ในช่วงสิ้นปีเช่นนี้ ร้านรวงต่างๆ คงประดับประดาไฟระยิบระยับหรือประดับต้นคริสต์มาสรับเทศกาลแห่งความสุขที่กำลังใกล้เข้ามา แต่ปีนี้ Greyhound Cafe กลับดูแปลกตา คล้ายว่าคาเฟ่ทุกสาขาเนรมิตป่าขึ้นมาราวกับร่ายมนตร์ ภายใต้คอนเซปต์ ‘Everyday is Magic’ ที่จับมือกับ The Forestias by MQDC โครงการอสังหาริมทรัพย์ที่มีความเชื่อสอดคล้องกันว่า หนึ่งในความสุขของคนเราเกิดขึ้นจากการกลับมาสัมผัสกับธรรมชาติอย่างแท้จริง

วิธีออกแบบป่าและอาหารในบรรยากาศดินแดนเหนือจริงของ Greyhound Cafe
วิธีออกแบบป่าและอาหารในบรรยากาศดินแดนเหนือจริงของ Greyhound Cafe

แค่ยกป่ามาไว้ในร้านคงธรรมดาเกินไป ทีมงานสร้างสรรค์จึงขอสร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้ลูกค้าได้รับทั้งสุนทรียภาพในการรับประทานมื้ออาหาร พร้อมรับประสบการณ์ของป่าเหนือจินตนาการให้เกิดขึ้นจริงครบทุกโสตสัมผัส 

เบื้องหลังการทำงานของทีมสร้างสรรค์ทีมใหญ่รังสรรค์งานออกมาได้ราวกับมีเวทมนตร์เช่นกัน เพราะความท้าทายในการทำงานที่ต่างฝ่ายเคยคิดฝัน แต่ไม่คิดว่าจะเกิดได้จริง

วิธีออกแบบป่าและอาหารในบรรยากาศดินแดนเหนือจริงของ Greyhound Cafe

ความท้าทายแรกคือนับเป็นโปรเจกต์ใหญ่ที่สุดของการ Collaboration ระหว่าง 2 แบรนด์ ที่มาจากแวดวงที่แตกต่างกัน แต่กลับร่วมมือกันไปได้ไกลกว่ามื้ออาหาร 

ความท้าทายต่อมาคือมีเวลาทำงานทุกกระบวนการเพียง 1 เดือน 15 วัน

และความท้าทายที่สามคือทีมสร้างสรรค์แต่ละทีมทำงานชนิดแทบไม่เคยได้เจอหน้ากัน ทุกอย่างต้องเดาใจและวางใจกันล้วนๆ แต่ในที่สุดพวกเขาก็เนรมิตป่าเหนือจริงที่วาดฝันไว้ได้สำเร็จ 

ทีมงานเกือบฟูลทีมจึงมานั่งล้อมโต๊ะอาหารเพื่อเล่าความคิดเบื้องหลัง ความรู้สึกเมื่อได้เห็นผลงานในเบื้องหน้า และร่วมสัมผัสประสบการณ์ที่บรรจงสร้างสรรค์กันมาอย่างสุดฝีมือ เพื่อมอบเป็นของขวัญปีใหม่ให้ลูกค้าคนสำคัญในช่วงเทศกาลแห่งความสุขนี้

เวทมนตร์ที่ 1

การโคจรมาพบกัน

เพียงก้าวเข้ามาใน Greyhound Cafe สาขาเมกาบางนา เราก็ได้สัมผัสบรรยากาศสดชื่นร่มรื่นของธรรมชาติ พร้อมกับความรู้สึกตื่นตาตื่นใจ

การเนรมิตป่ามาไว้ในคาเฟ่ทุกสาขามีที่มาและแรงบันดาลใจจากโครงการ The Forestias by MQDC บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่มีอุดมการณ์ในการสร้างเมืองสีเขียวในอุดมคติ อันมีระบบนิเวศอันอุดมสมบูรณ์ขนาดใหญ่ไว้ในกรุงเทพมหานคร เพราะเชื่อว่าธรรมชาติจะเชื่อมโยง เอื้ออาศัย และมอบความสุขให้กับผู้คนที่อยู่ร่วมอาศัยได้

วิธีออกแบบป่าและอาหารในบรรยากาศดินแดนเหนือจริงของ Greyhound Cafe

เมื่อทาง The Forestias มองหาพาร์ตเนอร์ร่วมรังสรรค์ความสดชื่นของเมืองสีเขียวเพื่อมอบเป็นของขวัญปีใหม่ให้ชาวเมืองกรุงได้ลองสัมผัส ก่อนที่โครงการจะเกิดขึ้นอีกในไม่ช้า

แอนเดรส รักตะสิริ ผู้อำนวยการบริหารด้านการสร้างแบรนด์และการสื่อสาร และที่ปรึกษาบริษัท แมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด นึกถึง Greyhound เป็นอันดับแรก เพราะมองเห็นจุดร่วมของแบรนด์ที่สอดคล้องต้องกัน

แอนเดรส รักตะสิริ ผู้อำนวยการบริหารด้านการสร้างแบรนด์และการสื่อสาร,  เกศินี คุณทรัพย์ ผู้จัดการด้านกลยุทธ์การสื่อสาร

“ผมเติบโตคุ้นเคยกับ Greyhound มานาน และเชื่อว่าเรามีวิสัยทัศน์ที่เหมือนและเข้าใจกัน เขาเป็นแบรนด์ที่ละเอียดในเรื่องดีเทลและให้ความสำคัญกับเรื่องความยั่งยืน เหมือนกับที่โครงการของเราให้ความสำคัญ และเราต้องการมอบ Total Experience ที่ดีให้กับลูกค้าเช่นกัน”

แวดวงธุรกิจที่ต่างกันไม่เป็นปัญหา เพราะเมื่อได้มาร่วมโต๊ะพูดคุยกัน ทั้งสองฝั่งเห็นถึงความลงตัวในการทำงานที่มีหมุดหมายในการสร้างช่วงเวลาแห่งความสุขและอิ่มเอมใจ โดยพาผู้คนไปสัมผัสประสบการณ์ใหม่จากธรรมชาติที่อาจโหยหา แต่ห่างหาย และจากจุดร่วมเล็กๆ จึงกลายเป็นงานสเกลใหญ่ที่ไปได้ไกลเกินคาดหมายแต่แรก

เวทมนตร์ที่ 2

โจทย์ใหญ่ที่ไปได้ไกล

หลังจากได้แรงบันดาลใจจากคอนเซปต์ที่เน้นความเป็นธรรมชาติจาก The Forestias ทีมงานสร้างสรรค์ของ Greyhound Cafe เริ่มตีโจทย์ใหญ่จากความเชื่อมโยงของอุดมการณ์ของ 2 แบรนด์ที่มีร่วมกัน

“ตอนแรกที่ได้คุยกันก็หลังติดเบาะไปพักหนึ่งเหมือนกันนะ” เกศินี คุณทรัพย์ ผู้จัดการด้านกลยุทธ์การสื่อสาร จากทีม Greyhound ซึ่งเป็นหัวเรือใหญ่ในโปรเจกต์นี้ เล่าพลางหัวเราะ 

 โจ๋น-อนุภาพ พงษ์นะเมตตา อดีตผู้กำกับหนังโฆษณาที่ผันตัวมาเป็นนักจัดต้นไม้ อีกทีมหนึ่งคือทีมของ บ๊วย-ศิรินทร์ทิพย์ ศัพทศรีครินทร์ และ บุ๋น-ตติยะ อุดมสวัสดิ์ ดีไซเนอร์ที่รับงานออกแบบกราฟิก

“แต่เราเห็นความเชื่อมโยงกันได้จากคอนเซปต์ของโครงการที่ว่า The Land of Everlasting Happiness ที่สื่อว่าความสุขยั่งยืนคือการได้อยู่กับครอบครัว อยู่ใกล้ชิดธรรมชาติและผืนป่าอันสมบูรณ์ ทั้งในภาพยนตร์โฆษณาของโครงการก็มีความเป็น Magic หรือดินแดนเหนือจริง เราจึงฝันว่าอยากจะจำลองป่าที่เหนือจริงมาไว้ในร้านของเราบ้าง

“ถ้าความสุขจากโมเมนต์เล็กๆ ที่เกิดจากการรับประทานอาหารดีๆ หรืออยู่กับคนที่รักพร้อมหน้ากัน สิ่งเหล่านั้นเกิดขึ้นทุกวันในร้านของเราได้ นั่นก็เท่ากับเป็น Magic แล้ว”

วิธีออกแบบป่าและอาหารในบรรยากาศดินแดนเหนือจริงของ Greyhound Cafe

‘Everyday is Magic’ จึงกลายเป็นคอนเซปต์ใหญ่ที่ไปได้ไกลกว่าเพียงความพิเศษบนโต๊ะอาหาร เพราะเป็นการสร้างประสบการณ์ใหม่โดยการรังสรรค์ผืนป่าให้เต็มพื้นที่คาเฟ่ โอบรับไปกับดิสเพลย์ดอกไม้สุดอลังการ ทั้งยังมี Projection Mapping มอบประสบการณ์เหนือจินตนาการเพื่อเนรมิตป่าให้มีชีวิต น่าประทับใจ อีกสิ่งสำคัญที่จะมอบความสุขท่ามกลางพื้นที่สีเขียวได้อย่างแท้จริงคือ เมนูอาหารจากธรรมชาติที่รังสรรค์มาเป็นพิเศษ

“โปรเจกต์นี้คืองาน Collaboration ที่ใหญ่ที่สุดของ Greyhound Cafe เพราะไปไกลกว่าการตกแต่งร้านหรือเมนูอาหารพิเศษ แต่ยังรวมนวัตกรรมใหม่ที่ไม่เคยนำมาใช้สร้างบรรยากาศในร้านอาหารเอาไว้” อังสนา พวงมะลิต ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและพัฒนาธุรกิจ ย้ำถึงการทำงานโปรเจกต์ใหญ่ที่พร้อมมอบประสบการณ์สุดพิเศษให้ทุกคนได้เข้ามาสัมผัสในช่วงเวลา 1 เดือนครึ่ง ซึ่งยาวถึงปลายเดือนมกราคมปีหน้า

เวทมนตร์ที่ 3

เนรมิตผืนป่าชั่วข้ามคืน

สิ่งสำคัญอันดับแรกที่จะเปลี่ยนโฉมร้านคาเฟ่ให้กลายเป็นพื้นที่โอบล้อมด้วยผืนป่าได้ คือการจัดประดับประดาต้นไม้ ซึ่งหลังผ่านการเฟ้นหาก็ได้ทีมเนรมิตผืนป่าในคาเฟ่ทั้ง 12 สาขา 2 ทีม ทีมแรกคือทีมของ โจ๋น-อนุภาพ พงษ์นะเมตตา อดีตผู้กำกับหนังโฆษณาที่ผันตัวมาเป็นนักจัดต้นไม้ อีกทีมหนึ่งคือทีมของ บ๊วย-ศิรินทร์ทิพย์ ศัพทศรีครินทร์ และ บุ๋น-ตติยะ อุดมสวัสดิ์ ดีไซเนอร์ที่รับงานออกแบบกราฟิก พร้อมกับตกแต่งภายในและแลนด์สเคป มาช่วยกัน

 โจ๋น-อนุภาพ พงษ์นะเมตตา อดีตผู้กำกับหนังโฆษณาที่ผันตัวมาเป็นนักจัดต้นไม้ อีกทีมหนึ่งคือทีมของ บ๊วย-ศิรินทร์ทิพย์ ศัพทศรีครินทร์ และ บุ๋น-ตติยะ อุดมสวัสดิ์ ดีไซเนอร์ที่รับงานออกแบบกราฟิก

ความท้าทายของงานนี้คือพื้นที่ทั้ง 12 สาขามีความแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ทั้งตำแหน่งที่ตั้ง การจัดร้าน รวมไปถึงแสงสว่างที่มีความสำคัญต่อพรรณไม้ทุกชนิด

“สิ่งเหล่านี้เป็นตัวกำหนดดิสเพลย์ของต้นไม้ที่แตกต่างไปในแต่ละสาขา เราต้องคัดเลือกต้นไม้ที่อยู่ได้ยืนยงและสวยงามตลอดเวลาเกือบสองเดือน” บุ๋นเริ่มเล่าก่อน

วิธีออกแบบป่าและอาหารในบรรยากาศดินแดนเหนือจริงของ Greyhound Cafe
วิธีออกแบบป่าและอาหารในบรรยากาศดินแดนเหนือจริงของ Greyhound Cafe

“พันธุ์ไม้ที่เลือกมาส่วนมากจึงมีพื้นฐานที่เกิดในป่า แต่เลี้ยงในระบบฟาร์มจนเป็นไม้ประดับที่เพาะเลี้ยงได้จริงและเหมาะกับสถานที่ ถ้าต้นไหนสวยจริง แต่ไม่เหมาะกับอยู่ในคาเฟ่ก็ไม่เอามา เพราะสงสารต้นไม้ บางสาขาก็ไม่มีแสงสว่างเลย เราจึงจำใจตัดต้นไม้ออกไปเยอะมาก”

นอกจากการคัดเลือกพันธุ์ไม้ที่เหมาะสมแล้ว บ๊วยในฐานะกราฟิกดีไซเนอร์ควบคู่กับการทำงานเป็นอินทีเรียดีไซเนอร์ อธิบายเสริมว่าการจัดวางจะต้องไม่เป็นอุปสรรคกับการใช้งานพื้นที่ร้านด้วย

วิธีออกแบบป่าและอาหารในบรรยากาศดินแดนเหนือจริงของ Greyhound Cafe

 “เราเคยทำคาเฟ่มาก่อน จึงคิดถึงเรื่องการใช้งานพื้นที่ของพนักงานและลูกค้าในร้านด้วย ว่าจะไม่ไปเปลี่ยนแปลงเขา แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องดึงความรู้สึกแปลกใจพร้อมกับตื่นใจว่าทำไม Greyhound มีป่าอยู่ในร้านได้”

ความตื่นใจที่ว่าคือต้องเป็นป่าที่สมจริง แต่แฝงด้วยความเหนือจริง รายละเอียดเล็กๆ ในการประดับประดาที่พิเศษกว่าเพียงการประดับตกแต่งทั่วไป เราจึงได้เห็นทั้งไม้ต้น ไม้ประดับ ไม้เลื้อย ห้อยระย้าตกแต่งไว้รอบตัว 

“การจัดต้นไม้ที่ให้ความรู้สึกเหมือนป่าคือความไม่เป็นระเบียบ ความไม่เป็นระเบียบนี้บ่งบอกได้ถึงความเป็นธรรมชาติ รวมไปถึงความหลากหลายของสายพันธุ์เช่นกัน ต้องมีไม้อิงอาศัย ไม้ที่อยู่ด้านล่าง มีกาฝากมาเกาะ มีเห็ดเล็กๆ ที่แสดงความสมบูรณ์ของผืนป่าได้

วิธีออกแบบป่าและอาหารในบรรยากาศดินแดนเหนือจริงของ Greyhound Cafe

“แต่เพียงต้นไม้มีชีวิตก็ยังไม่พอ กิ่งไม้ที่ตายแล้วเราก็เอามาใช้ในการประดับด้วย เพื่อให้ไม้อื่นพึ่งพา แสดงถึงการหมุนเวียนในระบบนิเวศแท้จริง” บุ๋นเล่าถึงความคิดเบื้องหลังและเทคนิคพิเศษในการจัด Setting ของป่าให้ออกมาดังที่วาดไว้

ทั้งสองพาเราเดินดูต้นไม้หลากพันธุ์ที่นำมาจัดไว้ ทั้งต้นยางอินเดียขนาดย่อม ไทรใบสักชูก้านสูง โอบล้อมด้วยมอนสเตอร่าใบใหญ่ให้อารมณ์ความเป็นป่า รวมไปถึงพันธุ์ไม้ที่อิงอาศัยไปกับผนัง ทั้งเคราฤาษี กะเรกะร่อน เฟินสาย ช้องบลู ที่ดูอย่างไรก็ไม่น่าเชื่อว่าจะยกมาอยู่ในร้านได้มากมายขนาดนี้

ขณะที่กำลังเพลิดเพลินนั้น ต๋อมแอบสะกิดให้สังเกตลูกเล่นสนุกๆ ของใบไม้ที่งอกทะลุมาจากผนังหรือกระจกร้านราวกับร่ายเวทมนตร์ จนต้องขอหยิบมือถือมาถ่ายเก็บไว้สักภาพ

วิธีออกแบบป่าและอาหารในบรรยากาศดินแดนเหนือจริงของ Greyhound Cafe

เวทมนตร์ที่ 4

ดอกไม้ตระการตา

นอกเหนือจากผืนป่าสุดตระการตา ดอกไม้ที่เป็นนางเอกของร้านก็อลังการไม่น้อยหน้า จากที่เคยประดับสร้างความรื่นรมย์ในมุมต่างๆ ของร้าน ครั้งนี้ บรื๋อ-บรรลือศักดิ์ หิรัญรัตน์ นักจัดดอกไม้ ผู้ดูแลการจัดดอกไม้และงานคอนเซปต์ต่างๆ ของ Greyhound Cafe มาตั้งแต่วันแรกจนถึงปัจจุบัน รับหน้าที่จัดดิสเพลย์สุดอลังการที่ละสายตาไม่ได้จริงๆ 

“ครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการจัดดอกไม้ประดับ แต่เป็นการจัดดิสเพลย์ที่เน้นความเป็นธรรมชาติ ดูเหนือจริงด้วยกิ่งไม้ที่แช่น้ำแล้วงอกแตกเป็นใบออกมาได้ ใช้มอสและรองเท้านารีแสดงถึงความเป็นป่า และใช้ลูกสนประดับเพื่อแสดงถึงเทศกาล แต่เป็นลูกสนยักษ์เพื่อให้ดูเหนือจินตนาการขึ้นไป”

วิธีออกแบบป่าและอาหารในบรรยากาศดินแดนเหนือจริงของ Greyhound Cafe

ดิสเพลย์ดอกไม้อวดโฉมอยู่บนโต๊ะขนาดใหญ่กลางร้าน คล้ายเป็นสวนดอกไม้เล็กๆ ที่แข่งกันอวดความสวยงามกลางผืนป่าอันร่มรื่นใต้แสงสีส้มสลัวให้ความรู้สึกเหมือนอยู่กลางสวนลึกลับในจินตนาการ

ดอกไม้ใบไม้สวยแปลกตาเหล่านี้ล้วนคัดสรรมาเป็นพิเศษ กิ่งซาลิกชูยอดสูงตระหง่าน ข้างกันนั้นเป็นดอกอีรินเจียมสีฟ้ารูปทรงแปลกตาดูลึกลับ แซมด้วยช่อแว็กซ์สีขาวสบายตาคล้ายดอกหญ้า ใกล้กับกิ่งไม้สีเขียวเข้มรูปทรงไม่คุ้นตา ลูกสนยักษ์ตกอยู่บนผืนมอสเขียวชุ่มน้ำ ช่อดอกไม้สีขาวดูคล้ายกุหลาบคือดอกไลเซนทัสแสนอ่อนโยน ขณะเดินชมโต๊ะหมู่มวลดอกไม้ก็ได้กลิ่นหอมหวานของช่อลิลลี่สีขาวโชยอ่อนสดชื่น

วิธีออกแบบป่าและอาหารในบรรยากาศดินแดนเหนือจริงของ Greyhound Cafe

“ดอกไม้ใบไม้ส่วนมากจะมีการเปลี่ยนทุกสัปดาห์ แล้วแต่ชนิด เพื่อให้คงความสวยงาม เราอยากให้คนเห็นในวินาทีแรกแล้วอึ้ง พร้อมกับสัมผัสความร่มรื่นสวยงาม และงามขนาดนี้ก็ต้องเป็น Magic แล้วล่ะ” บรื๋อเล่าอย่างอารมณ์ดี และเรายอมรับว่าเขาทำได้จริง

เวทมนตร์ที่ 5

ชุบชีวิตให้น่าตื่นใจ

ความเหนือจริงของป่าจะเกิดขึ้นจริงไม่ได้หากขาดเทคนิคการนำเสนอด้วยนวัตกรรมอย่าง Projection Mapping ที่สร้างมิติในการเล่าเรื่องราวของเหล่าสรรพสิ่งและสัตว์เหนือจินตนาการให้เหมือนมีชีวิตอยู่จริงท่ามกลางป่า 5 แห่ง ใน 5 สาขา ของ Greyhound Cafe 

“ตั้งแต่ได้รับโจทย์มา หลังจากนั้น Everyday is magic จริงๆ ครับ” ป้อง-ปานปอง วงศ์สิรสวัสดิ์ ดีไซน์ไดเรกเตอร์ของ Another Day Another Render ผู้รับผิดชอบหน้าที่นี้เล่าอย่างอารมณ์ดี พาเอาทีมงานทุกคนหัวเราะชอบใจไปด้วย

นี่เป็นครั้งแรกในการทำ Projection Mapping ในร้านอาหาร ซึ่งป้องเน้นว่าเป็นพื้นที่ที่ควบคุมแสงไม่ได้ ที่ยากกว่านั้นคือได้รับโจทย์ว่าต้องฉายใน 5 สาขา ที่มี Floor Plan ที่แตกต่างกัน

Projection Mapping ในร้านอาหาร

“ที่ผ่านมา ส่วนใหญ่จะเป็นการ Mapping ในพื้นที่ปิดและมืด มีคนเปิด-ปิดระบบ ได้เทสต์ทุกอย่างเรียบร้อย แต่พอได้รับโจทย์เป็นห้าสาขา เราไม่สามารถควบคุมพื้นที่หรือแสงต่างๆ ได้ ทางทีมต้นไม้อาจจะแฮปปี้กับสาขาที่มีแสงสว่าง แต่ผมจะชอบร้านมืดๆ เพราะถ้าสว่าง โปรเจกเตอร์จะเอาไม่อยู่”

ลำดับต่อมาคือความท้าทายในการสร้างสรรค์เนื้อเรื่อง เพื่อเสริมบรรยากาศความเหนือจินตนาการให้เด่นชัด ซึ่งสุดท้ายลงตัวด้วยเนื้อเรื่อง ซึ่งเป็นการเล่าเรื่องป่า เริ่มจากจุดเล็กไปใหญ่ เน้นการเปลี่ยนรูปของสิ่งมีชีวิต และใส่สัตว์ในจินตนาการเข้าไป ป้องบอกว่าหากวิดีโอนี้เล่นวนไปเรื่อยๆ ไม่หยุด ก็จะได้เห็นถึง Circle of Life ของสรรพสิ่งมีชีวิตที่หมุนวนไม่รู้จบในป่าแห่งนี้

“เทคนิคที่ใส่ใจมากเป็นพิเศษคือเราต้องการสร้างประสบการณ์ให้กับคนที่มานั่งกินอาหารในร้าน จึงไม่เหมือนโชว์หรือภาพยนตร์ที่คนมีจุดประสงค์เพื่อมาดู การวางเสียงต้องไม่โอ่อ่าจนกลายเป็นการรบกวน ต้องมีช่วงเร้าและเบาลง และเบลนด์ไปกับสิ่งแวดล้อมในร้าน”

สุดท้าย เมื่อภาพจากเรื่องราวทาบฉายไปบนผนังที่ประดับประดาด้วยเหล่าพันธุ์ไม้ เรื่องราวที่ป้องตั้งใจเล่าก็เหมือนเป็นจริงขึ้นมาได้สมใจ ตรงนี้บ๊วยเล่าความประทับใจเสริมว่า เมื่อได้เห็นแสงสีจากเทคนิคบางอย่างของ Projection Mapping ที่ฉาบลงบนต้นไม้ ทำให้รู้สึกตื่นตาและรู้สึกได้ว่านี่คือความสวยงามเหนือจริงที่ไม่คาดคิดว่าจะได้เห็นมาก่อน

ดังนั้นทุกครั้งที่ได้ยินเสียงนกร้องจิ๊บ จิ๊บ ในร้าน อยากให้คุณลองหันมาสัมผัสกับจินตนาการที่ทีมงานบรรจงสร้างโมเมนต์ในความฝันที่เหมือนเกิดขึ้นจริง

เวทมนตร์ที่ 5

อรรถรสจากธรรมชาติ

ความพิเศษโดดเด่นที่ขาดไม่ได้คือเมนูอาหารพิเศษ

ทีม Greyhound Cafe ต้องการเน้นเรื่องการสร้างความสัมพันธ์กับคนในครอบครัวหรือคนที่รัก โดยจัดทำเป็นจานใหญ่พร้อมให้ทุกคนบนโต๊ะได้แชร์กัน พร้อมกับตั้งใจปรุงและสร้างสรรค์เมนูในแบบที่ไม่เคยทำมาก่อน 

วิธีออกแบบป่าและอาหารในบรรยากาศดินแดนเหนือจริงของ Greyhound Cafe

“ในเมื่อบรรยากาศทุกอย่างในร้านเป็นป่าแล้ว เราจึงมีเมนูอาหารพิเศษห้ารายการ เพื่อย้ำคอนเซปต์ของการเป็นของขวัญจากธรรมชาติ ปรุงเป็นเมนูอาหารไทยที่ลูกค้าปัจจุบันสนใจ แต่ใส่ความพิเศษด้วยการคัดสรรวัตถุดิบระดับพรีเมียม และพรีเซนต์แบบอลังการโดยใช้กุ้งแม่น้ำเผา ขาปูอะแลสกา ประดับประดาด้วยผักร็อกเก็ต ของหวานก็โรยด้วยดอกไม้ที่กินได้ให้เข้าถึงรสสัมผัสของธรรมชาติอย่างแท้จริง” 

วิธีออกแบบป่าและอาหารในบรรยากาศดินแดนเหนือจริงของ Greyhound Cafe

อังสนาเล่าให้ฟัง พลางชวนดูเมนูพิเศษทั้ง 5 จานบนโต๊ะที่ประกอบด้วยน้ำพริกไข่ปูม้า เสิร์ฟพร้อมเครื่องเคียงและผักสดหลายชนิด กุ้งสะดุ้งป่า กุ้งแม่น้ำตัวโตหอมมันเยิ้มราดน้ำยำรสจัดจ้าน ปูอะแลสกาอบวุ้นเส้น โดดเด่นด่วยส่วนผสมสมุนไพร พร้อมเพิ่มความสดชื่นด้วยเมนูของหวานสามรส Best of Rainforests โรยด้วยกลีบดอกไม้สวยละมุน และสุดท้ายคือเครื่องดื่ม Once upon an Espresso จากกาแฟมีวนาที่เพาะปลูกพร้อมการดูแลผืนป่า ผสมผสานด้วยความเปรี้ยวหวานสดชื่นจากผลไม้หลายชนิด

เวทมนตร์ที่ 6

ประสบการณ์ใหม่อย่างแท้จริง

นอกเหนือจากการมอบ Total Dining Experience ให้กับลูกค้าแล้ว ทีมงานทุกคนก็ได้รับประสบการณ์ใหม่เอี่ยมที่ไม่เคยได้รับจากงานไหนเช่นกัน บรรยากาศอันสวยงามที่ทุกส่วนประกอบสอดประสานลงตัวกันดังที่เล่ามานั้น เบื้องหลังคือทีมงานแยกทำงานกัน ชนิดแทบไม่เคยเจอหน้ากันเลย

ในช่วงที่ลงมือทำงาน แต่ละทีมมีตารางการทำงานที่ต้องสลับคิวกันเข้ามาในร้าน เพราะพื้นที่และความต้องการของแต่ละงานไม่สามารถทำพร้อมกันได้ 

“ทีมเทคโนโลยีคงไม่เหมาะจะเจอดินกับน้ำ ทีมจัดต้นไม้ไม่ควรเจอสายไฟ และทีมดอกไม้คงไม่อยากเจอความวุ่นวายอื่นๆ ในร้าน ดังนั้นบางครั้งป้องต้องทำ Mapping กับผนังโล้นๆ ไปก่อน จากนั้นทีมต้นไม้มาประดับ สุดท้ายก็ค้นพบว่าตรงนี้ไม่ได้ต้องเปิดพื้นที่ให้ฉายภาพ พอดอกไม้จะมาลง อ้าว โต๊ะที่แพลนไว้หายไปแล้ว เราต้องแก้ปัญหากันตลอดเวลา” ป่าน-นิตตา ประภัสภักดี ผู้จัดการอาวุโสด้านสื่อสารและสร้างสรรค์ฝั่ง Greyhound เล่าถึงกระบวนการทำงาน ขณะที่คนอื่นๆ พยักหน้าและยิ้มเห็นด้วย

“นี่คงเป็น Magic ในการทำงานคือสามสี่ทีมไม่เคยเจอกันมาก่อน เหมือนเราต้องเดาใจกันตลอดว่าเราจัดตรงนี้ไปจะบังงานเขาไหม เราต้องไว้ใจกัน แต่ผลงานออกมาก็สวยงามดังใจ” บรื๋อเสริมขึ้นพร้อมรอยยิ้มประทับใจ

นอกเหนือจากฝั่งสร้างสรรค์แล้ว ทีมงานหลังบ้านก็ร่วมทำงานหนักไม่แพ้กัน เพราะหลังจากมีผืนป่าเกิดขึ้นในร้านแล้ว หน้าที่รับผิดชอบหลักจะตกอยู่ที่ทีมงานในแต่ละสาขา เท่ากับว่าพวกเขามีความรับผิดชอบขึ้นมามากขึ้นกว่าการทำงานปกติ เพราะต้องคอยดูแลต้นไม้ตามคู่มือที่ทีมต้นไม้จัดทำให้ เมื่อถึงเวลาฉาย Projection Mapping ต้องไม่ลืมไปดิมไฟเพื่อให้ภาพชัดสมจริง 

Projection Mapping ในร้านอาหาร

 “ทีมงานที่โชว์ความเป็นทีมเวิร์กไม่ได้อยู่เพียงแค่โต๊ะนี้” อังสนาสรุปย้ำอีกที

“ทุกฝ่าย ตั้งแต่ทีมบัญชี เด็กที่คอยดูแลร้านระหว่างเซ็ตติ้งจนถึงเช้า มีทีมแอดมินที่ต้องจัดสรรคิวทำงาน ทีมน้องๆ ที่ดูแลภายในร้าน ทีมดิจิทัลและพีอาร์ที่ต้องทำโปรโมต และทีมพาร์ตเนอร์ของเรา ทุกฝ่ายตั้งใจทำงานให้ดีที่สุดเพื่อให้ประสบการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นจริง”

“ดังนั้นงานนี้ไม่ได้เป็นเพียงการมอบประสบการณ์แห่งความสุขแก่ลูกค้าเท่านั้น แต่ถือเป็นประสบการณ์ใหม่ เป็นก้าวใหม่ของเราทุกคนด้วย” 

ถึงตรงนี้ เสียงนกร้องจิ๊บ จิ๊บ ดังขึ้นเหมือนส่งท้าย ทีมงานทุกคนยิ้มรับและหันไปดูภาพเรื่องราวที่โปรเจกเตอร์ฉายทาบแผ่นผนังอย่างตั้งใจ ราวกับดื่มด่ำไปกับ Magic Moment ที่พวกเขาทุ่มเทแรงกายแรงใจสร้าง เพื่อมอบความสุขรับปีใหม่ให้กับทุกคน

 โจ๋น-อนุภาพ พงษ์นะเมตตา อดีตผู้กำกับหนังโฆษณาที่ผันตัวมาเป็นนักจัดต้นไม้ อีกทีมหนึ่งคือทีมของ บ๊วย-ศิรินทร์ทิพย์ ศัพทศรีครินทร์ และ บุ๋น-ตติยะ อุดมสวัสดิ์ ดีไซเนอร์ที่รับงานออกแบบกราฟิก

Writer

Avatar

เชิญพร คงมา

อดีตเด็กยอดนักอ่านประจำโรงเรียน ชอบอ่านพอๆ กับชอบเขียน สนุกกับการเล่าเรื่องราวรักการเที่ยวเล่น ติดชิมของอร่อย และสนใจธรรมะ

Photographer

Avatar

ปฏิพล รัชตอาภา

ช่างภาพอิสระที่สนใจอาหาร วัฒนธรรมและศิลปะร่วมสมัย มีความฝันว่าอยากทำงานศิลปะเล็กๆ ไปเรื่อยๆ

Scoop

ความเคลื่อนไหวสร้างสรรค์และน่าจับตาจากหลากวงการที่เราอยากให้คุณรู้

อ่านบทความภาษาไทยได้ที่นี่

As an educator who has the opportunity to give students a number of learning experiences, I strongly believe that the most important evidence of success in education management has to come from the students – how they reflect what they have learnt and felt.  

Looking into Thai education at the moment, I found that there is very little attention paid to the voices of the students despite the broad array of reflections that they give. Those of us who call ourselves ‘adults’ do not care enough about their opinions, while still believing in that old adage, ‘Children are the future of the nation.’

That is why today’s conversation with King’s College International School Bangkok (King’s Bangkok) is interesting because we would discuss with them over their event named ‘King’s Bangkok Education Forum 2022,’ a forum that invites leaders from various fields of work to come together to pass on their experiences to their audience of students along the theme ‘Career. Life. Social Values.’ The event includes Professor Sakorn Suksriwong DBA, Chairman of the Executive Committee of this international school, together with Mr. Ben-Vittawat Panpanich, an Executive Vice President of the school, and two of the Year 11 students ‘Marty’ Yosphat Srithanasakulchai and ‘Japper’ Chanudom Impat. They sat in a circle, side by side, to share what they had learned.

ถอดบทเรียน King’s Bangkok Education Forum ที่จัดโดยนักเรียน เพื่อตั้งใจส่งต่อโอกาสการศึกษาให้กับนักเรียนอีกกลุ่มในสังคม
King’s Bangkok Education Forum เวทีเสวนาเรื่องอาชีพและอนาคต จัดโดยนักเรียนเพื่อนักเรียน

The two students joining us were, in fact, not just attendees of this first ever Education Forum for students at this young age, but also helped to organize the event and were highly involved from start to finish. Thus, the Education Forum is an event hosted by students, for students, that intends to create opportunities for other students in society which is novel approach. From the conception of the event and the selection of the speakers to the publicising of the event and the reception of reflections and feedback from the event, students were involved at every stage of the process.

We would like to invite you to consider and explore with us, ‘What kind of seeds did King’s Bangkok plant in the hearts of their pupils at this event?’

King’s Bangkok Education Forum เวทีเสวนาเรื่องอาชีพและอนาคต จัดโดยนักเรียนเพื่อนักเรียน

Career

King’s Bangkok Education Forum เวทีเสวนาเรื่องอาชีพและอนาคต จัดโดยนักเรียนเพื่อนักเรียน

A primary definition of success in life for many people would inevitably be professional success.

Over 30 years in Prof. Sakorn’s career, be it in teaching or business, his career can without doubt be considered one of success. Although in the heart of this teacher, there was one hole that needed to be filled.

“In Thailand, we have quite a few talents and experienced thought leaders, who are highly successful in academic, educational and professional fields. Some of them work in multinational organizations, many of them already have calendars filled with speaking engagements, but the only groups of people who have the opportunity to listen to those successful people speak are those at university or already working. The senior school student audiences do not have the opportunity to hear from these successful professionals, so this is something that I have always wanted to push for.” – Prof. Sakorn who opened our conversation helped us see the big picture and the original idea behind the Education Forum.

 “While I was teaching at Chulalongkorn University, I had the opportunity to initiate a Mentoring Program that connects successful and talented executives with tertiary learners to exchange ideas for the first time, and this mentoring program received the Innovation of the Year award from the Association to Advance Collegiate Schools of Business (AASCB), USA. That got me thinking ‘why can’t high school students have the same opportunities?’”

When the time was right, Prof. Sakorn and King’s Bangkok’s team did not hesitate and gathered student representatives like Marty and friends to form a special student committee to organize a joint Education Forum where all revenue from ticket sales without deducting expenses would be given to high school students in need as a scholarship, under the condition that King’s Bangkok’s students were fully involved in the process from start to finish.

“An event like this would not be too difficult for the school staff to organize themselves,” said Prof. Sakorn with a slight smile. “Our school pays attention to the three core values, namely; good manners, kindness, and wisdom. The main purpose of this event is to provide high school students with firsthand learning experience from the top-notch leaders about their future careers, work and life,  as well as giving  our students the opportunity to work and learn about organizing events at the same time.”

“Moreover, this is also a great opportunity to learn the value of compassion. We want to teach our children to be kind to themselves and to others in society as well.”

“Frankly, this kind of thing cannot be learned by rote, right?” Prof. Sakorn asks. “Children must absorb that feeling with their hearts and reflect by themselves. That is the reason why this Education Forum  was created as an experiment to let them experience kindness with their own hearts.”

“Another essential point is the content that the speakers shared. Whether it is about Ikigai; living with values according to Japanese philosophy; creating value for life through understanding cultures, taking a leadership role in world-class organizations; or discussions on learning, working and living a valuable life. The talks have helped pave the way for children having a strong foundation before moving forward in their working life”

Marty was the first to be invited to the team. Then, he was tasked with finding friends who shared the same ideology, managing to assemble a team of 22 people. One of the team members is Japper, another participant in this conversation who acted as an MC taking to the stage and dealing with the four experienced speakers.

The world of Year 11 students is about to change through the process of working as an adult for the first time in their life.

King’s Bangkok Education Forum เวทีเสวนาเรื่องอาชีพและอนาคต จัดโดยนักเรียนเพื่อนักเรียน
King’s Bangkok Education Forum เวทีเสวนาเรื่องอาชีพและอนาคต จัดโดยนักเรียนเพื่อนักเรียน

Life

“At first, I thought that the opportunity to listen to world-class educated people from Harvard, Stanford, Chicago, Yale and other really successful people on the global stage was very rare for me and my friends. So, I thought that I would like to try and take part, then I invited my friends to come with me not knowing what sort of responsibility I would have or how much I would learn.” Marty recalled his first impression having learned about the  school’s project.

“At the first meeting, they sit very blindly.” Mr. Ben, a graduate of the University of Cambridge and one of King’s Bangkok’s executives who is in charge of coordinating with the student committee, told the story jokingly. “The staff tried to explain to the children how the event would benefit them, but it wasn’t until I described how the event would benefit others. From that moment, I could see the sparkles in their eyes.”

“We tried to plan well, with support from Prof.Sakorn and the marketing team, so I felt confident,” Marty recalls the feeling when he and his friends saw the benefits of organizing the event. “But Japper was super excited.”

“Of course!” Japper jumps in with vigour at this point. “I was going to be an MC on stage. Who wouldn’t be excited? It is a great opportunity for me and all the students who have joined the team to become role models for the younger generation as well. The event is very powerful.”

Participating in the event means setting fundraising goals, creating strategies for selling tickets, promoting the event, and running queues on the event day itself.

For adults like us, it may sound very normal. Now, let’s take a time machine and go back to the first time we had to manage a big event involving a large number of people, such as; sporting events, or a prom. Then imagine how big this experience would be for high school kids?

“It was hard in the beginning to find the team.” Marty began. “We started by designing logos and art works together with the school’s marketing team. Though, finding time to work together is not so easy because we only have free time during lunch and after school. Thus, we often meet during breaks and have lunch together.”

“I like lunch meetings. When we sat in a circle, eating delicious food, and talking about work. For me, it’s much better than online meetings because there’s good food.” Japper cheerfully continued after his friend.

“Selling tickets was challenging. We posted online content. Even the invited speakers helped us promote. Additionally, our parents also helped us with this. Although we set the funding goal for supporting scholarships for 7 students because the number was pretty, we are all very happy that we exceeded our goal.”

Of course, the difficulty did not end at the planning stage. When it came to the day itself, both the people in public-facing positions like Japper, and behind the scenes, Marty, had to solve many problems head-on.

“Today my main task is taking care of the speakers,” Marty explains. “But while taking care of honoured speakers who will be sharing their valuable stories with us, I also have to take care of my team at the same time. I have to make sure each person performs his or her own duty and carry the event off successfully.”

Although this task is not an easy one; a taxing undertaking from start to finish; they both said that it was a great taste of life.

This event covers a broad range of subjects, with speakers coming to give a sense of their lives. They discussed ideas directly valuable to student audiences, from the issue of finding the meaning of life through the Ikigai principle and understanding life through cultural diversity to providing first-hand experience from successful role models and including how they prepared for university to how to find yourself and how to find the right career for you. More than the content, students like them get to practise exerting force to open the first door to adult life with the process behind the event itself.

“This event gives us a taste of adult life,” Japper commented. “As one of our speakers said on stage, the barrier between his ideal and real life came crashing down when he was attending university abroad for the first time. That was the first time he felt the need to face reality. It was very emotional. Luckily, his honesty also helps us to be less afraid of real life as well.”

“When looking superficially, we may see that a duck floats comfortably in the water, although under the water, that duck has to kick its feet vigorously to stay afloat.” Marty talked about what one of the speakers said “To me, it was as if every speaker presenting today was that duck, because underneath the surface of everyone’s success, there always is a story of determination, hard work, and unyielding focus.”

“Another interesting thing is that we got to work closely with our marketing team as well,” adds Japper. “At first, I wondered how adults could work so much, though I understand now.”

 “Where else can we find opportunities to do real work like this if it’s not given to me by the school?” Marty nods in agreement. “I think many of our team members have grown through this process. Initially, they were already good, but they improved even more.”

“Even though you keep complaining that you ran the whole event until your legs almost broke?” Japper teases causing the whole group to laugh heartily.

Social Values

While Marty and Japper only spoke to us for a short time it was clear to see that their experience had altered their outlook on life and that they had both grown as people and moved towards being functioning adult members of society.

Growth comes through a process of learning by doing, surrounded by supportive educators who watched as their students blossomed.

 Additionally, Prof.Sakorn finishes with a reflection on the big picture of how this event for small groups of people can play a role in the education system and for the overall benefit of this country.

 “If we step back and look at the big picture, our group of children are the lucky ones. They have the potential to achieve so much, thus, we have to sow the seeds of creating value for society, so that they have the opportunity to think about this as they grow older. The speakers who come to present at this forum are living proof that when we give something to others, we will receive that back in return.”

Because education is not just about enhancing intellectual power, providing students with a sense of fulfilment allowing them to realize their role in society is equally important.

“We are trying to create a new generation with leaders of change using a new learning process to create people who see the right goal and hold on to the right values. That is what Thai education should offer to the learners, not just academic excellence.”

“Education Philosophy in England, the model of which King’s Bangkok  follows, tells us that in addition to academic excellence, there are two other ingredients that are essential to shaping young people into well-rounded individuals: diligence and a blended curriculum, including music, art, sports, and more. While complementary activities help build social and personal preferences, comprehensive attention will support children to grow up to be happy adults, and learn to overcome obstacles.” The executive lecturer concluded.

But the energetic Japper couldn’t help but add,

“I think many children don’t even know how important social values are. Though, after listening to the experiences of all speakers on stage, I understand that success is not just the matter of being respected, it is also about giving something back to others.”

This conclusion from Japper showed us that learning methods that do not focus on memorisation, but instead on hands-on work help to make  someone’s heart to really grow in a fantastic direction

Moreover, giving children the opportunity to speak, act, and make changes, as teachers and staff at King’s Bangkok have done and shared their results with us through this interview. This would be a good example for adults and even teachers around the country to be open, to listen more, and to give opportunities for their own learners to take action, stand up, and learn from their mistakes.

It matters not what the results will be, the hands-on learning that takes place throughout the process is also an important foundation for preparing students moving towards their dream university and life with goals and early success that is not just about “receiving” but also “giving.”

Writer

Avatar

เกวลิน ศักดิ์สยามกุล

นักออกแบบ-สื่อสารเพื่อความยั่งยืน ที่อยากเล่าเรื่องสิ่งแวดล้อมผ่านชีวิต บทสนทนา และแบรนด์ยาสีฟันเม็ดเล็กๆ ของตัวเอง

Photographer

Avatar

ปฏิพล รัชตอาภา

ช่างภาพอิสระที่สนใจอาหาร วัฒนธรรมและศิลปะร่วมสมัย มีความฝันว่าอยากทำงานศิลปะเล็กๆ ไปเรื่อยๆ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load