เดียร์-สุพิชญา นันต๊ะ เป็นนางแบบ เจ้าของแชนแนลยูทูบ gizzdear ชื่อเดียวกับ IG และเป็นนักแสดง MV อีกหลายชิ้น ล่าสุดก็ เมื่อวานก็นานไป ของ JAYLERR x Ice Paris

เธอบอกว่าถึงไม่ใช่คนติดบ้าน แต่ชอบแต่งบ้าน ชอบที่สุดถ้าได้ไปโกดังมือสอง แล้วได้ของกลับมาในราคาย่อมเยา ชอบขนาดที่ว่าต้องขอแวะทุกจังหวัดที่ไปเที่ยว

จะว่างานอดิเรกของเธอคือแต่งบ้านก็ไม่เชิง เพราะตอนนี้เธออินกับการเข้าครัว ทำขนมด้วย เดียร์หัดทำเมนูง่าย ๆ จากยูทูบ สูตรของเธอมีความพิเศษก็ตรงที่ต้องปรับตามเตารุ่นคุณปู่ ซึ่งเป็นของแถมมากับอพาร์ตเมนต์อายุ 70 ปีนี้

ใช้สายตาสำรวจห้องขนาด 100 กว่าตารางเมตร 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำอย่างคร่าว ๆ แต่ละมุมตกแต่งไม่คล้ายกันเสียทีเดียว ห้องครัวเป็นแนวอิตาเลียนคันทรี เน้นของเยอะ รกแต่จัดเรียงอย่างเรียบร้อย ตรงข้ามมีตู้โชว์กล้องฟิล์มสารพัดรุ่น เหนือขึ้นไปติดภาพศิลปะในกรอบหลุย์คละไซส์ โถงกลางระหว่างห้องสองฝั่งเป็นโซนนั่งเล่น มีโซฟาสีน้ำเงินหลังใหญ่ตัดกับหมอนสีแดงสด เธอเล่าว่าติดใจสีสันมาจาก airbnb ในตุรกี สำหรับหน้าต่างบานใหญ่ ติดม่านผ้าภาพถ่ายของเยจินมุน ศิลปินคนโปรดปลิวลมช่วยเสริมให้ห้องเคลื่อนไหวมีชีวิต ส่วนห้องทำงานรับแดดสาดพอดีทั้งวัน แปะเรฟมูดบอร์ดบนกำแพง มีความโฮมมี่สไตล์เกาหลี เช่นเดียวกับห้องนอนโทนขาวสว่าง และร้อยเรื่องราวทั้งบ้านเข้าด้วยกันผ่านเฟอร์นิเจอร์สีวินเทจ

อพาร์ตเมนต์ 70 ปีของ gizzdear ที่แต่งด้วยของจากโกดังมือสอง เป็นคันทรีโฮมหลากสไตล์
อพาร์ตเมนต์ 70 ปีของ gizzdear ที่แต่งด้วยของจากโกดังมือสอง เป็นคันทรีโฮมหลากสไตล์

ไม่นาน กลิ่นเค้กกล้วยหอมอวลคลุ้ง เคล้าเสียงฝีเท้าของโจ๊กเกอร์และจาโก้ย เป็นเวลาเตือนให้นั่งลงฟังเรื่องบ้านหลังเล็ก แต่ใหญ่พอดีให้ใช้ชีวิตที่ชอบได้ทุกมุมของเธออย่างตั้งใจแล้ว

อยากย้าย

ก่อนหน้านี้เดียร์อยู่คอนโดฯ ห้องแคบมาก 30 กว่าตารางเมตร ส่วนตัวอยากแต่งห้อง เลยอยากหาที่กว้าง ๆ มาเจอที่นี่เพราะมาถ่ายแบบ ผ่านไปปีหนึ่ง ก็เลยทักไปหาพี่เคยอยู่ดูว่ามีห้องว่างมั้ย เหลือห้องหนึ่งพอดี บังเอิญและโชคดีมาก เพราะคนส่วนใหญ่ที่นี่จะอยู่กันยาว แล้วจะมีห้องที่เจ้าของไม่ปล่อยด้วย ไว้ให้ลูกน้องเขาอยู่ 

พอตกลงมัดจำปุ๊บ ร้องไห้เลย กลัว มันเก่ามาก ห้องน้ำมีรอยสนิมไหล เตียงเก่าในห้องนอน มีขี้หมากองอยู่บนเตียง เขาน่าจะเปิดประตูไว้แล้วหมาข้างล่างเข้ามาขี้ ยังมีรูปอยู่เลย (หัวเราะ) สุดท้ายตัดสินใจเอา แต่ก็กลัวว่าจะอยู่รอดมั้ย จะมีที่อยู่ไหม

อพาร์ตเมนต์ 70 ปีของ gizzdear ที่แต่งด้วยของจากโกดังมือสอง เป็นคันทรีโฮมหลากสไตล์
อพาร์ตเมนต์ 70 ปีของ gizzdear ที่แต่งด้วยของจากโกดังมือสอง เป็นคันทรีโฮมหลากสไตล์

ที่ต้องทำก่อนเลยคือเดินไฟใหม่ เพราะว่าสายไฟเก่ามาก ช่างก็แนะนำให้เปลี่ยนระบบไฟ คัตเอาต์ใหม่เกือบหมด แล้วก็ทาสี ไม่ทาไม่ได้เพราะมันจะดูน่ากลัว ห้องน้ำก็ปูกระเบื้องใหม่ ให้ช่างเช็กฝ้าข้างบนว่าเป็นอะไรทำไมน้ำไหลลงมา มีหลัก ๆ สามอย่าง ห้องน้ำ ทาสี แล้วก็ระบบไฟ เหมือนที่นี่ไม่ได้ปรับปรุงอะไร ใครมาอยู่ก็ทำตามสบายของคุณ คือเขาก็ไม่ได้มีกฎห้ามทุบ ห้ามอะไรเลย แต่แค่ต้องระวังเรื่องความปลอดภัย ทำได้หมด เลี้ยงหมาก็ได้

ตอนนั้นไม่มีภาพในหัวเลย แต่คิดไว้ว่าจะแต่งแบบที่เราชอบ แล้วห้องมันกว้าง ตอนอยู่คอนโดฯ เก่าของเยอะแล้วไม่มีที่ไว้ พอมานี่ก็ได้แสดงออกเต็มที่ ส่วนใหญ่ก็ดูพวกคันทรี สไตล์คันทรีอิตาเลียน แนวนั้น ด้วยความไม้สักสีนี้ มันค่อนข้างยากที่จะไปให้สุดเหมือนเขา เลยปรับเอาเอาแบบที่เราชอบที่สุด ดูเรฟจากใน Pinterest จำในหัวเอา เหมือนเราดูเยอะก็จะรู้ว่าเราชอบแบบไหน แต่ละห้องมันคนละสไตล์หมดเลยนะ 

อพาร์ตเมนต์ 70 ปีของ gizzdear ที่แต่งด้วยของจากโกดังมือสอง เป็นคันทรีโฮมหลากสไตล์

อยากรีโนเวต

ทำไมถึงลงทุนรีโนเวตห้องเช่าหรอ งงเหมือนกันว่าทำไม เดี๋ยวขอคิดก่อน (หัวเราะ) มันน่าจะเพราะชอบ สิ่งที่เราชอบมากในชีวิตนี้คือการแต่งห้อง อยากมีบ้าน อยากแต่งบ้าน แต่ว่าตังค์ยังไม่ถึงขั้นซื้อบ้านได้ เออ ก็ลงทุนกับที่นี่ก่อน เพราะกะจะอยู่ยาวเหมือนกัน ทำทีก็เอาให้คุ้ม แต่ก็พยายามเซฟนะ อะไรที่ทำได้ก็ทำเอง พวกทาสีเล็ก ๆ หน้าต่าง ทาเอง พวกเจาะติดรูป

ประมาณเจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์ในห้อง เกือบทุกชิ้นเป็นเฟอร์นิเจอร์เก่ากับเป็นของเดิมที่ติดมากับห้อง คือเดียร์ชอบไปโกดังมือสอง โกดังญี่ปุ่นมาก ถ้าในกรุงเทพฯ แนะนำนาคายะมะ ซอยบางนา-ตราด 54 อันนั้นของเยอะมาก ช่วงที่มาอยู่ใหม่ ๆ จะมีเซลล์ต้นปี ท้ายปี ของลดห้าสิบเปอร์เซ็นต์แล้วช่วงนั้นก็ขนมา ถ้าไปเที่ยวต่างจังหวัด ชอบแวะโกดังของจังหวัดนั้น มันจะมีของที่ไม่เหมือนที่กรุงเทพฯ​ บ้าง หลากหลายกว่า ก็ขนใส่รถมา 

ที่ตาก บ้านเกิดเดียร์ มีแหล่งรวมของจากญี่ปุ่นโกดังใหญ่หลายร้าน เรียกว่า ท่า 9 มีรถบรรทุกที่ขนมาลง ที่นั่นของถูกมาก ถูกกว่าที่นี่เยอะเลย เวลากลับบ้านก็ไปขนจากที่บ้านมา ถ้ากลับไปอยู่บ้านก็จะไปทำอาชีพนั้นเลย ขนของเก่ามาขาย (หัวเราะ)

อพาร์ตเมนต์ 70 ปีของ gizzdear ที่แต่งด้วยของจากโกดังมือสอง เป็นคันทรีโฮมหลากสไตล์
อพาร์ตเมนต์ 70 ปีของ gizzdear ที่แต่งด้วยของจากโกดังมือสอง เป็นคันทรีโฮมหลากสไตล์

เราชอบสไตล์มือสอง ยิ่งเก่ายิ่งดี อย่างตู้บางอันเราก็เอามาทาสีให้เก่าเอง ขัดให้มันดูเก่า เฟอร์นิเจอร์เก่ามันจะมีโทนของเขา พอมาอยู่ด้วยกันจะเป็นสไตล์วินเทจที่เราชอบ อย่างห้องครัว เดียร์ชอบอิตาเลียนคิทเช่น เก้าอี้เก่า ๆ เฟอร์เก่า ๆ โต๊ะผุ ๆ หน่อย 

ส่วนเตาอบมันติดมากับที่นี่เลย แต่เตาเดียร์ไม่แน่ใจว่ามีมานานแค่ไหน มันดูเก่ามาก หาในกูเกิลแล้วไม่มีรุ่นนี้ จะหาวิธีใช้ก็ไม่มีข้อมูลอะไรเลย อยู่มาสองปี ไม่คิดจะใช้ กลัวระเบิด ช่วงนี้อยากลองทำขนม เลยให้เขามาติดแก๊ส ซื้อปืนไฟแช็กมาจุด สรุปมันยังใช้ได้นะ แต่ไม่ค่อยเสถียร อุณหภูมิแล้วแต่อารมณ์เขา

เอ้ย ลืมขนม! เดี๋ยวขอไปดูก่อนได้มั้ย เตาร้อนฝั่งเดียว ต้องไปพลิกมันไม่งั้นจะไหม้ (วิ่ง)

อพาร์ตเมนต์ 70 ปีของ gizzdear ที่แต่งด้วยของจากโกดังมือสอง เป็นคันทรีโฮมหลากสไตล์

อยากทำครัว

ไปเห็นในหนัง Call Me by Your Name กับหนังโปรดเลย Under the Tuscan Sun ทำให้ชอบแต่งบ้านสไตล์คันทรีอิตาเลียน ดูหนังจบก็ฝันจะมีบ้านแบบนี้ มันดูเก่า คลาสสิก ดูสวยอะ! รกแต่ก็ยังสวย เลอะแต่ก็ยังสวย ไม่ต้องเก็บบ้านให้เนี้ยบ ซึ่งเราไม่ใช่คนเก็บบ้านเนี้ยบอยู่แล้ว เลยเป็นสไตล์เราด้วย

อพาร์ตเมนต์ 70 ปีของ gizzdear ที่แต่งด้วยของจากโกดังมือสอง เป็นคันทรีโฮมหลากสไตล์

ถ้าครัวสไตล์คันทรีอิตาเลียน เขาจะชอบโชว์เครื่องครัว โชว์วัตถุดิบ เราก็ทำราวโชว์กระทะรก ๆ หน่อย มีของห้อย มีพวกจานชามอีนาเมล เดียร์ซื้อมาวางบนเคาน์เตอร์ ส่วนเก้าอี้จากร้านมือสองหมด ตัวนี้ได้มาในราคาห้าร้อยบาท ลดจากตัวละพันกว่า บิวท์อินกับโต๊ะนี้มีมาให้อยู่แล้ว เราก็เอาผ้ามาคลุมหน่อย ผ้าม่านไปซื้อผ้ามาแล้วสั่งเย็บ กำลังเรียนที่จะเย็บเอง ตอนนี้ซื้อจักรมา กำลังจะทำแพตเทิร์นม่านบังบานตู้ให้เข้ากันกับโทนสีฟ้า เราก็แต่งไปเรื่อย ไม่หยุด (หัวเราะ)

พออินทำอาหารทำขนม ก็งอกอุปกรณ์มาเยอะ จัดไม่ค่อยได้ อย่างตรงนี้เอามาวางรวมกันหมดเพราะยังไม่มีที่วาง ฝั่งตรงข้ามตู้โชว์กะเปลี่ยนเป็นครัวอีกฝั่งหนึ่งด้วย เอาไว้ทำขนม ฝั่งนี้เป็นของคาว

อพาร์ตเมนต์ 70 ปีของ gizzdear ที่แต่งด้วยของจากโกดังมือสอง เป็นคันทรีโฮมหลากสไตล์
อพาร์ตเมนต์ 70 ปีของ gizzdear ที่แต่งด้วยของจากโกดังมือสอง เป็นคันทรีโฮมหลากสไตล์

อยากลองครัว

ตอนเด็กแม่ชอบชวนเดียร์เข้าครัวทำกับข้าวมาก เดียร์ไม่ชอบ ไม่ไป แล้วก็ทะเลาะกัน ทำไมไม่ช่วยแม่ ตอนนั้นเรายังไม่อิน ตอนนี้เรามาดูยูทูบฝรั่งที่เขาทำอาหาร มันน่าลองทำ เห็นเตาอยู่ด้วย ลองแล้วใช้ได้จริงเลยทำมาเรื่อย ๆ พอเราทำ มันเหมือนมีอะไรสักอย่างให้หมกมุ่น หัวไม่เตลิด เขาเรียกอะไรนะ มีสมาธิหรอ ไม่แน่ใจ เราทำแล้วรู้สึกนิ่งขึ้น พอมันทำออกมา ฉันทำได้ แต่ก่อนจะทำได้ก็มีเสียไปหลายอันนะ ส่วนใหญ่เป็นขนมปัง สองครั้งแรกกินไม่ได้ (หัวเราะ) ขนมปังมันยากเพราะต้องหมักแป้งไว้ก่อน ถ้าสูตรไม่เป๊ะก็ไม่ได้อีก ช่วงแรกเรายังงง เลยออกมาเป็นอะไรไม่รู้

อพาร์ตเมนต์แต่งเองของ เดียร์-สุพิชญา นันต๊ะ ที่รีโนเวตให้ทำได้ทุกอย่าง ทั้งทำขนม ถ่ายแบบ เลี้ยงหมา โดยสเปซไม่ใช่ข้อจำกัด
อพาร์ตเมนต์แต่งเองของ เดียร์-สุพิชญา นันต๊ะ ที่รีโนเวตให้ทำได้ทุกอย่าง ทั้งทำขนม ถ่ายแบบ เลี้ยงหมา โดยสเปซไม่ใช่ข้อจำกัด

เดียร์ทำขนมประมาณอาทิตย์ละครั้ง ทำมั่วไปหมดเลย ส่วนใหญ่ใช้วิธีจดสูตรจากยูทูบ ไม่ได้มีสูตรของตัวเอง จริง ๆ ทำอาหารไม่เก่ง ช่วงนี้เห็นเขาทำแล้วน่ากินเลยอยากลอง ของคาวก็มีบ้าง คิมบับอะไรแบบนี้ อาหารไทยก็มีน้ำพริกอ่อง คิดถึงบ้าน ขอสูตรแม่ จดสูตรแม่แล้วก็มาทำเอง อร่อย 

ตอนนี้ถนัดทำเค้กกล้วยหอมนะ เป็นเมนูเดียวที่น่าจะรอด (ขำ) ต้องรอดสิ พอกินได้ เป็นอันที่เอาไปแจกจ่ายเพื่อนบ้าน คนที่กินบอกว่าอร่อย ทำขายได้แล้วจะสั่ง (ยิ้ม)

อพาร์ตเมนต์ 70 ปีของ gizzdear ที่แต่งด้วยของจากโกดังมือสอง เป็นคันทรีโฮมหลากสไตล์

อะ พักก่อน! อยากชิม

อพาร์ตเมนต์แต่งเองของ เดียร์-สุพิชญา นันต๊ะ ที่รีโนเวตให้ทำได้ทุกอย่าง ทั้งทำขนม ถ่ายแบบ เลี้ยงหมา โดยสเปซไม่ใช่ข้อจำกัด

อื้มมม ฉ่ำนุ่มกำลังดี มีเท็กเจอร์กรุบกรอบรอบด้านจากการอบด้วยเตารุ่นคุณปู่ อร่อยจริงนะ

มา! ฝากร้านได้เลย

อยากอยู่ทุกแบบ

อย่างสไตล์อิตาเลียนเขาก็จะชอบแปะรูปบนผนัง รูปวินเทจกรอบหลุยส์ ก็หามาติดให้มันดูเต็ม ๆ ตรงนี้ที่เห็นกล้องเยอะ ๆ เมื่อก่อนอินกับกล้องฟิล์มมาก ตั้งแต่สมัยเรียน ม.ต้น เคยไปเดินถนนคนเดินที่เชียงใหม่ แล้วไปเจอกล้องฟิล์มตัวหนึ่ง ขอต่อเขาจากสองพันแปดเหลือพันสองแล้วเขาให้ หลังจากนั้นก็เล่นกล้องฟิล์มมาตลอด ก็มีส่วนทำให้ไปเรียนนิเทศนะ แต่ที่เรียนฟิล์มเพราะชอบดูหนังที่ภาพสวย เราอยากรู้ว่าหนังที่ภาพสวย ๆ นั้นเขาถ่ายกันยังไง แต่สุดท้ายไปเรียนเอกแอคติ้ง (หัวเราะ) เปลี่ยนไปเปลี่ยนมา ตู้นี้เลยเอาไว้วางกล้อง ได้มาจากโกดังมือสอง พันนิด ๆ

อพาร์ตเมนต์แต่งเองของ เดียร์-สุพิชญา นันต๊ะ ที่รีโนเวตให้ทำได้ทุกอย่าง ทั้งทำขนม ถ่ายแบบ เลี้ยงหมา โดยสเปซไม่ใช่ข้อจำกัด
อพาร์ตเมนต์แต่งเองของ เดียร์-สุพิชญา นันต๊ะ ที่รีโนเวตให้ทำได้ทุกอย่าง ทั้งทำขนม ถ่ายแบบ เลี้ยงหมา โดยสเปซไม่ใช่ข้อจำกัด

จริง ๆ ก็อยากให้มันเป็นโทนเดียวกันนะ เหมือนเลือกอย่างเดียวไม่ได้มากกว่า ชอบไปหมดทุกอย่าง ก็เลยอยากให้มีทุกแบบในบ้าน เอามารวมกันให้หมด บางอย่างก็เป็นมือสอง มือหนึ่งก็มี บางอย่างก็ติดมากับห้องอยู่แล้ว 

มุมนั่งเล่นเดียร์ได้แรงบันดาลใจมาจากตอนไปตุรกี เช่า airbnb ที่เขาใช้โซฟาสีน้ำเงินกับหมอนสีแดงให้มันตัดกัน เลยเก็บไอเดียมาทำโซนรับแขกของตัวเอง มีพรมสไตล์ตุรกี ให้สีมันจัดกว่ามุมอื่นนิดหนึ่ง ม่านนี้เป็นภาพถ่ายที่พิมพ์ลงบนผ้าของศิลปินเกาหลีชื่อมุนเยจิน สั่งจากเกาหลีเอามาติดเอง ส่วนโต๊ะวางทีวีเป็นตู้มีสองชิ้น แล้วเอาทีวีวางตรงกลาง

อพาร์ตเมนต์แต่งเองของ เดียร์-สุพิชญา นันต๊ะ ที่รีโนเวตให้ทำได้ทุกอย่าง ทั้งทำขนม ถ่ายแบบ เลี้ยงหมา โดยสเปซไม่ใช่ข้อจำกัด
อพาร์ตเมนต์แต่งเองของ เดียร์-สุพิชญา นันต๊ะ ที่รีโนเวตให้ทำได้ทุกอย่าง ทั้งทำขนม ถ่ายแบบ เลี้ยงหมา โดยสเปซไม่ใช่ข้อจำกัด

ห้องนอนอยากให้มันดูสะอาด เรียบ ๆ ขาว ๆ อยากลงไปนอนจังเลย แต่ก็ยังมีความวินเทจอยู่ในพวกกระจก พวกเฟอร์นิเจอร์ แต่ว่าเราอยากให้มันโปร่งโล่งเลยใช้ม่านสีขาว เอาผ้าลูกไม้มารองอีกชั้น ใส่ต้นไม้ไปให้สดชื่นหน่อย เอาพลูด่างมาร้อย ให้มันเพ้อฝัน มีที่นอนหมาอยู่ตรงนี้ด้วย

แต่ส่วนใหญ่ชอบอยู่ห้องครัวนะ เพราะห้องครัวจะสว่างสุด เวลาแต่งหน้าก็แต่งในครัว (จริง!)

อพาร์ตเมนต์แต่งเองของ เดียร์-สุพิชญา นันต๊ะ ที่รีโนเวตให้ทำได้ทุกอย่าง ทั้งทำขนม ถ่ายแบบ เลี้ยงหมา โดยสเปซไม่ใช่ข้อจำกัด

นอกจากทำครัว อยู่บ้านก็ดูหนัง ถ่ายแบบ แต่งบ้านเพื่อเอาไว้ใช้รีวิวของ ใช้มาทุกมุมแล้ว ไม่มีมุมไหนไม่ได้ใช้ ต้องเปลี่ยน ต้องแต่งใหม่ละ (หัวเราะ) มันเหมือนโชว์สไตล์เราด้วยว่าบ้านเราเป็นแบบนี้ พอถ่ายของรีวิว มันก็ยิ่งเป็นสไตล์เรา แต่น่าจะไม่คุ้มเงินนะที่แต่งไป คุ้มทางใจมากกว่า พอได้อยู่บ้านก็ได้อยู่กับหมา หมาเดียร์ติดคนมาก พอได้อยู่บ้านเยอะ หมาก็แฮปปี้

อยากให้มีสวนสำหรับหมานะ ถ้าพูดถึงคนพื้นที่ใหญ่พอแล้ว หมาต้องมีบริเวณให้เขาวิ่ง โจ๊กเป็นหมาที่ชอบออกข้างนอกมากกกก ห้องแค่นี้ยังเล็กไปสำหรับเขาอยู่ เลยต้องพาออกไปเที่ยวบ่อยๆ แต่จาโก้ยไม่ค่อยมีปัญหาเพราะว่าติดบ้าน แล้วโจ๊กเป็นหมาที่ไวต่อเสียงมาก แค่มีคนหรือหมาเดินผ่าน โจ๊กจะวิ่งไปเอาหัวโหม่ง ตะกุยประตู จนเคยมีคนข้างบ้านจะแจ้งว่าเราทารุณกรรมสัตว์ (ขำ) เลยต้องทำที่กั้น

อพาร์ตเมนต์แต่งเองของ เดียร์-สุพิชญา นันต๊ะ ที่รีโนเวตให้ทำได้ทุกอย่าง ทั้งทำขนม ถ่ายแบบ เลี้ยงหมา โดยสเปซไม่ใช่ข้อจำกัด

ถ้าเตรียมบ้านสำหรับหมาเลย คงไม่ได้เตรียมอะไรมาก แค่ปูพรมเยอะหน่อย มันจะไม่ค่อยลื่นและพื้นไม่เสีย อย่างที่เห็นพื้นเสียเยอะมาก ส่วนฉี่ อึ ให้ทำในถาดข้างนอกระเบียงเลย เพราะว่ากลิ่นแรง แล้วก็ต้องเปลี่ยนทุกวัน ล้างระเบียงทุกวัน 

อพาร์ตเมนต์แต่งเองของ เดียร์-สุพิชญา นันต๊ะ ที่รีโนเวตให้ทำได้ทุกอย่าง ทั้งทำขนม ถ่ายแบบ เลี้ยงหมา โดยสเปซไม่ใช่ข้อจำกัด
อพาร์ตเมนต์แต่งเองของ เดียร์-สุพิชญา นันต๊ะ ที่รีโนเวตให้ทำได้ทุกอย่าง ทั้งทำขนม ถ่ายแบบ เลี้ยงหมา โดยสเปซไม่ใช่ข้อจำกัด

อยากอยู่แต่(ง)บ้าน

เดียร์เป็นคนชอบเที่ยว แต่พอเวลาไปเที่ยวนาน ๆ ก็จะคิดถึง อยากกลับมาอยู่บ้านอยู่ดี 

รู้สึกว่าที่นี่เป็นบ้านเลยแหละ ทำไมถึงรู้สึกว่าเป็น อืม (นิ่งคิด) เพราะมันมีความเป็นเราอยู่ทุกที่เลย เราอยู่ที่นี่ ใช้ชีวิตที่นี่ เลือกของทุกอย่างเอง ทำทุุกอย่างเอง แต่จริง ๆ ก็อยากมีบ้านแบบบ้านสักหลังหนึ่งนะ แต่น่าจะกลับไปทำที่ตาก เพราะชอบความเป็นคันทรีสไตล์ อยากให้บ้านอยู่ป่า ๆ

ถ้าถามว่าตอนนี้พอใจกับบ้านหลังนี้หรือยัง พอใจแล้ว แต่ความชอบเราเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ ไม่มีคำว่าสุด เหมือนการแต่งบ้านเป็นสิ่งที่เรารักมาก ก็เลยหาตังค์มาแต่งบ้านไปเรื่อย ๆ งอกไปเรื่อย (ยิ้ม)

อพาร์ตเมนต์แต่งเองของ เดียร์-สุพิชญา นันต๊ะ ที่รีโนเวตให้ทำได้ทุกอย่าง ทั้งทำขนม ถ่ายแบบ เลี้ยงหมา โดยสเปซไม่ใช่ข้อจำกัด
อพาร์ตเมนต์แต่งเองของ เดียร์-สุพิชญา นันต๊ะ ที่รีโนเวตให้ทำได้ทุกอย่าง ทั้งทำขนม ถ่ายแบบ เลี้ยงหมา โดยสเปซไม่ใช่ข้อจำกัด

Writer

ปาริฉัตร คำวาส

อดีตบรรณาธิการสื่อสังคมและบทความศิลปวัฒนธรรม ผู้เชื่อว่าบ้านคือตัวตนของคนอยู่ เชื่อว่าความเรียบง่ายคือสิ่งซับซ้อนที่สุด และสนใจงานออกแบบเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี (กับเธอ)

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

อยากอยู่อย่างอยาก

คนและบ้านน่าสนใจในพื้นที่ที่เขาอยากอยู่

แมรี่ ป๊อปปิ้นส์ (Mary Poppins)

อูมปา ลูมปาส์ (Oompa Loompas)

The Sound of Music

อรุณธตี รอย

ชื่อด้านบนนี้ถูกพูดถึงในบทสนทนาเรื่องที่มาที่ไปของบ้านโพสิทีฟ ซึ่งเจ้าของบ้าน แอ-พนิดา พลบุตร เล่าแต่ละเรื่องด้วยน้ำเสียงแจ่มใส ขณะพาชมบ้านขนาดเล็กของเธอที่โอบล้อมด้วยแปลงกุหลาบและต้นไม้นานาชนิด ซึ่งทุกอย่างเป็นดอกไม้กินได้ อย่างทาร์รากอน ชบาเมเปิ้ล อัญชัน สายน้ำผึ้ง

เมื่อเดินผ่านแปลงดอกไม้ไปอีกฝั่งหนึ่ง เห็นอาคารปูนเปลือยทรงเหลี่ยมพร้อมโต๊ะใหญ่ใต้ระแนง นั่นคือสตูดิโอศิลปะ Artanyway ของเพื่อนสนิทที่คุณแอชักชวนมาสร้างใกล้ ๆ กัน 

ส่วนอีกฟากหนึ่งของถนนเป็นบ้านพี่สาวและสวนกุหลาบขนาดไม่เล็ก รวบรวมกุหลาบหลากสายพันธุ์เพื่อพัฒนาคอมบูฉะ ผลิตภัณฑ์อันเป็นต้นทางการสร้างบ้านหลังนี้ของเธอ เดินถัดไปไม่ไกลเป็นบึงน้ำขนาด 8 ไร่ที่มีสายลมพัดระรื่น ต้นไม้ใหญ่เอนชาย และนกเป็ดน้ำริมบึง

บ้านหลังนี้เป็นบ้านที่เธอตั้งใจออกแบบให้มีขนาดเล็กพอดีกับการอยู่และทำงาน เน้นพื้นที่สวนเป็นหลัก

“นี่เป็นบ้านของตัวเราโดยเฉพาะเลย เราอยากอยู่ยังไงก็ทำมันออกมา ไม่ใช่การฝันเอา แต่มาจากความประทับใจทีละเล็กทีละน้อย จากประสบการณ์ จากหนังที่เราดู เพลงที่เราฟัง หนังสือที่เราอ่าน เป็นจินตนาการตั้งแต่เด็ก ๆ แล้วว่าเราอยากให้บ้านมีอะไร

บ้าน Positive : Home Studio กลางสวนดอกไม้จากฉากโปรดในหนังสือคนทำคอมบูฉะ

“เราชอบเรือนกระจกในหนัง The Sound of Music เราก็ทำกระจกโปร่งรอบบ้านเลย เราอยากให้บ้านมีไก่บอกทิศทางลมบนหลังคาแบบ แมรี่ ป๊อบปิ้นส์ เราอยากให้บ้านมีนาฬิกาคุคคูนะ เราก็หามาเติม เคาน์เตอร์ที่ทำงานต้มชา ต้มยา เราก็ให้ช่างวัดความสูงระดับที่พอดีกับเรา ไม่ใช่พอดีกับช่าง เราออกแบบให้บ้านโปร่ง มีต้นไม้ทุกมุม ทุกที่ โดยไม่ต้องยกเข้ายกออก เราเดินใส่รองเท้าไปทั่ว ๆ บ้านได้ไม่มีใครว่า พื้นบ้านเราเช็ดสะอาดได้ตลอดถึงแม้จะเดินสวมรองเท้าเข้ามา บ้านนี้คือที่ทำงานที่เราอยากทำเมื่อไหร่ก็ได้ อยู่ได้นาน ๆ ด้วยความสุข และห้องนอนเล็ก ๆ เราอยากได้เตียงสี่เสาและผ้าอินเดียอย่างนี้นะ สำหรับเราแล้วผ้าอินเดียมีกลิ่นของมัน กลิ่นที่จะไม่มีวันจางหาย กลิ่นนั้นมันหอมสำหรับเรา

บ้าน Positive : Home Studio กลางสวนดอกไม้จากฉากโปรดในหนังสือคนทำคอมบูฉะ
บ้าน Positive : Home Studio กลางสวนดอกไม้จากฉากโปรดในหนังสือคนทำคอมบูฉะ

“เราออกแบบอย่างที่ชอบ เลือกวัสดุเองทุกอย่าง สีเขียวของบ้านก็เลือกเอง เป็นคนชอบสีเขียวแบบนี้ ดูชุ่มชื่น สบายตา หรือแม้แต่สวนกุหลาบ ซุ้มกุหลาบของบ้านและอะไรก็ตามที่เก็บกินเองได้ นี่คือจินตนาการในวัยเด็กของเราที่กำลังดำเนินไป”

คุณแอบอกว่า แต่ละคนล้วนต้องการพื้นที่แห่งความสุข แต่ละคนอาจแตกต่าง บางคนอาจชอบอยู่คอนโดหรืออะไรก็ตาม สำหรับเธอแล้ว “เราชอบเดินบนพื้นดิน ชอบดอกไม้ ชอบสายลมเคลื่อนไหวที่มาจากธรรมชาติจริง ๆ เพราะฉะนั้น พื้นที่แห่งความสุขของเราหน้าตาเป็นแบบนี้”

บ้าน Positive : Home Studio กลางสวนดอกไม้จากฉากโปรดในหนังสือคนทำคอมบูฉะ

เพราะความช่างสังเกต ช่างสงสัย และตั้งคำถามตั้งแต่เด็ก ๆ จนเติบโต เธอจึงมักให้ความสำคัญกับรายละเอียดของชีวิต เธอบอกว่าถ้าไปเจออะไรสักอย่างที่ชอบ ก็จะคิดและมองให้เห็นว่าทำไมจึงเป็นอย่างนี้ คนสร้างงานเหล่านั้นเขาเติบโตมาอย่างไรจึงทำได้นะ เบื้องหลังการงานเหล่านั้นมาจากไหน ระหว่างพูดคุยเธอเอ่ยชื่นชม อรุณธตี รอย (Arundhati Roy) นักเขียนหญิงชาวอินเดียผู้เขียน เทพเจ้าแห่งสิ่งเล็ก ๆ และ กระทรวงสุขสุด ๆ

“อย่าง อรุณธตี รอย พออ่านงานเธอแล้วเราก็ อุ๊ย! เขาเกิดมายังไง ทำไมเขียนงานออกมาได้เป็นเรื่องเป็นราวอย่างนี้ ชอบมาก อะไรอย่างนี้แหละค่ะที่พอเราเห็น เราชอบ เราก็จะคิดกับมันมาก และส่วนตัวก็ชอบฟังเพลงอินเดียและดูหนังอินเดียด้วย (หัวเราะ)” 

บ้าน Positive : Home Studio กลางสวนดอกไม้จากฉากโปรดในหนังสือคนทำคอมบูฉะ

มุมบ้านของเธอจึงเต็มไปด้วยของสะสม ทั้งใช้ในการทำงานและของโปรดปราน อย่างชั้นวางชาหลากหลายแหล่งที่มาที่ได้มาจากการเดินทาง หรือผนังที่ออกแบบให้เป็นชั้นวางแสดงผลงานถ้วยชาต่าง ๆ ทั้งงานปั้นมือของศิลปินเชียงใหม่และงานมือสองจากญี่ปุ่น ซึ่งเธอสัมผัสได้ถึงการส่งต่อเรื่องราวผ่านงานปั้นเหล่านั้น

บ้าน Positive : Home Studio กลางสวนดอกไม้จากฉากโปรดในหนังสือคนทำคอมบูฉะ

พลังของความชอบและใส่ใจรายละเอียดเป็นที่มาของการงานต่าง ๆ ที่ผ่านมา คุณแอเล่าว่าเดิมเคยทำงาน Skin Therapy แต่หยุดลงเนื่องจากปัญหาสุขภาพ หลังจากนั้นพี่สาวชวนไปทำงานธุรกิจ ก่อนที่เธอจะหยุดทุกอย่างแล้วกลับมาพูดคุยกับตัวเองอย่างจริงจังระหว่างเดินทาง (ซึ่งเป็นสิ่งที่เธอโปรดปราน) “ชอบเดินทางมาก บางทีเราไปได้ความรู้ ได้ไปไขปริศนาบางอย่างระหว่างทาง” 

และนั่นเป็นที่มาให้เธอเริ่มใกล้ชิดและลงลึกกับการทำ ‘คอมบูฉะ’ ผลิตภัณฑ์ชาหมักที่เธอสร้างสรรค์และเรียนรู้อย่างต่อเนื่องในช่วงเวลา 6 – 7 ปีที่ผ่านมา

อูมปา ลูมปาส์ ฉบับโพสิทีฟ

“ได้ดูอูมปา ลูมปาส์ ใน The Chocolate Factory ไหมคะ จุลินทรีย์ในคอมบูฉะมันก็เป็นอย่างนั้นแหละ เป็นสิ่งมีชีวิตเล็ก ๆ ที่เข้าไปช่วยดูแลเรา ตรงนี้เป็นการเริ่มต้นที่จะดูแลสุขภาพ เป็นกุญแจไข แกร๊ก! ทุกอย่างเปิด ร่างกายก็จะดีขึ้น แค่ท้องสบาย ทุกอย่างก็สบายหมด”

คุณแอเล่าว่าเริ่มต้นเรียนรู้แล้วมาลองทำกินเอง แจกพี่น้องเพื่อนฝูง จากทำกินเล็ก ๆ ก็ขยายจนมีแบรนด์เป็นของตัวเอง และเมื่อเริ่มทำจริงจัง เธอจึงมองว่าการทำงานให้ได้ผลผลิตที่ดีที่สุดต้องอยู่ในที่ที่เหมาะสม

บ้าน Positive : Home Studio กลางสวนดอกไม้จากฉากโปรดในหนังสือคนทำคอมบูฉะ

“ทำบ้านนี้เพื่อการทำงานเลยค่ะ เพราะอยากเลือกอะไรที่ดีที่สุด ที่ดินตรงนี้เป็นที่ของครอบครัว เป็นที่ที่โปร่ง อากาศดี เราก็มาสร้างบ้านเล็ก ๆ ให้อยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ดี สะอาด จัดสรรห้องหมักโดยเฉพาะ และการต้มชา ต้มยา (Decoction) ก็ต้องเป็นที่ที่เหมาะสม เพราะมันใช้เวลาเป็นชั่วโมง ๆ

บ้าน Positive : Home Studio กลางสวนดอกไม้จากฉากโปรดในหนังสือคนทำคอมบูฉะ

“ตรงนี้เป็นที่ที่เรามาแล้วสบาย สบายแล้วเราก็จะได้ทำงานได้ดี เดินไปตรงโน้นตรงนี้ ทุกอย่างพร้อม ไม่ติดขัดอะไรในการทำงาน ทุกอย่างโพสิทีฟไปหมด”

นอกจากนั้นเธอเล่าว่าทุกวันนี้ยังอ่านบทความอย่างสม่ำเสมอเพื่อสะสมความรู้เพิ่มเติม และแลกเปลี่ยนกับผู้คนด้วยการเดินทาง สรรหาพืชพรรณมาปลูกเพื่อเพิ่มความซับซ้อนให้ตัวยาสมุนไพร สะสมพันธุ์กุหลาบหอม (สุด ๆ) จากทั่วโลก แล้วทำไมต้องเน้นดอกไม้ เราถามเธอ คำตอบของเธอสะท้อนบุคลิกหญิงสาวได้ชัดเจน 

บ้าน Positive ที่เชียงใหม่ของ พนิดา พลบุตร และสตูดิโอ Artanyway ที่สร้างจากฉากในหนังสือและหนังหลายเรื่อง

“เราต้องการความนุ่มนวลของดอกไม้ พลังของดอกไม้ที่เรานำมาใช้ได้ เป็นการนำความอ่อนโยนเข้าไปในชีวิตผ่านชาหมัก ซึ่งทั้งผู้หญิงและผู้ชายก็ควรได้รับพลังเหล่านี้นะคะ”

บ้าน Positive ที่เชียงใหม่ของ พนิดา พลบุตร และสตูดิโอ Artanyway ที่สร้างจากฉากในหนังสือและหนังหลายเรื่อง

Artanyway

ในพื้นที่ใกล้ ๆ บ้านเป็นอาคารปูนเปลือย Artanyway ของเพื่อนสนิท ซึ่งเป็นทั้งศิลปินและอาจารย์สอนศิลปะ ต้อย-พดุงศักดิ์ คชสำโรง ซึ่งคุณแอชักชวนให้มาสร้างสตูดิโอทำงานศิลปะใกล้ ๆ กัน เธอเล่าอย่างไม่ปิดบังว่าทั้งสองคนเปลี่ยนสถานะจากคนรักกลายมาเป็นเพื่อน เป็นมิตรที่ดูแลกันและกันด้วยความจริงใจ ช่วยเหลือและเกื้อกูลกันอย่างมิตรแท้ที่พึงมีต่อกัน

“เราหามิตรไม่ได้ง่ายนะ เราอยู่กันมา 20 ปี ถึงแม้มันจะหยุดอยู่ที่ 14 ปี พอถึงจุดหนึ่ง เราเปลี่ยนมาเป็นเพื่อนปุ๊บ มันโปร่ง สบาย ส่งเสริมกันและกัน มนุษย์เราอย่างน้อยต้องมีเพื่อนสนิทสักคน

บ้าน Positive ที่เชียงใหม่ของ พนิดา พลบุตร และสตูดิโอ Artanyway ที่สร้างจากฉากในหนังสือและหนังหลายเรื่อง

“แล้วพอเรามาอยู่ตรงนี้ แทบไม่ค่อยได้เจอเพื่อนคนอื่น ๆ เลย เพราะเราเป็นคนบ้างานมาก อยู่ตรงนี้เรารู้สึกว่าเรานิ่งและมีพลัง เราไม่อยากให้อย่างอื่นมารบกวน เพราะเราทำงานบำบัด ต้องมีสมาธิและมีความสุข”

คุณต้อยเล่าถึง Artanyway ว่า ตั้งใจทำเป็นสตูดิโอทำงานศิลปะ และในปีหน้าจะเปิดเป็น Artist Residency สำหรับศิลปินทั่วโลกที่ต้องการมาหาแรงบันดาลใจทำงานศิลปะที่เกี่ยวข้องกับชุมชมและสถานที่ทำงานศิลปะใกล้ชิดธรรมชาติ นอกจากนั้น พื้นที่เล็ก ๆ โปร่งสบายแห่งนี้จะเปิดเวิร์กชอปเล็ก ๆ เพื่อขยายความหมายของศิลปะให้กว้างไปกว่าการวาดรูป อาจเป็นพื้นที่สนทนาทางศิลปะ หรือเรียนรู้ตัวตนผ่านงานศิลปะ เพราะศิลปะควรเป็นเครื่องมือในการแสดงออกทางเสรีภาพของมนุษย์ เพื่อทำความรู้จักเข้าใจตนเองและเข้าใจเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน

บ้าน Positive ที่เชียงใหม่ของ พนิดา พลบุตร และสตูดิโอ Artanyway ที่สร้างจากฉากในหนังสือและหนังหลายเรื่อง

กว่าจะเดินทางมาถึงวันนี้ คุณแอบอกว่าไม่ต้องการให้คนมองว่า “โห เราเจ๋ง แต่เราอยากให้ดูงานที่เราทำมากกว่า และบางสิ่งบางอย่างไม่ได้เกิดขึ้นทันทีหรอก มันต้องค่อย ๆ ทำ เราต้องตั้งจุดหมายไว้ให้มั่นคง ส่วนทางที่เราจะเดินไปถึง เมื่อไหร่ก็เมื่อนั้น ขอเพียงเราอย่าได้เปลี่ยนหรือทิ้งสิ่งที่เราตั้งใจไว้ แอเองตั้งใจมานานแล้วตั้งแต่เด็ก ๆ ว่าอยากทำยา อยากช่วยคนที่ไม่สบาย เพราะเราก็ไม่สบาย เราเป็นภูมิแพ้ เรารู้ว่ามันทุกข์ยากขนาดไหนในความไม่สบายนั้น เพราะฉะนั้น บางสิ่งบางอย่างที่เราช่วยเขาได้ เราก็ต้องทำให้เต็มที่

บ้าน Positive ที่เชียงใหม่ของ พนิดา พลบุตร และสตูดิโอ Artanyway ที่สร้างจากฉากในหนังสือและหนังหลายเรื่อง

“แต่เต็มที่ของเรานั้น ต้องรู้ว่าเราทำแค่ไหนถึงจะเหมาะ อย่าทำมากเกินไป เพราะมันไม่มีประโยชน์

“นอนก็นอนแค่นี้ นอนที่เราชอบ ทำพื้นที่ที่ให้ความสะดวกสบาย ไม่ต้องใหญ่โต แต่ให้พื้นที่ของเราให้ความอิสระกับเราได้ ให้เราได้ปลดปล่อยและรับพลังงานที่ดี อยู่สบาย ๆ อากาศดี ไม่ต้องมากไป ไม่ต้องน้อยไป ให้พอดี ๆ ดีที่สุด”

บ้าน Positive ที่เชียงใหม่ของ พนิดา พลบุตร และสตูดิโอ Artanyway ที่สร้างจากฉากในหนังสือและหนังหลายเรื่อง

Writer

สกุณี ณัฐพูลวัฒน์

จบเกษตร แล้วต่อด้านสิ่งแวดล้อม แต่เติบโตด้านการงานด้วยการเขียนหนังสือมาตลอด ชอบพูดคุยกับผู้คน ชอบต้นไม้ ชอบสวน ชอบอ่าน ชอบงานศิลปะและชอบหนังสือภาพ ทุกวันนี้จึงพาตัวเองคลุกคลีอยู่กับสิ่งที่ชอบที่ชอบ ด้วยการเขียนหนังสือ ทำงานศิลปะ เดินทาง และเปิดร้านหนังสือ(ภาพ)ออนไลน์ Of Books and Bar

Photographer

กรินทร์ มงคลพันธ์

ช่างภาพอิสระชาวเชียงใหม่ ร่ำเรียนมาทางศิลปะจากคณะที่ได้ชื่อว่ามีวงดนตรีลูกทุ่งแสนบันเทิงของเมืองเหนือ มีความสุขกับการกดชัตเตอร์ในแสงเงาธรรมชาติ ชอบแมว หมา และบ้าจักรยานไม่แพ้กิจกรรมกลางแจ้งอื่น ๆ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load