16 กรกฎาคม 2565
6 K

“ถ้านี่คือหนังสยองขวัญ ใครจะเป็นคนแรกที่ตายก่อน (วะ)”

มือคู่หนึ่งซึ่งเย็นเฉียบจับบานประตูท่ามกลางอากาศที่หนาวเย็นลงทุกที รอบตัวพวกเราไม่มีสิ่งอื่นนอกจากความเงียบสงัด ดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้าไปนานแล้ว เหลือเพียงแสงเรือง ๆ หรี่ ๆ ตัดกับทิวสนที่ยืนทะมึนท้ากาลเวลามานานเกือบร้อยปี บรรยากาศโดยรอบสุดแสนจะวังเวง ชวนให้นึกถึงฉากของหนังสยองขวัญสักเรื่อง ที่วัยรุ่นรวมตัวกันมาแฮงก์เอาต์ในช่วงปิดเทอม แล้วต้องพบกับเรื่องราวอันน่าสะพรึงกลัวที่ค่อย ๆ เด็ดชีวิตตัวละครให้หมดลมหายใจไปทีละคน

“คนที่ดูอ่อนแอที่สุดนั่นแหละคือคนที่จะรอด” ผมพูดไปตามหนังที่เคยดูมา

น้องผู้หญิงในทีมคนหนึ่งทำหน้าตาเหยเกขณะผมพูดประโยคนั้น พลางพึมพำว่าอย่าได้ไปเล่าต่อให้ใครฟังเชียวว่า คืนนี้เราต้องมาพักในโรงแรมสภาพไหน

เที่ยว 9 เมืองในจอร์เจียกับไกด์ท้องถิ่น อัดแน่นด้วยประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และมิตรภาพ

พวกเรากำลังพักอยู่ในโรงแรมขนาดใหญ่ที่เคยได้ชื่อว่าเป็น Spa Resort ที่หรูหราใหญ่โตที่สุดในยุครุ่งเรืองของสหภาพโซเวียต รีสอร์ตแห่งนี้ตั้งอยู่ในเมืองตากอากาศแห่งหนึ่งของประเทศจอร์เจีย คือเมือง Tskaltubo ความรุ่งเรืองในอดีตฉายภาพให้เห็นผ่านตัวตึกขนาดใหญ่ที่สร้างขึ้นอย่างน่าเกรงขาม โอบล้อมอาคารอำนวยการของรีสอร์ตที่มีสัณฐานเป็นโถงขนาดใหญ่แบบสถาปัตยกรรมคอมมิวนิสต์

ที่นี่ถูกทิ้งร้างมานานหลังความรุ่งเรืองของอดีตม่านเหล็กจบลงไปพร้อมสงครามเย็น นายทุนนานาชาติพยายามเข้ามาฟื้นฟูรีสอร์ตแห่งนี้ แต่ด้วยขนาดของพื้นที่ที่ใหญ่เกินไป ประกอบกับการระบาดของโรคโควิด-19 ที่ยาวนาน ทำให้รีสอร์ตได้รับการฟื้นฟูเพียงบางส่วนและยังคงรกร้าง อาคารส่วนใหญ่ยังอยู่ในสภาพปรักหักพัง ไม่ได้รับการซ่อมบำรุง สระว่ายน้ำไม่มีน้ำ เผยให้เห็นก้นสระที่แห้งขอดและมีเศษใบไม้กองอยู่เต็มพื้น บรรยากาศในคืนนี้ให้ความรู้สึกเหมือนเรานอนอยู่ในโบราณสถานมากกว่ารีสอร์ตแอนด์สปา

เที่ยว 9 เมืองในจอร์เจียกับไกด์ท้องถิ่น อัดแน่นด้วยประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และมิตรภาพ

หลังหลืบเสาอันมืดทะมึนและเสียงพื้นไม้ที่ลั่นดังเอี๊ยดอ๊าดชวนขนลุก ผมหัวเราะและบอกกับทุกคนว่า ไม่มีอะไรหรอก เราจะผ่านคืนนี้ไปได้ด้วยดี ถ้าใครเจอบุคคลในประวัติศาสตร์โผล่มาทักทายก็ช่วยบอกผมด้วย ผมในฐานะคนที่สนใจประวัติศาสตร์ มีอะไรอยากจะพูดคุยกับคนเหล่านั้นตั้งมากมาย และใช่แล้วครับ! ในคืนนั้นผมชิงหลับไปก่อนเป็นคนแรก และไม่รู้สึกตัวอีกเลยกระทั่งเช้าวันรุ่งขึ้น

ก้าวแรกบนแผ่นดินจอร์เจีย

จอร์เจียที่พวกเราจินตนาการไว้ควรจะเป็นทริปสีพาสเทล ไม่น่าจะต้องเผชิญกับความลุ้นระทึกใด ๆ เพราะฉะนั้น การมีที่พักในคืนที่ 5 จาก 6 คืนของเรา แม้มีบรรยากาศหลอน ๆ อยู่สักหน่อย แต่ก็เป็นที่น่าจดจำไม่น้อย

วันนี้จอร์เจียไม่ได้ตกอยู่ภายใต้เงาทะมึนของสหภาพโซเวียตอีกแล้ว เพราะประเทศนี้กลายเป็นประเทศที่กำลังใช้การท่องเที่ยวมาเป็นจุดขายทางเศรษฐกิจอย่างโดดเด่น ภาพจำของจอร์เจียในความรู้สึกของคนทั่วไปจึงเต็มไปด้วยภาพเทือกเขาอันสวยงาม และรอยยิ้มของผู้คนที่เป็นมิตร

คณะเดินทางไปจอร์เจียของพวกเราครั้งนี้ ประกอบด้วยสมาชิก 8 คน 4 คนแรกคือผมและเพื่อนสมัยเรียนอีก 3 คน ส่วนอีก 4 คน เป็นแฟนของเพื่อน รุ่นน้องของผม ภรรยา กับน้องสาวของรุ่นน้องผมที่ตามมาด้วยอีกคน ผมทึกทักแบบเข้าข้างตัวเองในฐานะคนจัดทริปว่า แม้หลายคนจะไม่เคยเที่ยวกับพวกผมมาก่อน แต่ทุกคนน่าจะประทับใจการเดินทางครั้งนี้อย่างแน่นอน (เพราะมีผมเป็นหัวหน้าทัวร์ให้ทุกคนนั่นเอง อิอิ)

เที่ยว 9 เมืองในจอร์เจียกับไกด์ท้องถิ่น อัดแน่นด้วยประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และมิตรภาพ

‘จอร์เจีย’ เป็นประเทศเล็ก ๆ ที่มีประชากรเพียง 4 ล้านเศษ ตั้งอยู่ระหว่างรอยต่อของทวีปยุโรปและทวีปเอเชีย โอบล้อมด้วยอ้อมกอดของเทือกเขาคอเคซัส และกลายมาเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมของนักท่องเที่ยวไทยในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ด้วยเหตุผลที่มีทัศนียภาพสวยงามเพลินใจ มีกลิ่นอายของความเป็นยุโรป ในขณะที่ราคาค่าครองชีพไม่ต่างจากกรุงเทพฯ มากนัก แต่ที่นี่คนไทยไม่ต้องขอวีซ่า จึงใช้เวลาเตรียมตัวเดินทางน้อยกว่า ปัจจัยทั้งหมดนี้ทำให้จอร์เจียกลายเป็นประเทศในกระแสนิยมของชาวไทย และเริ่มกลับมาเป็นที่พูดถึงอีกครั้งในหมู่ผู้โหยหาการเดินทางไปต่างประเทศ

มารี (Mari Tinashvili) ไกด์ท้องถิ่นที่กลายเป็นเพื่อนคนหนึ่งของผมรอต้อนรับพวกเราที่กรุงทบิลิซี (Tbilisi) เมืองหลวงของประเทศ เธอเริ่มต้นพาพวกเราสัมผัสประเทศบ้านเกิดของเธอ ด้วยการย่ำเท้าเข้าไปในเขตเมืองเก่าของกรุงทบิลิซี เมืองนี้ตั้งขึ้นเมื่อราวคริสต์ศตวรรษที่ 6 โดยพระมหากษัตริย์ผู้ทรงสถาปนาทบิลิซีให้เป็นศูนย์กลางของอาณาจักร คือ กษัตริย์วาคตัง กอร์กาซาลี (Vakhtang Gorgasali) พื้นที่นี้มีชัยภูมิติดแม่น้ำ เป็นแหล่งน้ำพุร้อนที่ดีต่อสุขภาพ มีทรัพยากรธรรมชาติมากมาย เนื่องจากตั้งอยู่บนทำเลที่ยอดเยี่ยม พระมหากษัตริย์พระองค์นี้จึงเป็นพระมหากษัตริย์องค์สำคัญในหน้าประวัติศาสตร์ของประเทศ

เที่ยว 9 เมืองในจอร์เจียกับไกด์ท้องถิ่น อัดแน่นด้วยประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และมิตรภาพ

วันนี้บรรยากาศค่อนข้างเย็นสบาย มารีพาเราเดินข้ามสะพานสันติภาพ (Bridge of Peace) สร้างขึ้นภายหลังสงครามระหว่างจอร์เจียและรัสเซียเมื่อ ค.ศ. 2008 ตามประวัติศาสตร์นั้น หลังจากการล่มสลายของสหภาพโซเวียต แม้ว่าจอร์เจียได้รับเอกราชโดยสมบูรณ์ แต่ก็ยังมีการปะทะกันระหว่างจอร์เจียและรัสเซียอยู่เนือง ๆ โดยเฉพาะเมื่อ ค.ศ. 2008 จอร์เจียอ้างสิทธิ์เหนือดินแดน South Ossetia แต่รัสเซียไม่ยอม ความสัมพันธ์แทบทุกด้านระหว่างสองประเทศจึงหยุดชะงัก ไม่มีเที่ยวบินระหว่างกัน สถานการณ์ตกอยู่ภายใต้ความตึงเครียด ก่อนความขัดแย้งจะคลี่คลายลง และ ค.ศ. 2014 จอร์เจียก็เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของสหภาพยุโรป ทว่าสองประเทศนี้ก็ยังคุมเชิงระหว่างกัน เราสัมผัสได้ถึงความคุกรุ่นเล็ก ๆ เมื่อคนจอร์เจียพูดถึงประเทศเพื่อนบ้านของตนเอง โดยตัวอย่างที่ใกล้ตัวเราที่สุดก็คือมารี เธอเคยสูญเสียคุณพ่อในสงคราม ด้วยเหตุนี้เธอจึงเกลียดชังสงคราม เช่นเดียวกับชาวจอร์เจียจำนวนมากที่ภาวนาให้ความวุ่นวายจากสงครามในภูมิภาคสิ้นสุดเสียที

เที่ยว 9 เมืองในจอร์เจียกับไกด์ท้องถิ่น อัดแน่นด้วยประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และมิตรภาพ
สะพานสันติภาพ (Bridge of Peace)

เราเดินขึ้นมาถึงป้อมนาริกาลา (Narikala Fortress) ป้อมขนาดใหญ่คู่กรุงทบิลิซีที่สร้างขึ้นมา พร้อมกับการสถาปนาทบิลิซีเป็นศูนย์กลางของอาณาจักร เราหยุดพักชมทัศนียภาพจากมุมสูง ผมจึงถือโอกาสนี้พูดคุยกับมารีให้มากขึ้น เพื่อสร้างความคุ้นเคยในฐานะหัวหน้าทริปและมัคคุเทศก์ท้องถิ่นที่จะต้องทำงานร่วมกัน มารีบอกกับผมว่าสงครามเป็นความขัดแย้งระหว่างประเทศก็จริง แต่เธอเชื่อมั่นว่าทุก ๆ คน ไม่ว่าจะเป็นประเทศคู่ขัดแย้งกันหรือไม่ก็ตาม ล้วนปรารถนาสันติภาพด้วยกันทั้งนั้น

“Everyone needs peace.” มารีบอกผม ซึ่งผมเห็นด้วยกับเธอร้อยเปอร์เซ็นต์

เที่ยว 9 เมืองในจอร์เจียกับไกด์ท้องถิ่น อัดแน่นด้วยประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และมิตรภาพ
ป้อมนาริกาลา (Narikala Fortress)

ศาสนาคริสต์และไวน์องุ่น

ชาวจอร์เจียนับถือศาสนาคริสต์นิกายกรีกออร์โธดอกซ์ หากพิจารณาจากแผนที่ในปัจจุบัน จอร์เจียแวดล้อมไปด้วยประเทศที่นับถือศาสนาอิสลามอย่างตุรกีและอาเซอร์ไบจาน และยังมีอาร์เมเนียที่นับถือศาสนาคริสต์นิกายเกรกอเรียน และรัสเซียซึ่งในยุคหนึ่งคือสหภาพโซเวียต ประเทศผู้นำระบอบคอมมิวนิสต์อันเข้มข้นที่ปฏิเสธความเชื่อในทุกศาสนา เพราะฉะนั้น จอร์เจียถือว่าวัฒนธรรมของตนที่มีรากฐานสำคัญมาจากศาสนาคริสต์นิกายกรีกออร์โธดอกซ์นั้น เป็นความภาคภูมิใจของชาวจอร์เจียในฐานะเกียรติภูมิของชาติได้ประการหนึ่ง เพราะทำให้จอร์เจียโดดเด่นไม่เหมือนใครในภูมิภาคเดียวกัน

เที่ยว 9 เมืองในจอร์เจียกับไกด์ท้องถิ่น อัดแน่นด้วยประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และมิตรภาพ
The Chronicle of Georgia

ศาสนาคริสต์นิกายกรีกออร์โธดอกซ์มีความสำคัญต่อจอร์เจียในระดับเข้มข้น เช่น บนภาพสลักของอนุสรณ์สถาน The Chronicle of Georgia แลนด์มาร์กสำคัญของนักท่องเที่ยวที่สร้างขึ้นเมื่อ ค.ศ. 1985 ในยุคของสหภาพโซเวียต บอกเล่าเรื่องราวต่าง ๆ ของดินแดนจอร์เจีย ภาพสลักชุดนี้ทำขึ้นเมื่อครั้งรัฐบาลโซเวียตยังเรืองอำนาจ เดิมทีรัฐบาลจะให้อนุสรณ์สถานแห่งนี้มีอนุสาวรีย์ของ โจเซฟ สตาลิน (Joseph Stalin) อดีตผู้นำของสหภาพโซเวียตตั้งอยู่ตรงกลาง แต่สหภาพโซเวียตล่มสลายไปก่อนเมื่อ ค.ศ. 1991 การสร้างอนุสาวรีย์ของสตาลินจึงยุติไป ข้อสังเกตสำคัญอยู่ที่ว่า แม้อนุสรณ์สถานแห่งนี้จะสร้างขึ้นโดยรัฐบาลโซเวียตที่ไม่สนับสนุนการนับถือศาสนา แต่ก็ฝืนศรัทธาของชาวจอร์เจียที่มีต่อศาสนาคริสต์นิกายกรีกออร์โธดอกซ์ไม่ได้ ภาพสลักที่ฐานเสาของ The Chronicle of Georgia เต็มไปด้วยเรื่องราวจากพระคัมภีร์ไบเบิล เป็นประจักษ์พยานที่แสดงความผูกพันระหว่างคนพื้นเมืองและศาสนาของพวกเขาจนถึงทุกวันนี้

เที่ยว 9 เมืองในจอร์เจียกับไกด์ท้องถิ่น อัดแน่นด้วยประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และมิตรภาพ

สมัยแรก ๆ ชาวจอร์เจียนับถือจิตวิญญาณตามธรรมชาติ ไม่มีศาสนา ต่อมาพวกเขาเปลี่ยนมานับถือศาสนาคริสต์เมื่อราวคริสต์ศตวรรษที่ 4 ครั้งที่เมืองมิตสเคตา (Mtskheta) เป็นเมืองหลวงของชนชาติจอร์เจีย ผู้ที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้นำคริสต์ศาสนามาสู่จอร์เจียคือ นักบุญนีโน่ (Saint Nino) ผู้จาริกแสวงบุญมาจากดินแดนอิสราเอลพร้อมกับพระภูษาสีขาว เชื่อกันว่าเป็นพระภูษาที่พระเยซูเจ้าเคยทรง สันนิษฐานว่าประดิษฐานอยู่ที่ที่ปัจจุบันนี้เป็นที่ตั้งของมหาวิหารสเวติสโคเวลี (Svetitskhoveli Cathedral) สร้างขึ้นเมื่อคริสต์ศตวรรษที่ 11 ส่วนวิหารที่เชื่อว่าเป็นสถานที่ที่นักบุญนีโน่สร้างไม้กางเขนอันแรกของจอร์เจียขึ้นมา คือวิหารจวารี (Jvari Monastery)

เที่ยว 9 เมืองในจอร์เจียกับไกด์ท้องถิ่น อัดแน่นด้วยประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และมิตรภาพ
มหาวิหารสเวติสโคเวลี (Svetitskhoveli Cathedral)
เที่ยว 9 เมืองในจอร์เจียกับไกด์ท้องถิ่น อัดแน่นด้วยประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และมิตรภาพ
วิหารจวารี (Jvari Monastery)

เช้าวันที่ 2 ของการเดินทางมีแดดทอประกายสดใส เราเดินเล่นกันอยู่ที่ลานหน้ามหาวิหารสเวติสโคเวลี มารีชี้ให้เราดูภาชนะคล้ายไหที่เรียกว่า ‘คเวฟริ’ (Kvevri) ไว้บรรจุไวน์ พร้อมเล่าว่าไวน์นั้นสำคัญต่อจิตวิญญาณของชาวจอร์เจียมากขนาดไหน

“ตอนคุณตาของฉันเข้าร่วมรบในสงครามโลกครั้งที่ 2 เวลาท่านเขียนจดหมายกลับมาที่บ้าน ท่านถามอยู่ 3 อย่าง อย่างแรก คุณตาถามว่าคุณยายเป็นยังไงบ้าง (How is my wife?) อย่างที่สอง คุณตาถามว่าลูกสาวของคุณตา ซึ่งก็คือแม่ของฉันเป็นยังไงบ้าง (How is my daughter?) และอย่างที่สาม…”

มารีหยุดพูดเล็กน้อยพร้อมยิ้มอย่างอารมณ์ดี

“…คุณตาจะถามว่าไวน์ที่บ่มไว้ได้ที่หรือยัง (How is my wine?)”

พอพูดจบ พวกเราก็หัวเราะกันอย่างครื้นเครง ผมเชื่อว่าเรื่องที่มารีเล่าเป็นเรื่องจริง เพราะชาวจอร์เจียภูมิใจกับไวน์ของตนเองเป็นอย่างมาก มารีเล่าว่าจอร์เจียเป็นหนึ่งในชาติที่ผลิตไวน์ได้เป็นชาติแรก ๆ ของโลก โดยอาจผลิตได้ตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ เมื่อราว 9,000 – 7,000 ปีก่อนหน้านี้ด้วยซ้ำ มารีเล่าว่าชาวจอร์เจียหัดดื่มไวน์กันตั้งแต่เด็ก แต่เป็นการหัดดื่มภายใต้การดูแลของผู้ปกครอง เพื่อให้ดื่มไวน์เป็นและไม่ดื่มจนขาดสติในอนาคต

เที่ยว 9 เมืองในจอร์เจียกับไกด์ท้องถิ่น อัดแน่นด้วยประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และมิตรภาพ
คเวฟริ (Kvevri)

บ่ายวันนั้นเราเดินทางขึ้นเขาต่อไปยังเมืองคาซเบกี (Kazbegi) อันเป็นที่ตั้งของโบสถ์เกอร์เกตี้ (Gergeti Trinity Church) โบสถ์ขนาดเล็กบนภูเขาสูงที่ปรากฏอยู่บนป้ายประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวของจอร์เจียแทบทุกแผ่น คืนนั้นเรากลับลงมาพักกันที่เมืองกูดาอูรี (Gudauri) เมืองตากอากาศชื่อดัง อากาศคืนนั้นค่อนข้างหนาวเย็นก็จริง แต่เมื่อนั่งล้อมวงกับเพื่อนฝูง บรรยากาศกลับอบอุ่นได้อย่างไม่น่าเชื่อ นี่คืออานุภาพของมิตรภาพที่แท้จริง และผมคิดไม่ผิดจริง ๆ ที่จัดทริปนี้ขึ้นมา เพื่อให้เราได้ออกเดินทางร่วมกันอีกครั้งหลังโรคระบาดร้ายแรงคลี่คลายลง

เที่ยว 9 เมืองในจอร์เจียกับไกด์ท้องถิ่น อัดแน่นด้วยประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และมิตรภาพ
โบสถ์เกอร์เกตี้ (Gergeti Trinity Church)

เมืองโบราณและบ้านท่านผู้นำ

วันรุ่งขึ้นเราอำลาอ้อมกอดของเทือกเขาที่เมืองกูดาอูรี แวะเดินทางเที่ยวชมป้อมอนานูรี (Ananuri Fortress) ที่สร้างขึ้นช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 13 ป้อมปราการแห่งนี้เป็นพื้นที่ใช้สอยหลายวัตถุประสงค์ นอกจากมีเชิงเทินและหอคอยสังเกตการณ์แล้ว ภายในยังมีโบสถ์ขนาดใหญ่ และรอบ ๆ ป้อมก็ยังเคยรายล้อมด้วยชุมชนขนาดใหญ่ด้วย แต่ปัจจุบันเรามองไม่เห็นร่องรอยของชุมชนขนาดใหญ่แล้ว เพราะถูกแทนที่ด้วยอ่างเก็บน้ำที่สร้างขึ้นในสมัยที่รัสเซียยังเป็นสหภาพโซเวียต

เที่ยว 9 เมืองในจอร์เจียกับไกด์ท้องถิ่น อัดแน่นด้วยประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และมิตรภาพ
ป้อมอนานูรี (Ananuri Fortress)

จุดหมายปลายทางของเราบ่ายวันนี้อยู่ที่เมืองอุพลิสซิเค (Uplistsikhe) เมืองโบราณที่มีผู้คนอยู่อาศัยมาตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ และกลายเป็นเมืองสำคัญบนเส้นทางการค้าในยุคกลาง เมืองแห่งนี้เกิดจากการเจาะหินบนหน้าผาขึ้นไปให้กลายเป็นโพรงถ้ำเพื่อประโยชน์ใช้สอยต่าง ๆ เช่น เป็นพื้นที่เก็บยาสมุนไพร เป็นโรงละคร เป็นสถานที่ประชุมและพบปะของชาวเมือง นอกจากนี้ ชาวเมืองอุพลิสซิเคยังขุดทางลับไว้ให้ชาวเมืองลี้ภัยยามฉุกเฉินด้วย เราต้องไม่ลืมว่านี่คือผลงานสร้างสรรค์ของผู้คนในอดีต ที่ใช้สองมือของตนขุดแต่งหินต่อเนื่องกันมาหลายชั่วอายุคน เมื่อเราขึ้นไปยืนอยู่บนยอดสูงสุดของเมืองอุพลิสซิเค เราจึงได้แต่อึ้งและทึ่งกับภาพของเมืองทั้งหมดที่พบเห็น

ผมมีความเห็นว่าวัฒนธรรมการขุดเมืองถ้ำ หรือถ้าจะพูดให้ถูกต้องคือการขุดเจาะภูเขาหินให้กลายเป็นพื้นที่สำหรับอยู่อาศัยขนาดใหญ่นั้น เป็นภูมิปัญญาร่วมกันของผู้คนในภูมิภาคตะวันออกกลาง เอเชียกลาง และยุโรปตะวันออก เพราะเราพบการขุดเจาะเพิงผาแบบนี้ได้ทั่วไปในหลายประเทศแถบนี้ เช่น ตุรกี อัฟกานิสถาน และเขตปกครองตนเองซินเจียงอุยกูร์ของประเทศจีน

เที่ยว 9 เมืองในจอร์เจียกับไกด์ท้องถิ่น อัดแน่นด้วยประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และมิตรภาพ
เที่ยวประเทศจอร์เจียฉบับเพื่อน ๆ สนุกกับประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมกับไกด์ท้องถิ่นแสนน่ารัก

หลังออกจากเมืองโบราณอุพลิสซิเค เราเดินทางต่อไปยังเมืองโกรี (Gori) ที่มีความสำคัญในหน้าประวัติศาสตร์ในฐานะเมืองบ้านเกิดของ โจเซฟ สตาลิน จริงอยู่ว่าจอร์เจียมีอดีตที่ไม่น่าจดจำนักจากการที่เคยตกเป็นส่วนหนึ่งของสหภาพโซเวียต อีกทั้ง โจเซฟ สตาลิน เองก็ไม่ได้อยู่ในสถานะของวีรบุรุษที่โลกต้องสดุดี แต่มารีเล่าให้ผมฟังว่ารัฐบาลจอร์เจียยินดีรักษาอนุสรณ์สถานบ้านเกิดของอดีตผู้นำจอมเผด็จการชื่อก้องผู้นี้เอาไว้ ในฐานะบันทึกความทรงจำทางประวัติศาสตร์ที่มีคุณค่าร่วมกันของมนุษยชาติ

“เราควรเรียนรู้เรื่องราวในอดีตไว้ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องราวที่น่าชื่นชมยินดี หรืออดีตที่แสนจะขมขื่นก็ตาม” ผมบอกมารี และมารีพยักหน้าเห็นด้วยกับผม

เที่ยวประเทศจอร์เจียฉบับเพื่อน ๆ สนุกกับประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมกับไกด์ท้องถิ่นแสนน่ารัก
อนุสาวรีย์โจเซฟ สตาลิน

มัคคุเทศก์ประจำอนุสรณ์สถานบ้านเกิดสตาลินเป็นหญิงวัยกลางคน รูปร่างสูงโปร่ง จริตกิริยาเหมือนหลุดออกมาจากสมัยโซเวียต เธอสับเท้าเป๊ะ ๆ บนรองเท้าส้นสูงของเธอตลอดระยะเวลาการนำชม สวมใส่กระโปรงยาวและถุงมือสีดำสนิท ใบหน้าเรียบเฉย และเล่าเรื่องของสตาลินให้พวกเราฟังด้วยน้ำเสียงเหมือนอาจารย์ฝ่ายปกครองตลอดเวลา แต่ผมเป็นนักเรียนประเภทที่ไม่เคยกลัวอาจารย์ฝ่ายปกครองอยู่แล้ว จึงค่อย ๆ ยิ้มและชวนเธอคุยทีละน้อย ประกอบกับสาว ๆ ในกลุ่มของเราแต่งตัวสวยจนทำให้เธอมองแล้วมองอีก ในขณะที่สาว ๆ ของเราประทับใจบุคลิกอันแสนสง่าของเธอเช่นเดียวกัน ในที่สุดหน้าตาเคร่งเครียดและคิ้วขมวดของอีกฝ่ายก็คลายลงเมื่อเราเริ่มพูดคุยกัน กลายเป็นรอยยิ้มและการโบกมือบ๊ายบายให้กันก่อนจะจากมา ถือว่าเราประสบความสำเร็จในการนำเอา Thai Hospitality มาใช้อย่างสุดกำลังความสามารถ

“คุณเก่งนะ แถมยังหล่อด้วย” เธอบอกกับผมในฐานะที่ผมเป็นหัวหน้าทริปหลังจากหน้าที่ของเธอสิ้นสุดลง เพราะผมช่วยเธอขยายความประวัติศาสตร์โซเวียตในบางจุดเป็นภาษาไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องราวเกี่ยวกับสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ในประเทศรัสเซีย ผมยิ้มกว้างและขอบคุณ ผมถือว่าเธอพูดจริง เพราะอาจารย์ฝ่ายปกครองสุดเนี้ยบจะพูดโกหกให้เสียระบอบการปกครองได้อย่างไร

จากขุนเขาสู่ท้องทะเล

คืนนั้นเราพักผ่อนกันที่เมืองตากอากาศอีกแห่งหนึ่งชื่อเมืองบากูรีอานี (Bakuriani) เมืองนี้มีบรรยากาศชวนให้นึกถึงอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ เรียงรายด้วยที่พักตากอากาศมากมายและเป็นที่พักผ่อนสำหรับทุกคนในครอบครัว มารีบอกกับผมว่า อาหารเลื่องชื่อของเมืองแห่งนี้คือเห็ดนานาชนิดที่ขึ้นอยู่ตามธรรมชาติ รสชาติหอมอร่อยและฉ่ำน้ำ ระหว่างที่รับประทานอาหารมื้อเย็น ผมมีโอกาสแนะนำเมนูเห็ดให้ทัวร์ไทยอีกกลุ่มหนึ่งซึ่งเข้าพักโรงแรมเดียวกันให้ลองชิม และสิ่งที่มารีโฆษณาเอาไว้ก็เป็นเรื่องจริง เพราะนักท่องเที่ยวชาวไทยทุกคนยกนิ้วให้กับเห็ดเมืองนี้ว่าอร่อยมาก พลาดไม่ได้!

ระหว่างที่ผมกำลังทำหน้าที่หัวหน้าทัวร์แนะนำเมนูเห็ดอยู่นั้น พอดีพบกับนักเรียนที่ผมเคยสอนเมื่อประมาณ 7 ปีที่แล้วถึง 2 คน ซึ่งเป็นพี่น้องกันและเป็นลูกทัวร์ของทัวร์ไทยกลุ่มนั้น ผมเองก็ดีใจมากที่นักเรียนทั้งคู่ยังจำผมได้ น้อง ๆ ทั้งสองคนเล่าให้ฟังว่า ตอนนี้กำลังศึกษาอยู่ที่คณะแพทยศาสตร์ในมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง ถึงแม้ว่าเรียนหนักไปบ้าง แต่โดยรวมก็มีความสุขดี ผมฟังแล้วได้แต่ปลื้มใจและสุขใจไปด้วยที่เห็นนักเรียนของผมมีความสุขและประสบความสำเร็จในชีวิต

เที่ยวประเทศจอร์เจียฉบับเพื่อน ๆ สนุกกับประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมกับไกด์ท้องถิ่นแสนน่ารัก
ผู้เขียนและนักเรียนของผู้เขียนที่เมืองบากูรีอานี

เมืองบากูรีอานีอยู่ใกล้กับเมืองแหล่งน้ำแร่ชื่อเมืองบอร์โจมี (Borjomi) มีต้นกำเนิดมาจากยอดเขาสูงที่บากูรีอานีนั่นเอง ว่ากันว่าน้ำแร่ของเมืองบอร์โจมีนั้นค้นพบโดยบังเอิญจากทหารโซเวียต และได้รับการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ว่าเป็นน้ำที่อุดมไปด้วยแร่ธาตุสารพัดชนิด เรามีโอกาสได้ชิมน้ำแร่นี้จากแหล่งน้ำโดยตรงด้วย อย่าถามเลยครับว่ารสชาติเป็นอย่างไร เพราะเมื่อได้ชิมไปคนละอึกสองอึกก็ทำหน้าตากันไม่ถูกทุกคน ส่วนตัวผมผมคิดว่ารสชาติคล้ายกับสนิมเหล็ก คงเพราะมีแร่โลหะที่มีประโยชน์อยู่มากนั่นเอง มารีเห็นเพื่อนของผมชิมน้ำแล้วทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ก็หัวเราะพลางบอกกับผมว่า โชคดีแล้วที่พวกผมได้ชิมน้ำเพียงแก้วเล็ก ๆ หากดื่มไม่หมดก็เอาไปเททิ้งที่ลำธารได้ แต่อย่าเททิ้งที่โคนต้นไม้ เพราะอาจจะทำให้ต้นไม้ได้รับแร่ธาตุบางชนิดมากเกินไปและเหี่ยวเฉาได้ 

เที่ยวประเทศจอร์เจียฉบับเพื่อน ๆ สนุกกับประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมกับไกด์ท้องถิ่นแสนน่ารัก

เราเดินทางต่อไปที่เมืองคูไทซี (Kutaisi) เมืองใหญ่อันดับสองของประเทศ ซึ่งเป็นที่ตั้งของมหาวิหารเกลาติ (Gelati Monastery) สร้างขึ้นในรัชกาลของกษัตริย์เดวิดผู้สร้าง (David the Builder) เหตุที่พระองค์มีพระราชสมัญญานามเช่นนั้น เพราะในรัชกาลของพระองค์เต็มไปด้วยการก่อสร้างมหาวิหารและสาธารณูปโภคมากมาย ตามประวัติศาสตร์ระบุว่าหลังจากการสถาปนาทบิลิซีเป็นศูนย์กลางของอาณาจักรแล้ว จอร์เจียก็ดำรงความเป็นปึกแผ่นไว้ได้ไม่นาน เพราะหลังจากนั้นแผ่นดินจอร์เจียต้องประสบกับความวุ่นวายแตกแยกเป็นหลายนครรัฐ ก่อนที่จะรวมเป็นปึกแผ่นได้อีกครั้งในราวคริสต์ศตวรรษที่ 11 ภายใต้การปกครองของราชวงศ์บากราติโอนี (Bagrationi Dynasty) ถือเป็นราชวงศ์แรกและราชวงศ์เดียวที่ปกครองราชอาณาจักรจอร์เจีย (Kingdom of Georgia) ให้ยืนหยัดท่ามกลางกระแสลมแรงของความผันผวนทางการเมือง ในยุคกลางและยุคใหม่ของยุโรปได้อย่างน่าภาคภูมิใจ 

เที่ยวประเทศจอร์เจียฉบับเพื่อน ๆ สนุกกับประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมกับไกด์ท้องถิ่นแสนน่ารัก

พระมหากษัตริย์ที่โดดเด่นที่สุดในสมัยนี้ก็คือพระเจ้าเดวิดผู้สร้างพระองค์นี้นี่เอง ด้วยเหตุนี้จึงปรากฏพระบรมสาทิสลักษณ์ (ภาพวาด) ของพระองค์อยู่บนจิตรกรรมของพระวิหารหลายแห่ง ปัจจุบันพระบรมศพของพระองค์ยังประดิษฐานอยู่ที่มหาวิหารแห่งนี้ด้วย โดยประดิษฐานอยู่ที่ประตูทางเข้ามหาวิหาร (เดิม) อีกฟากหนึ่งตรงข้ามกับทางเข้าในปัจจุบัน

ราชวงศ์บากราติโอนีปกครองจอร์เจียมาจนถึงราว ค.ศ. 1801 จักรวรรดิรัสเซียยุคใหม่นำโดยราชวงศ์โรมานอฟก็ขยายอิทธิพลมาถึง จึงเหลือเพียงกำลังที่อาณาจักรเล็ก ๆ อย่างจอร์เจียจะต้านทานไหว ในช่วงต้นของคริสต์ศตวรรษที่ 19 จอร์เจียถูกกดดันจากทุกด้าน กษัตริย์เอเรเคิลที่ 2 (Erekle II) ทรงพยายามอย่างสุดความสามารถในฐานะพระมหากษัตริย์ผู้กล้าที่จะปกป้องพระราชอาณาจักรและประชาชนชาวจอร์เจีย แต่ไม่เป็นผล ภายหลังการสวรรคตของกษัตริย์เอเรเคิลที่ 2 ไม่นาน จอร์เจียต้องตกเป็นส่วนหนึ่งของจักรวรรดิโรมานอฟ และกลายเป็นส่วนหนึ่งของสหภาพโซเวียตในเวลาต่อมา

เที่ยวประเทศจอร์เจียฉบับเพื่อน ๆ สนุกกับประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมกับไกด์ท้องถิ่นแสนน่ารัก
เที่ยวประเทศจอร์เจียฉบับเพื่อน ๆ สนุกกับประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมกับไกด์ท้องถิ่นแสนน่ารัก

ภาพวาดเฟรสโกภายในมหาวิหารเกลาตินั้นน่าตื่นตาตื่นใจมาก เนื่องจากมีสภาพสมบูรณ์เมื่อเทียบกับโบสถ์หลายแห่งที่ภาพวาดเหล่านี้ถูกทำลายไปในช่วงที่สหภาพโซเวียตปกครองจอร์เจีย เราเพลิดเพลินอยู่กับภาพวาดอันสวยงามเหล่านั้นพักใหญ่ ๆ เลยทีเดียว ก่อนจะเดินทางต่อไปพบกับประสบการณ์ผจญภัยในรีสอร์ตสุดหลอนที่เมืองสคอลทูโบ ซึ่งเป็นฉากเปิดเรื่องของบทความนี้

“ผ่านมาได้แล้วก็ค่อยยังชั่ว” น้องผู้หญิงคนหนึ่งบอกกับผมแบบนี้ หลังจากเธอผ่านพ้นค่ำคืนอันแสนยาวนานในโรงแรมแห่งนั้นมาได้ ผมอมยิ้มแล้วก็คิดในใจว่า ถ้านอนโรงแรมปกติธรรมดา ก็เป็นเรื่องยากที่โรงแรมระหว่างทริปจะประทับอยู่ในความทรงจำ เพราะทุกโรงแรมคงเหมือน ๆ กันหมด แต่ถ้าลองนอนโรงแรมพิเศษไม่เหมือนใครแล้วล่ะก็ เราจะมีเรื่องเป็นตำนานให้เล่าสู่กันฟังอย่างไม่รู้จบ

เที่ยวประเทศจอร์เจียฉบับเพื่อน ๆ สนุกกับประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมกับไกด์ท้องถิ่นแสนน่ารัก

เราแวะไปที่ถ้ำโพรมีธีอุส (Prometheus Cave) ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวชื่อดังใกล้กับเมืองสคอลทูโบ ก่อนมุ่งหน้าสู่จุดหมายปลายทางสุดท้ายของเราคือเมืองบาทูมี (Batumi) เมืองท่าริมทะเลดำเพียงแห่งเดียวของประเทศจอร์เจีย ทะเลดำเป็นทะเลภายในที่เชื่อมต่อกับทะเลเมดิเตอร์เรเนียนต่อไปยังมหาสมุทรแอตแลนติก จอร์เจียอาศัยผืนน้ำของทะเลดำในการขนส่งเครื่องอุปโภคบริโภคเข้าและออกมาโดยตลอด และบาทูมีก็ยังเป็นแหล่งพักผ่อนตากอากาศยอดนิยมของนักเดินทางจากประเทศใกล้เคียงอย่างตุรกีและซาอุดิอาระเบียด้วย จอร์เจียจึงถือว่าบาทูมีเป็นเมืองเศรษฐกิจที่สำคัญเมืองหนึ่ง

เที่ยวประเทศจอร์เจียฉบับเพื่อน ๆ สนุกกับประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมกับไกด์ท้องถิ่นแสนน่ารัก

คืนวันนั้นเรานอนดึกกันเป็นพิเศษ เพราะตกลงกันว่าจะไปนั่งแช่กันในผับเงียบ ๆ แห่งหนึ่ง สั่งเครื่องดื่มมาสักหน่อย เล่าเรื่องโน้นเรื่องนี้สู่กันฟัง ผมชอบบรรยากาศคืนสุดท้ายของการเดินทางมากเป็นพิเศษ เพราะมักจะเป็นคืนที่เพื่อนฝูงได้มีโอกาสพูดคุยถึงเรื่องชีวิตและเหตุต่าง ๆ ทั้งดีและร้ายที่ตนเองได้ประสบมา ใครที่มีเรื่องราวน่ายินดีก็เป็นโอกาสทดีที่เราจะเป็นส่วนหนึ่งในการเฉลิมฉลองของกันและกัน ในขณะที่ใครมีเรื่องหนักอกหนักใจก็ถือโอกาสผ่อนคลายเรื่องเหล่านั้นออกจากอกไปบ้าง 

ช่วงเวลาเช่นนี้เป็นช่วงเวลาพิเศษที่ทำให้การเดินทางมีความหมายขึ้นมามากจริง ๆ

จอร์เจียในความทรงจำ

วันถัดมาเป็นวันสุดท้ายจริง ๆ ของการเดินทาง เรานั่งรถตลอดทั้งวันจากบาทูมีกลับกรุงทบิลิซี และมีโอกาสซื้อของและรับประทานอาหารพร้อมดูโชว์ท้องถิ่นนิดหน่อย หลังจากนั้นผมกับมารีก็ไปส่งเพื่อน ๆ ที่สนามบินตอนเที่ยงคืน ผมยังอยู่จอร์เจียต่ออีกคืนหนึ่ง เพื่อรอเดินทางต่อไปยังประเทศอาเซอร์ไบจานคนเดียวในวันรุ่งขึ้น ชีวิตของผมยังมีเรื่องให้ต้องไปผจญภัยต่ออีกหลายวัน

เที่ยวประเทศจอร์เจียฉบับเพื่อน ๆ สนุกกับประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมกับไกด์ท้องถิ่นแสนน่ารัก
ผมและมารี (มัคคุเทศก์)

มารีบอกกับผมว่า กลุ่มของผมคือทัวร์ไทยกลุ่มแรกที่เธอต้อนรับ หลังจากสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19 คลี่คลายลง 

มารียืนยันกับผมว่าคนไทยน่ารักเสมอ เธอดีใจที่มีโอกาสพบคนไทยอีก ถ้ามีโอกาสเธออยากให้ผมพาคนไทยมาเที่ยวจอร์เจียด้วยเหมือนกัน ผมบอกว่าถ้ามีโอกาสผมอาจจะได้เป็นหัวหน้าทัวร์มาจอร์เจียอีกก็เป็นได้ แต่มีข้อแม้ก็คือมารีจะต้องมาเป็นไกด์ดูแลลูกทัวร์ไปพร้อม ๆ กับผมด้วย ทริปถึงจะราบรื่นและเต็มไปด้วยความประทับใจอย่างทริปของพวกเราในครั้งนี้ ก่อนหน้าที่ผมจะเดินทางมาจอร์เจียอีกครั้ง ผมชวนมารีให้หาโอกาสว่าง ๆ มาเที่ยวเมืองไทยบ้าง ผมบอกว่ามีคนยินดีเป็นไกด์ให้มารีเยอะแยะ อย่างน้อยก็คือพวกเราทั้ง 8 คนนั่นเอง

หลายครั้งที่เราเฝ้าเพียรหาจุดหมายปลายทางของการเดินทางที่ประหลาดมหัศจรรย์ แต่ในบางครั้งการเดินทางบนเส้นทางอันสุดแสนจะธรรมดา ก็กลับเปี่ยมเสน่ห์อย่างไม่ธรรมดาขึ้นมาได้เพราะเพื่อนร่วมทางที่ดี ดังที่ ‘จอร์เจีย’ เส้นทางยอดฮิตในหมู่นักท่องเที่ยวชาวไทย ได้พิสูจน์ให้เราสัมผัสความจริงที่ว่านี้แล้วด้วยหัวใจของพวกเราทุกคน

เที่ยวประเทศจอร์เจียฉบับเพื่อน ๆ สนุกกับประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมกับไกด์ท้องถิ่นแสนน่ารัก
ภาพ : ทีมสุภาพบุรุษ (พร้อมด้วยสุภาพสตรี) ไปจอร์เจีย

Writer

Avatar

ณัฐพงศ์​ ลาภบุญทรัพย์

วิทยากรและครูสอนวิชาภาษาไทยและสังคมศึกษาฯ ผู้รักการเดินทางเพื่อรู้จักตนเองและรู้จักโลกเป็นชีวิตจิตใจ เดินทางไปแล้วครบทุกจังหวัดในประเทศไทย และกว่า 50 ประเทศทั่วโลก

Travelogue

พื้นที่บรรจุประสบการณ์เดินทางทั่วมุมโลก

เมื่อ 4 ปีที่แล้ว ฉันเห็นเพื่อนฉัน ปิ๊ก ดนยา ลงรูปทริปยุโรป สถานที่ที่เขามาเที่ยว หนึ่งในนั้นเป็นทะเลสาบตัดกับภูเขาสูง (อันเป็นรูปหลักที่ใช้ประกอบเรื่องนี้) ครั้งแรกที่เห็นภาพ จำได้ว่ากระแทกหน้าอย่างจัง 

โอ้โห… ที่ไหนกันนะ สวยราวกับสวรรค์บนดิน อยากไปให้เห็นกับตาสักครั้ง

คุณแม่พาครอบครัวพิชิตวิวหลักล้านที่ Oeschinensee ทะเลสาบบนหุบเขา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์

ฉันรีบสอบถามไปยังปิ๊ก ขอพิกัด จึงได้ทราบว่านี่คือ ‘Oeschinensee’ ที่สวิตเซอร์แลนด์ ไม่ไกลจากเยอรมนีเท่าไรเลย พิจารณาดูจากบ้านฉัน ขับรถไป 4 ชั่วโมงกว่า ประมาณกรุงเทพฯ-นครสวรรค์เท่านั้นเอง

ฉันบอกกับตัวเองว่า สักวันหนึ่งจะต้องไปที่นี่ให้จงได้ จะไปเดือนตุลาคมเหมือนปิ๊กด้วย เพราะอยากได้รูปมุมนี้เด๊ะ ขอแสง ขอสี อย่างนี้เลยนะ คงจะฟินที่สุด นอนตายตาหลับแน่ ๆ 

แต่แผนการดังกล่าว ล่มมา 3 ปีติดต่อกัน

ลูกไม่สบายบ้าง ตารางชีวิตไม่ลงตัวบ้าง โควิด-19 อีกต่างหาก, ปีนี้แหละ จะไปให้ถึง

ในบรรดาสถานที่ท่องเที่ยวในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ทะเลสาบ Oeschinensee อาจเรียกได้ว่าเป็น Hidden Gem หรือขุมทรัพย์ที่ซ่อนอยู่ เพราะคนจำนวนมากยังไม่รู้จัก อาจเป็นเพราะประเทศนี้มีทะเลสาบสวย ๆ เยอะมาก และสถานที่ตั้งก็แวดล้อมไปด้วยเมืองใหญ่ ๆ ไม่ว่าจะเป็น เมือง Thun เมือง Bern เมือง Interlaken ที่คนรู้จักเยอะกว่า บรรดานักท่องเที่ยวก็เลยมองข้ามไป

Oeschinensee เป็นทะเลสาบอยู่บนหุบเขา Bernese Oberland ตั้งอยู่ห่างจากเมือง Kandersteg เพียง 4 กิโลเมตร และตั้งแต่ปี 2007 สถานที่แห่งนี้ได้เป็นส่วนหนึ่งของมรดกโลกจากยูเนสโก (Jungfrau-Aletsch-Bietschhorn UNESCO World Heritage Site) ด้วยความสูง 1,578 เมตร อาจฟังดูสูงจัง แต่ลำพังเมือง Kandersteg ก็ตั้งอยู่บนหุบเขาก็สูง 1,200 เมตรแล้ว การมาเที่ยวที่นี่ จึงเป็นการเที่ยวของสูงที่แท้ทรู (ฮา) อากาศหนาวเย็นกว่าพื้นราบมาก

คุณแม่พาครอบครัวพิชิตวิวหลักล้านที่ Oeschinensee ทะเลสาบบนหุบเขา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์

เรา 4 คนพ่อแม่ลูกใช้เมือง Kandersteg เป็นฐาน จึงหาห้องพักในเมืองนี้ ซึ่งไม่ยากลำบากเลย เพราะเป็นเมืองท่องเที่ยว เต็มไปด้วยโรงแรมและห้องพัก มีร้านอาหาร ร้านขายขนมปัง และซูเปอร์มาร์เก็ต สะดวกสบายทุกอย่าง การเดินทางขึ้นไปที่ Oeschinensee ก็ไม่ลำบาก เพราะมีรถเคเบิลคาร์ (Gondola) พาขึ้นไป ตั๋วราคา 30 ฟรังค์ สำหรับขึ้นและลง หากประสงค์จะเดินขึ้นหรือลง และนั่งเคเบิลคาร์เที่ยวเดียว ก็ซื้อตั๋วเที่ยวเดียวได้

เมื่อขึ้นไปถึงสถานีด้านบน ด้านขวามือ มีบริการรถแล่นบนรางเลื่อน (Toboggan Run / Rodelbahn) หวาดเสียว สนุก เด็ก ๆ ติดใจ หากขึ้นไปเล่นก่อนเวลา 11.30 น. จะซื้อตั๋วได้ในราคาที่ถูกลงด้วย

จากสถานีไปถึงตัวทะเลสาบ ต้องเดินอีกประมาณ 25 นาที มีรถไฟฟ้าบริการรับส่ง (ต้องจ่ายเงินเพิ่ม) แต่ในความคิดฉัน เดินเองก็ได้ วันที่เราไป เป็นวันอาทิตย์ มีผู้มาเยือนหนาตากว่าที่คิด การเดินไปทะเลสาบจึงไม่ใช่เรื่องยาก เพียงเดินตามผู้คนไปก็ถึง คนส่วนมากอยู่ในชุดทะมัดทะแมง หลายคนมาพร้อม Nordic Walking Stick คือตั้งใจมาเดินป่ากันจริง ๆ

ตรงที่ขายตั๋วมีแผนที่ให้เราด้วย เมื่อดูแล้วพบว่ามีหลายเส้นทางให้เลือกเดิน ตั้งแต่ง่าย ๆ ไปจนถึงระดับท้าทาย เดินครบรอบใช้เวลา 3 ชั่วโมง 5 ชั่วโมงบ้าง คงจะได้เห็นวิวจากมุมสูง สวยงามน่าดู

แต่เรามาเป็นครั้งแรก พร้อมกับเด็กอีก 2 คน ขอเอาแบบเบสิกก่อนแล้วกันนะ

คุณแม่พาครอบครัวพิชิตวิวหลักล้านที่ Oeschinensee ทะเลสาบบนหุบเขา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์

เราเดินตามผู้คนไปแบบเพลิน ๆ ไม่นานนักก็เริ่มเห็นวิวทะเลสาบ เห็นแล้วก็เนื้อเต้น ใจสั่น โอ มาถึงแล้วจริง ๆ ทะเลสาบสีฟ้าเทอร์ควอยซ์ (Turquoise) ตัดกับภูเขาหินตั้งตระง่านที่บนยอดปกคลุมด้วยหิมะ

ไม่รู้จะเกี่ยวด้วยไหม แต่ความที่ไหว้พระ ตั้งอธิษฐานจิตไว้ด้วยว่า ขอให้อากาศดี เพราะลูกช้างคงไม่ได้มาบ่อย แดดใสส่องสว่าง เป็นใจเหลือเกิน สวย สวย และสวย

คุณแม่พาครอบครัวพิชิตวิวหลักล้านที่ Oeschinensee ทะเลสาบบนหุบเขา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์

ไปถึงก็เที่ยงพอดี เด็ก ๆ บ่นหิว เราเตรียมขนมปังอย่างง่าย ๆ ไปทานด้วย เรียกว่า ปิกนิก กับบรรยากาศธรรมชาติ ฉันรู้สึกอิจฉาคนที่บ้านอยู่แถวนี้ทุกคน ที่เขาขึ้นมาได้บ่อย ๆ บางคณะพกข้าวของมาปิ้งย่างกันเลยด้วยซ้ำ ระหว่างนั้นฉันพยายามเดินหาว่า ปิ๊กเขาถ่ายรูปที่มุมไหนหนอ ฉันส่องกล้องหลายทีแล้ว มันไม่ได้แบบเขา แต่ฉันก็ถ่ายรูปจนหนำใจ ส่วนสองสาวนั้น สนุกกับการ เขวี้ยงหินลงน้ำ ให้หินกระทบผิวน้ำแล้วเด้งต่อไปอีกหลาย ๆ ต่อ

หลังจากที่เราพักทานอาหารและถ่ายรูปกันเป็นเวลาชั่วโมงกว่า สามีก็บอกว่าเราไปเดินรอบ ๆ กันดีกว่า ไหน ๆ ก็มาแล้ว เขาอยากเดินขึ้นเขา แต่ฉันบอกว่า ขอเดินเส้นเลียบทะเลสาบนี้ไปแล้วกันเนาะ

คุณแม่พาครอบครัวพิชิตวิวหลักล้านที่ Oeschinensee ทะเลสาบบนหุบเขา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์

ฉันเป็นคนที่มีเซนส์เรื่องทิศทางที่ห่วยมาก ตัดสินใจไปทางไหนมักจะผิดเสมอ

แต่นี่เป็นครั้งที่ถูกที่สุดครั้งหนึ่งในชีวิต – เส้นทางเลียบทะเลสาบที่เดินไป ทำให้เห็นว่ายังมีมุมที่สวยขึ้นไปเรื่อย ๆ อีก ชนิดที่ว่าถ้าเดินกลับไปเลย จะมาเสียเที่ยวมาก ยิ่งเดินไป ยิ่งเห็นถึงความงามของสีเทอร์ควอยซ์ตัดกับต้นไม้ที่ใบเริ่มเปลี่ยนสี บางภาพยกกล้องขึ้นมาถ่ายแล้วใจกระตุก เพราะมันสวยมาก สวยเหมือนโปสการ์ด สวยเหมือนภาพในจิ๊กซอว์ และเมื่อเดินตามทางมาเรื่อย ๆ จนถึงหาดกว้าง…

คุณแม่พาครอบครัวพิชิตวิวหลักล้านที่ Oeschinensee ทะเลสาบบนหุบเขา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์

โอ้โห นี่แหละ มุมที่ตามหา ก้มมองลงในแผนที่ อ๋อ ตรงนี้เขาบอกว่าเป็นจุดชมวิวและถ่ายภาพ ที่เราหยุดกินข้าวและถ่ายกันไปมากมายตอนก่อนหน้านั้น ไม่ใช่นะ ง ต้องมาก่อน ฉ สินะ คนเรา ฮ่าฮ่า

ในขณะที่นางแม่ตื่นเต้นกับการถ่ายรูปมาก ปาป๊าแบตหมดและขอไปนอนพัก ในขณะที่เอมม่าก็เบื่อกับการถ่ายรูป ฉันจึงได้อันนาวัย 5 ขวบมาเป็นผู้ช่วยในการถ่ายภาพ ใจก็นึกอยู่ว่าจะไหวไหมหนอ อันนา แต่ฉันก็เอารูปต้นฉบับให้ลูกดู แล้วบอกว่าขอประมาณนี้นะคะ เราถ่ายกันหลายสิบใบมาก ๆ ปรับแก้กันไปเรื่อย ๆ อันนาตั้งใจถ่ายให้แม่มาก ๆ ถ้าฉันยื่นขาผิดข้าง ลูกก็ทัก บอกว่า ไม่ได้นะแม่ ต้องอีกข้างหนึ่ง (ฮา)

ในที่สุด ก็ออกมาเป็นรูปปกของเรื่องนี้, คุณผู้อ่านว่าสวยไหมคะ สำหรับฉัน สวยเหมือนในฝันเลยค่ะ

คุณแม่พาครอบครัวพิชิตวิวหลักล้านที่ Oeschinensee ทะเลสาบบนหุบเขา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์

และที่น่าอัศจรรย์ใจ ฝีมือเด็ก 5 ขวบค่ะ

ตอนที่เห็นรูป ฉันกอดลูกแน่นมาก ขอบคุณมากนะคะอันนา แม่ภูมิใจในฝีมือของหนูจริง ๆ

เราดื่มด่ำกับบรรยากาศกันอีกพักใหญ่ แดดตอนบ่ายแรงขึ้นอีก ทำให้ทะเลสาบสะท้อนเป็นประกายระยิบระยับ สวยแบบว่าให้นั่งดูทั้งวันก็ย่อมได้

ไม่อยากกลับเลยจริงๆ

ขากลับลงมา เรามีโอกาสแวะที่วัดธรรมปาละ (Dhammapala) ด้วยค่ะ ใครเลยจะคิดว่า ณ เมือง Kandersteg เมืองเงียบสงบบนภูเขาความสูง 1,200 กว่าเมตรอย่างนี้ จะเป็นที่ตั้งของวัดป่า สายหลวงพ่อชาด้วย วัดตั้งอยู่ในมุมสงบ ด้านหลังเป็นเขา ด้านหน้าเป็นทุ่งกว้าง ภายในวัด สวย สะอาด เป็นระเบียบเรียบร้อย ทราบว่ามีห้องพักให้ผู้สนใจมาปฏิบัติธรรมด้วย

ทริปในฝันของคุณแม่ลูกสอง ณ Oeschinensee ทะเลสาบบนหุบเขา ที่ถูกยกให้เป็น Hidden Gem ของสวิตเซอร์แลนด์

ต้องขอบคุณสามีที่เสิร์ชหาเจอโดยบังเอิญ และสนับสนุนอย่างยิ่งให้แวะไป วัดตั้งอยู่ไม่ไกลจากที่พักของเรา ฉันเลยได้โอกาสไปร่วมทำวัตรเย็น สุข สงบ ร่มเย็น สบายใจ อะไรจะธรรมะจัดสรร ให้ได้มาชมความสวยงามราวกับภาพฝัน และยังได้ปฏิบัติธรรม น้อมนำจิตใจสู่ความสงบร่มเย็นไปพร้อม ๆ กันขนาดนี้

Kandersteg / Oeschinensee ต้องกลับมาอีกให้จงได้

Write on The Cloud

Trevlogue

ถ้าคุณมีประสบการณ์เรียนรู้ใหม่ ๆ จากการไปใช้ชีวิตในทั่วทุกมุมโลก เชิญแบ่งปันเรื่องราวความรู้ของคุณพร้อมภาพถ่ายประกอบบทความ รูปถ่ายผู้เขียน ประวัติส่วนตัวผู้เขียน ที่อยู่ เบอร์โทรติดต่อ และชื่อ Facebook มาที่อีเมล [email protected] ระบุหัวข้อว่า ‘ส่งต้นฉบับสำหรับคอลัมน์ Travelogue’ ถ้าผลงานของคุณได้ตีพิมพ์ลงในเว็บไซต์ เราจะส่งสมุดลิมิเต็ดอิดิชัน จาก ZEQUENZ แบรนด์สมุดสัญชาติไทย ทำมือ 100 % เปิดได้ 360 องศา ให้เป็นที่ระลึกด้วยนะ

Writer & Photographer

โสภาพร ควร์ซ

โสภาพร ควร์ซ

คุณแม่ลูกสอง ณ เมืองแฟรงก์เฟิร์ต ประเทศเยอรมนี เจ้าของเพจเรื่องเล่าจากหย่งศรี และผลงานหนังสือก้าวตามฝัน - Dream

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load