสิ่งสำคัญมากที่ทำให้สาวเกาหลีคนนี้หายเหงา คือการเดินเข้าร้านเครื่องเขียน 

“ร้านเครื่องเขียนไทยร้านแรกที่เราไปคือร้านเสริมทรัพย์ที่เยาวราช” เธอเผอิญเดินผ่านระหว่างทางไปซื้อกาแฟ “เราตื่นเต้นมาก เพราะเห็นในร้านมีของเก่าเยอะมาก เป็นร้านที่เปิดมา 50 – 60 ปี

“ฮั่นไปร้านนี้ประมาณ 4 – 5 ครั้ง เพราะมีเรื่องที่อยากรู้เยอะมาก อยากรู้ว่าเครื่องเขียนชิ้นนี้คืออะไร ซื้อมาจากที่ไหน ขายหรือเปล่า” ทั้ง ๆ ที่ตอนนั้นพูดภาษาไทยไม่ได้เลยสักคำ เธอพยายามสื่อสารสุดชีวิตเพื่อจะรู้เรื่องเครื่องเขียนที่สนใจให้ได้ 

“เดี๋ยวนี้ที่โซลไม่เห็นร้านเครื่องเขียนวินเทจจริง ๆ แบบร้านเสริมทรัพย์เลย แต่ต่างจังหวัดพอมีอยู่บ้าง ส่วนช่วงโควิด-19 ก็ปิดตัวไปเยอะเพราะไม่มีลูกค้า” นี่เป็นเรื่องพิเศษมากที่ร้านขายอุปกรณ์เครื่องเขียนในประเทศไทยที่มีอายุมากกว่า 10 ปี ยังดำเนินกิจการต่อไปได้ 

ไหน ๆ ก็เริ่มพูดถึงร้านเครื่องเขียนในไทยแล้ว เราจึงขอถามประเด็นที่สงสัยมากที่สุดเลยแล้วกัน

“คุณมองเห็นอะไรในเครื่องเขียนไทย ทั้ง ๆ ที่คนไทยไม่นิยมใช้เครื่องเขียนไทย”

ฮั่นย้อนถามทันทีว่า “ทำไมล่ะคะ” 

เราอึ้งไปครู่หนึ่ง ไม่รู้จะตอบว่าอย่างไร เพราะไม่เคยนั่งคิดจริง ๆ ถึงเหตุผลที่ทำให้คนไทยไม่ค่อยใช้เครื่องเขียนของประเทศตัวเอง เลยตอบไปว่า น่าจะเป็นเพราะเครื่องเขียนไทยดูเชย เมื่อเทียบกับเครื่องเขียนญี่ปุ่น เกาหลี ทั้งคุณภาพดีและออกแบบให้ดูน่ารักน่าใช้ 

ฮั่นบอกว่าความคิดแบบนี้ไม่แปลกและไม่ผิด เพราะคนเกาหลีก็มองว่าเครื่องเขียนเกาหลีไม่น่าใช้เหมือนกัน ฮั่นหยิบกล่องดินสอไม้ตราม้าขึ้นมาวางบนโต๊ะ ดินสอไม้ตราม้านี่แหล่ะคือตัวอย่างของเครื่องเขียนไทยสุดคลาสสิก แพ็กเกจจิ้งเรโทรสุด ๆ และด้ามดินสอก็จับถนัดมือ เป็นเครื่องเขียนไทยชิ้นโปรดของเธอ และฮั่นเคยหิ้วใส่กระเป๋าเดินทางกลับเกาหลีหลายสิบกล่อง จน ตม. เรียกตรวจกระเป๋า!

ฮั่นคงตกหลุมรักเครื่องเขียนไทยจริง ๆ ไม่อย่างนั้นจะเขียนหนังสือออกมาเป็นเล่มได้อย่างไร 

Lee Hyunkyung นักสะสมเครื่องเขียนแดนโสม เขียนหนังสือร้านเครื่องเขียนไทย ขายดีมากในเกาหลี

เปิดหนังสือเครื่องเขียนไทย

“ทีแรกไม่เคยคิดเขียนหนังสือร้านเครื่องเขียนไทยเลยค่ะ” นักเขียนตอบทันที เมื่อเราถามถึงจุดเริ่มต้นของหนังสือเล่มแรกของเธอ “แค่รู้สึกว่าร้านเครื่องเขียนไทยมีคอนเทนต์ดี ๆ และน่าถ่ายรูปเก็บไว้”

เธอเริ่มโพสต์ร้านเครื่องเขียนไทยลงอินสตาแกรม อธิบายเกี่ยวกับเครื่องเขียนไทยให้คนเกาหลีอ่าน ซึ่งหนึ่งในผู้อ่านคือสำนักพิมพ์เกาหลีอิสระแห่งหนึ่งที่สนใจทำหนังสือเกี่ยวกับประเทศอาเซียน

Lee Hyunkyung นักสะสมเครื่องเขียนแดนโสม เขียนหนังสือร้านเครื่องเขียนไทย ขายดีมากในเกาหลี
Lee Hyunkyung นักสะสมเครื่องเขียนแดนโสม เขียนหนังสือร้านเครื่องเขียนไทย ขายดีมากในเกาหลี

“สำนักพิมพ์ sojanggak (โซจังกัก) ติดต่อมาว่า สนใจทำหนังสือเกี่ยวกับเครื่องเขียนไทยไหม ฮั่นสนใจอยู่พอดีค่ะ เลยตอบตกลง” เธอเห็นว่าคนเกาหลีส่วนใหญ่ชอบไปเที่ยวประเทศไทย แต่หนังสือท่องเที่ยวส่วนใหญ่มักแนะนำร้านอาหาร คาเฟ่ แต่ยังไม่มีหนังสือที่แนะนำประเทศไทยผ่านร้านเครื่องเขียนเลย นั่นเป็นเหตุผลที่เธอเอาด้วยในทันที กระบวนการทำหนังสือใช้ระยะเวลา 2 ปีกว่าจึงเริ่มเป็นรูปร่าง

ลำดับแรก เธอเริ่มจากการรวบรวมชื่อร้านที่น่าสนใจ โดยการเสิร์ชหาข้อมูลและฟังคำแนะนำของคนรู้จัก ซึ่งขั้นตอนนี้สบายมาก เพราะเป็นปกติอยู่แล้วที่ไม่ว่าจะไปที่ไหนเธอก็สรรหาร้านเครื่องเขียนน่าสนใจเตรียมไว้เสมอ แต่ที่ยากคือหลายครั้งสถานการณ์จริงเปลี่ยนแปลงเร็วกว่าข้อมูลที่ค้นเจอ 

“ตอนนั้นเตรียมเขียนร้านเครื่องเขียนในกรุงเทพฯ แต่พอเช็กอีกทีร้านปิดแล้ว กลายเป็นว่าต้องหาที่เขียนใหม่ เปลี่ยนไปเปลี่ยนมาอยู่หลายร้าน บางที่อยากไปมาก แต่โทรไปช่วงโควิด ไม่มีคนรับสาย”

ใช่แล้ว กระบวนการทำหนังสือเล่มนี้เกิดขึ้นช่วงวิกฤตโรคระบาด เธอและผู้ออกแบบหนังสือของสำนักพิมพ์เกาหลี จึงพบปะ ปรับแก้ และทำทุกกระบวนการผ่านช่องทางออนไลน์เท่านั้น

“เราไม่เคยเจอตัวกันจริง ๆ เลย” – เธอย้ำความจริง

หนังสือเล่มนี้ปรับแก้มาหลายรูปแบบกว่าจะออกมาเป็นเล่มล่าสุดที่เราเห็น 

เธอปรับตั้งแต่ปก สี การจัดวางภาพและตัวอักษรให้น่าอ่าน กระทั่งตำแหน่งของ QR Code สำหรับให้ผู้อ่านสแกนและปักหมุดที่ตั้งของร้านแต่ละร้าน เพื่อให้ผู้อ่านตามเก็บร้านแนะนำได้แบบไม่ปวดหัว 

“เวลาคนเกาหลีมาไทยก็พกหนังสือมาด้วย สแกน QR Code แล้วเดินตามแผนที่ได้เลย” 

ความคิดและชีวิตของ Lee Hyunkyung  นักสะสมเครื่องเขียนชาวเกาหลี ตระเวนร้านเครื่องเขียนทั่วไทย เพื่อเขียนหนังสือร้านเครื่องเขียนไทย

ส่วนเนื้อหา เธอเขียนเล่าเกี่ยวกับร้านเครื่องเขียน 20 ร้าน จากทั้งหมด 60 ร้าน โดยทุกร้านในหนังสือได้รับการคัดสรรมาแล้วว่า คุณภาพเครื่องเขียนเลิศ เรื่องราวน่าสนใจ และมีที่มาจากหลายจังหวัด เช่น เชียงใหม่ ปาย ลำปาง ขอนแก่น กาฬสินธุ์ อุดรธานี นครปฐม หาดใหญ่ เกาะสมุย และภูเก็ต 

นี่หมายความว่าเธอต้องเคยไปทุกจังหวัดที่กล่าวมา ไม่เหนื่อยหรือยังไงนะกับการทำงานประจำควบคู่ไปกับการทำหนังสือ ต้องเขียน เดินทางไปสัมภาษณ์ และช่วยออกความเห็นด้านดีไซน์

เธอมีเทคนิคดี ๆ อะไรในการการบาลานซ์ชีวิตช่วงนั้นของตัวเองหรือเปล่า – เราสงสัย

ฮั่นหัวเราะนิด ๆ ก่อนจะตอบว่า “ไม่มีค่ะ ชีวิตไม่บาลานซ์ค่ะ” – เธอสารภาพ

หลังทำงานประจำเสร็จตอน 1 ทุ่ม เธอก็กลับมานั่งเขียนหนังสือต่อที่บ้านจนถึงตี 1 ตี 2 

“แต่ไม่เหนื่อยนะคะ กลายเป็นว่าการกลับมาทำหนังสือ ทำให้หายเหนื่อยด้วยซ้ำไป” 

หลังจากใช้เวลา 2 ปีกว่าเพื่อทำหนังสือร้านเครื่องเขียนไทย ในที่สุดสำนักพิมพ์ก็ส่งหนังสือฉบับสมบูรณ์มาให้ดูถึงกรุงเทพฯ ครั้งแรกที่พลิกอ่านหนังสือเล่มแรกในชีวิต เธอเกือบกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ 

ความคิดและชีวิตของ Lee Hyunkyung  นักสะสมเครื่องเขียนชาวเกาหลี ตระเวนร้านเครื่องเขียนทั่วไทย เพื่อเขียนหนังสือร้านเครื่องเขียนไทย

เปิดโลกมิตรภาพทั่วประเทศไทย

อย่างหนึ่งที่ฮั่นประทับใจมากเกี่ยวกับร้านเครื่องเขียนไทยคือ สารพัดสิ่งของนอกเหนือจากอุปกรณ์เครื่องเขียนซึ่งมักวางอยู่ในร้านด้วย นั่นทำให้เธอเข้าใจวัฒนธรรมไทยเพิ่มขึ้นอีกระดับ 

“ตอนนั้นไปร้านเครื่องเขียนที่เชียงราย เห็นขายกระบี่กระบองด้วย ไม่รู้ว่าคืออะไร ตอนนี้รู้แล้วว่าเป็นกีฬาไทยชนิดหนึ่ง” ครั้งแรกที่ได้เห็นตี่จู้เอี๊ยะอยู่ในร้านเครื่องเขียนก็ที่ประเทศไทยนี่แหล่ะ

“ที่เกาหลีไม่มีแบบนี้ เห็นทีแรกตกใจ แต่ร้านเครื่องเขียนไทยที่ไปมาหลายร้านก็มีเหมือนกัน เรารู้สึกสนุกดีที่ได้เรียนรู้วัฒนธรรมของภาคต่าง ๆ ในไทย หลากหลายและมีความพิเศษของตัวเอง” 

เครื่องสังฆทานที่วางจำหน่ายในบางร้าน ก็ทำให้ฮั่นอยากรู้เพิ่มเกี่ยวกับวัฒนธรรมเมืองพุทธ

เรื่องราวในหนังสือไม่ได้เกี่ยวข้องกับเครื่องเขียนเพียงอย่างเดียว แต่สอดแทรกความทรงจำระหว่างเธอกับเจ้าของร้านเครื่องเขียนด้วย ฮั่นยกตัวอย่างเหตุการณ์ตอนแวะร้านน้องอิมอิม เกาะสมุย ให้ฟัง 

“จริง ๆ แล้วน้องอิมช่วยพ่อแม่ขายของ เราเดินทางไปที่ร้านด้วยมอเตอร์ไซค์ แล้วอากาศร้อนมาก พอถึงหน้าร้านน้องอิมก็เลยเอาน้ำแข็งมาให้ แล้วก็ช่วยเช็ดรถให้ก่อนที่ฮั่นจะเดินเข้าร้านเครื่องเขียน” 

ไมตรีจิตระหว่างเจ้าของร้านและลูกค้า คือความสุขที่ได้มาโดยไม่ต้องจับจ่าย

“ตอนทำหนังสือ ฮั่นรู้สึกมีความสุขจริง ๆ ตอนที่ยังไม่ได้ทำหนังสือ ฮั่นไม่มีเพื่อนที่ไทยเลย แต่การเดินทางตามร้านเครื่องเขียน ทำให้เจอและทำความรู้จักกับเจ้าของร้าน ได้ฟังเรื่องราวของเขา” 

จากที่เคยร้องไห้ทุกวันเพราะย้ายมาต่างถิ่น ตอนนี้เธอมีเพื่อนมากกว่า 10 จังหวัดทั่วไทย 

ขอเล่าย้อนไปนิด เราทำความรู้จักกับฮั่นครั้งแรกผ่านอินสตาแกรม Mooontreee มีประโยคหนึ่งเขียนไว้บนหน้าโปรไฟล์ของเธอว่า ‘ฮั่นอยากจะเป็นเพื่อนกับคุณได้ไหม’ – เรายังจำได้จนถึงวินาทีนี้ 

เปิดหน้าถัดไปของชีวิต

เมื่อหนังสือ ‘ร้านเครื่องเขียนไทย’ วางแผงในประเทศเกาหลี (ประเทศไทยเมื่อต้นปีนี้) ผลตอบรับดีเกินคาด! ผู้เขียนชื่นใจเป็นอย่างยิ่ง (เราสัมผัสได้) ที่เกาหลีหนังสือขายไปแล้วกว่า 1,500 เล่ม ผู้อ่านเขียนข้อความชื่นชมและขอบคุณที่ฮั่นนำร้านเครื่องเขียนไทยมาแบ่งปัน เธอบอกว่ามั่นใจตั้งแต่แรกแล้วว่ายังไงหนังสือเล่มนี้ก็ขายออก เพราะร้านเครื่องเขียนไทยมีเรื่องราวน่าสนใจ ถ้าเรื่องน่าสนใจ มีเหตุผลอะไรที่คนจะไม่อ่าน ส่วนในประเทศไทย เพื่อนคนไทยหลายคนชอบและเชียร์ให้แปลเป็นภาษาไทยด้วย

แต่ขนาดยังไม่ทันแปลเป็นภาษาไทย ก็มีคนไทยมาจ่อคิวซื้อไปอ่านแล้ว

“หนังสือ 10 เล่มแรก วางขายที่ร้าน Vacilando Bookshop ค่ะ หนังสือขายหมดภายใน 2 วัน ตอนนี้คนไทยเรียนภาษาเกาหลีกันเยอะ บางคนที่สนใจเครื่องเขียนอยู่แล้ว เขาก็ซื้อไปฝึกอ่านด้วย” 

ถึงอย่างนั้น การแปลหนังสือเล่มนี้เป็นภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ยังคงเป็นสิ่งหนึ่งที่เธอตั้งใจจะทำในอนาคต เพื่อให้เรื่องราวของร้านขายอุปกรณ์เครื่องเขียนไทยเข้าถึงผู้อ่านได้มากขึ้นกว่าเดิม 

“แปลเป็นภาษาไหนก่อนดีคะ” ฮั่นขอความเห็น เราตอบจากใจจริงเลยว่า ขอเป็น 2 ภาษาพร้อม ๆ กันเลยได้ไหม เพราะคนแปลหนังสือช่างหายาก ฮั่นจึงบอกว่าขอแปลทีละภาษาก่อนแล้วกัน 

นอกจากแปลหนังสือ ยังมีอีกหลายสิ่งที่ฮั่นอยากทำ อย่างแรก เธอตั้งใจสร้างคอมมูนิตี้แลกเปลี่ยนวัฒนธรรมไทยและเกาหลี เชื่อมโยงคน 2 ประเทศให้รู้จักและเข้าใจกันมากขึ้น ตอนนี้เธอเริ่มวางแผนทำฝันให้เป็นจริงกับเพื่อนคนไทย ใบ้ให้ว่าเป็นหนังสือ 

อย่างถัดไป เธออยากทำ (มาก) คือเปิดร้านเครื่องเขียนเป็นของตัวเอง โดยจะขายเครื่องเขียนไทยและเกาหลี โดยเธอเป็นคนคัดสรร เป็นร้านที่มีคนรู้จริงเลือกเครื่องเขียนแต่ละชิ้นตามความต้องการของลูกค้าแต่ละคนได้ ‘เหมือนร้านชิมไวน์’ – เธอว่า

ตอนนี้ยังไม่แน่ใจว่าจะเปิดร้านที่จังหวัดไหนหรือเมื่อไหร่ แต่ที่แน่ ๆ เปิดร้านที่ไทย! ชื่อร้านคงหนีไม่พ้น Moontree เพราะเป็นชื่อที่สื่อสารตัวตนของเธอที่เป็นคนชื่นชอบธรรมชาติได้เป็นอย่างดี 

เราเหลือบไปเห็นนาฬิกาแล้วพบว่าพวกเราคุยกันนานจนลืมกินข้าวเที่ยง เป็นเวลาอันสมควรที่จะรวบรัดการสัมภาษณ์ ฮั่นฝากเรื่องสุดท้ายก่อนที่เราพักกินขนมอบที่เธอและสามีเตรียมไว้ให้ 

“สมัยนี้คนใช้เทคโนโลยีมากขึ้น บันทึกลงกระดาษน้อยลง ฮั่นอยากเห็นคนกลับมาเขียน”

ความรู้สึกในยามที่ความคิดปรากฏเป็นอักษรบนหน้ากระดาษ ผ่านการเชื่อมต่อของสมองสู่ปลายปากกา ช่างพิเศษเกินกว่าสิ่งใดทดแทน 

ความคิดและชีวิตของ Lee Hyunkyung  นักสะสมเครื่องเขียนชาวเกาหลี ตระเวนร้านเครื่องเขียนทั่วไทย เพื่อเขียนหนังสือร้านเครื่องเขียนไทย

แบ่งปันเรื่องราวเครื่องเขียนไทยและเป็นเพื่อนกับฮั่นได้ที่ mooontreee

Writer

จันท์จุฑา ลดาวัลย์ ณ อยุธยา

ตอนเป็นเด็กหญิงคิดว่าถ้ามีพลังวิเศษไม่ได้ก็ขอเขียน ถ้าเขียนไม่ได้ก็ขอร้องเพลง ปัจจุบันเป็นนางสาวนักฝึกฝนตนเองให้ไวต่อความจริงใจ เพราะดันไปแอบชอบพลังวิเศษชนิดนี้ในตัวคน

Photographer

ณัฐวุฒิ เตจา

เกิดและโตที่ภาคอีสาน เรียนจบจากสาขาศิลปะการถ่ายภาพ สนใจเรื่องราวธรรมดาแต่ยั่งยืน ตอนนี้ถ่ายภาพเพื่อเข้าใจตนเอง ในอนาคตอยากทำเพื่อเข้าใจคนอื่นบ้าง

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load