16 กรกฎาคม 2565
4 K

“ถ้านี่คือหนังสยองขวัญ ใครจะเป็นคนแรกที่ตายก่อน (วะ)”

มือคู่หนึ่งซึ่งเย็นเฉียบจับบานประตูท่ามกลางอากาศที่หนาวเย็นลงทุกที รอบตัวพวกเราไม่มีสิ่งอื่นนอกจากความเงียบสงัด ดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้าไปนานแล้ว เหลือเพียงแสงเรือง ๆ หรี่ ๆ ตัดกับทิวสนที่ยืนทะมึนท้ากาลเวลามานานเกือบร้อยปี บรรยากาศโดยรอบสุดแสนจะวังเวง ชวนให้นึกถึงฉากของหนังสยองขวัญสักเรื่อง ที่วัยรุ่นรวมตัวกันมาแฮงก์เอาต์ในช่วงปิดเทอม แล้วต้องพบกับเรื่องราวอันน่าสะพรึงกลัวที่ค่อย ๆ เด็ดชีวิตตัวละครให้หมดลมหายใจไปทีละคน

“คนที่ดูอ่อนแอที่สุดนั่นแหละคือคนที่จะรอด” ผมพูดไปตามหนังที่เคยดูมา

น้องผู้หญิงในทีมคนหนึ่งทำหน้าตาเหยเกขณะผมพูดประโยคนั้น พลางพึมพำว่าอย่าได้ไปเล่าต่อให้ใครฟังเชียวว่า คืนนี้เราต้องมาพักในโรงแรมสภาพไหน

เที่ยว 9 เมืองในจอร์เจียกับไกด์ท้องถิ่น อัดแน่นด้วยประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และมิตรภาพ

พวกเรากำลังพักอยู่ในโรงแรมขนาดใหญ่ที่เคยได้ชื่อว่าเป็น Spa Resort ที่หรูหราใหญ่โตที่สุดในยุครุ่งเรืองของสหภาพโซเวียต รีสอร์ตแห่งนี้ตั้งอยู่ในเมืองตากอากาศแห่งหนึ่งของประเทศจอร์เจีย คือเมือง Tskaltubo ความรุ่งเรืองในอดีตฉายภาพให้เห็นผ่านตัวตึกขนาดใหญ่ที่สร้างขึ้นอย่างน่าเกรงขาม โอบล้อมอาคารอำนวยการของรีสอร์ตที่มีสัณฐานเป็นโถงขนาดใหญ่แบบสถาปัตยกรรมคอมมิวนิสต์

ที่นี่ถูกทิ้งร้างมานานหลังความรุ่งเรืองของอดีตม่านเหล็กจบลงไปพร้อมสงครามเย็น นายทุนนานาชาติพยายามเข้ามาฟื้นฟูรีสอร์ตแห่งนี้ แต่ด้วยขนาดของพื้นที่ที่ใหญ่เกินไป ประกอบกับการระบาดของโรคโควิด-19 ที่ยาวนาน ทำให้รีสอร์ตได้รับการฟื้นฟูเพียงบางส่วนและยังคงรกร้าง อาคารส่วนใหญ่ยังอยู่ในสภาพปรักหักพัง ไม่ได้รับการซ่อมบำรุง สระว่ายน้ำไม่มีน้ำ เผยให้เห็นก้นสระที่แห้งขอดและมีเศษใบไม้กองอยู่เต็มพื้น บรรยากาศในคืนนี้ให้ความรู้สึกเหมือนเรานอนอยู่ในโบราณสถานมากกว่ารีสอร์ตแอนด์สปา

เที่ยว 9 เมืองในจอร์เจียกับไกด์ท้องถิ่น อัดแน่นด้วยประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และมิตรภาพ

หลังหลืบเสาอันมืดทะมึนและเสียงพื้นไม้ที่ลั่นดังเอี๊ยดอ๊าดชวนขนลุก ผมหัวเราะและบอกกับทุกคนว่า ไม่มีอะไรหรอก เราจะผ่านคืนนี้ไปได้ด้วยดี ถ้าใครเจอบุคคลในประวัติศาสตร์โผล่มาทักทายก็ช่วยบอกผมด้วย ผมในฐานะคนที่สนใจประวัติศาสตร์ มีอะไรอยากจะพูดคุยกับคนเหล่านั้นตั้งมากมาย และใช่แล้วครับ! ในคืนนั้นผมชิงหลับไปก่อนเป็นคนแรก และไม่รู้สึกตัวอีกเลยกระทั่งเช้าวันรุ่งขึ้น

ก้าวแรกบนแผ่นดินจอร์เจีย

จอร์เจียที่พวกเราจินตนาการไว้ควรจะเป็นทริปสีพาสเทล ไม่น่าจะต้องเผชิญกับความลุ้นระทึกใด ๆ เพราะฉะนั้น การมีที่พักในคืนที่ 5 จาก 6 คืนของเรา แม้มีบรรยากาศหลอน ๆ อยู่สักหน่อย แต่ก็เป็นที่น่าจดจำไม่น้อย

วันนี้จอร์เจียไม่ได้ตกอยู่ภายใต้เงาทะมึนของสหภาพโซเวียตอีกแล้ว เพราะประเทศนี้กลายเป็นประเทศที่กำลังใช้การท่องเที่ยวมาเป็นจุดขายทางเศรษฐกิจอย่างโดดเด่น ภาพจำของจอร์เจียในความรู้สึกของคนทั่วไปจึงเต็มไปด้วยภาพเทือกเขาอันสวยงาม และรอยยิ้มของผู้คนที่เป็นมิตร

คณะเดินทางไปจอร์เจียของพวกเราครั้งนี้ ประกอบด้วยสมาชิก 8 คน 4 คนแรกคือผมและเพื่อนสมัยเรียนอีก 3 คน ส่วนอีก 4 คน เป็นแฟนของเพื่อน รุ่นน้องของผม ภรรยา กับน้องสาวของรุ่นน้องผมที่ตามมาด้วยอีกคน ผมทึกทักแบบเข้าข้างตัวเองในฐานะคนจัดทริปว่า แม้หลายคนจะไม่เคยเที่ยวกับพวกผมมาก่อน แต่ทุกคนน่าจะประทับใจการเดินทางครั้งนี้อย่างแน่นอน (เพราะมีผมเป็นหัวหน้าทัวร์ให้ทุกคนนั่นเอง อิอิ)

เที่ยว 9 เมืองในจอร์เจียกับไกด์ท้องถิ่น อัดแน่นด้วยประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และมิตรภาพ

‘จอร์เจีย’ เป็นประเทศเล็ก ๆ ที่มีประชากรเพียง 4 ล้านเศษ ตั้งอยู่ระหว่างรอยต่อของทวีปยุโรปและทวีปเอเชีย โอบล้อมด้วยอ้อมกอดของเทือกเขาคอเคซัส และกลายมาเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมของนักท่องเที่ยวไทยในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ด้วยเหตุผลที่มีทัศนียภาพสวยงามเพลินใจ มีกลิ่นอายของความเป็นยุโรป ในขณะที่ราคาค่าครองชีพไม่ต่างจากกรุงเทพฯ มากนัก แต่ที่นี่คนไทยไม่ต้องขอวีซ่า จึงใช้เวลาเตรียมตัวเดินทางน้อยกว่า ปัจจัยทั้งหมดนี้ทำให้จอร์เจียกลายเป็นประเทศในกระแสนิยมของชาวไทย และเริ่มกลับมาเป็นที่พูดถึงอีกครั้งในหมู่ผู้โหยหาการเดินทางไปต่างประเทศ

มารี (Mari Tinashvili) ไกด์ท้องถิ่นที่กลายเป็นเพื่อนคนหนึ่งของผมรอต้อนรับพวกเราที่กรุงทบิลิซี (Tbilisi) เมืองหลวงของประเทศ เธอเริ่มต้นพาพวกเราสัมผัสประเทศบ้านเกิดของเธอ ด้วยการย่ำเท้าเข้าไปในเขตเมืองเก่าของกรุงทบิลิซี เมืองนี้ตั้งขึ้นเมื่อราวคริสต์ศตวรรษที่ 6 โดยพระมหากษัตริย์ผู้ทรงสถาปนาทบิลิซีให้เป็นศูนย์กลางของอาณาจักร คือ กษัตริย์วาคตัง กอร์กาซาลี (Vakhtang Gorgasali) พื้นที่นี้มีชัยภูมิติดแม่น้ำ เป็นแหล่งน้ำพุร้อนที่ดีต่อสุขภาพ มีทรัพยากรธรรมชาติมากมาย เนื่องจากตั้งอยู่บนทำเลที่ยอดเยี่ยม พระมหากษัตริย์พระองค์นี้จึงเป็นพระมหากษัตริย์องค์สำคัญในหน้าประวัติศาสตร์ของประเทศ

เที่ยว 9 เมืองในจอร์เจียกับไกด์ท้องถิ่น อัดแน่นด้วยประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และมิตรภาพ

วันนี้บรรยากาศค่อนข้างเย็นสบาย มารีพาเราเดินข้ามสะพานสันติภาพ (Bridge of Peace) สร้างขึ้นภายหลังสงครามระหว่างจอร์เจียและรัสเซียเมื่อ ค.ศ. 2008 ตามประวัติศาสตร์นั้น หลังจากการล่มสลายของสหภาพโซเวียต แม้ว่าจอร์เจียได้รับเอกราชโดยสมบูรณ์ แต่ก็ยังมีการปะทะกันระหว่างจอร์เจียและรัสเซียอยู่เนือง ๆ โดยเฉพาะเมื่อ ค.ศ. 2008 จอร์เจียอ้างสิทธิ์เหนือดินแดน South Ossetia แต่รัสเซียไม่ยอม ความสัมพันธ์แทบทุกด้านระหว่างสองประเทศจึงหยุดชะงัก ไม่มีเที่ยวบินระหว่างกัน สถานการณ์ตกอยู่ภายใต้ความตึงเครียด ก่อนความขัดแย้งจะคลี่คลายลง และ ค.ศ. 2014 จอร์เจียก็เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของสหภาพยุโรป ทว่าสองประเทศนี้ก็ยังคุมเชิงระหว่างกัน เราสัมผัสได้ถึงความคุกรุ่นเล็ก ๆ เมื่อคนจอร์เจียพูดถึงประเทศเพื่อนบ้านของตนเอง โดยตัวอย่างที่ใกล้ตัวเราที่สุดก็คือมารี เธอเคยสูญเสียคุณพ่อในสงคราม ด้วยเหตุนี้เธอจึงเกลียดชังสงคราม เช่นเดียวกับชาวจอร์เจียจำนวนมากที่ภาวนาให้ความวุ่นวายจากสงครามในภูมิภาคสิ้นสุดเสียที

เที่ยว 9 เมืองในจอร์เจียกับไกด์ท้องถิ่น อัดแน่นด้วยประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และมิตรภาพ
สะพานสันติภาพ (Bridge of Peace)

เราเดินขึ้นมาถึงป้อมนาริกาลา (Narikala Fortress) ป้อมขนาดใหญ่คู่กรุงทบิลิซีที่สร้างขึ้นมา พร้อมกับการสถาปนาทบิลิซีเป็นศูนย์กลางของอาณาจักร เราหยุดพักชมทัศนียภาพจากมุมสูง ผมจึงถือโอกาสนี้พูดคุยกับมารีให้มากขึ้น เพื่อสร้างความคุ้นเคยในฐานะหัวหน้าทริปและมัคคุเทศก์ท้องถิ่นที่จะต้องทำงานร่วมกัน มารีบอกกับผมว่าสงครามเป็นความขัดแย้งระหว่างประเทศก็จริง แต่เธอเชื่อมั่นว่าทุก ๆ คน ไม่ว่าจะเป็นประเทศคู่ขัดแย้งกันหรือไม่ก็ตาม ล้วนปรารถนาสันติภาพด้วยกันทั้งนั้น

“Everyone needs peace.” มารีบอกผม ซึ่งผมเห็นด้วยกับเธอร้อยเปอร์เซ็นต์

เที่ยว 9 เมืองในจอร์เจียกับไกด์ท้องถิ่น อัดแน่นด้วยประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และมิตรภาพ
ป้อมนาริกาลา (Narikala Fortress)

ศาสนาคริสต์และไวน์องุ่น

ชาวจอร์เจียนับถือศาสนาคริสต์นิกายกรีกออร์โธดอกซ์ หากพิจารณาจากแผนที่ในปัจจุบัน จอร์เจียแวดล้อมไปด้วยประเทศที่นับถือศาสนาอิสลามอย่างตุรกีและอาเซอร์ไบจาน และยังมีอาร์เมเนียที่นับถือศาสนาคริสต์นิกายเกรกอเรียน และรัสเซียซึ่งในยุคหนึ่งคือสหภาพโซเวียต ประเทศผู้นำระบอบคอมมิวนิสต์อันเข้มข้นที่ปฏิเสธความเชื่อในทุกศาสนา เพราะฉะนั้น จอร์เจียถือว่าวัฒนธรรมของตนที่มีรากฐานสำคัญมาจากศาสนาคริสต์นิกายกรีกออร์โธดอกซ์นั้น เป็นความภาคภูมิใจของชาวจอร์เจียในฐานะเกียรติภูมิของชาติได้ประการหนึ่ง เพราะทำให้จอร์เจียโดดเด่นไม่เหมือนใครในภูมิภาคเดียวกัน

เที่ยว 9 เมืองในจอร์เจียกับไกด์ท้องถิ่น อัดแน่นด้วยประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และมิตรภาพ
The Chronicle of Georgia

ศาสนาคริสต์นิกายกรีกออร์โธดอกซ์มีความสำคัญต่อจอร์เจียในระดับเข้มข้น เช่น บนภาพสลักของอนุสรณ์สถาน The Chronicle of Georgia แลนด์มาร์กสำคัญของนักท่องเที่ยวที่สร้างขึ้นเมื่อ ค.ศ. 1985 ในยุคของสหภาพโซเวียต บอกเล่าเรื่องราวต่าง ๆ ของดินแดนจอร์เจีย ภาพสลักชุดนี้ทำขึ้นเมื่อครั้งรัฐบาลโซเวียตยังเรืองอำนาจ เดิมทีรัฐบาลจะให้อนุสรณ์สถานแห่งนี้มีอนุสาวรีย์ของ โจเซฟ สตาลิน (Joseph Stalin) อดีตผู้นำของสหภาพโซเวียตตั้งอยู่ตรงกลาง แต่สหภาพโซเวียตล่มสลายไปก่อนเมื่อ ค.ศ. 1991 การสร้างอนุสาวรีย์ของสตาลินจึงยุติไป ข้อสังเกตสำคัญอยู่ที่ว่า แม้อนุสรณ์สถานแห่งนี้จะสร้างขึ้นโดยรัฐบาลโซเวียตที่ไม่สนับสนุนการนับถือศาสนา แต่ก็ฝืนศรัทธาของชาวจอร์เจียที่มีต่อศาสนาคริสต์นิกายกรีกออร์โธดอกซ์ไม่ได้ ภาพสลักที่ฐานเสาของ The Chronicle of Georgia เต็มไปด้วยเรื่องราวจากพระคัมภีร์ไบเบิล เป็นประจักษ์พยานที่แสดงความผูกพันระหว่างคนพื้นเมืองและศาสนาของพวกเขาจนถึงทุกวันนี้

เที่ยว 9 เมืองในจอร์เจียกับไกด์ท้องถิ่น อัดแน่นด้วยประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และมิตรภาพ

สมัยแรก ๆ ชาวจอร์เจียนับถือจิตวิญญาณตามธรรมชาติ ไม่มีศาสนา ต่อมาพวกเขาเปลี่ยนมานับถือศาสนาคริสต์เมื่อราวคริสต์ศตวรรษที่ 4 ครั้งที่เมืองมิตสเคตา (Mtskheta) เป็นเมืองหลวงของชนชาติจอร์เจีย ผู้ที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้นำคริสต์ศาสนามาสู่จอร์เจียคือ นักบุญนีโน่ (Saint Nino) ผู้จาริกแสวงบุญมาจากดินแดนอิสราเอลพร้อมกับพระภูษาสีขาว เชื่อกันว่าเป็นพระภูษาที่พระเยซูเจ้าเคยทรง สันนิษฐานว่าประดิษฐานอยู่ที่ที่ปัจจุบันนี้เป็นที่ตั้งของมหาวิหารสเวติสโคเวลี (Svetitskhoveli Cathedral) สร้างขึ้นเมื่อคริสต์ศตวรรษที่ 11 ส่วนวิหารที่เชื่อว่าเป็นสถานที่ที่นักบุญนีโน่สร้างไม้กางเขนอันแรกของจอร์เจียขึ้นมา คือวิหารจวารี (Jvari Monastery)

เที่ยว 9 เมืองในจอร์เจียกับไกด์ท้องถิ่น อัดแน่นด้วยประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และมิตรภาพ
มหาวิหารสเวติสโคเวลี (Svetitskhoveli Cathedral)
เที่ยว 9 เมืองในจอร์เจียกับไกด์ท้องถิ่น อัดแน่นด้วยประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และมิตรภาพ
วิหารจวารี (Jvari Monastery)

เช้าวันที่ 2 ของการเดินทางมีแดดทอประกายสดใส เราเดินเล่นกันอยู่ที่ลานหน้ามหาวิหารสเวติสโคเวลี มารีชี้ให้เราดูภาชนะคล้ายไหที่เรียกว่า ‘คเวฟริ’ (Kvevri) ไว้บรรจุไวน์ พร้อมเล่าว่าไวน์นั้นสำคัญต่อจิตวิญญาณของชาวจอร์เจียมากขนาดไหน

“ตอนคุณตาของฉันเข้าร่วมรบในสงครามโลกครั้งที่ 2 เวลาท่านเขียนจดหมายกลับมาที่บ้าน ท่านถามอยู่ 3 อย่าง อย่างแรก คุณตาถามว่าคุณยายเป็นยังไงบ้าง (How is my wife?) อย่างที่สอง คุณตาถามว่าลูกสาวของคุณตา ซึ่งก็คือแม่ของฉันเป็นยังไงบ้าง (How is my daughter?) และอย่างที่สาม…”

มารีหยุดพูดเล็กน้อยพร้อมยิ้มอย่างอารมณ์ดี

“…คุณตาจะถามว่าไวน์ที่บ่มไว้ได้ที่หรือยัง (How is my wine?)”

พอพูดจบ พวกเราก็หัวเราะกันอย่างครื้นเครง ผมเชื่อว่าเรื่องที่มารีเล่าเป็นเรื่องจริง เพราะชาวจอร์เจียภูมิใจกับไวน์ของตนเองเป็นอย่างมาก มารีเล่าว่าจอร์เจียเป็นหนึ่งในชาติที่ผลิตไวน์ได้เป็นชาติแรก ๆ ของโลก โดยอาจผลิตได้ตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ เมื่อราว 9,000 – 7,000 ปีก่อนหน้านี้ด้วยซ้ำ มารีเล่าว่าชาวจอร์เจียหัดดื่มไวน์กันตั้งแต่เด็ก แต่เป็นการหัดดื่มภายใต้การดูแลของผู้ปกครอง เพื่อให้ดื่มไวน์เป็นและไม่ดื่มจนขาดสติในอนาคต

เที่ยว 9 เมืองในจอร์เจียกับไกด์ท้องถิ่น อัดแน่นด้วยประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และมิตรภาพ
คเวฟริ (Kvevri)

บ่ายวันนั้นเราเดินทางขึ้นเขาต่อไปยังเมืองคาซเบกี (Kazbegi) อันเป็นที่ตั้งของโบสถ์เกอร์เกตี้ (Gergeti Trinity Church) โบสถ์ขนาดเล็กบนภูเขาสูงที่ปรากฏอยู่บนป้ายประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวของจอร์เจียแทบทุกแผ่น คืนนั้นเรากลับลงมาพักกันที่เมืองกูดาอูรี (Gudauri) เมืองตากอากาศชื่อดัง อากาศคืนนั้นค่อนข้างหนาวเย็นก็จริง แต่เมื่อนั่งล้อมวงกับเพื่อนฝูง บรรยากาศกลับอบอุ่นได้อย่างไม่น่าเชื่อ นี่คืออานุภาพของมิตรภาพที่แท้จริง และผมคิดไม่ผิดจริง ๆ ที่จัดทริปนี้ขึ้นมา เพื่อให้เราได้ออกเดินทางร่วมกันอีกครั้งหลังโรคระบาดร้ายแรงคลี่คลายลง

เที่ยว 9 เมืองในจอร์เจียกับไกด์ท้องถิ่น อัดแน่นด้วยประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และมิตรภาพ
โบสถ์เกอร์เกตี้ (Gergeti Trinity Church)

เมืองโบราณและบ้านท่านผู้นำ

วันรุ่งขึ้นเราอำลาอ้อมกอดของเทือกเขาที่เมืองกูดาอูรี แวะเดินทางเที่ยวชมป้อมอนานูรี (Ananuri Fortress) ที่สร้างขึ้นช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 13 ป้อมปราการแห่งนี้เป็นพื้นที่ใช้สอยหลายวัตถุประสงค์ นอกจากมีเชิงเทินและหอคอยสังเกตการณ์แล้ว ภายในยังมีโบสถ์ขนาดใหญ่ และรอบ ๆ ป้อมก็ยังเคยรายล้อมด้วยชุมชนขนาดใหญ่ด้วย แต่ปัจจุบันเรามองไม่เห็นร่องรอยของชุมชนขนาดใหญ่แล้ว เพราะถูกแทนที่ด้วยอ่างเก็บน้ำที่สร้างขึ้นในสมัยที่รัสเซียยังเป็นสหภาพโซเวียต

เที่ยว 9 เมืองในจอร์เจียกับไกด์ท้องถิ่น อัดแน่นด้วยประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และมิตรภาพ
ป้อมอนานูรี (Ananuri Fortress)

จุดหมายปลายทางของเราบ่ายวันนี้อยู่ที่เมืองอุพลิสซิเค (Uplistsikhe) เมืองโบราณที่มีผู้คนอยู่อาศัยมาตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ และกลายเป็นเมืองสำคัญบนเส้นทางการค้าในยุคกลาง เมืองแห่งนี้เกิดจากการเจาะหินบนหน้าผาขึ้นไปให้กลายเป็นโพรงถ้ำเพื่อประโยชน์ใช้สอยต่าง ๆ เช่น เป็นพื้นที่เก็บยาสมุนไพร เป็นโรงละคร เป็นสถานที่ประชุมและพบปะของชาวเมือง นอกจากนี้ ชาวเมืองอุพลิสซิเคยังขุดทางลับไว้ให้ชาวเมืองลี้ภัยยามฉุกเฉินด้วย เราต้องไม่ลืมว่านี่คือผลงานสร้างสรรค์ของผู้คนในอดีต ที่ใช้สองมือของตนขุดแต่งหินต่อเนื่องกันมาหลายชั่วอายุคน เมื่อเราขึ้นไปยืนอยู่บนยอดสูงสุดของเมืองอุพลิสซิเค เราจึงได้แต่อึ้งและทึ่งกับภาพของเมืองทั้งหมดที่พบเห็น

ผมมีความเห็นว่าวัฒนธรรมการขุดเมืองถ้ำ หรือถ้าจะพูดให้ถูกต้องคือการขุดเจาะภูเขาหินให้กลายเป็นพื้นที่สำหรับอยู่อาศัยขนาดใหญ่นั้น เป็นภูมิปัญญาร่วมกันของผู้คนในภูมิภาคตะวันออกกลาง เอเชียกลาง และยุโรปตะวันออก เพราะเราพบการขุดเจาะเพิงผาแบบนี้ได้ทั่วไปในหลายประเทศแถบนี้ เช่น ตุรกี อัฟกานิสถาน และเขตปกครองตนเองซินเจียงอุยกูร์ของประเทศจีน

เที่ยว 9 เมืองในจอร์เจียกับไกด์ท้องถิ่น อัดแน่นด้วยประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และมิตรภาพ
เที่ยวประเทศจอร์เจียฉบับเพื่อน ๆ สนุกกับประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมกับไกด์ท้องถิ่นแสนน่ารัก

หลังออกจากเมืองโบราณอุพลิสซิเค เราเดินทางต่อไปยังเมืองโกรี (Gori) ที่มีความสำคัญในหน้าประวัติศาสตร์ในฐานะเมืองบ้านเกิดของ โจเซฟ สตาลิน จริงอยู่ว่าจอร์เจียมีอดีตที่ไม่น่าจดจำนักจากการที่เคยตกเป็นส่วนหนึ่งของสหภาพโซเวียต อีกทั้ง โจเซฟ สตาลิน เองก็ไม่ได้อยู่ในสถานะของวีรบุรุษที่โลกต้องสดุดี แต่มารีเล่าให้ผมฟังว่ารัฐบาลจอร์เจียยินดีรักษาอนุสรณ์สถานบ้านเกิดของอดีตผู้นำจอมเผด็จการชื่อก้องผู้นี้เอาไว้ ในฐานะบันทึกความทรงจำทางประวัติศาสตร์ที่มีคุณค่าร่วมกันของมนุษยชาติ

“เราควรเรียนรู้เรื่องราวในอดีตไว้ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องราวที่น่าชื่นชมยินดี หรืออดีตที่แสนจะขมขื่นก็ตาม” ผมบอกมารี และมารีพยักหน้าเห็นด้วยกับผม

เที่ยวประเทศจอร์เจียฉบับเพื่อน ๆ สนุกกับประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมกับไกด์ท้องถิ่นแสนน่ารัก
อนุสาวรีย์โจเซฟ สตาลิน

มัคคุเทศก์ประจำอนุสรณ์สถานบ้านเกิดสตาลินเป็นหญิงวัยกลางคน รูปร่างสูงโปร่ง จริตกิริยาเหมือนหลุดออกมาจากสมัยโซเวียต เธอสับเท้าเป๊ะ ๆ บนรองเท้าส้นสูงของเธอตลอดระยะเวลาการนำชม สวมใส่กระโปรงยาวและถุงมือสีดำสนิท ใบหน้าเรียบเฉย และเล่าเรื่องของสตาลินให้พวกเราฟังด้วยน้ำเสียงเหมือนอาจารย์ฝ่ายปกครองตลอดเวลา แต่ผมเป็นนักเรียนประเภทที่ไม่เคยกลัวอาจารย์ฝ่ายปกครองอยู่แล้ว จึงค่อย ๆ ยิ้มและชวนเธอคุยทีละน้อย ประกอบกับสาว ๆ ในกลุ่มของเราแต่งตัวสวยจนทำให้เธอมองแล้วมองอีก ในขณะที่สาว ๆ ของเราประทับใจบุคลิกอันแสนสง่าของเธอเช่นเดียวกัน ในที่สุดหน้าตาเคร่งเครียดและคิ้วขมวดของอีกฝ่ายก็คลายลงเมื่อเราเริ่มพูดคุยกัน กลายเป็นรอยยิ้มและการโบกมือบ๊ายบายให้กันก่อนจะจากมา ถือว่าเราประสบความสำเร็จในการนำเอา Thai Hospitality มาใช้อย่างสุดกำลังความสามารถ

“คุณเก่งนะ แถมยังหล่อด้วย” เธอบอกกับผมในฐานะที่ผมเป็นหัวหน้าทริปหลังจากหน้าที่ของเธอสิ้นสุดลง เพราะผมช่วยเธอขยายความประวัติศาสตร์โซเวียตในบางจุดเป็นภาษาไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องราวเกี่ยวกับสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ในประเทศรัสเซีย ผมยิ้มกว้างและขอบคุณ ผมถือว่าเธอพูดจริง เพราะอาจารย์ฝ่ายปกครองสุดเนี้ยบจะพูดโกหกให้เสียระบอบการปกครองได้อย่างไร

จากขุนเขาสู่ท้องทะเล

คืนนั้นเราพักผ่อนกันที่เมืองตากอากาศอีกแห่งหนึ่งชื่อเมืองบากูรีอานี (Bakuriani) เมืองนี้มีบรรยากาศชวนให้นึกถึงอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ เรียงรายด้วยที่พักตากอากาศมากมายและเป็นที่พักผ่อนสำหรับทุกคนในครอบครัว มารีบอกกับผมว่า อาหารเลื่องชื่อของเมืองแห่งนี้คือเห็ดนานาชนิดที่ขึ้นอยู่ตามธรรมชาติ รสชาติหอมอร่อยและฉ่ำน้ำ ระหว่างที่รับประทานอาหารมื้อเย็น ผมมีโอกาสแนะนำเมนูเห็ดให้ทัวร์ไทยอีกกลุ่มหนึ่งซึ่งเข้าพักโรงแรมเดียวกันให้ลองชิม และสิ่งที่มารีโฆษณาเอาไว้ก็เป็นเรื่องจริง เพราะนักท่องเที่ยวชาวไทยทุกคนยกนิ้วให้กับเห็ดเมืองนี้ว่าอร่อยมาก พลาดไม่ได้!

ระหว่างที่ผมกำลังทำหน้าที่หัวหน้าทัวร์แนะนำเมนูเห็ดอยู่นั้น พอดีพบกับนักเรียนที่ผมเคยสอนเมื่อประมาณ 7 ปีที่แล้วถึง 2 คน ซึ่งเป็นพี่น้องกันและเป็นลูกทัวร์ของทัวร์ไทยกลุ่มนั้น ผมเองก็ดีใจมากที่นักเรียนทั้งคู่ยังจำผมได้ น้อง ๆ ทั้งสองคนเล่าให้ฟังว่า ตอนนี้กำลังศึกษาอยู่ที่คณะแพทยศาสตร์ในมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง ถึงแม้ว่าเรียนหนักไปบ้าง แต่โดยรวมก็มีความสุขดี ผมฟังแล้วได้แต่ปลื้มใจและสุขใจไปด้วยที่เห็นนักเรียนของผมมีความสุขและประสบความสำเร็จในชีวิต

เที่ยวประเทศจอร์เจียฉบับเพื่อน ๆ สนุกกับประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมกับไกด์ท้องถิ่นแสนน่ารัก
ผู้เขียนและนักเรียนของผู้เขียนที่เมืองบากูรีอานี

เมืองบากูรีอานีอยู่ใกล้กับเมืองแหล่งน้ำแร่ชื่อเมืองบอร์โจมี (Borjomi) มีต้นกำเนิดมาจากยอดเขาสูงที่บากูรีอานีนั่นเอง ว่ากันว่าน้ำแร่ของเมืองบอร์โจมีนั้นค้นพบโดยบังเอิญจากทหารโซเวียต และได้รับการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ว่าเป็นน้ำที่อุดมไปด้วยแร่ธาตุสารพัดชนิด เรามีโอกาสได้ชิมน้ำแร่นี้จากแหล่งน้ำโดยตรงด้วย อย่าถามเลยครับว่ารสชาติเป็นอย่างไร เพราะเมื่อได้ชิมไปคนละอึกสองอึกก็ทำหน้าตากันไม่ถูกทุกคน ส่วนตัวผมผมคิดว่ารสชาติคล้ายกับสนิมเหล็ก คงเพราะมีแร่โลหะที่มีประโยชน์อยู่มากนั่นเอง มารีเห็นเพื่อนของผมชิมน้ำแล้วทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ก็หัวเราะพลางบอกกับผมว่า โชคดีแล้วที่พวกผมได้ชิมน้ำเพียงแก้วเล็ก ๆ หากดื่มไม่หมดก็เอาไปเททิ้งที่ลำธารได้ แต่อย่าเททิ้งที่โคนต้นไม้ เพราะอาจจะทำให้ต้นไม้ได้รับแร่ธาตุบางชนิดมากเกินไปและเหี่ยวเฉาได้ 

เที่ยวประเทศจอร์เจียฉบับเพื่อน ๆ สนุกกับประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมกับไกด์ท้องถิ่นแสนน่ารัก

เราเดินทางต่อไปที่เมืองคูไทซี (Kutaisi) เมืองใหญ่อันดับสองของประเทศ ซึ่งเป็นที่ตั้งของมหาวิหารเกลาติ (Gelati Monastery) สร้างขึ้นในรัชกาลของกษัตริย์เดวิดผู้สร้าง (David the Builder) เหตุที่พระองค์มีพระราชสมัญญานามเช่นนั้น เพราะในรัชกาลของพระองค์เต็มไปด้วยการก่อสร้างมหาวิหารและสาธารณูปโภคมากมาย ตามประวัติศาสตร์ระบุว่าหลังจากการสถาปนาทบิลิซีเป็นศูนย์กลางของอาณาจักรแล้ว จอร์เจียก็ดำรงความเป็นปึกแผ่นไว้ได้ไม่นาน เพราะหลังจากนั้นแผ่นดินจอร์เจียต้องประสบกับความวุ่นวายแตกแยกเป็นหลายนครรัฐ ก่อนที่จะรวมเป็นปึกแผ่นได้อีกครั้งในราวคริสต์ศตวรรษที่ 11 ภายใต้การปกครองของราชวงศ์บากราติโอนี (Bagrationi Dynasty) ถือเป็นราชวงศ์แรกและราชวงศ์เดียวที่ปกครองราชอาณาจักรจอร์เจีย (Kingdom of Georgia) ให้ยืนหยัดท่ามกลางกระแสลมแรงของความผันผวนทางการเมือง ในยุคกลางและยุคใหม่ของยุโรปได้อย่างน่าภาคภูมิใจ 

เที่ยวประเทศจอร์เจียฉบับเพื่อน ๆ สนุกกับประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมกับไกด์ท้องถิ่นแสนน่ารัก

พระมหากษัตริย์ที่โดดเด่นที่สุดในสมัยนี้ก็คือพระเจ้าเดวิดผู้สร้างพระองค์นี้นี่เอง ด้วยเหตุนี้จึงปรากฏพระบรมสาทิสลักษณ์ (ภาพวาด) ของพระองค์อยู่บนจิตรกรรมของพระวิหารหลายแห่ง ปัจจุบันพระบรมศพของพระองค์ยังประดิษฐานอยู่ที่มหาวิหารแห่งนี้ด้วย โดยประดิษฐานอยู่ที่ประตูทางเข้ามหาวิหาร (เดิม) อีกฟากหนึ่งตรงข้ามกับทางเข้าในปัจจุบัน

ราชวงศ์บากราติโอนีปกครองจอร์เจียมาจนถึงราว ค.ศ. 1801 จักรวรรดิรัสเซียยุคใหม่นำโดยราชวงศ์โรมานอฟก็ขยายอิทธิพลมาถึง จึงเหลือเพียงกำลังที่อาณาจักรเล็ก ๆ อย่างจอร์เจียจะต้านทานไหว ในช่วงต้นของคริสต์ศตวรรษที่ 19 จอร์เจียถูกกดดันจากทุกด้าน กษัตริย์เอเรเคิลที่ 2 (Erekle II) ทรงพยายามอย่างสุดความสามารถในฐานะพระมหากษัตริย์ผู้กล้าที่จะปกป้องพระราชอาณาจักรและประชาชนชาวจอร์เจีย แต่ไม่เป็นผล ภายหลังการสวรรคตของกษัตริย์เอเรเคิลที่ 2 ไม่นาน จอร์เจียต้องตกเป็นส่วนหนึ่งของจักรวรรดิโรมานอฟ และกลายเป็นส่วนหนึ่งของสหภาพโซเวียตในเวลาต่อมา

เที่ยวประเทศจอร์เจียฉบับเพื่อน ๆ สนุกกับประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมกับไกด์ท้องถิ่นแสนน่ารัก
เที่ยวประเทศจอร์เจียฉบับเพื่อน ๆ สนุกกับประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมกับไกด์ท้องถิ่นแสนน่ารัก

ภาพวาดเฟรสโกภายในมหาวิหารเกลาตินั้นน่าตื่นตาตื่นใจมาก เนื่องจากมีสภาพสมบูรณ์เมื่อเทียบกับโบสถ์หลายแห่งที่ภาพวาดเหล่านี้ถูกทำลายไปในช่วงที่สหภาพโซเวียตปกครองจอร์เจีย เราเพลิดเพลินอยู่กับภาพวาดอันสวยงามเหล่านั้นพักใหญ่ ๆ เลยทีเดียว ก่อนจะเดินทางต่อไปพบกับประสบการณ์ผจญภัยในรีสอร์ตสุดหลอนที่เมืองสคอลทูโบ ซึ่งเป็นฉากเปิดเรื่องของบทความนี้

“ผ่านมาได้แล้วก็ค่อยยังชั่ว” น้องผู้หญิงคนหนึ่งบอกกับผมแบบนี้ หลังจากเธอผ่านพ้นค่ำคืนอันแสนยาวนานในโรงแรมแห่งนั้นมาได้ ผมอมยิ้มแล้วก็คิดในใจว่า ถ้านอนโรงแรมปกติธรรมดา ก็เป็นเรื่องยากที่โรงแรมระหว่างทริปจะประทับอยู่ในความทรงจำ เพราะทุกโรงแรมคงเหมือน ๆ กันหมด แต่ถ้าลองนอนโรงแรมพิเศษไม่เหมือนใครแล้วล่ะก็ เราจะมีเรื่องเป็นตำนานให้เล่าสู่กันฟังอย่างไม่รู้จบ

เที่ยวประเทศจอร์เจียฉบับเพื่อน ๆ สนุกกับประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมกับไกด์ท้องถิ่นแสนน่ารัก

เราแวะไปที่ถ้ำโพรมีธีอุส (Prometheus Cave) ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวชื่อดังใกล้กับเมืองสคอลทูโบ ก่อนมุ่งหน้าสู่จุดหมายปลายทางสุดท้ายของเราคือเมืองบาทูมี (Batumi) เมืองท่าริมทะเลดำเพียงแห่งเดียวของประเทศจอร์เจีย ทะเลดำเป็นทะเลภายในที่เชื่อมต่อกับทะเลเมดิเตอร์เรเนียนต่อไปยังมหาสมุทรแอตแลนติก จอร์เจียอาศัยผืนน้ำของทะเลดำในการขนส่งเครื่องอุปโภคบริโภคเข้าและออกมาโดยตลอด และบาทูมีก็ยังเป็นแหล่งพักผ่อนตากอากาศยอดนิยมของนักเดินทางจากประเทศใกล้เคียงอย่างตุรกีและซาอุดิอาระเบียด้วย จอร์เจียจึงถือว่าบาทูมีเป็นเมืองเศรษฐกิจที่สำคัญเมืองหนึ่ง

เที่ยวประเทศจอร์เจียฉบับเพื่อน ๆ สนุกกับประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมกับไกด์ท้องถิ่นแสนน่ารัก

คืนวันนั้นเรานอนดึกกันเป็นพิเศษ เพราะตกลงกันว่าจะไปนั่งแช่กันในผับเงียบ ๆ แห่งหนึ่ง สั่งเครื่องดื่มมาสักหน่อย เล่าเรื่องโน้นเรื่องนี้สู่กันฟัง ผมชอบบรรยากาศคืนสุดท้ายของการเดินทางมากเป็นพิเศษ เพราะมักจะเป็นคืนที่เพื่อนฝูงได้มีโอกาสพูดคุยถึงเรื่องชีวิตและเหตุต่าง ๆ ทั้งดีและร้ายที่ตนเองได้ประสบมา ใครที่มีเรื่องราวน่ายินดีก็เป็นโอกาสทดีที่เราจะเป็นส่วนหนึ่งในการเฉลิมฉลองของกันและกัน ในขณะที่ใครมีเรื่องหนักอกหนักใจก็ถือโอกาสผ่อนคลายเรื่องเหล่านั้นออกจากอกไปบ้าง 

ช่วงเวลาเช่นนี้เป็นช่วงเวลาพิเศษที่ทำให้การเดินทางมีความหมายขึ้นมามากจริง ๆ

จอร์เจียในความทรงจำ

วันถัดมาเป็นวันสุดท้ายจริง ๆ ของการเดินทาง เรานั่งรถตลอดทั้งวันจากบาทูมีกลับกรุงทบิลิซี และมีโอกาสซื้อของและรับประทานอาหารพร้อมดูโชว์ท้องถิ่นนิดหน่อย หลังจากนั้นผมกับมารีก็ไปส่งเพื่อน ๆ ที่สนามบินตอนเที่ยงคืน ผมยังอยู่จอร์เจียต่ออีกคืนหนึ่ง เพื่อรอเดินทางต่อไปยังประเทศอาเซอร์ไบจานคนเดียวในวันรุ่งขึ้น ชีวิตของผมยังมีเรื่องให้ต้องไปผจญภัยต่ออีกหลายวัน

เที่ยวประเทศจอร์เจียฉบับเพื่อน ๆ สนุกกับประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมกับไกด์ท้องถิ่นแสนน่ารัก
ผมและมารี (มัคคุเทศก์)

มารีบอกกับผมว่า กลุ่มของผมคือทัวร์ไทยกลุ่มแรกที่เธอต้อนรับ หลังจากสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19 คลี่คลายลง 

มารียืนยันกับผมว่าคนไทยน่ารักเสมอ เธอดีใจที่มีโอกาสพบคนไทยอีก ถ้ามีโอกาสเธออยากให้ผมพาคนไทยมาเที่ยวจอร์เจียด้วยเหมือนกัน ผมบอกว่าถ้ามีโอกาสผมอาจจะได้เป็นหัวหน้าทัวร์มาจอร์เจียอีกก็เป็นได้ แต่มีข้อแม้ก็คือมารีจะต้องมาเป็นไกด์ดูแลลูกทัวร์ไปพร้อม ๆ กับผมด้วย ทริปถึงจะราบรื่นและเต็มไปด้วยความประทับใจอย่างทริปของพวกเราในครั้งนี้ ก่อนหน้าที่ผมจะเดินทางมาจอร์เจียอีกครั้ง ผมชวนมารีให้หาโอกาสว่าง ๆ มาเที่ยวเมืองไทยบ้าง ผมบอกว่ามีคนยินดีเป็นไกด์ให้มารีเยอะแยะ อย่างน้อยก็คือพวกเราทั้ง 8 คนนั่นเอง

หลายครั้งที่เราเฝ้าเพียรหาจุดหมายปลายทางของการเดินทางที่ประหลาดมหัศจรรย์ แต่ในบางครั้งการเดินทางบนเส้นทางอันสุดแสนจะธรรมดา ก็กลับเปี่ยมเสน่ห์อย่างไม่ธรรมดาขึ้นมาได้เพราะเพื่อนร่วมทางที่ดี ดังที่ ‘จอร์เจีย’ เส้นทางยอดฮิตในหมู่นักท่องเที่ยวชาวไทย ได้พิสูจน์ให้เราสัมผัสความจริงที่ว่านี้แล้วด้วยหัวใจของพวกเราทุกคน

เที่ยวประเทศจอร์เจียฉบับเพื่อน ๆ สนุกกับประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมกับไกด์ท้องถิ่นแสนน่ารัก
ภาพ : ทีมสุภาพบุรุษ (พร้อมด้วยสุภาพสตรี) ไปจอร์เจีย

Writer

ณัฐพงศ์​ ลาภบุญทรัพย์

วิทยากรและครูสอนวิชาภาษาไทยและสังคมศึกษาฯ ผู้รักการเดินทางเพื่อรู้จักตนเองและรู้จักโลกเป็นชีวิตจิตใจ เดินทางไปแล้วครบทุกจังหวัดในประเทศไทย และกว่า 50 ประเทศทั่วโลก

Travelogue

พื้นที่บรรจุประสบการณ์เดินทางทั่วมุมโลก

25 พฤศจิกายน 2565
1 K

ทริปนี้เริ่มต้นแบบง่าย ๆ คิดแค่ว่าเงินเยนกำลังตก ไปเที่ยวที่ไหนสักแห่งในญี่ปุ่นน่าจะเป็นการเที่ยวที่ประหยัดดี พอไม่มีแผนการละเอียด ก็เลยคิดว่าเอารถแบบค่ำไหนนอนนั่นไปก็สะดวกกว่าพยายามจองโรงแรมล่วงหน้า และนี่ไม่ใช่หนแรกที่เราเช่ารถที่เป็นบ้านในประเทศญี่ปุ่น 

เมื่อ 3 ปีที่แล้ว ก่อนที่จะเกิดสภาวะผู้คนหยุดเดินทาง เราเคยเช่ารถ RV ขับเที่ยวมาแล้วรอบหนึ่ง และพบว่าการท่องเที่ยวแบบนี้จุดหมายไม่ใช่เรื่องสำคัญเท่ากับคนที่อยู่ร่วมกันบนรถ

ญี่ปุ่นมีบริการเช่ารถแคมปิ้งและ RV หลายรูปแบบ รอบนี้เราเลือกแบบมีเต็นท์อยู่บนหลังคา ด้วยเหตุผลใหญ่ ๆ 3 ข้อ ข้อแรก รถ RV นั้นถึงมีพื้นที่ใช้งานสะดวกสบาย แต่ว่าขนาดรถที่ค่อนข้างใหญ่ ทำให้ขับเข้าตรอกซอกซอยหรือขึ้นเขาลำบาก อีกข้อคืออยากลองนอนเต็นท์บนหลังคารถ เพื่อเป็นตัวเลือกให้กับการปรับแต่งรถของตัวเองที่เมืองไทยทีหลัง และข้อสุดท้ายคือบริษัทรถเช่ามีอุปกรณ์เครื่องนอนและแคมปิ้งให้พร้อมทุกอย่าง ขนมาแต่เสื้อผ้าและใบขับขี่ก็พร้อมเดินทางได้เลย

สิ่งสำคัญพื้นฐาน

ทริปญี่ปุ่นกะทันหัน ขับรถบ้านไปแคมปิ้งท่ามกลางใบไม้สีแดงและลมหนาวของฤดูใบไม้ร่วง
และประหยัดสุดสำหรับการขับรถเที่ยว

เพื่อความประหยัดขั้นสุด เราวางแผนนอนตามที่พักริมถนนซึ่งไม่ต้องเสียเงินค่านอน ในญี่ปุ่นที่จอดรถพักริมทางเหล่านี้เรียกว่า มิจิ โนะ เอกิ (Michi-no-Eki) เรียกสั้นๆ ว่า ‘มิจิ’ ในเวลากลางวัน ตามมิจิจะมีร้านขายอาหารและของที่ระลึกพื้นถิ่น บางแห่งใหญ่โตเหมือนห้าง บางแห่งก็เล็ก ๆ เงียบสงบ แต่สิ่งที่ทุกแห่งมีเหมือนกันคือห้องน้ำสะอาด 24 ชั่วโมง ญี่ปุ่นมีห้องน้ำสาธารณะที่สะอาดเกินมาตรฐานอยู่เกือบทุกแห่ง ขนาดจุดที่ในรีวิวเขียนว่าห้องน้ำไม่สะอาดก็ยังเรียกว่าไม่ได้เลวร้ายเกินไปนัก

ข้อดีของการขับรถแคมปิ้งคือ ถ้ามีห้องน้ำสาธารณะตรงไหน เราก็จอดนอนตรงนั้นได้เลย คนเข้าป่าบ่อย ๆ อาจจะเถียงค้านในใจนิดหนึ่งว่า ถึงไม่มีห้องน้ำก็ทำธุระได้ แต่ญี่ปุ่นนั้นการทำธุระในป่าเป็นเรื่องไม่ปกติ เลี่ยงได้ควรเลี่ยงให้ถึงที่สุด ด้วยเหตุผลของมารยาทในการใช้พื้นที่ส่วนรวม จึงควรไปทำธุระเฉพาะตามพื้นที่ที่จัดให้เท่านั้น

ทริปญี่ปุ่นกะทันหัน ขับรถบ้านไปแคมปิ้งท่ามกลางใบไม้สีแดงและลมหนาวของฤดูใบไม้ร่วง
เต็นท์ด้านบนรถเปิดออกรับวิวฤดูใบไม้ร่วงยามเช้า

เรื่องต่อมาจากห้องน้ำคือการอาบน้ำ การมาเที่ยวญี่ปุ่นของเรา ไม่ว่ากิจกรรมหลักจะเป็นอะไร ก็ต้องจัดเวลาไปแวะออนเซ็นทุกครั้ง หลังจากวันยาวนานหรือวันที่อากาศหนาวเย็น พอได้แช่น้ำอุ่นตอนจบวัน ทำให้ความเหนื่อยล้าทั้งหมดหายเกลี้ยง การแช่น้ำแร่ช่วยรีเซ็ตร่างกายให้พร้อมกับวันพรุ่งนี้ได้ดีมาก ๆ

ออนเซ็นแบบ Stand Alone ส่วนใหญ่ปิดประมาณ 1 ทุ่ม เรามักวางแผนแวะไปก่อนอาหารมื้อเย็น กิจวัตรประจำวันหลัง 4 โมงเย็นคือ เราจะเปิดแอปฯ รวบรวมที่ตั้งมิจิ ออนเซ็น และแคมป์ไซต์ เพื่อหาว่าจะไปอาบน้ำที่ไหน แล้วขับต่อไปนอนที่ไหนโดยไม่ออกนอกเส้นทาง ซึ่งมุ่งสู่จุดท่องเที่ยวของวันต่อไป

โพรงกระต่ายของอลิซ

คุณลุค เจ้าของบริษัทรถเช่าถามเราว่า เจอบริษัทเขาได้อย่างไร เพราะเพิ่งเปิดมาได้ไม่นาน และไม่ได้ทำการตลาดเท่าไหร่ เราตอบเขาไปอย่างติดตลกว่า พวกเรา Google เก่ง แต่มันเป็นเรื่องจริง 

จุดท่องเที่ยวที่อยากไปผุดขึ้นมาเรื่อย ๆ จากการเสิร์ชกูเกิลดูอะไรต่อมิอะไรต่อเนื่องไปเรื่อย ๆ พอหาข้อมูลต่อก็พบสถานที่ใหม่ ๆ ที่อยากไปเห็นด้วยตาเพิ่มอีก เรียกว่าตกลงไปในโพรงกระต่ายของอลิซอย่างเต็มตัว

คืนแรกพวกเรากะว่าจะไปหาที่นอนใกล้ออนเซ็นลิงขึ้นชื่อ แต่จะแวะเที่ยวบ่อน้ำร้อนแช่เท้าที่คุซัตสึ (Kusatsu) ก่อนสักนิด ด้วยความโอ้เอ้ของวันแรกและฝนตกปรอย ๆ ตลอดทาง กว่าจะถึงคุซัตสึก็เย็นแล้ว เลยต้องปรับแผนใหม่ หาออนเซ็นดี ๆ หาข้าวอร่อย ๆ กิน แล้วขับรถออกไปหามิจิที่ไม่ไกลนอนแทน

เช้าวันต่อมาเส้นทางขึ้นเขาชิงะโคเก็น (Shiga Kogen) เป็นเส้นถนนที่เรากะว่าจะวิ่งผ่านชมวิวสวยไปเฉย ๆ แต่กลับกลายเป็นว่าต้องจอดรถทุกจุดชมวิวข้างทาง ภูเขาลูกนี้เป็นจุดสูงสุดในเส้นทางที่วางแผนไว้ หญ้าสีเขียวสลับกับหินทรงแปลก ความสูงเหนือเมฆที่ปกคลุมเมืองด้านล่างจนมิดตลอดเส้นทางเหมือนเราอยู่คนละโลกกับพื้นที่เมื่อวาน

ทริปญี่ปุ่นกะทันหัน ขับรถบ้านไปแคมปิ้งท่ามกลางใบไม้สีแดงและลมหนาวของฤดูใบไม้ร่วง
เส้นทางข้ามเขา Shiga Kogen เป็น Scenic Route ที่พวกเราต้องจอดแวะทุกจุดที่จอดได้

ในระหว่างแวะเข้าห้องน้ำและดื่มกาแฟที่คาเฟ่บนเขา เราหันไปเห็นโปสเตอร์การท่องเที่ยว Shiga Kogen เป็นรูปเสาโทริอิ (Torii) สีแดงริมทะเลสาบสีฟ้าสด เราหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเพื่อจะหาว่าสถานที่ในภาพอยู่ที่ไหน พร้อมจะเปลี่ยนแผนทันทีถ้าไม่ลำบากจนเกินไป เจ้ากูเกิลพาเราไหลลงโพรงกระต่ายอีกครั้งเพื่อพบว่า บนเขา Shiga Kogen มีเส้นทางเดินเขาสั้น ๆ น่าสนใจอยู่หลายเส้น และหนึ่งในนั้นอยู่ห่างจากเราไปไม่กี่นาที

ทริปญี่ปุ่นกะทันหัน ขับรถบ้านไปแคมปิ้งท่ามกลางใบไม้สีแดงและลมหนาวของฤดูใบไม้ร่วง
ทางเดินเขาเส้นสั้น ๆ ของ Shiga Kogen เลยจุดสวยที่สุดของใบไม้แดงไปแล้ว

แผนเปลี่ยนอีกครั้ง ยังไม่มีใครหิว ไม่มีใครรีบไปไหน พวกเราจอดรถหยุดลงไปเดินสัมผัสธรรมชาติด้วยเท้าของเราเอง ด้านบนเขาอากาศเย็นมาถึงก่อนพื้นล่าง ต้นไม้ส่วนใหญ่เหลือแต่กิ่ง ไม่ค่อยเห็นใบสีเหลืองสีแดงเยอะเท่าไหร่แล้ว แต่ทุกมุมที่มองไปก็ยังดูสวยอยู่ดี

รู้ตัวอีกทีก็เลยเที่ยงมาพักใหญ่ แผนร่างของวันนี้มีหมุดท่องเที่ยวปักไว้ที่น้ำตกนะเอะนะ (Naena Waterfall) พวกเราตัดสินใจดิ่งไปกินข้าวเที่ยงที่โน่นเลย ร้านอาหารมีอยู่ร้านเดียว อาหารขึ้นชื่อของที่นี่คือเส้นหมี่ขาวที่ปล่อยไหลมากับสายน้ำ แต่เวลาของเราไหลไปหมดแล้ว เลยสั่งข้าวคนละชุด รีบกินแล้วรีบเดินไปน้ำตกทันที

ทริปญี่ปุ่นกะทันหัน ขับรถบ้านไปแคมปิ้งท่ามกลางใบไม้สีแดงและลมหนาวของฤดูใบไม้ร่วง

เส้นทางเดินในป่าปกคลุมด้วยไอหมอกละอองน้ำจากน้ำตกใหญ่ด้านใน ตรงจุดนี้ต่ำกว่าเส้นทางเขาด้านบน เป็นความสูงที่พอดีให้เราเห็นใบไม้เปลี่ยนสีที่แท้จริง ทันทีที่มุมมองของต้นไม้เปิดออกให้เห็นน้ำตกอลังการ เราหยุดยืนตะลึง – นี่เราทะลุมาสู่โลกแห่งจินตนาการแล้วอย่างแน่นอน

ทริปญี่ปุ่นกะทันหัน ขับรถบ้านไปแคมปิ้งท่ามกลางใบไม้สีแดงและลมหนาวของฤดูใบไม้ร่วง

ตลาดฤดูใบไม้ร่วง

  เช้านี้เสียงหัวเราะและพูดคุยของกลุ่มแม่บ้านสูงอายุด้านนอกตัวรถปลุกให้เราตื่น กลุ่มคุณป้ากำลังเตรียมตั้งโต๊ะขายขนมแป้งทอด ห่างออกไปอีกนิดมีเต็นท์ขายแอปเปิ้ลผลใหญ่เกือบ 2 กำปั้น ใต้เต็นท์เดียวกันมีองุ่นสีสวยดูหวานฉ่ำวางขายด้วย สุดทางเดินเป็นร้านขายผัก คุณลุงหลายคนทยอยขับรถเข้ามาจอดส่งผัก ในร้านมีต้นหอมญี่ปุ่นอวบหนาและสูงเกือบเท่าตัวเรา มะเขือเทศสดน่ากิน ลูกพลับสุกวางเรียงราย และเห็ดหลากหลายชนิด

ทริปญี่ปุ่นเช่ารถแคมปิ้งจากโตเกียว ค้างแรมในมิจิ ชมใบไม้เปลี่ยนสีและน้ำตกแสนสวย ณ แดนอาทิตย์อุทัย
รสชาติแห่งฤดูใบไม้ร่วงที่แท้จริง

สิ่งที่ขึ้นชื่อของฤดูใบไม้ร่วงนอกจากสีส้ม แดง เหลือง ที่เป็นเอกลักษณ์แล้ว ก็เป็นฤดูที่มีผลไม้อร่อยให้กินมากมาย พวกเราแวะซื้อผักผลไม้หลายชนิด แวะซื้อเนื้อสดและวัตถุดิบสำหรับทำอาหารเพิ่มจากซูเปอร์มาร์เก็ต คืนนี้พวกเราจะทำอาหารกินเอง เพื่อเข้าถึงรสชาติของฤดูใบไม้ร่วงที่แท้จริง

 เข้าแคมป์ของจริง

รถ FJ Cruiser คันนี้ถูกปรับพื้นที่ให้เหมาะกับการเข้าแคมป์เต็มที่ นอกจากเต็นท์ที่ติดอยู่ด้านบน ข้างขวากางกันสาดออกมาได้ ทางซ้ายกางออกมาเป็นห้องน้ำจำเป็น ท้ายรถมีตู้ลิ้นชัก 2 อัน เต็มไปด้วยเครื่องครัวสำหรับแคมปิ้ง จาน ชาม หม้อ กระทะ ไปจนเครื่องปรุงอาหารและหม้อต้มกาแฟ ตรงประตูหลังก็มีโต๊ะที่พับเก็บและเปิดออกได้ 

หลังจากนอนมิจิมาหลายคืน พวกเราตัดสินใจกันว่าต้องไปนอนแคมป์จริง ๆ เสียที ไม่ให้เสียคุณค่าของอุปกรณ์ท้ายรถ วันนี้เราตัดกิจกรรมท่องเที่ยวให้จบเร็วขึ้นเพื่อไปถึงแคมป์กราวนด์ก่อนมืดจะได้มีเวลาตั้งแคมป์

ทริปญี่ปุ่นเช่ารถแคมปิ้งจากโตเกียว ค้างแรมในมิจิ ชมใบไม้เปลี่ยนสีและน้ำตกแสนสวย ณ แดนอาทิตย์อุทัย
แสงแดดยามเย็นขับสีสันของฤดูใบไม้ร่วงให้สวยขึ้นไปอีก

ช่วงฤดูนี้แสงอาทิตย์หมดวันเร็วกว่าบ้านเรา เวลา 4 โมงเย็น แสงอาทิตย์ก็เปลี่ยนเป็นสีทองแล้ว สองข้างทางของเส้นทางที่มุ่งไปแคมป์นั้นสวยเกินจริงมาก ๆ ใบไม้กำลังแดงเต็มที่ แสงแดดสีอุ่นขับสีของใบไม้ให้สดขึ้นไปอีก ตลอดเส้นถนนที่วิ่งลัดเลาะผ่านหุบเขา พวกเราผลัดกันส่งเสียงแทนคำว่า ’สวย’ จนกระทั่งหมดคำพูดและเงียบลง เพราะรู้ดีว่าพวกเรากำลังเคลื่อนที่ผ่านช่วงเวลามหัศจรรย์นี้ไปด้วยกัน

ทริปญี่ปุ่นเช่ารถแคมปิ้งจากโตเกียว ค้างแรมในมิจิ ชมใบไม้เปลี่ยนสีและน้ำตกแสนสวย ณ แดนอาทิตย์อุทัย
แคมปิ้งกราวนด์ที่เอารถเข้ามาจอดได้ มีพื้นที่กว้างขวาง

  สตาฟของแคมป์กราวนด์ดูกังวลเมื่อเรามาถึง เพราะไม่แน่ใจว่าเราจะเข้าใจกฎต่าง ๆ ที่เป็นภาษาญี่ปุ่นได้มากน้อยแค่ไหน แคมป์กราวนด์ของญี่ปุ่นส่วนใหญ่ต้องจองล่วงหน้า และมีกฎการใช้พื้นที่ละเอียดยิบ เช่น ช่วงเวลาห้ามส่งเสียงดัง การแยกทิ้งขยะ การจุดไฟ ฯลฯ แต่พอพวกเราสื่อสารกันจนรู้เรื่อง จ่ายเงินค่าใช้พื้นที่เรียบร้อย คุณสตาฟก็ปล่อยให้เราขับรถเข้าไปในพื้นที่ที่ระบุไว้ พร้อมกับให้แอปเปิ้ลท้องถิ่นเป็นของฝาก 1 ลูก

แคมป์ที่เราเลือกมานอนเป็นจุดที่อยู่ติดริมน้ำเขื่อน คนส่วนหนึ่งที่มาตั้งแคมป์เอาเรือคายัคมาด้วยเพื่อไปพายเรือในตอนเช้า สิ่งอำนวยความสะดวกในแคมป์มีพื้นฐานทั่วไป อาคารซักล้างแยกออกจากพื้นที่แคมป์กราวนด์ ห้องน้ำสะดวกสบาย มีโถส้วมอุ่นและสายฉีดไฟฟ้า ที่แคมป์นี้มีน้ำอุ่นและห้องอาบน้ำให้ด้วย แต่ต้องจ่ายเงินเพิ่มในราคา 5 นาที 300 เยน

ทริปญี่ปุ่นเช่ารถแคมปิ้งจากโตเกียว ค้างแรมในมิจิ ชมใบไม้เปลี่ยนสีและน้ำตกแสนสวย ณ แดนอาทิตย์อุทัย

พฤศจิกายนเป็นช่วงปลายของการตั้งแคมป์ เพราะอากาศเริ่มเย็นมาก แคมเปอร์ข้าง ๆ เราส่วนใหญ่หายเข้าไปจุดไฟทำอาหารในเต็นท์ที่มีผนังบังลม ส่วนพวกเรานั่งสู้อากาศหนาวด้านนอกด้วยการจุดไฟกองใหญ่ ฟืนไม้มีขายพร้อมให้ใช้งานในราคามัดละ 800 เยน จุดติดไม่ยากเท่าไหร่ แต่ควันค่อนข้างเยอะ ไม่เหมือนไฟจากถ่านที่คุ้นเคยเวลาตั้งแคมป์ในไทย อาหารที่เราเตรียมมาเยอะกว่าที่จะกินได้หมด เลยเก็บส่วนที่เหลือไว้ในรถ ที่นี่ห้ามวางอาหารทิ้งไว้นอกเต็นท์โดยเด็ดขาด เพราะอาจจะมีสัตว์ป่ามาบุกแคมป์ได้ อุณหภูมิสุดท้ายที่เรากดดูก่อนปีนเข้าเต็นท์อยู่ที่ 5 องศาเซลเซียส คืนนี้อากาศค่อย ๆ เย็นลงเรื่อย ๆ เป็นคืนที่หนาวที่สุดของทริป

ทริปญี่ปุ่นเช่ารถแคมปิ้งจากโตเกียว ค้างแรมในมิจิ ชมใบไม้เปลี่ยนสีและน้ำตกแสนสวย ณ แดนอาทิตย์อุทัย
อาหารชาวแคมป์ อุด้งแกงกะหรี่หมู เต้าหู้ย่าง และมันญี่ปุ่นเผา

เส้นทางที่ซ่อนอยู่

พวกเรามาญี่ปุ่นช่วงฤดูใบไม้แดงหลายหน แต่ไม่เคยได้พบกับจังหวะพีกที่สุดของฤดูกาลแบบที่เมืองนี้ ณ เวลานี้เลย ก่อนหน้านี้เคยเห็นแบบที่เริ่มร่วงไปแล้วบ้าง หรือไม่ก็ยังไม่แดงพีกบ้าง เป็นเรื่องธรรมดาในการท่องเที่ยวที่ขึ้นกับปรากฏการณ์ธรรมชาติ ซึ่งเรากะเกณฑ์ล่วงหน้าไม่ได้

ทริปญี่ปุ่นเช่ารถแคมปิ้งจากโตเกียว ค้างแรมในมิจิ ชมใบไม้เปลี่ยนสีและน้ำตกแสนสวย ณ แดนอาทิตย์อุทัย

เช้านี้พวกเราเปลี่ยนใจตัดจุดท่องเที่ยวที่หามาตั้งแต่เมืองไทยทิ้ง เพราะอยากมองดูใบไม้สีแดงส้มในจังหวะที่สวยที่สุด ให้นานที่สุด

หลังอาหารเช้าและเก็บของออกจากแคมป์ เราขับรถไปทางขึ้นเขาที่ค่อนข้างแคบ ถนนเลาะเลียบแม่น้ำสายเล็ก เส้นทางนี้ขึ้นชื่อว่าเป็น Scenic Route ที่ดีเส้นหนึ่ง ในสมุดคู่มือแคมป์ที่ได้มาเมื่อวานเขียนบอกไว้ว่า ถ้าหาจุดจอดรถข้างถนนได้ให้จอดเลย แล้วเดินชมวิวข้างทางด้วยขาของเราเอง

ที่จอดรถอยู่ตรงข้ามกับสะพานข้ามแม่น้ำ สีแดงของใบไม้ริมน้ำกวักมือเรียกให้เราจอดรถลงไปเดิน จากที่จะเดินเล่นนิด ๆ หน่อย ๆ แล้วไปดูอีกจุดหนึ่ง กลายเป็นการเดินปีนป่ายหินริมน้ำกินเวลาไปเกือบ 2 ชั่วโมง ซึ่งสนุกและสวยงามทุกนาทีที่ผ่านไป

ทริปญี่ปุ่นเช่ารถแคมปิ้งจากโตเกียว ค้างแรมในมิจิ ชมใบไม้เปลี่ยนสีและน้ำตกแสนสวย ณ แดนอาทิตย์อุทัย

ถึงเวลาสิ้นสุดเส้นทาง

คืนสุดท้ายเราจอดนอนที่มิจิอีกครั้ง หลังจากขับรถวนหาจุดที่เหมาะสมสักพัก จุดจอดรถที่ดีต้องไม่ใกล้กับคันอื่น ๆ เนื่องจากเราต้องกางบันไดขึ้นลงเต็นท์หลังคา จึงควรเลือกจุดริมสุดของช่องจอด เพื่อไม่ให้กินที่เข้าไปในช่องข้าง ๆ

มิจิสุดท้ายของคืนนี้อยู่หน้าสวนสาธารณะ เป็นมิจิที่เงียบสงบมาก มีรถจอดนอนก่อนหน้าเราเพียงคันเดียว มีกลิ่นมูลสัตว์ลอยมาจาง ๆ คุยกันว่าน่าจะเป็นกลิ่นขี้วัว เมื่อตื่นตอนเช้าจึงพบว่าที่นี่มีคอกแพะ ยามเช้าของวันสุดท้ายจึงเป็นการเดินเล่นกับแพะและแมวจรที่มีอยู่เต็มสวน

ทริปญี่ปุ่นเช่ารถแคมปิ้งจากโตเกียว ค้างแรมในมิจิ ชมใบไม้เปลี่ยนสีและน้ำตกแสนสวย ณ แดนอาทิตย์อุทัย
เจ้าถิ่นเฝ้ามิจิเล็ก ๆ ที่เราใช้เป็นที่นอนในคืนสุดท้าย

เรามีนัดกับคุณลุคเพื่อคืนรถตอนค่ำที่โตเกียว เส้นทางวกกลับเข้าสู่เมืองใหญ่อีกครั้ง แถวนี้ยังไม่ถึงช่วงเวลาที่ใบไม้จะเปลี่ยนสี ถึงแม้ว่าเราอยู่เที่ยวต่อหลังคืนรถอีก 3 วันก็ตาม แต่ไฮไลต์ของทริปผ่านไปแล้ว บรรยากาศในรถก็เปลี่ยนไป ความรู้สึกที่เข้าใกล้ตอนจบก่อตัวเกาะกินเป็นความเหงาแปลก ๆ

ทริปญี่ปุ่นเช่ารถแคมปิ้งจากโตเกียว ค้างแรมในมิจิ ชมใบไม้เปลี่ยนสีและน้ำตกแสนสวย ณ แดนอาทิตย์อุทัย
เมื่อกลับเข้าสู่พื้นราบใกล้เมืองที่อากาศอุ่นกว่า ใบไม้แถวนี้ยังไม่ถึงจังหวะเปลี่ยนสี

พวกเราอ้อยอิ่งเก็บของออกจากรถ เอากระเป๋าลงทั้งหมดเพื่อให้พร้อมส่งรถคืน ในระหว่างเดินทางกลับเข้าเมืองก็เปิดไล่ดูรูปในโทรศัพท์มือถือ ฤดูกาลของที่นี่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว จากสีเขียวกลายเป็นสีแดง น้ำตาล แล้วหิมะก็มาทำให้ทุกอย่างขาวโพลน เมื่อหิมะละลายทุกอย่างก็เริ่มใหม่อีกครั้ง 

ความเปลี่ยนแปลงที่มีให้เห็นในธรรมชาติตลอดเวลา สอนให้เราเข้าใจความเปลี่ยนแปลงที่มีอยู่รอบตัว และรู้จักอดทนรอช่วงเวลาที่ดี ซึ่งจะผ่านเข้ามาอีกครั้งอย่างแน่นอน

ทริปญี่ปุ่นกะทันหัน ขับรถบ้านไปแคมปิ้งท่ามกลางใบไม้สีแดงและลมหนาวของฤดูใบไม้ร่วง

ถ้าคุณมีประสบการณ์เรียนรู้ใหม่ ๆ จากการไปใช้ชีวิตในทั่วทุกมุมโลก เชิญแบ่งปันเรื่องราวความรู้ของคุณพร้อมภาพถ่ายประกอบบทความ รูปถ่ายผู้เขียน ประวัติส่วนตัวผู้เขียน ที่อยู่ เบอร์โทรติดต่อ และชื่อ Facebook มาที่อีเมล [email protected] ระบุหัวข้อว่า ‘ส่งต้นฉบับสำหรับคอลัมน์ Travelogue’ ถ้าผลงานของคุณได้ตีพิมพ์ลงในเว็บไซต์ เราจะส่งสมุดลิมิเต็ดอิดิชัน จาก ZEQUENZ แบรนด์สมุดสัญชาติไทย ทำมือ 100 % เปิดได้ 360 องศา ให้เป็นที่ระลึกด้วยนะ

Writer

ชุตินันท์ โมรา

ช่างภาพ/วิดีโอใต้น้ำมือรางวัลระดับเอเชีย ที่เห็นความเปลี่ยนแปลงของโลกใต้น้ำทั้งในและนอกประเทศมากว่า 17 ปี ทำหนังสือดำน้ำระดับนานาชาติหลายเล่ม เป็นทีมวิดีโอใต้น้ำและคนเบื้องหลังสารคดีและโฆษณาหลายตัว นอกจากนี้ยังเป็นแอดมินเพจ digitalay

Photographers

ชุตินันท์ โมรา

ช่างภาพ/วิดีโอใต้น้ำมือรางวัลระดับเอเชีย ที่เห็นความเปลี่ยนแปลงของโลกใต้น้ำทั้งในและนอกประเทศมากว่า 17 ปี ทำหนังสือดำน้ำระดับนานาชาติหลายเล่ม เป็นทีมวิดีโอใต้น้ำและคนเบื้องหลังสารคดีและโฆษณาหลายตัว นอกจากนี้ยังเป็นแอดมินเพจ digitalay

พลพิชญ์ คมสัน

เริ่มต้นชีวิตจากการเป็นสถาปนิกแต่ชอบหนีงานไปเข้าป่าลงทะเล ผสมกับความอินโทรเวิร์ตเล็กๆ เลยเปลี่ยนสายอาชีพมาเป็นช่างภาพใต้น้ำและคนทำสารคดี เคยทำนิตยสารดำน้ำระดับอินเตอร์ ผลิตงานสารคดีใต้น้ำ และงานโฆษณาหลายชิ้น ปัจจุบันเป็นแอดมินเพจ Digitalay

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load