หลังจาก The Cloud ได้คุยกับ American Standard ไปแล้ว วันนี้ได้มีโอกาสคุยกับอีกหนึ่งแบรนด์ในกลุ่มธุรกิจเทคโนโลยีการใช้น้ำของเครือลิกซิล (LIXIL Group) อีกครั้ง แต่เป็นแบรนด์ที่กำเนิดโดยชาวเยอรมัน 

GROHE (โกรเฮ่) แบรนด์ชั้นนำของโลกที่โดดเด่นด้านก๊อกน้ำและฝักบัว จำหน่ายมากกว่า 150 ประเทศ มีความรู้และความเชี่ยวชาญมากกว่า 86 ปี ได้รับ Award-Winning ด้านดีไซน์มากมาย รวมทั้งติดอันดับหนึ่งใน 50 บริษัทเปลี่ยนโลก (Change The World) จัดโดยนิตยสาร Fortune ไม่ได้แค่ผลิตอุปกรณ์สำหรับใช้น้ำ แต่กำลัง Shaping the Future of Water เปลี่ยนนิยามและประสบการณ์การใช้

หลายคนอาจคิดว่าการออกแบบผลิตภัณฑ์ต้องเน้นด้านฟังก์ชัน แต่แนวคิดของ GROHE กลับเน้นการออกแบบที่คำนึงถึงสุนทรียะและอารมณ์ อยากให้คนรู้สึก Joyful ระหว่างใช้น้ำ พร้อมผสานคุณค่าทั้ง 4 มิติที่เป็นหัวใจหลัก คือ คุณภาพ ดีไซน์ เทคโนโลยี และความยั่งยืน ทำให้พบ GROHE ได้ตามโรงแรม 5 ดาวทั่วโลก 

วันนี้ ออดรีย์ โหย่ว ลีดเดอร์ บริษัท ลิกซิล (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) จะมาเล่าว่าความหมายของ Pure Freude an Wasser ว่าความเบิกบานของการใช้น้ำนั้นเป็นอย่างไร 

1. กำเนิดและเติบโตด้วยการควบรวมกิจการของชาวเยอรมัน

ชื่อ GROHE มาจากผู้ก่อตั้ง Friedrich Grohe ชาวเยอรมัน ผู้ก่อตั้งกิจการด้วยการซื้อบริษัท Berkenhoff & Paschedag ใน ค.ศ. 1936 ซึ่งต่อมาได้เปลี่ยนชื่อเป็น Friedrich Grohe ใน ค.ศ. 1948 

ตลอดเส้นทางการเติบโตของแบรนด์ GROHE ได้ควบรวมกับบริษัทอื่นๆ ที่มีจุดแข็งด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีมากมาย เพื่อก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำในกลุ่มอุตสาหกรรมด้วยจุดแข็งของแบรนด์ด้านเทคโนโลยีเกี่ยวกับน้ำ ต่อมาจึงได้รวมเข้ากับเครือบริษัทลิกซิลใน ค.ศ. 2014 เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวผลิตภัณฑ์เพื่อที่อยู่อาศัยอย่างครบวงจร การเติบโตเป็นแบรนด์ระดับโลกได้จึงไม่โดดเดี่ยว แต่มีแรงสนับสนุนจากกลุ่มเครือบริษัทครอบครัวด้วยกัน

10 เรื่อง GROHE สุขภัณฑ์เปลี่ยนโลกที่ออกแบบก๊อกน้ำและฝักบัวให้คนใช้รู้สึกเบิกบาน
10 เรื่อง GROHE สุขภัณฑ์เปลี่ยนโลกที่ออกแบบก๊อกน้ำและฝักบัวให้คนใช้รู้สึกเบิกบาน

2. แบรนด์ที่คิดค้นสารพัดนวัตกรรมก๊อกน้ำทันสมัยในทุกยุค

ตั้งแต่ระบบเทอร์โมสแตท (Thermostat)

ก๊อกผสมอัตโนมัติที่ผสมน้ำร้อน-เย็นให้ได้อุณหภูมิที่ต้องการอย่างรวดเร็วใน ค.ศ. 1956

ก๊อกผสม One Hand Mixer ก๊อกที่ผสมน้ำร้อน-เย็นได้ด้วยมือเดียว เก่าแก่คลาสสิกรุ่นแรกใน ค.ศ. 1968

การเริ่มนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้กับก๊อกน้ำใน ค.ศ. 2004

ก๊อกครัวที่ผลิตน้ำดื่มสปาร์คกลิ้งได้ใน ค.ศ. 2017

การผลิตก๊อกน้ำด้วยเทคโนโลยีการพิมพ์ขึ้นรูป 3 มิติ ทำให้เกิดสินค้าระดับ Iconic อย่าง 3D Icon รุ่น Atrio และ Allure Brilliant ใน ค.ศ. 2019 และอีกมากมาย

10 เรื่อง GROHE สุขภัณฑ์เปลี่ยนโลกที่ออกแบบก๊อกน้ำและฝักบัวให้คนใช้รู้สึกเบิกบาน
10 เรื่อง GROHE สุขภัณฑ์เปลี่ยนโลกที่ออกแบบก๊อกน้ำและฝักบัวให้คนใช้รู้สึกเบิกบาน

เหล่านี้คือผลงานของ GROHE ที่ทำให้การใช้น้ำในแต่ละวันสะดวกสบาย มีก๊อกน้ำหน้าตาทันสมัยที่มาพร้อมนวัตกรรมออกมาใหม่เสมอในแต่ละยุค

3. แบรนด์ Global ที่ตอบโจทย์ลูกค้าทั่วโลกเพราะเข้าใจ Mega Trends

เมื่อเป็นแบรนด์ระดับโลก สิ่งที่นักออกแบบต้องทำก่อนออกแบบสินค้าคือ วิจัยหา Mega Trends หรือเทรนด์ที่มีอิทธิพลระดับโลกในระยะเวลายาวนานหลายสิบปี ด้วยการสังเกตพฤติกรรมการใช้ชีวิตในบ้านที่เปลี่ยนไป รวมถึงคุณค่าใหม่ที่คนมองหาจากอุปกรณ์ในห้องน้ำหรือห้องครัว

สำหรับ​ Mega Trends ในปัจจุบันนั้นมี 5 อย่าง

หนึ่ง New Living Space จากพื้นที่ห้องครัว ห้องนั่งเล่น ห้องน้ำที่มักมีผนังแบ่งกั้นชัดเจนในสมัยก่อน เน้นใช้ทำธุระทางสุขาหรืองานครัวให้เสร็จไปเท่านั้น หากสังเกตคอนโดมิเนียมและโรงแรมหรูสมัยนี้ จะเห็นว่าเส้นแบ่งขอบเขตห้องเหล่านี้เริ่มเลือนหายไป ห้องน้ำกลมกลืนเป็นส่วนหนึ่งของห้องนอน และห้องครัวเริ่มกลายเป็นส่วนหนึ่งของห้องนั่งเล่น จากพื้นที่ส่วนตัวกลายเป็นที่สังสรรค์และตกแต่งให้สวยงามเพื่อรับแขก 

ส่งผลให้เกิดเทรนด์ที่สอง คือ Consumer becomes the Creator คนในบ้านอยากตกแต่งห้องครัวและห้องน้ำที่บ่งบอกสไตล์ตนเอง ทั้งนี้เพราะใช้เวลาผ่อนคลายอยู่ในบ้านมากขึ้นด้วย

เทรนด์ที่สาม สี่ และห้า คือ Simplicity Seekers, Taking Control และ Intelligence Life Management สินค้าต้องใช้ง่าย ไม่ยุ่งยาก ในขณะเดียวกันผสานการใช้เทคโนโลยีเพื่อความแม่นยำและความปลอดภัยสูง เพื่อให้ใช้ชีวิตสมาร์ท เข้ากับไลฟ์สไตล์สมัยใหม่ 

4. In-House Designer Team ที่ออกแบบโดยทำความเข้าใจความต้องการที่แตกต่างของผู้บริโภคแต่ละประเทศ และคงมาตรฐานทั่วโลกไว้ได้ 

GROHE เป็นแบรนด์ที่ขึ้นชื่อเรื่องการออกแบบ รางวัลออกแบบที่โดดเด่น คือ Red Dot Design Award และอีกหลายรางวัลการันตีสินค้าดีไซน์คุณภาพ 

เคล็ดลับของการออกแบบที่ดีคือ ทำความเข้าใจความต้องการของลูกค้า ทาง GROHE จึงมีทีมนักออกแบบพัฒนาผลิตภัณฑ์ และมีสตูดิโอออกแบบกระจายอยู่หลายแห่งทั่วโลก เพื่อวิจัยความต้องการที่แตกต่างกันในแต่ละตลาด

แม้สินค้าในแต่ละประเทศมีคอลเลกชันแตกต่างกันบ้างตามความนิยมที่ต่างกัน แต่ล้วนคุมมาตรฐานของแบรนด์ได้คงที่ทั่วโลก ด้วยการยึดถือใน 4 คุณค่าหลักของแบรนด์ คือ คุณภาพ ดีไซน์ เทคโนโลยี และความยั่งยืน

เมื่อมี 4 อย่างนี้ ไม่ว่าสินค้าจะมีรายละเอียดแตกต่างกันแค่ไหนในแต่ละประเทศ ก็ส่งมอบประสบการณ์การใช้ผลิตภัณฑ์ในนามแบรนด์ GROHE ได้เหมือนเดิม

5. Emotional Design ที่ส่งมอบประสบการณ์และความรู้สึก Enjoy การใช้น้ำ

งานออกแบบของ GROHE คำนึงถึงสุนทรียะและอารมณ์ความรู้สึกในการใช้มากกว่าแค่ประโยชน์ใช้สอย 

Pure Freude an Wasser เป็นภาษาเยอรมันแปลว่า Pure Joy of Water ความรู้สึกเพลิดเพลินที่เหนือความคาดหมาย เปลี่ยนการอาบน้ำในวันธรรมดาให้รื่นรมย์ เปลี่ยนการใช้ก๊อกน้ำในครัวให้ราบรื่นยิ่งขึ้น

แค่รายละเอียดเพียงเล็กน้อย ก็เปลี่ยนประสบการณ์ทั้งหมด ทั้งองศาที่คำนวณมาให้สะดวกสบายแก่การเปิดก๊อกน้ำที่สุด ความสมมาตร ความโค้งมนที่เรียบบางในแบบ Sensual Minimalism เพื่อให้ประสบการณ์การใช้ไหลลื่นที่สุด

10 เรื่อง GROHE สุขภัณฑ์เปลี่ยนโลกที่ออกแบบก๊อกน้ำและฝักบัวให้คนใช้รู้สึกเบิกบาน

สายน้ำจากฝักบัว GROHE ก็สามารถสร้างความ Enjoy ได้ในหลากหลายรูปแบบเหมือนอยู่ในสปา อย่างฝักบัวระดับอัลตร้าลักซูรี่ AquaSymphony  ที่ให้สายน้ำที่แตกต่างกันถึง 6 รูปแบบ เช่น Drizzle ละอองน้ำเย็นเติมความมีชีวิตชีวาให้สัมผัสเหมือนการฉีดน้ำแร่ Waterfall ม่านน้ำตกขนาดใหญ่ สร้างความสดชื่นเต็มอิ่มในการอาบน้ำ หรือ Rain สายน้ำละอองนุ่มดั่งสายฝนที่นุ่มนวล 

10 เรื่อง GROHE สุขภัณฑ์เปลี่ยนโลกที่ออกแบบก๊อกน้ำและฝักบัวให้คนใช้รู้สึกเบิกบาน
10 เรื่อง GROHE สุขภัณฑ์เปลี่ยนโลกที่ออกแบบก๊อกน้ำและฝักบัวให้คนใช้รู้สึกเบิกบาน
10 เรื่อง GROHE สุขภัณฑ์เปลี่ยนโลกที่ออกแบบก๊อกน้ำและฝักบัวให้คนใช้รู้สึกเบิกบาน

การใช้ก๊อกน้ำและฝักบัวที่เราใช้กันอยู่ทุกวันจนชิน มีรายละเอียดในประสบการณ์การใช้ที่มากกว่าแค่เปิดและปิดหรือทำความสะอาดร่างกาย แบรนด์เชื่อว่าเมื่อปรับปรุงประสบการณ์การใช้ผลิตภัณฑ์ เช่น จากการดึงก้านโยกมาเป็นการกดปุ่ม หรือปรับการไหลของสายน้ำให้ได้สัมผัสที่แตกต่าง ก็จะทำให้ผู้ใช้รู้สึกเบิกบานขึ้น

6. Freedom of Choice อิสระในการบ่งบอกสไตล์ของผู้ใช้

GROHE เชื่อว่าสีสันบ่งบอกบุคลิกของเจ้าของห้อง สีสันของก๊อกน้ำและฝักบัวที่หลากหลายจึงเปิดโอกาสให้เป็นตัวของตัวเอง นำแฟชั่นมาสู่ผลิตภัณฑ์ในห้องน้ำ ยกระดับความหรูหราที่มากกว่าการใช้งาน

เนื่องจากเป็นแบรนด์ขายทั่วโลก จึงต้องเลือกสีที่ทั้งสง่างามและทันสมัยแบบไร้กาลเวลาเข้ากับวัสดุและ Mood ห้องได้หลายโทน Mix & Match กับส่วนอื่นของห้องได้ทั้ง ก๊อกน้ำ ฝักบัว และแอคเซสเซอรี่อื่นๆ ในห้องน้ำ 

เราอาจนึกไม่ถึงว่าเฉดสีของอุปกรณ์ในห้องน้ำมีความหลากหลาย และต่างมีเอกลักษณ์ของตัวเอง ทั้ง Nickel สีทองอ่อนที่อ่อนโยนเรียบง่าย นึกถึงธรรมชาติที่เงียบสงบและโทนห้องอบอุ่น  Cool Sunrise เฉดสีทองสว่างเข้มขึ้นมา สำหรับคนอยากได้พลังสีที่เปล่งประกาย หรูหรา Hard Graphite สีโทนเทาเข้ม ให้ความรู้สึกเท่ เคร่งขรึม เข้ากับห้องคอนกรีตหรือไม้สีอ่อน Warm Sunset หรือ Rosegold สีทองอมชมพูแบบหวานๆ หรือเฉดสีสเตนเลสที่เรียบง่ายอย่าง Super Steel 

ไม่ว่าโทนห้องสีเข้มหรือสว่าง อยากตกแต่งแบบคอนทราสต์จัดจ้านหรืออบอุ่น สีของอุปกรณ์เหล่านี้เปิดทางเลือกความเป็นไปได้ของการตกแต่งห้อง ที่ไม่ได้อยู่แค่ในห้องนั่งเล่นเท่านั้น 

นึกภาพมีสีฝักบัวหรือก๊อกน้ำให้เลือกถึง 10 เฉดสี หลากหลายดีไซน์ ภาพอุปกรณ์ห้องน้ำและห้องครัวแบบเดิมที่ชินกับโครเมี่ยมก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง

7. การเติบโตที่มาพร้อมกับความรับผิดชอบ ด้วยนโยบายด้านความยั่งยืนแบบ 360 องศา 

ความยั่งยืนหมายถึงความรับผิดชอบ รับผิดชอบต่อผู้คนและสิ่งแวดล้อม ตั้งแต่ผลิตภัณฑ์ที่ประหยัดการใช้ทรัพยากรและมีอายุการใช้งานยาวนาน กระบวนการผลิตที่เน้นการใช้พลังงานสะอาด ลดการปล่อยมลภาวะสู่สิ่งแวดล้อม บรรจุภัณฑ์ที่ปราศจากพลาสติก รวมถึงการดูแลสุขภาพและความปลอดภัยของพนักงาน ลูกค้า และพันธมิตรทางธุรกิจ

ในกระบวนการผลิต GROHE ลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ในโรงงาน คิดค้นนวัตกรรมลดมลพิษ รักษาพลังงานน้ำให้ได้มากที่สุด ใช้เทคโนโลยีอย่างการพิมพ์ 3 มิติ ช่วยลดการใช้วัสดุอย่างสิ้นเปลือง ทำให้บรรลุเป้าหมาย GROHE Goes ZERO การผลิตแบบปลอดคาร์บอน เป็นตัวอย่างให้โรงงานอื่นๆ ที่อยากผลักดันเรื่องความยั่งยืนทั่วโลก

อีกหนึ่งนโยบายสำคัญ คือการวางแผนลดปริมาณพลาสติก GROHE ริเริ่มนโยบายลดการใช้พลาสติกในบรรจุภัณฑ์ เปลี่ยนเป็นเลือกใช้วัสดุทดแทนที่ตอบโจทย์ทั้งด้านคุณสมบัติและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ตั้งแต่เริ่มโครงการใน ค.ศ. 2018 จนถึงมิถุนายน ค.ศ. 2021 ได้มีการลดการใช้พลาสติกลงไปแล้วถึง 32 ล้านชิ้น และยังคงดำเนินการเพื่อลดการใช้พลาสติกในบรรจุภัณฑ์ลงจนเป็นศูนย์  

Pure Joy of Water จึงไม่ได้หมายถึงสโลแกนในแง่ประสบการณ์เท่านั้น แต่ยังเป็นความตั้งใจรักษาทรัพยากรน้ำที่บริสุทธิ์ให้คนรุ่นต่อไป

8. ติด Top 50 บริษัทเปลี่ยนโลก (Change The World) ด้วยเทคโนโลยีช่วยโลก

ด้วยกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจที่ส่งผลดีต่อสังคม นวัตกรรมสินค้าที่ช่วยประหยัดน้ำและพลังงาน ลดปริมาณขยะ กระบวนการผลิตที่หลีกเลี่ยงของเสีย และรีไซเคิลน้ำ 99 เปอร์เซ็นต์ที่ใช้ในการผลิต ส่งผลให้ GROHE ได้รับเลือกให้ติดอันดับบริษัทเปลี่ยนแปลงโลกจากนิตยสาร Fortune และยังเป็นบริษัทสัญชาติเยอรมันบริษัทแรกที่ได้รับรางวัลอันทรงเกียรตินี้ด้วย

เทคโนโลยีของ GROHE ยังช่วยขับเคลื่อนความยั่งยืน อย่างนวัตกรรม GROHE DripStop ลดน้ำหยดจากฝักบัวหลังปิดใช้งาน ไร้น้ำหยด ลดความสิ้นเปลืองน้ำ หรือเทคโนโลยี GROHE Silkmove ES ที่ออกแบบให้ตำแหน่งตรงกลางของก้านโยกเป็นน้ำเย็น ลดการใช้น้ำผสมอย่างไม่จำเป็น 

การประหยัดทรัพยากรเกิดขึ้นได้ด้วยนวัตกรรมต่างๆ ที่ถูกออกแบบอย่างใส่ใจรายละเอียด การประหยัดน้ำและพลังงานเล็กๆ น้อยๆ ในชีวิตประจำวัน หากรวมกันหลายๆ บ้านทั่วโลก ก็ส่งผลอย่างมหาศาลให้โลกได้เช่นกัน

9. ลูกค้าประทับใจจากการลองใช้ในโรงแรม 5 ดาวทั่วโลก

ด้วยคุณภาพ ดีไซน์ และความเชื่อมั่นในแบรนด์ ทำให้โรมแรม 5 ดาวชั้นนำทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นยุโรป อเมริกา เอเชีย ตะวันออกกลาง หรือออสเตรเลีย ต่างใช้ GROHE เป็นแบรนด์สำหรับอุปกรณ์ในห้องน้ำ  

ตลาดเอเชียนับว่าเป็นตลาดหลักแห่งหนึ่งของแบรนด์ เพราะคนเอเชียคาดหวังต่อความหรูหราสูงกว่ายุโรป ลูกค้ามองหาคุณค่าและประสบการณ์ที่แตกต่างไม่เหมือนใคร พร้อมยินดีจ่ายเงิน เพื่อสัมผัสประสบการณ์ที่แตกต่าง

โรงแรมเหล่านี้มักเป็นสถานที่ที่แนะนำให้ลูกค้าได้รู้จัก GROHE และลองใช้ครั้งแรก เมื่อประทับใจ เพลิดเพลินกับการใช้เวลาผ่อนคลายที่โรงแรม ทำให้จดจำแบรนด์ได้ และนึกถึงเมื่อถึงเวลารีโนเวตบ้าน

ในสถานการณ์โรคระบาดโควิด-19 ผู้คนใช้เวลาในบ้านมากขึ้น ทำให้เร่ง Mega Trends การตกแต่งห้องน้ำและห้องครัวที่แบรนด์คาดการณ์ไว้ให้ได้รับความนิยมมากขึ้นอีก

ในสถานการณ์ที่ผู้คนไม่สามารถเดินทางไปพักผ่อนตามโรงแรมได้สะดวกอย่างเดิม แต่ก็ยังสามารถสร้างประสบการณ์การใช้ห้องน้ำเหมือนอยู่ในโรงแรม 5 ดาวได้ เพียงแค่เปลี่ยนอุปกรณ์ในห้องน้ำ และการเปลี่ยนก๊อกน้ำ ฝักบัวในบ้านไม่ใช่เรื่องยาก แค่ใช้สินค้าที่ถูกออกแบบมาให้ติดตั้งง่าย ใช้เวลาไม่นานก็ได้ห้องน้ำใหม่ สวย หรูเหมือนยกโรงแรมมาไว้ที่บ้าน 

10. กล้าให้คำสัญญาด้านคุณภาพ เพราะทดสอบการใช้หลายแสนครั้ง

เยอรมนีขึ้นชื่อเรื่องสินค้าคุณภาพสูงและการใส่ใจในรายละเอียด

ก่อนปล่อยสินค้าออกสู่ตลาด บริษัทมีกระบวนการตรวจสอบคุณภาพที่เข้มข้น ทั้งทดสอบพื้นผิว ประสิทธิภาพการใช้งาน รวมถึง Life Cycle ของสินค้า ตัวอย่างเช่น ก๊อกน้ำจะมีทดสอบการใช้งานถึง 210,000 รอบ เปรียบเสมือนการใช้งานจริงถึง20 ปี รวมทั้งยังมีการรับประกันว่าจะมีอะไหล่สินค้าไว้บริการถึงแม้สินค้ารุ่นนั้นจะยกเลิกผลิตไปแล้วถึง 10 ปี 

แม้อุปกรณ์เหล่านี้จะไม่ใช่สิ่งที่คนซื้อใหม่ทุกปี แต่ทุกคนล้วนใช้หลายครั้งต่อวัน มีประสบการณ์การใช้ สัมผัสก๊อกน้ำและฝักบัวในทุกๆ วัน หากใช้แล้วคุณภาพดี เมื่อถึงเวลาต้องซื้อใหม่ ทำให้นึกถึง GROHE

สิ่งนี้เป็น Brand Promise ที่เป็นยิ่งกว่าคำสัญญาแต่ทำให้ลูกค้ารู้สึกได้จริง 

ภาพ : GROHE

Writer

รตา มนตรีวัต

อดีตสาวอักษรผู้โตมาในร้านขายหวายอายุ 100 กว่าปีย่านเมืองเก่า เป็นคนสดใสเหมือนดอกทานตะวัน สะสมแรงบันดาลใจไว้ในบล็อคชื่อ My Sunflower Thought ขับรถสีแดงชื่อ Cherry Tomato ระหว่างวันทำงานในโลกธุรกิจ เวลาว่างซาบซึ้งในศิลปะ

Big Brand

เรื่องราวน่ารู้เบื้องหลังแบรนด์ดังที่รัก

ยาอมแก้ไอสมุนไพรลูกกลม เม็ดเล็ก รสชาติแรกลองเฝื่อนหน่อย ๆ อมไปแล้วหวานนิด ๆ ชื่อนี้ไม่มีใครไม่รู้จักเมื่อเห็นตะขาบเลื้อยอยู่บนซอง

ตราตะขาบ 5 ตัวอยู่คู่คนไทยมาตั้งแต่ก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 ทุกวันนี้มียอดขายหลายร้อยล้านบาท ส่งออกไปยังอาเซียนและหลากหลายประเทศ โดยยังคงโลโก้ตะขาบขนาบข้างในซองดังเดิม มีสรรพคุณแก้ไอได้ชะงักงัน เป็นดั่งฮีโร่ยาสมุนไพรไทยคู่บ้านที่สืบทอดรุ่นต่อรุ่นมาตลอด ความท้าทายใหม่ของแบรนด์ในยุคนี้ คือทำอย่างไรให้คนรุ่นใหม่สนใจแบรนด์สินค้าจากสมุนไพรไทย ไม่มองว่าเชย ตกยุค แต่เก๋าจนอยากรู้จัก จำสรรพคุณของตะขาบ 5 ตัวได้แบบไม่กลัวความขม

ถ้าเคยตัดสินยาอมแก้ไอจากรูปลักษณ์ วันนี้ขอชวนมาทำความรู้จักตะขาบ 5 ตัวให้ลึกลงอีกสักหน่อย จากวันแรกที่ผู้ก่อตั้งรุ่นหนึ่งแบกกระเป๋าเดินขายยาอมแก้ไอซิมเทียนฮ้อ จนถึงวันนี้ที่คลิปหนังโฆษณาเกิดไวรัล คนดูหลายล้านวิว ฮีโร่คนเดิมคนนี้เข้าไปนั่งในใจคนรุ่นใหม่ได้อย่างไร

The Cloud ชวนมาพูดคุยกับ คุณอรมณส์ แก่นศักดิ์ศิริ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด และ คุณไพบูลย์ สิมะวรา ผู้อำนวยการฝ่ายต่างประเทศ ของบริษัท ห้าตะขาบ (ซิมเทียนฮ้อ) จำกัด เผยให้เห็นเรื่องราวกว่าจะมาเป็นผลิตภัณฑ์ยาแก้ไอตราตะขาบ 5 ตัวในทุกวันนี้

1. ชายลึกลับบนซองตะขาบ 5 ตัว คือ จุ้ยไซ แซ่ซิ้ม ผู้ปรุงยาสมุนไพรเป็นงานพาร์ตไทม์จนได้ดี

ย้อนกลับไปในยุคก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 นายจุ้ยไซ แซ่ซิ้ม ผู้เคยเป็นเด็กช่วยปรุงยาในร้านหมอจีน ได้ย้ายถิ่นฐานจากเมืองจีนมาตั้งรกรากที่อำเภอบางคล้า จังหวัดฉะเชิงเทรา ทำสวน เลี้ยงเป็ดไก่ไปเพื่อยังชีพ พอเริ่มมีเงินทุนจึงนำไปเปิดร้านขายของชำในตลาด

ราว พ.ศ. 2478 จึงย้ายมาอยู่ที่กรุงเทพฯ ย่านตลาดเก่า เยาวราช เขายังคงรับจ้างแบกหามในตอนกลางวันและปรุงยาตอนกลางคืน แต่ด้วยความรู้ติดตัวด้านยาสมุนไพร เป็นอย่างดี พอมีเวลาว่างจากงานจึงริเริ่มคิดสูตรยาสมุนไพรและทดลองปรุงยาอื่น ๆ อีกหลากหลายชนิดตามแบบฉบับของตนเอง เพื่อใช้กันเองในหมู่ญาติและคนใกล้ชิด ยาแก้ไอเป็นยาที่คนละแวกนั้นเริ่มชอบมากสุด จึงเริ่มนำไปฝากขายตามร้านยาภายใต้ชื่อ ‘ยาอมแก้ไอซิมเทียนฮ้อ’

หากเป็นสมัยนี้คงเรียกงานปรุงยาของนายจุ้ยไซว่างานพาร์ตไทม์ ใช้วิธีทำเป็นงานเสริมปั้นแบรนด์ไปเรื่อย ๆ สลับกับงานประจำเพื่อหาเลี้ยงชีพ

2. หิ้วกระเป๋าขายยาตามร้านกว่า 20 ปี จนเกิด Word of Mouth ชื่อแบรนด์ตะขาบ 5 ตัวติดหูลูกค้า

ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 นายจุ้ยไซพาครอบครัวอพยพหนีสงครามไปอยู่ที่อำเภอพระประแดงชั่วคราว ครั้งนั้นเจอน้ำท่วมใหญ่ สังเกตเห็นตะขาบหนีน้ำมาเกาะตามฝาบ้าน เห็นสัตว์มีพิษแล้วนึกถึงความเชื่อของศาสตร์การรักษาอาการป่วยแบบจีนสมัยโบราณที่เชื่อว่าพิษล้างพิษ ตะขาบถือเป็นสัญลักษณ์ของสัตว์มีพิษจึงมีสรรพคุณช่วยล้างพิษได้

นายจุ้ยไซจึงเกิดไอเดียนำตะขาบมาทำเป็นเครื่องหมายการค้า ส่วนเลข 5 คือเลขมงคลของชาวจีน หากสังเกตชื่อแบรนด์สินค้าที่คุ้นหูในอดีต จะพบว่าหลายแบรนด์นิยมนำเลข 5 มาตั้งชื่อ ไม่ว่าจะเป็น 5 เจดีย์ หรือ 5 มังกร รวมทั้งครอบครัวของนายจุ้ยไซยังมีลูกถึง 10 คน แบ่งเป็นผู้ชาย 5 คน ผู้หญิง 5 คน เลข 5 จึงเป็นเลขที่ทั้งมีความมงคลและผูกพัน เกิดเป็นชื่อแบรนด์ตะขาบ 5 ตัว พร้อมซองยาที่มีสัญลักษณ์เป็นรูปตะขาบขนาบทั้งสองข้างและรูปนายจุ้ยไซอยู่ตรงกลาง

ด้วยความมุ่งมั่นไม่ย่อท้อและเชื่อมั่นในสรรพคุณยาของตนเอง เขายังคงหิ้วกระเป๋าเดินทางไปฝากขายตามร้านขายยาต่าง ๆ เป็นเวลา 20 กว่าปีจนสินค้าเริ่มติดหู ลูกค้าจดจำได้ ลูกค้าบอกปากต่อปากจนสามารถขยายกิจการ เช่าตึกแถวเปิดร้านขายยาซิมเทียนฮ้อที่ศาลเจ้าแซ่ซิ้ม ตากสิน ซ.8 ฝั่งธนบุรี ใน พ.ศ. 2496 ทั้งขายยาสำเร็จรูป จัดยาสมุนไพร และตรวจผู้ป่วย

3. ตะขาบ 5 ตัวไม่ได้ขายแค่ยาแก้ไอ แต่นำเข้าสินค้าจากต่างประเทศด้วยเพื่อความหลากหลาย

จากร้านขายยาเติบโตเป็นบริษัทผลิตยาอย่างเดียวแบบเต็มตัว ในยุคของทายาทรุ่นสองภายใต้ชื่อ บริษัท ห้าตะขาบ (ซิมเทียนฮ้อ) จำกัด ในเวลาต่อมา โดยสร้างโรงงานใหม่ที่เขตบางขุนเทียนนี้ สามารถพัฒนากระบวนการผลิตยาให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยมีการนำเครื่องจักรที่ทันสมัยมาใช้ร่วมกับแรงงานคน และเพิ่มบุคลากรที่มีความสามารถเฉพาะทาง เพื่อร่วมทำการวิจัยกระบวนการผลิตให้ได้มาตรฐานและทันสมัยเรื่อยมา

น้อยคนจะรู้ว่านอกจากยาอมแก้ไอตราตะขาบ 5 ตัวแล้ว บริษัท ห้าตะขาบ (ซิมเทียนฮ้อ) จำกัด ยังมีบริษัทในเครือคือ บริษัท ห้าตะขาบ เทรดดิ้ง (ประเทศไทย) จำกัด นำเข้าสินค้ายาจากต่างประเทศหลากหลายชนิด อย่างแผ่นแปะพริก ปอราส แคพซิคัม พลาสเตอร์ แผ่นแปะบรรเทาอาการปวดกล้ามเนื้อ ยาน้ำมันสมุนไพร ยู่ยี่ออยล์ที่มีประวัติกว่า 150 ปีในมาเลเซียและสิงคโปร์ โดยคัดเลือกยาที่เป็นที่ยอมรับในท้องถิ่น มีประวัติขึ้นชื่ออย่างยาวนานในประเทศนั้น ๆ เหมือนยาแก้ไอตะขาบ 5 ตัว เพื่อขยายกลุ่มลูกค้าและเพิ่มความหลากหลายของสินค้า รวบรวมของดีให้คนไทยได้ใช้ โดยไม่ทอดทิ้งเอกลักษณ์ดั้งเดิมของตราตะขาบ ปัจจุบันอยู่ในช่วงข้อต่อเพื่อที่จะมารับช่วงของทายาทรุ่นสองและรุ่นสามของตระกูลที่ทำงานร่วมกันเพื่อขยับขยายกิจการ

7 เรื่อง ‘ตราตะขาบ 5 ตัว’ ยาแก้ไอสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 สู่แบรนด์คนรุ่นใหม่ระดับโลก
7 เรื่อง ‘ตราตะขาบ 5 ตัว’ ยาแก้ไอสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 สู่แบรนด์คนรุ่นใหม่ระดับโลก

4. ยาสมุนไพรไทยลุคบ้าน ๆ ที่พร้อมคิดค้นสูตรใหม่ให้อมง่าย และปรับแพ็กเกจให้เข้ากับยุคสมัย

คนรุ่นพ่อรุ่นแม่จดจำตะขาบ 5 ตัวเป็นยาอมแก้ไอสมุนไพรที่แก้เจ็บคอได้อย่างชะงักงัน ด้านรสชาตินั้นว่ากันว่า แรก ๆ มันขม แต่อมไปมันจะหวาน โดยความหวานมาจากสมุนไพรล้วน ไม่ใส่น้ำตาล เด็ดขาดแต่ละมุนละม่อม ทำให้ชุ่มคอ เมื่อดื่มน้ำหรือชาร้อนตาม ความชุ่มคอนั้นจะยิ่งทวีคูณ

สิ่งที่ตะขาบ 5 ตัวอยากบอกคือ อย่าตัดสินกันที่รูปลักษณ์ภายนอก เพราะแม้จะเป็นแบรนด์เก่าแก่ เป็นยาสมุนไพรไทย แต่อมแล้วหายได้จริง พิสูจน์แล้วทั้งจากการบอกต่อกันปากต่อปากมาเป็นเวลากว่า 80 ปี และผลวิจัยทางวิทยาศาสตร์จาก สวทช. พบว่าสามารถยับยั้งเชื้อแบคทีเรียได้มากกว่า 99.99 เปอร์เซ็นต์ภายใน 5 นาที ข้อดีของสมุนไพรไทย คือ ไม่ดื้อยา อมได้บ่อยตามต้องการ ต่างจากยาสมัยใหม่ที่อาจมีผลข้างเคียงต่อร่างกาย

นอกจากรสสมุนไพรแบบดั้งเดิมแล้ว แบรนด์ยังพัฒนาสูตรยาอมให้หลากหลาย เคลือบรสมิ้นท์ บ๊วย ตะไคร้ เพื่อตอบโจทย์คนที่กลัวความขม และยังพัฒนาจากบรรจุภัณฑ์แบบซองดั้งเดิม เพิ่มแบบตลับและสเปรย์แก้ไอเข้ามาเพื่อแก้ปัญหาของลูกค้า สำหรับคนที่ชอบภาพลักษณ์ทันสมัย การพกตลับยาอมแก้ไอจะสะดวกกว่า ส่วนคนที่ไม่อยากอมยานาน ไม่อยากอมสมุนไพรแล้วลิ้นดำ แบบสเปรย์ก็เข้ามาตอบโจทย์เป็นทางเลือกใหม่ที่ละลายเสมหะ ทำให้ชุ่มคอได้เหมือนกัน

เรื่องราวของยาแก้ไอตราตะขาบ 5 ตัว แบรนด์คู่คนไทยกว่าศตวรรษ ที่พร้อมปรับตัวให้เก๋า โดนใจคนรุ่นใหม่

5. บทสนทนาระหว่าง 2 เจเนอเรชันที่อยากให้คนรุ่นใหม่เปิดใจให้ตะขาบในหนังโฆษณาฝีมือ ต่อ ธนญชัย

ด้วยเป็นยาอมสมุนไพรแผนโบราณที่โด่งดังมานานร่วมศตวรรษ ความท้าทายของตราตะขาบ 5 ตัว คือ ทำอย่างไรให้คนรุ่นใหม่อยากเปิดใจลอง เพราะแบรนด์มั่นใจว่าถ้ารู้จักแล้วจะรัก ลองแล้วชอบในประสิทธิภาพแน่นอน

ความตั้งใจของแบรนด์ คือสื่อสารภาพลักษณ์ให้มีความคลาสสิกแต่เท่ เป็นแบรนด์จากภูมิปัญญาไทยที่ถูกใจคนรุ่นใหม่แต่ก็ไม่ทิ้งลูกค้าเก่า หนังโฆษณาล่าสุดของตะขาบโดย ต่อ-ธนญชัย ศรศรีวิชัย แห่งฟีโนมีนา เล่าเรื่องการคุยกันของพ่อกับลูก เปรียบสมุนไพรไทยเป็นญาติผู้ใหญ่ที่อบอุ่น เป็นมิตร แก้ปัญหาเก่ง สอดแทรกมุกโดนใจวัยรุ่น ให้ปรับภาพลักษณ์สมุนไพรไทยที่ดูล้าสมัยให้เป็นสิ่งที่เข้าถึงง่าย เล่าเรื่องความแตกต่างระหว่างเจเนอเรชันผ่านการสอดแทรกภูมิปัญญาของคนรุ่นเก่าและการตั้งคำถามของคนรุ่นใหม่ที่แม้แตกต่างกัน แต่ด้วยความรักก็ทำให้เข้าใจกันได้

หากแบรนด์ตะขาบ 5 ตัวที่อายุกว่า 80 ปีเป็นคน คงเป็นแด๊ดดี้สายวินเทจที่ไม่เคยเชยตามกาลเวลา ยังแต่งตัวด้วยชุดเดิมแต่พร้อมเล่นโซเชียลมีเดียอย่าง Facebook และ TikTok เป็นตะขาบที่พร้อมปรับตัวตามโลกที่เปลี่ยนไปเร็ว ใช้ทั้งสื่อออนไลน์และออฟไลน์ ปรับตามไลฟ์สไตล์ลูกค้าเสมอ พร้อมก้าวเข้าหาคนรุ่นใหม่ โดยยังคงความเป็นตัวเองไปด้วย

เรื่องราวของยาแก้ไอตราตะขาบ 5 ตัว แบรนด์คู่คนไทยกว่าศตวรรษ ที่พร้อมปรับตัวให้เก๋า โดนใจคนรุ่นใหม่

6. ตะขาบไม่ทิ้งลาย Takabb x Greyhound x SAPPE เพิ่มสินค้าที่เข้าไปอยู่ในไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ 

ความเป็นผู้ใหญ่ที่ทันยุคสมัยของตะขาบ 5 ตัว คือการพร้อมสร้างสรรค์สิ่งใหม่กับแบรนด์รุ่นใหม่อยู่เสมอโดยไม่ละทิ้งความเป็นตัวเอง ตราตะขาบเคยคิดอยากทำแบรนด์ให้โมเดิร์นขึ้น มินิมอลขึ้นตามกระแส แต่พบว่าหากขาดภาพตะขาบและอากงไป ก็จะขาดตัวตนของแบรนด์ที่เป็นภาพจำของยาสมุนไพรคู่คนไทยไป จึงยังคงโลโก้เดิม แล้วหาทางทำให้ภาพลักษณ์ของตะขาบเป็นแบรนด์ที่วัยรุ่นอยากรู้จักและอยู่ในไลฟ์สไตล์ให้ได้

เพราะเป็นแด๊ดดี้ก็เก๋าได้ ‘ตะขาบ’ ร่วมกับแบรนด์แฟชั่นสัญชาติไทยอายุ 40 ปีอย่าง Greyhound ที่มีประสบการณ์ในการทำสินค้าไลฟ์สไตล์มากมาย และมีจุดเด่นในการคิดนอกกรอบและทดลองสิ่งใหม่ ๆ สร้างสรรค์ลายวินเทจอย่างตะขาบ 5 ตัวให้เป็นลายคลาสสิกสุดเท่บนสินค้าของที่ระลึกอย่างเสื้อผ้าและกระเป๋า สร้างความผูกพันและติดตากับลายตะขาบในชีวิตประจำวัน

กลางปีที่ผ่านมา Takabb ยังร่วมกับ SAPPE แบรนด์เครื่องดื่มทางเลือกสุขภาพของคนรุ่นใหม่ เช่น บิวตี้ดริงก์ที่เน้นฟังก์ชันสุขภาพหลากหลาย ปรับตามเทรนด์ไลฟ์สไตลรักสุขภาพของคนรุ่นใหม่ ออกสินค้าเครื่องดื่มสมุนไพรไทย Functional Herbal Drink แบบช็อต สำหรับเสริมความมั่นใจในการใช้เสียง ดึงจุดเด่นของสมุนไพรไทยให้เด่นขึ้น เพิ่มทางเลือกให้คนเจเนอเรชั่น Y และ Z ที่พร้อมอยากลองของใหม่

เรื่องราวของยาแก้ไอตราตะขาบ 5 ตัว แบรนด์คู่คนไทยกว่าศตวรรษ ที่พร้อมปรับตัวให้เก๋า โดนใจคนรุ่นใหม่

7. แบรนด์ตะขาบไทยอยากเติบโตไปไกลทั่วโลก มีวิสัยทัศน์กว้างไกลและไม่หยุดพัฒนา

ความตั้งใจของตะขาบ 5 ตัว ไปอยากเติบโตเป็นแบรนด์ระดับโลก อยากนำตราตะขาบสินค้าภูมิปัญญาไทยให้คนต่างชาติได้รู้จัก

ตราตะขาบเริ่มส่งออกไปยังหลากหลายประเทศ เริ่มจากฮ่องกงเป็นที่แรกใน พ.ศ. 2548 ตั้งแต่สมัยที่ไม่มียาแผนโบราณออกจำหน่ายมากนัก เมื่อเริ่มขยายไปยังประเทศที่มีอิทธิพลอย่างสิงคโปร์ได้แล้ว ก็ขยายต่อไปยังอินโดนีเซีย มาเลเซีย จนขยายครอบคลุมในแถบอาเซียน ทั้งบรูไน กัมพูชา ลาว พม่า พร้อมมีแผนขยายไปยังประเทศอื่น ๆ ทั้งรัสเซียและแถบอินเดียอีกในอนาคต

สมัยก่อนภาพลักษณ์ยาสมุนไพรไทยที่ Made in Thailand ยังคล้ายสินค้าจากจีนอยู่ เมื่อสะสมการสร้างชื่อมาอย่างยาวนาน พิสูจน์สรรพคุณได้จริงทำให้เป็นที่ยอมรับมากขึ้นในต่างประเทศ โดยทุกครั้งที่แบรนด์ตีตลาดใหม่ จะต้องศึกษาวัฒนธรรมของประเทศนั้น ๆ เช่น คนรัสเซียไม่ชอบความหวาน ประเทศมุสลิมมีข้อกำหนดด้านฮาลาล เป็นต้น

ความท้าทายของการเติบโตอย่างยั่งยืน จึงเป็นการไม่หยุดพัฒนาสินค้าและระบบการทำงาน คงตำราสมุนไพรดั้งเดิมแต่ก็ไม่ Out พร้อมสร้างความแปลกใหม่ให้เข้าถึงง่ายอยู่เสมอ

Writer

รตา มนตรีวัต

อดีตสาวอักษรผู้โตมาในร้านขายหวายอายุ 100 กว่าปีย่านเมืองเก่า เป็นคนสดใสเหมือนดอกทานตะวัน สะสมแรงบันดาลใจไว้ในบล็อคชื่อ My Sunflower Thought ขับรถสีแดงชื่อ Cherry Tomato ระหว่างวันทำงานในโลกธุรกิจ เวลาว่างซาบซึ้งในศิลปะ

Photographer

เธียรสิน สุวรรณรังสิกุล

ปัจจุบันกำลังหัดนอนก่อนเที่ยงคืน

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load